ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

ไอเดียนศ.เพิ่มค่า ‘ลำไย’ สู่ผลิตภัณฑ์เด่น กันยายน 8, 2014

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20140902/191244.html

เกษตร-วิทยาศาสตร์-ไอที : ข่าวทั่วไป
วันอังคารที่ 2 กันยายน 2557

ผลประกวดแผนพัฒนาธุรกิจ ‘บีโด้’ ไอเดียนศ.เพิ่มค่า ‘ลำไย’ สู่ผลิตภัณฑ์เด่น : โดย…สุรัตน์ อัตตะ

                           การใช้แนวคิดหรือไอเดียจากเยาวชนคนรุ่นใหม่ในการพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์จากทรัพยากรชีวภาพเพื่อตอบสนองตลาดกลุ่มใหม่ที่ฉีกแนวไปจากแบบเดิมๆ  เป็นอีกแนวนโยบายของผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือบีโด้ “ดร.วีระพงศ์ มาลัย” ที่มีความมุ่งมั่นและตั้งใจจะให้ผลิตภัณฑ์ชุมชนได้มีการเติบโตในตลาดมากขึ้น
                           “เราอยากได้ผลิตภัณฑ์ต้นแบบ 10 อย่างที่มาจากไอเดียของคนรุ่นใหม่ จากนั้นก็จะมาแมทชิ่งกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่เริ่มต้นเขาอาจจะคิดรูปแบบผลิตภัณฑ์ไม่ออกก็สามารถนำผลงานตรงนี้ไปต่อยอดได้เลย อีกกลุ่มก็เป็นผู้ประกอบการที่อยู่ในตลาดอยู่แล้ว ประเภทเครื่องสำอางค์หรือเครื่องดื่มก็จะจัดเวทีให้เขามาดู”
                           ดร.วีระพงศ์ มาลัย กล่าวถึงผลงานที่เข้าร่วมโครงการประกวดแผนธุรกิจและการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากทรัพยากรชีวภาพ ของนักศึกษาจากสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือบีโด้ จัดขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้ประกอบการทั้งรายเก่าและรายใหม่ที่สนใจนำไปต่อยอดในเชิงพาณิชย์ โดยผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นจะเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของบีโด้ร่วมกับเจ้าของผลงาน ซึ่งจะต้องได้รับผลประโยชน์ร่วมกัน หากมีการนำไปใช้ในอนาคต
                           ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากลำไย โดยทีม RADAORN ประกอบด้วย พิมพ์รดา ศาสตร์สมัย สุนิดา เครือม่วง กนกอร พิพัฒน์มงคลพรและธมลวรรณ วงศ์สวัสดิ์ นักศึกษาปี 4 สาขาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หนึ่งในผลงานเด่นที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 มีจุดเริ่มต้นในการพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่าให้ลำไย
                           “ตอนแรกก็คิดกันหลายพืชว่าจะทำตัวไหนดี จึงมาสรุปที่ลำไย อยากจะเพิ่มมูลค่าให้ลำไย แล้วก็ลำไยก็มีสรรพคุณทางยามากมายตั้งแต่เปลือก เนื้อในและเมล็ด ขณะที่ในตลาดก็ยังไม่มีผลิตภัณฑ์ จะมีก็แต่ลองกานอย ยาทาแก้ปวดข้อ สารสกัดจากเมล็ดลำไย แต่ที่เราทำนี้จะใช้เปลือกบดเป็นผงมาแปรรูปเป็นครีมขัดผิว และสารสกัดจากเมล็ดทำเป็นครีมบำรุงผิว”
                           ธมลวรรณ วงศ์สวัสดิ์ ผู้จัดการทีมให้ข้อมูลที่มาจากของผลิตภัณฑ์แปรรูปจากลำไย ส่วนการใช้ขวดสีชาเพราะต้องการป้องกันแสงแดดเข้าทำลายสรรพคุณของผลิตภัณฑ์ทำให้มีอายุการใช้งานได้นานยิ่งขึ้น
                           อย่างไรก็ตามสำหรับการประกวดผลงานในรอบสุดท้ายเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ที่ผ่านมา ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ หลักสี่ ปรากฏว่าทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม GAC Team ได้รับโล่เกียรติยศ พร้อมทุนการศึกษาจำนวน 1 แสนบาท ส่วนรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีม RADAORN ได้รับโล่เกียรติยศพร้อมทุนการศึกษาจำนวน  7 หมื่นบาทและรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม T-KU ได้รับโล่เกียรติยศ พร้อมทุนการศึกษาจำนวน 5 หมื่นบาท ส่วนที่เหลืออีก 7 ทีมได้รับรางวัลชมเชย รับประกาศนียบัตร พร้อมทุนการศึกษาทีมละ 1 หมื่นบาท
—————————-
(ผลประกวดแผนพัฒนาธุรกิจ ‘บีโด้’ ไอเดียนศ.เพิ่มค่า ‘ลำไย’ สู่ผลิตภัณฑ์เด่น : โดย…สุรัตน์ อัตตะ)
 

ชวนเที่ยวงาน“ลำไยหลากคุณค่า”ย้อนประวัติศาตร์3พันปี“ราชินี”ผลไม้เมืองเหนือ ตุลาคม 4, 2013

http://www.dailynews.co.th/agriculture/233714

วันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2556 เวลา 00:00 น.

“ลำไย” เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศไทย เนื่องจากปริมาณการส่งออกอยู่ในอันดับต้น ๆ ลำไยยังเป็นไม้ผลที่ผูกพันกับชีวิตคนไทยโดยเฉพาะในภาคเหนือมาอย่างช้านาน จึงเปรียบได้ดั่ง “ราชินี” แห่งผลไม้เมืองเหนือ ที่ซุกซ่อนสรรพคุณต่าง ๆ เอาไว้มากมาย

นางพรรณพิมล ชัญญานุวัตร อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร อธิบายว่า หากย้อนรอยไปตามประวัติศาสตร์ จะพบว่าลำไยเป็นไม้ผลที่มีอายุมานานกว่า 3,700 ปี โดยพบหลักฐานการกล่าวถึงลำไยครั้งแรกในวรรณคดีสมัยพระเจ้าเซ็งแทง เมื่อ 1,776 ปีก่อนคริสต์กาล และหนังสือ Ru Ya ของจีนเมื่อ 110 ปีก่อนคริสต์กาล ซึ่งชาวจีนยังถือว่า ลำไยเป็น “ผลไม้มงคล” เนื่องจากเมล็ดลำไยมีลักษณะคล้ายกับนัยน์ตา “มังกร”

ต่อมาในช่วงปลายพุทธศตวรรษ ลำไยได้แพร่หลายเข้าสู่ประเทศอินเดีย ลังกา พม่า ประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และกระจายไปถึงสหรัฐอเมริกา

สำหรับทางภาคเหนือของประเทศไทย มีลำไยพันธุ์พื้นเมืองคือ “ลำไยกะลา” ต่อมาในรัชสมัยรัชกาลที่ 5  ชาวจีนนำต้นลำไยพันธุ์ “เบี้ยวเขียว” เข้าถวายพระราชชายาเจ้าดารารัศมี จำนวน 5 ต้น จึงทรงให้ปลูกที่เชียงใหม่ 3 ต้น และที่ตรอกจันทร์ ถนนสาธุประดิษฐ์ กรุงเทพฯ จำนวน 2 ต้น โดยปัจจุบันมีหลักฐานที่พบเป็นต้นลำไย ในสวนเก่าแก่ของ ร.อ.หลวงราญอริพล (เหรียญสรรพเสน) ใกล้วัดปริวาส
“ต่อมาลำไยมีการขยายพันธุ์จาก จ.เชียง ใหม่ ไปสู่พื้นที่ต่าง ๆ โดยการเพาะเมล็ดจน    เกิดการกลายพันธุ์ เกิดพันธุ์ใหม่ตามสภาพคุณลักษณะที่ดีของภูมิอากาศที่เหมาะสม จึงทำให้ลำไยมีการกระจายตัวในเขตภาคเหนือเป็นอย่างมาก และกลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของภาคเหนือตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา”

นอกจากนี้ ลำไยยังนับเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีสรรพคุณในการแก้ ผอมแห้งแรงน้อย นอนไม่หลับ ขี้ลืม ใจสั่น บำรุงร่างกาย บำรุงประสาท ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและช่วยบำรุงกำลังของสตรีภายหลังจากการคลอดบุตรขณะที่ลำไยแห้ง 1 ลูก ที่มีประโยชน์ต่อการบำรุงหัวใจ ระบบประสาท บำรุงม้าม ช่วยย่อยอาหาร ช่วยบำรุงกำลัง และบำรุงโลหิต

สำหรับประเทศไทย ผลการวิจัยลำไยแห้งของทีมวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ มหา วิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ให้ข้อมูล ยืนยันสรรพคุณ โดยเฉพาะสารสกัดจากลำไยแห้ง ได้สารออกฤทธิ์เหนี่ยวนำเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ และเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวให้ตายแบบอะพอพโตซิส สารที่ยับยั้งความเป็นพิษของสารก่อมะเร็งทางเดินอาหาร สารที่ออกฤทธิ์ลดการเสื่อมสลายของข้อเข่า และผลการวิจัยล่าสุดยังพบว่า ลำไยแห้งสามารถออกฤทธิ์ทำลายและต่อต้านอนุมูลอิสระอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งยับยั้งการสร้างเม็ดสีผิวเมลานินได้ดีกว่าสารเคมีในเครื่องสำอางปัจจุบัน

“ข้อควรระวังเดียวสำหรับการบริโภคลำไย คือ ผู้ที่มีอาการท้องเสีย อาหารไม่ย่อย ท้องอืดแน่น ฝ้าบนลิ้นสีขาว และหนา หรือเป็นหวัด ไม่ควรกินลำไยสดมากจนเกินไป เพราะเนื้อลำไยมีคุณสมบัติร้อน จะทำให้เกิดอาการเจ็บคอ และเป็นร้อนในภายในปากได้ ขณะที่ผู้มีอาการเจ็บคอหรือไอมีเสมหะ หรือเป็นแผลอักเสบจนมีหนอง ไม่ควรกินเนื้อของผลลำไยอย่างเด็ดขาด”

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวอีกว่า ข้อมูลที่แนะนำให้ทราบเกี่ยวกับลำไยข้างต้น เป็นเพียงส่วนหนึ่ง ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตร ได้รวบรวมเผยแพร่ในงาน “ลำไยไทยหลากหลายคุณค่า” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-22 กันยายน 2556 ตั้งแต่เวลา 10.00–21.00 น. ณ เอ็มซีซี ฮอลล์ ชั้น 4 ห้างสรรพสินค้า เดอะมอลล์บางกะปิ

โดยภายในงาน นอกจากจะมีข้อมูลที่พาย้อนประวัติศาสตร์กว่า 3 พันปีของลำไย ซึ่งจะทำให้ได้รู้จักกับเรื่องราวและคุณค่าของลำไยแล้ว ยังมีกิจกรรมสาธิตการทำอาหารคาวหวานจากลำไยทุกวัน ๆ ละ 2 รอบ การแข่งขันกินลำไยทุกวัน ๆ ละ 2 รอบ ตลอดทั้ง 3 วัน และที่สำคัญ คือ การออกร้านค้าจำหน่ายลำไยแปรรูปและลำไยสดจากสวนของเกษตรกรในราคายุติธรรม ซึ่งเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรในการระบายสินค้าจากแหล่งผลิตไปในตัว ดังนั้นจึงอยากขอเชิญชวนประชาชนใน กทม. และจังหวัดใกล้เคียง มาร่วมงานดังกล่าว ซึ่งรับประกันว่า จะทำให้ทุกคนได้รู้จักกับเรื่องราวของลำไยว่า มีดีกว่าที่คิด แค่ไหน!.

 

เชียงใหม่หวั่นลำไยล้นตลาด เฝ้าติดตามใกล้ชิด กรกฎาคม 16, 2013

http://www.thairath.co.th/content/edu/356912

  • 13 กรกฎาคม 2556, 12:52 น.

Pic_356912

หวั่นลำไยล้นตลาดเชียงใหม่ เตรียมความพร้อมหาแนวทางแก้ไข ช่วยเหลือชาวเกษตรกร สั่งการทุกอำเภอติดตามความเคลื่อนไหว…

เมื่อวันที่ 13 ก.ค. ที่ จ.เชียงใหม่ นายสุรพล สัตยารักษ์ ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จังหวัดเชียงใหม่ได้จัดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมความพร้อม สำหรับฤดูกาลเก็บเกี่ยวลำไย ปี 2556 เพื่อหาแนวทางในการป้องกัน แก้ไขปัญหา และช่วยเหลือเกษตรกรที่อาจประสบปัญหาผลผลิตลำไยล้นตลาด จึงมีแนวทางการกระจายผลผลิตลำไย ซึ่งมีกระบวนการ ได้แก่ 1. การสำรวจข้อมูลผลิตลำไย 2.กำหนดคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาโดยการสำรวจแหล่งรับซื้อ และเจรจาให้แหล่งรับลำไยในราคาที่ยุติธรรม 3.การประสานแหล่งเงินกู้จากสถาบันการเงิน อาทิ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารกรุงไทย SME การค้ำประกันจากบรรษัทสินเชื่อ 4.ประสานให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ทุกแห่ง เข้ามามีส่วนร่วมช่วยเหลือรับซื้อผลผลิตลำไย เพื่อบริโภค และหรือส่งจำหน่ายเพื่อกระจายลำไยไปสู่ผู้บริโภคอย่างทั่วถึง

5.ประสานศูนย์ประสานการกระจายผลผลิตด้านการเกษตรสู่ผู้บริโภค (Distribution Center) 6.ดำเนินการประชาสัมพันธ์และสร้างความเข้าใจให้แก่เกษตรกร 7.แต่งตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาลำไย 8.ให้ทุกหน่วยงานดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมช่วยเหลือเกษตรกร ซึ่งจะเริ่มเก็บเกี่ยวประมาณปลายเดือน ก.ค.นี้ โดยได้สั่งการให้ทุกอำเภอติดตามสถานการณ์และความเคลื่อนไหวของเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง และรายงานให้จังหวัดทราบ

นายสุรพล ยังกล่าวถึงสถานการณ์การผลผลิตลำไยจังหวัดเชียงใหม่ ปีการผลิต 2555/56 ว่า มีพื้นที่ปลูกลำไยทั้งสิ้น 316,143 ไร่ เป็นพื้นที่ให้ผล 300,716 ไร่ โดยแยกเป็นพื้นที่ให้ผลในฤดูการผลิต จำนวน 230,486 ไร่ และพื้นที่ให้ผลนอกฤดูการผลิต จำนวน 70,230 ไร่ พื้นที่เพาะปลูกที่สำคัญ คือ อ.จอมทอง อ.พร้าว อ.สันป่าตอง อ.สารภี และ อ.ดอยหล่อ เมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่ให้ผล ปีการผลิต 2554/55 ซึ่งมีจำนวน 308,074 ไร่ พบว่ามีปริมาณลดลงร้อยละ 2.40 ประมาณการ ผลผลิตลำไยโดยรวมปี 2556 แยกเป็น ภาคเหนือ 8 จังหวัด ผลผลิตประมาณ 642,630 ตัน จังหวัดเชียงใหม่ ผลผลิต 297,420 ตัน ปัจจุบันการผลิตลำไยมีทั้งในฤดูการผลิตและนอกฤดูการผลิต ในฤดูการผลิต จะเริ่มเก็บเกี่ยวตั้งแต่เดือน มิ.ย. และสิ้นสุดในเดือน ก.ย. โดยผลผลิตจะออกสู่ตลาดมากระหว่างเดือน ก.ค.– ส.ค. (มากที่สุดช่วงวันที่ 20 ก.ค.–15 ส.ค.) สำหรับระยะแทงช่อดอกถึงเก็บเกี่ยวผลผลิตใช้เวลาประมาณ 6 เดือน.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวภูมิภาค
  • 13 กรกฎาคม 2556, 12:52 น.
 

เชียงรายเล็งทดลองลำไยออกผลนอกฤดู กรกฎาคม 5, 2013

เชียงรายเล็งทดลองลำไยออกผลนอกฤดู

วันอังคารที่ 12 มีนาคม 2556

//

เชียงรายเล็งทดลองลำไยออกผลนอกฤดู

เชียงรายสร้างองค์ความรู้ชาวนา เล็งทดลองลำไยออกผลนอกฤดู

              12มี.ค.2556 นายสุเทพ ทิพย์รัตน์ เกษตรจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงรายได้วางแผนการผลักดันให้เกษตรกรภายในพื้นที่ มีระดับความรู้ ในการประกอบอาชีพที่มากขึ้น หลังจากที่สถานการณ์การก้าวเข้าสู่ความเป็นประชาคมอาเซียน ในปี 2558 เป็นเรื่องที่มีความท้าทายอย่างมาก ในการที่จะให้ประชาชนในทุกพื้นที่ต้องปรับตัว เพื่อให้สามารถยืดหยัดอยู่ได้ ในสภาวะการแข่งขันและการเปิดกว้างทางการค้า โดยเฉพาะจังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นจังหวัดชายแดน มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้ง ลาว พม่า และจีน อีกทั้งจังหวัดเชียงราย ยังเป็นอีกจังหวัดหนึ่ง ที่ภาคเกษตรกรรม เป็นเสมือนหนึ่งในภาคการลงทุนที่สำคัญของประชากรระดับท้องถิ่นทั่วทุกอำเภอ โดยเฉพาะข้าวจังหวัดเชียงรายมีพื้นที่ปลูกอยู่มากกว่า 1.5 ล้านไร่

“ในส่วนของพื้นที่การปลูกข้าวเป็นโจทย์สำคัญที่ต้องคิดต่อไปว่า สถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ ภาคเกษตรกรรมของจังหวัดเชียงรายนั้น จะต้องขับเคลื่อนอย่างไรต่อไป ซึ่งขณะนี้ทางจังหวัดได้ร่วมกับท่าน ว.วัชรเมธี ในการใช้พื้นที่เป็นโรงเรียนชาวนา โดยมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการนี้แล้วกว่า 2,000 คน จากนั้นเกษตรกรทั้งหมดจะมีการรวมตัวเป็นเครือข่าย และวิสาหกิจชุมชนระดับอำเภอ ก่อนจะก้าวสู่การจัดตั้งเป็นสหกรณ์ในลำดับต่อไป”นายสุเทพ กล่าว

สำหรับเป้าหมายแรกของโครงการนี้ คือการพัฒนาคน เพื่อยกระดับองค์ความรู้ของเกษตรกร ทั้งนี้ แผนงานดังกล่าวยังอยู่ในกรอบของการยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง และการพึ่งตนเองเป็นสำคัญ โดยขบวนการวางแผนนี้ นับเป็นก้าวแรกเพื่อการเตรียมคนรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี 2558

เกษตรจังหวัดเชียงราย กล่าวอีกว่า ในส่วนของลำไยซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักดั้งเดิมของชาวภาคเหนือ ในส่วนนี้กำลังมีความพยายามที่จะพัฒนาให้ลำไยสามารถให้ผลผลิตนอกฤดูกาลได้ โดยจะวางแผนให้ผลผลิตออกได้ในช่วงที่ตรงกับเทศกาลสำคัญๆของประเทศจีน เพราะตลาดประเทศจีนมีความต้องการบริโภคลำไยจำนวนมหาศาลในแต่ละปี

 

ประโยชน์ทางยาจากลำไย – เรื่องน่ารู้ พฤษภาคม 16, 2013

http://www.dailynews.co.th/agriculture/201041

วันพุธที่ 1 พฤษภาคม 2556 เวลา 00:00 น.

ลำไยอุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการจากสารอาหาร ที่จำเป็นต่อร่างกาย การแพทย์แผนโบราณจีนระบุว่าลำไยแห้งมีสรรพคุณ ใช้บำรุงหัวใจ บำรุงเลือด บำรุงประสาทตา บำรุงผิวพรรณ ช่วยย่อยอาหาร แก้อาการเครียด กระวนกระวาย นอนไม่หลับ ข้อมูลจากคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระบุว่า สารสกัด มาตรฐานจากลำไยแห้งมีสารออกฤทธิ์เหนี่ยวนำเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่และเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวให้ตายแบบอะพอพโตซิส สารที่ยับยั้งความเป็นพิษของสารก่อมะเร็งทางเดินอาหาร สารที่ออกฤทธิ์ลดการเสื่อมสลายของข้อเข่า ออกฤทธิ์ทำลาย และต่อต้านอนุมูลอิสระได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยับยั้งกระบวนการสร้างเม็ดสีผิวเมลานิน ได้ดีกว่าสารเคมีที่ใช้ในเครื่องสำอางปัจจุบันองค์ประกอบหลักของเนื้อลำไยประกอบด้วย กลูโคส 26.91% ซูโครส 0.22% กรดทาทาริค 1.26% สารประกอบไนโตรเจน 6.31% โปรตีน 5.6% ไขมัน 0.5%.

 

วิจัยโครงสร้างการผลิตการตลาดลำไยและผลกระทบจาก FTA กุมภาพันธ์ 21, 2013

doa Home

ฐานข้อมูลผลงานวิจัย กรมวิชาการเกษตร

หน้าหลัก |  แสดงทั้งหมด |  Simple Search |  Advanced Search

1–1 of 1 record found matching your query (RSS): Login

Select All    Deselect All << 1 >> print
Record Links
Author สุภาภรณ์ สาชาติ pdf
Title วิจัยโครงสร้างการผลิตการตลาดลำไยและผลกระทบจาก FTA Type Journal Article
Year (down) 2550 Publication การทดลองสิ้นสุด Abbreviated Journal
Volume Issue Pages
Corporate Author เกษมศักดิ์ ผลากร, จารุพรรณ มนัสสากร, วิทย์ นามเรืองศรี Thesis
Address สถาบันวิจัยพืชสวน กรมวิชาการเกษตร
Keywords โอกาสและข้อจำกัดของการผลิตพืชสวนเศรษฐกิจสำคัญ
บทคัดย่อ การวิจัยโครงสร้างการผลิตการตลาดลำไยและผลกระทบจาก FTA เป็นการสำรวจด้วยตัวอย่าง โดยทำการสุ่มตัวอย่างในเขตพื้นที่ปลูกสำคัญของลำไย ในจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน จันทบุรี เนื่องจากเป็นข้อมูลพื้นฐานส่วนหนึ่งในการทดลอง วิจัยโครงสร้างการตลาดลำไย งานวิจัยไม้ผลเศรษฐกิจ (มงคุด ทุเรียน สับปะรดและลำไย) ของกลุ่มวิจัยเศรษฐกิจพืชสวน ที่ดำเนินการในปี 2549-2551 ดังนั้นจึงสามารถรายงานได้จากการสรุปเบื้องต้นของปีงบประมาณ 2549-2550 การเก็บรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิที่สำคัญ สามารถสรุปได้ดังนี้ คือ เกษตรกรผู้ปลูกลำไยที่สำรวจได้ส่วนใหญ่ ทุกสวนเป็นเจ้าของสวน พันธุ์ที่ปลูกเป็นพันธุ์ดอ (96%) พื้นที่สวนปลูกเป็นพืชเดี่ยว (57.9%) พื้นที่ปลูกส่วนใหญ่เป็นที่ราบ 73.7%) อาศัยน้ำธรรมชาติ (56.5%) การผลิตใช้ระยะปลูก 8×8 เมตร (37.5%) มีการบังคับให้ออกดอกนอกฤดู (60.9%) ลำไยออกดอกมากที่สุดในเดือนกรกฎาคม (36%) และเก็บเกี่ยวมากที่สุดในเดือนธันวาคม (34.8%) การผลิตได้รับเทคโนโลยีการผลิตแบบ GAP ของกรมวิชาการเกษตร 42.9%) ผลผลิตที่ได้หลังเก็บเกี่ยว บรรจุใช้ตะกร้าพลาสติก (94.7%) เมื่อส่งผลผลิต ส่งผ่านพ่อค้าคนกลาง (76%) และไม่มีการผูกขาดกับรายใด (66.7%) การส่งผลผลิตให้ลูกค้าภายในพื้นที่ จะมีสวนส่งให้กับร้านผลไม้ (81.3%) ส่วนการส่งผลผลิตให้ลูกค้านอกพื้นที่ จะมีส่งให้พ่อค้าคนกลาง (76.5%) ปัญหาการตลาด พ่อค้ารับซื้อได้ปริมาณไม่แน่นอน 31.6% ผลผลิตไม่ได้คุณภาพ 21.1% ขนาดผลผลิตไม่ได้มาตรฐาน 15.8% พ่อค้ารับซื้อผลผลิตผิดนัด 15.8% และอื่นๆ 15.8% ระยะเวลาในรอบปีที่มีการซื้อขายมากที่สุดเดือนมีนาคม (28.6%) สำหรับการเก็บรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิที่สำคัญ สามารถสรุปได้ตังนี้ คือ ในช่วงปี 2547-2549 พื้นที่เพาะปลูกลำไยเพิ่มขึ้นจาก 912,934 ไร่ เป็น 1,008,070 ไร่ มีปลูกทั้งประเทศ 27 จังหวัด อยู่ในภาคเหนือ 13 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 9 จังหวัด ภาคกลาง 5 จังหวัด ปริมาณความต้องการผลผลิต ผลผลิตรวมในปี 2547-2549 ลดลงจาก 597,272 ตัน เป็น 471,892 ตัน ทั้งปี 2548 และ ปี 2549 จะพบสินค้าลำไยล้นตลาดและเหลือใช้ ซึ่งอาจจะส่งผลไปถึงปี 2550 ด้วย จากกำลังการผลิต พบว่า จากปี 2547-2549 จำนวนครอบครัวผลิตลำไยเพิ่มขึ้นอีก 230,266 ครัวเรือน เป็น 238,633 ครัวเรือน มีพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้น ผลผลิตต่อไร่ลดลงและต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนรวม คือ ปี 2547-2549 ใช้ 12,633 14,160 และ 15,378 บาท/ตัน ภาวการณ์ผลิตในปี 2547-2549 ผลตอบแทนได้ไม่แน่นอน ภาวการณ์ตลาด คู่ค้าลำไยที่สำคัญ คือ ลำไยสด ได้แก่ จีน อินโดนีเซีย ฮ่องกง ลำไยอบแห้ง ได้แก่ จีน ฮ่องกง สิงคโปร์ เมียนมาร์ ลาว ลำไยกระป๋อง ได้แก่ มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย สหรัฐอเมริกา ลำไยแช่แข็ง ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส เกาหลี ส่วนคู่แข่งที่สำคัญ คือ เวียดนาม และจีน สำหรับผลกระทบของสินค้าจากการจัดตั้งเขตการค้าเสรีระหว่างไทยกับคู่เจรจาสำคัญ แต่เดิมสามารถส่งลำไยไปจีน หลังการจัดตั้งสามารถส่งไปออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อินเดีย สหรัฐอเมริกาและ BIMST-EC
ผู้พิมพ์ สถาบันวิจัยพืชสวน สถานที่พิมพ์ กรมวิชาการเกษตร Editor
Language ไทย Summary Language ไทย Original Title
Series Editor Series Title Abbreviated Series Title
Series Volume Series Issue Edition
ISSN ISBN Medium
Area Expedition Conference
Notes Approved yes
Call Number doa @ user @ Serial 266
Permanent link to this record

Select All    Deselect All << 1 >> print
 

ศึกษาการยอมรับเทคโนโลยีการผลิตลำไยของเกษตรกรในพื้นที่ภาคตะวันออก กุมภาพันธ์ 18, 2013

doa Home

ฐานข้อมูลผลงานวิจัย กรมวิชาการเกษตร

Home |  Show All |  Simple Search |  Advanced Search

1–1 of 1 record found matching your query (RSS): Login

Select All    Deselect All << 1 >> print
Record Links
Author อรุณี วัฒนวรรณ pdf
Title ศึกษาการยอมรับเทคโนโลยีการผลิตลำไยของเกษตรกรในพื้นที่ภาคตะวันออก Type Journal Article
Year (down) 2550 Publication การทดลองสิ้นสุด Abbreviated Journal
Volume Issue Pages
Corporate Author ชูชาติ วัฒนวรรณ, จรีรัตน์ มีพืชน์, พุฒนา รุ่งระวี, สาลี่ ชินสถิต Thesis
Address สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6, ศูนย์สารสนเทศ กรมวิชาการเกษตร
Keywords การยอมรับเทคโนโลยีการผลิตลำไยของเกษตรกร
Abstract ศึกษาการยอมรับเทคโนโลยีการผลิตลำไยของเกษตรกรในพื้นที่ภาคตะวันออก เพื่อให้ได้ข้อมูลพื้นฐานทางเศรษฐกิจและสังคมของเกษตรกร การผลิตและการยอมรับเทคโนโลยีการผลิตลำไยของเกษตรกร ใช้แบบสัมภาษณ์เป็นเครื่องมือในการวิจัย เก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์เกษตรกรผู้ปลูกลำไยในจังหวัดจันทบุรี จำนวน 418 ราย ประกอบด้วยเกษตรกรผู้ปลูกลำไยอำเภอโป่งน้ำร้อน จำนวน 208 ราย และอำเภอสอยดาว จำนวน 210 ราย ผลการวิจัยพบว่ากลุ่มตัวอย่างเกษตรกรผู้ปลูกลำไยในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีทุกรายปลูกลำไยพันธุ์อีดอ โดยส่วนใหญ่มีพื้นที่ปลูกลำไยครัวเรือนละไม่เกิน 10 ไร่ มีแรงงานในครัวเรือนช่วยทำสวนลำไย 2 คน มีประสบการณ์ 1-5 ปี และมีรายได้ต่อครัวเรือน 50,000-150,000 บาทต่อปี ด้านการยอมรับเทคโนโลยีการผลิตลำไยของเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งพิจารณาจากความสอดคล้องของการปฏิบัติงานของเกษตรกรกับเทคโนโลยีการผลิตลำไยตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร (GAP) โดยให้คะแนนและระดับการยอมรับตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ แบ่งระดับการยอมรับเป็น 3 ระดับได้แก่ การนำไปใช้ระดับดี ปานกลาง และต่ำ พบว่ากลุ่มตัวอย่างเกษตรกรผู้ปลูกลำไยในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีส่วนใหญ่ร้อยละ 69 ยอมรับเทคโนโลยีการผลิตลำไยในระดับปานกลาง กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 29 ยอมรับเทคโนโลยีในระดับต่ำ และกลุ่มตัวอย่างเพียงร้อยละ 2 ยอมรับเทคโนโลยีในระดับดี โดยเทคโนโลยีที่เกษตรกรส่วนใหญ่นำไปใช้ในระดับดีได้แก่ เทคโนโลยีด้านพันธุ์ การเก็บเกี่ยว การให้น้ำ การตัดแต่งกิ่ง และการตัดแต่งช่อผล คิดเป็นร้อยละ 99, 98, 94, 94 และ 94 ตามลำดับ เทคโนโลยีที่เกษตรกรส่วนใหญ่นำไปใช้ในระดับปานกลาง ได้แก่เทคโนโลยีด้านการปลูก คิดเป็นร้อยละ 90 และเทคโนโลยีที่เกษตรกรส่วนใหญ่นำไปใช้ในระดับต่ำได้แก่ เทคโนโลยีด้านการจัดการปุ๋ย การใช้สารกระตุ้นการออกดอก และการป้องกันกำจัดศัตรูลำไย คิดเป็นร้อยละ 99, 71 และ 55 ตามลำดับ
Publisher สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 Place of Publication กรมวิชการเกษตร Editor
Language ไทย Summary Language ไทย Original Title
Series Editor Series Title Abbreviated Series Title
Series Volume Series Issue Edition
ISSN ISBN Medium
Area Expedition Conference
Notes Approved yes
Call Number doa @ user @ Serial 260
Permanent link to this record

Select All    Deselect All << 1 >> print