ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

“มะม่วงน้ำดอกไม้แดง” ผลใหญ่สวยเนื้อหวานหอม พฤศจิกายน 1, 2012

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/302647

1 พฤศจิกายน 2555, 05:00 น.
Pic_302647

มะม่วง ที่เป็นสายพันธุ์จาก ประเทศไต้หวัน ส่วนใหญ่จะมีเอกลักษณ์บ่งบอกถึงถิ่นกำเนิดอย่างชัดเจนคือ ผลจะมีขนาดใหญ่ สีผลเป็นสีแดงหรือสีม่วง ปัจจุบันมีผู้นำเข้ามาปลูกและขยายพันธุ์ในประเทศไทยหลายสายพันธุ์ แต่ละพันธุ์ยังมีการแยกเป็นเบอร์ได้อีกถึง 6 เบอร์ ส่วนใหญ่จะแตกต่างกันที่รูปทรงของผลและขนาดของผลเท่านั้น รสชาติหวานหอมอร่อยเหมือนกัน

ซึ่ง “มะม่วงน้ำดอกไม้แดง” ที่เพิ่งมีกิ่งพันธุ์วางขาย ผู้ขายบอกว่า เป็นลูกผสมระหว่างมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองกับมะม่วงยู่เหวินเบอร์ 6 จากประเทศไต้หวัน และเพาะเมล็ดเมื่อปี 2546 เมื่อติดผลปรากฏว่าทรงผลยาวรีคล้ายผลมะม่วงน้ำดอกไม้ แต่ผลมีขนาดใหญ่กว่าเยอะ ก้นผลไม่งอนเหมือนมะม่วงน้ำดอกไม้ สีของผลเป็นสีแดงเหมือนกับสีผลมะม่วงยู่เหวิน ผลมีขนาดใหญ่น้ำหนักเฉลี่ย 0.8-1.5 กิโลกรัมต่อผล ใกล้เคียงกับน้ำหนักผลมะม่วงน้ำดอกไม้มัน เปลือกผลขณะดิบเป็นสีม่วง เมื่อสุกจะเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม

เนื้อสุกเป็นสีเหลืองทอง มีเสี้ยนน้อยมาก ไม่มีกลิ่นเหม็นขี้ไต้ เมล็ดลีบ รสชาติหวานเข้มและหอมเทียบเคียงได้กับรสชาติมะม่วงน้ำดอกไม้ อร่อยเหมือนกับมะม่วงยู่เหวินเบอร์ 6 ความหวานวัดได้ประมาณ 18–19 บริกซ์ ผลดิบเปรี้ยวจัด เมื่อผลแก่หรือห่ามความเปรี้ยวลดลงแต่ไม่มันเหมือนกับมะม่วงเขียวเสวย ผลสุกเก็บได้นานถึง 12 วัน เนื้อไม่ช้ำหรือเละง่าย ขยายพันธุ์ด้วยการเสียบยอดกับตอมะม่วงพื้นเมือง ติดผลปีละ 2 ครั้ง ถ้าปลูกลงดินจะติดผลในเวลา 2-3 ปี ต้นสูง 3 เมตร แผ่กิ่งก้านกว้างออกทางด้านข้าง

ปัจจุบัน “มะม่วงน้ำดอกไม้แดง” มีขายที่สวนสุโขทัย โทร.08–9790–1057 หรือที่งานบ้านและสวนแฟร์ อาคารชาเลนเจอร์  เมืองทองธานี บริเวณล็อก อาร์ 82–83 ระหว่างวันที่ 3-11 พ.ย.55 นี้ และที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณโครงการ 21 แผง “คุณพร้อมพันธุ์” ราคาสอบถามกันเองครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 1 พฤศจิกายน 2555, 05:00 น.
 

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนอ่าวน้อย ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองส่งออก ตุลาคม 15, 2012

http://www.thaipost.net/node/3679

26 April 2552 – 00:00

ปัจจุบันมะม่วงน้ำดอกไม้จัดเป็นมะม่วงเพื่อการส่งออก โดยเฉพาะมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองที่มีรสชาติหอมหวาน ผิวสวย จึงเป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศเป็นจำนวนมาก โดยมีตลาดหลักอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น มาเลเซีย สิงคโปร์ และฮ่องกง แต่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด เพราะเกษตรกรไทยยังปลูกกันน้อย

เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ได้นำคณะสื่อมวลชนล

งพื้นที่นิคมเศรษฐกิจพอเพียงอ่าวน้อย  และวิสาหกิจชุมชนมะม่วงอ่าวน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อส่งเสริมการปลูกมะม่วงนอกฤดูและส่งเสริมความร่วมมือโครงการไตรภาคีเพื่อการส่งออก

นายอนันต์ ภู่สิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เปิ

ดเผยถึงทิศทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยเน้น 3 แนวทางหลักคือ การเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาที่ดิน, ธุรกิจผ่านกลไกวิสาหกิจชุมชน รวมทั้งการใช้ระบบตลาดนำการผลิต และรัฐบาลให้ทุนและเปิดโอกาสให้ความรู้แก่เกษตรกร

พื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่มีกว่า 2,000 ไร่ ในส่วนของการปลูกและผลิตมะม่วง คาดว่าจะต้องใช้เวลาในการพัฒนาระบบการผลิตอีก ซึ่งยังมีเรื่องที่ต้องปรับอีกมาก โดยเฉพาะรูปแบบการจัดการที่ดินรายแปลง ปรากฏว่ายังมีการใช้ปุ๋ยเคมีในอัตราที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากต้องการลดการใช้พื้นที่ร้อยละ10 เพื่อเลี้ยงปศุสัตว์ ทั้งนี้ หากสามารถจัดการได้จะทำให้ระบบของเกษตรกรแต่ละรายสามารถอยู่ได้ ถือว่าเป็นสิ่งที่คาดหวังไว้ในอนาคต

นายอนันต์กล่าวว่า ส.ป.ก.จับมือกับกรมพัฒนาที่ดิน กรมชลประทาน ดำเนินการเรื่องดินและน้ำ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) จัดการที่ดินรายแปลง และในส่วนของภาคเอ

กชนได้เข้ามาเจรจากับกลุ่มเกษตรกร เพื่อหาแนวทางความร่วมมือโครงการไตรภาคี เพื่อส่งออก

ผลผลิตไปยังต่างประเทศ เพราะกลุ่มวิสาหกิจชุมชนนั้นมีความพร้อม ซึ่งสามารถผลิตมะม่วงได้ตรงมาตรฐานของต่างประเทศ

นอกจากนี้ ส.ป.ก.ได้สนับสนุนสร้างโรงเก็บและโรงคัดแยกมะม่วง รวมทั้งการขุดบ่อน้ำให้กับเกษตรกรในพื้นที่ปฏิรูปที่ดิน ภายใต้เงื่อนไขเกษตรกรต้องแบ่งพื้นที่ร้อยละ 10 เพื่อนำมาเลี้ย

งปศุสัตว์เพื่อนำมูลสัตว์มาทำปุ๋ยคอก เพื่อลดต้นทุนได้อีกทางหนึ่ง

นายสมจิตร อยู่พิทักษ์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมะม่วง นิคมเศรษฐกิจพอเพียง ตำบลอ่า

วน้อย อำเภอเมืองฯ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เล่าว่า สมาชิกจำนวน 30 คนในกลุ่ม รวมแล้วมีพื้

นที่ 380 ไร่ ปลูกมะม่วง โดยส่งให้กับบริษัท เอส ซี บี เอเจนซี่ จำกัด เป็นผู้ดำเนินการในเรื่อ

งการส่งออกให้สมาชิก ซึ่งในจำนวน 30 คนนั้นมีสมาชิก 5-6 รายเท่านั้น ที่สามารถนำผลผลิตม

าขายเพื่อส่งออกได้ สาเหตุมาจากปัจจัยการผลิตยังไม่ได้มาตรฐานตามที่กำหนด เช่น แหล่งน้ำไ

ม่เพียงพอ ทำให้ผลเล็ก การไม่ห่อผลเนื่องต้นทุนสูง โดยเกษตรกรที่ห่อผลมะม่วงจะมีค่าใช้จ่ายสำหรับซื้อถุงห่อประมาณ 70,000 บาทต่อพื้นที่ 20 ไร่ ค่าแรง 300 บาทต่อ 1,000 ถุง

นายสมจิตรบอกว่า การห่อผลนั้นจะทำให้มะม่วงมีคุณภาพดี ผิวสวย เป็นที่ต้องการของตลาด ซึ่งจะเริ่มห่อเมื่อมะม่วงติดลูกและมีอายุได้ 45 วัน โดยถุงที่นำมาห่อจะเป็นถุงที่ฆ่าเชื้อแล้ว ทำให้มีราคาค่อนค่างสูงถึง 1.50-1.60 บาท/ถุง และเมื่อห่อผลแล้วจะไม่เปิดดูเลย จนถึงอายุ

90 วัน มะม่วงมีความสุกอยู่ที่ประมาณ 75-90 เปอร์เซ็นต์ ก็เก็บผลผลิตได้

การปลูกมะม่วงให้ได้คุณภาพดี สามารถส่งออกได้นั้น ต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่าง ไม่ว่าจะเ

ป็นการดูแลสวนให้ปลอดจากสารเคมี แหล่งน้ำต้องปลอดภัยจากสารพิษ หลีกเลี่ยงสารเคมีตกค้างนาน การให้ปุ๋ยให้น้ำก็สำคัญ ช่วงตัดแต่งกิ่ง ช่วงแตกใบอ่อน และช่วงที่มะม่วงติดผลต้องให้น้ำประมาณ 2 ครั้งต่อเดือน หรือถ้าช่วงไหนแล้งมากๆ ก็ 3 ครั้งต่อเดือน ถ้าน้ำไม่พอเพียงจะทำให้มะม่วงมีผลเล็กหรือทำให้ดอกร่วง ขั้วเหี่ยว ซึ่งจำเป็นต้องขุดสระไว้ในสวนให้ลึก เพื่อสามารถเก็บกักน้ำไว้ใช้ในสวนได้อย่างเพียงพอ ส่วนหน้าฝน ถ้าฝนตกหนักก็จะทำลายดอกเสียหายหมดทั้งแปลง ฉะนั้น ช่วงที่มะม่วงออกดอกถือว่าเป็นช่วงที่สำคัญที่สุด ถ้าดูแลให้ช่วงนี้ผ่านไปได้ด้วยดี ก็ไม่มีปัญหาอะไรมากนัก

นายสมจิตรบอกอีกว่า ตอนนี้ทางกลุ่มฯ กำลังขยายผลให้สมาชิกปลูกมะม่วงให้มีคุณภาพมากขึ้น เพื่อจะได้ส่งออกได้อย่างเพียงพอ โดยในขณะนี้เกษตรกรมีต้นทุนในการผลิตอยู่ที่4,000-5,000 บาท/ไร่ และมีรายได้ 20,000-30,000 บาท/ไร่ สมาชิกจำนวน 6 ราย ที่สามารถนำมะม่วงส่งออกได้นั้น ได้ผลผลิตประมาณ 1 ตันต่อไร่ ทำให้สามารถส่งออกได้ปีละ 1,000 ตันเท่านั้น จึงทำให้ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด

ส่วนการส่งเสริมการปลูกมะม่วงจากภาครัฐนั้น ขณะนี้ทาง ส.ป.ก.ได้อนุมัติงบประมาณจำ

นวน 400,000 บาท ในการสร้างโรงเก็บและคัดแยกมะม่วง ขุดบ่อน้ำให้เกษตรกร แต่เกษตรกรจะต้องรับเงื่อนไขในการแบ่งพื้นที่เพื่อเลี้ยงโคเนื้อ ทั้งนี้ เพื่อให้เกษตรกรมีผลพลอยได้จากมูลโคเป็นปุ๋ยบำรุงดิน ทำให้ลดค่าใช้จ่ายค่าปุ๋ย นอกจากนั้น ประโยชน์ของมูลโคยังบำรุงหน้าดินให้อุดมสมบูรณ์ ผลผลิตที่ได้ก็จะเพิ่มมากขึ้น เป็นการลดต้นทุนในการผลิต แถมมีรายได้เสริมจากการเลี้ยงโคเนื้ออีกด้วย.

บัณฑิต กล่อมเกลี้ยง รายงาน

18bundit@gmail.com

 

ใหม่! คอลเลกชั่นมะม่วงมหาชนก จากสบายอารมณ์ ตุลาคม 6, 2012

http://www.thairath.co.th/content/life/294772

1 ตุลาคม 2555, 15:00 น.
Pic_294772

สบายอารมณ์มีอะไรมาให้เราเซอร์ไพรส์เสมอๆ นี่ก็ใหม่ล่าสุดจาก สบายอารมณ์ กับคอลเลกชั่นมะม่วงมหาชนก (Divine Mango Collection)…

ด้วยแรงบันดาลใจจากพระราชนิพนธ์พระมหาชนก นำมาสู่ผลิตภัณฑ์ที่สบายอารมณ์ตั้งใจคัดสรร
วัตถุดิบอย่างสารสกัดมะม่วงมหาชนกที่อุดมไปด้วย วิตามินอี วิตามินบี 3 บี 5 บี 6 เบต้าแคโรทีน และมีวิตามินซีสูงกว่ามะนาวถึง 3 เท่า

ด้วยคุณสมบัติในการขจัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ พร้อมให้คุณเผยผิวกระจ่างใส คืนความนุ่มนวลสู่ผิว บวกกับความชุ่มชื่นจากแมงโก้ บัตเตอร์ และสารสกัดจากลำไย เสาวรส และทับทิม ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติ เพื่อผิวสดใส เปล่งปลั่ง มีชีวิตชีวา พบกับคอลเลกชั่นมะม่วงมหาชนกได้แล้ววันนี้ที่ร้านบู๊ทส์ทุกสาขา ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.sabai-arom.com” http://www.sabai-arom.com

แล้วคุณจะสวยใสอย่างสบายอารมณ์…

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
  • 1 ตุลาคม 2555, 15:00 น.
 

“มะม่วงหงส์ไข่เท่อร์” ผลมหึมาสุกหวาน กันยายน 20, 2012

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/289953

11 กันยายน 2555, 05:00 น.
Pic_289953

มะม่วงหงส์ไข่เท่อร์

มะม่วงชนิดนี้ เป็นสายพันธุ์ที่ปลูกเพื่อกินผลสุกเพียงอย่างเดียว มีถิ่นกำเนิดจากประเทศไต้หวัน มีชื่อเรียกเฉพาะว่า “หงส์ไข่เท่อร์” มีชื่อภาษาอังกฤษว่า RED HEART GIANT MANGO มีลักษณะเด่นคือ ผลจะมีขนาดใหญ่มาก มีน้ำหนักเฉลี่ยต่อผลที่โตเต็มที่ประมาณ 2 กิโลกรัมขึ้นไปเกือบถึง 3 กิโลกรัมหย่อนเพียงเล็กน้อย ที่สำคัญรูปทรงของผลจะดูคล้ายรูปหัวใจ จึงถูกตั้งชื่อเป็นภาษาอังกฤษข้างต้น

เนื้อสุก เป็นสีเหลืองเข้ม ไม่เละ ไม่มีเสี้ยน และไม่มีกลิ่นขี้ไต้ รสชาติหวานหอมอร่อยมาก ชาวจีนที่ประเทศไต้หวันนิยมรับประทานอย่างแพร่หลาย และนิยมซื้อเป็นของฝากเป็นที่ชื่นชอบของผู้รับมาก ที่ประเทศไต้หวันขายกันกิโลกรัมเป็นร้อยบาทไทยขึ้น ผลดิบมีรสชาติเปรี้ยวไม่นิยมรับประทานเพราะไม่อร่อย ผลสุกสีของผลจะเป็นสีแดงอมม่วงนิดๆ สวยงามมาก เมล็ดบางและลีบจึงทำให้มีเนื้อเยอะ เนื้อสุกเพียงผลเดียวสามารถกินได้เกือบทั้งครอบครัว

มะม่วงหงส์ไข่เท่อร์ มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์เหมือนกับมะม่วงทั่วไป เป็นไม้ยืนต้น สูงได้ถึง 10 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับรอบกิ่งก้านหนาแน่นบริเวณปลายยอด ปลายใบแหลมโคนใบมน เนื้อใบค่อนข้างหนา ใบมีขนาดใหญ่ สีเขียวสด ใบดกและหนาทึบมากดอก ออกเป็นช่อที่ปลายยอด แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยจำนวนมาก ดอกมีกลิ่นหอมเหมือนดอกมะม่วงทั่วไป “ผล” รูปทรงกลมรีเล็กน้อยคล้ายรูปหัวใจ ติดผลเป็นพวง ผลมีขนาดใหญ่มหึมาตามที่กล่าวข้างต้น ผลสุกรสชาติหวานหอมอร่อยมาก เป็นมะม่วงปีหรือติดผลเพียงหนึ่งครั้งในหนึ่งปี ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ตอนกิ่ง ทาบกิ่ง และเสียบยอด

ปัจจุบัน “มะม่วงหงส์ไข่เท่อร์” มีกิ่งพันธุ์ขาย ที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณ แผง “คุณเล็ก” ตรงกันข้ามโครงการ 17 กับ แผง “คุณหลง–คุณก็อต” ตรงกันข้ามโครงการ 15 ราคาสอบถามกันเองครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 11 กันยายน 2555, 05:00 น.
 

“มะม่วงหงส์จินหวง” ผลดกอร่อย กันยายน 6, 2012

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/288785

6 กันยายน 2555, 05:00 น.
Pic_288785

มะม่วงหงส์จินหวง

มะม่วงชนิดนี้ เป็นมะม่วงชั้นดีอีกพันธุ์หนึ่งของประเทศไต้หวัน เกิดจากการนำเอามะม่วงจินหวงที่เป็นพันธุ์ที่มีผลขนาดใหญ่และคนไทยรู้จักกันดีในชื่อมะม่วงพันธุ์เขียวใหญ่ไปพัฒนาสายพันธุ์ขึ้นมาใหม่ทำให้สีของผลเป็นสีแดงสะดุดตาน่าชมมาก ผลเมื่อโตเต็มที่จะมีน้ำหนักโดยเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 0.8–1.5 กิโลกรัมต่อผล ผลดิบจะเป็นสีม่วงตลอดทั้งผล เมื่อผลแก่หรือแก่จัดแต่ยังไม่ถึงกับสุกรสชาติจะมันปนหวานเปรี้ยวนิดๆ กรอบอร่อยไม่แพ้ มะม่วงมันทั่วไป ผลสุกผิวผลจะเปลี่ยนเป็นสีแดงอมม่วงตามภาพประกอบคอลัมน์

เนื้อสุกละเอียดไม่เละ ไม่มีเสี้ยน ไม่มีกลิ่นขี้ไต้ เนื้อเป็นสีเหลืองเข้ม รสชาติหวานจัดมีกลิ่นหอมคล้ายมะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้ เมล็ดบางมากทำให้มีเนื้อเยอะ จัดเป็นมะม่วงดีที่สามารถปลูกเพื่อกินผลได้ทั้งสุกและดิบ เป็นที่นิยมของผู้รับประทานอย่างแพร่หลายอยู่ในเวลานี้ เป็นมะม่วงติดผลปีละครั้งตามฤดูกาล ขยายพันธุ์ด้วยวิธีทาบกิ่งจะทำให้เมื่อนำกิ่งพันธุ์ไปปลูกแล้วไม่เกิดการกลายพันธุ์และโตเร็ว

มะม่วงหงส์จินหวง ที่ถูกนำต้นพันธุ์เข้ามาปลูกและขยายพันธุ์ในประเทศไทย ลำต้นจะมีความแข็งแรงมาก จึงทำให้ สามารถออกดอกได้ง่าย ช่อดอกยาวเป็นสีแดง มีดอกตัวเมียจำนวนมาก เลยทำให้เวลาติดผลดกเต็มต้นสม่ำเสมอทุกฤดูกาล ในประเทศไต้หวันชาวจีนนิยมรับประทาน “มะม่วงหงส์-จินหวง” อย่างกว้างขวาง ราคากิโลกรัมละหลายบาท ในประเทศไทยบ้านเรามีผลวางขายเฉพาะตามตลาดผลไม้ใหญ่ๆ เท่านั้น

ใครต้องการกิ่งพันธุ์ ไปปลูกติดต่อ “คุณประภาส สุภาผล” 33/4 ม.7 ต.ห้วยใหญ่อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โทร. 08–8533–2299 หรือไปซื้อได้ที่ งานมหัศจรรย์พันธุ์ไม้ จัดขึ้นที่ ชั้น 4 เอ็มซีซี เดอะมอลล์ บางแค กทม. บริเวณบูธ “สวนประภาสไม้ผล” ระหว่างวันที่ 7-16 ก.ย. 55 ราคาสอบถามกันเองครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 6 กันยายน 2555, 05:00 น.
 

“มะม่วงหิมะฤดูร้อน” เนื้อสุกสีจำปาหวานหอม

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/285676

24 สิงหาคม 2555, 05:00 น.
Pic_285676

มะม่วงชนิดนี้  เกิดจากการผสมพันธุ์ขึ้นมาใหม่ของ สถาบันวิจัยด้านเกษตรไต้หวันนานถึง 14 ปี มีชื่อเฉพาะว่า “มะม่วงเกาสง 3” หรือ SUMMER SNOW MANGO มีจุดเด่นคือ เป็นมะม่วงพันธุ์แรก ที่มีเนื้อสุกเป็นสีจำปา ชาวจีนไต้หวันเรียกว่าเนื้อสีแดง

ส่วนที่มาของชื่อคือ ปกติมะม่วงสุกทั่วไปเมื่อกินแล้วจะทำให้ร่างกายอุ่นขึ้น แต่เนื้อสุกของ “มะม่วงหิมะฤดูร้อน” กินแล้วทำให้ร่างกาย เย็นลง สามารถคลายร้อนได้ จึงถูกตั้งชื่อว่า “มะม่วงหิมะฤดูร้อน” ดังกล่าว จัดเป็นมะม่วงที่เหมาะจะรับประทานในช่วงฤดูร้อนเพื่อทำให้ร่างกายเย็นสบายขึ้น ชาวจีนที่ประเทศไต้หวันนิยมอย่างกว้างขวาง

สำหรับ รูปทรงของผล “มะม่วงหิมะฤดูร้อน” คล้ายผลมะม่วงอกร่อง แต่จะอวบอ้วนกว่า มีน้ำหนักเฉลี่ย 400–700 กรัมต่อผล ผลสุกเป็นสีเหลืองเข้มถึงสีส้ม เนื้อในผลสุกเป็นสีจำปาตามที่กล่าวข้างต้น มีเสี้ยนน้อย เนื้อแน่นไม่เละ มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวคล้ายกลิ่นมะม่วงพิมเสน เมล็ดลีบและบาง รสหวานมากกว่ามะม่วงน้ำดอกไม้ หรือ หวานประมาณ 18–20 บริกซ์

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ เหมือน กับมะม่วงทั่วไป มีผลปีละครั้งตามฤดูกาล ติดผลเป็นพวง 3-5 ผล ผลดิบหรืออ่อนสีเขียว รสเปรี้ยวจัด เมื่อผลแก่หรือห่ามรสเปรี้ยวน้อยลงกินกับน้ำปลาหวานอร่อย มาก ผลสุกเก็บได้นานหลายวันมากกว่ามะม่วงพันธุ์อื่น สามารถเก็บผลแก่จากต้นได้ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-กรกฎาคมของทุกปี ที่ประเทศไต้หวันเกษตรกรปลูกเก็บผลส่งขายประเทศญี่ปุ่นและประเทศในแถบยุโรปได้รับความนิยมจากผู้รับประทานมาก

ใครต้องการกิ่งพันธุ์ติดต่อ สวนสุโขทัย โทร.08–9790–1057 หรือที่ งานเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) เกษตรแฟร์ จัดขึ้นที่ ม.เกษตรฯ บางเขน กทม. วันที่ 30 ส.ค.–8 ก.ย.55 ที่ร้าน สวนสุโขทัย หน้าทางเข้าอนุสาวรีย์สามบูรพาจารย์ และที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณโครงการ 21 แผง “คุณพร้อมพันธุ์” ราคาสอบถามกันเองครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 24 สิงหาคม 2555, 05:00 น.
 

ชี้ชะตา’เมโทมิล’ต้นทุนผลิตมะม่วง กันยายน 4, 2012

ชี้ชะตา’เมโทมิล’ต้นทุนผลิตมะม่วง

ชี้ชะตา’เมโทมิล’ต้นทุนผลิตมะม่วง

เตรียมประชาพิจารณ์สารเคมี 4 ชนิด ชี้ชะตา ‘เมโทมิล’ ต้นทุนผลิตมะม่วง

          จากกรณีที่ตัวแทนจากเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกประเทศไทย ได้เรียกร้องให้กรมวิชาการเกษตร ดำเนินการไม่ให้มีการผลิต นำเข้าและจำหน่ายสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีอันตรายร้ายแรง 4 ชนิด ได้แก่ คาร์โบฟูราน เมโทมิลไดโครโตฟอส และอีพีเอ็น โดยทันที เพื่อคุ้มครองสุขภาพของเกษตรกรและผู้บริโภคที่ได้รับพิษภัยจากสารเคมีดังกล่าว

จิรากร โกศัยเสวี อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า ขณะนี้กรมวิชาการเกษตรได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นผู้มีส่วนได้เสียเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การจัดวัตถุอันตรายเข้าอยู่ในรายการเฝ้าระวัง โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม ได้แก่ ผู้แทนสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ผู้ประกอบการผลิตและนำเข้าวัตถุอันตราย นักวิชาการที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนหน่วยงานราชการอื่นๆ กลุ่มผู้ส่งออกสินค้าเกษตร กลุ่มผู้บริโภค และกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้และไม่ใช้วัตถุอันตราย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การจัดวัตถุอันตรายเข้าอยู่ในรายการเฝ้าระวัง

ทั้งนี้ จากความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมประชุมส่วนใหญ่เสนอให้มีการจัดกลุ่มหลักเกณฑ์ที่มีความคล้ายกันให้อยู่รวมเป็นข้อเดียวกัน และจัดเรียงลำดับความสำคัญของหลักเกณฑ์การพิจารณาให้เป็นวัตถุอันตรายที่อยู่ในรายการเฝ้าระวัง ซึ่งผลจากการจัดกลุ่มได้รวมหลักเกณฑ์ในการพิจารณาวัตถุอันตรายเพื่อการเฝ้าระวังเหลือ 7 ข้อจากเดิมที่มี 12 ข้อ

จิรากร เปิดเผยต่อว่า จากกรณีที่มีการเรียกร้องไม่ให้มีการขึ้นทะเบียนสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีอันตรายร้ายแรง 4 ชนิด คือ คาร์โบฟูราน เมโทมิล ไดโครโตฟอส และอีพีเอ็นนั้น ขณะนี้มีความเป็นไปได้ว่าวัตถุอันตราย 2 ชนิด ได้แก่ ไดโคโตรฟอส และอีพีเอ็น อาจถูกเปลี่ยนแปลงระดับการควบคุมเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 (วัตถุอันตรายที่ห้ามมิให้มีการผลิต การนำเข้า การส่งออก หรือการมีไว้ในครอบครอง) เนื่องจากมีข้อมูลที่ค่อนข้างชัดเจน ซึ่งอยู่ในหลักเกณฑ์เฝ้าระวัง โดยกรมวิชาการเกษตรอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลของวัตถุอันตรายทั้ง 4 ชนิด เข้าสู่กระบวนการจัดทำประชาพิจารณ์เปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องในทุกภาคส่วน คาดว่าน่าจะดำเนินการจัดประชาพิจารณ์ได้ภายในเดือนกันยายน 2555 และจะสรุปผลการทำประชาพิจารณ์ดังกล่าว เสนอเข้าสู่วาระการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายให้พิจารณาต่อไป

“ขอยืนยันว่าปัจจุบันกรมวิชาการเกษตรยังไม่มีการออกใบสำคัญการขึ้นทะเบียนให้แก่สารเคมีทั้ง 4 ชนิดให้แก่ผู้ประกอบการรายใดทั้งนั้น โดยข้อมูลล่าสุดในขณะนี้มีวัตถุอันตรายที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้วรวมจำนวนทั้งสิ้น 1,618 ทะเบียน แยกเป็นสารกำจัดวัชพืช 849 ทะเบียน สารกำจัดแมลง 419 ทะเบียน สารป้องกันกำจัดโรคพืช 286 ทะเบียน และสารชนิดอื่น 64 ทะเบียน” อธิบดีกรมวิชาการเกษตรกล่าว

ขณะที่ มนตรี ศรีนิล ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนส่งออกมะม่วงบ้านโป่งตาลอง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา และกรรมการสมาคมชาวสวนมะม่วงไทย เห็นด้วยที่กรมวิชาการเกษตรเตรียมจัดทำประชาพิจารณ์การขึ้นทะเบียนสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีอันตรายร้ายแรง 4 ชนิดดังกล่าว และหนึ่งในนั้นคือเมโทมิล สารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีความสำคัญต่อเกษตรกรชาวสวนมะม่วงเป็นอย่างมาก ทั้งในแง่ของต้นทุนการผลิตและคุณภาพของผลผลิตเพื่อการส่งออก ซึ่งปัจจุบันในตลาดต่างประเทศก็ให้การยอมรับ โดยเฉพาะญี่ปุ่นและสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลักของมะม่วงไทย

“เห็นด้วยอย่างยิ่งหากมีการเปิดทำประชาพิจารณ์ แต่ขอให้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องในทุกภาคส่วนจริงๆ โดยเฉพาะเกษตรกรผู้ใช้ เพราะไม่เช่นนั้นจะมีผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตในระยะยาวได้” มนตรีกล่าวทิ้งท้าย