ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

“มะนาวแป้นดกพิเศษกำแพงเพชร” ดกจริงคุ้ม กรกฎาคม 28, 2013

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/328847

  • 26 กุมภาพันธ์ 2556, 05:01 น.

Pic_328847

มะนาวชนิดนี้ เกิดจากการนำเอาเมล็ดของ มะนาวแป้นรำไพ จำนวนหนึ่งไปขยายพันธุ์จนแตกต้นขึ้นมาปลูกเลี้ยงจนต้นโตและติดผล ปรากฏผลมีขนาดใหญ่กว่าผลของมะนาวแป้นรำไพที่เป็นพันธุ์แม่อย่างชัดเจน ผู้ขยายพันธุ์จึงคัดเอาเฉพาะต้นดีที่สุดไปขยายพันธุ์ตอนกิ่งปลูกทดสอบหลายครั้งจนแน่ใจว่าเป็นมะนาวกลายพันธุ์ถาวรอย่างแน่นอนแล้ว จึงตั้งชื่อว่า “มะนาวแป้นดกพิเศษกำแพงเพชร” พร้อมตอนกิ่งออกจำหน่ายได้รับความนิยมจากผู้ปลูกอย่างแพร่หลายเรื่อยมานานกว่า 3-4 ปีแล้ว

ลักษณะเด่น ของ “มะนาวแป้นดกพิเศษกำแพงเพชร” คือ ผลมีขนาดใหญ่เมื่อโตเต็มที่มีน้ำหนักเฉลี่ยระหว่าง 10-12 ผล ต่อ 1 กิโลกรัม เปลือกผลค่อนข้างบางทำให้เวลาผ่าและบีบคั้นเอาน้ำได้ง่าย ให้น้ำเยอะ รสชาติเปรี้ยวจัดเหมือนรสชาติของน้ำมะนาวแป้นรำไพที่เป็นพันธุ์แม่ทุกอย่าง ที่สำคัญจะติดผลเป็นพวงอย่างน้อย 3-5 ผล ต่อพวง และติดผลดกมากสามารถติดผลได้เรื่อยๆ เกือบตลอดทั้งปี จึงเป็นมะนาวสายพันธุ์ที่ปลูกเพื่อเก็บผลรับประทานในครัวเรือนหรือปลูกเพื่อเก็บผลขายได้คุ้ม ค่ามาก

มะนาวแป้นดกพิเศษกำแพงเพชร มีลักษณะเหมือนกับมะนาวทั่วไปคือ เป็นไม้พุ่ม สูง 2-4 เมตร กิ่งอ่อนมีหนาม ใบประกอบชนิดมีใบย่อยใบเดียว เป็นรูปไข่แกมรูปขอบขนาน ปลายแหลม โคนมน ผิวใบมีจุดน้ำมันกระจายทั่ว ดอก ออกเป็นดอกเดี่ยวๆตามซอกใบและปลายกิ่ง กลีบดอกเป็นสีขาวร่วงง่าย ดอกมีกลิ่นหอม “ผล” ทรงกลม ติดผลดกตามที่กล่าวข้างต้น ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ตอนกิ่ง และเสียบยอด

ใคร ต้องการกิ่งพันธุ์ไปปลูก ติดต่อ “คุณวิเชียร บุญเกิด” 161/2 หมู่ 1 ต.อ่างทอง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร โทร.05–5850–0717 หรือที่ งานกาชาด, งานนพพระเล่นเพลง บริเวณร้าน สวนสุวรรณีปรางทอง หน้า ศาลากลาง จ.กำแพงเพชร วันที่ 23 ก.พ.–4 มี.ค. 56 ราคาสอบถามกันเองครับ.
“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 26 กุมภาพันธ์ 2556, 05:01 น.
 

พลิกชีวิตหลังเกษียณปลูก’มะนาว’พันธุ์ดี กรกฎาคม 20, 2013

พลิกชีวิตหลังเกษียณปลูก’มะนาว’พันธุ์ดี

เกษตร-วิทยาศาสตร์-ไอที : ข่าวทั่วไป
วันพฤหัสบดีที่ 30 พฤษภาคม 2556

//

พลิกชีวิตหลังเกษียณปลูก’มะนาว’พันธุ์ดี

พลิกชีวิตหลังเกษียณปลูก ‘มะนาว’ พันธุ์ดี สวมบทเกษตรกรเต็มขั้น ‘จำรัส คูหเจริญ’ : โดย…สุรัตน์ อัตตะ

                         อดีตข้าราชการเกษียณที่หันมาสวมหมวกเกษตรกรเต็มขั้นในบั้นปลายของชีวิต จนประสบความสำเร็จในการทำสวนมะนาวที่สร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ ภายใต้ชื่อ “สวนเกษตรธนบุรี” ขณะเดียวกันยังไม่ทิ้งลายทายาทเจ้าของสวนส้มบางมด ด้วยคิดต่อยอดมะนาวสายพันธุ์ใหม่เพื่อให้ทนต่อโรค “แคงเกอร์” ศัตรูตัวร้ายของมะนาวที่มีชื่อว่า “จำรัส 28และจำรัส 29″

สำหรับ “จำรัส คูหเจริญ” เจ้าของสวนเกษตรธนบุรี วัย 75 ปี อยู่ริมถนนเทอดดำริ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ที่ใช้พื้นที่บริเวณบ้านเพียง 2 ไร่เศษทำสวนมะนาว พร้อมคิดปรับปรุงพันธุ์มะนาวที่มีความต้านทานโรคแคงเกอร์ขึ้นมา ที่ก่อนหน้านี้ได้ใช้เวลากับการทำสวนส้ม ปลูกต้นรักและกล้วยไม้ ซึ่งเป็นสวนเก่าแก่ที่ได้รับตกทอดมาจากบรรพบุรุษ ก่อนหันมาพัฒนาพื้นที่ปลูกมะนาว หลังเกษียณอายุราชการเมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมา

“ที่ตรงนี้เป็นที่มรดก แต่ก่อนเนื้อที่เยอะกว่านี้ โดนทางด่วนตัดผ่าน ถูกเวนคืนจึงเหลือแค่ 2 ไร่เศษ ก็อยากใช้พื้นที่ให้เป็นประโยชน์สูงสุด ก็เลยปลูกมะนาว แต่ก็ยังไม่ทิ้งของเดิมเป็นสวนผสมผสาน เพราะยังมีผลไม้หลากหลายชนิดปลูกไว้รวมกับมะนาวในพื้นที่เดียวกัน”

เจ้าของสวนเกษตรธนบุรีย้อนอดีตให้ฟังว่าหลังจากเกษียณชีวิตราชการก็หันมาทำสวนมะนาวอย่างจริงจัง โดยเริ่มจากปลูกมะนาวแป้นทั่วไป ไม่นานก็เกิดปัญหาโรคแคงเกอร์ระบาด จากนั้นก็คิดหาทางพัฒนาสายพันธุ์มะนาวใหม่เพื่อต้านทานโรคแคงเกอร์ จนประสบความสำเร็จเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา มีชื่อจำรัส 9 ก่อนจะต่อยอดปรับปรุงพันธุ์ใหม่เพื่อให้ลูกดก ผลโตและน้ำเยอะที่มีชื่อว่าจำรัส 28 และจำรัส 29 ซึ่งทั้งสองสายพันธุ์นี้ขณะนี้ได้จดสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว

“จำรัส เป็นชื่อผมเอง จึงเอามาใช้กับพันธุ์มะนาว ชื่อว่าจำรัส 28 และจำรัส 29 ซึ่งได้พัฒนามาพันธุ์จากจำรัส 9 เป็นมะนาวลูกผสมระหว่างแป้นพวง (พันธุ์แม่) ผสมกับมะนาวน้ำหอม (ด่านเกวียน) โดยจุดเด่นของมะนาวพันธุ์นี้คือให้ลูกดก ผลโตและมีน้ำมาก น้ำ เนื้อ กลิ่นเหมือนมะนาวแป้น เปลือกบาง น้ำหนักผล 70-100 กรัม การเจริญเติบโตของต้นดี ใบใหญ่และต้านทานโรคแคงเกอร์ดีมากๆ”

จำรัส เผยต่อว่าส่วนจำรัส 28 เป็นมะนาวลูกผสมระหว่างมะนาวจำรัส 9 (พันธุ์แม่) ผสมกับมะนาวแป้นจริยาเบอร์หนึ่ง ทรงผลแบนแบบมะนาวแป้นทั่วไป มีน้ำ เนื้อ กลิ่น เหมือนมะนาวแป้นทุกประการ เปลือกบางน้ำมาก ออกดอกง่าย ไม่ต้องบังคับก็ให้ดอกตลอดทั้งปี ส่วนการเจริญเติบโตของต้นและการต้านทานโรคแคงเกอร์ดีมากไม่ต่างจากจำรัส 29

ส่วนมะนาวจำรัส 29 ซึ่งเป็นผลจากการผสมระหว่างมะนาวจำรัส 9(พันธุ์แม่) และใช้ส้มโชกุนเป็นพ่อ เมื่อได้เพาะเมล็ดจนโตขึ้นมาแล้วก็จะให้ผลผลิตเมื่อต้นมีอายุ 3 ปี ลักษณะผลแบนเหมือนมะนาวแป้นทั่วไป เปลือกบางน้ำมาก เหมือนมะนาวจำรัส 28 จุดเด่นน้ำมากและผลโต ที่สำคัญไม่ต้องบังคับออกดอกเหมือนกับมะนาวจำรัส 28

“สำหรับข้อแตกต่างของมะนาวสองสายพันธุ์นี้ ถ้าจำรัส 29 จะมีหนามเยอะและคมมาก ส่วนจำรัส 28 ไม่มีหนามหรือมีเล็กน้อย ส่วนอย่างอื่นจะใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะเป็นลูกดก เปลือกบาง น้ำเยอะหรือไม่มีเมล็ด ถ้ามีก็น้อยมาก ซึ่งทั้งสองพันธุ์ขณะนี้ได้จดสิทธิบัตรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว” จำรัสกล่าวพร้อมทั้งย้ำว่า ทุกวันนี้ไม่ได้แค่ทำสวนมะนาวเพื่อจำหน่ายกิ่งพันธุ์อย่างเดียว แต่ยังใช้เวลาว่างถ่ายทอดความรู้ให้ผู้สนใจปลูกมะนาวอย่างครบวงจร เริ่มตั้งแต่การขยายพันธุ์ การดูแลรักษา ตลอดจนการบังคับให้ออกดอกนอกฤดู โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด สนใจโทร.08-1552-6700 ลุงยินดีให้คำแนะนำเคล็ดลับโดยไม่ปิดบังแต่อย่างใด

——————–

(พลิกชีวิตหลังเกษียณปลูก ‘มะนาว’ พันธุ์ดี สวมบทเกษตรกรเต็มขั้น ‘จำรัส คูหเจริญ’ : โดย…สุรัตน์ อัตตะ)

 

ค้นพบสารนาโนให้มะนาวผลดก กรกฎาคม 17, 2013

ค้นพบสารนาโนให้มะนาวผลดก

เกษตร-วิทยาศาสตร์-ไอที : ข่าวทั่วไป
วันอังคารที่ 7 พฤษภาคม 2556

สวนมะนาวของธนภร-ธนภัทรอภิเดชา

สภาพผิวเปลือกมะนาวที่ฉีดอนุภาคนาโนฯ

จิติ-หนูแก้ว

//

ค้นพบสารนาโนให้มะนาวผลดก

ค้นพบอนุภาคนาโนซิงค์ออกไซด์ พิชิตแคงเกอร์ – ให้มะนาวผลดก

                         หลังจากวิทยาลัยนาโนเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบัง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ร่วมกับศูนย์วิจัยนาโนเทคโนโลยีเพื่อการเกษตรด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี เพื่อคิดค้นและวิจัยหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรให้สามารถเรียนรู้วิธีการปลูกมะนาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในที่สุดสามารถคิดค้นอนุภาคนาโนซิงค์ออกไซด์ได้สำเร็จ เมื่อนำมาฉีดพ่นต้นมะนาวทำให้ผลดกถึง 20% ผลมะนาวกลมใหญ่ ผิวเขียวมันเงางาม ผลการทดลองไม่พบรอยจุดนูนสีน้ำตาลตามผล และไม่ถูกทำร้ายจากเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคแคงเกอร์ในมะนาว แถมยังประหยัดต้นทุนถึง 75% อีกด้วย

ศ.ดร.จิติ หนูแก้ว คณบดีวิทยาลัยนาโนเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบัง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง บอกว่า จากการที่ราคาผลมะนาวในท้องตลาดมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉพาะช่วงหน้าแล้งราคาที่ผลละ 7-10 บาท เนื่องจากในช่วงหน้าแล้งอากาศร้อน แห้งแล้ง เกษตรกรไม่สามารถปลูกมะนาวและได้ผลผลิตตามความต้องการของตลาด แต่พอเข้าหน้าฝน ต้นมะนาวก็จะถูกรบกวนจากโรคแคงเกอร์ ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ทำให้ผลผลิตลดลง ต้นทุนการผลิตสูง ทางวิทยาลัยนาโนเทคโนโลยีฯ จึงได้ร่วมกับศูนย์วิจัยนาโนเทคโนโลยีเพื่อการเกษตร ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี เพื่อคิดค้นและวิจัยแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรให้สามารถเรียนรู้วิธีการปลูกมะนาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ล่าสุดสามารถคิดค้นอนุภาคนาโนซิงค์ออกไซด์ที่ใช้กับต้นมะนาวได้สำเร็จ จากนั้นนำไปส่งเสริมให้เกษตรกรใช้อนุภาคนาโนซิงค์ออกไซด์ในการฉีดพ่นที่ต้นมะนาวในอัตรา 50 กรัมต่อน้ำ 200 ลิตร ระยะเวลาในการฉีดพ่นทุก 10-15 วันต่อครั้ง พบว่า เมื่อใช้อนุภาคนาโนซิงค์ออกไซด์สามารถทำให้ผลมะนาวที่ได้มีขนาดใหญ่ขึ้น ผลกลมสวย ผิวเขียวมันเงางาม ไม่พบรอยจุดนูนสีน้ำตาลตามผล และไม่ถูกทำร้ายจากเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคแคงเกอร์ในมะนาวอีกต่อไป รวมถึงผลผลิตที่ได้มีปริมาณมากกว่าที่ไม่ได้ใช้อนุภาคนาโนซิงค์ออกไซด์ถึง 20%

นอกจากนี้ยังทำให้ต้นทุนการปลูกมะนาวของเกษตรกรลดลงอีกด้วย เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่จะใช้สารเคมีหลายชนิดในการป้องกันกำจัดโรคและแมลงศัตรูพืช สารเคมีที่ชาวบ้านเรียกกันว่าสารเขียว หรือสารประกอบทองแดง เป็นสารเคมีที่นิยมกันมากในสวนมะนาว แต่สารเคมีประเภทนี้เป็นสารเคมีที่เป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง หลังจากเกษตรกรเปลี่ยนมาใช้อนุภาคนาโนซิงค์ออกไซด์ฉีดพ่นแทนก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้สารเคมีเหล่านี้อีกต่อไป ทำให้ลดต้นทุนลงได้ และยังได้ผลมะนาวที่มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคอีกด้วย

ด้าน ธนภร ธนภัทรอภิเดชา เกษตรกรผู้ปลูกสวนมะนาวใน อ.ด่านช้าง บอกว่า ปลูกมะนาวมานานแล้ว แต่หลังจากปี 2554 ประสบปัญหาหลายด้าน ทั้งโรคระบาด ทำให้ต้นทุนการปลูกสูง พอศูนย์วิจัยเกษตรฯด่านช้าง แจ้งมายังเกษตรกรว่า มีโครงการให้เกษตรกรได้มาเรียนรู้วิธีการปลูกมะนาวอย่างมีประสิทธิภาพ จึงตัดสินใจเข้าร่วมโครงการทันที และได้นำแปลงมะนาวจำนวนกว่า 60 ไร่ เข้ารับการทดลองปลูก โดยใช้อนุภาคนาโนซิงค์ออกไซด์ฉีดพ่นสารเคมีแบบดั้งเดิมที่เคยใช้อยู่ ปรากฏว่าหลังจากเริ่มทดลองเพียง 3 เดือน เริ่มเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน ผลผลิตที่ได้ทั้งในเรื่องของคุณภาพและปริมาณ อีกทั้งลดต้นทุนด้วย จากเดิมมีต้นทุนในการดูแลต่อไร่ 100 บาท หลังจากมีการใช้อนุภาคนาโนฯ ทำให้ต้นทุนที่ใช้ลดลง เหลือเพียงไร่ละ 25 บาทเท่านั้น ส่งผลให้สวนของเขามีรายได้ตกเดือน 1 แสนบาท

ก็นับเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่เป็นความหวังของเกษตรกรผู้ปลูกมะนาวในอนาคตได้ หากสนใจสามารถสอบถามรายละเอียดที่วิทยาลัยนาโนเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบังกรุงเทพฯ หรือ โทร.0-2329-8000 ต่อ 3034 หรือศูนย์วิจัยนาโนเทคโนโลยีเพื่อการเกษตรด่านช้าง โทร.0-2329-8000 ต่อ 3076

 

เสียบกิ่งมะนาวบนตอมะขวิด

เสียบกิ่งมะนาวบนตอมะขวิด

เกษตร-วิทยาศาสตร์-ไอที : ข่าวทั่วไป
วันอังคารที่ 23 เมษายน 2556

ศุภชัยแสงดีกับต้นมะนาวที่เสียบกิ่งบนตอมะขวิด

ลักษณะการของลำต้นที่เสียบบนตอมะขวิด

//

เสียบกิ่งมะนาวบนตอมะขวิด

เสียบกิ่งมะนาวบนตอมะขวิด ให้ผลผลิตดก-ทนแล้ง-น้ำท่วม : โดย…ดลมนัส กาเจ

                         หลังจากที่เกิดมหาอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อปลายปี 2554 ทำให้วงการเกษตรมีการตื่นตัว เพื่อรองรับกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เช่นเดียวกับเกษตรกรหัวหน้าอย่าง “ศุภชัย แสงดี” เจ้าของสวน “เพชรเกษตร” ย่านคลองสิบสอง ต.หนองสามวัง อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี ที่หันมาเอาดีด้านขยายพันธุ์มะนาวทนน้ำท่วม และทนแล้งด้วยการเสียบกิ่งมะนาวพันธุ์ดีบนตอมะขวิด ปรากฏว่าได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี

ศุภชัย บอกว่า ช่วงเกิดน้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปี 2554 ทำสวนมะนาวเสียหายเป็นอย่างมาก ส่งผลให้ผลมะนาวราคาสูงมาตลอด จึงคิดว่าน่าจะผลิตต้นกล้ามะนาวพันธุ์ดีเพื่อรองรับความต้องการของเกษตรกร เพราะมีความรู้ด้านการขยายและเพาะพันธุ์พืชตามที่เรียนมาอยู่แล้ว โดยเน้นให้สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง ควรหากรรมวิธีผลิตมะนาวที่ทนต่อน้ำท่วม และสภาพแล้ง

จากการศึกาาพบว่า มะขวิดกับมะนาวเป็นพืชอยู่ในวงศ์เดียวกัน แต่มะขวิดเป็นพืชที่ทนต่อท่วมและแล้ง สามารถขึ้นได้ตามชายน้ำและบนภูเขา เนื่องจากระบบรากแก้วที่แข็งแรงเจาะสามารถดูดอาหารได้ดี จากนั้นรวบรวมมะนาวพันธุ์ต่างๆ ในประเทศไทยมารวมไว้ที่สวนเพชรเกษตร เพื่อดูคุณสมบัติที่ในหลายๆ ด้าน แล้วไปหาซื้อต้นกล้ามะขวิดที่อายุประมาณ 1 ปี ตามร้านเพาะขยายพันธุ์ต้นไม้ที่ จ.ปราจีนบุรี เพื่อนำกิ่งมะนาวพันธุ์ดีมาเสียบบนตอมะมะขวิด โดยใช้ตามหลักวิชาการเพาะขยายพันธุ์พืชจากที่เรียนเกษตรมา

สำหรับการเสียบกิ่งมะนาวพันธุ์ดีมีทั้งพันธุ์พิจิตร 1 พันธุ์แป้นดกพิเศษ และแป้นต่างๆ มาเสียบบนตอมะขวิดมี 3 วิธีด้วยกันคือวิธีเสียบลิ่ม ใช้ต้นมะขวิดที่เพาะเมล็ดมีอายุประมาณ 1 ปีมีความสูงราว 30-50 ซม. มาตัดให้ขาด สูงจากโคน 20 ซม. มาผ่าผ่าตรงกลางลึกราว 1 นิ้ว ใช้กิ่งพันธุ์กิ่งมะนาวพันธุ์ดีมาปาดเป็นฉลามมาเสียบลงในตอมามะขวิดที่ผ่าแล้วใช้สก๊อตเทปพันให้แน่นนำไปอบในถุงพลาสติกอีก ราว 20-30 วัน จึงนำมาเพาะชำในถุงดำก่อนนำไปปลุกต่อไป

วิธีที่สองใช้ปาดประกบคือต้นมะขวิดที่ขนาดเดียวกันกับวิธีแรก ใช้มีดที่คมและบางมาปาดเฉียงเป็นปากฉลามยาว 1 นิ้ว นำกิ่งมะนาวพันธุ์ดีมาปาดในลักษณะเดียว แล้วมาประกบใช้สก๊อตเทปพัน ก่อนนำไปอบเหมือนวิธีแรก ส่วนวิธีสุดท้ายเป็นการเสริมรากคือนำกิ่งมะนาวพันธุ์ดีที่มาจากการตอนกิ่งมาปาดเฉือนครึ่งต้นให้เป็นโล่ แล้วนำต้นมะขวิดมาปาดขาดเป็นท่อนไปประกบที่กิ่งพันธุ์มะนาวใช้สก๊อตเทปจากนั้นนำไปอบใช้รูปแบบเดียวกัน ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากลูกค้าเป้นอย่างมาก บางครั้งมียอดสั่งครั้งละ 500-1,000 กิ่ง ทำให้ศุภชัยยอมรับผลิตไม่ค่อยทัน ส่วนราคานั้นตั้งแต่กิ่งละ 100-300  บาท สนใจวิธีขยายพันธุ์มะนาวสอบถามได้ที่โทร.08-1449-4681

ด้าน ดร.วสรรญ ผ่องสมบูรณ์ นักวิชาการเกเษตรชำนาญการพิเศษ  ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตร บอกว่า การเสียบกิ่งมะนาวบนตอมะขวิดสามารถทำได้เพราะเป็นพืชอยู่ในวงศ์รูตาเซีย (RUTACEAE)เหมือนกัน แต่ต่างสายพันธุ์หรือต่างจีนัส (genus) กัน ทำให้มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน คือข้อดีในระยาวยาว เกษตรกรที่ปลูกจะได้ประหยัดค่าดูแลโดยเฉพาะในเรื่องค่าดูแล เพราะมะนาวที่เสียบบนต่อมะขวิดทนต่อสภาพแวดล้อมได้ดีทั้งที่แล้ง หรือน้ำท่วม เพราะรากของมะขวิดเป็นรากที่ลึก สามารถหาอาหารได้เก่งจะให้ผลผลิตดก ระยะเก็บเกี่ยวยาวกว่า แต่เหมาะที่จะปลูกลงดินเท่านั้น นอกจากนี้สามารถปลูกถี่ได้ ประหยัดเนื้อที่ และผลผลิตมะนาวไม่มีการกลายพันธุ์แต่อย่างใด แต่ข้อเสียคือออกผลช้ากว่าการตอนกิ่งทั่วไป

การเสียบกิ่งมะนาวบนตอมะขวิดก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของเกษตรที่จะทำสวนมะนาวแบบลงดิน หากสนใจการปลูกมะนาวครบวงจร ทางสมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทยจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการหัวข้อ “ปลูกมะนาว…บังคับออกนอกฤดูรวยแน่?” ที่อาคารสารนิเนศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขต ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2556 สอบถามที่โทร.0-2940-5425-6

———————

(เสียบกิ่งมะนาวบนตอมะขวิด ให้ผลผลิตดก-ทนแล้ง-น้ำท่วม : โดย…ดลมนัส  กาเจ)

 

มะนาวพันธุ์ใหม่ ‘พิจิตร 1’ ลูกดก ต้านทานโรคแคงเคอร์ – ดินดีสม เป็นนาสวน กรกฎาคม 16, 2013

http://www.dailynews.co.th/agriculture/216150

วันพุธที่ 3 กรกฎาคม 2556 เวลา 00:00 น.

ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตร กรมวิชาการเกษตร ประสบความสำเร็จในการปรับปรุงพันธุ์มะนาวพันธุ์ใหม่เพิ่มอีก 1 พันธุ์ ได้แก่ พันธุ์พิจิตร 1 ซึ่งเป็นทางเลือกที่สามารถช่วยแก้ปัญหาเรื่องโรคแคงเคอร์ให้เกษตรกรได้ ที่สำคัญยังเหมาะสมต่อการปลูกเป็นการค้า และเพื่อการบริโภคภายในครัวเรือน โดยปลูกได้ทั้งในแปลงและวงท่อซีเมนต์ คาดว่า มะนาวพันธุ์พิจิตร 1 จะเป็นพันธุ์ใหม่ที่ตลาดมีความต้องการสูงและมีแนวโน้มสดใสทั้งตลาดภายในและต่างประเทศ

นายณรงค์ แดงเปี่ยม นักวิชาการเกษตรชำนาญการ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตร หนึ่งในทีมนักวิจัยและปรับปรุงพันธุ์มะนาวพันธุ์พิจิตร 1 กล่าวว่า   มะนาวพันธุ์พิจิตร 1 มีลักษณะเด่น คือ มีความต้านทานต่อโรคแคงเคอร์สูง โดยพบอาการของโรคที่ใบ ประมาณ 17.15 %  ขณะที่มะนาวพันธุ์แป้นรำไพพบอาการของโรคแคงเคอร์ถึง 78.3 % นอกจากนี้ มะนาวพันธุ์พิจิตร 1 ยังเจริญเติบโตเร็ว ให้ผลผลิตเร็วและให้ผลผลิตสูง เฉลี่ย 3 ปี 794 กิโลกรัม/ไร่ สูงกว่าพันธุ์แป้นรำไพที่ให้ผลผลิตเฉลี่ย 104 กิโลกรัม/ไร่ ทั้งยังให้ผลขนาดใหญ่ น้ำหนักผล 67.2 กรัม ทรงผลแป้นตรงตามความต้องการของตลาด มีปริมาณน้ำคั้นเฉลี่ย 20.5 มิลลิลิตร/ผล สูงกว่าพันธุ์แป้นรำไพ  17.5 %  และมีกลิ่นหอมด้วย

หากปลูกในวงท่อซีเมนต์ หลังปลูกประมาณ 8 เดือน มะนาวพันธุ์พิจิตร 1 จะเริ่มให้ผลผลิต กรณีปลูกลงแปลงควรให้ต้นมะนาวเจริญเติบโตสมบูรณ์เต็มที่ก่อน ถ้ามะนาวออกดอกและติดผลเร็วให้เด็ดผลทิ้ง จนกระทั่งต้นมะนาวอายุได้ 1 ปี ค่อยปล่อยให้ติดผลและเก็บเกี่ยวผลผลิตส่งตลาดได้ ในช่วงฤดูแล้งมะนาวพันธุ์พิจิตร 1 จะให้ผลผลิตสูงมาก ต้นอายุ 4 ปีในแปลงจะให้ผลผลิตถึง 1,000 ผล/ต้น ถ้าปลูกในวงท่อซีเมนต์จะให้ผลผลิตประมาณ 400 ผล/ต้น ช่วยให้ผู้บริโภคมีโอกาสซื้อมะนาวราคาถูกลงในช่วงหน้าแล้ง

เกษตรกรสามารถใช้มะนาวพันธุ์นี้ ปลูกทดแทนมะนาวพันธุ์เดิมที่อ่อนแอต่อโรคแคงเคอร์ได้ ซึ่งช่วยลดต้นทุนค่าสารเคมีป้องกันกำจัดโรคแคงเคอร์ได้ถึง 70-80% และได้ผลตอบแทนคุ้มค่าการลงทุน จากการแนะนำพันธุ์และเผยแพร่พันธุ์มะนาวพิจิตร 1 ไปสู่เกษตรกร พบว่าเกษตรกรมีความพึงพอใจในศักยภาพของพันธุ์และมีการนำพันธุ์ไปปลูกในพื้นที่ต่าง ๆ แล้วกว่า 450,000 ต้นทั่วประเทศ ขณะเดียวกันพ่อค้าและแม่ค้าก็ชอบในคุณภาพของมะนาวพันธุ์พิจิตร 1 ด้วย เพราะสามารถวางจำหน่ายได้นานและไม่ช้ำง่าย อนาคตคาดว่า พื้นที่ปลูกมะนาวพันธุ์พิจิตร 1 จะขยายตัวเพิ่มขึ้นและมีศักยภาพทางการตลาดสูงขึ้นทั้งในและต่างประเทศ

หากสนใจเกี่ยวกับ “มะนาวพันธุ์พิจิตร 1” สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตร จังหวัดพิจิตร โทร.0-5699-0035, 0-5699-0040 ในวันและเวลาราชการ.

 

แป้นวโรชา..มะนาวพันธุ์ใหม่ น้ำเยอะเปลือกบางลูกดกทั้งปี กรกฎาคม 8, 2013

http://www.thairath.co.th/content/edu/337787

  • 10 เมษายน 2556, 05:00 น.

Pic_337787

หน้าแล้งปลูกอะไรไม่ค่อยได้ผลผลิต แต่มะนาวปลูกใกล้บ้านทำเงินให้เกษตรกรได้ไม่น้อย ช่วงนี้ราคาลูกละ 10 บาท…จึงมีการบังคับให้มะนาวออกผลนอกฤดู และคิดหาพันธุ์ใหม่ๆ ที่ให้ลูกได้ตลอดทั้งปี

ล่าสุด วโรชา จันทโชติ เกษตรกร ต.ไผ่จำศีล อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ได้พบมะนาวพันธุ์ใหม่ เลยใช้ชื่อตัวเองเป็นชื่อมะนาวพันธุ์ใหม่ซะเลย

“ทำเกษตรมาค่อนชีวิต แต่ก่อนปลูกผักสวนครัว มะละกอ มะเขือ พริก โหระพา ชะอม เก็บขายวันเว้นวัน เหมือนจะพออยู่ได้ แต่พอถึงหน้าฝนน้ำท่วมทุกปี ทำกินไม่ได้ พอน้ำลดก็ต้องมารื้อสวนทำใหม่ทุกปี จึงหันไปปลูกมะนาว บังเอิญเอามะนาวพันธุ์แป้นพิจิตรกับพันธุ์แป้นรำไพมาปลูกใกล้กัน ทำไปทำมาเกิดการผสมข้ามพันธุ์ได้พันธุ์ใหม่ เรียกว่า พันธุ์แป้นวิเศษ มีจุดเด่นปลูกแค่ 2 เดือนก็เริ่มให้ผล มีน้ำเยอะกลิ่นหอมกว่าพันธุ์อื่น”

แต่ด้วยความเป็นเกษตรกรที่ไม่หยุดนิ่งและไม่ชอบแห่ตามใคร เขาจึงคิดหาวิธีพัฒนาพันธุ์ใหม่ๆ ตลอดเวลาจนพบว่าถ้านำมะนาวพันธุ์แป้นวิเศษมาเป็นต้นตอ แล้วนำกิ่งมะนาวพันธุ์ดี ลูกดกให้ผลเป็นช่อพวงเป็นทะวายมาเสียบยอดติดตาแล้วจะได้พันธุ์ที่มีคุณภาพดีกว่าเดิม ได้ผลขนาดใหญ่ ให้ลูกทั้งปี เนื้อแน่นน้ำเยอะ เปลือกบาง ที่สำคัญทนโรคแคงเกอร์…นี่แหละที่มาของมะนาวพันธุ์ใหม่ “แป้นวโรชา”

ส่วนวิธีปลูกมะนาวที่ดีที่สุด ควรปลูกในบ่อซีเมนต์ขนาด 1 เมตร ระยะห่าง 2-2.5 ม. เพราะจะสามารถบริหารจัดการดูแลง่าย ทั้งในเรื่องใส่ปุ๋ย ให้น้ำ ตอนกิ่ง บังคับให้ออกลูกนอกฤดู ที่สำคัญถึงฤดูฝนน้ำท่วม ก็ยังใช้ยางรถยนต์หนุนบ่อซีเมนต์ให้สูงหนีน้ำได้

ส่วนการบังคับให้ออกนอกฤดู ถ้าใช้วิธีฉีดปุ๋ยสิ่งสำคัญต้องดูขนาดทรงพุ่มก่อนว่าใหญ่แข็งแรงพอที่จะทำได้หรือไม่ ถ้าได้ให้ใช้ปุ๋ยยูเรียสูตร 46-0-0 ประมาณ 1 ช้อนชา ฉีดพ่นทางใบ จากนั้นมะนาวจะแตกตาใหม่รอการติดผล

อีกวิธีงดให้น้ำ แต่ต้องวางแผนก่อน 6 เดือน อย่างจะบังคับให้มะนาวออกมาขายในเมษายน จะต้องลงมือตั้งแต่ตุลาคม ในช่วง 2 เดือนแรก (ต.ค.-พ.ย.) บำรุงใส่ปุ๋ยอย่างเต็มที่ จากนั้นงดให้น้ำ 8-10 วัน และเมื่อเห็นว่าใบและก้านเหี่ยวจนหลุดร่วงหมดต้น จึงเริ่มให้น้ำอีกครั้ง จากนั้นต้นมะนาวจะแตกตาใหม่และให้ลูกผลในอีก 3 เดือนต่อมา…สนใจอยากได้ทั้งมะนาวพันธุ์ใหม่ และเคล็ดวิชาบังคับมะนาวออกนอกฤดู ติดต่อสอบถามไปที่ 08-8118-8234.

ไชยรัตน์ ส้มฉุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
  • 10 เมษายน 2556, 05:00 น.
 

ปลูกมะนาวในบ่อซีเมนต์ กรกฎาคม 5, 2013

ปลูกมะนาวในบ่อซีเมนต์

วันพุธที่ 13 มีนาคม 2556

//

ปลูกมะนาวในบ่อซีเมนต์

เกษตรกรคนเก่ง : ปลูกมะนาวในบ่อซีเมนต์ ความสำเร็จผู้พัน ‘จรัญ หนูเนียม’ : โดย…สุพิชฌาย์ รัตนะ

                         อ. “ลานสกา” จ.นครศรีธรรมราช พื้นที่ซึ่งได้รับการขนามนามว่าอากาศดีที่สุดในประเทศไทยแล้ว ยังมีเรื่องราวของอดีตผู้พันที่หันมาเอาดีด้านเกษตรจนได้ดิบได้ดีกับภารกิจ “ปลูกมะนาวในบ่อซีเมนต์” ขึ้นแท่นเป็นผู้เชี่ยวชาญที่เกษตรกรทั่วเมืองเดินทางมาศึกษาดูงาน และขอองค์ความรู้ไม่ขาดสาย

พ.ท.จรัญ หนูเนียม อดีตนายทหารกรมสรรพาวุธทหารบก สังกัดกองทัพบก เจ้าของ “สวนส้มผู้พัน” ที่เริ่มต้นลงทุนลงแรงปลูกผัก และพืชสวนนานาชนิดตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร กระทั่งปลายปี 2549 ได้รับทราบข้อมูลการปลูกมะนาวพันธุ์พิจิตร1 ผ่านทางโทรทัศน์ระบุว่าเป็นพันธุ์ใหม่ที่ต้านทานโรค ให้ผลดก ผลโต น้ำเยอะ และให้ผลผลิตเร็วประมาณ 1 ปี

จากข้อมูลดังกล่าวทำให้ “ผู้พันจรัญ” เกิดจุดประกายไอเดียการทำเกษตรอีกครั้ง โดยเดินหน้าศึกษาหาข้อมูลและเรียนรู้อย่างจริงจัง กระทั่งตัดสินใจปรับสภาพพื้นที่ 20 ไร่ ที่เคยเป็นสนามทดลองปลูกพืชนานาชนิดมาแล้ว เปลี่ยนสภาพเป็นสวนมะนาวพันธุ์มะนาวพิจิตร 1 ทั้งหมดด้วยความหวังจะอยู่รอดบนเส้นทางสายเกษตรให้ได้

“ผมปรับพื้นที่เกือบ 20 ไร่จากนั้นทดลองปลูกมะนาวแบบ 2 ระบบ คือ ปลูกในแปลง 300 ต้น และปลูกในบ่อซีเมนต์ 200 ต้น กระทั่ง 1-2 ปีให้หลังจึงพบว่าการปลูกมะนาวในบ่อซีเมนต์คือทางเลือกที่เหมาะสม”

ความสำเร็จจากการปลูกมะนาวในบ่อซีเมนต์นั้นเป็นเพราะว่ามีข้อดีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมคุณภาพให้ลูกดก ผลโต ที่สำคัญการกำหนดให้ออกผลผลิตนอกฤดูกาล โดยเฉพาะหน้าแล้งถือเป็นช่วงเวลาทองในการจำหน่าย เพราะยิ่งแล้งมะนาวก็ยิ่งแพง

จากจุดเริ่มต้นดังกล่าว ปัจจุบันที่บ้านเลขที่ 63/6 หมู่ 7 ต.ท่าดี อ.ลานสกา ถูกเนรมิตให้กลายเป็น “สวนส้มผู้พัน” ที่มีดีมากกว่าแปลงมะนาวในท่อซีเมนต์ซึ่งผลิตมะนาวพันธุ์ดีออกสู่ตลาดแล้ว สถานที่นี้ยังเป็นแปลงเรียนรู้ทางการเกษตรของคนในชุมชนและเกษตรกรทั่วไป โดยมี “ผู้พันจรัญ” ทำหน้าที่เป็นปราชญ์ด้านมะนาว สร้างความกระจ่างชัดให้ผู้สนใจนำกิ่งพันธุ์มะนาวกลับไปปลูกที่บ้าน ส่วนใครสนใจก็ติดต่อไปที่โทร.08-1968-1438

——————–

(เกษตรกรคนเก่ง : ปลูกมะนาวในบ่อซีเมนต์ ความสำเร็จผู้พัน ‘จรัญ หนูเนียม’ : โดย…สุพิชฌาย์ รัตนะ)