ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Posts Tagged ‘มะนาว

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/343283

  • 8 พฤษภาคม 2556, 05:00 น.

Pic_343283

ผู้อ่านไทยรัฐ จำนวนมากที่ชอบปลูกมะนาว โดยเฉพาะ “มะนาวแป้นดกพิเศษกำแพงเพชร” หาซื้อกิ่งตอนไม่ได้ เนื่องจากที่เคยแนะนำในคอลัมน์ติดต่อไปแล้ว ผู้ขายบอกว่ากิ่งตอนขาย หมด และไปหาซื้อที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ที่เปิดขายเฉพาะไม้ดอกไม้ผลทุกวันพุธ-พฤหัสฯ ก็ไม่มี ซึ่งเป็นจังหวะพบว่าขณะนี้มีกิ่งตอนของ “มะนาวแป้นดกพิเศษกำแพงเพชร” รุ่นใหม่ออกจำหน่ายแล้ว จึงแจ้งให้แฟนคอลัมน์ทราบทันที

มะนาวแป้นดกพิเศษกำแพงเพชร เกิดจากการเอาเมล็ดของมะนาว แป้นรำไพ จำนวนหนึ่งไปเพาะขยายพันธุ์และปลูกเลี้ยงจนต้นโตติดผล ปรากฏว่าผลมีขนาดใหญ่กว่าผลของมะนาว แป้น รำไพ พันธุ์แม่อย่างชัดเจนและเชื่อว่าเป็นมะนาว กลายพันธุ์ จึงคัดเอาเฉพาะต้นดีที่สุดไปขยายพันธุ์ด้วยวิธีตอนกิ่งปลูกทดสอบสายพันธุ์อยู่หลายครั้งจนมั่นใจว่ากลายพันธุ์ถาวรแล้ว เลยตั้งชื่อว่า “มะนาวแป้นดกพิเศษกำแพงเพชร” พร้อมตอนกิ่งออกจำหน่ายได้รับความนิยมจากผู้ซื้อไปปลูกอย่างแพร่หลาย

ผล ของ “มะนาวแป้นดกพิเศษกำแพงเพชร” เมื่อโตเต็มที่นํ้าหนัก 10-12 ผล ต่อ 1 กก. เปลือกผลค่อนข้างบางทำให้ผ่าบีบคั้นเอานํ้าได้ง่าย ให้นํ้าเยอะ รสชาติเปรี้ยวจัดเหมือนกับรสชาตินํ้ามะนาวแป้นรำไพที่เป็นพันธุ์แม่ ติดผลดกเป็นพวง 3-5 ผล ติดผลได้เรื่อยๆเกือบทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้งที่มะนาวมีราคาแพง สามารถเก็บผลผลิตได้สม่ำเสมอ มีเมล็ดน้อย ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดตอนกิ่ง และเสียบยอด

ใคร ต้องการกิ่งตอนของ “มะนาวแป้นดกพิเศษกำแพงเพชร” รุ่นใหม่ ติดต่อ “คุณวิเชียร บุญเกิด” เลขที่ 161/2 หมู่ 1 ต.อ่างทอง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร โทร.08-5244-1699 หรือไปซื้อได้ที่ งานเกษตรกำแพงเพชร จัดขึ้นที่บริเวณหน้าศาลากลาง จ.กำแพงเพชร วันที่ 8-15 พ.ค.56 ราคาสอบถามกันเองครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 8 พฤษภาคม 2556, 05:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/edu/363632

  • 16 สิงหาคม 2556, 05:00 น.

Pic_363632

เชื่อกันมาตั้งแต่เด็ก ทำเกษตรปลูกพืชผักต้องลงดินถึงจะได้ผลดี แม้วันนี้จะมีปลูกผักไฮโดรโปนิกส์กันแล้ว แต่จำกัดใช้ได้กับพืชบางชนิดเท่านั้น…พืชส่วนใหญ่ที่หยั่งรากลึกยังต้องใช้ดินเหมือนเดิม

แต่ก็มีเกษตรกรที่ไม่เคยหยุดคิด ได้พัฒนาหาวิธีการปลูกพืช นำวัสดุชนิดใหม่ที่ไม่ใช่ดิน แถมให้ผลผลิตสูง โรคน้อย ในแบบที่ไฮโดรโปนิกส์ทำไม่ได้

นายวโรชา จันทโชติ เจ้าของสวนวโรชา ต.ไผ่จำศีล อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ต้นตำรับ “มะนาวแป้นวโรชา” เนื้อแน่น น้ำเยอะ เปลือกบาง ไร้เมล็ด ที่สำคัญทนต่อโรค เล่าให้ฟังถึงที่มาของการทำวัสดุปลูกทดแทนดิน…จุดเริ่มต้นมาจากในพื้นที่มีน้ำท่วมอยู่เป็นประจำเกือบทุกปี

จึงทดลองปลูกมะนาวลงในกระถางเพื่อหนีน้ำท่วม แต่เมื่อเอาดินลงกระถาง เกิดปัญหาดินแน่นและชุ่มน้ำ รากมะนาวเน่าตาย จึงทดลองใช้วัสดุอื่นๆ มาทดแทนดิน แบบลองผิดลองถูกมาตลอด… ในที่สุดมาลงตัวที่ผักตบชวา

เพราะมีข้อดี หาได้ง่ายจากธรรมชาติเสมือนเป็นการนำวัสดุเหลือใช้มาทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ช่วยรักษาสภาพแวดล้อมไปในตัว มีลักษณะร่วนซุย ไม่อมน้ำ ทำให้รากพืชชอนไชได้ดี หากินได้ง่าย ดูดซึมอาหารและแร่ธาตุได้เต็มที่

สำหรับกรรมวิธีทำวัสดุทด แทนดิน ก่อนอื่นต้องเตรียมวัสดุส่วนผสมทั้งหมด…ปูนมาล หรือแคลเซียมคาร์โบเนต, ขุยมะพร้าว, แกลบดิบ (ควรเป็นแกลบค้างปี), ขี้เถ้าแกลบ, ผักตบชวา หรือเศษไม้ใบไม้ที่หาได้ในท้องถิ่น (ถ้าเป็นใบก้ามปูจะดีมาก) คลุกเคล้าส่วนผสมทั้งหมดในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 ให้เข้ากัน

จากนั้นใส่น้ำหมัก หรือ EM สัดส่วน 1 ช้อนชาต่อน้ำ 20 ลิตร ราดลงไปและที่ขาดไม่ได้ “ยาฆ่าเชื้อรา” หากไม่ใส่มีโอกาสสูงที่วัสดุทดแทนดินจะเกิดเชื้อรา ทำให้การปลูกพืชไม่ได้ผล… ขั้นตอนต่อมาใช้แสลนคลุมหมักทิ้งไว้ 15 วัน ถึงจะสามารถนำไปใช้งานได้

ส่วนกรรมวิธีการปลูก วโรชา แนะให้นำมาใส่ในวงบ่อซีเมนต์ ให้แบ่งวงบ่อเป็น 4 ส่วน…3 ส่วนแรก ให้นำผักตบชวา หรือเศษไม้ใบไม้ที่หาได้ในท้องถิ่น รองก้นบ่อลงไปก่อน เพื่อเป็นการประหยัดและช่วยให้มีน้ำหนักเบา อีก 1 ส่วนที่เหลือ ให้ใส่วัสดุทดแทนดินนี้ลงไปตรงกลาง

เพียงเท่านี้สามารถนำต้นไม้ลงไปปลูกได้ เมื่อวัสดุทดแทนดินยุบตัวลง ให้เติมตามสัดส่วนที่ยุบและควรทำไม้ค้ำยันต้นไม้ไว้เพื่อกระชับ เพราะลักษณะวัสดุทดแทนดินนี้จะร่วนซุยมาก ถ้าไม่ค้ำยันต้นไม้จะล้มทำให้เกิดความเสียหายได้

ผลทดลองนำมาใช้กับการปลูกมะนาว ปรากฏว่า นอกจากจะไม่มีเชื้อรามาทำลายให้รากเน่าตายแล้ว ปลูกไปแค่ 6 เดือน ออกดอกให้ผลดก….ในขณะที่ปลูกลงดินทั่วไปต้องใช้เวลาถึงปีครึ่งกว่าจะมีลูกออกมาอวดโฉม สนใจเยี่ยมชมศึกษาดูงานแบบไม่หมกเม็ด สอบถามได้ที่ 08-8118-8234.

ไชยรัตน์ ส้มฉุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
  • 16 สิงหาคม 2556, 05:00 น.

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/337542

  • 9 เมษายน 2556, 05:00 น.

Pic_337542

ปกติ มะนาวทั่วไป จะไม่ติดผลในช่วงฤดูแล้ง หรือ ติดผลบ้างเล็กน้อย จึงทำให้มะนาวมีราคาแพงในช่วงดังกล่าวเป็นประจำทุกปี แต่ “มะนาวทูลเกล้า” มีความเป็นพิเศษคือติดผลดกมากในช่วงฤดูแล้งและจะติดผลเป็นพวง 5–7 ผล และที่สำคัญจะติดผลดกมากขึ้นเรื่อยๆตามอายุของต้นที่ปลูก  ยิ่งอายุมากยิ่งจะติดผลดกเป็นทวีคูณ สามารถติดผลไม่ขาดต้นเกือบทั้งปี

ใน ช่วงฤดูฝนเปลือกผลค่อนข้างจะหนา พอเริ่มเข้าสู่ฤดูแล้งเปลือกผลจะบางลงเองโดยธรรมชาติของสายพันธุ์ ผลมีขนาดใหญ่มาก ผลโตเต็มที่สามารถมีขนาดได้เกือบเท่าลูกเทนนิส ให้น้ำเยอะ รสชาติเปรี้ยวจัดไม่มีเมล็ด เมื่อบีบหรือคั้นเอาน้ำใช้ประโยชน์ไม่ต้องเก็บเมล็ดทิ้งให้เสียเวลา จึงทำให้ “มะนาวทูลเกล้า” ครองความนิยมจากผู้ปลูกผู้รับประทานมาโดยตลอด จน กระทั่งปัจจุบัน

มะนาวทูลเกล้า อยู่ในวงศ์ RUTACEAE เป็นไม้พุ่ม ถ้าปลูกลงดินต้นสูงได้ 2-3 เมตร กิ่งก้านมีหนามแต่น้อยมาก กิ่งมักโค้งงอและยาวเกือบทอดเลื้อยตามหน้าดิน ใบของ “มะนาวทูลเกล้า” จะมีความหนากว่าใบของมะนาวสายพันธุ์อื่น จึงทำให้แมลงไม่ลงเกาะกิน ดอกสีขาว มีกลีบดอก 4 กลีบ ร่วงง่าย มีกลิ่นหอม “ผล” รูปทรงกลมมีขนาดใหญ่ตามที่กล่าวข้างต้น ให้น้ำเยอะ รสเปรี้ยวจัด และไม่มีเมล็ด ติดผลเป็นพวงเกือบตลอดทั้งปี และที่เป็นจุดเด่นทำให้ “มะนาวทูลเกล้า” ครองความนิยมในการปลูกคือ จะติดผลดกเป็นพิเศษในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งเป็นช่วงที่มะนาวสายพันธุ์อื่นไม่ติดผล หรือติดผลน้อย และมีราคาแพง ขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่งและเสียบยอด

ปัจจุบัน “มะนาวทูลเกล้า” มีต้นขาย ที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ แผง “คุณก็อต–คุณหลง” ตรงกันข้ามกับโครงการ 15 ราคาสอบถามกันเอง ปลูกลงกระถางขนาดใหญ่ตั้งในที่แจ้งสามารถมีผลให้เก็บใช้ประโยชน์ได้ตลอดครับ.
“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 9 เมษายน 2556, 05:00 น.

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/335355

  • 29 มีนาคม 2556, 05:00 น.

Pic_335355

มะนาว เป็นไม้ผลยอดนิยมปลูกเพื่อใช้ประโยชน์ในครัวเรือนอย่างแพร่หลาย ปัจจุบันมีมะนาวพันธุ์ใหม่ๆ ออกวางขายมากมาย แต่ ละสายพันธุ์จะมีข้อดีและข้อเด่นต่างกันไป ซึ่ง “มะนาวเพชรโพธิ์งาม” เป็นพันธุ์ที่ติดผลง่ายและติดผลดก ผลมีขนาดใหญ่ เปลือกผลบางให้น้ำเยอะ รสชาติของน้ำเปรี้ยวจัดมีกลิ่นหอมคล้ายกลิ่นน้ำมะนาวแป้นทั่วไป และ ที่สำคัญ “มะนาวเพชรโพธิ์งาม” จะให้ผลผลิตตลอดทั้งปีไม่ขาดต้น จึงทำให้ปลูกแล้วคุ้มค่ามาก

มะนาวเพชรโพธิ์งาม เกิดจากการเอาเมล็ดของ มะนาวเกษตรไร้เมล็ด ไปเพาะขยายพันธุ์และปลูกเลี้ยงจนต้นโตติดผลหลายสิบต้น ปรากฏว่าแต่ละต้นติดผลดกมากเป็นพวงหนาแน่น 3–5 ผล ต่อพวง รูปทรงผลกลมสวย มีขนาดใหญ่ เปลือกบางให้น้ำเยอะ รสเปรี้ยวจัด มีกลิ่นหอมเหมือนกลิ่นน้ำมะนาวแป้นตามที่กล่าวข้างต้น บางผลจะมีเมล็ดบ้างเพียง 1-2 เมล็ด แต่ส่วนใหญ่จะไม่มีเมล็ดเลย เชื่อว่าเป็นมะนาวกลายพันธุ์ จึงปลูกทดสอบสายพันธุ์อยู่หลายครั้ง ทุกอย่างยังคงที่ เชื่อว่าได้กลายพันธุ์แบบถาวรแล้ว เลยตั้งชื่อว่า “มะนาวเพชร-โพธิ์งาม” พร้อมขยายพันธุ์ตอนกิ่งออกวางขายให้ผู้นิยมปลูกมะนาวซื้อไปปลูกได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายอยู่ในเวลานี้

ใครต้องการกิ่งพันธุ์ “มะนาวเพชรโพธิ์งาม” ไปปลูกติดต่อ “คุณวิวัฒน์ มาบุญ” บ้านเลขที่ 30 หมู่ 15 ต.โพธิ์งาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี โทร.08– 5974–2554 หรือที่ตลาดนัด สนามหลวง 2 บางแค กทม. และที่ งานวันมะม่วงแปดริ้ว จัดขึ้นระหว่าง วันที่ 3–11 เมษายน 56 ที่บริเวณ บูธ  “วิวัฒน์พันธุ์ไม้” ราคาสอบถามกันเอง ส่วนใหญ่เป็นกิ่งตอนที่ใช้วิธีทาบกิ่งแบบยกถุงกับต่อส้มโอเพาะเมล็ด ทำให้มีความทนทานต่อ “โรคแคง-เกอร์” เป็นอย่างดี มีรากแก้วแข็งแรงแล้ว ปลูก 1 ปี จะให้ผลผลิตชุดแรกครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 29 มีนาคม 2556, 05:00 น.

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/333852

  • 22 มีนาคม 2556, 05:00 น.

Pic_333852

มะนาวชนิดนี้  เพิ่งพบมีต้นวางขาย  ผู้ขายบอกว่าเป็นมะนาวลูกผสมใหม่ระหว่าง มะนาวแป้นรำไพเพชรบุรี กับ มะนาวแป้นพวงปราจีนบุรี โดยฝีมือเกษตรกรในจังหวัดลพบุรีด้วยการเขี่ยเกสรแล้วนำต้นที่เพาะได้ไปปลูกเลี้ยงจำนวนหลายต้นจนมีดอกและติดผล ปรากฏว่า แต่ละต้นมีผลดกมาก ติดผลเป็นพวง 5-6 ผลต่อพวงเป็นอย่างต่ำ รูปทรงของผลกลมแป้นสวยงาม คล้ายผลของลูกจันน่าชมมาก

เปลือกผลบางและนิ่ม สามารถให้น้ำเยอะตั้งแต่ขนาดผลยังเล็กๆอยู่ จึงทำให้เก็บใช้ประโยชน์ได้แบบไม่ต้องรอให้ผลมีขนาดใหญ่เสียก่อน หรือผลแก่เช่นมะนาวทั่วไป ที่สำคัญ จะมีดอกและติดผลได้เรื่อยๆ ไม่ขาดต้น หรือตลอดปี เจ้าของได้ปลูกทดสอบสายพันธุ์อยู่หลายครั้งจนมั่นใจว่าเป็นมะนาวพันธุ์ใหม่อย่างแน่นอนแล้ว จึงตั้งชื่อว่า “มะนาวแป้นเพชรพวงทอง” พร้อมขยายพันธุ์ตอนกิ่งออกจำหน่ายดังกล่าว

มะนาวแป้นเพชรพวงทอง มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์และชื่อเฉพาะทางวิทยาศาสตร์เหมือนกับมะนาวทั่วไป คือ LIME–CITRUS AURANTIFOLIA (CHRISTM. PANZ) SWING อยู่ในวงศ์ RUTA-CEAE เป็นไม้พุ่ม สูง 2-4 เมตร ดอกสีขาวมีกลิ่นหอม กลีบดอกร่วงง่าย “ผล” กลมแป้นให้น้ำเยอะตั้งแต่ผลยังเล็กๆ ตามที่กล่าวข้างต้น มีเมล็ดน้อย ติดผลดกทั้งปีโดยไม่ต้องใช้วิธีบังคับ

ใครต้องการกิ่งตอนไปปลูกติดต่อ “คุณตะวัน” โทร.08– 5682–4645 หรือไปซื้อที่ งาน “ย่าโม” จ.นครราชสีมา ระหว่างวันที่ 23 มี.ค.-3 เม.ย.56 บริเวณริมถนนหน้าวัด ร้าน “ตะวันไม้ผล” และที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณโครงการ 13 แผง “คุณตะวัน–คุณโป่ง” ส่วนใหญ่เป็นกิ่งตอนที่ใช้วิธีเสียบยอดกับกิ่งส้มโอทำให้มีความทนทานสูง เมื่อนำไปปลูกจะเติบโตเร็วติดผลง่าย  ราคาสอบถามกันเองครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 22 มีนาคม 2556, 05:00 น.

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05024150356&srcday=2013-03-15&search=no

วันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2556 ปีที่ 25 ฉบับที่ 547

มะนาว…พันธุ์ไหนน่าปลูก

ตอนนี้เข้าสู่ช่วงฤดูกาลมะนาวแพงแล้ว เพราะทุกปีในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน มะนาวในท้องตลาดราคาจะพุ่งทะยานสูงขึ้นอย่างน่าใจหายสำหรับผู้บริโภค แต่เป็นผลดีกับเกษตรกรผู้ปลูกที่จะสามารถขายมะนาวได้ราคาในช่วงนี้ 

จากที่พลิกไปดูข้อมูลราคามะนาวผลใหญ่ ณ วันที่ 6 มีนาคม 2556 ที่ตลาดไท อยู่ที่ร้อยละ 600 บาท นั่นหมายความว่า ตกผลละ 6 บาท ทีเดียว

ด้วยราคามะนาวที่ดีในช่วงนี้ จึงทำให้มีคนสนใจที่จะปลูกมะนาวกันมากขึ้น?

จึงมีคำถามหนึ่งที่พบบ่อยและพบมากคือ จะเลือกปลูกมะนาวพันธุ์ไหนดี จึงจะเหมาะสมทั้งเพื่อไว้บริโภคในครัวเรือนและเก็บจำหน่ายเป็นรายได้

จากที่พูดคุยกับหลายๆ คน ที่ปลูกมะนาว คำตอบหนึ่งที่เหมือนกันคือ ขอให้ดูความต้องการของผู้ปลูกเป็นสำคัญ ว่าต้องการปลูกเพื่อเอาไว้ใช้ในบ้าน ซึ่งก็ต้องหาพันธุ์ที่ปลูกง่าย ดูแลไม่ต้องมาก

ถ้าปลูกเพื่อจำหน่าย ซึ่งก็แบ่งเป็นจำหน่ายลูกเพื่อบริโภคสด ก็ต้องเป็นสายพันธุ์ที่ตลาดจะไปขายนั้นต้องการ คุณสมบัติด้านรูปร่าง ขนาด สี กลิ่น และรส ตรงตามความนิยมของผู้บริโภค ดูแลรักษาง่าย ทนทานต่อโรคและแมลง และให้ผลตอบแทนสูงหรือไม่

นอกจากนี้ อาจเป็นการปลูกเพื่อจำหน่ายกิ่งพันธุ์ หรือทั้ง 2 อย่าง

แต่ในวันนี้อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสังเกตคือ มีการปลูกมะนาวสายพันธุ์ทะวายกันมากขึ้น

มะนาวทะวาย หมายถึง พันธุ์ที่มีการออกดอกง่าย ออกเกือบตลอดทั้งปี และมีการทยอยออกหลายรุ่นในฤดูเดียวกัน นอกจากนี้ ยังสามารถกระตุ้นให้ออกนอกฤดูได้ง่าย

สำหรับสายพันธุ์ทะวายส่วนใหญ่จะเป็นพันธุ์แป้น อาทิ พันธุ์แป้นรำไพ แป้นจริยา แป้นพวง ฯลฯ

นอกจากนี้ ก็มีมะนาวพันธุ์ธรรมดาหรือพันธุ์ทั่วไป เช่น มะนาวน้ำหอม และมะนาวไร้เมล็ด เป็นต้น

มะนาวในกลุ่มนี้ผลจะมีขนาดใหญ่และกระตุ้นให้ออกดอกยากกว่ามะนาวพันธุ์แป้นและมีจำนวนผลน้อยกว่า

ในปัจจุบันสายพันธุ์มะนาวที่นิยมปลูกกันมีหลากหลายพันธุ์ เช่น มะนาวพิจิตร 1 มะนาวน้ำหอม มะนาวตาฮิติ มะนาวแป้นรำไพ มะนาวแป้นดกพิเศษ มะนาวแป้นจริยา มะนาวแม่ไก่ไข่ดก เป็นต้น

พร้อมกันนี้มีข้อมูลที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งในการเลือกซื้อกิ่งพันธุ์มะนาวมาปลูกคือ ควรมาจากต้นแม่พันธุ์เป็นต้นสาวที่มีอายุต้นประมาณ 1 ปี และไม่เคยผ่านการราดหรือฉีดสารแพคโคลบิวทราโซลมาก่อน เพราะจะมีผลต่อการเจริญเติบโตของกิ่งพันธุ์หลังจากที่ปลูกลงแปลงไปแล้ว สังเกตดูพบว่ากิ่งพันธุ์ที่ผ่านการราดสารจะเจริญเติบโตไม่ดี

ประการต่อมาต้นแม่พันธุ์มะนาวจะต้องมีลักษณะของการติดผลดี ติดผลดกเป็นพวง พวงละประมาณ 7-10 ผล

แต่เพื่อให้แน่ใจและแน่นอน ในงานสัมมนามะนาวที่จัดขึ้นในครั้งนี้ จะมีคำตอบจากผู้รู้ในวงการมะนาวมาขานไขให้ฟังว่า จะเลือกอย่างไรดี หาทางที่ดีที่สุดคือ มาร่วมฟังการสัมมนาและเก็บเกี่ยวนำความรู้ไปใช้ในการปลูกมะนาว

แต่ตอนนี้ต้องรีบหน่อย เพราะที่นั่งเหลือจำกัดแล้ว…

ส่วนรายละเอียดต่างๆ ดูจากกำหนดการข้างๆ นี้

http://www.dailynews.co.th/agriculture/221753

วันเสาร์ที่ 27 กรกฎาคม 2556 เวลา 00:05 น.

ที่ผ่านมาในอดีตการปลูกมะนาวของเกษตรกรไทยนิยมปลูกโดยใช้กิ่งตอนหรือกิ่งปักชำโดยคิดว่าต้นมะนาวเจริญเติบโตและให้ผลผลิตเร็ว โดยไม่ได้นึกถึงปัญหาในเรื่องของระบบราก ที่ไม่แข็งแรงเนื่องจากกิ่งตอนมีแต่รากฝอย เมื่อต้นมะนาวเริ่มให้ผลผลิตเต็มที่มักจะพบปัญหาว่าต้นมะนาวทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากมีภาระเลี้ยงผลมาก ที่สำคัญในปี พ.ศ. 2554 ประเทศไทยประสบปัญหามหาอุทกภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ ภาคการเกษตรได้รับความเสียหายอย่างยับเยิน เกษตรกรที่ปลูกมะนาวโดยใช้กิ่งตอนน้ำท่วมขังเพียงไม่กี่วัน พบว่าต้นมะนาวยืนต้นตายเกือบทั้งหมด ในขณะที่เกษตรกรที่ปลูกต้นมะนาวโดยใช้กิ่งเสียบยอดบนต้นตอส้มต่างประเทศรอดตายหลายรายเนื่องจากมีระบบรากที่แข็งแรง

ผู้ปลูกมะนาวในเชิงพาณิชย์ต่างก็ยอมรับกันว่า “มะนาวพันธุ์แป้นดกพิเศษ” ซึ่งมีลักษณะผลและคุณภาพเหมือนกับพันธุ์แป้นรำไพทุกประการ แต่ผลผลิตดกกว่า 4-5 เท่า ในอายุต้นที่เท่ากันและมีการติดผลเป็นพวง เป็นพันธุ์ที่ตลาดต้องการผลผลิตมากที่สุด รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่ ชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตร โทร. 08-1886-7398 เนื่องจากพันธุ์ที่ออกดอกและติดผลง่าย ขนาดของผลค่อนข้างโต เปลือกผลบางและมีปริมาณน้ำในผลมาก มีอายุตั้งแต่ออกดอกจนถึงเก็บเกี่ยวผลผลิตใช้เวลาประมาณ 4 เดือน ที่สำคัญมะนาวพันธุ์แป้นดกพิเศษสามารถบังคับให้ออกฤดูแล้งได้ง่ายมาก ในช่วงปลายปี 2555 เป็นต้นมาจนมาถึงเดือนมีนาคม 2556 ราคามะนาวแป้นดกพิเศษขายจากสวนได้ราคาแพงมากเฉลี่ยผลละ 3-5 บาท เมื่อขายถึงผู้บริโภคราคาเฉลี่ยผลละ 7-10 บาท นับเป็นปีทองของชาวสวนมะนาวอีกครั้งหนึ่ง ขณะนี้เข้าสู่ฤดูฝนราคามะนาวก็ยังนับว่ายัง    ดีอยู่

การทำสวนมะนาวที่ปลูกด้วยกิ่งตอนนั้นอายุไม่ยืนยาว เฉลี่ยอายุประมาณ 3-5 ปีก็ตาย เกษตรกรจำเป็นต้องปลูกใหม่ ถ้าคิดการลงทุนปลูกใหม่ก็มีค่าใช้จ่ายมิใช่น้อย ทางเลือกใหม่ของเกษตรกรที่คิดจะลงทุนปลูกมะนาวแป้นอย่างยั่งยืน โดยที่ต้นมะนาวควรจะมีอายุยืนอย่างน้อย 10 ปีขึ้นไป ควรจะใช้ต้นตอส้มต่างประเทศ โดยเฉพาะต้นมะนาวที่เสียบยอดบนต้นตอส้มโวลคา-เมอเรียน่า เจริญเติบโตเร็วมาก ปลูกไปเพียงปีเศษก็ให้ผลผลิตแล้ว และสภาพต้นแข็งแรงมาก ติดผลดกและให้ผลใหญ่มาก มีข้อมูลยืนยันทางวิชาการว่า ส้มโวลคา-เมอเรียน่า เป็น    ส้มในตระกูลเลมอน เมื่อนำยอดมะนาวแป้นดกพิเศษมาเสียบต้นจะเจริญเติบโตเร็วมากและให้ผลผลิตเร็วมาก ปลูกไปเพียงปีเศษเท่านั้น

เป็นที่ทราบกันดีว่าในการปลูกมะนาวในเชิงพาณิชย์ในปัจจุบันนี้ตลาดมีความต้องการมะนาวพันธุ์แป้นดกพิเศษมากที่สุด และการเลือกใช้กิ่งพันธุ์มะนาวได้เปลี่ยนจากการใช้กิ่งตอนมาใช้กิ่งเสียบยอดบนต้นตอส้มต่างประเทศ เนื่องจากต้นมีความสมบูรณ์แข็งแรงและอายุยืนยาวกว่าปลูกด้วยกิ่งตอน.

ทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/328847

  • 26 กุมภาพันธ์ 2556, 05:01 น.

Pic_328847

มะนาวชนิดนี้ เกิดจากการนำเอาเมล็ดของ มะนาวแป้นรำไพ จำนวนหนึ่งไปขยายพันธุ์จนแตกต้นขึ้นมาปลูกเลี้ยงจนต้นโตและติดผล ปรากฏผลมีขนาดใหญ่กว่าผลของมะนาวแป้นรำไพที่เป็นพันธุ์แม่อย่างชัดเจน ผู้ขยายพันธุ์จึงคัดเอาเฉพาะต้นดีที่สุดไปขยายพันธุ์ตอนกิ่งปลูกทดสอบหลายครั้งจนแน่ใจว่าเป็นมะนาวกลายพันธุ์ถาวรอย่างแน่นอนแล้ว จึงตั้งชื่อว่า “มะนาวแป้นดกพิเศษกำแพงเพชร” พร้อมตอนกิ่งออกจำหน่ายได้รับความนิยมจากผู้ปลูกอย่างแพร่หลายเรื่อยมานานกว่า 3-4 ปีแล้ว

ลักษณะเด่น ของ “มะนาวแป้นดกพิเศษกำแพงเพชร” คือ ผลมีขนาดใหญ่เมื่อโตเต็มที่มีน้ำหนักเฉลี่ยระหว่าง 10-12 ผล ต่อ 1 กิโลกรัม เปลือกผลค่อนข้างบางทำให้เวลาผ่าและบีบคั้นเอาน้ำได้ง่าย ให้น้ำเยอะ รสชาติเปรี้ยวจัดเหมือนรสชาติของน้ำมะนาวแป้นรำไพที่เป็นพันธุ์แม่ทุกอย่าง ที่สำคัญจะติดผลเป็นพวงอย่างน้อย 3-5 ผล ต่อพวง และติดผลดกมากสามารถติดผลได้เรื่อยๆ เกือบตลอดทั้งปี จึงเป็นมะนาวสายพันธุ์ที่ปลูกเพื่อเก็บผลรับประทานในครัวเรือนหรือปลูกเพื่อเก็บผลขายได้คุ้ม ค่ามาก

มะนาวแป้นดกพิเศษกำแพงเพชร มีลักษณะเหมือนกับมะนาวทั่วไปคือ เป็นไม้พุ่ม สูง 2-4 เมตร กิ่งอ่อนมีหนาม ใบประกอบชนิดมีใบย่อยใบเดียว เป็นรูปไข่แกมรูปขอบขนาน ปลายแหลม โคนมน ผิวใบมีจุดน้ำมันกระจายทั่ว ดอก ออกเป็นดอกเดี่ยวๆตามซอกใบและปลายกิ่ง กลีบดอกเป็นสีขาวร่วงง่าย ดอกมีกลิ่นหอม “ผล” ทรงกลม ติดผลดกตามที่กล่าวข้างต้น ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ตอนกิ่ง และเสียบยอด

ใคร ต้องการกิ่งพันธุ์ไปปลูก ติดต่อ “คุณวิเชียร บุญเกิด” 161/2 หมู่ 1 ต.อ่างทอง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร โทร.05–5850–0717 หรือที่ งานกาชาด, งานนพพระเล่นเพลง บริเวณร้าน สวนสุวรรณีปรางทอง หน้า ศาลากลาง จ.กำแพงเพชร วันที่ 23 ก.พ.–4 มี.ค. 56 ราคาสอบถามกันเองครับ.
“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 26 กุมภาพันธ์ 2556, 05:01 น.

พลิกชีวิตหลังเกษียณปลูก’มะนาว’พันธุ์ดี

เกษตร-วิทยาศาสตร์-ไอที : ข่าวทั่วไป
วันพฤหัสบดีที่ 30 พฤษภาคม 2556

//

พลิกชีวิตหลังเกษียณปลูก’มะนาว’พันธุ์ดี

พลิกชีวิตหลังเกษียณปลูก ‘มะนาว’ พันธุ์ดี สวมบทเกษตรกรเต็มขั้น ‘จำรัส คูหเจริญ’ : โดย…สุรัตน์ อัตตะ

                         อดีตข้าราชการเกษียณที่หันมาสวมหมวกเกษตรกรเต็มขั้นในบั้นปลายของชีวิต จนประสบความสำเร็จในการทำสวนมะนาวที่สร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ ภายใต้ชื่อ “สวนเกษตรธนบุรี” ขณะเดียวกันยังไม่ทิ้งลายทายาทเจ้าของสวนส้มบางมด ด้วยคิดต่อยอดมะนาวสายพันธุ์ใหม่เพื่อให้ทนต่อโรค “แคงเกอร์” ศัตรูตัวร้ายของมะนาวที่มีชื่อว่า “จำรัส 28และจำรัส 29″

สำหรับ “จำรัส คูหเจริญ” เจ้าของสวนเกษตรธนบุรี วัย 75 ปี อยู่ริมถนนเทอดดำริ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ที่ใช้พื้นที่บริเวณบ้านเพียง 2 ไร่เศษทำสวนมะนาว พร้อมคิดปรับปรุงพันธุ์มะนาวที่มีความต้านทานโรคแคงเกอร์ขึ้นมา ที่ก่อนหน้านี้ได้ใช้เวลากับการทำสวนส้ม ปลูกต้นรักและกล้วยไม้ ซึ่งเป็นสวนเก่าแก่ที่ได้รับตกทอดมาจากบรรพบุรุษ ก่อนหันมาพัฒนาพื้นที่ปลูกมะนาว หลังเกษียณอายุราชการเมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมา

“ที่ตรงนี้เป็นที่มรดก แต่ก่อนเนื้อที่เยอะกว่านี้ โดนทางด่วนตัดผ่าน ถูกเวนคืนจึงเหลือแค่ 2 ไร่เศษ ก็อยากใช้พื้นที่ให้เป็นประโยชน์สูงสุด ก็เลยปลูกมะนาว แต่ก็ยังไม่ทิ้งของเดิมเป็นสวนผสมผสาน เพราะยังมีผลไม้หลากหลายชนิดปลูกไว้รวมกับมะนาวในพื้นที่เดียวกัน”

เจ้าของสวนเกษตรธนบุรีย้อนอดีตให้ฟังว่าหลังจากเกษียณชีวิตราชการก็หันมาทำสวนมะนาวอย่างจริงจัง โดยเริ่มจากปลูกมะนาวแป้นทั่วไป ไม่นานก็เกิดปัญหาโรคแคงเกอร์ระบาด จากนั้นก็คิดหาทางพัฒนาสายพันธุ์มะนาวใหม่เพื่อต้านทานโรคแคงเกอร์ จนประสบความสำเร็จเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา มีชื่อจำรัส 9 ก่อนจะต่อยอดปรับปรุงพันธุ์ใหม่เพื่อให้ลูกดก ผลโตและน้ำเยอะที่มีชื่อว่าจำรัส 28 และจำรัส 29 ซึ่งทั้งสองสายพันธุ์นี้ขณะนี้ได้จดสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว

“จำรัส เป็นชื่อผมเอง จึงเอามาใช้กับพันธุ์มะนาว ชื่อว่าจำรัส 28 และจำรัส 29 ซึ่งได้พัฒนามาพันธุ์จากจำรัส 9 เป็นมะนาวลูกผสมระหว่างแป้นพวง (พันธุ์แม่) ผสมกับมะนาวน้ำหอม (ด่านเกวียน) โดยจุดเด่นของมะนาวพันธุ์นี้คือให้ลูกดก ผลโตและมีน้ำมาก น้ำ เนื้อ กลิ่นเหมือนมะนาวแป้น เปลือกบาง น้ำหนักผล 70-100 กรัม การเจริญเติบโตของต้นดี ใบใหญ่และต้านทานโรคแคงเกอร์ดีมากๆ”

จำรัส เผยต่อว่าส่วนจำรัส 28 เป็นมะนาวลูกผสมระหว่างมะนาวจำรัส 9 (พันธุ์แม่) ผสมกับมะนาวแป้นจริยาเบอร์หนึ่ง ทรงผลแบนแบบมะนาวแป้นทั่วไป มีน้ำ เนื้อ กลิ่น เหมือนมะนาวแป้นทุกประการ เปลือกบางน้ำมาก ออกดอกง่าย ไม่ต้องบังคับก็ให้ดอกตลอดทั้งปี ส่วนการเจริญเติบโตของต้นและการต้านทานโรคแคงเกอร์ดีมากไม่ต่างจากจำรัส 29

ส่วนมะนาวจำรัส 29 ซึ่งเป็นผลจากการผสมระหว่างมะนาวจำรัส 9(พันธุ์แม่) และใช้ส้มโชกุนเป็นพ่อ เมื่อได้เพาะเมล็ดจนโตขึ้นมาแล้วก็จะให้ผลผลิตเมื่อต้นมีอายุ 3 ปี ลักษณะผลแบนเหมือนมะนาวแป้นทั่วไป เปลือกบางน้ำมาก เหมือนมะนาวจำรัส 28 จุดเด่นน้ำมากและผลโต ที่สำคัญไม่ต้องบังคับออกดอกเหมือนกับมะนาวจำรัส 28

“สำหรับข้อแตกต่างของมะนาวสองสายพันธุ์นี้ ถ้าจำรัส 29 จะมีหนามเยอะและคมมาก ส่วนจำรัส 28 ไม่มีหนามหรือมีเล็กน้อย ส่วนอย่างอื่นจะใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะเป็นลูกดก เปลือกบาง น้ำเยอะหรือไม่มีเมล็ด ถ้ามีก็น้อยมาก ซึ่งทั้งสองพันธุ์ขณะนี้ได้จดสิทธิบัตรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว” จำรัสกล่าวพร้อมทั้งย้ำว่า ทุกวันนี้ไม่ได้แค่ทำสวนมะนาวเพื่อจำหน่ายกิ่งพันธุ์อย่างเดียว แต่ยังใช้เวลาว่างถ่ายทอดความรู้ให้ผู้สนใจปลูกมะนาวอย่างครบวงจร เริ่มตั้งแต่การขยายพันธุ์ การดูแลรักษา ตลอดจนการบังคับให้ออกดอกนอกฤดู โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด สนใจโทร.08-1552-6700 ลุงยินดีให้คำแนะนำเคล็ดลับโดยไม่ปิดบังแต่อย่างใด

——————–

(พลิกชีวิตหลังเกษียณปลูก ‘มะนาว’ พันธุ์ดี สวมบทเกษตรกรเต็มขั้น ‘จำรัส คูหเจริญ’ : โดย…สุรัตน์ อัตตะ)

ค้นพบสารนาโนให้มะนาวผลดก

เกษตร-วิทยาศาสตร์-ไอที : ข่าวทั่วไป
วันอังคารที่ 7 พฤษภาคม 2556

สวนมะนาวของธนภร-ธนภัทรอภิเดชา

สภาพผิวเปลือกมะนาวที่ฉีดอนุภาคนาโนฯ

จิติ-หนูแก้ว

//

ค้นพบสารนาโนให้มะนาวผลดก

ค้นพบอนุภาคนาโนซิงค์ออกไซด์ พิชิตแคงเกอร์ – ให้มะนาวผลดก

                         หลังจากวิทยาลัยนาโนเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบัง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ร่วมกับศูนย์วิจัยนาโนเทคโนโลยีเพื่อการเกษตรด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี เพื่อคิดค้นและวิจัยหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรให้สามารถเรียนรู้วิธีการปลูกมะนาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในที่สุดสามารถคิดค้นอนุภาคนาโนซิงค์ออกไซด์ได้สำเร็จ เมื่อนำมาฉีดพ่นต้นมะนาวทำให้ผลดกถึง 20% ผลมะนาวกลมใหญ่ ผิวเขียวมันเงางาม ผลการทดลองไม่พบรอยจุดนูนสีน้ำตาลตามผล และไม่ถูกทำร้ายจากเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคแคงเกอร์ในมะนาว แถมยังประหยัดต้นทุนถึง 75% อีกด้วย

ศ.ดร.จิติ หนูแก้ว คณบดีวิทยาลัยนาโนเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบัง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง บอกว่า จากการที่ราคาผลมะนาวในท้องตลาดมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉพาะช่วงหน้าแล้งราคาที่ผลละ 7-10 บาท เนื่องจากในช่วงหน้าแล้งอากาศร้อน แห้งแล้ง เกษตรกรไม่สามารถปลูกมะนาวและได้ผลผลิตตามความต้องการของตลาด แต่พอเข้าหน้าฝน ต้นมะนาวก็จะถูกรบกวนจากโรคแคงเกอร์ ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ทำให้ผลผลิตลดลง ต้นทุนการผลิตสูง ทางวิทยาลัยนาโนเทคโนโลยีฯ จึงได้ร่วมกับศูนย์วิจัยนาโนเทคโนโลยีเพื่อการเกษตร ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี เพื่อคิดค้นและวิจัยแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรให้สามารถเรียนรู้วิธีการปลูกมะนาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ล่าสุดสามารถคิดค้นอนุภาคนาโนซิงค์ออกไซด์ที่ใช้กับต้นมะนาวได้สำเร็จ จากนั้นนำไปส่งเสริมให้เกษตรกรใช้อนุภาคนาโนซิงค์ออกไซด์ในการฉีดพ่นที่ต้นมะนาวในอัตรา 50 กรัมต่อน้ำ 200 ลิตร ระยะเวลาในการฉีดพ่นทุก 10-15 วันต่อครั้ง พบว่า เมื่อใช้อนุภาคนาโนซิงค์ออกไซด์สามารถทำให้ผลมะนาวที่ได้มีขนาดใหญ่ขึ้น ผลกลมสวย ผิวเขียวมันเงางาม ไม่พบรอยจุดนูนสีน้ำตาลตามผล และไม่ถูกทำร้ายจากเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคแคงเกอร์ในมะนาวอีกต่อไป รวมถึงผลผลิตที่ได้มีปริมาณมากกว่าที่ไม่ได้ใช้อนุภาคนาโนซิงค์ออกไซด์ถึง 20%

นอกจากนี้ยังทำให้ต้นทุนการปลูกมะนาวของเกษตรกรลดลงอีกด้วย เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่จะใช้สารเคมีหลายชนิดในการป้องกันกำจัดโรคและแมลงศัตรูพืช สารเคมีที่ชาวบ้านเรียกกันว่าสารเขียว หรือสารประกอบทองแดง เป็นสารเคมีที่นิยมกันมากในสวนมะนาว แต่สารเคมีประเภทนี้เป็นสารเคมีที่เป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง หลังจากเกษตรกรเปลี่ยนมาใช้อนุภาคนาโนซิงค์ออกไซด์ฉีดพ่นแทนก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้สารเคมีเหล่านี้อีกต่อไป ทำให้ลดต้นทุนลงได้ และยังได้ผลมะนาวที่มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคอีกด้วย

ด้าน ธนภร ธนภัทรอภิเดชา เกษตรกรผู้ปลูกสวนมะนาวใน อ.ด่านช้าง บอกว่า ปลูกมะนาวมานานแล้ว แต่หลังจากปี 2554 ประสบปัญหาหลายด้าน ทั้งโรคระบาด ทำให้ต้นทุนการปลูกสูง พอศูนย์วิจัยเกษตรฯด่านช้าง แจ้งมายังเกษตรกรว่า มีโครงการให้เกษตรกรได้มาเรียนรู้วิธีการปลูกมะนาวอย่างมีประสิทธิภาพ จึงตัดสินใจเข้าร่วมโครงการทันที และได้นำแปลงมะนาวจำนวนกว่า 60 ไร่ เข้ารับการทดลองปลูก โดยใช้อนุภาคนาโนซิงค์ออกไซด์ฉีดพ่นสารเคมีแบบดั้งเดิมที่เคยใช้อยู่ ปรากฏว่าหลังจากเริ่มทดลองเพียง 3 เดือน เริ่มเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน ผลผลิตที่ได้ทั้งในเรื่องของคุณภาพและปริมาณ อีกทั้งลดต้นทุนด้วย จากเดิมมีต้นทุนในการดูแลต่อไร่ 100 บาท หลังจากมีการใช้อนุภาคนาโนฯ ทำให้ต้นทุนที่ใช้ลดลง เหลือเพียงไร่ละ 25 บาทเท่านั้น ส่งผลให้สวนของเขามีรายได้ตกเดือน 1 แสนบาท

ก็นับเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่เป็นความหวังของเกษตรกรผู้ปลูกมะนาวในอนาคตได้ หากสนใจสามารถสอบถามรายละเอียดที่วิทยาลัยนาโนเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบังกรุงเทพฯ หรือ โทร.0-2329-8000 ต่อ 3034 หรือศูนย์วิจัยนาโนเทคโนโลยีเพื่อการเกษตรด่านช้าง โทร.0-2329-8000 ต่อ 3076

เสียบกิ่งมะนาวบนตอมะขวิด

เกษตร-วิทยาศาสตร์-ไอที : ข่าวทั่วไป
วันอังคารที่ 23 เมษายน 2556

ศุภชัยแสงดีกับต้นมะนาวที่เสียบกิ่งบนตอมะขวิด

ลักษณะการของลำต้นที่เสียบบนตอมะขวิด

//

เสียบกิ่งมะนาวบนตอมะขวิด

เสียบกิ่งมะนาวบนตอมะขวิด ให้ผลผลิตดก-ทนแล้ง-น้ำท่วม : โดย…ดลมนัส กาเจ

                         หลังจากที่เกิดมหาอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อปลายปี 2554 ทำให้วงการเกษตรมีการตื่นตัว เพื่อรองรับกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เช่นเดียวกับเกษตรกรหัวหน้าอย่าง “ศุภชัย แสงดี” เจ้าของสวน “เพชรเกษตร” ย่านคลองสิบสอง ต.หนองสามวัง อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี ที่หันมาเอาดีด้านขยายพันธุ์มะนาวทนน้ำท่วม และทนแล้งด้วยการเสียบกิ่งมะนาวพันธุ์ดีบนตอมะขวิด ปรากฏว่าได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี

ศุภชัย บอกว่า ช่วงเกิดน้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปี 2554 ทำสวนมะนาวเสียหายเป็นอย่างมาก ส่งผลให้ผลมะนาวราคาสูงมาตลอด จึงคิดว่าน่าจะผลิตต้นกล้ามะนาวพันธุ์ดีเพื่อรองรับความต้องการของเกษตรกร เพราะมีความรู้ด้านการขยายและเพาะพันธุ์พืชตามที่เรียนมาอยู่แล้ว โดยเน้นให้สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง ควรหากรรมวิธีผลิตมะนาวที่ทนต่อน้ำท่วม และสภาพแล้ง

จากการศึกาาพบว่า มะขวิดกับมะนาวเป็นพืชอยู่ในวงศ์เดียวกัน แต่มะขวิดเป็นพืชที่ทนต่อท่วมและแล้ง สามารถขึ้นได้ตามชายน้ำและบนภูเขา เนื่องจากระบบรากแก้วที่แข็งแรงเจาะสามารถดูดอาหารได้ดี จากนั้นรวบรวมมะนาวพันธุ์ต่างๆ ในประเทศไทยมารวมไว้ที่สวนเพชรเกษตร เพื่อดูคุณสมบัติที่ในหลายๆ ด้าน แล้วไปหาซื้อต้นกล้ามะขวิดที่อายุประมาณ 1 ปี ตามร้านเพาะขยายพันธุ์ต้นไม้ที่ จ.ปราจีนบุรี เพื่อนำกิ่งมะนาวพันธุ์ดีมาเสียบบนตอมะมะขวิด โดยใช้ตามหลักวิชาการเพาะขยายพันธุ์พืชจากที่เรียนเกษตรมา

สำหรับการเสียบกิ่งมะนาวพันธุ์ดีมีทั้งพันธุ์พิจิตร 1 พันธุ์แป้นดกพิเศษ และแป้นต่างๆ มาเสียบบนตอมะขวิดมี 3 วิธีด้วยกันคือวิธีเสียบลิ่ม ใช้ต้นมะขวิดที่เพาะเมล็ดมีอายุประมาณ 1 ปีมีความสูงราว 30-50 ซม. มาตัดให้ขาด สูงจากโคน 20 ซม. มาผ่าผ่าตรงกลางลึกราว 1 นิ้ว ใช้กิ่งพันธุ์กิ่งมะนาวพันธุ์ดีมาปาดเป็นฉลามมาเสียบลงในตอมามะขวิดที่ผ่าแล้วใช้สก๊อตเทปพันให้แน่นนำไปอบในถุงพลาสติกอีก ราว 20-30 วัน จึงนำมาเพาะชำในถุงดำก่อนนำไปปลุกต่อไป

วิธีที่สองใช้ปาดประกบคือต้นมะขวิดที่ขนาดเดียวกันกับวิธีแรก ใช้มีดที่คมและบางมาปาดเฉียงเป็นปากฉลามยาว 1 นิ้ว นำกิ่งมะนาวพันธุ์ดีมาปาดในลักษณะเดียว แล้วมาประกบใช้สก๊อตเทปพัน ก่อนนำไปอบเหมือนวิธีแรก ส่วนวิธีสุดท้ายเป็นการเสริมรากคือนำกิ่งมะนาวพันธุ์ดีที่มาจากการตอนกิ่งมาปาดเฉือนครึ่งต้นให้เป็นโล่ แล้วนำต้นมะขวิดมาปาดขาดเป็นท่อนไปประกบที่กิ่งพันธุ์มะนาวใช้สก๊อตเทปจากนั้นนำไปอบใช้รูปแบบเดียวกัน ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากลูกค้าเป้นอย่างมาก บางครั้งมียอดสั่งครั้งละ 500-1,000 กิ่ง ทำให้ศุภชัยยอมรับผลิตไม่ค่อยทัน ส่วนราคานั้นตั้งแต่กิ่งละ 100-300  บาท สนใจวิธีขยายพันธุ์มะนาวสอบถามได้ที่โทร.08-1449-4681

ด้าน ดร.วสรรญ ผ่องสมบูรณ์ นักวิชาการเกเษตรชำนาญการพิเศษ  ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตร บอกว่า การเสียบกิ่งมะนาวบนตอมะขวิดสามารถทำได้เพราะเป็นพืชอยู่ในวงศ์รูตาเซีย (RUTACEAE)เหมือนกัน แต่ต่างสายพันธุ์หรือต่างจีนัส (genus) กัน ทำให้มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน คือข้อดีในระยาวยาว เกษตรกรที่ปลูกจะได้ประหยัดค่าดูแลโดยเฉพาะในเรื่องค่าดูแล เพราะมะนาวที่เสียบบนต่อมะขวิดทนต่อสภาพแวดล้อมได้ดีทั้งที่แล้ง หรือน้ำท่วม เพราะรากของมะขวิดเป็นรากที่ลึก สามารถหาอาหารได้เก่งจะให้ผลผลิตดก ระยะเก็บเกี่ยวยาวกว่า แต่เหมาะที่จะปลูกลงดินเท่านั้น นอกจากนี้สามารถปลูกถี่ได้ ประหยัดเนื้อที่ และผลผลิตมะนาวไม่มีการกลายพันธุ์แต่อย่างใด แต่ข้อเสียคือออกผลช้ากว่าการตอนกิ่งทั่วไป

การเสียบกิ่งมะนาวบนตอมะขวิดก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของเกษตรที่จะทำสวนมะนาวแบบลงดิน หากสนใจการปลูกมะนาวครบวงจร ทางสมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทยจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการหัวข้อ “ปลูกมะนาว…บังคับออกนอกฤดูรวยแน่?” ที่อาคารสารนิเนศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขต ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2556 สอบถามที่โทร.0-2940-5425-6

———————

(เสียบกิ่งมะนาวบนตอมะขวิด ให้ผลผลิตดก-ทนแล้ง-น้ำท่วม : โดย…ดลมนัส  กาเจ)

http://www.dailynews.co.th/agriculture/216150

วันพุธที่ 3 กรกฎาคม 2556 เวลา 00:00 น.

ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตร กรมวิชาการเกษตร ประสบความสำเร็จในการปรับปรุงพันธุ์มะนาวพันธุ์ใหม่เพิ่มอีก 1 พันธุ์ ได้แก่ พันธุ์พิจิตร 1 ซึ่งเป็นทางเลือกที่สามารถช่วยแก้ปัญหาเรื่องโรคแคงเคอร์ให้เกษตรกรได้ ที่สำคัญยังเหมาะสมต่อการปลูกเป็นการค้า และเพื่อการบริโภคภายในครัวเรือน โดยปลูกได้ทั้งในแปลงและวงท่อซีเมนต์ คาดว่า มะนาวพันธุ์พิจิตร 1 จะเป็นพันธุ์ใหม่ที่ตลาดมีความต้องการสูงและมีแนวโน้มสดใสทั้งตลาดภายในและต่างประเทศ

นายณรงค์ แดงเปี่ยม นักวิชาการเกษตรชำนาญการ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตร หนึ่งในทีมนักวิจัยและปรับปรุงพันธุ์มะนาวพันธุ์พิจิตร 1 กล่าวว่า   มะนาวพันธุ์พิจิตร 1 มีลักษณะเด่น คือ มีความต้านทานต่อโรคแคงเคอร์สูง โดยพบอาการของโรคที่ใบ ประมาณ 17.15 %  ขณะที่มะนาวพันธุ์แป้นรำไพพบอาการของโรคแคงเคอร์ถึง 78.3 % นอกจากนี้ มะนาวพันธุ์พิจิตร 1 ยังเจริญเติบโตเร็ว ให้ผลผลิตเร็วและให้ผลผลิตสูง เฉลี่ย 3 ปี 794 กิโลกรัม/ไร่ สูงกว่าพันธุ์แป้นรำไพที่ให้ผลผลิตเฉลี่ย 104 กิโลกรัม/ไร่ ทั้งยังให้ผลขนาดใหญ่ น้ำหนักผล 67.2 กรัม ทรงผลแป้นตรงตามความต้องการของตลาด มีปริมาณน้ำคั้นเฉลี่ย 20.5 มิลลิลิตร/ผล สูงกว่าพันธุ์แป้นรำไพ  17.5 %  และมีกลิ่นหอมด้วย

หากปลูกในวงท่อซีเมนต์ หลังปลูกประมาณ 8 เดือน มะนาวพันธุ์พิจิตร 1 จะเริ่มให้ผลผลิต กรณีปลูกลงแปลงควรให้ต้นมะนาวเจริญเติบโตสมบูรณ์เต็มที่ก่อน ถ้ามะนาวออกดอกและติดผลเร็วให้เด็ดผลทิ้ง จนกระทั่งต้นมะนาวอายุได้ 1 ปี ค่อยปล่อยให้ติดผลและเก็บเกี่ยวผลผลิตส่งตลาดได้ ในช่วงฤดูแล้งมะนาวพันธุ์พิจิตร 1 จะให้ผลผลิตสูงมาก ต้นอายุ 4 ปีในแปลงจะให้ผลผลิตถึง 1,000 ผล/ต้น ถ้าปลูกในวงท่อซีเมนต์จะให้ผลผลิตประมาณ 400 ผล/ต้น ช่วยให้ผู้บริโภคมีโอกาสซื้อมะนาวราคาถูกลงในช่วงหน้าแล้ง

เกษตรกรสามารถใช้มะนาวพันธุ์นี้ ปลูกทดแทนมะนาวพันธุ์เดิมที่อ่อนแอต่อโรคแคงเคอร์ได้ ซึ่งช่วยลดต้นทุนค่าสารเคมีป้องกันกำจัดโรคแคงเคอร์ได้ถึง 70-80% และได้ผลตอบแทนคุ้มค่าการลงทุน จากการแนะนำพันธุ์และเผยแพร่พันธุ์มะนาวพิจิตร 1 ไปสู่เกษตรกร พบว่าเกษตรกรมีความพึงพอใจในศักยภาพของพันธุ์และมีการนำพันธุ์ไปปลูกในพื้นที่ต่าง ๆ แล้วกว่า 450,000 ต้นทั่วประเทศ ขณะเดียวกันพ่อค้าและแม่ค้าก็ชอบในคุณภาพของมะนาวพันธุ์พิจิตร 1 ด้วย เพราะสามารถวางจำหน่ายได้นานและไม่ช้ำง่าย อนาคตคาดว่า พื้นที่ปลูกมะนาวพันธุ์พิจิตร 1 จะขยายตัวเพิ่มขึ้นและมีศักยภาพทางการตลาดสูงขึ้นทั้งในและต่างประเทศ

หากสนใจเกี่ยวกับ “มะนาวพันธุ์พิจิตร 1” สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตร จังหวัดพิจิตร โทร.0-5699-0035, 0-5699-0040 ในวันและเวลาราชการ.

http://www.thairath.co.th/content/edu/337787

  • 10 เมษายน 2556, 05:00 น.

Pic_337787

หน้าแล้งปลูกอะไรไม่ค่อยได้ผลผลิต แต่มะนาวปลูกใกล้บ้านทำเงินให้เกษตรกรได้ไม่น้อย ช่วงนี้ราคาลูกละ 10 บาท…จึงมีการบังคับให้มะนาวออกผลนอกฤดู และคิดหาพันธุ์ใหม่ๆ ที่ให้ลูกได้ตลอดทั้งปี

ล่าสุด วโรชา จันทโชติ เกษตรกร ต.ไผ่จำศีล อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ได้พบมะนาวพันธุ์ใหม่ เลยใช้ชื่อตัวเองเป็นชื่อมะนาวพันธุ์ใหม่ซะเลย

“ทำเกษตรมาค่อนชีวิต แต่ก่อนปลูกผักสวนครัว มะละกอ มะเขือ พริก โหระพา ชะอม เก็บขายวันเว้นวัน เหมือนจะพออยู่ได้ แต่พอถึงหน้าฝนน้ำท่วมทุกปี ทำกินไม่ได้ พอน้ำลดก็ต้องมารื้อสวนทำใหม่ทุกปี จึงหันไปปลูกมะนาว บังเอิญเอามะนาวพันธุ์แป้นพิจิตรกับพันธุ์แป้นรำไพมาปลูกใกล้กัน ทำไปทำมาเกิดการผสมข้ามพันธุ์ได้พันธุ์ใหม่ เรียกว่า พันธุ์แป้นวิเศษ มีจุดเด่นปลูกแค่ 2 เดือนก็เริ่มให้ผล มีน้ำเยอะกลิ่นหอมกว่าพันธุ์อื่น”

แต่ด้วยความเป็นเกษตรกรที่ไม่หยุดนิ่งและไม่ชอบแห่ตามใคร เขาจึงคิดหาวิธีพัฒนาพันธุ์ใหม่ๆ ตลอดเวลาจนพบว่าถ้านำมะนาวพันธุ์แป้นวิเศษมาเป็นต้นตอ แล้วนำกิ่งมะนาวพันธุ์ดี ลูกดกให้ผลเป็นช่อพวงเป็นทะวายมาเสียบยอดติดตาแล้วจะได้พันธุ์ที่มีคุณภาพดีกว่าเดิม ได้ผลขนาดใหญ่ ให้ลูกทั้งปี เนื้อแน่นน้ำเยอะ เปลือกบาง ที่สำคัญทนโรคแคงเกอร์…นี่แหละที่มาของมะนาวพันธุ์ใหม่ “แป้นวโรชา”

ส่วนวิธีปลูกมะนาวที่ดีที่สุด ควรปลูกในบ่อซีเมนต์ขนาด 1 เมตร ระยะห่าง 2-2.5 ม. เพราะจะสามารถบริหารจัดการดูแลง่าย ทั้งในเรื่องใส่ปุ๋ย ให้น้ำ ตอนกิ่ง บังคับให้ออกลูกนอกฤดู ที่สำคัญถึงฤดูฝนน้ำท่วม ก็ยังใช้ยางรถยนต์หนุนบ่อซีเมนต์ให้สูงหนีน้ำได้

ส่วนการบังคับให้ออกนอกฤดู ถ้าใช้วิธีฉีดปุ๋ยสิ่งสำคัญต้องดูขนาดทรงพุ่มก่อนว่าใหญ่แข็งแรงพอที่จะทำได้หรือไม่ ถ้าได้ให้ใช้ปุ๋ยยูเรียสูตร 46-0-0 ประมาณ 1 ช้อนชา ฉีดพ่นทางใบ จากนั้นมะนาวจะแตกตาใหม่รอการติดผล

อีกวิธีงดให้น้ำ แต่ต้องวางแผนก่อน 6 เดือน อย่างจะบังคับให้มะนาวออกมาขายในเมษายน จะต้องลงมือตั้งแต่ตุลาคม ในช่วง 2 เดือนแรก (ต.ค.-พ.ย.) บำรุงใส่ปุ๋ยอย่างเต็มที่ จากนั้นงดให้น้ำ 8-10 วัน และเมื่อเห็นว่าใบและก้านเหี่ยวจนหลุดร่วงหมดต้น จึงเริ่มให้น้ำอีกครั้ง จากนั้นต้นมะนาวจะแตกตาใหม่และให้ลูกผลในอีก 3 เดือนต่อมา…สนใจอยากได้ทั้งมะนาวพันธุ์ใหม่ และเคล็ดวิชาบังคับมะนาวออกนอกฤดู ติดต่อสอบถามไปที่ 08-8118-8234.

ไชยรัตน์ ส้มฉุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
  • 10 เมษายน 2556, 05:00 น.

ปลูกมะนาวในบ่อซีเมนต์

วันพุธที่ 13 มีนาคม 2556

//

ปลูกมะนาวในบ่อซีเมนต์

เกษตรกรคนเก่ง : ปลูกมะนาวในบ่อซีเมนต์ ความสำเร็จผู้พัน ‘จรัญ หนูเนียม’ : โดย…สุพิชฌาย์ รัตนะ

                         อ. “ลานสกา” จ.นครศรีธรรมราช พื้นที่ซึ่งได้รับการขนามนามว่าอากาศดีที่สุดในประเทศไทยแล้ว ยังมีเรื่องราวของอดีตผู้พันที่หันมาเอาดีด้านเกษตรจนได้ดิบได้ดีกับภารกิจ “ปลูกมะนาวในบ่อซีเมนต์” ขึ้นแท่นเป็นผู้เชี่ยวชาญที่เกษตรกรทั่วเมืองเดินทางมาศึกษาดูงาน และขอองค์ความรู้ไม่ขาดสาย

พ.ท.จรัญ หนูเนียม อดีตนายทหารกรมสรรพาวุธทหารบก สังกัดกองทัพบก เจ้าของ “สวนส้มผู้พัน” ที่เริ่มต้นลงทุนลงแรงปลูกผัก และพืชสวนนานาชนิดตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร กระทั่งปลายปี 2549 ได้รับทราบข้อมูลการปลูกมะนาวพันธุ์พิจิตร1 ผ่านทางโทรทัศน์ระบุว่าเป็นพันธุ์ใหม่ที่ต้านทานโรค ให้ผลดก ผลโต น้ำเยอะ และให้ผลผลิตเร็วประมาณ 1 ปี

จากข้อมูลดังกล่าวทำให้ “ผู้พันจรัญ” เกิดจุดประกายไอเดียการทำเกษตรอีกครั้ง โดยเดินหน้าศึกษาหาข้อมูลและเรียนรู้อย่างจริงจัง กระทั่งตัดสินใจปรับสภาพพื้นที่ 20 ไร่ ที่เคยเป็นสนามทดลองปลูกพืชนานาชนิดมาแล้ว เปลี่ยนสภาพเป็นสวนมะนาวพันธุ์มะนาวพิจิตร 1 ทั้งหมดด้วยความหวังจะอยู่รอดบนเส้นทางสายเกษตรให้ได้

“ผมปรับพื้นที่เกือบ 20 ไร่จากนั้นทดลองปลูกมะนาวแบบ 2 ระบบ คือ ปลูกในแปลง 300 ต้น และปลูกในบ่อซีเมนต์ 200 ต้น กระทั่ง 1-2 ปีให้หลังจึงพบว่าการปลูกมะนาวในบ่อซีเมนต์คือทางเลือกที่เหมาะสม”

ความสำเร็จจากการปลูกมะนาวในบ่อซีเมนต์นั้นเป็นเพราะว่ามีข้อดีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมคุณภาพให้ลูกดก ผลโต ที่สำคัญการกำหนดให้ออกผลผลิตนอกฤดูกาล โดยเฉพาะหน้าแล้งถือเป็นช่วงเวลาทองในการจำหน่าย เพราะยิ่งแล้งมะนาวก็ยิ่งแพง

จากจุดเริ่มต้นดังกล่าว ปัจจุบันที่บ้านเลขที่ 63/6 หมู่ 7 ต.ท่าดี อ.ลานสกา ถูกเนรมิตให้กลายเป็น “สวนส้มผู้พัน” ที่มีดีมากกว่าแปลงมะนาวในท่อซีเมนต์ซึ่งผลิตมะนาวพันธุ์ดีออกสู่ตลาดแล้ว สถานที่นี้ยังเป็นแปลงเรียนรู้ทางการเกษตรของคนในชุมชนและเกษตรกรทั่วไป โดยมี “ผู้พันจรัญ” ทำหน้าที่เป็นปราชญ์ด้านมะนาว สร้างความกระจ่างชัดให้ผู้สนใจนำกิ่งพันธุ์มะนาวกลับไปปลูกที่บ้าน ส่วนใครสนใจก็ติดต่อไปที่โทร.08-1968-1438

——————–

(เกษตรกรคนเก่ง : ปลูกมะนาวในบ่อซีเมนต์ ความสำเร็จผู้พัน ‘จรัญ หนูเนียม’ : โดย…สุพิชฌาย์ รัตนะ)

http://www.dailynews.co.th/agriculture/213536

วันเสาร์ที่ 22 มิถุนายน 2556 เวลา 00:00 น.

ข้อมูลทางวิชาการจากมหาวิทยาลัยเอเซียอาคเนย์ได้ระบุถึงประโยชน์ของมะนาว ว่า มีประโยชน์ในการรักษาโรคต่าง ๆ ได้มากมายหลายโรคด้วยกัน โดยเฉพาะประโยชน์ของมะนาวในแง่การนำมาใช้เป็นสมุนไพร มีมากมาย อาทิ แก้ไอออกเลือด ใช้โดยนำน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา มะนาว 4 ลูก เกลือ 1 ช้อน หรือประมาณ 3-4 เม็ด ผสมให้เข้ากันดี ให้มีรสเปรี้ยว เค็ม หวาน ใช้จิบทุกครั้งที่ไอ แก้เสียงแหบแห้ง ด้วยการผ่ามะนาวครึ่งหนึ่ง จิ้มเกลือบีบน้ำลงคอกลืนกิน ทำทุกเช้าทุกวัน เสียงจะไม่แหบแห้ง หรือก้างปลาติดคอแก้โดยเอามะนาว 1 ลูกคั้น เอาแต่น้ำ เติมเกลือ น้ำตาลนิดหน่อยกรอกลงไปให้ตรงก้างที่ติดคอ อมไว้สักครู่ แล้วจึงค่อยกลืน ก้างจะอ่อนตัวหลุดลงไปในกระเพาะ หรือแก้ไข้ โดยนำใบมะนาวมาหั่นฝอย ๆ ชงด้วยน้ำเดือด ดื่มแบบน้ำชาจะช่วยลดไข้และใช้อมกลั้วคอฆ่าเชื้อโรคเป็นต้น

และคนไทยในชนบทเมื่อครั้งอดีตจะใช้มะนาวบรรเทาพิษงูเมื่อถูกงูกัด โดยกินน้ำมะนาว ขนาดผลโตสัก 1 ผล ซึ่งเชื่อกันว่าน้ำมะนาวจะเข้าไปทำปฏิกิริยากับพิษงูที่แล่นเข้าสู่กระเพาะอาหาร สักครูก็จะอาเจียนออกมา มีเลือดปนเล็กน้อย ซึ่งเชื่อกันว่าพิษงูเริ่มหมดฤทธิ์ แต่ปัจจุบันวิธีนี้ไม่เป็นที่นิยมนำมาใช้ เนื่องจากระบบการรักษาพยาบาลมีความก้าวหน้าและสามารถเข้าถึงชุมชนได้ค่อนข้างกว้างขวางและรวดเร็วกว่าเมื่อเทียบกับเมื่อครั้งอดีต ผู้ถูกงูกัดจึงถูกส่งถึงโรงพยาบาลได้อย่างทันท่วงที.



  • Arlene: I was thinking about if you have a linkedin page. Cheers for the astonishing blog post.
  • Lou: Heya, this really is such an incredible topic to learn about.
  • Anti Aging: What's up, just wanted to mention, I enjoyed this article. It was funny. Keep on posting!

หมวดหมู่