ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

มะขาม – เรื่องน่ารู้ พฤศจิกายน 14, 2014

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันพุธ 22 ตุลาคม 2557 เวลา 00:00 น.

มะขามเป็นไม้ต้นขนาดกลางจนถึงขนาดใหญ่แตกกิ่งก้านสาขามาก  ออกเป็นช่อเล็กๆ ตามปลายกิ่ง หนึ่งช่อมี 10-15 ดอก ผล เป็นฝักยาว รูปร่างยาวหรือโค้ง ยาว 3-20 ซม. เนื้อในติดกับเปลือก เมื่อแก่เปลี่ยนเป็นเปลือกแข็งกรอบ สีน้ำตาล เนื้อในเป็นสีน้ำตาลหุ้มเมล็ด มีรสเปรี้ยว และหวานแล้วแต่พันธุ์ คนไทยโบราณใช้ราก เปลือก  แก่น ใบ เนื้อในฝัก ฝักดิบ เมล็ด เปลือกเมล็ด ดอกสด และฝักดิบเป็นยางเพื่อการฟอกเลือด และลดความอ้วน แต่ส่วนใหญ่ใช้เป็นยาระบายและลดอุณหภูมิในร่างกาย บรรเทาอาการไข้ เนื้อในฝักแก่ใช้ แก้ไอ ขับเสมหะ.

 

มะขาม – เรื่องน่ารู้ มีนาคม 23, 2014

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันศุกร์ 21 มีนาคม 2557 เวลา 00:00 น.

  • ?มะขาม - เรื่องน่ารู้?

ทำให้ผิวหนังอ่อนวัยลบรอยเหี่ยวย่น ให้ความยืดหยุ่นของผิวหนังในชั้นผิวหนังแท้ดีขึ้น คนไทยเมื่อครั้งอดีตนำมะขามอ่อนมาใช้ประโยชน์เป็นยาระบาย ยาถ่าย รักษาอาการขัดเบา

วันศุกร์ 21 มีนาคม 2557 เวลา 00:00 น.

มะขามชนิดเปรี้ยว มีกรดอินทรีย์หลายตัว เช่น กรดทาร์ทาร์ริค กรดซิตริค  กรดมาลิค ทำให้ออกฤทธิ์ระบายลดความร้อนของร่างกาย โดยเฉพาะกรดมาลิค มีประสิทธิภาพในการรักษาผิวหน้า ช่วยทำให้มีการหลุดลอกของผิวชั้นนอก  และกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ ทำให้ผิวหนังอ่อนวัยลบรอยเหี่ยวย่น ให้ความยืดหยุ่นของผิวหนังในชั้นผิวหนังแท้ดีขึ้น คนไทยเมื่อครั้งอดีตนำมะขามอ่อนมาใช้ประโยชน์เป็นยาระบาย ยาถ่าย รักษาอาการขัดเบา รักษาอาการเหน็บชา  รักษาอัมพาต รักษาอาการนอนไม่หลับ ช่วยขับน้ำคาวปลา  ช่วยให้มดลูกเข้าอู่เร็ว แก้ไข้หวัด แก้ปวดหลังและบั้นเอว แก้หืด ไอ เป็นต้น.

 

“ดอกมะขาม” มีนาคม 2, 2014

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/372807

  • 30 กันยายน 2556, 05:01 น.

Pic_372807

กับวิธีการกินลดความดันโลหิตสูง

ตำรายาไทย ที่ใช้ลดความดันโลหิตสูงมีหลายอย่าง อยู่ที่ใครใช้แล้วได้ผลกับสูตรไหนก็ใช้สูตรนั้น และ “ดอกมะขาม” เป็นสูตรหนึ่งที่นิยมใช้กันมาแต่โบราณ โดยให้เอา “ดอกมะขาม” สด 2–3 กำมือต้มกับน้ำ 1 ลิตร จนเดือด ดื่มครั้งละ 1 แก้ว ก่อนหรือหลังอาหารก็ได้ วันละ 3 เวลา เช้า กลางวัน เย็น ดื่มเป็นประจำจะช่วยลดความดันโลหิตสูงได้ ใครที่เป็นโรคนี้อยู่ทดลองดูไม่มีอันตรายอะไร

มะขาม หรือ TAMARINDUS INDICA LINN. อยู่ในวงศ์ LEGUMINO­SAE มีถิ่นกำเนิดเอเชียและแอฟริกาเขตร้อน เปลือกต้น ต้มกับน้ำเปล่าหรือน้ำปูนใสดื่มแก้ท้องเดิน ใบต้มน้ำ ดื่มช่วยย่อย ขับปัสสาวะ เนื้อดิบหรือสุก กินเป็นยาระบายอ่อนๆ แก้ไอขับเสมหะ ใบแก่ต้มกับหัวหอมแดงโกรกศีรษะเด็กเช้ามืดแก้หวัด คัดจมูก เส้นใยติดขั้วเรียกว่า “รกมะขาม” ต้มรวมกับเปลือกต้นล้างแผลสมานแทนใช้ด่างทับทิมได้

ครับ หนังสือ “สมุนไพรไม้ดอกไม้ประดับหายาก” เล่มที่ 5 ของ “นายเกษตร” พิมพ์จำกัดหมดแล้วหมดเลย ไม่วางขายที่ไหน ราคาเล่มละ 600 บาท บวกค่าส่งกลับเล่มละ 30 บาท ส่งธนาณัติซื้อสั่งจ่าย “คุณนงลักษณ์ ศรีอัชรานนท์” ตู้ ปณ.48 ปณ.สามแยกลาดพร้าว กทม. 10901 หรือสอบถามผลิตภัณฑ์สมุนไพร แห้วหมูแคปซูล ช่วยลดความดันโลหิตสูง, ขมิ้นพอกหน้า ช่วยให้ใบหน้าตึงใส, เซรั่มสกัด จากธัญพืชบำรุงผิวหน้า, ครีมบำรุงรอบดวงตา สกัดจากโสมและวิตามินอี, ครีมบำรุงกลางวัน, ครีมบำรุงกลางคืน,แชมพูสูตร 5 ชนิด ขจัดรังแค เส้นผมแข็งแรง, ครีมนวดผมตะไคร้, สเปรย์ฉีดบำรุงรากผม, ยาลดเบาหวานแคปซูล, ยาบำรุงไตแคปซูล ไม่ใช่รักษาไต, ดีบัวแคปซูล ช่วยขยายหลอดเลือดไปเลี้ยงสมองและหัวใจ, ตรีผลา ลดไขมันในเส้นเลือด ลดไตรกลีเซอไรด์, ยาต้มคลายเส้นไม้เท้าเฒ่าอาลี แก้ปวดเมื่อย แก้เกาต์ลดเบาหวาน บำรุงไต บำรุงกำลัง, คอลลาเจนบริสุทธิ์ ทาหน้าช่วยให้ใบหน้ากระชับ และอื่นๆ โทร.0–2275–2692 ครับ.
“นายเกษตร’’

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 30 กันยายน 2556, 05:01 น.
 

‘มะขามแปรรูป’สแน็กพื้นบ้าน’โกอินเตอร์’ กรกฎาคม 20, 2013

‘มะขามแปรรูป’สแน็กพื้นบ้าน’โกอินเตอร์’

เกษตร-วิทยาศาสตร์-ไอที : ข่าวทั่วไป
วันพุธที่ 29 พฤษภาคม 2556

‘มะขามแปรรูป’สแน็กพื้นบ้าน’โกอินเตอร์’

ตำรับมะขามแปรรูป ‘สารัช’ สแน็กพื้นบ้าน ‘โกอินเตอร์’ : โดย…ธานี กุลแพทย์

ความสำเร็จอีกก้าวของผลิตภัณฑ์มะขามแปรรูปแบรนด์ “สารัช” สแน็กพื้นบ้านจากถิ่นเพชรบูรณ์ นำโดยชายหนุ่มวัย 30 ปี สารัช กมลธรไท ที่มุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจครอบครัว จนก้าวสู่ความเป็นเบอร์หนึ่ง ขณะที่ผลิตผล 30% ขยายสู่ตลาดต่างประเทศ ด้วยชูความโดดเด่นด้านคุณภาพ รสชาติความอร่อย และการเข้าร่วมโครงการของรัฐเป็นอีกแรงผลักที่ทำให้บรรลุเป้าหมายยิ่งขึ้น

สารัช กมลธรไท ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท สารัชมาเก็ตติ้ง จำกัด ทายาทหนึ่งเดียวของ จินดา-สุภาลักษณ์ กมลธรไท ที่ทั้งคู่ได้ถอยห่างมายืนเป็นที่ปรึกษาตลอด 4-5 ปี บอกว่า หลังจบการศึกษาภาคอินเตอร์ จากมหาวิทยาลัยมหิดล ได้กลับบ้านเพื่อรับช่วงธุรกิจการแปรรูปมะขามแบรนด์ “สารัช” ต่อจากครอบครัว ซึ่งตั้งอยู่ที่ 113 หมู่ 11 ต.หล่มเก่า อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์

โดยเขาบอกว่า ด้วยบริษัทเป็นเจ้าแรกที่ผลิตมะขามแปรรูป ถึงตอนนี้มีผลิตภัณฑ์ในแบรนด์ 9 รายการ คือ มะขามจี๊ดจ๊าด มะขามคลุกจี๊ดจ๊าด มะขามแก้ว มะขามเคี้ยวหนึบ มะขามแช่อิ่ม มะขามเปียก น้ำมะขามพร้อมดื่ม และมะขามฝัก ซึ่งตลอดกว่า 10 ปีที่ครอบครัวดำเนินธุรกิจนี้นับแต่ปี 2545 ประสบผลสำเร็จด้วยดี โดยเฉพาะชื่อเสียงด้านคุณภาพ รสชาติความอร่อยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนได้รับการกล่าวขานเป็นต้นตำรับมะขามแปรรูปของ จ.เพชรบูรณ์

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ที่มียอดจำหน่ายมากสุดคือ มะขามคลุกจี๊ดจ๊าด แบบกระปุก ขนาดบรรจุ 160 กรัม โดยวางจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อและร้านขายของฝาก สัดส่วนยอดขายอยู่ที่ 60-70% ส่วนอื่นๆ เช่น มะขามแก้ว มะขามเคี้ยวหนึบ กลุ่มลูกค้าเป้าหมายแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ ประเภทร้านสะดวกซื้อในประเทศ และลูกค้าต่างประเทศที่เน้นกลุ่มเอเชียเป็นหลัก มีสัดส่วนการตลาด 70 และ 30

ทว่า ในความสำเร็จนั้น “สารัช” ยอมรับว่า ที่ผ่านมาก็มีปัญหาเช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องวัตถุดิบและแรงงาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อภาคการผลิต ในส่วนของมะขามซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักจะซื้อและถูกนำมาเก็บในห้องเย็นเพื่อรอการผลิตบางครั้งทำให้ไม่ได้คุณภาพ ขณะที่แรงงานซึ่งใช้คนในพื้นที่ทั้งหมดจะต้องมีการเสริมสร้างภูมิอยู่ตลอดเพื่อร่วมพัฒนาสินค้าให้ได้มาตรฐาน

ดังนั้น บริษัทจึงเข้าร่วมพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมส่วนภูมิภาค โครงการของกระทรวงอุตสาหกรรม นับแต่ปี 2551 ถึงปัจจุบัน โดยบริษัทเลือกพัฒนา 2 แผน คือ แผนปรับปรุงคุณภาพและพัฒนางาน ซึ่งทีมที่ปรึกษาพบว่า กระบวนการผลิตมีการปนเปื้อนจากวัตถุดิบ เครื่องบรรจุกระปุกแบบอัตโนมัติยังไม่สามารถควบคุมคุณภาพได้ สุดท้ายมีการตกหล่นระหว่างบรรจุทำให้กลายเป็นของเสีย ซึ่งหลังดำเนินการ (ม.ค.-พ.ค.2555) พบว่าลดจำนวนผู้ใช้แรงงานและลดการสูญเสีย วัดมูลค่ากว่า 697,000 บาท

ส่วนอีกแผน “สารัช” บอก คือ ยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์/ระบบมาตรฐานสากล ทีมที่ปรึกษาได้เสนอรายละเอียดเพื่อยกระดับ ระบบมาตรฐานสากล ISO 22000 เป้าหมายเพื่อพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพระดับสากล อีกทั้ง เพิ่มศักยภาพในการเปิดตลาดอาเซียน ซึ่งหากบริษัทพัฒนาไปสู่ระบบนี้ได้ คาดจะมีการเติบโตของยอดขายเพิ่มสูงขึ้นจาก 10% เป็น 20% คิดเป็นมูลค่ากว่า 10 ล้านบาทต่อปี

ทั้งนี้ สารัช ยอมรับว่า แผนการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ของเขาจนเป็นที่รู้จักกันทั่วไป นอกจากยึดหลักความพอเพียง ความเชื่อมั่นในตัวสินค้าแล้ว การใช้ระบบโซเชียลเน็ตเวิร์กเป็นอีกหนทางที่ต้นทุนถูกที่สุด และเพิ่มยอดขายได้อย่างต่อเนื่องด้วย

——————–

(ตำรับมะขามแปรรูป ‘สารัช’ สแน็กพื้นบ้าน ‘โกอินเตอร์’ : โดย…ธานี กุลแพทย์)

 

อร่อยจี๊ด’สารัช’มะขามแปรรูป ธันวาคม 23, 2012

อร่อยจี๊ด’สารัช’มะขามแปรรูป

อร่อยจี๊ด’สารัช’มะขามแปรรูป

ผลิตภัณฑ์อร่อยจี๊ดตรา ‘สารัช’ ตำรับมะขามแปรรูป-โกอินเตอร์ : โดย…ธานี กุลแพทย์

                         นับเป็นความสำเร็จอีกก้าวของผลิตภัณฑ์มะขามแปรรูปแบรนด์ “สารัช” ซึ่งนำโดยชายหนุ่มวัย 30 ปี สารัช กมลธรไท ทายาทรุ่นลูก ที่มุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจครอบครัว จนก้าวสู่ความเป็นเบอร์หนึ่งของประเทศในตลาดสินค้าประเภทนี้ ขณะที่ผลิตผล 30 เปอร์เซ็นต์ ขยายสู่ตลาดต่างประเทศ ด้วยความโดดเด่นด้านคุณภาพ รสชาติความอร่อยที่แตกต่าง การเข้าร่วมโครงการของรัฐอย่างต่อเนื่องเป็นอีกแรงผลักที่ทำให้ผลิตภัณฑ์จากดินแดนมะขามหวานถิ่นเพชรบูรณ์บรรลุเป้าหมายยิ่งขึ้น

ดังการเข้าร่วมโครงการของกระทรวงอุตสาหกรรม One Province One Agro-Industrial Product (OPOAI) หรือโครงการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมส่วนภูมิภาค ซึ่ง สารัช กมลธรไท ในฐานะผู้จัดการฝ่ายการตลาด บ.สารัชมาเก็ตติ้ง จำกัด ทายาทหนึ่งเดียวของ จินดา-สุภาลักษณ์ กมลธรไท ที่ทั้งคู่ได้ถอยห่างมายืนเป็นที่ปรึกษาอยู่เบื้องหลังตลอด 4-5 ปี บอกว่า หลังจบการศึกษาภาคอินเตอร์ จากมหาวิทยาลัยมหิดล ได้กลับบ้านเพื่อรับช่วงธุรกิจการอบและแปรรูปมะขามแบรนด์ “สารัช” ต่อจากครอบครัวทันที โดยสถานประกอบการตั้งอยู่ 113 หมู่ 11 ต.หล่มเก่า อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์

“สารัช” บอกว่า บริษัทเป็นเจ้าแรกของพื้นที่ที่ผลิตมะขามแปรรูป ซึ่งถึงตอนนี้มีผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ 9 เมนู คือ มะขามจี๊ดจ๊าด มะขามคลุกจี๊ดจ๊าด มะขามแก้ว มะขามเคี้ยวหนึบ มะขามแช่อิ่ม มะขามเปียก น้ำมะขามพร้อมดื่ม และมะขามฝัก ซึ่งตลอด 10 ปีที่ครอบครัวดำเนินธุรกิจนี้ โดยเริ่มเมื่อปี 2545 นับว่าประสบผลสำเร็จด้วยดี โดยเฉพาะชื่อเสียงด้านคุณภาพ รสชาติความอร่อยที่ไม่เหมือนใคร มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนได้รับการกล่าวขานถึงว่าเป็นต้นตำรับมะขามแปรรูปของ จ.เพชรบูรณ์

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ที่มียอดจำหน่ายมากสุดคือ มะขามคลุกจี๊ดจ๊าด แบบกระปุก ขนาดบรรจุ 160 กรัม โดยวางจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อและร้านขายของฝาก มีสัดส่วนยอดขายอยู่ที่ 60-70 เปอร์เซ็นต์ ส่วนผลิตภัณฑ์ชนิดอื่นๆ เช่น มะขามแก้ว มะขามเคี้ยวหนึบ กลุ่มลูกค้าเป้าหมายแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ ลูกค้าโมเดิร์นเทรดประเภทร้านสะดวกซื้อในประเทศ และลูกค้าต่างประเทศ มีสัดส่วนการตลาด 70 เปอร์เซ็นต์ และ 30 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ซึ่งตลาดต่างประเทศส่วนใหญ่เป็นกลุ่มประเทศเอเชียเป็นหลัก

ทว่า ในความสำเร็จนั้น “สารัช” ยอมรับว่า ก็มีปัญหาเช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องของแรงงานและวัตถุดิบ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อภาคการผลิต ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา บริษัทได้ใช้แรงงานในพื้นที่ทั้งหมด เพื่อส่งเสริมให้แรงงานรักถิ่นไม่จากบ้านไปทำงานในเมือง ขณะที่มะขามเปรี้ยวและมะขามหวานวัตถุดิบหลักในการผลิต ซึ่งหาซื้อจากในเพชรบูรณ์และจังหวัดใกล้เคียง โดยจะสั่งซื้อช่วงธันวาคม-มีนาคมของทุกปี จะถูกนำมาเก็บในห้องเย็น ซึ่งบางครั้งทำให้วัตถุดิบไม่ได้คุณภาพ

“เราจึงสมัครเข้าร่วมโครงการมาตั้งแต่ปี 2551 ซึ่งเป็นปีแรกของโครงการ เนื่องจากเห็นความสำคัญเรื่องคุณภาพการทำงานของพนักงานในการผลิต ไม่ว่าจะเป็นการคัดแยกเกรดวัตถุดิบ การแกะเปลือก เพื่อไม่ให้ไปปะปนกับเนื้อมะขาม รวมทั้งการสร้างระบบมาตรฐานคุณภาพสินค้า”

สำหรับการเข้าร่วมโครงการในปี 2555 บริษัทเลือกพัฒนาใน 2 แผน คือ แผนงานที่ 3 การปรับปรุงคุณภาพและพัฒนางาน ซึ่งทีมที่ปรึกษาพบว่า กระบวนการผลิตมีการปนเปื้อนจากวัตถุดิบ เครื่องบรรจุกระปุกแบบอัตโนมัติยังไม่สามารถควบคุมคุณภาพได้ ทำให้มีการติดขัด และสุดท้ายมีการตกหล่นระหว่างบรรจุทำให้กลายเป็นของเสียแทน หลังดำเนินการตามมาตรการต่างๆ (มกราคม-พฤษภาคม) พบว่าสามารถลดจำนวนผู้ใช้แรงงาน และลดการสูญเสียระหว่างกระบวนการต่างๆ วัดมูลค่าเป็นตัวเงินกว่า 697,000 บาท

ส่วนอีกแผนงาน คือ แผนงานที่ 5 การยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์/ระบบมาตรฐานสากล ทีมที่ปรึกษาของโครงการได้เสนอรายละเอียดเพื่อยกระดับ ระบบมาตรฐานสากล ISO 22000 เป้าหมายเพื่อให้สินค้ามีคุณภาพระดับสากล พัฒนากระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ เพิ่มยอดขายส่งออก อีกทั้งเพิ่มศักยภาพในการเปิดตลาดอาเซียนให้มากขึ้น หากบริษัทสามารถใช้ระบบมาตรฐานสากล ISO 22000 ได้ คาดว่าจะมีการเติบโตของยอดขายเพิ่มสูงขึ้นจาก 10 เปอร์เซ็นต์ เป็น 20 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นมูลค่ากว่า 10 ล้านบาทต่อปี

ทั้งนี้ สารัช ยอมรับว่า แผนการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ของเขาจนเป็นที่รู้จักกันทั่วไป นอกจากยึดหลักความพอเพียง ความเชื่อมั่นในตัวสินค้าแล้ว การใช้ระบบโซเชียลเน็ตเวิร์กเป็นอีกหนทางที่ต้นทุนถูกที่สุด และสามารถเพิ่มยอดขายได้อย่างต่อเนื่องด้วย

——————–

(ผลิตภัณฑ์อร่อยจี๊ดตรา ‘สารัช’ ตำรับมะขามแปรรูป-โกอินเตอร์ : โดย…ธานี กุลแพทย์)

 

ชี้ ‘เมล็ดมะขาม’ ยับยั้งเซลล์มะเร็ง กินเป็นอาหารได้ กันยายน 10, 2012

http://www.thairath.co.th/content/edu/289578

8 กันยายน 2555, 11:37 น.
Pic_289578

 

อาจารย์ด้านสมุนไพร ม.มหิดล พบ ‘เมล็ดมะขาม’ ช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็ง เพราะมีโพลีแซคคาไรด์เพิ่มภูมิคุ้มกัน ชี้งานวิจัยต่างประเทศรองรับ ระบุสามารถกินเป็นอาหารได้…

จากงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติครั้งที่ 9 “การนวดไทย มรดกไทยสู่มรดกโลก” ที่ศูนย์การประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี มีการแถลงข่าว เรื่อง “รวมพลคนต้านมะเร็งจากสหวิชาชีพ” โดย น.ส.พร้อมจิต ศรลัมน์ อาจารย์ประจำสำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ในปี 2555 มีงานวิจัยของต่างประเทศเกี่ยวกับเมล็ดมะขามจำนวนมาก โดยพบว่า ในเนื้อเมล็ดมะขามมีไขมันและโพลีแซคคาไรด์ ซึ่งเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวไม่ก่อให้เกิดโรคเบาหวานเหมือนน้ำตาลโมเลกุลคู่อย่างกลูโคสและละลายได้ดีในน้ำ

ทั้งนี้ ยังพบว่า โพลีแซคคาไรท์จากเมล็ดมะขาม มีฤทธิ์เสริมประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย โดยหากระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายบกพร่อง หรือน้อยกว่าปกติ โพลีแซคคาไรท์จากเมล็ดมะขามจะกระตุ้นให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น สามารถกำจัดเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมต่างๆ ที่ผ่านเข้าในร่างกาย โดยเฉพาะเชื้อไวรัส โดยยังพบว่าสามารถยับยั้งการเกิดเซลล์มะเร็งได้

น.ส.พร้อมจิต กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกัน งานวิจัยในต่างประเทศเมื่อปี 2550 ยังพบอีกว่าสารสกัดเมล็ดมะขามที่ไม่คั่ว สามารถต้านทานความเป็นพิษต่อตับ กระตุ้นการสร้างเซลล์ตับขึ้นทดแทนส่วนที่เสียไปและมีฤทธิ์ปกป้องไตของหนูทดลองจากสารเคมีที่ก่อมะเร็งต่อไตด้วย โดยในงานวิจัยระบุว่า ได้มีการทำการทดลองในหนูทดลองด้วยการให้พาราเซตามอล ซึ่งเป็นพิษต่อตับขนาด 1 กรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัวหนูทดลอง ติดต่อกัน 7 วัน เพื่อทำลายเซลล์ตับหนู หลังจากนั้นวันที่ 3 เริ่มป้อนสารสกัดน้ำของเนื้อในเมล็ดมะขาม ขนาด 700 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมของน้ำหนักตัวหนู เป็นเวลาเป็นเวลา 9 วัน แล้วตรวจหาค่าเอนไซม์ที่ส่อถึงการอักเสบและการทำลายเซลล์ตับ วัดน้ำหนักตับที่เหลือและตัดชิ้นเนื้อตับไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ ก็พบว่าสารสกัดน้ำของเนื้อในเมล็ดมะขาม ไปกระตุ้นการสร้างเซลล์ตับขึ้นทดแทนส่วนที่เสียไปได้

น.ส.พร้อมจิต กล่าวด้วยว่า ส่วนเรื่องความเป็นพิษของเมล็ดมะขามต่อร่างกาย ทั้งพิษแบบเฉียบพลันและพิษระยะยาว 3-4 เดือน พบว่าไม่ปรากฏความเป็นพิษในร่างกายแต่อย่างใด ดังนั้น สามารถกินเมล็ดมะขามเป็นเหมือนอาหารอย่างหนึ่งได้โดยการคั่ว หรือนำไปบดแล้วผสมน้ำกินได้ แต่ต้องมีการกินอาหารประเภทอื่นที่มีประโยชน์ร่วมด้วย.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
  • 8 กันยายน 2555, 11:37 น.
 

วิจัย..แป้งจากเมล็ดมะขามผลิต..พอลิแซคฯสู่ระบบส่งยา สิงหาคม 19, 2012

http://www.thairath.co.th/content/edu/283045 

13 สิงหาคม 2555, 05:00 น.

Pic_283045

มะขาม…เป็นไม้เขตร้อน มีถิ่นกำเนิดอยู่ใน ทวีปแอฟริกา แถบประเทศซูดาน ต่อมามีการนำเข้ามาในประเทศแถบเขตร้อนของทวีปเอเชีย ประเทศแถบละตินอเมริกา และในปัจจุบันมีมาก ในเม็กซิโก ส่วนในบ้านเราก็มีมากที่ จังหวัดเพชรบูรณ์ และเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดอีกด้วย

ปัจจุบัน…ผลผลิตเนื้อมะขาม มีการแปรรูปออกจำหน่ายมากมาย ทั้งใน รูปแบบบริโภคผลสด หรือเป็น มะขามแช่อิ่ม มะขามแก้ว แต่สิ่งที่เหลือจากกระบวนการผลิต คือ “เมล็ดมะขาม” แม้ว่าบางคนก็นำมาคั่วกินเป็นอาหารขบเคี้ยวที่เรียกว่า “ฟ้าลั่น” ก็ยังคงมีเหลือทิ้งไปอีกเป็นจำนวนมาก

ศ.ดร.วิมล ตันติไชยากุลศ.ดร.วิมล ตันติไชยากุล

นักวิจัยไทยได้…ผลิตแป้งจากเมล็ดมะขาม โดยการใช้ แสงซินโครตรอนวิเคราะห์การจัดเรียงตัวของโมเลกุลของแป้ง เพื่อใช้สำหรับ ระบบนำส่งยารักษาโรค…ซึ่งยังไม่มีประเทศใดในโลกที่สามารถทำได้…

ศ.ดร.วิมล ตันติไชยากุล อาจารย์ประจำคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ บอกว่า แป้งเมล็ดมะขาม เป็นสารโพลิเมอร์ชีวภาพ ที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารในหลายประเทศ ประกอบด้วย โซ่โมเลกุลขนาดใหญ่ เมื่อผสมกับตัวยาที่มี โครงสร้างที่เหมาะสมจะเกิดอันตรกิริยา (การอุบัติขึ้นของปรากฏการณ์หลายอย่าง) และมีการจัดเรียงตัวของสารจากแป้งเมล็ดมะขาม ทำให้เกิดเป็นของเหลว หรือ เกิดเป็นเจล ในกระบวนการเปลี่ยนสภาพ และ รูปร่างโครงสร้างของโมเลกุลนี้ มีความสำคัญต่อการพัฒนาระบบนำส่งยา โดยสามารถนำ ส่งยาไปสู่ตำแหน่งที่ต้องการรักษาโรค เพื่อลดความเป็นพิษของยาที่จะ แพร่กระจายไปตำแหน่งอื่นของร่างกายคนไข้ และ ควบคุมการปลดปล่อยตัวยา ได้อีกด้วย

เมล็ดมะขามที่ผลิตเป็นแป้งและแยกโมเลกุล.เมล็ดมะขามที่ผลิตเป็นแป้งและแยกโมเลกุล.

“…ทีมงานวิจัยได้ใช้เทคนิค การกระเจิงรังสีเอ็กซ์ด้วยแสงซินโครตรอน ที่สถานีทดลองที่ 2.2 (BL2.2) ของ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน)  ณ  จังหวัดนครราชสีมา เพื่อติดตามกระบวนการเปลี่ยนแปลงลักษณะการจัดเรียงโมเลกุลของสารจากแป้งเมล็ดมะขาม เพื่อหาสภาวะที่เหมาะสมในการเปลี่ยนสภาพเป็นเจลของแป้ง สำหรับเทคนิคนี้ เป็นการศึกษาขนาดและรูปร่างของวัตถุที่มีขนาดอยู่ในช่วงของ นาโนเมตร ซึ่งเป็นช่วงขนาดของ โมเลกุลในสสาร จึงสามารถ ใช้ในการศึกษาการเรียงตัวของโมเลกุลในสารได้…”

นมนต์  หิรัญนมนต์ หิรัญ

นายนมนต์ หิรัญ นักศึกษาปริญญาเอก มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หนึ่งในทีมงานวิจัย บอกว่า ผลการศึกษาพบว่า แป้งเมล็ดมะขามในสภาพตั้งต้นนั้น แสดงถึงรูปร่างโมเลกุลที่เป็น ทรงกระบอก เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.4-0.9 นาโนเมตร ซึ่งแสดงให้เห็นว่า แป้งเมล็ดมะขามประกอบด้วยโมเลกุล ที่เป็นสายโซ่ยาว แต่เมื่อมีการเติมสารที่มีโมเลกุลขนาดเล็กลงไป โมเลกุลขนาดเล็กเหล่านี้

จะเป็นตัวเชื่อมโมเลกุลของแป้ง ทำให้แป้งเปลี่ยนสภาพเป็นของเหลวหนืด และมีความเข้มข้นที่เหมาะสม โมเลกุลของแป้งจะเรียงตัวเป็นแผ่นบางที่มี ความหนาประมาณ 0.5 นาโนเมตร ซึ่งส่งผลให้แป้งเกิดสภาพเป็นเจล

งานวิจัยชิ้นนี้ยังได้ต่อยอดผลการศึกษาดังกล่าวออกไปอีก…ด้วยการเจือสารที่มีโมเลกุลขนาดเล็ก…ซึ่งมีคุณสมบัติ ในการรักษาโรคอีกชนิดหนึ่งลงไปในแป้งจากเมล็ดมะขาม  ทำให้เกิดการเปลี่ยนจากของเหลวเป็นเจล  ผันกลับไปมาได้ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ ความเข้มข้นของยา และความเข้มข้นของแป้งจากเมล็ดมะขาม ซึ่งจะต้องนำไป ผ่านกระบวนการสกัดนำโปรตีน และ ไขมันออก จนได้ พอลิแซคคาไรด์ ที่ต้องการแล้วนำมา ใช้ประโยชน์สำหรับระบบนำส่งยา…

โดยสารที่ได้ชนิดนี้มาจากธรรมชาติซึ่งมีอยู่มากมายในประเทศ เป็นการ เพิ่มมูลค่าของพืช ในประเทศไทย พร้อมกับการพัฒนาระบบนำส่งยา เพื่อ ใช้ประโยชน์ในการรักษาโรคต่างๆได้…!!

ไชยรัตน์  ส้มฉุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
  • 13 สิงหาคม 2555, 05:00 น.