ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

มะขาม – เรื่องน่ารู้

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันพุธ 22 ตุลาคม 2557 เวลา 00:00 น.

มะขามเป็นไม้ต้นขนาดกลางจนถึงขนาดใหญ่แตกกิ่งก้านสาขามาก  ออกเป็นช่อเล็กๆ ตามปลายกิ่ง หนึ่งช่อมี 10-15 ดอก ผล เป็นฝักยาว รูปร่างยาวหรือโค้ง ยาว 3-20 ซม. เนื้อในติดกับเปลือก เมื่อแก่เปลี่ยนเป็นเปลือกแข็งกรอบ สีน้ำตาล เนื้อในเป็นสีน้ำตาลหุ้มเมล็ด มีรสเปรี้ยว และหวานแล้วแต่พันธุ์ คนไทยโบราณใช้ราก เปลือก  แก่น ใบ เนื้อในฝัก ฝักดิบ เมล็ด เปลือกเมล็ด ดอกสด และฝักดิบเป็นยางเพื่อการฟอกเลือด และลดความอ้วน แต่ส่วนใหญ่ใช้เป็นยาระบายและลดอุณหภูมิในร่างกาย บรรเทาอาการไข้ เนื้อในฝักแก่ใช้ แก้ไอ ขับเสมหะ.

พฤศจิกายน 14, 2014 Posted by | คำแนะนำด้านพืช, เกษตร, เดลินิวส์ออนไลน์ | , , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

มะขาม – เรื่องน่ารู้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันศุกร์ 21 มีนาคม 2557 เวลา 00:00 น.

  • ?มะขาม - เรื่องน่ารู้?

ทำให้ผิวหนังอ่อนวัยลบรอยเหี่ยวย่น ให้ความยืดหยุ่นของผิวหนังในชั้นผิวหนังแท้ดีขึ้น คนไทยเมื่อครั้งอดีตนำมะขามอ่อนมาใช้ประโยชน์เป็นยาระบาย ยาถ่าย รักษาอาการขัดเบา

วันศุกร์ 21 มีนาคม 2557 เวลา 00:00 น.

มะขามชนิดเปรี้ยว มีกรดอินทรีย์หลายตัว เช่น กรดทาร์ทาร์ริค กรดซิตริค  กรดมาลิค ทำให้ออกฤทธิ์ระบายลดความร้อนของร่างกาย โดยเฉพาะกรดมาลิค มีประสิทธิภาพในการรักษาผิวหน้า ช่วยทำให้มีการหลุดลอกของผิวชั้นนอก  และกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ ทำให้ผิวหนังอ่อนวัยลบรอยเหี่ยวย่น ให้ความยืดหยุ่นของผิวหนังในชั้นผิวหนังแท้ดีขึ้น คนไทยเมื่อครั้งอดีตนำมะขามอ่อนมาใช้ประโยชน์เป็นยาระบาย ยาถ่าย รักษาอาการขัดเบา รักษาอาการเหน็บชา  รักษาอัมพาต รักษาอาการนอนไม่หลับ ช่วยขับน้ำคาวปลา  ช่วยให้มดลูกเข้าอู่เร็ว แก้ไข้หวัด แก้ปวดหลังและบั้นเอว แก้หืด ไอ เป็นต้น.

มีนาคม 23, 2014 Posted by | คำแนะนำด้านพืช, เกษตร, เดลินิวส์ออนไลน์ | , , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

“ดอกมะขาม”

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/372807

  • 30 กันยายน 2556, 05:01 น.

Pic_372807

กับวิธีการกินลดความดันโลหิตสูง

ตำรายาไทย ที่ใช้ลดความดันโลหิตสูงมีหลายอย่าง อยู่ที่ใครใช้แล้วได้ผลกับสูตรไหนก็ใช้สูตรนั้น และ “ดอกมะขาม” เป็นสูตรหนึ่งที่นิยมใช้กันมาแต่โบราณ โดยให้เอา “ดอกมะขาม” สด 2–3 กำมือต้มกับน้ำ 1 ลิตร จนเดือด ดื่มครั้งละ 1 แก้ว ก่อนหรือหลังอาหารก็ได้ วันละ 3 เวลา เช้า กลางวัน เย็น ดื่มเป็นประจำจะช่วยลดความดันโลหิตสูงได้ ใครที่เป็นโรคนี้อยู่ทดลองดูไม่มีอันตรายอะไร

มะขาม หรือ TAMARINDUS INDICA LINN. อยู่ในวงศ์ LEGUMINO­SAE มีถิ่นกำเนิดเอเชียและแอฟริกาเขตร้อน เปลือกต้น ต้มกับน้ำเปล่าหรือน้ำปูนใสดื่มแก้ท้องเดิน ใบต้มน้ำ ดื่มช่วยย่อย ขับปัสสาวะ เนื้อดิบหรือสุก กินเป็นยาระบายอ่อนๆ แก้ไอขับเสมหะ ใบแก่ต้มกับหัวหอมแดงโกรกศีรษะเด็กเช้ามืดแก้หวัด คัดจมูก เส้นใยติดขั้วเรียกว่า “รกมะขาม” ต้มรวมกับเปลือกต้นล้างแผลสมานแทนใช้ด่างทับทิมได้

ครับ หนังสือ “สมุนไพรไม้ดอกไม้ประดับหายาก” เล่มที่ 5 ของ “นายเกษตร” พิมพ์จำกัดหมดแล้วหมดเลย ไม่วางขายที่ไหน ราคาเล่มละ 600 บาท บวกค่าส่งกลับเล่มละ 30 บาท ส่งธนาณัติซื้อสั่งจ่าย “คุณนงลักษณ์ ศรีอัชรานนท์” ตู้ ปณ.48 ปณ.สามแยกลาดพร้าว กทม. 10901 หรือสอบถามผลิตภัณฑ์สมุนไพร แห้วหมูแคปซูล ช่วยลดความดันโลหิตสูง, ขมิ้นพอกหน้า ช่วยให้ใบหน้าตึงใส, เซรั่มสกัด จากธัญพืชบำรุงผิวหน้า, ครีมบำรุงรอบดวงตา สกัดจากโสมและวิตามินอี, ครีมบำรุงกลางวัน, ครีมบำรุงกลางคืน,แชมพูสูตร 5 ชนิด ขจัดรังแค เส้นผมแข็งแรง, ครีมนวดผมตะไคร้, สเปรย์ฉีดบำรุงรากผม, ยาลดเบาหวานแคปซูล, ยาบำรุงไตแคปซูล ไม่ใช่รักษาไต, ดีบัวแคปซูล ช่วยขยายหลอดเลือดไปเลี้ยงสมองและหัวใจ, ตรีผลา ลดไขมันในเส้นเลือด ลดไตรกลีเซอไรด์, ยาต้มคลายเส้นไม้เท้าเฒ่าอาลี แก้ปวดเมื่อย แก้เกาต์ลดเบาหวาน บำรุงไต บำรุงกำลัง, คอลลาเจนบริสุทธิ์ ทาหน้าช่วยให้ใบหน้ากระชับ และอื่นๆ โทร.0–2275–2692 ครับ.
“นายเกษตร’’

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 30 กันยายน 2556, 05:01 น.

มีนาคม 2, 2014 Posted by | คำแนะนำด้านพืช, เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

‘มะขามแปรรูป’สแน็กพื้นบ้าน’โกอินเตอร์’

‘มะขามแปรรูป’สแน็กพื้นบ้าน’โกอินเตอร์’

เกษตร-วิทยาศาสตร์-ไอที : ข่าวทั่วไป
วันพุธที่ 29 พฤษภาคม 2556

‘มะขามแปรรูป’สแน็กพื้นบ้าน’โกอินเตอร์’

ตำรับมะขามแปรรูป ‘สารัช’ สแน็กพื้นบ้าน ‘โกอินเตอร์’ : โดย…ธานี กุลแพทย์

ความสำเร็จอีกก้าวของผลิตภัณฑ์มะขามแปรรูปแบรนด์ “สารัช” สแน็กพื้นบ้านจากถิ่นเพชรบูรณ์ นำโดยชายหนุ่มวัย 30 ปี สารัช กมลธรไท ที่มุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจครอบครัว จนก้าวสู่ความเป็นเบอร์หนึ่ง ขณะที่ผลิตผล 30% ขยายสู่ตลาดต่างประเทศ ด้วยชูความโดดเด่นด้านคุณภาพ รสชาติความอร่อย และการเข้าร่วมโครงการของรัฐเป็นอีกแรงผลักที่ทำให้บรรลุเป้าหมายยิ่งขึ้น

สารัช กมลธรไท ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท สารัชมาเก็ตติ้ง จำกัด ทายาทหนึ่งเดียวของ จินดา-สุภาลักษณ์ กมลธรไท ที่ทั้งคู่ได้ถอยห่างมายืนเป็นที่ปรึกษาตลอด 4-5 ปี บอกว่า หลังจบการศึกษาภาคอินเตอร์ จากมหาวิทยาลัยมหิดล ได้กลับบ้านเพื่อรับช่วงธุรกิจการแปรรูปมะขามแบรนด์ “สารัช” ต่อจากครอบครัว ซึ่งตั้งอยู่ที่ 113 หมู่ 11 ต.หล่มเก่า อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์

โดยเขาบอกว่า ด้วยบริษัทเป็นเจ้าแรกที่ผลิตมะขามแปรรูป ถึงตอนนี้มีผลิตภัณฑ์ในแบรนด์ 9 รายการ คือ มะขามจี๊ดจ๊าด มะขามคลุกจี๊ดจ๊าด มะขามแก้ว มะขามเคี้ยวหนึบ มะขามแช่อิ่ม มะขามเปียก น้ำมะขามพร้อมดื่ม และมะขามฝัก ซึ่งตลอดกว่า 10 ปีที่ครอบครัวดำเนินธุรกิจนี้นับแต่ปี 2545 ประสบผลสำเร็จด้วยดี โดยเฉพาะชื่อเสียงด้านคุณภาพ รสชาติความอร่อยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนได้รับการกล่าวขานเป็นต้นตำรับมะขามแปรรูปของ จ.เพชรบูรณ์

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ที่มียอดจำหน่ายมากสุดคือ มะขามคลุกจี๊ดจ๊าด แบบกระปุก ขนาดบรรจุ 160 กรัม โดยวางจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อและร้านขายของฝาก สัดส่วนยอดขายอยู่ที่ 60-70% ส่วนอื่นๆ เช่น มะขามแก้ว มะขามเคี้ยวหนึบ กลุ่มลูกค้าเป้าหมายแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ ประเภทร้านสะดวกซื้อในประเทศ และลูกค้าต่างประเทศที่เน้นกลุ่มเอเชียเป็นหลัก มีสัดส่วนการตลาด 70 และ 30

ทว่า ในความสำเร็จนั้น “สารัช” ยอมรับว่า ที่ผ่านมาก็มีปัญหาเช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องวัตถุดิบและแรงงาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อภาคการผลิต ในส่วนของมะขามซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักจะซื้อและถูกนำมาเก็บในห้องเย็นเพื่อรอการผลิตบางครั้งทำให้ไม่ได้คุณภาพ ขณะที่แรงงานซึ่งใช้คนในพื้นที่ทั้งหมดจะต้องมีการเสริมสร้างภูมิอยู่ตลอดเพื่อร่วมพัฒนาสินค้าให้ได้มาตรฐาน

ดังนั้น บริษัทจึงเข้าร่วมพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมส่วนภูมิภาค โครงการของกระทรวงอุตสาหกรรม นับแต่ปี 2551 ถึงปัจจุบัน โดยบริษัทเลือกพัฒนา 2 แผน คือ แผนปรับปรุงคุณภาพและพัฒนางาน ซึ่งทีมที่ปรึกษาพบว่า กระบวนการผลิตมีการปนเปื้อนจากวัตถุดิบ เครื่องบรรจุกระปุกแบบอัตโนมัติยังไม่สามารถควบคุมคุณภาพได้ สุดท้ายมีการตกหล่นระหว่างบรรจุทำให้กลายเป็นของเสีย ซึ่งหลังดำเนินการ (ม.ค.-พ.ค.2555) พบว่าลดจำนวนผู้ใช้แรงงานและลดการสูญเสีย วัดมูลค่ากว่า 697,000 บาท

ส่วนอีกแผน “สารัช” บอก คือ ยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์/ระบบมาตรฐานสากล ทีมที่ปรึกษาได้เสนอรายละเอียดเพื่อยกระดับ ระบบมาตรฐานสากล ISO 22000 เป้าหมายเพื่อพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพระดับสากล อีกทั้ง เพิ่มศักยภาพในการเปิดตลาดอาเซียน ซึ่งหากบริษัทพัฒนาไปสู่ระบบนี้ได้ คาดจะมีการเติบโตของยอดขายเพิ่มสูงขึ้นจาก 10% เป็น 20% คิดเป็นมูลค่ากว่า 10 ล้านบาทต่อปี

ทั้งนี้ สารัช ยอมรับว่า แผนการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ของเขาจนเป็นที่รู้จักกันทั่วไป นอกจากยึดหลักความพอเพียง ความเชื่อมั่นในตัวสินค้าแล้ว การใช้ระบบโซเชียลเน็ตเวิร์กเป็นอีกหนทางที่ต้นทุนถูกที่สุด และเพิ่มยอดขายได้อย่างต่อเนื่องด้วย

——————–

(ตำรับมะขามแปรรูป ‘สารัช’ สแน็กพื้นบ้าน ‘โกอินเตอร์’ : โดย…ธานี กุลแพทย์)

กรกฎาคม 20, 2013 Posted by | คมชัดลึก, เกษตร_ | , , , , , | แสดงความคิดเห็น

อร่อยจี๊ด’สารัช’มะขามแปรรูป

อร่อยจี๊ด’สารัช’มะขามแปรรูป

อร่อยจี๊ด’สารัช’มะขามแปรรูป

ผลิตภัณฑ์อร่อยจี๊ดตรา ‘สารัช’ ตำรับมะขามแปรรูป-โกอินเตอร์ : โดย…ธานี กุลแพทย์

                         นับเป็นความสำเร็จอีกก้าวของผลิตภัณฑ์มะขามแปรรูปแบรนด์ “สารัช” ซึ่งนำโดยชายหนุ่มวัย 30 ปี สารัช กมลธรไท ทายาทรุ่นลูก ที่มุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจครอบครัว จนก้าวสู่ความเป็นเบอร์หนึ่งของประเทศในตลาดสินค้าประเภทนี้ ขณะที่ผลิตผล 30 เปอร์เซ็นต์ ขยายสู่ตลาดต่างประเทศ ด้วยความโดดเด่นด้านคุณภาพ รสชาติความอร่อยที่แตกต่าง การเข้าร่วมโครงการของรัฐอย่างต่อเนื่องเป็นอีกแรงผลักที่ทำให้ผลิตภัณฑ์จากดินแดนมะขามหวานถิ่นเพชรบูรณ์บรรลุเป้าหมายยิ่งขึ้น

ดังการเข้าร่วมโครงการของกระทรวงอุตสาหกรรม One Province One Agro-Industrial Product (OPOAI) หรือโครงการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมส่วนภูมิภาค ซึ่ง สารัช กมลธรไท ในฐานะผู้จัดการฝ่ายการตลาด บ.สารัชมาเก็ตติ้ง จำกัด ทายาทหนึ่งเดียวของ จินดา-สุภาลักษณ์ กมลธรไท ที่ทั้งคู่ได้ถอยห่างมายืนเป็นที่ปรึกษาอยู่เบื้องหลังตลอด 4-5 ปี บอกว่า หลังจบการศึกษาภาคอินเตอร์ จากมหาวิทยาลัยมหิดล ได้กลับบ้านเพื่อรับช่วงธุรกิจการอบและแปรรูปมะขามแบรนด์ “สารัช” ต่อจากครอบครัวทันที โดยสถานประกอบการตั้งอยู่ 113 หมู่ 11 ต.หล่มเก่า อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์

“สารัช” บอกว่า บริษัทเป็นเจ้าแรกของพื้นที่ที่ผลิตมะขามแปรรูป ซึ่งถึงตอนนี้มีผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ 9 เมนู คือ มะขามจี๊ดจ๊าด มะขามคลุกจี๊ดจ๊าด มะขามแก้ว มะขามเคี้ยวหนึบ มะขามแช่อิ่ม มะขามเปียก น้ำมะขามพร้อมดื่ม และมะขามฝัก ซึ่งตลอด 10 ปีที่ครอบครัวดำเนินธุรกิจนี้ โดยเริ่มเมื่อปี 2545 นับว่าประสบผลสำเร็จด้วยดี โดยเฉพาะชื่อเสียงด้านคุณภาพ รสชาติความอร่อยที่ไม่เหมือนใคร มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนได้รับการกล่าวขานถึงว่าเป็นต้นตำรับมะขามแปรรูปของ จ.เพชรบูรณ์

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ที่มียอดจำหน่ายมากสุดคือ มะขามคลุกจี๊ดจ๊าด แบบกระปุก ขนาดบรรจุ 160 กรัม โดยวางจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อและร้านขายของฝาก มีสัดส่วนยอดขายอยู่ที่ 60-70 เปอร์เซ็นต์ ส่วนผลิตภัณฑ์ชนิดอื่นๆ เช่น มะขามแก้ว มะขามเคี้ยวหนึบ กลุ่มลูกค้าเป้าหมายแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ ลูกค้าโมเดิร์นเทรดประเภทร้านสะดวกซื้อในประเทศ และลูกค้าต่างประเทศ มีสัดส่วนการตลาด 70 เปอร์เซ็นต์ และ 30 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ซึ่งตลาดต่างประเทศส่วนใหญ่เป็นกลุ่มประเทศเอเชียเป็นหลัก

ทว่า ในความสำเร็จนั้น “สารัช” ยอมรับว่า ก็มีปัญหาเช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องของแรงงานและวัตถุดิบ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อภาคการผลิต ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา บริษัทได้ใช้แรงงานในพื้นที่ทั้งหมด เพื่อส่งเสริมให้แรงงานรักถิ่นไม่จากบ้านไปทำงานในเมือง ขณะที่มะขามเปรี้ยวและมะขามหวานวัตถุดิบหลักในการผลิต ซึ่งหาซื้อจากในเพชรบูรณ์และจังหวัดใกล้เคียง โดยจะสั่งซื้อช่วงธันวาคม-มีนาคมของทุกปี จะถูกนำมาเก็บในห้องเย็น ซึ่งบางครั้งทำให้วัตถุดิบไม่ได้คุณภาพ

“เราจึงสมัครเข้าร่วมโครงการมาตั้งแต่ปี 2551 ซึ่งเป็นปีแรกของโครงการ เนื่องจากเห็นความสำคัญเรื่องคุณภาพการทำงานของพนักงานในการผลิต ไม่ว่าจะเป็นการคัดแยกเกรดวัตถุดิบ การแกะเปลือก เพื่อไม่ให้ไปปะปนกับเนื้อมะขาม รวมทั้งการสร้างระบบมาตรฐานคุณภาพสินค้า”

สำหรับการเข้าร่วมโครงการในปี 2555 บริษัทเลือกพัฒนาใน 2 แผน คือ แผนงานที่ 3 การปรับปรุงคุณภาพและพัฒนางาน ซึ่งทีมที่ปรึกษาพบว่า กระบวนการผลิตมีการปนเปื้อนจากวัตถุดิบ เครื่องบรรจุกระปุกแบบอัตโนมัติยังไม่สามารถควบคุมคุณภาพได้ ทำให้มีการติดขัด และสุดท้ายมีการตกหล่นระหว่างบรรจุทำให้กลายเป็นของเสียแทน หลังดำเนินการตามมาตรการต่างๆ (มกราคม-พฤษภาคม) พบว่าสามารถลดจำนวนผู้ใช้แรงงาน และลดการสูญเสียระหว่างกระบวนการต่างๆ วัดมูลค่าเป็นตัวเงินกว่า 697,000 บาท

ส่วนอีกแผนงาน คือ แผนงานที่ 5 การยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์/ระบบมาตรฐานสากล ทีมที่ปรึกษาของโครงการได้เสนอรายละเอียดเพื่อยกระดับ ระบบมาตรฐานสากล ISO 22000 เป้าหมายเพื่อให้สินค้ามีคุณภาพระดับสากล พัฒนากระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ เพิ่มยอดขายส่งออก อีกทั้งเพิ่มศักยภาพในการเปิดตลาดอาเซียนให้มากขึ้น หากบริษัทสามารถใช้ระบบมาตรฐานสากล ISO 22000 ได้ คาดว่าจะมีการเติบโตของยอดขายเพิ่มสูงขึ้นจาก 10 เปอร์เซ็นต์ เป็น 20 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นมูลค่ากว่า 10 ล้านบาทต่อปี

ทั้งนี้ สารัช ยอมรับว่า แผนการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ของเขาจนเป็นที่รู้จักกันทั่วไป นอกจากยึดหลักความพอเพียง ความเชื่อมั่นในตัวสินค้าแล้ว การใช้ระบบโซเชียลเน็ตเวิร์กเป็นอีกหนทางที่ต้นทุนถูกที่สุด และสามารถเพิ่มยอดขายได้อย่างต่อเนื่องด้วย

——————–

(ผลิตภัณฑ์อร่อยจี๊ดตรา ‘สารัช’ ตำรับมะขามแปรรูป-โกอินเตอร์ : โดย…ธานี กุลแพทย์)

ธันวาคม 23, 2012 Posted by | คมชัดลึก, เกษตร_ | , , , , , | แสดงความคิดเห็น

ชี้ ‘เมล็ดมะขาม’ ยับยั้งเซลล์มะเร็ง กินเป็นอาหารได้

http://www.thairath.co.th/content/edu/289578

8 กันยายน 2555, 11:37 น.
Pic_289578

 

อาจารย์ด้านสมุนไพร ม.มหิดล พบ ‘เมล็ดมะขาม’ ช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็ง เพราะมีโพลีแซคคาไรด์เพิ่มภูมิคุ้มกัน ชี้งานวิจัยต่างประเทศรองรับ ระบุสามารถกินเป็นอาหารได้…

จากงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติครั้งที่ 9 “การนวดไทย มรดกไทยสู่มรดกโลก” ที่ศูนย์การประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี มีการแถลงข่าว เรื่อง “รวมพลคนต้านมะเร็งจากสหวิชาชีพ” โดย น.ส.พร้อมจิต ศรลัมน์ อาจารย์ประจำสำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ในปี 2555 มีงานวิจัยของต่างประเทศเกี่ยวกับเมล็ดมะขามจำนวนมาก โดยพบว่า ในเนื้อเมล็ดมะขามมีไขมันและโพลีแซคคาไรด์ ซึ่งเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวไม่ก่อให้เกิดโรคเบาหวานเหมือนน้ำตาลโมเลกุลคู่อย่างกลูโคสและละลายได้ดีในน้ำ

ทั้งนี้ ยังพบว่า โพลีแซคคาไรท์จากเมล็ดมะขาม มีฤทธิ์เสริมประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย โดยหากระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายบกพร่อง หรือน้อยกว่าปกติ โพลีแซคคาไรท์จากเมล็ดมะขามจะกระตุ้นให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น สามารถกำจัดเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมต่างๆ ที่ผ่านเข้าในร่างกาย โดยเฉพาะเชื้อไวรัส โดยยังพบว่าสามารถยับยั้งการเกิดเซลล์มะเร็งได้

น.ส.พร้อมจิต กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกัน งานวิจัยในต่างประเทศเมื่อปี 2550 ยังพบอีกว่าสารสกัดเมล็ดมะขามที่ไม่คั่ว สามารถต้านทานความเป็นพิษต่อตับ กระตุ้นการสร้างเซลล์ตับขึ้นทดแทนส่วนที่เสียไปและมีฤทธิ์ปกป้องไตของหนูทดลองจากสารเคมีที่ก่อมะเร็งต่อไตด้วย โดยในงานวิจัยระบุว่า ได้มีการทำการทดลองในหนูทดลองด้วยการให้พาราเซตามอล ซึ่งเป็นพิษต่อตับขนาด 1 กรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัวหนูทดลอง ติดต่อกัน 7 วัน เพื่อทำลายเซลล์ตับหนู หลังจากนั้นวันที่ 3 เริ่มป้อนสารสกัดน้ำของเนื้อในเมล็ดมะขาม ขนาด 700 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมของน้ำหนักตัวหนู เป็นเวลาเป็นเวลา 9 วัน แล้วตรวจหาค่าเอนไซม์ที่ส่อถึงการอักเสบและการทำลายเซลล์ตับ วัดน้ำหนักตับที่เหลือและตัดชิ้นเนื้อตับไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ ก็พบว่าสารสกัดน้ำของเนื้อในเมล็ดมะขาม ไปกระตุ้นการสร้างเซลล์ตับขึ้นทดแทนส่วนที่เสียไปได้

น.ส.พร้อมจิต กล่าวด้วยว่า ส่วนเรื่องความเป็นพิษของเมล็ดมะขามต่อร่างกาย ทั้งพิษแบบเฉียบพลันและพิษระยะยาว 3-4 เดือน พบว่าไม่ปรากฏความเป็นพิษในร่างกายแต่อย่างใด ดังนั้น สามารถกินเมล็ดมะขามเป็นเหมือนอาหารอย่างหนึ่งได้โดยการคั่ว หรือนำไปบดแล้วผสมน้ำกินได้ แต่ต้องมีการกินอาหารประเภทอื่นที่มีประโยชน์ร่วมด้วย.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
  • 8 กันยายน 2555, 11:37 น.

กันยายน 10, 2012 Posted by | สุขภาพ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

วิจัย..แป้งจากเมล็ดมะขามผลิต..พอลิแซคฯสู่ระบบส่งยา

http://www.thairath.co.th/content/edu/283045 

13 สิงหาคม 2555, 05:00 น.

Pic_283045

มะขาม…เป็นไม้เขตร้อน มีถิ่นกำเนิดอยู่ใน ทวีปแอฟริกา แถบประเทศซูดาน ต่อมามีการนำเข้ามาในประเทศแถบเขตร้อนของทวีปเอเชีย ประเทศแถบละตินอเมริกา และในปัจจุบันมีมาก ในเม็กซิโก ส่วนในบ้านเราก็มีมากที่ จังหวัดเพชรบูรณ์ และเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดอีกด้วย

ปัจจุบัน…ผลผลิตเนื้อมะขาม มีการแปรรูปออกจำหน่ายมากมาย ทั้งใน รูปแบบบริโภคผลสด หรือเป็น มะขามแช่อิ่ม มะขามแก้ว แต่สิ่งที่เหลือจากกระบวนการผลิต คือ “เมล็ดมะขาม” แม้ว่าบางคนก็นำมาคั่วกินเป็นอาหารขบเคี้ยวที่เรียกว่า “ฟ้าลั่น” ก็ยังคงมีเหลือทิ้งไปอีกเป็นจำนวนมาก

ศ.ดร.วิมล ตันติไชยากุลศ.ดร.วิมล ตันติไชยากุล

นักวิจัยไทยได้…ผลิตแป้งจากเมล็ดมะขาม โดยการใช้ แสงซินโครตรอนวิเคราะห์การจัดเรียงตัวของโมเลกุลของแป้ง เพื่อใช้สำหรับ ระบบนำส่งยารักษาโรค…ซึ่งยังไม่มีประเทศใดในโลกที่สามารถทำได้…

ศ.ดร.วิมล ตันติไชยากุล อาจารย์ประจำคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ บอกว่า แป้งเมล็ดมะขาม เป็นสารโพลิเมอร์ชีวภาพ ที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารในหลายประเทศ ประกอบด้วย โซ่โมเลกุลขนาดใหญ่ เมื่อผสมกับตัวยาที่มี โครงสร้างที่เหมาะสมจะเกิดอันตรกิริยา (การอุบัติขึ้นของปรากฏการณ์หลายอย่าง) และมีการจัดเรียงตัวของสารจากแป้งเมล็ดมะขาม ทำให้เกิดเป็นของเหลว หรือ เกิดเป็นเจล ในกระบวนการเปลี่ยนสภาพ และ รูปร่างโครงสร้างของโมเลกุลนี้ มีความสำคัญต่อการพัฒนาระบบนำส่งยา โดยสามารถนำ ส่งยาไปสู่ตำแหน่งที่ต้องการรักษาโรค เพื่อลดความเป็นพิษของยาที่จะ แพร่กระจายไปตำแหน่งอื่นของร่างกายคนไข้ และ ควบคุมการปลดปล่อยตัวยา ได้อีกด้วย

เมล็ดมะขามที่ผลิตเป็นแป้งและแยกโมเลกุล.เมล็ดมะขามที่ผลิตเป็นแป้งและแยกโมเลกุล.

“…ทีมงานวิจัยได้ใช้เทคนิค การกระเจิงรังสีเอ็กซ์ด้วยแสงซินโครตรอน ที่สถานีทดลองที่ 2.2 (BL2.2) ของ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน)  ณ  จังหวัดนครราชสีมา เพื่อติดตามกระบวนการเปลี่ยนแปลงลักษณะการจัดเรียงโมเลกุลของสารจากแป้งเมล็ดมะขาม เพื่อหาสภาวะที่เหมาะสมในการเปลี่ยนสภาพเป็นเจลของแป้ง สำหรับเทคนิคนี้ เป็นการศึกษาขนาดและรูปร่างของวัตถุที่มีขนาดอยู่ในช่วงของ นาโนเมตร ซึ่งเป็นช่วงขนาดของ โมเลกุลในสสาร จึงสามารถ ใช้ในการศึกษาการเรียงตัวของโมเลกุลในสารได้…”

นมนต์  หิรัญนมนต์ หิรัญ

นายนมนต์ หิรัญ นักศึกษาปริญญาเอก มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หนึ่งในทีมงานวิจัย บอกว่า ผลการศึกษาพบว่า แป้งเมล็ดมะขามในสภาพตั้งต้นนั้น แสดงถึงรูปร่างโมเลกุลที่เป็น ทรงกระบอก เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.4-0.9 นาโนเมตร ซึ่งแสดงให้เห็นว่า แป้งเมล็ดมะขามประกอบด้วยโมเลกุล ที่เป็นสายโซ่ยาว แต่เมื่อมีการเติมสารที่มีโมเลกุลขนาดเล็กลงไป โมเลกุลขนาดเล็กเหล่านี้

จะเป็นตัวเชื่อมโมเลกุลของแป้ง ทำให้แป้งเปลี่ยนสภาพเป็นของเหลวหนืด และมีความเข้มข้นที่เหมาะสม โมเลกุลของแป้งจะเรียงตัวเป็นแผ่นบางที่มี ความหนาประมาณ 0.5 นาโนเมตร ซึ่งส่งผลให้แป้งเกิดสภาพเป็นเจล

งานวิจัยชิ้นนี้ยังได้ต่อยอดผลการศึกษาดังกล่าวออกไปอีก…ด้วยการเจือสารที่มีโมเลกุลขนาดเล็ก…ซึ่งมีคุณสมบัติ ในการรักษาโรคอีกชนิดหนึ่งลงไปในแป้งจากเมล็ดมะขาม  ทำให้เกิดการเปลี่ยนจากของเหลวเป็นเจล  ผันกลับไปมาได้ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ ความเข้มข้นของยา และความเข้มข้นของแป้งจากเมล็ดมะขาม ซึ่งจะต้องนำไป ผ่านกระบวนการสกัดนำโปรตีน และ ไขมันออก จนได้ พอลิแซคคาไรด์ ที่ต้องการแล้วนำมา ใช้ประโยชน์สำหรับระบบนำส่งยา…

โดยสารที่ได้ชนิดนี้มาจากธรรมชาติซึ่งมีอยู่มากมายในประเทศ เป็นการ เพิ่มมูลค่าของพืช ในประเทศไทย พร้อมกับการพัฒนาระบบนำส่งยา เพื่อ ใช้ประโยชน์ในการรักษาโรคต่างๆได้…!!

ไชยรัตน์  ส้มฉุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
  • 13 สิงหาคม 2555, 05:00 น.

สิงหาคม 19, 2012 Posted by | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

“มะขามเปียก–เกลือป่น” แก้หิดและกลาก

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/269008

18 มิถุนายน 2555, 05:01 น.

Pic_269008

สมัยก่อน คนเป็นหิดและกลากเยอะ ในยุคนั้นมีสมุนไพรพื้นบ้านให้เลือกใช้หลายชนิด ซึ่ง “มะขามเปียก–เกลือป่น” มีวิธีง่ายๆ คือ เอา “มะขามเปียก” 1 ขีด ใส่น้ำร้อนขยำกับ “เกลือป่น” 5 กรัม พอเหนียว แล้วใช้ผ้าขาวบางห่อมัดเป็นลูกกลมๆทาบริเวณที่เป็นทุกวัน เช้าเย็น อาการจะค่อยๆดีขึ้น ให้ทาไปเรื่อยๆจนกว่าจะหาย

มะขาม หรือ TAMARINDUS INDICA LINN. อยู่ในวงศ์ CAESALPINICEAE ใบแก่ต้มรวมกับหัวหอมแดงจนเดือด ราดศีรษะเด็กขณะอุ่นตอนเช้ามืดแก้หวัดคัดจมูก เนื้อมะขามรสเปรี้ยวละลายน้ำอุ่นใส่เกลือป่นเล็กน้อย ฉีดสวนทวารแก้ท้องผูกได้ ใช้ผสมกับปูนแดงปิดพอกเกลื้อนและฝีดีมาก น้ำ “มะขามเปียก” กับน้ำ ข่า ใส่เกลือป่น กินขับเลือดในสตรี ขับลม เส้นใยหุ้มเนื้อมะขามเรียกว่า รก ต้มน้ำใช้ล้างแผลช่วยให้สมานดีนัก “มะขามเปียก” ฉาบน้ำตาลทรายไว้ปรุงรับประทานช่วยระบายอ่อนๆ

ครับ หนังสือ “สมุนไพรไม้ดอกไม้ประดับหายาก” เล่มที่ 5 ของ “นายเกษตร” สี่สีทั้งเล่ม พิมพ์จำนวนจำกัดหมดแล้วหมดเลย ไม่วางขายที่ไหน ราคาเล่มละ 600 บาท บวกค่าส่งกลับเล่มละ 30 บาท ส่งธนาณัติซื้อสั่งจ่าย “คุณนงลักษณ์ ศรีอัชรานนท์” ตู้ ปณ.48 ปณ.สามแยกลาดพร้าว กทม.10901 หรือสอบถามผลิตภัณฑ์สมุนไพร กระเทียมโทนสูตรแก้หืดหอบ ละลายเสมหะแก้ไอ เนื่องจากหืดหอบ แก้ถุงลมโป่งพอง, ครีมบำรุงรอบดวงตา สกัดจากโสมวิตามินอี, โทนเนอร์เช็ดหน้า ช่วยขจัดสิ่งตกค้างจากรูขุมขนบนใบหน้า, ครีมโลดทนง รักษาสิวฝ้ารูขุมขนตีบลง, ฟ้าทลายโจรแคปซูล กินป้องกันหวัดหลังโดนฝนดีมาก, ยาต้มคลายเส้นไม้เท้าเฒ่าอาลี แก้ปวดเมื่อยแก้เกาต์และเบาหวาน บำรุงไต บำรุงกำลัง, ครีมทูอินวัน สำหรับคนเป็นสิวฝ้าน้อยและใบหน้าหมองคล้ำ, คอลลาเจนบริสุทธิ์ ทาหน้าช่วยให้ใบหน้ากระชับ, ตรีผลา ลดไขมันในเส้นเลือด ลดไตรกลีเซอไรด์, ดีบัวแคปซูลช่วยขยายหลอดเลือดไปเลี้ยงสมองและหัวใจ โทร. 0–2275–2692 ครับ.
“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 18 มิถุนายน 2555, 05:01 น.

มิถุนายน 20, 2012 Posted by | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

มะนาว แพงดีนัก ใช้อย่างอื่นแทนก็ได้…มีให้เลือกมากมาย อาทิ มะขามเปรี้ยว ตะลิงปลิง ฯลฯ

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05088010555&srcday=2012-05-01&search=no

วันที่ 01 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 ปีที่ 24 ฉบับที่ 526

เก็บมาเล่า

สิริพร ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา

มะนาว แพงดีนัก ใช้อย่างอื่นแทนก็ได้…มีให้เลือกมากมาย อาทิ มะขามเปรี้ยว ตะลิงปลิง ฯลฯ

โน่นก็แพง นี่ก็แพง พืชผัก ผลไม้ ก็ราคาแพง เสียงที่ได้ยินจนชินหูของคนในสังคมปัจจุบัน เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป ข้าวของเครื่องใช้ รวมถึงอาหารที่รวมพลกันปรับขึ้นราคา ส่งผลให้ค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งเป็นช่วงหน้าร้อนราคาสินค้าโดยเฉพาะพืชผักที่เข้าสู่ช่วงฤดูแล้ง ทำให้มีผลผลิตออกมาสู่ตลาดน้อย แต่ความต้องการของผู้บริโภคยังมีเท่าเดิม อย่างเช่น มะนาว หน้าแล้ง ที่ถีบตัวสูงไปถึงผลละ 10-15 บาท ทำให้ผู้ประกอบการร้านอาหารที่ใช้มะนาวต้องร้องไปตามๆ กัน กับสภาวะมะนาวแพง

ปัญหาที่เกิดขึ้นก็สามารถแก้ไขได้ โดยใช้ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวทดแทน อย่างเช่น ตะลิงปลิง ซึ่งเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก มีกิ่งก้านสาขามาก เปราะหักง่าย เปลือกต้นมีสีชมพู ผิวเรียบ มีขนนุ่มปกคลุมตามกิ่ง ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก ก้านใบหนึ่งประกอบด้วยใบย่อย สีเขียวอ่อนมีขนนุ่มๆ ปกคลุมอยู่ ปลายคลี่เรียงสลับกัน ใบย่อยรูปขอบขนาน ปลายเรียวแหลม ช่อดอกเป็นกระจุกอยู่ตามลำต้น มีกลีบดอกสีแดงอมม่วง มีกลิ่นอ่อนๆ ทยอยบาน ขึ้นอยู่กับความดก เกสรกลางดอกมีสีเขียว ผล รูปรี ป้อม ฉ่ำน้ำ ปลายแหลม และเว้าเป็นพูตื้นๆ สีเขียวอมเหลือง เมื่อสุกเป็นสีเหลือง เนื้อเหลว ออกเป็นช่อห้อย รสเปรี้ยว

ผลที่มีรสเปรี้ยวจัดจ้านนี้เอง จึงทำให้เป็นที่นิยมของผู้ที่ชื่นชอบรสเปรี้ยวจัด เก็บผลอ่อนมาจิ้มกินกับกะปิ น้ำปลาหวาน เกลือ หรือนำมาทำส้มตำตะลิงปลิง และกินกับอาหารรสจัด ใช้เป็นเครื่องปรุงใส่ในอาหารที่ต้องการความเปรี้ยว เช่น แกงส้ม ต้มยำ เป็นต้น จะนำมาแช่อิ่มก็ได้ หรือนำมาทำน้ำผลไม้ ซึ่งจะให้แคลอรีต่ำ

ผลไม้อีกชนิดซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไปคือ มะขามเปียก มะขาม เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางจนถึงขนาดใหญ่ แตกกิ่งก้านสาขามาก ไม่มีหนาม เปลือกต้นขรุขระ และหนา สีน้ำตาลอ่อน ใบ เป็นใบประกอบ ใบเล็กออกตามกิ่งก้านใบเป็นคู่ ใบย่อยเป็นรูปขอบขนาน ปลายใบและโคนใบมน ใบย่อยมีขนาดเล็ก ออกรวมกันเป็นช่อยาว ดอกของมะขามออกตามปลายกิ่ง ดอกมีขนาดเล็ก กลีบดอกสีเหลืองและมีจุดประสีแดง/ม่วงแดงอยู่กลางดอก ผล เป็นฝักยาว รูปร่างยาวหรือโค้ง ออกผลเป็นฝักอ่อน มีเปลือกสีเขียวอมเทา สีน้ำตาลเกรียม เนื้อในติดกับเปลือก เมื่อแก่ฝักเปลี่ยนเป็นเปลือกแข็ง กรอบ หักง่าย สีน้ำตาล เนื้อในกลายเป็นสีน้ำตาลหุ้มเมล็ด เนื้อมีรสเปรี้ยว หรือหวาน

วิธีการทำ ซึ่งภูมิปัญญาชาวบ้านของคนรุ่นเก่า ที่มีความเสียดายผลของมะขามที่จะเน่าเสียคาต้น เพราะเวลามะขามออกฝักจะออกจำนวนมาก หลายร้อยฝักจนกินกันไม่ทัน จึงได้นำมาถนอมอาหาร เรียกว่า มะขามเปียก โดยจะเลือกฝักมะขามที่สุกคาต้น นำมาแกะเปลือก และเมล็ดออก แล้วเอาเนื้อมะขามไปตากแดด 1 แดด ถ้าแดดร้อนจัดเพียงครึ่งแดดก็พอ หลังจากนั้นนำไปจับกันให้เป็นก้อน ก้อนละประมาณ 8-10 ฝัก นำใส่ถุงพลาสติกรัดปากถุงแล้วแช่ตู้เย็นช่องผักธรรมดานี่แหละ อยู่ได้หลายปี ถ้าไม่กินหมดก่อน และเป็นการป้องกันการเกิดเชื้อรา

สำหรับวิธีนำมะขามเปียกมาทำอาหาร นำมะขามเปียกออกมาเท่าที่จะใช้ทำอาหารมากน้อยต้องสังเกตเอา นำมาใส่ชาม ใส่น้ำอุ่นลงไป ใช้มือขยำและคั้นจนเป็นน้ำมะขามที่เข้มข้น นำมากรองเอากากมะขามออกให้เหลือแต่น้ำมะขามเข้มข้น เท่านี้ก็สามารถใช้ปรุงอาหารได้แล้ว

มะขามเปียก สามารถนำมาใช้แทนมะนาวได้ในอาหารหลายอย่าง เช่น ส้มตำ ผัดไทย แกงส้ม แกงคั่วส้ม ต้มยำ ต้มโคล้งปลากรอบ ต้มส้มปลากระบอก หรือปลาทู แกงสายบัว น้ำจิ้มแจ๋ว หรือ กุ้งราดซอสมะขามเปียก

ภูมิปัญญาชาวบ้านเช่นนี้ สืบทอดกันรุ่นต่อรุ่น การทำมะขามเปียก ก็เป็นวิธีถนอมอาหารให้สามารถเก็บไว้ได้นานๆ และผลไม้ทั้ง 2 ชนิด ที่ได้นำเสนอไปนั้น ราคาถูก มีรสชาติเปรี้ยวเป็นธรรมชาติ เช่นเดียวกับน้ำมะนาว ซึ่งบางครั้งหากเราใช้วัตถุดิบอีกอย่างที่ใกล้เคียงกับวัตถุดิบที่มีราคาแพง ก็ลองหันมาใช้ดู ซึ่งรสชาติของอาหารก็มีความอร่อยไปอีกอย่าง แล้วหลังจากที่มะนาวเข้าสู่สภาวะปกติของตลาดแล้ว จึงค่อยกลับมาใช้น้ำมะนาว เป็นการลดค่าใช้จ่ายในการทำอาหารได้ไม่มากก็น้อย

พฤษภาคม 13, 2012 Posted by | เทคโนโลยีชาวบ้าน | , , , , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

การสำรวจและศึกษาชีวประวัติของแมลงศัตรูมะขามและการป้องกันกำจัด

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=001656&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: โกศล เจริญสม
ชื่อเรื่อง: การสำรวจและศึกษาชีวประวัติของแมลงศัตรูมะขามและการป้องกันกำจัด
Article title: Survey and studies on life history of tamarind pests and their control
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการ ครั้งที่ 16 สาขาพืช ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน 2521: รวมเรื่องย่อ
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2521
หน้า: หน้า 23
จำนวนหน้า: 126 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก581 2526)
หมวดหลัก: H10-Pests of plants
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: TAMARINDUS INDICA, PEST INSECTS, SURVEYS, LIFE CYCLE, PEST CONTROL
ดรรชนี-ไทย: มะขาม, แมลงศัตรูพืช, การสำรวจ, วงจรชีวิต, การป้องกันกำจัด
หมายเลข: 001656 KC1601023
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

เมษายน 18, 2012 Posted by | ประชุมวิชาการ, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, สาขาพืชและชีววิทยา | , , , , , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

“มะขามเปรี้ยวโชคชัยพัฒนา”ทำมะขามเปียกดี

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/247118

22 มีนาคม 2555, 05:00 น.

Pic_247118

สมัยก่อน คนนิยมปลูกมะขามหวานกันอย่างกว้างขวาง แต่ในปัจจุบัน มะขามเปรี้ยวกลับได้รับความนิยมปลูกแพร่หลายมากกว่า เพราะสามารถเก็บเอาเฉพาะเนื้อสุกทำเป็นมะขามเปียกส่งจำหน่ายสร้างรายได้ดีอย่างเป็นกอบเป็นกำ เนื่องจากมีตลาดรองรับเกือบทั่วโลก เมื่อแกะเนื้อเป็นมะขามเปียกแล้วจะมีราคาอยู่ระหว่าง กิโลกรัมละ 100–120 บาท และมะขามเปรี้ยวสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมปลูกมากที่สุด ได้แก่ “มะขามเปรี้ยวโชคชัยพัฒนา” มีลักษณะเด่นคือ ผลกลมยาว รูปครึ่งวงกลม เนื้อเยอะ 46-88 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนเมล็ด โดยเฉลี่ย 7 เมล็ดต่อ 1 ฝัก

เนื้อสุก เป็นสีน้ำตาลเข้ม รสเปรี้ยวจัด เมื่อแกะเมล็ดทำเป็นมะขามเปียก จะได้น้ำหนักดี และข้อดีอีกอย่างหนึ่งของ “มะขามเปรี้ยวโชคชัยพัฒนา” ได้แก่ เปลือกผลจะมีความหนามาก จึงทำให้มีความทนต่อโรคแมลงได้ดี เป็นมะขามเปรี้ยวที่ติดผลดกปีละครั้ง สามารถเก็บผลผลิตได้ขณะสุกหรือแก่ช่วงเดือนมกราคมของทุกปี ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดและตอนกิ่ง มีต้นพันธุ์ขายที่ ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวน จตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณ แผง “คุณภิญโญ” ตรงกันข้ามโครงการ 13 ราคาสอบถามกันเอง

ประโยชน์ทางสมุนไพร ของมะขามทั่วไป ใบแก่รสเปรี้ยวปนฝาดปรุงเป็นยาแก้ไอแก้โรคบิด ขับเสมหะในลำไส้ เนื้อในผลดิบหรือสุกกินแก้อาการท้องผูก เป็นยาระบาย แก้ไอขับเสมหะ เมล็ดแก่คั่วสุกกินเป็นยาถ่ายพยาธิไส้เดือนในเด็ก เส้นเล็กๆที่ติดหุ้มเนื้อเรียกว่า “รกมะขาม” ปรุงเป็นยาสมานได้ เปลือกต้นรสฝาดต้มล้างและสมานแผลได้เช่นด่างทับทิม (ถ้าไม่มีด่างทับทิมใช้แทนได้) มะขามเปียกมีกรด

ตาตาริค กับด่าง แอซิดตาแตรง และ อิน เวอท-ซูกา กินเป็นยาระบายอ่อนๆ มีแคลเซียมสูง ทำให้กระดูกแข็งแกร่ง ทางอาหาร ใบอ่อนดอกอ่อนทำต้มยำต้มโคล้ง ฝักอ่อนทำน้ำพริกมะขามสุดยอดของความอร่อยครับ.
“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 22 มีนาคม 2555, 05:00 น.

มีนาคม 23, 2012 Posted by | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

ตำรับยา MTEC ลดการทำงานผิดปกติของอัณฑะในหนูที่เป็นเบาหวาน

http://www.medplant.mahidol.ac.th/active/shownews.asp?id=344.

ย่อยข่าวงานวิจัย

ตำรับยา MTEC ลดการทำงานผิดปกติของอัณฑะในหนูที่เป็นเบาหวาน

เมื่อป้อนตำรับยา MTEC (ประกอบด้วยสารสกัดด้วยเมทานอล:น้ำ (3:2) จากรากกล้วยป่า (Musa paradiaca ), จากเมล็ดมะขาม เมล็ดหว้า และใบตำลึง ในสัดส่วน 2:1:1:1) ให้หนูขาวที่ถูกเหนี่ยวนำให้เป็นเบาหวานด้วย streptozotocin (จะทำให้น้ำหนักตัวลดลง ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ระดับอินซูลินในเลือดลดลง และการทำงานของอัณฑะผิดปกติ) ขนาดยา MTEC 60 มก. ในน้ำมันมะกอก 0.5 มล./ น้ำหนักตัวหนู วันละ 2 ครั้ง เวลาเช้าและเย็น นาน 14 วัน พบว่า ตำรับยา MTEC จะช่วยเพิ่มการเจริญเติบโต ลดระดับน้ำตาลและเพิ่มระดับอินซูลินในเลือด ลดการเกิดออกซิเดชั่นและความผิดปกติของการทำงานในเซลล์อัณฑะ คือทำให้เอนไซม์ peroxidase และ catalase เพิ่มขึ้น ปริมาณ thiobarbiturate reactive substance และ conjugated dienes ลดลง จำนวนสเปิร์มทั้งหมดและสเปิร์มที่ยังมีชีวิตเพิ่มขึ้น การทำงานของเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์ androgen เพิ่มขึ้น และฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในเลือดเพิ่มขึ้น

Biol Pharm Bull 2007;30(1):84-90


หน่วยบริการฐานข้อมูลสมุนไพร สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ถนนศรีอยุธยา พญาไท กทม. 10400 Tel. 0-2644-8677-91 ต่อ 5305, 5316

กันยายน 5, 2011 Posted by | ข้อมูลสมุนไพร, ย่อยข่าวงานวิจัย | , , , | แสดงความคิดเห็น

มะขาม

สรรพคุณสมุนไพร 200 ชนิด.

กลุ่มยาลดความดันโลหิตสูง

มะขาม

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Tamarindus indica L.

ชื่อสามัญ : Tamarind, Indian date

วงศ์ : Leguminosae – Caesalpinioideae

ชื่ออื่น : ขาม (ภาคใต้) ตะลูบ(ชาวบน-นครราชสีมา) ม่องโคล้ง (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี) อำเปียล (เขมร-สุรินทร์) หมากแกง (เงี้ยว-แม่ฮ่องสอน) ส่ามอเกล (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์: ไม้ต้นขนาดกลางจนถึงขนาดใหญ่แตกกิ่งก้านสาขามาก เปลือกต้นขรุขระและหนา สีน้ำตาลอ่อน ใบ เป็นใบประกอบ ใบเล็กออกตามกิ่งก้านใบเป็นคู่ ใบย่อยเป็นรูปขอบขนาน ปลายใบและโคนใบมน ดอก ออกเป็นช่อเล็กๆ ตามปลายกิ่ง หนึ่งช่อมี 10-15 ดอก ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกสีเหลืองและมีจุดประสีแดงอยู่กลางดอก ผล เป็นฝักยาว รูปร่างยาวหรือโค้ง ยาว 3-20 ซม. ฝักอ่อนมีเปลือกสีเขียวอมเทา สีน้ำตาลเกรียม เนื้อในติดกับเปลือก เมื่อแก่ฝักเปลี่ยนเป็นเปลือกแข็งกรอบหักง่าย สีน้ำตาล เนื้อในกลายเป็นสีน้ำตาลหุ้มเมล็ด เนื้อมีรสเปรี้ยว และหวาน

ส่วนที่ใช้ : ราก เปลือก ทั้งต้น แก่น ใบ เนื้อในฝัก ฝักดิบ เมล็ด เปลือกเมล็ด ดอกสด

สรรพคุณ :

*ราก – แก้ท้องร่วง สมานแผล รักษาเริม และงูสวัด

*เปลือกต้น – แก้ไข้ ตัวร้อน

*แก่น – กล่อมเสมหะ และโลหิต ขับโลหิต ขับเสมหะ รักษาฝีในมดลูก รักษาโรคบุรุษ เป็นยาชักมดลูกให้เข้าอู่

*ใบสด (มีกรดเล็กน้อย) – เป็นยาถ่าย ยาระบาย ขับลมในลำไส้ แก้ไอ แก้บิด รักษาหวัด ขับเสมหะ หยอดตารักษาเยื่อตาอักเสบ แก้ตามัว ฟอกโลหิต ขับเหงื่อ ต้มผสมกับสมุนไพรอื่นๆ อาบหลังคลอดช่วยให้สะอาดขึ้น

*เนื้อหุ้มเมล็ด – แก้อาการท้องผูก เป็นยาระบาย ยาถ่าย ขับเสมหะ แก้ไอ กระหายน้ำ เป็นยาสวนล้างท้อง

*ฝักดิบ – ฟอกเลือด และลดความอ้วน เป็นยาระบายและลดอุณหภูมิในร่างกาย บรรเทาอาการไข้

*เมล็ดในสีขาว – เป็นยาถ่ายพยาธิไส้เดือนตัวกลมในลำไส้ พยาธิเส้นด้าย

*เปลือกเมล็ด – แก้ท้องร่วง แก้บิดลมป่วง สมานแผลที่ปาก ที่คอ ที่ลิ้น และตามร่างกาย รักษาแผลสด ถอนพิษและรักษาแผลที่ถูกไฟลวก รักษาแผลเบาหวาน

*เนื้อ ในฝักแก่ (มะขามเปียก) – รับประทานจิ้มเกลือ แก้ไอ ขับเสมหะ

*ดอกสด – เป็นยาลดความดันโลหิตสูง

วิธีและปริมาณที่ใช้ :

1.เป็น ยาถ่ายพยาธิไส้เดือน ตัวกลม ตัวเส้นด้าย ได้ผลดี
ใช้เมล็ดคั่วกะเทาะเปลือกออก แล้วเอาเนื้อในเมล็ดแช่น้ำเกลือจนนุ่ม รับประทานเนื้อทั้งหมด ครั้งละ 20-30 เมล็ด

2.เป็นยาระบาย ยาถ่าย
– ใช้เนื้อที่หุ้มเมล็ด (มะขามเปียก) แกะเมล็ดแล้วขนาด 2 หัวแม่มือ (15-30 กรัม) จิ้มเกลือรับประทาน แล้วดื่มน้ำตามมากๆ
– เอามะขามเปียกละลายน้ำอุ่นกับเกลือ ฉีดสวนแก้ท้องผูก

3.แก้ท้องร่วง
-เมล็ดคั่วให้เกรียม กะเทาะเปลือกรับประทาน
-เปลือกต้น ทั้งสดและแห้ง ประมาณ 1-2 กำมือ (15-30 กรัม) ต้มกับน้ำปูนใส หรือ น้ำ รับประทาน

4.รักษาแผล
เมล็ดกะเทาะเปลือก ต้ม นำมาล้างแผลและสมานแผลได้

5.แก้ไอและขับเสมหะ
ใช้เนื้อในฝักแก่ หรือมะขามเปียก จิ้มเกลือรับประทานพอควร

6.เป็นยาลดความดันสูง
ใช้ดอกสด ไม่จำกัดจำนวน ใช้แกงส้มหรือต้มกับปลาสลิดรับประทาน

สารเคมี :

*ใบ มี Alcohols, phenolic esters and ethers. Sambubiose, Carboxylic acid, Oxalic acid

*ดอก มี a – Oxoglutaric acid, Glyoxalic acid , Oxaloacetic acid

*ผล มี Alcohols, Aldehydes; Citric acid Ketones, Vitamin B1, Essential Oil, Enzyme.

*เมล็ด มี Phosphatidylcholine, Proteins Glutelin, Albumin, Prolamine, Lectin

พฤษภาคม 30, 2010 Posted by | ข้อมูลสมุนไพร, คำแนะนำด้านพืช, สรรพคุณสมุนไพร200ชนิด | , , | แสดงความคิดเห็น

มะขาม

สรรพคุณสมุนไพร 200 ชนิด.

กลุ่มยาถ่ายพยาธิ

มะขาม

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Tamarindus indica L.

ชื่อสามัญ : Tamarind

วงศ์ : Leguminosae – Caesalpinioideae

ชื่ออื่น : ขาม (ภาคใต้) ตะลูบ(ชาวบน-นครราชสีมา) ม่องโคล้ง (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี) อำเปียล (เขมร-สุรินทร์) หมากแกง (เงี้ยว-แม่ฮ่องสอน) ส่ามอเกล (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์: ไม้ต้นขนาดกลางจนถึงขนาดใหญ่แตกกิ่งก้านสาขามาก เปลือกต้นขรุขระและหนา สีน้ำตาลอ่อน ใบ เป็นใบประกอบ ใบเล็กออกตามกิ่งก้านใบเป็นคู่ ใบย่อยเป็นรูปขอบขนาน ปลายใบและโคนใบมน ดอก ออกเป็นช่อเล็กๆ ตามปลายกิ่ง หนึ่งช่อมี 10-15 ดอก ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกสีเหลืองและมีจุดประสีแดงอยู่กลางดอก ผล เป็นฝักยาว รูปร่างยาวหรือโค้ง ยาว 3-20 ซม. ฝักอ่อนมีเปลือกสีเขียวอมเทา สีน้ำตาลเกรียม เนื้อในติดกับเปลือก เมื่อแก่ฝักเปลี่ยนเป็นเปลือกแข็งกรอบหักง่าย สีน้ำตาล เนื้อในกลายเป็นสีน้ำตาลหุ้มเมล็ด เนื้อมีรสเปรี้ยว และหวาน

ส่วนที่ใช้ :

*เมล็ดในที่กะเทาะเปลือกออกแล้ว (ต้องคั่วก่อน จึงกะเทาะเปลือกออก)

*เนื้อหุ้มเมล็ด

สรรพคุณ :

*เมล็ด – สำหรับการถ่ายพยาธิตัวกลม พยาธิเส้นด้าย

*ใบ – ขับเสมหะ

*แก่น – ขับโลหิต

*เนื้อ – เป็นยาระบาย ขับเสมหะ แก้ไอ

วิธีและปริมาณที่ใช้ :

*ถ่ายพยาธิ
ใช้เมล็ดในที่มีสีขาว 20-25 เมล็ดต้มกับน้ำใส่เกลือเล็กน้อย รับประทานเนื้อทั้งหมด 1 ครั้ง หรือคั่วให้เนื้อในเหลือง กะเทาะเปลือก แช่น้ำให้นิ่ม เคี้ยวรับประทานเช่นถั่ว

*แก้ท้องผูก
ใช้เนื้อหุ้มเมล็ดคลุกเกลือรับประทาน ระบายท้อง

*แก้ไอ, ขับเสมหะ
ใช้เนื้อในฝักแก่หรือมะขามเปียก จิ้มเกลือรับประทาน

สาร เคมี :
– เนื้อในหุ้มเปลือก มี tartaric acid 8-18% invert sugar 30-40%
– เมล็ด มี albuminold 14-20% carbohydrate 59-65% semi-drying fixed oil 3.9-20% mucilaginous materal 60%

พฤษภาคม 27, 2010 Posted by | ข้อมูลสมุนไพร, คำแนะนำด้านพืช, สรรพคุณสมุนไพร200ชนิด | , , | 1 ความเห็น

น้ำพริกมะขาม

มติชนกรุ๊ป : หนังสือพิมพ์และนิตยสารในเครือมติชน.

วันที่ 01 ธันวาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 22 ฉบับที่ 468

ผลิตภัณฑ์น่าชิม

สิริพร ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา

น้ำพริกมะขาม

ตารางการเดินรถไฟสายเหนือ ยังคงแสดงเวลา เก้าโมงยี่สิบห้านาที ต้นทางกรุงเทพฯ ปลายทางพิษณุโลก ระหว่างสายตากำลังจับจ้องที่ตารางการเดินรถ แต่ 2 ขา กลับต้องจ้ำพรวดๆ ไปยังจุดนัดหมาย หันไปดูนาฬิกาเรือนโต หนึ่งในสัญลักษณ์ของสถานีรถไฟหัวลำโพง ที่ยังคงทำหน้าที่ของมันตามปกติมากว่า 90 ปี หากเป็นคนก็ชราเต็มที กำลังบอกว่าเลยเวลาเก้าโมงมาแล้ว 

“จะสายเอาโล่หรือไง?!!”

เสียงต่อว่าต่อขานจากเพื่อนตัวดี มีท่าทางบ่งบอกว่า มารออยู่นานแล้ว

“ก็รถติดนี่” ข้ออ้างที่ใช้ได้เสมอสำหรับคนกรุงเทพฯ

จะมัวโอ้เอ้ไม่ได้แล้ว ต่างพากันก้าวฉับๆ ไปที่ขบวนรถ 201 กรุงเทพฯ-พิษณุโลก รถธรรมดาไม่ต้องซื้อตั๋วโดยสาร เพราะเป็นรถไฟฟรี มิฉะนั้นก็ต้องจ่ายค่าตั๋วคนละ 24 บาท วันนี้มีผู้โดยสารไม่มาก เพราะเป็นวันธรรมดา ยังดีที่ยังพอมีที่นั่ง หากเป็นเสาร์-อาทิตย์ ก็คงจะมีผู้โดยสารมากกว่านี้

วันหยุดพักร้อนประจำปีเหลืออยู่ไม่กี่วัน เลยต้องรีบใช้สิทธิ์ก่อนจะหมดสิทธิ์ ถือโอกาสไปเที่ยวบ้านเพื่อนที่สระบุรีซะหน่อย เห็นว่าไม่ไกลจากกรุงเทพฯ เท่าไหร่นัก เลยตัดสินใจเดินทางด้วยรถไฟ เพราะอยากสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติอีกรูปแบบหนึ่ง ชนิดไม่รีบร้อน ถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่าง

กว่าจะถึงที่หมาย สถานีรถไฟหนองโดน จังหวัดสระบุรี ก็เกือบจะบ่าย 2 เข้าไปแล้ว แต่ไม่รู้สึกหิวเท่าไหร่ เพราะมัวสนุกกับการซื้อของกินบนรถไฟ ไม่ว่าจะเป็นของกินเล่น อย่างขนมบ้าบิ่นที่สถานีอยุธยา ไอติมดูดหลอดที่สถานีชุมทางบ้านภาชี หรือจะเป็นของกินจริงจัง อย่างข้าวเหนียวไก่ย่าง ฯลฯ พอรถไฟจอดที่สถานีหนองโดน ก็นั่งรอรถสองแถวอยู่พักหนึ่ง เพราะตั้งใจว่าจะเดินทางไปวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร เพื่อสักการะรอยพระพุทธบาท เพื่อเป็นสิริมงคลก่อน สนนราคาค่ารถสองแถวคนละ 10 บาท ใช้เวลาเดินทางต่อไปอีกประมาณ 15 นาที ก็ถึงแล้ว

วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก สร้างขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2167 ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม เป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาท ที่มีความกว้าง 21 นิ้ว ยาว 60 นิ้ว และลึก 11 นิ้ว พระเจ้าทรงธรรมโปรดเกล้าฯ ให้สร้างมณฑปชั่วคราว ครอบรอยพระพุทธบาทไว้ ต่อมาได้มีการสร้างต่อเติมกันอีกหลายสมัย

ลักษณะของพระมณฑป เป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ประกอบเครื่องยอดรูปปราสาท 7 ชั้น มุงกระเบื้องเคลือบสีเขียว มีซุ้มบันแถลงประดับทุกชั้น มีเสาย่อมุมไม้สิบสอง ปิดทองประดับกระจกโดยรอบฝาผนัง ด้านนอกปิดทองประดับกระจกเป็นรูปเทพนม พุ่มข้าวบิณฑ์บานประตูพระมณฑปเป็นงานศิลปกรรมประดับมุกชั้นเยี่ยมของเมืองไทย พื้นภายในปูด้วยเสื่อเงินสาน ทางขึ้นพระมณฑปเป็นบันไดนาคสามสาย ซึ่งหมายถึง บันไดเงิน บันไดทอง และบันไดแก้ว ที่ทอดลงจากสวรรค์ หัวนาคที่เชิงบันไดหล่อด้วยทองสำริด เป็นนาค 5 เศียร บริเวณรอบพระมณฑปมีระฆังแขวนเรียงราย เพื่อให้ผู้ที่มานมัสการได้ตีแผ่ส่วนกุศลแก่เพื่อนทั้งหลาย ส่วนพระอุโบสถ และพระวิหารต่างๆ ที่อยู่รายรอบ ล้วนสร้างตามแบบศิลปกรรมสมัยกรุงศรีอยุธยา และตอนต้นกรุงรัตนโกสินทร์

นอกจากนี้ ในบริเวณวัดยังมีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระพุทธบาท (วิหารหลวง) ซึ่งเป็นสถานที่เก็บรวบรวมศิลปวัตถุอันมีค่า อาทิ เครื่องทรงสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม เครื่องลายครามสังคโลก เครื่องทองสำริดโบราณ ศาสตราวุธโบราณ รอยพระพุทธบาทจำลอง ยอดมณฑปพระพุทธบาทเก่าพัดยศของพระสมัยต่างๆ และท่อประปาสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

วิหารหลวงจะเปิดให้ชมเฉพาะช่วงที่มีงานเทศกาลนมัสการพระพุทธบาท ซึ่งปกติจัดให้มีปีละ 2 ครั้ง คือ ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 3 จนถึงแรม 1 ค่ำ และขึ้น 8 ค่ำ เดือน 4 จนถึงแรม 1 ค่ำ และงานประเพณีตักบาตรดอกไม้ ซึ่งเป็นงานประจำทุกปี ในวันเข้าพรรษา คติของคนโบราณเชื่อว่าหากได้มานมัสการรอยพระพุทธบาทนี้ครบถึง 7 ครั้ง จะได้ไปเกิดในสรวงสวรรค์ แม้แต่ในชาติภพนี้ อานิสงส์ผลบุญจะส่งให้ชีวิตมีความสำเร็จสมหวังในทุกประการ

หลังจากอิ่มบุญกันแล้ว ก็เดินทางต่อมายังบ้านพักซึ่งอยู่ไม่ไกลเท่าใดนัก แต่ห่างจากถนนใหญ่พอสมควร สองข้างทางร่มรื่นไปด้วยต้นไม้นานาชนิด รู้จักบ้าง ไม่รู้จักบ้าง แต่ที่รู้จักแน่ๆ

“ต้นมะขาม!!”

ไม่ทันสิ้นเสียงฝักมะขามร่วงกระทบพื้น ก็เอื้อมมือไปหยิบและบีบจนเปลือกแตกออกดังกร๊อบ รีบแกะเปลือกอย่างรวดเร็ว งับเข้าปากทันที

“เฮ้ย!! กินเข้าไปได้ไง นั่นมะขามเปรี้ยวนะ…ฮ่าฮ่าฮ่า”

“ก็ไม่รู้นี่ คิดว่าเป็นมะขามหวาน เพิ่งหล่นจากต้น มิน่า เปรี้ยวปรี๊ดเลย”

“เปรี้ยวสะใจไหมล่ะ มะขามบ้านฉันเอง”

ยังไม่ทันได้เดินถึงบันไดบ้าน ก็ได้ยินเสียงแม่ของเพื่อนตะโกนออกมาต้อนรับก่อนซะแล้ว พร้อมทั้งบอกว่า จะกินน้ำพริกมะขามกันไหมล่ะ แม่จะตำให้กิน แสดงว่าแม่ต้องรู้แน่ๆ เลยว่าเราเก็บมะขามหน้าบ้านกิน เพราะความตะกละ เอ้ย!…คิดว่าเป็นมะขามหวาน

“ว้า!…อายจัง แล้วก็รีบตอบกลับไปทันทีเลยว่า กินค่ะ”

แหม!…ใครจะพลาดโอกาสดีๆ อย่างนี้ได้ล่ะ และด้วยความเป็นแขกที่ดี ก็เลยบุกเข้าไปในครัว ฝากเนื้อฝากตัวเป็นลูกมือตำน้ำพริกซะเลย

การตำน้ำพริกมะขาม มีส่วนผสมประกอบด้วย ฝักมะขามอ่อนสด 200 กรัม กระเทียมแกะเปลือกออกแล้ว 2 หัว หัวหอมแดง 5 หัว กะปิ 2 ช้อนโต๊ะ พริกขี้หนูสวน 30 เม็ด หรือตามชอบ เนื้อปลาทูสดย่างแกะเอาแต่เนื้อ 3 ตัว น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ และน้ำมันพืช 5 ช้อนโต๊ะ เมื่อได้ส่วนผสมครบแล้ว ให้เอามะขามอ่อนมาขูดผิวออกให้เกลี้ยง ล้างน้ำสะอาดพักเอาไว้ให้สะเด็ดน้ำ หลังจากนั้น จึงโขลกกะปิกับกระเทียม หัวหอมแดง ใส่มะขามอ่อนลงโขลกด้วยให้ละเอียด แล้วจึงใส่พริกขี้หนูสวนโขลกพอหยาบๆ ไม่ต้องให้พริกละเอียด ใส่เนื้อปลาทูสดย่างที่แกะเอาแต่เนื้อโขลกเข้าด้วยกัน ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน

ต่อจากนั้นเอากระทะตั้งบนเตาไฟ ใส่น้ำมันพืชลงไป พอน้ำมันร้อนก็เอาน้ำพริกที่โขลกแล้วลงไปผัดด้วยไฟอ่อนๆ ชิมรสชาติว่าอร่อยหรือยัง อ่อนอะไรก็ปรุงได้อีกจนพอดี จึงตักใส่ถ้วยรับประทานกับผักต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแตงกวา ผักบุ้ง ถั่วพู และมะเขือต่างๆ

นอกจากที่เราจะนำมะขามอ่อนสดมาตำน้ำพริกแล้ว เรายังสามารถนำมะขามเปียกมาตำน้ำพริกได้อีกด้วย โดยมีส่วนผสม มะขามเปียกล้างน้ำสะอาดสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ พริกขี้หนูสวน 15 เม็ด กระเทียมแกะเปลือกออก 2 หัว หัวหอมแดง 2 หัว กะปิเผาไฟ 1 ช้อนโต๊ะ มะเขือขื่นแกะเม็ดออกหั่นละเอียด 1 ผล น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ และน้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีการปรุง เริ่มจากโขลกพริกขี้หนูสวนกับกระเทียม หัวหอม มะขามเปียกที่สับเอาไว้รวมทั้งกะปิเผา ต่อจากนั้นจึงใส่มะเขือที่หั่นเตรียมไว้เอามาคลุกเคล้าให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา ตักออกใส่ถ้วย รับประทานร่วมกับผักสด หรือผักต้มก็ได้ ไม่ว่าจะเป็น ถั่วพู ยอดกระถิน แตงกวา มะเขือเปราะ ยอดผักบุ้ง ฯลฯ

ไหนๆ ได้มาอยู่ในสถานที่ที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้แล้ว ก็ต้องหาความรู้จากชาวบ้านแถวนี้กันซะหน่อย หลังจากได้ลิ้มรสน้ำพริกมะขามไปแล้ว เลยอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับการปลูกมะขาม

มะขาม มีถิ่นกำเนิดในแถบร้อนของทวีปแอฟริกา และแพร่กระจายไปยังอินเดียและเอเชีย สำหรับในประเทศไทยมีอยู่ทั่วไปโดยเฉพาะในแถบภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

มะขาม สามารถขึ้นได้ดีในดินแทบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นดินทราย ดินเหนียว ดินลูกรัง แต่ดินที่เหมาะสมที่สุดคือ ดินร่วนปนทราย และควรมีการระบายน้ำที่ดีด้วย ทั้งมะขามหวานและมะขามเปรี้ยว เป็นพืชที่ทนแล้งได้ดี สามารถขึ้นได้ในที่ค่อนข้างแห้งแล้ง

สามารถจำแนกมะขามออกเป็นมะขามหวานและมะขามเปรี้ยว สำหรับมะขามหวานที่พบเห็นอยู่ทุกวันนี้มีมากกว่า 20 พันธุ์ บางพันธุ์อาจจะมีลักษณะและรูปร่างคล้ายคลึงกัน เจ้าของมะขามจะตั้งชื่อขึ้นมาเอง โดยเอาแหล่งปลูกหรือชื่อเจ้าของนั้นตั้งเป็นชื่อพันธุ์ แต่เมื่อศึกษาลักษณะและคุณสมบัติประจำพันธุ์แล้ว พบว่ามีพันธุ์มะขามหวานอยู่เพียงไม่กี่พันธุ์ โดยชื่อพันธุ์ที่มีอยู่ อาทิ พันธุ์หมื่นจง พันธุ์สีทอง พันธุ์ศรีชมพู พันธุ์น้ำผึ้ง ฯลฯ สำหรับมะขามเปรี้ยวยังไม่มีการจำแนกพันธุ์

มะขามหวาน นิยมขยายพันธุ์ด้วยการทาบกิ่ง แต่อาจจะขยายพันธุ์ด้วยการติดตาและการต่อยอดได้ด้วย การทาบกิ่งใช้ต้นตอที่มีอายุประมาณ 8 เดือน เมื่อหุ้มขุยมะพร้าวแล้วนำไปทาบกับพันธุ์ที่ต้องการ หลังจากทาบแล้ว 45 วัน จึงตัดมาปักชำจนเจริญเติบโตดีแล้วจึงนำลงปลูก สำหรับมะขามเปรี้ยวอาจจะใช้วิธีการขยายพันธุ์เช่นเดียวกันได้ หรือใช้เมล็ดหยอดในหลุมปลูกเลยก็ได้ แต่ต้องระวังไม่ปลูกมะขามหวานใกล้กับมะขามเปรี้ยว หรือปลูกมะขามเปรี้ยวใกล้กับไม้ผลรสหวาน เพราะจะทำให้รสชาติของมะขามเปลี่ยนไป

การปลูกมะขาม ต้องกำหนดหลุมปลูกในแปลงก่อน โดยใช้ระยะปลูก 8×8 เมตร ซึ่งจะปลูกได้ 25 ต้น ต่อไร่ ควรมีการเตรียมหลุมปลูก ขนาดกว้างxยาวxลึก 60x60x60 เซนติเมตร ดินที่ขุดจากหลุมปลูกให้แยกเป็น 2 กอง คือดินชั้นบนและดินชั้นล่าง ตากดินที่ขุดขึ้นมาทิ้งไว้ประมาณ 2-3 สัปดาห์ แล้วผสมดินทั้งสองกองด้วยปุ๋ยคอก ประมาณ 1-2 บุ้งกี๋ ต่อหลุม จากนั้นจึงกลบดินลงไปในหลุมตามเดิม โดยเอาดินชั้นบนลงไว้ก้นหลุมก่อน แล้วจึงกลบทับด้วยดินชั้นล่าง

สำหรับฤดูปลูกควรจะปลูกต้นฤดูฝน เพราะเมื่อปลูกเสร็จแล้วต้นมะขามที่ยังเล็กอยู่จะได้รับน้ำฝน สามารถตั้งตัวได้ดีก่อนจะเข้าถึงฤดูแล้ง ต้นมะขามที่ปลูกใหม่ควรจะผูกยึดกับหลัก เพื่อให้ต้นมะขามขึ้นตรงไม่โค่นล้ม เนื่องจากลมแรง ก่อนจะปลูก หากปลูกด้วยกิ่งทาบจำเป็นต้องแกะเอาเชือกฟางหรือผ้าพลาสติคตรงรอยต่อออก เพราะถ้าไม่ได้แกะออก จะทำให้ต้นมะขามแคระแกร็นหรืออาจจะตายได้

ในระยะปลูกใหม่ หากฝนไม่ตก จำเป็นต้องรดน้ำทุกๆ วัน ประมาณ 1 สัปดาห์ จนกว่ามะขามจะตั้งตัวได้ จากนั้นจึงเว้นช่วงเวลาการรดน้ำให้ห่างกว่าเดิม อาจจะเป็น 3 หรือ 7 วันครั้ง สำหรับมะขามหวาน เมื่อต้นโตให้ผลผลิตแล้ว ควรจะให้น้ำเดือนละครั้ง จะช่วยให้ต้นแข็งแรงสมบูรณ์

ในระยะที่ต้นยังเล็กอยู่ จำเป็นต้องกำจัดวัชพืชเป็นระยะ อย่าให้วัชพืชแย่งน้ำและอาหารได้ การทำความสะอาดรอบโคนต้นอาจจะเป็นการกำจัดวัชพืชแล้วยังสามารถทำลายแหล่งอาศัยของโรคและแมลงได้ด้วย

การให้ปุ๋ย สำหรับมะขามหวานต้นเล็กยังไม่ออกผล อายุระหว่าง 1-3 ปี ควรให้ปุ๋ยสูตร 12-24-12 อัตรา 450 กรัม ต่อต้น ในปีแรกแบ่งใส่ 3 ครั้ง หรือ 4 เดือน ต่อครั้ง จำนวน 100, 150, 200 กรัม ตามลำดับ สำหรับปีต่อๆ ไป ให้เพิ่มปุ๋ยมากขึ้นตามจำนวนอายุที่มากขึ้น เมื่อมะขามตกผลแล้วควรใส่ปุ๋ย สูตร 12-12-17 หรือ 13-13-21 โดยแบ่งใส่ 2 ครั้ง คือช่วงต้นฝนและปลายฝน ซึ่งจะช่วยให้มีการติดผลมากขึ้น และเพิ่มความหวาน

มะขาม ส่วนมากจะแก่และเก็บเกี่ยวได้ในระหว่างเดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคมของปีถัดไป ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับแหล่งปลูกและสภาพดินฟ้าอากาศ การเก็บฝักมะขามควรใช้กรรไกรตัดขั้วให้หลุดออกจากกิ่ง ไม่ควรใช้มือปลิด เพราะจะทำให้ฝักแตก หากมีฝักแตกแล้วโอกาสที่เชื้อโรคจะเข้าทำลายมีมาก ฝักมะขามสามารถเก็บไว้ในถุงพลาสติค ในอุณหภูมิปกติได้นานถึง 6 เดือน

หลังเสร็จสิ้นการเก็บเกี่ยวแล้ว ให้ตัดแต่งกิ่งมะขาม โดยตัดแต่งกิ่งที่ไม่สมบูรณ์ กิ่งที่เป็นโรค มีแมลง หรือกิ่งที่ไขว้กันออก และให้ใช้สีน้ำพลาสติคหรือยากันราทารอยแผล เพื่อป้องกันโรคราที่จะเกิดขึ้นภายหลัง สำหรับกิ่งที่ถูกตัดออก ควรรีบนำออกจากแปลงมะขามไปทิ้งหรือทำลายที่อื่น โดยเฉพาะกิ่งที่เป็นโรคหรือมีแมลง ควรรีบทำลายโดยการนำไปเผาทิ้ง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคหรือแมลง

นอกจากนี้ ยังพบว่า มะขามมีสรรพคุณทางยา โดยกะเทาะเปลือกของเมล็ดมะขามที่คั่วแล้ว เอาแต่เมล็ดในต้มกับน้ำใส่เกลือเล็กน้อย ดื่มเพื่อถ่ายพยาธิตัวกลมหรือพยาธิเส้นด้าย ดอกมะขามใส่ในแกงส้มรับประทานช่วยลดความดันโลหิตสูง ส่วนเนื้อมะขามเปียกผสมกับเกลือกช่วยเป็นยาระบายได้เป็นอย่างดี

การมาเที่ยวครั้งนี้ไม่ได้โชคดีที่ได้ลิ้มรสน้ำพริกมะขาม และรู้เรื่องการปลูกมะขามเท่านั้น แต่ยังได้น้ำพริกมะขามกลับมากินที่กรุงเทพฯ อีกกระปุกเบ้อเริ่ม!!

นั่งรอรถไฟที่สถานีหนองโดนไม่นาน รถไฟเที่ยวล่องเข้ากรุงเทพฯ ก็มาจอด เสียงล้อสีกับรางดังเอี๊ยดดด…ลั่น พอขึ้นรถไฟแล้วก็จับจองหาที่นั่ง

15 นาที ผ่านไป หลังจากชมทิวทัศน์ข้างทางผ่านหน้าต่างรถไฟ ลมโกรกเข้ามาปะทะใบหน้าขณะรถไฟวิ่ง ทำให้รู้สึกเย็นสบาย ประกอบกับตอนนี้เป็นช่วงที่หนังท้องตึง หนังตาก็ต้องหย่อนเป็นธรรมดา…ครอกกกฟี้

น้ำพริกมะขาม

ส่วนผสม 

ฝักมะขามอ่อนสด 200 กรัม

กระเทียม แกะเปลือก 2 หัว

หัวหอมแดง 5 หัว

กะปิ 2 ช้อนโต๊ะ

พริกขี้หนูสวน 30 เม็ด

เนื้อปลาทูสดย่าง 3 ตัว

น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ

น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ

น้ำมันพืช 5 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

เอามะขามอ่อนมาขูดผิวออกให้เกลี้ยง ล้างน้ำสะอาด พักเอาไว้ให้สะเด็ดน้ำ หลังจากนั้น จึงโขลกกะปิกับกระเทียม หัวหอมแดง ใส่มะขามอ่อนลงโขลกด้วยให้ละเอียด แล้วจึงใส่พริกขี้หนูสวนโขลกพอหยาบๆ ไม่ต้องให้พริกละเอียด ใส่เนื้อปลาทูสดย่างที่แกะเอาแต่เนื้อโขลกเข้าด้วยกัน ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน

ต่อจากนั้นเอากระทะตั้งบนเตาไฟ ใส่น้ำมันพืชลงไป พอน้ำมันร้อนก็เอาน้ำพริกที่โขลกแล้วลงไปผัดด้วยไฟอ่อนๆ ชิมรสชาติว่าอร่อยหรือยัง อ่อนอะไรก็ปรุงได้อีกจนพอดี จึงตักใส่ถ้วย รับประทานกับผักต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแตงกวา ผักบุ้ง ถั่วพู และมะเขือต่างๆ

น้ำพริกมะขามเปียก

ส่วนผสม 

มะขามเปียก ล้างน้ำสะอาด สับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ

พริกขี้หนูสวน 15 เม็ด

กระเทียม แกะเปลือกออก 2 หัว

หัวหอมแดง 2 หัว

กะปิเผาไฟ 1 ช้อนโต๊ะ

มะเขือขื่น แกะเม็ดออก หั่นละเอียด 1 ผล

น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ

น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ 

โขลกพริกขี้หนูสวนกับกระเทียม หัวหอม มะขามเปียกที่สับเอาไว้รวมทั้งกะปิเผา ต่อจากนั้นจึงใส่มะเขือที่หั่นเตรียมไว้ เอามาคลุกเคล้าให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา ตักออกใส่ถ้วย รับประทานร่วมกับผักสด หรือผักต้มก็ได้ ไม่ว่าจะเป็น ถั่วพู ยอดกระถิน แตงกวา มะเขือเปราะ ยอดผักบุ้ง ฯลฯ

กุมภาพันธ์ 10, 2010 Posted by | เทคโนโลยีชาวบ้าน | , , , , , , | แสดงความคิดเห็น