ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย ที่เกี่ยวข้อง

โหด มัน ฮา สารพัด”เสธ.” ตุลาคม 11, 2010

10 ตุลาคม 2553 เวลา 18:26 น.

ผ่านทางโหด มัน ฮา สารพัด”เสธ.”.

ขึ้นชื่อว่าเป็น “เสธ.” ย่อมไม่ใช่ตำแหน่งธรรมดา เมื่อเป็น เสธ.แล้วหลายคนดัง หลายคนเงียบ เสธ.หลายคนออกแนวโหด บางคนออกแนวมัน และบางคนออกแนวฮา….

โดย…ธนก บังผล

ขึ้นชื่อว่าเป็น “เสธ.” ย่อมไม่ใช่ตำแหน่งที่คนธรรมดาเดินเข้าไปแสดงความจำนงอยากเป็นก็เป็นได้ ต้องผ่านโรงเรียนเสนาธิการทหารบก (เสธ.ทบ.) โรงเรียนเสนาธิการทหารเรือ (เสธ.ทร.) และโรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศ (เสธ.ทอ.)

นอกจากนี้ ยังมี “วิทยาลัยเสนาธิการทหาร” หรือเรียกง่ายๆ ว่า “เสธ.ทหาร” ที่ผู้จะเรียนหลักสูตรนี้ได้ต้องจบโรงเรียนเสนาธิการก่อน
คุณสมบัติ ของนักศึกษาหลักสูตรเสนาธิการทหาร ถ้าเป็นทหาร ตำรวจ ต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี หรือเทียบเท่าขึ้นไป และสำเร็จหลักสูตรประจำจากโรงเรียนเสนาธิการทหารบก โรงเรียนเสนาธิการทหารเรือ โรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศ หรือโรงเรียนเสนาธิการทหารต่างประเทศ ที่มีหลักสูตรเทียบเท่า

นอกจากนี้ ต้องมียศพันเอก นาวาเอก นาวาอากาศเอก หรือเทียบเท่า อายุไม่เกิน 53 ปี (นับตาม พ.ร.บ.รับราชการทหาร หรือนับถึงปีที่เปิดการศึกษา) เป็นผู้ที่มีร่างกายแข็งแรง ทนต่อการตรากตรำในการศึกษา และผ่านการตรวจร่างกาย โดยมีใบรับรองแพทย์ทหารว่าไม่มีโรคที่ขัดต่อการศึกษา

โดยเป็นผู้ที่ทางราชการไว้วางใจให้เข้าถึงชั้นความลับของทางราชการขั้น “ลับที่สุด”

ในขณะที่คุณสมบัติของข้าราชการพลเรือนที่เข้ารับการศึกษา ต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี จากสถาบันอุดมศึกษาที่ทบวงมหา วิทยาลัยรับรอง หรือเทียบคุณวุฒิให้เป็นข้าราชการพลเรือนระดับ 7 อายุไม่เกิน 48 ปี โดยนับถึงปีเข้ารับการศึกษา

ยิ่งไปกว่านั้น ต้องได้รับความไว้วางใจให้เข้าถึงชั้นความลับชั้น “ลับที่สุด”

เรียกได้ว่า ถ้าทหารจะเป็น เสธ.ได้ ต้องสอบเข้าไปศึกษาโรงเรียนเสนาธิการตามเหล่าต่างๆ เสียก่อน ใครก็ตามที่มียศ “เสธ.” นำหน้าแล้ว การจะก้าวหน้าในหน้าที่การงานก็มีมากขึ้น

หรืออีกนัยหนึ่ง การจะก้าวถึง “5 เสือ” ต้องผ่านหลักสูตร “เสธ.”

เมื่อเป็น เสธ.แล้วหลายคนดัง หลายคนเงียบ เสธ.หลายคนออกแนวโหด บางคนออกแนวมัน และบางคนออกแนวฮา

“เสธ.แอ๋ว”พล.อ.อัครเดช ศศิประภา

จอมยุทธ์มือหนึ่งที่ได้รับคำร่ำลือแห่งยุทธจักรเมืองกรุง แม้จะเกษียณอายุราชการออกจากกองทัพอยู่บ้านดูแลหลานรักแล้ว แต่ พล.อ.อัครเดช ศศิประภา บารมีที่สะสมไว้ยังคงคับแก้ว คิดอะไรไม่ออกบอกแอ๋ว รับรองเคลียร์ได้ตลอด ขนาดตำรวจยศนายสิบหนีคดีมาขอพึ่ง เสธ.แอ๋ว ทุกอย่างเรียบร้อยสามารถเปลี่ยนติดยศทหารได้สำเร็จในพริบตา

ช่วงคดีฆาตกรรมห้างทองธรรมวัฒนะ พล.อ.อัครเดช ขณะนั่งเก้าอี้รองปลัดกระทรวงกลาโหม ถูกโยงชื่อว่ามีเอี่ยว จนต้องออกมาปฏิเสธพัลวันว่า ไม่เกี่ยวข้องใดๆ แต่ยอมรับว่าได้พยายามเข้าไปไกล่เกลี่ยความขัดแย้งของตระกูลธรรมวัฒนะ

แม้ปัจจุบันสุขภาพจะย่ำแย่ถึงขั้นเส้นเลือดในสมองแตกจนต้องเข้าโรงหมอ แต่ก็รอดมาได้อย่างปาฏิหาริย์ และชื่อเสียงยังใหญ่คับวงการ

“เสธ.ไอซ์” พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต

“ไม่รู้ซะแล้วว่าใครใหญ่ พ่อกูเฮียตือ เดี๋ยวพรุ่งนี้กูจะให้อากู เสธ.ไอซ์ เอาทหารมาปิดร้านมึง” เสียงตะโกนโหวกเหวกของ นรต.สุทธิรักษ์ ลัคนาลิขิต นักเรียนนายร้อยฝึกหัด สน.ห้วยขวาง นรต.รุ่น 61 ที่ยกพวกรุมทำร้ายนางสุดใจ สุขโชค อายุ 56 ปี เจ้าของผับ “ลาลิก้า” ถนนเทียมร่วมมิตร และพนักงานรักษาความปลอดภัยของร้าน ไม่เพียงเท่านั้น ยังทำลายข้าวของเสียหาย คิดเป็นมูลค่าหลายแสนบาท

“เสธ.ไอซ์” ที่ถูกอ้างถึงคือ พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต อดีตหัวหน้าฝ่ายเสนาธิการประจำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

หลังเกิดเหตุเจ้าของร้านจึงมาแจ้งความ แต่ตำรวจพยายามบ่ายเบี่ยง

นี่คือกิตติศัพท์ของ “เสธ.ไอซ์” ผู้มากบารมีคุ้มหัวใครต่อใครมานักต่อนัก

“ผมเป็นทหาร มีศักดิ์ศรี ผมไม่เคยยุ่งกับใคร และผมไม่เคยกลัวใครเหมือนกัน ดังนั้นจะทำอะไรทำกันบนดิน นักการเมืองใหญ่ควรจะเล่นการเมืองในรัฐสภา อย่าเป็นนักการเมืองข้างถนน ผมไม่ท้อหรอก กาลเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ ที่ผมพูดก็พูดด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่เคยคิดจะด่าว่าหรือเป็นศัตรูกับใครทั้งสิ้น เมื่อมีการที่อาจจะพาดพิงมาถึงตัวผม ก็เป็นสิทธิของผมเหมือนกันว่าต้องแถลงความบริสุทธิ์ของตัวผม มีหลายคนบอกว่าอย่าพูดดีกว่า แต่ผมบอกว่า ผมพูดดีกว่า เมื่อเราพูดด้วยความบริสุทธิ์ใจ ก็ขอพูดครั้งเดียวให้จบไป”
นี่คือปณิธานของ เสธ.ไอซ์ ผู้โด่งดัง ซึ่งมักถูกนำเสนอในบทโหดอยู่บ่อยครั้ง

“เสธ.หิ” พ.ท.หิมาลัย ผิวพรรณ

อดีตนายทหารดาวรุ่งแห่งเมืองกรุง “เสธ.หิ” ผู้กว้างขวาง อนาคตดับวูบทันทีที่มีชื่อไปเกี่ยวโยงกับคดีรื้อถอนบาร์เบียร์ ซอยสุขุมวิท 10 หลายปีที่แล้ว

หลังตกเป็นจำเลยสังคมเรื่องพาชายฉกรรจ์ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย พร้อมรกแบ็กโฮและอุปกรณ์ครบชุดบุกเข้าไปรื้อถอน

ระหว่างนั้นมีข่าวการเผาสถานทูตไทยในกัมพูชา เสธ.หิ เปิดเผยว่า ขณะนี้เป็นเวลาอันดีที่ตนเองจะไถ่บาปและกอบกู้ชื่อเสียงเกียรติยศของตัวเอง และทหารทั้งประเทศกลับมา โดยจะอาสาพาทีมชายฉกรรจ์ที่ผ่านการทำงานด้านนี้มาอย่างโชกโชน บุกเข้าไปยังสถานทูตเขมรแล้วจัดการรื้อถอนเสียให้สิ้นซาก

“เนื่องจากวันวานที่ผ่านมา นักศึกษาเขมรและประชาชนเขมรกว่า 1,000 คน ได้เดินขบวนและจู่โจมเข้าไปเผาทำลายสถานทูตไทยประจำกัมพูชาจนเสียหายประเมิน ค่ามิได้ รวมทั้งเผาทำลายสถานประกอบการ อาทิ โรงแรม บริษัท ห้างร้าน ที่เป็นของคนไทย ซึ่งถ้าผมจัดการรื้อถอนสถานทูตเขมรสำเร็จลงได้ คิดว่าจะเป็นการไถ่บาปที่คุ้มค่าของผมจากการรื้อถอนบาร์เบียร์สุขุมวิท”

ท่ามกลางความงงงวยของคนทั้งประเทศ ไม่รู้ว่าบาร์เบียร์กับสถานทูตเกี่ยวข้องกันอย่างไร

ล่าสุด เสธ.หิ มีชื่อไปเกี่ยวข้องกับการขัดผลประโยชน์ในลานจอดรถสุวรรณภูมิ

“เสธ.แอ๊บ”พ.ต.ธัญเทพ ธรรมธร

ปี 2551 ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาในคดีที่นายวิบูลย์ วิจิตรโสภณ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.ธัญเทพ ธรรมธร หรือ เสธ.แอ๊บ พร้อมกับนายชูศักดิ์ รัตนภูวลักษณ์ นายสุรพงษ์ รัตนภูวลักษณ์ นายสุภกิจ พูนศรีเกษม ทนายความ เสธ.แดง กับนายสุรเดช รัตนภูวลักษณ์ ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-5 ตามลำดับ

ในความผิดฐานบุกรุก ทำให้เสียทรัพย์ ลักทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะ โดยจำเลย 1-5 ให้การปฏิเสธ

ศาลอ่านคำพิพากษาว่า จำเลยกับพวกอีก 50 คน ที่ยังหลบหนี ได้บุกรุกเข้าไปในอาคารย่านโบ๊เบ๊ แล้วรื้อขนผ้าจำนวน 70 ตัน ใส่ขึ้นรถบรรทุก 6 ล้อ นำไปทิ้งที่ข้างโรงแรมราชาพาเลซ โดยจำเลยกับพวกยังเอากล้องทีวีวงจรปิดจำนวน 3 ตัวไปด้วย เสธ.แอ๊บ นี่ก็ยังเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ร่วมกับนายชูวิทย์ และ เสธ.หิ เข้าบุกรื้อถอนบาร์เบียร์สุขุมวิท

เรียกได้ว่า ถ้าคิวบู๊ขอให้บอก เสธ.แอ๊บ

“เสธ.หนั่น”พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์

แม้ไม่เกี่ยวข้องกับมาเฟียแก๊งไหน แต่ชั้นเชิงทางการเมืองของ เสธ.หนั่น เรียกได้ว่าเก๋าประสบการณ์ ทำให้ เสธ.หนั่น มีที่ยืนอยู่ในรัฐบาลได้ทุกพรรค ปัจจุบันนั่งรองนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา และอดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์เป็นผู้ก่อตั้งและดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค มหาชน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็น เสธ.คนหนึ่งที่หลงกลิ่นการเมืองอย่างเต็มตัว

“เสธ.ไก่อู”พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด

เสธ.คนดังเรตติ้งกระฉูด ไม่มีชื่อเสื่อมเสีย ยุคนี้เห็นจะไม่มีใครดังเกิน “เสธ.ไก่อู” อีกแล้ว ขนาด “เคน ธีรเดช” ยังต้องยอมชิดซ้ายมาแล้ว นี่ถ้า “พ.ต.ประจักษ์” แห่งวนิดา มาเร็วกว่านี้ ก็อาจจะต้องเฉาให้กับความฮอตของ “เสธ.ไก่อู”

งานกองทัพ เสธ.ไก่อู คือโฆษก พอมีศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ก็ไม่พ้น เสธ.ไก่อู ต้องมารับหน้าที่ ไม่ว่าจะเสียงด่าหรือคำชม พุ่งเป้าไปที่ เสธ.ไก่อู เพียงผู้เดียว