ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

ธีระปัดเอี่ยวโคตรโกงพืชสวนโลก ยันไม่เคยเกียร์ว่างไล่เบี้ยสอบทุจริต พฤศจิกายน 5, 2010

วันที่ 25/5/2007

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

นายธี ระ สูตะบุตร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงข้อสงสัยเรื่องปัญหาความไม่โปร่งใสกรณีการใช้พื้นที่จัดงานมหกรรม พืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯว่า งานดังกล่าวเป็นโครงการต่อเนื่องมาจากรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ซึ่งไม่ได้มีส่วนร่วมพิจารณาหรือรู้เห็นเกี่ยวกับกระบวนการจัดจ้างใดๆ เพียงทำหน้าที่ในฐานะรัฐมนตรีว่าการ ในการดูแลความคืบหน้าตามแผนงานเท่านั้น รวมทั้งกรณีสัญญาจ้างที่กระทรวงเกษตรฯทำขึ้นกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ก็ไม่ มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด เนื่องจากช่วงดังกล่าวไม่ได้รับผิดชอบการบริหารงานของมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์แล้ว

ส่วนกรณีเรื่องการร้องทุกข์กล่าวโทษรัฐบาลชุดที่ ผ่านมา ในข้อหาทุจริตโครงการส่งเสริมการปลูกยางพารา 1 ล้านไร่ ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตในเรื่องความล่าช้าของการดำเนินการนั้น เนื่องจากช่วงแรกเกิดจากความไม่เข้าใจในขั้นตอนการปฏิบัติ แต่ไม่ใช่การเพิกเฉย อีกทั้งในฐานะประธานคณะกรรมการบริหาร สกย. นอกจากจะทำหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษไปยังคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อ ให้การเกิดความเสียหายต่อรัฐ (คตส.) แล้ว และกำชับทุกหน่วยงานให้ความร่วมมือในการตรวจสอบและจัดส่งเอกสารตามที่ได้รับ การร้องขออีกด้วย
ด้าน นายบรรพต หงษ์ทอง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ ได้แต่งตั้งคณะกรรมสอบทุจริตมหกรรมพืชสวนโลก ซึ่งมีผู้ตรวจราชการจากสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน แต่เนื่องจากภายหลังผู้ตรวจราชการจากสำนักนายกฯ ได้รับมอบหมายให้เป็นกรรมการในชุดตรวจสอบของ ปปช. ซึ่งทำการตรวจสอบในเรื่องเดียวกัน  จึงขอลาออกจากตำแหน่งประธานคณะกรรมการของกระทรวงเกษตรฯ  ทำให้การทำงานต้องชะงักไป

 

เกษตรฯหนุนวิจัยศัตรูธรรมชาติ ปราบปรามแมลงทำลายไร่อ้อย

วันที่ 25/5/2007

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

นายธี ระ สูตะบุตร รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานกรรมการบริหารสภาวิจัยแห่งชาติ เผยว่า การจัดทำโครงการรณรงค์ใช้ศัตรูธรรมชาติกำจัดศัตรูอ้อย เป็นผลงานหลักของสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติซึ่งได้ดูแลศูนย์ควบคุม ศัตรูพืชโดยชีวะวิธีมาหลายสิบปี ซึ่งวิธีนี้จะเป็นการทำลายศัตรูธรรมชาติอย่างสมดุลย์ โดยแมลงที่เป็นศัตรูจะค่อยๆลดปริมาณลง ไม่ส่งผลกระทบต่อสภาวะแวดล้อม ดังนั้นจึงควรต้องขยายผลต่อไปยังพืชอื่นๆ เพื่อหลีกเลี้ยงการใช้ยาฆ่าแมลง และหากหน่วยงานนี้สามารถผลิตเพื่อควบคุมแมลงตามบ้านเรือนได้ก็จะสามารถลด ปัญหาเรื่องสภาวะแวดล้อมได้มาก

นอกจากนี้ ยังมีการนำการกำจัดศัตรูพืชโดยชีวะวิธีไปใช้ในพืชตัวอื่นอาทิในแปลงผักไฮโดร โพลนิคในโรงเรือนเพาะเลี้ยง แต่ยังติดปัญหาวิธีการขยายพันธุ์ยังเป็นไปอย่างยากลำบาก เบื้องต้นอาจต้องนำเครือข่ายชุมชนและเครือข่ายของกลุ่มเกษตรกรมาเป็นกลไกการ ดำเนินการ   โดยเฉพาะในกลุ่มชาวไร่อ้อย จะต้องเป็นแกนหลักในการช่วยกันดูแลโดยทางภาครัฐจะเป็นผู้ถ่ายทอดเทคโนโลยี ส่วนกลุ่มโรงงานน้ำตาลและกลุ่มชาวไร่จะสนับสนุนในเรื่องของทุน

อ้อย เป็นพืชที่หลายหน่วยงานเข้ามาช่วยดูแนวทางในการกระจายความรู้ มุ่งให้เกษตรจังหวัด เกษตรอำเภอ เกษตรกรตำบลในการประสานงานกับสภาวิจัยแห่งชาติสมาคมอ้อย ในการส่งเสริมความรู้ลงสู่เกษตรกรสำหรับพื้นที่แปลงที่ได้รับความเสียหายจาก น้ำท่วม น้ำขัง ทางกระทรวงเกษตรและมหาดไทยได้เตรียมการรองรับปัญหาไว้แล้ว โดยการช่วยเหลือในปี 49 ที่ผ่านมาได้รับการช่วยเหลือไปแล้วประมาณ 98.5 เปอร์เซ็นต์ซึ่งให้การช่วยเหลือคิดเป็น 1,320 บาท/ไร่ สำหรับนา ศ.ดร.ธีระ กล่าว

 

หยั่งรากผลิใบ: ชีวีแสนสั้น

วันที่ 25/5/2007

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

ชีวิตสั้น ศิลปะยืนยาว ผมยืมวลีทองของ อ.ศิลป พีระศรี ปูชนียบุคคลของชาวศิลปากร มาเป็นเครื่องเตือนใจท่านผู้เป็นใหญ่ทั้งหลาย โดยเฉพาะบรรดาผู้กำหนดชะตากรรมของประเทศ

วันก่อน คุณธีระ สูตะบุตร รมว.เกษตรฯ ท่านแถลงว่าจะหยิบยกเอามติครม. 3 เมษายน 2544 ขึ้นมาเสนอให้ครม.ยุคนี้ได้ทบทวน เดิมทีกะว่าต้นเดือนมิถุนายน แต่หลังจากเอ็นจีโอลุกขึ้นมาจวกตามประสา นัยว่าท่านขอเลื่อนเอาวันเวลาที่สะดวกและพร้อมที่สุดแทน

ผมเข้าใจ ว่า ที่ท่านกังวลใจน่าจะเป็นเรื่องมาตรการควบคุมการทดสอบพืชดัดแปลงชีวภาพใน ระดับไร่นาที่เสนอให้ทบทวน  ต้องทำความเข้าใจนิดหนึ่งว่า เดิมทีกระทรวงเกษตรฯห้ามนำเข้าพืชพันธุ์ดัดแปลงพันธุกรรมจากต่างประเทศเพื่อ ปลูกในเชิงพาณิชย์  ยกเว้นนำเข้ามาเพื่อการวิจัย ซึ่งหน่วยงานวิจัยต่างๆก็ดำเนินการตามกฎหมายที่มีอยู่

แต่พอยุค รัฐบาลทักษิณ เกิดมีการกล่าวโทษจากบรรดาเอ็นจีโอถึงกับเรียกร้องให้ยกเลิกการทดสอบพืชดัด แปลงพันธุกรรมในระดับไร่นา  มีการนำเรื่องนี้เข้าไปคุยในครม.ต้องเรียนว่า คุยกันเฉยๆในครม.ไม่มีอือ ไม่มีเออ ไม่มีออ แต่กลายเป็นช่องโหว่ให้เอ็นจีโอนำไปขับเคลื่อนว่า ครม.มีมติห้ามแล้ว

หนัก กว่านั้นข้าราชการก็บ้าจี้ไม่กล้าดำเนินการตามแนวทางดั้งเดิมที่กฎหมายเปิด ไว้ กลัวไปว่าเอ็นจีโอจะกล่าวโทษ  เลยตกลงว่า ต่อไปนี้ห้ามทดสอบในระดับไร่นา  หนักหนากว่านั้นเอาแค่ทดสอบในโรงเรือนก็ยังไม่กล้า

การวิจัยและพัฒนาพืชดัดแปลงพันธุกรรมของไทยเลยม่อยกระรอกอยู่ตรงนั้น

เคย เขียนว่าจะมอบช่อดอกไม้ให้ รมว.ธีระ ค่าที่อินทรีย์แก่กล้าไม่กลัวเอ็นจีโอฌาปนกิจ แต่เจอเข้าดอกสองดอกท่านก็ทำท่ายุบตาม ไม่ค่อยเข้าท่าเข้าทีซักเท่าไหร่ครับท่าน

ประการสำคัญใครก็ตามที่เป็นเสนาบดีกระทรวงเกษตรฯต้องสะท้อนวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล สำคัญกว่านั้นต้องมีความหาญกล้าด้วย

รัฐมนตรี จากนักการเมืองไม่ทำอะไรหากไม่ได้ประโยชน์ นักการเมืองจะไม่กล้าทำอันใดที่เสียคะแนนนิยม   แต่รัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากนักการเมืองควรกล้าทำในสิ่งที่พึงกล้าครับ โดยเฉพาะท่านไม่ต้องไปลงสมัครรับเลือกตั้งอ้อนวอนขอคะแนนใคร

ชีวิตคนมันแสนสั้น  กล้าทำในสิ่งที่ถูกต้องเสียแต่วันนี้ พรุ่งนี้โลกจะถล่มหรือตัวเองหมดลมลาโลก มันก็คือความดี ความถูกต้องครับ

ชีวินตัย

 

วช.ประกวดผลงาน “สิ่งประดิษฐ์คิดค้น” ปูทางต่อยอดพัฒนา มุ่งผลิตเชิงพาณิชย์ ตุลาคม 8, 2010

วันที่ 4/10/2010

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

ศ.ดร.ธีระ สูตะบุตร ประธานกรรมการบริหารสภาวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่าสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้จัดโครงการประกวดผลงานประดิษฐ์คิดค้น เพื่อรับรางวัลสภาวิจัยแห่งชาติรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ประจำปี 2554 ขึ้น เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนคนไทย ที่มีความรู้ความสามารถด้านการประดิษฐ์ได้พัฒนาศักยภาพของสิ่งประดิษฐ์ไปสู่ เชิงพาณิชย์ และสามารถสร้างรายได้ให้กับคนไทย รวมทั้งสร้างอาชีพในท้องถิ่น

สำหรับปีนี้มีผู้สนใจส่งผลงานเข้าร่วมแสดงผลงานสิ่งประดิษฐ์คิดค้นรวม 99 ผลงาน โดยแบ่งเป็นทั้งหมด 9 สาขาในการนำเสนอผลงาน ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้นักประดิษฐ์ได้แลกเปลี่ยนความคิดรวมทั้งต่อยอดความ คิดในการสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ผลงานประดิษฐ์คิดค้นที่ได้รับรางวัลจากสภาวิจัยแห่งชาติ จะนำไปแสดงต่อสาธารณะชนอีกครั้งในงาน”วันนักประดิษฐ์”ประจำปี 2554 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งจะจัดขึ้นประมาณต้นปี2554

“ในโลกปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทุกประเทศอยู่ในช่วงปรับเปลี่ยนรูปแบบการพัฒนาเศรฐกิจ เข้าสู่ยุคเศรษฐกิจ ฐานความรู้ ประเทศไทยก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของ ประเทศ เพื่อก้าวสู่การพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน วช. จึงได้ดำเนินการตามยุทธศาสตร์ โดยมีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย การประดิษฐ์คิดค้น และนวัตกรรมต่างๆ ทั้งด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี เศรษฐกิจ และสังคม”นายธีระ กล่าว

 

กษ.ห้ามทำประมงน้ำจืดทั่วประเทศ ตีกรอบ4เดือนคุ้มครองปลาฤดูวางไข่ ตุลาคม 7, 2010

วันที่ 21/5/2007

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

(ภาพจากแฟ้มข่าว)
นาย ธีระ สูตะบุตร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำในแม่น้ำลำคลองหลายแห่งเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับฝนที่ตกหนักทำให้น้ำเปลี่ยนเป็นสีแดง เนื่องจากฝนได้ชะล้างหน้าดิน และพัดเอาตะกอนธาตุอาหารต่างๆ ลงสู่แม่น้ำลำคลอง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ไปกระตุ้นให้ปลาน้ำจืดผสมพันธุ์และวางไข่ ดังนั้น กระทรวงเกษตรฯ จึงได้ออกประกาศห้ามทำการประมงในน่านน้ำจืดทั่วประเทศ ในช่วงระหว่างวันที่ 16 พ.ค. -15 ก.ย. 2550 เพื่อสงวนพันธุ์สัตว์น้ำจืดที่กำลังมีไข่และวางไข่เลี้ยงลูกไม่ให้ถูกทำลาย มากเกินไป

ทั้ง นี้ จะอนุญาตให้เฉพาะเครื่องมือทำการประมงบางชนิดที่ไม่ทำลายพันธุ์สัตว์น้ำ อย่างรุนแรงตามที่กฎหมายกำหนด ดังนี้ 1.เบ็ดทุกชนิด ยกเว้นเบ็ดราว 2.ตะแกรง สวิง ช้อน ยอ และขนาง ซึ่งมีขนาดปากกว้างไม่เกิน 2 เมตร 3.ไช ตุ้ม อีจู้ ลัน โปง และโทง และ 4.การทำประมงในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ ขณะเดียวกันสามารถทำการประมงเพื่อประโยชน์ทางวิชาการ หรือรวบรวมลูกสัตว์น้ำหรือสัตว์น้ำวัยอ่อนเพื่อวัตถุประสงค์ในการเพาะเลี้ยง โดยได้รับอนุญาตจากกรมประมงเท่านั้น แต่หากจังหวัดใดที่ได้มีการศึกษาวิจัยทางวิชาการที่ชัดเจนว่าในพื้นที่นั้น มีช่วงฤดูปลาน้ำจืดมีไข่ และวางไข่แตกต่างไป เช่น จ.ลำพูน ลำปาง หนองบัวลำภู และนราธิวาส เป็นต้น ทางจังหวัดสามารถออกประกาศเป็นการเฉพาะตามความเหมาะสมได้ เพื่อให้พ่อแม่พันธุ์ปลาได้ขยายพันธุ์ตามธรรมชาติ

นาย ธีระ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ยังจัดให้มีการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในท้อง ถิ่นในการร่วมกันอนุรักษ์ และบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำ โดยกรมประมงได้จัดพันธุ์ปลาน้ำจืด อาทิ ปลาตะเพียน ปลาตะเพียนทอง ปลากระแห และปลาแก้มช้ำ เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำทรัพยากรสัตว์น้ำลงในแหล่งน้ำกว่า 2 ล้านตัวอีกด้วย

 

สทส.จัดประชุมใหญ่ แจงผลความก้าวหน้า พัฒนาพืชจีเอ็มโอ ตุลาคม 6, 2010

วันที่ 18/5/2007

http://www.naewna.com/news.asp?ID=60263#

สมาคมเทคโนโลยีชีวภาพสัมพันธ์ (สทส.) แจ้ง ว่า สมาคมฯ กำหนดจัดสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง ความก้าวหน้าในการพัฒนาพืชเทคโนชีวภาพและข้อกังวล/ความเป็นจริง  พร้อมการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2550 ในวันที่ 28 พฤษภาคม เวลา 8.30-12.30 น. ณ ห้องประชุม ธีระ  สูตะบุตร  อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  กรุงเทพ

ทั้งนี้   การจัดประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อ เผยแพร่ความรู้เรื่องเทคโนโลยีชีวภาพบนพื้นฐานของข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ให้ กับสาธารณชนทุกกลุ่มได้รับทราบ รวมทั้ง แถลงผลการดำเนินงานของสมาคมฯ ใน ปี 2549 ที่ผ่านมา และแผนการดำเนินงานปี 2550

โดยภายในงานจะมีบรรยาย พิเศษเรื่อง สถานการณ์พืชเทคโนชีวภาพ  , ความก้าวหน้าในการพัฒนาพืชเทคโนโลยีชีวภาพ และ ข้อกังวล/ความจริงในการนำพืชเทคโนโลยีชีวภาพมาใช้ประโยชน์    ซึ่งคาดว่าจะมีกลุ่มผู้เข้าร่วมประชุม อาทิ  สมาชิกสมาคมฯ ภาครัฐ เอกชน เกษตรกร และผู้สนใจทั่วไป รวม 100 คน   สำหรับผู้สนใจเข้าร่วมฟังการบรรยายสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2940-5264

 

นำร่องพัฒนาลุ่มน้ำห้วยสาน-แม่มอญ ฟื้นฟูสภาพดินเสริมศักยภาพเพาะปลูก กันยายน 29, 2010

วันที่ 16/5/2007

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

นาย ธีระ สูตะบุตร รมว.เกษตรและสหกรณ์  เผยว่า กรมพัฒนาที่ดินได้จัดทำโครงการเฉลิมพระเกียรติตามรอยพระบาทครองราชย์ 60 ปี ฟื้นฟูปฐพีไทย เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อตรวจสอบดินของเกษตรกรว่าเป็นดินดีมีศักยภาพในการเพาะปลูกพืช  และปลอดภัยจากโลหะหนักที่เป็นพิษ โดยกรมพัฒนาที่ดินจะออกใบรับรองและป้ายประกาศรับรองดินดีแก่เกษตรกรที่ผ่าน มาตรวจสอบ

เบื้องต้นได้จัดทำโครงการนำร่องที่เขตพัฒนาที่ดินลุ่มน้ำ ย่อยห้วยแม่มอญและห้วยสาน อ.แม่ลาว จ.เชียงราย โดยร่วมกับเกษตรกรในพื้นที่และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นและหมอดินอาสา ทำการร่วมวิเคราะห์ปัญหาในพื้นที่และส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์ เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาร่วมกันระหว่างภาครัฐและเกษตรกร ซึ่งทุกหน่วยงานของกระทรวงพร้อมที่จะให้การสนับสนุนแก้ไขปัญหาที่เกษตรกรได้ รับความเดือดร้อน โดยกรมพัฒนาที่ดินจะดำเนินการจัดตั้งกลุ่มเกษตรอินทรีย์ จากนั้นกรมส่งเสริมการเกษตรดำเนินการต่อยอด โดยร่วมวางแผนพัฒนากับเกษตรกรเป็นรูปแบบการพัฒนาที่จะนำไปสู่ความสำเร็จต่อ ไป

นายธีระ กล่าวอีกว่า โครงการพัฒนาที่ดินในพื้นที่ลุ่มน้ำย่อยเป็นโครงการที่จัดการทรัพยากรดินใน เขตพัฒนาที่ดินลุ่มแม่น้ำย่อยห้วยแม่มอญและห้วยส้านในเขต อ.แม่ลาว จ.เชียงราย บนพื้นที่ 84,000 ไร่ โดยประชาชนในเขตพัฒนาที่ดินทั้ง 3 ตำบล จะได้รับประโยชน์จากการมีรายได้เพิ่มขึ้นและมีสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อ การดำรงชีพอย่างยั่งยืน