ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

ธีระปัดเอี่ยวโคตรโกงพืชสวนโลก ยันไม่เคยเกียร์ว่างไล่เบี้ยสอบทุจริต

วันที่ 25/5/2007

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

นายธี ระ สูตะบุตร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงข้อสงสัยเรื่องปัญหาความไม่โปร่งใสกรณีการใช้พื้นที่จัดงานมหกรรม พืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯว่า งานดังกล่าวเป็นโครงการต่อเนื่องมาจากรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ซึ่งไม่ได้มีส่วนร่วมพิจารณาหรือรู้เห็นเกี่ยวกับกระบวนการจัดจ้างใดๆ เพียงทำหน้าที่ในฐานะรัฐมนตรีว่าการ ในการดูแลความคืบหน้าตามแผนงานเท่านั้น รวมทั้งกรณีสัญญาจ้างที่กระทรวงเกษตรฯทำขึ้นกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ก็ไม่ มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด เนื่องจากช่วงดังกล่าวไม่ได้รับผิดชอบการบริหารงานของมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์แล้ว

ส่วนกรณีเรื่องการร้องทุกข์กล่าวโทษรัฐบาลชุดที่ ผ่านมา ในข้อหาทุจริตโครงการส่งเสริมการปลูกยางพารา 1 ล้านไร่ ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตในเรื่องความล่าช้าของการดำเนินการนั้น เนื่องจากช่วงแรกเกิดจากความไม่เข้าใจในขั้นตอนการปฏิบัติ แต่ไม่ใช่การเพิกเฉย อีกทั้งในฐานะประธานคณะกรรมการบริหาร สกย. นอกจากจะทำหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษไปยังคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อ ให้การเกิดความเสียหายต่อรัฐ (คตส.) แล้ว และกำชับทุกหน่วยงานให้ความร่วมมือในการตรวจสอบและจัดส่งเอกสารตามที่ได้รับ การร้องขออีกด้วย
ด้าน นายบรรพต หงษ์ทอง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ ได้แต่งตั้งคณะกรรมสอบทุจริตมหกรรมพืชสวนโลก ซึ่งมีผู้ตรวจราชการจากสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน แต่เนื่องจากภายหลังผู้ตรวจราชการจากสำนักนายกฯ ได้รับมอบหมายให้เป็นกรรมการในชุดตรวจสอบของ ปปช. ซึ่งทำการตรวจสอบในเรื่องเดียวกัน  จึงขอลาออกจากตำแหน่งประธานคณะกรรมการของกระทรวงเกษตรฯ  ทำให้การทำงานต้องชะงักไป

พฤศจิกายน 5, 2010 Posted by | เกษตร-สิ่งแวดล้อม, แนวหน้า | , , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

เกษตรฯหนุนวิจัยศัตรูธรรมชาติ ปราบปรามแมลงทำลายไร่อ้อย

วันที่ 25/5/2007

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

นายธี ระ สูตะบุตร รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานกรรมการบริหารสภาวิจัยแห่งชาติ เผยว่า การจัดทำโครงการรณรงค์ใช้ศัตรูธรรมชาติกำจัดศัตรูอ้อย เป็นผลงานหลักของสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติซึ่งได้ดูแลศูนย์ควบคุม ศัตรูพืชโดยชีวะวิธีมาหลายสิบปี ซึ่งวิธีนี้จะเป็นการทำลายศัตรูธรรมชาติอย่างสมดุลย์ โดยแมลงที่เป็นศัตรูจะค่อยๆลดปริมาณลง ไม่ส่งผลกระทบต่อสภาวะแวดล้อม ดังนั้นจึงควรต้องขยายผลต่อไปยังพืชอื่นๆ เพื่อหลีกเลี้ยงการใช้ยาฆ่าแมลง และหากหน่วยงานนี้สามารถผลิตเพื่อควบคุมแมลงตามบ้านเรือนได้ก็จะสามารถลด ปัญหาเรื่องสภาวะแวดล้อมได้มาก

นอกจากนี้ ยังมีการนำการกำจัดศัตรูพืชโดยชีวะวิธีไปใช้ในพืชตัวอื่นอาทิในแปลงผักไฮโดร โพลนิคในโรงเรือนเพาะเลี้ยง แต่ยังติดปัญหาวิธีการขยายพันธุ์ยังเป็นไปอย่างยากลำบาก เบื้องต้นอาจต้องนำเครือข่ายชุมชนและเครือข่ายของกลุ่มเกษตรกรมาเป็นกลไกการ ดำเนินการ   โดยเฉพาะในกลุ่มชาวไร่อ้อย จะต้องเป็นแกนหลักในการช่วยกันดูแลโดยทางภาครัฐจะเป็นผู้ถ่ายทอดเทคโนโลยี ส่วนกลุ่มโรงงานน้ำตาลและกลุ่มชาวไร่จะสนับสนุนในเรื่องของทุน

อ้อย เป็นพืชที่หลายหน่วยงานเข้ามาช่วยดูแนวทางในการกระจายความรู้ มุ่งให้เกษตรจังหวัด เกษตรอำเภอ เกษตรกรตำบลในการประสานงานกับสภาวิจัยแห่งชาติสมาคมอ้อย ในการส่งเสริมความรู้ลงสู่เกษตรกรสำหรับพื้นที่แปลงที่ได้รับความเสียหายจาก น้ำท่วม น้ำขัง ทางกระทรวงเกษตรและมหาดไทยได้เตรียมการรองรับปัญหาไว้แล้ว โดยการช่วยเหลือในปี 49 ที่ผ่านมาได้รับการช่วยเหลือไปแล้วประมาณ 98.5 เปอร์เซ็นต์ซึ่งให้การช่วยเหลือคิดเป็น 1,320 บาท/ไร่ สำหรับนา ศ.ดร.ธีระ กล่าว

พฤศจิกายน 5, 2010 Posted by | เกษตร-สิ่งแวดล้อม, แนวหน้า | , , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

หยั่งรากผลิใบ: ชีวีแสนสั้น

วันที่ 25/5/2007

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

ชีวิตสั้น ศิลปะยืนยาว ผมยืมวลีทองของ อ.ศิลป พีระศรี ปูชนียบุคคลของชาวศิลปากร มาเป็นเครื่องเตือนใจท่านผู้เป็นใหญ่ทั้งหลาย โดยเฉพาะบรรดาผู้กำหนดชะตากรรมของประเทศ

วันก่อน คุณธีระ สูตะบุตร รมว.เกษตรฯ ท่านแถลงว่าจะหยิบยกเอามติครม. 3 เมษายน 2544 ขึ้นมาเสนอให้ครม.ยุคนี้ได้ทบทวน เดิมทีกะว่าต้นเดือนมิถุนายน แต่หลังจากเอ็นจีโอลุกขึ้นมาจวกตามประสา นัยว่าท่านขอเลื่อนเอาวันเวลาที่สะดวกและพร้อมที่สุดแทน

ผมเข้าใจ ว่า ที่ท่านกังวลใจน่าจะเป็นเรื่องมาตรการควบคุมการทดสอบพืชดัดแปลงชีวภาพใน ระดับไร่นาที่เสนอให้ทบทวน  ต้องทำความเข้าใจนิดหนึ่งว่า เดิมทีกระทรวงเกษตรฯห้ามนำเข้าพืชพันธุ์ดัดแปลงพันธุกรรมจากต่างประเทศเพื่อ ปลูกในเชิงพาณิชย์  ยกเว้นนำเข้ามาเพื่อการวิจัย ซึ่งหน่วยงานวิจัยต่างๆก็ดำเนินการตามกฎหมายที่มีอยู่

แต่พอยุค รัฐบาลทักษิณ เกิดมีการกล่าวโทษจากบรรดาเอ็นจีโอถึงกับเรียกร้องให้ยกเลิกการทดสอบพืชดัด แปลงพันธุกรรมในระดับไร่นา  มีการนำเรื่องนี้เข้าไปคุยในครม.ต้องเรียนว่า คุยกันเฉยๆในครม.ไม่มีอือ ไม่มีเออ ไม่มีออ แต่กลายเป็นช่องโหว่ให้เอ็นจีโอนำไปขับเคลื่อนว่า ครม.มีมติห้ามแล้ว

หนัก กว่านั้นข้าราชการก็บ้าจี้ไม่กล้าดำเนินการตามแนวทางดั้งเดิมที่กฎหมายเปิด ไว้ กลัวไปว่าเอ็นจีโอจะกล่าวโทษ  เลยตกลงว่า ต่อไปนี้ห้ามทดสอบในระดับไร่นา  หนักหนากว่านั้นเอาแค่ทดสอบในโรงเรือนก็ยังไม่กล้า

การวิจัยและพัฒนาพืชดัดแปลงพันธุกรรมของไทยเลยม่อยกระรอกอยู่ตรงนั้น

เคย เขียนว่าจะมอบช่อดอกไม้ให้ รมว.ธีระ ค่าที่อินทรีย์แก่กล้าไม่กลัวเอ็นจีโอฌาปนกิจ แต่เจอเข้าดอกสองดอกท่านก็ทำท่ายุบตาม ไม่ค่อยเข้าท่าเข้าทีซักเท่าไหร่ครับท่าน

ประการสำคัญใครก็ตามที่เป็นเสนาบดีกระทรวงเกษตรฯต้องสะท้อนวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล สำคัญกว่านั้นต้องมีความหาญกล้าด้วย

รัฐมนตรี จากนักการเมืองไม่ทำอะไรหากไม่ได้ประโยชน์ นักการเมืองจะไม่กล้าทำอันใดที่เสียคะแนนนิยม   แต่รัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากนักการเมืองควรกล้าทำในสิ่งที่พึงกล้าครับ โดยเฉพาะท่านไม่ต้องไปลงสมัครรับเลือกตั้งอ้อนวอนขอคะแนนใคร

ชีวิตคนมันแสนสั้น  กล้าทำในสิ่งที่ถูกต้องเสียแต่วันนี้ พรุ่งนี้โลกจะถล่มหรือตัวเองหมดลมลาโลก มันก็คือความดี ความถูกต้องครับ

ชีวินตัย

พฤศจิกายน 5, 2010 Posted by | เกษตร-สิ่งแวดล้อม, แนวหน้า | , , , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

วช.ประกวดผลงาน “สิ่งประดิษฐ์คิดค้น” ปูทางต่อยอดพัฒนา มุ่งผลิตเชิงพาณิชย์

วันที่ 4/10/2010

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

ศ.ดร.ธีระ สูตะบุตร ประธานกรรมการบริหารสภาวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่าสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้จัดโครงการประกวดผลงานประดิษฐ์คิดค้น เพื่อรับรางวัลสภาวิจัยแห่งชาติรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ประจำปี 2554 ขึ้น เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนคนไทย ที่มีความรู้ความสามารถด้านการประดิษฐ์ได้พัฒนาศักยภาพของสิ่งประดิษฐ์ไปสู่ เชิงพาณิชย์ และสามารถสร้างรายได้ให้กับคนไทย รวมทั้งสร้างอาชีพในท้องถิ่น

สำหรับปีนี้มีผู้สนใจส่งผลงานเข้าร่วมแสดงผลงานสิ่งประดิษฐ์คิดค้นรวม 99 ผลงาน โดยแบ่งเป็นทั้งหมด 9 สาขาในการนำเสนอผลงาน ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้นักประดิษฐ์ได้แลกเปลี่ยนความคิดรวมทั้งต่อยอดความ คิดในการสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ผลงานประดิษฐ์คิดค้นที่ได้รับรางวัลจากสภาวิจัยแห่งชาติ จะนำไปแสดงต่อสาธารณะชนอีกครั้งในงาน”วันนักประดิษฐ์”ประจำปี 2554 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งจะจัดขึ้นประมาณต้นปี2554

“ในโลกปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทุกประเทศอยู่ในช่วงปรับเปลี่ยนรูปแบบการพัฒนาเศรฐกิจ เข้าสู่ยุคเศรษฐกิจ ฐานความรู้ ประเทศไทยก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของ ประเทศ เพื่อก้าวสู่การพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน วช. จึงได้ดำเนินการตามยุทธศาสตร์ โดยมีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย การประดิษฐ์คิดค้น และนวัตกรรมต่างๆ ทั้งด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี เศรษฐกิจ และสังคม”นายธีระ กล่าว

ตุลาคม 8, 2010 Posted by | เกษตร-สิ่งแวดล้อม, แนวหน้า | , , , , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

กษ.ห้ามทำประมงน้ำจืดทั่วประเทศ ตีกรอบ4เดือนคุ้มครองปลาฤดูวางไข่

วันที่ 21/5/2007

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

(ภาพจากแฟ้มข่าว)
นาย ธีระ สูตะบุตร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำในแม่น้ำลำคลองหลายแห่งเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับฝนที่ตกหนักทำให้น้ำเปลี่ยนเป็นสีแดง เนื่องจากฝนได้ชะล้างหน้าดิน และพัดเอาตะกอนธาตุอาหารต่างๆ ลงสู่แม่น้ำลำคลอง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ไปกระตุ้นให้ปลาน้ำจืดผสมพันธุ์และวางไข่ ดังนั้น กระทรวงเกษตรฯ จึงได้ออกประกาศห้ามทำการประมงในน่านน้ำจืดทั่วประเทศ ในช่วงระหว่างวันที่ 16 พ.ค. -15 ก.ย. 2550 เพื่อสงวนพันธุ์สัตว์น้ำจืดที่กำลังมีไข่และวางไข่เลี้ยงลูกไม่ให้ถูกทำลาย มากเกินไป

ทั้ง นี้ จะอนุญาตให้เฉพาะเครื่องมือทำการประมงบางชนิดที่ไม่ทำลายพันธุ์สัตว์น้ำ อย่างรุนแรงตามที่กฎหมายกำหนด ดังนี้ 1.เบ็ดทุกชนิด ยกเว้นเบ็ดราว 2.ตะแกรง สวิง ช้อน ยอ และขนาง ซึ่งมีขนาดปากกว้างไม่เกิน 2 เมตร 3.ไช ตุ้ม อีจู้ ลัน โปง และโทง และ 4.การทำประมงในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ ขณะเดียวกันสามารถทำการประมงเพื่อประโยชน์ทางวิชาการ หรือรวบรวมลูกสัตว์น้ำหรือสัตว์น้ำวัยอ่อนเพื่อวัตถุประสงค์ในการเพาะเลี้ยง โดยได้รับอนุญาตจากกรมประมงเท่านั้น แต่หากจังหวัดใดที่ได้มีการศึกษาวิจัยทางวิชาการที่ชัดเจนว่าในพื้นที่นั้น มีช่วงฤดูปลาน้ำจืดมีไข่ และวางไข่แตกต่างไป เช่น จ.ลำพูน ลำปาง หนองบัวลำภู และนราธิวาส เป็นต้น ทางจังหวัดสามารถออกประกาศเป็นการเฉพาะตามความเหมาะสมได้ เพื่อให้พ่อแม่พันธุ์ปลาได้ขยายพันธุ์ตามธรรมชาติ

นาย ธีระ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ยังจัดให้มีการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในท้อง ถิ่นในการร่วมกันอนุรักษ์ และบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำ โดยกรมประมงได้จัดพันธุ์ปลาน้ำจืด อาทิ ปลาตะเพียน ปลาตะเพียนทอง ปลากระแห และปลาแก้มช้ำ เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำทรัพยากรสัตว์น้ำลงในแหล่งน้ำกว่า 2 ล้านตัวอีกด้วย

ตุลาคม 7, 2010 Posted by | เกษตร-สิ่งแวดล้อม, แนวหน้า | , , , , , , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

สทส.จัดประชุมใหญ่ แจงผลความก้าวหน้า พัฒนาพืชจีเอ็มโอ

วันที่ 18/5/2007

http://www.naewna.com/news.asp?ID=60263#

สมาคมเทคโนโลยีชีวภาพสัมพันธ์ (สทส.) แจ้ง ว่า สมาคมฯ กำหนดจัดสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง ความก้าวหน้าในการพัฒนาพืชเทคโนชีวภาพและข้อกังวล/ความเป็นจริง  พร้อมการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2550 ในวันที่ 28 พฤษภาคม เวลา 8.30-12.30 น. ณ ห้องประชุม ธีระ  สูตะบุตร  อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  กรุงเทพ

ทั้งนี้   การจัดประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อ เผยแพร่ความรู้เรื่องเทคโนโลยีชีวภาพบนพื้นฐานของข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ให้ กับสาธารณชนทุกกลุ่มได้รับทราบ รวมทั้ง แถลงผลการดำเนินงานของสมาคมฯ ใน ปี 2549 ที่ผ่านมา และแผนการดำเนินงานปี 2550

โดยภายในงานจะมีบรรยาย พิเศษเรื่อง สถานการณ์พืชเทคโนชีวภาพ  , ความก้าวหน้าในการพัฒนาพืชเทคโนโลยีชีวภาพ และ ข้อกังวล/ความจริงในการนำพืชเทคโนโลยีชีวภาพมาใช้ประโยชน์    ซึ่งคาดว่าจะมีกลุ่มผู้เข้าร่วมประชุม อาทิ  สมาชิกสมาคมฯ ภาครัฐ เอกชน เกษตรกร และผู้สนใจทั่วไป รวม 100 คน   สำหรับผู้สนใจเข้าร่วมฟังการบรรยายสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2940-5264

ตุลาคม 6, 2010 Posted by | เกษตร-สิ่งแวดล้อม, แนวหน้า | , , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

นำร่องพัฒนาลุ่มน้ำห้วยสาน-แม่มอญ ฟื้นฟูสภาพดินเสริมศักยภาพเพาะปลูก

วันที่ 16/5/2007

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

นาย ธีระ สูตะบุตร รมว.เกษตรและสหกรณ์  เผยว่า กรมพัฒนาที่ดินได้จัดทำโครงการเฉลิมพระเกียรติตามรอยพระบาทครองราชย์ 60 ปี ฟื้นฟูปฐพีไทย เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อตรวจสอบดินของเกษตรกรว่าเป็นดินดีมีศักยภาพในการเพาะปลูกพืช  และปลอดภัยจากโลหะหนักที่เป็นพิษ โดยกรมพัฒนาที่ดินจะออกใบรับรองและป้ายประกาศรับรองดินดีแก่เกษตรกรที่ผ่าน มาตรวจสอบ

เบื้องต้นได้จัดทำโครงการนำร่องที่เขตพัฒนาที่ดินลุ่มน้ำ ย่อยห้วยแม่มอญและห้วยสาน อ.แม่ลาว จ.เชียงราย โดยร่วมกับเกษตรกรในพื้นที่และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นและหมอดินอาสา ทำการร่วมวิเคราะห์ปัญหาในพื้นที่และส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์ เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาร่วมกันระหว่างภาครัฐและเกษตรกร ซึ่งทุกหน่วยงานของกระทรวงพร้อมที่จะให้การสนับสนุนแก้ไขปัญหาที่เกษตรกรได้ รับความเดือดร้อน โดยกรมพัฒนาที่ดินจะดำเนินการจัดตั้งกลุ่มเกษตรอินทรีย์ จากนั้นกรมส่งเสริมการเกษตรดำเนินการต่อยอด โดยร่วมวางแผนพัฒนากับเกษตรกรเป็นรูปแบบการพัฒนาที่จะนำไปสู่ความสำเร็จต่อ ไป

นายธีระ กล่าวอีกว่า โครงการพัฒนาที่ดินในพื้นที่ลุ่มน้ำย่อยเป็นโครงการที่จัดการทรัพยากรดินใน เขตพัฒนาที่ดินลุ่มแม่น้ำย่อยห้วยแม่มอญและห้วยส้านในเขต อ.แม่ลาว จ.เชียงราย บนพื้นที่ 84,000 ไร่ โดยประชาชนในเขตพัฒนาที่ดินทั้ง 3 ตำบล จะได้รับประโยชน์จากการมีรายได้เพิ่มขึ้นและมีสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อ การดำรงชีพอย่างยั่งยืน

กันยายน 29, 2010 Posted by | เกษตร-สิ่งแวดล้อม, แนวหน้า | , , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

“ธีระ”สั่งอาสาสมัครบัญชีเร่งเครื่องสอนครัวเรือน ปลุกเกษตรกรรักษาวินัยการเงิน-สกัดปัญหาหนี้สิน

วันที่ 14/5/2007

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

นายธีระ สูตะบุตร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เผยว่า เพื่อเป็นการปลูกฝังให้สมาชิกสหกรณ์เห็นความสำคัญของการทำบัญชี ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการแก้ปัญหาความยากจน และลดภาระหนี้สินที่เกิดขึ้น จึงมอบหมายให้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์เร่งดำเนินการโครงการอาสาสมัครเกษตรด้าน บัญชี เพื่อกระตุ้นการสร้างวินัยทางการเงินและแก้ไขพฤติกรรมการใช้จ่ายที่เกินตัว อีกทั้งข้อมูลจากการทำบัญชียังเป็นประโยชน์ต่อกระทรวงเกษตรฯ ในจัดทำแผนส่งเสริมอาชีพ และมาตรการช่วยเหลือให้สอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกรด้วย

“การ ทำบัญชีเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้ผู้ทำบันทึกได้รู้จักตนเอง และสามารถประเมินสภาพคล่อง รวมทั้งปรับปรุงแผนการใช้จ่ายให้เหมาะสมกับรายได้ ซึ่งเมื่อทำประจำๆจะแก้ไขปัญหาหนี้สินและความยากจนได้” นายธีระกล่าว

ด้าน นายเรืองชัย บุญญานันต์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวว่า เพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้บัญชีให้กว้างขวางขึ้น จึงได้จัดทำโครงการอาสาสมัครเกษตรด้านบัญชี ทำหน้าที่เป็นเครือข่ายในการแนะนำการทำบัญชีครัวเรือน เพื่อเสริมสร้างภูมิปัญหาทางบัญชีแก่เกษตรกรไทย ซึ่งเป็นพื้นฐานที่จะช่วยให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยเบื้องต้นตั้งเป้าให้เกษตรกรสามารถทำบัญชีครัวเรือนตามที่กรมฯกำหนดไว้ ประมาณ 5.6- 6 ล้านครัวเรือน ซึ่งขณะนี้ได้ทำการอบรมไปแล้วจำนวน 2 ล้านครัวเรือน

ขณะ เดียวกัน เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจกับอาสาสมัครเกษตรด้านบัญชี กรมฯจึงได้คัดเลือกเกษตรกรดีเด่นด้านบัญชีในปี 2550 จังหวัดละ 1 คน รวม และระดับภาค 10 คน เข้ารับพระราชทานโล่จากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ในพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา

กันยายน 29, 2010 Posted by | เกษตร-สิ่งแวดล้อม, แนวหน้า | , , , , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

เกษตรฯจัดทัพเตรียมรับมือ เงาะ-มังคุดล็อต2เข้าตลาด จี้สหกรณ์เร่งแผนกระจาย

วันที่ 11/5/2007

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

นายธีระ สูตะบุตร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์ผลผลิตผลไม้ภาคตะวันออกล่าสุดว่า ผลผลิตมังคุด และเงาะรุ่นที่ 2  จำนวน  184,000  ตัน  กำลังจะออกสู่ตลาดในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมนี้ จึงได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ เร่งดำเนินการกระจายผลผลิตผลไม้ภาคตะวันออกผ่านเครือข่ายสหกรณ์ รวมทั้งหารือกับห้างสรรพสินค้าและผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรด จัดกิจกรรมรณรงค์บริโภคผลไม้คุณภาพของกลุ่มสหกรณ์ภาคตะวันออกเพิ่มขึ้น คาดว่าจะสามารถบรรเทาปัญหาราคาตกต่ำที่อาจเกิดขึ้นได้

ด้าน น.ส.สุพัตรา  ธนเสนีวัฒน์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์   กล่าวว่า   กรมฯ ได้จัดสรรเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์วงเงิน  50  ล้านบาท  เพื่อให้สหกรณ์ภาคตะวันออกกู้สำหรับใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการรวบรวมผล ผลิต  และจัดทำแผนกระจายผลผลิต  โดยคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อปี  ซึ่งล่าสุดมีสหกรณ์  11  แห่งขอกู้เงินดังกล่าวไปดำเนินการแล้วทั้งสิ้น  40  กว่าล้านบาท  โดยสามารถทำการรวบรวมผลไม้คุณภาพไปจำหน่ายยังตลาดเป้าหมายรวมทั้ง  8,556.74  ตัน  คิดเป็นมูลค่า  130.53  ล้านบาท  นอกจากนี้ในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก  กรมฯ ยังได้ให้การสนับสนุนตะกร้าผลไม้ให้กับสหกรณ์ทั้ง  11  แห่ง  จำนวน  37,000  ใบ  เพื่อเพิ่มศักยภาพการรวบรวมและจำหน่ายผลไม้  ทำให้การดำเนินงานต่างๆคืบหน้าตามแผนงานที่ตั้งไว้

กันยายน 28, 2010 Posted by | เกษตร-สิ่งแวดล้อม, แนวหน้า | , , , , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

หยั่งรากผลิใบ: เผชิญหน้าความจริง

วันที่ 11/5/2007

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

สังคมไทยเป็นสังคมแห่งความเชื่อก็คงไม่ผิดนัก  แต่จะบอกว่าเป็นความผิดของคนไทยก็คงไม่ได้  เพราะเบื้องหลังความคิดของคนในสังคมคือรัฐบาลครับ

รัฐบาลที่ดีต้อง คิดอ่านให้คนชาญฉลาด ใฝ่เรียนรู้ ใฝ่ศึกษาและพยายามใช้หลักวิทยาศาสตร์มากกว่าหลักความเชื่อเพียงอย่างเดียว เพราะความเชื่อโดยปราศจากข้อพิสูจน์ทำให้ผู้คนหลงผิดจนเสียหาย

พระ พุทธเจ้าท่านยังไม่ให้คนเชื่อด้วยเหตุต่างๆนานา ตรงข้ามพระองค์ให้คนพิสูจน์ทดลองด้วยตัวของตัวเอง ซึ่งสุดท้ายคือความรู้และหากลึกซึ้งก็จะกลายเป็นปัญญา รู้ผิดชอบชั่วดี เห็นประโยชน์และโทษด้วยตัวเอง

นอกจาก ดร.ธีระ สูตะบุตร รมว.เกษตรฯจะเห็นชอบในการเสนอทบทวน มติครม.3 เมษายน 2544 ที่ห้ามการทดสอบพืชดัดแปลงพันธุกรรมในระดับไร่นาแล้ว คนที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักคนหนึ่งคือ ดร.อดิศักดิ์ ศรีสรรพกิจ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร

ดร.อดิศักดิ์เปิดกว้างในระบบการผลิตทั้งเคมี อินทรีย์ กระทั่งการผลิตสมัยใหม่อย่างพืชจีเอ็มโอ ในทางกลับกันอาจทวนกระแสไม่ให้คนหลงใหลในทิศทางที่สร้างกระแสมากเกินไป อาทิการโฆษณาชวนเชื่อในเรื่องเกษตรอินทรีย์ที่มากเกินพอดีและบางครั้งเกิน ความเป็นจริง เพราะดร.อดิศักดิ์รู้ดีว่า ในบางนโยบายนั้นเบื้องหลังคือนักการเมืองที่หวังผลเป็นอย่างอื่น

บน เวทีซักถามระหว่าง ดร.อดิศักดิ์ กับนักข่าว อธิบดีกรมวิชาการเกษตรผู้นี้ไม่เคยถอยกับคำถามที่ว่าถ้าอย่างนั้นถ้าอย่าง นี้ จนนักข่าวเองไม่สามารถเจาะเกราะความสุจริตใจของเขาได้

พืชดัด แปลงพันธุกรรมหรือจีเอ็มโอหากเป็นวายร้ายไม่ปลอดภัยจริง ป่านนี้ทั่วโลกคงห้ามบริโภคห้ามค้าขายนำเข้าส่งออก  แม้กระทั่งประเทศเฮี้ยบด้านสุขอนามัยอย่างญี่ปุ่นหรือสหภาพยุโรปยังต้องยอม ให้พืชเหล่านี้เข้าไป ภายใต้ฉลากระบุที่มาที่ไป  เช่นกันอียูทั้งทวีปคงไม่ปลูกในเชิงพาณิชย์ 6 ใน 25 ประเทศและสมาชิกหลายประเทศกำลังตั้งหน้าตั้งตาทดลองวิจัยอย่างเอาเป็นเอาตาย

ไทย เองเรามีงานด่านแรกที่ต้องทำคือการเปิดให้ทดลองภายใต้การควบคุมอย่างรัดกุม ผลออกมาไม่ว่าดีหรือไม่ดีก็เป็นเพียงภูมิปัญญาของเราเอง ซึ่งจะเอาไปต่อยอดสร้างประโยชน์หรือเก็บไว้บนหิ้งก็สุดแต่กำหนด ที่ต้องไม่ลืมคือเราต้องแข่งขันกับคนอื่น  เราต้องรู้ตัวเอง-รู้ทันคนอื่นถึงจะกำหนดหรือลงมือการใดที่เป็นประโยชน์ต่อ ประเทศชาติได้

วันนี้กระทรวงเกษตรฯมีผู้กล้าตั้งแต่ดร.ธีระ สูตะบุตร รมว.เกษตรฯ ดร.อดิศักดิ์ ศรีสรรพกิจ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ถ้าไม่ทำเรื่องการทดสอบพืชจีเอ็มโอแล้ว เห็นทีต้องรอชาติหน้าของชาติหน้าตอนดึกๆ
แล้วไทยทั้งประเทศจะอยู่กันอย่างไรเล่าสหายเอ๋ย

ชีวินตัย

กันยายน 28, 2010 Posted by | เกษตร-สิ่งแวดล้อม, แนวหน้า | , , , , , , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

เปิดกรุสมบัติ ครม.”สุรยุทธ์ 1″

วันที่ 2/12/2006

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.


หมายเหตุ : เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)เปิดบัญชีทรัพย์สิน และหนี้สินของคณะรัฐมนตรี(ครม.) ในรัฐบาล “พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์” เป็นนา ยกรัฐมนตรี กรณีเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2549 ดังนี้…..

พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี

ทรัพย์สิน
1.เงินสด -
2.เงินฝาก ธนาคารพาณิชย์ 5 บัญชี 7,283,341.10 บาท
3.เงินลงทุน
3.1 หลักทรัพย์และเงินลงทุนอื่น 3 แห่ง ได้แก่
บริษัท
3.1.1 ธนาคารทหารไทย จำกัด(มหาชน) จำนวนหุ้น15,000
3.1.2 บริษัทอุดรพัฒนา(1994) จำกัด จำนวนหุ้น1,000
3.1.3 บริษัท โรงพยาบาล พร้อมมิตร จำกัด จำนวนหุ้น 200 -
รวม 82,500.00 บาท
4.ที่ดิน 9 แปลง มูลค่ารวม 17,880,250.00 บาท
รวมทรัพย์สิน 25,246,091.10 บาท
หนี้สิน – 0 –
ทรัพย์สินมากกว่า(น้อยกว่า)หนี้สิน 25,246,091.10 บาท

พ.อ.(หญิง)คุณหญิง จิตรวดี จุลานนท์(คู่สมรส)

ทรัพย์สิน
1.เงินสด -
2.เงินฝาก ธนาคารพาณิชย์ 15 บัญชี 20,620,933.11 บาท
3.เงินลงทุน
3.1 หลักทรัพย์รัฐบาลและที่รัฐบาลค้ำประกัน 9 แห่ง 10,030,000.00 บาท
3.2 หลักทรัพย์และเงินลงทุนอื่น 2 แห่ง ได้แก่
บริษัท
3.2.1 บริษัทอุดรพัฒนา(1994) จำกัด จำนวนหุ้น 1,000
3.2.2 บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) จำนวนหุ้น 23,430
รวม 33,430.00 บาท
4.ที่ดิน 3 แปลง มูลค่ารวม 7,000,000.00 บาท
5.โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง
5.1 บ้านอาศัย 3 หลัง มูลค่ารวม 10,000,000.00 บาท
6.ยานพาหนะ 3 คัน มูลค่ารวม 3,725,000.00 บาท
7.ทรัพย์สินอื่น 24 รายการ มูลค่ารวม 14,157,000.00 บาท
รวมทรัพย์สิน 65,566,363.11 บาท หนี้สิน – 0 – – ทรัพย์สินมากกว่า(น้อยกว่า)หนี้สิน 65,566,363.11 บาท

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง

ทรัพย์สิน
1.เงินสด -
2.เงินฝาก
2.1 ธนาคารพาณิชย์ 10 บัญชี 154,189,221.94 บาท
2.2 ในสถาบันการเงินอื่น 1 แห่ง 670,988.53 บาท
3.เงินลงทุน
3.1 หลักทรัพย์รัฐบาลและที่รัฐบาลค้ำประกัน 1 แห่ง จำนวนหุ้น 1,000,000.00
3.2 หลักทรัพย์จดทะเบียนและรับอนุญาต 7 แห่ง จำนวนหุ้น 917,300.00
3.3 หลักทรัพย์และเงินลงทุนอื่น 33 แห่ง จำนวนหุ้น 319,319,968.61
4.เงินให้กู้ยืม 7 ราย 246,537,693.00 บาท
5.ที่ดิน 8 แปลง มูลค่ารวม 25,566,900.00 บาท
6.โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 1,500,000.00 บาท
7.ยานพาหนะ 2 คัน 2,950,000.00 บาท
8.สิทธิและสัมปทาน 5 แห่ง 2,200,000.00 บาท
9.ทรัพย์สินอื่น -
รวมทรัพย์สิน 754,854,222.08 บาท
หนี้สิน – 0 -
ทรัพย์สินมากกว่า(น้อยกว่า)หนี้สิน 754,854,222.08 บาท

นางประภาพรรณ เทวกุล ณ อยุธยา(คู่สมรส)

ทรัพย์สิน
1.เงินสด -
2.เงินฝาก
2.1 ธนาคารพาณิชย์ 6 บัญชี 41,000,567.98 บาท
2.2 ในสถาบันการเงินอื่น 1 แห่ง 1,800,000.00 บาท
3.เงินลงทุน
3.1 หลักทรัพย์รัฐบาลและที่รัฐบาลค้ำประกัน 5 แห่ง จำนวนหุ้น 56,000,000.00
3.2 หลักทรัพย์จดทะเบียนและรับอนุญาต 9 แห่ง จำนวนหุ้น 8,685,352.76
3.3 หลักทรัพย์และเงินลงทุนอื่น 24 แห่ง จำนวนหุ้น 137,468,319.65
4.ที่ดิน 1 แปลง มูลค่ารวม 7,700,000.00 บาท
5.โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง
5.1 บ้านอาศัย 1 หลัง 3,000,000.00 บาท
6.ยานพาหนะ 2 คัน 2,500,000.00 บาท
รวมทรัพย์สิน 258,138,819.39 บาท
หนี้สิน – 0 -
ทรัพย์สินมากกว่า(น้อยกว่า)หนี้สิน 258,138,819.39 บาท

ด.ญ.พุดจีบ เทวกุล(บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ)

ทรัพย์สิน
1.เงินสด -
2.เงินฝาก ธนาคารพาณิชย์ 1 บัญชี 56,769.24 บาท
3.เงินลงทุน
3.1 หลักทรัพย์รัฐบาลและที่รัฐบาลค้ำประกัน 5 แห่ง จำนวนหุ้น 4,000,000.00
3.2 หลักทรัพย์และเงินลงทุนอื่น 1 แห่ง จำนวนหุ้น 3,000,000.00
รวมทรัพย์สิน 7,056,769.24 บาท
หนี้สิน – 0 -
ทรัพย์สินมากกว่า(น้อยกว่า)หนี้สิน 7,056,769.24 บาท

นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.อุตสาหกรรม

ทรัพย์สิน
1.เงินสด -
2.เงินฝาก ธนาคารพาณิชย์ 4 บัญชี 3,031,232.00 บาท
3.เงินลงทุน
3.1 หลักทรัพย์จดทะเบียนและรับอนุญาต 1 แห่ง จำนวนหุ้น 1,700,000.00
4.ที่ดิน 1 แปลง มูลค่ารวม 500,000.00
รวมทรัพย์สิน 5,231,232.00 บาท
หนี้สิน -0-
ทรัพย์สินมากกว่า(น้อยกว่า)หนี้สิน 5,231,232.00 บาท

นางยุพนา ปั้นเปี่ยมรัษฏ์(คู่สมรส)

ทรัพย์สิน
1.เงินสด -
2.เงินฝาก ธนาคารพาณิชย์ 4 บัญชี 1,195,426.00 บาท
3.เงินลงทุน
3.1 หลักทรัพย์และเงินลงทุนอื่น 6 แห่ง จำนวนหุ้น 1,499,330.00
4.ที่ดิน 13 แปลง มูลค่ารวม 125,400,000.00 บาท
5.โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง
5.1 บ้านอาศัย 2 หลัง มูลค่ารวม 15,000,000.00 บาท
6.ยานพาหนะ 1 คัน 600,000.00 บาท
7.ทรัพย์สินอื่น 22 รายการ มูลค่ารวม 6,930,000.00 บาท
รวมทรัพย์สิน 150,624,756.00 บาท
หนี้สิน -0-
ทรัพย์สินมากกว่า(น้อยกว่า)หนี้สิน 150,624,756.00 บาท

นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม รมว.การพัฒนาสังคมฯ

ทรัพย์สิน จำนวนเงิน(บาท)
1.เงินสด -
2.เงินฝาก
2.1 ธนาคารพาณิชย์ 5 บัญชี 3,293,014.00 บาท
2.2 ในสถาบันการเงินอื่น 1 แห่ง 2,597,902.00 บาท
3.เงินลงทุน
3.1 หลักทรัพย์และเงินลงทุนอื่น 28 แห่ง จำนวนหุ้น 24,192,931.00
4.ที่ดิน 1 แปลง มูลค่ารวม 3,312,000.00 บาท
5.ยานพาหนะ 1 คัน 1,000,000.00 บาท
รวมทรัพย์สิน 34,395,847.00 บาท
หนี้สิน – 0 -
ทรัพย์สินมากกว่า(น้อยกว่า)หนี้สิน 34,395,847.00 บาท

คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม (คู่สมรส)

ทรัพย์สิน
1.เงินสด -
2.เงินฝาก
2.1 เงินฝากธนาคารพาณิชย์ 8 บัญชี 22,288,952.00 บาท
2.2 เงินฝากในสถาบันการเงินอื่น 1 แห่ง 53,800,000.00 บาท
3.เงินลงทุน
3.1 หลักทรัพย์รัฐบาลและที่รัฐบาลค้ำประกัน 7 แห่ง จำนวนหุ้น 68,000,000.00
3.2 หลักทรัพย์จดทะเบียนและรับอนุญาต 60 แห่ง จำนวนหุ้น 44,823,152.00
3.3 หลักทรัพย์และเงินลงทุนอื่น 27 แห่ง จำนวนหุ้น 71,571,258.00
4.ที่ดิน 15 แปลง มูลค่ารวม 83,865,860.00 บาท
5.โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง
5.1 บ้านอาศัย 1 แห่ง 6,000,000.00 บาท
5.2 สิ่งปลูกสร้างอื่น(ไม่แนบเอกสารประกอบ) 500,000.00 บาท
6.ยานพาหนะ 1 คัน 200,000.00 บาท
รวมทรัพย์สิน 351,049,222.00 บาท
หนี้สิน -0-
ทรัพย์สินมากกว่า(น้อยกว่า)หนี้สิน 351,049,222.00 บาท

คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีทรัพย์สิน

47,388,037.96 บาท

นายธวัช เมฆสวรรค์(คู่สมรส) มีทรัพย์สิน 11,558,533.63 บาท

นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีทรัพย์สิน 15,732,057.97 บาท
นางพิมลพรรณ เสรีรังสรรค์(คู่สมรส) มีทรัพย์สิน 14,836,643.59 บาท
น.ส.ธีรพิมล เสรีรังสรรค์(บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ) มีทรัพย์สิน 37,064.76 บาท

พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รมว.กลาโหม มีทรัพย์สิน 11,645,103 บาท
นางชลทิพย์ สมทัศน์(คู่สมรส) มีทรัพย์สิน 4,374,871 บาท

นายนิตย์ พิบูลสงคราม รมว.ต่างประเทศ มีทรัพย์สิน 361,252,926.82 บาท
นางพัชรินทร์ พิบูลสงคราม(คู่สมรส) มีทรัพย์สิน 56,339,380 บาท

นายสวนิต คงสิริ รมช.ต่างประเทศ มีทรัพย์สิน 309,184,739.94 บาท

นายสุวิทย์ ยอดมณี รมว.การท่องเที่ยวฯ มีทรัพย์สิน 4,691,376.40 บาท
คุณหญิงทรงสุดา ยอดมณี(คู่สมรส) มีทรัพย์สิน 27,078,264 บาท

นายธีระ สูตะบุตร รมว.เกษตรและสหกรณ์ มีทรัพย์สิน 69,082,524.09 บาท
นางสุนงนาท สูตะบุตร(คู่สมรส) มีทรัพย์สิน 380,881,795.57 บาท

นายรุ่งเรือง อิศรางกูร ณ อยุธยา รมช.เกษตรฯ มีทรัพย์สิน 2,922,315 บาท
นางชัชสรัญ อิศรางกูร ณ อยุธยา(คู่สมรส) มีทรัพย์สิน 31,727,579 บาท

พล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ รมว.คมนาคม มีทรัพย์สิน 15,025,182.06 บาท
คุณหญิงมัญชุมาศ ห้าวเจริญ(คู่สมรส) มีทรัพย์สิน 25,617,988.91 บาท

นายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม รมช.คมนาคม มีทรัพย์สิน 28,642,426.12 บาท
นางภัทรวดี วงศ์ชะอุ่ม(คู่สมรส) มีทรัพย์สิน 77,133,171.04 บาท

นายเกษม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ มีทรัพย์สิน 80,645,724.66 บาท
คุณหญิงจามรี สนิทวงศ์ ณ อยุธยา(คู่สมรส) มีทรัพย์สิน 11,266,608.78 บาท

นายสิทธิชัย โภไคยอุดม รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศฯ มีทรัพย์สิน 318,956,358.84 บาท
นางพรพรรณ โภไคยอุดม(คู่สมรส) มีทรัพย์สิน 814,552,372.84 บาท

นายเกริกไกร จีระแพทย์ รมว.พาณิชย์ มีทรัพย์สิน 26,316,806.03 บาท
นางกาญจนา จีระแพทย์(คู่สมรส) มีทรัพย์สิน 20,167,455.62 บาท

นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ รมว.พลังงาน มีทรัพย์สิน 383,665,702.28 บาท
นางอานิก อัมระนันทน์(คู่สมรส) มีทรัพย์สิน 82,950,447.78 บาท

นายอารีย์ วงศ์อารยะ รมว.มหาดไทย มีทรัพย์สิน 136,467,537.99 บาท
นางสุมนา วงศ์อารยะ(คู่สมรส) มีทรัพย์สิน 17,445,429.28 บาท
น.ส.นวรัตน์ วงศ์อารยะ(บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ) มีทรัพย์สิน 34,274,859.64 บาท

นายบัญญัติ จันทน์เสนะ รมช.มหาดไทย มีทรัพย์สิน 778,921.17 บาท
นางวรรณา จันทน์เสนะ(คู่สมรส) มีทรัพย์สิน 16,760,141.82 บาท

นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ รมว.ยุติธรรม มีทรัพย์สิน 4,385,488.76 บาท
นางเพ็ญศรี ลิขิตจิตถะ(คู่สมรส) มีทรัพย์สิน 3,977,758.27 บาท

นายอภัย จันทนจุลกะ รมว.แรงงาน มีทรัพย์สิน 29,994,937.95 บาท
นางจารุวรรณ จันทนจุลกะ(คู่สมรส) มีทรัพย์สิน 13,909,441.70 บาท

คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ รมว.วัฒนธรรม มีทรัพย์สิน 11,032,022.55 บาท
พล.ร.อ.กำจัด ศรีอรุณ(คู่สมรส) มีทรัพย์สิน 12,196,678.53 บาท

นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รมว.วิทยาศาสตร์ฯ มีทรัพย์สิน 6,118,796.91 บาท
นางอรชุมา ยุทธวงศ์(คู่สมรส) มีทรัพย์สิน 36,046,096.75 บาท

นายวิจิตร ศรีสอ้าน รมว.ศึกษาธิการ มีทรัพย์สิน 44,509,665.73 บาท
นางสุคนธ์ ศรีสอ้าน(คู่สมรส) มีทรัพย์สิน 1,050 บาท

นพ.มงคล ณ สงขลา รมว.สาธารณสุข มีทรัพย์สิน 4,564,585.24

นายปิยะบุตร ชลวิจารณ์ รมช.อุตสาหกรรม มีทรัพย์สิน 674,559,384.42 บาท
นางสุจินตนา ชลวิจารณ์(คู่สมรส) มีทรัพย์สิน 178,116,407.63 บาท
ด.ญ.ศศิตา ชลวิจารณ์(บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ) มีทรัพย์สิน 334,375.64 บาท

กันยายน 2, 2010 Posted by | ผ่าประเด็นร้อน, แนวหน้า | , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายก รัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรี ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง เฝ้าฯ เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณ ก่อนเข้ารับหน้าที่

วันที่ 10/10/2006

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.


9 ตุลาคม 2549 เวลา 17.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชทานพระบรมราช วโรกาสให้ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายก รัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรี ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง เฝ้าฯ เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณ ก่อนเข้ารับหน้าที่ (สำนักพระราชวัง)

เมื่อ เวลา 23.55 น.วันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 1 ตุลาคม พุทธศักราช 2549 แล้ว นั้น

บัด นี้พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ได้เลือกสรรผู้ที่สมควรดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดินแล้ว จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรี ตามความในมาตรา 14 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2549 ดังต่อไปนี้

1.ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
2.นาย โฆษิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม 3. คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 4.นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
5.พล.อ. บุญรอด สมทัศน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม 6. นายนิตย์ พิบูลสงคราม เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ 7.นายสวนิต คงสิริ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศ 8.นายสุวิทย์ ยอดมณี เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 9.นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
10.นาย ธีระ สูตะบุตร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 11.นายรุ่งเรือง อิศรางกูร ณ อยุธยา เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์12.พลเรือเอกธีระ ห้าวเจริญ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม 13.นายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
14.นาย เกษม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 15.นายสิทธิชัย โภไคยอุดม เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 16.นายเกริกไกร จีระแพทย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ 17.นายปิยสวัสดิ์ อมระนันทน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
18.นาย อารีย์ วงศ์อารยะ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย19.นายบัญญัติ จันทน์เสนะ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย 20.นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม 21.นายอภัย จันทนจุลกะ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน 22.คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
23.นาย ยงยุทธ ยุทธวงศ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 24.นายวิจิตร ศรีสอ้าน เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 25.นายมงคล ณ สงขลา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข 26.นายปิยะบุตร ชลวิจารณ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 8 ตุลาคม พุทธศักราช 2549 เป็นปีที่ 61 ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี

“สุรยุทธ์”นำครม.ชุดใหม่เข้าเฝ้าฯ
ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนบรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาลหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ คึกคักตั้งแต่เช้า โดยเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมสถานที่ และตกแต่งบริเวณตึกไทยคู่ฟ้าเพื่อเตรียมถ่ายภาพหมู่คณะรัฐมนตรี(ครม.)ชุด ใหม่ จำนวน 26 คน 28 ตำแหน่งจาก 19 กระทรวง
ต่อมาเวลา 16.00 น. ครม.เดินทางมารวมตัวกัน ที่ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาลเพื่อถ่ายรูปร่วมกัน โดยพล.อ.สุรยุทธ์ ยืนตรงกลางด้านหน้าของแถว โดยมี ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ยืนด้านขวามือ และนพ.มงคล ณ สงขลา รมว.สาธารณสุข ยืนประกบด้านซ้ายมือ
จาก นั้นในเวลา 17.00 น.พล.อ.สุรยุทธ์ นำครม.ใหม่ เข้าเฝ้าฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อนปฏิบัติหน้าที่ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต

รับสั่งซื่อสัตย์-สุจริต-กู้วิกฤติ
ภาย หลังนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีถวายสัตย์ปฎิบัติญาตตนก่อนรับหน้าที่เสร็จ แล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานพระบรมราโชวาทแก่คณะรัฐมนตรี ความว่า
“ขอ ขอบใจที่ท่านได้มาปฏิญาณก่อนรับหน้าที่รัฐมนตรี ซึ่งมีความสำคัญมาก เพราะว่ารัฐ มนตรีมีหน้าที่ต้องทำงานด้วยความซี่อสัตย์สุจริต อย่างที่ท่านได้ปฏิญาณ เพราะว่าถ้าไม่มีผู้ใหญ่ในประเทศที่ปฏิบัติงานด้วยความตั้งใจ ก็ทำให้ประเทศชาติไปไม่ค่อยดี แต่ท่านก็ตั้งใจ และเมื่อตั้งใจแล้ว ก็ให้รักษาความตั้งใจนี้ ด้วยการปฏิบัติอย่างซื่อสัตย์สุจริต และแน่วแน่
เข้า ใจว่าท่านได้รับเลือกเฟ้นว่าจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ หน้าที่นั้นไม่ได้หมายความว่า จะต้องทำด้วยความตั้งใจที่จะให้ได้ผลสำเร็จ คือ ผลสำเร็จไม่ได้หมายความว่า จะให้มีผลในทางวัตถุ แต่วัตถุก็จะต้องทำให้ดี เพราะว่าแต่ละกระทรวงก็ต้องทำ และโดยเฉพาะขณะนี้ ประเทศกำลังผ่านไม่ใช่เฉพาะในทางที่ต้องทำด้วยความซื่อสัตย์สุจริต แต่ต้องทำด้วยความสามารถ เพราะว่าประเทศชาติกำลังผ่านระยะที่วิกฤติ ทั้งในด้านสถานการณ์ที่ต้องใช้ความสามารถในทางที่จะให้ประเทศรุ่งเรืองได้ แม้แต่ธรรมชาติก็อันตรายอยู่

ทรงห่วงใยประชาชนถูกน้ำท่วม
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราโชวาท ต่อว่า ก็อย่างที่ท่านทราบ ฝนลงมา ไม่ได้ปกติ ฝนลงมาแล้วไม่ได้สะสมไว้ ตามธรรมดาฝนลงมาเป็นของดี แต่ตอนนี้ฝนลงมา มาท่วมบ้านเมือง เมื่อไม่ได้รักษาบ้านเมืองมานานก็ทำให้ท่วมบ้านช่องของประชาชน ถ้าน้ำท่วมบ้านช่องของประชาชนก็เดือดร้อน การที่ฝน หรือน้ำมาท่วมบ้านช่องของราษฎร ถ้าทุกคนช่วยกันให้น้ำนั้นไม่ทำก็ไม่เป็นอะไร แต่เดี๋ยวนี้น้ำทำอันตราย ทำให้ประชาชนไม่สามารถอยู่ได้ จะต้องพยายามช่วยให้ประชาชนไม่เดือดร้อนจากน้ำท่วม
อย่าง น้ำท่วมนี้ ไม่น่าจะเป็นร้ายแรง เพราะถ้านับดูจำนวนน้ำที่ลงมาจากฟ้า ก็ไม่ได้มากกว่าที่เคย แต่ทำไมลงมาทำให้เสียหาย เพราะว่าน้ำลงมา ไม่สามารถที่จะกั้นเอาไว้ได้ ไม่สามารถที่จะป้องกันไม่ให้น้ำมาทำลายประเทศชาติ ท่านต้องไปดูจำนวนน้ำที่ลงมา แล้วเปรียบเทียบกับปีอื่น ๆ ไม่ได้มาก แต่ลงมาไม่ได้กั้นเอาไว้ เดี๋ยวนี้ลงมาผิดธรรมชาติ พรวดพราดลงมา แล้วก็อย่างที่เคยเห็นลงมา พยายามที่จะป้องกัน ก็ทำคันกั้นน้ำ น้ำก็ขึ้น ก็เอ่อ เมื่อน้ำเอ่อขึ้นมามาก น้ำก็ล้น น้ำก็ทะลุใต้ที่กั้น
ใน เวลาอันสั้นนี้ นายกรัฐมนตรีได้ไปดู แล้วก็คงเข้าใจ ทำไมน้ำเอ่อขึ้นมาแล้ว น้ำหนักของน้ำก็ทำให้ทะลุ ทะลวงข้างใต้ขึ้นมา ก็เข้าไปท่วมถนน ท่วมบ้านช่อง แล้วเมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว ก็แก้ได้ยาก แต่เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ผู้ที่มีความรู้ในทางวิชาการก็จะต้องพยายามป้องกัน อะไรที่เสียหายไปแล้ว ก็เสียหายไป แต่จะต้องป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย จะต้องมีวิธีการต่าง ๆ นายกรัฐมนตรีคงเดือดร้อน เพราะว่าทั้งนายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรี จะต้องจ่ายเงินสำหรับไม่ให้เกิดเรื่องเดือดร้อนกับประชาชนต่อไป แต่อย่างไร เพิ่งเข้ามารับหน้าที่ก็ลำบาก แต่เข้าใจว่าท่านเข้าใจแล้ว ก็ขอให้ช่วยให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนน้อยที่สุด

ให้เร่งแก้ไขชื่อเสียงประเทศ
นอก จากนั้น เวลานี้บ้านเมืองได้รับความเดือดร้อน นอกจากน้ำท่วม ก็มีอย่างอื่น ที่มีคน เขาพูดมาก โดยเฉพาะไม่ใช่คนไทย คนต่างประเทศพูดว่า ประเทศไทยไม่ดี ก็จะต้องพยายามแก้ไข ถ้าไม่แก้ไข ประเทศก็เสียชื่อ เมื่อเสียชื่อแล้วก็จะเสียหายในเรื่องที่ประเทศชาติจะอยู่เย็นเป็นสุข ถ้าเขาว่าว่าคนไทยไม่ดี ก็จะทำให้คนไทย ไม่ใช่เฉพาะผู้ที่ปกครอง แต่ทุกคนก็กลายเป็นคนไม่ดี ก็ต้องพยายามแก้ไขอะไรที่ไม่ดี ให้ดีขึ้น ซึ่งเป็นงานที่ยาก หนัก ก็ขอให้ท่านได้มีกำลังใจปฏิบัติงาน เพื่อให้ผ่านพ้นอุปสรรคต่าง ๆ
ขอ ให้ท่านสามารถที่จะทำ ขอให้ท่านมีกำลังใจที่จะทำ แม้มีเวลาน้อย แต่เชื่อว่าท่านทำได้ เพราะท่านมีความรู้ ความสามารถ มีประสบการณ์ ก็ขอให้ท่านได้ผ่านพ้นอุปสรรค และขอบใจที่ท่านรับหน้าที่อันหนักนี้ และขอให้ทำด้วยความเข้มแข็ง และขอให้ท่านสำเร็จในงานการที่รับทำ เพื่อให้ประเทศชาติผ่านพ้นวิกฤตการณ์ และมีความเจริญ มีความสำเร็จในการปฏิบัติ ขอให้ท่านมีความสำเร็จในการปฏิบัติหน้าที่ และมีร่างกายเข้มแข็ง แข็งแรง ไม่มีอะไรที่มาขัดขวาง ขอให้ได้รับความสำเร็จทุกประการ”

ทรงรับสั่งเวลาน้อยต้องขยันเต็มที่
เวลา 17.30 น.นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวภายหลังเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีรับสั่งให้พวกเราทำงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และซื่อตรง และขอขอบใจพวกเราที่ช่วยกัน อยากให้ถือว่ามีเวลาน้อยให้ขยันทำงานเต็มที่ และขอให้ช่วยกันทำให้ไทยมีภาพพจน์ที่ดีต่อสายตาชาวต่างประเทศและทำให้เป็น ที่ยอมรับ และท่านทรงแสดงความเป็นห่วงในเรื่องปัญหาเรื่องน้ำก็ขอให้ไปดูเรื่องระบบให้ ถูกต้อง

เผยทรงเชื่อมั่นจะแก้ไขภาวะวิกฤติได้
ด้าน นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าทรงมีพระราชกระแสพระราชดำรัสให้คณะรัฐมนตรีทำงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต มีความแน่วแน่ ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถกับการแก้ไขปัญหาของประเทศในขณะนี้ ที่อยู่ในภาวะวิกฤต ซึ่งพระองค์ท่านได้ยกตัวอย่างกรณีปัญหาน้ำท่วมว่าเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขให้ ถูกต้อง เพราะเป็นเรื่องแก้ไขได้ยาก แต่เชื่อมั่นว่าคณะรัฐมนตรีจะสามารถแก้ไขปัญหาบ้านเมืองได้

สุรยุทธ์แซวครม.อายุรวม1600ปี
นาย ธีรภัทร์ กล่าวว่า ระหว่างที่รอการเข้าเฝ้าฯ รัฐมนตรีแต่ละคนก็มีการซักถามกันว่าใครอายุน้อยที่สุด ซึ่งก็มีการคาดการณ์ว่าตนจะน้อยที่สุดเพราะอายุ 51 ปี แต่นายกฯบอกว่าครม.ของเรามีอายุรวมแล้วประมาณ 1600 ปี ตนจึงบอกไปว่าถ้าอย่างนั้นต้องแก้ปัญหาแรกที่สื่อตั้งชื่อให้ว่าเป็นครม.ผู้ เฒ่า นอกจากนั้นนายกฯยังบอกว่าด้วยเวลาที่จำกัดจึงต้องอาศัยความรู้ความสามารถ เป็นหลัก ไม่จำเป็นต้องอาศัยเวลาและถึงแม้ว่าจะเป็นขิงแก่มีอายุมากแต่ต้องเอา ประสบการณ์เป็นหลักไว้ก่อน

ทรงย้ำให้ช่วยเหลือปัญหาน้ำท่วม
ขณะ ที่คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระกระแสรับสั่งให้รัฐมนตรีทุกคนทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจิรต และนำความรู้ความสามารถที่มีอยู่มาพัฒนาประเทศชาติ ให้ช่วยเหลือดูแลประชาชนเพราะเวลานี้ ประชาชนเดือดร้อนมากจากน้ำท่วมซึ่งเป็นภัยธรรมชาติ “ที่สำคัญต่างประเทศมองประเทศไทยในภาพพจน์ที่ไม่ดี ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของครม.ที่จะต้องทำหน้าที่ด้วยความสามารถ ให้ประเทศชาติเจริญรุ่งเรือง นอกจากนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ยังทรงให้กำลังใจที่รัฐมนตรีทุกคนยอมเสียสละมาปฏิบัติหน้าที่ ขอให้ทุกคนมีกำลังใจเพราะแต่ละคนล้วนมีความรู้และประสบการณ์”คุณหญิงทิพาวดี กล่าว

ครม.ผู้เฒ่าฟอร์มสดประชุมนัดแรก
อย่างไรก็ตามก่อนที่จะเดินทางเข้าเฝ้าฯนั้น บรรดารัฐมนตรีต่างออกมาแสดงความคิดเห็นถึงนโยบายการทำงานกันอย่างคึกคัก ทั้งนี้มีรายงานว่า พล.อ.สุรยุทธ์ได้เรียกประชุมครม.นัดแรกเพื่อมอบนโยบายในวันอังคารที่ 10 ตุลาคมนี้ด้วย โดยนายสิทธิชัย โภไคยอุดม รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้เดินทางมาเป็นคนแรก กล่าวถึงครม.ชุดนี้ถูกวิจารณ์ว่า เป็นครม.ผู้เฒ่า นายสิทธิชัย กล่าวว่า ตนถือเป็นรัฐมนตรีที่มีอายุน้อยพอๆกับนายปิยสวัสดิ์ อมรนันท์ รมว.พลังงาน ส่วนรัฐมนตรีคนอื่นตนไม่ทราบ

“ธีรภัทร์”ให้แม่มาส่งถึงทำเนียบ
ขณะ ที่ พล.ร.อ.บุญรอด สมทัศน์ รมว.กลาโหม เป็นเพียงคนเดียวที่เดินขึ้นไปยังตึกไทยคู่ฟ้าเพื่อเข้าพบกับนายกฯทันทีที่ มาถึง ด้านนายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มาพร้อมมารดาที่นั่งรถยนต์คันเดียวกันมาส่ง เมื่อนายธีรภัทร์ลงจากรถ มารดาก็ได้เปิดกระจกรถก่อนที่จะหอมแก้มพร้อมมอบพวงมาลัยดอกมะลิให้
ทั้ง นี้นายธีรภัทร์ ยังได้กล่าวติดตลกกับผู้สื่อข่าวว่า ครม.ที่มีการวิจารณ์กันว่าเป็นครม.ผู้เฒ่าอายุมากนั้น ถ้าอายุรวมกัน 2,000 ปีถึงจะอายุมาก แต่นี่อายุรวมกันแค่เกือบ 1,000 ปีเท่านั้น

คุณหญิงไขศรีหนักใจมีเวลาแค่1ปี
ด้าน คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า ตนหนักใจกับงานที่ได้รับหมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ให้ทำภายใน 1 ปี แต่งานที่จะเริ่มดำเนินการและเป็นนโยบายเป็นหลักการของนายกฯ ได้แก่ การสร้างจิตสำนึกด้านคุณธรรมให้กับคนเป็นหลัก
ส่วน นายวิจิตร ศรีสะอ้าน รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า เมื่อเข้ามาในครม.แล้วจะทำงานเต็มที่ และในเวลา 1 ปีนี้จะเดินหน้าปฏิรูปการศึกษาตามแนวทางที่กฏหมายกำหนดไว้

หม่อมอุ๋ยเร่งชงงบฯปี50เรื่องแรก
ม.ร.ว. ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์เพียงสั้นๆว่า ตนจะเร่งจัดทำงบประมาณรายจ่ายปี 2550 ก่อนเป็นอันดับแรก เพราะถ้าทำงบฯเสร็จ เรื่องอื่นๆก็จะตามมาเอง ดังนั้นต้องเร่งดำเนินการเรื่องนี้ เพราะถ้าไม่เร่งก็จะไม่ทัน ทั้งนี้ในวันอังคารที่ 17 ตุลาคมตนจะนำวาระดังกล่าวเข้าพิจารณาในที่ประชุมครม.

“โฆษิต”วางกรอบ1ปีช่วยรากแก้ว
ขณะ ที่นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า รายละเอียดการทำงานคงต้องฟังนโยบายจากนายกรัฐมนตรีก่อน แต่ยืนยันว่าภาพรวมความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศยังคงมีอยู่ และยอมรับว่าเป็นรัฐบาลที่มีอายุการทำงาน 1 ปี ซึ่งจะต้องเร่งสะสางเรื่องต่าง ๆ “สิ่งที่ตั้งใจจะทำมีอยู่ 3 เรื่อง คือ 1. ตัดสินใจในสิ่งที่ค้างอยู่ก่อนหน้านี้ ซึ่งปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมได้เตรียมเสนอให้ตัดสินใจอยู่แล้ว และวันที่ 10 ตุลาคม ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมจะชี้แจงรายละเอียดของงานต่าง ๆ 2. ดำเนินนโยบายปรับให้เศรษฐกิจระดับรากแก้วมีความเข้มแข็ง และ 3. ดูแลผู้ที่พึ่งพาตัวเองไม่ได้ให้สามารถพึ่งพาตัวเองได้ ซึ่งมั่นใจว่าภายใน 1 ปี จะสามารถทำได้ต่อเนื่อง”นายโฆษิต กล่าว

พาณิชย์ฟุ้งตั้งเป้าส่งออกร้อย15-18
นาย เกริกไกร จีระแพทย์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่าจะผลักดันการส่งออกปีหน้าให้เติบโตไม่ต่ำกว่าร้อยละ 15-18 และหากสามารถผลักดันการส่งออกให้เติบโตเป็นที่น่าพอใจ ก็จะทำให้เศรษฐกิจภายในประเทศมีเสถียรภาพ ขณะเดียวกันก็จะดูแลเรื่องการแข่งขันทางการค้าให้มีความเป็นธรรมและดูแล เรื่องราคาสินค้าในประเทศเพราะเรื่องการค้าและการลงทุนเป็นเรื่องสำคัญ หากทำให้มีเสถียรภาพมากการค้าการลงทุนก็จะดีขึ้น ส่วนการเจรจาภายใต้กรอบเอฟทีเอ ขอรายละเอียดก่อน

ปิยสวัสดิ์ประกาศรื้อสูตรค่าไฟ
ขณะ ที่นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ รมว.พลังงาน กล่าวว่า จะเดินหน้านโยยายส่งเสริมการแข่งขันในธุรกิจพลังงานอย่างเสรี โดยไม่ต้องการให้ใครเข้ามาแทรกแซงราคาน้ำมัน เพราะที่ผ่านมามีการแซงแทรงโดยบริษัทของรัฐ ทำให้ผู้ค้ารายย่อยต้องปิดตัวไปจำนวนมาก ส่วนเรื่องค่าไฟฟ้าจะมีการปรับสูตรโครงสร้างค่าไฟฟ้าฐานให้เป็นธรรมและเหมาะ สม เพราะสูตรปัจจุบันให้ความสำคัญเรื่องผลตอบแทน กับ กฟผ.มากเกินไป ซึ่งจะทำให้ค่าไฟฟ้าฐานลดลง ส่วนเรื่องค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ หรือ เอฟที จะดูแลให้ปรับขึ้น-ลงตามต้นทุนเชื้อเพลิงที่แท้จริง ไม่ให้นำต้นทุนแฝงมารวม

ลั่นจะต้องสะท้อนต้นทุนจริง
“ค่า ไฟฟ้าจะต้องสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง โดยเป็นต้นทุนที่มาจากการทำงานที่มีประสิทธิภาพไม่ใช่การดำเนินงานที่ไม่มี ประสิทธิภาพแล้วผ่านเข้ามารวมเป็นต้นทุนค่าไฟฟ้า กฟผ.ต้องบริหารจัดการเชื้อเพลิงให้ประหยัดที่สุด เช่น เมื่อราคาน้ำมันเตาสูงขึ้นก็ไม่ใช่จะต้องปรับค่าเอฟที แต่ควรหันไปใช้พลังงานอื่น ๆ เช่น ก๊าซธรรมชาติและพลังงานจากถ่านหิน หาก กฟผ.ไม่สามารถบริหารจัดการได้ก็ต้องรับภาระไป” นายปิยสวัสดิ์ กล่าว

ให้คำมั่น1ปีไม่แตะแปรรูปกฟผ.
ส่วน เรื่อง ปตท. ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองนั้น คงต้องให้เป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย แต่จะดำเนินการปรับปรุงร่างกฎหมายดูแล ปตท.ตามที่เคยประกาศไว้ก่อนการแปรรูป อาทิ การโอนอำนาจมหาชน และการโอนที่ดินจากการเวนคืน ไปให้บริษัท ปตท. ต้องปรับปรุงให้เหมาะสม โดยยืนยันว่าในช่วง 1 ปีจะไม่แปรรูป กฟผ.แน่นอน เพราะเห็นว่าการแปรรูปจะต้องมีกฎหมายกำกับกิจการพลังงาน และมีคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานเข้ามาดูแล

“สุวิทย์”ปิ๊งไอเดียดันตั้งสภากีฬาฯ
ด้าน นายสุวิทย์ ยอดมณี รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ก่อนอื่นจะต้องสร้างความเชื่อมั่นเกี่ยวกับความปลอดภัยในด้านการท่องเที่ยว ให้มากขึ้นนอกจากนี้ยังมีแนวคิดจะตั้งสภากีฬาแห่งชาติด้วยเพื่อดึงรัฐบาลและ เอกชนมานร่วมมือกัน
“ถ้า นโยบายอะไรที่ดีอยู่แล้วก็จะไม่สวนทางอะไร ในเวลา 1 ปีจะทำให้ดีที่สุด ไม่คาดคิดว่าจะได้เข้ามารับตำแหน่งนี้ แต่มีความมั่นใจมากในเรื่องความโปร่งใส สะอาด มืออาชีพ ส่วนรายได้สูงสุดในปีนี้ 450,000 ล้านบาท และคาดว่าปีหน้าจะทำให้สูงถึง 500,000ล้านบาท ในส่วนของตัวเลขนักท่องเที่ยวในปีนี้ 13.8 ล้านคน และคาดว่าปีหน้าจะทำให้ได้ 14 ล้านคน “นายสุวิทย์กล่าว

“ธีระ”แบไต๋รื้อเมกะโปรเจคท์
ขณะที่พล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ รมว.คมนาคม กล่าวถึงโครงการเม็กกะโปรเจ็คว่าต้องหารือกันกับผู้เกี่ยวข้องทบทวนอย่าง รอบคอบ บนพื้นฐานการพัฒนาแบบค่อยเป็นค่อยไปอย่างเศรษฐกิจพอเพียง ต้องคำนึงถึงเม็ดเงินของประเทศด้วย โดยมาดูรายละเอียดดูถึงความจำเป็น แต่ยังรับปากไม่ได้ว่า พร้อมกับยอมรับว่าหนักใจกับการที่จะเข้าไปสะสางการทุจริตในสนามบิน สุวรรณภูมิ แต่พร้อมจะให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่กำลังตรวจสอบอยู่

อารีย์อ้างตัดขาดทรท.นานแล้ว
นาย อารีย์ วงศ์อารยะ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความเป็นกลางว่าที่ผ่านมาได้ลาออกจากการ เป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทย ตั้งแต่ออกจากตำแหน่งรมช.ศึกษาธิการ
จึง รู้สึกเฉย ๆ กับเสียงคัดค้านที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะกรณีที่นายเอกพจน์ วงศ์อารยะ บุตรชาย เป็นอดีต ส.ส.ของพรรคไทยรักไทย เพราะเป็นเสรีภาพของบุคคล “ผมไม่ได้เป็นคนส่งเขาลงสมัคร เป็นการตัดสินใจของเขาเอง และเขาก็อายุ 40 ปีแล้ว จะทำอะไรก็เป็นเรื่องของเขา ไม่เกี่ยวกับผม” นายอารีย์ กล่าว

เล็งหาปลัดมท.-รื้อระบบแต่งตั้ง รม ว.มหาดไทย ยังระบุว่า จะมีการพิจารณาตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทยใหม่ ซึ่งตนไม่แคร์เรื่องอาวุโส แต่แคร์เรื่องระบบ 1 ปี ความเป็นกลางเป็นเรื่องสำคัญ เราต้องสร้างข้าราชการ ให้ทำหน้าที่อย่างมีเกียรติ มีเสรีภาพในการทำงาน ไม่ข้องแวะกับการเมือง ส่วนการปรับย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด จะเน้นหลักยุติธรรม และให้ข้าราชการประจำมีบทบาท มีความหมายในการทำงานมากขึ้นเพราะที่ผ่านเขาอึดอัดกันมาก

ผบ.สส.ยันทหารพร้อมช่วยเต็มที่
ด้าน พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผบ.สส. กล่าวถึงกรณีครม.ชุดใหม่ว่าในส่วนของ ทหารอาชีพพร้อมที่จะทำงานรับใช้ชาติ ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร เราจะสนับสนุนและเชื่อมั่นผู้บังคับบัญชา และปฏิบัติตามให้ดีที่สุด เมื่อถามว่า มองรัฐมนตรีที่มีอายุมากในครม.ชุดนี้อย่างไรพล.อ.บุญสร้าง กล่าวย้อนถามว่า เท่าไรถึงเรียกว่าเยอะ บางคนอายุเยอะแต่แข็งแรง บางคนอายุยังน้อย แต่ก็เหมือนแก่แล้ว อายุเป็นเพียงตัวเลข ส่วนรัฐมนตรีที่เป็นทหารนั้น เราเกี่ยวข้องเฉพาะกระทรวงกลาโหม
ด้านพล.ร.อ.สถิรพันธุ์ เกยานนท์ ผบ.ทร. กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีพล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ รมว.คมนามคมด้วย เพราะท่านเป็นคนเก่งและซื่อตรง มีความขยัน ซึ่งตนคิดว่าเหมาะสม แต่ก็รู้สึกสงสารท่านเพราะ คงต้องเหนื่อย แต่เชื่อว่าภายใน 1 ปีครม.ชุดนี้น่าจะทำงานได้

อาจหารือยกเลิกกฏอัยการศึก
ด้าน ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในการประชุมครม.นัดแรกอาจหารือหน่วยงานเกี่ยวข้องเพื่อยกเลิกกฎอัยการศึก เนื่องจากนายกฯให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก เพราะเป็นเรื่องสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศและประชาชนสนใจ อาจมีการพูดคุยกันในครม.และเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือด้วย เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความมั่นคง เพราะมีหลายประเด็นที่อ่อนไหวต้องพิจารณาให้รอบคอบ
เมื่อถามว่าคิดรูปแบบหรือการจัดระเบียบในการให้ข่าวของนายกฯกับสื่อมวลชน หรือไม่ ร.อ.น.พ.ยงยุทธ กล่าวว่า นายกฯได้หารือว่าอาจจะให้เป็นการพบสื่อประมาณเดือนละ 2 ครั้ง และรอสัมภาษณ์ตามจุดต่างๆ

ภาคปชช.ยื่นหนังสือจับตา6รมต.
ก่อน หน้านี้เวลา 11.30 น.ตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชนประมาณ 30 คนนำโดยนายบุญชัย รุ่งเรืองไพศาล ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนพล.อ.สุรยุทธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อคัดค้านรัฐมนตรีบางคนโดยอ้างว่าเคยมีความสัมพันธ์กับ ครม.ทักษิณ และเคยบริหารงานผิดพลาด ประกอบด้วย 1. นายอารีย์ วงศ์อารยะ รมว. มหาดไทย 2. นายปิยบุตร ชลวิจารณ์ รมว. กระทรวงอุตสาหกรรม 3. นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทร์ รมว.พลังงาน 4. นายนิตย์ พิบูลสงคราม รมว. ต่างประเทศ 5.นายวิจิตร ศรีสะอ้าน รมว.ศึกษาธิการ 6.นายธีระ สูตะบุตร รมว.เกษตรและสหกรณ์
ทั้ง นี้องค์กรภาคประชาชนได้เรียกร้องให้นายกฯจับตาการทำงานรัฐมนตรีทั้ง 6 คนนี้ อย่างใกล้ชิดและหากมีการปฎิบัติราชการจนเกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ ขอให้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงทันที

ทรท.เย้ยครม.ใหม่แค่พรรคขรก.
ที่ พรรคไทยรักไทย นายนิสิต สินธุไพร อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคไทยรักไทย ได้ออกมิวจารณ์โฉมหน้าครม.”สุรยุทธ์1″ว่า เท่าที่ดูเป็นแค่พรรคราชการที่มาแทนพรรคเสรีนิยม ซึ่งจะทำให้การบริหารประเทศล้าหลังและนำไปสู่การแก้ปัญหาที่ลำบากมากขึ้นที่ สำคัญ คือจะทำให้การทำงานล่าช้าไม่ทันใจ เหมือนกับสมัยที่นายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ตอนนั้นได้รับการขนานนามว่าเป็นปลัดประเทศ

ฟันธง1ปีบริหารล้มเหลวตามเคย
นาย นิสิต กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาพรรคราชการไม่เคยเห็นความสำคัญของระดับรากหญ้า เห็นได้ชัดว่าประสบความล้มเหลวในการบริหารประเทศที่ยาวนาน ดังนั้นครั้งนี้การบริหารประเทศจะเป็นไปในทิศทางความต้องการของข้าราชการ ไม่ได้เป็นของประชาชนอีกต่อไปประชาชน จะไม่สามารถเข้าถึงนายกฯได้เลย เชื่อว่าการบริหารประเทศภายใน 1 ปีนี้รัฐบาลชุดนี้จะประสบปัญหาในการบริหารประเทศอย่างแน่นอน

อ้างปชช.ไม่ปลื้ม-ไม่คาดหวังอะไร
” คิดว่าประชาชนไม่ได้ตอบรับอะไร มีแต่สื่อฯ นักวิชาการบางคน และแนวร่วมเท่านั้น ที่ให้การตอบรับ ฉะนั้นจากนี้ไปภาพพรรคข้าราชการจะกลับมาหลอกหลอนอีกครั้ง ซึ่งส่วนตัวก็ไม่เคยหวังรัฐบาลที่มาจากพรรคราชการและไม่คิดว่าเป็นความหวัง ของประชาชนและคนยากจน”นายนิสิต กล่าวย้ำ

เทพเทือกเอาใจช่วยในช่วงวิกฤติ
นาย สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า คงจะทำตามคำขอร้องที่ว่าอย่าเพิ่งติเรือทั้งโกลน และให้โอกาสทำงานก่อน แต่เมื่อดูภาพรวมแล้วก็ถือว่านายกฯเลือกรัฐมนตรีได้ดี เป็นคนดีมีฝีมือมาช่วยทำราชการบ้านเมือง ในเวลาที่ประเทศกำลังมีวิกฤติ ซึ่งตนก็ได้แต่เอาใจช่วย และเท่าที่เคยเห็นฝีมือในสมัยรับราชการคิดว่าโดยรวมๆแล้วทำงานได้ นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ อดีตส.ว.กล่าวว่า ภาพรวมถือว่าดี ตนรับได้ แม้ว่าบางคนอาจเห็นว่ามีรมว.บางคนที่ภาพลักษณ์ไม่ดี แต่ตนคิดว่า ครม. ชุดนี้เป็นชุดที่จะสร้างความสมานฉันท์ได้
ส่วน นายประมวล รุจนเสรี รองหัวหน้าพรรคประชาราช กล่าวว่า ขอให้กำลังใจกับครม.ชุดใหม่ โดยขอให้เดินหน้าเรื่องการปฏิรูประบบราชการ การกระจายอำนาจ และการมีส่วนร่วมของประชาชน

อาจารย์นิด้าชี้หน้าตารัฐบาลนี้พอใช้ได้
รศ.ดร.ประดิษฐ์ วรรณรัตน์ คณบดี คณะบริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ให้ความเห็นว่า ในรูปแบบของรัฐบาลเฉพาะกาล ถือว่าบุคคลที่ได้รับเลือกเข้ามานี้อยู่ในระดับที่ใช้ได้ เป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับของสังคม
ดร.วรพล โสคติยานุรักษ์ อาจารย์คณะบริหารธุรกิจ นิด้า และรองประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า รัฐมนตรีแต่ละคนที่ได้รับเลือกเข้ามาล้วนทำงานในด้านที่รับผิดชอบมาโดยตลอด จึงถือเป็นครม.ที่ดี และคงทำงานได้เร็วเพราะไม่ต้องพะวงแรงกดดันทางการเมือง

“ศ.ระพี”ผิดหวัง2รมต.เกษตร
ด้าน ศ.ระพี สาคริก อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้ความเห็นต่อนายธีระ สูตบุตร รมว.เกษตรฯ และนายรุ่งเรือง อิศรางกูร ณ อยุธยา รมช.เกษตรฯว่า คนที่จะเป็นรัฐมนตรีเกษตรจะต้องรู้จักเหยียบดิน และมีจิตวิญญาณรักการเกษตรจึงจะเข้าใจเกษตรกรโดยไม่จำเป็นต้องทุ่มงบประมาณ หรือเรียนเกษตรเก่ง ซึ่งเท่าที่ดูจากรัฐมนตรีทั้ง 2 คนแล้วไม่มีอะไรที่น่าคาดหวังได้ว่าจะมาทำอะไรเพื่อเกษตรกร

อนันต์ท้า1ปีล้างโกงได้จะกราบเท้า
นาย อนันต์ ดาโลดม อดีตอธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่ารู้สึกผิดหวังและท้อแท้กับรัฐมนตรีทั้งสองคนเพราะตนรู้จักทั้งสอง ท่านเป็นอย่างดีว่าเป็นคนอย่างไร ข้าราชการกระทรวงเกษตรฯ คงสบายใจว่าไม่กล้ามาจัดการทุจริตคอรรัปชั่นในกระทรวงเกษตรให้สิ้นซาก หากภายใน1ปีสามารถทำตามเจตนารมณ์ของคณะปฏิรูปได้ ที่จะล้างบางการทุจริตที่ผ่านมาให้หมดและป้องกันไม่ให้มีการทุจริตใหม่ๆเกิด ขึ้นมาอีก ตนยินดีกราบเท้าทั้งสองคนเลย

สิงหาคม 31, 2010 Posted by | ผ่าประเด็นร้อน, แนวหน้า | , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรี

วันที่ 9/10/2006

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 1 ตุลาคม พุทธศักราช 2549 แล้วนั้น

บัดนี้ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ได้เลือกสรรผู้ที่สมควรดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี เพื่อบริหารราชการแผ่นดินแล้ว จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรี ตามความในมาตรา 14 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2549 ดังต่อไปนี้

1. หม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

2. นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

3. คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

4. นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

5. พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

6. นายนิตย์ พิบูลสงคราม เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

7. นายสวนิต คงสิริ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

8. นายสุวิทย์ ยอดมณี เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

9. นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

10. นายธีระ สูตะบุตร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

11. นายรุ่งเรือง อิศรางกูร ณ อยุธยา เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

12. พลเรือเอกธีระ ห้าวเจริญ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

13. นายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

14. นายเกษม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

15. นายสิทธิชัย โภไคยอุดม เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

16. นายเกริกไกร จีระแพทย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

17. นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

18. นายอารีย์ วงศ์อารยะ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

19. นายบัญญัติ จันทน์เสนะ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

20. นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

21. นายอภัย จันทนจุลกะ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

22. คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

23. นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

24. นายวิจิตร ศรีสอ้าน เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

25. นายมงคล ณ สงขลา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

26. นายปิยะบุตร ชลวิจารณ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 8 ตุลาคม พุทธศักราช 2549 เป็นปีที่ 61 ในรัชกาลปัจจุบัน

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี

สิงหาคม 31, 2010 Posted by | ผ่าประเด็นร้อน, แนวหน้า | , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

วาง8กรอบหนุนงานวิจัย วช.ทุ่มงบ9พันล้านสนับสนุนโครงการ/มุ่งแก้ปัญหาเร่งด่วนในปท.

วันที่ 31/8/2010

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

ศ.ดร.ธีระ สูตะบุตร ประธานกรรมการบริหารสภาวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2554 สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้วางกรอบการสนับสนุนงานวิจัยที่ครอบคลุม ทั้งด้านสังคม วิทยาศาสตร์ สาธารณะสุข การเกษตร การศึกษา วัฒนธรรม และภูมิปัญญาด้านต่างๆ ซึ่งช่วงที่ผ่านมา วช. ได้จัดการประชุมชี้แจงกรอบการอุดหนุนงานวิจัยให้แก่นักวิจัย และหน่วยงานต่างๆ ได้รับทราบ เพื่อให้นักวิจัยสามารถเขียนข้อเสนอโครงการการวิจัยที่มีคุณภาพและถูกต้อง ตามเงื่อนไข ซึ่งจะทำให้ได้ผลงานที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมอย่างสูงสุด ต่อไป

ศ.นพ.สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า สำหรับปีงบประมาณ 2554 วช.ได้ประกาศรับข้อเสนอการวิจัยเพื่อให้นักวิจัยส่งข้อเสนอโครงการเพื่อขอ รับทุนจากระหว่างวันที่ 4 สิงหาคม-1 ตุลาคม 2553 โดยกำหนดกรอบการวิจัย 8 กลุ่มเรื่องประกอบด้วย 1.กลุ่มความมั่นคงและการพัฒนาอย่างยังยืน 2.กลุ่มการศึกษาและภูมิปัญญาท้องถิ่น 3.กลุ่มพลังงานและสิ่งแวดล้อม 4.กลุ่มเกษตรเพื่อความยั่งยืน 5.กลุ่มเทคโนโลยีใหม่รวมทั้งเทคโนโลยีของ SME 6.กลุ่มสาธารณสุข 7.กลุ่มโลจิสติกส์-การท่องเที่ยว และ 8.กลุ่มปัญหาผู้สูงอายุ

ทั้งนี้สำหรับปีงบประมาณ2554 วช.กำหนดกรอบงานวิจัยที่สามารถนำไปแก้ปัญหาสำคัญเร่งด่วนของประเทศอย่างสม ดุลย์และยั่งยืน พร้อมทั้งสร้างความเข็มแข็งทางการวิจัย รวมทั้งชี้นำและสร้างความคุ้มค่าในการลงทุนให้กับหน่วยงานต่างๆ ซึ่งในปีนี้หวังว่างานวิจัยจะไม่เกิดความช้ำช้อน เนื่องจากได้มีการปรับปรุงฐานข้อมูลงานวิจัยจากหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถเชื่อมโยงถึงกัน ในปีนี้ วช. ได้รับนโยบายให้กำกับการใช้งบงานวิจัยทั้งหมดของประเทศ ทุกงานที่มีงบประมาณด้านการวิจัย จะรายงานการอนุมัติเงินอุดหนุนการวิจัยในเรื่องให้ วช. ทราบ ซึ่งงบประมาณด้านงานวิจัยที่ได้รับทุนทั้งหมดซึ่งปีนี้มีมากกว่า 9,000 ล้านบาท

สิงหาคม 31, 2010 Posted by | ความรู้-ศัพท์, เกษตร-สิ่งแวดล้อม, แนวหน้า | , , , , , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

ของจริงมาแล้ว (หยั่งรากผลิใบ ประจำวันที่ 10 พฤษภาคม 2550)

วันที่ 10/5/2007

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

เห็นไหมว่า ทันทีที่คุณธีระ สูตะบุตร รมว.เกษตรฯเสนอให้ครม.ทบทวนมติครม.3 เมษายน 2550 ที่ห้ามการทดสอบพืชดัดแปลงพันธุกรรมในระดับไร่นาก็มีบรรดาหัวโจกเอ็นจีโอ ทั้งหลายทิ้งบอมบ์รมว.ธีระทันที

สารพัดที่พวกนี้หยิบยกกล่าวอ้าง บางรายไม่รู้เป็นผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษาได้อย่างไร หนักหนาถึงขั้นว่า เป็นข้อเสนอที่แลกสิทธิบัตรยา ช่างเป็นความงามประเภทคิดเอง เออเอง ถูกเอง นี่แหละประเทศไทย

เป็นประเทศไทยที่ใครคิดอ่านต่างจากข้าพเจ้า บุคคลผู้นั้นล้วนไม่รักชาติ ล้วนขายชาติ ข้าพเจ้ารักชาติแต่เพียงผู้เดียว

ดร.ธี ระนั้นชีวิตราชการท่านก็อยู่กับโรคพืช ต้นพืช เป็นรัฐมนตรีที่รู้เรื่องนี้ดีที่สุดในครม.ขิงแก่ครับ ในรัฐบาลที่แล้ว ดร.ธีระได้รับเทียบเชิญจากนายกฯแม้วให้เป็นประธานศึกษาข้อขัดแย้งเรื่องนี้ นี่แหละ

ถ้าดร.ธีระเป็นรมว.เกษตรฯแล้วไม่ทำเรื่องนี้ให้ปรากฏเป็น จริง ไม่เดินหน้าสู้ความไม่ถูกต้องของมติครม.3 เมษายน 2544 นั่นแหละไปว่าท่านได้ว่า ท่านไม่รับผิดชอบ

ผมถึงยืนยันว่า หากท่านกล้าทำและทำได้สำเร็จต้องมอบช่อดอกไม้หรือมาลัยให้ท่านซักหนึ่งช่อ หรือพวง และถ้าท่านสามารถขับเคลื่อนโครงการแก่งเสือเต้นได้ก็จะเอาดอกไม้ไปกราบท่าน

เพราะ มันเป็นงานยากลำบาก จะพูดปาวๆเหมือนเอ็นจีโอก็ไม่ใช่วิสัยท่าน จะให้ท่านด่าเอ็นจีโอก็ไม่ใช่วิสัยท่านเช่นกัน คนอย่างนี้จึงถูกเอ็นจีโอด่าซะเละเทะ ด่าทำไมหรือ ก็ด่าให้ท้อแท้ ด่าให้หมดกำลังใจ หนักเข้าดร.ธีระจะได้เลิกคิด เลิกทำ โครงการเหล่านี้เสีย

ส่วน เอ็นจีโอก็รับประทานรับจ้างฝรั่งอั้งม้อเอาเรื่องสิ่งแวดล้อมไปคุยโม้โอ้อวด ไปเอาชาวบ้านมาเป็นเครื่องมือในการสร้างความชอบธรรม ซึ่งทำไปทำมาชาวบ้านก็ซวย มะละกอเป็นไวรัส เอ็นจีโอแก้ได้หรือ ชาวบ้านแม่ยมเจอน้ำแล้ง �น้ำท่วม หวังพึ่งเอ็นจีโอ�.ได้แต่น้ำลายตายลูกเดียว

ใครก็ตามเป็นรมว.เกษตรฯ ต้องดูดำดูดีเกษตรกร คนที่ยากจนชั่วนาตาปี คนที่ผลิตอาหารเลี้ยงคนทั้งประเทศและส่งออก เห็นเอ็นจีโอคุยนักคุยหนาเรื่องพืชอินทรีย์ทั้งหลาย แล้วเอ็นจีโอทราบไหมว่า ในปุ๋ยอินทรีย์มีปุ๋ยเคมีแทรกอยู่ ในปุ๋ยหมักทั้งขี้วัวขี้ควายขี้ไก่มีเชื้อไวรัสตัวแสบที่ฝรั่งญี่ปุ่นพร้อม ตรวจพบและห้ามนำเข้าพืชผลที่ใช้ปุ๋ยพวกนี้

รมว.เกษตรฯดร.ธีระน่าจะหาโอกาสเชิญสารพัดเอ็นจีโอไปไถนา ดำนา เกี่ยวข้าวมั่ง จะได้รู้ว่าเกษตรกรไม่ได้สบายอย่างตัวเอง

ชีวินตัย

สิงหาคม 28, 2010 Posted by | เกษตร-สิ่งแวดล้อม, แนวหน้า | , , , , , , , , | แสดงความคิดเห็น