ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

ธอส.ประกาศขึ้นดอกเบี้ยเงินฝาก-กู้ อีก 0.15-0.40% สิงหาคม 2, 2011

2 สิงหาคม 2554, 16:28 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/191006.

Pic_191006

ธอส.ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากทุกประเภทอีก 0.15 – 0.40% ต่อปี และเงินกู้อีก 0.25% มีผลตั้งแต่วันนี้(2 ส.ค.)

เมื่อวันที่ 2 ส.ค. นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธนาคารได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ และตั๋วสัญญาใช้เงินทุกประเภทอีก 0.15 – 0.40% ต่อปี มีผลให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ และตั๋วสัญญาใช้เงิน สำหรับยอดเงินฝากต่ำกว่า 3 ล้านบาท ประเภท 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี และ 2 ปี เท่ากับ 2.25 % 2.50% 2.75% และ 3.25% ต่อปี ตามลำดับ ส่วนยอดเงินฝากตั้งแต่ 3 ล้านบาทขึ้นไป อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ และตั๋วสัญญาใช้เงิน ประเภท 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี และ 2 ปี เท่ากับ 2.50% 2.75% 3.00% และ 3.50% ต่อปี ตามลำดับ นอกจากนี้ อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ และตั๋วสัญญาใช้เงิน ประเภท 3 ปี และ 5 ปี ปรับขึ้นเป็น 3.75% ต่อปี และ 3.85% ต่อปี ตามลำดับ

สำหรับเงินฝากประจำสินเคหะ ปรับขึ้นจากเดิม 2.60% ต่อปี เป็น 2.75% ต่อปี กรณีฝากครบ 2 ปี รับดอกเบี้ยบวกเพิ่มอีก 1.00% เป็น 3.75 % ต่อปี ส่วนเงินฝากกระแสรายวันปรับเพิ่มจากเดิม 0.25% ต่อปี เป็น 0.50% ต่อปี ด้านอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ธนาคารได้ปรับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับลูกค้ารายย่อยทั่วไป (MRR) และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ประเภทแฟลตให้เช่า (MLR) อีก 0.25% จากเดิม 6.875% เป็น 7.125% ต่อปี มีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 2 ส.ค.54

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 2 สิงหาคม 2554, 16:28 น.
 

ธอส.ขานรับนโยบายรบ.ใหม่สินเชื่อบ้าน 0% นาน5ปี กรกฎาคม 28, 2011

27 กรกฎาคม 2554, 19:45 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/189557.

Pic_189557

ธอส. แถลงผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 2554 สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ทั้งสิ้น 49,817 ล้านบาท จากเป้าทั้งปี 99,000 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 4,068 ล้านบาท ส่วนสินเชื่อบ้านดอกเบี้ย 0% นาน 5 ปี ต้องรอความชัดเจนจากรัฐบาลใหม่ก่อน

เมื่อวันที่ 27 ก.ค. นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) แถลงถึงผลการดำเนินงานธนาคาร 6 เดือนแรกของปี 2554 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนว่า ธนาคารมีผลกำไรสุทธิจำนวน 4,068 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.03% โดย 6 เดือนที่ผ่านมา ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ทั้งสิ้น 70,881 บัญชี เป็นเงิน 49,817 ล้านบาท จากเป้าสินเชื่อทั้งปี 99,000 ล้านบาท มียอดสินเชื่อคงค้างทั้งสิ้น 671,036 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.21% มีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ที่ไม่รวมหนี้ส่วนขาด จำนวน 48,652 ล้านบาท คิดเป็น 7.45% ของยอดสินเชื่อรวม ลดลง 0.37% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2553 ที่มีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) เท่ากับ 7.82% ขณะที่ทรัพย์สินที่ไม่ ก่อให้เกิดรายได้ (NPA) คงเหลือจำนวน 5,101 ล้านบาท โดยครึ่งปีแรกธนาคารสามารถจำหน่ายทรัพย์ NPA ได้ทั้งสิ้น 1,403 ล้านบาท และในวันเสาร์ที่ 6 สิงหาคม 2554 ธนาคารจะจัดประมูลขายทรัพย์มือสองครั้งที่ 2/2554 พร้อมกันทั่วประเทศ มีทรัพย์สินกว่า 3,000 รายการ มอบส่วนลดสูงสุด 30% จูงใจด้วย เงื่อนไขผ่อนดาวน์ได้นาน 12 เดือน ดอกเบี้ย 0% ส่วนที่เหลืออีก 90% สามารถขอสินเชื่อได้เต็มจำนวน

สำหรับแผนการดำเนินงานจากนี้ไป ธนาคารยังคงมุ่งสานต่อโครงการสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยต่ำ สร้างโอกาสให้คนไทยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง สำหรับนโยบายด้านเงินฝาก ยังคงเน้นเพิ่มสัดส่วนลูกค้าเงินฝากรายย่อยเพิ่ม ขึ้น โดยมุ่งรักษาฐานลูกค้าเงินฝากเดิม และเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ ด้วยผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่สามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าในแต่ละ กลุ่มได้ ซึ่งที่ผ่านมา ธอส.ได้ออกผลิตภัณฑ์เงินฝากใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี ส่วนความคืบหน้าโครงการบ้านหลังแรก 0% 2 ปี วงเงิน 25,000 ล้านบาท หลังจากที่ลูกค้าได้ยื่นกู้เต็มวงเงินไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน ที่ผ่านมา สำหรับยอดอนุมัติ ณ วันที่ 24 ก.ค.54 อนุมัติแล้ววงเงิน 11,761 ล้านบาท ในส่วนที่เหลือธนาคารจะเร่งดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว

“แนวโน้มตลาด อสังหาริมทรัพย์ครึ่งปีหลังยังคงมีปัจจัยบวก คือแนวโน้มเศรษฐกิจยังเติบโตได้ดี ความชัดเจนในการก่อสร้างเส้นทางขนส่งมวลชนสายใหม่ รัฐบาลใหม่มีนโยบายในการสนับสนุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการ และการปรับค่าแรงขั้นต่ำ อย่างไรก็ตามในครึ่งหลังยังคงมีปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ เงินเฟ้อที่มีอัตราเร่งตัวขึ้น ราคาน้ำมัน ค่าแรง และราคาวัสดุก่อสร้างปรับตัวเพิ่มขึ้น อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น มาตรการเข้มงวดของธนาคารแห่งประเทศไทย การเมืองในประเทศ ภัยธรรมชาติ และปัจจัยต่างประเทศ เช่น วิกฤตการเงินในกลุ่มประเทศ EURO ความร้อนแรงของเศรษฐกิจและตลาดที่อยู่อาศัยในประเทศจีน” นายวรวิทย์ กล่าว

กรรมการผู้จัดการธอส. กล่าวต่อว่า ในช่วงครึ่งหลังปี 2554 ผู้ประกอบการบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ มีการประกาศเปิดโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ อีกไม่ต่ำกว่า 50,000 หน่วย ทั้งนี้ จำนวนหน่วยคอนโดมิเนียมเปิดใหม่ในปี 2554ยังคง เพิ่มขึ้นกว่าปี 2553 (คอนโดมิเนียมเปิดตัวใหม่ครึ่งแรกปี 2554 มีสัดส่วน 50% หรือจำนวนประมาณ 26,560 หน่วย จากที่อยู่อาศัยเปิดตัวใหม่ทั้งหมด 53,100 หน่วย ในขณะที่ครึ่งแรกปี 2553 มีสัดส่วน 45% หรือจำนวน 22,400 หน่วย จากที่อยู่อาศัยที่เปิดตัวใหม่ทั้งหมดประมาณ 49,500 หน่วย) ส่วนโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบที่เปิดตัวใหม่ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ส่วนใหญ่จะกระจายตัวออกไปสู่บริเวณกรุงเทพฯ รอบนอกและจังหวัดปริมณฑล เนื่องจากแปลงที่ดินในกรุงเทพฯ ชั้นในหาได้ยากและมีราคาแพงเกินไป

นายวรวิทย์ กล่าวถึงการดำเนินนโยบายตามรัฐบาลใหม่ที่จะมีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ ซึ่งได้มีการหาเสียงไว้เกี่ยวกับโครงการบ้านหลักแรก 0% นาย 5 ปีว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสานงานอย่างเป็นทางการ แต่ก่อนหน้านี้ได้หารือกับกระทรวงการคลังเกี่ยวกับนโยบายหาเสียงของ พรรคการเมืองต่างๆ และมีการเตรียมข้อมูลไว้พร้อมแล้ว

“ขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดของวงเงินที่ จะต้องเตรียมรองรับโครงการดังกล่าวและกลุ่มเป้าหมาย แต่คาดว่าน่า จะเป็นโครงการสำหรับผู้ซื้อบ้านในราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือกลุ่มผู้มีรายได้น้อยให้การผ่อนชำระค่างวดเท่ากับค่าเช่าบ้าน ที่เฉลี่ยอยู่ที่ 3,000-5,000 บาท/เดือน”กรรมการผู้จัดการธอส. กล่าว

นายวรวิทย์ กล่าวด้วยว่า เบื้องต้นประเมินว่าโครงการดังกล่าวอาจต้องเตรียมวงเงินรองรับประมาณ 50,000 ล้านบาท ซึ่งจะกระทบต่อกำไรของธนาคารประมาณ 1,500 ล้านบาท ภายใต้ต้นทุนของธนาคารอยู่ที่เฉลี่ย 3% แต่ไม่ได้เป็นปัญหา เนื่องจากการดำเนินงานตามปกติของธนาคารมีผลกำไรอยู่แล้ว

“เราพร้อมที่จะทำ เหลือเพียงรอเรื่องราคาบ้านต่อหน่วย และวงเงินที่จะรองรับ ส่วนวิธีการปล่อยก็คงไม่แตก ต่างไปจากการปล่อยสินเชื่อปกติ ถ้า 0% นาย 5 ปี น่าจะมีเงื่อนไขที่ลูกค้าต้องอยู่กับเรา 10 ปี เพราะภาครัฐและธนาคารต้องแบกรับภาระต้นทุนแล้ว 5 ปี…ต้องกระทบกำไรแบงก์แน่นอน อย่างน้อย 1,500 ล้านบาท แต่ก็ไม่ได้ทำให้แบงก์ถึงขาดทุน ซึ่งโครงการเดิม 0% 2 ปี กระทบกำไร 750 ล้านบาท แต่โดยรวมเราก็ยังมีกำไร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 27 กรกฎาคม 2554, 19:45 น.
 

ผลักดัน 2 ล้านคนมีบ้านอยู่ “ขรรค์” อำลาหลัง ธอส.ผงาดเบอร์หนึ่ง กรกฎาคม 27, 2011

11 พฤศจิกายน 2553, 06:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/126024.

Pic_126024

“ขรรค์ ประจวบเหมาะ” อำลา ธอส.หลังอยู่ครบ 2 วาระ 8 ปี กรุยทางสู่ความฝันสำเร็จ หลังยกระดับ ธอส.เป็นแบงก์ที่สร้างความสุขแก่คนไทยได้เกือบ 2 ล้านคน ธุรกิจเติบโตในทุกด้าน มั่นใจเอ็มดีบริหารองค์กรได้ แต่อย่ามองข้ามการบริหารคน

นายขรรค์ ประจวบเหมาะ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยก่อนที่จะพ้นจากตำแหน่งในวันที่ 15 พ.ย.นี้ หลังจากที่นั่งบริหารงานมายาวนานถึง 8 ปี จนทำให้ ธอส.กลายเป็นธนาคารเพื่อที่อยู่อาศัยอย่างสมบูรณ์แบบว่ามีการเติบโตในทุกด้านพร้อมๆกัน ทั้งสินเชื่อ เงินฝากและทรัพย์สิน โดยประมาณการว่าได้ช่วยทำให้คนไทยมีบ้านเป็นของตนเองเกือบถึง 2 ล้านคน และมีความภาคภูมิใจมากที่สุด การมอบชีวิตความเป็นอยู่ ที่ดีขึ้น

“ตัดสินใจมานั่งในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ เพราะอยากช่วยให้คนไทยมีบ้านเป็นของตนเองได้ง่ายขึ้น เนื่องจากช่วงปี 45 ประเทศไทยเพิ่งจะ ผ่านพ้นวิกฤติเศรษฐกิจเมื่อปี 40 แต่ในช่วงก่อนนั้นปี 38-39 ผมคิดว่ามีคนไทยที่มีโอกาสซื้อบ้านเป็นของตนเองน้อยมาก อัตราดอกเบี้ยเงินซื้อบ้านสูงมากถึง 13-14% แถมธนาคารเองก็ปล่อยสินเชื่อบ้านยากมาก อายุการปล่อยกู้ก็สั้นเพียง 15 ปี ไม่ถึง 20 ปีด้วยซ้ำ”

นายขรรค์กล่าวว่า จากผลงาน ธอส.เมื่อปี 44 ก่อนที่จะเข้ามารับตำแหน่ง ธอส.มีสินทรัพย์รวม 329,000 ล้านบาท มาในปีนี้จะมีถึง 714,288 ล้านบาท ด้านสินเชื่อเมื่อปี 44 มียอดสินเชื่อคงค้าง 285,719 ล้านบาท ในปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 656,498 ล้านบาท เงินฝากปี 44 มีจำนวน 217,210 ล้านบาท ในปีนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 581,017 ล้านบาท ส่วนทางกำไรเมื่อปี 44 มี 1,620 ล้านบาท ในปีนี้คาดว่าจะมีกำไรถึง 3,128 ล้านบาท เท่ากับว่ามีการเติบโตแบบก้าวกระโดด และความมั่นคงเพิ่มขึ้นกว่า 100% ในทุกๆด้าน ขณะที่ความเสี่ยงของธนาคารคือ ยอดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอล ก็ทยอยปรับตัวลดลงจากปี 44 ที่มี 17.55% ปัจจุบันเหลือ 11.48%

กรรมการผู้จัดการ ธอส. กล่าวต่อว่า ในปี 45 ธอส.เริ่มที่จะปล่อยกู้แบบขั้นบันได โดยในปีแรกผู้กู้จะจ่ายอัตราดอกเบี้ยต่ำมากๆ แต่ในปีต่อๆไป จะค่อยๆขยับขึ้น เช่น อัตราดอกเบี้ย 3% ในปีแรก ปีที่ 2 อัตราดอกเบี้ย 4% ปีที่ 3 อัตราดอกเบี้ย 5% หลังจากปีที่ 3 เป็นต้นไป คิดอัตราดอกเบี้ยเอ็มอาร์อาร์ลบ 0.50-1% เป็นต้น ซึ่งการนำเสนอบริการรูปแบบสินเชื่อใหม่ๆของ ธอส.ทำให้เกิดจุดประกายการแข่งขันปล่อยสินเชื่อของธนาคารเอกชนในเวลาต่อมา เพราะธนาคารเอกชนเริ่มมองเห็นผลดีจากการปล่อยสินเชื่อบ้าน เนื่องจากสินเชื่อที่อยู่อาศัยนั้น มีที่ดินและสิ่งที่ก่อสร้างเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน จึงมีความเสี่ยงต่ำ

นายขรรค์กล่าวอีกว่า การบริหารกิจการธนาคารในอนาคต ภายใต้การแข่งขันรุนแรง ถือเป็นสิ่งที่ท้าทายการทำงานของนายแบงก์ในปัจจุบัน เพราะยอดสินเชื่อของธนาคารระดับ 700,000 ล้านบาท มีส่วนแบ่งสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ในตลาดถึง 37% มากเป็นอันดับหนึ่งของระบบธนาคารก็ตาม แต่หากพิจารณาเฉพาะสินเชื่อปล่อยใหม่สุทธิแล้วมีอัตราการขยายตัวไม่มากนัก โดยในปีนี้คาดว่า จะมีสินเชื่อใหม่เพียง 49,000 ล้านบาท คิดเป็นมาร์เกตแชร์ในตลาดเพียง 24-25%

ส่วนนายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี กรรมการผู้จัดการคนใหม่นั้น เรื่องฝีมือคงไม่มีปัญหา  แต่อยากฝากไปถึงเรื่องการบริหารจัดการคน  ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะการบริหารไม่ได้อยู่ที่กรรมการผู้จัดการเพียงคนเดียว แต่ขึ้นอยู่กับรองผู้จัดการและพนักงานทุกระดับชั้น    ที่จะต้องมีความสามัคคีและมองไปทิศทางเดียวกัน.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 11 พฤศจิกายน 2553, 06:00 น.
 

ธอส.ออกเงินฝากรูปแบบใหม่ ดอกเบี้ยสูงสุด7.50%ต่อปี กรกฎาคม 19, 2011

19 กรกฎาคม 2554, 15:18 น.

ธอส.ออกเงินฝากรูปแบบใหม่ ดอกเบี้ยสูงสุด7.50%ต่อปี.

Pic_187510

ธอส.เสนอผลิตภัณฑ์เงินฝากประจำรูปแบบใหม่ “เงินฝากประจำขั้นบันได 9 เดือน” ดอกเบี้ยสูงสุด 7.50% ต่อปี รับดอกเบี้ยรายเดือน

เมื่อวันที่ 19 ก.ค. นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธนาคารได้จัดทำผลิตภัณฑ์เงินฝากประจำขั้นบันได 9 เดือน (Step Up) รับดอกเบี้ยสูงสุด 7.50% ต่อปี โดยอัตราดอกเบี้ยเดือนที่ 1 – 3 เท่ากับ 3% ต่อปี เดือนที่ 4 – 6 รับดอกเบี้ย 3.25% ต่อปี เดือนที่ 7 – 8 รับดอกเบี้ย 3.50% ต่อปี ส่วนในเดือนที่ 9 รับอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 7.50% ต่อปี ทำให้อัตราดอกเบี้ย 9 เดือน เฉลี่ย 3.69% ต่อปี ลูกค้าสามารถรับดอกเบี้ยรายเดือนได้ เงื่อนไขเปิดบัญชีและฝากขั้นต่ำรายการละ 10,000 บาท ทั้งนี้เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าเงินฝากประจำ

“นอกจากนี้ ธนาคารยังมีผลิตภัณฑ์เงินฝากออมทรัพย์ที่ได้รับผลตอบแทนสูง “เงินฝากซุปเปอร์ออมทรัพย์พิเศษ” เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าที่ไม่ต้องการฝากเงินในรูปแบบประจำ อัตราดอกเบี้ยสูงถึง 3.00% ต่อปี เงื่อนไขเปิดบัญชีขั้นต่ำ 100,000 บาท สามารถถอนได้เดือนละครั้ง และพิเศษจริงๆ สำหรับดอกเบี้ยรับไม่เกิน 20,000 บาท ต่อปี ไม่ต้องเสียภาษี เปิดบัญชีได้ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 29 ก.ค.54 นี้เท่านั้น” นายวรวิทย์ กล่าว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 19 กรกฎาคม 2554, 15:18 น.
 

ธอส.คัดทรัพย์ NPA คุณภาพ เปิดประมูล 6 ส.ค.นี้ พร้อมกันทั่วประเทศ กรกฎาคม 16, 2011

14 กรกฎาคม 2554, 19:30 น.

ธอส.คัดทรัพย์ NPA คุณภาพ เปิดประมูล 6 ส.ค.นี้ พร้อมกันทั่วประเทศ.

Pic_186370

ธอส.คัดทรัพย์ NPA คุณภาพ กว่า 3,000 รายการ ประมูลขายพร้อมกันทั่วประเทศพร้อมพิสูจน์ความคุ้มค่าเปิดทรัพย์ให้ชมก่อน ประมูลจริง เสาร์ที่ 6 ส.ค.นี้

เมื่อวันที่ 14 ก.ค. นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส.กำหนดจัดประมูลขายทรัพย์ NPA ครั้งที่ 2/2554 ในวันเสาร์ที่ 6 ส.ค. นี้ โดยเป็นทรัพย์ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล จำนวน 230 รายการ และทรัพย์สินใน ภูมิภาคอีกกว่า 2,800 รายการ โดยทรัพย์สินที่นำมาประมูลขายครั้งนี้ ได้แก่ ที่ดินเปล่า บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์ ห้องชุด และอาคารพาณิชย์ ทั้งนี้ ธนาคารได้คัดทรัพย์ในทำเลดี ราคาต่ำกว่าราคาตลาด เข้าร่วมในการประมูลฯ ครั้งนี้ด้วย นับเป็นโอกาสดีสำหรับลูกค้าที่ต้องการหาซื้อที่อยู่อาศัยในช่วงนี้ บ้านมือสอง ธอส.ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยให้ลูกค้ามีบ้านได้ง่ายยิ่งขึ้น เพราะนอกจากจะได้บ้านในทำเลที่ถูกใจแล้ว ยังได้รับส่วนลดสูงถึง 20 – 50% อีกด้วยนอกจากนี้ยังมีแคม เปญ “เงินดาวน์ผ่อนได้” โดยลูกค้าที่ประมูลซื้อทรัพย์ NPA ธอส.สามารถผ่อนชำระเงินดาวน์ (10% ของราคาที่ประมูลซื้อได้) ได้นาน 12 เดือน ด้วยอัตราดอกเบี้ย 0% ส่วนที่เหลืออีก 90% สามารถขอสินเชื่อกับธนาคารได้เต็มจำนวน ผ่อนชำระได้นานสูงสุด 30 ปี ทั้งนี้ในช่วงผ่อนดาวน์หากลูกค้าประสงค์จะเข้าอยู่อาศัย เพียงวางเงินประกันการเข้าอยู่อาศัยเพียง 1.5% ของราคาที่ประมูล

ทั้งนี้ลูกค้าสามารถติดต่อขอดูทรัพย์ได้ก่อนวันประมูล หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายบริหารทรัพย์สิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สำนักงานใหญ่ โทร 0-2202-1822 0-2202-1582 และ 0-2202-1016 หรือทุกสาขาทั่ว ประเทศ และสามารถเข้าชมทรัพย์ได้ที่ http://www.ghbhomecenter.com

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 14 กรกฎาคม 2554, 19:30 น.
 

ธอส.เสนอผลิตภัณฑ์เงินฝากรูปแบบใหม่ “ซุปเปอร์ออมทรัพย์พิเศษ” มิถุนายน 29, 2011

28 มิถุนายน 2554, 22:30 น.

ธอส.เสนอผลิตภัณฑ์เงินฝากรูปแบบใหม่ “ซุปเปอร์ออมทรัพย์พิเศษ”.

Pic_182441

ธอส. เสนอผลิตภัณฑ์เงินฝากออมทรัพย์รูปแบบใหม่ “ซุปเปอร์ออมทรัพย์พิเศษ” ดอกเบี้ยสูงถึง 3.00% ต่อปี เงื่อนไขเปิดบัญชีขึ้นต่ำ 100,000 บาท กำหนดจำนวนเงินที่ฝาก – ถอน ครั้งต่อไป ไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท ถอนได้เดือนละ 1 ครั้ง…

เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การ แข่งขันอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของแต่ละสถาบันการเงินในปัจจุบัน ธนาคารจึงเสนอทางเลือกใหม่เอาใจลูกค้าเงินฝากรายย่อย ด้วยผลิตภัณฑ์เงินฝาก “ซุปเปอร์ออมทรัพย์พิเศษ” ดอกเบี้ยสูงถึง 3.00% ต่อปี เงื่อนไขเปิดบัญชีขึ้นต่ำ 100,000 บาท โดยกำหนดจำนวนเงินที่ฝาก – ถอน ครั้งต่อไป ไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท สามารถถอนได้เดือนละ 1 ครั้ง (กรณีถอนเกินจากที่ธนาคารกำหนด จะคิดค่าธรรมเนียม 0.50% ของจำนวนเงินที่ถอน แต่ไม่น้อยกว่า 500 บาท) ทั้งนี้จะรับฝากเฉพาะลูกค้ารายย่อย และนิติบุคคลไม่แสวงหากำไร

นายวรวิทย์ กล่าวต่อว่า สำหรับเงินฝาก “ซุปเปอร์ออมทรัพย์พิเศษ” เป็นผลิตภัณฑ์เงินฝากออมทรัพย์รูปแบบใหม่ที่ธนาคารได้คิดค้นขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าที่ไม่ต้องการฝากเงินในรูปแบบเงินฝากประจำ แต่ได้รับดอกเบี้ยเทียบเคียงเงินฝากประจำ โดยเงินฝากดังกล่าว จะได้รับผลตอบแทนคุ้มเกินคุ้มกับดอกเบี้ยที่สูงถึง 3.00% ต่อปี นอกจากนี้ยังได้สิทธิพิเศษไม่ต้องเสียภาษีอีกด้วยสำหรับดอกเบี้ยรับต่อปีไม่เกิน 20,000 บาท

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 28 มิถุนายน 2554, 22:30 น.
 

ปี55ธอส.ลุยปล่อยสินเชื่ออสังหาฯ-อพาร์ทเม้นท์ มิถุนายน 24, 2011

23 มิถุนายน 2554, 19:35 น.
ปี55ธอส.ลุยปล่อยสินเชื่ออสังหาฯ-อพาร์ทเม้นท์ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_181259

ธอส.เตรียมปล่อยสินเชื่อโครงการอสังหาริมทรัพย์และอพาร์ทเม้นท์ในปีหน้า ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปี  หลังเกิดฟองสบู่ตั้งแต่ปี 2540

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ในปีหน้า ธอส.จะเริ่มปล่อยสินเชื่อโครงการอสังหาริมทรัพย์และอพาร์ทเม้นท์เป็นครั้ง แรกในรอบ 14 ปีหลังจากที่ไทยประสบกับภาวะฟองสบู่แตกตั้งแต่ ปี 2540 ทำให้ ธอส.ต้องหยุดการปล่อยสินเชื่อโครงการอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมด เพื่อให้ตลาดดูดซับปริมาณที่อยู่อาศัย ที่ล้นตลาดออกไปหมด เพื่อลดความเสี่ยงฟองสบู่ในอสังหาริมทรัพย์ที่จะหวนกลับมาอีกครั้ง

กรรมการผู้จัดการ ธอส. กล่าวต่อว่า ขณะนี้ ภาคอสังหาริมทรัพย์ของไทยมีเครื่องมือในการป้องกันความเสี่ยงภาวะฟองสบู่มากขึ้น แตกต่างจากปี40 ที่ไม่มีเครื่องมือในการชี้วัดความเสี่ยงเลย ทำให้เมื่อฟองสบู่แตกแล้ว สินเชื่อที่ธนาคารพาณิชย์ปล่อยกู้ในช่วงนั้นกลายเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) จำนวนมาก แต่ปัจจุบัน ธอส.มีศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ในการสนับสนุนข้อมูลเชิงธุรกิจ ที่สำคัญบริษัทประเมินอสังหาริมทรัพย์ก็ถูกกำกับดูแลอย่างเข้มงวดอยู่ภายใต้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต) ทำให้เสี่ยง ความไม่น่าเชื่อถือ และการตีราคาที่ดินที่สูงเกินจริงไม่มีอีกแล้ว

“ที่ผ่านมา ธอส.มีหนี้เอ็นพีแอลค่อนข้างมาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเอ็นพีแอลที่ตกค้างมาจากปี40 ทำให้ปัจจุบันเอ็นพีแอล ของธนาคารยังอยู่ในระดับสูงประมาณ 7.5% ของยอดสินเชื่อคงค้างประมาณ 50,000 ล้านบาท ขณะเดียวกัน เราก็ทำตามนโยบายของรัฐบาล เช่น โครงการปล่อยกู้ 0% นาน 2 ปี ทำให้อัตราผลตอบแทนในอนาคตหรือ ยิว ไม่ค่อนดี จึงจำเป็นต้องวางแผนลดหนี้และเพิ่มรายได้ให้สูงขึ้น” นายวรวิทย์ กล่าว

นายวรวิทย์ กล่าวต่อว่า การปล่อยสินเชื่อโครงการและอพาร์ทเม้นท์นั้น ในหลักการแล้ว ธอส.ทำได้ เพราะเป็นเรื่องของการสร้างที่อยู่อาศัยไม่ใช่การก่อสร้างโรงงานหรือโรงแรม โดยในปีหน้า ธอส.จะตั้งทีมเฉพาะกิจขึ้นมาหนึ่งชุด เพื่อรับผิด ชอบเรื่องนี้โดยตรง เนื่องจากการปล่อยสินเชื่อโครงการต้องใช้บุคคลกรที่มีความรู้ ความสามารถไม่ใช่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของสาขา เพราะต้องมีการพิจารณาอย่างละเอียดรวมถึงการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ตั้งแต่ เริ่มต้นโครงการ เพื่อให้ผู้ซื้อบ้านในโครงการเข้ามาเป็นลูกค้าสินเชื่อของ ธอส.ได้ด้วย

นายวรวิทย์ กล่าวด้วยว่า การปล่อยกู้โครงการอสังหาริมทรัพย์มีข้อดีคือ จำนวนเงินที่ปล่อยกู้มีมาก ทำให้มีกำไรจากอัตราดอกเบี้ยมากขึ้น ขณะเดียวกันการที่ ธอส.เป็นผู้สนับสนุนโครงการก็จะได้รับสิทธิ์ปล่อยกู้ผู้ซื้อบ้านในโครงการ ก่อน ซึ่งวิธี การนี้ จะทำให้ ธอส.ขยายสินเชื่อได้อย่างรวดเร็วและมีความเสี่ยงต่ำ ส่วนการปล่อยกู้เพื่อซื้อที่ดินเปล่าจะยังไม่มีการอนุมัติ เพราะเกรงว่า จะทำให้การเก็งกำไรในที่ดินหวนกลับคืนมาอีก

สำหรับการแก้ไขหนี้เอ็นพีแอลนั้น ในปีนี้ จะตัดขายเอ็นพีแอลด้วยวิธีการประมูลประมาณ 3,000 ล้านบาทซึ่งจะทำให้เงินที่สำรองไว้ตามเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สามารถบันทึกกลับมาเป็นกำไรได้ และมีแผนที่เปิดประมูลหนี้รอการขาย (เอ็นพีเอ) อย่างต่อเนื่อง เพื่อลดภาระธนาคารและลดเอ็นพีแอลให้ได้ปีละ 1% โดยตั้งเป้าหมายว่า ในอีก 2-3 ปีข้างหน้าเอ็นพีแอลจะลดลงเหลือ 5% ของยอดสินเชื่อคงค้างทั้งหมด

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 23 มิถุนายน 2554, 19:35 น.