ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

พ่อค้าเร่งบ่มทุเรียน-มะม่วง ผู้บริโภคโวยสินค้าไร้คุณภาพ

http://www.naewna.com/local/9787

วันจันทร์ ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2555, 06.00 น.

tags : ผู้บริโภคมะม่วงทุเรียนพ่อค้าสินค้าเกษตรกรผลไม้,

รศ.ดร.พีรเดช  ทองอำไพ  ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยเกษตร (ส.ว.ก.) กล่าวถึงปัญหาการใช้สารตระกูลเอททิลีนในการบ่มผลไม้ให้สุกว่า  ผลไม้ที่มีแป้งมาก เช่น ทุเรียน  มะม่วง  กล้วย  เมื่อแก่เต็มที่  ช่วงนี้ผลไม้จะสร้างเอททิลีนขึ้นมาเองโดยธรรมชาติ  เพื่อเร่งการสุก  แต่จะสุกไม่พร้อมกัน

“อย่างกล้วยในหวีเดียวกัน โดยธรรมชาติจะค่อยๆ สุกทีละลูก ซึ่งอาจไม่สวยงามเท่ากับสุกพร้อมกันทีเดียวทั้งหวี คนก็เอาสารเอททิลีนมาใช้ช่วยในการบ่ม เพื่อให้สุกพร้อมกัน”

เช่นเดียวกับ ทุเรียนหรือมะม่วง  มีการใช้เอททิลีนป้ายที่ขั้วผล หรือสำลีชุบแล้วบ่ม ทำให้ผลไม้สุกพร้อมกัน ซึ่งทำให้ง่ายต่อการทำตลาดและการขาย

รศ.ดร.พีรเดช กล่าวว่า  หากใช้กับผลไม้แก่จัดก็จะไม่มีปัญหาใดๆ ผลไม้สุกพร้อมกัน โดยมีความหวานได้ที่เช่นกัน  แต่ปัญหาจะเกิดขึ้นเมื่อใช้กับผลไม้ที่ยังไม่แก่จัดหรือผลไม้อ่อน  แม้ภายนอกจะดูสุก  แต่รสชาติไม่หวานอร่อยเท่าที่ควรจะเป็น

“เป็นความมักง่ายนำเอททิลีนไปใช้ในทางที่ผิด ผู้บริโภคต้องพยายามสังเกตเบื้องต้นก่อนซื้อ ถ้าเป็นมะม่วงที่ไม่แก่จัด แม้มีสีเหลืองเหมือนสุก แต่ผิวจะเหี่ยว ไม่เต่งตึงเหมือนมะม่วงแก่ได้ที่ เช่นเดียวกับทุเรียนอ่อน ขั้วจะมีอาการเหี่ยวเช่นกัน”

ดร.วีรวุฒิ  กตัญญูกุล  นายกสมาคมคนไทยธุรกิจเกษตร กล่าวว่า  ช่วงนี้ผลไม้จะประดังออกสู่ตลาดพร้อมกันจำนวนมาก  มีผู้ประกอบการค้าผลไม้บางรายเห็นแก่ได้  เก็บทุเรียนหรือมะม่วงที่ยังไม่ทันแก่จัด แล้วบ่มโดยใช้สารเอททิลีนเข้าช่วยให้สุกเร็วและสุกพร้อมกันเพื่อง่ายต่อการขาย

“คนบ่นกันมากว่า ซื้อผลไม้ไปกิน รสชาติกลับไม่หวานเลย เสียทั้งเงิน เสียทั้งความรู้สึก ทำให้ตลาดผลไม้โดยรวมพลอยได้รับผลกระทบไปด้วย เพราะผู้บริโภคบางส่วนเข็ดขยาดกับผลไม้ไม่มีคุณภาพ”

ดร.วีรวุฒิ กล่าวว่า  สารเอททิลีนดังกล่าวไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค สอดรับกับความเห็นของ รศ.ดร.พีระเดช ทองอำไพ  ที่ระบุว่า สารเอททิลีนดูดซึมเข้าเปลือก ไม่ได้เข้าสู่เนื้อผลไม้  ดังนั้นจึงปลอดภัยในการบริโภค

มิถุนายน 12, 2012 Posted by | สิ่งแวดล้อม, เกษตร, เกษตร-สิ่งแวดล้อม, แนวหน้า | , , , , , , , , , | ใส่ความเห็น

“ทุเรียนเม็ดในยายปราง” อร่อยขายนอก

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/263018

25 พฤษภาคม 2555, 05:00 น.

Pic_263018

ทุเรียนชนิดนี้ มีสายพันธุ์ดั้งเดิมเป็นขนุนโบราณของ จ.นนทบุรี โดยมีเจ้าของชื่อ “ยายปราง” ได้เก็บเอาเมล็ดทุเรียนในสวนตัวเองจำนวนหลายเมล็ดไปเพาะขยายพันธุ์แล้วนำต้นที่ได้ไปปลูกจนติดผล (สมัยก่อนชาวสวนทุเรียนนนท์นิยมปลูกทุเรียนจากเมล็ด) ปรากฏว่ามีอยู่ต้นหนึ่งติดผลดกและมีเนื้อดีมาก “ยายปราง” จึงขยายพันธุ์ปลูกเก็บผลขายในชื่อว่า “ทุเรียนเม็ดในยายปราง” หมายถึงเกิดจาก เมล็ดในสวนของยายปราง ได้รับความนิยมจากผู้ซื้อไปรับประทานอย่างแพร่หลายไม่แพ้ทุเรียนนนท์พันธุ์ดังๆเลย

ต่อมา ได้มีชาวสวนนำเอาทุเรียนพันธุ์ดังกล่าวไปปลูกที่ อ.แกลง จ.ระยอง และเก็บผลขายได้รับความชื่นชอบจากผู้รับประทานเป็นอย่างมาก เพราะมีรสชาติหวานหอมอร่อยนั่นเอง ปัจจุบันมีการนำผล “ทุเรียนเม็ดในยายปราง” ส่งไปขายที่ ประเทศแคนาดา จีน และ ไต้หวัน ได้รับการตอบรับจากชาวต่างชาติยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าอร่อยที่สุด

ทุเรียนเม็ดในยายปราง ชนะเลิศการประกวดทุเรียนดีในงานเกษตรประจำจังหวัดระยองหลายปีติดต่อกัน เป็นทุเรียนที่มีรูปทรงของผลสวย เปลือกบาง ติดผลง่ายและติดผลดกมาก ผลแก่เก็บได้ก่อนทุเรียนสายพันธุ์อื่นจึงขายได้ก่อน ผลโตเต็มที่มีน้ำหนักเฉลี่ย 1–2 กิโลกรัมต่อผล เหมาะจะแกะเนื้อรับประทานได้พอดีสำหรับ 1–2 คน ขยายพันธุ์ด้วยการเสียบยอดทำให้มีรากแก้วดีเมื่อนำกิ่งตอนไปปลูกจะเติบโตเร็วและติดผลดก

ใคร ต้องการกิ่งตอนไปปลูกติดต่อ“คุณประภาส สุภาผล” เลขที่ 33/4 หมู่ 7 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โทร.08– 8533–2299 หรือที่งานเกษตรแฟร์ ม.เกษตรฯ บางเขน กทม. วันที่ 30 พ.ค.-7 มิ.ย.55 บริเวณโซน H 127–128 บูธ “สวนประภาสไม้ผล” ราคาสอบถามกันเอง ปลูก 1 ไร่ ได้ 33 ต้น รดน้ำ 1-2 วันครั้ง หลังปลูกให้ปุ๋ยคอกทุกๆ 3 เดือน สูตร 16-16-16 ทุกๆ 2 เดือน จะติดผลหลังปลูก 4 ปี ครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 25 พฤษภาคม 2555, 05:00 น.

พฤษภาคม 31, 2012 Posted by | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , | ใส่ความเห็น

วิจัยพันธุ์ทุเรียนกลิ่นน้อยส่งให้เกษตรกรปลูกเจาะยุโรป

http://www.thairath.co.th/content/edu/262753

24 พฤษภาคม 2555, 05:15 น.

Pic_262753

นายจิรากร โกศัยเสวี อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ปัจจุบันศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรีมีต้นกล้าทุเรียนพันธุ์ใหม่ 3 พันธุ์ที่อยู่ระหว่างเตรียมเสนอให้คณะกรรมการวิจัยปรับปรุงพันธุ์พืช พิจารณาพันธุ์ทุเรียนลูกผสมพันธุ์ใหม่ที่กรมวิชาการเกษตรปรับปรุงพันธุ์สำเร็จที่มีศักยภาพ เพื่อประกาศเป็นพันธุ์แนะนำของกรมฯ ได้แก่ พันธุ์จันทบุรี 4 ที่เนื้อผิวสัมผัสจะมีสีเหลืองเข้ม ละเอียดเหนียว มีกลิ่นน้อย  เป็นลูกผสมระหว่างแม่พันธุ์ก้านยาวกับพ่อพันธุ์หมอนทอง

รวมทั้งพันธุ์จันทบุรี 5 ทรงผลค่อนข้างกลม เนื้อในสีเหลืองเข้มกว่าพันธุ์ก้านยาว เนื้อเหนียวปานกลาง กลิ่นปานกลางแต่ไม่ฉุน รสชาติค่อนข้างมันมากกว่าหวาน และพันธุ์จันทบุรี 6 ที่น้ำหนักผลประมาณ 3 กิโลกรัม/ผล ผลดกประมาณ 40-50 ผล/ต้น เนื้อในมีสีเหลืองคล้ายหมอนทอง รสชาติหวานมันมาก เนื้อละเอียดเหนียว โดยกล้าพันธุ์ทั้งหมดคาดว่าจะสามารถส่งเสริมให้เกษตรกรนำไปขยายพันธุ์ เพื่อส่งผลิตผลสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศในอนาคตโดยเฉพาะในสหภาพยุโรป (EU) เนื่องจากมีกลิ่นน้อย สอบถามรายละเอียดได้ที่ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี โทร. 0-3939-7030, 0-3939-7146 และ 0-3943-4096.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวการศึกษา
  • 24 พฤษภาคม 2555, 05:15 น.

พฤษภาคม 24, 2012 Posted by | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , | ใส่ความเห็น

ทุเรียนนกกระจิบ…จากนนท์สู่ระยอง

http://www.thairath.co.th/column/edu/back2sky/257261

3 พฤษภาคม 2555, 05:00 น.

Pic_257261

ลุงไพบูลย์กับทุเรียนนกกระจิบและลูกสาว.

ระยอง….เป็นหนึ่งในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออกที่ รับมรดก “ทุเรียน” จากนนทบุรี ซึ่งถูกรุกจากการขยายที่อยู่อาศัยของคนเมือง สวนผลไม้จึงถอยร่นอพยพจากภูมิลำเนาเดิมสู่พื้นที่แห่งใหม่ และส่วนใหญ่แล้ว สวนที่เกิดขึ้นใหม่ก็มักจะต้อนรับเฉพาะทุเรียนพันธุ์ดี อาทิ หมอนทอง ก้านยาว ส่วนนอกเหนือจากนี้ก็มีบ้างแต่ก็น้อย อย่างชนิด พันธุ์พื้นเมือง ลูกผลเล็กๆ แคระๆ แกร็นๆ แทบจะถูกเขี่ยทิ้งให้พันธุ์สูญไปเลยที่เดียว

ลุงไพบูลย์ อรัญนารถ อยู่บ้านเลขที่ 21 หมู่ 4 ตำบลนาตาขวัญ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง เป็นเกษตรกรรายหนึ่งที่สวนทางกับชาวสวนทั่วๆไป หันมาสนใจปลูกพันธุ์พื้นบ้าน ลูกเล็กๆแต่ก็มีเอกลักษณ์ในรสชาติ เขาเล่าถึงทุเรียน “นกกระจิบ” อันมีรสชาติหอมหวานซึ่งสุดยอดในความอร่อย เป็นที่นิยมกันในหมู่นักเปิบว่า

….นกกระจิบเป็นทุเรียนพื้นบ้านพันธุ์หนึ่งของนนทบุรี ตอนแรกนำมาปลูกกันสวนละต้นสองต้นเท่านั้น บางรายเห็นว่าลูกมันเล็กจึงตัดทิ้ง ผมจึงไปทาบกิ่งมาปลูกแล้วขยายไปเรื่อยๆ ปัจจุบันมีราวๆ 300 กว่าต้น บางปีรวมผลผลิตแล้วได้กว่า 10 ตัน

….ในอดีตที่ผ่านมา ตลอดเวลาจึงต้องฝ่าวิกฤติอย่างหนัก ได้รับความกดดันจากพ่อค้าเป็นอย่างมาก เพราะเขามาซื้อให้ราคาเท่ากับพันธุ์ชะนีคือกิโลกรัมละ 10 บาท และบางรายก็ให้ถูกกว่า ไม่ขายก็จะปล่อยให้เน่า รายได้แทบจะไม่คุ้มกับค่าของการลงทุนดูแลในแต่ละปี ปัญหาที่เกิดขึ้นจนแทบจะถอดใจโค่นต้นทุเรียนเหล่านี้ทิ้ง….

…ลูกสาวซึ่งทำงานอยู่กรุงเทพฯ จึงกลับบ้านมาสร้างโอกาส โดยนำผลผลิตจากสวนไปเปิดตัวครั้งแรกเข้าห้างขายเองที่เสรีเซ็นเตอร์ ตั้งราคากิโลกรัมละ 120 บาท ด้วยรสชาติเมื่อลูกค้าได้ชิมก็บอกต่อกันแบบปากต่อปาก จากนั้นเป็นต้นมาใครๆก็ถามหา “นกกระจิบ” หลังขจัดขวากหนามและอุปสรรคต่างๆได้สำเร็จ พอใกล้ถึงฤดูกาลก็จะมีการโทร.สั่งจองกันไว้เลย….ปัจจุบันถนนทุกสายมุ่งสู่สวนนายไพบูลย์

ลุงไพบูลย์ บอกต่อว่า….เมื่อได้รับความนิยม จากที่ผันวิกฤติเป็นโอกาสได้แล้ว เราต้องให้ความสำคัญและให้เกียรติแก่ลูกค้าด้วยการรับผิดชอบต่อรสชาติ…ทุเรียนทุกลูกต้องตัดในช่วงที่เหมาะสม (แก่ได้ที่) จึงจะอร่อย เราต้องตระหนักอย่าฉวยโอกาสเพราะมันจะเป็นการฆ่าตัวเอง (อย่าตัดทุเรียนอ่อน)

อีกราว 2 สัปดาห์ “นกกระจิบ” ก็จะหมดรุ่น พันธุ์ต่อไปคือ “พวงมณี” (รสชาติอร่อยไม่แพ้นกกระจิบ) จะเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยว ส่วนจะพอเหมาะช่วงไหนโทร. 08-2210-0188 ถาม คุณสุภาภรณ์ อรัญนารถ (ลูกสาวลุงไพบูลย์) จะได้คำตอบ…!!

ดอกสะแบง

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ดอกสะแบง
  • 3 พฤษภาคม 2555, 05:00 น.

พฤษภาคม 14, 2012 Posted by | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , | ใส่ความเห็น

ทุเรียนพันธุ์ใหม่’จันทบุรี4-5-6′

ทุเรียนพันธุ์ใหม่’จันทบุรี4-5-6′

ทุเรียนพันธุ์ใหม่ ‘จันทบุรี 4-5-6′ ทางเลือกใหม่ ‘เกษตรกร-ผู้บริโภค’ : โดย … ดลมนัส กาเจ

          หลังจากที่กรมวิชาการเกษตร ดำเนินโครงการวิจัยปรับปรุงพันธุ์ทุเรียนมากว่า 25 ปี ล่าสุดประสบผลสำเร็จในการพัฒนาอีก 3 สายพันธุ์ใหม่ “จันบุรี 4-5-6″  มีคุณสมบัติพิเศษเฉพาะตัวในแต่ละสายพันธุ์ ขณะนี้กำลังนำ(ร่าง)เสนอไปยังคณะกรรมการวิจัยปรับปรุงพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร พิจารณาเพื่อประกาศเป็นพันธุ์แนะนำของกรมวิชาการเกษตรต่อไป

ทั้งนี้ เป็นการยืนยันของ จิรากร โกศัยเสวี อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ว่า  ขณะนี้กรมวิชาการเกษตรอยู่ระหว่างเตรียมเสนอ(ร่าง)ให้คณะกรรมการวิจัยปรับปรุงพันธุ์พืช พิจารณาพันธุ์ทุเรียนลูกผสมพันธุ์ใหม่ที่กรมวิชาการเกษตรปรับปรุงพันธุ์สำเร็จที่มีศักยภาพ เพื่อประกาศเป็นพันธุ์แนะนำของกรมวิชาการเกษตรเพิ่มเติม 3 สายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์จันทบุรี 4 จันทบุรี 5 และพันธุ์จันทบุรี 6 เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับเกษตรกรในการผลิตทุเรียนป้อนตลาดทั้งในและต่างประเทศในอนาคต

สำหรับทุเรียนพันธุ์ 4 เป็นลูกผสมระหว่างแม่พันธุ์ก้านยาวกับพ่อพันธุ์หมอนทอง ลักษณะเด่น คือ มีอายุเก็บเกี่ยวราว 114 วันหลังดอกบาน เปอร์เซ็นต์การติดผลดีถึง 10% รูปผลทรงผลสวยเต็มพู น้ำหนักผลละ 2.5-3 กิโลกรัม ให้ผลผลิตสูง ราว 45-60 ผล/ต้น น้ำหนักเนื้อต่อน้ำหนักผล 27% เปอร์เซ็นต์เมล็ดลีบ ราว 28% เนื้อในสีเหลืองเข้มสวย เนื้อละเอียดเหนียว มีกลิ่นน้อย และรสชาติหวานมันปนระหว่างก้านยาวกับหมอนทอง

 ทุเรียนพันธุ์จันทบุรี 5 เป็นลูกผสมแม่พันธุ์ก้านยาวผสมปล่อยตามธรรมชาติ ลักษณะเด่น คือ อายุเก็บเกี่ยวสั้นเพียง 104 วันหลังดอกบาน เปอร์เซ็นต์การติดผลดี ประมาณ 7% ให้ผลผลิตสูงราว 50-60 ผล/ต้น น้ำหนักผลเฉลี่ยผลละ 3 กิโลกรัม ทรงผลค่อนข้างกลม น้ำหนักเนื้อต่อน้ำหนักผลประมาณ 25% เปอร์เซ็นต์เมล็ดลีบ ราว 28% เนื้อในสีเหลืองเข้มกว่าพันธุ์ก้านยาว เนื้อเหนียวปานกลาง กลิ่นปานกลางแต่ไม่ฉุน รสชาติค่อนข้างมันมากกว่าหวาน

ส่วนพันธุ์จันทบุรี 6 เป็นลูกผสมระหว่างแม่พันธุ์ก้านยาวกับพ่อพันธุ์หมอนทอง ลักษณะเด่น คือ มีอายุเก็บเกี่ยวปานกลาง ประมาณ 115 วันหลังดอกบาน เปอร์เซ็นต์ติดผลอยู่ในเกณฑ์ดี ประมาณ 8% น้ำหนักผลราว 3 กิโลกรัม น้ำหนักเนื้อต่อน้ำหนักผลประมาณ 31% เปอร์เซ็นต์เมล็ดลีบ ประมาณ 21-22% ให้ผลผลิต 40-50 ผล/ต้น เนื้อในมีสีเหลืองคล้ายหมอนทอง รสชาติหวานมันมาก เนื้อละเอียดเหนียว และมีกลิ่นปานกลาง คาดว่า ภายในปี 2555 นี้ จะประกาศเป็นพันธุ์พืชแนะนำของกรมวิชาการเกษตรได้

ด้าน ดร.ทรงพล สมศรี หัวหน้าโครงการวิจัยปรับปรุงพันธุ์ทุเรียน กรมวิชาการเกษตร บอกว่า เริ่มดำเนินการโครงการปรับปรุงพันธุ์ทุเรียนมาช่วงระหว่างปี 2529-2534 ด้วยการนำเมล็ดทุเรียนต่างๆ มาเพาะปลูก 55 คู่ผสม จำนวน 1.7 หมื่นเมล็ด ได้ต้นทุเรียนมากกว่า 7,000 ต้น และรอ 7-8 ปี ทุเรียนจะออกผลผลิตเมื่อได้ผลผลิตแล้ว ทดลองคัดสายพันธุ์ตามที่ต้องการถึง 5 ปี อย่างทุเรียนพันธุ์จันทบุรี 4-5-6 คัดนานถึง 10 ปี จนได้สายพันธุ์ตามที่ต้องการ

“ทุเรียนผลเดียวกันเมื่อนำเมล็ดไปเพาะ ผลผลิตที่ออกมาจะแตกต่าง เราต้องคัดเอาเฉพาะที่เราต้องการ เพื่อให้สอดคล้องกับตลาด โดยเฉพาะตลาดโลกที่ต้องการทุเรียนจากประเทศไทยเพิ่มขึ้นทุกปี อย่างพันธุ์จันทบุรี 4 มีกลิ่นน้อย เหมาะกับตลาดทางยุโรป ขณะนี้ผมได้นำ(ร่าง)เสนอให้คณะกรรมการวิจัยปรับปรุงพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร พิจารณาประกาศเป็นพันธุ์แนะนำของกรมวิชาการเกษตร เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรนำไปปลูกต่อไป” ดร.ทรงพลกล่าว

สนใจทุเรียนพันธุ์จันทบุรี 4-5-6 สอบถามข้อมูลได้ที่ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี อ.ขลุง จ.จันทบุรี โทร.0-3939-7030, 0-3939-7146

———-

(หมายเหตุ : ทุเรียนพันธุ์ใหม่ ‘จันทบุรี 4-5-6′ ทางเลือกใหม่ ‘เกษตรกร-ผู้บริโภค’ : โดย … ดลมนัส  กาเจ)

———-

พฤษภาคม 4, 2012 Posted by | คมชัดลึก, เกษตร_ | , , , , | ใส่ความเห็น

“ทุเรียนโลก”…จันทบุรีทำเก๋สร้าง”อุโมงค์ผลไม้”ให้ชิมฟรี

http://www.thairath.co.th/content/edu/257325

3 พฤษภาคม 2555, 05:15 น.

Pic_257325

นายวิชิต ชาตไพสิฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เผยว่า งานมหกรรมทุเรียนโลกจันทบุรีปีนี้ จังหวัดจันทบุรี ได้วางแผนรูปแบบการจัดงานเพื่อให้เป็นที่รู้จัก ยกระดับมาตรฐานสู่สากล คงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ ประเพณี ศิลปวัฒนธรรมที่โดดเด่นของชาวจังหวัดจันทบุรี ภายในงานจะแบ่งเป็น 6 ส่วน ได้แก่ โซนจำหน่ายผลไม้ จำนวนกว่า 100 คูหา พร้อมอุโมงค์ผลไม้ และมีกิจกรรมชิมผลไม้ฟรี แข่งกินผลไม้ โซนเวทีกลาง และเวทีเปิดงาน โซนของดี 10 อำเภออาหารพื้นบ้าน ผลิตผลทางการเกษตร นิทรรศการและแหล่งท่องเที่ยว โซนสวนสนุก และมุมของเล่นสำหรับเด็กฟรี โซนอาหารทะเล จำนวนกว่า 80 บูธ โซนจำหน่ายอัญมณีและเครื่องประดับสินค้าคุณภาพ ราคายุติธรรม

ทั้งนี้ ยังมีกิจกรรมหลากหลายต่างๆ จากหน่วยงานราชการหลายแห่ง ทั้งการแสดงของศิลปินนักร้องระดับประเทศ การแสดงจากศิลปินพื้นบ้านการแสดงของนักเรียน นักศึกษา การประกวด Miss Durian World 2012 ประกวดสุนัขแสนรู้ ชมการทำทุเรียนกวนที่ใหญ่และยาวที่สุดในโลก โดยงานมหกรรมทุเรียนโลกจันทบุรี ประจำปี 2555 นี้ จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 4-13 พฤษภาคม 2555 ริมทะเลสาบทุ่งนาเชย อ.เมือง จ.จันทบุรี.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 3 พฤษภาคม 2555, 05:15 น.

พฤษภาคม 3, 2012 Posted by | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

กายวิภาควิทยาของลำต้นทุเรียนบางพันธุ์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=001708&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: ขจรศักดิ์ ภวกุล; วิไลวรรณ เชาวนโยธิน
ชื่อเรื่อง: กายวิภาควิทยาของลำต้นทุเรียนบางพันธุ์
Article title: Anatomical study of the stem of some durian varieties
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการ ครั้งที่ 16 สาขาพืช ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน 2521: รวมเรื่องย่อ
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2521
หน้า: หน้า 74-74(1)
จำนวนหน้า: 126 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก581 2526)
หมวดหลัก: F50-Plant structure
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: DURIO ZIBETHINUS, STEMS, PLANT ANATOMY
ดรรชนี-ไทย: ทุเรียน, ลำต้น, ลักษณะภายใน, สัณฐานวิทยา
หมายเลข: 001708 KC1601075
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

เมษายน 28, 2012 Posted by | ประชุมวิชาการ, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, สาขาพืชและชีววิทยา | , , , , , , , | ใส่ความเห็น

จากทุเรียนเมืองนนท์ถึงส้มโอนครปฐม…สู้กับภัยน้ำท่วม

ฉบับที่ 10 ประจำเดือน พฤศจิกายน  พ.ศ. 2554

http://it.doa.go.th/pibai/pibai/n14/v_10-nov/korkui.html

ผลิใบ ขอคุยด้วยคน
ประภาส  ทรงหงษา

จากทุเรียนเมืองนนท์ถึงส้มโอนครปฐม…สู้กับภัยน้ำท่วม

          ในช่วงกลางเดือนตุลาคม 2554  ที่ผ่านมา      ประชาชนคนไทยในหลายพื้นที่ต่างประสบกับปัญหามหาอุทกภัยครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์
ผู้คนได้รับความเดือดร้อน  บางส่วนไม่ทันเตรียมความพร้อมสำหรับการเคลื่อนย้ายสิ่งของมีค่าทำให้ทรัพย์สินเสียหาย        และขณะนี้เหตุการณ์ใน
หลายพื้นที่กลับสู่ภาวะปกติและกำลังอยู่ในเรื่องของการฟื้นฟูทั้งสภาพความเป็นอยู่  บ้านเรือนที่อยู่อาศัยและสิ่งที่สำคัญที่สุดคือสภาพจิตใจให้กลับ
มาเหมือนเดิมสำหรับกรมวิชาการเกษตรทั้งตึกกสิกรรม   ซึ่งเป็นตึกหลักของกรมวิชาการเกษตร รวมถึงหน่วยงานในสังกัดที่อยู่ภายในบริเวณเกษตร
กลางบางเขน  ทุกพื้นที่เต็มไปด้วยมวลน้ำจำนวนมากการสัญจรไปมาเป็นไปด้วยความยากลำบาก   ในช่วงที่เกิดวิกฤตน้ำท่วม    กรมวิชาการเกษตร
ได้มีการจัดรถบรรทุกที่มีความสูงเหนือระดับน้ำที่ท่วม                      เพื่อบริการรับและส่งเจ้าหน้าที่ให้ได้รับความสะดวกในการเข้ามาปฏิบัติงานใน
กรมวิชาการเกษตร

  

          สำหรับเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งยิ่งใหญ่ในครั้งนี้    คงจะเป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับคนกรุงเทพที่จะต้องมีการเตรียมความพร้อมกับเหตุการณ์
ที่อาจจะเกิดขึ้นซ้ำอีกในอนาคต ซึ่งเราไม่อาจคาดเดาได้ว่าจะเกิดขึ้นซ้ำอีกหรือไม่  ทางที่ดีเราคงต้องเตรียมความพร้อมเอาไว้ดีกว่า ก่อนที่สิ่งต่างๆ
มันจะสายเกินแก้วิกฤตน้ำท่วมในครั้งนี้ได้พัดพาเอาความเสียหายในหลายๆ ด้าน  ไม่ว่าจะเป็น ทรัพย์สินเงินทอง ของมีค่า บ้านเรือน ฯลฯ และคงจะ
ปฏิเสธไม่ได้ว่าพื้นที่การเกษตรของเกษตรกรในหลายพื้นที่ตามข่าวที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ  เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก พื้นที่
การเกษตรได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง     ซึ่งขณะนี้มีหลายๆ หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนกำลังดำเนินการให้ความช่วยเหลือกับเกษตรกรที่ได้รับ
ความเดือดร้อน

          ผลิใบฯ ฉบับนี้จะนำแง่มุมหนึ่งในอีกหลายๆ แง่มุม    สำหรับการฟื้นฟูอาชีพด้านการเกษตรให้กับเกษตรกรที่กำลังได้รับผลกระทบกับปัญหา
การขาดแคลนกิ่งพันธุ์ทุเรียน และกิ่งพันธุ์ส้มโอที่จะนำไปปลูกเพื่อทดแทนกับต้นทุเรียน และส้มโอที่เสียหายไปกับภัยน้ำท่วม        หากจะกล่าวถึง
ทุเรียนเมืองนนท์ หลายๆ   ท่านที่ชื่นชอบในการบริโภคทุเรียนอาจจะมีคำถามในใจว่า จากเหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา  พื้นที่ปลูกทุเรียนอาจจะได้รับ
ผลกระทบตามไปด้วย  และอาจจะกังวลว่าในฤดูกาลที่จะถึงนี้จะยังคงมีทุเรียนเมืองนนท์ให้ได้บริโภคกันอีกหรือไม่

  

          เหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา                      กรมวิชาการเกษตรเป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่ขณะนี้กำลังให้การฟื้นฟูอาชีพให้กับเกษตรกร    โดย
นายจิรากร โกศัยเสวี อธิบดีกรมวิชาการเกษตร
   บอกว่าปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นนั้น    ส่งผลกระทบต่อแหล่งปลูกไม้ผลที่ได้รับการขึ้นทะเบียน
ซึ่งเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์หลายชนิด   ทั้งสวนทุเรียนก้านยาวเมืองนนท์    สวนส้มโอทองดีและส้มโอขาวน้ำผึ้งจังหวัดนครปฐม  รวมทั้งสวนส้มโอ
ขาวแตงกวาของจังหวัดชัยนาท จากการสำรวจในส่วนของสวนทุเรียนจังหวัดนนทบุรี พบว่าพื้นที่ปลูกทุเรียนเสียหายจากน้ำท่วมจำนวน 2,898.75 ไร่
เกษตรกร 913 ราย  จากทั้งหมด 2,941.75 ไร่   เกษตรกร 935 ราย   ซึ่งขณะนี้เหลือเพียง 43 ไร่เท่านั้น อยู่ในพื้นที่ตำบลบางรักน้อย  อำเภอเมือง
จำนวน 15 ไร่ และตำบลราษฏร์นิยม อำเภอไทรน้อย 28 ไร่

          สำหรับแนวทางในการฟื้นฟูการปลูกทุเรียนของเกษตรกรจังหวัดนนทบุรีนั้น           กรมวิชาการเกษตรได้มีแผนเร่งประสานความร่วมมือกับ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน                เช่น โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพื้นเมือง อันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.)     สำนักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรี   กรมส่งเสริมการเกษตร   กรมพัฒนาที่ดิน   กรมชลประทาน    องค์การบริหาร-
ส่วนจังหวัด (อบจ.) และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)   เพื่อร่วมบูรณาการปรับปรุงและฟื้นฟูสภาพพื้นที่ปลูกเดิมที่ได้รับความเสียหายให้มีความ
เหมาะสมในการปลูกทุเรียนใหม่อีกครั้ง  ในขณะเดียวกันยังจะเร่งส่งเสริมให้นำพันธุ์ทุเรียนดั้งเดิมของจังหวัดนนทบุรี     พันธุ์ทุเรียนพื้นเมืองโบราณ
และพันธุ์ทุเรียนเศรษฐกิจมาปลูกทดแทนสวนเดิม พร้อมสนับสนุนการปลูกสร้างสวนใหม่      และยังมีแผนกำหนดมาตรการและวางแนวทางป้องกัน
น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นซ้ำอีกในอนาคตด้วย

          ในส่วนของทุเรียน  ปัจจุบันกรมวิชาการเกษตรมีแปลงอนุรักษ์พันธุกรรมทุเรียน         อันเนื่องมาจากโครงการอนุรักษ์พันธุกรรม ในสมเด็จ
พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  โดยได้รวบรวมพันธุ์ทุเรียนพื้นเมืองโบราณไว้ที่ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี ไม่น้อยกว่า 100 พันธุ์    ทั้งยัง
รวบรวมพันธุ์ทุเรียนพันธุ์ดั้งเดิมจากจังหวัดนนทบุรีอีกประมาณ 60 พันธุ์ ไว้ที่ศูนย์พัฒนาไม้ผลเศรษฐกิจภาคตะวันออก จังหวัดจันทบุรีด้วย ซึ่งขณะนี้
กรมวิชาการเกษตรได้มีแผนเร่งผลิตกิ่งพันธุ์ทุเรียนเพิ่มมากขึ้น เพื่อรองรับความต้องการของเกษตรกรชาวสวนทุเรียนจังหวัดนนทบุรี ที่จะนำไปปลูก
ใหม่หลังน้ำลด และหลังจากเหตุการณ์น้ำท่วมเข้าสู่ภาวะปกติ


ฝอยทอง

          สำหรับทุเรียนพันธุ์ดังเดิมจากจังหวัดนนทบุรีที่กรมวิชาการเกษตรได้รวบรวมพันธุ์ไว้ 60 พันธุ์นั้น    มีทั้งพันธุ์หายากและพันธุ์ปลูกที่น่าสนใจ
เช่น  พันธุ์ทองย้อยฉัตร  ทองย้อยเดิม  ทับทิม  กำปั่นตาแพ  ชมพูศรี  ย่ำมะหวาด  ชายมะไฟ  พันธุ์ก้านยาวพวง  หมอนทอง  ลวงทอง  กบแม่เฒ่า
กบตาขำ และกบชายน้ำ เป็นต้น

          นายทวีศักดิ์  แสงอุดม นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ  สถาบันวิจัยพืชสวนกรมวิชาการเกษตร  บอกถึงเรื่องนี้ว่าสายพันธุ์ทุเรียน
นนท์ที่นิยมปลูกคือ พันธุ์ก้านยาว ซึ่งมีเนื้อละเอียด เหนียว รสชาติอร่อย หวานมัน ราคาแพง และพันธุ์หมอนทอง  ซึ่งมีรสชาติอร่อยหวานมันเช่นกัน
และมีเนื้อค่อนข้างหนา นอกจากนั้นยังมีพันธุ์พื้นเมืองต่างๆ เช่น กบแม่เฒ่า ที่มีผลขนาดปานกลาง เนื้อละเอียด รสหวาน มีสีเนื้อเหลืองเข้ม พันธุ์ลวง
แม้จะมีผลคดและบิดเบี้ยว แต่รสชาติดี อร่อย รวมทั้งพันธุ์กบชายน้ำ ที่มีเนื้อละเอียด รสชาติหวานมันอร่อย

          ทุเรียนจังหวัดนนทบุรีส่วนใหญ่จะให้ผลผลิตประมาณ 5 – 20 ผล/ต้น  ซึ่งน้อยกว่าทุเรียนในพื้นที่ภาคตะวันออกที่ให้ผลผลิตสูงถึง 50 – 200
ผล/ต้น  เนื่องจากชาวสวนปล่อยให้ต้นทุเรียนออกดอกและติดผลตามธรรมชาติ   โดยไม่มีการจัดการเพื่อเพิ่มการออกดอกและติดผล  ประกอบกับ
โครงสร้างของต้นที่สูงและมีกิ่งก้านสาขาน้อยด้วย การที่ผลผลิตทุเรียนนนทบุรีมีน้อยจึงทำให้ราคาขยับตัวสูงขึ้น ดังนั้น จึงจำเป็นต้องเร่งฟื้นฟูแหล่ง
ปลูกทุเรียนของนนทบุรีให้กลับมาโดยเร็วทุเรียนในจังหวัดนนทบุรีจะขยายพันธุ์โดยการเสียบยอดกับต้นตอ   ซึ่งต้นตอนั้นอาจจะเป็นต้นทุเรียนพันธุ์
พื้นเมือง โดยจะปลูกแบบยกร่องสวนเพื่อให้มีการระบายน้ำได้ดี เมื่อขุดหลุมหลบจะทำเป็นหลังเต่าไม่ให้น้ำขัง  และการถ่ายเทอากาศดีขึ้นเพราะดิน
ส่วนใหญ่จะเป็นดินเหนียว  การดูแลต้องระวังในเรื่องของรากเน่า  โคนเน่า  ที่มาจากการระบายน้ำไม่ดี  โดยเฉพาะช่วงหน้าฝน รวมทั้งในช่วงใบอ่อน
จะต้องระวังโรคใบติด เกิดจากเชื้อรา ใบจะเป็นรอยคล้ายๆ ถูกน้ำร้อนลวก สำหรับการให้ผลผลิตทุเรียนในภาคตะวันออกโดยทั่วไปจะเริ่มให้ผลผลิต
เมื่ออายุ 4 ปี  และจะให้ผลผลิตสูงสุดเมื่ออายุประมาณ 12 ปีขึ้นไป

          สำหรับแนวทางในการแก้ไข และป้องกันการสูญพันธุ์ทุเรียนเมืองนนท์เมื่อประสบกับปัญหาน้ำท่วมที่ผ่านมา           กรมวิชาการเกษตรโดย
นายจิรากร  โกสัยเสวี อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ได้มอบหมายให้สถาบันวิจัยพืชสวนจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปประสานงานกับจังหวัดนนทบุรี  หน่วยงาน
ที่เกี่ยวข้องและเกษตรกร     เพื่อดำเนินการเข้าไปเก็บยอดพันธุ์ทุเรียนดีๆ   จากต้นก่อนที่จะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมบริเวณสวนทุเรียนในจังหวัด
นนทบุรี      เพื่อเป็นยอดพันธุ์และนำไปเสียบไว้กับต้นในแปลงแม่พันธุ์ที่ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี  โดยหลังจากนี้ กรมวิชาการเกษตรจะผลิตกิ่งพันธุ์
ทุเรียนเพื่อนำกลับไปให้ชาวสวนทุเรียนจังหวัดนนทบุรีปลูกใหม่อีกครั้งหลังน้ำลด      รวมทั้งมีการปรับปรุงและฟื้นฟูสภาพพื้นที่ปลูกทุเรียนในจังหวัด
นนทบุรี ให้มีความเหมาะสมในการปลูกทุเรียนใหม่อีกครั้ง   ตลอดจนหาแนวทางป้องกันน้ำท่วมที่อาจจะเกิดขึ้นได้อีกในอนาคตอย่างยั่งยืน


นกหยิบ

          ผู้บริโภคส่วนใหญ่จะรู้จักทุเรียนอยู่ไม่กี่พันธุ์  แต่ในความเป็นจริงแล้วสายพันธุ์ทุเรียนในเมืองไทยมีสายพันธุ์อยู่เป็นจำนวนมากหากจะพูดถึง
ความหลากหลายของกลุ่มพันธุ์ทุเรียนในประเทศไทยแบ่งออกเป็น 6 กลุ่ม      กลุ่มกบ ได้แก่ พันธุ์กบสุวรรณ  กบตาท้วม  กบสีนาก  กบการะเกด
กบรัศมี  กบหน้าศาล  กบดำ  กบเจ้าคุณ  กบวัดกล้วย  กบตาขำ  กบแม่เฒ่า  และกบมังกร          กลุ่มลวง ได้แก่ พันธุ์ย่ำมะวาด ลวงทอง ชมพูศรี
กลุ่มทองย้อยได้แก่ พันธุ์ทองย้อย ฉัตรสีทอง นมสวรรค์ ทับทิม และธรณีไหว กลุ่มก้านยาว ได้แก่ ก้านยาว ก้านยาวสีนาก ต้นใหญ่  กลุ่มกำปั่น
ได้แก่ พันธุ์ปิ่นทอง  ชายมะไฟ  กำปั่นตาเพชร  กำปั่นดำ  และกำปั่นตาแพ         และกลุ่มอื่นๆ ได้แก่ พันธุ์ทองเพ็ง ไอ้เม่น จอกลอย ดาวกระจาย
เมล็ดเผียนตะพาบน้ำ  หมอนข้าง  เนื้อเหลือง  ไอ้งวงยาว สีทอง ยินดี นกหยิบ ชายมังคุด สาวชมเห็ด ลำเจียก ไอ้ใหม่ ทองก้อน ฝอยทอง ทองแดง
ก้านสั้น และพันธุ์สาวใหญ่ เป็นต้น     หากมองย้อนกลับมาในเรื่องของส้มโอทองดีและส้มโอขาวน้ำผึ้งของจังหวัดนครปฐมซึ่งเป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่ง
ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม  โดยมีแหล่งปลูกที่สำคัญในอำเภอสามพราน รวมพื้นที่ปลูกกว่า 5,000 ไร่      คิดเป็นพื้นที่ปลูกส้มโอร้อยละ 80 ของ
จังหวัดนครปฐม

          การดูแลส้มโอจะต้องระมัดระวังเรื่องของโรคแคงเกอร์    โดยจะมีลักษณะคล้ายสะเก็ดสีน้ำตาล    โรคนี้เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย และสามารถ
เกิดขึ้นได้กับทุกส่วนของต้นส้มโอ  ทั้งกิ่ง ใบ ผล และเกษตรกรยังสามารถตัดแต่งกิ่งที่เป็นโรคออกแล้วนำไปเผาทิ้ง    ไม่ทิ้งไว้ในแปลง เพราะเชื้อ
โรคสามารถแพร่กระจายได้  ก็จะสามารถลดการเกิดโรคแคงเกอร์ได้อีกวิธีหนึ่ง นอกจากนั้นยังมีโรครากเน่า โคนเน่า เช่นเดียวกับทุเรียนด้วยการให้
ผลผลิตของส้มโอจะให้ผลผลิตในช่วง 4 ปี   ประมาณ 10 – 20 ผล/ต้น ถ้าส้มโอมีอายุ 7 – 8 ปี  จะให้ผลผลิต 60 – 80 ผล/ต้น ถ้ามีอายุ 9 – 10 ปี
จะให้ผลผลิตมากถึง 90 – 100 ผล/ต้น   โดยเฉลี่ยแล้วส้มโอในภาคกลางจะให้ผลผลิตลดลงเมื่ออายุ 10 ปีขึ้นไป   สำหรับส้มโอนครชัยศรีจะเป็นที่
ต้องการของตลาด    แต่ในขณะเดียวกันสวนส้มโอในจังหวัดนครปฐมก็มีจำนวนน้อยลงไป     เนื่องจากปัจจุบันเกษตรกรหันไปปลูกพืชชนิดอื่นที่ให้
ผลผลิตเร็ว  หรือใช้พื้นที่ทางด้านการเกษตรไปดำเนินการเป็นบ้านจัดสรร ที่อยู่อาศัยมากขึ้น  ทำให้พื้นที่ปลูกส้มโอลดลงเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะ
อย่างยิ่งในปีนี้ซึ่งประสบกับปัญหาน้ำท่วม จึงทำให้ผลผลิตส้มโอออกสู่ตลาดลงตามไปด้วย

  

          แนวทางแก้ไขปัญหาและป้องกันการสูญพันธุ์ส้มโอนั้นจะดำเนินการในลักษณะเช่นเดียวกับทุเรียนเมืองนนท์ คือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เข้าไปนำยอดหรือตาจากพันธุ์ดีของเกษตรกรไปติดตา หรือเสียบกิ่งต้นตอ หรือต้นพันธุ์    ในแปลงรวบรวมพันธุ์ของศูนย์วิจัยพืชสวนสุโขทัย พิจิตร
และศรีสะเกษ   เพื่อจะได้ขยายพันธุ์ให้กับเกษตรกรต่อไปหลังจากน้ำท่วมลดเข้าสู่ภาวะปกติ  ในส่วนที่สำคัญที่สุด   กรมวิชาการเกษตรมีการจัดทำ
แปลงต้นแบบในการฟื้นฟู และการทำสวนใหม่แบบครบวงจรโดยใช้เทคโนโลยีการจัดการผลิตด้านต่างๆ    เช่น การวิเคราะห์ดินและปรับปรุงดินก่อน
ปลูก    ตลอดจนการให้ธาตุอาหารตามความต้องการของพืช การใช้ปุ๋ยชีวภาพ การเตรียมต้นพันธุ์ดี  การควบคุมทรงพุ่ม  การควบคุมโรคและแมลง
การควบคุมการออกดอกติดผล การให้ผลผลิตและเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม เพื่อให้เกษตรกรได้เรียนรู้และนำไปปฏิบัติในการจัดการ
สวนของตนเอง

          สำหรับผลไม้ทั้ง 2 ชนิด ทั้งทุเรียนเมืองนนท์ และส้มโอนครปฐม จะยังคงมีให้ได้บริโภคกันอย่างแน่นอน สำหรับในฤดูกาลต่อไปอาจจะมีผล
ผลิตที่ออกมาค่อนข้างน้อย    เนื่องจากว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม      แต่ก็ยังสบายใจได้ว่าผลไม้ทั้ง 2 ชนิดนี้จะยังคงมีกิ่งพันธุ์ที่
สมบูรณ์ที่กรมวิชาการเกษตร ได้เก็บรักษาเอาไว้รวมทั้งไม้ผลพื้นเมืองอีกหลายชนิด   มิให้สูญพันธุ์ไปรวมถึงรสชาติก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงคงความ
เป็นเอกลักษณ์   และมั่นใจได้ว่าหลังน้ำลดแล้วกรมวิชาการเกษตรจะมีกิ่งพันธุ์ของผลไม้ทั้ง 2 ชนิดให้เกษตรกรได้นำไปปลูกกันอย่างแน่นอน ทั้งนี้
ทั้งนั้น  ก็ขึ้นอยู่กับเกษตรกรด้วยเช่นเดียวกันว่าจะเลือกเส้นทางของภาคเกษตรกรรม   ที่ต้องใช้ทั้งความอดทนกับระยะเวลาในการปลูก  ซึ่งต้องใช้
เวลาค่อนข้างนานกว่าจะเก็บผลผลิตได้  รวมทั้งการดูแลรักษาเอาใจใส่ไม่ให้เกิดโรคที่จะตามมาอีกมากมาย  แต่ผู้เขียนเชื่อว่า  หากเกษตรกรได้รับ
ความรู้จากเทคโนโลยีของกรมวิชาการเกษตรที่มีการค้นคว้า วิจัยมาเป็นอย่างดีแล้วและสามารถนำมาถ่ายทอดสู่เกษตรกรรวมทั้งปรึกษานักวิชาการ
อย่างใกล้ชิด เชื่อว่าเวลาที่เสียไปจะคุ้มค่ากับสิ่งที่ได้รับตอบแทนกลับคืนมาอย่างแน่นอน

กรมวิชาการเกษตร ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทรศัพท์ : 0-2561-2825, 0-2940-6864
โทรสาร : 0-2579-4406

เมษายน 28, 2012 Posted by | 2551-2560, กรมวิชาการเกษตร-กสิกรรม, จดหมายข่าวผลิใบ | , , | ใส่ความเห็น

เตรียมตั้งรับการแปรปรวนสภาพภูมิอากาศกับการผลิตทุเรียนจังหวัดจันทบุรี

ฉบับที่ 9 ประจำเดือน ตุลาคม  พ.ศ. 2554

http://it.doa.go.th/pibai/pibai/n14/v_9-oct/korkui.html

ผลิใบ ขอคุยด้วยคน
นวลศรี  โชตินันทน์

เตรียมตั้งรับการแปรปรวนสภาพภูมิอากาศกับการผลิตทุเรียนจังหวัดจันทบุรี

          ในปัจจุบันเทคโนโลยีการผลิตทุเรียนให้มีคุณภาพเพื่อให้ตรงตามความต้องการของตลาด ยังไม่สามารถดำเนินการได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์
ยิ่งปัจจุบันนี้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้แก่ ภัยแล้ง พายุ น้ำท่วม  ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล  เกิดขึ้นจนเกษตรกรไม่สามารถปรับตัวได้ทัน

ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา  ประเทศไทยประสบกับความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศในช่วงสัปดาห์เดียวกัน อาจจะมีทั้งสภาพอากาศร้อนจัด
จนเกิดภัยแล้ง   ฝนไม่ตกตามฤดูกาลดังเช่นที่เคยเป็น สลับกับความหนาวเย็นของอากาศ    ซึ่งทำให้ไม่ว่าจะเป็นคนหรือพืชแทบจะปรับตัวไม่ทันต่อ
ความแปรปรวนของสภาพอากาศดังกล่าว     ผลจากการศึกษาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคตของประเทศไทย  โดยศูนย์เครือข่ายงาน
วิเคราะห์วิจัย  และฝึกอบรมการเปลี่ยนแปลงของโลกแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA START RC)     สรุปได้ว่าทิศทางและแนวโน้มการ
เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยในอนาคต  จะเปลี่ยนแปลงในทางที่มีฝนมากขึ้นในเกือบทุกภาคของประเทศ  ส่วนอุณหภูมิสูงสุดและ
ต่ำสุดไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากนัก อาจจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างเห็นได้ชัด และในทางกลับกันจำนวนวันที่อากาศร้อนในรอบปีก็จะเพิ่มมากขึ้น
รวมทั้งความแปรปรวน หรือความแตกต่างระหว่างฤดู หรือในระหว่างปีต่อปีอาจจะเพิ่มสูงขึ้นด้วยเช่นกัน

   

          สำหรับทางด้านการเกษตรนั้น ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนของสภาพภูมิอากาศเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น  จากรายงานโครงการการศึกษารูป
แบบการแปรปรวนภูมิอากาศต่อการผลิตทุเรียนจังหวัดจันทบุรี    ภายใต้โครงการพัฒนา และส่งเสริมความร่วมมือ เครือข่ายนักวิจัยสิ่งแวดล้อมของ
ศูนย์วิจัย และฝึกอบรมด้านสิ่งแวดล้อม   กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม  โดยนางสาวศิริพร  วรกุลดำรงชัย    นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ
ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี กรมวิชาการเกษตรและคณะ     รายงานว่า  การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศมีผลกระทบต่อพืชทั่วโลกหลายชนิด เช่น
ท้อและบ๊วย    ทางภาคใต้ของประเทศฝรั่งเศส ในช่วงปี ค.ศ. 1970-2001  ออกดอกเร็วขึ้น 1-3 สัปดาห์   เชอรี่บานเร็วขึ้น 2.2 วันในช่วง 10 ปี เมื่อ
อุณภูมิสูงขึ้น 1 – 4 องศาเซลเซียส   รวมทั้งยังพบการเปลี่ยนแปลงที่มีต่อผลผลิตข้าวและธัญพืชในประเทศอังกฤษ  อินเดีย  และฟิลิปปินส์   พบว่า
อุณหภูมิสูงขึ้น 1 องศาเซลเซียส    หรือปริมาณน้ำฝนลดลงเนื่องจากปรากฏการณ์เอลนีโนจะส่งผลให้ผลผลิตลดลง   สำหรับทุเรียนในประเทศไทย
จากรายงานของสำนักงานเกษตรจังหวัดจันทบุรี    พบว่า ทุเรียนในจังหวัดจันทบุรีในช่วงปี 2548 และ2550   ออกดอกและเก็บเกี่ยวได้เร็วขึ้นกว่าใน
ปีก่อน ๆ  3-4 สัปดาห์

นอกจากนี้  การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศยังมีผลกระทบต่อการกระจายทางภูมิศาสตร์ของแมลง เพราะอุณหภูมิที่สูงขึ้นจะเร่งให้ช่วง
การเกิดโรคและแมลงเร็วขึ้น  โรคและแมลงจะเกิดขึ้นในวงกว้าง   และมีแนวโน้มขยายตัวจากที่ลุ่มสู่พื้นที่ที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล  จากเส้นศูนย์สูตรสู่
ขั้วโลกเหนือและใต้  จะเห็นได้ว่าทางภาคเหนือของจีนในช่วง 10 ปีนี้ มีแนวโน้มการเกิดโรคและแมลงรุนแรงขึ้น

หาแนวทางแก้ปัญหาและการปรับตัวการผลิตทุเรียน

นางสาวศิริพร วรกุลดำรงชัย  นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ   ได้ทำการศึกษาวิจัยและทดสอบเทคโนโลยีการผลิตทุเรียนให้มีคุณภาพ
เพื่อให้สามารถนำไปปรับใช้ได้กับพื้นที่การผลิตทุเรียนในภาคตะวันออกและแหล่งผลิตทุเรียนที่สำคัญของประเทศ  เพื่อควบคุมปริมาณผลผลิตและ
คุณภาพให้เสถียรภาพได้ในหลายสภาพแวดล้อม หรือสามารถแก้ไขได้ทันต่อเหตุการณ์เมื่อมีปัจจัยแทรกซ้อนต่างๆ เกิดขึ้น รวมทั้งได้ทำการศึกษา
ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศต่อทุเรียนในจังหวัดจันทบุรี      เพื่อศึกษาแนวทางในการแก้ปัญหาผลกระทบทั้งในระยะสั้น  ระยะ
กลาง และระยะยาว รวมทั้งความสามารถในการรองรับและการปรับตัวของการผลิตทุเรียนในจังหวัดจันทบุรีต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ


นางสาวศิริพร วรกุลดำรงชัย

          นางสาวศิริพร กล่าวว่าสภาพภูมิอากาศในช่วงระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมาเทียบกับปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก ความแปรปรวนของ
สภาพอากาศมีรูปแบบที่ไม่แน่นอน ในขณะนี้เรายังไม่สามารถบอกได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อไหร่และจะมีผลกระทบต่อพืชอย่างไร เป็นเรื่องที่เราต้อง
ใช้เวลาในการศึกษาติดตามอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน  เพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีความชัดเจนมากขึ้น  เมื่อประมาณปี 2548 และ 2550    เราสามารถเก็บ
เกี่ยวทุเรียนได้เร็วกว่าปกติ ต้นทุเรียนมีการพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง  แม้มีปัจจัยสภาพภูมิอากาศอากาศที่ไม่เหมาะสมมาแทรกซ้อนในแต่ละขั้นตอน
การพัฒนาการของทุเรียนเกิดขึ้นบ้างแต่ไม่รุนแรง ทำให้ต้นทุเรียนที่มีความสมบูรณ์ต้นดี  พร้อมที่จะออกดอกเมื่อกระทบช่วงแล้ง สามารถออกดอก
ได้ในปริมาณมาก และเป็นดอกรุ่นเดียวกัน การติดผลดี และเป็นผลผลิตทุเรียนที่มีคุณภาพ

ปีการผลิต  2553/2554 ทุเรียนจันทบุรีออกดอกถึง 3 รุ่น

สำหรับในปีการผลิต 2553/2554 เกษตรกรจะทำการเตรียมต้นทุเรียนหลังการเก็บเกี่ยว   เพื่อเตรียมต้นทุเรียนให้พร้อมสำหรับการออกดอก
ตั้งแต่เดือนมีนาคม – ตุลาคม 2553     จากการศึกษาพบว่า  สภาพอากาศในปี 2553   มีอุณหภูมิสูงสุด  และต่ำสุดเฉลี่ย 32.63 และ 24.41 องศา-
เซลเซียส ตามลำดับ  มีปริมาณน้ำฝนรวมรายปี 3,082.1 มิลลิเมตร  ความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ย 80.52 %  ทำให้ทุเรียนแตกใบอ่อน 2-3 รุ่น ในช่วงก่อน
ชักนำให้ออกดอก  ทั้งนี้ เนื่องจากทุเรียนเป็นไม้ผลที่ต้องการช่วงแล้งประมาณ 10-14 วัน ในการชักนำให้ออกดอก  แต่ในช่วงปลายปี 2553 ในช่วง
ปลายเดือนตุลาคม – ธันวาคม 2553  ฝนทิ้งช่วงเร็วมีอากาศหนาวเย็นและแห้งแล้ง     ต้นทุเรียนที่มีความสมบูรณ์ดีพร้อมจะออกดอกได้ แต่ต้นที่ยัง
ไม่พร้อมที่จะออกดอก เมื่อมีฝนตกในช่วงวันที่ 19 พฤศจิกายน และวันที่ 15-16 ธันวาคม 2553   มีปริมาณน้ำฝน 15.20 1.65 และ 3.50 มิลลิเมตร
ตามลำดับ ประกอบกับอุณหภูมิร้อนและหนาวเย็นสลับกัน   และมีน้ำค้างมากในบางวัน  ทำให้การออกดอก และการพัฒนาของดอกชะงัก  ส่งผลให้
ทุเรียนในจังหวัดจันทบุรีปีการผลิต 2553/2554 ออกดอกถึง 3 รุ่น  รุ่นแรกออกดอกประมาณ  วันที่ 10 พฤศจิกายน 2553   มีปริมาณดอกมากที่สุด
60%   รุ่นที่สองออกดอกประมาณวันที่ 10 ธันวาคม 2553  ปริมาณดอก 30%  รุ่นที่ 3 ออกดอกวันที่ 10 มกราคม 2554 ปริมาณดอก 10% โดยจะ
เห็นว่าปีนี้จะมีผลผลิตทุเรียนออกสู่ตลาดประมาณเดือนมีนาคมเป็นต้นมา   ซึ่งเร็วกว่าปีก่อนๆ    ทุเรียนปีนี้มีผลผลิตทยอยออก 3 รุ่น   แต่คุณภาพดี
กล่าวได้ว่าปีนี้เป็นปีทองของทุเรียน    เพราะปริมาณผลผลิตทุเรียนออกกระจายตัวตั้งแต่เดือนมีนาคม – มิถุนายน    ไม่ออกสู่ตลาดมากในช่วงเวลา
เดียวกัน ทำให้ราคาทุเรียนในปีนี้ค่อนข้างสูง นางสาวศิริพรกล่าว

   
ดอกทุเรียนในช่วงเริ่มออกดอก                               ทุเรียนทะยอยออก 3 รุ่น

ปีนี้มังคุดมีปัญหา

มังคุด  เป็นผลไม้ที่ต้องการช่วงแล้งในการชักนำออกดอกยาวนานกว่าทุเรียนประมาณ 20-30 วันขึ้นไป   เมื่อมีฝนตกมาเป็นระยะๆทำให้ช่วง
แล้งในการชักนำการออกดอกของมังคุดไม่มากพอ  ประกอบกับปีนี้อากาศร้อนสลับหนาวเย็นเป็นช่วงๆ     ส่งผลให้มังคุดในภาคตะวันออกดอกค่อน
ข้างล่าช้า ปีการผลิต 2553/2554 มังคุดออกดอกล่าช้ามากในราวเดือนกุมภาพันธ์ โดยปกติมังคุดจะออกดอกประมาณเดือนธันวาคม จึงมีผลกระทบ
ต่อคุณภาพของมังคุดเนื่องจากต้องไปเก็บเกี่ยวในช่วงฤดูฝน ทำให้ผลผลิตมังคุดในปีนี้มีแนวโน้มที่จะมีเกิดอาการเนื้อแก้วยางไหลมาก

   
ผลมังคุดที่มีอาการเนื้อแก้วยางไหลภายในผล     ผลมังคุดที่มาจากดอกเดี่ยว โตเร็ว ผลมีขนาดใหญ่

          นางสาวศิริพร อธิบายว่า มังคุดในปีการผลิต 2553/2554  มีปัญหาค่อนข้างมาก เนื่องจากต้น มังคุดถูกอั้นที่จะออกดอกมาเป็นเวลานาน เมื่อ
ได้รับอากาศที่เหมาะสม  จึงออกดอกมาเต็มต้น    แต่จะออกดอกเป็นกระจุกเหมือนดอกโป๊ยเซียน   และติดผลค่อนข้างมาก  ทำให้ผลค่อนข้างเล็ก
“ตอนนั้นชาวสวนมังคุดค่อนข้างหนักใจ  กังวลว่ามังคุดจะไม่ออกดอก  การจัดการสวนค่อนข้างยาก  ชาวสวนจะให้น้ำบ้าง หยุดบ้าง จึงมีบางต้นออก
ดอกเป็นบางส่วน บางสวนเกษตรกรให้น้ำมากเกินไป มังคุดแตกใบอ่อนทั้งต้น ฝนก็ตกลงมาไม่สม่ำเสมอ สภาพอากาศที่แปรปรวนเช่นนี้ชาวสวนไม่
เคยประสบมาก่อน  จึงไม่รู้ว่าควรจะจัดการอย่างไร  พอให้น้ำเสร็จฝนตก รอบของฤดูกาลเปลี่ยนแปลงตลอด ” นางสาวศิริพร  กล่าวว่าสภาพอากาศ
แบบนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน เกิดขึ้นแล้วก็กลับมาเข้าสู่ฤดูปกติ  แต่ปีการผลิต 2553/2554 นี้   เราได้เห็นการแปรปรวนของสภาพอากาศอย่าง
ชัดเจน ฤดูกาลคลาดเคลื่อนไปหมด   ฤดูหนาวก็มีฝนตก ฤดูร้อนก็มีฝนตก   ความแปรปรวนที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้นี้  ทำให้การจัดการสวนไม้ผล
ยากขึ้นเรื่อยๆ

   
ผลมังคุดที่ติดเป็นกระจุก

          งานวิจัยการแปรปรวนของสภาพอากาศ ในเบื้องต้นจะทำการศึกษาชนิด และลักษณะการแปรปรวนของสภาพอากาศ  เพื่อจะได้ทราบว่าการ
เปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศมีผลกระทบต่อการผลิตทุเรียนอย่างไร ดังนั้น จึงต้องมีการบันทึกข้อมูลที่เกิดขึ้นในแต่ละปีเพื่อศึกษาแนวโน้มที่จะ
เกิดขึ้น เป็นแบบนี้จะมีผลกระทบต่อทุเรียนในช่วงไหนบ้าง  ถ้าเกิดสภาพอากาศแห้งแล้งแล้วมีฝนตกลงมา ทำให้ทุเรียนแตกใบอ่อน หรือทุเรียนดอก
กำลังบาน  เกิดมีฝนทำให้ไม่เกิดการผสมเกสร หรือในช่วงติดผล ผลก็จะร่วง เหล่านี้เป็นต้น    ดังนั้น  จึงมีความจำเป็นที่จะต้องทำการศึกษาเกี่ยวกับ
ปัจจัยสภาพภูมิอากาศ ได้แก่ อุณหภูมิร้อน เย็น ฝนตกมาก ตกน้อย รวมถึงความชื้นสัมพัทธ์  มีผลกระทบต่อการผลิตทุเรียนอย่างไร เช่น หนาวมาก
เกินไปดอกจะไม่บาน ร้อนมากเกินไปดอกอาจจะร่วง   ต้องศึกษาสิ่งเหล่านี้  และเก็บข้อมูลไปเรื่อยๆ  เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับใช้ประกอบการพิจารณา
ว่า  ถ้าเกิดปัญหาแบบนี้จะมีวิธีการปรับตัวหรือจัดการสวนได้อย่างไร  จึงจะได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

งานวิจัยของเราอยู่ในระยะเริ่มต้น  นาวสาวศิริพร บอก โดยพยายามศึกษาข้อมูลจากอดีต    ซึ่งเป็นข้อมูลจากรมอุตุนิยมวิทยา  ในช่วงระยะ
เวลา 30 ปีที่ผ่านมา    ดูแนวโน้มการเปลี่ยนอุณหภูมิ  ปริมาณน้ำฝน  ความชื้นสัมพัทธ์   ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญที่มีผลกระทบต่อการผลิตทุเรียนทั้งนั้น
แล้วนำผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในอดีตนั้น มาเป็นบทเรียนสำหรับในปัจจุบันและอนาคต   ที่มีแนวโน้มว่าการเปลี่ยนแปลงของสภาพ
ภูมิอากาศในจังหวัดจันทบุรีจะมีอุณหภูมิที่สูงขึ้น  และปริมาณน้ำฝนสูงขึ้นด้วย

   
การชักนำการออกดอกมังคุด โดยการงดการให้น้ำจนข้อเหี่ยว

อยากจะบอกอะไรกับชาวสวน

ชาวสวนต้องเรียนรู้และยอมรับว่าในปัจจุบัน   พวกเรากำลังเผชิญกับสภาพการแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ  ถ้าเป็นไปได้อยากให้ชาวสวน
หมั่นสังเกตและจดบันทึกการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศในทุกๆ ปี  สิ่งที่อยากจะบอกอีกเรื่อง  คือ ชาวสวนทุเรียนและมังคุดต้องพยายามเตรียม
ต้นหลังจากการเก็บเกี่ยวให้พร้อมทันที  โดยการตัดแต่งกิ่งและใส่ปุ๋ย    เพื่อฟื้นฟูความสมบูรณ์ของต้นให้กลับคืนมาโดยเร็วที่สุด  และทำให้ต้นแตก
ใบอ่อนจะเป็นใบใหม่ที่จะสร้างอาหาร และพร้อมที่จะออกดอกและเลี้ยงลูกต่อไป  ถ้าชาวสวนละเลยตรงนี้  เมื่อสภาพแวดล้อมเหมาะสมมาถึงจะเสีย
โอกาสในการทำให้ต้นไม้ออกดอก     เราต้องระลึกว่าความเสี่ยงจะเกิดขึ้นเรื่อยๆ   เราจะต้องตั้งรับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศในอนาคตด้วย
ความไม่ประมาท  “เราจะต้องติดตามความแปรปรวนของสภาพอากาศและความเปลี่ยนแปลงของพืชอย่างน้อย 5 ปี และอย่างต่อเนื่อง  เหตุการณ์ที่
เกิดขึ้นปีที่แล้วคงจะไม่ยุติเพียงแค่นี้ คงจะมากขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต   จะต้องรวบรวมความรู้โดยผนวกงานวิจัยที่มีอยู่กับประสบการณ์จากชาวสวนที่มี
ประสบการณ์และเคยแก้ปัญหาตรงนี้ได้ เพื่อนำมาเผยแพร่แก่เกษตรกรต่อไป” นางสาวศิริพร กล่าวในที่สุด

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  นางสาวศิริพร  วรกุลดำรงชัย   นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ   ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี
โทร. 0-3939-7030, 0-3939-7146

 

กรมวิชาการเกษตร ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทรศัพท์ : 0-2561-2825, 0-2940-6864
โทรสาร : 0-2579-4406

เมษายน 28, 2012 Posted by | 2551-2560, กรมวิชาการเกษตร-กสิกรรม, จดหมายข่าวผลิใบ | , , | ใส่ความเห็น

ติวเข้มชาวสวน’ทุเรียนนนท์’ก่อนส่งคืนต้นพันธุ์สู่แหล่งเดิม

ติวเข้มชาวสวน’ทุเรียนนนท์’ก่อนส่งคืนต้นพันธุ์สู่แหล่งเดิม

 ติวเข้มชาวสวน ‘ทุเรียนนนท์’ ก่อนส่งคืนต้นพันธุ์สู่แหล่งเดิม : สกู๊ป เกษตร

          กรมวิชาการเกษตรติวเข้มชาวสวน “ทุเรียนนนท์” ก่อนส่งคืนต้นพันธุ์สู่แหล่งปลูกเดิม 2.5 หมื่นต้น ในเดือน มิ.ย.-ส.ค.นี้ เตรียมพร้อมเสริมศักยภาพการจัดการผลิตทุเรียนพันธุ์ดั้งเดิม เร่งฟื้นฟูอาชีพเกษตรกร

นายจิรากร โกศัยเสวี อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ระหว่างรอส่งมอบพันธุ์ทุเรียนดั้งเดิมของ จ.นนทบุรี คืนสู่แหล่งปลูกของเกษตรกรจำนวน 2.5 หมื่นต้น ในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2555 นี้ กรมวิชาการเกษตรได้นำชาวสวนทุเรียน จ.นนทบุรี ที่ประสบปัญหาอุทกภัยภายใต้โครงการกู้วิกฤติสวนไม้ผลพันธุ์ดีเฉพาะท้องถิ่นที่ประสบอุทกภัย ไปศึกษาเรียนรู้เทคโนโลยีการผลิตทุเรียนที่ดีและเหมาะสมที่ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี ซึ่งได้เก็บกู้ยอดพันธุ์ทุเรียนนนท์มาเสียบยอดไว้ก่อนน้ำท่วม จำนวน 16 พันธุ์ ในแปลงอนุรักษ์พันธุกรรมและรวบรวมพันธุ์ทุเรียนของโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ (อพ.สธ.) ที่มีทุเรียนพันธุ์โบราณและพันธุ์การค้ารวมกว่า 500 พันธุ์

อธิบดีกรมวิชาการเกษตรกล่าวอีกว่า สำหรับพันธุ์ทุเรียน จ.นนทบุรี ที่กรมวิชาการเกษตรได้เก็บกู้ยอดพันธุ์และเสียบยอดติดแล้วมี 16 พันธุ์ รวม 191 ต้นพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์สาวน้อยเรือนงาม ฝอยทอง กบจำปา เจ้าเงาะ กบตาเหมย กระดุมสีนาค กบสีนวล กบตาเฒ่า แดงรัศมี แดงรัศมี (สว่างจิตร) กะเทยเนื้อเหลือง กบพวง ทองย้อยฉัตร กำปั่นเจ้ากรม ลวงหางสิงห์ กบหัวสิงห์ นกหยิบ และกระดุมเขียว

“ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งขยายพันธุ์เพื่อเพิ่มปริมาณมากขึ้น และเตรียมส่งกลับคืนให้แก่เกษตรกรจำนวน 2.5 หมื่นต้น เบื้องต้นคาดว่าจะสามารถฟื้นฟูแหล่งปลูกเดิมได้ประมาณ 1,000 ไร่ อีกทั้งยังจะสนับสนุนแหล่งพันธุ์ที่เชื่อถือได้จากเรือนเพาะชำที่ให้ยอดพันธุ์จากแปลงที่ผ่านการรับรองจีเอพี จากกรมวิชาการเกษตร เพื่อสนับสนุนพื้นที่ที่เหลือ 1,000 ไร่ และสนับสนุนข้อมูลการตรวจสอบพันธุ์แท้ด้วยเทคนิคทางวิทยาศาสตร์ เพื่อใช้ประกอบในการเลือกยอดพันธุ์ทุเรียนสำหรับขยายพันธุ์ด้วย” นายจิรากรกล่าวและว่า

สำหรับยอดพันธุ์ชุดแรกจำนวน 7,842 ต้น จะสามารถส่งมอบให้เกษตรกรชาวสวนทุเรียนนนทบุรีได้ประมาณปลายเดือนมิถุนายนนี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเสียบยอดและขยายพันธุ์ชุดที่สองประมาณ 30-40 พันธุ์ จำนวน 2.4 หมื่นต้น คาดว่าต้นพันธุ์ที่ผลิตได้จะสามารถส่งมอบให้เกษตรกรได้ภายในเดือนสิงหาคม 2555

———-

(หมายเหตุ : ติวเข้มชาวสวน ‘ทุเรียนนนท์’ ก่อนส่งคืนต้นพันธุ์สู่แหล่งเดิม : สกู๊ป เกษตร)

———-

เมษายน 20, 2012 Posted by | คมชัดลึก, เกษตร_ | , , , , , , | ใส่ความเห็น

ติวเข้มชาวสวนทุเรียนนนท์ ก่อนส่งคืนต้นพันธุ์สู่แหล่งเดิม

http://www.thairath.co.th/content/edu/252385

12 เมษายน 2555, 05:45 น.

Pic_252385

นายจิรากร โกศัยเสวี อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กรมวิชาการเกษตรได้นำชาวสวนทุเรียนจังหวัดนนทบุรี ที่ประสบปัญหาอุทกภัยเข้าศึกษาเรียนรู้เทคโนโลยีการผลิตทุเรียนที่ดีและเหมาะสมที่ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี โดยศูนย์ดังกล่าวได้เก็บกู้ยอดพันธุ์ทุเรียนนนท์มาเสียบยอดไว้ก่อนน้ำท่วม จำนวน 16 พันธุ์ พร้อมศึกษาดูงานในแปลงอนุรักษ์พันธุกรรม และรวบรวมพันธุ์ทุเรียนของโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ (อพ.สธ.) ที่มีทุเรียนพันธุ์โบราณและพันธุ์การค้ารวมกว่า 500 พันธุ์

ทั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ชาวสวนทุเรียนจังหวัดนนทบุรีได้เรียนรู้ด้านการผลิตต้นพันธุ์ การปรับปรุงพันธุ์ และเรียนรู้เทคโนโลยีการผลิตทุเรียนเพื่อนำไปปรับใช้ในแปลงของตนเอง ซึ่งจะช่วยยกระดับประสิทธิภาพการผลิตสูงขึ้น ยังเป็นการเปิดโอกาสให้เกษตรกรได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์การผลิตทุเรียนกับนักวิจัยและชาวสวนทุเรียน โดยเฉพาะการจำแนกสายพันธุ์และอนุรักษ์พันธุ์ทุเรียน ตลอดจนเทคโนโลยีการผลิตทุเรียนให้มีคุณภาพ

สำหรับพันธุ์ทุเรียนที่กรมได้เก็บกู้ยอดได้แก่ พันธุ์ สาวน้อยเรือนงาม กบจำปา เจ้าเงาะ กบตาเหมย กระดุม-สีนาค กบสีนวล กบตาเฒ่า แดงรัศมี แดงรัศมี (สว่างจิตร) กะเทยเนื้อเหลือง กบพวง ทองย้อยฉัตร กำปั่น-เจ้ากรม ลวงหางสิงห์ กบหัวสิงห์ และกระดุมเขียว โดยยอดพันธุ์ชุดแรกจำนวน 7,842 ต้น จะสามารถส่งมอบให้เกษตรกรชุดแรกในช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเกษตร
  • 12 เมษายน 2555, 05:45 น.

เมษายน 12, 2012 Posted by | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

การศึกษาต้นตอที่ต้านทานต่อโรครากเน่าและโคนเน่าของทุเรียน

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=001516&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: สามารถ จิตนาวสาร; ขจรศักดิ์ ภวกุล
ชื่อเรื่อง: การศึกษาต้นตอที่ต้านทานต่อโรครากเน่าและโคนเน่าของทุเรียน
Article title: Studies on resistance to phytophthora root rot collor rot of durio root stock
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการ ครั้งที่ 15 สาขาพืช มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กรุงเทพมหานคร 2519: รวมเรื่องย่อ
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2519
หน้า: หน้า 23
จำนวนหน้า: 90 แผ่น
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก581 2519)
หมวดหลัก: F30-Plant genetics and breeding
หมวดรอง: H20-Plant diseases
F02-Plant propagation
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: DURIO ZIBETHINUS, ROOTSTOCKS, ROTS, VARIETIES, DISEASE RESISTANCE, PHYTOPHTHORA PALMIVORA
ดรรชนี-ไทย: ทุเรียน, ต้นตอ, โรครากและโคนเน่า, พันธุ์, ความต้านทานโรค, PHYTOPHTHORA PALMIVORA
หมายเลข: 001516 KC1501023
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

เมษายน 10, 2012 Posted by | ประชุมวิชาการ, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, สาขาพืชและชีววิทยา | , , , , , , , , , , , | ใส่ความเห็น

เตรียมรับผลไม้ใต้ออกตลาด สศข.9เกาะติดสถานการณ์”ทุเรียน-มังคุด-เงาะ-ลองกอง”คาดปีนี้ผลผลิตลด

http://www.naewna.com/news.asp?ID=306767

วันที่ 30/3/2012

สศข. 9 ร่วมกับสำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 5 สงขลา เตรียมพร้อมรับมือฤดูผลผลิตผลไม้เศรษฐกิจภาคใต้ออกสู่ตลาด จัดประชุมคณะทำงานติดตามสถานการณ์ผลผลิตไม้ผล 4 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง คาดปริมาณผลผลิตปีนี้น้อยกว่าที่ผ่านมา

 นายธรณิศร กลิ่นภักดี ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเขต 9 สงขลา (สศข.9) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงการดำเนินงานร่วมกับสำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 5 สงขลา บูรณาการจัดประชุมคณะทำงานสำรวจข้อมูลไม้ผลเศรษฐกิจภาคใต้ ครั้งที่ 1/2555 เมื่อวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสงขลา เพื่อพิจารณาข้อมูลพยากรณ์ไม้ผลเศรษฐกิจภาคใต้ปี 2555 ซึ่งสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรได้ดำเนินการจัดทำขึ้นสำหรับเป็นข้อมูลประกอบการจัดทำแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาผลไม้ระดับจังหวัด โดยคณะทำงานสำรวจข้อมูลไม้ผลเศรษฐกิจภาคใต้ มีผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 5 เป็นประธานคณะทำงาน และมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ร่วมเป็นคณะทำงานฯ เพื่อสำรวจและปรับปรุงข้อมูลการสำรวจ พื้นที่การผลิต และประมาณการผลผลิตล่วงหน้าของผลไม้เศรษฐกิจ 4 ชนิดได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง และติดตามรายงานสถานการณ์ปัญหาและราคาผลผลิตในฤดูการเก็บเกี่ยวผลไม้

 ทั้งนี้ จากการพิจารณาข้อมูลไม้ผล คาดว่าผลผลิตจะลดลง เนื่องจากขณะนี้เริ่มมีฝนตกในพื้นที่ ทำให้การออกดอกน้อยลง อย่างไรก็ตาม คณะทำงานสำรวจข้อมูลไม้ผลเศรษฐกิจภาคใต้ ได้จะเตรียมลงสำรวจข้อมูลการผลิตต้นฤดู ในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคมนี้และจะติดตามสถานการณ์ระหว่างปีช่วงออกผลผลิตช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2555 หลังจากนั้นคณะทำงานฯจะดำเนินการนำเสนอข้อมูลไม้ผลสำหรับเป็นข้อมูลเอกภาพรายงานต่อคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ต่อไป

มีนาคม 30, 2012 Posted by | สิ่งแวดล้อม, เกษตร, เกษตร-สิ่งแวดล้อม, แนวหน้า | , , , , , , , , , , , | ใส่ความเห็น

ฤทธิ์ป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหารและลดความดันโลหิตในผลไม้ไทย

http://www.medplant.mahidol.ac.th/active/shownews.asp?id=614

ย่อยข่าวงานวิจัย

ฤทธิ์ป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหารและลดความดันโลหิตในผลไม้ไทย

เมื่อป้อนสารสกัดเอทานอลของมะม่วง (พันธุ์น้ำดอกไม้) ทุเรียน (พันธุ์หมอนทอง) เงาะ (พันธุ์โรงเรียน) และกล้วย (พันธุ์หอมทอง) ให้หนูแรทก่อนการเหนี่ยวนำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารโดยทำให้เกิดความเครียดโดยการแช่ในน้ำ กินในขนาด 500 มก./กก. พบว่าสารสกัดเอทานอลของมะม่วง (พันธุ์น้ำดอกไม้) ทุเรียน (พันธุ์หมอนทอง) เงาะ (พันธุ์โรงเรียน) และกล้วย (พันธุ์หอมทอง) สามารถป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหารได้ 42, 55, 39 และ 58% ตามลำดับ นอกจากนี้สารสกัดเอทานอลของมะม่วง ทุเรียน เงาะ และกล้วย ขนาด 100 มก./กก. สามารถลดความดันเฉลี่ยของหลอดเลือดแดงได้ 30, 53, 50 และ 21% ตามลำดับ การศึกษาในครั้งนี้สรุปได้ว่าสารสกัดเอทานอลของมะม่วง ทุเรียน เงาะ และกล้วย ขนาด 500 มก./กก. และ 100 มก./กก. สามารถป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร และลดความดันหลอดเลือดแดงในหนูแรทได้ตามลำดับ

International Conference “Thai-Fruits-Functional Fruits” THAIFEX World of Food Asia 2010,July 1-2 2010,Bangkok,Thailand


หน่วยบริการฐานข้อมูลสมุนไพร สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ถนนศรีอยุธยา พญาไท กทม. 10400 Tel. 0-2644-8677-91 ต่อ 5305, 5316

มีนาคม 15, 2012 Posted by | ข้อมูลสมุนไพร, ย่อยข่าวงานวิจัย | , , , , , | ใส่ความเห็น

ความสัมพันธ์ระหว่างความยาวของก้านเกสรและหลอดละอองเกสรของทุเรียน

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=000510&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: ไพโรจน์ ผลประสิทธิ์
ชื่อเรื่อง: ความสัมพันธ์ระหว่างความยาวของก้านเกสรและหลอดละอองเกสรของทุเรียน
Article title: Effect of style length on the growth of durian pollen tube
ชื่อเอกสาร : รายงานการประชุมทางวิชาการเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 5 สาขาพืชและชีววิทยา สาขาสัตว์ และสาขาเศรษฐศาสตร์เกษตร ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน 2-4 กุมภาพันธ์ 2509
Source title : Proceedings of national conference on Agricultural Science fifth session: Plant and Biological Science, Animal Science and Agricultural Economics
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2509
หน้า: หน้า 157-159
จำนวนหน้า: 754 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก58 2509)
หมวดหลัก: F63-Plant physiology – Reproduction
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: DURIO ZIBETHINUS, POLLEN TUBES, GYNOECIUM, LENGTH, GROWTH
ดรรชนี-ไทย: ทุเรียน, ก้านเกสร, หลอดละอองเกสร, ความยาว, ความงอก
หมายเลข: 000510 KC0501043
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

กุมภาพันธ์ 17, 2012 Posted by | ประชุมวิชาการ, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, สาขาพืชและชีววิทยา | , , , , , , , , , , | ใส่ความเห็น