ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

“นกกระจิบ” ทุเรียนที่ถูกลืม ก่อนจะมาเป็นของดีเมืองระยอง กันยายน 7, 2012

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05046150655&srcday=2012-06-15&search=no

วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2555 ปีที่ 24 ฉบับที่ 529

คนรักผัก 

สุมิตรา จันทร์เงา

“นกกระจิบ” ทุเรียนที่ถูกลืม ก่อนจะมาเป็นของดีเมืองระยอง

“สวนคุณไพบูลย์” ที่ระยอง น่าจะเป็นสวนผลไม้ในฝันอีกแห่งหนึ่งที่ชาวสวนทุกคนอยากเดินตามรอย

ทั้งในแง่ความสำเร็จ มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ ทั้งในเรื่องรายได้จากการขายผลผลิตอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

ฉันมีโอกาสผ่านทางมารู้จักสวนผลไม้แห่งนี้ ก็เพราะทุเรียนชื่อแปลกพันธุ์หนึ่ง

“นกกระจิบ”

ตอนที่ได้ยินเพื่อนรัก คือ คุณปรีชา อภิวัฒนกุล พูดถึงชื่อทุเรียนพันธุ์นี้ ฉันยังงงๆ อยู่เลย

คุณปรีชาเป็นอดีตนักสื่อสารมวลชนเพื่อนเคยร่วมงานกันมาในยุคที่ฉันเพิ่งเป็นนักข่าวใหม่ๆ ต่อมาต่างคนต่างเติบโตเป็นแม่น้ำแยกสาย ไผ่แยกกอ หลังจากผ่านประสบการณ์เป็นลูกจ้างมาหลายรูปแบบ ในที่สุดเขาก็ผันตัวเองมาเป็นเจ้าของธุรกิจงานโฆษณาประชาสัมพันธ์ บริษัท คลิกแอนด์คลิก ที่กำลังโตวันโตคืน

คุณปรีชากับฉันเป็นคนพันธุ์เดียวกัน เราต่างรักต้นไม้ใบหญ้า นิยมธรรมชาติ ชอบจัดสวน ปลูกต้นไม้เสาะหาพันธุ์ไม้แปลกมาให้กันหรือเล่าสู่กันฟัง นอกจากนั้น ยังชอบรับประทานผัก ผลไม้ เวลามีอะไรที่น่าสนใจทำนองนี้เรามักจะบอกกล่าวกันเสมอ

ระยะหลัง คุณปรีชาเป็นขุมข้อมูลสำคัญทางด้านวิชาการเกี่ยวกับการเกษตร มีอะไรติดข้องสงสัย เขาจะมีแหล่งข้อมูล เสาะหาคำตอบมาให้ได้แทบทุกเรื่อง กลายเป็นพจนานุกรมการเกษตรเคลื่อนที่ได้สำหรับเพื่อนๆ ถูกใจพวกเรานักหนา

ตอนที่พวกเราตัดสินใจไปเที่ยวสวนเกษตรในฝันของ พี่พัชร พุ่มพวง นั้น คุณปรีชาเป็นคนประสานจัดการเรื่องรถราและการเดินทางทั้งหมด บังเอิญเส้นทางไปเที่ยวสวนผลไม้ของพี่พัชรอยู่ในเส้นทางเดียวกันกับสวนคุณไพบูลย์ เขาเลยถือโอกาสชวนพวกเราแวะชิม “ทุเรียนนกกระจิบ” ที่กำลังให้ผลผลิตเต็มที่ในสวนแห่งนี้พร้อมกันเสียเลย

ขอสารภาพว่าตอนที่ยังไม่เห็นหน้าตาทุเรียนพันธุ์นี้ นึกไม่ออกหรอกค่ะว่ามันเป็นยังไง ตามประสาคนไกลสวน เป็นลูกหลานตระกูลชาวนา มิใช่ชาวสวน รู้จักผลไม้ก็เฉพาะตอนที่มันสุกพร้อมรับประทานเป็นส่วนใหญ่ แยกแยะไม่ออกหรอกว่าหน้าตาแต่ละพันธุ์มันต่างกันยังไง โดยเฉพาะเรื่องทุเรียน

นึกออกแค่ว่าเป็นผลไม้เปลือกแข็ง มีหนามแหลมคม โดนตำแล้วเจ็บปวดนัก แล้วยังปอกยากเหลือเกิน แม้จะอร่อยเลิศแต่กลิ่นก็รุนแรงถึงขั้นพิฆาตคนบางคนได้ แถมเวลารับประทานยังต้องมองหาผลไม้ราชินีคู่บัลลังก์ราชาคือ “มังคุด” มาไว้รับประทานด้วยกันเพื่อดับพิษร้อน

ยุ่งยากไหมล่ะท่าน?

ดังนั้น นกกระจิบก็นกกระจิบเหอะ นึกไม่ออกเลยจริงๆ ว่าจะหน้าตาต่างไปจากทุเรียนหมอนทอง ชะนี ที่เห็นเกลื่อนตลาดได้อย่างไร

บ่ายแก่แล้วตอนที่เราเคลื่อนขบวนออกจากสวนเกษตรในฝันของพี่พัชร แต่ใช้เวลาเดินทางประมาณครึ่งชั่วโมงก็มาถึงสวนคุณไพบูลย์

เจ้าของสวนชื่อเต็มๆ ว่า คุณลุงไพบูลย์ อรัญนารถ อยู่บ้านเลขที่ 21 หมู่ที่ 4 ตำบลนาตาขวัญ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง หาไม่ยากเลย ว่าไปแล้วก็เหมือนเป็นสวนผลไม้อยู่กลางเมืองเลยทีเดียวเชียว

ทันทีที่ผ่านเข้าไปในสวนผลไม้แห่งนี้ก็สัมผัสได้ทันทีว่าเป็นสวนที่แตกต่างจากสวนผลไม้ทั่วไป ตั้งแต่การจัดแต่งทางเข้าอย่างร่มรื่น สวยงาม เขียวขจีด้วยหมู่ไม้นำสายตาอย่างเป็นระเบียบเข้าสู่ด้านในสวนที่มีร้านค้าขนาดย่อมเป็นศูนย์รวมของผลผลิตประดามี รวมไปถึงผลไม้แปรรูปและของที่ระลึกอื่นๆ

ทันทีที่ลงจากรถตู้ พวกเราก็ตื่นตะลึงกับทุเรียนลูกเล็กกระจิ๋วหลิว บางลูกเล็กมาก ราวกับเป็นผลไม้ของเล่น

ทุเรียนเหล่านี้วางเรียงรายเป็นกองโตอยู่บนพื้นกระดานบ้าง บนร้านที่ยกพื้นขึ้นสูงระดับเอวบ้าง มีกลิ่นกรุ่นหอมโชยชายบางเบา

“นี่ไงทุเรียนนกกระจิบ” คุณปรีชายิ้มพรายบอกพวกเราทุกคนที่กำลังตื่นเต้นกับความรู้สึกแปลกใหม่เหมือนเด็กๆ

ช่วงที่ไปถึงนั้นคุณลุงไพบูลย์ลงสวนไปตัดทุเรียนอยู่ เราได้พบกับ คุณสุภาภรณ์ อรัญนารถ ลูกสาวที่เป็นหัวแรงใหญ่ขับเคลื่อนกิจการสวนผลไม้แทนคนในครอบครัวขณะนี้

คุณสุภาภรณ์เล่าให้ฟังว่า ทุเรียนนกกระจิบนั้นเป็นทุเรียนพันธุ์เก่าแก่ดั้งเดิมของจังหวัดนนทบุรี คนในสมัยก่อนนิยมรับประทานทุเรียนพันธุ์นี้กันแพร่หลายมากเพราะมีรสชาติดี เนื้อในเมื่อสุกเป็นสีเหลืองอ่อน มีกลิ่นหอมกำลังดี ไม่ฉุนจัด เนื้อไม่แฉะหรือเละ รสหวานปนมันกลมกล่อม ไม่หวานแหลมโดยเฉพาะขณะที่เนื้อยังห่ามๆ จะกรอบและหวานมัน มีเมล็ดลีบ ให้เนื้อเยอะ แม้จะมีลูกขนาดเล็ก น้ำหนักผลราว 1 กิโลกรัม แต่เปลือกบางมาก ปอกง่าย ให้เนื้อเต็มผลคุ้มค่า จึงเป็นที่นิยมมากในเวลานี้

ทุเรียนนกกระจิบในสวนคุณไพบูลย์ ผลผลิตจะออกก่อนและหมดก่อนทุเรียนพันธุ์อื่น

ไม่มีใครทราบว่าเหตุใดทุเรียนนกกระจิบจึงเสื่อมความนิยมจากสวนเมืองนนท์ กลายเป็นทุเรียนที่ถูกลืมไปเลย หลังจากชาวสวนหันมาปลูกทุเรียนในเชิงธุรกิจมากขึ้น มุ่งแสวงหาพันธุ์ยอดนิยม เพื่อสร้างมูลค่าเป็นหลัก เช่น หมอนทอง หรือก้านยาว เพราะสามารถขายได้ราคาดี รวมทั้งมีลูกใหญ่เวลาชั่งได้น้ำหนักเยอะจึงทำให้ทุเรียนโบราณรวมถึงทุเรียนนกกระจิบก็ค่อยๆ หายไปจากสวนทุเรียนไทยริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

เรียกได้ว่าสวนทุเรียนเมืองนนท์แทบจะไม่มีนกกระจิบเหลืออยู่เลยด้วยซ้ำไป ปล่อยให้หมอนทองกับก้านยาวสร้างชื่อขึ้นมาแทน จนกลายเป็นเอกลักษณ์ทุเรียนราคาแพงลิบของสวนทุเรียนเมืองนนท์ไปแล้ว

จนกระทั่งสวนคุณไพบูลย์ได้นำทุเรียนนกกระจิบมาปลูกในเชิงธุรกิจอีกครั้ง เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ด้วยความชื่นชอบในรสชาติที่คล้ายกับทุเรียนพันธุ์กระดุมผสมกับหมอนทอง โดยไปได้พันธุ์ทุเรียนมาจากคนใกล้บ้าน ขั้นแรกภรรยานำมาปลูกไม่กี่ต้น แล้วค่อยขยายเพิ่มขึ้นมาเรื่อย จนใน พ.ศ. 2553 นับได้ถึง 300 ต้น ในเนื้อที่กว่า 50 ไร่

การย้อนกลับไปหาคุณค่าเก่าๆ ของทุเรียนโบราณทำให้สวนทุเรียนแห่งนี้พลิกฟื้นคืนชีวิตลืมตาอ้าปากขึ้นมาได้อีกครั้ง แต่กว่าจะผ่านอุปสรรคมาได้ก็ลำบากเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน เพราะพ่อค้าคนกลางไม่รู้จักและไม่ให้ราคากับทุเรียนพันธุ์ลูกเล็กนี้เลย ตอนที่ผลผลิตออกมาใหม่ๆ ขายได้กิโลกรัมละไม่กี่บาทเท่านั้น ทำท่าจะเจ๊งเอาง่ายๆ

เดือดร้อนถึงคุณสุภาภรณ์ อรัญนารถ ผู้เป็นลูกสาวทำงานอยู่กรุงเทพฯ ต้องโดดลงมาช่วยหาวิธีกู้ชีวิตให้สวน เธอได้ข้อสรุปสั้นๆ ว่า ถ้ายังปล่อยให้กลไกการตลาดที่มีพ่อค้าคนกลางเป็นผู้ควบคุมราคา จะไม่มีวันที่เกษตรกรชาวสวนจะขายผลผลิตได้ราคาอย่างแน่นอน จึงคิดว่าทำอย่างไรที่จะให้หลุดพ้นจากวงจรพ่อค้าคนกลาง

คุณสุภาภรณ์เป็นคนรุ่นใหม่ เข้าใจกลไกของตลาด มีความรู้ความเข้าใจในโลกของทุนอย่างดี เธอจึงคิดการใหญ่แบบที่ชาวสวนทั่วไปคิดกันไม่ถึง

“ลองหาตลาดที่เป็นเป้าหมาย แล้วกำหนดราคาที่พอใจเองเลย”

การทดลองเริ่มขึ้นโดยเธอทิ้งงานประจำออกไปมองหาทำเลขายปลีกผลผลิตจากสวนผลไม้ของครอบครัวด้วยตัวเอง สุดท้ายได้เช่าร้านที่ห้างเสรีเซ็นเตอร์ แล้วเอาทุเรียนพันธุ์นกกระจิบมาวางขายด้วยตนเอง กำหนดราคาของเธอเองโดยไม่สนใจว่าราคาทุเรียนพันธุ์อื่นๆ จะถูกหรือแพงอย่างไรในตอนนั้น

แล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เป็นจริง คุณสุภาภรณ์เริ่มกำหนดราคาทุเรียนนกกระจิบของเธอที่กิโลกรัมละ 90 บาท ซึ่งแพงกว่าหมอนทอง และพันธุ์ยอดนิยมอื่นๆ แบบเทียบกันไม่ติด

แต่เพราะนี่คือ “ทุเรียนพันธุ์นกกระจิบ”

แล้วนกกระจิบนี่มันเป็นยังไงล่ะ? ลูกค้ามีคำถาม เจ้าของสวนก็มีคำตอบให้

เป็นคำตอบที่ทำให้ขายได้ และขายดี ขายดีมากๆ ขายดีด้วยความแพง และรสชาติความอร่อยของทุเรียนจริงๆ

คุณสุภาภรณ์เปิดเผยว่า เบื้องหลังความสำเร็จอย่างแท้จริงในการกำหนดราคาแบบตามใจตัวเองนี้ก็คือ ตลาดที่เลือกเป็นตลาดที่ใช่ คนที่มาเดินซื้อของมีกำลังซื้อสูง กล้าที่จะจ่ายแพงให้กับของดีมีคุณภาพเยี่ยม

และที่สำคัญที่สุดก็คือ กลเม็ดในการผ่าทุเรียนให้ชิมฟรีไม่มีอั้น

“เรายินดี ให้ชิมได้ตลอด ให้เขารู้รสชาติแท้ๆ กันไปเลย ไม่หวงเพราะทุเรียนที่เอามาขายมันก็เป็นทุเรียนจากสวนเราอยู่แล้ว ถ้าไม่ให้ชิม จะไม่มีทางรู้เลยว่ามันอร่อยต่างจากพันธุ์อื่นยังไง”

ไม่น่าเชื่อว่าผลตอบรับในวิธีนี้ทำให้ราคาทุเรียนนกกระจิบของสวนคุณไพบูลย์เขยิบขึ้นมาเรื่อยๆ จนถึงกิโลกรัมละ 120 บาท ในปัจจุบัน!

 

“ทุเรียนขุนนนท์” หวานมันอร่อย กันยายน 6, 2012

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/285178

22 สิงหาคม 2555, 05:00 น.
Pic_285178

จังหวัดนนทบุรี เป็นแหล่งผลิตทุเรียนสายพันธุ์ดังๆมาแต่โบราณและส่งจำหน่าย ได้รับความนิยมจากผู้รับประทานอย่างแพร่หลายนานแล้วทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยในยุคสมัยก่อนทุเรียนที่ขึ้นชื่อยอดฮิตมีไม่กี่สายพันธุ์ เช่น กบ ก้านยาว กำปั่น ทองย้อย เป็นต้น แต่ละสายพันธุ์จะมีลักษณะและรสชาติเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่ง “ทุเรียนขุนนนท์” เป็นสายพันธุ์โบราณชนิดหนึ่งที่นิยมปลูก  และนิยมรับประทานกันอย่างกว้างขวาง  ตั้งแต่ยุคคุณปู่คุณย่า  เนื่องจากมีรสชาติหวานมัน  ไม่เละ  อร่อย มากนั่นเอง

รูปทรงของผล โตเต็มที่ใหญ่กว่าผลส้มโอ เปลือกผลจะบางกว่าเปลือกผลทุเรียนทั่วไปอย่างชัดเจน  หนามแหลมรอบผลจะมีขนาดเล็กและสั้นกว่าหนามทุเรียนสายพันธุ์อื่น ที่ถือเป็นจุดเด่นของ “ทุเรียนขุนนนท์” ได้แก่ เมล็ดจะลีบบางโดยธรรมชาติทุกๆพูและทุกๆผล เนื้อเต็มพูและมีขนาดใหญ่ เนื้อสุกไม่เละ รสชาติหวานมันอร่อยคล้ายๆเนื้อทุเรียนพันธุ์กบอร่อยมาก ผลรูปกลมรี เป็นสายพันธุ์ที่ให้น้ำหนักเนื้อดีและติดผลดก เวลามีผลวางขายจะมี ราคาแพงไม่แพ้ราคาทุเรียนพันธุ์ก้านยาว หรือพันธุ์กบ

ทุเรียนขุนนนท์ หรือ DURIO ZEBETHINUS  LINN  อยู่ในวงศ์ BOMBACACEAE เป็นสายพันธุ์โบราณของจังหวัดนนทบุรี นิยมปลูกและนิยมรับประทานแพร่หลายในปัจจุบัน  มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์เหมือนกับทุเรียนทั่วไปคือ เป็นไม้ยืนต้น ติดผลปีละครั้งตามฤดูกาล ซึ่ง “ทุเรียนขุนนนท์” กำลังเป็นที่ต้องการของผู้ปลูกกว้างขวางเวลานี้

ใคร ต้องการกิ่งพันธุ์ “ทุเรียนขุนนนท์” ไปปลูก มีวางขายที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณโครงการ 21 แผง “คุณพร้อมพันธุ์” ราคาสอบถามกันเองครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 22 สิงหาคม 2555, 05:00 น.
 

อนุรักษ์ทุเรียนนนท์ สิงหาคม 26, 2012

http://www.dailynews.co.th/agriculture/150884

วันพฤหัสบดีที่ 23 สิงหาคม 2555 เวลา 00:00 น.

นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า เนื่องด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีความห่วงใยเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัยในปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในเรื่องพันธุกรรมพืชสกุลต่าง ๆ ที่หายากและใกล้สูญพันธุ์ ที่ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญต่อการประกอบอาชีพของเกษตรกร เช่น พันธุ์ทุเรียนนนท์ ซึ่งพบว่ามีพื้นที่ปลูกทุเรียนได้รับความเสียหายจำนวน 2,898 ไร่ จำนวนเกษตรกร 913 ราย จากพื้นที่ปลูกทุเรียนในจังหวัดนนทบุรีทั้งหมด 2,941ไร่

เพื่อสนองพระราชดำริดังกล่าวกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้เข้าไปเก็บกู้ทุเรียนพันธุ์ดั้งเดิมและพันธุ์โบราณหายากในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัยเมื่อปี 2554 ที่ผ่านมาได้รวม 16 พันธุ์ ได้แก่ พันธุ์สาวน้อย พันธุ์กบตาเฒ่า พันธุ์ทองย้อยฉัตร พันธุ์กระดุมเขียว พันธุ์กบก้านเหลือง พันธุ์แดงรัศมี พันธุ์กบหัวสิงห์ พันธุ์ลวงหางสิงห์ พันธุ์กระเทยเนื้อเหลือง พันธุ์กบพวง พันธุ์กบสีนวล พันธุ์กบจำปา พันธุ์กบตาเหมย พันธุ์กำปั่นเจ้ากรม พันธุ์เจ้าเงาะ และพันธุ์กระดุมสีนาค ซึ่งจะนำมาขยายพันธุ์โดยวิธีเสียบยอดพันธุ์ที่เก็บกู้ได้ลงบนต้นตอที่ได้จัดเตรียมไว้แล้ว ณ ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี

ขณะเดียวกัน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะจัดทำโครงการกู้วิกฤติสวนไม้ผลพันธุ์ดีเฉพาะท้องถิ่นที่ประสบอุทกภัย โดยมีกิจกรรมหลัก คือ การขยายพันธุ์ทุเรียนดั้งเดิมของนนทบุรี มากกว่า 50 สายพันธุ์ โดยการเสียบยอดบนต้นตอทุเรียน จำนวน 25,000 ต้น เพื่อส่งมอบให้เกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งต้นพันธุ์ดังกล่าวจะทดแทนพื้นที่ปลูกได้ประมาณ 1,000 ไร่ ขณะนี้ได้ผลิตต้นพันธุ์ทุเรียนพันธุ์ดั้งเดิมแล้วจำนวน 14,031 ต้น และได้ทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อพระราชทานแก่เกษตรกรชาวสวนทุเรียนในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2555 ที่ผ่านมา จำนวน 5 พันธุ์ คือ พันธุ์นกหยิบ พันธุ์กบทองคำ พันธุ์กบสีนาค พันธุ์ลวงทอง และพันธุ์ทูลถวาย รวมทั้งยังได้ถวายทุเรียนพันธุ์ดั้งเดิมเพื่อปลูกในพระตำหนักสวนปทุม จำนวน 52 พันธุ์ รวม 109 ต้น โดยมีเกษตรกรเข้ารับพระราชทานต้นพันธุ์ทุเรียนดั้งเดิม จำนวนทั้งสิ้น 300 ราย จากจังหวัดนนทบุรี และจังหวัดปทุมธานีบางส่วน ได้แก่ อำเภอเมืองนนทบุรี อำเภอปากเกร็ด อำเภอบางใหญ่ อำเภอบางบัวทอง อำเภอบางกรวย อำเภอไทรน้อย และ อ.เมือง จังหวัดปทุมธานี.

 

ทรงห่วงทุเรียนนนท์สูญพันธุ์ กระทรวงเกษตรฯเร่งสนองพระราชดำริพระเทพฯเก็บกู้ฟื้นฟูหลังน้ำท่วมกระทบหนัก สิงหาคม 23, 2012

http://www.naewna.com/local/19203

วันพุธ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2555, 06.00 น.

นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า เนื่องด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีความห่วงใยเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัยในปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในเรื่องพันธุกรรมพืชสกุลต่างๆ ที่หายากและใกล้สูญพันธุ์ ที่ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญต่อการประกอบอาชีพของเกษตรกร เช่น พันธุ์ทุเรียนนนท์ ซึ่งพบว่ามีพื้นที่ปลูกทุเรียนได้รับความเสียหายจำนวน 2,898 ไร่ จำนวนเกษตรกร 913 ราย จากพื้นที่ปลูกทุเรียนในจังหวัดนนทบุรีทั้งหมด 2,941ไร่ ดังนั้น เพื่อสนองพระราชดำริดังกล่าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้มอบหมายให้กรมวิชาการเกษตร เร่งรัดดำเนินการเข้าไปเก็บกู้ทุเรียนพันธุ์ดั้งเดิมและพันธุ์โบราณหายากในพื้นที่ จ.นนทบุรี ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัยเมื่อปี 2554

“จากผลการดำเนินงานของกรมวิชาการเกษตร ที่ได้เข้าไปเก็บกู้ทุเรียนพันธุ์ดั้งเดิมและพันธุ์โบราณหายากในพื้นที่ ต.บางศรีทอง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี เมื่อปลายปี 2554 ที่ผ่านมา ทำการเก็บกู้มาได้รวม 16 พันธุ์ อาทิ พันธุ์สาวน้อย พันธุ์กบตาเฒ่า พันธุ์ทองย้อยฉัตร พันธุ์กระดุมเขียว ซึ่งกรมวิชาการเกษตรได้นำมาขยายพันธุ์โดยวิธีเสียบยอดพันธุ์ที่เก็บกู้ได้ลงบนต้นตอที่ได้จัดเตรียมไว้แล้ว ที่ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี” นายธีระ กล่าว

นายธีระ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ขณะเดียวกัน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังได้มอบหมายให้กรมวิชาการเกษตรและกรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมกันจัดทำโครงการกู้วิกฤตสวนไม้ผลพันธุ์ดีเฉพาะท้องถิ่นที่ประสบอุทกภัย โดยมีกิจกรรมหลักที่กรมวิชาการเกษตรเข้าไปดำเนินการ คือ การขยายพันธุ์ทุเรียนดั้งเดิมของนนทบุรี มากกว่า 50 สายพันธุ์ โดยการเสียบยอดบนต้นตอทุเรียน จำนวน 25,000 ต้น เพื่อส่งมอบให้เกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งต้นพันธุ์ดังกล่าวจะทดแทนพื้นที่ปลูกได้ประมาณ 1,000 ไร่  โดยความคืบหน้าการดำเนินงานในโครงการดังกล่าวนั้น ขณะนี้กรมวิชาการเกษตรได้ผลิตต้นพันธุ์ทุเรียนพันธุ์ดั้งเดิมแล้วจำนวน 14,031 ต้น และได้ทูลเกล้าถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เพื่อพระราชทานแก่เกษตรกรชาวสวนทุเรียนในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา 5 พันธุ์ คือ พันธุ์นกหยิบ พันธุ์กบทองคำ พันธุ์กบสีนาค พันธุ์ลวงทอง และพันธุ์ทูลถวาย รวมทั้งยังได้ถวายทุเรียนพันธุ์ดั้งเดิมเพื่อปลูกในพระตำหนักสวนปทุม จำนวน 52 พันธุ์ รวม 109 ต้น โดยมีเกษตรกรเข้ารับพระราชทานต้นพันธุ์ทุเรียนดั้งเดิม จำนวนทั้งสิ้น 300 ราย จาก จ.นนทบุรี และปทุมธานีบางส่วน

 

ติวเข้มเกษตกรทุเรียน-ลองกองเมืองลับแล รับมือเออีซี สิงหาคม 11, 2012

http://www.thairath.co.th/content/edu/282714 

10 สิงหาคม 2555, 17:49 น.

Pic_282714

อำเภอลับแลจัดอบรม เพิ่มศักยภาพ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน นำความรู้กฎระเบียบถ่ายทอดแก่เกษตรกรในการส่งออกทุเรียน-ลองกอง เพิ่มรายได้…

เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2555 นายวีระชัย ภู่เพียงใจ ปลัดจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานในการเปิดการอบรมเพื่อเพิ่มศักยภาพ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ใน อ.ลับแล และเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน มีผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมกว่า 300 คน โดยนายวีระชัย กล่าวว่า ในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้กับประชาชน เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องเป็นตัวกลาง เชื่อมประสานระหว่างภาครัฐกับประชาชนในท้องที่ เพื่อการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน

นอกจากนี้ ต้องนำนโยบายของรัฐบาลและส่วนราชการต่างๆ ไปสู่การปฏิบัติในพื้นที่ให้เกิดรูปธรรม ในโอกาสที่ประเทศไทยจะเข้าสู่ความเป็น “ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” อันจะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของเกษตรกรชาว อ.ลับแล ที่มีการส่งออกด้านสินค้าเกษตรไปยังต่างประเทศเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะทุเรียน ลองกอง ซึ่งในปีที่ผ่านมา เกษตรกรชาวสวนทุเรียน สามารถส่งออกทำรายได้มากกว่า 20,000 ล้านบาท และโดยศักยภาพของพื้นที่ อ.ลับแล สามารถทำนาได้เกือบตลอดทั้งปี

ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มศักยภาพของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้มีความรู้เกี่ยวกับระเบียบการค้าของอาเซียน และระบบการขนส่งสินค้าไปขายในหมู่สมาชิกอาเซียน รวมทั้งนำความรู้ที่ได้ไปถ่ายทอดให้แก่เกษตรกร เพื่อที่จะได้ปรับตัวสามารถแข่งขันกับต่างประเทศ ในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนได้.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวภูมิภาค
  • 10 สิงหาคม 2555, 17:49 น.
 

“ทุเรียนทองกมล” เนื้อหวานหอมอร่อย กรกฎาคม 3, 2012

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/272759

3 กรกฎาคม 2555, 05:00 น.

Pic_272759

ทุเรียนชนิดนี้ เป็นสายพันธุ์ใหม่ เกิดจากการเอาเมล็ดของทุเรียนก้านยาวจำนวนหลายเมล็ดไปเพาะขยายพันธุ์จนแตกต้นขึ้นมานำไปปลูกลงสวนจนมีอายุ ออกดอก และติดผล ปรากฏว่าจากจำนวนทั้งหมด มีอยู่หนึ่งต้น เมื่อผลสุกแล้วมีเนื้อดีมาก ทรงผลสวย หนามที่ผลห่างและขั้วสั้นกว่าทุเรียนก้านยาวพันธุ์แม่

ที่สำคัญ มีพูใหญ่ เปลือกบาง เนื้อหนาละเอียด เนื้อเป็นสีทอง มีรสชาติหวานมันหอมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว รับประทานอร่อยมาก เมื่อเทียบเคียงกับเนื้อทุเรียนก้านยาวทั่วไป และเนื้อทุเรียนที่เพาะเมล็ดรุ่นเดียวกันมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน เจ้าของผู้เพาะขยายพันธุ์ เชื่อว่าเป็นทุเรียนกลายพันธุ์ หรือเป็นสายพันธุ์ใหม่อย่างแน่นอน จึงนำไปจดทะเบียนในชื่อว่า “ทุเรียนทองกมล” ตามสีของเนื้อสุกที่เป็นสีเหลืองทองตามภาพประกอบคอลัมน์ดังกล่าว

ปัจจุบัน “ทุเรียนทองกมล” ต้นแม่มีเพียงต้นเดียวเท่านั้น เจ้าของเก็บผลสุกส่งเข้าประกวดครั้งแรกเมื่อไม่นานมานี้ที่ งานวันเกษตร และของดี อ.แกลง จ.ระยอง ปรากฏว่าได้รับรางวัลชนะเลิศ เนื้อรับประทานอร่อยมาก เนื้อหนาละเอียด เนื้อแห้งแม้สุกงอมก็ไม่เละ น้ำหนักของผลประมาณ 2-4 กิโลกรัม เจ้าของได้ตอนกิ่งขยายพันธุ์ออกวางขายกำลังเป็นที่ต้องการของเกษตรกรอย่างแพร่หลายอยู่ในเวลานี้ เนื่องจาก เป็นสายพันธุ์ที่สามารถมีดอกและติดผลได้ในเวลา 4-5 ปี โตเร็วและทนต่อการโค่นล้มได้ดี ที่สำคัญคือติดผลดกมาก

ใคร ต้องการกิ่งพันธุ์ไปปลูกติดต่อ “คุณประภาส สุภาผล” 33/4 หมู่ 7 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โทร.08–8533–2299 หรือไปซื้อที่ งานไทยแลนด์ เบส ช็อปปิ้งแฟร์ จัดขึ้นที่อิมแพค เมืองทองธานี ฮอลล์ 6 บูธ “สวนประภาสไม้ผล” ระหว่างวันที่ 7-15 ก.ค. นี้ ราคาสอบถามกันเอง ปลูกห่างกัน 8 × 8 เมตร รดน้ำ 2 วันครั้ง ใส่ปุ๋ยคอก 3 เดือนครั้ง สลับกับปุ๋ยสูตร 16-16-16 ทุกๆ 2 เดือน จะติดผลดกทุกฤดูกาลครับ.
“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 3 กรกฎาคม 2555, 05:00 น.
 

‘​ข้าว​เหนียว​มูน​-​น้ำ​กะทิ​ทุเรียน​’​ กรกฎาคม 2, 2012

http://www.dailynews.co.th/article/384/94948

วันอาทิตย์ที่ 23 พฤษภาคม 2553 เวลา 00:00 น.