ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

‘หญ้าพร้อมปลูก’สะดวก-ง่าย…‘ทำเงิน!’ มิถุนายน 18, 2014

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันเสาร์ 26 เมษายน 2557 เวลา 00:00 น.

’ตลาดสัตว์เลี้ยง“ เป็นตลาดที่ยังมีมูลค่า และมีความน่าสนใจอยู่มาก เนื่องจากผู้บริโภคในตลาดนี้ ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีกำลังซื้อสูง ขอเพียงสินค้าที่ผลิตขึ้นนั้นถูกใจ และตรงใจของกลุ่มเป้าหมาย โอกาสที่จะพลิกเป็นอาชีพ และใช้เป็นช่องทางสร้างเงินสร้างงานก็ยังมี และพร้อมเปิดกว้างเสมอ

วันนี้ทีม ’ช่องทางทำกิน“ มีข้อมูลมานำเสนอให้พิจารณากับ ’ชุดหญ้าพร้อมปลูก“

ปรีดี วรดิฐสกุลชัย-อาริตา นาถ้ำเพชร เป็นสองหุ้นส่วนที่เปิดร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง รวมถึงชุดหญ้าพร้อมปลูกที่ว่า โดยจำหน่ายผ่านทางเฟซบุ๊กชื่อ http://www.facebook.com/PD.PETโดยหญ้าพร้อมปลูกนี้ มีอีกชื่อเรียกว่า หญ้าวีทกราส (Wheat Grass)

ปรีดี เล่าว่า ชุดหญ้าพร้อมปลูกนี้ ได้ไอเดียจากการที่สังเกตพบว่า ทุก ๆ ครั้งที่นำแมวลงมาวิ่งเล่นในสวนสาธารณะ แมวที่เลี้ยงไว้ก็มักจะชอบวิ่งไปแทะเล็มใบหญ้าที่ขึ้นอยู่ข้างทาง ด้วยความสงสัย ประกอบกับเห็นพฤติกรรมนี้บ่อยครั้ง จึงไปสืบค้นข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต และพบว่า สัตว์มีขนมักชอบแทะเล็มหญ้าเพราะต้องการกากใยพืชเพื่อไปช่วยในเรื่องการดูดซึม-ดูดซับของเสียในลำไส้ หรือกระเพาะอาหาร จึงเกิดความคิดที่จะทำสินค้าตัวนี้ขึ้นมา

’หลังจากนั้นก็ลองไปหาซื้อเมล็ดพันธุ์หญ้าวีทกราสมาทดลองปลูก โดยหาเมล็ดพันธุ์อื่น ๆ มาทดลองปลูกร่วมด้วย ปรากฏว่าแมวที่เลี้ยงไว้ชอบ ประกอบกับมองว่าตรงนี้ถ้าทำเป็นสินค้ากึ่ง ๆ สำเร็จรูป คือจัดเตรียมวัตถุดิบไว้พร้อมปลูกก็น่าจะขายได้ เพราะกลุ่มคนเลี้ยงแมวก็มีอยู่ไม่น้อย“ ปรีดี กล่าว

ด้าน อาริตา หุ้นส่วนอีกคน ก็เล่าว่า คุณสมบัติหญ้าวีทกราส มีประโยชน์คือ ช่วยขจัด “ก้อนขน” ในร่างกายสัตว์เลี้ยง โดยเมื่อสัตว์เลี้ยง เช่น แมว หรือสุนัข แทะเล็มหญ้าดังกล่าวเข้าไป กากใยของหญ้าจะไปช่วยดูดซึม และดูดซับก้อนขนที่หลุดรอดเข้าสู่ร่างกายของสัตว์เลี้ยง และขับออกมาในรูปของมูลสัตว์ นอกจากนี้การที่กากใยพืชช่วยดูดซึมยังช่วยทำให้มูลของสัตว์เลี้ยงมีกลิ่นเหม็นลดน้อยลงอีกด้วย ซึ่งนี่ก็เป็นคุณสมบัติโดยสังเขปของหญ้าวีทกราส

’เวลาที่สัตว์เลี้ยงเลียขนทำความสะอาด ขนก็มักจะหลุดรอดติดเข้าไปในร่างกายสัตว์เลี้ยง ซึ่งหากสะสมอยู่ในร่างกายมากไป อาจเกิดการหมักหมม และส่งผลต่อสุขภาพของสัตว์เลี้ยง ทำให้เจ็บป่วยได้ง่าย สัตว์เลี้ยงบางชนิดจึงจำเป็นต้องแทะเล็มหญ้าเพื่อให้กากใยของพืชเข้าไปช่วยในเรื่องนี้“ อาริตา กล่าว

กับจุดเด่นของสินค้าที่ผลิตขึ้นนั้น อาริตา บอกว่า เน้นเลือกใช้เมล็ดพันธุ์ออแกนิกส์ หรือใช้เฉพาะเมล็ดพันธุ์ที่ปลูกจากฟาร์มเกษตรอินทรีย์ปลอดสารเคมีเท่านั้น อีกทั้งมีรูปแบบที่สะดวก และง่ายต่อการปลูก เพราะเพียงแค่แกะซองเมล็ดพันธุ์ โรยให้ทั่วดินปลูก รดน้ำ และรอให้หญ้างอกก็สามารถใช้งานได้แล้ว ทั้งยังใช้พื้นที่ไม่มาก จึงสะดวกสำหรับคนที่มีพื้นที่เลี้ยงสัตว์ไม่มากนัก

ทุนเบื้องต้น ในการทำชุดหญ้าพร้อมปลูก ลงทุนประมาณ 3,000 บาท ทุนวัสดุ อยู่ที่ 30% จากราคา ซึ่งราคาขายอยู่ที่ชุดละ 250-450 บาท โดยจะแตกต่างกันไปตามปริมาณของดินและเมล็ดพันธุ์ในชุดปลูก ส่วนผสม  ประกอบด้วย เมล็ดพันธุ์หญ้าวีทกราส, ดิน, แกลบ, ภาชนะสำหรับปลูก โดยในชุดหญ้าพร้อมปลูก 1 ชุด จะมีน้ำหนักประมาณ 200 กรัม แบ่งเป็น ดินปลูก 150 กรัม และเมล็ดหญ้าวีทกราสอีก 50 กรัม…

ขั้นตอนการทำ เริ่มจากเตรียมดินปลูกด้วยการนำดินมาผสมกับแกลบ ในอัตราส่วน 3:1 คือดิน 3 ส่วนต่อแกลบ 1 ส่วน นำดินและแกลบมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นจึงมาเตรียมเมล็ดหญ้าวีทกราส เมื่อคัดเลือกเมล็ดได้ตรงตามความต้องการแล้ว ให้นำมาผึ่งแดดเพื่อฆ่าแมลง หรือมอดที่อาจติดมาจากแหล่งปลูก จากนั้นนำมาบรรจุใส่ซองพลาสติก และเก็บไว้ในที่แห้งและเย็นให้มิดชิด เพื่อรอบรรจุซองอีกทีหนึ่ง และนี่ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่ง ซึ่งสามารถใช้เป็นกรณีศึกษา “ช่องทางทำกิน” ที่น่าพิจารณา

สำหรับการปลูกหญ้านั้น เริ่มจากนำเมล็ดหญ้าวีทกราสมาแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 12 ชั่วโมง ระหว่างรอให้ครบเวลาก็ให้นำดินปลูกมาเทใส่ภาชนะสำหรับปลูก จากนั้นนำเมล็ดหญ้าวีทกราสมาโรยให้ทั่วดิน ทำการรดน้ำแค่พอชุ่ม ระหว่างที่รอหญ้างอก ให้รดน้ำวันละ 2-3 ครั้ง และนำภาชนะปลูกตั้งไว้ในที่มีแสงแดดอ่อน ๆ ซึ่งพอผ่านไปสัก 2-3 วัน ต้นหญ้าจะงอกขึ้น รอจนครบ 1 สัปดาห์จึงนำมาให้สัตว์เลี้ยงแทะเล็ม ทั้งนี้เมื่อหญ้าวีทกราสงอกแล้ว จะสามารถใช้เลี้ยงสัตว์ต่อไปได้อีกประมาณ 3-4 สัปดาห์ หลังจากนั้นหญ้าจะเริ่มงอกน้อยลง ซึ่งก็อาจต้องเปลี่ยนชุดปลูกใหม่

สนใจงาน ’หญ้าพร้อมปลูก“ โทร. 09-1862-5152 และชุดหญ้าพร้อมปลูกนี้ก็เป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาเกี่ยวข้องกับธุรกิจสัตว์เลี้ยงที่สามารถใช้เป็น ’ช่องทางทำกิน“  ได้อย่างน่าสนใจ…

………………………………………………………………………..

คู่มือลงทุน…ชุดหญ้าพร้อมปลูก

ทุนเบื้องต้น ประมาณ 3,000 บาท

ทุนวัสดุ ประมาณ 30% จากราคา

รายได้ ราคา 250-450 บาท/ชุด

แรงงาน 1 คนขึ้นไป

ตลาด คนรักสัตว์

จุดน่าสนใจ ทุนต่ำ ทำ เป็นอาชีพเสริมได้

ศิริโรจน์ ศิริแพทย์ : รายงาน

 

‘ซังขนุนน้ำหมี่กรอบ’ สร้างเงินจากผลไม้เหลือทิ้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันอาทิตย์ 20 เมษายน 2557 เวลา 00:00 น.

 “ขนุน” ผลไม้ไทยที่มีออกมาให้ทานกันทั้งปี หลังจากที่แกะเนื้อออกมาทานกันแล้ว ก็จะเห็น “ซัง” ที่ถูกทิ้งกันกลาดเกลื่อนตามริมทางเต็มไปหมด ซึ่งนอกจากจะกลายเป็น “ขยะ” แล้ว ยังเป็นแหล่งชุมนุมของแมลงวันที่เป็นพาหะนำเชื้อโรคอีกด้วย

แท้จริงแล้ว “ซังขนุน” มีประโยชน์มากมายไม่น้อยไปกว่าเนื้อขนุนเลย และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือ มีรสชาติหวานสามารถรับประทานได้ ในซังขนุนเองมีใยอาหารที่ช่วยในกระบวนการขับถ่าย และช่วยป้องกันการเกิดโรคต่าง ๆ รวมทั้งมีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย

โดยคอลัมน์ “ช่องทางทำกิน” วันนี้ขอนำเสนอการแปรรูปซังขนุน มาเป็น “ซังขนุนน้ำหมี่กรอบ”

ข้อมูลที่จะนำเสนอเป็นผลงานของ ขวัญชัย ปาระมี และ ณัฐชัย สำเนียงล้ำ นักศึกษาสาขาวิชาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) พระนคร

ขวัญชัย และ ณัฐชัย เล่าว่า มีแนวคิดที่จะนำ ซังขนุน ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์มาทำการศึกษาเพื่อให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ขึ้นมา และเห็นว่ารสชาติของ “น้ำหมี่กรอบ” น่าจะเข้ากับตัวซังขนุนได้ดี และอีกอย่าง น้ำหมี่กรอบ นั้น เป็นรสชาติที่คนไทยคุ้นเคยอยู่แล้ว จึงน่าจะทดลองทำดู

อุปกรณ์ในการทำซังขนุนรสน้ำหมี่กรอบ หลักๆ มี เตาอบ, เครื่องปั่น, เตาแก๊ส, กระทะ, ตะแกรง, ตะหลิว, กะละมังขนาดใหญ่, ทัพพีไม้, ผ้าขาวบาง, ถาดสเตนเลส และอุปกรณ์เบ็ดเตล็ดอื่น ๆ ที่หยิบฉวยได้จากในครัว

ส่วนผสมนั้น มี 2 ส่วน คือ ในส่วนของตัว “ซังขนุน” และ “เครื่องปรุงน้ำหมี่กรอบ”

ในส่วนของ ซังขนุน นั้น เริ่มที่นำซังขนุนสดมาฉีกเป็นเส้นบาง ๆ แล้วล้างน้ำให้สะอาด แล้วนำไปแช่ในน้ำปูนใสนาน 20 นาที เพื่อให้ซังขนุนมีความกรอบ

หลังจากแช่น้ำปูนใสแล้ว นำไปพักให้สะเด็ดน้ำ แล้วใส่ถาดอะลูมิเนียม นำเข้าเตาอบ อบด้วยความร้อน 100 องศาเซลเซียส นาน 1 ชั่วโมง เมื่อได้ ซังขนุนอบแห้ง แล้ว ก่อนจะนำมาใช้ ต้องนำไป ทอดกรอบ เสียก่อน จึงจะใช้คลุกกับน้ำหมี่กรอบได้

วิธีทำ คือ ตั้งกระทะ ใช้น้ำมันร้อนปานกลาง เมื่อน้ำมันร้อนได้ที่แล้ว ค่อย ๆ ใส่ซังขนุนอบกรอบลงไปทอด พอทอดอย่างรวดเร็ว ดูว่าซังขนุนมีสีออกเหลืองทอง ให้รีบตักขึ้น แล้วพักให้สะเด็ดน้ำมันทันที อย่าปล่อยไว้นาน เพราะซังขนุนจะไหม้ ใช้ไม่ได้

ส่วนผสมน้ำหมี่กรอบ  มี น้ำตาลทราย 300 กรัม, น้ำมะนาว 30 กรัม, น้ำมะขามเปียก 80 กรัม, น้ำปลา 30 กรัม, ซอสมะเขือเทศ 80 กรัม, เต้าเจี้ยว 30 กรัม และหอมแดง 100 กรัม

วิธีทำน้ำหมี่กรอบ เริ่มที่นำหอมแดง ใส่ลงไปในโถปั่น ตามด้วยน้ำมะนาว, น้ำมะขามเปียก และเต้าเจี้ยว แล้วปั่นให้ละเอียดด้วยความเร็วสูง ใช้เวลาประมาณ 15-20 วินาที นำออกมาพักไว้

ตั้งกระทะ ใช้ไฟร้อนปานกลาง เทน้ำปรุงรสที่ปั่นไว้แล้วลงไปในกระทะตามด้วยน้ำตาลทราย, น้ำปลา และซอสมะเขือเทศ เคี่ยวด้วยความร้อนที่อุณหภูมิ 140 องศา เป็นเวลา 20 นาที เสร็จแล้วพักไว้

จากนั้น นำน้ำปรุงรสหมี่กรอบที่เคี่ยวไว้แล้วจำนวน 200 กรัม ใส่ลงไปในกระทะเหล็ก ตั้งไฟให้ได้อุณหภูมิ 100 องศา แล้วนำซังขนุนที่ทอดกรอบไว้แล้ว ลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากับน้ำปรุงรสที่เตรียมไว้ ในช่วงของการคลุกเคล้าต้องใช้ความรวดเร็ว คลุกไปเรื่อย ๆ จนกว่าซังขนุน และน้ำหมี่กรอบจะเข้ากันดี และต้องคลุกตอนที่ยังร้อนอยู่  เพราะถ้าเย็น หรือคลุกไม่เร็ว ซังขนุนจะจับตัวเป็นก้อนทันที

เมื่อคลุกเคล้าเข้ากันแล้ว ให้ใส่ผลส้มซ่าลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากันอีก เท่านี้ก็เป็นอันเรียบร้อย

เสร็จแล้วนำบรรจุในกล่อง กล่องละ 50 กรัม ขายในราคา 20-25 บาท

“ซังขนุนน้ำหมี่กรอบ” นี้ก็อาจจะเป็น “ช่องทางทำกิน” ที่ดีได้ ซึ่งใครสนใจ ติดต่อ ขวัญชัย ปาระมี และ ณัฐชัย สำเนียงล้ำ นักศึกษาสาขาวิชาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) พระนคร ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 08-3645-2715 และ 08-8953-5170 และ อ.เชาวลิต อุปฐาก อาจารย์ที่ปรึกษา หมายเลขโทรศัพท์  08-3015-4598.

 

สุภารัตน์ ยอดศิริวิชัยกุล : เรื่อง/พิชญวัฒน์ ปรุงศักดิ์ : ภาพ

คู่มือลงทุน…ซังขนุนน้ำหมี่กรอบ

ทุนอุปกรณ์ ประมาณ 10,000 บาท

ทุนวัตถุดิบ 10-15 บาทต่อ1 กล่อง (50 กรัม)

รายได้ 20-25 บาทต่อ1 กล่อง (50 กรัม)

แรงงาน 1-2 คนขึ้นไป

ตลาด ย่านชุมชน, งานออกร้าน, ร้านขายฝาก

จุดน่าสนใจ นำของเหลือทิ้งมาแปรรูปเพิ่มมูลค่า

 

‘เมนูอบวุ้นเส้น’ สูตรเด็ดระดับ ‘เหลา’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันเสาร์ 19 เมษายน 2557 เวลา 00:00 น.

 “อบวุ้นเส้น” เป็นเมนูที่ได้รับความนิยมแพร่หลาย มีการทำขายตามร้านอาหารทั่วไป ไม่ว่าจะร้านอาหารไทย อาหารจีน อาหารซีฟู้ด หรือแม้แต่ทำขายเป็นเมนูเดี่ยวตามตลาดนัดก็ขายได้ขายดี ซึ่งวันนี้ทีม ’ช่องทางทำกิน“ ก็มีข้อมูล ’เมนูอบวุ้นเส้น“ สูตรของอีกหนึ่ง “เหลา” คือ “ภัตตาคาร โกลด์ เซี่ยงไฮ้” ซอยสุขุมวิท 39 กรุงเทพฯ มานำเสนอ…

**************************

“ภัตตาคาร โกลด์ เซี่ยงไฮ้” เป็นเหลาหรือร้านอาหารจีนแนวเซี่ยงไฮ้และซีฟู้ด มีผู้บริหาร กุ๊ก พนักงาน ที่มีประสบการณ์ในการบริหารร้านอาหาร ทำอาหาร ให้บริการลูกค้า ในร้านอาหารดังย่านสุขุมวิทมาถึง 30 ปี ก่อนที่จะมาเปิดภัตตาคารแห่งนี้ โดย สมใจ เกิดแก้ว เจ้าของ-ผู้บริหารภัตตาคาร เปิดเผยว่า ทางภัตตาคารมีเมนู เป็ดปักกิ่ง เป็นเมนูชูโรง ขณะที่เมนูอื่น ๆ ที่ลูกค้าติดใจก็มีมากมาย อาทิ ขาหมูหมั่นโถว, เนื้อเส้นผัดพริก รับประทานคู่กับโรตี ฯลฯ

ส่วน ’เมนูอบวุ้นเส้น“ ที่นี่ก็ขึ้นชื่อ

ทั้ง ’กุ้ง-ปู“ ลูกค้าให้การตอบรับสูง

“เรามีประสบการณ์ด้านร้านอาหารมากพอสมควร และเมื่อถึงจุดหนึ่งก็อยากมีร้านเป็นของตัวเองบ้าง เมื่อมีโอกาสจึงตัดสินใจเปิดร้าน ซึ่งลูกค้าก็ให้การตอบรับดี เพราะเรามีประสบ การณ์ในการทำร้านอาหารและทำอาหารจีนมานาน กุ๊ก พ่อครัว ลูกทีม ที่มาร่วมกันทำ ก็ล้วนแล้วแต่เคยทำงานด้วยกัน และมีประสบการณ์มากพอ ๆ กัน” สมใจ บอก

พร้อมทั้งมอบหมายให้ทางกุ๊กเป็นผู้ให้ข้อมูล “เมนูอบวุ้นเส้น” โดยยกตัวอย่าง “กุ้งอบวุ้นเส้น”

ทั้งนี้ อุปกรณ์ที่ใช้ทำเมนูอบวุ้นเส้นนั้น หลัก ๆ ก็เป็นอุปกรณ์ครัวทั่ว ๆ ไป อาทิ…เตาแก๊ส, มีด, เขียง ฯลฯ

แต่ที่ขาดไม่ได้คือ หม้ออบ

สำหรับวัตถุดิบที่ใช้ทำเมนูอบวุ้นเส้น กรณีเป็น “กุ้งอบวุ้นเส้น” ตามสูตรของกุ๊ก “โกลด์ เซี่ยงไฮ้” นั้น หลัก ๆ มีดังนี้คือ…กุ้งลายเสือ 5 ตัว, วุ้นเส้น ประมาณ 1 กำมือเล็ก ๆ, รากผักชี 2 ราก, ต้นหอม 3 ต้น, มันหมู 3 ชิ้น กระเทียมใหญ่ 3 กลีบ ส่วนเครื่องปรุง หลัก ๆ ก็มี…ซีอิ๊วดำ (สูตร 1) 3 ช้อนโต๊ะ, ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ, นํ้ามันหอย 3 ช้อนโต๊ะ, เหล้าจีน 3 ช้อนโต๊ะ, พริกไทยเม็ด 1 ช้อนชา, นํ้าซุป 1 ถ้วย นอกจากนั้นก็มีเครื่องเทศ อย่างพวกโป๊ยกั๊ก และอบเชย

กุ้งพันธุ์ต่าง ๆ สามารถนำมาใช้ทำ “กุ้งอบวุ้นเส้น” ได้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับผู้ทำว่าจะเลือกใช้กุ้งอะไร แต่สำหรับภัตตาคารอาหารจีนแนวเซี่ยงไฮ้และซีฟู้ดแห่งนี้ เลือกใช้ “กุ้งลายเสือ” กุ้งที่เนื้อมี “คุณภาพดี” มีรสชาติหวานอร่อย

เหมาะที่จะใช้ทำเมนูกุ้งอบวุ้นเส้นมาก

ขั้นตอนการทำ “กุ้งอบวุ้นเส้น” เริ่มจาก… นำวุ้นเส้นมาแช่นํ้าสะอาดทิ้งไว้สักพัก พอวุ้นเส้นนิ่มก็นำขึ้นสะเด็ดนํ้า พักเตรียมไว้ จากนั้นก็นำกุ้งมาล้างทำความสะอาด ตัดหนวดตัดส่วนแหลมที่อยู่บนหัวกุ้งออก แต่ไม่ต้องปอกเปลือก ใช้วิธีผ่าหลังดึงเส้นดำออก หลังจากล้างกุ้งเสร็จแล้วก็พักไว้ เตรียมวัตถุดิบอื่น ๆ อย่างพวกกระเทียม รากผักชี ต้นหอม โดยปอกเปลือกกระเทียม ทุบให้พอแตก รากผักชีก็นำมาทุบพอแตก หั่นต้นหอมพอหยาบ ๆ พักเตรียมไว้

เตรียมวัตถุดิบเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการนำวัตถุดิบใส่ลงหม้ออบ โดยใส่มันหมูลงไปวางเรียงไว้ที่ก้นหม้อก่อน ตามด้วยใส่กระเทียม รากผักชี ต้นหอม โป๊ยกั๊ก อบเชย พริกไทยเม็ด จากนั้นใส่วุ้นเส้น แล้ววางกุ้งทับอยู่ด้านบนสุด ถัดมาก็ใส่เครื่องปรุง ซีอิ๊วดำ ซีอิ๊วขาว นํ้ามันหอย เหล้าจีน ลงไปในหม้ออบ นำนํ้าซุปเทใส่ ปิดฝาหม้ออบ ตั้งไฟ

การตั้งไฟอบนั้น จะใช้ไฟแรงกลาง ๆ ในการทำ “กุ้งอบวุ้นเส้น” ใช้เวลาอบประมาณ 5 นาทีก็จะสุกหอมหวนชวนรับประทาน ทางกุ๊กจะไม่ใช้ไฟแรงมาก เพราะจะไหม้ และไม่ใช้ไฟอ่อนซึ่งต้องอบนาน เพราะจะทำให้กุ้งหดเล็ก เนื้อแข็ง

นี่คือส่วนหนึ่งของเคล็ดลับความอร่อย

กุ้งอบวุ้นเส้นนี้ ต้นทุนจะเท่าไหร่ก็ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่นำมาทำ โดยเฉพาะกุ้ง

อย่างไรก็ดี สำหรับ “เมนูอบวุ้นเส้น” นอกจากจะใช้กุ้งทำแล้ว ยังสามารถใช้วัตถุดิบอื่น ๆ ทำได้อีก โดยเฉพาะ “ปู” ทำเป็น “ปูอบวุ้นเส้น” ซึ่งที่ “โกลด์ เซี่ยงไฮ้” ก็ได้รับการตอบรับจากลูกค้ามาก เพราะใช้ปูสด ถ้าไม่สดไม่ทำขายลูกค้า

สำหรับการทำ “ปูอบวุ้นเส้น” ก็ใช้วิธีและขั้นตอนการทำที่เหมือนกับกุ้ง แต่ที่สำคัญนั้นปูที่นำมาอบจะต้องแกะตัดแบ่งให้เป็นชิ้น วางเรียงแล้วใช้กระดองปูวางคลุมให้ดูสวยงาม ซึ่งที่ต้องแกะปูเป็นชิ้น ๆ ก็เพื่อที่จะให้รสชาติของเครื่องปรุงนั้นแทรกซึมเข้าไปในเนื้อปู

**********************

’เมนูอบวุ้นเส้น“ นับเป็นอีกหนึ่งรูปแบบ ’ช่องทางทำกิน“ ที่น่าพิจารณา ซึ่งจากสูตรและแง่มุมระดับ “เหลา” ดังที่ว่ามา ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจเมนูนี้อยู่ ส่วน “ภัตตาคาร โกลด์ เซี่ยงไฮ้” นั้น ตั้งอยู่ที่เลขที่ 36/5-7 ซอยสุขุมวิท 39 กรุงเทพฯ เปิดบริการช่วงเช้า เวลา 11.00-14.00 น. และช่วงเย็น เวลา 18.00-22.30 น. เบอร์โทรศัพท์คือ 0-2662-7498, 08-1296-6578, 09-3341-5885 ซึ่งก็มีเมนูอาหารจีนแนวเซี่ยงไฮ้และซีฟู้ดเด็ด ๆ มากมาย.

 

บดินทร์ ศักดาเยี่ยงยงค์ :รายงาน

 

‘ห่อหมกปลา’ ชูสูตรโบราณ..จุดขาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันอาทิตย์ 13 เมษายน 2557 เวลา 11:45 น.

 “อาหารไทย” นั้น นอกจากจะมีรสชาติที่โดดเด่น การตกแต่งหน้าตาก็ยังถือว่ามีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครและกับเมนู “ห่อหมก” นั้นก็ถือเป็นอีกเมนูน่าสนใจ ทว่ากว่าจะได้ห่อหมกแสนอร่อยแต่ละห่อก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องมุ่งมั่น ต้องอดทนกันไม่น้อย ผู้ที่พิสมัยห่อหมกหลายคนพอนึกอยากรับประทาน แต่เมื่อ “คิดถึงวิธีการทำ” แล้วมักท้อใจ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการขายจึงมีการปรับขั้นตอนการทำและรูปลักษณ์การห่อที่แทบจะไม่เห็นแบบเดิมแล้ว เพื่อเป็นการอนุรักษ์อาหารไทยให้คงอยู่ วันนี้คอลัมน์ “ช่องทางทำกิน” นำเมนู “ห่อหมกปลา” ที่เป็นสูตรโบราณ มาให้ลองพิจารณา…

ผศ.พงษ์ศักดิ์ ทรงพระนาม อาจารย์ประจำสาขาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรีอธิบายเมนูนี้ว่า เป็นอาหารที่มีมาแต่โบราณ มีวิธีการทำให้สุกด้วยการนึ่ง ซึ่งเป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมของคนไทย กระนั้น ถึงแม้จะมีขั้นตอนและเวลาในการทำค่อนข้างนาน ใช้ส่วนผสมเยอะ แต่เมื่อทำเสร็จแล้วผลที่ได้ก็คุ้มค่ากับการเหนื่อย เพราะนอกจากรสชาติอร่อยแล้วยังเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนและเป็นประโยชน์ต่อร่างกายช่วยในการปรับธาตุและเจริญอาหารได้อย่างดียิ่ง

“ห่อหมกเป็นเมนูยอดนิยมที่ถูกสั่งขึ้นโต๊ะเสมอ ยิ่งห่อหมกปลาช่อนใบยอที่มีรสขมอ่อน ๆ เป็นรสชาติที่มีเอกลักษณ์ เคล็ดลับสำคัญอยู่ที่การกวนเนื้อห่อหมก ซึ่งต้องคนจนข้นเหนียว จึงจะทำให้ห่อหมกมีรสชาติอร่อย สมุนไพรที่ใช้เป็นส่วนผสมมีสรรพคุณทางยา เช่น กระชาย กระเทียม ใบยอ ข่า ตะไคร้ โหระพา พริก รากผักชี เป็นอาหารที่บำรุงธาตุ บำรุงกระดูก ช่วยเจริญอาหาร ขับลมขับเหงื่อ แก้จุกเสียด ลดความดันโลหิตสูง และนอกจากจะเป็นเมนูที่มีคุณค่าทางอาหารสูงแล้ว ยังมีเรื่องของศิลปะในการนำใบตองมาใช้แทนภาชนะ แถมช่วยเพิ่มกลิ่นรส เป็นการผสมผสานการใช้ประโยชน์จากธรรมชาติอย่างแท้จริง”

อุปกรณ์ ที่ใช้ทำห่อหมก ส่วนใหญ่เป็นเครื่องใช้ทำครัวทั่วไป อาทิ ไม้พาย, มีด, เขียง, เตาแก๊ส และลังถึงสำหรับนึ่ง แต่ที่ต้องมีเป็นพิเศษ คือ เครื่องปั่นและอ่างดินเผา หรือหม้อสเตนเลส สำหรับใช้ในการกวนห่อหมก

วัตถุดิบ หลัก ๆ จะมีผักรองพื้นห่อหมก คือใบยอ หรือใบโหระพา (หรือผัก    อื่น ๆ ตามใจชอบ เช่น ผักกาด กะหล่ำปลี) ผักหวาน ของสดและของแห้งมีปลาช่อน, ไข่เป็ด, นํ้ากะทิ, นํ้าตาลทราย, นํ้าปลา, แป้งข้าวเจ้า, กะปิ ส่วนผักที่ใช้โรยหน้าให้สวยงามคือใบมะกรูดหั่นฝอย พริกชี้ฟ้าแดงหั่น นอกนั้นก็มีใบตองสดและไม้กลัด

ส่วนผสมนํ้าพริกแกงคั่วมี ตะไคร้ซอย ผิวมะกรูดซอย หอมแดงซอย กระเทียมซอย ข่าหั่น พริกไทยเม็ด รากผักชี เกลือ พริกแห้งเม็ดใหญ่ (แช่นํ้าแกะเม็ดออก) กระชายหั่น นำสมุนไพรทุกอย่างมาใส่เครื่องปั่น หรือใส่ครกตำจนละเอียด ตั้งพักไว้ก่อน

ขั้นตอนการทำ “ห่อหมกปลาช่อนโบราณ”

เริ่มจากการเตรียมใบตองที่ใช้ห่อก่อน นำใบตองสดมาเช็ดให้สะอาดทั้งหน้าและหลัง ฉีกกว้าง 7 นิ้ว ยาว12-13 นิ้ว แล้ว ตัดเป็นรูปวงรีเตรียมไว้ ฉีกใบตองทำเตี่ยวกว้าง 1-1 1/2 นิ้ว ใบตองจะใช้สองชั้นต่อการห่อหนึ่งห่อ จากนั้นเตรียมผักรองพื้น นำผักที่เตรียมไว้ล้างให้สะอาดแล้วผึ่งให้สะเด็ดนํ้า ใบยอหั่นเป็นชิ้นเล็กลวกนํ้าเดือดให้ตายนึ่ง ใบโหระพาเด็ดเป็นใบ ๆ

จากนั้นนำปลาช่อนมาขอดเกล็ด ล้างให้สะอาดแล้วผึ่งไว้พอแห้ง ทำการแล่เนื้อ 2 ข้างออก ตัดหัวผ่าซีก ก้างตรงกลางตัดเป็นท่อน ส่วนเนื้อปลาช่อนนำมาหั่นแฉลบเป็นชิ้นหนาบางพอประมาณ มะพร้าวคั้นเอาหัวกะทิกับหางกะทิ (แบ่งหัวกะทิไว้ส่วนหนึ่งใช้สำหรับหยอดหน้าด้วย)

นำหัวกะทิกับหางกะทิส่วนหนึ่งใส่อ่างผสมดินเผา ใส่นํ้าพริกแกงคั่ว กะปินิดหน่อย ใช้ไม้พายคนส่วนผสมให้ละลายเข้ากันดี แล้วใส่เนื้อปลาและไข่เป็ดตามลงไป ทำการกวนส่วนผสมให้เข้ากัน (เทคนิคการกวนต้องไปทางเดียวกัน ถ้ากวนกลับไปกลับมาส่วนผสมจะคลายตัวไม่เหนียวข้น) ปรุงรสด้วยนํ้าตาลและนํ้าปลา กวนส่วนผสมต่อไปถ้าแห้งให้เติมหัวกะทิลงไป กวนต่อไปเรื่อยจนส่วนผสมห่อหมกมีลักษณะฟูและเหนียว ก็หยุดกวนแล้วตั้งพักไว้

การทำนํ้ากะทิสำหรับหยอดหน้าห่อหมก เอาหัวกะทิผสมกับแป้งข้าวเจ้าและเกลือเล็กน้อย คนให้ละลายเข้ากัน แล้วยกขึ้นตั้งไฟอ่อน ๆ กวนจนกะทิสุกจะข้นหนืดนิด ๆ ยกลง ตั้งพักไว้ให้เย็น

ขั้นตอนการห่อ นำใบตองกลับด้านซ้อนกันสองชั้น (แผ่นใหญ่อยู่ด้านนอกหงายหน้านวลขึ้น แผ่นเล็กอยู่ด้านในคว่ำหน้านวลลง) นำผักรองพื้นที่เตรียมไว้วางลงตรงกลาง ใช้ช้อนตักส่วนผสมห่อหมกหยอดทับลงบนผักพอมิด หยอดหน้าด้วยหัวกะทิ โรยด้วยใบมะกรูดหั่นฝอย พริกชี้ฟ้าแดงหั่นแฉลบ จับใบตองโอบขึ้นมาปลายประกบกัน นำเตี่ยวมาทาบรัดแล้ว กลัดด้วยไม้กลัด (ก่อนจะห่อ ควรตั้งลังถึงต้มนํ้าให้เดือดพล่าน) เมื่อห่อเสร็จแล้วจัดใส่ลังถึง ยกขึ้นนึ่งประมาณ 15-20 นาที แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย เสิร์ฟทานร้อน ๆ กับข้าวสวย หรือจะรับประทานเล่น ๆ ก็อร่อยเหาะ

ผู้สนใจอยากทำ “ห่อหมกโบราณ” ขายเป็นอาชีพ แนะนำว่า ตอนเริ่มทำขายใหม่ ๆ ให้ทำแต่น้อยก่อน เมื่อมีลูกค้าแล้วจึงเพิ่มจำนวนโดยเพิ่มเครื่องปรุงตามสัดส่วน หากอยากลองฝึกทำรับประทานกันในครอบครัว ต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ผศ.พงษ์ศักดิ์ ทรงพระนาม สาขาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี โทร. 08-9600-0993

นี่ก็เป็นอีกหนึ่ง “ช่องทางทำกิน” ที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ!!!!.

 

เชาวลี ชุมขำ : เรื่อง / สุนิสา ธนพันธสกุล : ภาพ

 

คู่มือลงทุน…ห่อหมกปลาช่อน

 

ทุนเบื้องต้น ประมาณ 3,000 บาท

ทุนวัตถุดิบ ประมาณ 50% ของราคา

รายได้ ราคา 30 บาท/ ห่อ

แรงงาน 1 คนขึ้นไป

ตลาด ย่านอาหาร ตลาด และชุมชน

จุดน่าสนใจ คุณประโยชน์เป็นจุดขายที่ดี

 

‘ตุ้มหูแก้ว’ อีกเทคนิคใหม่..ใช้ทำเงิน!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันเสาร์ 12 เมษายน 2557 เวลา 00:00 น.

งานไอเดียจากวัสดุที่เกี่ยวกับของกระจุกกระจิก เช่น เครื่องประดับ เป็นชิ้นงานที่มีโอกาสและมีช่องว่างให้ทำเงินได้ต่อเนื่อง ยิ่งเป็นชิ้นงานแปลก รูปแบบไม่เหมือนใคร มีการนำวัสดุชนิดใหม่ ๆ เข้ามาใช้สร้างจุดเด่นเป็นจุดขายด้วยแล้ว โอกาสที่จะหยิบจับทำเป็นอาชีพก็เรียกได้ว่ายังไม่ถึงทางตันเสียทีเดียว

วันนี้ทีม ’ช่องทางทำกิน“ มีข้อมูลมานำเสนอให้พิจารณา กับงาน ’ตุ้มหูแก้ว“

ธัญดา นิธิชลันธร เจ้าของชิ้นงาน เล่าว่า เดิมตนทำงานเป็นพนักงานบริษัท ต่อมารู้สึกอิ่มตัวจึงลาออกหันมาประกอบอาชีพอิสระ โดยยึดอาชีพรับทำขนมเบเกอรี่อยู่กับบ้าน ต่อมามองว่ายังพอมีเวลาเหลือ และด้วยความที่สนใจงานฝีมือเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงคิดว่าน่าจะใช้เวลาที่เหลือคิดประดิษฐ์ชิ้นงานเพื่อเป็นงานเสริมเพิ่มจากงานขนมที่ทำอยู่ได้ หลังจากพยายามค้นคว้าหาข้อมูลหลาย ๆ แหล่งจึงมาสนใจงานฝีมือจากต่างประเทศเป็นเทคนิค โฟโต้กลาส (Photo Glass)  จึงฝึกหัดทดลองทำ  พบว่ามีเทคนิคที่ไม่ซับซ้อน รวมถึงมีวัสดุอุปกรณ์ไม่มาก คิดว่าน่าจะทำเป็นอาชีพเสริมได้ จึงเริ่มทำจำหน่ายจริงจัง

เธอเล่าว่า เริ่มจำหน่ายชิ้นงานได้สองเดือนแล้ว โดยเปิดร้านค้าออนไลน์ เน้นจำหน่ายชิ้นงานทางเว็บไซต์ชื่อ http://www.cute-buddy.com และเฟซบุ๊กชื่อ http://www.facebook.com/cutebuddyshop ซึ่งชิ้นงานที่ทำเน้นไปที่เครื่องประดับผู้หญิง เช่น ตุ้มหู, สร้อยข้อมือ, สร้อยคอ, พวงกุญแจ โดยมีทั้งที่ผลิตเป็นชิ้นงานสำเร็จรูป และให้ลูกค้าเลือกภาพที่ต้องการสั่งทำ

สำหรับ ภาพที่ใช้พิมพ์ที่เป็นเทคนิคการทำแบบโฟโต้กลาส ที่ใช้เป็นส่วนประกอบในการทำงานตุ้มหูแก้ว จะเป็นภาพแนววินเทจเน้นโทนสีหวาน เช่น ดอกไม้ คัพเค้ก การ์ตูน สัตว์เลี้ยง, ภาพสไตล์ญี่ปุ่น เช่น ตุ๊กตาใส่ชุดกิโมโน นกกระเรียน เกอิชา, ภาพ 12 ราศีนักษัตร และภาพพระพิฆเนศ โดยเทคนิคโฟโต้กลาสที่นำมาใช้นั้น สามารถนำมาดัดแปลง พลิกแพลงรูปแบบได้หลากหลายขึ้นอยู่กับไอเดียคนทำเป็นสำคัญ

’พอดีมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องตกแต่งภาพ จึงนำทักษะตรงนี้มาประกอบเข้ากับงานที่ทำ ซึ่งกลุ่มลูกค้าของสินค้า จะเน้นไปที่กลุ่มผู้หญิง กลุ่มนักเรียน นักศึกษา และสาวออฟฟิศ โดยตอนนี้เน้นที่งานตุ้มหูแก้วพิมพ์ภาพดิจิตอลเป็นหลัก และเน้นขายส่ง ลูกค้าส่วนใหญ่จะรับสินค้าเพื่อนำไปจำหน่ายต่อตามตลาดนัดอีกทีหนึ่ง  2 เดือนถือว่าพอไปได้“

ทุนเบื้องต้น ใช้เงินลงทุนประมาณ 3,000 บาท ทุนวัสดุ อยู่ที่ 50% จากราคา ซึ่งราคาขายอยู่ที่ชิ้นละ 99 บาท

วัสดุอุปกรณ์ ประกอบด้วย ตุ้มหู  (นิกเกิลฟรี มี 3 สี คือ เงิน, ทองเหลือง, เทาดำ), กลาสโดม (Glass Dome) ที่เป็นแก้วใสใช้ประกอบเข้ากับตุ้มหู, กาวเรซิน, กระดาษโฟโต้ (กระดาษสติกเกอร์) และอุปกรณ์งานฝีมือทั่วไป เช่น กรรไกร, คัตเตอร์, ปากคีบ

ขั้นตอนการทำ เริ่มจากเลือกรูปภาพที่ต้องการ โดยออกแบบและตกแต่งให้เป็นภาพสำเร็จในเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยการกำหนดขนาดหรือไซซ์ของภาพที่จะใช้ให้ได้ขนาดกับกลาสโดม ที่ประมาณ 12 มิลลิเมตร

เมื่อได้ภาพที่เลือกไว้ และกำหนดขนาดภาพได้ตามที่ต้องการแล้ว ให้ทำการพิมพ์หรือพรินต์ภาพนั้นออกมา โดยกระดาษแนะนำให้ใช้คือ กระดาษโฟโต้ เพราะมีคุณ สมบัติไม่ดูดซึมสีซึ่งจะช่วยทำให้ภาพที่พิมพ์ออกมานั้น มีสีสันสดใส ยังคงมีความคมชัดอยู่ มีคุณภาพดีกว่าการใช้กระดาษธรรมดาทั่วไป

จากนั้นทากาวเรซินที่ด้านหลังกลาสโดม นำกลาสโดมไปติดกับภาพที่เลือกไว้ รอให้กาวแห้งติดสนิท นำกรรกไกรมาตัดขอบรอบ ๆ กลาสโดมเพื่อขึ้นรูปชิ้นงาน นำกาวเรซิ่นมาทาที่ด้านหลังกลาสโดมที่ติดกับภาพนั้นอีกครั้ง และนำไปติดเข้ากับเบ้าของตุ้มหู รอให้กาวแห้ง ทำการตกแต่งตามต้องการอีกครั้ง เป็นอันเสร็จขั้นตอนการทำตุ้มหูแก้ว

’งานตุ้มหูแก้วที่มีการนำเอาเทคนิคโฟโต้กลาสมาใช้เหมาะกับทำเป็นอาชีพเสริม เพราะวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ทำมีไม่มาก อีกทั้งยังใช้เวลาและมีขั้นตอนไม่ยาก แต่ด้วยความที่ชิ้นงานมีขนาดเล็ก เทคนิคที่จะทำชิ้นงานให้ได้เร็ว คืออาจใช้วิธีติดกลาสโดมกับภาพครั้งละหลายชิ้น จากนั้นจึงค่อยนำมาตัดขึ้นชิ้นงานทีเดียว“ ธัญดา กล่าว

สนใจงาน ’ตุ้มหูแก้ว“ โทร. 08-7330-1714 ซึ่งนี่เป็นงานฝีมืออีกชนิด ที่เด่นด้วยการนำวัสดุกับเทคนิคงานฝีมือที่แปลกใหม่มาผสมผสานจนเป็นสินค้าชิ้นเล็ก ๆ ทำเงิน กับงานตุ้มหูแก้วนี้เป็นอีกหนึ่ง ’ช่องทางทำกิน“ ที่น่าพิจารณา…

………………………………………………………………..

คู่มือลงทุน…งานตุ้มหูแก้ว

ทุนเบื้องต้น ประมาณ 3,000 บาท

ทุนวัสดุ ประมาณ 50% จากราคา

รายได้ ราคา 99 บาทต่อชิ้น

แรงงาน 1 คนขึ้นไป

ตลาด เครื่องประดับ

จุดน่าสนใจ ทุนต่ำ ทำเป็นอาชีพเสริมได้

ศิริโรจน์ ศิริแพทย์ : เรื่อง/สุนิสา ธนพันธสกุล ภาพ

 

‘เปลือกแตงโมหยี’ แปรรูปเพิ่มมูลค่าผลไม้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันอาทิตย์ 6 เมษายน 2557 เวลา 00:00 น.

“การแปรรูปผลไม้” มีให้เห็นมากมายหลายแบบ และทำได้กับผลไม้แทบทุกชนิด ในทุก ๆ ส่วนของผลไม้ รวมไปถึงส่วนของ เปลือกผลไม้ ที่มักจะถูกโยนทิ้งแบบไร้ค่า ก็สามารถนำมาแปรรูป เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลไม้ชนิดนั้น ๆ ได้เช่นกัน ซึ่งคอลัมน์ “ช่องทางทำกิน” วันนี้ขอนำเสนอการทำ “เปลือกแตงโมปรุงรส” หรือ “เปลือกแตงโมหยี” …

ข้อมูลที่จะนำเสนอเป็นผลงานของ อ.เชาวลิต อุปฐาก, อ.วไลภรณ์ สุทธา และ ผศ. ปานทิพย์ ผดุงศิลป์ จากสาขาวิชาอาหาร และโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรม ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) พระนคร

อ.เชาวลิต บอกว่า เปลือกแตงโม เป็นส่วนที่คนไม่นิยมนำมาบริโภค ทั้ง ๆ ที่มีสรรพคุณทางยามากมาย หรือสามารถนำมาเป็นส่วนประกอบของอาหารคาว อย่างแกงส้มเปลือกแตงโมได้ ในเมื่อไม่มีคนนิยมรับประทาน ทำให้เปลือกแตงโมกลายเป็นของเหลือทิ้งอย่างไร้ค่า ดังนั้น จึงได้คิดทำ “เปลือกแตงโมปรุงรส” หรือ “เปลือกแตงโมหยี” ขึ้นมา เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับเปลือกแตงโม ให้เกิดเป็นประโยชน์ในทางพาณิชย์ และเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคอีกทางหนึ่งด้วย

อุปกรณ์ในการทำเปลือกแตงโมหยี หลัก ๆ ก็มี เตาแก๊ส, กระทะทองเหลือง, เขียง-มีด, ไม้พาย, ครก-สาก และอุปกรณ์ประเภทถาด และถ้วย-ชาม ทั่ว ๆ ไป ซึ่งหาได้ในครัวเรือน

ส่วนผสมที่ใช้ ตามสูตรก็มี เปลือกแตงโม 2,000 กรัม, เนื้อแตงโม 600 กรัม, น้ำตาลทราย 200 กรัม, แบะแซ 100 กรัม, เกลือเล็กน้อย, น้ำมะนาวพอประมาณ

วิธีทำ ปอกเปลือกแตงโม แล้วล้างน้ำให้สะอาด หั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเตรียมไว้ ส่วนเนื้อแตงโมนั้น นำมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ เช่นกัน

นำเปลือกแตงโม และเนื้อแตงโมใส่ลงในกระทะทองเหลือง พร้อมตั้งไฟร้อนปานกลาง ใช้ไม้พาย กวน ให้เปลือก และเนื้อแตงโมเข้ากัน กวนไปเรื่อย ๆ ในช่วงแรก ๆ ของการกวนนั้น น้ำจากเปลือกและเนื้อแตงโมจะออกมาส่งกลิ่นหอมไปทั่ว ระหว่างนี้คอยหมั่นกวนไปเรื่อย ๆ เพื่อให้ส่วนของเปลือกและเนื้อเข้ากัน กวนไปสักพัก น้ำในกระทะจะเริ่มงวด ให้กวนไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งส่วนผสมทั้งสองเริ่มแห้ง ซึ่งการกวนในช่วงแรกนี้จะใช้เวลาประมาณ 30 นาที

จากนั้น ใส่น้ำตาลทราย, แบะแซ, น้ำมะนาว และเกลือลงไป ใช้ไฟร้อนในระดับคงเดิม แล้วค่อย ๆ กวนให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากัน จนส่วนผสมเหนียว ซึ่งขั้นตอนการกวนนี้ ใช้เวลาอีกประมาณ 25 นาที เป็นอันใช้ได้

เสร็จแล้วนำออกมาพักไว้ให้เย็น

ขั้นตอนต่อมาเป็นขั้นตอนการ คลุกกับน้ำตาล พริก และเกลือ โดยส่วนผสมการคลุก ตามสูตรมี น้ำตาลทราย 400 กรัม เกลือป่น 15 กรัม และพริกขี้หนูแห้งคั่ว 10 เม็ด

วิธีทำ โขลกพริกขี้หนูกับเกลือให้ละเอียด จากนั้นใส่น้ำตาลทรายลงไปโขลกให้เข้ากัน ชิมรสให้ได้ 3 รส เผ็ด เค็ม หวาน แบบพอดี ๆ

นำส่วนผสมของแตงโมที่กวนเสร็จเรียบร้อยแล้ว มาปั้นลูกกลม ๆ เล็ก ๆ แล้วนำลงคลุกในส่วนผสมพริก เกลือ น้ำตาล ที่โขลกไว้ คลุกให้ทั่ว ซึ่งก็จะได้เป็นเปลือกแตงโมปรุงรส หรือเปลือกแตงโมหยี ที่มีรสชาติหวาน เค็ม เผ็ด ครบ 3 รส

นำเปลือกแตงโมหยีบรรจุลงในขวดแก้ว ในปริมาณขวดละ 180 กรัม ขายในราคาขวดละ 35-45 บาท ตามแต่สถานที่หรือทำเลที่ขาย

“เปลือกแตงโมปรุงรส” หรือ “เปลือกแตงโมหยี” นี่ก็อาจจะใช้เป็น “ช่องทางทำกิน” ที่ดีได้ ซึ่งใครต้องการติดต่อ อ.เชาวลิต อุปฐาก อาจารย์ประจำสาขาวิชาอาหาร และโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มทร.พระนคร ติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 08-3015-4598.

 

สุภารัตน์ ยอดศิริวิชัยกุล : เรื่อง/พิชญวัฒน์ ปรุงศักดิ์ : ภาพ

 

คู่มือลงทุน…เปลือกแตงโมหยี

 

ทุนอุปกรณ์ ประมาณ 10,000 บาท

ทุนวัสดุ 15-20 บาท/180 กรัม

รายได้ 35-45 บาท/180 กรัม

แรงงาน 1 คนขึ้นไป

ตลาด ย่านชุมชน, งานออกร้าน

จุดน่าสนใจ เป็นการแปรรูปเพิ่มมูลค่า

 

‘ตุ๊กตาพินโบว์ลิ่ง’ ฝีมือ + ไอเดีย..ราคาดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันเสาร์ 5 เมษายน 2557 เวลา 00:00 น.

 งานศิลปะ งานแฮนด์เมดขายไอเดีย ในปัจจุบันแม้จะมีการแข่งขันกันสูงในตลาด แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีช่องว่างให้งานใหม่ ๆ แทรก ซึ่งตรงนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับการคิดทำ พัฒนาสินค้า สร้างสรรค์งานที่เป็นเอกลักษณ์ เน้นจุดขายให้ตรงกลุ่มลูกค้าที่เป็นเป้าหมาย รับรองว่าธุรกิจจะไปได้เรื่อย ๆ ไม่มีตัน อย่างชิ้นงาน ’ตุ๊กตาพินโบว์ลิ่ง“ ที่ใช้เทคนิคการเพนท์รูปลงบนพินโบว์ลิ่งให้ออกมาเป็นตุ๊กตาลายไทย และรูปนักฟุตบอลที่มีชื่อเสียง หรือจะเป็นคนที่มีชื่อเสียงอื่น ๆ ก็สามารถวาดได้ เป็นชิ้นงานที่ดูมีเอกลักษณ์โดดเด่นไม่ซ้ำใคร ซึ่งวันนี้ทีม ’ช่องทางทำกิน“ มีข้อมูลมานำเสนอให้ลองพิจารณา…

สิปปะ ตันตระโชติ เจ้าของผลงานตุ๊กตาพินโบว์ลิ่ง เล่าว่า ทำงานด้านศิลปะวาดภาพมากว่า 14 ปี เริ่มจากวาดรูปลงเฟรมผ้าใบ ลงกระดาษ มีงานที่หลากหลาย แต่เนื่องจากเป็นคนที่ชอบฟุตบอลจึงเน้นวาดรูปนักฟุตบอลที่มีชื่อเสียงของต่างประเทศ นอกจากนั้นยังมีภาพอื่น ๆ อีกหลากหลาย และก็มีการแตกไลน์สินค้ามาเรื่อย มี

ทั้งแบบที่วาดลงผ้าใบ และทำเป็นกรอบรูปขาย

สำหรับ ตุ๊กตาพินโบว์ลิ่ง ก็เป็นอีกชิ้นงานหนึ่งที่แตกไลน์สินค้าออกมา ผลงานนี้เริ่มจากการที่ได้ไปแถบย่านบางโพ เพื่อไปสั่งทำป้ายชื่อร้าน แล้วไปเจอกับไม้ที่กลึงเป็นลักษณะคล้ายพินโบว์ลิ่ง แต่มีขนาดเล็ก เมื่อเห็นอย่างนั้นก็คิดว่าน่าจะนำมาทำเป็นงานศิลปะได้ จึงทดลองซื้อไม้นั้นมา 2 ชิ้น พอกลับมาก็ทดลองเพนท์ วาดเป็นตัวตุ๊กตาลายไทย รูปผู้ชาย-ผู้หญิง แล้วก็ตั้งโชว์ที่หน้าร้าน

“ตอนนั้นไม่ได้คิดที่จะทำขาย ทำเพื่อตั้งโชว์ แต่ก็มีลูกค้าชาวต่างชาติมาเห็นและชอบผลงาน ตกลงซื้อตุ๊กตาคู่นั้นไป จากนั้นเราจึงคิดว่าน่าจะทำขายได้ จึงทำขายมาเรื่อย จนมีลูกค้ามาถามว่าทำเป็นหน้าคนได้ด้วยหรือไม่ เราเลยลองวาดดู ก็ทำได้ จึงพัฒนาสินค้า จับหน้านักฟุตบอลดัง ๆ มาวาดใส่พินโบว์ลิ่ง”

ถึงแม้รูปแบบของสินค้าจะเปลี่ยนไป แต่การทำงานก็ยังใช้พื้นฐานเดิม คือใช้ทักษะการวาด และทักษะการระบายสี ในการสร้างสรรค์ภาพนักฟุตบอล หรือตุ๊กตาลายไทย ลงบนพินโบว์ลิ่ง…

“การทำงานแบบนี้ต้องมีพื้นฐานทางด้านศิลปะบ้าง แต่สำหรับรูปตุ๊กตาลายไทยนั้นวาดไม่ยาก สามารถเรียนรู้และฝึกฝนฝึกหัดทำกันได้ ถ้ามีความชอบและตั้งใจ”…เจ้าของผลงานกล่าว

วัสดุอุปกรณ์ในการสร้างสรรค์ผลงาน ตุ๊กตาพินโบว์ลิ่ง ที่จำเป็นต้องใช้หลัก ๆ ก็คือ ตัวพินโบว์ลิ่ง ขนาดความสูงประมาณ 7 นิ้ว (สามารถสั่งทำได้จากย่านบางโพ ซึ่งต้องสั่งเป็นจำนวน 50 ตัวขึ้นไป ราคาก็จะตกอยู่ที่ตัวละประมาณ 40 บาท), กระดาษทรายเบอร์ 0 และอุปกรณ์วาดภาพและเครื่องเขียนทั่วไป เช่น สีอะคริลิก, พู่กัน, ดินสอ, ยางลบ โดยอุปกรณ์เหล่านี้หาซื้อได้ตามร้านจำหน่ายเครื่องเขียนทั่วไป ซึ่งต้นทุนวัสดุอุปกรณ์เหล่านี้อยู่ที่ประมาณไม่เกิน 5,000 บาท

พินโบว์ลิ่ง ที่ต้องใช้ขนาดความสูง 7 นิ้ว เพราะว่าเวลาวาดรูปนักฟุตบอลออกมาแล้วจะเป็นตุ๊กตาที่สัดส่วนใกล้เคียงดูสมจริงมากที่สุด และยังเป็นขนาดที่ลูกค้าต่างประเทศสามารถพกพากลับประเทศได้สะดวกด้วย

ขั้นตอนการทำ…เริ่มจากนำพินโบว์ลิ่งที่ทำจากไม้มาทำการขัดละเอียดด้วยกระดาษทรายเบอร์ 0 ทำการขัดทำความสะอาดผิวของพินโบว์ลิ่งให้เรียบ ไม่มีเสี้ยน หลังจากทำการขัดด้วยกระดาษทรายจนทั่วแล้วก็ให้ใช้ผ้าสะอาดเช็ดทำความสะอาดฝุ่นผงขี้ไม้ออกให้หมด เช็ดให้พินโบว์ลิ่งสะอาด

เมื่อทำการขัดและเช็ดพินโบว์ลิ่งเสร็จแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการร่างโครงแบบ โดยการนำรูปที่ต้องการจะวาดมาเป็นแบบ ใช้ดินสอวาดร่างโครงหน้าแบบลงบนพินโบว์ลิ่ง ให้ได้สัดส่วนโครงหน้าที่ตรงกับแบบ (ขั้นตอนนี้ต้องใช้ความชำนาญสักหน่อย) เมื่อวาดโครงหน้าเรียบร้อย ก็มาวาดส่วนที่เป็นตัวตามแบบ

หลังจากที่ทำการวาดโครงร่างด้วยดินสอเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการลงสี เริ่มจากการลงสีพื้นก่อนเป็นอันดับแรก พอสีพื้นแห้งดีแล้วจากนั้นก็เริ่มลงสีตามแบบ ลงรายละเอียดให้สวยงามเหมือนแบบ เก็บรายละเอียดแสงเงาให้ดี ให้ตุ๊กตาดูมีมิติ ลงสีเสร็จ รอให้สีแห้ง เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จขั้นตอน

“หลังจากลงสีเสร็จแล้ว จะเคลือบด้วยแล็กเกอร์ หรือจะไม่เคลือบก็ได้ ถ้าเคลือบก็จะทำให้สีของตุ๊กตาพินโบว์ลิ่งนั้นดูเข้มขึ้น และสีคงทน แต่แนะนำว่าถ้าเป็นรูปหน้าคน หรือเป็นรูปนักฟุตบอล ไม่เคลือบแล็กเกอร์จะดูสวยเป็นธรรมชาติกว่า” เจ้าของผลงานบอก

งานตุ๊กตาพินโบว์ลิ่งนี้ ราคาขายนั้นขึ้นอยู่กับรายละเอียดและความยากง่ายของงาน โดยถ้าเป็นตุ๊กตาพินโบว์ลิ่งลายไทย ขายคู่ละ 1,000 บาท ส่วนถ้าเป็นรูปหน้าคนหรือรูปนักฟุตบอลนั้นมีราคาขายอยู่ที่ตัวละ 1,000 บาท นอกจากนี้ ที่ร้านของสิปปะยังมีงานศิลปะต่าง ๆ ทั้งภาพวาด กรอบรูป และอื่น ๆ อีกหลากหลาย

เจ้าของกรณีศึกษา ’ช่องทางทำกิน“ รายนี้ นำ ’ตุ๊กตาพินโบว์ลิ่ง“ ทั้งแบบตุ๊กตาลายไทย รูปนักฟุตบอล ไปให้ผู้สนใจเลือกชมเลือกซื้อได้ที่ร้าน “Sippa Shop” อยู่ที่จตุจักรพลาซ่า โซน C ซอย 3 ห้อง 89 และเข้าไปดูผลงานได้ที่ Facebook : Sippa Shop หรือใครต้องการสั่งวาดรูปตามที่ต้องการก็โทรศัพท์สอบถามได้ที่ โทร. 08-0995-1789.

 

บดินทร์ ศักดาเยี่ยงยงค์ : รายงาน / วรพรรณ เลอสิทธิศักดิ์ : ภาพ

 

คู่มือลงทุน…ตุ๊กตาพินโบว์ลิ่ง

 

ทุนเบื้องต้น ประมาณ 5,000 บาท

ทุนวัสดุ ประมาณ 50% จากราคา

รายได้ ราคา 500-1,000 บาท/ชิ้น

แรงงาน 1 คน

ตลาด ตลาดนัดงานศิลปะ

จุดน่าสนใจ งานไอเดียยังไปได้เรื่อย ๆ