Archive for the ‘ข้าว’ Tag
http://www.dailynews.co.th/agriculture/199506
วันพฤหัสบดีที่ 25 เมษายน 2556 เวลา 00:00 น.
ข้าวสังหยดเป็นพันธุ์ข้าวที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ มีพระราชดำริเมื่อปี พ.ศ. 2543 ให้โครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริฯ จังหวัดพัทลุง ศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง ดำเนินการปลูกข้าวพันธุ์สังหยด ในพื้นที่แปลงนา ศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง ในโครงการฟาร์มตัวอย่างเพื่อไม่ให้ข้าวสูญพันธุ์
ข้าวสังหยดเป็นข้าวนาปีที่มีคุณ ลักษณะพิเศษ มีเยื่อหุ้มเมล็ดสีแดง รสชาติดีมีปริมาณ แอมิโลสต่ำ 15-20% รสชาติของข้าวใหม่หุงสวยนุ่ม หอม และมัน กินคล้ายข้าวเหนียว ชาวนครศรีธรรมราช เรียก “ข้าวสั่งหยุด” หรือ “สังหยุด” เนื่องจากรสชาติของข้าวนี้กินอร่อย กินได้กินดีจนต้องสั่งให้หยุดกิน หรือหมายถึงบอกเลิกกิน เป็นข้าวที่หายาก เนื่องจากปลูกกันน้อย คนที่สนใจเรื่องสุขภาพหันมานิยมรับประทาน และปัจจุบันมีนักวิชาการ นักวิทยาศาสตร์ และนักวิจัย จากหน่วยงาน สถาบันต่าง ๆ ให้ความสนใจศึกษา ค้นคว้า และทดลองแปรรูป เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มเป็นข้าวกล้อง ข้าวกล้องงอก ขนมคุกกี้ ไอศกรีม เครื่องสำอางชนิดต่าง ๆ
ข้าวสังหยดมีคุณค่าทางอาหารสูงกว่าข้าวพันธุ์อื่น ๆ มีกากใยอาหารสูงกว่าข้าวพันธุ์ มีประโยชน์ในการชะลอความแก่ มีโปรตีน ธาตุเหล็ก และฟอสฟอรัสสูง บำรุงโลหิต บำรุงร่างกายให้แข็งแรง ป้องกันโรคความจำเสื่อม มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเป็นมะเร็ง.
13.874246
100.669851
http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=002015&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

| ผู้แต่ง: |
ดิเรก ทองอร่าม |
| ชื่อเรื่อง: |
การหาปริมาณการใช้น้ำของข้าวพันธุ์ต่าง ๆ |
| Article title: |
Trial on consumptive use of rice |
| ชื่อเอกสาร : |
รวมเรื่องย่อการประชุมทางวิชาการ ครั้งที่ 18 สาขาพืช ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน 28-30 มกราคม 2523 |
| หน่วยงานจัดพิมพ์: |
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ |
| สถานที่พิมพ์: |
กรุงเทพฯ |
| ปีพิมพ์: |
2523 |
| หน้า: |
หน้า 30 |
| จำนวนหน้า: |
114 หน้า |
| ภาษา: |
ไทย |
| สาระสังเขป: |
สาระสังเขป (ไทย) |
| แหล่งติดตามเอกสาร: |
สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก581 2523) |
| หมวดหลัก: |
F60-Plant physiology and biochemistry |
| หมวดรอง: |
F30-Plant genetics and breeding |
| อรรถาภิธาน-อังกฤษ: |
ORYZA SATIVA, PLANT WATER RELATIONS, VARIETIES |
| ดรรชนี-ไทย: |
ข้าว, พันธุ์, ปริมาณการใช้น้ำ |
| หมายเลข: |
002015 KC1801031 |
| เอกสารฉบับเต็ม: |
![[Download Fulltext]](http://kucon.lib.ku.ac.th/kucon/imgs/pdficon.gif) |
| ค้นข้อมูลใกล้เคียง: |
มีคำสำคัญเหมือนกัน ผู้แต่งคนเดียวกัน |
13.874246
100.669851
http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=002003&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

| ผู้แต่ง: |
อรดี สหวัชรินทร์; อุดม นวพานิชย์ |
| ชื่อเรื่อง: |
การเพาะเลี้ยงอับละอองเกสรของข้าว (Oryza sativa Linn. indica) |
| Article title: |
Anther culture of rice (Oryza sativa Linn. indica) |
| ชื่อเอกสาร : |
รวมเรื่องย่อการประชุมทางวิชาการ ครั้งที่ 18 สาขาพืช ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน 28-30 มกราคม 2523 |
| หน่วยงานจัดพิมพ์: |
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ |
| สถานที่พิมพ์: |
กรุงเทพฯ |
| ปีพิมพ์: |
2523 |
| หน้า: |
หน้า 18 |
| จำนวนหน้า: |
114 หน้า |
| ภาษา: |
ไทย |
| สาระสังเขป: |
สาระสังเขป (ไทย) |
| แหล่งติดตามเอกสาร: |
สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก581 2523) |
| หมวดหลัก: |
F02-Plant propagation |
| หมวดรอง: |
F30-Plant genetics and breeding |
| อรรถาภิธาน-อังกฤษ: |
ORYZA SATIVA, ANTHER CULTURE, VARIETIES, CULTURE MEDIA, CALLUS, GROWTH |
| ดรรชนี-ไทย: |
ข้าว, การเพาะเลี้ยงอับละอองเกสร, พันธุ์, สูตรอาหาร, แคลลัส, การเจริญเติบโต |
| หมายเลข: |
002003 KC1801019 |
| เอกสารฉบับเต็ม: |
![[Download Fulltext]](http://kucon.lib.ku.ac.th/kucon/imgs/pdficon.gif) |
| ค้นข้อมูลใกล้เคียง: |
มีคำสำคัญเหมือนกัน ผู้แต่งคนเดียวกัน |
13.874246
100.669851
http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=001989&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

| ผู้แต่ง: |
สุวรรณ หาญวิริยะพันธ์; วิชาญ วอทอง; ดำเกิง จันทรปัญญา |
| ชื่อเรื่อง: |
การทดลองระบบการปลูกพืชโดยอาศัยน้ำฝนที่มีข้าวเป็นพืชหลักในจังหวัดอุบลราชธานี ปี 2521 |
| Article title: |
Rice-based cropping systems under rainfed condition at Ubon in 1978 |
| ชื่อเอกสาร : |
รวมเรื่องย่อการประชุมทางวิชาการ ครั้งที่ 18 สาขาพืช ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน 28-30 มกราคม 2523 |
| หน่วยงานจัดพิมพ์: |
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ |
| สถานที่พิมพ์: |
กรุงเทพฯ |
| ปีพิมพ์: |
2523 |
| หน้า: |
หน้า 5 |
| จำนวนหน้า: |
114 หน้า |
| ภาษา: |
ไทย |
| สาระสังเขป: |
สาระสังเขป (ไทย) |
| แหล่งติดตามเอกสาร: |
สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก581 2523) |
| หมวดหลัก: |
F08-Cropping patterns and systems |
| อรรถาภิธาน-อังกฤษ: |
ORYZA SATIVA, VIGNA UNGUICULATA SESQUIPEDALIS, ARACHIS HYPOGAEA, ZEA MAYS, VIGNA RADIATA RADIATA, CROPPING SYSTEMS, RAINFED FARMING, HIGHLANDS |
| ดรรชนี-ไทย: |
ข้าว, ถั่วฝักยาว, ถั่วลิสง, ข้าวโพด, ข้าวเหนียว, ถั่วเขียว, ระบบการปลูกพืช, พื้นที่อาศัยน้ำฝน |
| หมายเลข: |
001989 KC1801005 |
| เอกสารฉบับเต็ม: |
![[Download Fulltext]](http://kucon.lib.ku.ac.th/kucon/imgs/pdficon.gif) |
| ค้นข้อมูลใกล้เคียง: |
มีคำสำคัญเหมือนกัน ผู้แต่งคนเดียวกัน |
13.874246
100.669851
http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=001987&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

| ผู้แต่ง: |
วรการ ปิ่นหย่า; วินิจ เสรีประเสริฐ; อภิพรรณ พุกภักดี |
| ชื่อเรื่อง: |
บทบาทของถั่วเขียวในระบบการปลูกพืชที่มีข้าวเป็นพืชหลักในภาคกลางของประเทศไทย |
| Article title: |
Rice based cropping system involve mungbean in central Thailand |
| ชื่อเอกสาร : |
รวมเรื่องย่อการประชุมทางวิชาการ ครั้งที่ 18 สาขาพืช ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน 28-30 มกราคม 2523 |
| หน่วยงานจัดพิมพ์: |
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ |
| สถานที่พิมพ์: |
กรุงเทพฯ |
| ปีพิมพ์: |
2523 |
| หน้า: |
หน้า 3 |
| จำนวนหน้า: |
114 หน้า |
| ภาษา: |
ไทย |
| สาระสังเขป: |
สาระสังเขป (ไทย) |
| แหล่งติดตามเอกสาร: |
สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก581 2523) |
| หมวดหลัก: |
F08-Cropping patterns and systems |
| อรรถาภิธาน-อังกฤษ: |
ORYZA SATIVA, VIGNA RADIATA, CROPPING SYSTEMS, YIELDS, THAILAND |
| ดรรชนี-ไทย: |
ข้าว, ถั่วเขียว, ระบบการปลูกพืช, ผลผลิต, ภาคกลาง |
| หมายเลข: |
001987 KC1801003 |
| เอกสารฉบับเต็ม: |
![[Download Fulltext]](http://kucon.lib.ku.ac.th/kucon/imgs/pdficon.gif) |
| ค้นข้อมูลใกล้เคียง: |
มีคำสำคัญเหมือนกัน ผู้แต่งคนเดียวกัน |
13.874246
100.669851
มช.เจ๋ง!ผลิตเจลยาชาจากข้าว

มช.เจ๋ง!ผลิตเจลยาชาจากข้าว
ใช้ข้าวผลิตเจลยาชาในช่องปาก นวัตกรรมใหม่ฝีมือนักวิจัย มช. : โดย…ดลมนัส กาเจ
จากเหตุผลที่ประเทศไทยต้องนำเข้าเจลยาชาที่ใช้สำหรับด้านทันตกรรมในแต่ละปีจำนวนมหาศาล ทำให้ รศ.เภสัชกรหญิง ดร.ศิริพร โอโกโนกิ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมคณะทำการวิจัยข้าวไทยเพื่อผลิตเจลผสมยาชาในช่องปาก ปรากฏว่าประสบสำเร็จเป็นอย่างดี มีประสิทธิภาพเทียบเท่าที่นำเข้าต่างประเทศ แต่ราคาถูกกว่าถึง 10 เท่า ล่าสุดกำลังทดลองว่าอาจจะมีผลข้างเคียงหรือไม่
รศ.เภสัชกรหญิง ดร.ศิริพร บอกว่า ที่ผ่านมาการใช้เจลยาชาของทันตแพทย์ส่วนใหญ่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศที่มีราคาสูง จึงมองว่าประเทศไทยมีการทำนาปลูกข้าวมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ภายในเมล็ดข้าวมีองค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นคาร์โบไฮเดรต ซึ่งเป็นสารประกอบโพลิเมอร์ตามธรรมชาติที่ดี ไม่มีพิษและสลายตัวได้ในร่างกาย น่าจะสามารถนำมาดัดแปลงเพื่อให้ได้สารก่อเจลที่เหมาะสม เพื่อใช้ประโยชน์ทางทันตกรรมได้
จากนั้นจึงวิจัยข้าวไทย 4 สายพันธุ์ คือ เป็นพันธุ์ข้าวหอมมะลิ กับพันธุ์เสาไห้ นอกจากนี้มีข้าวเหนียวพันธุ์สันป่าตองกับข้าวเหนียวพันธุ์ กข.6 โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก.ใช้เวลาวิจัยราว 1 ปี พบว่าข้าวไทยมีคุณสมบัติที่จะทำเจลผสมยาชาที่ใช้ในช่องปากได้เป็นอย่างดี เบื้องต้นไม่ก่อให้เกิดการอักเสบต่อเซลล์บุช่องปากแต่อย่างใด
“ผลการวิจัยพบว่าเมล็ดข้าวเหนียว 1 กก. สามารถดัดแปลงผลิตเป็นสารเพิ่มความหนืดหรือสารก่อเจลได้ 10 เท่า ทำให้ต้นทุนการผลิตเจลผสมยาชาถูกมาก สมมุติว่าข้าวราคา กก.ละ 50 บาท สามารถผลิตเจลได้ 20 กระปุกขนาดเล็ก 5 กรัม เฉลี่ยต้นทุนไม่ถึงกระปุกละ 20 บาท เมื่อร่วมค่าเทคโนโลยี ค่าแรงต้นทุนราว 40 บาทขณะที่นำเข้าจากต่างประเทศตกกระปุกละ 400 บาท ถูกกว่า 10 เท่า หากต่อยอดจะเกิดประโยชน์ต่อวงการทันตแพทย์อย่างมหาศาล เพราะสามารถลดการนำเข้าจากต่างประเทศไทย และอีกส่วนหนึ่งถือเป็นการต่อยอดให้ข้าวไทยเพิ่มมูลค่าอีกด้วย” รศ.เภสัชกรหญิง ดร.ศิริพร กล่าว
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ บอกด้วยว่า งานวิจัยชิ้นนี้หากนำไปต่อยอดจะก่อให้เกิดประโยชน์หลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นวงการเภสัชกรรม ทันตกรรม ภาคเอกชนผู้ผลิตแป้งข้าว ผู้ป่วยที่ต้องการรักษาด้านทันตกรรม และกลุ่มผู้ปลูกข้าว เพราะงานวิจัยชิ้นนี้จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้แก่วัตถุดิบทางการเกษตร รวมถึงจะลดการสูยเสียเงินที่ต้องนำเข้าเจลชนิดนี้มาจากต่างประเทศได้อีกทางหนึ่ง
ด้าน ชยารพ สุพรรณชาติ อาจารย์ประจำภาควิชาศัลยศาสตร์และแม็กซิลโลเฟเชียล คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ บอกว่า เจลยาชาจากข้าวไทยนั้นได้ทดลองกับอาสาสมัครจำนวน 40 คน เมื่อใช้ทาในช่องปากแล้วจะออกฤทธิ์ภายใน 1 นาที และอยู่ได้ถึง 15 นาที เหมาะที่จะทาในช่องปากกรณีที่คนป่วยจะฉีดยาชาเข้าเหงือกเพื่อทอนฟัน จะช่วยให้ลดความปวดได้ และทากรณีที่จะขูดหินปูน ซึ่งเบื้องต้นยังไม่พบว่าจะเกิดอันตรายหรือผลข้างเคียง แต่เนื่องจากข้าวมีคาร์โบไฮเดรต ที่อาจจะก่อน้ำตาลได้ จึงทดลองต่อไปว่าหากใช้แล้วจะทำให้ฝันผุหรือไม่
ขณะที่ รศ.ดร.พีรเดช ทองอำไพ ผู้อำนวยการ สวก.บอกว่า ในช่วงที่ผ่านมาได้สนับสนุนงบประมาณด้านการวิจัยให้แก่นักวิจัย ในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่หลายโครงการ รวมถึงการวิจัยข้าวไทยเพื่อผลิตเจลยาชาใช้สำหรับในช่องปากอีกอีกด้วย ซึ่งโครงการนี้ประสบผลสำเร็จไปด้วยดี คาดว่าในอนาคตจะสามารถต่อยอดเพื่อผลิตในเชิงพาณิชย์ และจะก่อให้เกิดประโยชย์ในวงการทันตแพทย์อีกด้วย
ก็นับเป็นผลงานวิจัยที่น่าสนใจอีกชิ้นหนึ่ง หากต่อยอดได้ไม่เพียงแต่จะเกิดประโยชน์ต่อวงการทันตแพทย์เพียงอย่างเดียว หากแต่สามารถลดการนำเข้าจากต่างประเทศ และมีประโยชน์ต่อชาวนาที่จะทำให้ข้าวไทยมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอีกด้วย
——————–
(ใช้ข้าวผลิตเจลยาชาในช่องปาก นวัตกรรมใหม่ฝีมือนักวิจัย มช. : โดย…ดลมนัส กาเจ)
13.874246
100.669851
http://clip.thaipbs.or.th/home.php?vid=490
.
กิน อยู่ คือ : ข้าว..รากเหง้าสังคมไท (15 เม.ย. 2555)
จากการที่เป็นถึงหัวหน้าพ่อครัวใหญ่ ผ่านการไปดูงาน..แข่งขันการทำอาหารที่ญี่ปุ่น.. และที่สำคัญเคยปรุงอาหารให้บุคคลสำคัญของต่างประเทศ ที่ทำให้มหาเศรษฐ๊อย่าง โมฮัมหมัด อัลฟาแยต ติดใจฝีมือ แล้วชวนไปอยู่ด้วย แต่คุณวิชิตกลับเลือกที่จะมาใช้ชีวิตในวันหยุด กลับมาอยู่บ้านท่ามกลางธรรมชาติ ที่พัทยา จ.ชลบุรี เพื่อมาทำนา ปลูกข้าวหอมมะลิแดงปลอดสารเคมี ด้วยแรงบันดาลใจ ที่อยากสร้างแหล่งอาหารปลอดสารพิษ และเรียนรู้วิถีเกษตรกร รากเหง้าของสังคมไทย ทั้งยังตั้งใจที่จะนำข้าวหอมมะลิแดงมาสร้างสรรค์ อาหารจานพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น ข้าวฟู ปลาฟู …กุ้งทอดข้าวฟูผิวส้มซ่า ปลาหิมะนมข้าว และไอศกรีมข้าว…ติดตามในรายการ กินอยู่..คือ วันอาทิตย์ที่ 15 เมษายนนี้ เวลา 11.30-12.00 น. ไทยพีบีเอส หรือรับชมทีวีออนไลน์ทาง www.thaipbs.or.th/Live
p366
13.874246
100.669851
http://program.thaipbs.or.th/usefulprogram/article18425.ece?episodeID=21088
กินอยู่…คือ : ข้าว คือ โอสถ
9 มี.ค. 55 | 07.30 – 08.00 |
ติดตามการเดินทางเรียนรู้เรื่องราวที่สะท้อน วิถีการใช้ชีวิต แนวคิด และการกินกับรายการกิน อยู่..คือซึ่งว่านจะพาคุณผู้ชมไปเรียนรู้เรื่องราวและประโยชน์ของข้าว ไม่ว่าจะเป็น ข้าวต้านมะเร็ง ข้าวลดเบาหวาน ติดตามในรายการกินอยู่คือ วันศุกร์ที่ 9 มีนาคม เวลา 07.30 น. ทางไทยพีบีเอส หรือรับชมทีวีออนไลน์ทางwww.thaipbs.or.th/Live
13.874246
100.669851
http://www.dailynews.co.th/agriculture/172850
วันอังคารที่ 18 ธันวาคม 2555 เวลา 00:00 น.
ข้าวเจ๊กเชย เป็นข้าวเสาไห้พันธุ์หนึ่งที่ได้รับความนิยมเมื่อครั้งอดีต เป็นข้าวเจ้าที่มีอมิโลสสูงและถือได้ว่าดีที่สุดในข้าวพันธุ์เสาไห้ มีบันทึกเกี่ยวกับข้าวพันธุ์นี้ไว้ว่าเป็นข้าวที่พ่อค้าชาวจีน ซึ่งทำการค้าข้าวขึ้นล่องเรือระหว่างแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสัก มีชื่อว่า “เจ๊กใช้” เป็นผู้รวบรวมข้าวส่งโรงสีแถบ จ.สระบุรี จ.พระนครศรีอยุธยา และกรุงเทพมหานคร ได้นำพันธุ์ข้าวลักษณะดีจาก จ.นครสวรรค์ มาให้เกษตรกรปลูกที่ อ.เสาไห้ ภายหลังจากทำการสีออกมาพบว่า เป็นข้าวคุณภาพดี เมล็ดยาวน้ำหนักดี หุงขึ้นหม้อ และนุ่ม เมื่อเย็นแล้วไม่บูดง่าย ทำให้กลายเป็นที่นิยมของชาวเสาไห้ จนมีการเรียกชื่อพันธุ์ข้าว ตามชื่อพ่อค้าที่นำมา แต่ได้เพี้ยนมาเป็น “เจ๊กเชย” ในเวลาต่อมา
ข้าวชนิดนี้เมื่อหุงสุกแล้วนุ่ม ไม่แข็ง หุงขึ้นหม้อ กินอร่อย ราดข้าวแกงแล้วไม่ยุบตัว ไม่บูดง่าย หลังจากเก็บเกี่ยวแล้วตัดฟางส่งขายเพาะเห็ดได้ดี เนื่องจากฟางที่ได้แข็งและยาว แต่เนื่องจากที่ให้ผลผลิตต่ำประมาณ 30 ถังต่อไร่ เป็นข้าวไวต่อแสง ปลูกได้เพียงปีละ 1 ครั้ง ประมาณเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม และทำการเก็บเกี่ยวได้ประมาณวันที่ 5-10 ธันวาคม จึงทำให้ความนิยมปลูกของเกษตรกรลดลง และหันไปปลูกข้าวพันธ์ุอื่นที่ให้ผลผลิตมากกว่า และปลูกได้อย่างต่อเนื่องในรอบปีแต่ก็ยังมีเกษตรกรแถบจังหวัดสระบุรีบางส่วนยังคงปลูกอยู่เพื่อรับประทานภายในครอบครัว
ปัจจุบันได้มีการเก็บรวบรวมพันธ์ุโดยหน่วยงานราชการที่เกี่ยว ข้อง เพื่อรอการส่งเสริมการปลูกในวันข้างหน้าและไม่ให้พันธ์ุข้าวชนิดนี้สูญหายไปจากประเทศไทย.
13.874246
100.669851
http://www.thairath.co.th/content/pol/304377
7 พฤศจิกายน 2555, 17:22 น.

วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก ปชป. มั่นใจข้อมูล อภิปรายฯจำนำข้าวฝ่ายค้าน ส่งผลกระเทือนรัฐแน่ อัด พณ.ใช้มติครม.ขายข้าว “จีทูจี” หลอก ปชช.
วันที่ 7 พ.ย. นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง กรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมา เห็นชอบตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอกรณีการทำสัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี ระหว่างรัฐบาลไทยกับจีน เป็นเวลา 3 ปี โดยกำหนดไม่เกิน 5 ล้านตันต่อปีนั้นว่า ก่อนหน้านี้ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ได้มาเปิดประเด็น เรื่องการขายข้าวแบบจีทูจี 7.32 ล้านตัน กับ 4 ประเทศ ใน 6 สัญญา และที่ผ่านมา ก็มีการพูดถึงกรณีที่จีนซื้อข้าวไทย แบบจีทูจี 2 ล้านตัน ทำให้เกิดความสับสนเพราะจากการตรวจสอบกลับพบว่ามีการขายข้าวไป 76,800 ตันเท่านั้น
ตนจึงขอตั้งข้อสังเกตว่า กระทรวงพาณิชย์ จะใช้มติครม.เล่นปาหี่ หลอกคนไทยทั้งประเทศ และเป็นการเล่นในช่วงที่นายกฯไม่อยู่ เพราะนายกฯ เป็นประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ที่ต้องรับผิดชอบทั้งหมด เท่ากับว่าถ้ามีความผิดพลาดอะไรเกิดขึ้นจากมติครม.ครั้งนี้ ก็จะมีการกันนายกฯออกไป แล้วให้คนอื่นมารับผิดชอบแทน
นอกจากนั้นกระทรวงพาณิชย์ ยังพยายามสร้างความสับสนโดยการบอกว่า ไทยยังเป็นแชมป์การขายข้าวในเชิงมูลค่าอยู่นั้น ทั้งที่มูลค่าการขายข้าวลดลงจากปีที่ผ่านมา 5.2 หมื่นล้านบาท
ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ก็อยู่ที่มติคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วม ฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) รวมไปถึง ความเห็นของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค และ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานวิปฝ่ายค้าน แต่ทางพรรคเชื่อมั่น ในเรื่องข้อมูลที่เกี่ยวข้องคนที่ถูกอภิปรายทั้งหมด
อีกทั้งมั่นใจในเอกสารที่มีว่า จะกระเทือนถึงรัฐบาลชุดนี้อย่างแน่นอน เพราะหากไม่มีข้อมูล คงไม่กล้าตั้งชื่อว่าสู่หลักประหารรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ส่วนข้อมูลที่มีอยู่สามารถเอาผิดถึงตัวนายกฯได้หรือไม่นั้น เชื่อว่าข้อมูลที่ตนมีอยู่นายกฯจะต้องรับผิดชอบ
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ไทยรัฐออนไลน์
- 7 พฤศจิกายน 2555, 17:22 น.
13.874246
100.669851
http://www.naewna.com/local/28932
วันอังคาร ที่ 06 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555, 06.00 น.
เตือนทุกขั้นตอนจำนำข้าวต้องโปร่งใส
“เติ้ง”ขันน็อตกรมส่งเสริมการเกษตร/ย้ำทำงานรอบคอบป้องกันทุจริต
นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า โครงการรับจำนำผลผลิตทางการเกษตรเป็นนโยบายที่มีความสำคัญ เพราะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคง มีความยั่งยืนในการประกอบอาชีพ โดยในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตร เป็นหน่วยงานหลักรับผิดชอบการขึ้นทะเบียนผู้ปลูกและออกใบรับรองแก่เกษตรกร เพื่อเป็นหลักฐานนำไปจำนำข้าวกับโรงสีที่เข้าร่วมโครงการ แต่ทั้งนี้จากการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน พบว่า มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว ขณะที่จากกรายงานของอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร พบว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตรในส่วนดังกล่าวพบข้อผิดปกติและการทุจริตน้อยมาก เมื่อเทียบกับจำนวนเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนข้าวนาปีและนาปรังปีการผลิต 2554/55 จำนวน 4.2 ล้านครัวเรือน โดยขณะนี้พบเพียงรายเดียว
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ผิดพลาดน้อยที่สุด จึงได้ย้ำให้ปฏิบัติงานด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง ทุกอย่างต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ และต้องไม่ก่อให้เกิดความซ้ำซ้อนของข้อมูล ในทุกขั้นตอนต้องมีผู้รับผิดชอบหลัก ต้องมีศูนย์ปฏิบัติการขึ้นทะเบียน ทำหน้าที่วางแผนการทำงาน ติดตามให้คำแนะนำ และแก้ไขปัญหาให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน รวมทั้งวางระบบการตรวจสอบภายในและปรับปรุงข้อมูลให้ถูกต้อง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาหรือมีการทุจริตในขั้นตอนของการขึ้นทะเบียนและออกใบรับรองด้วย
นางพรรณพิมล ชัญญานุวัตร อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า เพื่อให้การดำเนินงานรวดเร็ว โปร่งใส ตรวจสอบได้ และไม่เกิดความซ้ำซ้อน จึงได้พัฒนาระบบฐานข้อมูลการขึ้นทะเบียน ด้วยการใช้ระบบ ICT ให้มีฐานข้อมูลเกษตรกรและการให้ความช่วยเหลือสามารถตรวจสอบได้ทันที การจัดซื้ออุปกรณ์อ่านพิกัดภูมิศาสตร์ GPS เพื่อตรวจสอบพื้นที่จริงของเกษตรกร การจัดทำสมุดทะเบียนเกษตรกรเพื่อให้ฐานข้อมูลเป็นปัจจุบัน การจัดทำคู่มือสำหรับเจ้าหน้าที่ และการจัดประชุม สัมมนาเจ้าหน้าที่เพื่อทบทวนการดำเนินงาน เพื่อสนับสนุนให้การช่วยเหลือของรัฐบาล เข้าถึงเกษตรกรอย่างแท้จริง
13.874246
100.669851
http://www.thairath.co.th/content/eco/304236
7 พฤศจิกายน 2555, 05:45 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ (6 พ.ย.55) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) ในการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลจีน เป็นระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่ปี 56-58 โดยกำหนดปริมาณข้าวที่ขายในแต่ละปีไม่เกิน 5 ล้านตัน จากเดิมปีละไม่เกิน 3 แสนตัน ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ
ทั้งนี้ ในที่ประชุมนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ได้เสนอเรื่องนี้เป็นวาระจร โดยให้เหตุผลว่าเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วน เพราะทางรัฐบาลจีนจะเดินทางมาไทยในช่วงต้นเดือน ธ.ค.นี้
ซึ่งจะมีการลงนามในบันทึกข้อตกลงนี้ หากต้องรอแล้วนำเสนอให้ ครม.พิจารณาในสัปดาห์หน้าจะล่าช้าเกินไป จึงต้องเสนอให้ ครม.พิจารณาเห็นชอบในสัปดาห์นี้ ซึ่งการเสนอเรื่องนี้ที่ประชุมก็ได้มีกันซักถามถึงความจำเป็นและเหตุผลที่ต้องนำเรื่องนี้เสนอต่อที่ประชุมเป็นวาระจร โดยนายบุญทรง ยืนยันว่าการขายข้าวให้รัฐบาลจีนครั้งนี้จะไม่มีภาคเอกชนเข้ามาเกี่ยวข้องแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม “กระทรวงพาณิชย์ได้เสนอเรื่องนี้เป็นเรื่องลับ ขณะเดียวกัน ครม. ก็ได้ซักถามเรื่องนี้กันนานมาก โดยนายบุญทรงได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ของกรมการค้าต่างประเทศเป็นผู้ชี้แจงอย่างละเอียด ซึ่งครม.เห็นว่ามีเหตุมีผลและมีข้อมูลที่ชัดเจน จึงเห็นชอบร่วมกันว่าควรอนุมัติในร่างเอ็มโอยู และได้กำชับ ครม.ทุกคนห้ามไม่ให้มีการเปิดเผยในรายละเอียดหรือแถลงข่าวอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด”.
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
- 7 พฤศจิกายน 2555, 05:45 น.
13.874246
100.669851
http://www.thairath.co.th/content/eco/304161
6 พฤศจิกายน 2555, 22:31 น.

ภาคีเครือข่ายต่อต้านคอรัปชัน เผย ป.ป.ช.รับลูก สอบทุจริตโครงการรับจำนำข้าวแล้ว รอชงบอร์ดชุดใหญ่พิจารณา เอกชนหวั่นใช้งบเยอะจนไม่มีเงินเหลือไปพัฒนาประเทศชาติ
เมื่อวันที่ 6 พ.ย. นายวิชัย อัศรัสกร กรรมการเลขาธิการหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ภาคีเครือข่ายต่อต้านคอรรัปชัน ที่มีนายประมนต์ สุธีวงศ์ เป็นประธาน ได้เสนอเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รับพิจารณาและตรวจสอบการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว เพราะเห็นว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นจริง ซึ่งล่าสุด ป.ป.ช.ได้รับเรื่องไว้แล้ว และอยู่ระหว่างการเสนอให้คณะกรรมการ (บอร์ด) ป.ป.ช.ชุดใหญ่พิจารณาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อตรวจสอบในเรื่องนี้ต่อไป
นอกจากนี้ เอกชนเป็นห่วงเรื่องการใช้นโยบายการรับจำนำข้าว เพราะใช้งบประมาณสูงถึงปีละ 4 00,000 ล้านบาท ซึ่งเกรงว่ารัฐบาลจะไม่มีเงินไปพัฒนาประเทศในด้านอื่น และทำให้หนี้สาธารณะเพิ่มมากขึ้น แต่หากรัฐบาลนำเงินเพียงบางส่วนจากงบประมาณที่ใช้ในการรับจำนำ ไปหาทางเพิ่มผลผลิตต่อไร่ หาทางลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกร ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินอย่างมากปีละ 20,000 ล้านบาท ก็จะช่วยเหลือเกษตรกรได้ 50-60 ปี เมื่อเทียบกับการรับจำนำเพียงแค่ 3 ปี ที่จะใช้เงินสูงถึง 1.2 ล้านล้านบาท
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
- 6 พฤศจิกายน 2555, 22:31 น.
13.874246
100.669851
http://www.thairath.co.th/content/eco/304134
6 พฤศจิกายน 2555, 19:40 น.

สศค.เผย เกษตรกรทำประกันภัยพิบัติปี 55 ทั้งสิ้น 45,312 ราย ซึ่งรัฐเพิ่มสิทธิ์คุ้มครองประกันภัยข้าว อีก 2 ภัย คือ ภัยศัตรูพืชและโรคระบาด แต่เกษตรกรยังจ่ายค่าเบี้ยประกันเท่าเดิมในอัตรา 60 บาทต่อไร่
เมื่อวันที่ 6 ต.ค. นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2555 ว่า เป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากปีที่แล้ว โดยปีที่แล้วคุ้มครองเฉพาะภัยธรรมชาติทั้งหมด 6 ภัย ได้แก่ อุทกภัย ฝนทิ้งช่วง ลมพายุ อากาศหนาว ลูกเห็บ และอัคคีภัย ซึ่งเกษตรกรจะได้รับความคุ้มครอง 1,111 บาทต่อไร่ แต่ในปีนี้เกษตรกรจะได้รับความคุ้มครองเพิ่มขึ้นจากภัยศัตรูพืชและโรคระบาด โดยจะได้รับวงเงินความคุ้มครองจำนวน 555 บาทต่อไร่ ขณะที่อัตราค่าเบี้ยประกันภัยยังคงเท่าเดิมในอัตรา 120 บาทต่อไร่ (ไม่รวมอากรแสตมป์และภาษีมูลค่าเพิ่ม) ทั้งนี้ เกษตรกรจะจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยสุทธิเพียง 60 บาทต่อไร่ ที่เหลือรัฐบาลเป็นผู้อุดหนุน
ส่วนการดำเนินการโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2555 ดำเนินการโดยกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ ร่วมกับบริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ซึ่ง ธ.ก.ส. ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้บริหารโครงการ โดยเป็นตัวกลางระหว่างเกษตรกรผู้เอาประกันภัยและบริษัทผู้รับประกันภัย
ทั้งนี้ ระยะเวลาการจำหน่ายกรมธรรม์ประกันภัยสำหรับปีการผลิต 2555 ได้เริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 27 ก.ค.-26 ต.ค. 2555 สำหรับทุกภาค ยกเว้นภาคใต้เริ่มจำหน่ายวันที่ 27 ส.ค.-26 พ.ย.55 รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 3 เดือน โดยผลการดำเนินงาน ณ วันที่ 26 ต.ค.55 หลังสิ้นสุดการจำหน่ายในทุกภาค ยกเว้นภาคใต้ พบว่ามีเกษตรกรผู้ทำประกันภัย 45,312 ราย จำนวนพื้นที่เกษตรกรเอาประกันภัย 865,634 ไร่ และมีค่าเบี้ยประกันรวม 111.6 ล้านบาท ส่วนการรับค่าสินไหมทดแทน ปรากฏว่ามีเกษตรกรขอรับค่าสินไหมทดแทน 15 ราย จำนวนพื้นที่ที่เกษตรกรเอาประกันภัย 318 ไร่ คิดเป็นเงิน 350,000 บาท ทั้งนี้ ในปีการผลิต 2554 เกษตรกรทั่วประเทศจ่ายค่าเบี้ยประกันภัย 136.6 ล้านบาท และได้รับค่าสินไหมทดแทนรวม 754.6 ล้านบาท
“โครงการประกันภัยข้าวนาปีเป็นโครงการที่ดี มีประสิทธิภาพ และช่วยลดความเสี่ยงภัยให้แก่เกษตรกร ซึ่งเกษตรกรจะได้รับความคุ้มครองโดยได้รับค่าชดเชยความเสียหายจากกรณีประสบภัยพิบัติตามเงื่อนไข ซึ่งโครงการนี้จะเป็นการสร้างรากฐานกลไกการประกันภัยพืชผลให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาว”
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ไทยรัฐออนไลน์
- 6 พฤศจิกายน 2555, 19:40 น.
13.874246
100.669851
http://www.thairath.co.th/content/region/304022
6 พฤศจิกายน 2555, 10:41 น.

ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสกลนครสั่งคุมเข้มโครงการจำนำข้าวเปลือก ปี 2555-2556 สั่งเจ้าหน้าที่ดูแลทุกจุดป้องกันการทุจริต หลังเคยดำเนินคดีขบวนการทุจริตจำนำข้าวในพื้นที่มาแล้ว…
เมื่อวันที่ 6 พ.ย. นายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร กล่าวว่า ทางจังหวัดร่วมกับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด (ผบก.ภ.จ.) สกลนคร ได้เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลเพื่อให้การดำเนินงานตามโครงการรับจำนำข้าวของจังหวัดสกลนคร เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยเปิดจุดรับจำนำข้าวเพื่อให้พี่น้องที่เริ่มเก็บเกี่ยวข้าวได้ออกมารับประโยชน์จากโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ในส่วนของการกำกับดูแลเรื่องทุจริตทางจังหวัดร่วมกับ ผบก.ภ.จ.สกลนคร ได้ซักซ้อมแนวทางป้องกันไว้แล้ว มีหน้าที่ทำให้นโยบายของรัฐบาลประสบความสำเร็จ
สำหรับจุดที่เป็นข้อบกพร่องในปีที่ผ่านมา ทางจังหวัดได้นำมาประเมินหมดแล้ว รวมถึงหาทางแก้ไขป้องกัน ด้วยการเพิ่มเจ้าหน้าที่ เพิ่มคนเข้ามาดูแล มั่นใจว่าปีนี้โครงการรับจำนำข้าวของจังหวัดสกลนคร จะบรรลุเป้าหมายตามที่ตั้งไว้ ซึ่งประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับก็คือความเป็นธรรม ในด้านการนำข้าวมารับจำนำที่จุดรับจำนำข้าว ทั้งในเรื่องความชื้น เรื่องสิ่งเจือปน รวมทั้งการชั่งน้ำหนัก และมีการเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ประจำจุดให้มากขึ้น ชาวนาก็จะได้รับประโยชน์จากโครงการนี้แน่นอน เพราะได้จัดเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่ายลงมาจัดการ มีตัวแทนเกษตรกร เจ้าหน้าที่ตำรวจ มีข้าราชการตัวแทน ธ.ก.ส. ตัวแทนโรงสีที่เข้าร่วมโครงการ คิดว่าคงไม่น่ามีปัญหาอะไร
ทางด้าน พล.ต.ต.พลศักดิ์ บรรจงศิริ ผบก.ภ.จ.สกลนคร เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาได้มีการทุจริตการรับจำนำข้าวไปแล้วที่ จ.สกลนคร ดังนั้น ปีนี้จึงพยายามหาวิธีการขั้นตอนใหม่ๆ มาควบคุม ดูแล และตรวจสอบ โดยเริ่มเปิดจุดรับจำนำข้าว ซึ่งดูแล้วทางโรงสีก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ซึ่งจุดที่เป็นจุดอ่อน หรือจุดที่น่าจะมีการทุจริต ก็ได้วางระบบดูแลป้องกันไว้อย่างดีแล้ว มีขั้นตอนในการปฏิบัติชัดเจน มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปดูแลประจำจุด จุดละ 2 นาย มีระดับผู้กำกับและรองสารวัตรมาควบคุมกำกับดูแลทุกจุด และทุกวันจะต้องรายงาน พร้อมสำเนาใบรับฝากส่งให้ตำรวจภูธรรวบรวม รวมถึงให้ตำรวจเอาเบอร์โทรศัพท์ของเจ้าหน้าที่ทุกคนเพื่อสุ่มและตรวจสอบว่า ทาง ธ.ก.ส.จะออกใบประทวนให้ได้ภายใน 3 วันจริงหรือเปล่า เพื่อให้เกษตรกรมั่นใจและได้รับเงินเร็ว ซึ่ง ธ.ก.ส.ก็รับปากว่าจะดำเนินการให้โดยเร็ว คาดว่าการรับจำนำข้าวปีนี้น่าจะเรียบร้อยดี
ส่วนปัญหาเจ้าหน้าที่น้อย และระบบคอมพิวเตอร์ที่นำมาใช้ค่อนข้างไม่ชัดเจนเกี่ยวกับน้ำหนักไม่สอดคล้องกับราคา เช่น ข้าวมา 10 ตัน มีความชื้นไปลดน้ำหนักเขา แล้วก็ไปใส่ในราคาเต็ม ชาวบ้านเขาสงสัย แต่ที่จริงแล้วไม่ได้เป็นการทุจริต เป็นเพียงข้อสงสัยเท่านั้น เป็นเอกสารที่ชาวบ้านสงสัยเลยตั้งข้อสังเกตขึ้นมา ฉะนั้น ปีนี้ต้องแก้แล้วว่า 10 ตัน คือ 10 ตัน ส่วนหายไปคือราคา ก็เป็นไปตามเกณฑ์
ขณะที่ นายทวีป ไชยมาตย์ ประธานกลุ่มข้าวตำบลนาหัวบ่อ อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร ตัวแทนเกษตรกรที่มาทำหน้าที่ประจำจุดรับจำนำข้าว กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือทั้งจากภาครัฐและเอกชนเป็นอย่างดี และตั้งใจมากที่สุดสำหรับการจำนำข้าวในปีนี้ เพราะทุกฝ่ายจะร่วมกัน โดยปีที่ผ่านมาผิดพลาดเล็กน้อย ไม่เป็นไร แต่ปีนี้ตัวแทนเกษตรกรจะคอยดูแลตั้งแต่การเก็บเกี่ยวข้าว นวดข้าว พร้อมประชาสัมพันธ์แจ้งข่าวให้เกษตรกรรับรู้ข่าวสาร
ส่วนในเรื่องการออกใบประทวนนั้น จะต้องเข้าไปดูแลทั้งเกษตรกรและเจ้าหน้าที่ผู้ออกใบประทวน ซึ่งการรับจำนำฤดูการผลิตปีที่ผ่านมา มีโรงสีที่ไม่ได้มาตรฐานเข้าร่วมโครงการเหมือนโรงสีแห่งนี้ที่เป็นปัญหาในปีที่ผ่านมา แต่เป็นการรับจำนำข้าวนาปรังไม่ใช่ข้าวนาปี และโรงสีแห่งนี้ไม่ได้เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งปีนี้ชาวนาได้รับประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะไม่มีพ่อค้าคนกลางมาเอาเปรียบ และชาวนาก็รู้ราคาที่รัฐบาลแจ้งไว้แล้ว ต่างพอใจราคาที่รัฐตั้งไว้ จึงอยากให้ภาครัฐส่งเสริมเกษตรกร ด้วยการนำเมล็ดข้าวพันธุ์ดีกว่าที่ปลูกในปัจจุบันมาให้อีก พร้อมทั้งแยกออกไปเลยว่า เป็นข้าวเมล็ดยาว ก็ให้ยาวไปเลย อย่าส่งเสริมทั้งเมล็ดสั้นและเมล็ดยาว สลับกันเหมือนในปัจจุบัน ผลผลิตออกมาราคาก็ต่างกัน เกษตรกรชาวนาแยกไม่ออก ทั้งนี้ อธิบดีกรมการข้าวเคยเดินทางมาที่ จ.สกลนคร บอกเกษตรกรว่า ข้าวที่สกลนครมีข้าวพันธุ์ดี แต่อยากเห็นข้าวที่สกลนครดีกว่านี้อีก.
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ทีมข่าวภูมิภาค
- 6 พฤศจิกายน 2555, 10:41 น.
13.874246
100.669851