ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย ที่เกี่ยวข้อง

ขนุน – เรื่องน่ารู้

http://www.dailynews.co.th/agriculture/208379

วันเสาร์ที่ 1 มิถุนายน 2556 เวลา 00:00 น.

ขนุนเป็นไม้ต้น ขนาดใหญ่ สูง 15-30 เมตร ลำต้นและกิ่งเมื่อมีบาดแผลจะมีน้ำยางสีขาวข้นคล้ายน้ำนมไหล ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงสลับ แผ่นใบรูปรี ขนาดกว้าง 5-8 เซน ติเมตร ยาว 10-15 เซนติเมตร ปลายใบทู่ ถึงแหลม โคนใบมน ผิวในด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน เนื้อใบหนาผิวใบด้านล่างจะสากมือ ดอก เป็นช่อแบบช่อเชิงสดแยกเพศอยู่รวมกัน ดอกเพศผู้เรียกว่า “ส่า” มักออกตามปลายกิ่ง ดอกเพศเมียจะออกตามกิ่งใหญ่และตามลำต้น ยอดเกสรเพศเมียเป็นหนามแหลม ออกดอกปีละ 2 ครั้ง ช่วงเดือนธันวาคม – มกราคม และเมษายน – พฤษภาคม ส่วนของเนื้อที่รับประทานเจริญมาจากกลีบดอก ส่วนซังคือกลีบเลี้ยง ผล เป็นผลรวมมีขนาดใหญ่

ยวง เมล็ด แก่นของขนุน ส่าแห้งของขนุน ใบยวงและเมล็ด รับประทานเป็นอาหาร เมื่อครั้งอดีตคนไทยนำแก่นของขนุน ต้มย้อมผ้าให้สีน้ำตาลแก่ นำส่าแห้งของขนุนมาทำชุดจุดไฟ แก่นขนุน จะมีรสหวานชุ่มขม บำรุงกำลังและโลหิต ทำให้เลือดเย็น ใบนำมาเผาให้เป็นถ่านผสมกับน้ำปูนใสหยอดหู แก้ปวดหู และหูเป็นน้ำหนวก ไส้ในของขนุนรับประทานแก้ตกเลือดทางทวารเบาของสตรีที่มากไปให้หยุดได้ แก่นและเนื้อไม้ รับประทานแก้กามโรค.

มิถุนายน 25, 2013 แสดงความเห็นโดย | คำแนะนำด้านพืช, เกษตร, เดลินิวส์ออนไลน์ | , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

ขนุน – เรื่องน่ารู้

http://www.dailynews.co.th/agriculture/183728

วันจันทร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา 00:00 น.

ขนุนสามารถนำมาทำประโยชน์ได้มากมาย ใช้เป็นยา  ใช้รับประทาน และเป็นต้นไม้มงคลตามความเชื่อที่ว่า   ถ้าปลูกต้นขนุนทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ในบริเวณบ้านจะหนุนเนื่อง บุญบารมี มีเงินทอง มีคนเกื้อหนุน และอุดหนุนจุนเจือ ทางภาคเหนือนิยมใช้ใบขนุนร่วมกับใบพุทรา ใบพิกุล มาซ้อนกันแล้วนำไปไว้ในยุ้งข้าวตอนเอาข้าวขึ้นยุ้งใหม่ ๆ เชื่อกันว่าจะทำให้หนุนนำและส่งผลให้มีข้าวกินตลอดปีและตลอดไป

ใบขนุน รสฝาดมันรักษาหนองเรื้อรัง และใบสดนำมาตำให้ละเอียดอุ่นพอกแผล  ราก รสหวานอมขม แก้ท้องร่วง แก้ไข้ แก้ธาตุน้ำกำเริบ โลหิตพิการ ฝาดสมานบำรุงกำลัง และบำรุงโลหิต แก่นและราก รสหวานอมขม บำรุงโลหิต แก้กามโรค ขับพยาธิ ระงับประสาท และแก้โรคลมชัก ยาง รสจืด ฝาดเฝื่อน แก้อักเสบบวม แผลมีหนองเรื้อรัง แก้ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ ขับพยาธิ และขับน้ำนม เนื้อหุ้มเมล็ด รสหวานมันหอม บำรุงกำลัง และชูหัวใจให้ชุ่มชื่น เนื้อในเมล็ด รสหวานมัน บำรุงน้ำนม ขับน้ำนม และบำรุงกำลัง ขนุนอ่อน มีใยอาหารช่วยทำความสะอาดลำไส้  ช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้.

มีนาคม 12, 2013 แสดงความเห็นโดย | คำแนะนำด้านพืช, เกษตร, เดลินิวส์ออนไลน์ | , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

“ขนุนเพชรดำรง” ปลูกแกะเนื้อขายคุ้ม

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/324715

6 กุมภาพันธ์ 2556, 05:00 น.
Pic_324715

ผู้อ่านไทยรัฐ จำนวนมากขอให้แนะนำขนุนพันธุ์ดีๆเพราะต้องการกิ่งพันธุ์ไปปลูก  เพื่อแกะยวงหรือเนื้อสุกขายเพิ่มรายได้บ้าง  แต่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะปลูกขนุนพันธุ์อะไร เนื่องจากปัจจุบันมีขนุนพันธุ์ใหม่ๆที่เกษตรกรได้พัฒนาพันธุ์ขึ้นมาเยอะ  แต่ละสายพันธุ์จะมีข้อโดดเด่นต่างกันไป อย่างไรก็ตาม ที่เหมาะจะปลูกเพื่อแกะยวงขายตามความต้องการดังกล่าว “นายเกษตร” ขอแนะนำว่า “ขนุนเพชรดำรง” เป็นสายพันธุ์ดีที่สุดในยุคนี้

เนื่องจาก มีข้อดีคือ ยวง หรือเนื้อหุ้มเมล็ดมีความหนาและมีขนาดใหญ่ เมล็ดเล็ก เมื่อผ่าผลสุกแกะเอายวงหรือเนื้อเพียงอย่างเดียวขึ้นชั่งกิโลขายจะมีน้ำหนักโดยเฉลี่ย ประมาณ 5–6 ยวงต่อ 1 กิโลกรัม ให้น้ำหนักดีกว่าและยวงใหญ่กว่าขนุนสายพันธุ์อื่นอย่างชัดเจน ที่สำคัญ ยวงหรือเนื้อของ “ขนุนเพชรดำรง” ไม่เละ รสชาติหวานกรอบและมีกลิ่นหอม เฉพาะตัวรับประทานอร่อยมาก “ผล” โตเต็มที่น้ำหนักประมาณ 10-20 กิโลกรัม ต่อผล ให้ยวงหรือเนื้อปริมาณ 52 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักผล เปลือกผลบางไม่เป็นสนิมง่าย

ขนุนเพชรดำรง ติดผลดกและผลมีขนาดใหญ่มาก เป็นสายพันธุ์ที่ติดผลได้ปีละ 2 ครั้งหรือนิยมเรียกกันว่าทวายนั่นเอง จึงเป็นขนุนสายพันธุ์ดังและดีที่สุดในเวลานี้ เหมาะจะปลูกเพื่อแกะยวง หรือเนื้อขายได้คุ้มค่ากว่าขนุนสายพันธุ์ใดๆอย่างแน่นอน ซึ่ง “ขนุนเพชรดำรง” เกิดจากการผสมเกสรของขนุนคุณหญิง กับขนุนทองประเสริฐ โดยฝีมือของ ดร.ดำรงศักดิ์ วิรยศิริ นานหลายปีแล้ว ใครต้องการกิ่งพันธุ์ติดต่อ “สวนสมศักดิ์การเกษตร” 86 หมู่ 6 ต.ไม้เด็ด อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี  โทร.08–1948–4916 หรือที่งานเกษตรแห่งชาติ ที่ ม.เกษตรฯ บางเขน กทม. เวลานี้ตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค.-9 ก.พ.56 โซน H. 40–41 โซน J. 18–19 และที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับสวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ โครงการ 19 แผง “นายดาบสมพร” ราคาสอบถามกันเอง ปลูกได้ในดินทั่วไป เติบโตเร็วและติดผลหลังปลูก 3-4 ปี ครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 6 กุมภาพันธ์ 2556, 05:00 น.

กุมภาพันธ์ 14, 2013 แสดงความเห็นโดย | คำแนะนำด้านพืช, เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

“ขนุนทองอินโดแคระ” ดกเนื้อ กรอบอร่อย

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/322862

28 มกราคม 2556, 05:00 น.
Pic_322862

ขนุนชนิดนี้ มีถิ่นกำเนิดจาก ประเทศอินโดนีเซีย ถูกนำเข้ามาปลูกและขยายพันธุ์ในประเทศไทยนานกว่า 3-4 ปีแล้ว และได้รับความนิยมจากผู้ปลูกผู้รับประทานแพร่หลายเรื่อยมาจนกระทั่งปัจจุบัน เนื่องจาก  “ขนุนทองอินโดแคระ” มีความเป็นพิเศษคือ ขนาดของต้นไม้ไม่สูงมากนักระหว่าง 3–4 เมตรเท่านั้น ลำต้นอวบอ้วนและใหญ่ จัดเป็นขนุนสายพันธุ์เบา ให้ผลผลิตเร็ว ใช้เวลาปลูกเพียง 1–2 ปี จะออกดอกและติดผลได้เป็น ชุดแรก และติดผลดกได้เรื่อยๆ เกือบตลอดปี  ซึ่งจากการที่มีผลดกนี่เอง ทำให้ผู้ปลูกตัดเอาผลอ่อนที่มีมากเกินไปจากต้นไปจำหน่ายให้ผู้ซื้อไปปรุงอาหารจำพวก แกงขนุน ยำขนุน หรือซุปขนุน ได้อีกด้วย

ส่วนรูปทรงของผลจะมีลักษณะกลมรีเล็กน้อยดูสวยงามดี ที่สำคัญแต่ละผลเมื่อโตเต็มที่จะ มีน้ำหนักเฉลี่ยเพียง 2–5 กิโลกรัม ต่อผลเท่านั้น และเป็นน้ำหนักพอเหมาะที่ผู้ซื้อทั้งผลนำพากลับบ้านได้ง่ายไม่หนักเกินไป เมื่อถึงบ้านผ่าผลแกะเอาเนื้อสุกรับประทานได้สะดวกเพราะขนาดผลไม่ใหญ่เกินไปนั่นเอง เนื้อผลสามารถรับประทานได้หมดพอดีกับทุกคนในครอบครัวแบบไม่มีเหลือ  ปัจจุบันตลาดในประเทศจีนกำลังเป็นที่ต้องการสูงมาก

เนื้อ ผลของ “ขนุนทองอินโดแคระ” มีรสชาติหวานกรอบมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เนื้อเป็นสีเหลืองทอง เมล็ดเล็ก ยางและซังเป็นเส้นๆน้อยมาก ปริมาณเนื้อ 50 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักผล  เนื้อสุกงอมไม่เละ  รับประทานอร่อย มาก สามารถปลูกลงกระถางขนาดใหญ่ทำเป็นไม้ประดับได้ ขยายพันธุ์ด้วยวิธีติดตา ทำให้ต้นแข็งแรงทนโรคทนแล้งได้ดี มีรากแก้วเยอะ ใครต้องการกิ่งพันธุ์ ไปปลูกติดต่อ “คุณประภาส สุภาผล” 33/4 หมู่ 7 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โทร. 08–8533–2299 หรือที่งานเกษตรแห่งชาติ จัดขึ้นที่ ม.เกษตรฯ บางเขน กทม. ระหว่างวันที่ 31 ม.ค.–9 ก.พ. 56 บริเวณร้าน สวนประภาสไม้ผล โซน H. 125–126 ราคาสอบถามกันเองครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 28 มกราคม 2556, 05:00 น.

กุมภาพันธ์ 14, 2013 แสดงความเห็นโดย | คำแนะนำด้านพืช, เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

“ขนุนเพชรดำรง” ผลส่งขายประเทศจีน

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/283217 

14 สิงหาคม 2555, 05:00 น.

Pic_283217

ขนุนเพชรดำรง

ขนุนชนิดนี้ เกิดจากการผสมเกสรของ ขนุนคุณหญิง กับ ขนุนทองประเสริฐ เมื่อได้ลูกไม้ใหม่นำไปปลูกจนต้นโตและติดผล ปรากฏว่าเนื้อสุกหรือยวงหุ้มเมล็ดมีความหนามาก ขนาดเนื้อหรือยวง 5-6 ยวง ต่อ 1 กิโลกรัม เนื้อสุกไม่เละ รสชาติหวานกรอบมีกลิ่นหอมอร่อยมาก เป็นขนุนกลายพันธุ์ถาวร เจ้าของจึงจดทะเบียนเป็นลิขสิทธิ์ในชื่อ “ขนุนเพชรดำรง” พร้อมตอนกิ่งขยายพันธุ์ออกวางขายได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย

ขนุนเพชรดำรง มีความเป็นพิเศษอีกคือ เปลือกผลจะบางและไม่เป็นสนิม ติดผลง่ายและติดผลดก เจริญเติบโตเร็ว ใบจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือจะมีขนาดใหญ่กว่าใบของขนุนสายพันธุ์อื่นอย่างชัดเจน ใช้เวลาปลูกประมาณ 3 ปี จะมีผลผลิตชุดแรก และที่สำคัญสามารถติดผลได้ปีละ 2 หน ผลเมื่อโตเต็มที่มีน้ำหนักเฉลี่ย 10-20 กิโลกรัม ต่อผล ให้เนื้อหรือยวงประมาณ 52 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักผล ปัจจุบันมีเกษตรกรนำเอา “ขนุนเพชรดำรง” ไปปลูกในเนื้อที่ 200 ไร่ แล้วนำผล ส่งไปจำหน่ายที่ประเทศจีนได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวจีนอย่างกว้างขวาง

ขนุนเพชรดำรง นอกจากจะมีเนื้อหรือยวงรสชาติหวานกรอบหอมอร่อยตามที่กล่าวข้างต้นแล้ว ยังมีคุณสมบัติอีกอย่างคือ หลังจากตัดผลแก่จากต้นผลจะสุกในระยะ 5-8 วัน จึงเหมาะที่จะขนส่งไปจำหน่ายต่างประเทศเป็นระยะทางไกลๆได้ และเมื่อส่งไปถึงปลายทาง ผลของ “ขนุนเพชรดำรง” จะสุกพอดีรับประทานได้เลย

ใครต้องการกิ่งพันธุ์ไปปลูกติดต่อ สวนณัฐพนธ์ฟาร์มต้นไม้ โทร.08–1761–8210 หรือไปซื้อที่งานเกษตรภาคใต้ จัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ระหว่างวันที่ 10–19 ส.ค.55 ที่ร้านณัฐพนธ์ฟาร์มต้นไม้ และที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณโครงการ 19 แผง “นายดาบสมพร” ราคาสอบถามกันเองครับ.

นายเกษตร

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 14 สิงหาคม 2555, 05:00 น.

สิงหาคม 19, 2012 แสดงความเห็นโดย | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

“ขนุนเพชรดำรง” ผลทะวายยวงยักษ์อร่อย

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/264806

1 มิถุนายน 2555, 05:00 น.

Pic_264806

ขนุนชนิดนี้ เกิดจากการผสมเกสรของขนุนเนื้อดี 2 สายพันธุ์ คือ ระหว่าง ขนุนคุณหญิง กับ ขนุนทองประเสริฐ โดยฝีมือของ ดร.ดำรง-ศักดิ์ วิรยศิริ หลังจากได้ลูกไม้ใหม่แล้วนำไปปลูกเลี้ยงจนต้นโตติดผลชุดแรกและได้ใช้เวลาทดสอบผลผลิตพร้อมชิมรสชาติของเนื้อสุกหรือยวงอยู่เป็นเวลานานหลายปีจนมั่นใจว่าเป็นขนุนกลายพันธุ์หรือขนุนพันธุ์ใหม่แบบถาวรหรือพันธุ์นิ่งดีแล้วเจ้าของผู้ขยายพันธุ์จึงจดทะเบียนเป็นลิขสิทธิ์ในชื่อ “ขนุนเพชรดำรง”

ขนุนเพชรดำรง มีข้อเด่นคือ ยวง หรือเนื้อหุ้มเมล็ดมีความหนามากและยวงมีขนาดใหญ่น้ำหนัก 5-8 ยวงต่อ 1 กิโลกรัม ใหญ่กว่าขนุนทั่วไปอย่างชัดเจน ซังหุ้มยวงมีน้อย เนื้อสุกไม่เละ รสชาติหวานกรอบ มีกลิ่นหอมอร่อยมาก เมล็ดเล็กจึงทำให้มีเนื้อเยอะ เปลือกผลบางไม่เป็นสนิม ติดผลง่ายและผลดกเต็มต้น เป็นขนุนสายพันธุ์ที่ปลูกแล้วโตเร็ว ใบมีขนาดใหญ่กว่าใบของขนุนชนิดอื่น ระยะเวลาปลูกให้ผลผลิตชุดแรกหลังปลูก 2-3 ปี ที่สำคัญ “ขนุนเพชรดำรง” สามารถติดผลอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง หรือติดผลทะวายทั้งปี

ผล เมื่อโตเต็มที่มีน้ำหนักเฉลี่ย 10–20 กิโลกรัม ต่อผล ให้เนื้อหรือยวงประมาณ 52 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักผล ปัจจุบันมีการปลูกเพื่อเก็บผลส่งขายต่างประเทศได้รับความนิยมจากผู้รับประทานอย่างแพร่หลาย “ขนุนเพชรดำรง” เคยได้รับรางวัลจากสภาวิจัยแห่งชาติ ปี 2526 และรางวัลจากสมาคมปรับปรุงพันธุ์ขยายพันธุ์พืชแห่งประเทศไทยปี 2549

ใคร ต้องการกิ่งตอนไปปลูกติดต่อ “สวนสมศักดิ์การเกษตร” โทร.08–1948–4916 หรือไปซื้อที่งานเกษตรแฟร์ ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์บางเขน กทม. จัดขึ้นในขณะนี้จนถึงวันที่ 7 มิ.ย. 55 บริเวณจำหน่ายต้นไม้ โซน H.23–24 หรือ โซน ไอ.14–15 ร้าน “สวนสมศักดิ์การเกษตร” ราคาสอบถามกันเอง เจ้าของมีเอกสารการปลูก “ขนุนเพชรดำรง” ให้ผู้ซื้อไปใช้ประกอบการปลูกด้วย.
“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 1 มิถุนายน 2555, 05:00 น.

มิถุนายน 1, 2012 แสดงความเห็นโดย | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

“ขนุนโอชารส” พันธุ์ใหม่เนื้อดี

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/262699

24 พฤษภาคม 2555, 05:00 น.

Pic_262699

ขนุนโอชารส

ผู้ขาย กิ่งตอนไม้ผลไม้ดอกบางคนไม่มีแผงขายแบบถาวร จะอาศัยตระเวนขายตามงานที่จัดขึ้นทั่วไป และในช่วงปลายเดือนพ.ค.นี้ จะมีงานเกษตรแฟร์ที่ถือเป็นงานใหญ่จัดขึ้นทุกปีที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กทม. จึงขอแนะนำไม้ดีๆของผู้เร่ขายตามงานเหล่านี้บ้าง ในระยะนี้ ซึ่ง “ขนุนโอชารส” เป็นขนุนเนื้อสีจำปาพันธุ์ใหม่เกิดจากการเอาเมล็ดของต้นแม่จาก จ.นนทบุรี อายุมากกว่า 20 ปี และปลูกเลี้ยงจนต้นโตติดผลดก เมื่อผลสุก เนื้อหรือยวงเป็นสีชมพูอมส้ม หรือ สีโอลด์โรส สวยงามมาก เนื้อไม่เละ มีความหนา 0.5-1 ซม. เนื้อแข็ง รสชาติหวาน 25 องศาบริกซ์ มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวรับประทานอร่อยมาก

เนื้อสุกหรือยวงที่ได้  50  เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักผล ระหว่าง 10-30 กิโลกรัมต่อผล จัดเป็นขนุนสีจำปาพันธุ์ใหม่ที่สามารถ ติดผลได้ปีละ 2 ครั้งหรือทะวาย เจ้าของผู้ขยายพันธุ์เลยนำไปตรวจสอบจนมั่นใจแล้วว่าขนุนดังกล่าวเป็นขนุนสีจำปากลายพันธุ์และเป็นพันธุ์ใหม่ถาวรอย่างแน่นอน จึงจดทะเบียนตั้งชื่อว่า “ขนุนโอชารส” พร้อมปลูกในไร่จำนวนมาก แกะเนื้อหรือยวงออกขายที่ตลาดนัดสนามหลวง 2 กิโลกรัมละ 200 บาท ได้รับความนิยมจากผู้ซื้อรับประทานอย่างแพร่หลาย และได้ขยายพันธุ์ตอนกิ่งออกวางขายอีกด้วย

ส่วนต้นแม่ของ “ขนุนโอชารส” ถูกน้ำท่วมตายตอนน้ำท่วมใหญ่ปี 54 แต่ก่อนหน้านั้นเจ้าของได้ตอนกิ่งไว้จำนวนหนึ่ง  จึงไม่ได้สูญพันธุ์ไปจากสารบบพันธุ์ไม้ประเภทขนุนสีจำปา และข้อดีของ “ขนุนโอชารส” มีอีกคือ เนื้อจะไม่เป็นสนิม ลำต้นแข็งแรงสามารถทนแล้งได้ดี ใครต้องการกิ่งตอน ไปปลูกมีกิ่งตอนขายที่ตลาดนัดสนามหลวง 2 ติดต่อ “คุณวิวัฒน์ มาบุญ” โทร.08-4662-2958 หรือที่งานเกษตรแฟร์ ม.เกษตรฯ บางเขน กทม. วันที่ 30 พ.ค.-7 มิ.ย. 55 ที่บูธ “วิวัฒน์พันธุ์ไม้” โซน H 84–85 ส่วนใหญ่เป็นกิ่งที่ใช้วิธีทาบกิ่ง มีรากแก้วแข็งแรงแล้ว เมื่อนำไปปลูกจะให้ผลผลิตหลังปลูก 3 ปี ราคาสอบถามกันเองครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 24 พฤษภาคม 2555, 05:00 น.

พฤษภาคม 24, 2012 แสดงความเห็นโดย | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

“ขนุนศรีบรรจง” เนื้อดีอร่อย

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/260522

16 พฤษภาคม 2555, 05:00 น.

Pic_260522

ขนุนศรีบรรจง

ขนุนชนิดนี้ ถือเป็นสุดยอดของขนุนเนื้อสีเหลืองอีกพันธุ์หนึ่งที่ได้รับความนิยมจากผู้ปลูกและผู้รับประทานอย่างแพร่หลาย เนื่องจากเนื้อหรือยวงของ “ขนุนศรีบรรจง” จะมีความหนามาก เมล็ดเล็ก รสชาติหวานหอมไม่เละกรอบอร่อยมาก ขนาดของความหวานวัดได้ 31 องศาบริกซ์ ขนาดของผลเมื่อโตเต็มที่มีน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 15-30 กิโลกรัมต่อผล มีเนื้อหรือยวง 50 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักผล จึงเป็นขนุนดีที่ปลูกเพื่อเก็บผลรับประทานในครัวเรือน หรือปลูกแกะเนื้อหรือยวงสุกขายได้คุ้มค่ามาก

ขนุนศรีบรรจง เป็นขนุนที่ “คุณบรรจง เตียรักษา” นำเอาเมล็ดขนุนเนื้อดีสีเหลืองหลายเมล็ดไปเพาะขยายพันธุ์ปลูกจนติดผล จากนั้นก็คัดสายพันธุ์เอาเฉพาะต้นที่ติดผลดกผลมีขนาดใหญ่มีเนื้อหรือยวงหนา เป็นสีเหลืองรสชาติหวานจัดไม่เละเหลือเพียงต้นเดียวนำไปทดลองปลูกจนแน่ใจว่าเป็นขนุนกลายพันธุ์ถาวร และเชื่อว่าเป็นขนุนพันธุ์ใหม่นำไปจด ทะเบียนลิขสิทธิ์ตั้งชื่อว่า “ขนุนศรีบรรจง” พร้อมขยายพันธุ์ตอนกิ่งมอบให้ตัวแทนนำออกวางขายได้รับความนิยมอย่างแพร่ หลายตามที่กล่าวข้างต้น

ขนุนศรีบรรจง มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์เหมือนกับขนุนทั่วไป อยู่ในวงศ์ MORACEAE เป็นไม้ยืนต้นสูง 8-10 เมตร ติดผลดกตามฤดูกาลปีละครั้ง หลังติดผลประมาณ 4-5 เดือน สามารถเก็บเกี่ยวผลได้ เนื้อผลหรือยวง 50 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักผล รสชาติหวานหอมกรอบอร่อยไม่เละตามที่กล่าวข้างต้น ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ตอนกิ่ง และทาบกิ่ง

ปัจจุบัน “ขนุนศรีบรรจง” มีกิ่งตอนขาย ที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณโครงการ 19 แผง “นายดาบสมพร” ราคาสอบถามกันเอง ปลูกได้ในดินทั่วไป บำรุงปุ๋ยสูตร 16– 16–16 ต้นละ 1.5 กก. 2 เดือนครั้ง จะมีผลดกครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 16 พฤษภาคม 2555, 05:00 น.

พฤษภาคม 17, 2012 แสดงความเห็นโดย | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

2 ทศวรรษ ขนุนทองประเสริฐ ยงยุทธ วงษ์จิราษฎร์…เจ้าของเดิม ยังคงโกยเงินอย่างต่อเนื่อง

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05042010555&srcday=2012-05-01&search=no

วันที่ 01 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 ปีที่ 24 ฉบับที่ 526

เทคโนโลยีการเกษตร

พานิชย์ ยศปัญญา

2 ทศวรรษ ขนุนทองประเสริฐ ยงยุทธ วงษ์จิราษฎร์…เจ้าของเดิม ยังคงโกยเงินอย่างต่อเนื่อง

ไทยเป็นเมืองร้อน ไม้ผลที่ปลูกกันอยู่หนีไม่พ้น ขนุน มะม่วง มะกรูด มะนาว มะพร้าว ส้มโอ…เกษตรกรบางคนปลูกมะม่วงแล้วราคาผลผลิตตกต่ำ อยากปลูกแอปเปิ้ลคงทำได้ยาก ทางออกที่ทำได้คือ ลดต้นทุนการผลิต ปลูกพันธุ์ที่ตลาดต้องการ และที่นิยมกันมากคือ การผลิตให้ออกนอกฤดู หรือก่อนฤดูเล็กน้อย

ขนุน…เป็นไม้ผลเมืองร้อน ที่นิยมปลูกกันมานาน เดิมทีการผลิตมีแนวทางคล้ายไม้ผลชนิดอื่น คือเพื่อบริโภคในครัวเรือน มีเหลือก็แจกจ่าย ต่อมามีผลิตเป็นการค้ามากขึ้น จนทุกวันนี้ วงการขนุนมีความก้าวหน้ามาก ผลผลิตสามารถส่งออกไปจำหน่ายยังสาธารณรัฐประชาชนจีน เวียดนาม และประเทศอื่นๆ

ยุคเก่าก่อน งานพัฒนาขนุน มีการพูดถึงเรื่องสายพันธุ์กัน

พันธุ์ขนุนเมื่อ 30 ปี ที่แล้ว ดังมากๆ คือ ขนุนฟ้าถล่ม ทองสุดใจ และจำปากรอบ เจ้าของคือ คุณสมปอง ตวงทอง อยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี

เมื่อเทคโนโลยีชาวบ้าน ก่อตั้งได้ 3-4 ปี เคยนำเสนอขนุนตาบ๊วย และขนุนบ๊วยฉิมพลี ของ คุณลุงฉิม บุญเปี่ยม (ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว)

จากนั้นขนุนได้เสนอตัวต่อสาธารณะอย่างต่อเนื่อง ใครที่ไปเที่ยวงานเกษตรแฟร์หรือเกษตรแห่งชาติ จะเห็นเกษตรกรนำสายพันธุ์ขนุนออกมาจำหน่าย ไม่น้อยไปกว่าไม้ผลชนิดอื่น

ในสารบบจริงๆ พันธุ์ขนุนในบ้านเรามีเป็น 100 สายพันธุ์ แต่เข้าใจว่า ปัจจุบัน ส่วนใหญ่ได้สูญหายตายจากไปแล้ว เหลือเพียงสายพันธุ์ที่โดดเด่น ครองใจผู้ผลิตและผู้บริโภคจริงๆ เท่านั้น ซึ่งขนุนที่อยู่ได้นั้น เปอร์เซ็นต์ของเนื้อที่บริโภคได้ต่อน้ำหนักผลต้องสูง ออกผลทะวาย รสชาติดี ทนทานต่อโรคแมลง ปรับตัวได้ง่ายต่อสภาพดินฟ้าอากาศที่แตกต่าง เนื้อในรสชาติดี มีความสม่ำเสมอ

ตามหา ขนุน “ทองประเสริฐ” จนเจอ

ตั้งแต่ช่วงปี 2530 เป็นต้นมา มีการค้นหาสายพันธุ์ไม้ผลกันมาก ขนุนก็มีการพูดถึงในวงกว้าง

เมื่อปลายปี 2537 ทางนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ได้รับการบอกเล่าจาก คุณทวีศักดิ์ ด้วงทอง นักวิชาการไม้ผล กรมส่งเสริมการเกษตร ปัจจุบัน เป็นผู้อำนวยการกลุ่มงานไม้ผลไม้ยืนต้น กรมส่งเสริมการเกษตร และเป็นที่ปรึกษานิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน คุณทวีศักดิ์ ชวนออกไปดูงานปลูกไม้ผลหลายครั้งหลายหนด้วยกัน บางครั้งตามอยู่ทั้งวัน แต่ก็คว้าน้ำเหลว

สำหรับ ขนุนทองประเสริฐ ของ คุณยงยุทธ วงษ์จิราษฎร์ อยู่บ้านเลขที่ 192/6 ถนนบ้านบึง-แกลง ตำบลทางเกวียน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ทราบว่ามีปลูกมานานพอสมควรแล้ว เจ้าของยังไม่อยากเผยแพร่ เพราะไม่แน่ใจ กระนั้นก็ตาม ได้มีการนำมาปลูกที่ตำบลบางขนุน อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี และแถบอำเภอบางใหญ่

รอเวลาอยู่นาน จนกระทั่งเดือนเมษายน 2538 จึงมีโอกาสได้ไปพูดคุยกับคุณยงยุทธ โดยมี คุณทวีศักดิ์ ด้วงทอง เป็นผู้นำทาง เดือนพฤษภาคม 2538 เทคโนโลยีชาวบ้านจึงได้ตีพิมพ์เรื่องขนุนทองประเสริฐ

หลังจากเผยแพร่เรื่องราวของขนุนไปแล้ว มีสื่ออื่นๆ ได้สนใจเผยแพร่เพิ่มเติมกันจำนวนไม่น้อย เนื่องจากของเขาดีจริง

ระยะเวลาผ่านมานาน คุณยงยุทธ บอกว่า ตั้งแต่นำมาทดลองปลูก จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 20 ปีแล้ว ถือได้ว่าขนุนทองประเสริฐ ครองใจผู้ปลูกทั้งประเทศ รวมทั้งผู้บริโภคด้วย

ผู้ผลิตรายใหญ่จริงๆ อยู่ที่อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เป็นขนุนทองประเสริฐล้วนๆ 700 ไร่ ผลผลิตส่วนใหญ่ระยะนี้ ส่งต่างประเทศ

ที่มาของขนุน

คุณยงยุทธ เล่าว่า มีคนรู้จักที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เห็นขนุนที่นั่นคุณภาพดี อยากให้กลุ่มของคุณยงยุทธทดลองปลูกดู จึงนำขนุนทั้งผลส่งมาให้แกะดูเนื้อ ที่อำเภอแกลง จังหวัดระยอง

ทั้งคุณยงยุทธและเพื่อนที่อำเภอแกลง ได้ชิมเนื้อแล้ว ยอมรับว่า ขนุนจากแดนใต้ดีจริง จึงนำเมล็ดมาเพาะไว้จำนวนหนึ่ง โดยไม่ให้ความสำคัญมากนัก เนื่องจากที่อำเภอแกลง มีอาชีพหลักคือ ปลูกเงาะ ทุเรียน รวมทั้งยางพารา ขนุนไม่น่าจะไปได้ดี หรือทำเงินทำทองให้มากนัก ขนุนที่เพาะไว้งอกงามขึ้นมา 30 ต้น จากนั้น คุณยงยุทธได้นำไปปลูก ปรากฏว่า ขนุนให้ผลในเวลาที่รวดเร็วมากหลังจากปลูก เพราะได้ลักษณะเด่นจากพ่อแม่มานั่นเอง

ขนุน จำนวน 30 ต้น ที่ได้จากการเพาะเมล็ด ลักษณะของผลและเนื้อในแตกต่างกันอย่างมาก เนื่องจากมีการขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดนั่นเอง คุณยงยุทธได้เลือกต้นที่ดีที่สุด พร้อมกับตั้งชื่อว่า “ทองประเสริฐ” ชื่อก็บ่งบอกอยู่แล้ว คือยวงขนุนมีสีเหลืองทอง ต่อมามีการขยายพันธุ์ขนุนด้วยวิธีการทาบกิ่งเป็นหลัก นานๆ ครั้งมีการนำยอดทองประเสริฐไปเสียบ ทำให้ไม่มีการกลายพันธุ์

กิ่งพันธุ์ขนุน ที่ได้จากการทาบกิ่ง เมื่อนำไปปลูกที่เชียงใหม่ นครพนม ก็ยังเป็นทองประเสริฐดังเดิม เพียงแต่ว่า คุณภาพอาจจะมากน้อยขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อม ขณะเดียวกัน หากมีคนนำเมล็ดทองประเสริฐไปเพาะ ผลผลิตที่ได้ออกมา จะมีความแตกต่างกันไป แต่ลักษณะเด่นอย่างหนึ่ง ที่พบเห็นนั้น ต้นที่ได้จากการเพาะเมล็ดติดผลเร็ว บางครั้งเพียง 2 ปี ก็มีผลผลิตแล้ว ถือว่าน่าสนใจสำหรับประเด็นนี้ หากใครที่ต้องการปรับปรุงพันธุ์ เพราะจะรู้ผลเร็วมาก

ระยะเวลาติดผลเร็ว ติดผลดกของทองประเสริฐ จากการเพาะเมล็ด ผู้สนใจน่าจะอาศัยปรากฏการณ์นี้ นำเมล็ดไปปลูก เช่นโรงเรียนห่างไกล เกษตรกรที่ไม่มีเวลาดูแล เพราะปลูกด้วยเมล็ดปลูกง่าย ต้นแข็งแรง ไม่ต้องเอาใจใส่มากก็มีผลไม้ไว้รับประทานกัน

จุดเด่นของขนุนทองประเสริฐ คือผลผลิตดก เปอร์เซ็นต์เนื้อที่รับประทานได้สูง หากผลขนุนสมบูรณ์ดี จะแกะเนื้อได้ 45-50 เปอร์เซ็นต์ ของน้ำหนักผล อย่างขนุนหนัก 10 กิโลกรัม แกะได้ยวง 4.5-5 กิโลกรัม ที่เหลือเป็นเปลือก ซัง แกนกลาง และเมล็ด

หากผลผลิตไม่สมบูรณ์ เปอร์เซ็นต์เนื้อ อาจจะลดลง เหลือ 30-45 เปอร์เซ็นต์ ของน้ำหนักผล

ย้อนอดีต…แวะไปพูดคุยกับคุณยงยุทธ

หลังจาก ปี 2538 เทคโนโลยีชาวบ้าน ได้แวะเวียนไปคุยกับคุณยงยุทธบ้าง แต่หลังๆ ทิ้งช่วงไปนานนับ 10 ปี

เมื่อ วันเสาร์ที่ 31 มีนาคม 2555 มีโอกาสได้เข้าไปพูดคุยกับเจ้าของสวนอีกทีหนึ่ง ในวัย 67 ปี คุณยงยุทธ ยังแข็งแรง

คุณยงยุทธ เล่าว่า พื้นที่ทำการเกษตรของตนเองมีอยู่ราว 50 ไร่ ไม่ได้ปลูกขนุนทั้งหมด แต่ผสมผสาน ลองกอง ทุเรียน เงาะ แก้วมังกร และอื่นๆ ปัจจุบันมีขนุนทองประเสริฐอยู่ทั้งหมด 800 ต้น ด้วยกัน

ถามถึงผลผลิตต่อต้น…ว่าเก็บผลผลิตได้เท่าไหร่

“ต้นอายุ 10 ปี ขึ้นไป ปีหนึ่งไว้ผล 15 ลูก อย่าเกินนี้ แต่ละลูกหนัก 12 โล โดยเฉลี่ย” คุณยงยุทธ บอก

ปีหนึ่ง คุณยงยุทธ เก็บขนุนได้ 180 กิโลกรัม ต่อต้น ราคาที่ขาย เมื่อปี 2538 กิโลกรัมละ 25 บาท ช่วงนั้นได้เงิน ต่อต้น ต่อปี 4,500 บาท

เมื่อปลายปี 2554 ต่อต้น ปี 2555 มีคนมาซื้อส่งออก ขายขนุนทั้งผลได้ กิโลกรัมละ 27 บาท

ณ วันที่ 31 มีนาคม 2555 ราคากิโลกรัมละ 18 บาท เจ้าของบอกว่า 10 บาท ก็อยู่ได้

ถามว่า…เคยขายได้ต่ำสุดเท่าไหร่

“ต้องย้อนไปเมื่อ 4-5 ปี ที่แล้ว กิโลกรัมละ 4 บาท ตอนนี้ส่งออกได้ดี ราคาจึงสูงขึ้น แต่ผมเอาผลผลิตปีหนึ่ง 8 เดือน พอถึงหน้าเงาะ ทุเรียน มังคุด ก็หยุด ไม่ไว้ผลผลิต” เจ้าของบอก

ขนุน มีวงจรเหมือนไม้ผลอย่างอื่น คือราคามีขึ้น มีลง แต่หากเกษตรกรรู้จักปรับเปลี่ยนการผลิต มีความอดทน หมั่นเรียนรู้ ก็สามารถอยู่ได้ ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องปกติธรรมดา บางคราวที่ผ่านไปทางจังหวัดระยอง จันทบุรี เกษตรกรทิ้งขนุนไปปลูกอย่างอื่น แต่ทุกวันนี้ เริ่มเห็นปลูกขนุนกันมากขึ้น

ผลิตอย่างไร

จึงมีคนซื้อส่งนอก

ปัจจุบัน ขนุนต้นเก่าแก่ของคุณยงยุทธ ที่อายุ 20 ปี ขึ้นไป เหลืออยู่ 2 ต้น ด้วยกัน

มาฟังเขาเล่าวิธีการผลิตดีกว่า ว่าทำอย่างไร

ขนุนที่คุณยงยุทธปลูกผสมผสานกัน จึงระบุไม่ได้ว่า ไร่หนึ่งปลูกกี่ต้น แต่หากอยากทราบว่า ไร่หนึ่ง ปลูกได้กี่ต้น มีวิธีการคำนวณ

หากปลูกระยะ 6×8 เมตร นำ 6 คูณด้วย 8 ได้ 48 ไปหารพื้นที่ 1 ไร่ คือ 1,600 ตารางเมตร ไร่หนึ่งปลูกได้ 33 ต้น

หากใช้ระยะ 8×8 ไร่หนึ่งปลูกได้ 25 ต้น (1,600 หารด้วย 64) ส่วนใหญ่ใช้ระยะนี้

งานดูแลขนุน เจ้าของบอกว่า ต้องเอาใจใส่ไม่น้อย เริ่มจากเรื่องน้ำ หน้าแล้งควรให้น้ำขนุน เพราะหากขาดน้ำต้นอาจจะโทรม

ปุ๋ย…แบ่งเป็นปุ๋ยคอกและปุ๋ยวิทยาศาสตร์

ปุ๋ยคอก เจ้าของใส่ขี้ไก่เกือบ 10 ถุงปุ๋ย ต่อต้น ต่อปี เพราะเลี้ยงเอง วิธีการใส่ นำถุงปุ๋ยไปวางไว้ ไม่ต้องเท เพราะหากเท น้ำจะพัดพาไปที่อื่น เมื่อวางไว้ รากขนุนจะชอนไชหากินที่ถุงเอง

“ขี้ไก่ใส่แล้วดี ขี้หมูใส่แล้วเนื้อไม่เหลือง ความหวานน้อย ผมเข้าใจว่า ไนโตรเจนสูงไป ขี้วัว ขี้ไก่ ใส่แล้วดี” เจ้าของบอก

ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ เจ้าของใส่ให้ 3-4 เดือนครั้ง สูตร 13-13-21 ต้นละ 1 กิโลกรัม ต่อครั้ง

วิธีการไว้ผลบนต้น เจ้าของบอกว่า ไว้ผลที่โคนต้นไม่ดี อาหารที่ส่งมาจากใบช้า ผลไม่สมบูรณ์ ดังนั้น ควรไว้ผลที่โคนกิ่งใหญ่ อย่าไว้ที่ปลายกิ่งเล็ก เพราะน้ำหนักขนุนมาก กิ่งอาจจะฉีกขาดได้ง่าย

เนื้อขนุนเป็นสนิม เป็นสิ่งที่เจ้าของสวนพบ มักพบช่วงฝน และบริเวณพื้นที่ปลูกเป็นที่ลุ่ม เจ้าของใช้สารช่วย ซึ่งช่วยได้พอสมควร

ขายได้หลากหลายขึ้น

ถือว่าคุณยงยุทธเป็นผู้ยืนหยัดปลูกขนุนทองประเสริฐมานาน

สำหรับการมารับซื้อไปจำหน่ายต่างประเทศนั้น ปัจจุบัน ที่อำเภอแกลง มีผู้รับไปราว 10 ราย ด้วยกัน ส่วนใหญ่ส่งไปสาธารณรัฐประชาชนจีนและเวียดนาม

หากส่งไปจีน น้ำหนักขนุน 9 กิโลกรัม ขึ้นไป มีตำหนิไม่เอา ผลเบี้ยวไม่น่าเกลียดพอไปได้

ส่งไปเวียดนาม ผลขนาด 7-9 กิโลกรัม มีตำหนิไม่เอา ผลเบี้ยวไม่น่าเกลียดพอไปได้

สิ่งที่ต้องระวังนั้น คุณยงยุทธ บอกว่า การดูแลรักษาต้องดี อย่าให้ยางไหลลงที่ขั้ว เพราะหากยางไหล จะเกิดแผลและเน่าลุกลาม จำหน่ายผลผลิตไม่ได้

แนวทางการจำหน่ายอีกทางหนึ่งของคุณยงยุทธ…ทุกวันนี้ เขานำผลที่ตกเกรด มาแกะเฉพาะเนื้อ ส่งเข้าโรงงานทำผลไม้กระป๋อง ได้ราคา กิโลกรัมละ 30 บาท

ดังที่แนะนำก่อนหน้านี้ คุณยงยุทธ ขายผลผลิตขนุนอยู่ 8 เดือน ในรอบปีหนึ่ง เขาหยุด 4 เดือน คือช่วงผลไม้ ทั้งนี้ เพราะผลผลิตราคาลดลง ดังนั้น ก่อนหน้าผลไม้ 4 เดือน จึงไม่มีการไว้ผล เพื่อไม่ให้มีผลผลิต ในช่วงที่ผลไม้อย่างอื่นประดังกัน

เจ้าของบอกว่า ทุกวันนี้ ตนเองยังทำพันธุ์จำหน่าย ขณะเดียวกันก็ผสมและคัดเลือกพันธุ์ใหม่ขึ้นมา โดยใช้พันธุ์ทองประเสริฐผสมกับเหลืองพิชัย (ของ คุณสุนทร ฤทธิ์ล้ำ-ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว) ผลที่ออกมาดี แต่เนื่องจากทองประเสริฐไปได้ดี จึงยังไม่นำออกมาเผยแพร่

ที่นำเรื่องราว ขนุนทองประเสริฐ มาเผยแพร่ ไม่ใช่ว่า อยากชวน “มาปลูกขนุนกันมากๆ” แต่อยากนำประสบการณ์ของชาวสวนผู้ยืนหยัดมาเล่าสู่กันฟัง เกษตรกรรายนี้ มีพันธุ์ดี ปัจจัยการผลิตดี ความรู้ความเข้าใจดี จึงประสบความสำเร็จในอาชีพ

ถามเพิ่มเติมเกษตรกรรายนี้ได้ตามที่อยู่ หรือ โทร. (081) 141-9910 และ (081) 341-4155 (คุณแป๋ม-ลูกสาว)

พฤษภาคม 13, 2012 แสดงความเห็นโดย | เทคโนโลยีชาวบ้าน | , , , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

“ขนุนแดงสุริยา” ครองใจผู้ปลูกผู้กิน

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/255279

25 เมษายน 2555, 05:00 น.

Pic_255279

ขนุนแดงสุริยา เป็นสุดยอดขนุนเนื้อสีจำปาพันธุ์แท้ที่ยังครองความนิยมของผู้ปลูกและผู้รับประทานอย่างต่อเนื่องเรื่อยมากว่า 10 ปี ทั้งนี้ เพราะ “ขนุนแดงสุริยา” เป็นสายพันธุ์ที่มีความทนทานต่อโรคแมลงและทนต่อความแห้งแล้งสูง เนื้อในไม่เป็นสนิม เมื่อสุกเนื้อเป็นสีแดงเข้ม เนื้อแข็งไม่เละ รสชาติหวานกรอบและมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์รับประทานอร่อยมาก ความหนาของเนื้อระหว่าง 0.5-1.2 ซม. ความหวานประมาณ 26–32 องศาบริกซ์ จำนวนเนื้อที่ได้ประมาณ 52% ของน้ำหนักผล เฉลี่ย 8-20 กิโลกรัมต่อผล จัดเป็นขนุนสายพันธุ์เบาหรือติดผลง่าย สามารถติดผลชุดแรกหลังปลูกประมาณ 3 ปี มีรางวัลการันตี คือ ชนะเลิศการประกวดขนุนสีจำปาพันธุ์แท้จากงานวันเกษตร จ.ปราจีนบุรี โดยชนะเลิศที่ 1, 2, 3 สามปีซ้อน

ที่สำคัญ “ขนุนแดงสุริยา” จะติดผลปีละ 2 หน หรือมีผลได้เรื่อยๆเกือบตลอดปี หรือที่เกษตรกรนิยมเรียกว่า ขนุนทะวาย และ “ขนุนแดงสุริยา” นิยมขยายพันธุ์ด้วยระบบติดตา เนื่องจากจะทำให้กิ่งตอนหรือกิ่งพันธุ์มีรากแก้วได้ดี เมื่อนำไปปลูกแล้วจะเจริญเติบโตเร็ว ลำต้นแข็งแรง สามารถทนแล้งและทนโรคแมลงได้ดีตามที่กล่าวข้างต้น

การปลูก “ขนุนแดงสุริยา” เพื่อให้ได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ระหว่างต้นและระหว่างแถวห่างกัน 6×6 เมตร ใน 1 ไร่ ปลูกได้ประมาณ 44 ต้น ขุดหลุมกว้าง ยาว และลึก 50 ซม.เท่ากัน ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยมูลไส้เดือนผสมกับดินให้เต็มหลุม จากนั้นนำกิ่งตอนหรือกิ่งพันธุ์ลงปลูกให้ดินปากถุงเสมอกับระดับพื้นดินที่ปลูก อย่าปลูกลึกเพราะจะทำให้ต้นขนุนโตช้า รดน้ำ 1-2 วันครั้ง หลังปลูกใส่ปุ๋ยคอกทุกๆ 3 เดือน ปุ๋ยสูตร 16-16-16 ทุก 2 เดือน ใครต้องการกิ่งพันธุ์ติดต่อ “คุณประภาส สุภาผล” 33/4 หมู่ 7 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โทร. 08-8533-2299 หรือที่งานพฤกษาสยาม ชั้น 4 เอ็มซีซี ฮอลล์ เดอะมอลล์ บางกะปิ บูธ “สวนประภาสไม้ผล” จัดขึ้นวันที่ 27 เม.ย.-6 พ.ค.นี้ ราคาสอบถามกันเองครับ.
“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 25 เมษายน 2555, 05:00 น.

พฤษภาคม 5, 2012 แสดงความเห็นโดย | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

“ขนุนทองประเสริฐ” ผลดกทั้งปีเนื้ออร่อย

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/253921

19 เมษายน 2555, 05:00 น.

Pic_253921

ขนุนชนิดนี้ เพิ่งพบมีกิ่งตอนวางขาย มีป้ายชื่อเขียนติดไว้อย่างชัดเจน พร้อมมีภาพถ่ายต้นจริงแขวนโชว์ให้ชมด้วย  ผู้ขายบอกว่า “ขนุนทองประเสริฐ” เป็นขนุนกลายพันธุ์ เกิดจากการเพาะเมล็ดของขนุนเนื้อดี โดยฝีมือเกษตรกรชื่อ “ลุงยงยุทธ วงษ์-วิราษฎร์” มีสวนอยู่ อ.แกลง จ.ระยอง

โดย เมื่อประมาณปี 2529 ได้นำเมล็ดของขนุนเนื้อดีจากเพื่อนที่ จ.ยะลา จำนวน 20 เมล็ด แล้วทำการเพาะขยายพันธุ์จนแตกต้นนำไปปลูกเลี้ยงจนโตและติดผล ปรากฏว่า 1 ในจำนวน 20 เมล็ด ได้กลายพันธุ์และมีความเป็นพิเศษคือ สามารถติดผลได้เรื่อยๆ หรือเกือบทั้งปีแบบค่อนข้างดีสม่ำเสมอ  ผลมีขนาดโตเต็มที่น้ำหนักเฉลี่ย 10-15 กิโลกรัมต่อผล  เนื้อเมื่อสุกเป็นสีเหลืองทอง  หนา  รสชาติหวานกรอบอร่อยมาก ให้น้ำหนักเนื้อดีมาก 50 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักผล

เจ้าของ ผู้ขยายพันธุ์ทดลองปลูกอยู่นานหลายปี จนเชื่อว่าเป็นขนุนกลายพันธุ์แบบถาวรอย่างแน่นอนแล้ว จึงตั้งชื่อว่า “ขนุนทองประ-เสริฐ” พร้อมขยายพันธุ์มอบให้ตัวแทนนำกิ่งตอนไปจำหน่าย ได้รับความนิยมจากผู้ปลูกอย่างแพร่ หลาย  ซึ่งปัจจุบันผู้ขายกิ่งตอนบอกว่า “ขนุนทองประเสริฐ” มีผู้นำไปปลูกแกะเนื้อขายในประเทศ และเก็บผลส่งจำหน่ายต่างประเทศในแถบเอเชียเป็นที่ชื่นชอบของผู้รับประทานอย่างมาก

ขนุนทองประเสริฐ มีชื่อวิท– ยาศาสตร์เหมือนกับขนุนทั่วไปคือ ARTOCARPUS  HETEROPHYLLUS LAMK. อยู่ในวงศ์ MORACEAE มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์แบบเดียวกับขนุนทุกสายพันธุ์ ต่างกันตรงที่ จะติดผลได้เรื่อยๆ เนื้อสุกรสชาติดี หวานกรอบอร่อยมาก มีกิ่งตอนขาย ที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวน จตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณโครงการ 19 แผง “นายดาบสมพร” ราคาสอบถามกันเองครับ.
“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 19 เมษายน 2555, 05:00 น.

พฤษภาคม 5, 2012 แสดงความเห็นโดย | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

“ขนุนสีทอง” เนื้อหนาหวานกรอบ

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/243430

7 มีนาคม 2555, 05:00 น.

Pic_243430

ขนุน เป็นไม้ผลชนิดหนึ่งที่กิ่งตอนขายดิบขายดี ภายหลังน้ำท่วมครั้งใหญ่ลดลง มีผู้ซื้อไปปลูกทดแทนต้นที่ตายไปอย่างแพร่หลาย และ ในจำนวนนั้น “ขนุนสีทอง” เป็นตัวเลือกของผู้ปลูกระดับต้นๆ เนื่องจาก เป็นสายพันธุ์ที่มียวง หรือ เนื้อสุกหนา รสชาติหวานกรอบอร่อยมากนั่นเอง และ ที่สำคัญ ถือเป็นจุดเด่นของ “ขนุนสีทอง” คือ จะติดผลดกขนาดใหญ่ตลอดทั้งปี หรือนิยมเรียกกันว่า ทะวาย อีกด้วย จึงทำให้มีคนต้องการสูง

ขนุนสีทอง ผู้ขายบอกว่า เป็นขนุนผสมระหว่าง ขนุนพันธุ์ทองประเสริฐ กับ ขนุนพันธุ์มาเลเซีย โดยฝีมือเกษตรกรชื่อ “คุณสุธรรม ซื่อตรง” บ้านอยู่ อ.แกลง จ.ระยอง เมื่อได้ลูกไม้ใหม่ออกมานำไปปลูกจนต้นสูงใหญ่และติดผล ปรากฏว่าผลมีขนาดใหญ่เต็มที่ น้ำหนักเฉลี่ยประมาณ 25-30 กิโลกรัมต่อผล และติดผลดกตลอดปี หรือทะวายเมื่อผลสุกเนื้อหุ้มเมล็ดหรือที่เรียกกันว่า “ยวง” จะเป็นสีเหลืองเข้มปนสีส้มสวยงามมาก  เนื้อหนากรอบหวานอร่อยกว่าสายพันธุ์พ่อและแม่มาก จากนั้น  เจ้าของพันธุ์ได้ตอนกิ่งไปปลูกจนแน่ใจว่าเป็นขนุนพันธุ์ใหม่  พร้อมแกะเอาเนื้อสุกไปวางขาย ได้รับความนิยมจากผู้ซื้อรับประทานอย่างแพร่ หลาย จึงขยายพันธุ์ตอนกิ่งออกจำหน่ายดังกล่าว

ขนุนสีทอง อยู่ในวงศ์  MORACEAE เป็นไม้ยืนต้น สูง 8-10 เมตร ทั้งต้นมียางขาว ดอกตัวผู้และดอกตัวเมียอยู่บนต้นเดียวกัน ช่อดอกตัวผู้ออกที่โคนต้น ลำต้น และง่ามใบ ลักษณะดอกเป็นแท่งยาว 2.5 ซม. ช่อดอกตัวเมียเป็นแท่งกลมออกจากลำต้น ก้านดอกใหญ่มีกลิ่นหอมคล้ายส่าเหล้า “ผล” ดกและติดผลทั้งปี เนื้อผลรสหวานกรอบอร่อยตามที่กล่าวข้างต้น มีกิ่งพันธุ์ขาย ที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณโครงการ 19 แผง “นายดาบสมพร” ราคาสอบถามกันเอง เหมาะจะปลูกเพื่อเก็บผลรับประทานในครัวเรือน หรือ ปลูกเพื่อเก็บผลแกะยวงขายดีมากครับ.
“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 7 มีนาคม 2555, 05:00 น.

มีนาคม 9, 2012 แสดงความเห็นโดย | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

ฤทธิ์ยับยั้งการสร้าง melanin ของสาร artocarpanone จากขนุน

http://www.medplant.mahidol.ac.th/active/shownews.asp?id=270.

ย่อยข่าวงานวิจัย

ฤทธิ์ยับยั้งการสร้าง melanin ของสาร artocarpanone จากขนุน

สาร artocarpanone ที่แยกได้จากเปลือกต้นขนุน สามารถยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ tyrosinase และการสร้าง melanin ในเซลล์ B16 melanoma ได้ โดยมีค่า IC50 เท่ากับ 80.8 และ 89.1 μM ซึ่ง artocarpanone จะมีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase ดีกว่าสาร arbatin แต่อ่อนกว่ากรด kojic แต่มีฤทธิ์ยับยั้งการสร้าง melanin ดีกว่าสารทั้ง 2 ชนิดนี้ และพบว่า artocarpanone มีความเป็นพิษต่อเซลล์ B16 melanoma ต่ำ นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระเมื่อทดสอบด้วยวิธีดูการออกซิไดซ์ของสาร 1,1-diphenyl-2-picrylhydrazyl (DPPH) โดยมีค่า IC50 135.8 μM แต่มีฤทธิ์อ่อนกว่า quercetin แสดงว่า artocapanone มีศักยภาพในการนำมาประยุกต์ใช้เป็นสารเพิ่มความขาวของผิวได้

Bio Pharm Bull 2006;29(9):1966-9


หน่วยบริการฐานข้อมูลสมุนไพร สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ถนนศรีอยุธยา พญาไท กทม. 10400 Tel. 0-2644-8677-91 ต่อ 5305, 5316

สิงหาคม 25, 2011 แสดงความเห็นโดย | ข้อมูลสมุนไพร, ย่อยข่าวงานวิจัย | , | แสดงความคิดเห็น

สารฟลาโวนอยด์จากเนื้อไม้ของต้นขนุนสามารถยับยั้งการสังเคราะห์เมลานิน

http://www.medplant.mahidol.ac.th/active/shownews.asp?id=259.

ย่อยข่าวงานวิจัย

สารฟลาโวนอยด์จากเนื้อไม้ของต้นขนุนสามารถยับยั้งการสังเคราะห์เมลานิน

สารฟลาโวนอยด์จากเนื้อไม้ของต้นขนุน ได้แก่ artocarpin, cudraflavone, 6-prenylpigenin, kuwanon C, norartocarpin และ albanin A เมื่อนำมาทดสอบฤทธิ์ยับยั้งการสังเคราะห์สารเมลานนินในเซลล์ B16 melanoma (เซลล์เนื้องอกที่มีสารเม็ดสีเมลานินอยู่เป็นจำนวนมาก) พบว่าสารสกัดดังกล่าวสามารถยับยั้งการสังเคราะห์สารเมลานินได้ โดยค่าความเข้มข้นในการยับยั้งการสังเคราะห์สารเมลานินได้ครึ่งหนึ่ง (IC50) มีค่าเท่ากับ 6.7, 7.3, 3.8, 6.6, 4.9 และ 40.1 ไมโครโมล ตามลำดับ ซึ่งได้ผลดีกว่าสาร arbutin และ kojic acid ซึ่งเป็นสารที่มีศักยภาพในการต้านการสังเคราะห์สารเมลานิน แต่สารสกัดดังกล่าวไม่มีฤทธิ์ต้านเอนไซม์ไทโรซิเนส

Planta Med 2006;72:847-50


หน่วยบริการฐานข้อมูลสมุนไพร สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ถนนศรีอยุธยา พญาไท กทม. 10400 Tel. 0-2644-8677-91 ต่อ 5305, 5316

สิงหาคม 24, 2011 แสดงความเห็นโดย | ข้อมูลสมุนไพร, ย่อยข่าวงานวิจัย | , , | แสดงความคิดเห็น

“ขนุนปีเดียว” ติดผลตลอดอร่อย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/135739

โดย นายเกษตร 22 ธ.ค. 2553 05:01

ขนุนชนิดนี้ พบมีต้นพันธุ์วางขายที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ต้นสูงประมาณ 2 เมตรกว่า ลำต้นอ้วนใหญ่เท่ากับลำไผ่รวก แต่มีผลติดเป็นพวง มีทั้งชนิดโตเท่ากับผลแตงไทย และผลเท่าผลกระท้อน แปลกตามาก มีป้ายชื่อเขียนติดไว้ว่า “ขนุนปีเดียว” ยิ่งทำให้เกิดความสงสัยมากขึ้น เพราะไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเลย

ผู้ขายเลยบอกว่า ขนุนชนิดนี้เป็นพันธุ์ที่เกษตรกรคัดพันธุ์ขึ้นมา แต่ผู้ขายจำไม่ได้ว่ามาจากขนุนพันธุ์อะไร แต่เรียกกันว่า “ขนุนปีเดียว” สาเหตุเพราะเมื่อทำการขยายพันธุ์ด้วยวิธีทาบกิ่งแล้วนำไปปลูก ใช้ระยะเวลาปลูกเพียงปีเดียว ต้นสูงประมาณ 2 เมตร ลำต้นยังไม่อ้วนใหญ่เท่าไหร่ตามที่กล่าวข้างต้น สามารถออกผลดกเต็มต้นให้เก็บรับประทานได้แล้ว เลยถูกเรียกชื่อว่า “ขนุนปีเดียว” ดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ผู้ขายได้บอกต่ออีกว่า ถ้าต้องการจะให้ผลมีขนาดใหญ่ หลังติดผลดกผู้ปลูกจะต้องเด็ดผลที่ไม่แข็งแรงทิ้งให้เหลือผลที่ดูแข็งแรงที่สุดเอาไว้ต้นละ 2-3 ผล จะทำให้ผลมีน้ำหนักดี ผลเมื่อโตเต็มที่ผู้ขายบอกว่าอยู่ระหว่าง 8-10 กิโลกรัมต่อผล เนื้อผลสุกเป็นสีจำปา รสชาติหวานกรอบไม่เหนียว หอมอร่อยมาก และ ที่สำคัญผู้ขายยืนยันต่อว่า “ขนุนปีเดียว” นอกจากจะมีรสชาติอร่อยและใช้เวลาปลูกสั้นเพียงปีเดียวแล้ว ยังเป็นขนุนที่มีผลติดต้นให้ผู้ปลูกได้เก็บรับประทานตลอดเวลาแบบไม่ขาดต้นอีกด้วย จึงรีบแนะนำในคอลัมน์อีกตามระเบียบ

ขนุนปีเดียว มีชื่อวิทยาศาสตร์ เหมือนกับขนุนทั่วไปคือ ARTOCAR-PUS HETEROPHYLLUS LAMK. อยู่ในวงศ์ MORACEAE มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์เหมือนกับขนุนทั่วไปเช่นกัน เพียงแต่ “ขนุนปีเดียว” ใช้เวลาปลูกเพียงปีเดียว ต้นไม่อ้วนโตนัก สูงแค่ 2 เมตรเศษ สามารถมีผลดกเต็มต้นให้เก็บรับประทานได้ตามที่ผู้ขายบอก ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปรีกว้าง เนื้อใบหนา ร่วงง่าย ดอก ออกเป็นกลุ่ม ช่อดอกตัวผู้และตัวเมียจะอยู่บนต้นเดียวกัน โดยช่อดอกตัวผู้จะออกที่โคนกิ่ง ลำต้น ง่ามใบ ลักษณะดอกเป็นแท่งยาว ส่วนช่อดอกตัวเมียเป็นแท่งกลม ออกจากลำต้น ก้านใหญ่ ดอกตัวผู้จะมีกลิ่นหอมคล้ายส่าเหล้า “ผล” เมื่อสุกเป็นสีจำปา น้ำหนักเนื้อ 50% ของน้ำหนักผล มีต้นขาย ที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯแผง “คุณนก” หน้าตึกกองอำนวยการ ราคาสอบถามกันเองครับ.
“นายเกษตร”

มิถุนายน 23, 2011 แสดงความเห็นโดย | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , | แสดงความคิดเห็น