ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

“กุยช่าย” สูตรแก้โรคดีซ่าน สิงหาคม 25, 2014

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/443831

โดย นายเกษตร 18 ส.ค. 2557 05:01

โรคดีซ่าน เป็นแล้วผิวพรรณเนื้อตัวและตาจะเหลือง ร่างกายซูบผอมดูไม่ได้ ในทางสมุนไพรให้เอา “กุยช่าย” สด 2 กำมือ กับ “น้ำมะพร้าวอ่อน” 1 ผล ล้างใบ “กุยช่าย” ให้สะอาดต้มรวมกับ “น้ำมะพร้าวอ่อน” จนเดือดแล้วยกลงดื่มขณะอุ่นวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ก่อนหรือหลังอาหารก็ได้ ดื่มให้หมดวันต่อวัน ต้มดื่มทุกวันอาการที่เป็นจะค่อยๆดีขึ้น และหายได้ในที่สุด เมื่อหายแล้วก็หยุดกินไม่อันตรายอะไร

กุยช่าย หรือ ALLIUM TUBEROSUM ROTTE EX.SPRENG. อยู่ในวงศ์ ALLIACEAE มีแร่ธาตุแคลเซียมและฟอสฟอรัส ทำให้กระดูกแข็งแรง มีธาตุเหล็ก วิตามินบี, ซีสูง ดอกให้คาร์โบไฮเดรต กากใยควบคุมการสมดุลของระบบย่อยอาหาร ป้องกันโรคภัยไข้เจ็บในอนาคตดี ช่วยจับสารพิษที่ร่างกายไม่ต้องการที่ตกค้างในลำไส้ออก สุขภาพแข็งแรง ผิวพรรณดี ลดโอกาส การเกิดมะเร็งในลำไส้ใหญ่ได้มาก

ครับ หนังสือ “สมุนไพรไม้ดอกไม้ประดับหายาก” เล่มที่ 5 ของ “นายเกษตร” พิมพ์สี่สีทั้งเล่ม ไม่วางขายที่ไหน ราคาเล่มละ 600 บาท บวกค่าส่งกลับเล่มละ 30 บาท ส่งธนาณัติซื้อสั่งจ่าย “คุณนงลักษณ์ ศรีอัชรานนท์” ตู้ ปณ.48 ปณ.สามแยกลาดพร้าว กทม. 10901 หรือสอบถามผลิตภัณฑ์สมุนไพร ข่อยขัดรักแร้ ดับกลิ่นเต่า ช่วยให้รักแร้หายคล้ำ, ขมิ้นพอกหน้า ช่วยให้ใบหน้ากระชับ, ครีมโลดทนง รักษาสิวฝ้ารูขุมขนตีบลง, ครีมทูอินวัน สำหรับคนเป็นสิวฝ้าน้อย, โลชั่นบำรุงผิว สกัดจากสมุนไพรหลายชนิด และกวาวเครือขาว, ตรีผลาแคปซูล ลดไขมันในเส้นเลือด ลดไตรกลีเซอไรด์, ดีบัวแคปซูล ช่วยขยายหลอดเลือดไปเลี้ยงสมองหัวใจ, ยาต้มคลายเส้นไม้เท้าเฒ่าอาลี แก้ปวดเมื่อยแก้เกาต์ ลดเบาหวาน บำรุงไต บำรุงกำลัง, คอลลาเจลบริสุทธิ์ เป็นผงทาหน้าช่วยให้ผิวหน้าดีขึ้น, ผงยาโบราณ ทาแก้สิวแผ่นหลังเม็ดผื่นคันตามตัว, เพชรสังฆาตแคปซูล แก้ริดสีดวงทวาร, ยาลดเบาหวานแคปซูล, ยาบำรุงไตแคปซูล ไม่ใช่รักษาไต และอื่นๆ โทร. 0– 2275–2692 ครับ.

“นายเกษตร”

 

กุยช่าย – เรื่องน่ารู้ พฤษภาคม 18, 2014

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันพฤหัสบดี 1 พฤษภาคม 2557 เวลา 00:00 น.

กุยช่าย มีอยู่ด้วย 2 ประเภทด้วยกัน คือ กุยช่ายเขียว และกุยช่ายขาว ซึ่งคุณค่าทางอาหารจะไม่แตกต่างกัน แต่จะแตกต่างในกระบวนการเพาะปลูกและการดูแลรักษา ในเอเชียตะวันออกแถบภูเขาหิมาลัย เช่นประเทศจีน อินเดีย ไต้หวัน และญี่ปุ่น มีปลูกกุยช่ายอยู่ 2 พันธุ์ คือ พันธุ์สีเขียวใบเล็ก และพันธุ์สีเขียวใบใหญ่สีขาวซึ่งเกิดจากการบังร่มเงาไม่ให้ใบโดนแสงแดดในระหว่างการเจริญเติบโต ด้านคุณค่าทางโภชนาการของกุยช่ายในปริมาณ 100 กรัมเมื่อบริโภคเข้าไปจะให้พลังงาน 28 กิโลแคลอรี  คาร์โบไฮเดรต 4.1 กรัม เส้นใย 3.9 กรัม ไขมัน 0.3 กรัม เบต้าแคโรทีน 136.79 ไมโครกรัม ธาตุแคลเซียม 98 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 1.5 มิลลิกรัม และธาตุฟอสฟอรัส 46 มิลลิกรัม.

 

“เมล็ดกุยช่าย” แก้ปวดฟันจากฟันผุ กันยายน 24, 2012

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/293143

24 กันยายน 2555, 05:00 น.
Pic_293143

ในยุคสมัยก่อน อาการปวดฟันที่เกิดจากฟันผุคนเป็นกันเยอะ โดยเฉพาะคนที่มีภูมิลำเนาในชนบทห่างไกลตัวเมืองจะใช้วิธีรักษาด้วยยาสมุนไพรง่ายๆและมีมากมายหลายอย่าง ซึ่ง “เมล็ดกุยช่าย” เป็นหนึ่งในจำนวนนั้นด้วย โดยให้เอา “เมล็ดกุยช่าย” มากน้อยตามต้องการ หรือตามแต่จะหาได้ ส่วนใหญ่มีขายตามร้านยาจีน นำไปคั่วไฟให้สุกจนดำเกรียม บดเป็นผงละเอียด ผสมกับน้ำมันพืชยี่ห้อไหนก็ได้ ใช้สำลีชุบน้ำอุดบริเวณฟันผุทิ้งไว้ค้างคืน จะช่วยให้หายปวดฟันได้ และ ฟันจะไม่ผุต่ออีกด้วย

กุยช่าย หรือ ALLIUM TUBEROSOM ROXB อยู่ในวงศ์ AL-LIACEAE ประโยชน์ทางอาหาร ต้นผัดกับตับหมู ทำกุยช่ายทอด ใบกินสด ใส่ผัดไทย สรรพคุณทางสมุนไพร ใบมีฟอสฟอรัสสูง เป็นยาแก้หวัด บำรุงกระดูก แก้ลมพิษ น้ำคั้นใบใช้ทาท้องเด็กแก้ท้องอืดได้

ครับ หนังสือ “สมุนไพรไม้ดอกไม้ประดับหายาก” เล่มที่ 5 ของ “นายเกษตร” สี่สีทั้งเล่ม พิมพ์จำนวนจำกัดหมดแล้วหมดเลยไม่วางขายที่ไหน ราคาเล่มละ 600 บาท บวกค่าส่งกลับเล่มละ 30 บาท ส่งธนาณัติซื้อสั่งจ่าย “คุณนงลักษณ์ ศรีอัชรานนท์” ตู้ ปณ.48 ปณ.สามแยกลาดพร้าว กทม. 10901 หรือสอบถามผลิตภัณฑ์สมุนไพร ข่อยขัดรักแร้ ดับกลิ่นเต่า ช่วยให้รักแร้หายดำคล้ำ, แชมพูสูตร 5 ชนิด บำรุงรากผม ขจัดรังแค ทำให้เส้นผมแข็งแรง, เซรั่มสกัดจากธัญพืช บำรุงผิวหน้า, ขมิ้นพอกหน้า ช่วยให้ใบหน้ากระชับ, ครีมโลดทนง รักษาสิวฝ้า รูขุมขนตีบลง, คอลลาเจนบริสุทธิ์ทาหน้าช่วยให้ใบหน้ากระชับ, ครีมทูอินวัน สำหรับคนเป็นสิวฝ้าน้อย, ตรีผลา ลดไขมันในเส้นเลือด ลดไตรกลีเซอไรด์, ดีบัวแคปซูล ช่วยขยายหลอดเลือดไปเลี้ยงสมอง หัวใจ, ยาต้มคลายเส้นไม้เท้าเฒ่าอาลี แก้ปวดเมื่อยแก้เกาต์ ลดเบาหวาน บำรุงไต บำรุงกำลัง, น้ำมันงาบริสุทธิ์ ทาผิวหมักผม อม 1 ช้อนก่อนนอน บ้วนทิ้งดูดสารพิษได้ โทร.0–2275–2692 ครับ.
“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 24 กันยายน 2555, 05:00 น.
 

ขนมกุยช่าย – กะลอจี๊ กันยายน 7, 2012

http://www.thairath.co.th/content/life/288875

6 กันยายน 2555, 05:45 น.
Pic_288875

จากนักธุรกิจสาวไฮโซ  ซึ่งวันๆเวลาหมดไปกับการบริหารงานของบริษัทและงานเลี้ยง แต่มาระยะหลังกว่า 10 ปีมานี้ เมื่อ คุณพร–สุชัญญา ธนาลงกรณ์ ได้ความอิสระมาสู่ชีวิต เธอจึงมีเวลาที่จะทำในสิ่งที่อยากทำมากขึ้น ไม่เพียงแต่แสวงหาความรู้ หาเพื่อนแท้ รวมทั้งเข้าครัวปรุงอาหารอร่อยให้คนที่รัก โดยเฉพาะลูกได้ทานอีกด้วย อย่างเช่น กะลอจี๊ แป้งทอดของจีนโบราณ ที่จะหาทานได้ยากยิ่งทุกวันแล้ว แต่เมื่อลูกชายมาบอกแม่ว่าอยากทาน ด้วยความเป็นแม่ พอลูกเอ่ยปากเท่านั้น คุณพรเธอก็รีบไปหาอากู๋  (Google) ทันที และก็ไม่ผิดหวัง ได้สูตรและวิธีทำมาปรับใช้ได้เลย ซึ่งหลายๆคนที่ได้ชิมแล้วต่างยกนิ้วโป้งให้ทันที เพราะอร่อยกว่าที่อาแปะทอดขายเสียอีก

ส่วนผสม : แป้งข้าวเหนียว 2 ถ้วย/แป้งมันหรือแป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ/ น้ำอุ่นมากๆ 1 ถ้วย…..วิธีทำ 1) ผสมแป้งข้าวเหนียว กับแป้งมันหรือแป้งข้าวโพดเข้าด้วยกัน และเติมน้ำอุ่น 2) นวดให้เข้ากันแบบปั้นได้ ถ้าแห้งไปก็เติม น้ำอุ่นตาม 3) แบ่งแป้งที่นวดเป็นก้อนๆเท่ากัน แล้วปั้นเป็นก้อนกลมๆ เสร็จแล้วกดลงให้แบนคล้ายแผ่นแพนเค้ก ความหนา ประมาณ 1/2-1 ซม. 4) ต้มน้ำให้เดือดเพื่อใส่แป้งที่เป็นแผ่นลงไปต้ม พอแป้งสุกก็จะลอยขึ้นมา ตักใส่จานพักไว้ โดยใส่น้ำมันพืชในจานพอสมควร เพื่อไม่ให้แป้งติดจาน 5) ตั้งน้ำมันในกระทะให้ร้อนแล้วใส่แป้งที่ต้มสุกแล้วลงไปทอด โดยหมั่นวิดน้ำมันไปบนกลางแผ่นแป้งด้วย เพื่อให้ตรงส่วนกลางแผ่นแป้งกรอบทั่วกัน เมื่อทานแล้วจะกรอบนอกนุ่มใน 6) ใช้กรรไกรตัดแป้ง ที่ทอดเป็นคำๆ แล้วโรยด้วยน้ำ-ตาลคลุกงา ซึ่งมีส่วนผสมดังนี้ น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย/งาขาว–งาดำคั่ว 1/2 ถ้วย/ถั่วลิสงคั่วบุบ 1/2 ถ้วย/เม็ดมะม่วงหิมพานต์ทอดบุบ 1/2 ถ้วย/เกลือ 1/2 ช้อนชา นำส่วนผสมทั้งหมดนี้คลุกรวมกัน สามารถเพิ่มลดได้ตามใจชอบ

และอีกหนึ่งเมนูอาหารว่างยอดนิยมของคนจีน ที่ใช้แป้งเป็นส่วนผสมเช่นกันคือ ขนมกุยช่ายแบบถาด ส่วนผสม : แป้งข้าวเจ้า 2 ถ้วย/แป้งมัน 2 ถ้วย/แป้งข้าวเหนียว 1/2 ถ้วย/แป้งเท้ายายม่อม 1/2 ถ้วย/น้ำมันพืช 1/2 ถ้วย/น้ำเปล่า 2 1/2 ถ้วย/ต้นกุยช่าย 1 กิโลกรัม/เกลือป่น 2 ช้อนชา/น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา/เบคกิ้งโซดา 1 1/2 ช้อนชา…….วิธีทำ 1) ตั้งกระทะใส่น้ำมันผัดใบกุยช่ายกับเบคกิ้งโซดาจนน้ำผักออกตักขึ้นพักไว้ 2) นำแป้งข้าวเจ้า แป้งมันสำปะหลัง แป้งข้าวเหนียวและแป้งท้าวยายม่อมมาล่อนผสมกัน 3) ใส่เกลือและน้ำตาลในน้ำคนให้ละลาย แล้วใส่ลงในแป้งที่ล่อนแล้ว 4) ใส่ผักกุยช่ายลงในแป้ง ที่ผสมแล้วคนให้เข้ากัน 5) เทลงในถาดขนาดพอเหมาะ แล้วนำไปนึ่งประ-มาณ 20-25 นาที ตามขนาดของถาด แล้วพักไว้จนเย็นจึงนำมาตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม จะรับประทานแบบนึ่งเสร็จใหม่ๆ หรือจะนำไปทอด รับประทานกับน้ำจิ้มได้เหมือนกัน

ส่วนผสมน้ำจิ้ม : ซีอิ๊วหวาน พริกเหลือง น้ำส้ม สายชู โดยนำพริกเหลืองมาตำให้ละเอียดแล้วใส่น้ำส้มสายชู และใส่ซีอิ๊วหวาน ปริมาณแล้วแต่ความชอบ เผ็ด เปรี้ยว หวาน แต่ขอให้ซื้อซีอิ๊วหวานนะคะ ไม่เอาซีอิ๊วดำหวาน.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวหน้าสตรี
  • 6 กันยายน 2555, 05:45 น.
 

ติ่มซำประจำบ้าน ตอน กุยช่ายไส้เผือก มิถุนายน 5, 2012

ติ่มซำประจำบ้าน ตอน กุยช่ายไส้เผือก

  • 27 พฤษภาคม 2555 เวลา 10:26 น.

โดย…สีวลี ตรีวิศวเวทย์

ผู้เขียนชอบกุยช่ายค่ะ ชอบทานมากที่สุด คือ ไส้เผือก แต่ไม่ชอบลักษณะเผือกกวน ชอบแบบบ้านๆ ที่จะเป็นไส้เผือกผัดกับบรรดาสิ่งละอัน พันละน้อย จะเรียกได้ว่าคล้ายๆ กับตามบ้านคนจีน ที่ผู้เขียนว่าเช่นนั้น เป็นเพราะผู้เขียนเคยได้รับขนมกุยช่ายจากเพื่อนของคุณตาของผู้เขียน เขาว่าที่บ้านเขาทำทานกันเอง ใส่มาในกล่องพลาสติกสีชมพูที่เรียกกันติดปากว่า “ทัปเปอร์แวร์” มาให้ที่บ้าน

ถือเป็นขนมกุยช่ายที่อร่อยที่สุดในชีวิต อาจจะเป็นเพราะตอนนั้นยังเด็ก และขนมกุยช่ายที่ได้รับมามีน้อยเหลือเกิน แบ่งๆ กันทานคนละคำ จึงทำให้คิดถึงทีไร จดจำได้แม่นว่าอร่อย เนื้อแป้งกุยช่ายหนานุ่ม ไม่กระด้าง ดูเป็นสีขาวขุ่น ไม่ขาวใส บอบบาง แบบหลายๆ เจ้าที่วางขายในปัจจุบัน

สำคัญที่ไส้ ไส้ผักเขียวใบกุยช่าย รสชาติไม่แตกต่างจากที่คุ้นเคย สำหรับไส้ที่แตกต่าง คือ ไส้หน่อไม้ และไส้เผือก สำหรับไส้หน่อไม้ รสชาติดีเยี่ยม เพราะทำจากหน่อไม้ไผ่ตง ฝานบางๆ หั่นเป็นท่อนเล็กๆ ผัดจนหอมนุ่มกับกุ้งแห้ง โรยด้วยผักชี ส่วนอีกไส้ที่ผู้เขียนตราตรึง เป็นไส้เผือก เนื้อหอม ที่หั่นเป็นเส้นหยาบๆ มีกุ้งแห้ง ถั่วลิสงต้ม และเห็ดหอม รสชาติหอมพริกไทยขาว

แล้วยิ่งมารู้ว่าเพื่อนของคุณตาที่ทำกุยช่ายอร่อยๆ เสียชีวิตไป ผู้เขียนเสียใจอย่างมาก กลัวว่าสูตรเด็ดแบบนั้นจะถูกลืม เพราะตั้งแต่กุยช่ายกล่องนั้นที่ส่งมา ผู้เขียนก็ไม่เคยได้ลิ้มรสกุยช่ายเผือกที่อร่อยขนาดนั้นอีกเลย

พอได้สูตรแป้งกุยช่ายมาจากคนสนิทอีกท่าน ที่แนะนำให้ว่าแป้งของเขาอร่อยนุ่ม คล้ายกุยช่ายโบราณ เลยนำมาลองทำทานเอง จะได้ผัดไส้เผือกให้ได้อร่อย ตามความทรงจำในวัยเยาว์

สูตรแป้งนี้ ผู้ให้สูตรมาเขาไม่ได้จดจำเป็นการตวง หากแต่ใช้กรรมวิธีที่เรียกว่า Eyeball กะเอาทุกสิ่งทุกอย่าง ผู้เขียนเลยต้องพยายามปรับเปลี่ยนเป็นถ้วยตวง แถมการเติมน้ำเติมท่าลงไป ก็ใช้การกะเอาตามความชอบ เมื่อผู้เขียนนำมาลองทำเอง ต้องยอมรับว่าครั้งแรกๆ ยังไม่ประสบความสำเร็จ ต้องทำไปหลายครั้งหน่อย จึงพอเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา

เคล็ดลับคือการกวนแป้งของผู้เขียน ปกติเขากวนกันในกระทะทองเหลือง แต่ผู้เขียนขอใช้เป็นกระทะเคลือบสารกันติด ที่เราเรียกติดปากว่ากระทะเทฟลอน แบบที่มีขอบสูงหน่อย แป้งจะไม่ค่อยไหม้ติดกระทะ และความหนาของกระทะทำให้ความร้อนสม่ำเสมอไม่แพ้กระทะทองเหลืองเลย

ทีนี้ก็มาถึงขั้นตอนของการปั้น จะมีโอกาสเหนียวติดมือเล็กน้อย ผู้เขียนเลยใช้ถุงพลาสติกใส่แกงนี่แหละ ตัดเป็นแผ่นพลาสติก รองเวลาแผ่แป้ง เมื่อใส่ไส้ลงมาเรียบร้อยแล้ว ก็จับถุงรวบขึ้นมา ทำให้ง่ายขึ้นเยอะ และไม่ต้องใช้แป้งนวลมากเกินไป

สำหรับไส้เผือก ก็ต้องเลือกเผือกลูกหนักๆ กดดูต้องแน่นๆ หน่อย ถ้าตลาดใหญ่ๆ มีเผือกให้เลือกหลายเจ้า ก็คงต้องถามหาความจริงใจของแม่ค้า ว่าเป็นเผือกหอมจริงหรือไม่ เมื่อหั่นให้ได้ชิ้นเล็กๆ แล้วนึ่งให้สุก แล้วจึงนำมาผัดกับเครื่องนานาชนิด

จริงแล้วหากคุณผู้อ่านขี้เกียจจะลงมือทำเอง ลองไปซื้อกุยช่ายจากร้าน Cheesecake House ในซอยแจ่มจันทร์มาลองชิม ถึงแม้แป้งจะไม่เหมือน แต่รสชาติของไส้ใกล้เคียงกับที่ผู้เขียนจินตนาการไว้อย่างมากทีเดียว

แต่หากคุณผู้อ่านลองทำดูแล้ว ได้ความว่ายากหรือง่ายอย่างไร ไม่ถูกใจละก็ ลองส่งความเห็นมาทางหน้าโซเชียลเน็ตเวิร์กของ Cookool Studio ที่ www.facebook.com/cookoolstudio มาได้เลยค่ะ

กุยช่ายผีบอก

ส่วนผสมสำหรับแป้ง

แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วย

แป้งมัน ส่วนที่ 1 1 ถ้วย

แป้งข้าวเหนียว 0.5 ถ้วย

เกลือ 1 ช้อนชา

น้ำร้อน 2.5 ถ้วย

น้ำมันพืช 6 ช้อนโต๊ะ

แป้งมัน ส่วนที่ 2 ประมาณ 1 ถ้วย

ผสมแป้งมันส่วนที่ 1 และแป้งข้าวเจ้าเข้าด้วยกัน เติมเกลือลงไป ค่อยๆ เทน้ำร้อนและน้ำมันพืชลงไปทีละน้อย คนให้เข้ากัน ใส่กระทะเคลือบ เช่น กระทะเทฟลอน กวนไฟอ่อนๆ จนแป้งเริ่มใสและหยุ่นๆ ย้ายลงกะละมัง ใช้พายไม้กวนไปเรื่อยๆ จนเย็นตัวลง

ใช้แป้งมันส่วนที่ 2 ในการนวดแป้งเป็นแผ่น เพราะแป้งจะนุ่มและติดมือ ไม่จำเป็นต้องใช้หมดเพราะจะทำให้แป้งกระด้าง

แบ่งแป้งออกมาเท่ากับลูกปิงปอง แผ่เป็นแผ่น อาจจะใช้ถุงพลาสติกช่วยให้ห่อได้ง่ายขึ้น ตักไส้ลงไปแล้วค่อยๆ รวบขึ้นมา เรียงใส่ถาดที่ทาน้ำมันพืช

นึ่งด้วยน้ำเดือดจัดจนสุก ประมาณ 15 นาที

ตั้งกระทะเคลือบให้ร้อน เติมน้ำมันพืชสำหรับทอดลงไป ทอดทีละด้านจนสุกเหลือง

ส่วนผสมสำหรับไส้เผือก

เผือก ขนาดหัวประมาณ 1 กิโลกรัม ปอกเปลือก ซอยเป็นเส้นๆ หรือขูด 1 หัว

กระเทียม สับละเอียด 1 ช้อนชา

กุ้งแห้ง 3 ช้อนโต๊ะ

เห็ดหอม หั่นเป็นชิ้นบาง 34 ดอก

หมูบด 1 ขีด

ถั่วลิสง ต้มสุก 3 ช้อนโต๊ะ

ซีอิ๊วขาว 3 ช้อนชา

น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา

เกลือป่น 0.5 ช้อนชา

น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ

ตั้งกระทะสำหรับผัดให้ร้อน เติมน้ำมันพืชลงไป ผัดกระเทียมให้เหลือง เติมกุ้งแห้งและเห็ดหอมลงไปผัดให้หอม เติมหมูบดลงไปผัดให้พอสุก เริ่มเปลี่ยนสี ปรุงรสด้วยซีอิ๊ว น้ำตาลและเกลือ โรยถั่วลิสงลงไปผัดให้เข้ากัน

ตักขึ้น เกลี่ยใส่จานหรือถาด เพื่อให้เย็นตัวลงไวขึ้น ก่อนนำไปห่อ

 

“กุยช่าย” กลิ่นแรงแฝงประโยชน์ พฤษภาคม 5, 2012

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/254809

23 เมษายน 2555, 05:00 น.

Pic_254809

กุยช่าย มีชนิดใบสีเขียวกับใบสีขาว ทั้ง 2 ชนิด มีคุณค่าทางโภชนาการเหมือนกัน แต่ ชนิดใบสีเขียวมีแร่ธาตุ แคลเซียม และ ฟอสฟอรัส ช่วยกันทำงานสัมพันธ์กันในการสร้างกระดูกให้แข็งแรง ซึ่ง “กุยช่าย” ใบสีเขียว จะมีมากกว่าชนิดใบสีขาวหลายเท่า และยังมีธาตุเหล็ก วิตามินบี วิตามินซี สูงมากด้วย

กุยช่าย ให้กากใยอาหารมีส่วนสำคัญในการสร้างความสมดุลแก่ระบบย่อยอาหาร ทำให้ถ่ายคล่อง ท้องไม่ผูก จึงหมดโอกาสถูกโรคริดสีดวงทวารคุกคาม และ ยังช่วยดักจับสารพิษที่ร่างกายไม่พึงประสงค์ออกได้ ช่วยทำให้สุขภาพแข็งแรง ผิวพรรณดี และ ที่สำคัญ สามารถลดโอกาสเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ด้วย

กุยช่าย หรือ ALLIUM  TUBEROSUM  ROTTLER.EX  SPRENG อยู่ในวงศ์  ALLIA CEAE  มีถิ่นกำเนิดจากประเทศจีน  มีชื่อเรียกอีกคือ  CHINESE  CHIVE ประ-โยชน์ทางอาหาร กินสด ผัดกับหมู ใส่ผัดไทย ทำกุยช่ายทอด สรรพคุณทางยา ใบตำทาแก้ลมพิษ ทาท้อง เด็กแก้ท้องอืดดีนัก

ครับ  หนังสือ “สมุนไพรไม้ดอกไม้ประดับหายาก”  เล่มที่ 5 ของ “นายเกษตร” สี่สีทั้งเล่ม พิมพ์จำนวนจำกัดหมดแล้วหมดเลย ส่วนเล่มที่ 4 เหลือไม่ถึง  20  เล่ม  ไม่วางขายที่ไหน ราคาเล่มละ 600 บาท บวกค่าส่งกลับเล่มละ 30 บาทเท่ากัน ส่งธนาณัติซื้อสั่งจ่าย “คุณนงลักษณ์ ศรีอัชรา-นนท์” ตู้ ปณ. 48 ปณ.สามแยกลาดพร้าว  กทม.  10901 หรือสอบถามผลิตภัณฑ์สมุนไพร  ตรีผลา ลดไขมันในเส้นเลือด ลดไตรกลีเซอไรด์, ดีบัวแคปซูล ช่วยขยายหลอดเลือดไปเลี้ยงสมองหัวใจ,  ครีมโลดทนง รักษาสิวฝ้ารูขุมขนตีบลง, ยาต้มคลายเส้นไม้เท้าเฒ่า

อาลี แก้ปวดเมื่อยแก้เกาต์ ลดเบาหวาน, คอล- ลาเจนบริสุทธิ์    ทาหน้าช่วยให้ผิวหน้ากระชับ, ข่อยขัดรักแร้  ดับกลิ่นเต่าช่วยให้รักแร้หายคลํ้า และอื่นๆอีกเยอะ โทร.0–2275–2692 เวลาทำงานครับ.
“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 23 เมษายน 2555, 05:00 น.
 

‘กุยช่าย’พืชสวนครัวไม่ธรรมดา มีนาคม 15, 2012

‘กุยช่าย’พืชสวนครัวไม่ธรรมดา

 ‘กุยช่าย’ พืชสวนครัวไม่ธรรมดา : ลงทุนน้อย-ปลูกง่าย-รายได้ดี

          กุยช่ายเป็นพืชล้มลุกที่อยู่ในตระกูลเดียวกับต้นหอมและกระเทียม มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ปลูกครั้งเดียวสามารถเก็บเกี่ยวได้นานประมาณ 3 ปี เมื่อนำมาปรุงอาหารจะมีคุณสมบัติทางยา เนื่องจากมีสารแคโรทีนและวิตามินซีสูง ดอกและใบนิยมใส่แกงเลียง มีสรรพคุณเป็นยาประสานน้ำนม เมล็ดใช้ทำยาขับพยาธิเส้นด้าย ใบนำไปทำเป็นขนมกุ่ยช่าย ใส่ก๋วยเตี๋ยว ใส่ผัดไท ดอกนำไปผัด มีคุณสมบัติเฉพาะตัวประกรอบ ทำให้เป็นที่นิยมใช้ประกอบอาหารรับประทานตามห้าง และร้านอาหาร ภัตาคารต่างๆ

          พ.อ.อัครภณ ทองสุทธิ์ ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 56 สำนักงานพัฒนาภาค 5 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (ผบ.นพค.56 สนภ.5 นทพ.) บอกว่าด้วยเหตุผลที่กล่าว หน่วยได้เล็งเห็นประโยชน์ของกุยช่าย จึงได้หาวิธีการส่งเสริมให้ราษฎรในพื้นที่ได้เล็งเห็นประโยชน์และหันมาปลูก เพื่อเป็นพืชเศรษฐกิจในการส่งให้ร้านอาหารในพื้นที่และต่างจังหวัด โดยหน่วยทดลองการปลูกที่ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง เพื่อใช้เป็นต้นแบบให้กับราษฎรที่มาศึกษาดูงาน และได้นำกับไปปลูกเพื่อเป็นพืชด้านเศรษฐกิจต่อไป

“กุยช่าย เป็นพืชที่มีแมลงหรือโรคเข้าทำลายน้อยกว่าพืชผักชนิดอื่นๆ หากมีการดูแลรักษาที่ดี โดยการให้น้ำ ใส่ปุ๋ย และกำจัดวัชพืชที่ดีแล้ว จะทำให้เจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว สามารถตัดใบออกจำหน่ายได้ภายใน 3-5 เดือน”

พ.อ.อัครภณ กล่าวต่อว่า การดูแลรักษาต้นกุยช่ายให้มีคุณภาพ เกษตรกรควรหมั่นรดน้ำทุกๆ วัน เช้า-เย็น ใช้บัวรดน้ำที่มีรูเล็ก ไม่ควรรดน้ำด้วยสายยาง และควรปรับปรุงดินโดยนำขี้อ้อย ปุ๋ยขี้ไก่ มาผสมใส่ลงในแปลงเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อช่วยให้กุยช่ายเติบโตเร็ว สมบูรณ์ หลังจากเก็บกุยช่ายแล้ว ควรนำมาล้างน้ำให้สะอาด และบรรจุใส่ถุงเพื่อจำหน่ายต่อไป ควรมุงด้วยตาข่ายพรางแสง 50-80% เพื่อลดแสงแดดและลดอุณหภูมิความร้อน ซึ่งจะทำให้กุยช่ายโตเร็ว รูปทรงใบสวย ไม่ควรทำกุยช่ายขาวรุ่นต่อรุ่น เพราะจะเป็นเหตุทำให้ต้นโทรมและอาจตายได้ แต่ควรทำกุยช่ายเขียว 2 รุ่น แล้วสลับทำกุยช่ายขาว 1 รุ่น เพื่อให้กุยช่ายมีอาหารกินตลอด 24 ชั่วโมง ผลที่ได้อีกประการคือจะทำให้ดินไม่โทรมและผลผลิตดีตลอดไป

“วิธีการขยายพันธุ์ กุยช่ายสามารถขยายพันธุ์ได้หลายวิธี แต่ที่นิยมกันมากที่สุด คือ การแยกหน่อ แต่ละหน่อสามารถนำไปปักชำให้เจริญเติบโตขึ้นมาเป็นกอใหม่ได้ ใช้เวลาเพียง 3-5 เดือน โดยการแยกหน่อตัดรากให้สั้นลงก่อนนำลงแปลงปลูก การชำอาจชำในถุงหรือตะกร้าพลาสติกก็ได้ วัสดุในการเพาะชำใช้ดินผสมขี้เถ้าแกลบ ในอัตราส่วน ดิน 1 ส่วนต่อขี้เถ้าแกลบ 3 ส่วน ใช้เวลา 1 เดือน จึงสามารถนำลงปลูกได้โดยระวังอย่าให้ต้นกุยช่ายกระทบกระเทือน”

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของนักรบสีน้ำเงิน นามหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 56 กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนและท้องถิ่นตามแผนงานหลักและภารกิจพิเศษที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติตามแนวพระราชดำริ และนโยบายของหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา เพื่อร่วมกันพัฒนาและช่วยเหลือประชาชนรวมถึงสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้ชุมชนที่อาศัย หากราษฎรหรือหน่วยงานใดมีความสนใจที่จะศึกษาดูงานติดต่อโทร.0-45866-659 หรือ 45 หมู่ 2 บ้านบก ต.กลาง อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี พร้อมให้บริการและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นตลอดวันเวลาราชการ

———-

(หมายเหตุ : ‘กุยช่าย’ พืชสวนครัวไม่ธรรมดา – ลงทุนน้อย-ปลูกง่าย-รายได้ดี)

———-