Next second rice-crop yield to be high

http://www.nationmultimedia.com/business/Next-second-rIce-crop-yield-to-be-high-30168357.html

Petchanet Pratruangkrai
The Nation
Hong Kong October 24, 2011 12:00 am

Although floods have cut rice output by 10 million tonnes, Thailand is confident of reaching total supply of 25 million tonnes next year on expectations of a higher yield in the next second crop.

Commerce Minister Kittiratt Na-Ranong said the country would have enough rice for export. It is forecast that the yield will be rich after the flooding.

The Agriculture Ministry has reported that 10 million tonnes of rice output during the current harvest season has been wiped out by the heavy floods, particularly in the Central region.

However, Kittiratt said government studies indicated that second-crop rice production will increase in the harvest season beginning next June. Normally, about 8 million tonnes of rice are harvested in the second crop, but this is expected to rise to more than 12 million tonnes next year.

“Thailand will still have high ability to export rice. Although the export volume may drop slightly, the value will increase because of the government’s pledging scheme and stable demand in global rice trading,” he said.

According to the US Agriculture Department, about 31 million tonnes of rice will be traded next year. Of that, about 10 million tonnes will be from Thailand.

Thailand exported about 9 million tonnes of rice in the first nine months of the year. Total exports this year are expected to exceed 10 million tonnes.

Because of a drop in exports of Thai jasmine rice, Kittiratt led a delegation of exporters of the country’s famous rice strain to Hong Kong on the weekend in a bid to boost sales.

He said Thailand needed a marketing campaign emphasising the high quality of its rice to boost export value. That would be in line with the government’s policy of encouraging Thai rice exporters to concentrate on more value-added goods.

“Thailand is losing market share in fragrant rice to Vietnam and other countries, so we should take this as a serious problem,” he said. “The [Commerce] Ministry’s roadshow campaign will tighten connections with traders in potential export markets with high purchasing power, mainly Hong Kong and [mainland] China.”

Kittiratt led a team from the Thai Rice Exporters Association to meet with the Rice Merchants Association of Hong Kong, the Hong Kong Rice Suppliers Association and the city’s rice importers and exporters.

Hong Kong is an important market for Thai rice exports, particularly jasmine rice, as Hongkongers have high purchasing power and are familiar with Thai rice. Exports of jasmine rice to that market are 200,000-250,000 tonnes a year.

ประยุกต์ใช้ข้อมูลดาวเทียมพยากรณ์ผลผลิตการเกษตร

http://www.dailynews.co.th/agriculture/20431

วันพุธที่ 4 เมษายน 2555 เวลา 00:00 น.

จากการเกิดอุทกภัยเมื่อปลายปี 2554 สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างต่อพื้นที่การเกษตร และยังส่งผลต่อระยะเวลาการเพาะปลูกที่ต้องถูกปรับเปลี่ยนไปโดยปริยาย ดังนั้นกระทรวงเกษตรฯ กระทรวงไอซีที และ มหาวิทยาลัยเกษตรฯ จึงได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการประยุกต์ใช้ข้อมูลดาวเทียมในการประมาณเนื้อที่เพาะปลูกและผลผลิตพืชเศรษฐกิจ โดยนำข้อมูลดาวเทียม เอสเอ็มเอ็มเอส บันทึกข้อมูลพื้นที่เพาะปลูกแบบต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาการพยากรณ์ผลผลิตให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น อันจะเป็นประโยชน์ในการวางแผนกำหนดนโยบายและมาตรการต่าง ๆ ต่อไป

นายอภิชาต  จงสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรได้นำร่องโครงการพยากรณ์ผลผลิตข้าวโดยใช้ข้อมูลดาวเทียมร่วมกับการตั้งแปลงสังเกต  โดยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ให้ความร่วมมือในฐานะหน่วยงานเจ้าของข้อมูลและ ม.เกษตรศาสตร์ในฐานะหน่วยงานบริหารจัดการข้อมูลและพัฒนาองค์ความรู้…ซึ่งเมื่อผ่านกระบวนการ ขั้นตอนการดำเนินงานต่าง ๆ แล้วจะสามารถพยากรณ์ผลผลิตข้าว อันถือเป็นแนวทางใหม่ในการพัฒนาการพยากรณ์ผลผลิตให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นต่อไป

นอกจากนี้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ได้มีการนำข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม เอสเอ็มเอ็มเอส มาประเมินเนื้อที่และติดตามการเพาะปลูกข้าวนาปรัง ปี 2555 เพื่อคาดการณ์ผลผลิตที่จะออกสู่ตลาดได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น โดยนำข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม เอสเอ็มเอ็มเอส มาวิเคราะห์เพื่อจำแนกเนื้อที่เพาะปลูกข้าว ประเมินเนื้อที่ และติดตามการเพาะปลูกข้าวนาปรัง โดยดำเนินการเดือนละ 1 ครั้ง ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2554 เป็นต้นมา ซึ่งคาดว่าการนำข้อมูลดาวเทียมมาใช้จะทำให้สามารถคาดการณ์ปริมาณผลผลิตที่จะออกสู่ตลาดได้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงมากขึ้น อันจะเป็นประโยชน์ในการวางแผนกำหนดนโยบายและมาตรการต่าง ๆ ต่อไป

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรยังจะประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่ให้บริการหลังจากได้ข้อมูลด้านการเกษตรที่มีคุณภาพแล้ว ซึ่งข้อมูลที่ให้บริการประกอบด้วย ข้อมูลด้านการผลิตพืช ปศุสัตว์ และประมง  ข้อมูลด้านการตลาด ต้นทุนพืช ปศุสัตว์ และประมง ราคาที่เกษตรกรขายได้ที่ไร่นา และราคา ณ  ตลาดกลางที่สำคัญ เป็นรายวัน รายสัปดาห์ ดัชนีการผลิต ดัชนีราคา และดัชนีมูลค่าของสินค้าเกษตรที่สำคัญ ข้อมูลการนำเข้า–ส่งออกสินค้าเกษตร การพยากรณ์ผลผลิตสินค้าเกษตร ข้อมูลภาวะเศรษฐกิจและสังคมครัวเรือนเกษตร (รายได้-รายจ่าย,หนี้สินของครัวเรือนเกษตร) การใช้และการถือครองที่ดินทางการเกษตร ภูมิสารสนเทศการเกษตร (แผนที่การใช้ประโยชน์ที่ดิน, ภาพถ่ายดาวเทียม) ผ่านช่องทางการเผยแพร่ข้อมูล ต่าง ๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ  การเผยแพร่ผ่านทางตู้ประชาสัมพันธ์ หรือ ตู้บริการข้อมูล (Kiosk) เพื่อเผยแพร่และบริการข้อมูลข่าวสารทางการเกษตร โดยเฉพาะข้อมูลปริมาณการผลิต ราคาสินค้าเกษตร นโยบาย มาตรการด้านการเกษตรที่มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว กระจายอย่างทั่วถึงในระดับท้องที่ ให้เกษตรกรรับทราบข้อมูลและสามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการตัดสินใจ รวมทั้งสามารถสื่อสารได้สองทางระหว่างเกษตรกรกับภาครัฐ เพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงและใช้งานได้สะดวก โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรได้ร่วมมือกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในการติดตั้งตู้ Kiosk ที่ ธ.ก.ส. สาขากระจายทั่วทั้ง 76 จังหวัด จำนวน 76 เครื่อง และยังได้จัดตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสารเศรษฐกิจการเกษตรอาสาทั่วประเทศ  ซึ่งดำเนินการโดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเขต เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารด้านเศรษฐกิจการเกษตรในรูปแบบเอกสารต่าง ๆ

…หรือสามารถขอรับบริการได้ที่ทางคอลเซ็นเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 0–2940-6641, 0–2561–2870 หรือ 0- 2579–2877 หรือสามารถติดต่อขอรับข้อมูลโดยตรงได้ที่ส่วนปฏิบัติการข้อมูลการเกษตร ศูนย์สารสนเทศการเกษตร.

เกษตรรายงานพิเศษ : การตรวจสอบจุลินทรีย์เพื่อการเกษตร

http://www.naewna.com/local/2700

วันอังคาร ที่ 03 เมษายน พ.ศ. 2555, 16.19 น.

จากกระแสโลกปัจจุบันให้ความสำคัญถึงผลกระทบจากการใช้สารเคมี ที่มีผลกระทบการดำรงชีวิตของมนุษย์และสัตว์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จึงได้ตระหนักที่ละลดละเลิกการใช้สารเคมี หันมาให้ความสนใจและสำคัญกับการใช้สารอินทรีย์ มาใช้ในด้านการเกษตรและการอนุรักษ์และรักษาสิ่งแวดล้อม รวมถึงประเทศไทยมีนโยบายให้ความสำคัญในเรื่องการใช้จุลินทรีย์ ทั้งในระดับนโยบายและระดับผู้ปฏิบัติงานได้นำจุลินทรีย์มาใช้ประโยชน์ด้านการเกษตรในการปรับปรุงคุณภาพของดิน เพื่อลดต้นทุนการผลิตผลทางการเกษตร โดยมีกรมพัฒนาที่ดินเป็นหนึ่งในหน่วยงานหลักที่ได้นำจุลินทรีย์มาใช้ประโยชน์ แต่ยังมีข้อสังเกตและในเรื่องคุณภาพและการตรวจสอบ จึงทำให้คณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สภาผู้แทนราษฎร ได้ตั้งคณะทำงานตรวจสอบจุลินทรีย์เพื่อการเกษตรและสิ่งแวดล้อมขึ้น

นายสุรกิจ สังขวรรณ หัวหน้าคณะทำงานตรวจสอบจุลินทรีย์เพื่อการเกษตรและสิ่งแวดล้อม คณะกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ในสภาวะปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงจากภูมิอากาศมี เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ และฤดูการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศเกษตรกรรมได้รับผลกระทบดังกล่าวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การเพิ่มผลผลิตต่อไร่ การลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรไทย โดยใช้องค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีอยู่ จึงเป็นสิ่งสำคัญ คณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สภาผู้แทนราษฎร โดยประธานกรรมาธิการ จึงได้จัดตั้ง คณะทำงานฯ นี้ขึ้น

ทั้งนี้ เพื่อดำเนินการทดสอบการใช้จุลินทรีย์เพื่อลดปัญหามลพิษที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและมาเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร ลดค่าใช้จ่าย เพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรไทย อีกทั้งเป็นการช่วยให้เกษตรกรไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้องค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์มาช่วยในการแก้ปัญหาและพัฒนาประเทศ ในด้านเกษตรกรรม ศึกษาตรวจสอบการใช้สารจุลินทรีย์เพิ่มผลผลิตทางการเกษตรต่อไร่ ลพมลพิษ ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรไทย ถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีใหม่ๆ ด้านวิทยาศาสตร์การเกษตรต่อภาคประชาชนและเกษตรกรไทย และใช้บทบาทด้านนิติบัญญัติของกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสภาผู้แทนราษฎร์ต่อยุทธศาสตร์การพัฒนาในด้านเกษตรกรรม

ส่วนการดำเนินงานขณะนี้ มีจัดกลุ่มในการทำงานและแต่งตั้งรองหัวหน้าคณะทำงานตรวจสอบจุลินทรีย์เพื่อการเกษตรและสิ่งแวดล้อมแล้ว โดยมีกลุ่มงานการตรวจสอบประสิทธิภาพของสารจุลินทรีย์ที่แอบอ้างในท้องตลาดและราชการใช้ผลดีจริงหรือไม่ ตามโฆษณา, กลุ่มงานการตรวจสอบงบประมาณของหน่วยงานราชการต่างๆที่นำสารจุลินทรีย์ มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด, กลุ่มงานการผลักดันให้มีการวิจัยและพัฒนาสารจุลินทรีย์ของหน่วยงานรัฐให้เกิดประโยชน์ที่แท้จริง, กลุ่มการผลักดันให้มีการกำหนด มาตรฐานของจุลินทรีย์ที่จะนำมาใช้จริง, กลุ่มการจัดประชุมสัมมนาเรื่องจุลินทรีย์ชีวภาพ และกลุ่มการประชาสัมพันธ์ เผยแพร่และส่งเสริมองค์ความรู้ด้านจุลินทรีย์ ซึ่งในแต่ละกลุ่มงานมีผู้เชี่ยวชาญมาร่วมเป็นคณะทำงาน

นายอนุสรณ์ จันทนโรจน์ รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ฝ่ายบริหาร กล่าวว่ากรมพัฒนาที่ดินได้คิดค้นนวัตกรรมจุลินทรีย์ พด. ด้านต่างๆ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์ด้านปรับปรุงบำรุงดิน เพิ่มธาตุอาหารและฮอร์โมนพืช  ได้แก่  สารเร่งซุปเปอร์ พด.1  ซุปเปอร์ พด.2 พด.11 และปุ๋ยชีวภาพ พด.12 ผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์ด้านรักษาสิ่งแวดล้อม ได้แก่  สารเร่ง พด.6 ผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์ด้านควบคุมศัตรูพืช ได้แก่ สารเร่งซุปเปอร์ พด.3 และซุปเปอร์ พด.7 ผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์ปุ๋ยชีวภาพ นอกจากนี้ กรมฯ ยังได้คิดค้นโปรแกรมดินไทยและธาตุอาหารพืช โปรแกรมวิเคราะห์ปุ๋ยรายแปลง เพื่อช่วยในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเกษตรกรไทย โดยมุ่งเน้นให้มีการลดการใช้ปุ๋ยเคมี ใช้แต่พอดี ช่วยลดรายจ่าย เพิ่มการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ฟื้นฟูดินดี ช่วยเพิ่มรายได้

สำหรับผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์ พด. เปรียบเสมือนเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนการดำเนินโครงการส่งเสริมการใช้สารอินทรีย์ลดการใช้สารเคมีทางการเกษตร อันจะนำไปสู่การทำเกษตรไร้สารพิษ และเกษตรอินทรีย์ได้ในอนาคต อย่างไรก็ดี กรมพัฒนาที่ดินยังคงเดินหน้าที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์ พด.ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเน้นการคัดเลือกและปรับปรุงสายพันธุ์จุลินทรีย์ให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์และตอบสนองความต้องการของเกษตรกรได้มากขึ้น

ส่วนทางคณะกรรมการธิการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สภาผู้แทนราษฎร ได้ตั้งคณะทำงานตรวจสอบจุลินทรีย์เพื่อการเกษตรและสิ่งแวดล้อม ขึ้น โดยมีตัวแทนจากกรมพัฒนาที่ดินเข้าไปเป็นคณะทำงานด้วยเป็นเรื่องที่ดี ที่ในระดับนโยบายได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ จะทำให้การนำจุลินทรีย์มาใช้เกิดประโยชน์สูงสุด และขยายวงกกว้างมากขึ้น กรมพัฒนาที่ดินในฐานะหน่วยปฏิบัติได้ดำเนินการนำปัจจัยการผลิตประเภทผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชีวภาพไปใช้ในการส่งเสริมเกษตรกร ในพื้นที่เพาะปลูกเพื่อให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์เหมาะสมในการเจริญเติบโตให้ผลผลิตพืชและรายได้สูงขึ้น กรมพัฒนาที่ดินจึงให้ความสำคัญกับปัจจัยการผลิตประเภทผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชีวภาพ โดยนำมาใช้บูรณาการร่วมกับระบบการปลูกพืชเพื่อให้ได้ผลผลิตทางการเกษตรที่ปลอดภัยและเป็นแนวทางในการทำระบบเกษตรอินทรีย์ ที่จะตอบสนองกระแสโลกเรื่องการสร้างความมั่นคง และปลอดภัยทางด้านอาหาร  อย่างยังยืนต่อไป

สภาพดินกับการเกษตรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=000682&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: Moormann, F.R.
ชื่อเรื่อง: สภาพดินกับการเกษตรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
Article title: Soils and agriculture in northeastern Thailand
ชื่อเอกสาร : รายงานการประชุมทางวิชาการเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 6 : สาขาพืชและชีววิทยา สาขาสัตว์ สาขาเศรษฐศาสตร์เกษตร ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 30 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2510
Source title : Proceedings of the national conference on Agricultural Sciences sixth session : Plant and Biological Sciences, Animal Science, and Agricultural Economics
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2510
หน้า: หน้า 185-187
จำนวนหน้า: 646 หน้า
ภาษา: ไทยอังกฤษ
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก58 2510)
หมวดหลัก: P33-Soil chemistry and physics
ดรรชนี-ไทย: ดิน, การเกษตร, สมบัติทางกายภาพ, อาหารธาตุในดิน, ความเค็ม, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
หมายเลข: 000682 KC0601064
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: ผู้แต่งคนเดียวกัน

พัฒนาชุมชนสนับสนุนการเกษตรอย่างไร

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=000640&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: วิชิต ศุขะวิริยะ
ชื่อเรื่อง: พัฒนาชุมชนสนับสนุนการเกษตรอย่างไร
Article title: How community development supports agriculture
ชื่อเอกสาร : รายงานการประชุมทางวิชาการเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 6 : สาขาพืชและชีววิทยา สาขาสัตว์ สาขาเศรษฐศาสตร์เกษตร ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 30 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2510
Source title : Proceedings of the national conference on Agricultural Sciences sixth session : Plant and Biological Sciences, Animal Science, and Agricultural Economics
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2510
หน้า: หน้า 39-43
จำนวนหน้า: 646 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก58 2510)
หมวดหลัก: E50-Rural sociology and social security
หมวดรอง: A01-Agriculture – General aspects
ดรรชนี-ไทย: การพัฒนาชุมชน, การเกษตร, พัฒนากร, บทบาท
หมายเลข: 000640 KC0601022
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: ผู้แต่งคนเดียวกัน

Some thoughts on bringing agricultural science to the small cultivator

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=000144&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: Cochrane, Robert H.
ชื่อเรื่อง: Some thoughts on bringing agricultural science to the small cultivator
ชื่อเอกสาร : รายงานการประชุมทางวิชาการเกษตรศาสตร์และชีววิทยา ครั้งที่ 2 (สาขาพืชและชีววิทยา) ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน 30 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2506
Source title : Proceedings of the 2nd national conference on Agriculture and Biology: Plant and Biological Science
หน่วยงานจัดพิมพ์: สภาวิจัยแห่งชาติ; มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2506
หน้า: หน้า 6-10
จำนวนหน้า: 492 หน้า
ภาษา: อังกฤษ
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก58 2506)
หมวดหลัก: E14-Development economics and policies
หมวดรอง: A01-Agriculture – General aspects
ดรรชนี-ไทย: การเกษตร, การพัฒนา
หมายเลข: 000144 KC0201002
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: ผู้แต่งคนเดียวกัน

Relationship between science and practice in the agriculture of Thailand in 1962

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=000004&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: Sitton, G.R.
ชื่อเรื่อง: Relationship between science and practice in the agriculture of Thailand in 1962
Article title: Relationship between science and practice in the agriculture of Thailand in 1962
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการเกษตรศาสตร์และชีววิทยา (สาขาพืช) ครั้งที่ 1 ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน 21-23 กุมภาพันธ์ 2505: รวมเรื่องย่อ
Source title : Proceedings of the 1st national Conference on Agriculture and Biology (Plant Science): Collected Abstracts
หน่วยงานจัดพิมพ์: สภาวิจัยแห่งชาติ; มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2505
หน้า: หน้า 13
จำนวนหน้า: 128 หน้า
ภาษา: อังกฤษ
สาระสังเขป: สาระสังเขป (อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 S3 2505)
หมวดหลัก: A01-Agriculture – General aspects
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: AGRICULTURE, PLANT SCIENCES, CULTURAL METHODS, THAILAND
ดรรชนี-ไทย: การเกษตร, วิทยาศาสตร์
หมายเลข: 000004 KC0101005
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

Recommendation for improvement in quality and administration of agricultural research in Thailand

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=000002&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: White, D.G.
ชื่อเรื่อง: Recommendation for improvement in quality and administration of agricultural research in Thailand
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการเกษตรศาสตร์และชีววิทยา (สาขาพืช) ครั้งที่ 1 ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน 21-23 กุมภาพันธ์ 2505: รวมเรื่องย่อ
Source title : Proceedings of the 1st national Conference on Agriculture and Biology (Plant Science): Collected Abstracts
หน่วยงานจัดพิมพ์: สภาวิจัยแห่งชาติ; มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2505
หน้า: หน้า 4-10
จำนวนหน้า: 128 หน้า
ภาษา: อังกฤษ
สาระสังเขป: สาระสังเขป (อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 S3 2505)
หมวดหลัก: A50-Agricultural research
ดรรชนี-ไทย: การเกษตร, การวิจัย, คุณภาพ, การบริหาร, การปรับปรุง
หมายเลข: 000002 KC0101003
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: ผู้แต่งคนเดียวกัน

โครงการศึกษาค่าปริมาณต่ำสุดที่สามารถวิเคราะห์ได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ (LOQ) ของวัตถุมีพิษการเกษตรในพืช

doa Home

ฐานข้อมูลผลงานวิจัย กรมวิชาการเกษตร

Home |  Show All |  Simple Search |  Advanced Search

1–1 of 1 record found matching your query (RSS): Login

Select All    Deselect All << 1 >> print
Record Links
Author อารยา กำเนิดมั่น pdf
Title โครงการศึกษาค่าปริมาณต่ำสุดที่สามารถวิเคราะห์ได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ (LOQ) ของวัตถุมีพิษการเกษตรในพืช Type Journal Article
Year (up) 2547 Publication รายงานผลโครงการวิจัย Abbreviated Journal
Volume Issue Pages
Corporate Author ประชาธิปัตย์ พงษ์ภิญโญ, ศิริพันธ์ สุขมาก, วิสุทธิ เชวงศรี, พนิดา ไชยยันต์, ลมัย ชูเกียรติวัฒน�� Thesis
Address กรมวิชาการเกษตร
Keywords โครงการศึกษาค่าปริมาณต่ำสุดที่สามารถวิเคราะห์ได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ (LOQ) ของวัตถุมีพิษการเกษตรในพืช
Abstract
Publisher กรมวิชาการเกษตร Place of Publication กรมวิชาการเกษตร Editor
Language ไทย Summary Language ไทย Original Title
Series Editor Series Title Abbreviated Series Title
Series Volume Series Issue Edition
ISSN ISBN Medium
Area Expedition Conference
Notes Approved yes
Call Number doa @ user @ Serial 785
Permanent link to this record

เกษตรแนะทางสร้างรายได้หลังน้ำท่วม

22 พฤศจิกายน 2553, 05:45 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/128703.

Pic_128703

ปรับเปลี่ยนระบบการปลูกพืชใหม่ จากที่ปลูกลงดินเปลี่ยนมาปลูกในถุงพลาสติกหรือปลูกในกระถางแทน โดยเลือกชนิดพืชให้สอดรับกับความต้องการของตลาดในช่วงเทศกาลต่างๆ

นายจิรากร โกศัยเสวี อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ปัญหาน้ำท่วมหลายพื้นที่ในช่วงที่ผ่านมาทำให้พื้นที่การเกษตรเสียหายเป็นวงกว้าง จึงจำเป็นต้องเร่งช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน โดยในช่วงระหว่างรอความชื้นในดินลดลงและรอปรับปรุงโครงสร้างดิน แนะนำให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนระบบการปลูกพืชใหม่ จากที่ปลูกลงดินเปลี่ยนมาปลูกในถุงพลาสติกหรือปลูกในกระถางแทน โดยเลือกชนิดพืชให้สอดรับกับความต้องการของตลาดในช่วงเทศกาลต่างๆ เช่น คริสต์มาส ปีใหม่ และเทศกาลตรุษจีน “พืชที่สามารถปลูกในถุงพลาสติกหรือกระถางได้ มีทั้งไม้ดอกไม้ประดับและพืชผักสวนครัว สำหรับกลุ่มไม้ดอกไม้ประดับที่ตลาดมีความต้องการสูงและมีราคาแพงในช่วงฤดูหนาวและเทศกาลดังกล่าว ได้แก่ สร้อยทอง ซาเวีย เบญจมาศ ดาวเรือง รวมทั้งไม้ตัดดอก เช่น เยอบีรา ส่วนกลุ่มพืชผักที่มีโอกาสในตลาดช่วงฤดูหนาว ได้แก่ พืชผักรับประทานผลหรือฝัก เช่น มะระจีน ถั่วฝักยาว กระเจี๊ยบเขียว จะมีราคาสูง เนื่องจากช่วงฤดูหนาวจะเติบโตค่อนข้างช้า อัตราการติดฝักและติดผลต่ำ ทำให้มีปริมาณผลผลิตน้อย ราคาจะแพงมาก ดังนั้น จึงควรวางแผนการผลิตให้สอดรับและตรงกับความต้องการของตลาดและผู้บริโภค”.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 22 พฤศจิกายน 2553, 05:45 น.

ติวเข้มเกษตรกร4.5แสนราย เน้นใช้สารอินทรีย์ลดใช้เคมี

14 กรกฎาคม 2554, 05:00 น.

ติวเข้มเกษตรกร4.5แสนราย เน้นใช้สารอินทรีย์ลดใช้เคมี.

Pic_186036

นายจรูญ ยกถาวร รองอธิบดีด้านวิชาการ กรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า ตามที่กรมได้มีการดำเนินงานส่งเสริมการใช้สารอินทรีย์เพื่อลดใช้สารเคมีทางการเกษตรทั่วทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการนั้น เป็นกลุ่มที่มีความเข้มแข็ง โดยสามารถผลิตและใช้สารอินทรีย์ ลดการใช้สารเคมีทางการเกษตร เป็นการลดค่าใช้จ่ายและต้นทุนในการผลิตพืชผลทางการเกษตร ซึ่งจะทำให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง โดยในปี 2554 นั้น กรมได้ดำเนินงานจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรไปแล้วจำนวน 9,000 กลุ่ม รวม 450,000 ราย เนื้อที่ 9 ล้านไร่ ทั้งนี้ กรมได้จัดฝึกอบรมเตรียมความพร้อมวิทยากรระดับพื้นที่ไปแล้ว และได้มอบหมายให้วิทยากรระดับพื้นที่ของกรมเป็นวิทยากรดำเนินการให้แก่กลุ่มเกษตรกรผู้เข้าอบรม.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์
  • 14 กรกฎาคม 2554, 05:00 น.

หมี​ขาว​นัก​ล่า​แห่ง​ขั้วโลก วัน​นี้​เหลือ​สอง​หมื่น​กว่า​ตัว

17 พฤษภาคม 2554, 05:00 น.
หมี​ขาว​นัก​ล่า​แห่ง​ขั้วโลก วัน​นี้​เหลือ​สอง​หมื่น​กว่า​ตัว – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_171885

สวนสัตว์​เชียงใหม่ เตรียม​จัด “โครงการ​จัด​แสดง​สัตว์​ขั้วโลก” หรือ (Polar World Chiangmai Zoo) โดย​มี​พระเอก​ของ​งาน​นี้คือหมี​ขาว​ขั้วโลก…แต่​ปรากฏ​ว่า..ชมรม​อนุรักษ์​นก​และ​สิ่งแวดล้อม​ล้าน​นา รวม​ทั้ง​กลุ่ม​ภาคี​คน​ฮักเชียงใหม่​และ​มูลนิธิ​สืบ​นา​คะเสถียร ได้​ยื่น​หนังสือ​ถึง ​ผู้​อำนวยการ​สวนสัตว์​เชียงใหม่ เพื่อ​คัดค้าน​โครงการ​ดัง​กล่าว…

โดย​ให้​เหตุผล​ว่า…หมี​ขั้วโลก​เป็น​สัตว์​ป่า​ที่​มี​ปัญหา​ใน​การ​ปรับ​ตัว​ใน​สภาพ​กักขัง​มาก​ที่สุดโดยเฉพาะ​สวนสัตว์ประเทศ​เขต​ร้อน เนื่องจาก​เป็น​สัตว์​ผู้​ล่า​ที่​อาศัย​อยู่​ใน​อุณหภูมิ​เย็น​จัด​ตลอด​ปี และ​ใช้​พื้นที่​กว้าง​ดำเนิน​ชีวิต​ใน​มหาสมุทอาร์กติก จึง​เป็นไปได้​ยาก​ที่​จะ​จำลอง​สภาพ​แวดล้อม​และ​อุณหภูมิ​เหมาะสม​ได้ซึ่ง​ใน​ปัจจุบัน​สวนสัตว์​หลาย​แห่ง​ใอารยประเทศ เช่น อังกฤษ สวิต​เซอร์​แลนด์ และ เยอรมนี ได้​ยุติ​การ​จัด​แสดง​หมี​ขั้วโลก​ไป​แล้ว

หมี​ขาว​ขั้วโลก (polar bear) จัด​อยู่​ใน​สัตว์​มี​แกน​กระดูก​สันหลัง เลี้ยง​ลูก​ด้วย​นม เป็น​นัก​ล่า​แห่ง​ดิน​แดน​ขั้วโลก​เหนือ​ที่​มี​ขนาด​ใหญ่​ที่สุด สามารถ​ปรับ​ตัว​ให้​เข้า​กับ​สภาพ​ชีวิต​กลาง​ภูเขา​น้ำแข็ง ​ได้ ธรรมชาติ​สร้าง​ให้​มัน​แตก​ต่าง​จาก​หมี​พันธุ์​อื่น​ตรง…มี​ขน​คลุม​อุ้ง​เท้า นิ้ว​เท้า​สั้น เล็บ​โค้ง​งอ​ใช้​สำหรับ​ยึด​น้ำแข็ง​ได้​อย่าง​มั่นคง ใน​ขณะ​เดียวกัน​ มี​ท่อน​ขา​ขนาด​ใหญ่​เพื่อ​เฉลี่ย​น้ำหนัก​มหาศาล ให้​สามารถ​เดิน​บน​น้ำแข็ง​บางๆได้

ตัวผู้​มี​ น้ำหนัก​เฉลี่ย​ถึง 775-1,500 ปอนด์ ส่วนตัว​เมียน้ำหนัก​ประมาณ 330-500 ปอนด์ ถิ่น​อาศัย​อยู่​บริเวณ อาร์กติก​ขั้วโลก​เหนือ แต่​ไม่​มี​หลัก แหล่ง​ที่​แน่นอน มัก​จะ​พบ​ใน​ อลาสกา  แคนาดา รัสเซีย เดนมาร์ก (กรีนแลนด์) และ​นอร์เวย์ เป็น​สัตว์​ส​ปี​ชี​ส์​หนึ่ง​ของ​โลก​ที่​กำลัง​ถูก​คุกคาม…ณวัน​นี้ หมี​ขาว​ขั้วโลก​มี​เหลือ​อยู่จำนวน22,000-27,000 ตัว โดย​อาศัย​อยู่​ใน ​ประเทศ​แคนาดา​มาก​ที่สุด ประ-มาณ 15,000 ตัว

สำนัก​ข่าว​รอยเตอร์​ รายงาน​ด้วย​ว่า ประชากร​ของ​หมี​ขาว​ขั้วโลก​ลด​ลง​อย่าง​รวดเร็ว และ 2 ใน 3 มี​แนวโน้ม​ที่​จะ​ตาย​ลง​ไม่​เกิน​ กลาง​ศตวรรษ​นี้ ถ้า​สภาวะ​น้ำแข็ง​บริเวณ​ขั้วโลก​ละลาย และ​ระบบ​นิเวศน์​ก็​เปลี่ยน​ไป มัน​อาจจะ​จม​น้ำ​ตาย หรือ​ทน​ต่อ​สภาพ​อากาศ​ที่​แปรปรวน​ไม่​ไหว ขาด​อาหาร และ​คาด​การณ์​ไว้​ว่า​จะ​ไม่​เหลือ​เลย​ใน ​ปี ค.ศ. 2100

สำนัก​ข่าว​รอยเตอร์​ รายงาน​ด้วย​ว่า ประชากร​ของ​หมี​ขาว​ขั้วโลก​ลด​ลง​อย่าง​รวดเร็ว และ 2 ใน 3 มี​แนวโน้ม​ที่​จะ​ตาย​ลง​ไม่​เกิน​ กลาง​ศตวรรษ​นี้ ถ้า​สภาวะ​น้ำแข็ง​บริเวณ​ขั้วโลก​ละลาย และ​ระบบ​นิเวศน์​ก็​เปลี่ยน​ไป มัน​อาจจะ​จม​น้ำ​ตาย หรือ​ทน​ต่อ​สภาพ​อากาศ​ที่​แปรปรวน​ไม่​ไหว ขาด​อาหาร และ​คาด​การณ์​ไว้​ว่า​จะ​ไม่​เหลือ​เลย​ใน ​ปี ค.ศ. 2100

อย่างไรก็ตาม…นัก​วิทยาศาสตร์​ ก็​ให้​แนว​คิด​ว่า…ถ้า​จะ​ช่วย​ให้​หมี​ขาว​ขั้วโลก​รอด​อยู่​ได้ ก็​น่า​จะ​อพยพ​ไป​อยู่​อาศัย​ใน​บริเวณ​ หมู่​เกาะ​แคนา​เ​ดี​ยน หรือ​ทาง​ชายฝั่ง​ทาง​ตะวัน​ตก​ของ​ รัฐ​กรีนแลนด์​แทน…ส่วน​จะ​มา​อยู่​ สวนสัตว์​เชียงใหม่​ ได้​หรือ​ไม่?..ก็​ขึ้น ​อยู่​กับ​คน​ไทย​นั่นเอง..!!
ไช​ย​รัตน์  ส้ม​ฉุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
  • 17 พฤษภาคม 2554, 05:00 น.

แล้งนี้หนีจน…ปลูกพืชน้ำน้อย

27 มกราคม 2554, 05:00 น.

ผ่านทางแล้งนี้หนีจน…ปลูกพืชน้ำน้อย – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

พืชฤดูแล้ง…มีความสำคัญไม่น้อย ซึ่ง หากเกษตรกรวางแผนผิดพลาด ก็หมายถึงว่า การลงทุนสูญเปล่า…มิใช่เฉพาะเงินเท่านั้น เวลา และ โอกาสอันประเมินค่ามิได้ ก็ด้วย…ชิมิ ชิมิ

ปีนี้…กระทรวงเกษตรฯ ได้กำหนดเป้าหมายส่งเสริมการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง 15.29 ล้านไร่ แยกเป็น…ข้าวนาปรัง 12.60 ล้านไร่ (ในเขตชลประทาน 8.91 ล้านไร่ นอกเขต 3.69 ล้านไร่)

และ…พืชไร่-พืชผัก จำนวน 2.69 ล้านไร่ (ในเขตชลประทาน 0.69 ล้านไร่ และนอกเขต 2 ล้านไร่)…ทั้งนี้  เนื่องจากปีนี้  ปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำค่อนข้างจำกัด

คุณอรรถ อินทลักษณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร บอกว่า…การปลูกพืชฤดูแล้ง เกษตรกรจำเป็นต้องเพาะปลูกตามต้นทุนของแหล่งน้ำ เพื่อลดความเสี่ยงจากปัญหาขาดแคลนน้ำ ซึ่งอาจกระทบต่อระบบการผลิตและทำให้ขาดทุนได้ อีกทั้งยัง ต้องพิจารณาถึงแนวโน้มความต้องการของตลาด และ ช่องทางการจำหน่าย ด้วย เกษตรกรอาจ ปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยกว่า เช่น พืชไร่-พืชผัก…ซึ่งใช้น้ำน้อยกว่าข้าวถึงประมาณ 3 เท่า

ฉะนั้นจึง…ขอความร่วมมือเกษตรกร  ซึ่งปลูกพืชฤดูแล้ง  ให้ใช้น้ำชลประทานอย่างประหยัด  สำหรับนอกเขตหากไม่อยู่ในพื้นที่เป้าหมาย  ไม่ควรทำนาปรังเพราะข้าวต้องใช้น้ำมากตลอดช่วงการเจริญเติบโต

การจัดสรรน้ำ เพื่อการเกษตรกรรมในช่วงฤดูแล้งปีนี้ จะจัด ตามลำดับความสำคัญ คือ

….พื้นที่เกษตรกรรมที่ ได้รับความเสียหายจากฤดูนาปี และสวนไม้ผล

….พื้นที่เกษตรกรรมที่ อยู่ในรอบเวรการส่งน้ำ

….พื้นที่เกษตรกรรมที่ ใช้น้ำน้อย เช่น การปลูกพืชไร่และพืชผัก

และ….นาปรังเพื่อเพิ่มพูนรายได้

กรมส่งเสริมการเกษตร…เร่งรัดส่งเสริม การผลิตและขยายพื้นที่ปลูกพืชไร่-พืชผักที่มีลู่ทางการตลาดดี รวมทั้งพืชทดแทนการนำเข้าและพืช

อุตสาหกรรม ได้แก่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าวโพดฝักอ่อน ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วลิสง และ พืชผัก ต่างๆ…ทดแทนนาปรังเนื่องจากใช้น้ำน้อย

นอกจากนั้น…ยังถือว่าเป็นการ ยิงนก 2 ตัวด้วยกระสุนนัดเดียว เพราะการปลูกพืชอายุสั้นและพืชใช้น้ำน้อย จะสามารถช่วย ตัดวงจรการแพร่ระบาดของศัตรูพืชในนาข้าว อาทิ เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล….และ ขจัดปัญหาข้าววัชพืชในนาข้าว ได้อีกด้วย

ซึ่งตอนนี้…กรมส่งเสริมการเกษตรได้มอบหมายให้สำนักงานเกษตรจังหวัดทุกจังหวัด ติดตามสถานการณ์การผลิตพืชฤดูแล้งในพื้นที่รับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง

พร้อมรายงานข้อมูลผลการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งทุกชนิด ทั้งข้าวนาปรัง

พืชไร่ และพืชผักต่างๆ รวมทั้งจำนวนเกษตรกร พื้นที่ปลูก ความเสียหาย และผลผลิตที่เก็บเกี่ยวให้กรมทราบทุกสัปดาห์…ไปจนสิ้นสุดฤดูกาลเพาะปลูก

หากเกษตรกรสนใจข้อมูลเกี่ยวกับ “การเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง” สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ กองพัฒนาการเกษตรพื้นที่เฉพาะ กรมส่งเสริมการเกษตร โทร.0-2940-6059 หรือสำนักงานเกษตรจังหวัด และสำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน….

ดอกสะแบง

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ดอกสะแบง
  • 27 มกราคม 2554, 05:00 น.

สุรินทร์รวบรวมข้าวหอมฯ 2.5 พันตันส่งโรงสีสวนจิตรลดา

7 กุมภาพันธ์ 2554, 21:00 น.

ผ่านทางสุรินทร์รวบรวมข้าวหอมฯ 2.5 พันตันส่งโรงสีสวนจิตรลดา – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_147276

 

สกต.สุรินทร์ ยิ้มรับ ออเดอร์ข้าวเปลือกหอมมะลิ 2,500 ตันจากโรงสีข้าวฯสวนจิตรลดา โดยรับซื้อจากสมาชิกในพื้นที่ 4 อำเภอ  ได้แก่ อ.เมือง อ.ชุมพลบุรี อ.รัตนบุรี และ อ.ศรีขรภูมิ

เมื่อวันที่ 7 ก.พ. ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สำนักงานใหญ่ มีการจัดพิธีรับมอบสัญญาซื้อ ขาย ข้าวเปลือกหอมมะลิ จังหวัดสุรินทร์ ระหว่างโรงสีข้าวโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา กับ สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. จังหวัดสุรินทร์ จำกัด โดยมี นางพูนสุข มุสิกลัด รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. เป็นประธานและสักขีพยานในการลงนาม

นางพูนสุข กล่าวว่า ธ.ก.ส. ในฐานะผู้ให้การสนับสนุน สกต.สุรินทร์ รู้สึกภูมิใจไปกับความไว้วางใจที่ได้รับจากโรงสีข้าวโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปี 2554 โรงสีข้าวโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลา สั่งซื้อข้าวเปลือกหอมมะลิจาก สกต.สุรินทร์ จำกัด จำนวน 2,500 ตัน ซึ่งข้าวเปลือกจำนวนดังกล่าว สกต.รับซื้อจากสมาชิกในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง อ.ชุมพลบุรี อ.รัตนบุรี และ อ.ศรีขรภูมิ ทั้งนี้ โรงสีโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดาได้สั่งซื้อข้าวเปลือกหอมมะลิจาก สกต.สุรินทร์ 3 ปีติดต่อกันแล้ว นับตั้งแต่ปี 2552 โดยในปี 2552 สั่งซื้อจำนวน 2,600 ตัน และปี 2553 สั่งซื้อ 2,100 ตัน

อย่างไรก็ตาม ธ.ก.ส.มีนโยบายสนับสนุนและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ สกต. ให้มีศักยภาพทำหน้าที่ด้านการตลาดให้แก่สมาชิกเกษตรกรในการรวบรวมผลผลิต ทั้งการซื้อ ขาย และเชื่อมโยงธุรกิจระหว่าง สกต.ด้วยกัน รวมถึงการเชื่อมโยงกับเครือข่ายภายนอกต่างๆ ซึ่งก็มี สกต.จำนวนมากประสบความสำเร็จในการดำเนินงานเป็นอย่างดี.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 7 กุมภาพันธ์ 2554, 21:00 น.

 

หมอดินใช้ พด.7 ไล่แมลงดำเนินสะดวกขานรับแทนเคมี

9 ธันวาคม 2553, 05:15 น.

ผ่านทางหมอดินใช้ พด.7 ไล่แมลงดำเนินสะดวกขานรับแทนเคมี – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_132684

 

นายธวัชชัย สำโรงวัฒนา อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เผยว่า กรมสนับสนุนให้เกษตรกรเข้าสู่การเกษตรแบบอินทรีย์โดยใช้วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรและในครัวเรือนมาผลิตปุ๋ยไว้ใช้เอง ควบคู่กับการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาผสมผสานในการประกอบอาชีพเพื่อสร้างวิถีชีวิตที่มั่นคง  ซึ่งได้ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์ผ่านเครือข่ายหมอดินอาสา  เพื่อเป็นแบบอย่างให้เพื่อนเกษตรกรในละแวกใกล้เคียงได้ทำตาม  ในการเลิกพึ่งพาสารเคมีหันมาใช้สารอินทรีย์ในการปรับปรุงบำรุงดิน ที่ช่วยลดต้นทุน เพิ่มมูลค่าผลผลิตและสร้างสุขภาพที่ดีให้กับตนเอง

นายชูชัย นาคเขียว หมอดินอาสาประจำอำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี เผยว่า ในอดีตอำเภอดำเนินสะดวกมีแปลงปลูกพริก หอม กระเทียมจำนวนมาก ต้องฉีดยาฆ่าแมลงศัตรูพืชตามแปลงต่างๆทุกวัน สารพิษจึงสะสมในร่างกายและเจ็บป่วยบ่อย  จึงเริ่มศึกษาเกี่ยวกับการใช้สมุนไพรทดแทนสารเคมีทางการเกษตร โดยสมัครเป็นหมอดินอาสาซึ่งได้รับการอบรมถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการทำเกษตรอินทรีย์ การผลิตปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมักจากสารเร่ง พด. นอกจากนี้ ยังได้รับความรู้เกี่ยวกับการผลิตน้ำหมักสมุนไพรขับไล่แมลง

ด้วยสารเร่งซุปเปอร์ พด.7 ได้นำความรู้ที่ได้มาต่อยอดในการผลิตสมุนไพรขับไล่แมลงโดยสกัดเป็นฮอร์โมนพืชไว้ใช้เอง และถ่ายทอดสู่กลุ่มเกษตรกร สามารถสร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงขึ้น.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์
  • 9 ธันวาคม 2553, 05:15 น.