ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

‘นิตยากล้วยตาก’อร่อยพื้นบ้านขายทั่วไทย กรกฎาคม 20, 2013

‘นิตยากล้วยตาก’อร่อยพื้นบ้านขายทั่วไทย

เกษตร-วิทยาศาสตร์-ไอที : ข่าวทั่วไป
วันศุกร์ที่ 31 พฤษภาคม 2556

//

‘นิตยากล้วยตาก’อร่อยพื้นบ้านขายทั่วไทย

‘นิตยากล้วยตาก’ อร่อยพื้นบ้าน ขายทั่วไทย-เล็งตลาดอาเซียน : โดย…ธานี กุลแพทย์

                         ผลิตภัณฑ์ “กล้วยตาก” เป็นเมนูของฝากอีกชนิดที่สร้างชื่อให้ จ.พิษณุโลกมายาวนาน ปัจจุบันได้พัฒนาคุณภาพ กระบวนการผลิต บรรจุภัณฑ์ให้ทันสมัยมากขึ้น ซึ่ง “เจนวิทย์ จันทรา” เจ้าของแบรนด์ “กล้วยตากนิตยา” แห่ง อ.บางกระทุ่ม ได้เร่งยกระดับให้มีมาตรฐานเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ขณะเดียวกันปรับตัวเตรียมพร้อมเปิดประชาคมอาเซียนปี 2558

“เจนวิทย์” เล่าให้ฟังว่า กล้วยตากนิตยา เป็นกิจการของครอบครัวเริ่มเมื่อเกือบ 10 ปี เป็นการผลิตแบบทั่วไป ขณะที่กลุ่มลูกค้าเป็นคนในพื้นที่ เมื่อจำหน่ายไปได้ระยะหนึ่งพบว่าลูกค้าเพิ่มขึ้น จึงขยายกิจการและทำระบบมาตรฐานการตากกล้วยในโดม โดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์และเป็นระบบปิด มีการคัดเลือกกล้วยที่มีคุณภาพ เหมาะแก่การทำกล้วยตาก บวกกับการปรุงรสชาติที่หวานพอดี สะอาดถูกสุขอนามัยจึงเป็นที่นิยมของตลาด กระทั่ง ปี 2555 ผลิตภัณฑ์ “นิตยากล้วยตาก” ได้รับการคัดเลือกเป็นสินค้าโอท็อป จ.พิษณุโลก

“วัตถุดิบหลักคือกล้วย เราหาซื้อในท้องถิ่นและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งเกษตรกรปลูกกันมาก จึงไม่ค่อยพบปัญหาวัตถุดิบขาดตลาด แต่เราจะเน้นการคัดเลือกกล้วยที่มีคุณภาพ การพัฒนาในแง่จะทำอย่างไรให้ผลิตภัณฑ์ได้มาตรฐานมากกว่า ทั้งเรื่องรสชาติ แพ็กเกจจิ้ง”

ผลิตภัณฑ์อร่อยแบรนด์ “นิตยากล้วยตาก” ประกอบด้วย กล้วยตากอบน้ำผึ้ง 60% และกล้วยน้ำว้าอบแห้ง 40% เจนวิทย์บอกว่า แต่ละปีมียอดขายสูงสุดช่วงเมษายน, ตุลาคม-มกราคม จำหน่ายตลาดในประเทศเป็นหลัก แต่จากการตอบรับของลูกค้าเป็นอย่างดีและต่อเนื่อง จึงเริ่มหาช่องทางจำหน่ายตลาดต่างประเทศ เป้าหมายคือกลุ่มประเทศอาเซียน โดยเฉพาะการเปิดเสรีอาเซียน ปี 2558 ดังนั้นจึงเน้นการผลิตที่ใช้ระบบจีเอพี (GMP) และเอชเอซีซีพี (HACCP) เพื่อเป็นแนวทางประกันคุณภาพสินค้า และยกระดับมาตรฐานการผลิต

ด้วยขั้นตอนการผลิตที่ใช้โดมตากกล้วย มีเครื่องจักรช่วยบางขั้นตอน มีการควบคุมคุณภาพ แต่ยังไม่มีการเก็บข้อมูลปริมาณวัตถุดิบที่ใช้ผลิต ความสูญเสีย และต้นทุนการผลิต เป็นเหตุผลให้เจนวิทย์เข้าร่วมโครงการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันอุตสาหกรรมส่วนภูมิภาค กระทรวงอุตสาหกรรม ปี 2555 และจากการเข้ารับการอบรม พบว่าต้องปรับแก้การสูญเสียของกล้วยในกระบวนการบ่มสุก ซึ่งพบเสียหายจากการบ่มคิดเป็นร้อยละ 10 เพราะกล้วยมีตำหนิทั้งจากการขนถ่าย หรือเป็นกล้วยอ่อน

เช่นเดียวกับการตากกล้วยไม่ได้คุณภาพ เกิดสีน้ำตาลไหม้ กล้วยผิดรูป มีตำหนิ ที่คิดเป็นร้อยละ 35 จึงปรับเปลี่ยนแล้วนำหลักการตากกล้วยด้วยตู้อบลมร้อนมาใช้ โดยออกแบบจุดวางพัดลมเพื่อให้อัตราการไหลของลมร้อนทั่วถึง คัดแยกกล้วยที่มีตำหนิ ฯลฯ ภายหลังปรับปรุงพบว่าลดการสูญเสียกล้วยตากที่ไม่ได้คุณภาพจากเดิมร้อยละ 35 เหลือร้อยละ 21 ซึ่งนั่นหมายถึงลดต้นทุนของบริษัทลงด้วย

ทว่าอย่างไรก็ตาม แม้กิจกรรมจะบรรลุเป้าหมาย เจนวิทย์ ได้ยืนยันจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง เพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพในการขยายตลาด ส่วนผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์ติดต่อไปได้ที่ 59 หมู่ 7 ต.บางกระทุ่ม อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก หรือโทร.08-1619-9691

——————–

(‘นิตยากล้วยตาก’ อร่อยพื้นบ้าน ขายทั่วไทย-เล็งตลาดอาเซียน : โดย…ธานี กุลแพทย์)

 

‘กล้วยตากนิตยา’รุกตลาดอาเซียน ธันวาคม 23, 2012

‘กล้วยตากนิตยา’รุกตลาดอาเซียน

‘กล้วยตากนิตยา’รุกตลาดอาเซียน

‘กล้วยตากนิตยา’ รุกปรับสินค้า ขยายตลาดทั่วไทย-อาเซียน : โดย…วรัทยา ไชยลังกา

                          “กล้วยตาก” เป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงของ จ.พิษณุโลก มายาวนาน ปัจจุบันได้พัฒนาคุณภาพ กระบวนการผลิต และบรรจุภัณฑ์ให้มีความทันสมัยมากขึ้น ซึ่ง “เจนวิทย์ จันทรา” เจ้าของผลิตภัณฑ์ “กล้วยตากนิตยา” ก็ได้ยกระดับสินค้าให้มีมาตรฐานในระดับสากล เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มีทางเลือกมากขึ้น ขณะเดียวกันยังเป็นการปรับตัวเตรียมพร้อมการเปิดประชาคมอาเซียนในปี 2558

“เจนวิทย์” เล่าว่า กล้วยตากนิตยา เป็นกิจการที่ทำมาตั้งแต่ต้นตระกูล เดิมเป็นการทำกล้วยตากแบบพื้นฐานทั่วไป กลุ่มลูกค้าเป็นคนในพื้นที่ แต่เมื่อจำหน่ายไปได้ระยะหนึ่งพบว่าลูกค้าเพิ่มขึ้น จึงขยายกิจการและทำระบบมาตรฐานการตากกล้วยในโดม โดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์และเป็นระบบปิด มีการคัดเลือกพันธุ์กล้วยที่มีคุณภาพ เหมาะแก่การทำกล้วยตาก การดูแลเอาใส่ใจเพื่อให้ได้กล้วยตากที่มีคุณภาพ บวกกับการปรุงรสชาติที่หวานพอดีและสะอาดถูกสุขอนามัย ทำให้เป็นที่นิยมของตลาดมากขึ้น

ผลิตภัณฑ์มีกล้วยตากอบน้ำผึ้ง 60% และกล้วยน้ำว้าอบแห้ง 40% แต่ละปีมียอดขายสูงสุดช่วงเดือนเมษายน, เดือนตุลาคม-มกราคม โดยจำหน่ายตลาดในประเทศเป็นหลัก แต่การตอบรับจากลูกค้าดี จึงเริ่มหาช่องทางจัดจำหน่ายในต่างประเทศ โดยเริ่มพัฒนามาตรฐานการผลิตที่ใช้ระบบจีเอ็มพี (GMP) และเอชเอซีซีพี (HACCP) เพื่อเป็นแนวทางประกันคุณภาพสินค้า และยกระดับมาตรฐานการผลิต

ขั้นตอนการผลิตมีการใช้โดมตากกล้วย มีเครื่องจักรช่วยบางขั้นตอน มีการควบคุมคุณภาพ แต่ยังไม่มีการเก็บข้อมูลปริมาณวัตถุดิบที่ใช้ผลิต ความสูญเสีย และต้นทุนการผลิต จึงสมัครเข้าร่วมโครงการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมส่วนภูมิภาค (OPOAI) กระทรวงอุตสาหกรรม ปี 2555 ตามนโยบาย 1 Province 1 Agro-Industrial Product ด้านการปรับปรุงคุณภาพและพัฒนางาน

โดยเข้ารับการอบรมและศึกษาข้อมูล พบว่า สถานประกอบการต้องมีการปรับแก้ไขปัญหาคือ การสูญเสียของกล้วยในกระบวนการบ่มสุก ซึ่งพบว่าเปอร์เซ็นต์กล้วยเสียหายจากการบ่มคิดเป็นร้อยละ 10 สาเหตุเกิดจากกล้วยที่รับเข้ามามีตำหนิ ทั้งจากการขนถ่าย หรือกล้วยที่รับเข้าเป็นกล้วยอ่อน ที่ยังไม่ถึงอายุการเก็บ

ดังนั้น จึงมีการคัดแยกกล้วยอ่อน และกล้วยที่มีตำหนิออก ขณะที่คว่ำกล้วยบ่ม หากมีกล้วยตำหนิมากกว่า 10% ต้องแจ้งให้ผู้ขายทราบทันที นอกจากนี้มีการตรวจสอบและทำความสะอาดอุปกรณ์ก่อนการบ่ม เพื่อลดการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ และเป็นพื้นฐานในการเตรียมความพร้อมเข้าสู่มาตรฐานจีเอ็มพี ภายหลังการปรับปรุงลดการสูญเสียของกล้วยในกระบวนการบ่มสุกเหลือเพียงร้อยละ 2.5 จากเดิมร้อยละ 10 สามารถลดต้นทุนคิดเป็นมูลค่าปีละกว่า 240,975 บาท

ส่วนการปรับปรุงงานปัญหาเรื่องการสูญเสียจากการตากกล้วยไม่ได้คุณภาพ พบว่า ปริมาณของกล้วยตากที่ไม่ได้คุณภาพ เช่น เกิดสีน้ำตาลไหม้ ลักษณะผิดรูป มีตำหนิอื่น คิดเป็นร้อยละ 35 สาเหตุเกิดจากอุณหภูมิสูงมากทำให้กล้วยคล้ำ จึงปรับเปลี่ยนแล้วนำหลักการตากกล้วยด้วยตู้อบลมร้อนมาใช้

“ได้ออกแบบผังการตากกล้วย จุดวางพัดลมเพื่อให้อัตราการไหลของลมร้อนทั่วถึง คัดแยกกล้วยที่มีตำหนิ ตรวจสอบวัสดุอุปกรณ์การตากเน้นความสะอาด เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ ฯลฯ ภายหลังการปรับปรุงพบว่าลดการสูญเสียกล้วยตากที่ไม่ได้คุณภาพจากเดิมร้อยละ 35  เหลือร้อยละ 21 คิดเป็นมูลค่าปีละ 448,894 บาท” เจนวิทย์ กล่าว

เจนวิทย์ กล่าวอีกว่า จากการปรับปรุงคุณภาพและพัฒนางานดังกล่าวสามารถลดต้นทุนและการสูญเสียของสถานประกอบการลงได้ปีละ 6.8 แสนบาท หรือกว่าร้อยละ 48 แม้กิจกรรมจะบรรลุเป้าหมาย แต่ก็ยังกระตุ้นพนักงานให้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพในการแข่งขันต่อไป สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์กล้วยตาก ติดต่อไปได้ที่ 08-1619-9691

——————–

(‘กล้วยตากนิตยา’ รุกปรับสินค้า ขยายตลาดทั่วไทย-อาเซียน : โดย…วรัทยา ไชยลังกา)

 

ข้าวหอม-กล้วยตาก-มะพร้าวดาวรุ่ง กันยายน 28, 2012

http://www.thairath.co.th/content/eco/294371

28 กันยายน 2555, 05:30 น.
Pic_294371

ผู้สื่อข่าวรายงานจากนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาว่า นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ได้นำสื่อมวลชนเยี่ยมชมกิจการผู้นำเข้าสินค้าไทยรายใหญ่ ซึ่งเป็นนักธุรกิจไทย 2 ราย โดยสินค้าที่นำเข้ามาส่วนใหญ่เป็นอาหาร เช่น ข้าวหอมมะลิ กะปิ น้ำปลา น้ำตาล เครื่องปรุงรส ส่วนผลไม้ ได้แก่ ทุเรียน มังคุด ลำไย และมะพร้าว โดยประเด็นที่นำมาหารือจะเน้นเรื่องการนำเข้าข้าว หอมมะลิ เพราะขณะนี้ตลาดข้าวในสหรัฐฯแข่งขันรุนแรงมาก มีการนำเข้าข้าวจากหลายประเทศในอาเซียน ดังนั้น ไทยต้องรักษาคุณภาพมาตรฐานข้าวหอมมะลิ เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดไว้ โดยนายบุญทรงกล่าวว่า หลังนายกรัฐมนตรีได้ให้ทูตพาณิชย์ในสหรัฐฯ เร่งขยายตลาดและรักษาฐานการส่งออกของไทย รวมถึงหาข้อมูลเชิงลึกเพื่อวิเคราะห์หาทางผลักดันการส่งออกให้เพิ่มขึ้น จึงมาพบผู้ประกอบการเพื่อรับฟังปัญหาข้อเสนอแนะ นำมาสู่การปฏิบัติเพื่อผลักดันยอดส่งออกสินค้าไทย โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ

นายวิชัย ชลาลัยวัลล์ จากบริษัท วาสินี ฟู้ด คอร์ป กล่าวว่า ขณะนี้กลุ่ม ของบริษัทได้คิดค้นพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อเจาะตลาดสหรัฐฯ โดยนำสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (โอทอป) เช่น กล้วยตากจากบางกระทุ่ม พิษณุโลก มาพัฒนาบรรจุภัณฑ์ ให้ดูทันสมัย รวมถึงน้ำมะพร้าวกระป๋องพร้อมดื่มแบรนด์ “FOCO” ซึ่งผลิตโดยคนไทยมาจำหน่าย ซึ่งขณะนี้วางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าคอสโค ห้างค้าส่งรายใหญ่ของสหรัฐฯ ทั้งนี้ น้ำมะพร้าวกำลังเป็น ที่นิยมเพราะดาราฮอลลีวูดหันมาดื่มเพื่อรักษาสุขภาพ ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น โดยตนต้องการผลักดันให้สินค้าไทยเข้าไปอยู่ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำของสหรัฐฯ ที่ทำสำเร็จแล้ว 2 ผลิตภัณฑ์ คือ น้ำมะพร้าวตรา FOCO และ V-fit น้ำนมข้าว และยังนำอาหารสำเร็จรูปตรารอยไทย มาปรับแพ็กเกจใหม่ให้ทันสมัย และจะพยายามจะนำสินค้าที่มีแบรนด์จากไทยมาขึ้นห้างในลักษณะขายส่ง นอกจากโปรโมตประเทศไทยแล้ว ยังช่วยเพิ่มยอดขายให้ผู้ผลิตคนไทยด้วย ด้านนายกิจจา ปรีชาพันธุ์ จากบริษัทบางกอก มาร์เก็ต กล่าวว่า ข้าวหอมมะลิไทยได้รับความนิยมมาก โดยบริษัทนำเข้าปีละ 1,000 ตัน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปีเพราะมีจุดเด่นเฉพาะตัวแม้มีคู่แข่งมาก ส่วนสินค้าอื่นก็เป็นอาหารสดและแห้ง ที่ต้องนำไปสนับสนุนร้านอาหารไทยในสหรัฐฯ ขณะที่ผลไม้นั้น ทุเรียนยังเป็นที่ต้องการของต่างชาติ.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 28 กันยายน 2555, 05:30 น.
 

มหกรรมอาหารถนนกล้วยตาก พิษณุโลก เมษายน 8, 2012

มหกรรมอาหารถนนกล้วยตาก พิษณุโลก

  • 06 เมษายน 2555 เวลา 11:38 น.

โดย…ชินวัฒน์ สิงหะ

นริศ ปิยพฤทธิ์ รอง ผวจ.พิษณุโลก พร้อมด้วย เปรมฤดี ชามพูนท นายกเทศมนตรีเทศบาลนครพิษณุโลก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานสงกรานต์–ถนนกล้วยตาก มหกรรมอาหารและพิษณุโลกแกรนด์เซล ประจำปี 2555 ที่บริเวณสวนชมน่านเฉลิมพระเกียรติ ต.ในเมือง อ.เมืองพิษณุโลก ซึ่งการจัดงานสงกรานต์ในครั้งนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมและพัฒนาประเพณีท้องถิ่นของ จ.พิษณุโลก โดยเน้นไปที่จุดเด่นของงานคือ กล้วยตาก

รอง ผวจ.พิษณุโลก บอกว่า กล้วยตากเป็นสินค้าขึ้นชื่อของ จ.พิษณุโลก มานาน และการละเล่นงานประเพณีสงกรานต์ของพิษณุโลก ประชาชนนิยมนำต้นกล้วยทางมะพร้าว มาตกแต่งเป็นซุ้มเล่นน้ำ โดยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2554 ที่ผ่านมา จ.พิษณุโลก ได้ริเริ่มถนนกล้วยตากขึ้นมา มีการตกแต่งซุ้มสงกรานต์ด้วยต้นกล้วยและทางมะพร้าวอย่างสวยงาม และประสบความสำเร็จอย่างมาก จึงจัดต่อเนื่องในปีนี้

เทศกาลสงกรานต์ปี 2555 ขอเชิญชวนประชาชนที่อยู่บริเวณถนนเอกาทศรถออกมาจัดกิจกรรมเล่นน้ำหน้าบ้าน โดยนำต้นกล้วยมาประดับตกแต่งให้สวยงาม รอรับนักท่องเที่ยวที่จะหลั่งไหลเข้ามา

นอกจากนี้ ตั้งแต่วันที่ 11-15 เม.ย. บริเวณสวนชมน่านเฉลิมพระเกียรติ ยังได้จัดงานมหกรรมอาหาร คือนำร้านอาหารที่ขึ้นชื่อของ จ.พิษณุโลก มาร่วมออกร้านจำหน่ายอาหารให้แก่นักท่องเที่ยวได้ชิมอาหารรสเลิศกันด้วย รวมทั้งจะมีการจัดกิจกรรมสรงน้ำพระบรมสารีริกธาตุ ที่วัดราชบูรณะ และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย

เก็บมาเล่าสำหรับคนที่จะแวะผ่านไปผ่านมาใกล้ๆ จะได้ไปเที่ยวกันครับ

 

“วุฒิชัย ชะนะมา” กับ นวัตกรรมใหม่ กล้วยตากชุบช็อกโกแลต มีนาคม 24, 2012

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05014150355&srcday=2012-03-15&search=no

วันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555 ปีที่ 24 ฉบับที่ 523

บันทึกไว้เป็นเกียรติ

ทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ

“วุฒิชัย ชะนะมา” กับ นวัตกรรมใหม่ กล้วยตากชุบช็อกโกแลต

“กล้วยตาก” เป็นวิธีการถนอมอาหารเพื่อจะเก็บรักษาไว้ให้รับประทานได้นานๆ การทำกล้วยตาก ถือเป็นภูมิปัญญาของคนไทยมาช้านาน โดยอาศัยทักษะความชำนาญพอสมควร จึงจะทำกล้วยตากออกมาให้มีสีสันสวยน่ารับประทาน และรสชาติหอมหวาน สำหรับบ้านเรา กล้วยตากที่มีชื่อเสียงมากที่สุดอยู่ที่ อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งมีประวัติการผลิตกล้วยตากมานานกว่า 100 ปี มีทั้ง การผลิตในระดับครัวเรือน วิสาหกิจชมชุน ไปจนถึงขนาดใหญ่ระดับอุตสาหกรรม

คุณวุฒิชัย ชะนะมา ผู้จัดการวิสาหกิจชุมชนกล้วยตากบุปผา เลขที่ 1 หมู่ที่ 4 ตำบลเนินกุ่ม อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก 65210 โทร. (055) 396-044, (089) 703-3797 (ติดตามผลิตภัณฑ์กล้วยตากได้ที่ เว็บไซต์ http://www.banana-society.com) คุณวุฒิชัย ได้เล่าให้ฟังว่า ครอบครัวตนเอง ผลิตกล้วยตากขายมานานกว่า 15 ปี ตั้งแต่สมัย คุณแม่บุญเตือน ชะนะมา ผลิตกล้วยตากแพ็กใส่ถุงขาย ในชื่อ กล้วยตากป้าเตือน เป็นที่รู้จักกันดีในยุคนั้น แต่การผลิตกล้วยตากก็ยังคงใช้วิธีการเดิมๆ คือ การนำกล้วยมาตากแดดผึ่งลมโดยตรงในบริเวณกลางแจ้ง บริเวณข้างทางหรือบนถนนในหมู่บ้าน คุณวุฒิชัยคิดมาโดยตลอดว่า กระบวนการผลิตกล้วยตากที่ผ่านมานั้น ยังไม่ถูกสุขลักษณะ ตนเองได้ช่วยครอบครัวทำกล้วยตากมาตั้งแต่เด็กๆ ก็ช่วยครอบครัวทำกล้วยตากแบบเดิมๆ อีกทั้งผลิตภัณฑ์ที่ออกสู่ตลาดจำนวนมากมีหน้าตาผลิตภัณฑ์การแพ็กกิ้งที่แทบจะเหมือนกันทุกยี่ห้อ ถ้าเปรียบเทียบให้เห็นภาพคือ ขนมโมจิของ จังหวัดนครสวรรค์ ที่ผู้ซื้อจะหยิบหรือเลือกไม่ถูกเลยว่า จะซื้อยี่ห้อใด หรือแบรนด์ใดดี กล้วยตากก็เช่นกัน เกิดปัญหาล้นตลาด มีคนซื้อเฉพาะกลุ่มยังไม่ครอบคลุมทุกวัย อาจจะเนื่องด้วยหน้าตาของผลิตภัณฑ์ยังไม่ดึงดูดใจที่จะซื้อไปรับประทานหรือเป็นของฝาก และยังคงไม่มั่นใจในเรื่องของความสะอาดและปลอดภัยของกล้วยตาก บางคนถึงกับไม่ยอมซื้อรับประทาน เพราะที่ผ่านมาเคยซื้อกล้วยตากรับประทาน กลับพบเชื้อรา หนอน ฯลฯ นั้น ทำให้เขาไม่กล้ารับประทานกล้วยตากอีกเลย ทำให้สินค้าชุมชนอย่างกล้วยตากเกิดความล้มเหลวแทบทุกราย ต้องยอมรับว่ากล้วยตากในแต่ละเจ้าต้องเปลี่ยนชื่อแบรนด์ของตัวเองมากกว่า 1 ชื่อ เพื่อหนีปัญหาดังกล่าว แต่ขั้นตอนกระบวนการผลิตก็ยังคงเดิม ก็ต้องเปลี่ยนชื่อแบรนด์กันไปตลอด

ปัจจุบัน กล้วยตากของคุณวุฒิชัย ใช้ชื่อว่า “กล้วยตากบุปผา” ยังเป็นแบรนด์ที่มีขายตามท้องตลาดทั่วไป วางขายในตลาดของฝาก จังหวัดพิษณุโลก แต่เพื่อเป็นการยกระดับสินค้าให้มีมาตรฐานการผลิตขึ้น เราจึงเข้าสู่ระบบ GMP เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจก่อนถึงผู้บริโภค และสร้างแบรนด์ “บานาน่า โซไซตี้” (banana society) ขึ้นมา ภายใต้แพ็กเกจจิ้งที่สวย ดูดี สะดุดตาแก่ผู้พบเห็น และตอบโจทย์ของลูกค้าในตลาดบน เช่น ห้างสรรพสินค้า ตลาดต่างประเทศ ที่เราต้องการขยายตลาดให้มากขึ้น นอกจากคุณภาพก็ต้องมีหน้าตาบรรจุภัณฑ์ที่ดีด้วย ซื้อไปรับประทานก็มั่นใจ ซื้อเป็นของฝากก็ถูกใจ ดูดี อร่อย และต้องปลอดภัย

การปรับเปลี่ยนการทำกล้วยตากรูปแบบใหม่ เริ่มจากการตากกล้วยตากให้มีความสะอาด คุณวุฒิชัย เล่าย้อนไปว่า ได้มีโอกาสไปดูงานที่ อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี เห็นการใช้โรงอบพลังงานแสงอาทิตย์ในการอบอาหาร จึงมีความสนใจนำมาประยุกต์ใช้กับการตากกล้วยได้ ก็พยายามหาข้อมูลเพิ่มเติม จนในช่วงปี พ.ศ. 2548 ได้รับความช่วยเหลือจาก รศ.ดร. เสริม จันทร์ฉาย ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และกรมพลังงาน มาร่วมสร้างเครื่องอบแห้ง “พลังงานแสงอาทิตย์แบบกรีนเฮาส์” หรือเรียกว่า “พาราโบลาโดม” ซึ่งในตอนนั้นสร้างโรงเรือนดังกล่าว กว้าง 8 เมตร ยาว 20 เมตร ใช้เงินลงทุนกว่า 80,000 บาท แต่ได้รับเงินทุนจากหน่วยงานดังกล่าวมาช่วยเหลือกว่า 70% จึงเริ่มสร้างพาราโบลาโดมขึ้นมา 2 โดม กำลังการผลิต สามารถอบกล้วยตากได้ครั้งละประมาณ 1,400 หวี ต่อโรงเรือน ข้อดีของการตากแบบพาราโบลาโดมนั้น จะทำให้กล้วยตากที่ได้มีความสะอาด ปลอดจากฝุ่น แมลง และฝน แล้วยังช่วยย่นระยะเวลาจากเดิมที่จะต้องตากกล้วยเป็นระยะเวลา 7 วัน แต่โรงเรือนแบบพาราโบลาโดม จะใช้เวลาอบเพียง 4-5 วัน เท่านั้น และที่สำคัญในช่วง “ฤดูฝน” ที่การทำกล้วยตากจะมีปัญหาค่อนข้างมาก โดยกว่า 80% มักจะเสียหาย เพราะอากาศมีความชื้น กล้วยตากจะเป็นเชื้อราได้ง่าย แดดไม่ดีก็ทำให้กล้วยที่ตากไว้หดตัว เล็ก ไม่ได้ขนาดตามต้องการ รวมถึงผิวของกล้วยตากที่ได้จะไม่สวย มีสีดำเข้ม สีไม่สม่ำเสมอ ก็จะกลายเป็นกล้วยตากตกเกรด แต่การตากแบบพาราโบลาโดมที่เป็นโรงเรือนมีหลังคา ทำให้ปัญหาดังกล่าวหมดไป กล้วยตากมีคุณภาพที่สม่ำเสมอ และเกิดการสูญเสียน้อยมาก ประมาณ 10% เท่านั้น ที่ตกเกรด แต่ตกเกรดในที่นี้ไม่ใช่กล้วยตากที่เสียแต่อย่างใด แต่เป็นกล้วยตากที่มีขนาดเล็กเกินไป มีสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ เราจึงคิดที่จะนำกล้วยเหล่านี้ไปแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าต่อเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ของ “บานาน่า โซไซตี้” คือ “ไซรัป กล้วยตาก” (Dried Banana Syrup) หรือเรียกว่า “น้ำเชื่อมกล้วยตาก”

“กล้วยตากชุบช็อกโกแลต” ถือเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับ บานาน่า โซไซตี้ เราถือเป็นเจ้าแรกที่ทำกล้วยตากชุบช็อกโกแลต ตลาดตอบรับดีเกินคาด โดยคุณวุฒิชัยให้รายละเอียดว่า กล้วยตากชุบช็อกโกแลต เกิดขึ้นจากจุดอิ่มตัวของตลาดกล้วยตากที่ผู้บริโภคดูเหมือนไม่เพิ่มปริมาณมากขึ้นเท่าใดนัก จึงมองหาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ทำให้กล้วยตากมีความน่าสนใจ และที่สำคัญต้องอร่อย มีรสชาติที่เข้ากับตัวกล้วยตาก ก็ได้รับความช่วยเหลือจากคณะอาจารย์ จากภาควิชาเทคโนโลยีอาหาร คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้มาช่วยทำการวิจัยซึ่งโจทย์ที่ยากที่สุดคือ สูตรของช็อกโกแลต ที่ทำอย่างไรเมื่อนำกล้วยตากไปชุบลงในช็อกโลแลตแล้ว เมื่อบรรจุกล้วยตากที่ผ่านการชุบหรือชุบด้วยช็อกโลแลตแล้ว ช็อกโกแลตจะไม่ละลายหรือเละในซองที่บรรจุ ใช้เวลาศึกษาและวิจัยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นเวลา 1 ปี จนในที่สุดก็ประสบผลสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ ช็อกโกแลตไม่เละหรือละลาย ส่วนรสชาติช็อกโกแลตก็มีความกลมกลืนกับกล้วยตากเป็นอย่างดี เราเลือกใช้ช็อกโกแลตอย่างดี ซึ่งจะมีรสขมพอดี ละลายในปากไม่ติดฟันเหมือนช็อกโกแลตราคาถูก ซึ่งวัตถุดิบคือ ผงโกโก้ เรานำมาใช้ทำช็อกโกแลต จนกล้วยตากชุบช็อกโลแลตได้สัญลักษณ์ “Innovatine House” ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของสินค้าที่เปี่ยมไปด้วยความอร่อย คุณภาพ และนวัตกรรม

ขั้นตอนการทำกล้วยตากชุบช็อกโกแลต เมื่อเรารับกล้วยน้ำว้าเข้าสู่โรงงานแล้ว ก็จะนำกล้วยน้ำว้าดิบมาบ่มให้สุกโดยคลุมด้วยผืนผ้ายาง คลุมไว้ประมาณ 3 คืน เมื่อครบกำหนด กล้วยก็จะสุกพอดี เราจึงนำกล้วยมาปอกเปลือกแล้วนำเข้าไปตากในพาราโบลาโดมเป็นระยะเวลา 3 วัน จากนั้นนำกล้วยตากมาทับให้แบนด้วยเครื่องรีดแบน แล้วเข้าตากในพาราโบลาโดมอีก 1 วัน จากนั้นนำกล้วยตากที่ได้มาคัดแยกขนาดตัดแต่งส่วนหัว-ท้าย ของผลกล้วยให้สวยงาม แล้วจึงเข้าสู่กระบวนการนำกล้วยตากไปชุบช็อกโกแลตแล้วบรรจุลงซอง และแพ็กใส่กล่อง

คุณวุฒิชัย พูดถึงกล้วยตากชุบช็อกโกแลตว่า ตอนแรกที่เราหาราคาที่เหมาะสมให้กับกล้วยชุบช็อกโกแลตที่บรรจุใส่ซองเป็นชิ้นๆ โดยการนำไปแจกให้ลูกค้าชิม เวลาออกไปงานต่างๆ ตัวอย่างเช่น หากออกงานระยะเวลา 7 วัน ทางเราจะนำกล้วยตากชุบช็อกโกแลตแจกให้ลูกค้าหรือผู้ที่สนใจให้ได้ชิม 5 วัน แต่อีก 2 วัน สุดท้ายเราจะหยุดแจก คือเราต้องการดูความต้องการและผลตอบรับจากผู้ที่ได้ชิมกล้วยตากชุบช็อกโกแลตของเราว่าเป็นอย่างไร ปรากฏว่า ลูกค้ากลับมาถามว่า กล้วยชุบช็อกโกแลตยังมีอยู่อีกไหม เราตอบว่ามีจำหน่ายและจำหน่ายในราคาชิ้นละ 10 บาท ซึ่งเป็นราคาที่เราค่อนข้างพอใจ และลูกค้าก็ไม่ติดใจในเรื่องของราคาเลย ตลาดก็ตอบรับดีมาก เมื่อสินค้าผ่านทั้งคุณภาพและความอร่อยก็ต้องมาพัฒนาของบรรจุภัณฑ์หรือแพ็กเกจจิ้งให้มีความสวยงาม มีเอกลักษณ์ดึงดูดลูกค้าต่อไป

อย่างที่บอกไว้ข้างต้นว่า สินค้ากล้วยตากของเราพยายามเพิ่มตลาดผู้บริโภคให้มากขึ้น โดยกล้วยตากแบบธรรมดาไปก็จำหน่ายในแบรนด์ หรือตรา “กล้วยตากบุปผา” ขายในตลาดล่าง-กลาง แต่ตลาดบนเราใช้ชื่อ ตรา “บานาน่า โซไซตี้” เพื่อเน้นตลาดพรีเมี่ยมหรือตลาดบน เช่น ห้างสรรพสินค้า และตลาดต่างประเทศ ดังนั้น หน้าตาของผลิตภัณฑ์ต้องออกแบบให้เน้นในเรื่องของการดีไซน์ ไอเดีย ที่มีความแตกต่างจากกล้วยตากที่เราเห็นทั่วไปให้ชัดเจน เราใช้วิธีการจัดประกวดออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้นักศึกษาที่เขาเป็นคนรุ่นใหม่ มีไอเดียใหม่ๆ ออกแบบให้ ก็นำเงินที่จะเป็นค่าออกแบบให้บริษัทรับออกแบบ เป็นเงินรางวัลให้กับนักศึกษาแทน ผลออกมาเป็นที่ถูกใจเป็นอย่างมาก

เมื่อเรามีเทคโนโลยีในการอบแห้งที่ดีแล้ว มีการควบคุมกระบวนการผลิต ตั้งแต่การรับวัตถุดิบ การบ่ม การตัดแต่ง การอบแห้ง และการบรรจุ จนถึงการขนส่ง ผลิตภัณฑ์ขายถึงผู้บริโภค เราพยายามสร้างมาตรฐานระบบสุขลักษณะที่ดีในการผลิตอาหาร หรือ GMP ตามมาตรฐาน Codex ในปี พ.ศ. 2551 เพื่อเป็นการการันตีคุณภาพของกล้วยตากและผลิตภัณฑ์สินค้าของเราให้เป็นที่ยอมรับ และสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าของเรา

“ไซรัปกล้วยตาก” เป็นอีกผลิตภัณฑ์ที่ตลาดต่างประเทศให้ความสนใจมาก คุณวุฒิชัย เล่าถึงผลิตภัณฑ์ตัวใหม่นอกจากกล้วยตากว่า เรานำกล้วยตากที่ผลมีขนาดเล็กไม่ได้ไซซ์ มาสกัดเป็น “น้ำเชื่อมกล้วยตาก” หรือ “ไซรัปกล้วยตาก” โดยกำลังได้รับการตอบรับจากตลาดต่างประเทศเป็นอย่างมาก ซึ่งไซรัปกล้วยตากส่งออกเกือบทั้งหมด ประเทศที่ส่งออกในขณะนี้คือ แคนาดา เยอรมนี ฝรั่งเศส ฯลฯ ซึ่งการรับประทานไซรัปกล้วยตาก ก็เหมือนไซรัปผลไม้ชนิดอื่นๆ คือ นำไปทาหน้าขนมปัง ใส่ในชา-กาแฟ แทนน้ำตาล ใส่ในน้ำผลไม้ สมูธตี้ ราดหน้าขนม เค้ก ไอศกรีม ฯลฯ โดยประโยชน์ของไซรัปกล้วยตากซึ่งทำจากกล้วยน้ำว้า จะมีวิตามินเอ สูงสุด สูงกว่ากล้วยชนิดอื่น นอกจากนั้น ยังมีวิตามิน B1, B2, C, B6 และโพแทสเซียมในปริมาณมาก ไซรัปกล้วยตาก จึงเป็นทางเลือกใหม่ในการบริโภคเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริงสำหรับคนรักษ์สุขภาพ และเป็นทางเลือกของคนที่ไม่ชอบรับประทานกล้วย “ซึ่งการทานไซรัปกล้วยตากเพียง 1 ช้อนชา คุณจะได้รับคุณค่าทางอาหารต่างๆ ของกล้วยเทียบเท่ากับคุณทานผลกล้วย 3-4 ผล ทีเดียว” คุณวุฒิชัย กล่าว

มีความต้องการใช้กล้วยน้ำว้าในการทำกล้วยตากเป็นจำนวนมาก การผลิตกล้วยตากของอำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก มีความต้องการใช้กล้วยน้ำว้าเป็นจำนวนมาก แต่ตอนนี้เราพบปัญหาว่า แหล่งปลูกกล้วยน้ำว้าในปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกน้อยลง เพราะกำลังถูกแทนที่ด้วยพืชเชิงเดี่ยว คือ ไร่อ้อย อย่างโรงงานกล้วยตากของเราก็ต้องสั่งกล้วยจากต่างจังหวัด เช่น เชียงราย อุตรดิตถ์ นครสวรรค์ กำแพงเพชร เลย ฯลฯ โดยผ่านพ่อค้าที่เป็นคนรวบรวมสินค้าให้เรา โดยราคารับซื้อกล้วยน้ำว้าดิบนั้นในช่วงฤดูฝน ซึ่งจะมีกล้วยออกตามธรรมชาติเป็นจำนวนมาก ก็จะรับซื้อหวีละ 5 บาท แต่ในช่วงฤดูแล้ง (เดือนกุมภาพันธ์-เมษายน) จะเป็นช่วงเวลาที่กล้วยออกน้อย ราคาก็จะแพงขึ้น เราก็จะรับซื้อกล้วยน้ำว้าราคา หวีละ 17-18 บาท เลยทีเดียว หรืออย่างช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา หลายพื้นที่ถูกน้ำท่วมราคากล้วยน้ำว้าก็มีราคาสูงขึ้น ถึงหวีละ 15 บาท เลยทีเดียว การทำสวนกล้วย ผมคิดว่าเป็นอาชีพที่ยังน่าทำมาก เพราะกล้วยน้ำว้ามีราคาค่อนข้างดี หลังจากที่ตัดกล้วยรุ่นแรกไปแล้วนั้น กล้วยน้ำว้าก็จะสามารถทยอยตัดได้ทุกๆ 20 วัน แล้วการตัดกล้วยนั้นเจ้าของสวนกล้วยไม่ต้องเหนื่อยอะไร เพียงนับหวีกล้วยเท่านั้นแล้วก็รับเงิน เพราะผู้รับซื้อที่เป็นคนรวบรวมสินค้าให้เราจะเข้าไปตัดกล้วยให้ถึงสวนแล้วไม่ต้องห่วงเรื่องกล้วยน้ำว้าจะล้นตลาด สังเกตว่ายังไม่เคยมีใครประท้วงเรื่องกล้วยน้ำว้าล้นตลาดเลย

คุณวุฒิชัย กล่าวทิ้งท้ายกับการผลิตกล้วยตากในแบรนด์ “บานาน่า โซไซตี้” เราต้องการพลิกโฉมการผลิตกล้วยตากของอำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก ด้วยการนำเทคโนโลยี งานวิจัย งานดีไซน์ และความสะอาด ปลอดภัย ให้คนทุกวัยยอมรับหรือหันมารับประทานกล้วยตากให้มากขึ้น ซึ่งเราก็พยายามคิดผลิตภัณฑ์กล้วยตากใหม่ๆ ออกมา นอกจากกล้วยตากแบบดั้งเดิม เช่น กล้วยตากชุบช็อกโกแลต ไซรัปจากกล้วยตาก สบู่จากกล้วยน้ำว้า และอนาคตจะมีน้ำส้มสายชูจากกล้วยตาก เครื่องสำอางจากกล้วยตาก เป็นต้น ซึ่งตอนนี้สินค้าของเราจำหน่ายในประเทศถึง 70% ส่วนอีก 30% จำหน่ายตลาดต่างประเทศ และมีแนวโน้มตลาดโตขึ้นทุกปี

หนังสือ “นวัตกรรมใหม่ กล้วยตากชุบช็อกโกแลต” พิมพ์ 4 สี แจกฟรีพร้อมกับ หนังสือ “อาชีพเกษตรกรรม ทำง่ายรายได้งาม เล่มที่ 1-8″ รวมทั้งหมด 9 เล่ม จำนวน 708 หน้า เกษตรกรและผู้สนใจ เขียนจดหมายสอดแสตมป์มูลค่า รวม 250 บาท (พร้อมระบุชื่อหนังสือ) ส่งมาขอได้ที่ ชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตร เลขที่ 2/395 ถนนศรีมาลา ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร 66000 โทร. (056) 613-021, (056) 650-145 และ (081) 886-7398