ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Posts Tagged ‘กระทรวงการคลัง

5 เมษายน 2554, 17:35 น.

คอหวยรอเก้อ’หวยออนไลน์’เกิดไม่ทันรัฐบาลอภิสิทธิ์.

Pic_161566

 

รมช.คลัง เผย หวยออนไลน์เกิดไม่ทันรัฐบาลชุดนี้แน่นอน เชื่อรัฐบาลใหม่ที่เข้ามาจะดำเนินโครงการต่อเป็นทางเดียวที่จะแก้ปัญหา สลากฯแพงได้…

เมื่อวันที่ 5 เม.ย. นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวว่า โครงการขายสลากเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว ด้วยเครื่องขายอัตโนมัติ หรือ หวยออนไลน์ คงไม่สามารถดำเนินการได้ทันในรัฐบาลชุดนี้ แต่ทางการยังจำเป็นที่จะต้องการแก้ไขปัญหาการขายสลากเกินราคา เชื่อว่ารัฐบาลใหม่ที่เข้ามาก็จะต้องดำเนินการโครงการหวยออนไลน์ เพราะเป็นทางเดียวที่จะแก้ปัญหาได้

รมช.คลัง กล่าวต่อว่า การจำหน่ายสลากด้วยเครื่องจำหน่ายอัตโนมัติไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใด คงต้องหารือกับผู้ชนะการประมูลในการวางระบบและติดตั้งเครื่องคือ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จีเทค เทคโนโลยี จำกัด ว่าจะต้องแก้ไขสัญญา อย่างไรหรือไม่ เพื่อให้สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลหากจะขายสลากแบบ 2 ตัว 3 ตัว หรือแบบ 6 ตัว

ด้าน นายวันชัย สุระกุล ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวว่า จากการที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำตัดสินให้ โครงการสลากเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัวหรือหวยบนดินที่เคยออกมาในอดีต ไม่เป็นสลากกินแบ่งรัฐบาล ทำให้สำนักงานสลากฯ ต้องจ่ายเงินภาษีเป็นภาษีมูลค่าเพิ่ม 8,000 ล้านบาท และภาษีการพนันให้กระทรวงมหาดไทยอีก 12,000 ล้านบาท ขณะนี้ สำนักงานสลากฯ ได้จ่ายเงินภาษีมูลค่าเพิ่มให้กรมสรรพากรครบแล้ว โดยใช้เงินจากกองทุนเงินรางวัลสลาก 2 ตัว 3 ตัวที่มีอยู่ 18,000 ล้านบาท แต่ในส่วนภาษีการพนันที่ต้องชำระให้กระทรวงมหาดไทยนั้นอยู่ระหว่างการเจรจา หน่วยงานของรัฐเพื่อขอลดวงเงินภาษีให้สำนักงานสลากฯ จ่ายลดลง และขอผ่อนชำระภาษีด้วย

นายวันชัย กล่าวต่อว่า ผู้ค้าสลาก คนเดินโพยและผู้ที่ถูกรางวัลหวยบนดินที่ต้องกลับมาชำระภาษีเงินได้ จากเดิมไม่ได้มีการชำระภาษี ซึ่งได้มีการเรียกร้องให้สำนักงานสลากฯ เข้ามาช่วยเหลือในเรื่องนี้นั้น กรมสรรพากรคงต้องดำเนินการตามกฎหมาย แต่สำนักงานสลากฯ ได้มีการประสานงานกับกรมสรรพากรในเรื่องนี้ ซึ่งคงต้องมีการติดตามข้อมูลก่อนว่ารายได้จาการขายหวยบนดิน มีข้อผูกพันในการชำระภาษีหรือไม่ โดยขอให้ตัวแทนขายหวยอย่าเพิ่งตกใจ เพราะตอนนี้กำลังคุยกันอยู่ในหลายหน่วยงาน

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 5 เมษายน 2554, 17:35 น.

 

4 เมษายน 2554, 23:00 น.

คลังจับมือกทม.เดินหน้าสร้างประชาคมผู้ค้าเข้มแข็งเข้าถึงแหล่งเงินทุน – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_161317

คลัง จับมือ กทม. ผนึกกำลังเข้มกับผู้ค้าหาบเร่แผงลอยเดินหน้าสร้างประชาคมผู้ค้าเข้มแข็ง และเข้าถึงแหล่งทุน ตามนโยบายประชาวิวัฒน์…

เมื่อวันที่ 4 เม.ย. นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวภายหลังร่วมเป็นประธานเปิด “โครงการอบรมผู้ค้าหาบเร่แผงลอยในจุดผ่อนผัน มุ่งสู่ประชาคมผู้ค้าเข้มแข็งและเข้าถึงแหล่งทุน” ว่า “การขับเคลื่อน 9 มาตรการตามนโยบายประชาวิวัฒน์ของรัฐบาลเป็นแผนหนึ่งในโครงการปฏิรูป ประเทศไทย โดยรัฐบาลได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลความเหมาะสม และในส่วนของการจัดพื้นที่ผ่อนผันให้ผู้ค้าได้ค้าขายนั้นก็เป็นหนึ่งใน 9 มาตรการ ซึ่งทาง กทม.ได้ประสานกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล และนำไปสู่การขออนุมัติจุดผ่อนผันจำนวนทั้งสิ้น 275 จุดใน 39 เขตของ กทม. มีจำนวนผู้ค้า 6,479 รายนั้น ล่าสุด บช.น.เห็น ชอบให้ผ่อนผัน 147 จุด รวมผู้ค้า 2,294 ราย ไม่เห็นชอบ 42 จุด รวมผู้ค้า 1,401 ราย ซึ่งกทม.ได้มีแนวทางที่จะช่วยเหลือผู้ค้าที่ไม่ได้รับความเห็นชอบเหล่านี้ ในแง่ของการจัดหาสถานที่ค้าขายต่อไป

นอกจากนี้ยังมีอีก 86 จุด รวมผู้ค้า 2,820 ราย ซึ่ง บช.น. เห็นควรให้ปรับปรุงจุดการค้าให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ซึ่งจะยึดหลักการอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน ระหว่างผู้ใช้บาทวิถีและผู้ค้าเป็นพรรค โดยผู้ค้ามีพื้นที่ค้าขายเป็นสัดส่วน สะอาด มีระเบียบน่ามอง ในขณะเดียวกันผู้ใช้บาทวิถีสามารถสัญจรได้สะดวก ในทัศนียภาพที่ดีขึ้น อีกทั้งในอนาคตจะมีการจัดทำจุดเสน่ห์เมืองอีก 40 จุด ซึ่งขณะนี้ กทม.ได้เสนอโครงการแล้ว และอยู่ระหว่างการของบประมาณ ทั้งนี้โครงการประชาวิวัฒน์ จะเปิดโอกาสให้ผู้ค้าสามารถขายสินค้าได้ในจุดผ่อนผันโดยชอบด้วยกฎหมาย รวมทั้งจะมีสิทธิที่จะเข้าถึงแหล่งเงิน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม และจะทำให้มีสิทธิความเสมอภาคได้

“เมื่อมีการประกาศจุดผ่อนผัน ก็จะดูแลความสะอาดในพื้นที่ได้ดีขึ้น และจะทำให้พ่อค้าแม่ค้ารวมตัวกันเพื่อเข้าถึงวงเงินสินเชื่อตามมาตรการได้ ด้วย นอกจากนี้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม.ยังได้กำหนดจุดถนนคนเดินขึ้นมา 3 จุดเพื่อเพิ่มเสน่ห์ให้ กทม. ซึ่งยังอยู่ในช่วงของการประสานงาน คือ 1. ถนนสีลมทั้งสองฝั่ง 2. จุดค้าขายตีนสะพานพุทธฯ 3. พื้นที่ตลาดโบ๊เบ๊ ส่วนจุดค้าขายถาวรอีก 9 จุดในพื้นที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่จะมีการเสริมศักยภาพให้มีเสน่ห์มาก ขึ้น ก็จะเริ่มดำเนินการตามแผนเช่นเดียวกัน” นายกรณ์ กล่าว

รมว.คลัง กล่าวต่อว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กทม. นำร่องโดยเขตบางกะปิได้ดำเนินโครงการตามนโยบายประชาวิวัฒน์ โดยการจัดระเบียบผู้ค้าหาบเร่แผงลอย เดิมมีจุดผ่อนผันจำนวน 11 จุด มีผู้ค้าจำนวน 559 คน ต่อมาได้มีการพิจารณาผู้ค้าหาบเร่แผงลอยนอกจุดผ่อนผัน เพื่อเสนอให้เป็นจุดผ่อนผันใหม่ จำนวน 10 จุด มีผู้ค้าจำนวน 481 คน โดยได้รับอนุญาตจาก กทม.และกองบัญชาการตำรวจนครบาล จำนวน 4 จุด คือ บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าคาร์ฟูร์ มีผู้ค้าจำนวน 12 คน บริเวณซอยรามคำแหง 64 – 66 มีผู้ค้าจำนวน 9 คน บริเวณซอยรามคำแหง 14 – 20 มีผู้ค้าจำนวน 36 คน และบริเวณหน้าธนาคารกรุงเทพ ถนนรามคำแหง มีผู้ค้าจำนวน 21 คน รวมผู้ค้าทั้งหมด จำนวน 88 คน

ด้าน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กทม.ได้ดำเนินโครงการตามนโยบายประชาวิวัฒน์ ซึ่งเป็นโครงการที่ทำให้ประชาชนมีอาชีพสามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้เป็นอย่าง ดี โดยในส่วน กทม.ได้จัดให้มีสวัสดิการแก่กลุ่มผู้ประกอบอาชีพทั้ง 2 กลุ่ม ประกอบด้วย “โครงการมอเตอร์ไซค์ยิ้ม” เป็นการทำประกันชีวิตให้โดยคิดเบี้ยประกันปีละ 500 บาท เพื่อเป็นสวัสดิการช่วยเหลือกรณีผู้ขับขี่ประสบอุบัติเหตุและ “โครงการยิ้มสู้ กู้สร้างอาชีพ” ที่ให้ผู้ประกอบการค้าสามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน สร้างคุณภาพชีวิตและมาตรฐานการดำรงชีวิตที่ดีขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผลักดันให้กรุงเทพมหานครเป็นมหานครแห่งการค้าต่อไป

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 4 เมษายน 2554, 23:00 น.

4 เมษายน 2554, 19:50 น.

ไฟเขียวร่างพรบ.ที่ดินฯเข้าพิจารณาในสภาวาระแรก – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_161321

 

ครม.มีมติ ส่งร่างพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเข้าสู่ชั้นพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวาระแรก โดยไม่ต้องส่งเรื่องกลับมาที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีก หวั่นจะทำให้การพิจารณากฎหมายในสภามีความล่าช้าออกไป

เมื่อวันที่ 4 เม.ย. นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่งร่างพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ให้เข้าสู่ชั้นพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวาระแรกได้ โดยไม่ต้องส่งเรื่องกลับมาที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีก เพราะนี้ได้ผ่านความเห็นของฝ่ายบริหารทั้งกระทรวงการคลัง และกระทรวงมหาดไทย เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากหากมีการเรื่องดังกล่าวกลับมาที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง จะทำให้การพิจารณากฎหมายในสภามีความล่าช้าออกไปอีก

“รัฐบาลได้ให้ความสำคัญที่จะนำร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หากพิจารณาไม่ทันในสมัยการประชุมสภา ซึ่งสิ้นสุดในวันที่ 28 เม.ย.นี้ ก็ยืนยันว่าจะผลักดันในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต่อไป ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลที่มาจากพรรคการเมืองใดก็ตาม และหากเป็นพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลจะถือว่า กฎหมายแรกๆ ที่ผลักดันให้มีการเดินหน้าต่อไป” รมว.คลัง กล่าว

สำหรับการพิจารณากฎหมายของกฤษฎีกา ได้เพิ่มหมวด 10 ในพ.ร.บ.นี้ โดยให้จัดสรรเงินส่วนแบ่งภาษี ไปสนับสนุนการทำงานของกองทุนธนาคารที่ดิน ซึ่งอยู่ระหว่างการร่าง พ.ร.บ.ธนาคารที่ดินและยังไม่ได้นำเข้าสู่การพิจารณาของครม. อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่ยังไม่มี พ.ร.บ.ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างก็สามารถนำเงินส่งเข้ากองทุนได้ โดยเบื้องต้นคลังได้กำ หนดอัตราส่วนแบ่งไว้ที่ 2% ของรายได้ภาษีที่ได้รับต่อปี

อย่างไรก็ตาม ในช่วง 1-2 สัปดาห์นี้ กระทรวงการคลัง จะเร่งเสนอให้ที่ประชุม ครม.พิจารณา พ.ร.บ.ยาสูบ โดยการปรับเพดานและฐานภาษีใหม่ เพื่อให้การจัดเก็บมีความยุติธรรม ร่างพ.ร.บ.การร่วมงานระว่างและเอกชน (พ.ร.บ.ร่วมทุน) เพื่อสนับสนุนให้เอกชนมาร่วมลงทุนกับรัฐมากขึ้น และร่างพ.ร.บ.สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ซึ่งจะเป็นการกำหนดวิธีการกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจใหม่ทั้งหมดเพื่อให้การทำงาน มีประสิทธิภาพมากขึ้น.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 4 เมษายน 2554, 19:50 น.

 

4 เมษายน 2554, 18:43 น.

คลังสั่งสถาบันการเงินรัฐเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_161307

 

คลัง เร่งช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ พร้อม ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้ที่ผู้ประสบภัยได้รับจากรัฐบาล หรือ การบริจาค รวมทั้งยกเว้นภาษีนิติบุคคลเงินค่าสินไหมทดแทนที่ได้ประกันภัย…

เมื่อวันที่ 4 เม.ย. นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงข่าวมาตรการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ปี 2554 เนื่องจากได้เกิดอุทกภัย วาตภัยและดินถล่ม ในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ก่อให้เกิดความเสียหายและเดือดร้อนรุนแรงแก่เกษตรกร ประชาชนและผู้ประกอบการอย่างกว้างขวาง ซึ่งต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนกระทรวงการคลังจึงได้กำหนดมาตรการในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ปี 2554 ดังนี้ 1.มาตรการด้านการเงิน ได้กำหนดมาตรด้านการเงินโดยผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐและ ธนาคารกรุงไทย โดยมีหลักการในการให้ความช่วยเหลือเช่นเดียวกับมาตรการ ปี 2553

โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กรณีลูกค้าเสียชีวิตจากอุทกภัยดังกล่าวจะจำหน่ายลูกหนี้ออกจากบัญชีเป็นหนี้สูญ โดย ธ.ก.ส.รับภาระเอง กรณีลูกค้าประสบภัยอย่างร้ายแรงและไม่เสียชีวิต ให้ขยายเวลาการชำระหนี้เงินกู้เป็นเวลา 3 ปี ตั้งแต่ปีบัญชี 2554-2556 และงดคิดดอกเบี้ยเงินกู้เป็นเวลา 3 ปี

ธนาคารออมสิน กรณีลูกค้าสินเชื่อเคหะที่ได้รับผลกระทบที่ส่งผลให้ทรัพย์สิน หรือที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหาย ผ่อนผันการพักชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยสำหรับลูกค้าสินเชื่อเคหะของ ธนาคารออมสิน ไม่เกิน 6 เดือน หรือพักชำระหนี้เฉพาะเงินต้นไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับลดเงินงวด รวมถึงขยายระยะเวลาการผ่อนชำระตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด

นอกจากนี้ ลูกค้าเดิมสามารถยื่นกู้เพิ่มเติมกรณีฉุกเฉินในสัดส่วนไม่เกิน 10% ของวงเงินกู้เดิม แต่ต้องไม่เกิน 300,000 บาท และไม่เกิน 100% ของราคาประเมิน โดยคิดอัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-2 อยู่ที่ 3.25% ต่อปี และปีที่ 3-5 คิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำประเภทมีระยะเวลา หรือ MLR–1 ต่อปีปัจจุบัน MLR อยู่ที่ 6.25% ต่อปี และชำระเงินกู้ในส่วนที่กู้เพิ่มเติมนี้ไม่เกิน 5 ปีส่วนลูกค้าสินเชื่อโครงการธนาคารประชาชน สินเชื่อโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคประชาชน สินเชื่อธุรกิจห้องแถวและสินเชื่อองค์กรชุมชน ให้พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยได้ไม่เกิน 6 เดือน พร้อมทั้งปรับลดเงินงวดหรือขยายระยะเวลาผ่อน ชำระหนี้ได้ไม่เกิน 1 ปี และสามารถยื่นกู้เพิ่มเติมในวงเงินไม่เกิน 50,000 บาท

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) จะให้กู้ไม่เกิน 100% ของราคาประเมินค่าก่อสร้าง อาคาร ค่าซ่อมแซมอาคาร ระยะ เวลาการกู้ ไม่เกิน 30 ปี และอายุผู้กู้รวมกับจำนวนปีที่ขอกู้ต้องไม่เกิน 75 ปี ส่วนกรณีหลักประกันได้รับความเสียหาย ให้ลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนที่ 1-4 = 0% ต่อปี โดยมีอัตราดอกเบี้ยให้เลือก 2 แบบ 1. ปีที่ 1 เดือนที่ 1-4 = 0% ต่อปี เดือนที่ 5-12 = MRR-2% ต่อปี ปีที่ 2 = MRR-2% ต่อปี ปีที่ 3 = MRR-1 % ต่อปี หลังจากนั้นคิดดอกเบี้ยลอยตัวตามประกาศธนาคาร และ2.เดือนที่ 1-4 = 0% ต่อปี เดือนที่ 5-16 = 1% ต่อปีหลังจากนั้นคิดดอกเบี้ยลอยตัวตามประกาศธนาคาร ส่วนกรณีได้รับผลกระ ทบเรื่องรายได้ ลดอัตราดอกเบี้ยลงเหลือ 1% ต่อปี เป็นระยะเวลา 1 ปี หลังจากนั้นคิดดอกเบี้ยลอยตัว

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม แห่งประเทศไทย หรือเอสเอ็มอีแบงก์ ได้เตรียมวงเงิน 2,000 ล้านบาท ธพว. เพื่อใช้ปรับปรุง ซ่อมแซม ฟื้นฟูกิจการ และเป็นเงินทุนหมุนเวียน วงเงินสินเชื่อต่อราย ตามความจำเป็นของกิจการ แต่ไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อราย มีระยะเวลาการกู้ยืมไม่เกิน 6 ปี ระยะเวลาชำระเฉพาะดอกเบี้ยโดยไม่ต้องชำระเงินต้น ไม่เกิน 2 ปี อัตราดอกเบี้ยในอัตราคงที่ 6.50% ต่อปี ตลอดอายุสัญญากู้

ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) เช่น ผ่อนปรนการชำระหนี้ทั้งส่วนเงินต้นและกำไร เป็นระยะเวลา 3 เดือน และ เดือนที่ 4–24 ให้ชำระทั้งส่วนเงินต้นและกำไรโดยคิดอัตรากำไรต่ำกว่าสัญญาเดิม 1% หลังจากนั้นคิดอัตรากำ ไรตามสัญญาเดิม หรือชำระเฉพาะส่วนกำไร เป็นระยะเวลา 12 เดือน เดือนที่ 13–24 ให้ชำระทั้งส่วนเงินต้นและกำไร โดยคิดอัตรากำไรต่ำกว่าสัญญาเดิม 1% หลังจากนั้น คิดอัตรากำไรตามสัญญาเดิม เป็นต้น

ขณะที่ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) ประกอบด้วยสินเชื่อหมุนเวียนเพื่อการส่งออก กรณี Pre Shipment Financing เป็นการเบิกกู้เพื่อเตรียมการส่งออกคือ การส่งออกยังไม่เกิดขึ้น ผู้ส่งออกอาจไม่สามารถจัดเตรียมเอกสารหลักฐานจากผู้ซื้อมายืนยันระยะเวลาที่ จำเป็นต้องขยายหรือความชัดเจนในการส่งออกได้ พิจารณาความช่วยเหลือ โดยได้ขยายระยะเวลาการรับชำระหนี้ หรือการต่อตั๋วเกินเทอม โดยพิจารณาขยายระยะเวลาตามผลกระทบที่ได้รับครั้งละไม่เกิน 60 วัน เมื่อนับรวมอายุตั๋วเดิมแล้วไม่เกิน 240 วัน เป็นต้น

ส่วนธนาคารกรุงไทย เช่น เงินกู้กรุงไทยสู้อุทกภัยให้วงเงินกู้ประจำวงเงินสูงสุดตามความเสียหายที่ เกิดขึ้นจริงอัตรา ดอกเบี้ยปีที่ 1 MLR-1 (ปัจจุบันเท่ากับ 6.625% ต่อปี) ปีที่ 2 เป็นต้นไป MLR ระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุด 5 ปี หลักประกันใช้หลักประกันเดิม, เงินทุนหมุนเวียนกรุงไทยสู้อุทกภัย เพื่อเสริมสภาพคล่องให้ลูกค้าที่มีความจำเป็นต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนเพิ่ม เติม ธนาคารจะพิจารณาให้ตามความเหมาะสม เป็นต้น

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังมีมาตรการด้านภาษี เพื่อให้ผู้บริจาคได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีกรณีบริจาคเงินและสิ่งของโดยมี บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นเป็นตัว แทนรับบริจาคเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติดังกล่าวกระทรวงการคลังจึง ขอเสนอให้มีการดำเนินการ โดยให้ยกเว้นภาษีประเภทต่างๆ คือยกเว้น ภาษีเงินได้สำหรับเงินได้ที่ผู้ประสบภัยได้รับจากรัฐบาลหรือการบริจาค รวมทั้งยกเว้นภาษีนิติบุคคลสำหรับเงินค่าสินไหมทดแทนที่ได้รับจากบริษัท ประกันภัยด้วย นอกจากนั้น ผู้บริจาคที่เป็นบุคคลธรรมดายังได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ซึ่งเมื่อรวมกับ เงินบริจาคอื่นจะต้องไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้ จ่ายและค่าลดหย่อน และหากเป็นนิติบุคคลก็ได้รับยกเว้นเช่นกันโดยเมื่อรวมกับรายจ่ายเพื่อการ กุศลสาธารณะอื่นๆ ก็ต้องไม่เกิน 2% ของกำไรสุทธิ ทั้งนี้ ได้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ประกอบการที่นำสินค้าไปบริจาค ด้วย

นอกจากนั้น ครม.ได้เห็นชอบให้ขยายเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีและชำระภาษีสำหรับบุคคล ธรรมดาจาก 31มี.ค. เป็น 31 พ.ค.54 โดยภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะของผู้ประกอบการก็ให้ขยายการยื่นแบบแสดงรายการในเดือน มี.ค. และ เม.ย. เป็น 31 พ.ค. 54 เช่นกัน

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 4 เมษายน 2554, 18:43 น.

 

4 เมษายน 2554, 05:15 น.

เร่งขาย50หลักทรัพย์กระทรวงคลัง – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_161092

 

สคร. เดินหน้า เร่งขาย 50 หลักทรัพย์กระทรวงคลัง

นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยความคืบหน้าการจำหน่ายหลักทรัพย์ที่กระทรวงการคลังถืออยู่ว่า ได้ให้เจ้าหน้าที่ไปศึกษาให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือนนับจากนี้ ว่ามีหลักทรัพย์ตัวใดเหมาะสมที่จะขายด้วยวิธีใด โดยพิจารณาจากจำนวนที่กระทรวงการคลังถือหุ้นเป็นหลัก เช่น ถ้าถือหุ้นในสัดส่วนที่มาก ก็ต้องเปิดเสนอขายเป็นการทั่วไป แต่ถ้าถือหุ้นในจำนวนน้อยก็อาจเสนอขายให้ผู้ถือหุ้นเดิม เป็นต้น ซึ่งการจำหน่ายหลักทรัพย์ดังกล่าว ถือเป็นการบริหารหลักทรัพย์เชิงรุกของ สคร. โดยได้ทำตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา  ซึ่งอนุมัติเรื่องการจำหน่ายหลักทรัพย์ของรัฐ

โดยให้ยกเลิกมติ ครม.เดิมเมื่อปี 42 ที่กำหนดให้การจำหน่ายหุ้นที่กระทรวงการคลังถือต่ำกว่า 50% ต้องดำเนินการในช่วงที่เศรษฐกิจฟื้นตัวและภาวะตลาดหุ้นเอื้ออำนวย ซึ่งการยกเลิกมติดังกล่าว ทำให้ สคร.สามารถจำหน่ายหลักทรัพย์ที่ไม่ได้อยู่ในตลาดหุ้นไทย และหุ้นที่กระทรวงการคลังถือต่ำกว่า 50%

นายสมชัยกล่าวว่า มูลค่าหลักทรัพย์ที่กระทรวงการคลังถือหุ้นและมีแผนจะจำหน่ายออกไป มีประมาณ 50 หลักทรัพย์ นั้น มีมูลค่ารวม 2,000-3,000 ล้านบาท แต่มูลค่าที่แท้จริงปัจจุบันอาจสูงหรือต่ำกว่า โดย สคร.จะว่าจ้างที่ปรึกษาทำการประเมินมูลค่าที่แท้จริงก่อนจะประกาศขาย สำหรับเม็ดเงินที่ได้จากการจำหน่ายหลักทรัพย์นั้น สคร.จะนำมาเก็บไว้ในบัญชีเงินฝากเพื่อการบริหารหลักทรัพย์ ซึ่งปัจจุบันเงินในบัญชีนี้มีประมาณ 300 ล้านบาท ทั้งนี้ สคร.จะเสนอแก้ไขระเบียบการจำหน่ายและซื้อหลักทรัพย์ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารหลักทรัพย์เชิงรุกมากขึ้น ส่วนแนวคิดการนำหลักทรัพย์ที่มีผลประกอบการดีมารวมกันเพื่อตั้งกองทุนรวม ลักษณะคล้ายกับกองทุนวายุภักษ์ 1 นั้น ขณะนี้ สคร.กำลังพิจารณา

“เราต้องประเมินมูลค่าหลักทรัพย์ใหม่ ซึ่งการสร้างผลตอบแทนจากการถือหลักทรัพย์ช่วงที่ผ่านมา บางตัวดี บางตัวนิ่ง แต่ทั้งหมดก็ไม่ใช่สิ่งที่คลังต้องถือหุ้น เพราะลักษณะของหลักทรัพย์ดังกล่าว เป็นหลักทรัพย์ที่ได้มาจากการยึดทรัพย์ และได้รับโอนมาจากส่วนราชการอื่น เนื่องจากหมดความจำเป็นตามนโยบายรัฐ และหลักทรัพย์อื่นที่ภาครัฐไม่มีความจำเป็นต้องถือไว้”.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 4 เมษายน 2554, 05:15 น.

 

1 เมษายน 2554, 19:35 น.

คลังไฟเขียวเอกชนต่างชาติ 3 รายออกพันธบัตรสกุลบาท – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_160615

 

คลัง ไฟเขียว นิติบุคคลต่างชาติ 3 รายออกพันธบัตรหรือหุ้นกู้สกุลเงินบาทในประเทศไทยในช่วงวันที่ 1 เม.ย. – 30 ก.ย.54 ในวงเงินไม่เกินรายละ 8 พันล้านบาท…

เมื่อวันที่ 1 เม.ย. นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กล่าวว่า ตามที่ นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เห็นชอบให้ปรับกำหนดการยื่นคำขออนุญาตและแนวทางในการพิจารณาจัดลำดับความ สำคัญของคำขออนุญาตออกพันธบัตรหรือหุ้นกู้สกุลเงินบาทในประเทศ เพื่อให้การพิจารณาอนุญาตให้ออกพันธบัตรหรือหุ้นกู้สกุลเงินบาทเป็นไปอย่าง มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และมีความยืดหยุ่นสามารถปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลา โดยผู้สนใจสามารถยื่นคำขออนุญาตได้ ปีละ 4 ครั้ง คือ ภายในเดือน ก.พ. พ.ค. ส.ค.และพ.ย. ของทุกปี รายละเอียดปรากฏตามแถลงข่าวกระทรวงการคลัง เรื่อง การปรับกำหนดการยื่นคำขออนุญาตและแนวทางการพิจารณาจัดลำดับความสำคัญของคำขอ อนุญาตให้ออกพันธบัตรหรือหุ้นกู้สกุลเงินบาทในประเทศไทย ฉบับที่ 84/2551 ลงวันที่ 13 พ.ย.51 นั้น

สำหรับการพิจารณาอนุญาตให้ออกพันธบัตรหรือหุ้นกู้สกุลเงินบาทใน ประเทศไทย ในช่วง 1 เมษายน – 30 กันยายน 2554 กระทรวงการคลังได้พิจารณาถึงผลกระทบต่อการออกหุ้นกู้ของภาคเอกชนไทย รวมถึงโอกาสที่นักลงทุนในประเทศสามารถลงทุนในตราสารหนี้ที่มีคุณภาพและได้ รับผลตอบแทนที่เหมาะสม และการพัฒนาตลาดตราสารหนี้ไทยแล้ว เห็นควรอนุญาตให้นิติบุคคลต่างประเทศจำนวน 3 ราย ได้แก่ 1.Australia and New Zealand Banking Group Limited : ANZ2. Hana Bank : Hana และ3. Shinhan Bank : Shinhan ดำเนินการออกพันธบัตรหรือหุ้นกู้สกุลเงินบาทในประเทศไทย ภายในวันที่ 30 ก.ย.54 ในวงเงินรายละไม่เกิน 8,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังขอสงวนสิทธิ์ที่จะระงับการอนุญาตในกรณีที่สถานภาพ หรือสถานะทางการเงินของผู้ที่ได้รับอนุญาต หรือเศรษฐกิจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 1 เมษายน 2554, 19:35 น.

 

1 เมษายน 2554, 17:48 น.

คลังรับน้ำท่วมกระทบจีดีพีปี54 – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_160619

 

รมว.คลัง รับ น้ำท่วมกระทบจีดีพี แต่ยังไม่สามารถประเมินความเสียหายได้ เผย สั่ง ธ.ก.ส. เตรียมมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบแล้ว ย้ำ งบฉุกเฉิน 1.5 หมื่นล้าน ที่เตรียมไว้น่าจะเพียงพอ…

เมื่อวันที่ 1 เม.ย. นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่จังหวัดภาคใต้ขณะนี้ ยอมรับว่าส่งผลกระทบต่อการเติบโตเศรษฐกิจไทยปี 54 อย่างแน่นอน แต่ยังไม่สามารถประเมินความเสียหายได้ โดยน้ำท่วมที่เกิดขึ้นอยู่ในพื้น ที่จำกัดเฉพาะภาคใต้ แต่หากเทียบปลายปีก่อนที่มีน้ำท่วมครอบคลุมพื้นที่ 44 จังหวัด

ทั้งนี้ ได้กำชับให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เตรียมมาตรการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ โดยจะมีการจัดเตรียมสินเชื่อวงเงินพิเศษให้ความช่วยเหลือ โดยรัฐบาลพร้อมให้เงินอุดหนุน นอกจากนี้ ธนาคารออมสินได้รายงานว่าจะมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ไม่ใช่เกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย

“แง่กายภาพกำลังประเมินความเสียหายอยู่ยังกำหนดเป็นมูลค่าไม่ได้ แต่ไม่ว่าจะทางด้านการเกษตร การคมนาคม ล้วนเสียหายอย่างหนักหลายจุด เมื่อเช้า (1 เม.ย.) ได้หารือกับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม ที่รายงานความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทุกภาคส่วน ดังนั้น เรื่องงบประมาณจึงเป็นประเด็น บางส่วนอาจต้องดำเนินการแก้ไขงบประมาณปี 55″ รมว.คลัง กล่าว

นายกรณ์ กล่าวต่อว่า จากสภาพอากาศที่แปรปรวนและเกิดภัยพิบัติเกิดขึ้นในระยะนี้ เป็นประเด็นที่ท้าทายที่ทุกประเทศในแง่การจัดสรรงบประมาณ ซึ่งจำเป็นต้องมีการสำรองงบประมาณฉุกเฉิน จึงเตรียมทบทวนงบกลางของปีงบประมาณ 55 เพื่อเพิ่มงบสำรองฉุกเฉินให้นายกรัฐมนตรีเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มีงบฉุกเฉิน ประมาณ 15,000 ล้านบาท น่าจะเพียงพอในการให้ความช่วยเหลือประชาชนในขณะนี้ โดย นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ปรับหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือเพื่อให้สอดคล้องกับความเดือดร้อน ของประชาชน และยืนยันรัฐบาลจะดำเนินการโดยเร็ว

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 1 เมษายน 2554, 17:48 น.

 

31 มีนาคม 2554, 16:45 น.

คลังตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_160308

 

กระทรวงการคลังเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ตั้ง ‘ศูนย์คลังรวมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม’ ระดมเงินบริจาคสิ่งของช่วยเหลือ พร้อมปล่อยคาราวานรถบรรทุกให้ความช่วยเหลือลงพื้นที่ประสบภัยวันอาทิตย์นี้…

เมื่อวันที่ 31 มี.ค. นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์การเกิดอุทกภัยขึ้นในหลายจังหวัดภาคใต้ในขณะนี้ กระทรวงการคลังในฐานะหน่วยงานภาครัฐตระหนักถึงความเดือดร้อนของประชาชนจึงได้ จัดตั้งศูนย์ “คลังรวมใจช่วยผู้ประ สบภัยน้ำท่วม” ณ บริเวณตรงข้ามลานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 กระทรวงการคลัง เพื่อเปิดรับบริจาคเงิน สิ่งของ อาหาร เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรคจากผู้มีจิตกุศล สำหรับสิ่งของที่ได้จะนำไปบริจาคในเขตพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาดังกล่าว รวมถึงได้มีการออกมาตรการด้านต่างๆ ที่เข้าไปช่วยเหลือทุกภาคส่วนที่ได้รับความเดือดร้อนในครั้งนี้

“การรับบริจาคดังกล่าวจะยังคงดำเนินการต่อไปจนกว่าปัญหาดังกล่าวจะคลี่คลายไป ซึ่งถือเป็นโอกาสที่คนไทยจะได้ร่วมแรงร่วมใจกันแก้ไข และ ให้ความช่วยเหลือพี่น้องชาวไทยด้วยกัน โดยผู้ที่สนใจสามารถร่วมบริจาคผ่าน บัญชี ธนาคารกรุงไทย สาขากระทรวงการคลัง ชื่อบัญชี “คลังรวมใจช่วยภัยน้ำท่วม” เลขที่บัญชี 068-0-10205-1 โดยการบริจาคดังกล่าวสามารถนำไปหักค่าลดหย่อน หรือหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณภาษีได้”

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังได้จัดกิจกรรมรับบริจาคเงิน และสิ่งของต่างๆ ณ บริเวณตรงข้ามลานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 กระทรวงการคลัง ในวันศุกร์ที่ 1 เม.ย. 54 เพื่อนำสิ่งของที่ได้ลงพื้นที่ประสบภัยในวันที่ 3 เม.ย.54

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 31 มีนาคม 2554, 16:45 น.

 

30 มีนาคม 2554, 17:48 น.

คลังขยายวงเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจว.ละ50ล้าน – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_160006

 

กรมบัญชีกลางอนุมัติเพิ่มวงเงินอีก 50 ล้านบาทจากที่เคยได้รับงบประมาณไปแล้ว 50 ล้านบาท รวมเป็น 100 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย 5 จังหวัดทางภาคใต้ ตามนโยบายกระทรวงการคลัง…

เมื่อวันที่ 30 มี.ค. นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า ภายหลังจากได้รับนโยบายจาก นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เกี่ยวกับเรื่องการเกิดอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ทำให้เกิดความเดือดร้อนเสียหายแก่ประชาชนอย่างกว้างขว้าง ซึ่งจำเป็นต้องให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ดังนั้น เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ประสบภัย พร้อมทั้งให้จังหวัดสามารถช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนได้อย่างรวดเร็ว ทันต่อสถานการณ์ กรมบัญชีกลางจึงได้ขยายวงเงินทดรองราชการในอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดที่ ประสบภัยพิบัติ ได้แก่ จ.นครศรีธรรมราช พัทลุง สุราษฎร์ธานี ชุมพร และตรัง อีกจำนวน 50 ล้านบาท รวมเป็นจังหวัดละ 100 ล้านบาท จากที่เคยให้งบประมาณไปแล้ว จำนวน 50 ล้านบาท

ทั้งนี้ กรมบัญชีกลาง ได้โอนเงินจำนวนดังกล่าว ให้แก่จังหวัดที่ประสบภัยพิบัติทั้ง 5 จังหวัด ตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม แล้ว โดยได้ให้สำนักงานคลังจังหวัดในพื้นที่ประสบภัยพิบัติ เป็นผู้ประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดในเรื่องการเบิกจ่ายเงินเพื่อให้ทัน ต่อสถานการณ์ในการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในเขตพื้นที่ดังกล่าวแล้ว.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 30 มีนาคม 2554, 17:48 น.

 

29 มีนาคม 2554, 18:20 น.

คลังจ่อชงครม. ขึ้นภาษีเหล้า ปรับเต็มเพดาน – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_159735

 

รมช.คลัง มอบสรรพสามิต ศึกษาโครงสร้างภาษีสุรา หลังมีแนวคิดจะปรับภาษีให้เต็มเพดาน เน้นสร้างความเหมาะสมและเป็นธรรม กับอุตสาหกรรมสุราทั้งระบบ อ้างไม่มีการปรับมา 2 ปี และเพื่อสนับสนุนนโยบายลดการดื่ม เตรียมเสนอ ครม.สัปดาห์หน้า…

เมื่อวันที่ 29 มี.ค. นายมั่น พัธโนทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา กรมสรรพสามิตได้จัดเก็บภาษีสุราขาวและสุราผสม ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมาโดยตลอด อันจะเห็นได้จากผลจากการจัดเก็บภาษีในปีงบประมาณ 2552 ซึ่งมีผลการจัดเก็บภาษีดังนี้ สุราขาว มีรายได้ทั้งสิ้นประมาณ 13,855 ล้านบาท และสุราผสม มีรายได้ทั้งสิ้นประมาณ 10,889 ล้านบาท สำหรับในขณะที่ปีงบประมาณ 2553 ผลการจัดเก็บภาษี มีรายได้ ดังนี้ สุราขาว มีรายได้ทั้งสิ้นประมาณ 14,333 ล้านบาท เพิ่มจากปีงบประมาณ 2552 เป็นร้อยละ 3.45 และสุราผสม มีรายได้ทั้งสิ้นประมาณ 14,727 ล้านบาท เพิ่มจากปีงบประมาณ 2552 เป็นร้อยละ 35.15

ปัจจุบันการจัดเก็บภาษีสุราขาวและสุราผสมยังไม่เต็มเพดาน ดังนั้น เพื่อเป็นการสนับสนุนนโยบายการลดการบริโภคสุรากลั่นของทั้ง 2 ประเภทดังกล่าว จึงเห็นควรให้มีการเสนอการปรับอัตราภาษีให้เต็มเพดาน เพื่อลดการบริโภคสุราดังกล่าวลง ประกอบกับสุราทั้ง 2 ประเภทยังมิได้มีการปรับอัตราภาษีมาในระยะหนึ่งแล้วโดยมีการปรับอัตราภาษี ครั้งล่าสุดเมื่อเดือน พ.ค. 2552

นายมั่น กล่าวด้วยว่า เมื่อดูจากข้อมูลต่างๆ ข้างต้นแล้ว ได้มอบหมายให้กรมสรรพสามิตไปศึกษาแนวทางการปรับอัตราภาษีดังกล่าว เพื่อให้เกิดความเหมาะสมและเป็นธรรมกับอุตสาหกรรมสุราทั้งระบบต่อไป โดยในสัปดาห์หน้ากระทรวงการคลังจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะ รัฐมนตรี (ครม.).

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 29 มีนาคม 2554, 18:20 น.

 

28 มีนาคม 2554, 15:09 น.

กรณ์แย้มขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ25%กลางปี55 – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_159438

 

รมว.คลังเผย 4 นโยบายระยะยาว เรียกความเชื่อมั่นต่างชาติ ย้ำปัญหาเงินเฟ้อไม่น่าห่วง ระบุ ธปท. มีมาตรการดูแลอยู่แล้ว แย้มขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 25% กลางปีหน้า …

เมื่อวันที่ 28 มี.ค. นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวว่า ได้ให้ข้อมูลกับผู้จัดการกองทุนต่างชาติในงานสัมมนา ไทยแลนด์โฟกัส โดยยืนยันว่ารัฐบาลไทยมีนโยบายระยะยาวใน 4 เรื่อง ได้แก่ การพัฒนาระบบการศึกษา ซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ การพัฒนาระบบสาธารณูปโภค โดยเฉพาะการขนส่งในระบบราง และระบบน้ำเพื่อการเกษตร ซึ่งมีแผนแม่บทในการลงทุนมูลค่าสูงถึง 1.7 ล้านล้านบาท รวมทั้งการเปิดตลาดสินค้าไทยให้เข้าถึงตลาดโลก และเปิดโอกาสให้นานาประเทศเข้าถึงตลาดไทยมากขึ้น และการพัฒนาระบบการแข่งขันในทุกภาคอุตสาหกรรม ให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรม โดยยอมรับว่า ปัจจุบันไทยยังมีระเบียบขั้นตอนที่เป็นอุปสรรคต่อการเปิดเสรี ดังนั้น ยุทธศาสตร์ต่างๆ ของรัฐบาลจะมุ่งตอบสนองต่อทั้ง 4 ด้านดังกล่าว

นายกรณ์ กล่าวต่อว่า ในที่ประชุมได้มีการซักถามเกี่ยวกับการลงทุนในประเทศไทย โดยมีประเด็นปัญหาภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งตนได้ชี้แจงว่า ไม่น่าเป็นห่วง เพราะทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีมาตรการในการกำกับดูแลอยู่แล้ว แต่ในส่วนของภาครัฐจะช่วย ในการเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนแทน โดยมีทั้งการประกันรายได้และราคาสินค้าภาคการเกษตร และการขึ้นค่าจ้างแรงงานขึ้นต่ำอีก 25% ในกลางปีหน้า  นอกจากนี้ ยังจะมีการพิจารณาสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้กับผู้ประกอบการ เพื่อลดผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าจ้างแรงงานด้วย แต่ในส่วนของภาษีต้องพิจารณาให้รอบครอบ และไม่ให้กระทบกับรายได้ของรัฐบาลระยะยาว เพราะปัจจุบันภาษีนิติบุคคลที่รัฐเก็บในอัตรา 30% นั้น เมื่อรวมกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ผู้ประกอบได้รับแล้ว ภาครัฐได้รับภาษีเข้ามาเป็นรายได้เพียง 18-19% แต่ก็มีบางกลุ่มได้รับสิทธิประโยชน์และบางกลุ่มที่ไม่ได้รับ

นอกจากนี้ ยังมีการสอบถามถึงการบริหารกองทุนน้ำมัน ซึ่งได้ชี้แจงว่าตามหลักการแล้วไม่ได้เป็นการทำให้ราคาน้ำมันถูกลง และไม่ได้เป็นการนำเงินภาษีมาใช้ แต่เป็นการช่วยลดโอกาสการปรับเพิ่มขึ้นค่าขนส่ง เพื่อไม่ให้กระทบต้นทุนค่าครองชีพของประชาชนมากกว่า อย่างไรก็ตาม หากเงินกองทุนน้ำมันลดลงจนติดลบ รัฐบาลก็คงไม่นำเงินมาอุดหนุนราคาน้ำมันได้ตลอดไป แต่หากยังมีกำไรหรือรายได้เข้ามา ก็จะดูความเหมาะสมในการบริหารกองทุนน้ำมันมากกว่า.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 28 มีนาคม 2554, 15:09 น.

 

25 มีนาคม 2554, 17:50 น.

คลังเดินหน้าปฏิรูปภาษี หวังลดความเลื่อมล้ำในสังคม – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_158741

 

รมว.คลัง เดินหน้าปฏิรูประบบภาษี หวังลดปัญหาเหลื่อมล้ำในสังคม พร้อมชง 4 แนวทาง พัฒนาเศรษฐกิจ-สังคม ปูทางสู่การเติบโตอย่างยั่งยื่น…

เมื่อวันที่ 25 มี.ค. นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เงื่อนไขและประเด็นหลักที่จะต้องคำนึงถึงและให้ความสำคัญในการพัฒนาประเทศ รวมไปถึงมีความจำเป็นจะต้องทบทวนในส่วนของบทบาท ประกอบด้วย 4 ประเด็นหลัก คือ 1. การพัฒนาระบบการศึกษาของประเทศต้องมีความเข้มแข็งทั้งการศึกษาในระบบและ นอกระบบ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลก็ได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้มาโดยตลอด 2. การลงทุนในการวางระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นระบบขนส่งทางราง การพัฒนาแหล่งน้ำ เป็นต้น 3. การพัฒนาระบบการค้าสู่ตลาดโลก โดยไทยจะต้องเปิดตัวเองในตลาดการค้าและการลงทุน เนื่องจากเห็นว่าประเทศที่พัฒนาแล้วไม่มีประเทศใดที่ปิดกั้นตนเอง และ 4. ความโปร่งใสและการแข่งขันของตลาดในประเทศ เนื่องจากยังมีเรื่องที่ต้องแก้ไขเกี่ยวกับความไม่มีประสิทธิภาพและความไม่เป็นธรรม

นอกจากนี้ การพัฒนาเศรษฐกิจไทยจะต้องอยู่บนพื้นฐานของความสมดุล 3 ด้าน ประกอบด้วย 1. ความสมดุลทางเศรษฐกิจ ลดความเหลื่อมล้ำ ลักลั่น ในแง่โอกาสการเข้าถึงทรัพยากรต่างๆ 2. ความสมดุลทางด้านวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของประเทศ และ 3. ความสมดุลทางด้านสิ่งแวดล้อม

นายกรณ์ กล่าวว่า ทั้ง 4 เงื่อนไขดังกล่าวถือเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ ซึ่งจะขาดข้อใดข้อหนึ่งไม่ได้ อีกทั้งหากต้องการให้มีการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องมีเงื่อนไขที่ 5 ด้วย คือ การสร้างความสมดุลในด้านเศรษฐกิจ เพื่อสร้างโอกาสการเข้าถึงทรัพยากรต่างๆ การสร้างความสมดุลทางสังคม เพราะหากสังคมยังมีความเหลื่อมล้ำ จะทำให้การพัฒนาสะดุด และการสร้างความสมดุลทางวัฒนธรรม เอกลักษณ์ของประเทศ รวมไปถึงความสมดุลทางด้านสิ่งแวดล้อม

นายกรณ์ กล่าวต่อว่า ในการเสริมสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขัน จะต้องลดบทบาทของภาครัฐในแง่ของการเป็นเจ้าของ และลดกฎระเบียบ หลักเกณฑ์ในด้านของการลงทุน ซึ่งการลดบทบาทของภาครัฐลงนั้น จำเป็นจะต้องสร้างองค์กรที่มีความเป็นอิสระและเป็นกลางในด้านการดำเนิน งาน

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้รัฐบาลอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการปฏิรูประบบภาษี เพื่อที่จะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจในอนาคต รวมไปถึงเพื่อลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายร่วมทุน (พีพีพี) กฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และการปฎิรูประบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งปัจจุบันนี้มีผู้ยื่นแบบรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 9 ล้านคนทั่วประเทศ แต่มีผู้เสียภาษีจริงๆ แค่ 2.5 ล้านคน และมีผู้มีรายได้มากกว่า 4 ล้านบาทต่อปี ที่ต้องเสียภาษีอยู่ที่ 18,000 คนเท่านั้น

“รัฐบาลจะต้องมีการปฏิรูปโครงสร้างภาษี ซึ่งที่ผ่านมาได้เตรียมการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เชื่อว่าจะสามารถลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมได้ รวมถึงการปฏิรูปโครงสร้างภาษีในปัจจุบันใหม่ โดยเฉพาะโครงสร้างภาษีในปัจจุบันที่ยังไม่เหมาะสม ซึ่งดูได้จากการเสียภาษีในปัจจุบัน เนื่องจากผู้ลงทะเบียนยื่นแบบเสียภาษีทั้งสิ้นกว่า 9 ล้านคน แต่มีเพียง 2.5 ล้านคนเท่านั้น ที่มีการเสียภาษีและเป็นผู้ที่ระดับรายได้เกิน 4 ล้านบาท มีเพียง 18,000 คนเท่านั้น ซึ่งการจะทำให้เศรษฐกิจของไทยสมดุลได้นั้น รัฐบาลจะต้องเป็นผู้ปรับปรุงโครงสร้างภาษีเสียก่อน” นายกรณ์ กล่าว.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 25 มีนาคม 2554, 17:50 น.

 

24 มีนาคม 2554, 14:28 น.

ธนารักษ์เร่งมอบที่ดินทำกินกว่า 7 พันไร่ให้ประชาชน – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_158453

 

รมช.คลัง มอบที่ดินทำกิน-อยู่อาศัยกว่า 7พันไร่ พร้อมเปิดบ้านใหม่ธนารักษ์เมืองปากน้ำ สร้างรายได้เข้ารัฐปีละกว่า 15 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 24 มี.ค. นายมั่น พัธโนทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีมอบสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุตามนโยบายการขอ คืนที่ดินราชพัสดุ 1 ล้านไร่ เพื่อนำมาให้ประชาชนเช่าอยู่อาศัยและทำกิน พร้อมร่วมงานเปิดอาคารสำนักงานธนารักษ์พื้นที่สมุทรปราการแห่งใหม่ โดยมี อธิบดีกรมธนารักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บริหารกรมธนารักษ์ หัวหน้าส่วนราชการ ประ ชาชนและผู้รับสิทธิเช่าที่ราชพัสดุ เข้าร่วมงานจำนวนมาก

นายมั่น กล่าวว่า ตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการจัดหาที่ดินของรัฐนำไปช่วยแก้ปัญหาสังคมและความ ยากจนแบบบูรณาการ ซึ่งมอบหมายให้กรมธนารักษ์ตรวจสอบที่ราชพัสดุที่ว่างและมิได้ใช้ประโยชน์ใน ทางราชการ หรือพื้นที่ที่ราษฎรครอบครองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย นำไปจัดให้ราษฎรเช่าเพื่ออยู่อาศัยและเป็นที่ทำกิน โดยมุ่งหวังเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในการดำรงชีวิต และสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน สังคมและสิ่งแวดล้อม ภายใต้โครงการรัฐเอื้อราษฎร์ ซึ่งได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบัน จัดที่ดินให้ประชาชนเช่าเป็นที่อยู่อาศัยและที่ทำกินในทุกจังหวัดทั่วประเทศ รวมเนื้อที่ประมาณ 146,000 ไร่ จำนวนผู้เช่า เกือบ 60,000 ราย และตั้งเป้าจะขยายการช่วยเหลือประชาชนที่มีรายได้น้อยและไม่มีที่ดินเพิ่ม ขึ้นอีกในปี 2554 จำนวน 4,700 ราย

“ปัจจุบันที่ดินราชพัสดุที่อยู่ในความครอบครองทั้งประเทศ มีเนื้อที่ประมาณ 12.5 ล้านไร่ แบ่งเป็น การใช้ในส่วนราช การมากที่สุดถึง 99% หรือ 12.3 ล้านไร่ ที่เหลืออีกเพียง 1% หรือเนื้อที่ประมาณ 0.2 ล้านไร่ ถูกนำไปจัดหาประโยชน์ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยบริหารจัดการในรูปแบบโครงการต่างๆ และให้สามารถสนองรับกับนโยบายรัฐบาลและยุทธศาสตร์ของกระทรวงการคลัง”รมช.คลัง กล่าว

ด้าน นายวินัย วิทวัสการเวช อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า สำหรับการดำเนินงานด้านการบริหารที่ราชพัสดุในจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งมีที่ดินราชพัสดุในความครอบครอง เนื้อที่ประมาณ 4,300 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง บางบ่อ บางพลี พระประแดง และพระสมุทรเจดีย์ มีผู้เช่าจำนวน 2,343 ราย แบ่งเป็นเช่าเพื่ออยู่อาศัย 1,767 ราย การเกษตร 175 ราย อาคารราชพัสดุ 349 ราย และเช่าเพื่อประโยชน์อย่างอื่น 52 ราย สามารถสร้างรายได้เข้าภาครัฐในแต่ละปีราว 15 ล้านบาท.

ทั้งนี้ การมอบสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุ จังหวัดสมุทรปราการในครั้งนี้ ภายใต้โครงการรัฐเอื้อราษฎร์ จำนวน 2 แปลง ในอำเภอเมืองและอำเภอพระสมุทรเจดีย์ เนื้อที่ประมาณ 7,393 ไร่ จัดให้เช่าเพื่ออยู่อาศัยและการเกษตร มีผู้ได้รับสิทธิเช่า จำนวน 572 ราย

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 24 มีนาคม 2554, 14:28 น.

 

24 มีนาคม 2554, 01:14 น.

แปรรูปโรงไพ่เป็นรัฐวิสาหกิจเต็มตัว – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_158268

 

รมช.คลัง ตรวจเยี่ยมโรงงานไพ่ เผย เตรียมอนุมัติให้เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ เพื่อความคล่องตัวในการดำเนินงาน ไม่ต้องพึ่งงบประมาณแผ่นดิน…

วันที่ 23 มี.ค. นายมั่น พัทธโนทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของโรงงานไพ่ ว่า มารับฟังแผน การดำเนินงานภายหลังการปรับเปลี่ยนเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจแบบเต็มตัวของโรงงานไพ่ ซึ่งการปรับเปลี่ยนเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจดังกล่าว คาดว่า จะได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการกำกับนโยบายรัฐวิสาหกิจ (กนร.) ในวันที่ 29 มี.ค.นี้

ทั้งนี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) จะเสนอที่ประชุม กนร.อนุมัติให้ 2 หน่วยงานในกำกับดูแลของกรมสรรพสามิต คือ โรงงานไพ่ และ โรงงานสุรา ดำเนินการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เพื่อเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดของกรมสรรพสามิต เพื่อให้ 2 หน่วยงาน สามารถบริหารกิจการได้อย่างคล่องตัว เช่น สามารถหาแหล่งเงินทุน และ ลงทุนได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งพางบประมาณแผ่นดิน

“สคร.จะเสนอขอปรับให้ 2 หน่วยงานนี้เป็นนิติบุคคล ซึ่งจะสามารถหาคนร่วมทุนได้มาขยายกิจการได้ เพราะที่ผ่านมา มีงบจำกัด เราก็มาดูความพร้อม ทั้งเตรียมแผนการโอน และ แผนการพัฒนาองค์กรในระยะยาวซึ่ง ปัจจุบันสินทรัพย์ของโรงงานสุรามีจำนวนประมาณ 700-800 ล้านบาท ส่วนโรงงานไพ่มีจำนวนประมาณ 500 ล้านบาท”

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 24 มีนาคม 2554, 01:14 น.

 

23 มีนาคม 2554, 05:45 น.

คลังเล็งตั้งกองทุนรวมล้างหนี้ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_158017

 

กระทรวงการคลัง ศึกษาแนวทางการจัดตั้งกองทุนรวมล้างหนี้ ยืมโมเดล “วายุภักษ์ 1″ ขนาดแสนล้านขาย ปชช….

นายจักรกฤศฎิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงการคลัง โดย สบน. และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) อยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางการจัดตั้งกองทุนรวมที่มีรูปแบบการจัดตั้งและแนวทางการบริหารคล้ายกับกองทุนวายุภักษ์ 1 เพื่อนำสินทรัพย์ที่จะได้รับโอนจากการตีชำระหนี้สินจากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินมาแปลงเป็นเงินสดและนำเงินที่ได้จากหน่วยลงทุนไปชำระหนี้คืนแก่กระทรวงการคลัง ที่ได้ออกพันธบัตรชำระหนี้แทนกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ ก่อนหน้านี้ โดยกองทุนรวมนี้น่าจะมีขนาดประมาณ 100,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ สินทรัพย์ที่จะได้รับโอนจากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯเพื่อตีชำระหนี้ให้กระทรวงการคลังจะมีมูลค่าราว 200,000 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดจะมาในรูปของหุ้นที่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯถืออยู่ ดังนั้น กระทรวงการคลังจึงจำเป็นต้องแปลงเป็นเงินสด โดยการนำทรัพย์ที่ได้มาเป็นหลักทรัพย์ในการจัดตั้งกองทุนรวม และขายหน่วยลงทุนให้ประชาชน ซึ่งถือเป็นแนวทางที่เหมาะสมที่สุด และหากการบริหารจัดการกองทุนได้ดี จะทำให้กองทุนรวมนี้มีผลตอบแทนที่คุ้มค่ากับนักลงทุน เช่นเดียวกับกองทุนรวมวายุภักษ์ 1 ซึ่งปัจจุบันมีขนาดกองทุนประมาณ 220,000 ล้านบาทจากที่เริ่มจัดตั้งกองทุนเมื่อ 8 ปีก่อน ซึ่งมีขนาดกองทุนเพียง 70,000 ล้านบาท “ผลตอบแทนที่จูงใจนักลงทุนน่าจะอยู่ที่ประมาณ 5% ซึ่งสูงกว่าผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ซึ่งปัจจุบันมีผลตอบแทนประมาณ 3.8%”

ทั้งนี้ ปัจจุบันภาระหนี้สินของกองทุนฟื้นฟูมีอยู่ประมาณ 1.14 ล้านล้านบาท ซึ่งกระทรวงการคลังได้ดำเนินการออกพันธบัตรไปชดเชยภาระหนี้สินดังกล่าวแล้ว ขณะนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกระทรวงการคลังได้ข้อสรุปที่จะแก้ไขปัญหาหนี้สินดังกล่าวร่วมกันแล้ว โดยผ่าน 2 แนวทาง คือ 1. การนำทรัพย์สินที่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ ถือหุ้นมาตีชำระหนี้ และ 2. นำเงินที่ได้จากการบริหารจัดการภายในของ ธปท.มาชำระหนี้ ซึ่ง ธปท. คาดว่าจะมีเงินราว 20,000-30,000 ล้านบาทต่อปี มาตีชำระหนี้.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 23 มีนาคม 2554, 05:45 น.

 



  • Anti Aging: What's up, just wanted to mention, I enjoyed this article. It was funny. Keep on posting!
  • ชมพู่: น่ารักอ่ะพีพลอยเดี่ยววางๆจะไปหาน่ะ คิดถึงแม่เกด คิด
  • Kathy: Very quickly this website will be famous among all blog visitors, due to it's nice posts

หมวดหมู่