ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

พาณิชย์ติวเข้ม จับพฤติกรรมฮั้ว ทำหมู-ไข่แพง มิถุนายน 26, 2011

24 มิถุนายน 2554, 20:30 น.
พาณิชย์ติวเข้ม จับพฤติกรรมฮั้ว ทำหมู-ไข่แพง – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_181501

กรมการค้าภายใน ติวเข้ม 3 หน่วยงาน ได้แก่ กรมการค้าภายใน กรมปศุสัตว์ และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค  สอบเชิงลึก จับตัวใหญ่มีพฤติกรรมฮั้ว ทำหมู-ไข่ไก่แพง…

24 มิ.ย. นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมการค้าภายในได้เปิดอบรมการบังคับใช้กฎหมายให้มีการแข่งขันที่เป็นธรรม สำหรับธุรกิจไข่ไก่ ไก่เนื้อ และสุกร โดยใช้พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2542 เพื่อให้ธุรกิจแข่งขันอย่างเป็นธรรม ไม่มีการผูกขาด ฮั้วราคา และเอาเปรียบผู้บริโภค พร้อมเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างการผลิตการตลาด และวิธีการสืบสวนสอบสวนเชิงลึกให้แก่บุคลากร 3 หน่วยงานได้แก่ กรมการค้าภายใน กรมปศุสัตว์ และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งหลังจากการอบรมแล้ว จะร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการตรวจสอบพฤติกรรมทางการค้าของผู้ประกอบการ เพื่อให้ทราบว่ารายใดอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมาย รวมถึงให้ได้พยานหลักฐานในการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดต่อไป

“หากพบว่ารายใดมีพฤติกรรมทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม เช่น ร่วมกันกำหนดราคาซึ่งเป็นการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคต้องระวางโทษจำคุกไม่ เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือหากมีการจำหน่ายไข่ไก่ ไก่เนื้อ และสุกรราคาสูงเกินสมควรต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งประชาชน ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในการซื้อสินค้าและบริการ แจ้งที่สายด่วน กรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานการค้าภายในจังหวัดทั่วประเทศ” นางวัชรี กล่าว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 24 มิถุนายน 2554, 20:30 น.
 

ปศุสัตว์เตือนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ ระวังโรคระบาด ช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง มกราคม 4, 2011

30 ธันวาคม 2553, 05:30 น.

ผ่านทางปศุสัตว์เตือนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ ระวังโรคระบาด ช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_137777

 

กรมปศุสัตว์เตือนเกษตรกรหมั่นดูแลสุขภาพสัตว์ รักษาความสะอาดในสถานที่เลี้ยงให้มีอากาศถ่ายเท และระวังโรคสัตว์ช่วงอากาศหนาวเย็น

นายปรีชา สมบูรณ์ประเสริฐ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ปัจจุบันหลายพื้นที่ในประเทศไทยสภาพภูมิอากาศเริ่มเปลี่ยนแปลง อุณหภูมิลดต่ำลงในหลายพื้นที่ ซึ่งสภาพอากาศดังกล่าวส่งผลให้ สัตว์เลี้ยงเกิดความเครียด ภูมิคุ้มกันโรคลดลง และป่วยได้ง่าย พร้อมทั้งเฝ้าสังเกตโค กระบือ ที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคคอบวม (เฮโมรายิกเซพติซีเมีย) โดยสัตว์ที่มีอาการป่วยจะหายใจหอบ เสียงดัง คอ หน้าบวมแข็ง ซึ่งเชื้อโรคดังกล่าวสามารถติดต่อแพร่ กระจายไปได้อย่างรวดเร็วในสัตว์กีบคู่ทุกชนิด ทั้งจากการกินอาหาร น้ำ หญ้าที่ปนเปื้อนเชื้อโรค หรือหายใจเอาเชื้อที่ปะปนอยู่กับอากาศบริเวณที่สัตว์ป่วยเข้าไป ภายในระยะเวลา 1-2 วัน โค-กระบือที่ติดเชื้อจะมีไข้สูง เบื่ออาหาร น้ำลายไหล มีแผลที่ลิ้น เหงือก ร่องกีบเท้า อาจเกิดโรคแทรกซ้อนอย่างปอดบวม

ส่วนเกษตรกรกลุ่มผู้เลี้ยงสุกร ให้ระวังโรคปากเท้า เปื่อย รวมทั้งโรค PRRS ซึ่งสุกรที่เป็นโรคดังกล่าวจะแสดงอาการไข้ หอบ ไอ ผิวหนังเป็นปื้นแดง สุกรแม่พันธุ์สุ่มเสี่ยง ต่อการแท้ง หรือลูกตายแรกคลอด ซึ่งแนวทางการป้องกันผู้เลี้ยงสุกรควรเข้มงวดการเข้าสถานที่ ไม่ใช้พ่อพันธุ์จากแหล่งอื่น แยกเลี้ยงสุกรใหม่ก่อนเข้ารวมฝูงอย่างน้อย 1 เดือน ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อยานพาหนะก่อนเข้าสถานที่เลี้ยงทุกครั้ง

อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันการระบาดของโรคที่มักเกิดขึ้นในช่วงที่อากาศเย็นลง เจ้าหน้าที่ รวมทั้ง  อสม.ของกรมปศุสัตว์ ได้ออกคำแนะนำให้เกษตรกรหมั่นดูแลสุขภาพสัตว์ รักษาความสะอาดในสถานที่เลี้ยง หากพื้นที่ใดมีสัตว์ป่วยตาย ขอให้เกษตรกรผู้เลี้ยงแจ้งเจ้าหน้าที่ใกล้บ้าน.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์
  • 30 ธันวาคม 2553, 05:30 น.

 

 

ปศุสัตว์เร่งช่วยเหลือน้ำท่วม ตุลาคม 26, 2010

วันที่ 26/10/2010

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

นายปรีชา สมบูรณ์ประเสริฐ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า จากการที่เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดสภาวะน้ำท่วม สร้างความเสียหาย แก่พี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์เป็นจำนวนมาก กรมปศุสัตว์จึงเร่งรัดเจ้าหน้าที่ให้ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยอย่างเร่ง ด่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่เกษตรกร โดยเบื้องต้นกรมปศุสัตว์ได้ให้ความช่วยเหลือด้านพืชอาหารสัตว์ เวชภัณฑ์ต่างๆ ฯลฯ โดยให้การสนับสนุนหญ้าแห้ง ไปแล้วกว่า 24 ตันใน 4 อำเภอ ได้แก่ ด่านขุนทด สูงเนิน ปักธงชัย โนนไทย พร้อมทั้งจัดทีมสัตวแพทย์เคลื่อนที่ลงพื้นที่ให้บริการฉีดวัคซีนทั้งในสัตว์ ปีก โค-กระบือ และนำเวชภัณฑ์ไวตามินละลายน้ำ ยาปฏิชีวนะแจกจ่ายแก่เกษตรกร นอกจากนี้ทางสมาคมผู้ผลิต ผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่ได้สนับสนุนไข่ไก่ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัย จำนวน 100,000 ฟอง ในเบื้องต้นจะได้นำมามอบให้ผู้ประสบภัย ที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา จำนวน30,000 ฟอง 

นอกจากนี้กรมปศุสัตว์ได้ปล่อยขบวนรถเสบียงอาหารสัตว์เพิ่มเติมอีกว่า 12 ตัน เวชภัณฑ์ ยาปฏิชีวนะ ไวตามิน ฯลฯ พร้อมทีมสัตวแพทย์ เพื่อออกให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยในพื้นที่อำเภอปากช่อง รวมทั้งเร่งเตรียมเสบียงสัตว์เพิ่มเติม จากสภาพอากาศที่แปรปรวนอาจยังคงมีฝนตกต่อไปอีก จึงขอเตือนเกษตรกรระมัดระวังภัยน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ให้เตรียมพร้อมอยู่เสมอโดยอพยพสัตว์ขึ้นที่สูงที่น้ำท่วมไม่ถึง หากต้องการความช่วยเหลือขอให้ประสานขอความช่วยเหลือได้ที่ศูนย์ปฏิบัติการ ช่วยเหลือเกษตรกรฯ ที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด หรือหน่วยงานปศุสัตว์อื่นๆ ในพื้นที่

 

เร่งขนเสบียงช่วยสัตว์น้ำท่วม ปศุสัตว์ระดมอาหารพร้อมทีมสัตวแพทย์เคลื่อนที่ดูแลเกษตรกร ตุลาคม 22, 2010

วันที่ 20/10/2010

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

นายปรีชา สมบูรณ์ประเสริฐ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า จากปัญหาน้ำท่วมอย่างหนักในพื้นที่ จ.นครราชสีมา และใกล้เคียง ที่เกิดขึ้นในเวลานี้ กรมปศุสัตว์ได้ดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรในเบื้องต้น โดยมีการปล่อยขบวนรถเสบียงอาหารสัตว์จำนวนกว่า 12 ตัน และเวชภัณฑ์สัตว์ พร้อมทีมสัตวแพทย์เคลื่อนที่เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ อย่างเร่งด่วน

จาก การตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า จากภาวะฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องส่งผลให้เกิดสภาวะ น้ำท่วมสร้างความเสียหาย แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์เป็นจำนวนมากกรมปศุสัตว์จึงได้เร่งรัดเจ้าหน้าที่ ให้ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่พี่น้องเกษตรกร ในเบื้องต้นกรม- ปศุสัตว์ได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือด้านพืชอาหารสัตว์ เวชภัณฑ์ต่างๆ ฯลฯโดยให้การสนับสนุนหญ้าแห้ง ไปแล้วกว่า 24 ตันใน 4 อำเภอ ได้แก่ ด่านขุนทด สูงเนินปักธงชัย โนนไท พร้อมทั้งจัดทีม สัตวแพทย์เคลื่อนที่ ลงพื้นที่ให้บริการฉีดวัคซีนทั้งในสัตว์ปีกโค – กระบือ และนำเวชภัณฑ์ ไวตามินละลายน้ำ ยาปฏิชีวนะแจกจ่ายแก่เกษตรกร

นอก จากนี้ ทางสมาคมผู้ผลิตผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่ได้สนับสนุนไข่ไก่ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ ประสบภัย จำนวน 100,000 ฟองในเบื้องต้นจะได้นำมามอบให้ผู้ประสบภัย ที่อำเภอ ปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 30,000 ฟอง โดยในวันนี้กรมปศุสัตว์ได้ปล่อยขบวนรถเสบียงอาหารสัตว์(หญ้า-แห้ง) จำนวนกว่า 12 ตัน เวชภัณฑ์ ยาปฏิชีวนะไวตามิน ฯลฯ พร้อมทีมสัตวแพทย์ เพื่อให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยในพื้นที่อำเภอปากช่อง รวมทั้งเร่งเตรียมเสบียงสัตว์เพิ่มเติม จากสภาพอากาศที่แปรปรวนอาจยังคงมีฝนตกต่อไปอีกจึงขอเตือนเกษตรกรระมัดระวัง ภัยน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากให้เตรียมพร้อมอยู่เสมอโดยอพยพสัตว์ขึ้นที่สูงที่น้ำท่วมไม่ ถึง

หาก ต้องการความช่วยเหลือ ขอให้ประสานขอความช่วยเหลือได้ที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือเกษตรกรฯ ณ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด หรือหน่วยงานปศุสัตว์อื่นๆ ใกล้บ้านได้ตลอลด เพื่อหามาตรการช่วยเหลือต่อไป

 

ยกระดับโคพันธุ์ตากสู่มาตรฐาน ปศุสัตว์การันตีส่งเสริมเกษตรกรเลี้ยง – ข่าวไทยรัฐออนไลน์ กันยายน 30, 2010

30 กันยายน 2553, 05:00 น.

ผ่านทางยกระดับโคพันธุ์ตากสู่มาตรฐาน ปศุสัตว์การันตีส่งเสริมเกษตรกรเลี้ยง – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_114947

นายสัตวแพทย์ ทฤษดี ชาวสวนเจริญ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า เพื่อตอบรับกระแส ความต้องการบริโภคเนื้อโคขุน คุณภาพ อีกทั้งลดปริมาณการนำเข้าจากต่างประเทศที่มีปริมาณเฉลี่ยที่ 2,000 ตัน/ปี ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์ตาก กรมปศุสัตว์ จึงได้ทำการศึกษาวิจัย และ ปรับปรุงพันธุ์โคขุนสายพันธุ์ตาก โดยเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ.2529 กระทั่งปัจจุบันโคสายพันธุ์ดังกล่าวมีคุณ สมบัติทนต่อสภาพอากาศร้อน สามารถเลี้ยงได้ดี น้ำหนักคุณภาพ  ซากเนื้อมีความนุ่ม  ไขมันแทรกกล้ามเนื้อสูง

ทั้งนี้ เพื่อตอบสนองความต้องการบริโภคซึ่งปัจจุบันมีประมาณ 4,500 ตัน/ปี แต่ขณะนี้ทั่วทั้งประเทศสามารถผลิตได้เฉลี่ยที่ 2,500 ตัน ดังนั้น   กรมจึงได้ส่งเสริมการเลี้ยงไปยังเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดตาก พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร นครสวรรค์ อุทัยธานี สุโขทัย และจังหวัดอุตรดิตถ์ ในระบบประกันราคาและสหกรณ์ Tak Beef จำกัด เป็นผู้รับซื้อคืน พร้อมทั้งปรับปรุงโรงฆ่าและโรงตัดแต่งซากในพื้นที่ให้มีมาตรฐานปลอดภัย   เป็นไปตามระบบฮาลาล   ซึ่งอยู่ในช่วงการตรวจรับรองจากสำนักจุฬาราชมนตรี

สำหรับ เกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมโครงการส่งเสริม การเลี้ยงโคขุนคุณภาพ สามารถติดต่อสอบถามราย ละเอียดได้ที่ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์ตาก โทร.0-5589-0712, 0-5554-0603 ในวันและเวลาราชการ.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเกษตร
  • 30 กันยายน 2553, 05:00 น.

tags:
ทฤษดี ชาวสวนเจริญ โคพันธุ์ตาก เนื้อวัว กรมปศุสัตว์ โคขุน

 

กรมปศุสัตว์เร่งฟื้นวิกฤติไก่แจ้ไทย หวัดนกฟาดหางชาวบ้านแห่เลิกเลี้ยง/ขยับพัฒนาระบบฟาร์ม สิงหาคม 28, 2010

วันที่ 8/5/2007

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.


นายจีระวัชร์ เข็มสวัสดิ์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยถึงสถานการณ์การเลี้ยงไก่แจ้ในปัจจุบันว่า หลังจากที่เกิดปัญหาการระบาดของโรคไข้หวัดนกในปี 2547 เป็นต้นมา ผู้นิยมเลี้ยงไก่แจ้ต้องเลิกเลี้ยงไปกว่า 60% ของจำนวนผู้เลี้ยงทั้งหมด โดยหลังจากกรมฯดำเนินมาตรการควบคุมโรคไข้หวัดนกในสัตว์ปีกอย่างเข้มงวด ทำให้สถานการณ์โรคไข้หวัดนกภายในประเทศไทยเริ่มคลี่คลายมากขึ้น

ดัง นั้น เพื่อเป็นการฟื้นฟูและอนุรักษ์การเลี้ยงไก่แจ้ไทย กรมฯ จึงได้หารือร่วมกับสมาพันธ์สมาคมไก่แจ้แห่งประเทศไทย สมาคมอนุรักษ์ไก่แจ้ไทย สมาคมส่งเสริมและพัฒนาไก่แจ้ไทย และสมาคมไก่แจ้ไทย-อินเตอร์ เพื่อหาแนวทางพัฒนาและส่งเสริมการเลี้ยงไก่แจ้ไทยให้ฟื้นตัวมากยิ่งขึ้น พร้อมกับจัดการประชุมสัมมนาการเลี้ยงไก่แจ้และมาตรฐานพันธุ์ไก่แจ้ เพื่อหาข้อสรุปแนวทางการดำเนินงานร่วมกัน โดยในเบื้องต้นจะเน้นการปรับรูปแบบการเลี้ยงให้เข้าสู่ระบบมาตรฐานฟาร์ม โดยจัดระบบการเลี้ยงคล้ายคลึงกับไก่ชน หรือไก่พื้นเมือง เพื่อป้องกันและควบคุมโรคระบาด โดยเฉพาะโรคไข้หวัดนกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นายจีระวัชร์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันมีการพัฒนาสายพันธุ์ไก่แจ้ขึ้นมากมาย และเพื่อเป็นการอนุรักษ์และพัฒนาสายพันธุ์ไก่แจ้ไทย เบื้องต้นกรมฯได้จัดทำเอกสาร ลักษณะมาตรฐานและสีของไก่แจ้ ขึ้น เพื่อกำหนดลักษณะเฉพาะของแต่ละสี จำนวน 26 สี แยกเป็นไก่แจ้สีสากล 14 สี และไก่แจ้ไทย 12 สี โดยได้รับความร่วมมืออย่างดีจากสมาคมผู้เลี้ยงไก่แจ้ทั้ง 5 สมาคม และชมรมต่างๆ เกษตรกร และภาคเอกชน

ทั้ง นี้ สิ่งที่จะทำให้ผู้เลี้ยงไก่แจ้อยู่ได้คือการพัฒนาระบบการเลี้ยงไก่แจ้ เพื่อให้สามารถอยู่รอดได้ภายใต้สถานการณ์ไข้หวัดนกระบาด ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อร่วมกันหาแนวทางดังกล่าว เพราะไก่แจ้ไทยถือเป็นสัตว์เศรษฐกิจและเป็นสัตว์สวยงามที่ควรค่าการแก่ อนุรักษ์ให้คงอยู่อย่างยั่งยืนต่อไป

 

หนุนเกษตรนอกเขตชลประทาน ปลูกหญ้าแพงโกล่า เสริมปศุสัตว์ สิงหาคม 17, 2010

12 สิงหาคม 2553, 05:00 น.

ผ่านทางหนุนเกษตรนอกเขตชลประทาน ปลูกหญ้าแพงโกล่า เสริมปศุสัตว์ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_102957

นายปรีชา สมบูรณ์ประเสริฐ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า จังหวัดชัยนาทมีพื้นที่การเกษตรรวม 1,228,455 ไร่ อยู่ในเขตชลประทาน 707,732 ไร่ ซึ่งยังมีพื้นที่อีกประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ ที่อยู่นอกเขตรับน้ำชลประทาน ส่งผลให้เกษตรกรเกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำและดินไม่อุดมสมบูรณ์ ดังนั้น เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว กลุ่มจังหวัดและกรมปศุสัตว์จึงได้ร่วมมือกันจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาด้าน การเกษตร พร้อมทั้งสนับสนุนให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนอาชีพการเพาะปลูกพืชที่ไม่เหมาะสม ด้วยการเปลี่ยนไปทำการเกษตรแบบอื่นที่ใช้น้ำน้อยกว่า โดยกรมปศุสัตว์ได้ เข้าไปสนับสนุนให้เกษตรกรเลี้ยงสัตว์ อาทิ โค แพะ แกะ และปลูกพืชอาหารสัตว์อย่างหญ้าแพงโกล่าทดแทน เป็นการแก้ปัญหาและสร้างรายได้ให้เกษตรกรทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

ด้าน นายวีระ ร่มโพธิ์ภักดิ์ ปศุสัตว์จังหวัดชัยนาท กล่าวต่อว่า การปลูกหญ้าเป็นการช่วยสนับสนุนและพัฒนาอาชีพการเลี้ยงปศุสัตว์ ทั้งโคเนื้อ โคนม กระบือ แพะ แกะ ได้อีกทางหนึ่งเนื่องจากเป็นการช่วยเพิ่มหญ้าคุณภาพดีให้ปศุสัตว์มีกินตลอด ปี โดยพืชอาหารสัตว์ดังกล่าวสามารถปลูกได้ทั้งในพื้นที่ลุ่มเขตชลประทานและ พื้นที่ดอนที่มีการขุดสระกักเก็บน้ำ ใช้น้ำน้อยกว่าการทำนาข้าวประมาณ 3 เท่า เกษตรกรลงทุนปลูกครั้งเดียวแปลงหญ้าจะอยู่ได้นานถึง 5 ปี สามารถตัดหญ้าขายได้ทุก 45 วัน ในรอบ 1 ปีจะตัดทำหญ้าแห้งขายได้ 5 ครั้ง ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยมากกว่า 50,000 บาท/ไร่/ปี อีกทั้งยังสามารถส่งเสริมให้เกษตรกรปล่อยพันธุ์ปลาลงในสระเก็บน้ำ เลี้ยงไว้เป็นการเสริมรายได้ซึ่งปลาที่ได้จะเป็นผลผลิตที่ปลอดภัยจากสารพิษ เนื่องจากไม่มีการใช้สารเคมีในแปลงหญ้า.