ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

กรมชลฯจัดรูปที่ดินเขตภาคกลาง สร้างระบบน้ำต้นทุนหนุนชาวไร่อ้อย กรกฎาคม 16, 2011

14 กรกฎาคม 2554, 05:30 น.

กรมชลฯจัดรูปที่ดินเขตภาคกลาง สร้างระบบน้ำต้นทุนหนุนชาวไร่อ้อย.

Pic_186031

นายจรัญ ภูขาว ผู้อำนวยการสำนักจัดรูปที่ดินกลาง กรมชลประทาน เปิดเผยว่า กลุ่มน้ำตาลวังขนายได้ให้ความสนใจเรื่องการจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม โดยหารือกับสำนักงานจัดรูปที่ดินกลางเพื่อศึกษาลู่ทางการจัดรูปที่ดินของเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่เป็นเครือข่ายลูกไร่ผลิตอ้อยป้อนโรงงานน้ำตาลจำนวนนับแสนไร่ในพื้นที่จังหวัดภาคกลาง โดยทางประธานกลุ่มวังขนายสนใจให้เข้าไปดำเนินการจัดรูปที่ดินให้โดยเฉพาะเรื่องแหล่งน้ำต้นทุนที่สามารถเข้าถึงแปลงเกษตรได้ทุกแปลง ซึ่งนอกจากช่วยเพิ่มผลผลิตอ้อยได้มากขึ้นแล้ว ยังเท่ากับเป็นการลดต้นทุนการผลิตไปในตัว

“กลุ่มวังขนายสนใจการจัดรูปที่ดิน เพราะเข้าใจดีถึงข้อดีของการจัดรูปที่ดิน แต่ยังไม่ทราบรายละเอียด ขั้นตอนวิธีการจัดรูปที่ดิน ซึ่งต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี เนื่องจากสำนักงานจัดรูปที่ดินกลางไม่สามารถดำเนินการได้โดยลำพัง หากยังต้องอาศัยหน่วยงานอื่นอย่างกรมที่ดินในการสำรวจรังวัดที่ดิน ตลอดจนการออกโฉนดแปลงที่ดินใหม่หลังการจัดรูปที่ดินแล้ว ที่สำคัญเราเองก็ต้องสำรวจศึกษาความเหมาะสมของพื้นที่โครงการ โดยเฉพาะแหล่งน้ำต้นทุนที่จะสนับสนุนเข้าสู่แปลงย่อยของเกษตรกรว่ามีมากน้อยแค่ไหน ยังต้องมีรายละเอียดอีกเยอะ” นายจรัญกล่าว

ด้านนายอารีย์ ซุนฟ้ง ประธานกลุ่มวังขนาย เปิดเผยว่า กลุ่มวังขนายเป็นผู้ผลิตและส่งออกน้ำตาลรายใหญ่ของประเทศไทย มีโรงงานในประ-เทศไทย 4  แห่ง ที่ จ.สุพรรณบุรี จ.ลพบุรี จ.นครราชสีมา และ จ.มหาสารคามส่วนโรงงานน้ำตาลขนาดเล็กมีอยู่ 2 แห่ง ในประเทศลาว โดยมีกำลังการหีบอ้อยประมาณ 100,000 ตันอ้อยต่อวัน นอกจากใช้เทคโนโลยีกำหนดพิกัดด้วยดาวเทียม (จีพีเอส)และระบบภูมิสารสนเทศ(จีไอเอส) ในการจัดการการปลูกอ้อยเพื่อพัฒนาและปรับปรุงให้ได้ผลผลิตอย่างเต็มที่และเป็นระบบ ยังเข้าไปพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ปลูกอ้อยในเขต อ.แก้ง-สนามนาง รอยต่อ 3 จังหวัด ได้แก่ จ.ชัยภูมิ จ.ขอนแก่น และ จ.นครราชสีมาโดยร่วมกับส่วนราชการและเกษตรกรในการเพิ่มผลผลิตการเกษตรต่างๆ.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์
  • 14 กรกฎาคม 2554, 05:30 น.
 

ติดตั้งโทรมาตรเตือนภัย ใน12 จว.ลุ่มน้ำชีกับมูล มิถุนายน 30, 2011

30 มิถุนายน 2554, 05:00 น.

ติดตั้งโทรมาตรเตือนภัย ใน12 จว.ลุ่มน้ำชีกับมูล.

Pic_182707

นายวีระ วงศ์แสงนาค รองอธิบดีกรมชลประทาน เผยว่า ลุ่มน้ำชีและลุ่มน้ำมูลยังไม่มีระบบเตือนภัยใดๆเลย เมื่อเกิดอุทกภัยจึงไม่สามารถเตือนภัยให้กับประชาชนรับสถานการณ์ได้ทัน สร้างความเสียหายค่อนข้างรุนแรง…

นายวีระ วงศ์แสงนาค รองอธิบดีกรมชลประทาน เผยว่า ลุ่มน้ำชีและลุ่มน้ำมูลยังไม่มีระบบเตือนภัยใดๆเลย เมื่อเกิดอุทกภัยจึงไม่สามารถเตือนภัยให้กับประชาชนรับสถานการณ์ได้ทัน สร้างความเสียหายค่อนข้างรุนแรง อย่างเช่นกรณีน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2553 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ได้เตรียมติดตั้งระบบโทรมาตรในลุ่มน้ำทั้ง 2 แห่ง โดยลุ่มน้ำชีกำหนดจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ในปี 2555 และลุ่มน้ำมูลจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ในปี 2556 อย่างไรก็ตาม ขณะนี้การติดตั้งระบบมาตรในลุ่มน้ำสาขาของทั้งลุ่มน้ำชีและลุ่มน้ำมูลบางส่วนที่อยู่ช่วงตอนบนของลุ่มน้ำได้เสร็จเรียบร้อยแล้ว จะนำมาทดลองใช้ในการพยากรณ์สถานการณ์ในช่วงฤดูฝนปีนี้ ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเสียหายจากภาวะน้ำท่วมได้ในระดับหนึ่ง

สำหรับลุ่มน้ำชี มีพื้นที่ลุ่มน้ำรวมทั้งสิ้น 49,476 ตร.กม. โดยมีพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขต 12 จังหวัด ได้แก่ ชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร  อุบลราชธานี  นครราชสีมา  เลย  หนองบัวลำภู  อุดรธานี  และศรีสะเกษ ในส่วนลุ่มน้ำมูล มีพื้นที่ลุ่มน้ำรวมทั้งสิ้น 69,701 ตร.กม. ครอบคลุม 9 จังหวัดได้แก่ บุรีรัมย์ สุรินทร์ อุบลราชธานี นครราชสีมา มหาสารคาม ยโสธร ขอนแก่น ร้อยเอ็ด และศรีสะเกษ สำหรับลุ่มน้ำสาขาที่สำคัญๆ ได้แก่ ลุ่มน้ำลำสะแทด ลำสา ลำชี ลำพระเพลิง ลำพลับพลา ลำพังชู ลำจักราช ลำตะคอง ลำปลายมาศ ลำปะเทีย ลำนางรอง ลำน้ำมูลส่วนที่ 2 ลำน้ำมูลส่วนที่ 3 ลำน้ำมูลตอนล่างลำน้ำมูลตอนบน ลำแซะ ลำโดมน้อย ลำโดมใหญ่ ลำเสียวทับ ลำเสียวน้อย ลำเชิงไกร ลำเตา ลำเซบาย ห้วยสำราญ ห้วยทับทัน ห้วยทา ห้วยขะยุง ห้วยตาคง ห้วยตุงลุง ห้วยแอก และลุ่มน้ำห้วยโพยง เป็นต้น.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเกษตร
  • 30 มิถุนายน 2554, 05:00 น.
 

กรมชลฯตั้งเครื่องเติมอากาศ-เครื่องสูบน้ำ ช่วยชีวิตสัตว์น้ำในเจ้าพระยา มิถุนายน 10, 2011

6 มิถุนายน 2554, 16:47 น.
กรมชลฯตั้งเครื่องเติมอากาศ-เครื่องสูบน้ำ ช่วยชีวิตสัตว์น้ำในเจ้าพระยา – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_176961

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน ระบุ หลังเหตุการณ์เรือบรรทุกน้ำตาล ขนาด 2,400 ตัน ล่มในแม่น้ำเจ้าพระยา ได้จัดส่งเครื่องเติมอากาศ RX-5C ที่ได้รับจากมูลนิธิชัยพัฒนา 12 เครื่อง และเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ขนาด 8 นิ้ว ช่วยสัตว์น้ำแล้ว…

เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน เปิดเผยว่า ตามที่เกิดเหตุการณ์เรือบรรทุกน้ำตาล ขนาด 2,400 ตัน ล่มในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณวัดท่าการ้อง ต.ภูเขาทอง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้คุณภาพน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ตั้งแต่จ.ปุทมธานี ลงมา เน่าเสีย ทำให้ปลาและสัตว์น้ำหลายชนิดตายเป็นจำนวนมากนั้น กรมชลประทาน โดยสำนักชลประทานที่ 11 ได้ติดตั้งเครื่องเติมอากาศ RX-5C ที่ได้รับจากมูลนิธิชัยพัฒนา 12 เครื่อง โดยนำไปติดตั้งตามพื้นที่เสี่ยงต่อสัตว์น้ำบริเวณหน้าวัดต่างๆ ในเขตจ.นนทบุรี 5 แห่งๆ ละ 2 เครื่อง ประกอบด้วย วัดโพธิ์ทองบน วัดช่องลม วัดบางพัง วัดกลางเกร็ด และวัดเชิงเลน

นอกจากนี้ ยังได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ขนาด 8 นิ้ว เพื่อสูบพ่นเติมอากาศให้กับสัตว์น้ำบริเวณหน้าวัดต่างๆ ได้แก่ วัดใหญ่สว่างอารมณ์ 1 เครื่อง วัดเฉลิมพระเกียรติ 2 เครื่อง วัดท่าอิฐ 1 เครื่อง วัดปรมัยยิกาวาส  1 เครื่อง พร้อมกับใช้ประโยชน์จากโครงการประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.สมุทรปราการ ในการเร่งระบายน้ำที่มีคุณภาพต่ำ ให้ไหลออกสู่ทะเลโดยเร็วที่สุดด้วย.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 6 มิถุนายน 2554, 16:47 น.
 

พัฒนา​อ่าง​ห้วย​โ​พง​พระดำริ เพิ่ม​พื้นที่​เกษตร 22,000 ไร่ พฤษภาคม 23, 2011

19 พฤษภาคม 2554, 05:15 น.
พัฒนา​อ่าง​ห้วย​โ​พง​พระดำริ เพิ่ม​พื้นที่​เกษตร 22,000 ไร่ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_172407

นาย​ชลิต ดำรง​ศักดิ์ อธิบดี​กรมชลประทาน เผย​ว่า กรมชลประทาน​มี​แผนที่​จะ​ดำเนิน​การ​ก่อสร้าง​อ่างเก็บน้ำ​ห้วย​โ​พง (ตอน​บน) อัน​เนื่อง​มา​จาก​พระราชดำริ พร้อม​ระบบ​ส่ง​น้ำ​ใน​พื้นที่ตำบล​ศรี​แก้ว อำเภอ​เ​ลิง​นก​ทา จังหวัด​ยโสธร เพื่อ​แก้​ปัญหา​การ​ขาดแคลน​น้ำ​สำหรับ​ทำ​การ​เกษตร​และ​การ​อุปโภค​บริโภค ​ตลอด​จน​การ​ใช้​น้ำ​ทุก​กิจกรรม​ใน​พื้นที่ โดย​เป็น​อ่างเก็บน้ำ​ขนาด​กลาง มี​ความ​จุ​ใน​ระดับ​เก็บ​กัก 12.40 ล้าน​ลูกบาศก์​เมตร

ทั้งนี้​ อ่างเก็บน้ำ​ห้วย​โ​พง (ตอน​บน) ดัง​กล่าว เป็น​อ่างเก็บน้ำ 1 ใน 4 แห่ง ที่​ได้​รับ​อนุมัติ​งบประมาณ​จาก​คณะ​รัฐมนตรี​เมื่อ​ปี 2547 ให้​ดำเนิน​การ​ก่อสร้าง​เพื่อ​แก้​ปัญหา​การ​ขาดแคลน​น้ำ​ใน​จังหวัด​ยโสธร สำหรับ​ความ​คืบ​หน้า​ของ​โครงการ​อ่างเก็บน้ำ​ห้วย​โ​พง​ได้​ดำเนิน​การ​ออก​แบบ​เสร็จ​เรียบร้อย​แล้ว อยู่​ระหว่าง​รอก​รม​ป่า​ไม้​อนุมัติ​ให้​ใช้​พื้นที่​ป่า​สงวน​ หลังจาก​ที่​สำนักงาน​นโยบาย​และ​แผน​ทรัพยากร​ธรรมชาติ​และ​สิ่งแวดล้อม​ได้​ให้​ความ​เห็น​ชอบ​รายงาน​การ​วิเคราะห์​ผล​กระทบ​สิ่งแวดล้อม​แล้ว เนื่องจาก​พื้นที่​ของ​โครงการ​ส่วน​หนึ่ง​ประมาณ 400 ไร่​ อยู่​ใน​พื้นที่​ป่า​สงวน​แห่งชาติ​ป่าดง​ปอ​และ​ป่าดง​บัง และ​อีก​ส่วน​ประมาณ 2,220 ไร่​ จะ​อยู่​ใน​พื้นที่ สปก.​ที่​ได้​รับ​อนุญาต​จาก​สำนักงาน​การปฏิรูป​ที่ดิน​เพื่อ​เกษตรกรรม (สปก.) ให้​ใช้​พื้นที่​ได้​แล้ว.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์
  • 19 พฤษภาคม 2554, 05:15 น.
 

กรมชลฯระบุ ปี54น้ำพอใช้ทำนาปี หลังงดทำนาปรังรอบ2

19 เมษายน 2554, 09:00 น.
กรมชลฯระบุ ปี54น้ำพอใช้ทำนาปี หลังงดทำนาปรังรอบ2 – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_165035

กรมชลประทาน ระบุ ปริมาณน้ำในเขื่อนปี 54 มีมากกว่าปี 53 และเกษตรกรงดปลูกข้าวนาปรังรอบ 2 ทำให้แผนการใช้น้ำช่วงฤดูแล้งปีนี้เป็นไปตามเป้า มีน้ำสำรองพอทำนาปีช่วงต้นฤดูฝนปี 54…

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั้งประเทศ ล่าสุด (18 เม.ย.54) มีปริมาณน้ำรวมกัน จำนวน 38,001 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 55 ของความจุอ่างฯขนาดใหญ่รวมกันทั้งหมด โดยปริมาณน้ำมีมากกว่าปี 2553 จำนวน 300 ล้านลูกบาศก์เมตร และเป็นปริมาณน้ำที่สามารถนำมาใช้การได้จำนวนทั้งสิ้น 14,520 ล้านลูกบาศก์เมตร

สำหรับสถานการณ์น้ำในเขื่อนหลักๆ ที่ต้องส่งน้ำไปสนับสนุนการใช้น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีดังนี้ เขื่อนภูมิพล จ.ตาก มีปริมาณน้ำ 6,055 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 45 ของความจุอ่างฯ เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีปริมาณน้ำ 4,851 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 51 ของความจุอ่างฯ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก มีปริมาณน้ำ 261 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 34 ของความจุอ่างฯ และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี  มีปริมาณน้ำ 333 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 35 ของความจุอ่างฯ

เฉพาะในส่วนของพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่ท้ายเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ลงมารวม 23 จังหวัด ได้กำหนดแผนการใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำต่างๆ เพื่อสนับสนุนการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้งปี 2553/2554 ดังที่กล่าวมาข้างต้น ตามมาตรการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน และชดเชยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เป็นปริมาณน้ำรวมทั้งสิ้น 8,500 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งนำมาจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ รวมกันจำนวน 6,800 ล้านลูกบาศก์เมตร จากเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จำนวน 600 ล้านลูกบาศก์เมตร และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ อีกจำนวน 600  ล้านลูกบาศก์เมตร รวมไปถึงการผันน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลองอีกประมาณ 500 ล้านลูกบาศก์เมตรนั้น ผลการจัดสรรน้ำเพื่อสนับสนุนการใช้น้ำในเขตพื้นที่ชลประทานของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ล่าสุด (18 เม.ย.) มีการนำน้ำไปใช้แล้ว 8,094 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 95 ของแผนการจัดสรรน้ำในช่วงฤดูแล้ง ส่วนผลการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งในเขตพื้นที่ชลประทานลุ่มน้ำเจ้าพระยา ล่าสุด (8 เม.ย.54) พบว่ามีการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งไปแล้วกว่า 6.46 ล้านไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 123 ของแผนทั้งหมด (แผนกำหนดไว้ 5.26 ล้านไร่) แยกเป็นพื้นที่ทำนาปรัง 6.39 ล้านไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 122 ของแผน (แผนกำหนดไว้ 5.21 ล้านไร่) และพืชไร่-พืชผัก 0.07 ล้านไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 140 ของแผน (แผนกำหนดไว้ 0.05 ล้านไร่)

ทั้งนี้้ เกษตรกรในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้ให้ความร่วมมือในการงดปลูกข้าวนาปรังรอบที่ 2 ดังจะเห็นได้ว่า พื้นที่เพาะปลูกข้าวนาปรังรอบที่ 2 อยู่ในอัตราที่ค่อนข้างน้อยหากเทียบกับปีก่อนๆ ที่ผ่านมา ส่งผลให้แผนการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้งของปีนี้ มีแนวโน้มเป็นไปตามแผนที่ได้วางไว้ ซึ่งจะทำให้มีปริมาณน้ำสำรองอย่างเพียงพอ สำหรับทำนาปีในช่วงต้นฤดูฝนของปีนี้

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 19 เมษายน 2554, 09:00 น.
 

ปฏิรูปที่ดิน…กรมชลประทาน มกราคม 25, 2011

1 กันยายน 2553, 05:00 น.

ผ่านทางปฏิรูปที่ดิน…กรมชลประทาน – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

คาบเวลานี้…หน่วยงาน ในสังกัด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่รับบทหนัก ไม่น่าจะมีกรมไหนเกิน ชลประทาน เพราะ ต้องรับผิดชอบทรัพยากรน้ำ ตั้งแต่หยดจากฟ้าบ่าไหลจากที่สูงจนถึงแหล่งกักเก็บ ถ้าท่วมกรมชลฯก็โดนตำหนิ ถึงช่วงหน้าแล้งก็ต้องรับผิดชอบในการกระจายแบ่งปันน้ำให้กับเกษตรกรหากมีไม่เพียงพอ ต้นพืชเหี่ยวเฉาตายก็ถูกติเตียน

ว่าไปแล้วคือ…โดนทั้งขึ้นทั้งล่อง…!!

อย่างไรก็ดี…ภาวะฝนทั่วประเทศที่โหมหนักในยามนี้ คุณชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน ได้สั่งการให้ ทุกหน่วยงานในสังกัดเตรียมพร้อมในด้านเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรกล เครื่องสูบน้ำ เพื่อดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที

และ…นอกจากจะรับผิดชอบเรื่องน้ำแล้ว เมื่อเร็วๆนี้ กรมชลประทานได้รับโอนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม จากสำนักงานปลัดกระทรวงฯ มาจัดการ….โดยเหตุผลว่าจะได้ เติมเต็มการบริหารจัดการน้ำอย่างครบวงจร

การบริหารจัดการพื้นที่ของกรมชลประทาน ได้แบ่งเป็น 3 โซน คือ ต้นน้ำ ได้แก่ การก่อสร้างเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ กลางน้ำ ได้แก่ เส้นทางและพื้นที่ของการลำเลียงน้ำ กับ ปลายน้ำ ด้วยการจัด ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ซึ่งจะ มีทั้งคูส่งน้ำ คูระบายน้ำ รวมทั้งถนนหนทาง

การจัดปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม กรมชลประทาน…จะ คล้ายกับการจัดสรรที่ดินโดยทั่วๆไป แต่จะแบ่งพื้นที่เป็นสี่เหลี่ยมอย่างสวยงามซึ่ง เกษตรกรจะได้รับเอกสารสิทธิเป็นโฉนดที่ดินทุกแปลง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

…มีการจัดระบบบริการน้ำที่ดี พร้อมทั้งสร้างถนนเพื่อให้เครื่องจักรกลการเกษตร  การขนส่ง ปัจจัยการผลิต  และผลิตผลการเกษตรสะดวกทุกแปลง  เพื่อให้ การบริหารจัดการน้ำมีประสิทธิภาพ…

ผิดกับ ที่ดินไม่ได้จัดปฏิรูป ซึ่งลักษณะพื้นที่เป็นอย่างไรก็เดิมๆ มีถนนเข้าเพียงด้านหน้า การบริการในการขนส่งอาจลำบาก ระบบการส่งน้ำใครอยู่ใกล้คลองก็ได้น้ำมาก ใครอยู่ไกลก็ลดน้อยลงตามลำดับ…ซึ่ง จะไม่ได้รับความสะดวกเทียมเท่ากับที่ดินปฏิรูป

การปฏิรูปที่ดินกรมชลประทาน ผิดแผกรูปแบบกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมของ ส.ป.ก. คือ กรมชลประทานจะเข้าไปปฏิรูปที่ดินอันเป็นพื้นที่ของราษฎรที่มีกรรมสิทธิ์อยู่แล้ว โดยเข้าไปลงทุนจัดการให้ ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบและยินยอมของเจ้าของพื้นที่

การดำเนินการ…จะทำการจัดรูปที่ดินใหม่ พร้อมปรับระดับดิน และก่อสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน คูส่งน้ำ คูระบายน้ำ เพื่อให้พื้นที่นั้นๆได้รับความสะดวกมากขึ้น เป็นการเติมเต็มในสิ่งอำนวยความสะดวก…อันเป็นปัจจัยร่วมในการช่วยลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มผลผลิตให้กับเกษตรกร

ในขณะเดียวกัน…การปฏิรูปที่ดินของ  ส.ป.ก.ซึ่งที่ดินเป็นของรัฐ

แล้วนำมาจัดสรรให้กับเกษตรกรผู้ยากจน และ อยากจน โดยไม่จำเป็นต้องมีแหล่งน้ำต้นทุน ไม่มีโครงสร้างพื้นฐานในแปลง (ถนน ระบบส่งน้ำ)…เอกสารสิทธิ ส.ป.ก.ซื้อขายไม่ได้ ยกเว้นสืบทอดเป็นมรดก (แต่ก็มีการแอบๆเซ็งลี้เช่นกัน)…!!!

ดอกสะแบง

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ดอกสะแบง
  • 1 กันยายน 2553, 05:00 น.

 

 

เกษตรรุก โครงการแผนใหม่ ปีหน้าขานรับแล้ว สี่หมื่นราย ธันวาคม 29, 2010

2 ธันวาคม 2553, 05:00 น.

ผ่านทางเกษตรรุก โครงการแผนใหม่ ปีหน้าขานรับแล้ว สี่หมื่นราย – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_131021

 

นายเฉลิมพร พิรุณสาร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตามที่ ครม.มีมติเห็นชอบโครงการจัดระบบการปลูกข้าว   เพื่อแก้ไขปัญหาในระยะยาวเกี่ยวกับวิกฤติน้ำ การระบาดของศัตรูข้าว วัชพืช ระบบนิเวศน์ รวมทั้ง ความอุดมสมบูรณ์ของดินที่เสื่อมโทรมลง เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว จึงได้จัดโครงการจัดระบบการปลูกข้าวขึ้น ซึ่งจากการสำรวจข้อมูลความ ต้องการเข้าร่วมโครงการของเกษตรกร โดยกรมชลประทาน พบว่า ในฤดูการเพาะปลูกในปี 2554 มีเกษตรกรสมัครใจแสดงความจำนงเข้าร่วมโครงการ จำนวน 42,939 ราย พื้นที่รวม 1,215,011 ไร่ โดยเกษตรกรจำนวน 24,234 ราย มีความ ต้องการปลูกพืชหลังนา/พืชปุ๋ยสด รวม 444,981 ไร่ อย่างไรก็ดี เพื่อให้การดำเนินโครงการจัดระบบการปลูกข้าวสามารถดำเนินการได้อย่างตรงพื้นที่ เป้าหมายและถึงตัวเกษตรกรได้อย่างแท้จริง

โดยกระทรวงเกษตรฯได้มอบหมายให้ กรมชลประทานระบุพื้นที่เป้าหมายทั้งในระดับ จังหวัด อำเภอ และตำบลให้ชัดเจน เพื่อเป็นข้อมูลให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร และกรมพัฒนา ที่ดิน เข้าไปดำเนินการจัดทำแผนงานและกิจกรรมต่างๆ   ทั้งการประชุมชี้แจงโครงการ  จัดเวทีชุมชน  จัดอบรมเกษตรกร การสนับสนุนเมล็ดพันธุ์พืชหลังนา พืชปุ๋ยสด และปัจจัยการผลิต

อย่างไรก็ตาม   หลังได้ข้อสรุปพื้นที่ เป้าหมาย และหน่วยงานต่างๆ กำหนดแผนงานกิจกรรมต่างๆ ชัดเจนแล้วเสร็จ จะให้เกษตรกรปลูกข้าวนาปรังก่อน หลังจากเก็บเกี่ยวข้าวนา ปรัง จึงส่งเสริมการปลูกพืชหลังนาและพืชปุ๋ยสด เช่น ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วลิสง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าวโพดหวาน และข้าวโพดฝักอ่อน เพื่อเป็นการเพิ่มปุ๋ยให้กับดินในพื้นที่นาข้าวของเกษตรกรต่อไป นายเฉลิมพรกล่าว.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์
  • 2 ธันวาคม 2553, 05:00 น.