ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

กรมชลฯจัดรูปที่ดินเขตภาคกลาง สร้างระบบน้ำต้นทุนหนุนชาวไร่อ้อย

14 กรกฎาคม 2554, 05:30 น.

กรมชลฯจัดรูปที่ดินเขตภาคกลาง สร้างระบบน้ำต้นทุนหนุนชาวไร่อ้อย.

Pic_186031

นายจรัญ ภูขาว ผู้อำนวยการสำนักจัดรูปที่ดินกลาง กรมชลประทาน เปิดเผยว่า กลุ่มน้ำตาลวังขนายได้ให้ความสนใจเรื่องการจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม โดยหารือกับสำนักงานจัดรูปที่ดินกลางเพื่อศึกษาลู่ทางการจัดรูปที่ดินของเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่เป็นเครือข่ายลูกไร่ผลิตอ้อยป้อนโรงงานน้ำตาลจำนวนนับแสนไร่ในพื้นที่จังหวัดภาคกลาง โดยทางประธานกลุ่มวังขนายสนใจให้เข้าไปดำเนินการจัดรูปที่ดินให้โดยเฉพาะเรื่องแหล่งน้ำต้นทุนที่สามารถเข้าถึงแปลงเกษตรได้ทุกแปลง ซึ่งนอกจากช่วยเพิ่มผลผลิตอ้อยได้มากขึ้นแล้ว ยังเท่ากับเป็นการลดต้นทุนการผลิตไปในตัว

“กลุ่มวังขนายสนใจการจัดรูปที่ดิน เพราะเข้าใจดีถึงข้อดีของการจัดรูปที่ดิน แต่ยังไม่ทราบรายละเอียด ขั้นตอนวิธีการจัดรูปที่ดิน ซึ่งต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี เนื่องจากสำนักงานจัดรูปที่ดินกลางไม่สามารถดำเนินการได้โดยลำพัง หากยังต้องอาศัยหน่วยงานอื่นอย่างกรมที่ดินในการสำรวจรังวัดที่ดิน ตลอดจนการออกโฉนดแปลงที่ดินใหม่หลังการจัดรูปที่ดินแล้ว ที่สำคัญเราเองก็ต้องสำรวจศึกษาความเหมาะสมของพื้นที่โครงการ โดยเฉพาะแหล่งน้ำต้นทุนที่จะสนับสนุนเข้าสู่แปลงย่อยของเกษตรกรว่ามีมากน้อยแค่ไหน ยังต้องมีรายละเอียดอีกเยอะ” นายจรัญกล่าว

ด้านนายอารีย์ ซุนฟ้ง ประธานกลุ่มวังขนาย เปิดเผยว่า กลุ่มวังขนายเป็นผู้ผลิตและส่งออกน้ำตาลรายใหญ่ของประเทศไทย มีโรงงานในประ-เทศไทย 4  แห่ง ที่ จ.สุพรรณบุรี จ.ลพบุรี จ.นครราชสีมา และ จ.มหาสารคามส่วนโรงงานน้ำตาลขนาดเล็กมีอยู่ 2 แห่ง ในประเทศลาว โดยมีกำลังการหีบอ้อยประมาณ 100,000 ตันอ้อยต่อวัน นอกจากใช้เทคโนโลยีกำหนดพิกัดด้วยดาวเทียม (จีพีเอส)และระบบภูมิสารสนเทศ(จีไอเอส) ในการจัดการการปลูกอ้อยเพื่อพัฒนาและปรับปรุงให้ได้ผลผลิตอย่างเต็มที่และเป็นระบบ ยังเข้าไปพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ปลูกอ้อยในเขต อ.แก้ง-สนามนาง รอยต่อ 3 จังหวัด ได้แก่ จ.ชัยภูมิ จ.ขอนแก่น และ จ.นครราชสีมาโดยร่วมกับส่วนราชการและเกษตรกรในการเพิ่มผลผลิตการเกษตรต่างๆ.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์
  • 14 กรกฎาคม 2554, 05:30 น.

กรกฎาคม 16, 2011 Posted by | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , , , , | ใส่ความเห็น

ติดตั้งโทรมาตรเตือนภัย ใน12 จว.ลุ่มน้ำชีกับมูล

30 มิถุนายน 2554, 05:00 น.

ติดตั้งโทรมาตรเตือนภัย ใน12 จว.ลุ่มน้ำชีกับมูล.

Pic_182707

นายวีระ วงศ์แสงนาค รองอธิบดีกรมชลประทาน เผยว่า ลุ่มน้ำชีและลุ่มน้ำมูลยังไม่มีระบบเตือนภัยใดๆเลย เมื่อเกิดอุทกภัยจึงไม่สามารถเตือนภัยให้กับประชาชนรับสถานการณ์ได้ทัน สร้างความเสียหายค่อนข้างรุนแรง…

นายวีระ วงศ์แสงนาค รองอธิบดีกรมชลประทาน เผยว่า ลุ่มน้ำชีและลุ่มน้ำมูลยังไม่มีระบบเตือนภัยใดๆเลย เมื่อเกิดอุทกภัยจึงไม่สามารถเตือนภัยให้กับประชาชนรับสถานการณ์ได้ทัน สร้างความเสียหายค่อนข้างรุนแรง อย่างเช่นกรณีน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2553 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ได้เตรียมติดตั้งระบบโทรมาตรในลุ่มน้ำทั้ง 2 แห่ง โดยลุ่มน้ำชีกำหนดจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ในปี 2555 และลุ่มน้ำมูลจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ในปี 2556 อย่างไรก็ตาม ขณะนี้การติดตั้งระบบมาตรในลุ่มน้ำสาขาของทั้งลุ่มน้ำชีและลุ่มน้ำมูลบางส่วนที่อยู่ช่วงตอนบนของลุ่มน้ำได้เสร็จเรียบร้อยแล้ว จะนำมาทดลองใช้ในการพยากรณ์สถานการณ์ในช่วงฤดูฝนปีนี้ ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเสียหายจากภาวะน้ำท่วมได้ในระดับหนึ่ง

สำหรับลุ่มน้ำชี มีพื้นที่ลุ่มน้ำรวมทั้งสิ้น 49,476 ตร.กม. โดยมีพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขต 12 จังหวัด ได้แก่ ชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร  อุบลราชธานี  นครราชสีมา  เลย  หนองบัวลำภู  อุดรธานี  และศรีสะเกษ ในส่วนลุ่มน้ำมูล มีพื้นที่ลุ่มน้ำรวมทั้งสิ้น 69,701 ตร.กม. ครอบคลุม 9 จังหวัดได้แก่ บุรีรัมย์ สุรินทร์ อุบลราชธานี นครราชสีมา มหาสารคาม ยโสธร ขอนแก่น ร้อยเอ็ด และศรีสะเกษ สำหรับลุ่มน้ำสาขาที่สำคัญๆ ได้แก่ ลุ่มน้ำลำสะแทด ลำสา ลำชี ลำพระเพลิง ลำพลับพลา ลำพังชู ลำจักราช ลำตะคอง ลำปลายมาศ ลำปะเทีย ลำนางรอง ลำน้ำมูลส่วนที่ 2 ลำน้ำมูลส่วนที่ 3 ลำน้ำมูลตอนล่างลำน้ำมูลตอนบน ลำแซะ ลำโดมน้อย ลำโดมใหญ่ ลำเสียวทับ ลำเสียวน้อย ลำเชิงไกร ลำเตา ลำเซบาย ห้วยสำราญ ห้วยทับทัน ห้วยทา ห้วยขะยุง ห้วยตาคง ห้วยตุงลุง ห้วยแอก และลุ่มน้ำห้วยโพยง เป็นต้น.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเกษตร
  • 30 มิถุนายน 2554, 05:00 น.

มิถุนายน 30, 2011 Posted by | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , | ใส่ความเห็น

กรมชลฯตั้งเครื่องเติมอากาศ-เครื่องสูบน้ำ ช่วยชีวิตสัตว์น้ำในเจ้าพระยา

6 มิถุนายน 2554, 16:47 น.
กรมชลฯตั้งเครื่องเติมอากาศ-เครื่องสูบน้ำ ช่วยชีวิตสัตว์น้ำในเจ้าพระยา – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_176961

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน ระบุ หลังเหตุการณ์เรือบรรทุกน้ำตาล ขนาด 2,400 ตัน ล่มในแม่น้ำเจ้าพระยา ได้จัดส่งเครื่องเติมอากาศ RX-5C ที่ได้รับจากมูลนิธิชัยพัฒนา 12 เครื่อง และเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ขนาด 8 นิ้ว ช่วยสัตว์น้ำแล้ว…

เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน เปิดเผยว่า ตามที่เกิดเหตุการณ์เรือบรรทุกน้ำตาล ขนาด 2,400 ตัน ล่มในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณวัดท่าการ้อง ต.ภูเขาทอง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้คุณภาพน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ตั้งแต่จ.ปุทมธานี ลงมา เน่าเสีย ทำให้ปลาและสัตว์น้ำหลายชนิดตายเป็นจำนวนมากนั้น กรมชลประทาน โดยสำนักชลประทานที่ 11 ได้ติดตั้งเครื่องเติมอากาศ RX-5C ที่ได้รับจากมูลนิธิชัยพัฒนา 12 เครื่อง โดยนำไปติดตั้งตามพื้นที่เสี่ยงต่อสัตว์น้ำบริเวณหน้าวัดต่างๆ ในเขตจ.นนทบุรี 5 แห่งๆ ละ 2 เครื่อง ประกอบด้วย วัดโพธิ์ทองบน วัดช่องลม วัดบางพัง วัดกลางเกร็ด และวัดเชิงเลน

นอกจากนี้ ยังได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ขนาด 8 นิ้ว เพื่อสูบพ่นเติมอากาศให้กับสัตว์น้ำบริเวณหน้าวัดต่างๆ ได้แก่ วัดใหญ่สว่างอารมณ์ 1 เครื่อง วัดเฉลิมพระเกียรติ 2 เครื่อง วัดท่าอิฐ 1 เครื่อง วัดปรมัยยิกาวาส  1 เครื่อง พร้อมกับใช้ประโยชน์จากโครงการประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.สมุทรปราการ ในการเร่งระบายน้ำที่มีคุณภาพต่ำ ให้ไหลออกสู่ทะเลโดยเร็วที่สุดด้วย.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 6 มิถุนายน 2554, 16:47 น.

มิถุนายน 10, 2011 Posted by | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , , , | ใส่ความเห็น

พัฒนา​อ่าง​ห้วย​โ​พง​พระดำริ เพิ่ม​พื้นที่​เกษตร 22,000 ไร่

19 พฤษภาคม 2554, 05:15 น.
พัฒนา​อ่าง​ห้วย​โ​พง​พระดำริ เพิ่ม​พื้นที่​เกษตร 22,000 ไร่ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_172407

นาย​ชลิต ดำรง​ศักดิ์ อธิบดี​กรมชลประทาน เผย​ว่า กรมชลประทาน​มี​แผนที่​จะ​ดำเนิน​การ​ก่อสร้าง​อ่างเก็บน้ำ​ห้วย​โ​พง (ตอน​บน) อัน​เนื่อง​มา​จาก​พระราชดำริ พร้อม​ระบบ​ส่ง​น้ำ​ใน​พื้นที่ตำบล​ศรี​แก้ว อำเภอ​เ​ลิง​นก​ทา จังหวัด​ยโสธร เพื่อ​แก้​ปัญหา​การ​ขาดแคลน​น้ำ​สำหรับ​ทำ​การ​เกษตร​และ​การ​อุปโภค​บริโภค ​ตลอด​จน​การ​ใช้​น้ำ​ทุก​กิจกรรม​ใน​พื้นที่ โดย​เป็น​อ่างเก็บน้ำ​ขนาด​กลาง มี​ความ​จุ​ใน​ระดับ​เก็บ​กัก 12.40 ล้าน​ลูกบาศก์​เมตร

ทั้งนี้​ อ่างเก็บน้ำ​ห้วย​โ​พง (ตอน​บน) ดัง​กล่าว เป็น​อ่างเก็บน้ำ 1 ใน 4 แห่ง ที่​ได้​รับ​อนุมัติ​งบประมาณ​จาก​คณะ​รัฐมนตรี​เมื่อ​ปี 2547 ให้​ดำเนิน​การ​ก่อสร้าง​เพื่อ​แก้​ปัญหา​การ​ขาดแคลน​น้ำ​ใน​จังหวัด​ยโสธร สำหรับ​ความ​คืบ​หน้า​ของ​โครงการ​อ่างเก็บน้ำ​ห้วย​โ​พง​ได้​ดำเนิน​การ​ออก​แบบ​เสร็จ​เรียบร้อย​แล้ว อยู่​ระหว่าง​รอก​รม​ป่า​ไม้​อนุมัติ​ให้​ใช้​พื้นที่​ป่า​สงวน​ หลังจาก​ที่​สำนักงาน​นโยบาย​และ​แผน​ทรัพยากร​ธรรมชาติ​และ​สิ่งแวดล้อม​ได้​ให้​ความ​เห็น​ชอบ​รายงาน​การ​วิเคราะห์​ผล​กระทบ​สิ่งแวดล้อม​แล้ว เนื่องจาก​พื้นที่​ของ​โครงการ​ส่วน​หนึ่ง​ประมาณ 400 ไร่​ อยู่​ใน​พื้นที่​ป่า​สงวน​แห่งชาติ​ป่าดง​ปอ​และ​ป่าดง​บัง และ​อีก​ส่วน​ประมาณ 2,220 ไร่​ จะ​อยู่​ใน​พื้นที่ สปก.​ที่​ได้​รับ​อนุญาต​จาก​สำนักงาน​การปฏิรูป​ที่ดิน​เพื่อ​เกษตรกรรม (สปก.) ให้​ใช้​พื้นที่​ได้​แล้ว.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์
  • 19 พฤษภาคม 2554, 05:15 น.

พฤษภาคม 23, 2011 Posted by | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , , , , | ใส่ความเห็น

กรมชลฯระบุ ปี54น้ำพอใช้ทำนาปี หลังงดทำนาปรังรอบ2

19 เมษายน 2554, 09:00 น.
กรมชลฯระบุ ปี54น้ำพอใช้ทำนาปี หลังงดทำนาปรังรอบ2 – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_165035

กรมชลประทาน ระบุ ปริมาณน้ำในเขื่อนปี 54 มีมากกว่าปี 53 และเกษตรกรงดปลูกข้าวนาปรังรอบ 2 ทำให้แผนการใช้น้ำช่วงฤดูแล้งปีนี้เป็นไปตามเป้า มีน้ำสำรองพอทำนาปีช่วงต้นฤดูฝนปี 54…

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั้งประเทศ ล่าสุด (18 เม.ย.54) มีปริมาณน้ำรวมกัน จำนวน 38,001 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 55 ของความจุอ่างฯขนาดใหญ่รวมกันทั้งหมด โดยปริมาณน้ำมีมากกว่าปี 2553 จำนวน 300 ล้านลูกบาศก์เมตร และเป็นปริมาณน้ำที่สามารถนำมาใช้การได้จำนวนทั้งสิ้น 14,520 ล้านลูกบาศก์เมตร

สำหรับสถานการณ์น้ำในเขื่อนหลักๆ ที่ต้องส่งน้ำไปสนับสนุนการใช้น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีดังนี้ เขื่อนภูมิพล จ.ตาก มีปริมาณน้ำ 6,055 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 45 ของความจุอ่างฯ เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีปริมาณน้ำ 4,851 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 51 ของความจุอ่างฯ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก มีปริมาณน้ำ 261 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 34 ของความจุอ่างฯ และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี  มีปริมาณน้ำ 333 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 35 ของความจุอ่างฯ

เฉพาะในส่วนของพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่ท้ายเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ลงมารวม 23 จังหวัด ได้กำหนดแผนการใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำต่างๆ เพื่อสนับสนุนการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้งปี 2553/2554 ดังที่กล่าวมาข้างต้น ตามมาตรการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน และชดเชยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เป็นปริมาณน้ำรวมทั้งสิ้น 8,500 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งนำมาจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ รวมกันจำนวน 6,800 ล้านลูกบาศก์เมตร จากเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จำนวน 600 ล้านลูกบาศก์เมตร และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ อีกจำนวน 600  ล้านลูกบาศก์เมตร รวมไปถึงการผันน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลองอีกประมาณ 500 ล้านลูกบาศก์เมตรนั้น ผลการจัดสรรน้ำเพื่อสนับสนุนการใช้น้ำในเขตพื้นที่ชลประทานของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ล่าสุด (18 เม.ย.) มีการนำน้ำไปใช้แล้ว 8,094 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 95 ของแผนการจัดสรรน้ำในช่วงฤดูแล้ง ส่วนผลการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งในเขตพื้นที่ชลประทานลุ่มน้ำเจ้าพระยา ล่าสุด (8 เม.ย.54) พบว่ามีการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งไปแล้วกว่า 6.46 ล้านไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 123 ของแผนทั้งหมด (แผนกำหนดไว้ 5.26 ล้านไร่) แยกเป็นพื้นที่ทำนาปรัง 6.39 ล้านไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 122 ของแผน (แผนกำหนดไว้ 5.21 ล้านไร่) และพืชไร่-พืชผัก 0.07 ล้านไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 140 ของแผน (แผนกำหนดไว้ 0.05 ล้านไร่)

ทั้งนี้้ เกษตรกรในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้ให้ความร่วมมือในการงดปลูกข้าวนาปรังรอบที่ 2 ดังจะเห็นได้ว่า พื้นที่เพาะปลูกข้าวนาปรังรอบที่ 2 อยู่ในอัตราที่ค่อนข้างน้อยหากเทียบกับปีก่อนๆ ที่ผ่านมา ส่งผลให้แผนการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้งของปีนี้ มีแนวโน้มเป็นไปตามแผนที่ได้วางไว้ ซึ่งจะทำให้มีปริมาณน้ำสำรองอย่างเพียงพอ สำหรับทำนาปีในช่วงต้นฤดูฝนของปีนี้

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 19 เมษายน 2554, 09:00 น.

พฤษภาคม 23, 2011 Posted by | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , , | ใส่ความเห็น

ปฏิรูปที่ดิน…กรมชลประทาน

1 กันยายน 2553, 05:00 น.

ผ่านทางปฏิรูปที่ดิน…กรมชลประทาน – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

คาบเวลานี้…หน่วยงาน ในสังกัด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่รับบทหนัก ไม่น่าจะมีกรมไหนเกิน ชลประทาน เพราะ ต้องรับผิดชอบทรัพยากรน้ำ ตั้งแต่หยดจากฟ้าบ่าไหลจากที่สูงจนถึงแหล่งกักเก็บ ถ้าท่วมกรมชลฯก็โดนตำหนิ ถึงช่วงหน้าแล้งก็ต้องรับผิดชอบในการกระจายแบ่งปันน้ำให้กับเกษตรกรหากมีไม่เพียงพอ ต้นพืชเหี่ยวเฉาตายก็ถูกติเตียน

ว่าไปแล้วคือ…โดนทั้งขึ้นทั้งล่อง…!!

อย่างไรก็ดี…ภาวะฝนทั่วประเทศที่โหมหนักในยามนี้ คุณชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน ได้สั่งการให้ ทุกหน่วยงานในสังกัดเตรียมพร้อมในด้านเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรกล เครื่องสูบน้ำ เพื่อดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที

และ…นอกจากจะรับผิดชอบเรื่องน้ำแล้ว เมื่อเร็วๆนี้ กรมชลประทานได้รับโอนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม จากสำนักงานปลัดกระทรวงฯ มาจัดการ….โดยเหตุผลว่าจะได้ เติมเต็มการบริหารจัดการน้ำอย่างครบวงจร

การบริหารจัดการพื้นที่ของกรมชลประทาน ได้แบ่งเป็น 3 โซน คือ ต้นน้ำ ได้แก่ การก่อสร้างเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ กลางน้ำ ได้แก่ เส้นทางและพื้นที่ของการลำเลียงน้ำ กับ ปลายน้ำ ด้วยการจัด ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ซึ่งจะ มีทั้งคูส่งน้ำ คูระบายน้ำ รวมทั้งถนนหนทาง

การจัดปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม กรมชลประทาน…จะ คล้ายกับการจัดสรรที่ดินโดยทั่วๆไป แต่จะแบ่งพื้นที่เป็นสี่เหลี่ยมอย่างสวยงามซึ่ง เกษตรกรจะได้รับเอกสารสิทธิเป็นโฉนดที่ดินทุกแปลง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

…มีการจัดระบบบริการน้ำที่ดี พร้อมทั้งสร้างถนนเพื่อให้เครื่องจักรกลการเกษตร  การขนส่ง ปัจจัยการผลิต  และผลิตผลการเกษตรสะดวกทุกแปลง  เพื่อให้ การบริหารจัดการน้ำมีประสิทธิภาพ…

ผิดกับ ที่ดินไม่ได้จัดปฏิรูป ซึ่งลักษณะพื้นที่เป็นอย่างไรก็เดิมๆ มีถนนเข้าเพียงด้านหน้า การบริการในการขนส่งอาจลำบาก ระบบการส่งน้ำใครอยู่ใกล้คลองก็ได้น้ำมาก ใครอยู่ไกลก็ลดน้อยลงตามลำดับ…ซึ่ง จะไม่ได้รับความสะดวกเทียมเท่ากับที่ดินปฏิรูป

การปฏิรูปที่ดินกรมชลประทาน ผิดแผกรูปแบบกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมของ ส.ป.ก. คือ กรมชลประทานจะเข้าไปปฏิรูปที่ดินอันเป็นพื้นที่ของราษฎรที่มีกรรมสิทธิ์อยู่แล้ว โดยเข้าไปลงทุนจัดการให้ ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบและยินยอมของเจ้าของพื้นที่

การดำเนินการ…จะทำการจัดรูปที่ดินใหม่ พร้อมปรับระดับดิน และก่อสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน คูส่งน้ำ คูระบายน้ำ เพื่อให้พื้นที่นั้นๆได้รับความสะดวกมากขึ้น เป็นการเติมเต็มในสิ่งอำนวยความสะดวก…อันเป็นปัจจัยร่วมในการช่วยลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มผลผลิตให้กับเกษตรกร

ในขณะเดียวกัน…การปฏิรูปที่ดินของ  ส.ป.ก.ซึ่งที่ดินเป็นของรัฐ

แล้วนำมาจัดสรรให้กับเกษตรกรผู้ยากจน และ อยากจน โดยไม่จำเป็นต้องมีแหล่งน้ำต้นทุน ไม่มีโครงสร้างพื้นฐานในแปลง (ถนน ระบบส่งน้ำ)…เอกสารสิทธิ ส.ป.ก.ซื้อขายไม่ได้ ยกเว้นสืบทอดเป็นมรดก (แต่ก็มีการแอบๆเซ็งลี้เช่นกัน)…!!!

ดอกสะแบง

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ดอกสะแบง
  • 1 กันยายน 2553, 05:00 น.

 

มกราคม 25, 2011 Posted by | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , | ใส่ความเห็น

เกษตรรุก โครงการแผนใหม่ ปีหน้าขานรับแล้ว สี่หมื่นราย

2 ธันวาคม 2553, 05:00 น.

ผ่านทางเกษตรรุก โครงการแผนใหม่ ปีหน้าขานรับแล้ว สี่หมื่นราย – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_131021

 

นายเฉลิมพร พิรุณสาร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตามที่ ครม.มีมติเห็นชอบโครงการจัดระบบการปลูกข้าว   เพื่อแก้ไขปัญหาในระยะยาวเกี่ยวกับวิกฤติน้ำ การระบาดของศัตรูข้าว วัชพืช ระบบนิเวศน์ รวมทั้ง ความอุดมสมบูรณ์ของดินที่เสื่อมโทรมลง เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว จึงได้จัดโครงการจัดระบบการปลูกข้าวขึ้น ซึ่งจากการสำรวจข้อมูลความ ต้องการเข้าร่วมโครงการของเกษตรกร โดยกรมชลประทาน พบว่า ในฤดูการเพาะปลูกในปี 2554 มีเกษตรกรสมัครใจแสดงความจำนงเข้าร่วมโครงการ จำนวน 42,939 ราย พื้นที่รวม 1,215,011 ไร่ โดยเกษตรกรจำนวน 24,234 ราย มีความ ต้องการปลูกพืชหลังนา/พืชปุ๋ยสด รวม 444,981 ไร่ อย่างไรก็ดี เพื่อให้การดำเนินโครงการจัดระบบการปลูกข้าวสามารถดำเนินการได้อย่างตรงพื้นที่ เป้าหมายและถึงตัวเกษตรกรได้อย่างแท้จริง

โดยกระทรวงเกษตรฯได้มอบหมายให้ กรมชลประทานระบุพื้นที่เป้าหมายทั้งในระดับ จังหวัด อำเภอ และตำบลให้ชัดเจน เพื่อเป็นข้อมูลให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร และกรมพัฒนา ที่ดิน เข้าไปดำเนินการจัดทำแผนงานและกิจกรรมต่างๆ   ทั้งการประชุมชี้แจงโครงการ  จัดเวทีชุมชน  จัดอบรมเกษตรกร การสนับสนุนเมล็ดพันธุ์พืชหลังนา พืชปุ๋ยสด และปัจจัยการผลิต

อย่างไรก็ตาม   หลังได้ข้อสรุปพื้นที่ เป้าหมาย และหน่วยงานต่างๆ กำหนดแผนงานกิจกรรมต่างๆ ชัดเจนแล้วเสร็จ จะให้เกษตรกรปลูกข้าวนาปรังก่อน หลังจากเก็บเกี่ยวข้าวนา ปรัง จึงส่งเสริมการปลูกพืชหลังนาและพืชปุ๋ยสด เช่น ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วลิสง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าวโพดหวาน และข้าวโพดฝักอ่อน เพื่อเป็นการเพิ่มปุ๋ยให้กับดินในพื้นที่นาข้าวของเกษตรกรต่อไป นายเฉลิมพรกล่าว.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์
  • 2 ธันวาคม 2553, 05:00 น.

 

ธันวาคม 29, 2010 Posted by | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , | ใส่ความเห็น

มะลิ106..ข้าวพันธุ์ใหม่ เน้นหอม-ทานโรค..ผลผลิตสูง

15 พฤศจิกายน 2553, 05:00 น.

ผ่านทางมะลิ106..ข้าวพันธุ์ใหม่ เน้นหอม-ทานโรค..ผลผลิตสูง – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_126947

 

การทดลองหาสารหอมของข้าว ในห้องแล็บ.

ปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ กรมชลประทาน …ออกมาการันตีแล้วว่า น้ำท่วมขังในพื้นที่ราบลุ่มจะลดลงจนกระทั่งเกษตรกรสามารถ ลงมือปลูกข้าวเพื่อเลี้ยงชีพได้แล้ว…

สำหรับ การเตรียมพันธุ์ข้าวปลูก…ก็เป็นสิ่งสำคัญ ยิ่ง ควรที่จะต้องหาข้าวสายพันธุ์ที่ดี ทั้งต้านทานโรคแมลง, ให้ผลผลิตสูง และสามารถขายได้ราคาดี…ขณะนี้มีข้าวพันธุ์ใหม่ชื่อว่า…หอมมะลิ 106 และ อีกหลายสายพันธุ์ ออกมาสู่ตลาด เพื่อเป็นอีกหนทางหนึ่งในการช่วยเหลือเกษตรกร…

ดร.อภิชาติ วรรณวิจิตรดร.อภิชาติ วรรณวิจิตร

 

…โดยทาง ดร.อภิชาติ วรรณวิจิตร อาจารย์ประจำศูนย์พันธุกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพทางการเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม พร้อมคณะนักวิจัย ได้สร้างผลงาน “การพัฒนาเทคโนโลยีการเพิ่มกลิ่นหอมมะลิ เพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพในการปรับปรุงพันธุ์ข้าวหอมมะลิและข้าวเหนียว”

ทีมงานวิจัยเริ่มต้นจากการค้นพบ…ยีนควบคุมความหอมของข้าวขาวดอกมะลิ โดยใช้วิธีการ map-pased cloning ซึ่งไม่ใช่ Genetically modified organism (GMOs) จึงทำให้พบกระบวน การที่ทำให้ข้าวมีการสะสมสารประกอบ 2-acetyl-1-pyrroline (2 AP) ซึ่งเป็นสารหอมหลักของข้าวทุกสายพันธุ์ เพื่อนำไปใช้เพิ่ม ระดับความหอมของข้าวในข้าวพันธุ์อื่นๆ โดยใช้วิธี functional marker (Aromarker) ที่สามารถถ่ายทอดลักษณะความหอมของข้าวหอมมะลิไปสู่ข้าวพันธุ์อื่นๆที่มีผลผลิตสูงแต่ไม่มีความหอม จนได้ข้าวพันธุ์ใหม่ๆ เช่น ข้าวหอมชลสิทธิ์, ข้าวปิ่นเกษตร, ข้าวสินเหล็ก ที่ปลูกในนาชลประทาน ผลผลิตมากกว่า 1 ตันต่อไร่…

 

 

ผลการวิจัยยังนำมาสู่ การพัฒนาเทคโนโลยีชั้นสูง ในการปรับปรุงข้าว ได้ สายพันธุ์ใหม่มากถึง 8 สายพันธุ์ อย่างเช่น หอมมะลิ 106 และ ข้าวเหนียวหอม กข.6 ฯลฯ ที่มีลักษณะเด่น ต้านทานโรคแมลง สามารถปลูกได้ ในพื้นที่แล้ง หรือ พื้นที่ดินเค็ม และ ให้ผลผลิตสูง

ดร.อภิชาติ  บอกอีกว่า  นักปรับปรุงพันธุ์ข้าวยังสามารถพัฒนาเทคโนโลยีค้นหาข้าวสายพันธุ์ใหม่ ด้วยการดึงลักษณะเด่นของข้าวแต่ละสายพันธุ์ ในระดับพันธุกรรม หรือ การแสดงออกของยีนที่แตกต่าง หรือ Molecular Maker Snip ซึ่งทำให้การค้นหาข้าวสายพันธุ์ใหม่ทำได้เร็วขึ้น เพียงแค่ช่วง ระยะเวลา 3 ปีเท่านั้น จากเดิมที่ต้องใช้เวลา นานกว่า 10 ปี กว่าจะได้พันธุ์ข้าวใหม่เพียงแค่ 1 สายพันธุ์ อีกทั้งยังต้องใช้เงินลงทุนสูงถึง 10 ล้านบาท

 

 

โดยทีมวิจัยยังได้ร่วมกับ ศูนย์วิจัยข้าวระดับนานาชาติ…ดำเนินการถอดรหัสจีโนมข้าว ช่วยเพิ่มขีดความสามารถด้านการปรับปรุงพันธุ์ โดยไม่ต้องใช้ เทคนิคจีเอ็มโอ…เทคโนโลยีการเพิ่มสารหอมในข้าว ยังนำไปสู่การโคลนยีนความหอม เพื่อไปเพิ่มความหอมในพืชอื่นๆ เช่น ใบเตย ถั่วเหลือง ข้าวโพดหวาน ตลอดจนมองไปถึงยีนความหอม ซึ่งพบใน มะพร้าวน้ำหอม…อีกด้วย

ในการพัฒนาเทคโนโลยีนี้มาอย่างต่อเนื่อง จนย่าง ก้าวเข้าสู่ปีที่ 12 แล้ว…ก็ทำเพื่อเกษตรกรและลูกหลานคนไทยทั้งสิ้น ความสำเร็จที่เกิดจากการทุ่มเทพลังกายและใจ ส่งผลให้ได้รางวัล…นักเทคโนโลยีดีเด่น ประจำปี 2553 จาก มูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์.

ไชยรัตน์ ส้มฉุน

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
  • 15 พฤศจิกายน 2553, 05:00 น.

 

ธันวาคม 1, 2010 Posted by | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , , , , | ใส่ความเห็น

“กรมชลฯ” เผย สถานการณ์น้ำเจ้าพระยายังหนุนสูง ขณะที่น้ำเหนือที่นครสวรรค์ลดลงอย่างต่อเนื่อง

วันที่ 29/10/2010

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ล่าสุด (29 ต.ค.) ว่า มีปริมาณน้ำไหลผ่าน ณ จุดสำคัญๆ ดังนี้ จังหวัดนครสวรรค์ 2,745 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เขื่อนเจ้าพระยา 3,717 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เขื่อนพระรามหก 813 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และที่อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 3,526 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แนวโน้มปริมาณน้ำที่จังหวัดนครสวรรค์ ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงมีปริมาณน้ำจากแม่น้ำสะแกกรัง ไหลลงมาสมทบกับแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ในเกณฑ์มาก

ขณะที่สถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ภาวะน้ำทะเลหนุนสูงเริ่มคลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังน้ำเหนือที่ยังไหลหลากจากทางตอนบน จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ตลอดแนวลำน้ำ แม่น้ำเจ้าพระยาทั้งสองฝั่ง หมั่นตรวจสอบคันกั้นน้ำให้มีความมั่นคงแข็งแรงอยู่ตลอดเวลาด้วย ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน พร้อมทั้ง ขอให้ติดตามรายงานสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยกรมชลประทาน จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะๆ ต่อไป

ตุลาคม 29, 2010 Posted by | เกษตร-สิ่งแวดล้อม, แนวหน้า | , , , , , , , , | ใส่ความเห็น

กรมชลฯ รายงานสถานการณ์น้ำ เจ้าพระยามีปรับตัวสูงขึ้นบริเวณ อ.บางไทร เชื่อฝนตกใน กทม.ไม่กระทบน้ำท่วม

วันที่ 28/10/2010

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ ประสานการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย (คชอ.) ประธานการประชุมศูนย์ดังกล่าว โดยระหว่างการประชุม ผู้แทนกรมชลประทาน รายงานต่อที่ประชุมว่า สถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา วัดเมื่อเวลา 06.00 น. ของวันนี้นั้น ภาพรวมมีการปรับตัวขึ้นเล็กน้อย โดยพื้นที่ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท และพื้นที่ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี มีน้ำท่วม เนื่องจากน้ำในแม่น้ำสะแกกรัง มีจำนวนมาก และมีความเร็ว 1,187 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา นั้น  มีความเร็วของน้ำ 3,405 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งถือว่าระดับน้ำสูงขึ้น

ทั้งนี้ น้ำก้อนสำคัญในแม่น้ำสายหลัก ประกอบด้วย ปิง วัง ยม และ น่าน จะทยอยลดลง และแม้น้ำทะเลจะหนุนอีกครั้งในวันที่ 8 พฤศจิกายน นี้นั้น ก็จะไม่ท่วม ส่วนสถานการณ์น้ำในแม่น้ำมูลนั้น จุดสูงสุดนั้น จะอยู่ที่ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี จนถึงวันที่ 2 พฤศจิกายน ส่วนลุ่มน้ำชี นั้น จุดสูงสุดจะอยู่ที่ อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น และมีส่วนท้ายผ่าน อ.แวงใหญ่ จ.ชัยภูมิ ทั้งนี้ระดับน้ำใน จ.อุบลราชธานี ที่วัดเมื่อวานนี้นั้น มีแนวโน้มจะลดลง และคาดหมายว่า หากสภาวะอากาศไม่มีการเปลี่ยนแปลงนั้น จุดสูงสุดของลุ่มน้ำมูลจะมาถึงจุดสูงสุดของลุ่มน้ำชี ในระยะเวลา 5 วัน โดยมีความเร็วของน้ำ 2,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งในวันนี้ระดับน้ำจะทรงตัว และสูงขึ้น ซึ่งจะสูงสุดในวันที่ 2 – 3 พฤศจิกายนนี้ หลังจากนั้นจะทรงตัวประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนลดลงตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม ผู้แทนกรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า ขณะนี้ฝนในพื้นที่เจ้าพระยาตอนล่าง แต่หากมีฝนตกก็จะไม่เกิน 10 – 20 มิลลิเมตร และจะไม่กระทบกับน้ำท่วม โดยฝนได้เคลื่อนตัวลงทางภาคใต้ ไปตกที่ จ.ชุมพร จ.พังงา จ.สุราษฎร์ธานี และจ.นครศรีธรรมราช โดยมรสุมยังคงแรง ส่งผลให้ฝนตกต่อเนื่อง ส่วนภาคอื่นนั้นฝนลดลงแล้ว

ตุลาคม 29, 2010 Posted by | เกษตร-สิ่งแวดล้อม, แนวหน้า | , , , , , , , , , , | ใส่ความเห็น

อ่างเก็บน้ำคลองโพธิ์ โครงการจัดสรรน้ำแบบบูรณการและยั่งยืน

วันที่ 6/3/2009

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

จากสภาวะปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ อ.แม่เปิน และ อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ นับเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซากมาเป็นระยะเวลาหลายๆ สิบปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้งระหว่างเดือน ม.ค.-พ.ค.ของทุกปี จะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรชาวนาอย่างยิ่ง

กระทั่งเมื่อปี พ.ศ.2520 จ.นครสวรรค์ ได้ทำเรื่องร้องขอให้ กรมชลประทาน เข้ามาดำเนินการช่วยเหลือราษฎรในเขตพื้นที่ดังกล่าว เพราะในช่วงเวลานั้น ฝนได้ทิ้งช่วงเป็นเวลานานกว่าทุกๆ ปี ทำให้ต้นข้าวของชาวนา ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ไม่สามารถทำมาหากินได้ จนต้องอพยพครอบครัวไปหากินยังถิ่นอื่น ซึ่งต่อมาทางกรมชลประทานได้เข้ามาสำรวจพื้นที่ และทำการพิจารณาจนได้ข้อสรุปเห็นควรที่จะให้ดำเนินการก่อสร้างเป็นอ่างเก็บ น้ำขนาดกลาง เนื่องจากในเขตพื้นที่บริเวณ อ.แม่เปิน มีลำน้ำคลองโพธิ์ไหลผ่าน ประกอบกับสภาพภูมิประเทศมีความเหมาะสมที่จะพัฒนาให้เป็นแหล่งเก็บกักน้ำ เพื่อให้มีปริมาณน้ำพอเพียงที่จะนำมาช่วยเหลือราษฎรได้ในช่วงฤดูแล้ง

ต่อมาในปี พ.ศ.2529 กรมชลประทาน ได้ให้หน่วยงาน องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น หรือ ไจก้า เข้ามาช่วยศึกษาถึงความเหมาะสม และได้ลงความเห็นว่าอ่างเก็บน้ำขนาดกลางที่จะก่อสร้างแห่งนี้ มีความเหมาะสมและมีประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจอย่างยิ่ง เพราะราษฎรจะได้รับผลประโยชน์ที่คุ้มค่า ซึ่งผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ไม่ใช่มีเพียงเฉพาะราษฎรใน 18 หมู่บ้าน 6 ตำบล ของพื้นที่ อ.แม่เปิน และ อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ เพียงเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึง 5 หมู่บ้าน 1 ตำบล ใน อ.สว่างอารมณ์ จ.อุทัยธานี อีกด้วย ซึ่งเมื่อทาง ไจก้า ได้ลงความเห็นดังนั้น กรมชลประทานจึงได้ทำการว่าจ้าง บริษัท ไทยคอนซันแตนส์ เอ็นจีเนียริ่ง จำกัด มาทำการออกแบบ พร้อมทั้งได้เริ่มเปิดโครงการขึ้น โดยใช้ชื่อ “โครงการอ่างเก็บน้ำคลองโพธิ์” และเริ่มดำเนินการสำรวจปักหลักเขต จนแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 31มี.ค.2540 จึงได้ดำเนินการต่อทางด้านการจัดซื้อที่ดินที่บริเวณอ่างเก็บน้ำทั้งหมด และได้ว่าจ้าง ห้างหุ้นส่วนจำกัด เทพมงคลสุโขทัย 2531 ให้ดำเนินการก่อสร้างเมื่อวันที่ 28 ส.ค.2551 ด้วยงบในการก่อสร้างทั้งหมด 359,000,000 บาท โดยการก่อสร้างจะแล้วเสร็จในวันที่ 13 มิ.ย.2554 รวมระยะเวลาก่อสร้าง 1,020 วัน

สำหรับขนาดพื้นที่โครงการและแบบลักษณะของอ่างเก็บน้ำคลองโพธิ์นั้น นายธนู โพธิ์เอี้ยง ผู้อำนวยการโครงการก่อสร้าง 2 สำนักชลประทานที่ 3 กรมชลประทาน เปิดเผยว่า พื้นที่ของโครงการทั้งหมดมีประมาณ 11,750 ไร่ ส่วนแบบลักษณะของอ่าง จะมีความจุที่ระดับเก็บกัก ประมาณ 67.53 ล้าน.ลบ.ม. ความจุที่ระดับน้ำสูงสุด 101.00 ล้าน.ลบ.ม. ความจุที่ระดับต่ำสุด 3.09 ล้าน.ลบ.ม. พื้นที่ผิวน้ำของอ่างที่ระดับเก็บกัก ประมาณ 9,100 ไร่

ในส่วนของหัวงานและอาคารประกอบ โดยทำนบดิน มีความสูง 18.75 ม. ยาว 2,688 ม. สันทำดินกว้าง 8.00 ม. เป็นเขื่อนดินชนิด Zone Type, ท่อส่งน้ำ เป็นท่อเหล็กหุ้มด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กขนาด 2.20 ม. ยาวประมาณ 108.00 ม. ระบายน้ำสูงสุด 21.15 ลบ.ม./วินาที สำหรับอาคารละบายน้ำล้น มีลักษณะเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ความยาวสันฝายระบายน้ำล้น 49.00 ม. ระบายน้ำสูงสุด 282.00 ลบ.ม./วินาที

เมื่ออ่างเก็บน้ำแห่งนี้ถูกสร้างเสร็จ จะทำให้มีประชาชนในพื้นที่ได้รับน้ำใช้อุปโภคบริโภค และทำการเกษตรกรรมอย่างเต็มที่ ถึง 76,000 ไร่ ในช่วงฤดูฝนและช่วงฤดูแล้ง 21,000 ไร่

โครงการอ่างเก็บน้ำคลองโพธิ์ ในอนาคตนอกจากจะเป็นแหล่งที่เก็บน้ำจืดเพื่อช่วยปัญหาการขาดแคลนน้ำ และบรรเทาอุทกภัยแล้ว ยังจะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลา และยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจแห่งใหม่ของ จ.นครสวรรค์ ซึ่งจะทำให้ประชาชนในพื้นที่ มีแนวทางหลากหลายในกระประกอบอาชีพมากขึ้น สามารถเพิ่มรายได้ มีความอยู่ดีกินดี รวมทั้งสามารถลดการอพยพละทิ้งถิ่นฐานไปหากินยังถิ่นอื่นได้อีกด้วย

ธนภัทร ภคสกุลวงศ์

ตุลาคม 26, 2010 Posted by | ผ่าประเด็นร้อน, แนวหน้า | , , , , , , , | ใส่ความเห็น

“กรมชลฯ” เตือน น้ำเหนือ-น้ำทะเลหนุน ทำแนวกระสอบทรายให้แข็งแรง

วันที่ 25/10/2010

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

กรมชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา วันนี้ (25 ต.ค.) ว่า มีปริมาณน้ำไหลผ่าน ณ จุดสำคัญๆ ดังนี้ จังหวัดนครสวรรค์ 2,799 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เขื่อนเจ้าพระยา 3,281 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เขื่อนพระรามหก 1,292 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และที่อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 3,275 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งแนวโน้มปริมาณน้ำยังเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากยังคงมีน้ำเหนือไหลลงมาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับระยะนี้อยู่ในช่วงของภาวะน้ำทะเลหนุนสูง

อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ตลอดแนวลำน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งสองฝั่ง หมั่นตรวจสอบความแข็งแรงของกำแพงป้องกันตลิ่ง รวมทั้งกระสอบทรายให้มีความมั่นคงแข็งแรงอยู่ตลอดเวลาด้วย ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน พร้อมทั้งขอให้ติดตามรายงานสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยกรมชลประทานจะแจ้งให้ทราบเป็นระยะๆ ต่อไป

ตุลาคม 25, 2010 Posted by | เกษตร-สิ่งแวดล้อม, แนวหน้า | , , , , , , , , , | ใส่ความเห็น

“กรมชลประทาน” เร่งสูบน้ำที่ ร.พ.มหาราช คาดอีก 23 ชม. ระดับน้ำจะกลับสู่ภาวะปกติ

วันที่ 23/10/2010

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมชลประทานได้เริ่มเดินเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ 12 นิ้ว 1 ตัว และขนาด 8 นิ้ว 3 ตัว ซึ่งมีกำลังการสูบรวมกัน 3,000 ลูกบาศ์เมตรต่อชั่วโมง ตั้งแต่ 21.00 น.เมื่อคืนนี้ ต่อเนื่องถึงวันนี้โดยไม่หยุดพัก เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด ซึ่งการเดินเครื่องสูบตลอด 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา ทำให้ระดับน้ำภายในโรงพยาบาลลดลงประมาณ 30 เซนติเมตร ลดต่ำกว่าระดับน้ำท่วมบริเวณภายนอกของคันกั้นน้ำเกือบ 50 เซนติเมตร ทั้งนี้ คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 23 ชั่วโมงข้างหน้า ระดับน้ำในโรงพยาบาลจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

อย่างไรก็ตาม ปัญหาอุปสรรคในขณะนี้คือ ภายในโรงพยาบาลมีท่อระบายน้ำจำนวนมาก ทำให้น้ำเอ่อจากท่อเพิ่มขึ้นมาตลอดเวลา และยังมีน้ำซึมผ่านแนวกระสอบทรายเข้ามาด้วย ซึ่งวันนี้จะมีการนำกระสอบทรายมาเสริมแนวป้องกันให้แข็งแรงยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ภายในโรงพยาบาลยังมีผู้ป่วยพักรักษาตัวอยู่จำนวน 441 ราย และมีการกำหนดเปิดรับผู้ป่วยนอก ในวันที่ 25 ต.ค.นี้ แต่เปิดรับเฉพาะผู้ป่วยนัดหมาย และผู้ป่วยรับยาต่อเนื่อง ในแผนกอายุรกรรม กุมารเวชกรรม และหู คอ จมูก

ตุลาคม 25, 2010 Posted by | เกษตร-สิ่งแวดล้อม, แนวหน้า | , , , , , , , , , | ใส่ความเห็น

“กรมชล” แจ้งพื้นที่เสี่ยง “รังสิต-ปทุม-แจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด-บางบัวทอง-นนทบุรี” เฝ้าระวัง 27-29 ต.ค.นี้

วันที่ 23/10/2010

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

ที่กรมชลประทาน นายวีระ วงศ์แสนนาค รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมว่า ต้องยอมรับว่าวันนี้ ระบบการบริหารจัดการน้ำเป็นอัมพาส ทั้งเขื่อนป่าสักภายหลังจากปริมาณกักเก็บน้ำสูงเกินกว่าที่ตัวเขื่อนจะรับ ไว้ได้ จนมีปริมาณล้นออกมา แต่ยังไม่ถึงกับเขื่อนแตก ทำให้ปริมาณน้ำทั้งก้อนจากที่กักเก็บน้ำต่างๆ ไหลเข้าสู่กรุงเทพมหานครได้ เพราะระดับน้ำอยู่ในลำน้ำทั้งหมด ไม่ได้ระบายออกไปไหน เนื่องจากเกรงว่าประชาชนที่ประกอบอาชีพเกษตรกรอาจะได้รับผลกระทบ จึงไม่มีการปล่อยน้ำเข้าท่วมที่ทำกิน สวน ไร่ นาของประชาชน จึงทำให้ปริมาณน้ำในปีนี้มีระดับที่สูงที่สุดกว่าทุกปีที่เคยมีมา โดยเฉพาะประตูระบายน้ำ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา มีปริมาณน้ำสูงมาก ส่วนพื้นที่เฝ้าระวังในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งถือเป็นจุดอ่อนที่สุดในการรับน้ำและระบายน้ำ ได้แก่ รังสิต , จ.ปทุมธานี , แจ้งวัฒนะ , ปากเกร็ด , จ.นนทบุรี รวมไปถึงเขต อ.บางบัวทอง

อย่างไรก็ตาม นายวีระ กล่าวด้วยว่า หากระดับน้ำมีปริมาณการไหลที่ 3,360 ลบ.ม./วินาที จะทำให้กรุงเทพฯ อาจได้รับผลกระทบในวันที่ 29 ต.ค.นี้ อย่างไรก็ตามจุดรับน้ำ อ.บางไทร มีลักษณะภูมิประเทศที่ลาบลุ่ม ประกอบกับตลิ่งกั้นน้ำอาจจะได้รับผลกระทบ จึงขอเตือนประชาชนที่อยู่บริเวณริมตลิ่ง ให้เก็บข้าวของอยู่ในชั้นสูง 30 – 40 เซนติเมตรหรือมากกว่านั้น รวมไปถึงการสร้างกำแพงป้องกันตลิ่งให้สูงจากเดิม 1 เมตร ตลอดแนวลำน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาทั้ง 2 ฝั่ง และอยากให้ประชาชนที่อาศัยใกล้ริมแม่น้ำเจ้าพระยาติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ อย่างใกล้ชิด เพื่อที่จะสามารถเตรียมรับมือกับสถานการณ์ได้ ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือปริมาณน้ำในวันที่ 8 พ.ย. สถานการณ์น้ำในกทม. ขณะนี้ทางกรมชลประทานได้แจ้งเตือนไปยังสำนักระบายน้ำกรุงเทพฯ เพื่อให้จัดสร้างที่คั่นน้ำมารองรับสถานการณ์ไว้แล้ว

ตุลาคม 25, 2010 Posted by | เกษตร-สิ่งแวดล้อม, แนวหน้า | , , , , , , , , , , , , , , , | ใส่ความเห็น

เกษตรฯ ประเมินน้ำเหนือถึงกรุงเทพ 27 ต.ค. นี้

วันที่ 22/10/2010

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

นายธีระ  วงศ์สมุทร  รมว.เกษตรและสหกรณ์  เปิดเผยว่า แนวโน้มระดับในแม่น้ำเจ้าพระยายังคงสูงขึ้น เนื่องจากปริมาณฝนที่ตกสะสมในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีปริมาณมากกว่าค่าเกณฑ์เฉลี่ยปกติ ส่งผลให้ยังคงมีน้ำไหลหลากลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาจำนวนมาก

โดยสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ล่าสุดวันนี้ (21 ต.ค.2553) ที่จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำ       ไหลผ่าน 2,580 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ปริมาณน้ำผ่านที่เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท อยู่ที่ 2,878 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที  ในขณะเดียวกันปริมาณน้ำในเขื่อนป่าสักเกินความจุแล้ว คือ 1,116 ล้านลูกบาศก์เมตร  คิดเป็น 121%  ของความจุอ่าง ส่วนเขื่อนกระเสียวเกินความจุแล้วเช่นเดียวกัน คือ  277 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 115% ของความจุอ่าง  ส่งผลให้ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าทั้งสองอ่างเก็บน้ำดังกล่าวจำเป็นต้องระบายออก มาทั้งหมด เพราะไม่สามารถเก็บกักได้อีก เนื่องจากต้องคำนึงถึงความมั่นคงของตัวเขื่อนเป็นหลัก  ทำให้การบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาค่อนข้างเป็นไปอย่างยากลำบาก อย่างไรก็ตาม ได้ปิดประตูระบายน้ำในส่วนของเขื่อนแควน้อยแล้วเพื่อบรรเทาปริมาณน้ำสมทบ  ส่วนปริมาณน้ำ     ในปี 2553 นี้ไม่ได้มากไปกว่าปีที่ผ่านมา แต่ระดับน้ำสูงขึ้นเนื่องจากการป้องกันเขตเมืองเป็นไปอย่างเข้มแข็ง การสร้างคันกั้นต่างๆ ทำให้น้ำมีการยกตัวขึ้น  ประกอบกับฝนตกแผ่กระจายเป็นจำนวนมาก ทำให้สถานการณ์น้ำในภาพรวมของประเทศ และสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาในปีนี้ค่อนข้างวิกฤตในช่วงน้ำทะเลหนุน   แต่อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะช่วยเหลือดูแลพื้นที่เกษตรกรรมควบคู่ไปกับพื้นที่ชุมชน  พร้อมทั้งได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ ชิด  เข้าช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยในทันที และเตรียมดำเนินการเข้าช่วยเหลือ สำรวจพื้นที่หลังน้ำลดตามแผนด้วย

ด้านนายวีระ  วงศ์แสงนาค รองอธิบดีกรมชลประทาน  เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในปัจจุบัน มีสาเหตุมาจากปริมาณฝนที่ตกลงมามากกว่าค่าเฉลี่ยปกติ ส่งผลให้มีปริมาณน้ำเป็นจำนวนมากในช่วงเวลาเดียวกัน  การขึ้นของน้ำจึงเร็วมาก  ถึงแม้ว่าปริมาณน้ำโดยภาพรวมจะน้อยกว่าปี 2545 ที่มีปริมาณน้ำ 3,997 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และปี 2549 ปริมาณน้ำ 5,960 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ก็ตาม  สำหรับสถานการณ์ของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้มีการประเมินว่าที่จังหวัดนครสวรรค์หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มบริเวณแม่น้ำ ปิง วัง ยม และน่าน ปริมาณน้ำจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจาก 2,580 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที   เป็น  2,850 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในช่วงเย็นของวันที่ 23 ตุลาคม 2553  และจะมีปริมาณน้ำผ่านที่เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท สูงสุดในวันที่ 24 ตุลาคม 2553 ประมาณ 3,360 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที  โดยจะมีปริมาณน้ำสูงสุดที่บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ประมาณ 4,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในวันที่ 27 ตุลาคม 2553 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่น้ำทะเลจะขึ้นสูงสุด  ทั้งนี้  ได้ทำหนังสือไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  นนทบุรี  ปทุมธานี ขอให้เสริมคันกั้นน้ำไม่น้อยกว่า 2 เมตร เพื่อเตรียมรับมือในช่วงเวลาอีก 4-5 วัน ที่เหลือที่น้ำส่วนดังกล่าวกำลังจะเข้าสู่พื้นที่

ในส่วนของกรุงเทพมหานคร ได้เตรียมรับสถานการณ์น้ำสูงสุดในวันที่ 27 ตุลาคม 2553 โดยเสริมคันกันน้ำสูงขึ้นจากเดิมอีก 1 เมตร เพื่อป้องกันสถานการณ์ฝนตกเพิ่ม อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะไม่ท่วมเข้าพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในแน่นอน  และจะไม่มีการผันน้ำเข้าพื้นที่ชั้นในเนื่องจากควบคุมลำบาก  โดยหากมีปริมาณน้ำสูงสุดถึง 4,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ประกอบกับปริมาณน้ำที่อาจล้นขึ้นประมาณ 20-30 เซ็นติเมตร  คาดว่ายังคงรับมือได้เพราะคันกันน้ำส่วนใหญ่ของกรุงเทพฯ ได้สร้างไว้ที่ 3 เมตร ซึ่งเพียงพอต่อการป้องกัน

ตุลาคม 23, 2010 Posted by | เกษตร-สิ่งแวดล้อม, แนวหน้า | , , , , , , , , , , , , | ใส่ความเห็น