ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

กรมการข้าว..จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ – เกษตรทั่วไทย

http://www.dailynews.co.th/agriculture/149281

วันอังคารที่ 14 สิงหาคม 2555 เวลา 00:00 น.

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นแก่ปวงพสกนิกรชาวไทย โดยทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการ ซึ่งล้วนแต่เป็นสิ่งที่นำมาซึ่งความผาสุกแก่ประชาชนทั่วประเทศ ทั้งนี้ ในปี 2555 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี นาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา ถือเป็นปีมหามงคลที่คนไทยทั่วประเทศต่างมีความปีติยินดียิ่งและพร้อมใจกันจัดกิจกรรมเพื่อเฉลิมพระเกียรติฯ

นายชัยฤทธิ์ ดำรงเกียรติ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น โดยเฉพาะในกิจการด้านข้าวของประเทศไทย ดังจะเห็นได้จากพระราชกรณียกิจ ที่เสด็จพระราชดำเนินไปเป็นองค์ประทานในพิธีแม่โพสพคืนนา ณ จังหวัดอ่างทอง เมื่อปี 2552 เสด็จพระราชดำเนินมาทรงวางศิลาฤกษ์และเปิดอาคารที่ทำการกรมการข้าว หรือทรงเกี่ยวข้าวในแปลงนาในพื้นที่ต่าง ๆ ยังความปลื้มปีติและเป็นขวัญกำลังใจให้กับชาวนาทั้งแผ่นดินตลอดจนข้าราชการกรมการข้าวยิ่งนัก

…ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ กรมการข้าวจึงได้เข้าร่วมจัดกิจกรรมโครงการเฉลิม พระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริ กิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา วันที่ 12 สิงหาคม 2555 “พระมารดาแห่งการคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพ” ระหว่าง 15-19 สิงหาคมนี้ ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร…

โดยกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ ของกรมการข้าว แบ่งออกเป็น 3 กิจกรรมหลัก ประกอบด้วย กิจกรรมที่ 1. การจัดงานวิชาการและนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ เพื่อเผยแพร่พระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระมารดาแห่งการคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเป็นการนำเสนอเรื่องราวของข้าวกับวิถีชีวิตชาวนาไทยจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ กิจกรรมที่ 2. นิทรรศการความหลากหลายทางพันธุกรรมข้าวพื้นเมืองของไทย ซึ่งกรมฯ จะคัดเลือกพันธุ์ข้าวพื้นเมืองที่มีคุณลักษณะเด่นและเป็นที่นิยม และเป็นพันธุ์ข้าวที่ได้รับการรับรองพันธุ์มาจัดแสดง โดยเฉพาะพันธุ์ข้าวสังข์หยดพัทลุง ที่พระองค์ทรงโปรด และทรงรับสั่งให้มีการสนับสนุนและส่งเสริมการปลูกข้าวพันธุ์สังข์หยดให้มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันข้าวพันธุ์ดังกล่าวมีการปลูกแพร่หลายมากขึ้นและเป็นที่นิยมของผู้บริโภค ส่งผลให้ชาวนามีรายได้และชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ตลอดจนเป็นการอนุรักษ์พันธุกรรมข้าวพื้นเมืองได้ตามพระราชประสงค์

…และ กิจกรรมที่ 3. จัดทำแปลงนาที่มีความหลากหลายของพันธุ์ข้าว ระยะปลูกข้าวตั้งแต่แตกกอจนถึงเก็บเกี่ยว รวมถึงการทำระบบนิเวศวิศวกรรม เพื่อรักษาสมดุลธรรมชาติและช่วยให้ระบบนิเวศในแปลงนาดีขึ้นมานำเสนอเป็นแนวทาง พร้อมกันนี้ ยังมีการนำอุปกรณ์การทำนาพื้นบ้านมาจัดแสดง ควบคู่กับการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีขั้นสูง ด้วยรถโมบายยูนิต ที่มีความพร้อมในการบริการชาวนาได้อย่างครบวงจร ที่สำคัญกรมการข้าวได้จัดเตรียมแปลงนาไว้ให้ผู้เข้าร่วมงานได้มีโอกาสปลูกข้าวด้วยมือของตัวเองโดยวิธีโยนกล้า

…ขอเชิญชวนชาวนาตลอดจนประชาชนทั่วไปให้เข้ามาร่วมงาน เพื่อร่วมกันสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระมารดาแห่งการคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพ ระหว่างวันที่  15-19 สิงหาคม ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร.

สิงหาคม 25, 2012 Posted by | เกษตร, เดลินิวส์ออนไลน์ | , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

กรมข้าวตั้ง ‘มิสเตอร์ ไรซ์ ‘ ส่ง’ ข้าวลืมผัว’ โกอินเตอร์

http://www.thairath.co.th/content/eco/257104

1 พฤษภาคม 2555, 18:40 น.

Pic_257104

กรมการข้าววางยุทธศาสตร์เจาะตลาดข้าวอาเซียน ตั้ง ”มิสเตอร์ ไรซ์” ผลิตนักวิจัยข้าว เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตลดต้นทุน ปรับปรุงพันธ์ุ “ข้าวลืมผัว”ส่งออกนอก คิดค้นพันธุ์ “ขาวบ้านนา” แก้ปัญหาน้ำท่วม คาดได้ผลผลิตปีหน้า…

เมื่อวันที่ 1 พ.ค. นายชัยฤทธิ์ ดำรงเกียรติ อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า กรมการข้าวได้มีการวางยุทธศาสตร์เรื่องข้าว ด้วยการเตรียมจัดตั้ง “มิสเตอร์ ไรซ์” เพื่อให้เข้าถึงยุทธศาสตร์ของแต่ละประเทศในอาเซียน โดยจะส่งทีมนักวิจัยเข้าไปเจาะเรื่องการผลิตข้าวในแต่ละประเทศ นอกจากนี้ยังมีการวางยุทธศาสตร์เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนนักวิจัย เครื่องมือและอุปกรณ์ในการวิจัย ได้มีการลงนามข้อตกลงระหว่าง กรมการข้าว สถานศึกษา และหน่วยงานต่างๆ เพื่อร่วมแก้ปัญหาดังกล่าว

ในส่วนยุทธศาสตร์ที่ 2 จะเน้นการพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าว ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิต ตลอดจนพัฒนาผลิตภัณฑ์จากข้าว โดยปัจจุบันมี “ข้าวลืมผัว” ที่มีการปรับปรุงให้เป็นข้าวสายพันธุ์บริสุทธิ์ จากการวิเคราะห์ในศูนย์วิจัยพบว่ามีคุณค่าสูง ทำให้เป็นที่ต้องการของตลาดในต่างประเทศ แต่ยังไม่สามารถผลิตได้ทัน สาเหตุมาจากไม่มีเมล็ดพันธุ์ จากราคา 30 บาทต่อกิโลกรัม ปัจจุบันอยู่ที่ 40 บาทต่อกิโลกรัม เป็นที่สนใจและจับตามองในตลาดข้าวกลุ่มนี้

นอกจากนี้ยังมีพันธุ์ “ขาวบ้านนา” ที่จะตอบสนองปัญหาน้ำท่วมโดยเฉพาะคุณสมบัติสามารถยืดตัวได้ 3-4 เมตร และถือว่าเป็นข้าวขึ้นน้ำนาปรังที่มีผลผลิตสูงสุด ปรับปรุงมาจากพันธุ์เดิมที่ปลูกในพื้นที่ จ.อยุธยา และปราจีนบุรี ได้ผลผลิตประมาณ 200 กิโลกรัมต่อไร่ พันธุ์ที่ได้ปรับปรุงและรับรองจะผลิตได้ 449 กิโลกรัมต่อไร่ ผลผลิตจะเป็นที่ต้องการของโรงงานทำเส้นหมี่เพราะหลังแปรรูปได้เส้นหมี่ที่มีคุณภาพ กรมการข้าวได้ให้การรับรองและเริ่มผลิตเมล็ดพันธุ์ ซึ่งจะมีผลผลิตจากข้าวสายพันธุ์นี้ในปีหน้า และยังมีข้าวขาวดอกมะลิ 105 ที่ได้ปรับปรุงพันธุ์เพิ่มเรื่องน้ำท่วม โดยดำเนินการรับรองพันธุ์ไปแล้วตั้งแต่เดือน เม.ย.

ส่วนในเดือน ส.ค.นี้ กรมการข้าวจะเข้าร่วมงาน “ISRMAX Asia 2012” ซึ่งเป็นงานระดับชาติเกี่ยวกับข้าวโดยเฉพาะ มาจัดแสดงเทคโนโลยี นวัตกรรมที่เมืองไทยเป็นครั้งแรก ถือเป็นโอกาสดีที่กรมการข้าวได้เข้าร่วมงานนี้ จะเป็นประโยชน์แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการที่จะได้รับความรู้ในเทคโนโลยีใหม่ๆ เชื่อว่าจะมีผู้ผลิต ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมข้าวจากทั่วโลกเดินทางมาร่วมงานและนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่คิดค้นขึ้นนำมาแสดงภายในงาน ไม่ว่าจะเป็นภาคเอกชน ภาครัฐบาล หรือเกษตรกร จะได้ประโยชน์จากงานนี้อย่างแน่นอน”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
  • 1 พฤษภาคม 2555, 18:40 น.

พฤษภาคม 2, 2012 Posted by | เศรษฐกิจ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

พันธุ์ข้าวใหม่ของกรมการข้าว ก.ข.1 ก.ข.2 ก.ข.3

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=000915&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: วรวิทย์ พาณิชพัฒน์; แจ๊กสัน, เบนอาร์
ชื่อเรื่อง: พันธุ์ข้าวใหม่ของกรมการข้าว ก.ข.1 ก.ข.2 ก.ข.3
ชื่อเอกสาร : รายงานการประชุมทางวิชาการเกษตรศาสตร์และชีววิทยา ครั้งที่ 9 สาขาพืช ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 4-6 กุมภาพันธ์ 2513
Source title : Proceedings of the national conference on Agricultural and Biological Sciences ninth session: Plant Science
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2513
หน้า: หน้า 61-62
จำนวนหน้า: 533 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก58 2513)
หมวดหลัก: F30-Plant genetics and breeding
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: ORYZA SATIVA, VARIETIES, VARIETY TRIALS, YIELDS, THAILAND
ดรรชนี-ไทย: ข้าว, พันธุ์ กข.1, พันธุ์ กข.2, พันธุ์ กข.3, การเปรียบเทียบพันธุ์, ผลผลิต, กรมการข้าว
หมายเลข: 000915 KC0901005
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

มีนาคม 22, 2012 Posted by | ประชุมวิชาการ, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, สาขาพืชและชีววิทยา | , , , , , , , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

นโยบายการวิจัยและผลงานของการวิจัยในส่วนของกรมการข้าว

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=000483&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

 

ชื่อเรื่อง: นโยบายการวิจัยและผลงานของการวิจัยในส่วนของกรมการข้าว
ชื่อเอกสาร : รายงานการประชุมทางวิชาการเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 5 สาขาพืชและชีววิทยา สาขาสัตว์ และสาขาเศรษฐศาสตร์เกษตร ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน 2-4 กุมภาพันธ์ 2509
Source title : Proceedings of national conference on Agricultural Science fifth session: Plant and Biological Science, Animal Science and Agricultural Economics
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2509
หน้า: หน้า 83-89
จำนวนหน้า: 754 หน้า
ภาษา: ไทย
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก58 2509)
หมวดหลัก: A50-Agricultural research
หมวดรอง: F30-Plant genetics and breeding
H10-Pests of plants
ดรรชนี-ไทย: กรมการข้าว, การวิจัย, ข้าว, นโยบาย, ผลงานวิจัย, พันธุ์, โรคพืช, แมลงศัตรูพืช, สรีรวิทยา, การเขตกรรม, เครื่องทุ่นแรง
หมายเลข: 000483 KC0501016
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง:

กุมภาพันธ์ 16, 2012 Posted by | ประชุมวิชาการ, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, สาขาพืชและชีววิทยา | , , , , , , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

ชวนเด็กไทยปลูกข้าวปลูกใจฯ สืบสานอาชีพชาวนาให้ยั่งยืน

7 กรกฎาคม 2554, 05:15 น.

ชวนเด็กไทยปลูกข้าวปลูกใจฯ สืบสานอาชีพชาวนาให้ยั่งยืน.

Pic_184327

นายชัยฤทธิ์ ดำรงเกียรติ รองอธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า เพื่อให้คนไทยโดยเฉพาะเยาวชนที่อยู่ในสังคมเมือง ซึ่งห่างไกลจากวิถีชีวิตและสังคมชาวนา ได้รับรู้ถึงความยากลำบากในการปลูกข้าว อีกทั้งให้เกิดความเข้าใจและตระหนักถึงคุณค่าของชาวนา  กรมการข้าวจึงได้จัดโครงการปลูกข้าวปลูกใจ เด็กไทยรักข้าวเพื่อให้เยาวชนรุ่นใหม่เรียนรู้ วัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามในด้านข้าว พร้อมทั้งเรียนรู้ฝึกปฏิบัติจริง ตั้งแต่การปลูก เก็บเกี่ยว รวมทั้งการแปรรูปทุกขั้นตอน

รองอธิบดีกรมการข้าวกล่าวต่อว่า การจัดงานดังกล่าวเป็นกิจกรรมหนึ่งภายใต้โครงการส่งเสริมสืบสานอาชีพและวัฒนธรรมการทำนา ซึ่งได้กระจายเป้าหมายการดำเนินงานไปในพื้นที่ต่างๆ ในเขตนิคมการปลูกข้าว 8 แห่ง ได้แก่ อุตรดิตถ์ ยโสธร สุรินทร์ ร้อยเอ็ด นครปฐม สุพรรณบุรี ฉะเชิงเทรา นครศรีธรรมราช และศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว 3 แห่ง คือ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวแพร่ อุดรธานี และปัตตานี ทั้งนี้ มุ่งหวังที่จะปลูกฝังความรู้การทำนา สร้างค่านิยมที่ดีแก่เยาวชนไทยต่อข้าวไทยและการบริโภคข้าวไทย รวมทั้งร่วมอนุรักษ์สืบสานประเพณีวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับข้าวให้คงอยู่คู่ประเทศไทยสืบต่อไป.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์
  • 7 กรกฎาคม 2554, 05:15 น.

กรกฎาคม 11, 2011 Posted by | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

กรมข้าวเตือนระวังเพลี้ยกระโดด หวั่นสร้างความเสียหายเหมือนปีก่อน

31 มีนาคม 2554, 05:15 น.

กรมข้าวเตือนระวังเพลี้ยกระโดด หวั่นสร้างความเสียหายเหมือนปีก่อน.

Pic_160073

 

นายประเสริฐ โกศัลวิตร  อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า จากการเฝ้าติด ตามสถานการณ์ของศูนย์ ปฏิบัติการกรมการข้าว พบว่า ขณะนี้ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นครปฐม  สุพรรณบุรี  ชัยนาท  สิงห์บุรี  และนครนายก  รวมทั้งพื้นที่ปลูกข้าวในเขตภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง เริ่มมีการระบาดของฝูงเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลอีกทั้งยังพบว่าพื้นที่ปลูกข้าวบางแห่ง อาทิ เขตอำเภอ สองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ต้นข้าวเป็นโรคใบหงิก

ดังนั้น เพื่อเป็นการควบคุมไม่ให้การระบาดของเพลี้ยดังกล่าวขยายวงกว้าง  รุนแรงเหมือนในรอบปีที่ผ่านมา  กรมการข้าวขอแนะนำว่า  หากระยะข้าวแตกกอ  อายุไม่เกิน 40 วัน  หากพบเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล  ที่ส่วนใหญ่เป็นชนิดปีกยาว  ให้งดใช้สารเคมีใดๆ  หรือถ้าพบตัวอ่อนแมลงควรใช้สารตามคำแนะนำของกรมการข้าว กรณีที่พบเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในแปลงนาในระยะข้าวแตกกอเต็มที่ถึงระยะออกรวงมากกว่า 10 ตัว/ต้น  ควรเร่งระบายน้ำออกจากแปลงให้อยู่ในสภาพดินเปียก  วิธีดังกล่าวช่วยลดจำนวนเพลี้ยกระโดดได้ ส่วนพื้นที่ยังไม่มีการปลูกข้าวให้ชะลอไปก่อน พร้อมทั้งเปลี่ยนพันธุ์ต้านทาน อาทิ กข 31 กข 41 กข 29 พิษณุโลก 2 สุพรรณบุรี 1 และชัยนาท 1

สำหรับเกษตรกรที่มีข้อสงสัย สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หน่วยงานของกรมการข้าวใกล้บ้าน ศูนย์บริการชาวนา 50 แห่งทั่วประเทศ โทร. 0-2561-3220 ในวันและเวลาราชการ.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเกษตร
  • 31 มีนาคม 2554, 05:15 น.

 

เมษายน 4, 2011 Posted by | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , | แสดงความคิดเห็น

ระวังแอบอ้างกรมข้าวขายเมล็ดพันธุ์ ตัดสินใจควรเช็กข้อมูลก่อนซื้อ

24 กุมภาพันธ์ 2554, 05:15 น.

ผ่านทางระวังแอบอ้างกรมข้าวขายเมล็ดพันธุ์ ตัดสินใจควรเช็กข้อมูลก่อนซื้อ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_151143

 

นายประเสริฐ โกศัลวิตร อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีบุคคลแอบอ้างว่าเป็นตัวแทนจำหน่ายเมล็ดพันธุ์พืชของกรมการข้าว ทำหนังสือที่มีตรากรมการข้าวถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์การบริหารส่วนตำบล ได้โดยใช้หอกระจายข่าวและศาลาประชาคมหมู่บ้าน ในการประชาสัมพันธ์เพื่อจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าว พร้อมทั้งแจ้งนัดหมายการสั่งจองโดยเกษตรกรจะต้องวางเงินมัดจำค่าเมล็ดพันธุ์ที่ต้องการซื้อ

อธิบดีกรมการข้าวกล่าวว่า จากกรณีดังกล่าว กรมการข้าวมีความเป็นห่วงว่า นอกจากเกษตรกรจะถูกหลอกให้ซื้อเมล็ดพันธุ์ที่ไม่ใช่ของกรมการข้าวเป็นผู้ผลิตแล้ว ราคาซื้อขายอาจสูงกว่าความเป็นจริง อีกทั้งเมล็ดพันธุ์มีคุณภาพไม่ได้มาตรฐาน และกระสอบบรรจุเมล็ดพันธุ์ข้าวมีรูปแบบลอกเลียนแบบกระสอบเมล็ดพันธุ์ข้าวของกรมการข้าว

ดังนั้น เพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว เกษตรกรควรสังเกตกระสอบบรรจุเมล็ดพันธุ์ ต้องมีตราสัญลักษณ์ ระบุข้อความว่าเมล็ดพันธุ์ข้าวผลิตโดยสำนักเมล็ดพันธุ์ข้าว กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ น้ำหนักสุทธิ 25 กิโลกรัม สำหรับเกษตรกรที่มีความประสงค์จะซื้อหรือสั่งจองเมล็ดพันธุ์ข้าว สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวใกล้บ้าน หรือที่โทร. 0-2579-0831 ในวันและเวลาราชการ.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเกษตร
  • 24 กุมภาพันธ์ 2554, 05:15 น.

 

กุมภาพันธ์ 25, 2011 Posted by | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

ปรับโปรแกรมดินไทย พด.ขยายผลให้ครอบคลุมพืชเศรษฐกิจเพิ่ม/หลังนำร่อง13ชนิดได้ผลดี

วันที่ 25/10/2010

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

นายธวัชชัย สำโรงวัฒนา อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า ตามที่กรมพัฒนาที่ดินได้ร่วมกับกรมวิชาการเกษตร กรมการข้าว และกรมส่งเสริมการเกษตร จัดทำโปรแกรมดินไทยและธาตุอาหารพืช เพื่อเป็นเครื่องมือใช้ในการถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการให้คำแนะนำการใช้ ปุ๋ยอินทรีย์ร่วมกับการใช้ปุ๋ยเคมีอย่างมีประสิทธิภาพตามค่าวิเคราะห์ดิน เพื่อช่วยให้เกษตรกรสามารถใช้ประโยชน์ที่ดินในการปลูกพืชได้อย่างเหมาะสม เป็นการลดรายจ่ายค่าปุ๋ยเคมีที่เกินความจำเป็น ที่ผ่านมากรมฯ ได้จัดทำโปรแกรมคำแนะนำการใช้ปุ๋ยสำหรับพืชเศรษฐกิจที่สำคัญรวม 13 ชนิด ได้แก่ ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง อ้อย ปาล์มน้ำมัน ยางพารา ถั่ว สับปะรด ลิ้นจี ลำไย ทุเรียน เงาะ และผัก

แต่ด้วยสภาพของทรัพยากรดิน และการใช้ประโยชน์ที่ดินมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา กรมพัฒนาที่ดินจึงมีแผนปรับปรุงโปรแกรมดินไทยและธาตุอาหารพืช โดยให้สอดคล้องกับแผนที่ดิน มาตราส่วน 1:25,000 และแผนที่ภาพถ่ายออร์โธสีของแต่ละจังหวัดที่จัดทำแผนที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว พร้อมกันนี้จะพัฒนาปรับปรุงข้อมูลค่าวิเคราะห์ดินตามโครงการ 1 จุด 1 ตำบลทั่วประเทศ และทำการปรับปรุงคำแนะนำการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ร่วมกับปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ ดินสำหรับพืชเพิ่มเติมจาก 13 ชนิดข้างต้น ทั้งนี้ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของเกษตรกรให้ครอบคลุมมากขึ้น

สำหรับโปรแกรมดินไทยฯ ได้ติดตั้งไว้ที่องค์การบริหารส่วนตำบลทั่วประเทศ และติดตั้งข้อมูลจากโปรแกรมดินไทยฯ ในรูปแผนที่และรายงานไว้ที่ศูนย์การเรียนรู้การพัฒนาที่ดินตามแนวเศรษฐกิจพอ เพียง ประจำอำเภอ 800 ศูนย์ โรงปุ๋ยอินทรีย์-ชีวภาพชุมชน 500 แห่ง รวมทั้งบ้านหมอดินอาสาประจำตำบลของกรมพัฒนาที่ดินในพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งเกษตรกรที่สนใจสามารถติดต่อขอรับบริการได้อย่างทั่วถึง

ตุลาคม 25, 2010 Posted by | เกษตร-สิ่งแวดล้อม, แนวหน้า | , , , , , , , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

กรมข้าวเร่งสำรวจความเสียหาย แนะหลักฟื้นนาข้าวหลังน้ำท่วม

วันที่ 22/10/2010

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

นายประเสริฐ โกศัลวิตร อธิบดีกรมการข้าว เผยว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลางและภาคตะวันออก เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ส่งผลให้บ้านเรือนและพื้นที่ทางการเกษตรจมอยู่ใต้น้ำได้รับความเสียหาย จึงเร่งให้เจ้าหน้าที่จากศูนย์วิจัยข้าวและศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวในพื้นที่ ประสบภัย เข้าไปประเมินและสำรวจความเสียหายร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอและสำนักงาน เกษตรจังหวัด เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกรผู้ประสบภัย โดยแบ่งเป็นพื้นที่นาที่สามารถกลับมาฟื้นฟูได้ และพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายโดยสิ้นเชิง เพื่อรายงานไปยังคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัด เพื่ออนุมัติเงินงบกลางในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน โดยเกษตรกรจะได้รับเงินช่วยเหลือคิดเป็นไร่ละ 606 บาท

นอกจากนี้ ยังได้ประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรเฝ้าระวังโรคและแมลงศัตรูข้าวที่จะมาหลังน้ำ ลด เช่น โรคขอบใบแห้ง หนอนกระทู้คอรวง พร้อมกับส่งเจ้าหน้าที่จากศูนย์วิจัยข้าวและศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวในพื้นที่ ไปให้คำแนะนำการฟื้นฟูพื้นที่ปลูกข้าวหลังน้ำท่วม ซึ่งแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้

1.พื้นที่ที่น้ำท่วมขังเป็นเวลานาน ทำให้ต้นข้าวตายหมด ถ้าข้าวในนาก่อนน้ำท่วมขังอยู่ในระยะเก็บเกี่ยวผลผลิตเสียหาย ต้องไถกลบ และหมักฟางก่อนอย่างน้อย 7 วัน ถ้าต้นข้าวในนาก่อนน้ำท่วมขังยังไม่มีผลผลิตฟางข้าวที่เน่าตายยังไม่หมดให้ ไถหมักหรือคราดออก

2.พื้นที่ที่ต้นข้าวคงมีชีวิตอยู่รอด ให้ฟื้นฟูนาข้าว โดยสังเกตลักษณะของต้นข้าวหลังจากน้ำลดลงแล้ว ประมาณ 3 วัน และปฏิบัติดังนี้ นาข้าวที่มีต้นข้าวยังเขียวอยู่ หากเกิน 3 วัน ต้นข้าวในนามีสีเขียวมากขึ้น ไม่ต้องใส่ปุ๋ยนาข้าว ให้ดูแลโรค แมลง ไม่ให้รบกวนเท่านั้น เพราะข้าวอาจมีอาการเฝือใบ ถ้าต้นข้าวในนาเริ่มแสดงอาการมีสีเหลืองที่ใบ ให้ต้นข้าวมีสีเหลืองเท่านั้น เพราะจะทำให้มีโรค แมลงรบกวน

ตุลาคม 22, 2010 Posted by | เกษตร-สิ่งแวดล้อม, แนวหน้า | , , , , , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

เตือนชาวนาภาคเหนือระวัง เพลี้ยกระโดดหลังขาวระบาด

วันที่ 21/10/2010

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

นายประเสริฐ โกศัลวิตร อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากศูนย์ปฏิบัติการติดตามสถานการณ์ข้าว พบการระบาดเพลี้ยกระโดดหลังขาวในแปลงนาของเกษตรกรบางพื้นที่ในภาคเหนือ และมีการใช้สารฆ่าแมลงที่ไม่ถูกต้องของเกษตรกร โดยเฉพาะการใช้สารฆ่าแมลงที่ทางราชการไม่ได้ให้คำแนะนำ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการระบาดของเพลี้ยกระโดดหลังขาวรุนแรงขึ้น รวมทั้งมีแนวโน้มเคลื่อนย้ายไปตามทิศทางลมจากพื้นที่ภาคกลาง

สำหรับ เพลี้ยกระโดดหลังขาว เป็นพาหะของโรคที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อนาข้าวในจีนและเวียดนามมาแล้วก่อน หน้านี้ ชอบดูดกินน้ำเลี้ยงจากต้นข้าวอ่อน ต้นข้าวที่ถูกทำลายจะแสดงอาการใบมีสีเหลืองส้ม จนเหี่ยวและแห้งตาย การระบาดค่อนข้างกระจายสม่ำเสมอเป็นพื้นที่กว้าง ต่างจากเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลที่ระบาดทำลายข้าวเป็นหย่อมๆ พบระบาดตั้งแต่ระยะกล้าถึงระยะออกรวง

ส่วน การป้องกันกำจัด คือ 1.ปลูกข้าวพันธุ์ต้านทาน เช่น สุพรรณบุรี 1สุพรรณบุรี 3 ชัยนาท 1 พิษณุโลก 2กข31 กข37และชุมแพ 60 โดยปลูกสลับกัน อย่างน้อย 2 พันธุ์ไม่ควรปลูกติดต่อกันเกิน 4 ฤดูปลูก 2.ไม่ใช้สารที่มีพิษสูงต่อมวนเขียวดูดไข่ ศัตรูธรรมชาติที่สำคัญในระยะไข่ซึ่งจะช่วยทำลายไข่เพลี้ยกระโดดที่วางในกาบ ใบข้าวมักพบในระยะข้าวหลังหว่าน 3.เมื่อตรวจพบตัวอ่อนมากกว่า 10 ตัวต่อต้น ให้ใช้สารฆ่าแมลงบูโพรเฟซิน หรือ สารบูโพรเฟซิน/ไอโซโปรคาร์บ หรือสาร อีโทเฟนพรอกซ์ หรืออิทิโพรล เมื่อพบแมลงส่วนใหญ่เป็นตัวเต็มวัยจำนวนมากกว่า 1 ตัวต่อต้นในระยะข้าวตั้งท้องถึงออกรวงใช้สารอิทิโพรล หรือสารไดโนทีฟูเรนหรือไทอะมิโตแซม

ตุลาคม 22, 2010 Posted by | เกษตร-สิ่งแวดล้อม, แนวหน้า | , , , , , , , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

หนุนเกษตรกร5จังหวัดชายแดนใต้ ผลิต”ข้าวปลอดสารพิษ”เพิ่มรายได้

วันที่ 13/10/2010

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

นายชัยฤทธิ์ ดำรงเกียรติ รองอธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เข้าไปส่งเสริมพัฒนาอาชีพให้แก่เกษตรกรในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ เพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของประชาชนในระดับหมู่บ้าน ภายใต้แผนงานกลยุทธ์ คือ การฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพการเกษตรแบบครบวงจร ประกอบด้วย การพัฒนาการปลูกปาล์มน้ำมัน ยางพารา ข้าว การเลี้ยงปศุสัตว์ การประมง และการจัดการทรัพยากรอย่างเป็นระบบ

สำหรับกรมการข้าวได้ดำเนินการโครงการภายใต้แผนการพัฒนาพื้นที่พิเศษ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ปี 2553 จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการฟื้นฟูนาร้างเพื่อปลูกข้าว และโครงการพัฒนาการผลิตข้าวในเขตพิเศษเฉพาะกิจ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งการผลิตข้าวปลอดสารพิษและข้าวอินทรีย์เป็นอีกกิจกรรมหนึ่ง ที่กรมการข้าวได้ใช้กลยุทธ์ที่สำคัญในการพัฒนาข้าวในพื้นที่จังหวัดชายแดน ใต้และพัฒนาอาชีพการปลูกข้าวของเกษตรกร ซึ่งเป็นแนวทางที่สามารถลดต้นทุนการผลิต และสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิตสูงขึ้น เกษตรกรมีข้าวคุณภาพดีถูกหลักอนามัยไว้บริโภคและนำไปจำหน่ายได้ราคาสูงกว่า ข้าวทั่วไป 15 ถึง 20 เปอร์เซ็นต์

รองอธิบดีกรมการข้าว กล่าวต่อไปอีกว่า การผลิตข้าวปลอดสารพิษและข้าวอินทรีย์โดยยึดหลักธรรมชาติ เป็นการช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศน์ในนาข้าว ซึ่งปัจจุบันอยู่ในสภาพเสื่อมโทรม มีการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เกษตรกรมีสารเคมีสะสมในร่างกาย กรมการข้าวจึงได้เข้าไปส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตข้าวปลอดสารพิษ โดยจัดให้มีการสาธิตวิธีการผลิตข้าวคุณภาพดี ตามแนวทางการผลิตข้าวปลอดสารพิษและข้าวอินทรีย์ให้กลุ่มเกษตรกรผู้เข้าร่วม โครงการ และสมาชิกของชุมชนได้เข้าใจและสามารถนำไปปฏิบัติได้ถูกต้องตามหลักมาตรฐาน ของกรมการข้าว รวมทั้งรณรงค์ให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าวนาปีตามแนววิถีไทย และประชาสัมพันธ์เพื่อขยายโครงการสู่ชุมชนอื่นต่อไป

ตุลาคม 18, 2010 Posted by | เกษตร-สิ่งแวดล้อม, แนวหน้า | , , , , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

กรมการข้าวเดินเครื่อง วิจัยจุลินทรีย์ปฏิปักษ์ ป้องกันความเสียหาย แมลงร้ายศัตรูท้องนา

วันที่ 22/5/2007

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

นาย สุรพงษ์ ปรานศิลป์ อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า ปัญหาการทำนาของเกษตรกรคือการควบคุมโรคแมลงข้าว ซึ่งทำให้ผลผลิตข้าวได้รับความเสียหาย จำเป็นต้องมีวิธีการควบคุมที่ดีและได้ผล ดังนั้นกรมจึงได้คิดค้นการป้องกันกำจัดโรคพืชโดยชีวิวิธี ซึ่งเป็นวิธีลดปริมาณเชื้อสาเหตุโรค โดยสิ่งมีชีวิตอื่นหรือจุลินทรีย์อื่น 1 ชิด หรือมากว่า 1 ชนิด ซึ่งจุลินทรีย์ที่ต่อต้านเชื้อสาเหตุโรคนี้คือจุลินทรีย์ปฏิปักษ์ วิธีการนี้เป็นวิธีที่ให้ผลในระยะยาวปลอดภัยแต่สิ่งแวดล้อมและผู้ใช้

ทั้ง นี้สำนักวิจัยและพัฒนาข้าวได้นำวิธีการป้องกันโรคโดยชีววิธี มาใช้ควบคุมโรคที่สำคัญของข้าวได้แก่โรคกาบใบแห้ง โรคไหม้ โรคแมลงด่าง และโรคถอดฝักดาบของข้าว โดยการใช้จุลินทรีย์ปฎิปักษ์ที่เป็นแบคทีเรียจากผลการทลองพบว่า แบคทีเรียปฎิปักษ์เหล่านี้มีแนวโน้มควบคุมโรคได้ดีระดับหนึ่ง จึงได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตแบคทีเรียปฎิปักษ์ให้อยู่ในรูปแบบหรือสูตร สำเร็จของชีวภัณฑ์ที่เหมาะสม สะดวกต่อการนำไปใช้ในสภาพไร่นา สามารถเก็บรักษาและยืดอายุการเก็บรักษาได้ โดยที่คุณภาพและประสิทธิภาพของแบคทีเรียปฏิปักษ์ยังเหมือนเดิม การผลิตเป็นสูตรสำเร็จโดยเพิ่มปริมาณของแบคทีเรียปฏิปักษ์ให้ปริมาณมาก แล้วนำมาผสมกับผงทัลคัมซึ่งเป็นผงสารพาขณะนี้สำนักวิจัยและพัฒนาข้าว สามารถผลิตเชื้อแบคทีเรียปฎิปักษ์เป็นชีวภัณฑ์รูปผง ซึ่งเก็บไว้ได้นาน 7เดือน อุณหภูมิ 4องศา โดยยังคงมีปริมาณเซลล์แคทีเรียปฏิปักษ์ของผงเชื้อสูงถึง 10เท่า หน่วยโคโลนีต่อมิลลิลิตร ซึ่งเป็นปริมาณเซลล์แบคทีเรียที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมโรคได้ในขณะที่ เมื่อเก็บที่อุณหภูมิห้องมีแบคทีเรียปฏิปักษ์บางไอโซเลทเท่านั้นที่ยังคงมี ปริมาณสูงอยู่

ผล การทดลองในสภาพแปลงนา พบว่าผงเชื้อแบคทีเรียปฏิปักษ์ ที่ผลิตได้ คือผงเชื้อและ B-125นั้น มีแนวโน้มในการควบคุมการเกิดโรคไหม้ของข้าวในระยะข้อต่อใบเน่า และระยะเน่าคอรวงได้ โดยพ่นผงเชื้อ 4-5 ครั้ง ในอัตรา 2กรัม ต่อน้ำ 1 ลิตร หรือใช้ร่วมกับการคลุมเมล็ดพันธุ์ข้าวด้วยผงเชื้อแบคทีเรียปฏิปักษ์ก่นปลูก ในอัตราผงเชื้อ 10 กรัมต่อเมล็ดพันธุ์ข้าว 1กก.

ตุลาคม 7, 2010 Posted by | เกษตร-สิ่งแวดล้อม, แนวหน้า | , , , , , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

กรมข้าวแนะวิธี รับมือหอยเชอรี่ ย้ำเข้าช่วงฤดูฝน ถล่มนาข้าวหนัก

วันที่ 21/5/2007

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

(ภาพจากแฟ้มข่าว)
นาย สุรพงษ์ ปรานศิลป์ อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า ขอเตือนให้ชาวนาได้เฝ้าระวังการแพร่ระบาดของหอยเชอรี่ในช่วงฤดูฝน โดยลักษณะของหอยเชอรี่จะเหมือนกับหอยโขง แต่ตัวโต กว่า และสามารถขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็วลูกหอยอายุเพียง 2-3 เดือนจะจับคู่ผสมพันธุ์ได้ตลอดเวลาหลังผสมพันธุ์ได้ 1-2 วัน ตัวเมียจะวางไข่เวลากลางคืน โดยวางไข่ตามกิ่งไม้ ต้นหญ้าริมน้ำ ต้นข้าว ไข่สีชมพูเกาะติดกันเป็นกลุ่มยาว 2-3 นิ้ว มีจำนวนประมาณ 388-3,000 ฟองไข่จะฟักออกเป็นตัวหอยภายในเวลา 7-12 วันหลังวางไข่ เกษตรกรจะสังเกตการเข้าทำลายต้นข้าวในระยะกล้าและที่ปักดำใหม่ๆ ไปจนถึงระยะแตกกอ หอยเชอรี่จะชอบกินต้นข้าวในระยะกล้าที่มีอายุประมาณ 10 วันมากที่สุด โดยเริ่มจากส่วนโคนต้นข้าวที่อยู่ใต้น้ำจากพื้นดินประมาณ 1-1.5 นิ้ว จากนั้นกินส่วนใบที่ลอยน้ำจนหมดทั้งต้นทั้งใบใช้เวลาเพียง 1-2 นาที

สำหรับ วิธีป้องกันกำจัดหอยเชอรี่ทำได้หลายวิธีผสมผสาน เช่น วิธีกลโดยการเก็บทำลายตัวหอยและไข่ การดักและกั้นตามทางน้ำไหลผ่านให้ใช้สิ่งกีดขวางตาข่ายเฝือก ภาชนะดักปลาจับหอยเชอรี่ การใช้ไม้ปักหลักในนาข้าวล่อให้หอยมาวางไข่แล้วเก็บทำลาย การใช้เหยื่อล่อเพื่อให้หอยเข้ามากินและหลบซ่อนตัว ชนิดพืชที่ใช้ทำเหยื่อที่หอยชอบกิน เช่น ใบผัก ใบมันเทศ ใบมันสำปะหลัง ใบมะละกอ หรือพืชอื่นๆ ที่มียางขาวคล้ายน้ำนม โดยชีววิธีช่วยกำจัด คือ การใช้เอื้องหมายนากำจัดหอยเชอรี่ซึ่งเป็นพืชสมุนไพรที่นำเอาส่วนของดอก ใบและเหง้ามาบดให้ละเอียดผสมน้ำแล้วนำไปลาดเทลงแปลงนาที่มีการระบาดของหอย เชอรี่จะได้ผลดี เช่นเดียวกับกากชาที่มีสาร ซาโปนิน ที่มีผลต่อระบบการหายใจของสัตว์เลือดเย็นทุกชนิดจึงควรระมัดระวังมิให้น้ำใน แปลงนาไหลซึมเข้าบ่อปลา และบ่อกุ้งด้วย

ตุลาคม 7, 2010 Posted by | เกษตร-สิ่งแวดล้อม, แนวหน้า | , , , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

กรมข้าวรับ”เวียดนาม”มาแรงน่ากลัว เร่งขยายส่งออก-มุ่งตะวันออกกลาง

วันที่ 15/5/2007

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

นายสุ รพงษ์ ปรานศิลป์ อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า     ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่การทำนาทั้งสิ้นประมาณ 66 ล้านไร่   แบ่งเป็นนาปี 57 ล้านไร่ นาปรัง   9 ล้านไร่   ผลผลิตรวมประมาณ 24 ล้านตันต่อปี  อย่างไรก็ตาม ในปี  2549 ไทยได้มีการส่งออกประมาณ 7.4 ล้านตัน หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 9.75หมื่นล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ในปีที่ผ่านมา ปริมาณการซื้อขายข้าวไทยลดลงเมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่างประเทศเวียดนาม  เนื่องจากไทยขายข้าวสารขาวได้ประมาณ  2.2 ล้านตันมูลค่า 2.25หมื่นล้านบาท และข้าวนึ่ง  1.57 ล้านตัน มูลค่า 1.8หมื่นล้านบาท  ขณะที่เวียดนามสามารถจำหน่ายได้ รวม 4.7ล้านตัน   เนื่องจากเวียดนามได้ปรับลดราคาซื้อขายที่ถูกกว่าของไทย เนื่องจากมีต้นทุนการผลิตที่ถูกกว่าไทยมาก โดยมีการปรับราคาขายถูกกว่าข้าวไทยประมาณ กิโลกรัมละ1 บาท ส่งผลให้เวียดนามสามารถจำหน่ายข้าวได้มากถึง 4.7 ล้านตัน

นายสุ รพงษ์   กล่าวเพิ่มเติมว่า  เกษตรกรไทยจำเป็นต้องพัฒนาการปลูกข้าวเพิ่มขึ้น เพื่อให้สามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ นอกจากนี้จำเป็นต้องพัฒนาการแปรรูปผลิตภัณฑ์ข้าวเพื่อสนองความต้องการตลาด ใหม่ที่เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากตอนนี้ไทยมีรายได้จากการผลิตภัณฑ์ข้าวแปรรูปเพียง 6,000 ล้านบาทเท่านั้น ในขณะที่สต๊อกข้าวที่เหลือจากการผลิตทั้งหมดมีจำนวนมากถึง  3.7 ล้านตันที่สามารถนำมาแปรรูปเพิ่มมูลค่าในตลาดได้อีก   ที่สำคัญไทยจำเป็นต้องขยายตลาดข้าวใหม่ๆ  โดยเฉพาะตลาดระดับบน โดยเฉพาะตลาดในกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันที่มีกำลังซื้อจำนวนมาก เช่น กลุ่มประเทศตะวันออกลาง  ซึ่งขณะนี้ไทยถือว่ามีตลาดส่งออกข้าวมากที่สุดกว่า 130 ประเทศทั่วโลก  และในปี 2550นี้ไทยตั้งเป้าการส่งออกข้าวไว้ประมาณ 8.5ล้านตัน

กันยายน 29, 2010 Posted by | คำแนะนำด้านพืช, เกษตร-สิ่งแวดล้อม, แนวหน้า | , , , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

ชาวนาไทยได้เฮรอบ2 กรมการข้าวเดินหน้าลุย ประกันรายได้เกษตรกร

วันที่ 28/8/2010

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

นายประเสริฐ โกศัลวิตร อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 1 ม.ค. ที่ผ่านมา รัฐบาลได้เดินหน้าโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2552/53 รอบที่ 2 ซึ่งมีจำนวนเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการประมาณ 483,000 ราย และปริมาณผลผลิตข้าวเปลือกประมาณ 8.4 ล้านตัน ขณะที่พันธุ์ข้าวซึ่งสามารถเข้าร่วมโครงการได้ ทางคณะรัฐมนตรีก็ได้มีมติให้ผ่อนผันให้เพิ่มขึ้นนอกเหนือจากข้าว 29 พันธุ์หลักที่ทางราชการรับรองด้วย เช่น ขาวดอกมะลิ 105, กข 29 (ชัยนาท 80), ข้าวเจ้าหอมพิษณุโลก 1, เก้ารวง 88, ลูกแดงปัตตานี, ขาวตาแห้ง 17, พัทลุง 60 เป็นต้น

ส่วนราคาประกันและปริมาณประกันรายได้จากการขายข้าวเปลือกกำหนด ณ ความชื้นไม่เกิน 15% คือ ข้าวเปลือกปทุมธานี 1 ตันละ 11,000 บาท ปริมาณครัวเรือนละไม่เกิน 25 ตัน ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 10,000 บาท ปริมาณครัวเรือนละไม่เกิน 25 ตัน ข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 9,500 บาท ปริมาณครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตัน โดยให้อนุกรรมการกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงที่จะใช้เป็นเกณฑ์ในการจ่ายเงินชดเชย รายได้ให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวทุกวันที่ 1 และวันที่ 16 ของเดือน

สำหรับขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวจะเริ่มจาก การยื่นแบบขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าว เข้าร่วมประชาคม ขอใบรับรองการขึ้นทะเบียน ทำสัญญาประกันรายได้ โดยเกษตรกรต้องนำใบรองรองผลการขึ้นทะเบียนการปลูกข้าว พร้อมด้วยบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน สมุดบัญชีเงินกู้ และสมุดบัญชีเงินฝาก ไปยื่นที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) สาขาตามภูมิลำเนา จากนั้นจึงรอรับเงินชดเลย

สิงหาคม 29, 2010 Posted by | ความรู้-ศัพท์, เกษตร-สิ่งแวดล้อม, แนวหน้า | , , , , , , , , | แสดงความคิดเห็น