ชงการบ้านให้ คสช.ปลุกการค้าชายแดน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/427391

โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ 5 มิ.ย. 2557 07:15

นายธวัชชัย เฮงประเสริฐ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) งานส่งเสริมการค้าชายแดน เปิดเผยว่า ภาคธุรกิจเห็นด้วยกับนโยบายการส่งเสริมเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อย่างเต็มที่ โดยเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนจะต้องออกกฎระเบียบเพื่ออำนวยความสะดวกในการนำเข้าสินค้าวัตถุดิบ และแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน ที่ติดชายแดนอย่างเต็มที่

สำหรับพื้นที่เป้าหมายในการตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนควรเริ่มในพื้นที่ที่ผ่านการศึกษาไว้แล้ว ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี ที่ด่านเจดีย์สามองค์ ซึ่งสามารถเชื่อมต่อไปยังท่าเรือน้ำลึก และเขตอุตสาหกรรม จ.ทวาย ในประเทศพม่า จ.เชียงราย ที่ด่านเชียงของ จ.หนองคาย ด่านที่อยู่ติดกับกรุงเวียงจันทน์ เมืองหลวงของลาวและ จ.มุกดาหาร ที่ด่านชายแดนมุกดาหาร ซึ่งมองว่า คสช.ควรเพิ่มเขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อขยายการค้ากับประเทศกัมพูชา ที่ จ.สระแก้ว ในบริเวณด่านอรัญประเทศ”.

หนุนเศรษฐกิจไทยกระหึ่ม บพ.รุกเข้มจัดกลุ่มสนามบิน 28 แห่งทั่วไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/427390

โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ 5 มิ.ย. 2557 07:01

บพ.จัดกรุ๊ปสนามบิน 28 แห่ง ชูศักยภาพท้องถิ่นสร้างเครือข่ายรองรับท่องเที่ยว–สินค้า คาดที่ปรึกษาสรุปแนวทางปฏิบัติชัดเดือน ส.ค.–ก.ย.นี้ เตรียมปรับปรุงเพิ่มพื้นที่อาคารผู้โดยสาร เพิ่มลานจอด เพื่อรองรับปริมาณนักท่องเที่ยวที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต ลุ้นปีหน้าของบ 4,600 ล้านบาทปรับปรุงสนามบินกระบี่ สนามบินเบตง และสนามบินตรัง

นายเสรี จิตต์โสภา รองอธิบดีฝ่ายท่าอากาศยาน กรมการบินพลเรือน (บพ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทที่ปรึกษาอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลในการพัฒนาสนามบินทั้ง 28 แห่งของกรมการบินพลเรือน คาดว่าจะได้ข้อสรุปในการดำเนินการภายในเดือน ส.ค.-ก.ย. 2557 ทั้งเรื่องการทำหน้าที่ของกรมฯ แนวทางการพัฒนาสนามบินแต่ละแห่งให้มีศักยภาพ ซึ่งขณะนี้ได้จัดกลุ่มในการประเมินรูปแบบการบริหารจัดการที่ชัดเจนขึ้นจากการสำรวจและประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่ละพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นหอการค้าจังหวัด สภาอุตสาหกรรมจังหวัด สายการบินที่บินประจำในเส้นทางแต่ละจังหวัด โดยข้อมูลเบื้องต้นได้จากการทดลองจัดกลุ่มการพัฒนาสนามบิน 3 ภาคที่เกี่ยวข้อง โดยเน้นจังหวัดที่สำคัญหลักๆ ทางภาคเหนือคือ สนามบินพิษณุโลก, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เน้นที่สนามบินขอนแก่น และภาคใต้ เน้นที่สนามบินกระบี่ ซึ่งทั้ง 3 สนามบินจะเป็นสนามบินที่เชื่อมโยงสนามบินอื่นๆในภูมิภาคด้วย

นายเสรีกล่าวว่า ซึ่งจากการรวบรวมข้อมูลพบว่าสนามบินที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมฯในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือและภาคใต้ส่วนใหญ่เป็นสนามบินที่รองรับปริมาณนักท่องเที่ยวมากกว่าการขนส่งสินค้า ดังนั้นการพัฒนาศักยภาพสนามบินจะต้องใช้งบประมาณในการปรับปรุงพื้นที่ให้บริการ เช่น ปรับปรุงเพิ่มพื้นที่อาคารผู้โดยสาร เพิ่มลานจอด เพื่อรองรับปริมาณนักท่องเที่ยวที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต

“ในส่วนสนามบินทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือพบว่านอกจากการเดินทางท่องเที่ยวแล้วยังมีการขนส่งสินค้าประเภทอิเล็กทรอนิกส์ป้อนโรงงานอุตสาหกรรมในส่วนกลางด้วย แต่ปริมาณสินค้าจากภูมิภาคเข้าสู่ส่วนกลางนั้น ขณะนี้ยังมีปริมาณไม่มากพอที่จะใช้เครื่องบินขนส่งสินค้า ดังนั้นจึงต้องใส่ใต้ท้องเครื่องบินโดยสารไปพลางๆก่อน แต่ในอนาคตหากปริมาณสินค้าอิเล็กทรอนิกส์หรือสินค้าอื่นๆเพิ่มมากขึ้น ทางกรมฯจะประสานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถขนส่งสินค้าทางอากาศได้อย่างสะดวกรวดเร็วผ่านพื้นที่สนามบินของกรมการบินพลเรือน”

รองอธิบดีฝ่ายท่าอากาศยาน บพ.กล่าวต่อว่า ส่วนการดำเนินงานเพื่อขยายขีดความสามารถของสนามบินในภูมิภาคนั้นได้พยายามทำมาต่อเนื่อง ล่าสุดได้ปรับปรุงอาคารผู้โดยสารของสนามบินกระบี่ให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้มากถึง 3 ล้านคนต่อปี และขณะนี้ปริมาณผู้โดยสารที่สนามบินกระบี่ได้เพิ่มขึ้นมากกว่าปีที่ผ่านมาถึง 30% หรือประมาณ 2 ล้านคนต่อปี คาดว่าปริมาณผู้โดยสารจะเพิ่มขึ้นและทำให้พื้นที่สนามบินแน่นมากขึ้น ดังนั้นในปี 2558 กรมฯจะเสนอของบประมาณจำนวน 450 ล้านบาท เพื่อนำมาปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร และเพิ่มสะพานเทียบเครื่องบินอีก 2 แห่ง จากเดิมที่มีเพียง 2 แห่ง พร้อมขยายลานจอดรองรับเครื่องบินให้ได้ทั้งหมด 14 ลำ จากเดิม 10 ลำ

“นอกจากนี้ในปี 2558 กรมการบินพลเรือนจะของบประมาณปรับปรุงสนามบินต่างๆกว่า 4,600 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นสนามบินกระบี่จำนวน 450 ล้านบาท สนามบินเบตง จ.ยะลา 1,800 ล้านบาท เพื่อปรับพื้นที่สร้างอาคารผู้โดยสารและรันเวย์ สนามบินตรัง จำนวน 2,400 ล้านบาท เพื่อขยายรันเวย์ ปรับปรุงอาคารผู้โดยสารและลานจอดด้วย”.

ท่องเที่ยวชงเลิกเคอร์ฟิวอีก 3 พื้นที่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/427389

โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ 5 มิ.ย. 2557 06:45

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมการท่องเที่ยวเปิดเผยสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยหลังการยึดอำนาจการปกครองของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบเชิงจิตวิทยาทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเยือนไทยลดลงทันที โดยตั้งแต่วันที่ 1-22 พ.ค.57 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติขาเข้าผ่านสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมืองลดลง 15% แต่วันที่ 23-31 พ.ค. ที่อยู่ในช่วงหลังการรัฐประหาร นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้าไทยลดลงราว 30% ขณะที่สถิติตลอดเดือน พ.ค. มีจำนวน 1.736 ล้านคน ลดลง 10.66% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนรายได้จากตลาดต่างประเทศ 75,993.99 ล้านบาท ลดลง 8.24%

ส่วนสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติตั้งแต่เดือน ม.ค.-พ.ค.อยู่ที่ 10.35 ล้านคน ลดลง 652,339 คน หรือคิดเป็น 5.93% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้เหลือ 499,566.48 ล้านบาท ลดลง 19,534.97 ล้านบาท หรือติดลบ ไปราว 3.91% โดยขณะนี้มี 67 ประเทศที่ประกาศเตือนพลเมืองให้เดินทางมาไทย แบ่งเป็น 3 ระดับ คือ ห้ามเดินทางมาไทยเลยมี 1 ประเทศ คือ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ขณะที่อีก 20 ประเทศแนะนำให้หลีกเลี่ยงหรือเลื่อนการเดินทางที่ไม่จำเป็นมาไทย และอีก 46 ประเทศเพียงแค่แจ้งเตือนสถานการณ์ให้ระมัดระวังและหลีกเลี่ยงเข้าไปยังพื้นที่ชุมนุม

ด้านนายสุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่าในสัปดาห์หน้าเตรียมเสนอ คสช. พิจารณายกเลิกประกาศคำสั่งการห้ามออกนอกเคหสถาน (เคอร์ฟิว) อีก 3 พื้นที่ คือ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จ.กระบี่ และ จ.พังงา เนื่องจากเห็นว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวยามราตรี ประกอบกับเห็นว่าพื้นที่ดังกล่าว ไม่น่าจะมีความเสี่ยงหรือกระทบความมั่นคงทางการเมือง ส่วนงบประมาณกระตุ้นท่องเที่ยวที่กระทรวงได้เสนอให้ คสช.พิจารณาอนุมัติวงเงินกว่า 900 ล้านบาท เพื่อจัดโครงการพิเศษต่างๆ กระตุ้นนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวไทย.

ค้านแจกคูปองทีวีดาวเทียม กทปส.เร่งสรุปผลคาดทันใช้เดือน ส.ค.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/427388

โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ 5 มิ.ย. 2557 06:30

ลุ้นบอร์ด กทปส.เคาะความชัดเจนคูปองทีวีดิจิตอล ทั้งประชาพิจารณ์หรือไม่ รวมถึง ราคาคูปองด้วย คาดไม่เกิน ส.ค.นี้ ด้านเอกชนวอนขอให้สรุปโดยด่วนเพราะตลาดชะงัก กระทบทั้งผู้ขายกล่องและช่องทีวีดิจิตอลที่ไม่มีเรตติ้งไปขายโฆษณาได้ขณะที่มีการลงทุนไปแล้ว ไม่เห็นด้วยกับแจกคูปองทีวีดาวเทียมเพราะขัดเจตนารมณ์ของการสนับสนุนทีวีดิจิตอล พร้อมดัมพ์ราคากล่องพร้อมเสาลงให้ชาวบ้านไม่ต้องควักกระเป๋าเพิ่ม

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 5 มิ.ย. จะมีการประชุมคณะกรรมการกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) มีวาระพิจารณาสำคัญ 2 เรื่องคือ 1.ข้อเสนอของคณะอนุกรรมการด้านกฎหมายว่าควรจะนำเรื่องการแจกคูปอง ทีวีดิจิตอลเข้าสู่ขั้นตอนการรับฟังความเห็นสาธารณะหรือไม่ ถ้าเปิดรับฟังความเห็นจะต้องใช้ระยะเวลาเท่าใด 2.ราคาคูปองดิจิตอลที่เหมาะสมควรเป็นอัตราใด โดยเชื่อว่าที่ประชุมจะมีความชัดเจนอย่างแน่นอน ทั้งนี้การแจกคูปองอาจจะล่าช้าไปบ้างแต่เชื่อว่าไม่เกินเดือน ส.ค.57 นี้อย่างแน่นอน

ขณะที่ พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสท.ในฐานะคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวว่า การแจกคูปองทีวีดิจิตอลเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านทีวีดิจิตอลนั้น กสท.ได้ส่งผลการสรุปของบอร์ด กสท.ให้บอร์ด กทปส.พิจารณาแล้ว ซึ่งต้องรอผลการประชุมของ กทปส. และเสนอบอร์ด กสทช.พิจารณาอีกครั้ง ซึ่งเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

ทั้งนี้ในหลักการของการแจกคูปองนั้นจะสามารถนำไปแลกซื้อ 1.เครื่องโทรทัศน์ที่มีอุปกรณ์รับสัญญาณดิจิตอล DVB-T2 ในตัว 2.กล่องดิจิตอลพร้อมสาย อากาศ 3.กล่องรับสัญญาณดาวเทียมที่สามารถรับชม ภาพความคมชัดมาตรฐานสูง หรือเอชดี 4. กล่องรับ สัญญาณเคเบิล สำหรับการแลกซื้อกล่องดาวเทียมและเคเบิลนั้น กล่องที่เข้าร่วมโครงการได้จะต้องจัดเรียงช่องเหมือนกับกล่องดิจิตอล 1-36 กล่องเป็นสิทธิ์ขาด ของประชาชน รับชมช่องทีวีดิจิตอล 36 ช่องได้แม้จะ ยกเลิกการเป็นสมาชิก รวมทั้งต้องออกอากาศความคมชัดของภาพตามมาตรฐานทีวีดิจิตอล เช่น ช่องเอชดี ก็ต้องออกอากาศเป็นระบบเอชดี เป็นต้น ส่วนเรื่อง ราคาคูปองนั้นขึ้นอยู่กับการพิจารณาของบอร์ด กทปส.

พ.อ.นทีกล่าวย้ำว่า สาเหตุที่ต้องแจกคูปองสำหรับทีวีดาวเทียมนั้น ปัจจุบันคนไทยรับชมทีวีผ่านระบบดาวเทียมและเคเบิลกว่า 66% ผ่านสายอากาศและเสาก้างปลา 34% เพราะในอดีตการรับชมเสาก้างปลาไม่ชัด ทำให้ประชาชนหันไปติดตั้งจานดาวเทียม แต่เมื่อเปลี่ยนเทคโนโลยีเป็นดิจิตอลแล้ว ระบบภาคพื้นดินรับชมผ่านสายอากาศ เสาก้างปลา จะมีความคมชัด และมีเสถียรภาพมากกว่าระบบจานดาวเทียม ที่สัญญาณอาจขาดช่วงในช่วงที่ฝนตกหนัก พายุลมแรง ดังนั้นก็ต้องคำนึงถึงประชาชนที่ติดตั้งจานดาวเทียมด้วย เพื่อให้ได้รับชมทีวีดิจิตอลในลักษณะเดียวกันกับกล่องดิจิตอลด้วย ขณะที่ผู้ประกอบการทีวี 24 ช่อง ก็จะมีผู้ชมมากขึ้นตามไปด้วย

ด้านนายอมร มีมะโน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คราวน์ เทค แอดวานซ์ จำกัด (มหาชน) เจ้าของผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ “AJ” ผู้จำหน่าย อุปกรณ์รับสัญญาณทีวีดิจิตอลรายใหญ่ กล่าวว่า ในฐานะผู้ประกอบการอยากให้บอร์ด กสทช.ตัดสินความชัดเจนเรื่องนี้ให้เร็วที่สุดเพราะผู้ประกอบการได้เตรียม การลงทุนมานานและพร้อมจำหน่ายทางทุกช่องทางจำหน่าย แต่ทางผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังรอคูปองเพื่อนำมาซื้อกล่องเซตท็อปบ็อกซ์ไม่เช่นนั้นจะกระทบถึงความเชื่อมั่นของ กสทช.เองด้วย อีกทั้งทางเอกชนผู้ประมูลดิจิตอลทีวีที่มีการลงทุนและแพร่ภาพตลอด 24 ชั่วโมงไปแล้วก็ไม่สามารถขยายตลาดได้ ไม่มีเรตตติ้งเพื่ออ้างอิงการขายโฆษณาได้ ยิ่งปล่อยนานไปจะยิ่งได้รับผลกระทบหนัก

นอกจากนี้ ประเด็นการพิจารณาคูปองสำหรับอุปกรณ์รับสัญญาณทีวีดาวเทียมด้วยนั้น ตนไม่เห็นด้วยกับนโยบายนี้ กสทช.ได้เปิดประมูลทีวีดิจิตอล และมีเอกชนไปประมูลซึ่งล้วนแต่เป็นช่องพื้นฐานฟรีทีวี เจตนารมณ์ของกสทช.กับการออกคูปองเพื่อสนับสนุนให้ประชาชนมาชมทีวีดิจิตอลเพิ่มขึ้น แต่เมื่อประชาชนนำคูปองไปซื้อกล่องรับสัญญาณทีวีดาวเทียมได้ด้วยมองว่าเป็นการผิดเจตนารมณ์ดังกล่าวและเท่ากับว่าเป็นการสนับสนุนให้ประชาชนชมทีวีคู่แข่งของทีวีดิจิตอลด้วย

“สำหรับราคาคูปองทีวีดิจิตอลที่ยังเป็นข้อถกเถียงกันเท่าไรนั้น ตนมองว่าหากสรุปได้ในราคา 1,200 บาท น่าจะเป็นผลดีต่อประชาชน ตนในฐานะผู้ประกอบการรายใหญ่ยินดีที่จะลดราคากล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอลพร้อมเสารับสัญญาณซึ่งปัจจุบันจำหน่ายในราคา 1,390 บาท ลดเหลือเท่ากับราคาคูปอง โดยประชาชนไม่ต้องควักกระเป๋าเพิ่มแต่อย่างใด”.

ไฟเขียว4โครงการเร่งด่วน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/427387

โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ 5 มิ.ย. 2557 06:15

นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ฝ่ายเศรษฐกิจ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ให้ความเห็นชอบโครงการเร่งด่วนของกระทรวงเกษตรฯแล้วทั้งสิ้น 4 โครงการ วงเงินรวม 11,698 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.งบประมาณเพิ่มเติมจำนวน 6,000 ล้านบาท เพื่อจ่ายเงินสนับสนุนค่าปัจจัยการผลิตให้แก่ชาวสวนยางไร่ละ 2,520 บาท ภายใต้โครงการแก้ไขปัญหายางพาราทั้งระบบปี 2557 (ระยะสั้น) 2.งบประมาณแก้ไขปัญหาโรคตายด่วน (อีเอ็มเอส) ระบาดในกุ้งทะเล จำนวน 200 ล้านบาท

3.งบกลางจำนวน 5,498 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรรวม 584,005 ราย ที่ประสบภัยพิบัติด้านการเกษตรในปี 2556-2557 และ 4. เห็นชอบโครงการบริหารจัดการนมโรงเรียน ที่ให้องค์การส่งเสริมกิจการโคมนม (อสค.) เข้าไปซื้อขายนมกับท้องถิ่นโดยตรงเป็นกรณีพิเศษ เพิ่มเติมอีก 2 ปี โดยโครงการนี้ไม่มีการขออนุมัติงบ

นายชวลิต กล่าวหลังการประชุมติดตามงานด้านยางพาราด้วยว่า ได้ติดตามความคืบหน้าโครงการด้านยางพารา เพื่อเสนอ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช. ใน 3 โครงการประกอบด้วย การจัดการยางในสต๊อกจำนวน 210,000 ตัน จากโครงการเสริมสร้างสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง โครงการสนับสนุนสินเชื่อสถาบันเกษตรกรแปรรูปยางวงเงิน 5,000 ล้านบาท และการจัดทำแผนแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำ

ทั้งนี้ ได้สรุปข้อเท็จจริง กรณีเอกชนร้องเรียน คสช. เรื่องการระบายยางในสต๊อก 210,000 ตัน ซึ่งจะทำให้ราคายางตกต่ำว่า กระทรวงเกษตรฯ ยังไม่มีการระบายยางออกจากสต๊อกแต่อย่างใด ทำให้คสช.เข้าใจข้อเท็จจริงตรงกันแล้ว ส่วนโครงการสนับสนุนสินเชื่อสถาบันเกษตรกรแปรรูปยางพาราวงเงิน 5,000 ล้านบาทของรัฐบาลชุดก่อน คสช.ยังไม่อนุมัติดำเนินการ โดยขอให้ไปจัดทำแนวทางการดำเนินโครงการที่ชัดเจนมาให้พิจารณาใหม่อีกครั้ง.

คสช.ตั้งกรรมการสอบใช้งบ เขย่าวงราชการไร้คอร์รัปชัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/427386

โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ 5 มิ.ย. 2557 06:01

ร.อ.ยงยุทธ มัยลาภ คณะทำงานโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ลงนามในคำสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) เพื่อทำหน้าในการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณทั้งในส่วนของการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐปี 2557และการจัดทำกรอบการใช้จ่ายงบประมาณ 2558 ให้มีความรอบคอบโปร่งใส และอยู่ในระเบียบวินัยการเงินและการคลัง รวมทั้งเป็นไปตามแผนการบริหารราชการแผ่นดิน และสามารถใช้งบประมาณในการแก้ปัญหาของประชาชนได้ตรงตามวัตถุประสงค์ของการใช้จ่ายงบประมาณ และต้องมีความโปร่งใส

สำหรับโครงสร้างของ คตร.แต่งตั้งให้พลโทอนันตพร กาญจนรัตน์ ปลัดบัญชีทหารบกเป็นประธาน ปลัดกระทรวงการคลัง ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เป็นรองประธาน และมีกรรมการเช่น เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และอธิบดีกรมบัญชีกลาง เป็นต้น.

“ไทย”นอนมาคว้าแชมป์ส่งออกข้าวคืน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/427385

โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ 5 มิ.ย. 2557 05:30

นายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯได้จัดทำข้อเสนอการบริหารจัดการข้าวไทย เพื่อเป็นข้อมูลหากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรียกไปหารือ โดยมาตรการระยะยาวจะเสนอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการข้าวภาคเอกชน (ไรซ์บอร์ด) ซึ่งตัวแทนประกอบด้วย เกษตรกร โรงสี ผู้ค้าข้าวในประเทศและผู้ส่งออกข้าว เป็นต้น เพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีสิทธิ์กำหนดนโยบายและมาตรการต่างๆ ให้เป็นทิศทางที่ถูกต้อง โดยรัฐบาลไหนที่เข้ามาบริหารประเทศจะต้องดำเนินการตามนโยบายที่ถูกกำหนดจากไรซ์บอร์ด

ส่วนการส่งออกข้าวปีนี้ สมาคมฯได้ปรับเป้าหมายว่าไทยจะส่งออกข้าวเพิ่มขึ้นเป็น 9 ล้านตัน จากคาดการณ์เดิมส่งออก 7.5 ล้านตัน ซึ่งจะทำให้ไทยมีสิทธิ์เป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับหนึ่งได้ภายในปีนี้ ส่วนสาเหตุที่ปริมาณส่งออกข้าวเพิ่มสูงขึ้น เพราะราคาส่งออกข้าวไทยปรับลดลงมา ทำให้ศักยภาพในการแข่งขันด้านราคาดีขึ้น

สำหรับการส่งออกข้าวไทยช่วง 5 เดือนแรก ตั้งแต่ 1 ม.ค.-20 พ.ค. 2557 ไทยส่งออกข้าวเป็นอันดับ 1 ของโลก ปริมาณ 3.93 ล้านตัน ตามด้วยอินเดีย 3.74 ล้านตัน และเวียดนาม 2.4 ล้านตัน.