http://www.ku.ac.th/e-magazine/dec50/agri/DPPH.htm.
|
อีกหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจติดตามในฉบับนี้ ทีมงานเกษตรศาสตร์ก้าวหน้า ก็ได้หิ้วกล้องสพายเทปไปที่กรมประมงเพื่อติดตามถามข้อมูล จากรองอธิบดีกรมประมง นิวัติ สุธีมีชัยกุล เกี่ยวกับ “ช่อนทะเล” ปลาเศรษฐกิจที่น่าจับตามอง และเมื่อไปถึงท่านก็ได้กล่าวต้อนรับและถามไถ่ที่มาของการมาพบปะในวันนี้ ซึ่งทีมงานก็ได้ชี้แจงแถลงความตามประสาชาวรั้วนนททรีด้วยกันเอง ซึ่งก็ถือเป็นช่วงเวลาดีดี ที่ทีมงานได้โอกาสเข้าพบ เนื่องจากท่านรองฯ เองนั้นก็มีภารกิจมากพอสมควรทีเดียว ที่จะต้องเร่งรีบปฎิบัติ ดังนั้นเพื่อรักษาเวลาเราจึงต้องเข้าประเด็นเรื่องถาม ความเป็นมาของ ช่อนทะเล ปลาเศรษฐกิจที่น่าจับตามอง ท่านรองฯ นิวัติ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ปลาช่อนทะเลเป็นปลาที่พบทั่วไปในทะเลเขตร้อนและเขตอบอุ่น และที่สำคัญปลาชนิดนี้สามารถพบได้ในธรรมชาติของประเทศไทยด้วย และประกอบกับที่ได้เห็นถึงการตลาด คือเมื่อประมาณ 2549 จากที่ได้ไปดูงานที่บรัสเซล ประเทศเบลเยี่ยม ซึ่งได้จัดงานแสดงรวมร้านค้าอาหารทะเลสดต่างๆ และจริงๆ แล้วที่ไปนั้นก็เพราะไปดูเรื่องของกุ้งมากกว่า เนื่องจากดำรงตำแหน่งมิสเตอร์กุ้งของประเทศไทย และในที่ไปนั้นเองก็ได้เห็นว่ามีร้านค้าหนึ่งของไต้หวันได้นำปลาช่อนทะเลทาแสดงและขายในตลาดบรัสเซล ตรงนั้นจึงเป็นที่มาของความสนใจ เพราะแสดงว่าปลาช่อนทะเลนั้นสามารถเป็นตลาดทั้งภายในประเทศและยังค่อนข้างเป็นที่นิยมของตลาดสากลอีกด้วย หลังจากนั้นเมื่อกลับมาแล้วท่านเองก็ได้ดูรายการสารคดีหนึ่งในเรื่องเกี่ยวกับเทคโนโลยีการผลิตปลาช่อนทะเลของประเทศต่างๆ ท่านรองฯ นิวัติได้กล่าวว่า จากที่ดูสารคดีนี้เองทำให้เกิดแนวคิด โดยเห็นว่าประเทศไทยเราก็น่าจะสามารถเพาะเลี้ยงปลาช่อนทะเลได้ จึงได้เริ่มเดินทางไปตาม จังหวัดและศูนย์สถานีวิจัยต่างๆ เพื่อการรวบรวมข้อมูลการศึกษาค้นคว้าที่เกี่ยวข้องและที่น่าสนใจก็คือ พบว่าปลาช่อนทะเลนี้เองมีการเจริญเติบโตที่รวดเร็วมาก โดยทั่วไปใน 1 ปี จะเจริญเติบโตได้ถึง ประมาณ 5 – 7 กิโลกรัม และนอกจากนี้ที่ผ่านมาในช่วงปี 2548 นั้นเอง ทางกรมประมงก็ได้มีการดำเนินงานวิจัยใน โครงการนำร่องการเพาะเลี้ยงปลาในกระชังขนาดใหญ่โดยรัฐบาลนอร์เวย์ให้การสนับสนุนไทย ซึ่งทางกรมประมงก็ได้เลือกทดลองเลี้ยงปลาช่อนทะเลเพื่อศึกษาข้อมูลต่างๆ ให้ชัดเจนมากขึ้น เพื่อจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่ในการประกอบอาชีพสำหรับขาวประมงไทยต่อไป แหล่งที่เหมาะสมในการเลี้ยงปลาช่อนทะเล สำหรับเรื่องนี้ ท่านรองฯ นิวัติ กล่าวว่า เนื่องจากปลาช่อนทะเลเป็นปลาที่เจริญเติบโตได้รวดเร็วมาก ซึ่งเมื่อเทียบกับการเลี้ยงปลากระพงหรือปลาเก๋าโดยในเวลา 1 ปี ถ้าเลี้ยงปลากระพงจะเติบโตได้ประมาณ 6 – 7 ขีด แต่ถ้าเลี้ยงปลาช่อนทะเลจะสามารถเติบโตได้ถึงประมาณ 5 – 7 กิโลกรัมทีเดียว และการที่เจริญเติบโตได้รวดเร็วมากมายขนาดนี้จึงมีความต้องการสูงมากในเรื่องของ ออกซิเจนในแหล่งน้ำและความเค็มของน้ำต้องอยู่ในระดับที่เป็นน้ำเค็มไม่ใช่น้ำกร่อย ซึ่งก็เป็นอีกข้อจำกัดหนึ่ง เพราะฉะนั้นแหล่งที่เลี้ยงต้องเป็นปากแม่น้ำที่มีความเค็มค่อนข้างสูงหรือตามเกาะ ต่างๆ ที่มีพื้นที่เลี้ยงสัตว์น้ำอยู่ และในปัจจุบันเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาที่อ่าวสนจังหวัดระยอง ก็ได้มีการเลี้ยงปลาช่อนทะเลกัน ซึ่งที่อ่าวสน นั้นจะมีเขื่อนกันคลื่น ตรงนั้นจะเป็นพื้นที่ที่มีความเค็มของน้ำปกติที่เดียวคือประมาณ 30 – 32 pbt โดยทั่วไปแล้วในพื้นที่การเลี้ยงปลาในกระชังใน 23 จังหวัดชายทะเลของบ้านเรานั้นก็สามารถเลี้ยงปลาช่อนทะเลได้แต่ต้องเลือกพื้นที่ที่อยู่ในบริวเณที่ไม่มีผลกระทบของมรสุมและมีความเค็มของน้ำที่พอเหมาะ ปลอดมลพิษจากบ้านเรือนที่อยู่อาศัย อาหารที่เลี้ยงปลาช่อนทะเล ท่านรองฯนิวัติ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า อาหารที่ใช้เลี้ยงปลาช่อนทะเลนับเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่มีความสำคัญ เนื่องจากอัตราการเจริญเติบโตของปลาช่อนทะเลนั้นมีปริมาณค่อนข้างสูงมาก ดังนั้นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญก็คืออาหารที่ใช้เลี้ยง โดยอาหารที่ใช้เลี้ยงปลาช่อนทะเลนั้นจะต้องมีปริมาณไขมันไม่น้อยกว่า 7 – 10 เปอร์เซ็นต์ ของปริมาณอาหาร ซึ่งนับว่าสูงมากกว่าอาหารที่ใช้เลี้ยงปลาชนิดอื่นทั่วๆ ไป ซึ่งมีปริมาณไขมันเพียง 3.4 – 3.5 เปอร์เซ็นต์ ของปริมาณอาหารเท่านั้นเอง และทางกรมประมงก็ได้แจ้งกับทางสมาคมอุตสาหกรรมอาหารสัตว์น้ำให้ทราบว่ากรมประมงจะมีการพัฒนาเรื่องการเลี้ยงปลาช่อนทะเล ซึ่งทางในเรื่องนี้ทางสมาคมอุตสาหกรรมสัตว์น้ำคงต้องมีการปรับตัว เนื่องจากเกษตรกรผู้เลี้ยงไม่สามารถทำอาหารที่ใช้เลี้ยงปลาช่อนทะเลที่มีเปอร์เซ็นต์ไขมันและโปรตีนในอาหารที่ปริมาณค่อนข้างสูง ซึ่งต่างจากอาหารที่ใช้เลี้ยงสัตว์น้ำโดยทั่วไปได้ และขณะนี้ก็ได้มีประมาณ 3 – 4 บริษัท ที่ได้มาพบและขอคำปรึกษาแนะนำจากกรมประมงแล้ว และกรมประมงก็ได้นำแนวคิดปริมาณเปอร์เซ็นต์ของไขมันและโปรตีนของอาหารที่ใช้เลี้ยงปลาช่อนทะเลในกระชังในโครงการที่ได้ร่วมมือกับทางรัฐบาลนอร์เวย์ ที่จัวหวัดภูเก็ต มาเป็นข้อมูลสำหรับการผลิตอาหารเลี้ยงปลาช่อนทะเลให้เกษตรกรต่อไป การส่งเสริมแนวทางการพัฒนาและการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเลี้ยงปลาช่อนทะเลของกรมประมง ในเรื่องของการส่งเสริมและแนวทางการพัฒนาการเลี้ยงปลาช่อนทะเลนั้น ท่านรองฯ นิวัติ กล่าวว่า จำเป็นที่จะต้องมองในเรื่องของการตลาดเป็นเสาหลักธงนำ เพราะการที่จะพัฒนาส่งเสริมอะไรให้เกษตรกรนั้นเรื่องของการตลาดและแนวโน้มการตลาดต้องไปได้ก่อน ประกอบกับการถ่ายทอดเทคโนโลยีต้องสามารถให้เกษตรกรทำได้จริงในเชิงการค้า ซึ่งปลาช่อนทะเลนั้นก็อยู่ในข่ายที่สามารถพัฒนาส่งเสริมให้กับเกษตรกรได้ เพราะ นอกจากจะสามารถทำตลาดในประเทศแล้ว ยังสามารถทำตลาดสากลได้ด้วย โดยเฉพาะญี่ปุ่น ไต้หวัน และกลุ่มสหภาพยุโรป ปรือ อียู ในขณะเดียวกันราคาจำหน่ายก็ยังมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 90 – 120 บาทอีกด้วย และนอกจากนี้การที่จะดำเนินงานส่งเสริมและพัฒนาให้สำเร็จโดยเร็วรวดเร็วนั้นท่านรองฯ นิวัติ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ก็มีความจำเป็นที่ต้องประสานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ยกตัวอย่างเช่น ในเรื่องของอาหารที่ใช้เลี้ยงปลาช่อนทะเลนั้น ก็ได้มีการประชุมหารือกับสมาคมอุตสาหกรรมอาหารสัตว์น้ำตามที่ได้กล่าวมาแล้ว และในส่วนของการส่งเสริมด้านการตลาดก็ได้มีการปรึกษาหารือกับทางสมาคมแช่เยือกแข้ง และสำหรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีนั้น ทางกรมประมงก็มีข้อมูล ความรู้ต่างๆ จากการค้นคว้า วิจัยและมีนักวิชาการของกรมประมงที่สามารถให้คำปรึกษาแนะนำได้ซึ่งเกษตรกรผู้สนใจสามารถขอข้อมูลและความรู้ในเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับการเลี้ยงปลาช่อนทะเลได้กับกรมประมง |
|
|
จัดทำโฮมเพจโดย : สำนักบริการคอมพิวเตอร์, 28 ธันวาคม 2550
|




