ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

ข้อมูล เศรษฐกิจ เกษตร ดิน ปุ๋ย และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

“ไผ่หวานหนองโดน” ปรุงเป็นส้มตำอร่อย 2012/05/31

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/264490

31 พฤษภาคม 2555, 05:01 น.

Pic_264490

ไผ่หวานชนิดนี้ ทราบจากผู้ขายต้นพันธุ์เพียงว่า มีถิ่นกำเนิดเดิมอยู่ที่ จ.หนองบัวลำภู นิยมปลูกเก็บหน่อขายในพื้นที่มานานแล้ว แต่ผู้ขายต้นพันธุ์ยืนยันไม่ได้ว่าไผ่หวานดังกล่าวมีความเป็นมาอย่างไร บอกได้แค่ว่าเป็นไผ่หวานเกิดจากการเพาะเมล็ด ซึ่งก็ไม่มั่นใจนัก

ผู้ขายเล่าว่า เมื่อต้นโตจนมีหน่อแทงขึ้นจากดิน ปรากฏว่ามีหน่อดกมาก เนื้อในหน่อมีรสชาติหวานไม่มีรสขมและรสขื่นเจือปนเลย สามารถกินสดหวานกรอบอร่อยมาก เจ้าของผู้เพาะพันธุ์เชื่อว่าเป็นไผ่หวานกลายพันธุ์ถาวรและมีความนิ่งดีแล้ว จึงตั้งชื่อว่า “ไผ่หวานหนองโดน” พร้อมปลูกเป็นไร่เก็บหน่อขายและขยายพันธุ์ทำต้นออกจำหน่ายด้วย ได้รับความนิยมจากผู้ซื้อไปรับประทานและซื้อไปปลูกอย่างแพร่หลายนานหลายปีแล้ว

ประโยชน์ทางอาหาร ผู้ขายต้นพันธุ์บอกว่า ส่วนใหญ่จะเอาเนื้อของหน่อที่มีรสหวานไปแกงจืดกระดูกหมูไม่ต้องใส่น้ำตาลหรือผงชูรส ฝานหรือหั่นเป็นชิ้นผัดน้ำมันหอย ปรุงแกง
เลียงแทนการใส่ยอดมะพร้าวอ่อนอร่อยไม่แพ้กัน แต่ที่ขึ้นชื่อและถือเป็นเรื่องแปลกคือ เนื้อสดของ “ไผ่หวานหนองโดน” สามารถสับและฝานเป็นฝอยคล้ายเส้นมะละกอทำส้มตำไผ่หวาน รับประทานอร่อยมาก

ไผ่หวานหนองโดน  อยู่ในวงศ์  GRA-MINEAE มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์เหมือนกับไผ่ทั่วไป ลำต้นตั้งตรง ไม่แตกเป็นกอหรือมีพูพอนเหมือนไผ่ทั่วไป ลำต้นจะขึ้นกระจายเป็นกลุ่มๆ ลำต้นใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ หน่ออวบยาว ปล้องสั้น มีขนเล็กน้อยบริเวณปลายหน่อ ทำให้ปอกเปลือกได้ง่าย ให้หน่อดกมากตลอดปี เปลือกหน่อหนามาก จึงทนต่อการขนส่งไปจำหน่ายในระยะทางไกลๆ ปลูกได้ทุกภาคของประเทศไทย  แต่ไม่ชอบน้ำท่วมขัง

ใครต้องการต้นไปปลูกหรือชิมรสชาติเนื้อหน่อ ติดต่อ “คุณวรรณา” โทร.08–6353–3794 หรือที่งานเกษตรแฟร์ ม.เกษตรฯบางเขน กทม. วันที่  30 พ.ค.-7 มิ.ย.55  บริเวณโซน ไอ 32 และ ไอ 33 ราคาสอบถามกันเองครับ.
“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 31 พฤษภาคม 2555, 05:01 น.
 

“จำปาแคระ–จำปีจิ๋ว” ดอกดกหอมแรง 2012/05/31

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/264184

30 พฤษภาคม 2555, 05:01 น.

Pic_264184

จำปา กับ จำปี จัดเป็นไม้ยืนต้นที่มีดอกส่งกลิ่นหอมเป็นอมตะ ได้รับความนิยมปลูกมาช้านานแต่โบราณ แต่ต้น “จำปาแคระ” กับต้น “จำปีจิ๋ว” จะมีความแตกต่างจากจำปาและจำปีที่กล่าวถึงข้างต้นอย่างชัดเจน คือ “จำปาแคระ” มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์เหมือนกับจำปาพันธุ์ดั้งเดิมทุกอย่าง เพียงแต่ขนาดของต้นจะมีความสูงแค่ 2–2.5 เมตรเท่านั้น สามารถปลูกได้ทั้งลงดินกลางแจ้งและปลูกลงกระถางขนาดใหญ่ ตั้งในที่มีแสงแดดส่องตลอดวัน รดน้ำบำรุงปุ๋ยอย่างสม่ำเสมอจะมีดอกดกเต็มต้นได้ทั้งปี  ดอกเป็นสีเหลืองเข้มหรือสีเหลืองอมส้ม  ดอกมีขนาดใหญ่กว่าดอกจำปาพันธุ์ดั้งเดิม ดอกมีกลิ่นหอมแรงช่วงเช้าตรู่ จึงทำให้เวลามีดอกดกและดอกบานพร้อมกันทั้งต้นดูงดงามพร้อมส่งกลิ่นหอมเป็นที่ชื่นใจยิ่งนัก

ส่วนต้น “จำปีจิ๋ว” เป็นสายพันธุ์ที่มีความแตกต่างจากต้นจำปีพันธุ์ดั้งเดิมคือ ต้นจะสูงเต็มที่ไม่เกิน 5-7 เมตรเท่านั้น (จำปีพันธุ์ดั้งเดิมสูง 10–15 เมตร) ลักษณะต้น ใบ และดอกของ “จำปีจิ๋ว” เหมือนกับจำปีดั้งเดิมทุกอย่าง เพียงแต่ขนาดของดอกจะเล็กกว่าอย่างชัดเจน จึงถูกตั้งชื่อว่า “จำปีจิ๋ว” ดอกมักออกเป็นคู่ 2 ดอก เป็นสีขาวนวล มีกลิ่นหอมแรง ดอกบานได้ทนกว่าดอกจำปีดั้งเดิม คือ สามารถบานได้ 2–3 วัน กลีบดอกจึงจะร่วง ดอกออกได้เรื่อยๆเกือบตลอดปี เวลามีดอกดกและดอกบานพร้อมกันทั้งต้นจะดูสวยงามพร้อมส่งกลิ่นหอมเป็นที่ประทับใจมาก ปลูกได้ทั้งลงดินกลางแจ้งและปลูกลงกระถางขนาดใหญ่ รดน้ำบำรุงปุ๋ยอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้มีดอกดกไม่ขาดต้น

ใครต้องการ “จำปาแคระ” กับ “จำปีจิ๋ว” ไปปลูก มีกิ่งตอนขายที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ แผง “คุณตุ๊ก” หน้าตึกกองอำนวยการ หรือไปซื้อที่งานเกษตรแฟร์ ม.เกษตรฯ บางเขน กทม. วันที่ 30 พ.ค.-7 มิ.ย. 55 บริเวณโซน H 56–57 และโซน H 37 ราคาสอบถามกันเองครับ.
“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 30 พฤษภาคม 2555, 05:01 น.
 

“มะขามป้อมยักษ์”ผลตลอดปีปลูกคุ้ม 2012/05/31

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/263908

29 พฤษภาคม 2555, 05:00 น.

Pic_263908

มะขามป้อมยักษ์

โดย ธรรมชาติของมะขามป้อมทั่วไป จะติดผลเพียงปีละครั้งช่วงฤดูร้อน ซึ่งมะขามป้อมพื้นบ้านผลจะโตเต็มที่ประมาณปลายนิ้วหัวแม่มือผู้ใหญ่ มีรสเปรี้ยวปนฝาดระคนขมเล็กน้อย ส่วนใหญ่ไม่นิยมรับประทานกัน ผลสดกินแล้วทำให้ชุ่มคอ ขับน้ำลายออก ถ้าดื่มน้ำตามจะรู้สึกหวานเหมือนมีน้ำตาลนิดๆ กัดแล้วอมแก้กระหายน้ำเวลาเดินทางกลางแดดได้ดีมาก ผลยังนำไปเข้ายาสมุนไพรได้หลายอย่าง รวมทั้งใช้ปรุงเป็นยาอายุวัฒนะอีกด้วย มีชื่อวิทยาศาสตร์ทั่วไป คือ PHYLLANTHUS EMBLICA LINN. อยู่ในวงศ์ EVPHOBIACEAE เป็นไม้ยืนต้นพบขึ้นตามป่าทุกภาคของประเทศไทย

ส่วน “มะขามป้อมยักษ์” มีถิ่นกำเนิดจาก ประเทศอินเดีย ถูกนำเข้ามาปลูกและขยายพันธุ์ขายในประเทศไทยนานหลายปีแล้ว มีด้วยกันหลายเบอร์  แต่ที่ได้รับความนิยมปลูกอย่างแพร่หลายได้แก่ “มะขามป้อมยักษ์” เบอร์ 1 กับ เบอร์ 4 เนื่องจากทั้งสองเบอร์จะมีผลขนาดใหญ่มาก ผลโตเต็มที่เท่ากับลูกกอล์ฟ (ตามภาพเสนอประกอบคอลัมน์)

รูปทรงของผล และข้อแตกต่างระหว่างชนิด เบอร์ 1 กับ เบอร์ 4 สังเกตได้จากผลของชนิด เบอร์ 4 จะกลมรีและยาวกว่าผลของชนิด เบอร์ 1 อย่างชัดเจน ซึ่งผลของชนิดเบอร์ 1 จะเป็นทรงกลมแป้น ทั้งสองชนิดสามารถติดผลได้เรื่อยๆ ตลอดปี ติดผลดกมาก ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด ตอนกิ่ง ทาบกิ่ง และเสียบยอด เหมาะจะปลูกเก็บผลใช้ประโยชน์เป็นอาหารเช่น ดองเค็ม เชื่อมหวานแต่งสีแบบชาวจีน  และใช้เป็นยาสมุนไพรคุ้มค่ามาก

ใคร ต้องการกิ่งตอนไปปลูกติดต่อ “คุณกิตติ ช่วยสกุล” 37/1 หมู่ 4 ต.ท่าตลาด อ.สามพราน จ.นครปฐม โทร.08-1943-2231 หรือ ที่งานเกษตร์แฟร์ ม.เกษตร์ฯ บางเขน กทม. จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 พ.ย.-7 มิ.ย.55 ที่ร้าน “ไร่ขิงพันธุ์ไม้” บริเวณโซน H. ใกล้ประตู 3 ราคาสอบถามกันเองครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 29 พฤษภาคม 2555, 05:00 น.
 

“ผักบุ้งจีน–น้ำผึ้งแท้”แก้ต่อมลูกหมากโต 2012/05/31

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/263674

28 พฤษภาคม 2555, 05:00 น.

Pic_263674

ผักบุ้งจีน

ผู้อ่านไทยรัฐจำนวนมากเริ่มมีอาการต่อมลูกหมากโต ซึ่งในทางสมุนไพรให้เอา “ผักบุ้งจีน” สด ตัดราก 4 ขีด กับ “น้ำผึ้งแท้” 3 ช้อนโต๊ะ ล้าง “ผักบุ้งจีน” ให้สะอาด ต้มน้ำ 3-4 แก้ว จนเดือดแล้วยกลงใส่ “น้ำผึ้งแท้” ลงไปคนให้เข้ากันจนได้ที่ แบ่งกินก่อนอาหาร 3 มื้อเช้ากลางวันเย็น โดยกินทั้งน้ำและเนื้อ 2 วัน จะสังเกตได้ว่าอาการที่เริ่มเป็นจะดีขึ้น ให้ต้มดื่มเรื่อยๆ เมื่อหายดีแล้วก็หยุดกิน สูตรนี้ถ้าเป็นไม่มากจนถึงขั้นอันตรายหายได้

ผักบุ้งจีน หรือ LPOMOEA AQUATICA FORSK. อยู่ในวงศ์ CONVOLVULACEAE ทั้งต้นแก้เลือดกำเดาออก ท้องผูก หนองไหล เบาขัด แก้โรคประสาท การเสื่อมสมรรถภาพ โรคนอนไม่หลับ ถ่ายเป็นเลือด ยาง เป็นยาถ่าย ราก แก้สตรีตกขาว ฟันเป็นรูปวด เบาขัด ไอเรื้อรัง เสียเหงื่อมาก ลดบวม ทั้งต้น ถอนพิษ แก้พิษเบื่อเมา ถอนพิษยาทั้งปวง แก้ตาฝ้าฟาง คนกินพริกมากๆ ทำให้ตาฟาง เอายอดหรือเถา “ผักบุ้ง” กินเป็นยาถอนพิษได้

ครับ หนังสือ “สมุนไพรไม้ดอกไม้ประดับหายาก” เล่ม 5 ของ “นายเกษตร” พิมพ์จำนวนจำกัดหมดแล้วหมดเลย สีทั้งเล่ม เนื้อหาไม่ซ้ำกับทุกเล่มที่ผ่านมา ไม่วางขายที่ไหน ราคาเล่มละ 600 บาท บวกค่าส่งกลับเล่มละ 30 บาท ส่งธนาณัติซื้อสั่งจ่าย “คุณนงลักษณ์ ศรีอัชรานนท์” ตู้ ปณ.48 ปณ.สามแยกลาดพร้าวกทม. 10901 หรือสอบถามผลิตภัณฑ์สมุนไพรว่านชักมดลูก ช่วยให้มดลูกกระชับ แก้น้ำคาวปลาดับกลิ่นเหม็น แก้ต่อมลูกหมากอักเสบไส้เลื่อนในบุรุษ, แชมพูสูตร 5 ชนิด ป้องกันผมร่วง ลดรังแคทำให้ผมแข็งแรง, สเปรย์ฉีดบำรุงรากผม, ครีมโลดทนง รักษาสิวฝ้ารูขุมขนตีบลง, คอลลาเจนบริสุทธิ์ ทาหน้าช่วยให้ใบหน้ากระชับ, ยาต้มคลายเส้นไม้เท้าเฒ่าอาลี แก้ปวดเมื่อยแก้เกาต์ ลดเบาหวาน บำรุงไต บำรุงกำลัง, ดีบัวแคปซูล ช่วยขยายหลอดเลือดเลี้ยงสมองหัวใจ, ตรีผลา ลดไขมันในเส้นเลือด ลดไตรกลีเซอไรด์ โทร. 0–2275–2692 ครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 28 พฤษภาคม 2555, 05:00 น.
 

“ทุเรียนเม็ดในยายปราง” อร่อยขายนอก 2012/05/31

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/263018

25 พฤษภาคม 2555, 05:00 น.

Pic_263018

ทุเรียนชนิดนี้ มีสายพันธุ์ดั้งเดิมเป็นขนุนโบราณของ จ.นนทบุรี โดยมีเจ้าของชื่อ “ยายปราง” ได้เก็บเอาเมล็ดทุเรียนในสวนตัวเองจำนวนหลายเมล็ดไปเพาะขยายพันธุ์แล้วนำต้นที่ได้ไปปลูกจนติดผล (สมัยก่อนชาวสวนทุเรียนนนท์นิยมปลูกทุเรียนจากเมล็ด) ปรากฏว่ามีอยู่ต้นหนึ่งติดผลดกและมีเนื้อดีมาก “ยายปราง” จึงขยายพันธุ์ปลูกเก็บผลขายในชื่อว่า “ทุเรียนเม็ดในยายปราง” หมายถึงเกิดจาก เมล็ดในสวนของยายปราง ได้รับความนิยมจากผู้ซื้อไปรับประทานอย่างแพร่หลายไม่แพ้ทุเรียนนนท์พันธุ์ดังๆเลย

ต่อมา ได้มีชาวสวนนำเอาทุเรียนพันธุ์ดังกล่าวไปปลูกที่ อ.แกลง จ.ระยอง และเก็บผลขายได้รับความชื่นชอบจากผู้รับประทานเป็นอย่างมาก เพราะมีรสชาติหวานหอมอร่อยนั่นเอง ปัจจุบันมีการนำผล “ทุเรียนเม็ดในยายปราง” ส่งไปขายที่ ประเทศแคนาดา จีน และ ไต้หวัน ได้รับการตอบรับจากชาวต่างชาติยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าอร่อยที่สุด

ทุเรียนเม็ดในยายปราง ชนะเลิศการประกวดทุเรียนดีในงานเกษตรประจำจังหวัดระยองหลายปีติดต่อกัน เป็นทุเรียนที่มีรูปทรงของผลสวย เปลือกบาง ติดผลง่ายและติดผลดกมาก ผลแก่เก็บได้ก่อนทุเรียนสายพันธุ์อื่นจึงขายได้ก่อน ผลโตเต็มที่มีน้ำหนักเฉลี่ย 1–2 กิโลกรัมต่อผล เหมาะจะแกะเนื้อรับประทานได้พอดีสำหรับ 1–2 คน ขยายพันธุ์ด้วยการเสียบยอดทำให้มีรากแก้วดีเมื่อนำกิ่งตอนไปปลูกจะเติบโตเร็วและติดผลดก

ใคร ต้องการกิ่งตอนไปปลูกติดต่อ“คุณประภาส สุภาผล” เลขที่ 33/4 หมู่ 7 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โทร.08– 8533–2299 หรือที่งานเกษตรแฟร์ ม.เกษตรฯ บางเขน กทม. วันที่ 30 พ.ค.-7 มิ.ย.55 บริเวณโซน H 127–128 บูธ “สวนประภาสไม้ผล” ราคาสอบถามกันเอง ปลูก 1 ไร่ ได้ 33 ต้น รดน้ำ 1-2 วันครั้ง หลังปลูกให้ปุ๋ยคอกทุกๆ 3 เดือน สูตร 16-16-16 ทุกๆ 2 เดือน จะติดผลหลังปลูก 4 ปี ครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 25 พฤษภาคม 2555, 05:00 น.
 

อ.ส.ค.จัดงาน”วันดื่มนมโลก”ร่วมมือFAOกระตุ้นการบริโภค 2012/05/31

http://www.thairath.co.th/content/edu/264528

31 พฤษภาคม 2555, 05:15 น.

Pic_264528

นายนพดล ตันวิเชียร รองผู้อำนวยการทำการแทนผู้อำนวยการ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เผยว่า  อ.ส.ค.ในฐานะหน่วยงานของรัฐ สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้ผลิตและจำหน่ายนมไทย-เดนมาร์ค และนมโรงเรียน ได้ร่วมกับองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และกรมปศุสัตว์ จัดกิจกรรม “วันดื่มนมโลก” ในวันที่ 1 มิถุนายนทุกปี เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการบริโภคนม โดยเฉพาะการดื่มนมโคสดแท้ 100% ที่มีคุณประโยชน์จากสารอาหาร วิตามิน และแคลเซียมจากธรรมชาติ

“การดื่มนมโดยเฉพาะนมโคสดแท้ 100% นอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ดื่มแล้ว ยังเป็นการช่วยเหลือและส่งเสริมอาชีพให้กับกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในประเทศ ให้สามารถขายน้ำนมดิบได้มากขึ้น ตลอดจนช่วยผลักดันการสร้างช่องทางใหม่ในการทำธุรกิจโคนมและน้ำนมสด จึงเชิญชวนคนไทยหันมาบริโภคนมเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะสาวๆที่รัก (ษ์) สุขภาพและบางครั้งไม่มีเวลารับประทานอาหารเช้า นมสดสามารถเป็นทางเลือกทางหนึ่งที่สามารถบริโภคได้” นายนพดล กล่าว.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์
  • 31 พฤษภาคม 2555, 05:15 น.
 

พด.จัดค่ายยุวหมอดินปี55 มุ่งเกษตรอินทรีย์อย่างพอเพียง 2012/05/31

http://www.thairath.co.th/content/edu/264525

31 พฤษภาคม 2555, 05:00 น.

Pic_264525

นายจรูญ ยกถาวร รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดินด้านวิชาการ เผยว่า  ปัจจุบัน เกษตรกรมีต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากปุ๋ยเคมีและสารเคมีราคาแพง นอกจากนี้ การใช้สารเคมีอย่างไม่ระมัดระวังยังก่อให้เกิดการสะสมในดิน น้ำ และผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค จึงมีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนระบบการผลิตใหม่ โดยเปลี่ยนมาใช้สารอินทรีย์ทดแทนสารเคมีทางการเกษตร หรือใช้ทดแทนให้มากที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ และพัฒนาไปสู่การเกษตรไร้สารพิษ และเกษตรอินทรีย์ในที่สุด เพื่อเป็นการลดต้นทุนการผลิต การรักษาสุขภาพประชาชน เกษตรกรและสิ่งแวดล้อม

กรมฯได้จัดโครงการฝึกอบรมค่ายยุวหมอดิน ประจำปี 2555 หลักสูตร “การพัฒนาที่ดินสู่เกษตรอินทรีย์ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง” ณ ศูนย์ฝึกอบรมภายใต้ความรับผิดชอบของหน่วยงานในพื้นที่ส่วนภูมิภาคจำนวน 12 แห่ง ได้แก่ สุพรรณบุรี, ร้อยเอ็ด, เชียงใหม่, น่าน, พะเยา, เพชรบูรณ์, สุโขทัย, สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 3 นครราชสีมา, เขต 5 ขอนแก่น, เขต 10 ราชบุรี, เขต 12 สงขลา และศูนย์ศึกษาการพัฒนาที่ดินเขาหินซ้อนฯ ให้กับนักเรียนในระดับประถมศึกษาปีที่ 4, 5 และ 6 รวมทั้งสิ้นจำนวน 41 รุ่น เป้าหมาย 3,012 คน เพื่อให้นักเรียนที่เข้ารับการฝึกอบรมได้รับความรู้ด้านการเกษตร การพัฒนาที่ดิน หลักเศรษฐกิจพอเพียง และสามารถนำไปเป็นพื้นฐานในการประกอบอาชีพในอนาคต สอบถามเพิ่มเติมที่ สถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดทั่วประเทศ หรือ สายด่วน 1760.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์
  • 31 พฤษภาคม 2555, 05:00 น.
 

เกษตรกรหันทำนาบัวรับหน้าฝน ขายวันวิสาขบูชา 2012/05/31

http://www.thairath.co.th/content/edu/264557

30 พฤษภาคม 2555, 17:10 น.

Pic_264557

เกษตรกรหันทำนาบัวรับหน้าฝน ขายช่วงวันวิสาขบูชาไปจนถึงช่วงเข้าพรรษา รายได้งาม เผยวันสำคัญราคาจากดอกละ 1 บาท เพิ่มเป็น 3 บาท…

เมื่อวันที่ 30 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม หลังจากเริ่มมีฝนตกลงมา ทำให้เกษตรกรหันไปยึดอาชีพทำนาบัว เพื่อเก็บผลผลิตส่งขายในช่วงสัปดาห์วันวิสาขบูชา ไปจนถึงช่วงเข้าพรรษา เนื่องจากเป็นโอกาสดีที่เกษตรกรจะสามารถปลูกดอกบัวขายทำเงินได้ราคาดี โดยในช่วงนี้พบว่าราคาดอกบัวแพงขึ้นเท่าตัว จากราคาประมาณดอกละ 1 บาท เพิ่มเป็น 3 บาท

นายสมพร แสนกลาง เกษตรกรชาวบ้านดอนกลางทุ่ง ต.ธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ที่ทำอาชีพทำนาบัว กล่าวว่า ได้แบ่งพื้นที่นาบางส่วนทำนาบัว ช่วงเข้าหน้าฝน เพื่อส่งขายในช่วงวันวิสาขบูชา ไปจนถึงช่วงวันเข้าพรรษา เนื่องจากในช่วงเริ่มเข้าหน้าฝน ดอกบัวจะให้ผลผลิตออกดอกดีตามฤดูกาล ซึ่งใช้ระยะเวลาปลูกประมาณ 40 วัน ก็สามารถเก็บดอกส่งออกขายได้แล้ว โดยเฉพาะช่วงนี้ใกล้สัปดาห์วันวิสาขบูชา ทำให้ราคาดอกบัวปรับขึ้นจากดอกละประมาณ 1 บาท เพิ่มเป็น 3 บาท เพราะช่วงนี้มีประชาชนซื้อไปทำบุญกราบไหว้พระมากขึ้น บวกกับปีนี้สภาพอากาศแปรปรวนทำให้ปลูกยาก ปกติจะเก็บวันละประมาณ 1,000–2,000 ดอก แต่ช่วงเทศกาลสำคัญจะเก็บขายวันละประมาณ 4,000–5,000 ดอก สามารถขายไปได้จนถึงช่วงเข้าพรรษา เมื่อเข้าสู่หน้าแล้งก็ปรับพื้นที่ปลูกใหม่ ที่สำคัญในช่วงนี้จะมีพ่อค้าแม่ค้ามาสั่งซื้อล่วงหน้าจนไม่พอขาย เพราะเป็นช่วงเทศกาลสำคัญ ถือเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรเป็นอย่างดี.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวภูมิภาค
  • 30 พฤษภาคม 2555, 17:10 น.
 

มุ่งการผลิตเป็นมิตรสิ่งแวดล้อม กุญแจดอกสำคัญสู่การค้าอาเซียน 2012/05/30

http://www.thairath.co.th/content/edu/264240

30 พฤษภาคม 2555, 05:00 น.

Pic_264240

การคัดสรรคุณภาพสินค้าก่อนบรรจุ.

เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในด้านการแข่งขัน ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผลผลิตทางการเกษตรทั้งในและต่างประเทศ หนึ่งใน “กุญแจดอกสำคัญ” ที่จะไขประตูการค้ากับนานาประเทศให้เปิดกว้างได้นั้น สิ่งหนึ่งคือขบวนการขั้นตอนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งปัจจุบันผู้ประกอบการหลายแห่งต่างปรับทิศเปลี่ยนทาง และ โรงงานแปรรูปเนื้อไก่ ซีพีเอฟ นครราชสีมา เป็นหนึ่งในจำนวนนี้

นายสุชาติ วิริยะอาภานายสุชาติ วิริยะอาภา

นายสุชาติ วิริยะอาภา รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ซีพีเอฟ  เปิดเผยว่า ปัจจุบันโรงงานแปรรูปเนื้อไก่ฯ มีสินค้าปรุงสุกทั้งในรูปแบบทอด นึ่ง ที่ส่วนใหญ่ส่งออกตลาดต่างประเทศทั้งในเอเชียที่ส่งออกมากที่สุดคือประเทศญี่ปุ่น ส่วนยุโรปจะเป็นประเทศอังกฤษ ซึ่งในเดือนกรกฎาคม

เรายังตั้งเป้าที่จะส่งออกเนื้อสดไปยังประเทศแถบอียู และไก่สุกไปยังประเทศกลุ่มตะวันออกกลางเพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้ เพื่อให้ประเทศไทยเราสามารถก้าวสู่การเป็นส่วนหนึ่งของ “ครัวโลก” (Kitchen of the World) ในด้านการผลิตอาหารที่มีคุณภาพ ถูกหลักอนามัย เอาใจใส่สิ่งแวดล้อมและชุมชน  ดังนั้น จึงต้องให้ความสำคัญต่อขบวนการผลิต ที่ต้องใส่ใจตั้งแต่ฟาร์มมาถึงโรงงาน ที่ขบวนการขั้นตอนจะมีการดูแลสุขภาพสัตว์อย่างดีตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ที่ดี (Animal Welfare) ปราศจากการทรมาน

โดยขบวนการแปรรูปนั้น ตั้งเป้าเดินหน้าลดการใช้พลังงาน ที่โรงงานจะออกแบบมาเพื่อเป้าหมายนี้โดยเฉพาะ ทั้งการใช้เครื่องกระตุ้นเนื้อไก่ให้นุ่มที่ประหยัดไฟฟ้า เปลี่ยนการลดอุณหภูมิซากไก่ด้วยลมเย็น (Air Chill) ที่เป็นเทคโนโลยีใหม่แทนการใช้น้ำ ทำให้ประหยัดน้ำได้ถึง 50,000 ลูกบาศก์เมตร/ปี

เนื้อไก่คุณภาพก่อนปรุงสุกส่งออกตลาดเอเชียและยุโรป.เนื้อไก่คุณภาพก่อนปรุงสุกส่งออกตลาดเอเชียและยุโรป.

และ…เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมเปิดการค้าเสรีอาเซียน ที่การส่งออกจะเข้มงวดมากขึ้น อีกทั้งหลักการส่งออกจะมีการนำเรื่องสิ่งแวดล้อมมาเป็นส่วนหนึ่งของเกณฑ์การพิจารณา จึงได้ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จัดทำ โครงการอนุรักษ์พลังงานแบบมีส่วนร่วมอย่างยั่งยืน  ขึ้น โดยภายในโรงงานก็ได้ปรับปรุง พัฒนาระบบงานต่างๆ เช่น ระบบบอยเลอร์และระบบทำความเย็น

…ทำให้เกิดการประหยัดอย่างต่อเนื่องกว่า 2.7 ล้านบาท/ปี ควบคุมการใช้งานปั๊มน้ำมันร้อนให้สอดคล้องกับกระบวนการผลิต การนำเอาน้ำที่เป็นผลพลอยได้จากบ่อลวกและเครื่องลวกขาซีมาผสมกับน้ำป้อนเข้าหม้อต้มไอน้ำ ซึ่งโครงการดังกล่าว ตั้งเป้าที่จะลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ลงทุก 2 ปี จากการปรับเปลี่ยนแนวทางการผลิตดังกล่าว ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์จากโรงงานได้รับการรับรองการแสดงสลาก Carbon Footprint ด้านผลิตภัณฑ์เนื้อไก่สด เป็นรายแรกของประเทศไทย และรางวัล Thailand Energy Awards 2011 จากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน

การใช้พลังงานอย่างมีคุณค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม  ยังช่วยลดปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นบ่อเกิดของปัญหาโลกร้อนในปัจจุบัน.
เพ็ญพิชญา เตียว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย เพ็ญพิชญา เตียว
  • 30 พฤษภาคม 2555, 05:00 น.
 

เบงกอล..เสือใกล้สูญพันธุ์ แสนเชื่อง..ฝึกเล่นละครสัตว์ 2012/05/29

http://www.thairath.co.th/content/edu/263974

29 พฤษภาคม 2555, 05:00 น.

Pic_263974

เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี…เมื่อ 10 พ.ค.ที่ ผ่านมา แม่เสือโคร่งเบงกอล ชื่อว่า “ฝันเด่น” วัย 4 ปี ได้ให้กำเนิด “ลูกเสือโคร่งเบงกอล” เพศเมีย จำนวน 3 ตัว แต่ก็กลายเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจเป็นอย่างยิ่ง

เนื่องจาก แม่เสือโคร่งเบงกอล…ไม่ยอมเลี้ยงลูก อาจมีสาเหตุจากแม่ฝันเด่นนั้น เป็นแม่เสือสาวที่ให้กำเนิดลูกเป็นครั้งแรก จึงยังเลี้ยงลูกไม่เป็น เดือดร้อนถึง…ดร.ศราวุฒิ ศรีศกุน ผู้จัดการพื้นที่พิเศษเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ที่ต้องรีบให้เจ้าหน้าที่ทำการแยกลูกออกมาจากแม่โดยเร็วที่สุด  เพราะเกรงว่าอาจทำร้ายลูกของตนได้  ซึ่งมันเป็น  สัญชาตญาณของสัตว์ป่า…

…ขณะนี้ได้รับการเลี้ยงดูจาก นายสิริภาส อินทะกนก เจ้าหน้าที่สวนสัตว์ ผู้ทำหน้าที่ฝึกเสือ เพื่อแสดงให้นักท่องเที่ยวชม..โดยเปรียบเสมือนเป็นแม่บุญธรรมที่ต้องให้ความรักความเอาใจใส่ดูแลลูกเสือทารกทั้งหมด ทั้งการป้อนนม และดูแลเรื่องการขับถ่ายให้เป็นปกติด้วย…

…ดร.ศราวุฒิ ศรีศกุน บอกว่า ลูกเสือเบงกอลนี้ แม้ไม่ได้รับการเลี้ยงจากแม่ ไม่ได้กินนมแม่ ซึ่งเป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูกเสือทารก แต่อย่างไรก็ตามจะพยายามเลี้ยงดูลูกเสือทั้งหมด ให้มีความแข็งแรงมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ รวมทั้งให้ความรักความเอาใจใส่ให้ สมาชิกใหม่ของครอบครัวเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี มีสุขภาพดีทั้งร่างกายและจิตใจต่อไป…

เสือโคร่งเบงกอล …เป็นเสือโคร่งพันธุ์ย่อยสายพันธุ์หนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Panthera tigris tigris จัดอยู่ในประเภทสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม อยู่ในวงศ์เสือและสิงโต (Felidae) นับเป็น เสือโคร่งที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของบรรดาเสือโคร่งทั้งหมด รองจาก เสือโคร่งไซบีเรีย (P.t. altaica) ที่พบในแถบไซบีเรีย ประเทศรัสเซีย

ตัวผู้เมื่อมีขนาดใหญ่เต็มที่อาจยาวได้ถึง 360 เซนติเมตร หนัก 180-270 กิโลกรัม ขณะที่ตัวเมียมีขนาดเล็กกว่า และมีน้ำหนักอยู่ที่  ประมาณ 140-180 กิโลกรัม  การกระจายพันธุ์จะกระจายพันธุ์อยู่ในภูมิภาคเอเชียใต้ ใน ประเทศอินเดีย  เนปาล บังกลาเทศ และกระจายเข้าไปในแถบประเทศพม่าด้วย

สถานะในธรรมชาติ จัดเป็น สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ เนื่องจากการถูกล่าเพื่อทำหนังเป็นเครื่องประดับ  ส่วนกระดูก และอวัยวะ นำไปทำเป็น ยาสมุนไพรตามความเชื่อ อย่างไรก็ตาม เสือโคร่งเบงกอลนั้น นับได้ว่า เป็น เสือโคร่งชนิดที่ยังมีเหลืออยู่มากที่สุดคาดว่ามีอยู่ประมาณ  2,000  ตัว ในธรรมชาติ  บริเวณเขตป่าอนุรักษ์และอินเดียและเนปาล

…และเป็น เสือที่มนุษย์นำมาเลี้ยงเพื่อขยายพันธุ์ได้จำนวนแพร่หลายมากที่สุด ในสถานที่เลี้ยง อีกทั้งยังพบว่า มันเป็นเสือโคร่งที่มีความเชื่อง และ ดุร้ายน้อยที่สุด จนสามารถฝึกหัดให้เล่นละครสัตว์ได้…!!
ไชยรัตน์ ส้มฉุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
  • 29 พฤษภาคม 2555, 05:00 น.
 

วิจัยน้ำมะพร้าว-โปรตีนกาวไหม สู่แผ่นมาสก์หน้า แก้ปัญหาผิว 2012/05/28

http://www.thairath.co.th/content/edu/263721

28 พฤษภาคม 2555, 05:00 น.

Pic_263721

นับเป็นประจำทุกรอบสิ้นเดือนที่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะมีการประชุมผู้บริหาร โดยครั้งนี้เวียนมาบรรจบที่ กรมวิชาการเกษตร หนึ่งในช่วงของการประชุม ได้แนะนำ “แผ่นมาสก์ไบโอเซลลูโลสจากน้ำมะพร้าว” ผลงานจากการวิจัยคิดค้นของ รองศาสตราจารย์ ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ และ ดร.ปิติ จันทร์วรโชติ จากคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ศึกษาวิจัยพัฒนาขึ้น โดย สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) สนับสนุนทุนวิจัย

รองศาสตราจารย์ ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์รองศาสตราจารย์ ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์

รองศาสตราจารย์ ดร.พรอนงค์ เปิดเผยถึงเรื่องนี้ ว่า…ปัจจุบันมีคนใช้เลเซอร์ค่อนข้างมาก ประกอบกับมีกลุ่มชาวบ้านจากจังหวัดสมุทรสาครมาปรึกษาว่ามีน้ำมะพร้าวแก่ที่ไม่ได้ใช้เหลือทิ้งเป็นจำนวนค่อนข้างมาก และหากปล่อยทิ้งไว้จะก่อให้เกิดมลภาวะต่อสภาพแวดล้อมโดยเฉพาะแม่น้ำแม่กลอง ซึ่งที่ผ่านมาได้นำไปแปรรูปเป็นวุ้นมะพร้าวแผ่นขายในราคาเพียงกิโลกรัมละ 4 บาท จากต้นทาง

ฉะนี้…เพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าวอีกทั้งเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตทางการเกษตร ประกอบกับใน น้ำมะพร้าวจะอุดมไปด้วยคุณค่าสารอาหารมากมายทั้ง เกลือแร่ และ Growth Factor ปริมาณสูงมาก ฮอร์โมน ที่ช่วยในเรื่องผิวพรรณสุขภาพ รวมทั้ง วิตามินซี

จากคุณประโยชน์ดังกล่าว ทีมวิจัยจึงมองว่าน่าจะเหมาะที่จะนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ดังนั้น จึงเริ่มศึกษาแนวทางที่จะนำน้ำมะพร้าวมาทำแผ่นไบโอเซลลูโลส และหากถามว่าต้องใช้พันธุ์ใดนั้น เนื่องจากทีมวิจัยมุ่งไปที่การกำจัดของเหลือจากธรรมชาติ จึงไม่ได้มุ่งเน้นสายพันธุ์

สำหรับแนวทางขั้นตอน เริ่มจากศึกษากระบวนการต่างๆในห้องปฏิบัติ การเป็นระยะเวลา 2 ปี เริ่มแรกที่ทำเพียงแค่ครีมมาสก์หน้า แล้ววิจัยต่อเนื่องมาเป็นแผ่นมาสก์หน้า โดยขั้นตอนคือ หลังขึ้นรูปเป็นแผ่น แล้วแล่ให้บาง จากนั้นรีดน้ำออก ซึ่งเราสามารถทำแผ่นไบโอเซลลูโลสได้บางที่สุดในโลก รองลงมาคือประเทศเวียดนาม

แผ่นมาสก์หน้าจากน้ำมะพร้าว-โปรตีนกาวไหม.แผ่นมาสก์หน้าจากน้ำมะพร้าว-โปรตีนกาวไหม.

…จากนั้น นำไปเพิ่มสารบำรุง ซึ่งได้แก่ โปรตีนกาวไหม ที่มีประสิทธิภาพในการเพิ่มความชุ่มชื้นและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้แก่ผิวหนัง แล้วนำไปทดสอบประสิทธิภาพในอาสาสมัครที่คณะเภสัชจุฬาฯ จำนวน 120 คน พบว่าไม่ก่อให้เกิดการแพ้ ผิวหนังมีความชุ่มชื้นมากขึ้น ริ้วรอยด่างคล้ำจางลง โดย แผ่นผลิตภัณฑ์วิจัยดังกล่าวจะใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติล้วนๆ ที่หลังใช้แล้วสามารถย่อยสลายได้ง่าย ไม่มีสารตกค้าง…

การวิจัยดังกล่าวเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับแผ่นวุ้นจากน้ำมะพร้าว ที่จากเดิมที่ส่งขาย กก.ละ 4 บาท เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่แผ่นละ 70 บาท

สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0–2579–7435 ต่อ 3307 ในวันเวลาราชการ โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกร “ตัวจริง” ทางทีมวิจัยจากจุฬาฯ ฝากบอกว่าพร้อมที่จะให้คำแนะนำให้กับทุกคน.
เพ็ญพิชญา เตียว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย เพ็ญพิชญา เตียว
  • 28 พฤษภาคม 2555, 05:00 น.
 

อบรมเกษตรกรผลิตเชื้อรา’ไตรโคเดอร์มา’ป้องกันโรคพืช 2012/05/28

http://www.thairath.co.th/content/edu/263735

27 พฤษภาคม 2555, 14:17 น.

Pic_263735

ศูนย์บริหารศัตรูพืช จ.สงขลา เปิดคอร์สผลิตเชื้อรา “ไตรโคเดอร์” แก่เกษตรกร ควบคุมและยับยั้งการเกิดโรคพืชหลายสิบชนิด ลดภาวะต้นทุนและความเสียหายที่เกิดจากโรคพืช โดยเฉพาะโรครากขาวในต้นยางพารา…

เมื่อวันที่ 27 พ.ค.2555 นายประพัฒน์ คันธไพโรจน์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการฯ ศูนย์บริหารศัตรูพืช จ.สงขลา กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ฝึกอบรมสอนการผลิตเชื้อราไตรโคเดอร์มาเพื่อควบคุมโรคให้แก่เกษตรกรที่สนใจในพื้นที่หมู่ 2 ต.นาเมืองเพชร อ.สิเกา จ.ตรัง โดยเชื้อราดังกล่าวเป็นเชื้อราชั้นสูงที่ดำรงชีวิตอยู่ในดินโดยอาศัยเศษซากพืชซากสัตว์ และอินทรียวัตถุเป็นแหล่งอาหาร สามารถทำลายการเจริญเติบโตของโรคพืชได้หลายชนิด เช่นโรครากเน่า และโคนเน่า โรครากขาว โรคกุ้งแห้ง โรคผลเน่าของสละ โรคไหม้ โรคใบจุดสีน้ำตาล และโรคเมล็ดด่างของข้าว

นายประพัฒน์ กล่าวว่า เชื้อราไตรโคเดอร์ยังช่วยเพิ่มความต้านทานโรคของพืชให้มีระบบรากดี เจริญเติบโตดี แข็งแรงและทนทานต่อโรคพืชตามฤดูกาลต่างๆ โดยนำหัวเชื้อราฯ ใส่ในถุงข้าวที่หุงพอสุกทิ้งไว้ 7 วันจะกลายเป็นสีเขียวเข้ม นำไปผสมน้ำในอัตราส่วน 1 ต่อ 10 ใช้รดโคนต้นไม้ทุกประเภททั้งไม้ผล ไม้ดอกและไม้ประดับ ส่วนกากที่เหลือยังใช้ทำปุ๋ยใส่โคนต้นได้อีกทางหนึ่งด้วย โดยสามารถนำเชื้อราที่ได้ไปคลุกกับเมล็ดพืช หรือผสมน้ำฉีดพ่นหรือรองก้นหลุมก่อนปลูกก็มีประสิทธิภาพ ซึ่งการผลิตเชื้อราไตรโคเดอร์มาใช้เอง จะสามารถช่วยเกษตรกรลดต้นทุนการซื้อปุ๋ยเคมี ปลอดภัยจากสารพิษตกค้างและสามารถใช้ได้อย่างต่อเนื่องด้วยต้นทุนที่ประหยัดกว่า สามารถเก็บไว้ได้ในนานปี ซึ่งวิธีการทำทุกขั้นตอนไม่ยุ่งยากเหมาะสำหรับเกษตรกรที่ต้องดูแลพืชสวนไร่ นาและผลผลิตในช่วงเก็บเกี่ยว ลดความสูญเสียของต้นพืชทุกชนิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้าน นายประพัฒน์ คันธไพโรจน์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการฯ ศูนย์บริหารศัตรูพืช จ.สงขลา กล่าวว่า ศูนย์บริหารศัตรูพืช ได้สนับสนุนหัวเชื้อราให้แก่เกษตรกรเพื่อผลิตใช้เองโดยไม่ต้องซื้อ เป็นการลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร ส่วนประโยชน์ใช้ในทางควบคุมโรคพืชได้หลายชนิด โดยเฉพาะโรครากขาวของต้นยางพาราซึ่งชาวสวนยางพบมากที่สุด โดยทำให้ต้นยางพาราล้มตายแล้วเป็นจำนวนมาก หากใช้เชื้อราฯ ชนิดดังกล่าวทาและรดโคนต้น โรคพืชต่างๆ จะหายไปในเวลาไม่ถึง 7 วัน.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวภูมิภาค
  • 27 พฤษภาคม 2555, 14:17 น.
 

กรมส่งเสริมสหกรณ์จัดงาน ‘เทศกาลบริโภคผลไม้ไทย ปี 55′ 2012/05/26

http://www.thairath.co.th/content/edu/263419

26 พฤษภาคม 2555, 04:23 น.

Pic_263419

กรมส่งเสริมสหกรณ์ร่วมกับศูนย์การค้าเจ เจมอลล์ กรุงเทพฯ จัดงาน “เทศกาลบริโภคผลไม้ไทย ปี 2555″ เพื่อสนับสนุนช่องทางการจำหน่ายจากผู้ผลิตสู่ผู้บริโภคโดยตรง…

เมื่อวันที่ 25 พ.ค. นายสมชาย  ชาญรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมากรมฯมีนโยบายส่งเสริมสนับสนุนให้สหกรณ์ชาวสวนผลไม้ ดำเนินธุรกิจรวบรวมและกระจายผลิตผลไปสู่ตลาดต่างๆ ได้แก่ ห้างสรรพสินค้า บริษัทส่งออก โดยทุกปีเกษตรกรจะประสบปัญหาด้านราคา ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว อีกทั้งยังเป็นการช่วยสนับสนุนช่องทางการจำหน่ายผลผลิต ให้กับเกษตรกรไปสู่ผู้บริโภคโดยตรง กรมส่งเสริมสหกรณ์ จึงร่วมมือกับศูนย์การค้าเจ เจมอลล์ กรุงเทพฯ จัดงาน “เทศกาลบริโภคผลไม้ไทย ปี 2555″ ขึ้น ตั้งแต่วันที่ 24-27 พ.ค.เป็นต้นไป โดยภายในงานดังกล่าวสหกรณ์จากจังหวัดลำพูน เชียงราย สหกรณ์จากภาคตะวันออก ซึ่งทำหน้าที่รวบรวมผลไม้ต่างๆ ทั้งมังคุด สละ ลองกอง ทุเรียนหลง หลินลับแล กล้วยเล็บมือนาง กาแฟ ลูกพลับ ข้าวสารคุณภาพจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มาจำหน่ายในราคาที่เป็นธรรม

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
  • 26 พฤษภาคม 2555, 04:23 น.
 

“ขนุนโอชารส” พันธุ์ใหม่เนื้อดี 2012/05/24

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/262699

24 พฤษภาคม 2555, 05:00 น.

Pic_262699

ขนุนโอชารส

ผู้ขาย กิ่งตอนไม้ผลไม้ดอกบางคนไม่มีแผงขายแบบถาวร จะอาศัยตระเวนขายตามงานที่จัดขึ้นทั่วไป และในช่วงปลายเดือนพ.ค.นี้ จะมีงานเกษตรแฟร์ที่ถือเป็นงานใหญ่จัดขึ้นทุกปีที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กทม. จึงขอแนะนำไม้ดีๆของผู้เร่ขายตามงานเหล่านี้บ้าง ในระยะนี้ ซึ่ง “ขนุนโอชารส” เป็นขนุนเนื้อสีจำปาพันธุ์ใหม่เกิดจากการเอาเมล็ดของต้นแม่จาก จ.นนทบุรี อายุมากกว่า 20 ปี และปลูกเลี้ยงจนต้นโตติดผลดก เมื่อผลสุก เนื้อหรือยวงเป็นสีชมพูอมส้ม หรือ สีโอลด์โรส สวยงามมาก เนื้อไม่เละ มีความหนา 0.5-1 ซม. เนื้อแข็ง รสชาติหวาน 25 องศาบริกซ์ มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวรับประทานอร่อยมาก

เนื้อสุกหรือยวงที่ได้  50  เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักผล ระหว่าง 10-30 กิโลกรัมต่อผล จัดเป็นขนุนสีจำปาพันธุ์ใหม่ที่สามารถ ติดผลได้ปีละ 2 ครั้งหรือทะวาย เจ้าของผู้ขยายพันธุ์เลยนำไปตรวจสอบจนมั่นใจแล้วว่าขนุนดังกล่าวเป็นขนุนสีจำปากลายพันธุ์และเป็นพันธุ์ใหม่ถาวรอย่างแน่นอน จึงจดทะเบียนตั้งชื่อว่า “ขนุนโอชารส” พร้อมปลูกในไร่จำนวนมาก แกะเนื้อหรือยวงออกขายที่ตลาดนัดสนามหลวง 2 กิโลกรัมละ 200 บาท ได้รับความนิยมจากผู้ซื้อรับประทานอย่างแพร่หลาย และได้ขยายพันธุ์ตอนกิ่งออกวางขายอีกด้วย

ส่วนต้นแม่ของ “ขนุนโอชารส” ถูกน้ำท่วมตายตอนน้ำท่วมใหญ่ปี 54 แต่ก่อนหน้านั้นเจ้าของได้ตอนกิ่งไว้จำนวนหนึ่ง  จึงไม่ได้สูญพันธุ์ไปจากสารบบพันธุ์ไม้ประเภทขนุนสีจำปา และข้อดีของ “ขนุนโอชารส” มีอีกคือ เนื้อจะไม่เป็นสนิม ลำต้นแข็งแรงสามารถทนแล้งได้ดี ใครต้องการกิ่งตอน ไปปลูกมีกิ่งตอนขายที่ตลาดนัดสนามหลวง 2 ติดต่อ “คุณวิวัฒน์ มาบุญ” โทร.08-4662-2958 หรือที่งานเกษตรแฟร์ ม.เกษตรฯ บางเขน กทม. วันที่ 30 พ.ค.-7 มิ.ย. 55 ที่บูธ “วิวัฒน์พันธุ์ไม้” โซน H 84–85 ส่วนใหญ่เป็นกิ่งที่ใช้วิธีทาบกิ่ง มีรากแก้วแข็งแรงแล้ว เมื่อนำไปปลูกจะให้ผลผลิตหลังปลูก 3 ปี ราคาสอบถามกันเองครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 24 พฤษภาคม 2555, 05:00 น.
 

“มะตูมยักษ์อินเดีย” เนื้ออร่อยที่สุด 2012/05/24

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/262402

23 พฤษภาคม 2555, 05:00 น.

Pic_262402

มะตูมชนิดนี้ มีถิ่นกำเนิดจาก ประเทศอินเดีย มีลักษณะพิเศษ คือ ผลมีขนาดใหญ่มาก ผลโตเต็มที่มีน้ำหนักเฉลี่ยระหว่าง 2-4 กิโลกรัมต่อผล เส้นผ่าศูนย์กลางของผลเกือบเท่าเส้นผ่าศูนย์กลางของบาตรพระ และ ที่สำคัญ ถือเป็นจุดดีและจุดขายนอกเหนือขนาดใหญ่ของผลได้แก่ เนื้อในผลขณะสุกจะเป็นสีเหลืองทองสวยงามน่ารับประทานมาก เนื้อละเอียด ไม่มีเส้นใย ไม่มียางเหนียว รสชาติหวานหอมเป็นธรรมชาติ เมื่อนำเนื้อไปแช่เย็นในตู้เย็นตักรับประทานสุดยอดของความอร่อยเหมือนกินไอศกรีมปรุงรส ใบอ่อนและยอดอ่อนยังสามารถกินเป็นผักเคียงได้อีกด้วย “มะตูมยักษ์อินเดีย” จึงน่าปลูกเป็นอย่างยิ่ง

สรรพคุณทางสมุนไพร เหมือนกับมะตูมทั่วไปคือ  ผลอ่อนๆใช้เป็นยาบำรุงธาตุให้เจริญอาหาร ขับผายลม มะตูมแก่แก้เสมหะและลมบำรุงธาตุไฟ ย่อยอาหารให้ละเอียด มะตูมสุกกินแก้ลมเสียดแทงในท้อง แก้มูกเลือด

ในทางไสยศาสตร์ถือว่าใบมะตูมสามารถนำไปใช้ป้องกันเสนียดจัญไรเข้าบ้าน หรือใช้ขับไล่ภูติผีปีศาจได้ คนที่มีคาถาอาคมหรือ “หมอผี” นิยมใช้ใบมะตูมกันมาแต่โบราณแล้ว ราก นำไปคั่วไฟให้เหลืองแล้วดองเหล้าขาวใช้กลบกลิ่นเหม็นกลิ่นคาวต่างๆได้ดีมาก มะตูมแก่ทั้งผล ขูดผิวให้หมดก่อนทุบให้พอร้าวต้มน้ำใส่น้ำตาลกรวดพอประมาณรับ-ประทานรสชาติหอมหวานเป็นยาขับผายลม บำรุงธาตุดีมาก เรียกน้ำชนิดนี้ว่า “น้ำอัชบาล”

มะตูมยักษ์อินเดีย เป็นไม้ยืนต้นสูง 10-20 เมตร “ผล” มีทั้งทรงกลมรีและกลมย้วย ขยายพันธุ์ด้วยวิธีเสียบยอด ต่อกิ่ง ทำให้สามารถติดผลเร็ว ใครต้องการกิ่งตอนติดต่อ “คุณกิตติ ชุ่มสกุล” 37 หมู่ 4 ต.ท่าตลาด อ.สามพราน จ.นครปฐม โทร. 08–1943–2231 หรือที่งานเกษตรแฟร์ ม.เกษตรฯ บางเขน กทม. วันที่ 30 พ.ค.-7 มิ.ย. 55 ร้าน “ไร่ขิงพันธุ์ไม้” ใกล้ประตู 3 โค้งสนามอินทรีย์ โซน H ราคาสอบถามกันเองครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 23 พฤษภาคม 2555, 05:00 น.
 

“มะม่วงงาช้างแดง” มีกิ่งตอนรุ่นใหม่ขายแล้ว 2012/05/24

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/262107

22 พฤษภาคม 2555, 05:00 น.

Pic_262107

ผมเคยแนะนำมะม่วงชนิดนี้ไปใน ฉบับวันที่ 3 ก.พ. 55 ปรากฏว่ากิ่งตอนมีเล็กน้อย และขายหมดในเวลาไม่นาน ทำให้ผู้นิยมปลูกมะม่วงสอบถามกันเยอะว่ามีกิ่งตอนวางขายอีกหรือยัง เป็นจังหวะที่เพิ่งพบว่ามีกิ่งตอนรุ่นใหม่ออกวางขายพอดี จึงรีบแจ้งให้ทราบอีกตามระเบียบ

มะม่วงงาช้างแดง นิยมปลูกเก็บผลขายแพร่หลายใน ประเทศจีน ประเทศไต้หวัน และ ประเทศอียิปต์ มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์เหมือนกับมะม่วงทั่วไป เพียงแต่ความสูงของต้นเมื่อปลูกลงดินจะสูงแค่ 3-3.5 เมตรเท่านั้น แตกกิ่งก้านตํ่าและแผ่กว้าง ทำให้เวลาติดผลสามารถเก็บผลได้สะดวก เป็นมะม่วงปีหรือติดผลปีละครั้ง แต่หากปีไหนอากาศแปรปรวนหรือหนาวร้อนผิดปกติ “มะม่วงงาช้างแดง” จะติดผลหลายรุ่นเหมือนกับมะม่วงทะวายทั่วไป

ข้อเด่น คือ ผลรูปทรงงอนคล้ายงาช้าง ผลมีขนาดใหญ่ นํ้าหนักเฉลี่ย 3.5-4.2 กิโลกรัมต่อผล มีความยาวผลประมาณ 27 ซม. กว้าง 12 ซม. ผลดิบสีเขียวปนม่วงแล้วเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มตลอดทั้งผลเมื่อผลแก่ ผลห่ามหรือแก่จัดรสชาติอร่อยไม่แพ้มะม่วงเขียวเสวย ผลสุกเนื้อเป็นสีเหลืองอมส้ม มีความหวาน 15-18 องศาบริกซ์ ไม่มีเสี้ยน หรือกลิ่นเหม็นขี้ไต้ อร่อยมาก เมล็ดลีบ เวลาติดผลจะเป็นพวง ผลจะสุกตอนที่มะม่วงสายพันธุ์อื่นวายหมดแล้ว คือ ระหว่างเดือนกรกฎาคมทุกปี ทำให้เก็บขายได้ราคาดี ขยายพันธุ์ด้วยการเสียบยอดกับตอมะม่วงป่า สามารถปลูกได้ทั้งแบบลงดินและปลูกลงกระถางขนาดใหญ่ หลังปลูก 2-3 ปีจะเริ่มติดผลชุดแรก

ใครต้องการกิ่งตอน ติดต่อ “สวนสุโขทัย” โทร. 08-9790-1057 หรือไปซื้อได้ที่ งานเกษตรแฟร์ จัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กทม. ระหว่างวันที่ 30 พ.ค.-7 มิ.ย. 55 บริเวณล็อก “สวนสุโขทัย” หรือที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณโครงการ 21 แผง “คุณพร้อมพันธุ์” ราคาสอบถามกันเอง เหมาะจะปลูกเพื่อเก็บผลรับประทานในครัวเรือนและปลูกเพื่อเก็บผลขายได้คุ้มค่ามากครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 22 พฤษภาคม 2555, 05:00 น.
 

“กวางตุ้ง” ต้มลวกปรุงอย่าปิดฝา 2012/05/24

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/261888

21 พฤษภาคม 2555, 05:00 น.

Pic_261888

กวางตุ้ง

กวางตุ้ง ชนิดดอกเหลืองนิยมเอาไปต้มลวกจิ้มน้ำพริกหรือผัดกับหมูอร่อยมากซึ่ง “กว้างตุ้ง” มีสารชนิดหนึ่งเมื่อถูกความร้อนจะเกิดสารตัวใหม่ชื่อ “ไธโอไซยาเนต” หรือ THIOCYANATE หากกินเข้าสู่ร่างกายจะก่อให้เกิดอาการอึดอัด ท้องเสีย ความดันเลือดลดต่ำ กล้ามเนื้ออ่อนเพลีย แต่ถ้าต้มลวกหรือปรุงแบบเปิดฝาสารดังกล่าวจะสลายไปเองกับไอน้ำจนหมด จึงอย่าปิดฝาอย่างเด็ดขาด

กวางตุ้ง มีวิตามินซีมาก ถ้าต้มลวก 1-2 นาที จะมีเบต้าแคโรทีนที่ร่างกายต้องการนำไปสร้างเป็นวิตามินเอมากกว่าครึ่ง เพียงพอสำหรับไปเสริมสร้างภูมิคุ้มกันแก่ร่างกายได้ กิน “กวางตุ้ง” เท่าไหร่ก็ไม่อ้วน เพราะมีไขมันต่ำมาก และเป็นไขมันที่อิ่มตัวด้วย จึงปราศจากพิษภัย แถมให้กากใยอาหารช่วยให้ถ่ายคล่อง ช่วยระบบภายในให้มีความสมดุลสูง “กวางตุ้ง” หรือ BROSSICA RAPAL.CV. GROUP CAISIN อยู่ในวงศ์ BRASSICACEAE มีวางขายตามตลาดสดทั่วไป

ครับ หนังสือ “สมุนไพรไม้ดอกไม้ประดับหายาก” เล่มที่ 5 ของ “นายเกษตร” สี่สีทั้งเล่ม พิมพ์จำนวนจำกัดหมดแล้วหมดเลย ไม่วางขายที่ไหน ราคาเล่มละ 600 บาท บวกค่าส่งกลับเล่มละ 30 บาท ส่งธนาณัติซื้อสั่งจ่าย “คุณนงลักษณ์ ศรีอัชรานนท์” ตู้ ปณ.48 ปณ.สามแยกลาดพร้าว กทม. 10901 หรือสอบถามผลิตภัณฑ์สมุนไพร เพชรสังฆาตแคปซูล แก้ริดสีดวงทวาร, ข่อยสีฟัน ชนิดผงบำรุงเหงือกฟันแข็งแรง, ข่อยขัดรักแร้ ดับกลิ่นเต่ารักแร้หายคล้ำ, สบู่ก้อนเปลือกมังคุด ถูทั้งตัวแก้เม็ดผื่นคัน, ครีมโลดทนง รักษาสิวฝ้า

รูขุมขนตีบลง, คอลลาเจนบริสุทธิ์ ทาหน้าช่วยใบหน้ากระชับ, ยาต้มคลายเส้นไม้เท้าเฒ่าอาลี แก้ปวดเมื่อยแก้เกาต์ลดเบาหวานบำรุงไตบำรุงกำลัง, เซรั่มสกัดจากธัญพืช บำรุงผิวหน้า, ขมิ้นพอกหน้า ช่วยให้ใบหน้ากระชับ, ตรีผลา ลดไขมันในเส้นเลือดลดไตรกลีเซอไรด์ โทร. 0–2275–2692 ครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 21 พฤษภาคม 2555, 05:00 น.
 

วิจัยพันธุ์ทุเรียนกลิ่นน้อยส่งให้เกษตรกรปลูกเจาะยุโรป 2012/05/24

http://www.thairath.co.th/content/edu/262753

24 พฤษภาคม 2555, 05:15 น.

Pic_262753

นายจิรากร โกศัยเสวี อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ปัจจุบันศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรีมีต้นกล้าทุเรียนพันธุ์ใหม่ 3 พันธุ์ที่อยู่ระหว่างเตรียมเสนอให้คณะกรรมการวิจัยปรับปรุงพันธุ์พืช พิจารณาพันธุ์ทุเรียนลูกผสมพันธุ์ใหม่ที่กรมวิชาการเกษตรปรับปรุงพันธุ์สำเร็จที่มีศักยภาพ เพื่อประกาศเป็นพันธุ์แนะนำของกรมฯ ได้แก่ พันธุ์จันทบุรี 4 ที่เนื้อผิวสัมผัสจะมีสีเหลืองเข้ม ละเอียดเหนียว มีกลิ่นน้อย  เป็นลูกผสมระหว่างแม่พันธุ์ก้านยาวกับพ่อพันธุ์หมอนทอง

รวมทั้งพันธุ์จันทบุรี 5 ทรงผลค่อนข้างกลม เนื้อในสีเหลืองเข้มกว่าพันธุ์ก้านยาว เนื้อเหนียวปานกลาง กลิ่นปานกลางแต่ไม่ฉุน รสชาติค่อนข้างมันมากกว่าหวาน และพันธุ์จันทบุรี 6 ที่น้ำหนักผลประมาณ 3 กิโลกรัม/ผล ผลดกประมาณ 40-50 ผล/ต้น เนื้อในมีสีเหลืองคล้ายหมอนทอง รสชาติหวานมันมาก เนื้อละเอียดเหนียว โดยกล้าพันธุ์ทั้งหมดคาดว่าจะสามารถส่งเสริมให้เกษตรกรนำไปขยายพันธุ์ เพื่อส่งผลิตผลสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศในอนาคตโดยเฉพาะในสหภาพยุโรป (EU) เนื่องจากมีกลิ่นน้อย สอบถามรายละเอียดได้ที่ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี โทร. 0-3939-7030, 0-3939-7146 และ 0-3943-4096.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวการศึกษา
  • 24 พฤษภาคม 2555, 05:15 น.
 

ขานรับโครงการถูกทั้งแผ่นดินจัดรถเคลื่อนที่ขายอาหารทะเล 2012/05/24

http://www.thairath.co.th/content/edu/262752

24 พฤษภาคม 2555, 05:00 น.

Pic_262752

นายวิรัช  เถื่อนยืนยงค์ ผู้อำนวยการองค์การสะพานปลา เปิดเผยว่า  เพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการบรรเทาความเดือดร้อน ลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน อีกทั้งเป็นการกระจายสินค้าตรา FMO (FISH MARKETING ORGANIZATION) ไปยังประชาชนผู้บริโภคทั้งภูมิภาคและต่างจังหวัดมีโอกาสซื้อหาของดีราคาถูก กระทรวงเกษตรฯ จึงมีนโยบายให้องค์การสะพานปลา จัดโครงการ “ขายอีกก็ถูกอีก” ขึ้น ตั้งแต่วันนี้ถึงเดือนกรกฎาคม

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะจัดรถเคลื่อนที่จำหน่ายสินค้าสัตว์น้ำสดและสินค้าสัตว์น้ำแปรรูป อาทิ กุ้ง หอย ปู ปลา ออกมาตระเวนจำหน่ายในราคาต่ำกว่าท้องตลาด 20-30% ตามชุมชนต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ ปริมณฑล รวมทั้งสะพานปลาสมุทรปราการ สะพานปลาสมุทรสาคร สะพานปลานครศรีธรรมราช ท่าเทียบเรือประมงตราดและอ่างศิลา ท่าเทียบเรือประมงหัวหินและปราณบุรี ท่าเทียบเรือประมงชุมพรและหลังสวน

ท่าเทียบเรือประมงสุราษฎร์ธานี   ท่าเทียบเรือประมงระนอง  ท่าเทียบเรือประมงภูเก็ต ท่าเทียบเรือประมงปัตตานี ท่าเทียบเรือประมงสงขลาท่าเทียบเรือประมงสตูล ท่าเทียบเรือประมงนราธิวาส และตลาดในชุมชน ตามความเหมาะสม นอกจากนี้ ประชาชนผู้บริโภคหากมีความสนใจซื้อสินค้าสัตว์น้ำสดและสินค้าสัตว์น้ำแปรรูป สามารถติดต่อได้โดยตรงกับองค์การสะพานปลา โดยผ่านเว็บไซต์ www.fmoproduct.com

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวการศึกษา
  • 24 พฤษภาคม 2555, 05:00 น.
 

ธ.ก.ส.จัดตลาดนัดผลไม้จากสวนเกษตรกรสู่ผู้บริโภค 2012/05/24

http://www.thairath.co.th/content/edu/262784

23 พฤษภาคม 2555, 15:33 น.

Pic_262784

รองผู้จัดการฯ ธ.ก.ส.เผยเตรียมจัดตลาดนัดผลไม้จากสวนสู่ผู้บริโภค เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรระบายผลผลิต ประเดิมเงาะ มังคุดและทุเรียนจากจันทบุรี ตราดและระยอง โดยใน กทม.นำร่องเปิดตลาดที่กระทรวงการคลังและสนามราชมังคลาฯ 28-30 พ.ค…

เมื่อวันที่ 23 พ.ค.นายบุญช่วย เจียดำรงค์ชัย รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ในช่วงเดือน พ.ค.ของทุกปี จะมีปริมาณผลไม้จากสวนเกษตรกรออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในเขตภาคตะวันออก ประกอบด้วย จันทบุรี ตราดและระยอง โดยมีปริมาณผลผลิตเงาะออกมามากถึง 250,000 ตัน มังคุดประมาณ 102,000 ตัน และทุเรียนอีก 308,000 ตัน ดังนั้น เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ธ.ก.ส.ได้สนับสนุนให้สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.(สกต.) ซึ่งมีอยู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ รับซื้อผลผลิตไปจำหน่ายต่อ โดยมี สกต.จันทบุรี ระยอง และตราด เป็นผู้รวบรวมผลผลิตและคัดคุณภาพส่งขายให้ วิธีดังกล่าวเป็นการช่วยกระจายสินค้าจากแหล่งผลิตไปสู่ผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ การจัดโครงการดังกล่าวจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 28-30 พ.ค.นี้ ที่กระทรวงการคลัง ถ.พระราม 6 และสนามราชมังคลากีฬาสถานหัวหมาก ส่วนผลไม้ที่นำมาจัดจำหน่าย ประกอบด้วยเงาะ ทุเรียน มังคุด ลองกอง สละ ลิ้นจี่ รวมทั้งสับปะรดห้วยมุ่นจาก อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ และสินค้าผลไม้แปรรูปอื่นๆ

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 23 พฤษภาคม 2555, 15:33 น.