ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

ข้อมูล เศรษฐกิจ เกษตร ดิน ปุ๋ย และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ยกออฟฟิศมาไว้ในร้านกาแฟที่ Brownberry Café & Bar 2012/05/31

http://www.thairath.co.th/content/life/264529

31 พฤษภาคม 2555, 10:00 น.

Pic_264529

“Brownberry Café & Bar” ร้านกาแฟสุดชิคกลางซอยอารีย์ 4 ที่คุณกราฟและกลุ่มเพื่อนตั้งใจเปิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์คนเมืองที่เบื่อบรรยากาศเดิมๆ ในออฟฟิศ ให้ได้มานั่งจิบกาแฟหอมๆ พร้อมกับนั่งทำงานได้ตลอดทั้งวัน

เพียงแค่ก้าวเข้ามาในร้านก็สัมผัสได้ถึงความเป็นส่วนตัวซึ่งไม่พลุกพล่าน มี Wi-Fi ให้ใช้กันฟรีๆ และที่เก๋ไก๋ไปกว่านั้นคือมีปลั๊กไฟบริการทุกโต๊ะ เพื่อให้ลูกค้าได้พกโน้ตบุ๊กมานั่งทำงานกันยาวโดยไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่จะหมด ภายในร้านตกแต่งด้วยอิฐบล็อกสีส้ม เน้นโทนน้ำตาลอบอุ่นตัดกับสีขาวของกรอบรูปลายสวยบนผนังที่เจ้าของร้านตั้งใจแต่งให้ได้อารมณ์เหมือนบ้านฝรั่ง สังเกตได้จากโลโก้ของร้านที่ได้แรงบันดาลใจมาจากนาฬิกาคุ๊กคูโบราณและเฟอร์นิเจอร์ที่ให้ความรู้สึกของความเป็นคันทรี่เล็กๆ อีกด้วย

มาถึงร้านทั้งทีต้องลองกาแฟซิกเนเจอร์อย่าง Iced Brownberry กาแฟเย็นเข้มข้นรสหวานขมกลมกล่อมด้วยสูตรเฉพาะของร้าน ไม่ว่าใครแวะมาก็ต้องสั่งแก้วนี้เพื่อเรียกความกระปรี้กระเปร่า ถ้าได้ดื่มเข้าคู่กับ Brownie Cream Cheese บราวนี่โฮมเมดชิ้นเล็กเสิร์ฟพร้อมวิปครีมและลูกเชอร์รี่สีแดงสด ยิ่งได้ใจลูกค้าสาวๆ ไปเต็มๆ นอกจากรสชาติไม่หวานจนเกินไปแล้ว ยังจัดวางได้กุ๊กกิ๊กน่ารัก หรือจะลองสั่งเมนูนุ่มๆ เบาๆ อย่าง New York Cheesecake รสหวานมันให้ละเลียดกันเพลินๆ จนลืมอิ่มก็ได้

ปิดท้ายกันด้วยเมนูที่ทางร้านภูมิใจนำเสนอเป็นพิเศษ “Hot Milk Green Tea” ชาเขียวร้อนที่ใช้ผงมัตฉะแท้จากญี่ปุ่นชง แล้วได้กลิ่นหอมเตะจมูกแบบต้นตำรับ ผสมกับความมันของนม ดื่มแล้วสดชื่น มีแรงนั่งทำงานได้อีกนาน

ที่ตั้ง: เลขที่ 117/4-5 ซอยอารีย์ 4 ถนนพหลโยธิน สามเสนใน กรุงเทพฯ
โทรศัพท์ 0-2278-4544
เวลาบริการ 11.00-23.00 น.

ข้อมูล/ภาพ : Gourmet&Cuisine

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
  • 31 พฤษภาคม 2555, 10:00 น.
 

ยำหมูย่างมะเขือเปราะ 2012/05/31

http://www.thairath.co.th/content/life/264571

31 พฤษภาคม 2555, 05:45 น.

Pic_264571

อาหารอีสานรสแซบ ถือเป็นอาหารยอดนิยม ที่สามารถครองใจผู้บริโภคทุกเพศทุกวัยและทุกฐานะก็ว่าได้ จึงสามารถหาทานได้ตามร้านอาหารและภัตตาคารแทบทุกแห่ง โดยไม่ต้องไปแย่งขาประจำทานตามปั๊ม หรือตามร้านข้างถนนอีกแล้ว

แม้แต่สาวขาวหมวยอย่าง แซนดี้–อรจนา เคหสุขเจริญ ซึ่งคุ้นเคยแต่อาหารจีนและฝรั่งมาตั้งแต่เด็กจนโต เพราะอยู่ในครอบครัวคนจีน ที่ทานเผ็ดและรสจัดไม่ค่อยได้ แต่เมื่อเรียนจบจากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ กลายเป็นจุดเปลี่ยนให้คุณแซนดี้หันมาชอบอาหารไทยและอาหารอีสานรสแซบไปได้  ขนาดไปเข้าคอร์สเรียนทำอาหารที่สถาบันสอนทำอาหารมีชื่อ Le Cordon Bleu ที่อังกฤษ เพื่อมาทำธุรกิจร้านอาหารในฝันสไตล์ฝรั่ง เธอยังเปลี่ยนเป้าหมาย หันมาทำร้านอาหารอีสานแทน

ทั้งนี้เพราะคุณแซนดี้เห็นแล้วว่า เครื่องปรุงของอาหารอีสาน ล้วนแต่มีแคลอรีต่ำ เพราะส่วนใหญ่จะเป็นสมุนไพรซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพทั้งสิ้น ต่างกับอาหารจีนและอาหารฝรั่ง หากรับประทานต่อเนื่องมากไป อาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ง่าย วันนี้คุณแซนดี้ขอโชว์เมนู ยำหมูย่างมะเขือเปราะ ซึ่งเหมาะกับผู้มีปัญหาความดันโลหิตสูง และผู้เป็นเบาหวาน เนื่องจากมะเขือเปราะมีสรรพคุณบำรุงหัวใจลดความดันในเลือด และลดประมาณน้ำตาลในเลือดอีกด้วย

เครื่องปรุง : สันคอหมู 100 กรัม / น้ำมันหอย 1 ชต. / ซอสปรุงรส 1 ชต. / น้ำผึ้ง 1/2 ชต. / ข้าวคั่ว 1/2 ชต. / รากผักชี 1 ชต./ น้ำพริกเผา 1 ชต. / มะเขือเปราะ / สะระแหน่ / ต้นหอม/ ผักชีฝรั่ง / หอมแดง / น้ำปลา / น้ำมะนาว / น้ำตาลทราย / น้ำตาลปี๊บ / น้ำกระเทียมดอง / พริกแดงบุบ / พริกขี้หนูแห้งทอด…… วิธีทำ 1) นำสันคอหมูมาหมักกับน้ำมันหอย ซอสปรุงรส น้ำผึ้ง ข้าวคั่ว และรากผักชี คลุกเคล้าให้เข้ากันและทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที 2) นำหมูที่หมักไปย่างให้สุก แล้วหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ 3) นำหมูที่ย่างมาปรุงรสด้วย น้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาลทราย น้ำตาลปี๊บ น้ำกระเทียมดอง และพริกแดงบุบ คลุกเคล้าให้เข้ากัน โดยปรุงให้ได้รสชาติตามชอบ 4) จากนั้นนำมาคลุกกับเครื่องยำ ได้แก่ มะเขือเปราะหั่นชิ้นบางๆ หอมแดงซอย ผักชีฝรั่งซอย ต้นหอมซอย น้ำพริกเผา คลุกส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน 5) ตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟ โรยหน้าด้วยพริกขี้หนูแห้งทอด และใบสะระแหน่.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวหน้าสตรี
  • 31 พฤษภาคม 2555, 05:45 น.
 

เจ๋ง! อร่อย เย็น และยังได้บุญ กับ ‘Choco Marsh Candy’ ไอศกรีมมิกซ์สุดยอด…! 2012/05/31

Filed under: อาหาร,ไทยรัฐออนไลน์ — SoClaimon @ 3:55 am

http://www.thairath.co.th/content/life/264259

30 พฤษภาคม 2555, 15:30 น.

Pic_264259

คนที่ชอบกินไอศกรีมฟังทางนี้ Cold Stone Creamery (โคล สโตน ครีมเมอรี่) ไอศกรีมมิกซ์-อิน ระดับซุปเปอร์พรีเมียมจากอเมริกา บริหารงานโดย บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG)…

วันนี้ขอแนะนำความอร่อยใหม่ Choco Marsh Candy ด้วยไอศกรีมช็อกโกแล็ตเข้มข้น มิกซ์กับ Marshmallows เพิ่มความอร่อย เข้าถึงรสช็อกโกแลตยิ่งขึ้นด้วย Brownie, M&M และ Chocolate Fudge และที่น่าชื่นใจไปกว่านั้น โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายเมนูไอศกรีม Choco Marsh Candy นี้ จะนำไปบริจาคให้กับน้องๆ ที่ “มูลนิธิบ้านสายธารแห่งความหวัง”

สำหรับ Cold Stone Creamery (โคล สโตน ครีมเมอรี่) ไอศกรีมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยรสชาติความเข้มข้นไม่เหมือนใครสไตล์อเมริกัน ผสมผสานส่วนผสมแสนอร่อยต่างๆ บนแผ่นหินแกรนิตเย็นด้วยความพิถีพิถันก่อนเสิร์ฟ สร้างสรรค์ไอศกรีมมีไอเดียรสชาติอร่อยอย่างลงตัว ที่มีให้เลือกกว่า 20 รายการ พบไอศกรีมมิกซ์-อินแสนอร่อยระดับซุปเปอร์พรีเมียมได้ ที่ร้านโคล สโตน ครีมเมอรี่ทั้ง 10 สาขาที่เซ็นทรัล เวิลด์ชั้น 6, เซ็นทรัล บางนา ชั้น G, อาคารสยามกิตติ์ ชั้น G, เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ ชั้น 1, เซ็นทรัล ชิดลม ชั้น 1, เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ชั้น 1, เซ็นทรัล ลาดพร้าว ชั้น 2, เซ็นทรัล พระราม 9 ชั้น 6, เซ็นทรัล พระราม 2 ชั้น 1 และเมกา บางนา ชั้น 2 หรือ โทร. 0-2663-3888

อากาศร้อนๆ เจอกันนะ…!

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
  • 30 พฤษภาคม 2555, 15:30 น.
 

VT แหนมเนือง เจ้าพ่อเมืองอุดร!!! 2012/05/28

http://www.thairath.co.th/content/life/263819

28 พฤษภาคม 2555, 09:30 น.

Pic_263819

สวัสดีครับ กลับมาพบกันใหม่ในอาทิตย์นี้ สถานการณ์บ้านเมืองคงจะวุ่นวายกันอีกครั้ง จาก พ.ร.บ.ปรองดอง แน่ๆ เห็นทาง พันธมิตรฯตั้งท่ากันแล้ว ปชป.อีกด้าน คุณพี่คุณน้องครับอยู่กันสงบๆ สักปีสองปีได้รึเปล่าครับ เวียนหัวจริงๆ แต่ที่เป็นที่ชุ่มชื้นหัวใจเมื่อเห็น พ่อหลวงท่านเสด็จพระราชดำเนินไปทุ่งมะขามหย่องได้อย่างที่เคยเห็นสัก 10 ปีที่แล้ว ทำเอาผมดีใจเป็นที่สุด “ทรงพระเจริญ”

เปาะเปี๊ยะสดกุ้งเปาะเปี๊ยะสดกุ้ง

ไส้กรอกอีสานไส้กรอกอีสาน

ข้าวเกรียบปากหม้อข้าวเกรียบปากหม้อ

มาเริ่มกินกันเลยดีกว่า วันนี้อยากกินอาหารเวียดนามกันดีกว่า ช่วงนี้ต้องรักษาสุขภาพกันหน่อย ผมได้แนะนำไปหลายร้านแล้วแต่ไม่วายที่จะแนะนำอีกร้านหนึ่ง เขามาจากอุดรธานี ก่อนที่จะมาเปิดร้านที่พระรามเก้า (เลียบทางด่วน) ผมเป็นแฟนของที่นี่มาตั้งนานแล้วครับ ใครไปใครมาจากอุดรผมก็จะให้เขาเอามาฝาก แล้ววันหนึ่งเขาก็มาปักหลักที่กรุงเทพฯ เอาเป็นว่าไม่ยุ่งยากเหมือนเมื่อก่อน ครั้งนี้ได้เพื่อนร่วมทางคือคุณเอ หรือจักกฤษ เพื่อนตั้งแต่ป.1 เอ้าไม่ได้พูดเล่น ป.1 จริงๆ เราเรียนกันมาจนถึง ม.3 แล้วค่อยแยกย้าย ทำให้พวกผมรักกันมาก เพราะรู้เช่นเห็นชาติกัน เอาเป็นว่าอ้าปากเห็นลำไส้ว่ากันแบบนี้เลยดีกว่า

น้ำจิ้มทุกอย่างของอาหารญวนน้ำจิ้มทุกอย่างของอาหารญวน

แหนมเนืองแหนมเนือง

หมูใบชะพลูหมูใบชะพลู

สั่งกันดีกว่าคงหนีไม่พ้นตัวเจ็บของเขา แหนมเนืองนั่นเอง ผมชอบนะครับ เนื้อหมูหนึบๆ ดีได้เครื่องที่เข้ากันทั้ง กระเทียม พริก กล้วยดิบ แตงกวา เอาเป็นว่าต้องสั่ง มาถึงร้านอีสานแบบนี้ไม่สั่งไส้กรอกอีสานคงผิดล่ะครับ สำหรับผมคิดว่า มีจานนี้เข้ามาด้วยช่วยตัดรสอาหารที่หวานเค็มได้ดีมากเลยครับ มาอีกจานครับเส้นหมี่หมูปิ้ง แปลกใจพอควรที่นี่กลับเอาไปทอดครับแต่หน้าตาดี รสก็ดีครับ สั่งต่อข้าวเกรียบปากหม้อกับหมูยอ เป็นอีกจานที่ต้องบอกว่าอร่อย รสชาติพอดี พอดี ได้คู่กับน้ำจิ้มด้วยแล้วยอดครับ แต่เห็นว่าขาดไม่ได้คงต้องเป็นสองจานนี้ เปาะเปี๊ยะสดกุ้ง และหมูใบชะพลูจานนี้หากินยากครับที่เห็นๆ ก็มีไม่มากที่จะทำ เอาเป็นว่าสั่งกันระดับนี้ต้องมาสัก 4 คน ผมสองคนจัดเต็มหมดเหมือนกัน

เส้นหมี่หมูปิ้งเส้นหมี่หมูปิ้ง

บรรยากาศภายในร้านบรรยากาศภายในร้าน

ไปมาไม่ยาก 581/3 ซอยเทพลีลา 39 ถนนรามคำแหง แขวงวังทองหลางเขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ โทร 0-2935-6524 , 0-2935-6525 เปิดทุกวันเวลา 10.30 – 20.00 น.

Rating  : ชาตินี้ต้องกิน

Latitude : 13.76508
Longitude :100.59900
เรื่องและภาพโดย
ธนา ทุมมานนท์ (เบย์พาเลส)
www.facebook.com/baypalace

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ธนา ทุมมานนท์
  • 28 พฤษภาคม 2555, 09:30 น.
 

ว้าว! ชวนกิน ‘หอยเชลล์’ ฮอกไกโดปิ้ง อร่อยสุดยอด..! 2012/05/27

http://www.thairath.co.th/content/life/263513

26 พฤษภาคม 2555, 15:00 น.

Pic_263513

ว้าว โชว์ จานเด็ด มีรางวัลจากเชฟระดับ 3 ดาวมิชลินการันตี

เป็นอีกหนึ่งโรงแรม กับห้องอาหาร วี ไวน์ แอนด์ กริลล์ ที่ได้รับการการันตีว่าอาหารอร่อยบรรยากาศดีมากๆ กับ วี โฮเต็ล หนึ่งในสุดยอดร้านอาหารแห่งประเทศไทย 3 ปีซ้อน

สัปดาห์นี้เขาภูมิใจเสนอ อาหารจานเด็ดสไตล์ฟิวชั่นหอยเชลล์ฮอกไกโดปิ้ง เสิร์ฟพร้อมข้าวรีซอตโต้ปรุงรสด้วยซอสเอ็กซ์โอ พร้อมเห็ดญี่ปุ่นผัดซอสยูซูที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวกับเหล้าจีน เป็นเมนูที่แม้แต่เชฟมาร์โก ปิแอร์ ไวท์ (Chef Marco Pierre White) ผู้ซึ่งได้รับรางวัลมิชลินถึงสามดามยังยอมรับและติดใจในรสชาติของอาหารจานนี้จนต้องบอกต่อ

อาหารจานนี้ถูกคิดค้นขึ้นมาโดย เชฟสุพัฒก์ ชินแสงทิพย์ หัวหน้าพ่อครัวใหญ่ของโรงแรม วี โฮเต็ล ที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมเข้าครัวสัมมนาเชิงปฎิบัติการกับเชฟมาร์โก ปิแอร์ ไวท์ ที่ประเทศสิงค์โปร์ เมื่อพูดถึงชื่อของ เชฟมาร์โก ปิแอร์ ไวท์แล้ว คงจะต้องเล่าถึงประวัติส่วนตัวที่น่าประทับใจกันซักหน่อย

เชฟมาร์โก คือเชฟที่มีอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของการจัดอันดับดาวมิชลิน ที่สามารถคว้าถึง 3 ดาวได้ด้วยวัยเพียง 33 ปีเท่านั้น ถือเป็นเชฟมือทองที่ครอบครองดวงดาวอันน่าเชื่อถือที่สุดของนักชิม ซึ่งให้คะแนนตามคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้ การปรุงให้สุกอย่างที่ควร รสชาติ ความคิดสร้างสรรค์และรสมือเที่ยงของเชฟ

อาหารจานเด็ดนี้มีหอยเชลล์ชื่อดังจากทะเลน้ำลึกของเกาะฮอกไกโดแถบประเทศญี่ปุ่น ที่ทางเชฟของเรานำหอยเชลล์สดๆ ตัวใหญ่เหล่านี้มาปิ้งแบบสุกพอดีๆ ส่งกลิ่นหอม เคียงข้างด้วยข้าวรีซอตโต้ของประเทศอิตตาลีปรุงรสด้วยซอสเอ็กซ์โอ (XO sauce) อันโด่งดังที่มีจุดกำเนิดมาตั้งแต่ยุดก่อนให้รสชาติเค็มๆ หวานๆ กลมกล่อม อีกทั้งยอดหน่อไม้ฝรั่งกรุบกรอบและเห็ดญี่ปุ่น Bunashimeji ผัดอย่างพิถีพิถันด้วยซอสยูซู (Yuzu butter) ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวกับเหล้าจีน (Shaoxing wine)

พบกับอาหรจานเด็ดรสชาติขั้นเทพนี้ และเมนู a la carte ต่างๆ อีกมากมายที่โรงแรม วี โฮเต็ลกรุงเทพฯ เท่านั้น ณ ห้องอาหาร วี ไวน์ แอนด์ กริลล์ ที่เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 18.30–22.30 น.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
  • 26 พฤษภาคม 2555, 15:00 น.
 

อร่อยทั้งวันที่ All Six to Twelve 2012/05/26

http://www.thairath.co.th/content/life/262235

25 พฤษภาคม 2555, 10:00 น.

Pic_262235

หลังจากทำให้ “อมอนเทร” ติดลมบนมาแล้ว คุณกุลศิริ ไชยนพกุล และคุณพรพจน์ แก่นเพ็ชร์ ก็ไม่รอช้า เปิด “All Six to Twelve” เอาใจคนชื่นชอบบรรยากาศสบายๆ ด้วยคอนเซปต์เก๋ “Café and Social Bar”

All Six to Twelve ไม่ได้จำกัดคอนเซปต์การตกแต่งของร้าน แต่นำเอาสิ่งที่ชอบจับมารวมกันให้ดูคล้ายบ้านที่อบอุ่น ไม่ว่าจะเป็นเพดานสูง ปูนเปลือย โชว์สายไฟ เก้าอี้ และเฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบโดยเฉพาะ รวมไปถึงของตกแต่งเล็กน้อยๆ อย่างขวดน้ำอัดลมเปล่า บีกเกอร์ในห้องทดลอง รวมไปถึงเทเบิลแวร์ ที่ช่วยสร้างบรรยากาศให้ดูคล้ายคลึงกับ New York Loft

ที่นี่เปิดตั้งแต่เช้าจรดเย็น ปรับเปลี่ยนบรรยากาศและเมนูอาหารไปตามช่วงเวลาของวัน ช่วงเช้าเสิร์ฟอาหารเช้า ช่วงกลางวันเสิร์ฟอาหารจานเดียว ตกเย็นเสิร์ฟค็อกเทลและอาหารกินเล่น ซึ่งแต่ละช่วงเวลาเชื่อมโยงด้วยคอนเซปต์ของอาหารที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายความเป็นไทย เน้นรสจัดด้วยสมุนไพร เครื่องเทศไทยๆ ที่สำคัญคือราคาอาหารถูกมาก

เริ่มกันที่อาหารกินเล่น แคบหมูพะโล้แห้ง กรอบหวานเข้มข้นด้วยกลิ่นเครื่องเทศ ลาบเบอร์เกอร์ ชิ้นพอดีคำ แซบกำลังดี ส่วนสลัดก็มีให้เลือกหลายเมนู ผักส่วนใหญ่ใช้ผักปลอดสารพิษจากไร่ของคุณพรพจน์เอง น้ำสลัดก็เน้นโฮมเมด ทำให้ได้รสชาติเป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะสลัดทูน่ามะม่วงสุก เนื้อปลาทูน่าสดคลุกเคล้ากับมะม่วงสุก สมุนไพรไทย และผักสลัด สำหรับซิกเนเจอร์สลัดต้องยกให้ไจแอนท์สลัด สลัดชามยักษ์ใส่มะกอกดอง อะโวคาโด แฮม เบคอน ชีส ชามนี้ไฮไลต์อยู่ที่น้ำสลัดเทาซันรสดีไม่เลี่ยน สลัดซิกเนเจอร์อีกจานเป็นซิกซ์ทูทเวลฟ์สลัด หมูยอและผักพันด้วยเส้นใหญ่เหมือนเมี่ยงก๋วยเตี๋ยว กินกับการ์ลิกวินีการ์ที่ได้รสเผ็ดร้อนจากกระเทียม พริกขี้หนู และรากผักชี

หากเป็นจานหลัก แนะนำสเต็กไก่สมุนไพร จานนี้จะว่าไปก็คล้ายกับดั๊กกงฟี ใช้ส่วนน่องติดสะโพกตุ๋นยาจีนนาน 3 ชั่วโมงแล้วทอด จึงกรอบนอกและเนื้อในยังนุ่มชุ่มน้ำหวาน ราดบลูเบอร์รี่เกรวี่ อีกจานเป็นสเต็กเนื้อสันในวัวกับตับเป็ด เนื้อสันในพันเบคอนแล้วทอปด้วยตับเป็ดย่าง เสิร์ฟกับผักโขม มันอบ ซาวครีม และบลูเบอร์รี่เกรวี่ ส่วนค็อกเทลเขาแบ่งตามช่วงเวลา หัวค่ำเป็นค็อกเทลเบาๆ ไล่ไปจนหนักอึ้ง -Peach-Ginger Mojito, Drift และ Honey Fizz ถ้ามากันหลายคนต้องลอง Lava Party Set

ที่ตั้งของร้าน เลขที่ 55 Fraser Place Urbana Langsuan ถนนหลังสวน แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ
โทรศัพท์ 0-2250-6799
เวลาบริการ 6.00-0.00 น.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
  • 25 พฤษภาคม 2555, 10:00 น.
 

มื้อกลางวัน ‘วาแตล’ กินหรูหรา ราคาคนไทย 2012/05/26

http://www.thairath.co.th/content/life/262123

24 พฤษภาคม 2555, 10:00 น.

Pic_262123

หาอาหารซีฟู้ดสดๆ ที่ทานได้ไม่อั้น อีกทั้งราคายังสบายกระเป๋า ในบรรยากาศของร้านอาหารน่านั่งแบบที่ Vatel  Restaurant  ก็แทบไม่มีแล้ว จะไปทานในโรงแรม ก็คงต้องถอยกลับ เพราะราคาต่อคนหัวนึงก็เป็นหลักพันแล้ว

อาหารทะเลสดๆ มาพร้อมกับเมนูสุดพิเศษทั้ง ลาซานญ่าซีฟู้ด, ปลาแซลมอนแร่บาง, ซุปล็อบสเตอร์, หอยนางรมในไวน์ขาว และหอยแมลงภู่แปซิฟิก ซึ่งขนทัพอาหารมาให้ทานแบบจุใจในบุฟเฟ่ต์กลางวันที่ วาแตล (Vatel Restaurant)   ร้านอาหารสไตล์ฝรั่งเศส ที่ไม่ธรรมดา เพราะเป็นสถานศึกษาของนักเรียนด้านการทำอาหารฝรั่งเศส และเครื่องดื่ม ของมหาวิทยาลัยศิลปากร  ซึ่งได้รวมมือกับสถาบันวาแตล ประเทศฝรั่งเศส  ซึ่งทำให้ร้านอาหารแห่งนี้ ไม่ได้เปิดขึ้นเพื่อหวังเอาแต่ผลกำไร แต่ต้องการไว้เป็นที่สำหรับฝึกนักศึกษาได้ลองทำงานจริงกับลูกค้า โดยมีเชฟ และอาจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านอาหาร และวัฒนธรรมในการทานอาหารฝรั่งเศสเป็นผู้สอน ที่นี่ราคาอาหารจึงไม่แพงเหมือนร้านอาหารฝรั่งเศสตามโรงแรมทั่วไป อีกทั้งรสชาติของอาหารก็ยังเป็นแบบดั้งเดิม และมีความพิถีพิถันอย่างมาก

ในส่วนของราคาที่บอกว่าสบายกระเป๋า ก็เพราะหัวหนึ่งตกคนละ 799 บาท  (ไม่รวมเครื่องดื่ม) ถ้าเทียบกับโรงแรมหรูแล้ว ถือว่าคนไทยทานได้สบาย เพราะคุณภาพของอาหารก็สดใหม่ อีกทั้ง รสชาติก็ยังถูกปากอีกด้วย  ซึ่งโปรโมชั่นนี้จะมีเฉพาะวันศุกร์และเสาร์ ตั้งแต่เวลา 11.00 – 14.30 น. ณ ภัตตาคารวาแตล  ชั้น 1 อาคาร กสท โทรคมนาคม (CAT)  ถนนเจริญกรุง หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02-639-7531-3 ต่อ 205 หรือ www.vatelbangkok.com

รู้ไว้ใช่ว่า : มารยาทการทานอาหารฝรั่งเศส

อุปกรณ์ในการรับประทานอาหารของตะวันตก จะใช้ ส้อมและมีด เป็นหลัก   ซึ่งมักจะเรียกว่าเครื่องเงิน ซึ่ง  เครื่องเงินหรือช้อน ส้อม มีด จะจัดวางตามลำดับการใช้งาน คือ ตามรายการอาหารที่จะเสิร์ฟ   ถ้าอาหารมีหลายรายการ เครื่องเงินย่อมมีมากจนอาจมองดูแล้วน่าสับสน  แต่โดยหลักการแล้วจะมีมีด ไม่เกิน 3 เล่ม และส้อมไม่เกิน 3 คัน ซึ่งถ้าจำเป็นต้องใช้มากกว่านั้น บริกรจะนำมาเพิ่มเติมตามความจำเป็นพร้อมกับอาหารนั้นๆ ซึ่งโดยทั่วไป ลำดับของการเสิร์ฟอาหาร จะเป็นไปตามขั้นตอน คือ เริ่มจากขนมปังและเนย ตามมาด้วยซุป  สลัด  อาหารจานหลัก  ของหวาน  และปิดท้ายด้วยชาหรือกาแฟ
•    การรับประทานขนมปังและเนย การรับประทานที่ถูกต้อง ต้องหยิบขนมปังจากทางด้านซ้ายเสมอ และควรใช้มือบิขนมปังออก จากนั้นทาเนยด้วยมีดทาเนย
•    ต่อมาหยิบช้อนซุปที่อยู่ทางขวามือด้านนอกสุด เพื่อใช้รับประทานซุป และตักออกจากตัวอย่าตักเข้าหาตัว และรับประทานผ่านริมฝีปากเท่านั้น ไม่ควรอ้าปากกว้าง
•    หากต้องการรับประทานสลัดผัก ก็จะต้องหยิบส้อมที่อยู่ด้านในถัดมา ซึ่งอาจรับประทานคู่กับมีดหรือไม่ก็ได้
•    ส้อมและมีดที่อยู่ด้านนอกสุด ใช้เพื่อรับประทานอาหารจานหลัก หรือ Main Course โดยใช้มีดด้วยมือขวา ใช้ส้อมด้วยมือซ้าย โดยคว่ำมือจับและใช้ส้อมจิ้มอาหารเข้าปาก ห้ามใช้มีดจิ้มอาหารเข้าปากโดยเด็ดขาด

•    ชุดช้อนและส้อมที่วางอยู่ด้านบนของจานอาหาร ซึ่งเป็นชุดเครื่องเงินที่ใช้รับประทานของหวาน
•    การดื่มชาหรือกาแฟ เวลาดื่มให้จับที่ถ้วยและดื่มจนหมด และไม่ควรซดเสียงดัง

Twitter : sriploi_social

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
  • 24 พฤษภาคม 2555, 10:00 น.
 

ข้าวเหลืองเนื้อไก่ 2012/05/26

http://www.thairath.co.th/content/life/262778

24 พฤษภาคม 2555, 05:15 น.

Pic_262778

ชื่อเมนู “ข้าวเหลืองเนื้อไก่” ก็คือ ข้าว (เหนียว)  เหลือง ทานกับแกงไก่ นั่นเอง เป็นอาหารท้องถิ่นของชาวเชียงตุง ที่ยังคงอยู่ จนทุกวันนี้ โดยผู้สืบเชื้อสายจากเชียงตุงได้อนุรักษ์สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ด้วยความภาคภูมิใจในมรดกแห่งภูมิปัญญาของบรรพบุรุษที่คิดทำขึ้น

คุณป่น–ครองพงศ์ ณ เชียงตุง หัวหน้ากลุ่มครีเอทีฟบริษัทโฆษณายักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น “เดนสึ ” ประจำประเทศไทย  (DEN– TSU) สืบเชื้อสายจากเจ้าปู่-เจ้าพรหมลือ ณ เชียงตุง กับ เจ้าย่า-เจ้าทิพวรรณ (ณ ลำปาง) และได้รับการเลี้ยงดูมาแบบครอบครัวโบราณที่ปู่ย่าตายายยังเข้าครัวปรุงอาหารให้ลูกหลานรับประทาน จนซึมซับเข้าสายเลือดอย่างคุณป่น ขนาดไปเรียนอยู่เมืองนอก แม้แต่ข้าวแช่ยังทำทานเองเลย โดยแพ็กกะปิทอดฝีมือคุณยายไปจากเมืองไทย  แล้วไปทอดที่อเมริกา ส่วนเครื่องอื่นๆก็ทำเองที่โน่น และด้วยความที่มีฝีมือด้านการครัว คุณป่น ยังไปหาลำไพ่ด้วยการเป็นพ่อครัวร้านอาหารไทยที่เดนเวอร์ จนได้รับการ ทาบทามไปเป็นครูสอนทำอาหารไทยให้ฝรั่งที่โรงเรียนการครัวอีกด้วย
สำหรับข้าวเหลืองเนื้อไก่นี้ เป็นหนึ่งในอีกหลายสิบเมนู ที่คุณป่นยังเก็บรักษาสูตรเอาไว้และทำทานด้วยความชอบเป็นส่วนตัว  เพราะเขาเป็นคนที่ชอบศิลปะ และอาหารก็คือศิลปะอย่างหนึ่ง

เครื่องปรุง : เนื้อไก่ (ส่วนสะโพก) 1 กก./หัวหอมแดงสด 1 ถ้วย/ตะไคร้หั่นท่อน 1/2 ถ้วย/กระเทียม 1/4 ถ้วย/พริกแห้ง 1/4 ถ้วย/ซีอิ๊วดำหวาน 2 ชต./กะปิ 2 ชช./เกลือ 1/4 ชช./ข้าวเหนียว 3 ถ้วย/หัวหอมแดงเจียว 1 ถ้วย/ขมิ้นผง 1/2 ชช.

วิธีทำ 1) เริ่มนึ่งข้าวเหนียว โดยแช่น้ำทิ้งไว้ข้ามคืน แล้วซาวน้ำออกก่อนค่อยใส่ผงขมิ้นลงผสม จึงค่อยนำไปนึ่ง เมื่อสุกจะออกเป็นสีเหลืองสวยคล้ายข้าวหมก จึงใส่หอมแดงเจียวแล้วคลุกให้เข้ากัน เพื่อให้มีกลิ่นหอม 2) นำพริกแห้ง กระเทียม หอมแดง และกะปิ มาตำรวมกันแบบหยาบๆ อย่าใช้เครื่องปั่นเพราะจะไม่ได้เนื้อของเครื่องแกงเหลืออยู่เลย 3) ผัดเครื่องแกงที่ตำกับเนื้อไก่ส่วนสะโพก โดยใช้ทั้งชิ้นที่ติดกระดูก แล้วค่อยๆเติมน้ำทีละนิดแค่ขลุกขลิก 4) เติมซีอิ๊วดำ เกลือ และตะไคร้ อาจจะทุบแล้วหั่นเป็นท่อนๆ หรือจะมัดรวมกันทั้งต้นก็ได้ ใส่ลงไปต้มด้วย และเคี่ยวไปจนเนื้อไก่สุกเปื่อย

ความอร่อยของเมนูนี้จะอยู่ที่หอมแดงและตะไคร้ ซึ่งนอกจากช่วยดับกลิ่นคาวของไก่แล้ว ยังให้กลิ่นหอมของสมุนไพรด้วย และรสชาติโดยรวมของเมนูนี้จะออกเค็มกับเผ็ด (นิดๆ) นำ แต่ถ้าใครไม่ทานเผ็ดก็อาจจะเอาเมล็ดพริกแห้งออกบ้าง.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวหน้าสตรี
  • 24 พฤษภาคม 2555, 05:15 น.
 

KOI นั่งอร่อยกับอาหารญี่ปุ่น หลบวุ่นกลางเมือง 2012/05/26

http://www.thairath.co.th/content/life/261479

22 พฤษภาคม 2555, 10:00 น.

Pic_261479

หลบเลี่ยงความวุ่นวายของเมืองกรุงสู่ส่วนสงบใจกลางเมือง กับบรรยากาศพิเศษ และอาหารอร่อยๆ หลังเลิกงาน ใจกลางเมืองที่วุ่นวาย จะไม่มีให้เห็นอีกแล้ว

กรุงเทพฯ-ร้านอาหารญี่ปุ่น KOI หนึ่งในร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดังระดับโลก นำเสนอช่วงเวลาสุดพิเศษ หลบเลี่ยงการจราจรอันวุ่นวายหลังเลิกงาน ในช่วงเวลา Happy Hour ที่ให้คุณเลือกความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นกลิ่นอายแคลิฟอร์เนียหลากหลายเมนูสุดครีเอทแบบเบาๆ กับ crab cakes with mango salsa หรือ Beef Burger Sliders จับคู่กับคอกเทลสร้างสรรค์สุดพิเศษในแบบเฉพาะที่ร้าน Koi เท่านั้น อาทิ Green Tea Martini, Cherry Blossom Margarita, Shiso Mojito และ Peach Cosmo หรือสำหรับผู้ที่ชื่นชอบพรายฟองเบียร์ สามารถเลือกเบียร์สดคาร์ลสเบิร์กในแบบ 2 แถม 1

ผ่อนคลายไปกับเครื่องดื่มแก้วโปรด รับสายลมยามเย็นก่อนกลับบ้าน ในช่วงเวลา Happy Hour ที่ Garden Terrace โอบล้อมด้วยสวนสงบสไตล์เซน ร้านอาหารญี่ปุ่น KOI ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ ตั้งแต่ 17.00-20.00 น.ในราคาเพียง 135 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือสำรองที่นั่งล่วงหน้าติดต่อ 02- 258-1590 หรือ “info@koirestaurantbkk.com” หรือ “http://www.koirestaurantbkk.com

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
  • 22 พฤษภาคม 2555, 10:00 น.
 

สุดยอด!!! ร้านนกก๋วยเตี๋ยวไก่ พระรามเก้า51 2012/05/21

http://www.thairath.co.th/content/life/261962

21 พฤษภาคม 2555, 09:30 น.

Pic_261962

หลังจากกลับมาครั้งนี้ พบว่าอาหารไทยอร่อยที่สุด ทริปนี้ได้ออกเดินทางไปสองอาทิตย์ ตะลุยดูในหลายเรื่อง ทั้งโลกของสิ่งพิมพ์ และโลกของเคเบิลทีวี ได้รู้มาอีกเยอะจริงๆ ว่าสิ่งต่างๆ ได้เปลี่ยนไปมากมาย อย่างโลกของสิ่งพิมพ์ก็หาทางออกเพื่อที่จะอยู่รอดในสถานการณ์ที่ดิจิตอลเข้ามามีอิทธิพล ปรับการรับรู้ของประชาชน ส่วนโลกของเคเบิลทีวี ก็โดนอิทธิพลของดิจิตอลเหมือนกัน Dreambox ก็สร้างปัญหาไม่น้อย แต่สุดท้ายก็มีทางออกเช่นกัน เหมือนกับ “แมวไล่จับหนู”

กลับมาครั้งนี้ ก็คิดถึงร้านก๋วยเตี๋ยวเป็นอย่างแรก ตอนแรกว่าจะไปลุยก๋วยเตี๋ยวเรือให้มันสะใจ คิดไปคิดมา ท้องจะรับไม่ไหว เพราะกินรสไม่จัดมานาน ก็ยังอยากกินเส้นอยู่ดี คิดได้ว่ามีร้านอยู่ท่ี่แถวซอยพระรามเก้า 51 ร้านนี้มีชื่อเสียงมานานกว่าลูกชายจะมีชื่อเสียงเสียอีก ร้านนก เป็นร้านของโก้-ธีรศักดิ์ ผมได้กินร้านนี้ครั้งแรกก็กว่า 20 ปีมาแล้ว ได้เพื่อนชื่อโก้เหมือนกันพาไปกิน ครั้งแรกกินแล้วติดใจเลยครับ ทั้งหอมทั้งอร่อย

สั่งกันดีกว่า ก๋วยเตี๋ยวไก่แห้ง ที่นี่เป็นไก่แบบฉีกและผสมเครื่องในหมู ทีเด็ดอยู่ที่หนังไก่ทอดซึ่งผสมอยู่ในน้ำมันเจียวหอม ทำให้รู้ว่าสุดยอดเป็นอย่างไร เส้นที่นี่ก็ลวกได้พอดี พอดีครับ ไม่กระด้างและยังคงความหนึบได้ดี ส่วนใครที่ชอบแบบน้ำ สั่งต้มยำเลยครับ น้ำซุปได้เรื่องเลยครับ เปรี้ยวได้ที่ ทุกอย่างลงตัว ไม่ต้องกลัวว่าจะต้องเติมอะไรเพิ่ม พอดี พอดี ส่วนเครื่องเคียง ร้านนี้ผมชอบปีกไก่ปิ้ง เขาหมักไก่ได้ดีมากครับ สั่งมากินกับก๋วยเตี๋ยวด้วยแล้ว ขอบอกว่า สุดๆ ชอบมาก…

ร้านนี้อยู่ที่ซอยพระรามเก้า 51 เลย the nine ไปประมาณ 5 ซอย อยู่ฝั่งเดียวกัน เข้าซอยไปประมาณ 100 เมตร จะเห็นร้านอยู่ทางขวามือ ไปไม่ถูกโทรก่อนดีกว่า 02-300-1971 เปิดทุกวันครับ เช้า 8 โมงถึง 4 โมงเย็น อ้อ…น้ำเก๊กฮวยอร่อยมากด้วยนะครับ

Rating : ที่สุดในแผ่นดิน

Latitude : 13.80099
Longitude : 100.56357

เรื่องและภาพโดย
ธนา ทุมมานนท์ (เบย์พาเลส)

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ธนา ทุมมานนท์
  • 21 พฤษภาคม 2555, 09:30 น.
 

เปิดกล่องดวงใจ “ทัตสึโอะ ชิโออิ” เจ้าพ่อธุรกิจเบนโตะญี่ปุ่น 2012/05/21

http://www.thairath.co.th/content/life/261744

20 พฤษภาคม 2555, 05:45 น.

Pic_261744

สูตรลับเสิร์ฟร้อน…อร่อยเร็ว…ใส่ใจข้าวทุกเม็ด

ด้วยไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบแข่งกับเวลาของคนญี่ปุ่น ทำให้ธุรกิจอาหารกล่องเติบโตขึ้นรวดเร็วราวกับติดจรวด โดยมี Hotto Motto ในเครือบริษัท เพลนัส จำกัด (มหาชน) เป็นเจ้าธุรกิจอาหารกล่องเบนโตะรายใหญ่ที่สุดของแดนอาทิตย์อุทัย มีสาขาอยู่ทั่วประเทศกว่า 2,400 สาขา สร้างยอดขายปีละนับแสนล้านเยน และครองใจคนญี่ปุ่นมายาวนานหลายทศวรรษ เพราะยึดถือปรัชญาลูกค้าต้องมาก่อนเสมอ!!

นอกจากจะเป็นสุดยอดในเรื่องอุตสาห-กรรมอาหารกล่องแล้ว เมื่อ 23 ปีก่อน ค่ายเพล-นัสยังบุกเบิกธุรกิจร้านอาหารพร้อมเสิร์ฟในรูปแบบอาหารชุดสไตล์เสิร์ฟร้อน อร่อยเร็ว และราคาประหยัด ภายใต้ชื่อ ยาโยอิ  เคน โดยประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว ขยายสาขาไปทั่วประเทศแล้ว 190 สาขา ก็ด้วยฝีไม้ลายมือของประธาน บริหารบริษัท เพลนัส จำกัด (มหาชน) “มร.ทัตสึโอะ ชิโออิ” ทายาทรุ่นที่สี่ วัย 46 ปี ของตระกูล มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งแห่งภูมิภาคคิวชู เกาะใหญ่สุดอันดับสาม
ของประเทศญี่ปุ่น

นับเป็นโอกาสดีอย่างยิ่งที่ทีมข่าวสตรีไทยรัฐได้รับเชิญจากค่ายเอ็มเค อินเตอร์ฟู้ด จำกัด ผู้นำเข้าแฟรนไชส์ร้านอาหารชุดตำรับญี่ปุ่นราคาสบายกระเป๋า “ยาโยอิ ประเทศไทย” ภายใต้การนำของ “คุณยุพิน ธีระโกเมน” บุกตะลุยไปเยือนบ้านเกิดของ“ยาโยอิ เคน” ถึงถิ่นกำเนิดจังหวัดฟูกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่นเมื่อกลางเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อฉลองความสำเร็จครบรอบปีที่ 6 ของยาโยอิ ในเมืองไทย พร้อมมุ่งสู่หลักไมล์เปิดร้านครบ 100 สาขา ภายในปีหน้า งานนี้ นอกจาก “เพลนัส” จะเปิดโรงงานและสำนักงานใหญ่ ในจังหวัดฟูกุโอกะ ให้เข้าชมทุกขั้นตอนการผลิตแล้ว “ท่านประธานทัตสึโอะ” ยังใจดีเปิดใจให้สัมภาษณ์แบบเจาะลึกเป็นครั้งแรก พร้อมเผยถึงความฝันในอนาคตที่จะนำธุรกิจอาหารญี่ปุ่นสยายปีกบุกเบิกตลาดไปทั่วทุกมุมโลก
ค่ายธุรกิจอาหารยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นจับมือกับ “เอ็มเค” ได้อย่างไร

มร.ทัตสึโอะ ชิโออิมร.ทัตสึโอะ ชิโออิ

ทัตสึโอะ : เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว ผมเดินทางมาทำธุรกิจที่เมืองไทย และได้ทานสุกี้ของเอ็มเค ซึ่งอร่อยมาก จึงคิดอยากนำแบรนด์เอ็มเคมาเปิดสาขาในญี่ปุ่นบ้าง ตอนนั้นผมเพิ่งเริ่มทำงานที่บริษัทเพลนัส เป็นผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ

คุณยุพิน : เราทั้งสองเริ่มต้นความสัมพันธ์จากการทำธุรกิจ บริษัทเพลนัสซื้อแฟรนไชส์ร้านอาหารเอ็มเคนำมาปรับปรุงใหม่เป็นสไตล์ชาบู-ชาบู พร้อมเสิร์ฟร่วมกับติ่มซำในราคาประหยัด โดย “คุณทัตสึโอะ” รั้งตำแหน่งประธานบริหารบริษัทเพลนัส เอ็มเค ญี่ปุ่น ซึ่งก็ประสบความสำเร็จน่าพอใจ ปัจจุบันมี 29 สาขาทั่วญี่ปุ่น และตั้งเป้าว่าอีก 2 ปีข้างหน้า จะขยายให้ครบ 50 สาขา เราคบกันมานานจนกลายเป็นพี่น้องกันไปเลย ปรึกษากันได้ทุกเรื่อง

คุณฤทธิ์กับคุณยุพิน ธีระโกเมน ปลื้มสุดขีดที่ได้พบอดีตประธานบริหารใหญ่ของเพลนัส คุณฤทธิ์กับคุณยุพิน ธีระโกเมน ปลื้มสุดขีดที่ได้พบอดีตประธานบริหารใหญ่ของเพลนัส “มร.สุเอยูกิ ชิโออิ” ซึ่งวางมือให้ลูกชาย “มร.ทัตสึโอะ ชิโออิ” รับช่วงดูแลกิจการ.

ทำไมเลือกเมืองไทยเป็นตลาดแรกในการขยายธุรกิจออกนอกประเทศ

ทัตสึโอะ : เริ่มจากความไว้เนื้อเชื่อใจในเอ็มเค เรารู้จักกันมานาน และผมคิดเสมอว่า ถ้าบริษัทเพลนัสจะขยายธุรกิจออกนอกประเทศ “เอ็มเค” ก็คือคนแรกที่เราเลือกเป็นพันธมิตร ซึ่งเราเองก็มองไม่ผิดเลย เพราะ “ยาโยอิ ประเทศไทย” สามารถขยายสาขารวดเร็วมาก ภายในเวลาแค่ 6 ปี ก็เปิดร้านได้ถึง 75 สาขาแล้ว และจะเปิดครบ 100 สาขาในปีหน้าค่ายเพลนัสยังจะสยายปีกบุกเบิกตลาดประเทศไหนอีก

ทัตสึโอะ : ผมคิดว่า ยาโยอิ เคน และ Hotto Motto มีศักยภาพสูงที่จะขยายสาขาไปเปิดตามประเทศต่างๆทั่วโลก เรากับเอ็มเคพร้อมที่จะร่วมมือกันเพื่อบุกเบิกตลาดอินเตอร์เนชั่นแนล โดยเริ่มจากตลาดในเอเชียก่อน เดือนหน้าเราจะเปิดร้านยาโยอิ เคน ที่สิงคโปร์ และเกาหลีใต้ ส่วนที่ประเทศจีน ได้นำ Hotto Motto เข้าไปเปิดแล้วที่ปักกิ่ง เมื่อแข็งแรงยิ่งขึ้นก็จะบุกเบิกไปยังตลาดยุโรป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคงจะประสบความสำเร็จไม่ได้ ถ้าพี่กับน้องไม่ช่วยกันได้ยินมาว่า ตำนานของร้านยาโยอิ เคน ไม่ธรรมดาเลย

ทัตสึโอะ : ร้านยาโยอิ เคน เริ่มขึ้นเมื่อ 125 ปีก่อน ปู่ทวดของผมคือ “ทามิจิโร ชิโออิ” ซึ่งเป็นต้นตระกูลซา-มูไร ได้ส่งลูกชายไปเรียนทำอาหารที่ฝรั่งเศส เมื่อเดินทางกลับมาญี่ปุ่น จึงเปิดร้านอาหารเล็กๆสไตล์ตะวันตก ที่ย่านคายาบาโจ ในกรุงโตเกียว เป็นร้านอาหารแห่งแรกที่เสิร์ฟเมนูตะวันตก ด้วยราคาเพียงเซตละ 1 เยน สมัยนั้นเป็นยุคเมจิ ซึ่งชาวตะวันตกเริ่มเข้ามาแผ่อิทธิพลในญี่ปุ่น ทำให้ร้านอาหารของเราได้รับความนิยมมากจากชาวโตเกียว โดยมีลูกค้าประจำเป็นนายกรัฐมนตรี, นักการเมือง และนักคิดนักเขียนชื่อดัง ต่อมาหลานชายของคุณปู่ทวดคือ “สุเอยูกิ ชิโออิ” ได้เข้ามารับช่วงสืบทอดกิจการธุรกิจอาหาร โดยเน้นบุกเบิกตลาดเครือข่ายร้านอาหารข้าวกล่อง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์ “Hotto Motto” ในปัจจุบัน ปรากฏว่าประสบความสำเร็จมาก และมีการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของญี่ปุ่น เมื่อปี 2002 โดยมีทุนจดทะเบียน 3,461 ล้านเยน และมีพนักงานกว่า 7,500 คน
ทุกวันนี้ “เพลนัส” ยังบริหารธุรกิจในรูปแบบครอบครัวอยู่ไหม

ทัตสึโอะ : บริษัทของเราบริหารงานแบบมืออาชีพ ส่วนเรื่องความรักในอาหารก็ต้องสืบทอดต่อไปภายในครอบครัว ผมคิดว่าการบริหารธุรกิจแบบครอบครัวมีข้อดี โดยเฉพาะธุรกิจอาหาร ซึ่งละเอียดอ่อนมาก ถ้าสืบทอดกันในครอบครัวจะทำให้มีความต่อเนื่อง และดีเอ็นเอไม่หายไปไหน เวลารุ่นลูกรุ่นหลานเข้ามารับไม้ต่อจะรู้สึกผูกพันและรับผิดชอบไม่กล้าทำให้เสีย แต่สิ่งสำคัญคือ ทำยังไงจึงสามารถถ่ายทอดดีเอ็นเอให้รุ่นต่อไปอย่างไม่ตกหาย

ท่านประธานโตมาแบบไหน ถูกวางตัวเป็นทายาทตั้งแต่เด็กหรือเปล่า

ทัตสึโอะ : (พยักหน้า) คุณพ่อของผมค่อนข้างเข้มงวด ผมเข้ามาทำงานที่เพลนัสก็ต้องเริ่มต้นเรียนรู้จากระดับล่าง ทำมาแล้วทุกตำแหน่ง ส่วนเรื่องไอเดียแปลกใหม่ทางธุรกิจได้เรียนรู้มากมายจากทางเอ็มเคลูกสาวจะเข้ามารับช่วงสืบทอดกิจการไหมคะ

ทัตสึโอะ : วัฒนธรรมญี่ปุ่นยังไม่เปิดกว้างสำหรับผู้หญิง ในบริษัทเพลนัสมีผู้หญิงทำงานแค่ 10% ยังเป็นเรื่องอีกไกลความสุขจากการทำธุรกิจอาหารอยู่ตรงไหน

ทัตสึโอะ : (ยิ้มกว้าง) ผมคิดว่า คงเป็นตอนที่ได้เห็นรอยยิ้มของลูกค้า ที่มีความสุขจากการได้ทานอาหารดีๆและอร่อย โดยคอนเซปต์ที่เราเน้นมากคือ คุณภาพของวัตถุดิบต้องมาที่หนึ่ง นอกเหนือจากรสชาติดี หน้าตาน่ารับประทาน และความรวดเร็วในการให้บริการ ที่สำคัญคือ ไม่ว่าจะกลับมาทานอีกกี่ครั้ง และทานที่ไหนในโลก มาตรฐานก็คงเดิม

อะไรคือหัวใจของความสำเร็จในการทำธุรกิจอาหาร

ทัตสึโอะ : เราให้ความสำคัญกับเรื่องข้าวมาก เพราะถือเป็นหัวใจของอาหาร “เพลนัส” มีทุ่งนาเป็นของตัวเอง อยู่ในแถบโทโฮกุ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น สามารถเก็บเกี่ยวได้ปีละครั้งเดียว โดยเราส่งเสริมชาวนาให้ปลูกข้าวที่มีคุณภาพ ปีหนึ่งเก็บเกี่ยวข้าวได้ 40,000 ตัน หลังเก็บเกี่ยวข้าวแล้ว จะนำข้าวทั้งหมดมาสีที่โรงงาน โดยข้าวทุกเม็ดต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบคุณภาพอย่างละเอียด รวมถึงตรวจปริมาณกัมมันตภาพรังสี ก่อนส่งออกไปขายตามร้านสาขาต่างๆทั่วประเทศ ข้าวของเราสามารถหุงได้เลย ไม่ต้องซาวน้ำ มีจุดเด่นที่ความนุ่มอร่อย และคุณภาพของข้าวที่เม็ดสวยอวบอิ่มไม่มีแตกหัก

เมนูไหนเป็นเมนูยอดฮิตประจำร้านยาโยอิ เคน

ทัตสึโอะ : เรามีเมนูหลัก 40 เมนู และจะเพิ่มเมนูใหม่ทุก 2 เดือน เปลี่ยนตามฤดูกาล จานขายดีที่สุดคือ หมูผัดขิง ส่วนเมนูล่าสุดของร้านที่อยากให้ชิมได้แก่ ปลาชิมาฮอกเกะย่างเกลือ ก็จะนำมาขายในเมืองไทยด้วย เป็นปลาที่ขึ้นชื่อของแถบฮอกไกโด รสชาติออกมันๆ เนื้อนุ่มและแน่น อร่อยมาก

บทเรียนล้ำค่าที่ “เอ็มเค” ได้เรียนรู้จากพันธมิตรญี่ปุ่นคืออะไร

คุณยุพิน : สิ่งที่เราได้จาก “เพลนัส” คือ เรื่องการทำงานเป็นระบบ นวัตกรรมเทคโนโลยี ทางญี่ปุ่นยังเก่งในเรื่องอาหารมาก โดยเฉพาะเรื่องการรักษาคุณค่าอาหารไม่ให้สูญไป เขาเน้นเหลือเกินว่า ทำยังไงให้อาหารเสิร์ฟร้อน อร่อยเร็ว ในราคาที่ทุกคนจ่ายไหว ซึ่งถือเป็นคอนเซปต์หลักของยาโยอิ.

ทีมข่าวหน้าสตรี

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวหน้าสตรี
  • 20 พฤษภาคม 2555, 05:45 น.
 

ชวนกินอาหารสเปนสุดหรู…อร่อยขอการันตี!!! 2012/05/19

http://www.thairath.co.th/content/life/260908

18 พฤษภาคม 2555, 14:00 น.

Pic_260908

โรงแรมอิมพีเรียลควีนส์ปาร์คจัดงานเลี้ยงเปิดตัวโปรโมชั่นสุดพิเศษ “Parkview Celebrates its first Reopening Anniversary” เอาใจคออาหารสเปนอย่างจุใจด้วยราคาเป็นกันเอง

ใครที่กำลังมองหาอาหารสเปนแบบต้นตำรับ รสชาติอร่อยเกินคำบรรยาย ไทยรัฐออนไลน์ขอแนะนำ โปรโมชั่นสุดพิเศษ “Parkview Celebrates its first Reopening Anniversary” ในโอกาสครบรอบ 1 ปี การปรับปรุงและตกแต่งห้องอาหารปาร์ควิวของโรงแรม โดยอาหารที่เสิร์ฟทั้งหมดได้รับความร่วมมือที่ดีจาก บริษัท กู๊ดเสิร์ฟ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทนำเข้าวัตถุประดิบเกรดเอชนิดต่างๆ และเครื่องดื่มชั้นเลิศจากประเทศสเปน พร้อมทั้งเชิญ มร.จอร์ดี้ บอร์นาส เชฟชื่อดังจากร้านอาหาร El Bulli ประเทศสเปน บินข้ามน้ำข้ามทะเลมาปรุงแต่งอาหารจานอร่อยให้กับบรรดาแขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนได้อิ่มอร่อยกันอย่างถ้วนหน้า

อาทิ Sugar Cane Mojito (โมฮิโต้ /อ้อยแช่สูญญากาศกับเหล้ารัมและสะระแหน่), Parnesan Ice Cream (ไอศกรีมพาร์เมซาน), Pollo Alhambra (สตูไก่กับมะเขือเทศ พริกยักษ์ และเครื่องเทศชนิดต่างๆ), Salmon a la Plancha (ปลาแซลมอนทอดหนังกรอบกับซอสต้นกระเทียมญี่ปุ่น), Solomillo al Wisky (หมูสันในอบซอสวิสกี้ เสิร์ฟกับถั่วฟาว่าผัดเนย), Cochinillo al Horno (หมูหันแบบสเปน)

ทั้งนี้ ใครที่กำลังน้ำลายสอ ขอแนะนำเลยว่าห้ามพลาด เพราะอาหารอร่อยเมืองกระทิงดุจะมีระหว่างวันที่ 31 พ.ค.-4 มิ.ย.นี้ ที่ห้องอาหารปาร์ควิวของโรงแรมอิมพีเรียลควีนส์ปาร์ค ในราคาท่านละ 1,100 บาท พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษสุดอลังการ “Gourmet Buffet Night” สามารถสำรองโต๊ะที่ 02-261-9300 ต่อ 5004

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
  • 18 พฤษภาคม 2555, 14:00 น.
 

เสียดายถ้าไม่ได้ลอง ‘อาหารเปรู’ ที่แรกในไทย เมนูใหม่จาก Above 11 2012/05/17

http://www.thairath.co.th/content/life/260540

17 พฤษภาคม 2555, 10:00 น.

Pic_260540

พูดถึงอาหารเปรู สำหรับคนไทย อาจจะยังไม่คุ้น ว่าหน้าตาของแต่ละเมนู มันน่าดูจนอยากลองทานขนาดไหน  เพราะล่าสุดเขามีการจัดอันดับให้อาหารเปรู เป็นเทรนด์อาหารที่กำลังจะได้รับความนิยมในปี 2012 วันนี้ไทยรัฐออนไลน์ เลยพามาลองอาหารเปรูกันถึงที่บาร์ลอยฟ้าบรรยากาศสุดจะชิลล์ของร้านอาหาร Above 11 ของโรงแรมเฟรเซอร์ สวีท สุขุมวิท 11 กัน

ก่อนจะไปดูเมนูเปรู ต้องขอให้ความรู้เกี่ยวกับอาหารสไตล์นี้กันก่อน ซึ่งวันนี้เราได้พบกับเชฟโอมาร์ แฟรงค์ มารุย หนุ่มลูกครึ่งเปรู-ญี่ปุ่น ซึ่งเข้ามารับหน้าที่เป็นเชฟมือ 1 ของที่นี่ได้ประมาณ 3 เดือน  พร้อมกับเจ้าของโรงแรม เฟรเซอร์ สวีทฯ  ‘โรหิต สัชเดว์’ ซึ่งเขาเป็นผู้สร้างร้านอาหารเปรูแห่งแรกในไทยขึ้นมา เหตุเพราะหลงใหลในอาหารเปรูอย่างมาก จนอยากนำอาหารสไตล์นี้มาเป็นอีกทางเลือกให้กับคนไทย   ซึ่งทั้งสองได้บอกเล่าถึงที่มาของอาหารเปรูสไตล์ของทางร้าน อย่างละเอียดให้รู้จักกันมากขึ้น

คุณโรหิต สัชเดว์ เจ้าของร้าน Above Elevenคุณโรหิต สัชเดว์ เจ้าของร้าน Above Eleven

เชฟโอมาร์ แฟรงค์ มารุยเชฟโอมาร์ แฟรงค์ มารุย

สำหรับอาหารเปรูของที่ร้าน Above 11 นั้นเรียกอีกอย่างว่าเป็นอาหารเปรูสไตล์ นิเคอิ ซึ่งเป็นการรวมเอาเอกลักษณ์ของอาหาร 2 สัญชาติอย่างเปรู และญี่ปุ่น ซึ่งเกิดขึ้นมานานกว่า 120 ปีมาแล้ว ในช่วงที่คนจีนและญี่ปุ่น อพยพเข้ามาอยู่ที่นี่ จนกระทั่งวันนี้ที่อาหารเปรูก็กลายเป็นเมนูที่คนทั่วโลกให้ความสนใจอย่างมาก  อย่างวันนี้เชฟโอมาร์จัดมาให้ชิมถึง 6 เมนู กับเครื่องดื่มอีก 2 แบบ จะน่ากินขนาดไหน มาดูกันเลย

Appetizer

เรียกน้ำย่อยกันก่อนกับเมนูทานเล่น ถึง 4 จาน เริ่มต้นที่ Tuna Tartar , Cebiche Above Eleven, Kani Causa และ Crispy Sea

Tuna Tartar  ปลาทูน่าสดหั่นเป็นชิ้นเล็ก ทานคู่กับมันฝรั่ง ได้ความหนึบนุ่มของเนื้อปลา และความกรอบของมันฝรั่งที่ลงตัวสุดๆTuna Tartar ปลาทูน่าสดหั่นเป็นชิ้นเล็ก ทานคู่กับมันฝรั่ง ได้ความหนึบนุ่มของเนื้อปลา และความกรอบของมันฝรั่งที่ลงตัวสุดๆ


Cebiche Above Eleven  (ซีฟู๊ดในน้ำยำ) ได้ความกรุบกรอบของซีฟู้ดสดๆ ทั้งกุ้งและปลาหมึก ซึ่งผสานกับรสชาติน้ำยำสไตล์เปรู ที่ต้องขอบอกเลยว่า เมนูนี้คนไทยต้องชอบแน่ๆ เพราะคล้ายอาหารไทยมากCebiche Above Eleven (ซีฟู๊ดในน้ำยำ) ได้ความกรุบกรอบของซีฟู้ดสดๆ ทั้งกุ้งและปลาหมึก ซึ่งผสานกับรสชาติน้ำยำสไตล์เปรู ที่ต้องขอบอกเลยว่า เมนูนี้คนไทยต้องชอบแน่ๆ เพราะคล้ายอาหารไทยมาก


Kani Causa (มันบดราดด้วยเนื้อปู อโวคาโด้และไข่นกกระทาปรุงรส)Kani Causa (มันบดราดด้วยเนื้อปู อโวคาโด้และไข่นกกระทาปรุงรส)


Crispy Sea (ซูชิกุ้งเทมปุระ โปรยด้วยไข่กุ้ง)  เมนูนี้ไม่ต้องจิ้มกับอะไรเลยก็อร่อยแล้วCrispy Sea (ซูชิกุ้งเทมปุระ โปรยด้วยไข่กุ้ง) เมนูนี้ไม่ต้องจิ้มกับอะไรเลยก็อร่อยแล้ว

Main Couses

Tallarin Saltado (อูด้งผัดไก่คาราเกะ ด้วยซอสสไตล์เปรู) เส้นอูด้งเหนียวหนุ่มเข้ากับไก่ทอดได้ดีมาก ตัวซอสสไตล์เปรูที่นำมาคลุกก็มีรสชาติเข้มข้นTallarin Saltado (อูด้งผัดไก่คาราเกะ ด้วยซอสสไตล์เปรู) เส้นอูด้งเหนียวหนุ่มเข้ากับไก่ทอดได้ดีมาก ตัวซอสสไตล์เปรูที่นำมาคลุกก็มีรสชาติเข้มข้น

Seco de Cordero (เนื้อแกะตุ๋น 3 ชั่วโมงจนเปื่อยนุ่ม ทานพร้อมกับข้าวและหอมแดงเป็นเครื่องเคียง)Seco de Cordero (เนื้อแกะตุ๋น 3 ชั่วโมงจนเปื่อยนุ่ม ทานพร้อมกับข้าวและหอมแดงเป็นเครื่องเคียง)

2 เมนูอาหารจานหลักที่สมผสานอาหารเปรูให้มีกลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่น อย่าง  Tallarin Saltado  และSeco de Cordero

Cocktail

เครื่องดื่มดับกระหาย นั่งจิบเพลินๆ ซึ่งมีมาให้ลองกัน 2 แก้วคือ Pico Sour และ Maracuja Sour

Pico Sourและ MARACUJA SOUR (พิสโก้ + น้ำเสาวรส)Pico Sourและ MARACUJA SOUR (พิสโก้ + น้ำเสาวรส)

ในส่วนของบรรยากาศร้าน ที่นี่เน้นการสร้างความเป็นธรรมชาติ ตกแต่งให้ได้บรรยากาศแบบสวนหย่อมเล็กๆ เหมือนไม่ได้อยู่ใจกลางเมือง โดยร้านตั้งอยู่บนชั้น 33 ของโรงแรมฯ สามารถมองเห็นวิวของกรุงเทพฯ ในมุมสูง ตกแต่งด้วยหญ้าเทียมให้ร้านดูสดชื่นขึ้น รวมทั้งเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้เน้นวัสดุทำจากไม้เป็นหลัก แต่เป็นในสไตล์โมเดิร์น ทั้งโต๊ะ เก้าอี้ เดย์เบด ไว้เอนกาย สังสรรค์กับเพื่อนฝูง พร้อมกับการฟังเพลงเปิดแผ่นจากดีเจ

รับลมเย็นๆ พร้อมกับเห็นวิวกรุงเทพได้อย่างใกล้ชิดรับลมเย็นๆ พร้อมกับเห็นวิวกรุงเทพได้อย่างใกล้ชิด

ยิ่งช่วงพระอาทิตย์ตกดิน บรรยากาศยิ่งชิลสุดๆยิ่งช่วงพระอาทิตย์ตกดิน บรรยากาศยิ่งชิลสุดๆ

บาร์สุดโมเดิร์น สำหรับคนชอบดื่มสังสรรค์ พร้อมกับการนั่งฟังเพลงจากดีเจคุณภาพบาร์สุดโมเดิร์น สำหรับคนชอบดื่มสังสรรค์ พร้อมกับการนั่งฟังเพลงจากดีเจคุณภาพ

Above 11 ทางเลือกใหม่ของคนชอบสังสรรค์ อาหารสไตล์นิเคอิ ที่ผสมผสานความเป็นญี่ปุ่นและเปรูนี้อาจยังไม่คุ้นสำหรับคนไทยมากนัก แต่ก็ว่าคงทำให้หลายคนถูกใจได้ไม่ยาก เพราะด้วยวัตถุดิบและรสชาติที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมานั้น ก็มีความคล้ายคลึงกับอาหารไทยอยู่หลายเมนู บวกกับความเรียบง่ายของบรรยากาศในร้านสไตล์ Open Air บนตึกสูงที่น่านั่งแบบนี้ ก็มีไม่มากสำหรับนักในใจกลางกรุงเทพฯ

*ร้านอาหารAbove Eleven 

ที่ตั้ง : ชั้น 33 ของโรงแรมเฟรเซอร์ สวีท สุขุมวิท 11
โทร : 02-207-9300

ตารางการเปิดเพลงจากดีเจ

วันพุธ -เพลงสไตล์ Latin Sabotaje  โดยดีเจ Ricardo Ponce de Leon จากประเทศเปรู
วันพฤหัสบดี-เพลงสไตล์ Hip Hop โดยดีเจ Jonathan  จากนิวยอร์ก
วันเสาร์-เพลงสไตล์ Lounge – House dance กับดีเจ Florian จากประเทศเยอรมนี

Twitter : sriploi_social

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
  • 17 พฤษภาคม 2555, 10:00 น.
 

น้ำพริกตาเพชร 2012/05/17

http://www.thairath.co.th/content/life/260855

17 พฤษภาคม 2555, 05:15 น.

Pic_260855

เมนูขึ้นสำรับวันนี้คงถูกใจบรรดาคออาหารรสแซบ หรือบรรดาคอน้ำพริกทั้งหลาย โดยเฉพาะใครที่ชอบทานเนื้อย่างจิ้มแจ่ว ขอบอกว่า ลองหันมาทานเนื้อย่างจิ้มน้ำพริกตาเพชร สูตรเฉพาะของบ้าน “พลเอก พระยาเทพหัสดิน สยามพิชิตินทร์สวามิภักดิ์ อุดมศักดิ์เสนีย์พิริยะพาหะ” ดูบ้าง แล้วคุณจะติดใจ

“พลเอกพระยาเทพหัสดินฯ” ท่านเป็นแม่ทัพที่ในหลวง รัชกาลที่ 6 ทรงส่งไปร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่ 1 ยังมีภาพของท่านถือธงชาติไทยเดินนำขบวนทหารไทย ที่ถนนฌองเอลิเซ่ ประเทศฝรั่งเศส และสมัยก่อนที่นิยมการล่าสัตว์ ทุกครั้งที่พระยาเทพหัสดินออกล่าสัตว์ จะต้องพกน้ำพริกตาเพชร ซึ่งปรุงโดยนายพรานของท่านที่ชื่อ “เพชร” ติดไปด้วย เพื่อไว้ทานกับเนื้อย่างที่ล่ามาได้ โดยน้ำพริกตาเพชรนี้ จะมีเคล็ดลับอยู่ว่า เครื่องปรุงจะต้องไม่ให้มีสัตว์อื่นๆเจือปนอยู่ด้วยเลย คือไม่ใส่น้ำปลา แต่จะใช้เกลือแทน เพื่อไม่ให้เสียรสชาติของเนื้อที่จะนำมาจิ้ม และพริกขี้หนูที่ใช้จะต้องใช้พริกขี้หนูสีเขียวล้วนๆ เพื่อให้สีสันออกมาเขียวสดใส ไม่ใช่สีช้ำเลือดช้ำหนอง

น้ำพริกตาเพชร สูตรโปรดของพระยาเทพหัสดินฯ ก็ได้ตกทอดต่อกันเรื่อยมา ถึงรุ่นลูก หลาน และเหลน คือ คุณปู–ภญ.ดร.นฤพร สุตัณฑวิบูลย์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัย คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเคยได้ลิ้มรสชาติมาตั้งแต่เด็ก โดยคุณยาย (ผัสพร “เทพหัสดิน” ภักดีกุล) จะทำให้ลูกหลานได้รับประทานอยู่เสมอ คุณปู เล่าว่า คุณยายจะมีฝีมือทางด้านการบ้านการเรือน สมัยก่อนคุณยายจะเป็นเลขาฯประจำตัวของคุณตาทวด (พระยาเทพหัสดินฯ) รวมถึงเป็นผู้ปรุงข้าวปลาอาหารให้รับประทานด้วย  และเธอก็จะได้รับการถ่ายทอดวิชา ทั้งทำอาหาร และเย็บปักถักร้อยมาจากคุณยายนี่แหละ

เครื่องปรุงน้ำพริกตาเพชร : ผักชีพร้อมราก 1 ถ้วย / พริกขี้หนูสีเขียวล้วน 1/4 ถ้วย / กระเทียม 1/2 ถ้วย / น้ำมะนาว 1/4 ถ้วย / เกลือ 1/2 ชช./….วิธีทำ ตำกระเทียม ผักชีพร้อมราก และพริกขี้หนูเข้าด้วยกันพอแหลก จึงปรุงรสด้วยน้ำมะนาว และเกลือ

สมัยก่อนน้ำพริกตาเพชรจะต้องทานกับเนื้อย่างเท่านั้น แต่พอมาถึงสมัยนี้ลูกหลานดัดแปลงมาเป็นน้ำจิ้มสารพัดประโยชน์ ทานกับเนื้อสัตว์ทุกชนิดรวมถึงซีฟู้ด หรือถ้าเป็นพวกมังสวิรัติ ก็อาจจะใช้จิ้มกับเห็ดหอมสดชุบแป้งทอด ก็ได้รสชาติความอร่อยไม่แพ้กัน.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวหน้าสตรี
  • 17 พฤษภาคม 2555, 05:15 น.
 

เชฟสาวชวนลิ้มรส มาการอง เสน่ห์ขนมหวานสไตล์ฝรั่งเศส 2012/05/16

http://www.thairath.co.th/content/life/260593

16 พฤษภาคม 2555, 05:45 น.

Pic_260593

ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าระดับเอลิสต์มาตลอด ล่าสุด อรธิรา ภาคสุวรรณ ผอ.ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ดิ เอ็มโพเรียม ช็อปปิ้ง คอมเพล็กซ์ ขอเอาใจคนรักขนมหวานสไตล์ฝรั่งเศส ด้วยการจัดงาน “Emporium Sweets Passion : ‘MACARON’ Festival” รวบรวมร้านขนม MACARON ชื่อดังจากทั่วกรุงเทพฯ และจากหลากหลายโรงแรมชั้นนำ มาร่วมกันสร้างสีสันด้วยการนำขนม MACARON ในรูปแบบพิเศษที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน มาให้ลูกค้าที่หลงใหลในขนมหวานเลื่องชื่อสไตล์ฝรั่งเศส ได้เลือกช็อปและเลือกชิมกันอย่างจุใจ

สำหรับที่มาของขนมสีสันสดใสชนิดนี้ “ฝ้ายฟู ภัทรานวัช” เชฟสาวหน้าหวานจากรายการครัวอินดี้ บอกว่า มาการอง เป็นขนมที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศฝรั่งเศส ในยุคข้าวยากหมากแพง มิชชันนารีชาวอิตาลีที่อาศัยอยู่ในฝรั่งเศสได้หาวิธีดำรงชีพจาก Almond น้ำตาล และไข่ขาว ซึ่งเป็นของราคาไม่แพง แต่มีคุณค่าทางโภชนาการ โดยนำของสามอย่างนี้มาตีรวมกันและอบในเตาอบ ออกมาเป็นขนมรูปร่างคล้ายจานบิน ด้านนอกกรอบนิดๆ แต่ด้านในนุ่มละลายในปากทันที ด้วยรสชาติที่หอมหวานลงตัว และวัตถุดิบที่หาง่ายในยุคนั้น ประกอบราคาไม่แพง มาการองจึงได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย จนกระทั่งต่อมามีผู้นำมาการองสองอันมาประกบกันแล้วทำไส้อยู่ตรงกลาง ซึ่งเป็นรูปแบบขนมมาการองที่รับประทานอยู่จนทุกวันนี้ และมาการองยุคใหม่ยังถูกปฏิวัติให้เจ๋งยิ่งขึ้น โดยพ่อมดขนมหวานชาวฝรั่งเศส Piere Herme ที่นำผลไม้จากทุกมุมโลกมาสร้างสรรค์มาการองรสชาติต่างๆได้อร่อยน่ารับประทานยิ่งขึ้น

มาลิ้มรสขนมหวานสไตล์ฝรั่งเศสกันได้ในงาน “Emporium Sweets Passion : ‘MACARON’ Festival” พร้อมตื่นตาไปกับมาการองชิ้นพิเศษจากร้านขนมชื่อดังและโรงแรมชั้นนำ อาทิ Bongout, Chooux, Gourmandises by Swisshotel Nai Lert Park, Lacerise, Le Goute, Mille Crepe ฯลฯ ระหว่างนี้ถึงวันที่ 21 พ.ค. ณ แฟชั่น ฮอลล์ ชั้น 1 ดิ เอ็มโพเรียม ช็อปปิ้ง คอมเพล็กซ์.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวหน้าสตรี
  • 16 พฤษภาคม 2555, 05:45 น.
 

กูร์เมต์ มาร์เก็ต คัดสรร ที่สุดผลไม้ไทยเพื่อผู้บริโภค 2012/05/14

http://www.thairath.co.th/content/life/260078

14 พฤษภาคม 2555, 05:30 น.

Pic_260078

สวยคมแบบ “ปุ๊กลุ๊ก-ฝนทิพย์ วัชรตระกูล”ต้องหม่ำทุเรียนค่ะ!

แม้อากาศจะร้อนเพียงใด แต่ด้วยความโชคดีของคนไทยที่อยู่ในประเทศที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชผลทางการเกษตร มีผลไม้นานาชนิดสลับสับ เปลี่ยนกันออกทุกฤดูกาล มิได้ขาด กูร์เมต์ มาร์เก็ต และโฮม เฟรช มาร์ทซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำในเครือเดอะมอลล์ กรุ๊ป จึงจัดงาน Gourmet Market & Home Fresh Mart Bangkok Fruit Fest ครั้งที่ 12 เทศกาลผลไม้ไทยครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี ที่รวบรวมสุดยอดผลไม้ไทยจากฟาร์มทั่วไทยมาให้ผู้บริโภคได้อิ่มอร่อยกันแบบเต็มอิ่ม

นงนุช นามวงศ์,พรรณพิมล ชัญญานุวัตร์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร และพีระ อัศวาภิรมย์ ชวนกินผลไม้ไทยที่แสนอร่อยและมีคุณประโยชน์.นงนุช นามวงศ์,พรรณพิมล ชัญญานุวัตร์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร และพีระ อัศวาภิรมย์ ชวนกินผลไม้ไทยที่แสนอร่อยและมีคุณประโยชน์.

ไฮไลต์สำคัญของเทศกาลผลไม้ไทยครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการเฟ้นหาสินค้าจากแหล่งผลิตของเกษตรกรที่มีคุณภาพมาป้อนถึงมือผู้บริโภคโดยตรงแล้ว ยังเป็นการเปิดตัวแบรนด์  “Gourmet Selected” ซึ่งเป็นการการันตีผลไม้แต่ละชนิดที่นำมาจำหน่ายว่าได้คัดสรรชนิดที่ดีที่สุด ตั้งแต่การเลือกฟาร์มที่ดีที่สุด การเพาะปลูกที่ดีที่สุด ดูแลคุณภาพและความปลอดภัยดีที่สุด เพื่อให้ได้รสชาติที่เยี่ยมที่สุด กับผลไม้กว่า 15 ชนิด อาทิ มะม่วงอาร์ทูอีทู, เงาะโรงเรียน , ทุเรียนพวงมณี, ชมพู่ทับทิมจันทร์, มังคุดออร์แกนิค, แคนตาลูป, สับปะรดน้ำผึ้ง, สับปะรดสวี, มะม่วงมหาโชค, กล้วยหอมทอง, มะพร้าวอ่อนน้ำหอม, แตงโมไร้เมล็ด, ฝรั่งกลมสาลี่, ฝรั่งกิมจู ฯลฯ

พบกับเทศกาลผลไม้ไทย และการคัดสรรที่สุดแห่งผลไม้ภายใต้แบรนด์ “Gourmet Selected” พร้อมผลิตภัณฑ์ผลไม้แปรรูปมากมาย ระหว่างนี้ถึง 16 พ.ค. ที่อีเว้นท์ฮอลล์ เทอร์มินอล 21, เดอะมอลล์ ท่าพระ และเดอะมอลล์ บางกะปิ ส่วนวันที่ 17-23 พ.ค.ที่อีเว้นท์ ฮอลล์ เดอะมอลล์ บางแค, เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน และวันที่ 24-30 พ.ค. ที่อีเว้นท์ ฮอลล์ เดอะมอลล์ รามคำแหง และเดอะมอลล์ นครราชสีมา.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวหน้าสตรี
  • 14 พฤษภาคม 2555, 05:30 น.
 

อาหารหลากรสหลายสไตล์ 2012/05/11

http://www.thairath.co.th/content/life/259343

11 พฤษภาคม 2555, 05:30 น.

Pic_259343

ร้อนๆ แบบนี้ ไปคลายร้อนด้วยอาหารอร่อยปากในบรรยากาศเย็นสบายกันดีกว่าค่ะ ตลอดเดือนพฤษภาคมนี้ ห้องอาหารเวอแรนด้า ติดริมน้ำเจ้าพระยา โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล ภูมิใจนำเสนอเมนูพิเศษที่ทำจากแอสพารากัส หรือหน่อไม้ฝรั่ง อาทิ สตูไก่กับหน่อไม้ฝรั่ง, ลาซานญ่ากุ้งและหน่อไม้ฝรั่งเขียว เสิร์ฟคู่กับซอสใบโหระพา พร้อมเสิร์ฟตั้งแต่เวลา 06.00-01.00 น. สอบถามที่ 0-2659-9000 ต่อ 7610…..ห้องอาหารเดอะ เวิลด์ และ จินเจอร์ ชั้น 24 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ จัดออสเตรเลียนบุฟเฟ่ต์มื้อค่ำทุกวันศุกร์ มีเมนูพิเศษ เช่น สเต๊กเนื้อวัวและเนื้อแกะเกรด A ที่สั่งตรงมาจากประเทศออสเตรเลีย, ไส้กรอกเนื้อจระเข้, ทัสมาเนียแซลมอน, ไข่นกกระจอกเทศตุ๋น ฯลฯ จองโต๊ะได้ที่ 0-2100-6255

ส่วนคออาหารจีน ห้องอาหาร เจด การ์เด้น โรงแรมมณเฑียร จัดอาหารจานร้อนมาให้ลิ้มลอง ได้แก่ ปลาเก๋าผัดเจ้าสัว โดยคัดปลาเก๋าคุณภาพสดใหม่แล้วนำไปผัดจนเข้าเนื้อ เพิ่มความเผ็ดร้อนด้วยพริกไทยดำ สอบถามที่ 0-2233-7060 ต่อ 5112…..แฟนอาหารญี่ปุ่น ห้องอาหารคามง แอนด์ สเต๊กเฮ้าส์ โรงแรมสยามซิตี ชวนไปสัมผัสเทศกาลอาหารญี่ปุ่นในฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งสั่งวัตถุดิบตรงจากญี่ปุ่น อาทิ ผักภูเขา, สายบัวญี่ปุ่น, ปลาฮามาจิ ถามความอร่อยที่ 0-2247-0123 ต่อ 1822 ……อิ่มง่าย ประหยัดและได้สุขภาพ กับชุดอาหาร “3 สหาย ซุป สลัด แซนด์วิช ประจำเดือน พ.ค.55” เมนูเด่นประจำเดือนของ กูร์มองดิสส์ คาเฟ่ แอนด์ เบเกอรี่ โรงแรมสวิสโฮเต็ล ปาร์คนายเลิศ ในราคาชุด 280++ บาท เปิดบริการทุกวัน โทร.0-2253-0123

ของอร่อยในห้าง สยามดิสคัฟเวอรี่ จัดโปรโมชั่น “Dining Rewards 2012” ตลอดเดือนนี้ เพียงรับประทานอาหารที่ Sky Dining & Mood ชั้น 6-7 สยามดิสคัฟเวอรี่ ครบทุก 500 บาท รับทันทีแสตมป์ 1 ดวง สะสมเพื่อแลกบัตรกำนัลใช้แทนเงินสดในครั้งต่อไป… ตบท้ายล้างปากกันด้วยขนมหวานขึ้นชื่อจากเบลเยียม ซินเนเคนส์ วาฟเฟิล (Zinneken’s authentic Belgiam Waffles) มีให้ลิ้มลองกันแล้วที่ ชั้น G สยามพารากอน…..เลือกอร่อยกันได้เลยค่ะ

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวหน้าสตรี
  • 11 พฤษภาคม 2555, 05:30 น.
 

ลิ้มรสเครปพันชั้น @ Mille Crêpe 2012/05/11

http://www.thairath.co.th/content/life/258862

10 พฤษภาคม 2555, 10:00 น.

Pic_258862

ใครเป็นสาวกขนมหวาน เชื่อว่าคงต้องแวะเวียนไปย่าน 3 ส. (สยาม สีลม สุขุมวิท) กันเป็นแน่ แต่ถ้าเราบอกว่าทางเกาะรัตนโกสินทร์ก็มีขนมหวานร้านอร่อยล่ะ คุณพร้อมแล้วหรือยัง

นอกจาก “มิลล์เครป” (Mille Crêpe) หรือ “ร้านเครปพันชั้น” เป็นร้านแปลกแหวกแนวมาอยู่เกาะรัตนโกสินทร์แล้ว ยังแตกต่างจากร้านอื่นๆ ด้วยการตกแต่งในสไตล์ “Vintage Junk” ซึ่งคุณเปิ้ล เจ้าของร้าน นิยามเอาไว้ เพราะอัดแน่นไปด้วยของเก่า (ที่ไม่มีใครต้องการ) จึงไม่ต้องแปลกใจถ้าเห็นโต๊ะและเก้าอี้ที่ไม่เข้าชุดกัน หรือวอลเปเปอร์ที่คล้ายการนำเศษผ้าเหลือใช้มาแปะบนกำแพง ตลอดจนของใช้ยุคโบราณ นาฬิกา โทรศัพท์ โคมไฟ ตะเกียง ทีวี ก็มีให้เห็นตามมุมต่างๆ แต่ก็น่าแปลกที่ทั้งหมดกลับดูกลมกลืนกันเป็นอย่างดี

แม้การตกแต่งอาจหลากหลาย แต่หน้าตาของขนมกลับดูน่ากินและเรียบง่าย เริ่มด้วย Vanilla Crêpe เครปเค้กวานิลลาที่ทำให้เราทึ่งกับชั้นเครปที่ซ้อนกันอย่างประณีต ส่วนเนื้อเค้กนั้นก็นุ่มละมุน หวานหอมกลิ่นวานิลลา ซึ่งคุณเปิ้ลบอกว่าอยากให้ทุกคนได้ชิมรสชาติดั้งเดิมของเค้กชิ้นนี้ก่อนที่จะราดซอสสตรอเบอร์รี่ตามลงไป เพราะเค้กชิ้นนี้มีความอร่อยในตัวเอง

ต่อด้วยเครปเค้กอีกสักชิ้น Green Tea Crêpe เครปเค้กชาเขียวเนื้อนุ่มไม่แพ้ชิ้นแรก แต่ให้รสชาติที่เข้มข้นกว่า พร้อมเติมความหวานด้วยซอสถั่วแดงข้นๆ อร่อยทุกครั้งเมื่อกินคู่กับชาร้อนๆ สักถ้วย แล้วเพิ่มความสดใสกับ Strawberry Mousseline เค้กชิ้นกะทัดรัดอัดแน่นไปด้วยชิ้นสตรอเบอร์รี่เต็มปากเต็มคำพร้อมชั้นครีมและเค้กอัลมอนด์ เรียกว่าครบสูตรทั้งเปรี้ยวและหวาน

ส่วนใครกำลังเบื่อเค้กชิ้นใหญ่ๆ ที่นี่ก็มี “มาการอง” หลากสีหลายรสชาติให้ทดลอง โดยตอนนี้มีรสใหม่ “วาซาบิ” ฟังชื่อแล้วอาจดูน่ากลัวสักหน่อย แต่รสชาตินั้นทั้งนุ่มและหวาน ได้กลิ่นวาซาบิแท้ๆ

ร้าน Mille Crêpe (เครปพันชั้น)

เลขที่ 105 ถนนดินสอ เขตพระนคร กรุงเทพฯ
โทรศัพท์ 0-2629-4194
เวลาบริการ 10.30-21.00 น.

ข้อมูล/ภาพ : Gourmet&Cuisine

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
  • 10 พฤษภาคม 2555, 10:00 น.
 

ยำส้มโอ 2012/05/11

http://www.thairath.co.th/content/life/259133

10 พฤษภาคม 2555, 05:15 น.

Pic_259133

ส้มโอจัดเป็นผลไม้ช่วยล้างลำไส้อย่างดี และใช่ว่าจะทานเพื่อล้างปาก หลังเสร็จจากทานอาหารคาวเท่านั้น แต่ยังสามารถนำมายำตามสูตรไทยโบราณ เพื่อเป็นเมนู Appetizer เรียกน้ำย่อยได้ด้วย และที่สำคัญไม่ต้องกลัวอ้วนอีกด้วย เพราะส่วนผสมของเครื่องยำล้วนแต่เป็นสมุนไพรที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพทั้งนั้น

คุณวิ–รวิพรรณ (แดงทองดี) จึงรุ่งเรืองกิจ ลูกสะใภ้คนโตของนักธุรกิจเศรษฐินี “สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ” ผู้ผลิตชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ ที่มาหลงเสน่ห์ตัวอักษร จึงยอมทุ่มทุนหลายสิบล้าน เพื่อเป็นเจ้าของนิตยสาร Who? ต่อไป และได้วางตัวลูกสะใภ้ใสซื่อ(คุณวิ)ให้มาคุมธุรกิจใหม่ด้านสื่อ โดยควบ 3 ตำแหน่งใหญ่คือ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด กรรมการผู้จัดการ และบรรณาธิการบริหารและผู้พิมพ์ผู้โฆษณา นิตยสาร Who?

ถึงจะหน้าใหม่ในวงการสื่อ แต่คุณวิเธอคร่ำหวอดทางด้านการเงินการธนาคารมาก่อน ทั้งเรียนป.โทด้านเศรษฐศาสตร์-การเงินและทำงานด้านวาณิชธนกิจ ที่บริษัทลีแมนบราเธอร์ส และสำนักงานใหญ่โนบุระ ที่ญี่ปุ่น รวมกันแล้วนานถึง 6 ปี พอกลับมาเมืองไทยก็มาทำงานอยู่ในสายการธนาคารต่อที่ธนาคารทหารไทย ในตำแหน่งรองผู้อำนวยการฝ่ายคอร์ปอเรท แบงกิ้ง จนกระทั่งลูกโตแล้ว เธอจึงออกมาช่วยงานธุรกิจของครอบครัวสามี ตามประสาเวิร์กกิ้งวูแมน จึงอยู่เฉยไม่ได้

แม้งานในครัวจะไม่ต้องลงมือเองก็ตาม แต่คุณวิบอกว่า ใช่ว่าจะทำอะไรไม่เป็นนะคะ ตอนไป เรียนที่ญี่ปุ่นก็ต้องลงมือทำอาหารทานเอง โดยมีความชอบทำอาหารอยู่บ้าง เมนูที่เธอชอบมากคือ ยำส้มโอ สูตรที่นำเสนอในวันนี้ เพราะไปทานจาก รร.ปิงนครา ของคุณอาที่เชียงใหม่ แล้วติดใจมาก เพราะหอมทั้งสมุนไพร  ทานแล้วให้ความรู้สึกถึงความเป็นธรรมชาติ และที่สำคัญทำง่ายด้วย เลยขอสูตรมาทำทานเองอยู่ตลอด

เครื่องปรุง : ส้มโอที่มีรสอมเปรี้ยว / กุ้งสด / พริกขี้หนูสวน / หอมแดงสดซอย / หอมแดงซอยทอด / มะพร้าวหั่นฝอยคั่วแบบเมี่ยงคำ / ใบชะพลู / น้ำยำ

ส่วนผสมของน้ำยำ : ตะไคร้สับละเอียด 3 ชต. /หอมแดงสับ 2 ชต./กะปิเผา 1 ชช./ขิงสับ 1 ชต./น้ำปลา 2 ชต./ น้ำเปล่า 2 ชต. /น้ำตาลปี๊บ 6 ชต. /กุ้งแห้งปั่นหยาบๆ 1 ชต. …วิธีทำ ผสมน้ำเปล่า+ น้ำปลา +น้ำตาลปี๊บ+กะปิเผา เข้าด้วยกันและตั้งไฟเคี่ยวจนเป็นเนื้อเดียวกัน ชิมให้ออกรสเค็มนำ จากนั้นจึงใส่ส่วน ผสมที่เหลือและคนให้เข้ากัน

วิธีการยำ ให้แกะส้มโอเป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นราดน้ำยำ พร้อมด้วยหอมแดงซอย พริกขี้หนูซอย มะพร้าวคั่ว และกุ้งต้มสุก อาจจะหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ลงผสม และคลุกเคล้าอย่างเบามือ เสร็จแล้วโรยหน้าด้วยหอมแดงทอดปิดท้าย เสิร์ฟพร้อมกับใบชะพลู สำหรับใช้ห่อยำส้มโอเวลารับประทาน สำหรับเครื่องปรุงอาจจะใช้วิธีกะเอา ให้ได้รสชาติตามความชอบของแต่ละคน.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวสตรี
  • 10 พฤษภาคม 2555, 05:15 น.
 

Flow Pub & Restaurant 2012/05/11

http://www.thairath.co.th/content/life/258380

7 พฤษภาคม 2555, 09:30 น.

Pic_258380

ร้อนตับแตก ประเทศไทยมี 3 ฤดู อย่างว่า ร้อน ร้อนมาก ร้อนที่สุด ทำเป็นกริยา 3 ช่องกันไปเลยครับ บ่ายวันพฤหัสที่ผ่านมา มีฝนเล็กน้อย ทำให้กรุงเทพดูดีขึ้น แต่วันศุกร์คงตับแตกอีกครั้ง มาดูกรุงเทพกันหน่อย ช่วงนี้มีรถออกมาวิ่งอีกกว่า 6 หมื่นคัน ถนนครับถนน เอาที่ไหนวิ่งล่ะ ออกมาหน้าบ้านก็ติดแล้ว ทำอย่างไรดี รัฐครับ เอารถเก่าออกจากถนนบางก็ได้ ลดราคารถลงมา แค่เนี้ยะผมว่าดีขึ้นแล้ว…

วันนี้คุณเพาเวอร์บอมโทรมาบอกว่า “ได้ไปกินร้าน Flow อยู่ที่พหลโยธิน 9 อร่อยครับพี่” ที่ร้านนี้มีหลายอย่าง เป็นอาหารแบบฟิวชั่น ก็รวมๆ หลายอย่าง เอานู้นผสมนี่ ออกมารสชาติแปลกลิ้นดี หลายอย่างก็อร่อย บางจานผมก็ไม่ชอบ เพราะผิดคาดไปบ้าง เอาเป็นว่าวันนี้จะเลือกจานที่ชอบมาแนะนำ  ร้านนี้เป็นร้านที่นั่งเล่นสนุก คุยเล่นได้ มากินกับเพื่อน ผมว่าเข้าท่าเลยครับ มากันเยอะๆ คงไม่ต้องฟังกันแล้วครับ ส่วนทางร้านมีดนตรีให้ฟังเบาๆ บรรยากาศดีครับ

มาลุยกันดีกว่า จานแรกเรียกน้ำย่อย ตับเป็ดบดกับขนมปัง ต้องบอกว่า จานนี้ผมประทับใจเอามากๆเลยครับ ตัวเนื้อของตับบดเนียนมากครับ มากินกับขนมปังพอดี๊ พอดีครับ รสชาติหวานมันตัดกันดีครับ มาสลัดเนื้อเป็ดราดซอส อายะ ร้องได้คำนี้เลยครับ น้ำราดที่นี่เด็ดขาดครับ กึ่งอิตาเลียน กึ่งฝรั่งเศส อะๆ ผักสลัดกรอบ เนื้อเป็ดได้เครื่อง หอมมากครับ มาถึงจานหลัก ผมมีให้เลือกสองจาน จานแรกผมขอแนะนำ เนื้อแกะย่าง ของชอบของผม เนื้อมาใช้ได้เลือกส่วนที่เป็นซี่โครงติดมันเล็กน้อย ย่างมากับไฟอ่อนที่เนื้อมาถึงเราสุกกำลังพอดีครับ ได้น้ำซอสที่เป็นรสมิ้นท์ด้วยแล้ว เด็ดขาดเลยครับ ส่วนอีกจากเป็นเนื้อวากิวที่ย่างมาราดด้วยซอสขาว เป็นอีกจานที่ชอบเช่นกัน อันนี้ขอสรุปว่า ใครชอบอะไรจัดไปเลยครับเต็มที่

ร้านนี้อยู่ที่ 25/4 ซอยพหลโยธิน 9 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 โทร 02-618-5159 เปิดทุกวัน

Rating : ชาตินี้ต้องกิน

เรื่องและภาพโดย
ธนา ทุมมานนท์ (เบย์พาเลส)

www.facebook.com/baypalace

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ธนา ทุมมานนท์
  • 7 พฤษภาคม 2555, 09:30 น.