ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

ข้อมูล เศรษฐกิจ เกษตร ดิน ปุ๋ย และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

‘ฮ่องกง’ ในกรงเล็บพญามังกร…! 2012/05/31

http://www.thairath.co.th/content/life/264474

31 พฤษภาคม 2555, 10:00 น.

Pic_264474

สัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวของฮ่องกง ที่ตกอยู่ในอาณัติของพญามังกร ส่วนจะเป็นอย่างไรรับประกันเช่นเดิมว่าสนุกมากมาย…

ณ ริมฝั่งทะเลจีนใต้  มหานครฮ่องกงทอประกายสว่างไสวระยิบระยับ หมู่ตึกระฟ้าวูบไหวราวกับแท่งเหล็กหลอมละลาย ในภาพสะท้อนบนผิวน้ำของอ่าว ด้วยพื้นที่ราบเพียงน้อยนิดและมีตึกระฟ้ามากที่สุดในโลก ฮ่องกงจึงคลาคล่ำไปด้วยตึกน้อยใหญ่ บ้างสูงถึงร้อยชั้น จนดูเหมือนพุ่งทะยานขึ้นมาจากเชิงเขา

ฮ่องกงคือนครกลางฟ้าที่เปรียบได้กับสะพานเชื่อมภูมิภาคต่างๆ ของโลก ล่องละลิ่วอยู่บนอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราที่ขึ้นลงไม่หยุดหย่อน ธุรกรรมซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ การเก็งกำไรอสังหาริมทรัพย์ และเงินหยวนจากชาวจีนแผ่นดินใหญ่ที่ไหลบ่าเข้ามา  ฮ่องกงยังลอยล่องอยู่เหนือชั้นตะกอนแห่งอดีต ตั้งแต่ครั้งเป็นหมู่บ้านประมงเก่าแก่ รังโจรสลัด ไปจนถึงอาณานิคมของอังกฤษ และในฐานะเขตบริหารพิเศษ (Special Administrative Region) ของจีนในปัจจุบัน ทำให้ฮ่องกงต้องเปลี่ยนโฉมหน้าอีกครั้งด้วยแรงกดดันมหาศาลจากพญามังกร  ยิ่งไปกว่านั้น มหานครแห่งนี้ยังลอยล่องอยู่บนความวิตกกังวลที่นับวันมีแต่จะทบทวี

เป็นความรู้สึกที่สวนทางอย่างสิ้นเชิงกับเมื่อครั้งวันชื่นคืนสุขที่ฮ่องกงรุ่งเรืองในฐานะเสือเศรษฐกิจตัวหนึ่งของเอเชียผู้ที่ทำให้ฮ่องกงซึ่งครั้งหนึ่งเคยตั้งหน้าตั้งตาสร้างแต่ความร่ำรวยให้จมปลักอยู่กับวิตกจริตได้ถึงเพียงนี้ คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากจีนยุคใหม่ จีนที่ว่านี้เป็นทั้งเงา บทสรุป ความฝันลมๆ แล้งๆ และเจ้านายผู้มีอำนาจบาตรใหญ่ที่ปรากฏกาย อยู่ในทุกบทสนทนาของผู้คนที่นี่ ชาวฮ่องกงมองจีนใหม่ด้วยสายตาดูหมิ่น แต่ก็ยกย่องชื่นชมอย่างแหยงๆ อยู่ในที คุณจะสัมผัสได้ถึงอวลไอแห่งความกระอักกระอ่วนใจนี้ในทุกซอกมุมเมือง ดุจเดียวกับละอองหมอกที่พัดเข้ามาจากอ่าว หรือไอน้ำที่ลอยขึ้นจากถนนยามเช้าตรู่ เป็นส่วนผสมระหว่างความสับสน ความกลัว และความปริวิตกที่นับวันมีแต่จะเพิ่มพูนขึ้นว่า ตัวตนและเอกลักษณ์ของฮ่องกงจะถูกกลืนจนหมดสิ้น

ชาวฮ่องกงบอกว่าเมืองของพวกเขาเปลี่ยนโฉมหน้าไปทุกสองสามปี โดยยกตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัด คือเส้นขอบฟ้าที่เปลี่ยนรูปทรงอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

“เราสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ครับ แต่ไม่รู้ว่าจะเรียกมันว่าอะไร” แพทริก ม็อก ผู้ประสานงานโครงการความทรงจำแห่งฮ่องกง (Hong Kong Memory Project) เปรยขึ้น โครงการมูลค่า 6.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นี้พุ่งเป้าไปที่การแก้ปัญหาอัตลักษณ์ของฮ่องกง โดยสร้างเว็บไซต์ที่ผู้เข้าชมสามารถมีส่วนร่วมและโต้ตอบด้วยการแสดงสิ่งของและภาพถ่ายเก่าๆ “เมืองนี้ก้าวไปเร็วเกินกว่าความทรงจำจะตามทันครับ” เขายอมรับ

ความคิดที่มีการพูดถึงกันอยู่เสมอในฮ่องกงทุกวันนี้ คือท่าทีที่ไม่อาจคาดเดาของเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งหลายคนเชื่อว่า เป็นเพียงหุ่นเชิดที่เล่นตามบทซึ่งกำหนดโดยเจตนาอันซ่อนเร้น และการชี้นำของนายใหญ่ในปักกิ่ง แม้จีนสัญญาว่าจะเคารพนโยบาย “หนึ่งประเทศ สองระบบ”

โดยรับประกันสิทธิ์ของฮ่องกงในการปกครองตนเองทางเศรษฐกิจ และการเมืองจนถึงปี 2047 แต่ชาวฮ่องกงยังทำใจไม่ได้เมื่อคิดว่าสักวันต้องอยู่ใต้เงื้อมเงาการควบคุมของจีน พวกเขาเกรงว่าเสรีภาพและความรู้สึกปลอดโปร่งจากข้อจำกัดต่างๆ ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของวันวานจะถูกจำกัด จีนอาจออกกฎข้อบังคับตามอำเภอใจ กลืนกินอัตลักษณ์อันแตกต่างของฮ่องกงไปจนหมดสิ้น และหล่อหลอมให้กลายเป็นเมืองในแบบของจีน

หากชาวฮ่องกงกำลังส่งผ่านความคิดทางการเมืองไปยังจีนอย่างเงียบๆ ชาวจีนแผ่นดินใหญ่กลับเป็นผู้ทำให้เมือง แห่งนี้เฟื่องฟูขึ้นด้วยกำลังซื้อ ครั้งหนึ่งฮ่องกงเคยส่งข้าวส่งน้ำให้ปักกิ่งในช่วงที่ตกระกำลำบาก และส่งเสริมตลาดอสังหาริมทรัพย์ของจีนโดยการเข้าไปลงทุน แต่ปัจจุบัน ทุกอย่างกลับตาลปัตรไปหมด จีนเป็นฝ่ายที่ช่วยให้ฮ่องกงเชิดหน้าชูตาอยู่ได้ในทุกวันนี้ ชาวจีนแผ่นดินใหญ่แห่มาฮ่องกงเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์และสินค้า

ฟรานซิส แจ่ง นักจัดงานอีเวนต์ชื่อดัง บอกว่า “เราเติบโตขึ้นมากับมายาคติที่ว่า เราเหนือกว่าชาวจีนแผ่นดินใหญ่”

ในฮ่องกง ผู้คนสนุกปากกับการเล่าเรื่องล้อเลียนเศรษฐีใหม่ชาวจีนที่มากินอาหารในภัตตาคารหรูของฮ่องกง พวกเขาสั่งบริกร ให้รินไวน์เต็มถึงปากแก้ว  หรือจะเป็นเรื่องที่ชาวจีนคนหนึ่งหอบเงินสดเป็นฟ่อนเข้าไปในร้านสินค้าแบรนด์เนมและ พูดเสียงดังลั่นว่า

“อะไรแพงที่สุดในร้าน จัดมา” เรื่องราวทำนองนี้ตอกย้ำภาพลักษณ์ของชาวจีนแผ่นดินใหญ่ในสายตา ชาวฮ่องกงว่าเป็นพวกบ้านนอกเข้ากรุง หรือ อาชาน แต่ทุกวันนี้ หน้าร้านกุชชีทั้งเก้าสาขาในฮ่องกงมีลูกค้าต่อแถวยาวเหยียด สะท้อนความต้องการที่ดูเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด “ไม่ต้องห่วงหรอกครับ มีชาวนารวยๆ จากแผ่นดินใหญ่หอบเงินมาใช้ที่นี่ไม่เคยขาดครับ” แจ่งทิ้งท้าย

อำนาจทางเศรษฐกิจที่พลิกผันซ้ำเติมวิกฤติเรื่องอัตลักษณ์ของฮ่องกงให้ย่ำแย่ลง ถึงขนาดที่ว่าชาวจีนแผ่นดินใหญ่กลับเป็นฝ่ายเรียกชาวฮ่องกงว่า ก๋องชาน หรือพวกบ้านนอกเข้ากรุงเสียเอง โครงการสำรวจความคิดเห็นของสาธารณชนโดยมหาวิทยาลัยฮ่องกงเมื่อไม่นานมานี้รายงานว่า ชาวฮ่องกงส่วนใหญ่มองตัวเองว่าเป็นชาวฮ่องกงเป็นอันดับแรก ไม่ใช่ชาวจีน เท่ากับเป็นการเน้นย้ำความไม่พอใจที่ชาวฮ่องกงมีต่อเพื่อนร่วมชาติจากผืนแผ่นดินใหญ่ที่นับวันมีแต่จะทบทวี โฆษณา ในหนังสือพิมพ์ฮ่องกงฉบับหนึ่งถึงกับเรียกคนพวกนี้ว่า “ตั๊กแตน” ที่ยกโขยงเข้ามากลุ้มรุมฮ่องกง

เมื่อราตรีมาเยือน ตึกระฟ้าเปิดไฟสว่างไสวราวกับแสงเทียน เรือเฟอร์รีแล่นฉิวอยู่ในอ่าว เครื่องบินร่อนอยู่บนท้องฟ้า ถนนหนทางคลาคล่ำไปด้วยผู้บริโภค ฮ่องกง นครแห่งผู้คนร้อยเชื้อชาติที่ดูวุ่นวายอย่างที่เคยเป็นเสมอมา กำลังเปลี่ยนสภาพไปอีกครั้งแล้ว

แพทริก ม็อก จากโครงการความทรงจำแห่งฮ่องกง บอกผมว่า “ผู้คนตกใจเมื่อผมเอาภาพถ่ายทุ่งนาที่เคยอยู่ที่นี่ ในช่วงทศวรรษ 1970 ให้ดู ตอนนั้นเราอยู่กันตามท้องถนน ในตลาดและแผงลอยกลางแจ้ง ต่อมาทุกอย่างย้ายเข้าไปอยู่ในร่มเข้าไปอยู่ตามศูนย์การค้า เบื้องหลังประตูที่ปิด และห้องแอร์ เราไม่แน่ใจครับว่าตอนนี้เรากำลังกลายเป็นอะไร แต่สิ่งหนึ่งที่เรารู้สึกได้ก็คือ ตัวตนของเรากำลังหายไป”

เรื่อง ไมเคิล พาเทอร์นิตี ภาพถ่าย มาร์ก เหลียง ข้อมูลจากhttp://www.ngthai.com

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
  • 31 พฤษภาคม 2555, 10:00 น.
 

‘มากกว่ารัก’ มหาศาลกว่า ‘ภาคภูมิใจ’ !! 2012/05/27

http://www.thairath.co.th/content/life/263562

27 พฤษภาคม 2555, 10:00 น.

Pic_263562

ภาพเล่าเรื่องสัปดาห์นี้เจ้าของภาพเซตนี้ ตฤณ จันทร์สว่าง ช่างภาพคนเก่งไทยรัฐออนไลน์ บอกว่าอยากให้ชื่นชมกัน

กับภาพบรรยากาศของคลื่นพสกนิกรที่เดินทางไปชมพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทุ่งมะขามหย่อง จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อถวายสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย และทรงเยี่ยมเยียนราษฎรในต่างจังหวัดเป็นครั้งแรก 
หลังจากทรงพระประชวรต้องเข้าประทับรักษาพระวรกายที่โรงพยาบาลศิริราชมาเป็นเวลานาน

เป็นวันประวัติศาสตร์ เป็นภาพประวัติศาสตร์ เป็นภาพมากกว่าความรักที่ลูกและพ่อมีต่อกัน เป็นภาพแห่งความประทับใจ และความภาคภูมิใจของผู้ถ่ายและคนไทยทุกคน.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
  • 27 พฤษภาคม 2555, 10:00 น.
 

คู่มือทำ ‘ตะโก้ (ชอต)’ เก๋ หวาน ณ ซานฟรานซิสโก..! 2012/05/27

http://www.thairath.co.th/content/life/262997

26 พฤษภาคม 2555, 05:30 น.

Pic_262997

คู่มือคนเมืองสัปดาห์นี้ แป้ม อดีตพนักงานที่ไทยรัฐออนไลน์ ที่กำลังร่ำเรียนอยู่ที่อเมริกา มาแนะนำเมนูขนมชื่อน่ารักๆ ตะโก้ ชอต ซานฟรานซิสโก… 

แป้มเล่าแรงบันดาลใจของเมนูนี้ว่า ปัจจุบันอยู่เมืองนอก ขนมฝรั่งมีเยอะแยะ แต่กินบ่อยก็เลี่ยน ส่วนขนมไทยตามร้านอาหารไทยก็พอจะมีบ้าง แต่กินบ่อยๆ ก็เปลือง เพราะฉะนั้นถ้าคิดจะทำเองก็คงไม่ยากเกินความสามารถที่จะหาวัตถุดิบและลงมือทำ

‘ตะโก้ชอต’ ซานฟรานฯ หวาน มัน เค็ม มาพร้อมกับวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา ด้วยความนึกอยากกินขนมไทย แทนขนมเค้กหวานเลี่ยนที่หาได้ทั่วไป ประกอบกับอยากทำอะไรพิเศษๆ ให้เข้ากับเทศกาลสักหน่อย คิดไปคิดมาก็เลยมาจบที่ขนมหวานบ้านๆ แบบไทยๆ อย่าง ตะโก้สาคูข้าวโพด เพราะวัตถุดิบหาง่าย ไม่แพง แถมยังแบ่งเพื่อนๆ ได้อีกด้วย ว่าแล้วก็ไม่รอช้า ไปทำกันเลย

เริ่มต้นกันที่วัตถุดิบ ตัวสาคู (Bottom part)

◦    สาคูเม็ดเล็ก (Small Tapioca) 1.5 ถ้วยตวง ราคาถุงละ 0.75USD หรือประมาณ 25 บาท เท่านั้นเอง!

◦    น้ำใบเตย 1.5 ถ้วยตวง แต่จะหาใบเตยจริงๆ ก็คงยากเกินไป เลยใช้กลิ่นใบเตย (Pandan Essence Flavouring) แทน หยดประมาณ 4-5 หยดก็หอมแล้ว ส่วนราคาของกลิ่นใบเตย ขวดละไม่เกิน 2USD หรือไม่เกิน 60 บาท (ใช้ได้อีกหลายงานเลยทีเดียว)

◦    น้ำมะพร้าว 1 กระป๋อง พร้อมเนื้อมะพร้าวด้วย ราคา 0.99USD หรือประมาณ 30 บาท

◦    น้ำตาลทราย 2 ถ้วยตวง อันนี้คงไม่ต้องบอกราคา เพราะทุกบ้านน่าจะมีติดบ้านอยู่แล้ว

◦    ข้าวโพดหวาน  (Sweet Corn) 1 กระป๋อง ราคากระป๋องละ 1.5USD หรือประมาณ 45 บาท

◦    หน้ากะทิ (Coconut Milk Topping)

◦    กะทิ (Coconut Milk) 4 ถ้วยตวง กะทิที่นี่กระป๋องละประมาณ 3USD หรือประมาณ 90 บาท

◦    แป้งข้าวโพด (Corn Starch) 1/2 ถ้วยตวง ราคากล่องละไม่เกิน 1USD หรือ 30 บาท (ใช้ได้อีกหลายงานเช่นกัน)

◦    เกลือป่น 2.5 ช้อนชา

◦    น้ำตาลทราย 5 ช้อนโต๊ะ

◦    กลิ่นใบเตย 1-2 หยด

ขั้นตอนการทำ เริ่มต้นด้วยตัวสาคู

1. นำสาคูไปล้างน้ำเร็วๆ 1 รอบ แล้วนำไปใส่หม้อ (อย่านานมากไม่งั้นสาคูจะละลาย)

2. เติมน้ำใบเตย, น้ำมะพร้าว 1/2 กระป๋อง ลงไปในหม้อ (ถ้าไม่มีน้ำใบเตย ใช้น้ำเหยาะกลิ่นใบเตย 3-4 หยดก็ได้ สะดวกดี)

3. เติมน้ำตาลทราย (พอดีที่บ้านมีแต่น้ำตาลทรายแดงแต่ใช้ได้เหมือนกัน)

4. ตั้งไฟอ่อนๆ แล้วคนไปเรื่อยๆ

5. ใส่ข้าวโพดหวาน

6. คนไปเรื่อยๆ ค่อยๆ เติมน้ำมะพร้าวที่เหลือลงไป

7. คนไปเรื่อยๆ จนสาคูใส แปลว่าสุกแล้วค่าาาา (ถ้าชอบหวาน เติมน้ำตาลเพิ่มอีกได้)

8. ตักสาคูใส่ถ้วย ประมาณ 3/4 พอนะคะ เผื่อที่ให้หน้ากะทิด้วย

ตามมาด้วย หน้ากะทิ
…!

1. ผสมกะทิ, แป้งข้าวโพด, เกลือ, น้ำตาล และกลิ่นใบเตยเข้าด้วยกัน

2. ตั้งไฟอ่อน คนไปเรื่อยๆ

3. รอจนหน้ากะทิเริ่มเหนียว แล้วเอาขึ้น

4. ตักหน้ากะทิใส่ตัวสาคู

เห็นมั้ยว่าง่ายมาก สวยงาม รับประทานแล้วสดชื่น หายคิดถึงบ้านไปได้นิดนึง ส่วนที่บอกว่าเป็นตะโก้ชอต เพราะว่าวัสดุที่ใช้ใส่ตะโก้ไปฝากเพื่อนๆ นั้น เรานำถ้วยน้ำจิ้มที่ขายพร้อมฝาปิดแบบเล็กๆ ราคาอยู่ที่ประมาณ 3.5 USD หรือประมาณ 100 บาท มีประมาณ 150 ถ้วย หยอดสาคูข้าวโพดพร้อมหน้ากะทิใส่เป็นอันเสร็จเรียบร้อยสำหรับ “ตะโก้ชอต” ณ ซานฟรานซิสโก พร้อมเสิร์ฟให้เพื่อนๆ ฝรั่งได้ชิมฝีมือคนไทย

แป้ม ปิดท้ายด้วยว่า เมนูต่อไปจะเป็นอะไร ไว้มาลองติดตามกันhttp://www.facebook.com/trymymeal

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
  • 26 พฤษภาคม 2555, 05:30 น.
 

สายลมเปลี่ยนทิศในอียิปต์…! 2012/05/27

http://www.thairath.co.th/content/life/262734

25 พฤษภาคม 2555, 10:00 น.

Pic_262734

เป็นเรื่องราวที่น่าติดตามกับการเปลี่ยนแปลง ความรุนแรง สงคราม ในอียิปต์สัปดาห์นี้ ไทยรัฐออนไลน์พาไปลุยอียิปต์และสายลมที่เปลี่ยนทิศทาง…

“โจรกับนักเลงหัวไม้ทั้งนั้น” คือภาพหรือมุมมองที่คนทั่วไปมีต่อชนบทของอียิปต์หลังการปฏิวัติ คงเป็นเพราะเหตุนี้ตำรวจใบหน้าถมึงที่สถานีรถไฟจึงไม่ยอมให้ผมผ่าน พลางตะคอกใส่ว่า “ห้ามคนต่างชาติขึ้นรถไฟชั้นสาม ห้ามขึ้น!”

ผมอยู่ระหว่างการเดินทางในฤดูใบไม้ร่วง ปี 2011 พร้อมคอลิด นากี เพื่อนร่วมงานชาวอียิปต์ ที่เฝ้าติดตามบันทึกเหตุการณ์การก่อกบฏในกรุงไคโรเป็นเวลากว่า 200 วัน  เรากำลังเดินทางจากอาบูซิมเบลทางใต้ของอียิปต์ มุ่งหน้าไปยังอะเล็กซานเดรียทางตอนเหนือของประเทศ

โดยหยุดแวะหลายที่ เราวางแผนกันว่าจะเดินทางออกไปให้ไกลจากจุดศูนย์กลางของการปฏิวัติ นั่นคือจัตุรัสตะห์รีร์ (Tahrir Square) ในกรุงไคโร เพื่อดูว่าการเปลี่ยนแปลงส่งผลอย่างไรต่อพื้นที่อื่นๆ ในอียิปต์

“ไม่มีทั้งความเชื่อมั่น ไม่มีทั้งความปลอดภัย” มุอ์มิน ฮะซัน ทหารเกณฑ์วัย 22 ปี ตอบ เมื่อผมถามความเห็นเกี่ยวกับผู้ประท้วงที่จัตุรัสตะห์รีร์ “ผมไม่ได้ต่อต้านพวกเขานะ แต่ไม่สนับสนุนด้วยแน่ๆ” เขาไม่แปลกใจกับพฤติการณ์เลวร้ายของรัฐบาลชุดก่อนหน้า แต่เปรียบเปรยการฉ้อราษฎร์บังหลวงว่าเหมือนต้นไม้ที่หยั่งรากลึก  ต่อให้โค่นต้นไม้ลง ไม่นานมันก็จะงอกขึ้นมาใหม่  “ประชาธิปไตยน่ะดี แต่เราเร่งรัดให้เกิดขึ้นไม่ได้หรอกครับ ถ้าปล่อยบังเหียนหลวมเกินไป ผู้คนก็จะทำตามอำเภอใจ เรายังต้องการความเข้มงวดกวดขันอยู่ครับ” เขาทิ้งท้าย

มุมมองเช่นนี้พบได้ทั่วไปตามต่างจังหวัด เกือบทุกที่ที่เราไปเยือน ชาวอียิปต์ต่างแสดงความวิตกกังวลในเรื่องอัลอัมน์ หรือความปลอดภัย หลายคนเกือบจะดูเหมือนหวาดระแวงเกินเหตุกับสถิติการจี้ปล้นที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่แทบไม่เคยได้ยินก่อนการปฏิวัติ และการล่มสลายของกฎระเบียบในสังคม คนขับแท็กซี่รายหนึ่งในลักซอร์ถึงกับซื้อปืนพกมาซุกไว้ใต้เบาะรถ

ใต้ร่มเงาแห่งฟาโรห์ลำพังความตึงเครียดก็อาจดึงประเทศให้ตกต่ำลงได้แล้ว การท่องเที่ยวเป็นแหล่งรายได้สำคัญของเศรษฐกิจอียิปต์ แต่แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ที่เราไปเยือนแทบจะพูดได้ว่าร้างผู้คน ที่วิหารรามเสสมหาราชในอาบูซิมเบล แผงขายของที่ระลึกพากันปิดเงียบ ประตูหมุนโลหะล้วนนิ่งสนิท แปดเดือนหลังการปฏิวัติโค่นล้มประธานาธิบดีฮอสนี มูบารัก จำนวนผู้มาเยี่ยมชมลดฮวบลงเหลือแค่ราว 150 คนต่อวันเท่านั้น

อะฮ์หมัด ซอลิ นักไอยคุปต์วิทยาและผู้อำนวยการของมหาวิหารอาบูซิมเบล รวมทั้งอนุสรณ์สถานอื่นๆ ในเขตนูเบียทางใต้สุดติดกับชายแดนประเทศซูดาน บอกว่า “นักท่องเที่ยวกลัวว่าถ้ามาที่นี่พวกเขาอาจถูกทำร้ายได้” ผมบอกกับ ซอลิว่า ชาวอียิปต์หลายคนมองปัญหาเศรษฐกิจต่างๆ ที่กำลังเผชิญอยู่ว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนผ่านที่จำเป็น พวกเขามองมูบารักว่าเป็น “ฟาโรห์องค์สุดท้าย” และเชื่อว่าศักราชใหม่มาถึงแล้ว นับเป็นจุดเปลี่ยนของประวัติศาสตร์ที่สืบเนื่องยาวนานกว่า 5,000 ปี

ซอลิกล่าวว่า “ทั้งรามเสสและมูบารักเป็นทหารและสถาปนาราชวงศ์ของตนเองขึ้นโดยสืบทอดอำนาจในตระกูล” แต่ซอลิไม่มั่นใจว่า มูบารักซึ่งเตรียมลูกชายคนหนึ่งให้ขึ้นมา แทนที่เขาตั้งแต่ก่อนการปฏิวัติ  จะเป็นผู้นำเผด็จการคนสุดท้ายของอียิปต์หรือไม่ “วัฒนธรรมทางการเมืองของอียิปต์ไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากพอที่เราจะพูดได้ว่า  มูบารักจะเป็นฟาโรห์องค์สุดท้าย เราเริ่มมีประชาธิปไตยแล้ว แต่ยังไปไม่ถึงไหนหรอกครับ” ซอลิเชื่อเช่นนั้น

เขาบอกเหตุผลที่มองในโลกในแง่ร้ายว่า คนหน้าเดิมๆ จากรัฐบาลชุดเก่ายังครองอำนาจอยู่ในหลายระดับ ทั้งระดับชาติและท้องถิ่น อัตราการไม่รู้หนังสือยังถือว่าสูงมาก ชาวอียิปต์จำนวนมากมองการปฏิวัติว่าเป็นเพียงการเปิดโอกาสให้คนฉกฉวยสิ่งที่ตนอยากได้ ซอลิบอกว่า “ชนชาติอาหรับไม่ยอมรับประชาธิปไตยง่ายๆ หรอกครับ ส่วนหนึ่งเพราะสวนทางกับการปกครองแบบปิตาธิปไตยภายในครอบครัวหรือในระดับเผ่า ถ้าพ่อสั่งว่า ‘อย่าเล่น’ เราก็จะไม่เล่น เขาเป็นเผด็จการ คุณจะเปลี่ยนความรู้สึกนึกคิดของคนอียิปต์ภายในช่วงเวลาสั้นๆ ได้อย่างไรกัน”

การเดินทางที่ยังไม่สิ้นสุดอาบูซิมเบล รวมทั้งเมืองและหมู่บ้านน้อยใหญ่ในหุบเขาลุ่มแม่น้ำไนล์  ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ  และอะเล็กซานเดรีย ทุกจุดที่เราแวะตามรายทาง เราเห็นประชาชนคนเดินดินที่ต้องดิ้นรนต่อสู้เพื่อเอาตัวรอดพากันวิตกว่า ชีวิตที่ลำเค็ญอยู่แล้วจะยิ่งลำบากยากเข็ญขึ้นไปอีก เห็นชาวมุสลิมผู้ยึดมั่นในอุดมคติแบบจารีตนิยมวาดหวังที่จะเปลี่ยนอียิปต์ให้เป็นระบอบเทวาธิปไตย หรือจะเป็นพวกนิยมทางโลก (secularist) ที่หมายมั่นสร้างอียิปต์ให้เป็นประเทศหลากวัฒนธรรมที่เคารพสิทธิเสียงข้างน้อยและรับประกันเสรีภาพของพลเมืองทุกคน

ชาวอียิปต์จำนวนมากดูเหมือนกำลังรอให้รูปแบบที่ชัดเจนปรากฏขึ้น เพื่อให้ชิ้นส่วนชิ้นเล็กชิ้นน้อยหลากสีสันของอียิปต์ใหม่ประกอบกันขึ้นเป็นรูปเป็นร่าง ผมถามวิศวกรชื่อ มุฮัมมัด ฮักกัก เกี่ยวกับข้อคิดเห็นที่ว่าวัฒนธรรมเผด็จการดำรงอยู่ในสังคมอียิปต์มาช้านาน โดยฝังรากลึกอยู่ในครอบครัวและกลุ่มชนเผ่า  และไม่ช้าก็เร็วผู้นำที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จจะหวนกลับมา เขาค้านหัวชนฝาโดยบอกว่า “ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับลูกๆ ต่างจากความสัมพันธ์ระหว่างผมกับพ่อมากนะครับ ถ้าพ่อผมสั่งให้ผม ‘หยุดพูด’ ผมก็จะหยุดพูด แต่ผมทำแบบนั้นกับลูกๆ ไม่ได้แล้วครับ”

ถ้าเช่นนั้น นี่หมายความว่า ฮักกัก วัย 59 ปี เชื่อว่าการปฏิวัติครั้งนี้จะประสบความสำเร็จกระนั้นหรือ “เหมือนกับเราหลงทางอยู่กลางทะเลทรายยังไงยังงั้นเลยละครับ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่นราวกับจะบอกว่าพร้อมปักหลักสู้ไม่ถอย “เราพบเส้นทางแล้ว  แต่คงต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะออกจากทะเลทรายได้ครับ”

เรื่อง เจฟฟรีย์ บาร์โทเลต ภาพถ่าย อเล็กซ์ มาโยลี เว็บไซต์http://www.ngthai.com/ngm/1205/default.asp
 เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกภาคภาษาไทย

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
  • 25 พฤษภาคม 2555, 10:00 น.
 

เซ็นทรัลอุดร โฉมใหม่ เปลี่ยนลุคไลฟ์สไตล์คนอีสาน 2012/05/27

http://www.thairath.co.th/content/life/263065

25 พฤษภาคม 2555, 05:15 น.

Pic_263065

ผ่านไปอย่างยิ่งใหญ่ สำหรับงาน “Grand Opening ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา อุดรธานีโฉมใหม่” ที่ทางซีพีเอ็น ใช้งบลงทุนไปกว่า 5,500 ล้านบาท ในการพลิกโฉมครั้งสำคัญให้ที่นี่เป็นศูนย์การค้าระดับพรีเมียมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน เพื่อสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับภาคอีสานรวมถึงอินโดจีน ด้วยรูปลักษณ์ใหม่ดีไซน์ทันสมัยระดับโลก พร้อมระดมร้านค้าแบรนด์ดังทั้งไทยและเทศกว่า 500 ร้าน เพื่อนำไลฟ์สไตล์และประสบการณ์ใหม่ๆมามอบให้กับชาวอุดรฯ จังหวัดรอบข้าง รวมถึงนักท่องเที่ยวและกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงจากประเทศเพื่อนบ้าน

กอบชัย จิราธิวัฒน์ เอ็มดีซีพีเอ็น บริจาคเงิน 2 แสนบาท แก่ผู้ว่าฯอุดร เพื่อนำไปช่วยเหลือโรงเรียนยากจนกอบชัย จิราธิวัฒน์ เอ็มดีซีพีเอ็น บริจาคเงิน 2 แสนบาท แก่ผู้ว่าฯอุดร เพื่อนำไปช่วยเหลือโรงเรียนยากจน

พิธีเปิดอย่างเป็นทางการ ได้รับเกียรติจาก นายแก่นเพชร ช่วงรังษี ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานเปิดงาน ภายใต้คอนเซปต์ The First Red Carpet เรียกว่าเป็นงานหรูระดับพรมแดงเกรดเอของอุดรฯ ที่บรรดาคนดังของเมืองอุดรและ สปป.ลาวต่างเตรียมตัวมาร่วมงานกันล่วงหน้าเป็นเดือน โดยมี นายกอบชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยครอบครัวจิราธิวัฒน์ ยกขบวนกันมาเปิดตัวศูนย์การค้าแห่งใหม่ พร้อมชักชวนผู้ร่วมงานร่วมบริจาคอุปกรณ์สื่อการเรียนการสอนให้โรงเรียนในจังหวัดอุดรธานี ในโครงการ CPN เพาะกล้าปัญญาไทย เพื่อเป็นกิจกรรมตอบแทนสังคมที่ให้ความสำคัญและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

สำหรับลูกค้าที่มาจับจ่ายในศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา อุดรธานี ระหว่าง นี้ถึง 17 มิ.ย. ยังได้รับสิทธิ พิเศษ ลุ้นรถยนต์มาสด้า 2 และรางวัลอื่นๆ อีกมาก มาย มูลค่ากว่า 2 ล้านบาท.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวหน้าสตรี
  • 25 พฤษภาคม 2555, 05:15 น.
 

ศุกร์สบาย 25/05/55 2012/05/27

http://www.thairath.co.th/content/life/263066

25 พฤษภาคม 2555, 05:00 น.

Pic_263066

ช็อปปิ้งของถูกใจ

หาของถูกใจกับรายการดีๆ บิวตี้ ฮอลล์ ในเครือ เดอะมอลล์ กรุ๊ป จัดแคมเปญสุดพิเศษ Beauty Hall presents Beautified by Fluke ชวนสาวๆมาร่วมอัพเดทสุดยอดผลิตภัณฑ์ความงามที่คัดเลือกโดย ฟลุค–รพี ชูสุวรรณ บิวตี้บล็อกเกอร์ชื่อดังด้านความงาม และพบกับโปรโมชั่นสุดพิเศษ ในวันที่ 27 พ.ค. 55 ตั้งแต่เวลา 11.00-21.00 น. ที่ Beauty Hall ชั้น M พารากอน ดีพาร์ตเมนต์ สโตร์ และแคมเปญนี้จัดถึงวันที่ 10 มิ.ย.55….ส่วน ห้างสรรพสินค้าเซน@ เซ็นทรัลเวิลด์ ชวนมาอัพเดทนวัตกรรมความงามล่าสุดจากเครื่องสำอาง และน้ำหอมแบรนด์ดังระดับโลก ในวันที่ 28 พ.ค.55 เวลา 18.30 น. ที่ชั้น 1 เซน อีเว้นท์ อารีนา….ห้างเซ็นทรัล ทุกสาขา ยังจัดรายการ “7-Day Wonders” ลดราคาทุกชั้น ทุกแผนก ในเคาน์เตอร์ปกติ 15-30% เครื่อง สำอางและน้ำหอม 10-15% ตั้งแต่วันที่ 25-31 พ.ค.55….ห้างเซ็นทรัล ชิดลม จัดรายการ “Bed ‘n’ Rest Fair” พบกับมหกรรมเครื่องนอน ที่นำมาลดราคาสูงสุด 70% จนถึงวันที่ 6 มิ.ย.55 ที่อีเว้นท์ฮอลล์ ชั้น 3…ศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้ เจริญกรุง 24 จัดงาน “OTOP & SMEs Fair สัปดาห์ผลิตภัณฑ์ชุมชน” จำหน่ายสินค้าหัตถกรรม, เครื่องปั้นดินเผา ฯลฯ ที่แกรนด์ฮอลล์ ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค.-3 มิ.ย.55…จีอาร์ไอ  แอคเซสซอรี่  (ประเทศไทย) ผู้นำเข้ารองเท้าแฟชั่น  STEVE  MADDEN จากสหรัฐอเมริกา ฉลองเปิดช็อปใหม่ ที่ศูนย์การค้าเมกา บางนา ที่โซนแฟชั่น ชั้น 1 มอบส่วนลดจากราคาปกติ 20-30% ตั้งแต่วันที่ 26 พ.ค.-10 มิ.ย.55

 

กิจกรรม-ศิลปะ 

กิจกรรมสร้างสรรค์ เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน ร่วมกับ จ.นนทบุรี จัดงาน “วิสาขบูชา มหามงคล ฉลองพุทธชยันตี” ในวันที่ 25 พ.ค.-4 มิ.ย.55 ที่ MCC Hall ชั้น 4 พบกับกิจกรรมบุญ ต่างๆ อาทิ การสักการะพระบรมสารีริกธาตุเสริม สิริมงคลพร้อม ปิดทององค์พระพุทธเมตตา หน้าตัก 30 นิ้ว ฯลฯ…ชมรมตะบองเพชร นำโดย สุพัฒนา อาทรไผท จัดงาน “กรุสมบัติ” ในวันที่ 30-31 พ.ค.55 เวลา 11.00-18.00 น. ที่ลานน้ำพุ เพนนินซูล่าพลาซ่า พบกับกิจกรรมการฝีมือมากมายอาทิ การสาธิตการทำ Decoupage พร้อมเลือกซื้อแฟชั่นและเครื่องประดับทั้งใหม่และโบราณ…..ลา แมร์ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวชื่อดัง จัดประกวดภาพถ่ายความงามและภาพความทรงจำที่ประทับใจ เกี่ยวกับท้องทะเล ผู้ชนะจะได้ร่วมทริป สำรวจธรรมชาติกับเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ส่งผลงานได้จนถึงวันที่ 31 ก.ค.55 ดูรายละเอียดได้ที่www.nationalgeographic.com/LaMerOceans ……นิตยสารโมเดิร์นมัม จัดสัมมนา “Modern Mom in AEC 2015” ฟังภาพรวมของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่ส่งผลถึงคนไทย เพื่อวางอนาคตของครอบครัวยุคใหม่ ในวันที่ 6 มิ.ย.55 เวลา 13.00 น. ที่ห้องแกรนด์บอลรูม 2 โรงแรมเวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท สำรองที่นั่งได้ที่ 0-2913-7555 ต่อ 3520-1…..ชื่นชมงานศิลป์ โลตัส อาร์ท เดอ วีฟว์ ในนิทรรศการศิลปะ “Human Flow–Objects of Life and Beyond by Alexandre Charriol” ผลงานจิตรกรรมจากฝีมือของ Alexandre Charriol ลูกชายเจ้าของนาฬิกา Charriol ซึ่งจะจัดแสดงที่โลตัส แกลเลอรี่ จนถึงเดือน ส.ค.55 สอบถามได้ที่ 0-2294-1821 ต่อ 155.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวหน้าสตรี
  • 25 พฤษภาคม 2555, 05:00 น.
 

แนว เที่ยว แต่งบ้าน หวาน ฆาตกรรม…. By บุ๊กออนไลน์ (ชมคลิป) 2012/05/27

http://www.thairath.co.th/content/life/262727

24 พฤษภาคม 2555, 10:00 น.

Pic_262727

ทุกสัปดาห์ไทยรัฐออนไลน์จะมาแนะนำหนังสือใหม่ที่ไม่อ่านไม่ได้ คราวนี้นอกจากตัวหนังสือและภาพประกอบสวยๆ เรายังแนะนำหนังสือในรูปแบบอินเทอร์เน็ตทีวีมาด้วย อยากรู้ว่าเก๋ไก๋ขนาดไหนลองเข้าไปดูกัน…

นิตยสาร Hello สำนักพิมพ์เบอร์ด้า

เปิดหน้าปกด้วยคู่รักหวานเจี๊ยบที่เพิ่งแต่งงานสดๆ ร้อนๆ อันได้แก่ วุ้นเส้นและชาคริต ส่วนอีกคู่คือคุณแมงมุมและคุณดอลลาร์ หวานสมราคาคุยแน่นอน ส่วนภายในเล่มก็ยังอัดแน่นด้วยเรื่องราวของเซเลบริตี้ที่ล้วงลึกทุกเม็ด !!!

หนังสือ อ่านอินเดีย สำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์

สาวกอินเดียอารยธรรมโบราณไม่ควรพลาดเล่มนี้ เพราะครบด้วยสาระน่ารู้เกี่ยวกับอินเดียสมัยก่อนคริสต์ศักราช 1947 แม้ผู้เขียนจะออกตัวว่าหนังสือเล่มนี้ยังไม่สมบูรณ์ แต่เชื่อแน่ว่าเนื้อหาภายในเล่มจะให้ความรู้แก่เยาวชนรุ่นหลังได้ไม่มากก็น้อย

หนังสือ Paris Revealed เอเชียบุ๊คส์ 

แม้จะเป็นหนังสือเล่มเล็ก แต่เล่าถึงเมืองหลวงของประเทศฝร่ั่งเศสเจาะลึกแบบไม่มีกั๊ก ตั้งแต่เหยียบสนามบิน เรื่อยไปจนถึงห้องพัก โรงแรม สถานที่ท่องเที่ยว และร้านอาหาร ใครที่อยากรู้ทุกตรอกซอกซอยของปารีส อย่าพลาดหนังสือเล่มนี้เด็ดขาด

หนังสือ ฆาตกรรม อันตรธาน สำนักพิมพ์น้ำพุ

นิยายแนวสืบสวนสอบสวนที่การันตีว่าจะวางไม่ลง เพราะยืนยันด้วยจำนวนเล่มที่ตีพิมพ์กว่า 25 ล้านเล่มทั่วโลก แปลมาแล้วกว่า 40 ภาษา

Make Me Home สำนักพิมพ์บ้านและสวน

สำนักพิมพ์บ้านและสวนส่งหนังสือคุณภาพสำหรับคนรักบ้านมาฝาก โดยสอดแทรกรูปแบบบ้านและจัดแต่งบ้านไว้ทุกสไตล์ นอกจากนี้ยังมีการบรรยายด้วยถ้อยคำประกอบรูปภาพสีอย่างละเอียด แม้จะเป็นนักแต่งบ้านมือใหม่ก็มีบ้านสวยๆ ได้ ราวกับจ้างมืออาชีพมาช่วย

นิตยสารอะเดย์ สำนักพิมพ์ บริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด

เล่มนี้เป็นอีกเล่มที่น่าติดตามกับธีมปกช่าง โดยภายในเล่มก็จะมีช่างต่างๆ แต่ที่สำคัญก็คือบทสัมภาษณ์ อาจารย์ อ.ไสยาสน์ เสมาเงิน ศิลปาธรกิตติคุณ สาขาการออกแบบสร้างสรรค์ ปี 2551 เจ้าของ และผู้ออกแบบเฟอร์นิเจอร์แบรนด์ Saiyart ที่นอนให้สัมภาษณ์อยู่ที่โรงพยาบาล อ่านแล้วทำให้เห็นสัจธรรมของช่างไม้รุ่นสุดท้ายของประเทศไทย

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
  • 24 พฤษภาคม 2555, 10:00 น.
 

‘อาดิดาส คิง ออฟ เดอะ โรด’ ชวน ‘วิ่งระยะไกล’ หาสุดยอดคนไทยไปแข่งสิงคโปร์…! 2012/05/27

http://www.thairath.co.th/content/life/262126

21 พฤษภาคม 2555, 16:00 น.

Pic_262126

เลือดลมสูบฉีดอีกแล้ว…

เมื่อ “อาดิดาส คิง ออฟ เดอะ โรด” (adidas King Of The Road: KOTR) จัดกิจกรรมการแข่งขันชิงแชมป์วิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประจำปี 2012 โดยการแข่งขันจะเกิดขึ้นใน 5 ประเทศ ประกอบด้วย ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ ซึ่งจะเป็นการแข่งขันวิ่งต่อเนื่องเพื่อสร้างตำนานการวิ่งระยะทาง 16.8 กิโลเมตร มีระยะทางรวมกัน 84 กิโลเมตร หรือเทียบเท่า 2 รอบมาราธอน ท้าทายนักวิ่งและบุคคลทั่วไป ได้ประลองฝีเท้าในเส้นทางวิ่งของทุกประเทศ โดยประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางวิ่งทั้งหมด และได้กำหนดวันแข่งขันในวันอาทิตย์ที่ 29 กรกฎาคม 2555 ผู้สนใจสามารถสมัครได้แล้ววันนี้เป็นต้นไป

“อาดิดาส คิง ออฟ เดอะ โรด ประเทศไทย” มีเป้าหมายในการแข่งขัน เพื่อเป็นเวทีที่รวบรวมนักวิ่งทั้งมืออาชีพ สมัครเล่น และบุคคลทั่วไป ที่มีใจรักการออกกำลังกายและกีฬา ทั่วทั้งภูมิภาคเข้าไว้ด้วยกัน สะท้อนถึงความเป็นหนึ่งเดียว และพลังที่หลอมรวมของอาดิดาส ที่ตั้งใจทุ่มเทให้กับการกีฬาอย่างไม่หยุดยั้ง โดยในครั้งนี้อาดิดาสได้ยกระดับมาตรฐานการวิ่งแข่งระยะไกลให้ทัดเทียมสากล เนื่องจากเป็นครั้งแรกของการแข่งขันวิ่งที่จัดใจกลางเมืองกรุงเทพฯ โดยผู้แข่งขันจะได้สัมผัสประสบการณ์ทัศนียภาพในรูปแบบใหม่ ให้ผู้ที่รักในการวิ่งได้สัมผัสกับการผสมผสานบรรยากาศธรรมชาติยามเช้าของสวนลุมพินี และเส้นทางย่านธุรกิจสำคัญใจกลางกรุงเทพฯ บนถนนสาทร ซึ่งจะเป็นมิติใหม่ให้กับการแข่งขันครั้งนี้เป็นหนึ่งในที่สุดของประเทศไทย

อาดิดาส ได้กำหนดระยะทางวิ่งพิเศษ 16.8 กิโลเมตร เท่ากันในทุกประเทศ โดยมีที่มาจากผลรวมของระยะทางวิ่งทั้งหมดจากห้าประเทศรวมกัน ซึ่งเท่ากับ 84 กิโลเมตร หรือเท่ากับระยะทางวิ่งมาราธอนสองรอบเต็ม เมื่อทำการหารเฉลี่ยด้วยตัวเลขห้าประเทศ ที่ร่วมกันจัดการวิ่งแข่งรายการนี้ จะได้ผลลัพธ์เท่ากับ 16.8 อันเป็นที่มาของการกำหนดระยะทางวิ่งสูตรพิเศษของ “อาดิดาส คิง ออฟ เดอะ โรด” กิจกรรมดังกล่าวจะจัดขึ้นปีละครั้งเพื่อเฟ้นหาผู้ชนะของแต่ละประเทศไปร่วมวิ่งแข่งในรายการใหญ่ในเดือนตุลาคมที่สิงคโปร์ ซึ่งเป็นประเทศเจ้าภาพของปีนี้

สำหรับประเทศไทยจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 29 กรกฎาคม 2555 เวลา 4.00 น.ถึง 9.00 น. มีจุดเริ่มต้นและสิ้นสุดภายในสวนลุมพินี รับสมัครผู้เข้าแข่งขันแบ่งเป็นสองประเภทใหญ่ คือ แบบปิด (ชาย หญิง) ที่สงวนสิทธิ์สำหรับนักวิ่งที่ถือสัญชาติไทย และแบบเปิด (ชาย หญิง) สำหรับนักวิ่งชาวต่างชาติ โดยแบ่งกลุ่มผู้เข้าแข่งขันตามอายุ ได้แก่ อายุ 15-29 ปี, 30-39 ปี, 40-49 ปี, 50-59 ปี และ 60 ปีขึ้นไป ทั้งนี้ ผู้ชนะเลิศและรองชนะเลิศ (สัญชาติไทย) ทั้งชายและหญิงประเภทระยะทาง 16.8 กิโลเมตร จะได้เดินทางไปร่วมแข่งขันรายการ “KOTR Southeast Asia Championship 2012” ณ ประเทศสิงคโปร์ ในวันที่ 28 ตุลาคม 2555 เพื่อชิงความเป็นเจ้าแห่งเส้นทางวิ่ง “อาดิดาส คิง ออฟ เดอะ โรด” ประจำปี 2012

นอกเหนือจากการวิ่งระยะทาง 16.8 กิโลเมตร ที่เหมาะกับนักวิ่งมืออาชีพแล้ว สำหรับบุคคลทั่วไปที่มีใจรักในกีฬาและการออกกำลังกาย ทางอาดิดาสยังได้จัดให้มีการวิ่งระยะสั้น 10 กิโลเมตร และ 5 กิโลเมตร ไม่จำกัดสัญชาติ โดยแบ่งกลุ่มผู้เข้าแข่งขัน ชาย หญิง ตามอายุ ได้แก่ อายุต่ำกว่า 15 ปี, 15-29 ปี, 30-39 ปี, และ 40 ปีขึ้นไป

ความแตกต่างของ อาดิดาส คิง ออฟ เดอะ โรด ประเทศไทย ประจำปี 2012

เส้นทางการวิ่ง สะท้อนถึงชีวิตคนเมืองอย่างแท้จริง โดยได้เลือกถนนสาทร ถนนสายธุรกิจหลักของกรุงเทพฯ และเป็นครั้งแรกที่เป็นการวิ่งที่มีการปิดจราจรอย่างสิ้นเชิง เพื่อให้ผู้เข้าแข่งขันได้สัมผัสถึงบรรยากาศและความสวยงามของเขตเศรษฐกิจหลักของกรุงเทพมหานคร และภาพทิวทัศน์ของสองริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาพร้อมภาพรุ่งอรุณอันน่าประทับใจบนสะพานตากสิน

ผู้เข้าแข่งขันที่หลากหลายและต่างแรงจูงใจในการวิ่ง อาดิดาสไม่ได้เน้นเฉพาะนักกรีฑาหรือนักวิ่งมืออาชีพที่จะมาร่วมแข่งขันเท่านั้น แต่ยังต้องการให้บุคคลทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นเยาวชน ครอบครัว องค์กร คนทำงาน เพื่อกระตุ้นให้คนเหล่านี้หันมาใส่ใจสุขภาพ และการออกกำลังกาย โดยได้เปิดโอกาสให้ทดลองวิ่งในระยะทางที่สั้นลง (5 และ 10 กิโลเมตร) ด้วยความหลากหลายของแรงจูงใจของผู้เข้าแข่งขัน ซึ่งแต่ละคนมาจากคนละที่ ต่างแรงบันดาลใจ ต่างที่มาและมีจุดประสงค์ที่ต่างกันออกไป

ยกระดับมาตรฐานการวิ่งในเมืองไทยทัดเทียมการวิ่งระดับโลก ครั้งแรกในไทยกับการแข่งขันวิ่งที่มีการใช้อุปกรณ์ระบบจับเวลา “Shoe Tag” ที่ทันสมัย ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย และเป็นสากลในการแข่งวิ่งมาราธอนในต่างประเทศ Shoe Tag จะทำงานเมื่อผู้ใช้ก้าวข้ามเส้น Start จนถึงเส้นชัย และระบบจะจับเวลาด้วยชิพภายในตัว Tag นอกจากนี้ ด้วยความร่วมมือจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล อาดิดาสได้ปิดการจราจรชั่วคราวตามแยกต่างๆ ตลอดเส้นทางการวิ่ง เพื่ออำนวยให้นักวิ่งไม่ต้องหยุดรอสัญญาณไฟจราจร อีกทั้งจะมีจุดบริการรับน้ำดื่มและเกลือแร่ตลอดเส้นทาง และมีจุดรับฝากของ อาหารและเครื่องดื่ม และกิจกรรมยืดกล้ามเนื้อ ก่อนและหลังปล่อยตัวผู้แข่งขัน และมีการทำประกันอุบัติเหตุให้กับผู้แข่งขันที่มีอายุไม่เกิน 60 ปี

สนับสนุนการกีฬาแก่เยาวชนให้รักในการออกกำลังกาย เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนไทยรักการออกกำลังกายและกีฬา ซึ่งเป็นสิ่งที่อาดิดาสคำนึงถึงเสมอมา และด้วยความร่วมมือและการสนับสนุนที่ดีจากกรุงเทพมหานคร อาดิดาสจึงขอมอบรองเท้าวิ่งมูลค่า 2,400,000 บาท ให้แก่โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร และเยาวชนที่ได้รองเท้าวิ่งจากอาดิดาส จะมีโอกาสได้ร่วมวิ่งในกิจกรรมดังกล่าว โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการสมัครอีกด้วย

“ในฐานะที่เป็นผู้นำผลิตภัณฑ์กีฬาวิ่งระดับโลก อาดิดาสได้มุ่งมั่นในการขับเคลื่อนและพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับกีฬาวิ่งอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อเป็นแรงสนับสนุนให้นักวิ่งทุกคนทั่วโลก ได้แสดงขีดความสามารถและพละกำลังออกมาอย่างเต็มที่ด้วยผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และผลงานการออกแบบอุปกรณ์ต่างๆ สำหรับนักวิ่งโดยเฉพาะ อีกทั้งการวิ่งยังเป็นพื้นฐานของกีฬาทุกประเภท ไม่ว่าคุณจะเป็นนักวิ่งมืออาชีพ นักกีฬา นางแบบ นักศึกษา วัยรุ่น หรือคนทำงานออฟฟิศ ผมเชื่อว่าทุกคนมีแรงจูงใจในการวิ่งไม่เหมือนกัน ดังนั้น กิจกรรม อาดิดาส คิง ออฟ เดอะ โรด นี้ ถือเป็นเวทีที่จัดขึ้นเพื่อท้าทายความสามารถของนักวิ่งทุกคนให้บรรลุตามจุดมุ่งหมายของแต่ละคน” กล่าวโดย มร.วีเจย์ เชาฮาน ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท อาดิดาส (ประเทศไทย) จำกัด

“ในปีนี้แตกต่างจากปีก่อนๆ ตรงที่อาดิดาสได้รับการสนับสนุนจากหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็น กรุงเทพมหานคร ที่เอื้ออำนวยด้านการประชาสัมพันธ์และพื้นที่ที่ใช้เป็นจุดปล่อยตัวและเส้นชัย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่ช่วยโปรโมตกิจกรรมกับชาวต่างชาติที่พำนักในกรุงเทพฯ และกองบัญชาการตำรวจนครบาล ที่อำนวยความสะดวกในการปิดจราจรชั่วคราว และผู้สนับสนุนอื่นๆ อีกมากมายที่ให้การสนับสนุนด้านผลิตภัณฑ์และบริการอื่นๆ ทางอาดิดาสรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง”

สุดท้ายนี้ อาดิดาสหวังที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนวงการกีฬาของไทยและทั่วทั้งภูมิภาค โดยการปลูกฝังค่านิยมในการเล่นกีฬาและออกกำลังกายอย่างเป็นกิจจะลักษณะ และหวังว่า อาดิดาส คิง ออฟ เดอะ โรด จะสามารถสร้างโอกาสให้นักวิ่งทุกคนได้สัมผัสประสบการณ์การวิ่งใหม่ๆ บนเส้นทางวิ่งของอาดิดาสที่แตกต่างกันภายในห้าประเทศนี้” มร. เชาฮาน กล่าวเสริม

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร 02-279-0046-7 หรือสมัครได้ที่ร้านอาดิดาส สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 3, สาขาสยามดิสคัฟเวอรี่ ชั้น 3, สาขาเมกา บางนา ชั้น 2, สาขาเซ็นทรัลพระราม 3 ชั้น 2, สาขาเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ชั้น 2 สาขาเซ็นทรัล พระราม 9 ชั้น G, สาขาเมืองทองธานี.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
  • 21 พฤษภาคม 2555, 16:00 น.
 

‘รูปร่าง’ ผู้หญิง ‘สิ่งประดิษฐ์’ ที่งดงามสุดใน ‘จักรวาล’..!! 2012/05/21

http://www.thairath.co.th/content/life/261728

20 พฤษภาคม 2555, 10:00 น.

Pic_261728

สิ่งที่สวยงามและน่าค้นหามากที่สุดในโลกก็คือผู้หญิง…! นักปราชญ์แทบทุกท่านกล่าวเอาไว้เช่นนั้น…

“ตามประสาคนชอบศิลปะแห่งธรรมชาติ และชอบการแลกเปลี่ยน ฟังแล้วบอกตรงๆ ไม่มีอะไรจะเถียงเห็นด้วยทุกประการ….!” ภาพเล่าเรื่องสัปดาห์นี้เป็นภาพ Super car & Import car show 2012 จัดขึ้นที่เมืองทองธานี เป็นภาพเล่าเรื่องที่ไม่ต้องอธิบายความเป็นตัวอักษรอะไรให้ยุ่งยากมากมาย

ให้ภาพความงดงามของอิสตรี อธิบายความด้วยตัวมันเองแล้วกัน…!!

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
  • 20 พฤษภาคม 2555, 10:00 น.
 

ยก ‘กรีซ’ มาอยู่ไทย คู่มือเที่ยว ‘ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ’ แหล่งช็อปใหม่ใครก็ไปกัน…!! 2012/05/19

http://www.thairath.co.th/content/life/260884

19 พฤษภาคม 2555, 05:30 น.

Pic_260884

คู่มือคนเมืองวันหยุดนี้ ไทยรัฐออนไลน์พาเที่ยวครั้งนี้ รับประกันว่าหัวใจคนที่ชอบช็อปปิ้งของเก๋ๆ ที่เก๋ๆ มีหวั่นไหวแถมยังอยู่ไม่ไกลกับ ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ

ถือว่าได้ฤกษ์ดีเปิดแล้วอย่างเป็นทางการ! สำหรับโปรเจกต์ใหม่แห่งปี “ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ” (SANTORINI PARK CHA-AM) แหล่งช็อปปิ้งรูปแบบใหม่ย่านหัวหิน–ชะอำ ที่มาพร้อมสโลแกน “Amused Shopping Experience” หรือ “สีสันใหม่แห่งประสบการณ์ความสนุก” ที่บริหารโดย นัสวีร์ ตันติจิรสกุล กรรมการผู้จัดการโครงการ ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ ภายใต้คอนเซปต์ค้าปลีกที่แตกต่าง บนพื้นที่กว่า 60 ไร่ ท่ามกลางสถาปัตยกรรมที่ได้แรงบันดาลใจมาจากบรรยากาศอันงดงามของเกาะซานโตรินี ประเทศกรีซ ที่เตรียมมอบสีสันใหม่แห่งวันพักผ่อนที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ความสนุกให้คุณประทับใจมิรู้ลืม

มุมสวยๆ มุมหนึ่งของ ซานโตรินี พาร์ค ชะอำมุมสวยๆ มุมหนึ่งของ ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ

โซนวิลเลจโซนวิลเลจ

พรั่งพร้อมด้วยเครื่องเล่นนานาชนิดที่สั่งตรงจากต่างประเทศ และร้านค้ามากมายให้ช็อปปิ้งได้ตลอดทั้งวัน โดยมีเหล่าเซเลบริตี้ร่วมงานครั้งนี้จำนวนมาก อาทิ ดร.สุวิทย์ ธนียวัน, ธาดา โพธิวิหค, อลงกรณ์  พลบุตร, ธะเรศ โปษยานนท์, พินทองทา ชินวัตร, ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์, จารุวรรณ โชติเทวัญ, ชลัคร ชีวเกษมสุข, จิต เชี่ยวสกุล, สมัคเกียรติ โลหะชาละ, ดวงพร ลือกิตินันท์ เป็นต้น โดยได้รับเกียรติจาก วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานเปิดโครงการฯ ณ ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ ถ.เพชรเกษม กิโลเมตรที่ 198

นัสวีร์ ตันติจิรสกุล กรรมการผู้จัดการโครงการ ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ กล่าวว่า ใช้เงินลงทุนกว่า 500 ล้านบาท บนพื้นที่ 60 ไร่ เพื่อต้องการให้เป็นแลนด์มาร์กใหม่ระดับพรีเมียมในแถบชายฝั่งทะเลอ่าวไทย สามารถรองรับความต้องการที่หลากหลายของนักท่องเที่ยว ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะมีผู้มาท่องเที่ยวที่นี่ประมาณ 1 ล้านคนภายในสิ้นปีนี้”

น้ำพุที่ถูกตกแต่งในสไตล์โครงการน้ำพุที่ถูกตกแต่งในสไตล์โครงการ

ถ่ายภาพร่วมกันถ่ายภาพร่วมกัน

5 โซนน่าเที่ยว…!

ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ ถูกเนรมิตเป็น 5 โซนหลัก โดยโซนที่เป็นไฮไลท์ คือ

โซนวิลเลจ (Village) โซนที่รวบรวมร้านค้ากว่า 140 ร้าน เพื่อตอบสนองความต้องการและความชอบได้ทุกเพศทุกวัย ที่ไม่เพียงมีสินค้าแบรนด์เนมชื่อดัง แฟชั่นแอคเซสเซอรี่ สินค้าไลฟ์สไตล์ และอาร์ตแอนด์เดคอร์เท่านั้น แต่ยังเปิดรับสินค้าจากผู้ประกอบการ SME ที่มีแนวความคิดอินเทรนด์ไม่ซ้ำใคร ซึ่งล้วนผ่านการเลือกเฟ้นมาอย่างดีทั้งสิ้น การเดินช็อปปิ้งในโซนนี้จะให้ความรู้สึกราวกับกำลังเดินชมร้านรวงบนเกาะซานโตรินี ทุกร้านทุกแบรนด์จะออกแบบหน้าร้านให้กลมกลืนกับตัวอาคาร นอกจากนี้ยังมีส่วนของร้านอาหารชั้นนำ เพสตรี้  ช็อป และคาเฟ่ให้ได้เพลิดเพลินในระหว่างช็อปปิ้ง

นัสวีร์ ตันติจิรสกุลนัสวีร์ ตันติจิรสกุล

ศศิวิมล - กัมปนาทศศิวิมล – กัมปนาท

อีกหนึ่งโซนที่โดดเด่นไม่แพ้กันคือ โซนพาร์คที่ยกเอาสวนสนุกขนาดย่อมมาไว้บนพื้นที่สีเขียว เครื่องเล่นทุกชิ้นผ่านการคัดสรรมาอย่างดีในแง่ความสนุก ความแปลกใหม่ และความปลอดภัย ทั้ง Ferris Wheel ชิงช้าสวรรค์ที่สูงถึง 40 เมตร ให้นักท่องเที่ยวได้เห็นโครงการฯ ในมุมมอง Bird’s eye view อย่างจุใจ และยังเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของโครงการนี้อีกด้วย นอกจากนี้ ยังมี Merry Go Round หรือม้าหมุน 2 ชั้น และ Ponycycle ม้าโยกสุดคลาสสิก ที่จะหมุนพาไปสู่สัมผัสแห่งเทพนิยาย

สำหรับผู้ที่รักความตื่นเต้นก็มีเครื่องเล่นหลากหลายไม่ว่าจะเป็น G-Max Reverse Bungee แคปซูลดีดขึ้นฟ้า และ G-Max Giant Swing นำเข้าจากประเทศนิวซีแลนด์ผู้นำด้านกิจกรรมแอดเวนเจอร์ Water Ball ลูกบอลกลางน้ำที่จะทำให้เด็กๆ ได้สนุกภายในลูกบอลยักษ์ รวมถึง XD Dark Ride เครื่องเล่น 7D สุดไฮเทคสั่งตรงจากประเทศแคนาดา และ 4DX Rider โรงภาพยนตร์สุดยอดประสบการณ์ 4 มิติ พิเศษสำหรับ Slider และ Wallholla เครื่องเล่นปีนป่ายที่มีรางวัลการันตีจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นตัวแรกในเอเชีย ที่จัดมาบริการ ฟรี!

ภมร - สุภาพรรณ - ดร.สุวิทย์ภมร – สุภาพรรณ – ดร.สุวิทย์

พงารัตน์ - พัณนภีพงารัตน์ – พัณนภี

อีก 3 โซนที่เหลือก็น่าสนใจไม่แพ้กัน โซนเรสต์ แอเรีย (Rest Area) ซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการของผู้มาใช้บริการภายในพาร์ค และผู้ที่สัญจรสู่ภาคใต้และผู้ที่มุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ เนื่องจากอาคารอยู่ติดถนนเพชรเกษมจึงสามารถรองรับลูกค้าได้ทั้ง 2 ด้าน ด้วยร้านอาหารที่พร้อมรอเสิร์ฟกว่า 10 ร้าน หรือนั่งจิบกาแฟในบรรยากาศสบายๆ

พินทองทา ชินวัตรพินทองทา ชินวัตร

ดวงพร - ศินันทนา - มัทนพรดวงพร – ศินันทนา – มัทนพร

อีกทั้งยังมีร้านสะดวกซื้อ ร้านขายของฝาก ร้านขายยา และปั๊มน้ำมันขนาด 8 หัวจ่ายไว้บริการ ซึ่งในขณะนี้ร้านค้าต่างๆ กำลังอยู่ในระหว่างตกแต่ง และกำลังทยอยเปิดให้บริการเพิ่มขึ้นเป็นระยะ จัดว่าเป็นโซนที่ให้บริการผู้เดินทางได้อย่างครบถ้วน, โซนอีเวนต์ จัดให้เป็นพื้นที่สำหรับจัดกิจกรรมผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนตลอดปี ทั้งกิจกรรมพิเศษ โชว์ต่างๆ บนพื้นที่กว่า 3,000 ตารางเมตร หรือคอนเสิร์ตที่จุผู้ชมได้ถึง 2,000 ที่นั่ง หรือ 5,000 คนยืน ท้ายสุด โซนวีคเอนด์ อาร์ต มาร์เก็ต  (Weekend Art Market) ที่จะจัดขึ้นทุกวันเสาร์-อาทิตย์ คนรักงานศิลปะจะได้เพลิดเพลินไปกับการเลือกซื้อสินค้าแฮนด์เมดที่ไม่เหมือนใครในบรรยากาศตลาดนัดในสวน ซึ่งวางแผนจะเปิดตลาดให้ช็อป ชม ชิม ได้ในช่วงปลายปีนี้

**การเดินทาง***

ภมร - นัสวีร์ - ณัฐพงศ์ - พินทองทาภมร – นัสวีร์ – ณัฐพงศ์ – พินทองทา

จารุวรรณ - ชลัครจารุวรรณ – ชลัคร

สถานที่ตั้งก็สุดแสนจะสะดวก บนถนนเพชรเกษมขาเข้ากรุงเทพฯ ห่างจากกรุงเทพฯ เพียง 190 กิโลเมตร และใช้เวลาเดินทางเพียง 2 ชั่วโมงเศษ หรือจากหัวหินเพียง 20 นาที ก็จะได้สัมผัสการช็อปปิ้งที่มาพร้อมความสนุกในทุกย่างก้าวแล้วกับ “ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ”

เวลาเปิด-ปิด วันจันทร์-วันพฤหัสบดี เวลา 10.00-21.00 น. เปิดให้เข้าชมฟรี (ยกเว้นเครื่องเล่นเก็บค่าบัตรตามปกติ) และช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ วันศุกร์-วันอาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์ เวลา 10.00-22.00 น. ค่าบัตรผ่านประตูราคา 50 บาท

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม www.santoriniparkchaam.com,www.facebook.com/SantoriniPark

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
  • 19 พฤษภาคม 2555, 05:30 น.
 

เฟี้ยวเงาะ ‘เพียวเพลส’ แหล่ง ‘ช็อปปิ้ง’ แห่งใหม่…! 2012/05/19

http://www.thairath.co.th/content/life/260816

18 พฤษภาคม 2555, 15:30 น.

Pic_260816

เจอแหล่งช็อปปิ้งแห่งใหม่ที่เพิ่งเปิดล่าสุดอย่าง เพียวเพลส ราชพฤกษ์ ย่านนนทบุรี สองดีเจสาวเพื่อนซี้แห่งคลื่น 95.5 เวอร์จิ้น ฮิตซ์ “อ้อน-ลัคนา หวงมณีรุ่งโรจน์ และจอย-ชลธิชา นวมสุคนธ์” เลยนัดแนะกันมาช็อปปิ้งคลายเครียด สไตล์สาวโสดกันซะหน่อย …

เนื่องจากเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ จึงเนืองแน่นไปด้วยผู้คนที่ต่างออกมาจับจ่ายใช้สอย แต่ด้วยโครงสร้างการออกแบบที่ทันสมัย และผสมผสานความร่มรื่นของพื้นที่สีเขียวจากธรรมชาติได้อย่างลงตัว ตอบโจทย์ศูนย์การค้าที่อนุรักษ์พลังงาน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ช่วยลดภาวะโลกร้อน และช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลายอย่างแท้จริง ทันทีที่มาถึง สาวอ้อน-ลัคนา ก็รีบคว้าตัวเพื่อนซี้ จอย-ชลธิชา ตรงไปที่ “ตลาดถนนคนเดิน” ระหว่างพวกนางช็อปกันเพลินๆ เลยแอบถามซะเลยว่าทำไมเลือกมาช็อปปิ้งกันที่นี่จ๊ะ

สาวอ้อน-ลัคนา หวงมณีรุ่งโรจน์ เลยได้บอกว่า “เห็นว่าที่เพียวเพลส ราชพฤกษ์ เพิ่งมาเปิดใหม่ค่ะ เลยรีบชวนจอย (ชลธิชา) มาอัพเดทสถานที่ใหม่ๆ จะได้ไม่เอาต์ หลุดเทรนด์คนอื่นเค้า พอมาถึงก็คิดว่าจะมาถ่ายรูปเล่น และหาอะไรทานกันนิดหน่อย แต่พอมาได้เห็น ตลาดถนนคนเดิน ที่มีของขายเต็มมากมาย ตั้งแต่เสื้อผ้า เครื่องประดับ อาหาร เครื่องดื่ม และของสะสมต่างๆ ที่เค้าบอกว่ามีเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น ถือเป็นจุดขายของศูนย์การค้าในรูปแบบคอมมูนิตี้นี้เลยนะคะ เพราะนอกจากเราจะได้มาผ่อนคลายกับสถานที่ร่มรื่นแบบนี้ มีมุมให้นั่งเล่น เม้าท์มอย ถ่ายรูปร่วมด้วย ยังสามารถหาของกินที่มีหลากหลาย และช็อปปิ้งเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องประดับได้แบบจุใจอีกด้วย ต้องบอกเลยว่าประทับใจจริงๆ ค่ะ”

สำหรับสาวจอย-ชลธิชา นวมสุคนธ์ ได้บอกสั้นๆ ว่า “ชื่นชอบบรรยากาศสไตล์แนวอนุรักษ์ธรรมชาติอยู่แล้ว เหมือนได้มาเดินเล่น พักผ่อนสมอง หลังจากทำงานมาเหนื่อยๆ มีครบทั้งอาหาร เครื่องดื่ม เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องประดับ และอย่างอื่นที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก คงชวนอ้อน (ลัคนา) มาแบบนี้กันบ่อยๆ ค่ะ”


พบกับศูนย์การค้าเพียวเพลส ราชพฤกษ์ ในรูปแบบคอมมูนิตี้มอลล์ พร้อมเปิดให้บริการแล้ววันนี้พิเศษสำหรับวันเสาร์-อาทิตย์ กับ “ตลาดถนนคนเดิน” สุดชิค ที่รอให้คุณมาสัมผัส…

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
  • 18 พฤษภาคม 2555, 15:30 น.
 

ศุกร์สบาย 18/05/55 2012/05/18

http://www.thairath.co.th/content/life/261147

18 พฤษภาคม 2555, 05:00 น.

Pic_261147

ร่วมกิจกรรมสร้างสรรค์

องค์กรชาวพุทธกว่า 100 ภาคี รวมพลจัด “มหกรรมลานโพธิ์ ตอน งานวัดลอยฟ้า” เพื่อเฉลิมฉลอง 2600 ปีแห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า หรือ “พุทธชยันตี” นำเสนอกิจกรรมทางพุทธศาสนาหลากรูปแบบตลอด อาทิ บรรยายธรรม, เสวนา, ภาวนา, บำเพ็ญทาน พร้อมชมนิทรรศการและสิ่งของหายาก ที่ลานรอยัล พารากอน ฮอลล์ จนถึงวันที่ 20 พ.ค.55….ศูนย์การค้า เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 ร่วมกับนิตยสารสุขภาพดี จัดงาน “Healthy Friday Road Show 2012” พบกับการให้คำปรึกษาและบริการตรวจสุขภาพฟรี พร้อมเพลิดเพลินไปกับมินิคอนเสิร์ตจาก ปั่น-ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว ในวันนี้ 15 พ.ค. เวลา 12.00-19.00 น.ที่ชั้น 1…..โคคา–โคลา ประเทศไทย จัดทำโครงการ “หนึ่งล้านเหตุผล เชื่อมั่นในเมืองไทย” ชวนคนไทยร่วมส่งเหตุผลดีๆ ที่เชื่อมั่นว่า เมืองไทยยังมีอนาคตที่สดใสรออยู่เสมอ โดยโค้กจะรวบรวมและนำมาเรียบเรียงเป็นหนังสือฉบับประวัติศาสตร์ เพื่อแจกจ่าย ติดตามร่วมกิจกรรมดีๆนี้ได้ที่www.icoke.co.th จนถึงวันที่ 30 มิ.ย. 55….ดีนี่คลับ ฉลอง 10 ปี ร่วมกับนิตยสารModern Mom จัดประกวดภาพถ่าย “รอยยิ้มบริสุทธิ์จุดเริ่มต้นอารมณ์ดี๊ดี” เพียงส่งภาพรอยยิ้มพ่อแม่ลูก พร้อมเขียนเล่ากิจกรรมในครอบครัว ดูรายละเอียดการประกวดได้ที่ www.dnee.co.th รับสมัครถึงวันที่ 31 ก.ค. 55…. ศูนย์การค้ายูดี  ทาวน์  จังหวัดอุดรธานี จัดกิจกรรม  “Keep UDON Tidy”  รีไซเคิล เพื่อเมืองสะอาด โดยชวนคัดแยกและเก็บวัสดุเหลือใช้ ในวันที่ 26 พ.ค.55 เวลา 11.30-14.30 น.

เลือกหาของถูกใจ

ร้านภูฟ้า ร่วมฉลองปีมะโรงแห่งพญานาคราชและมังกรทอง ด้วยการจัดทำเสื้อทีเชิ้ตคอลเลกชั่นใหม่สีสวย จำนวน 5 สี ได้แก่ ชมพู, ฟ้า, เทา, ส้ม และกรมท่า โดยมีภาพฝีพระหัตถ์ “มังกรคะนอง” และลายพระหัตถ์ พระนาม “สิรินธร” ที่ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม บรมราชกุมารี มาสกรีนบนเสื้อ ซึ่งหาซื้อกันได้ที่ร้านภูฟ้า ชั้น 2 สยามดิสคัฟเวอรี่ และร้านสาขาต่างๆ ทั้ง 16 แห่ง….ห้างเซ็นทรัล ทุกสาขา และ เซน ชวนจัดระเบียบบ้านด้วยโปรโมชั่น “Laundry, Cleaning & Storage Sale” มอบส่วนลดสูงสุด 40% กับสินค้าในแผนกเครื่องครัว, อุปกรณ์ซักรีด ทำความสะอาด และอุปกรณ์จัดเก็บต่างๆ จนถึงวันที่ 23 พ.ค.55….โรบินสัน ชวนสาวๆไปเปรี้ยวกับแคมเปญ Pretty Woman พบกับแฟชั่นเสื้อผ้าและเครื่องประดับในสไตล์ MOD Modern ที่นำมาลดราคาสูงสุด 30%จนถึงวันที่ 20 พ.ค.นี้….มาเธอร์แคร์ (Mothercare) ผลิตภัณฑ์สำหรับแม่และเด็กจากประเทศอังกฤษ จัดโปรโมชั่น Buy 1 Get 1 @ 30% เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์หนึ่งชิ้นรับส่วนลดทันที 30% เมื่อซื้อชิ้นถัดไป ที่มาเธอร์แคร์ ทุกสาขาในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ จนถึงวันที่ 20 พ.ค.55.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวหน้าสตรี
  • 18 พฤษภาคม 2555, 05:00 น.
 

เรื่องน่าพิศวงของเหล่า ‘กวางป่า’…! 2012/05/18

http://www.thairath.co.th/content/life/260853

17 พฤษภาคม 2555, 10:30 น.

Pic_260853

เย็นวันหนึ่งราวกลางเดือนมีนาคมเมื่อหลายปีก่อน ผมสังเกตเห็นพฤติกรรมบางอย่างของพวกมัน ฝูงกวางป่าเพศเมียวนเวียนอยู่บนกองขี้เถ้าในทุ่งที่ชิงเผาเพื่อให้หญ้าระบัด ผมสงสัยว่าทุ่งหญ้าที่ไหม้ดำมีอะไรดึงดูดความสนใจพวกมันอย่างนั้นหรือ

ไม่ไกลจากฝูง ผมเห็นกวางเขางามอีกตัว มันยืนแฝงกายกับพุ่มไม้ตรงชายป่า ด้วยท่วงท่านิ่งสงบ แต่สง่างามน่าเกรงขามอยู่ในที บวกกับสายตาที่จ้องเขม็งออกมา ราวกับมีมนตร์สะกดผมให้หยุดนิ่งและสบตากับมัน เป็นเกมประลองที่ใครจะทนนิ่งได้นานกว่ากัน  แต่เพียงเสี้ยววินาทีที่ผมหันไปมองอีกทาง กวางหนุ่มตัวนั้นก็หายไปเสียแล้ว

ด้วยความสงสัย ผมจึงเริ่มค้นคว้าหาข้อมูล น่าแปลกที่ผมพบเรื่องราวเกี่ยวกับพฤติกรรมของพวกมันน้อยมาก กวางป่าหรือกวางม้า (Cervus unicolor)  สัตว์ป่าที่ถูกมองข้าม เพียงเพราะพวกมันพบเจอตัวง่ายเกินไปอย่างนั้นหรือ

ตลอด 2-3 ปีของการเฝ้าติดตาม ทำให้ผมได้เรียนรู้ว่า บางครั้งความยากเย็นในการตามหา ก็มาปรากฏอยู่ตรงหน้าเราได้ง่ายๆ เช่นกัน  ช่วงสายๆ ของวันหนึ่งที่ข้างทาง ผมเห็นกวางตัวใหญ่วัยหนุ่มฉกรรจ์ นอนแช่ปลักโคลนพลางเกลือกกลิ้งให้น้ำโคลนขุ่นข้นเคลือบเส้นขนตามลำตัว ผมหยุดยืนดูพฤติกรรมของมัน  ทั้งๆ ที่เห็นผม แต่มันกลับไม่มีทีท่าสนใจสายตาของมนุษย์ที่กำลังจ้องมองอยู่เลย มันยังคงหงายท้องนอนตะแคง ขวิดเขาแทงดิน และฉี่ใส่แอ่งโคลน ทำซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้น

ผมมารู้ในภายหลังว่า เจ้ากวางหนุ่มตัวนั้นกำลัง “แต่งตัวไปจีบสาว” ครั้นยิ่งติดตามต่อไป ผมก็ยิ่งพบความอัศจรรย์

ตลอดฤดูกาลผสมพันธุ์ กวางเพศผู้จะคอยกระตุ้นเพศเมีย ด้วยการต้อนให้เดินออกจากฝูง แม้กระทั่งสะกิดด้วยขาหน้าเบาๆ ขณะที่สาวเจ้ากำลังนอนอยู่ให้ลุกขึ้น  มันจะคอยต้อนและเดินตามอย่างไม่ลดละ พร้อมกับส่งเสียงครางต่ำๆ ในลำคอ  และคอยตรวจเช็กสัญญาณความพร้อมจากกลิ่นฉี่ของเพศเมียด้วยการดม  กลิ่นจะเป็นตัวบอกเองว่า เธอพร้อมสำหรับการผสมพันธุ์หรือยัง

ขณะเดียวกัน กวางเพศผู้จะใช้ฉี่ตัวเองฉีดพรมตามคอ คาง ขา และใบหน้า ตลอดทั้งวัน นอกจากจะเป็นการดึงดูดเพศเมียและส่งสัญญาณว่ามันพร้อมแล้ว ยังเป็นการประกาศอาณาเขตไปในตัวด้วย ด้วยเหตุนี้ ในบริเวณที่มันทิ้งร่องรอยหรือฝากกลิ่นไว้ จะไม่มีกวางเพศผู้ตัวใดกล้าเข้ามาจีบกวางสาวในฝูงของมันเลย เมื่อหมดหน้าที่ผสมพันธุ์ตามฤดูกาลแล้ว กวางเพศผู้ซึ่งปกติเป็นสัตว์โทน นิสัยรักสันโดษ จะหายลับเข้าป่า กลับไปใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวดังเดิม เราจึงไม่ได้มีโอกาสเห็นกวางเพศผู้บ่อยครั้งนัก นอกจากช่วงผสมพันธุ์

ส่วนแม่กวางสาว หลังได้รับการผสมพันธุ์จะตั้งท้องนานประมาณ 8 เดือน และเช่นเดียวกับสัตว์อีกหลายชนิดในธรรมชาติ มันมักเลือกเวลาตกลูกในช่วงที่สภาพอากาศเป็นใจ และอาหารการกินอุดมสมบูรณ์ เมื่อใกล้ถึงเวลา กวางท้องแก่จะผละออกจากฝูง และหาสถานที่ให้กำเนิดลูกน้อยที่ปลอดภัยจากสัตว์นักล่าอย่างหมาใน

ความที่กวางป่ามีถิ่นกระจายพันธุ์กว้างขวาง ในประเทศไทยสามารถพบได้ทั่วทุกภาค ขอเพียงมีป่าและระบบนิเวศที่สมบูรณ์เพียงพอเท่านั้น นั่นหมายความว่า ตราบใดที่ผืนป่ายังอยู่คู่กับเมืองไทย เราจะยังคงสามารถพบเห็นและศึกษา ภาพชีวิตอันน่าพิศวงของพวกมันได้เสมอ

เรื่อง  พงษ์ชัย มูลสาร ภาพถ่าย ยุทธนา อัจฉริยวิญญู ข้อมูลจากhttp://www.ngthai.com/ngm/1205/default.asp

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
  • 17 พฤษภาคม 2555, 10:30 น.
 

หรี่เสียงเห่าของน้องหมา…โดยไม่ต้องตีให้เมื่อยมือ 2012/05/15

http://www.thairath.co.th/content/life/260105

15 พฤษภาคม 2555, 10:00 น.

Pic_260105

สุนัขเป็นสัตว์ที่ส่งเสียง “โฮ่งโฮ่ง” ทักทายทุกสิ่งอย่างที่ขวางหน้า ตั้งแต่แขกผู้มาเยือนหรือแม้กระทั่งใบไม้แห้งปลิวตามลม ซึ่งเสียงเห่าเหล่านี้หากฟังบ่อยๆ เป็นเวลานานๆ มันก็ก่อให้เกิดความรำคาญ ดังนั้นไทยรัฐออนไลน์จึงนำวิธีหรี่เสียงดังแสนหนวกหูของสุนัขให้สงบเงียบ โดยไม่ต้องลงเอยด้วยเสียงตะโกนดุหรือไม้เรียวอีกเลย

ก่อนจะเริ่มต้นฝึกกันอย่างจริงจัง ผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้องหมาได้บอกขั้นตอนเบื้องต้นที่เจ้าของทุกคนต้องเข้าใจให้ตรงกัน

- หยุดตะโกนดุด่าสุนัขที่กำลังส่งเสียงอย่างเมามัน เพราะเสียงของคุณก็จะไม่ต่างกับเสียงเห่าของน้องหมานั่นแหละ
- หากเริ่มต้นฝึกตามวิธีที่กำลังกล่าวต่อไป ควรฝึกทั้งตัวคุณและสุนัขเป็นประจำ
- อย่าเริ่มต้นที่ตัวคุณเพียงคนเดียว บอกคนในครอบครัวให้ร่วมมือร่วมใจฝึกเจ้าโฮ่งๆ ด้วยกัน

วิธีฝึกเจ้าตูบให้สงบเงียบเป็นผู้ดี

1. ขจัดสิ่งเร้าต่อมเห่าอออกไป

เป็นหน้าที่ของเจ้าของทุกคนที่ต้องคอยจับตาดูว่า สุนัขของคุณชอบเห่าอะไร อย่างสุนัขบางตัวมักเห่า แขกที่มาเยี่ยมบ้าน, มอเตอร์ไซค์, กบกระโดดหรือแม้กระทั่งลมพัดแรงจนต้นไม้ปลิว ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนกระตุ้นต่อมเห่าของพวกมันได้ทั้งสิ้น ทางเดียวที่คุณจะหยุดเสียงเห่าอันน่ารำคาญให้สิ้นซาก คือเปลี่ยนสภาพแวดล้อมให้น้องหมาไม่เห็นสิ่งเหล่านี้ หากมันเริ่มต้นเห่าก็ลากมันหนีไปทางอื่นซะ

2. ปล่อยให้เรียนรู้

อีกวิธีแบบง่ายๆ ที่จะให้น้องตูบหยุดปากเห่า คือให้พวกมันรู้จักกับสิ่งที่พวกมันสงสัย หากพวกมันเห่าสิ่งใด ก็ลองปล่อยให้มันเดินไปหาสิ่งนั้น เหมือนปล่อยเด็กให้ลองสิ่งที่ไม่รู้ พอสมองหมดความอยากรู้ ปากที่คอยแต่เห่าตะโกนถาม ก็จะเงียบปิดสนิท เลิกสนใจอีกต่อไป


3. เห่าให้พอใจ

หากคุณจัดการสิ่งที่รกหูรกตาเหล่านั้นไปหมดแล้ว แต่สุนัขก็ยังไม่หยุดแหกปากโวยวาย เราขอให้คุณนิ่ง อย่าไปสนใจในตัวพวกมันเลย แม้ว่าเสียงเห่าจะรบกวนโสตประสาทมากแค่ไหนก็ตาม เพราะอีกหนึ่งเหตุผลที่หมาน้อยเห่าจะเป็นจะตาย อาจจะต้องการเรียกร้องความสนใจจากคุณก็เป็นได้ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญขอร้องเลยว่า ‘อย่า’ หมดความอดทนจนต้องตะโกนดุ หรือลงไม้ลงมือ เพราะสุนัขจะรู้ทันทีว่า ทำเช่นนี้แล้วอย่างไรคุณก็จะหันมาสนใจพวกมัน แม้จะเจ็บตัวไปบ้างก็ยอม

4. คำสั่งเด็ดขาด

ธรรมชาติของสุนัขจะเกลียดเสียงกริ่งหน้าประตูแบบอดรนทนไม่ได้ ต้องอ้าปากตะโกนถามดูสักหน่อย แต่เพื่อเป็นการฝึกฝนให้เป็นนิสัย เจ้าของทุกคนต้องลองให้คนในบ้านออกไปกดกริ่ง พอเสียงแหลมดังขึ้น คุณก็ต้องรีบตะโกนสั่งน้องหมาทันทีให้ ‘เงียบ‘ อย่างดุดัน ขอย้ำว่าต้องแข็งขันมาก เพื่อให้สุนัขเกรงกลัว หากสุนัขฟังคำสั่งของคุณ สงบลงได้จริง อย่าลืมให้รางวัลกับมันด้วยคำชมและขนมบ้าง เหล่านี้เป็นเสมือนการสอนให้พวกมันรู้ว่า คำสั่งเงียบที่มันได้ยิน แล้วหยุดเห่า จะทำให้พวกมันได้รับรางวัลที่น่าปลื้มปิติมากกว่าเห่าจนเมื่อยปาก แต่ไม่มีใครสนใจ

ข้อมูล : humanesociety.org

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
  • 15 พฤษภาคม 2555, 10:00 น.
 

‘Less is more’ งดงาม แบบไม่ต้องประแป้ง แต่งหน้า…! 2012/05/14

http://www.thairath.co.th/content/life/259880

13 พฤษภาคม 2555, 10:00 น.

Pic_259880

จู่ๆ คำว่า ‘Less is more’ มอตโต้ของสถาปนิคชื่อดังก็ลอยขึ้นมา หลังจากพยายามหาคำจำกัดสไตล์ภาพถ่ายของ ฟี่-เตชิต วิจิตรกฤตพงศ์ กราฟิกฝีมือดีของไทยรัฐออนไลน์…

ไม่จริงเสมอไปที่ภาพถ่ายที่สวยนั้น ต้องมาก เพราะ ‘มาก’ หลายครั้งก็พิสูจน์แล้วว่ามัน ‘รกรุงรัง’

‘Less is more’ ‘น้อย’ แต่ ‘งดงาม’ นอกจากจะใช้เรียกสไตล์ภาพถ่ายของเขาแล้ว ชีวิต หน้าที่ การงาน ความรัก ก็เป็นเช่นนี้ เช่นกัน เมื่อ ‘Less is more’ ยิ่งน้อย ยิ่งปลดปล่อย ไม่พันธนาการ ไม่ยึดติด ตัวเองอยู่กับ ลาภ ยศ สรรเสริญ ก็ยิ่งสบาย !!

‘สุดมือสอยก็ปล่อยไปซะ..!!!  ว.วชิรเมธี กล่าวเอาไว้ทำนองนั้น

ภาพเล่าเรื่องสไตล์น้อยแต่งดงาม สัปดาห์นี้เก็บมาจากการเดินทางไปประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดที่เปรียบเหมือนประตูสู่ภาคใต้ ที่มีสถานที่เที่ยวสวยงาม ทั้งหาดทราย ทะเล แสงแดด และสายลม เป็นภาพที่เก็บมาจากสถานที่ต่างๆ ของประจวบฯ ทั้ง ทับสะแก ปราณบุรี และหัวหิน สถานที่ในภาพมีความสวยงามและมีมนต์เสน่ห์ที่จะสะกดนักท่องเที่ยวได้ชะงัดนักแล…

วัดวาอาราม แม้ไม่ใหญ่โตเหมือนเมืองใหญ่ แต่คุณค่าทางจิตใจไม่ต่างกันวัดวาอาราม แม้ไม่ใหญ่โตเหมือนเมืองใหญ่ แต่คุณค่าทางจิตใจไม่ต่างกัน

หาดทราย เม็ดทราย สวยสะอาด พืชเขียวชะอุ่มที่คลุมผืนทราย  ใช่ว่าจะแห้งแล้งเสมอไปหาดทราย เม็ดทราย สวยสะอาด พืชเขียวชะอุ่มที่คลุมผืนทราย ใช่ว่าจะแห้งแล้งเสมอไป

เรือไม้เก่าคร่ำคร่า อาจถึงเวลาหันหลังให้ท้องมหาสมุทรที่กว้างใหญ่เสียทีเรือไม้เก่าคร่ำคร่า อาจถึงเวลาหันหลังให้ท้องมหาสมุทรที่กว้างใหญ่เสียที

ทับสะแก แดนมนต์ตรา ใครได้มาต้องตราตรึงใจทับสะแก แดนมนต์ตรา ใครได้มาต้องตราตรึงใจ

ท้องเล กับความสงบ มันสร้างความรู้สึกได้มากกว่าที่เห็นท้องเล กับความสงบ มันสร้างความรู้สึกได้มากกว่าที่เห็น

ใบไม้เมื่อแห้งเฉา ก็ต้องปลิวตามสายลม และหล่นล่วงลงในสักวันใบไม้เมื่อแห้งเฉา ก็ต้องปลิวตามสายลม และหล่นล่วงลงในสักวัน

เท้าสัมผัสผืนทราย ดวงตาสัมผัสภาพท้องทะเล ผิวหนังรับรู้ถึงสายลมเท้าสัมผัสผืนทราย ดวงตาสัมผัสภาพท้องทะเล ผิวหนังรับรู้ถึงสายลม

ท่าเทียบเรือ สัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ท่าเทียบเรือ สัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์

วิถีชีวิตของชาวเล มนุษย์แห่งท้องน้ำวิถีชีวิตของชาวเล มนุษย์แห่งท้องน้ำ

โค้งงอเพราะสายลม หรือมุ่งหน้าลงทะเลโค้งงอเพราะสายลม หรือมุ่งหน้าลงทะเล

ผู้คนโหยหาธรรมชาติ แม้พยายามหาสิ่งแต่งเติม แต่เมื่อได้พบธรรมชาติอันแท้จริง ย่อมไม่มีส่ิงใดมาหยุดยั้งอารมณ์ได้ผู้คนโหยหาธรรมชาติ แม้พยายามหาสิ่งแต่งเติม แต่เมื่อได้พบธรรมชาติอันแท้จริง ย่อมไม่มีส่ิงใดมาหยุดยั้งอารมณ์ได้

หาดทราย ทะเล ท้องฟ้า มันทำให้คนทุกชนชั้นและเพศวัย กลับกลายเป็นเด็กได้อย่างแปลกประหลาดหาดทราย ทะเล ท้องฟ้า มันทำให้คนทุกชนชั้นและเพศวัย กลับกลายเป็นเด็กได้อย่างแปลกประหลาด

ทางเดียวกัน แต่จุดหมายอาจไม่ใช่ที่เดียวกันก็ได้ทางเดียวกัน แต่จุดหมายอาจไม่ใช่ที่เดียวกันก็ได้

ธรรมชาติสร้างทุกอย่างมาให้อย่างลงตัวแล้ว มนุษย์ทำไม่ต้องปรับแต่งสิ่งใดอีก ถ้ารู้จักพอธรรมชาติสร้างทุกอย่างมาให้อย่างลงตัวแล้ว มนุษย์ทำไม่ต้องปรับแต่งสิ่งใดอีก ถ้ารู้จักพอ

เวลามีห้วงความสวยของมัน ขึ้นอยู่กับว่าใครจะมองมันอย่างไรเวลามีห้วงความสวยของมัน ขึ้นอยู่กับว่าใครจะมองมันอย่างไร

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
  • 13 พฤษภาคม 2555, 10:00 น.
 

เดอะ ทับแขก กระบี่ บูทีค รีสอร์ทสวรรค์บนดินของคนรักทะเลอันดามัน 2012/05/12

http://www.thairath.co.th/content/life/259644

12 พฤษภาคม 2555, 05:45 น.

Pic_259644

ไม่มีชายหาดและทะเลของประเทศไหนบนแผนที่โลก จะสวยงามน่าทึ่งเท่ากับทะเลเมืองไทย โดยเฉพาะจังหวัดกระบี่ ต้องยกให้เป็นสวรรค์ของคนรักทะเลเลยทีเดียว เพราะงดงามไปด้วยหาดทรายขาว, น้ำทะเลใส, ปะการังสวย และหมู่เกาะน้อยใหญ่กว่า 100 เกาะในบรรดาหาดต่างๆมากมายนับไม่ถ้วน “หาดทับแขก” เป็นหาดที่เงียบสงบและมีความเป็นส่วนตัวสูง เหมาะกับคนรักธรรมชาติที่แสวงหาบรรยากาศการพักผ่อนแบบเจ็ตเซ็ต โดยหนึ่งในจุดหมายปลายทางสุดฮิปต้องยกให้ เดอะ ทับแขก กระบี่ บูทีค รีสอร์ท ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลอันดามันบนหาดทับแขก ใช้เวลาเดินทางจากสนามบินนานาชาติกระบี่ 45 นาที

“ทับแขก” เป็นชื่อของหาด “ทับ” หมายถึงบ้าน “แขก” คือผู้มาเยือน เสน่ห์ของหาดทับแขกคือ หมู่เกาะห้อง 13 เกาะ ที่ชาวบ้านเรียกว่า “ป่าเกาะ” หมายถึงเกาะจำนวนมากทอดตัวเรียงรายอยู่ด้านหน้าหาด ขณะที่เกาะยาวน้อยและเกาะยาวใหญ่ของจังหวัดพังงา เปรียบเสมือนกำแพงธรรมชาติ ที่ช่วยบังคลื่นลมแรงจากทะเล ส่วน “ป่าเกาะ” เป็นกำแพงชั้นใน ทำให้หาดทับแขกไม่มีไอน้ำเค็มเช่นหาดอื่นๆ และสามารถเล่นน้ำได้ตลอดทั้งปี  เมื่อนั่งเรือออกไปเที่ยว “ป่าเกาะ” และกลับเข้ามายังหาดทับแขก จะมองไม่เห็นตัวโรงแรม  เพราะต้นไม้หน้าหาดเป็นเหมือนรั้วธรรมชาติที่ให้ร่มเงา และปกป้องตัวบ้านจากลมทะเล  ที่นี่ยังขึ้นชื่อว่ามีบรรยากาศของพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามที่สุด

เอกลักษณ์โดดเด่นของ “เดอะ ทับแขก” อยู่ที่วิลล่าทรงหลังคาโค้ง ผลงานดีไซน์ของบริษัท A49 สร้างสรรค์ขึ้นเมื่อ 10 ปีก่อน โดยเน้นความกลมกลืนกับธรรมชาติแวดล้อมเป็นหลัก และเลือกใช้วัสดุธรรมชาติที่อวดความงามเฉพาะถิ่นของภาคใต้ เช่น เสาไม้มะพร้าว, ผนังไม้ และกลอนสลักล็อกบานประตูไม้สักขนาดใหญ่

เมื่อเร็วๆ นี้ “เดอะ ทับแขก” เพิ่งลงทุนปรับโฉมห้องพักใหม่ทั้งหมด โดยทีมสถาปนิกนำแรงบันดาลใจจากพืชพรรณไม้ในโรงแรมมาออกแบบลวดลายกราฟฟิก โดยแต่ละห้องมีสไตล์ยูนิกแตกต่างกัน เช่น “ห้องเดอะ ทับแขกสวีท” ใช้กราฟฟิกของนกแต้วแร้วท้องดำ ซึ่งเป็นสัตว์สงวนพบในเขตจังหวัดกระบี่ “ห้องเดอะรอยัลสวีท” ได้อินสไปเรชั่นจากต้นทุ้งฟ้า ซึ่งเป็นต้นไม้ประจำจังหวัด และ “ห้องดีลักซ์” ใช้กราฟฟิกของลูกยางนา

ด้วยบรรยากาศสุดแสนเอ็กโซติกทำให้ “เดอะ ทับแขก” ติด 1 ใน 5 ของโรงแรมโรแมนติกที่สุดในเอเชีย และได้รับรางวัลการออกแบบสถาปัตยกรรมมากมาย ทั้งจากสมาคมสถาปนิกสยามฯ, รางวัลโรงแรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจากมูลนิธิใบไม้เขียว,รางวัลกินรี โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและล่าสุดเพิ่งคว้ารางวัลโกลด์อวอร์ด สาขาอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จากเวที Thai land Boutique Award 2011.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวหน้าสตรี
  • 12 พฤษภาคม 2555, 05:45 น.
 

วัดกึ๋น ! นักจัดอีเวนต์เซ็กซี่ ZOO ปะทะ Maxim ใครเร่าร้อนกว่ากัน…! (ชมคลิป) 2012/05/12

http://www.thairath.co.th/content/life/259617

12 พฤษภาคม 2555, 05:30 น.

Pic_259617

ยังได้รับการกล่าวขานกันในเชิงการเปรียบมวยกันมากมาย ทั้ง แสง สี เสียงและองค์ประกอบความเซ็กซี่ว่าใครจะคือเจ้าแห่งการจัดอีเวนต์เซ็กซี่ๆ ไทยรัฐออนไลน์มาในรูปแบบทีวีออนอินเทอร์เน็ตจับ 2 ยักษ์ใหญ่นิตยสารหัวนอกอย่าง ZOO มาปะทะกับนิตยสารหัวนอกอย่าง Maxim มาดูว่าใครเจ๋งกว่ากัน…!!!

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
  • 12 พฤษภาคม 2555, 05:30 น.
 

กาชาดเมืองปทุม พาสัมผัส ประเพณีวิถีชีวิตชาวมอญ 2012/05/12

http://www.thairath.co.th/content/life/259342

11 พฤษภาคม 2555, 05:15 น.

Pic_259342

สามโคก เมืองเล็กๆ ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการก่อตั้งเมืองปทุมธานี เป็นชุมชนชาวมอญที่มีศิลปวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ควรค่าแก่การอนุรักษ์ ซึ่งตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น ศูนย์การ ค้าฟิวเจอร์พาร์ค และจังหวัดปทุมธานี เห็นควรให้ประชาชนได้สัมผัสวิถีชีวิตที่แท้จริงของชาวมอญ เพื่อสืบสานประเพณีที่เป็นอัตลักษณ์เฉพาะของชาวมอญอย่างต่อเนื่อง ในงาน “กาชาดและของดีเมืองปทุม ประจำปี 2555” ซึ่ง จิตตินันท์ หวั่งหลี ผู้บริหารฟิวเจอร์พาร์ค กล่าวว่า ฟิวเจอร์พาร์ค ได้ร่วมกับจังหวัดปทุมธานี จัดงานกาชาดฯมากว่า 10 ปี เพื่อเผยแพร่วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้าน รวมทั้งผลผลิตทางการเกษตรของจังหวัด โดยในปีนี้เราได้หยิบยกวัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมของชาวมอญ มานำเสนอทั้งวิถีชีวิต ประเพณี รวมทั้งตำรับอาหารชาวไทย-มอญ ซึ่งหาชิมได้ยากในปัจจุบัน อาทิ เปิงซังกรานต์ หรือข้าวแช่มอญ, ขนมกง, แกงมะตาด, ขนมข้าวยาคู, แกงมอญสามโคก (ฟะเปิงตาว) ฯลฯ ซึ่งจะมีในช่วงจัดงานเท่านั้น

จิตตินันท์ หวั่งหลีจิตตินันท์ หวั่งหลี

นอกจากประเพณีและวัฒนธรรมของชาวไทย-รามัญแล้ว ในงานยังมีการจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติในมหามงคลวโรกาสที่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 85 พรรษา, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเจริญพระชนมายุครบ 60 พรรษา ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยดอกบัวและกล้วยไม้กว่า 30 สายพันธุ์และพันธุ์ดอกสีฟ้า-ม่วง นับพันดอก และพบกับพืชผักผลไม้ปลอดสารเคมี ในพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม ราชกุมารี ที่ได้พระราชทานเมล็ดพันธุ์ให้แก่เกษตรกรผู้ประสบภัยน้ำท่วมนำไปเพาะปลูก ซึ่งจะนำมาจำหน่ายในงาน ระหว่างวันที่ 18-27 พ.ค.55 ที่แคสตาต้า ชั้น G และอะไลฟ์พาร์ค ฮอลล์ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวหน้าสตรี
  • 11 พฤษภาคม 2555, 05:15 น.
 

ภาพสเกตช์ ‘กลางสมรภูมิ’!! 2012/05/12

http://www.thairath.co.th/content/life/259051

10 พฤษภาคม 2555, 14:00 น.

Pic_259051

การเมืองในประเทศยังวุ่นวายไม่รู้จบ สารคดีสัปดาห์นี้ไทยรัฐออนไลน์นำเรื่องราวภาพสเกตช์ กลางสมรภูมิให้เข้ากับบรรยากาศ…

ในยุคสงครามกลางเมืองอเมริกัน  ชัตเตอร์กล้องถ่ายภาพยังทำงานช้าเกินกว่าจะบันทึกการเคลื่อนไหว ต่างๆ ให้ได้ภาพที่คมชัด ช่างภาพที่ต้องขนสัมภาระพะรุงพะรัง ไม่สามารถเดินทางไปตามภูมิประเทศลุ่มๆดอนๆ หรือถ่ายภาพกลางสมรภูมิรบได้  หนังสือพิมพ์ต่างๆจึงมักว่าจ้างนักวาดภาพประกอบทั้งมือสมัครเล่นและมืออาชีพ ให้สเกตช์ภาพสงครามเพื่อผู้อ่านทั้งในและต่างประเทศ  “ศิลปินพิเศษ” (special artist หรือ special) ที่ฝังตัวอยู่กับกองทัพทั้งสองฝ่ายเหล่านี้ถือเป็นผู้สื่อข่าวสงคราม (ทั้งภาพและเนื้อข่าว) รุ่นบุกเบิกของสหรัฐฯ พวกเขาเป็นคนหนุ่ม (ไม่มีผู้หญิงอยู่เลย) จากหลากหลายสาขาอาชีพ โดยมีทั้งทหาร วิศวกร ช่างพิมพ์หินและช่างแกะพิมพ์ ศิลปินภาพวาด และมีบ้างที่เป็นนักวาดภาพประกอบผู้คร่ำหวอด

ภารกิจของพวกเขาคือการผจญภัยสุดโหด  เจมส์ อาร์. โอนีลล์ ศิลปินพิเศษคนหนึ่ง ถูกสังหารระหว่างถูกจับเป็นเชลยโดยกลุ่มกองโจรซึ่งสนับสนุนฝ่ายสมาพันธรัฐ (Confederacy) หรือฝ่ายใต้  แฟรงก์ วิเซเทลลี เกือบเอาชีวิตไปทิ้งที่เมืองเฟรเดอริกส์เบิร์ก รัฐเวอร์จิเนีย เมื่อเดือนธันวาคม ปี 1862  ขณะที่อัลเฟรด วอด ซึ่งอยู่ระหว่างรายงานข่าวการสู้รบของกองทัพฝ่ายสหภาพหรือสหพันธรัฐ (Union หรือ Federation) หรือฝ่ายเหนือในฤดูร้อนปี 1862  เขียนถึงเพื่อนว่า

“ไม่ว่าค่าจ้างจะมากขนาดไหนก็ไม่คุ้มกับการที่ต้องอยู่ในสภาพเลวร้ายอย่างที่เราเผชิญเมื่อไม่นานมานี้หรอก”

ศิลปินพิเศษเหล่านี้ทำงานอย่างว่องไว โดยกำหนดฉากสำคัญในสมรภูมิ สเกตช์ภาพคร่าวๆ ภายในเวลาไม่กี่นาที แล้วจึงเพิ่มเติมรายละเอียดในภายหลังเมื่อกลับถึงค่ายพักแรม พวกเขาภาคภูมิใจอย่างยิ่งกับการถ่ายทอดภาพที่เห็นได้ตรงกับความจริงมากที่สุด

ศิลปินส่งภาพสเกตช์จากสมรภูมิไปยังสำนักพิมพ์โดยทางม้าเร็ว รถไฟ หรือเรือ จากนั้น ศิลปินประจำสำนักพิมพ์จะคัดลอกภาพลงบนแม่พิมพ์ไม้ แล้วให้ช่างแกะพิมพ์แกะลวดลายส่วนต่างๆ ของภาพ โดยคนที่ชำนาญจะแกะภาพคนซึ่งมีรายละเอียดมาก และฉากหรือองค์ประกอบที่ซับซ้อน ส่วนช่างฝึกหัดจะแกะส่วนฉากหลังซึ่งง่ายกว่า เมื่องานแกะแม่พิมพ์ไม้แล้วเสร็จ ภาพจะถูกคัดลอกลงบนแม่พิมพ์โลหะเพื่อเตรียมพิมพ์ ภาพที่แกะแล้วนี้อาจถูกคัดลอกใหม่และส่งไปขายให้สำนักพิมพ์ในต่างประเทศ เพื่อเพิ่มรายได้  ปกติแล้วกว่าภาพสเกตช์จะตีพิมพ์เสร็จอาจกินเวลาสองถึงสามสัปดาห์ แต่หากเป็นเหตุการณ์หรือยุทธการที่สำคัญ ก็อาจรีบตีพิมพ์ให้เสร็จภายในไม่กี่วัน

ย้อนหลังไปปี 1861 หนังสือพิมพ์ภาพข่าวรายสัปดาห์ยักษ์ใหญ่สองฉบับ ได้แก่ แฟรงก์เลสลีส์อิลลัสเตรเทดนิวส์เปเปอร์ (Frank Leslie’s Illustrated Newspaper) และ ฮาร์เปอร์สวีคลี (Harper’s Weekly) เป็นผู้ครองตลาด ทั้งสองฉบับตีพิมพ์ในนครนิวยอร์ก  หนังสือพิมพ์  แฟรงก์เลสลีส์อิลลัสเตรเทดนิวส์เปเปอร์ แสดงจุดยืนว่าเป็นกลางอย่างชัดเจนโดยประกาศว่าจะ “ผลิตหนังสือพิมพ์ที่เป็นอิสระอย่างแท้จริงจากความคิดเห็นอคติน่ารังเกียจ หรือสนับสนุนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

ในเรื่องนโยบายระดับชาติ เป็นหนังสือพิมพ์ที่วางจำหน่ายได้ ทั่วทุกรัฐ และเป็นที่ยอมรับของทุกครอบครัวในฐานะผู้ถ่ายทอดเหตุการณ์ตามที่เกิดขึ้นจริงอย่างตรงไปตรงมา”

ขณะที่หนังสือพิมพ์ ฮาร์เปอร์สวีคลี ให้การสนับสนุนพรรคริพับลิกัน ประธานาธิบดีลิงคอล์น และนโยบาย การเลิกทาสอย่างแข็งขัน  ด้วยเหตุนี้  ความคิดเห็น  ผู้สื่อข่าว และหนังสือพิมพ์ภาพข่าวรายสัปดาห์ฉบับนี้จึงไม่เป็นที่ต้อนรับในรัฐฝ่ายใต้ ที่ต้องการแยกตัวเป็นอิสระ

ทั้งสำนักพิมพ์ฮาร์เปอร์และเลสลีต่างมีส่วนหล่อหลอมความคิดเห็นของสาธารณชน ทั้งตรวจพิจารณา (censor) ภาพที่เห็นว่าออกมาในเชิงลบเกินไปหรือโจ่งแจ้งจนไม่น่าดู และอาจปรับเปลี่ยนให้ดูเร้าใจหรือมีชีวิตชีวาขึ้น เช่น คณะบรรณาธิการของ ฮาร์เปอร์สวีคลี ปรับภาพวาดการตัดขาในโรงพยาบาลสนามที่แอนทีแทมของอัลเฟรด วอด ให้ดูสยดสยองน้อยลง ขณะที่ช่างแกะพิมพ์ปรับภาพสเกตช์อีกภาพของวอด โดยทำให้ม้าลากเกวียนบรรทุกปืนใหญ่ที่อยู่ในสภาพอ่อนล้าดูมีชีวิตชีวามากขึ้น เพื่อให้ได้ภาพหรือฉากของการเร่งรุดขนปืนใหญ่ไปยังแนวหน้า

กระนั้น การสเกตช์ภาพที่ซื่อตรงต่อความเป็นจริงมากที่สุดเท่าที่ทำได้ของศิลปินพิเศษ ได้ช่วยหักล้างความเชื่อผิดๆ ของผู้คนในยุคนั้นว่า สงครามคือการผจญภัยอันน่ายกย่องชื่นชม ต่อเมื่อผู้คนเคยชินกับภาพความรุนแรงมากขึ้นการตรวจพิจารณา (ก่อนเผยแพร่) ก็ผ่อนคลายลง

ภายในชั่วอายุคนต่อมา ศิลปินภาพสเกตช์ก็ถูกบดบังรัศมีจากช่างภาพที่ใช้กล้องรุ่นใหม่ๆ กระนั้น แม้ในปัจจุบัน ศิลปินก็ยังต้องออกไปแนวหน้า พวกเขาถูกส่งไปโดยกองทัพและสื่อ เพื่อทำหน้าที่ถ่ายทอดอารมณ์ของสงครามในแบบ ที่กล้องถ่ายภาพทำไม่ได้ นั่นคือการบันทึกความรู้สึกนึกคิดของทหารที่ร่วมอยู่ในเหตุการณ์ ประวัติศาสตร์ เพื่อให้อนุชน รุ่นหลังได้รับรู้และเห็นคุณค่า

เรื่อง แฮร์รี แคตซ์ ข้อมูลจาก http://www.ngthai.com/

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
  • 10 พฤษภาคม 2555, 14:00 น.
 

สาวกเฮ! Dream Theater Live In Bangkok 2012 2012/05/12

http://www.thairath.co.th/content/life/258539

7 พฤษภาคม 2555, 16:00 น.

Pic_258539

กลับมาตอกย้ำความยิ่งใหญ่ของวงที่ได้รับการยอมรับในมาตราวัดที่ยิ่งกว่าระดับที่เรียกกันว่า “ความสำเร็จ” ไปแล้ว Dream Theater สุดยอดวงโปรเกรสซีฟ ร็อก กับผลงานทั้งหมด 11 สตูดิโออัลบั้ม ตลอดระยะเวลายาวนานกว่า 23 ปี ไม่มากแต่ไม่น้อย !!! Dream Theater ฝากผลงาน และการันตีชื่อเสียงด้วยฝีมือระดับซือแป๋ต้องเรียก “ป๋า”

กับผลงานสตูดิโออัลบั้มชุดล่าสุด A Dramatic Turn Of Events ที่บรรดาพลพรรคต่างเคลื่อนที่ผลงานในลักษณะเดินหน้าสู่ความซับซ้อนทางความคิดเชิงสร้างสรรค์ แต่ยังคงดำรงความมันส์เอาไว้ไม่เหือดหาย โดยหัวหอกขุนขวานอย่าง John Petrucci  มือกีตาร์ ยังคงรักษาดีกรีทางดนตรีเอาไว้ไม่เสียรูปมวย แถมยังเข้ามาสวมบทบาทเขียนเนื้อเพลงไปถึง 7 ใน 9 เพลงเลยทีเดียว พร้อมๆ กับเพิ่มกึ๋นในการเรียบเรียงดนตรีได้อย่างเหนือชั้นร่วมกับสมาชิกคนอื่นในวง อาทิ James LaBrie นักร้องนำ John Myung มือเบส Jordan Rudess มือคีย์บอร์ด และได้ Mike Mangini มาสวมหน้าที่มือกลองสุดฮอตแทนที่ Mike Portnoy ทำให้ผลงานชุดนี้พุ่งขึ้นสู่ท็อปเท็นชาร์ตต่างๆ ได้อย่างพูดภาษาวัยรุ่นว่าชิลชิล

และกับทุกโชว์ที่ผ่านมาได้รับการต้อนรับอย่างดีเยี่ยม สามารถโซลด์เอาต์ได้อย่างรวดเร็ว นั่นคือการันตีความยิ่งใหญ่และความ “โหยหา” ทางดนตรีจากแฟนเพลงตัวจริงอย่างมิพักต้องสงสัย และ Dream Theater : a dramatic tour of events เป็นอีกหนึ่งทัวร์ที่ Dream Theater พร้อมจะตอบคำถามและเติมเต็มทุกหัวใจคนดนตรีด้วยอะไรที่เรียกว่า “สุดยอดทางดนตรี” กันอย่างถึงกึ๋นส์ พิเศษสุดครั้งนี้มีวง Opening act เป็น Andy McKee พ่อมดแห่งแนว Acoustic Fingerstyle คนที่มาเปิดโลกของ Acoustic Guitar ให้กว้างไกลอย่างคาดไม่ถึง นับเป็นสองคอนเสิร์ตสุดคุ้มสำหรับแฟนเพลงและนักดนตรีที่ชื่นชอบงานคุณภาพแบบนี้

Dream Theater : a dramatic tour of events Live In Bangkok 2012  สุดยอดความมันส์ที่สอดผสานศิลปะซับซ้อนทางดนตรี 8 พฤษภาคม นี้ ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี บัตรราคาเดียว 1,500  บาท สอบถามเพิ่มเติมที่ 02-262-3456 หรือ www.thaiticketmajor.com

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
  • 7 พฤษภาคม 2555, 16:00 น.