ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

ข้อมูล เศรษฐกิจ เกษตร ดิน ปุ๋ย และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ใบไม้ไหวพาใจละเมอ 2012/05/25

ใบไม้ไหวพาใจละเมอ

  • 25 พฤษภาคม 2555 เวลา 07:51 น.

โดย…ลีโอ เคน

ณ ค่ำคืนหนึ่งที่ปล่อยใจให้โบยบินไปตามคำเรียกร้อง!!!

สงสัยเรี่ยวแรงวังชาจะเยอะ วันนี้เลยบินมาไกลกว่าที่เคย ลาดกระบังเส้นทางที่ไม่ค่อยได้ไปเยือน แต่ไม่รู้สึกว่าห่างเหิน เพราะได้ยินคนคุ้นเคยพูดถึงอยู่เป็นประจำจนคุ้นชิน

วันนี้เลยถือโอกาสกิน-ดื่ม เย้ยกันซะเลย จะได้คุยได้ว่ามาถึงแล้วนะเหวยลาดกระบัง เฮอะ เฮอะ

เรารวมพลกันที่ร้านแห่งหนึ่ง ดูเหมือนจะเป็นสถานที่แฮงเอาต์ฮอตฮิตของหนุ่มสาวย่านนี้ สังเกตได้ที่ผู้คนเริ่มหนาตาตั้งแต่หัวค่ำ

ร้านนี้มีชื่อน่ารักว่า “ใบไม้” ฟังดูง่ายๆ ชิลชิล เบาๆ แต่สัมผัสได้ถึงความสดชื่นและรื่นรมย์ บรรยากาศโดยรวมชวนให้มานั่งดื่มนั่งกินกันได้ทุกวัน ในราคากันเองและบริการเสมือนเพื่อน มีทั้งห้องแอร์เย็นฉ่ำและโซนด้านนอกชิลชิลใกล้ชิดกับนักดนตรีแบบเนียนๆ

มีดนตรีเล่นสดทุกค่ำคืน จัดเต็มกันไปเลย 3 วงต่อ 1 คืน ยังเหงาได้อีกก็ให้รู้ไป ย้อมอารมณ์กันเบาๆ ตั้งแต่ทุ่มครึ่ง ฟังกันให้ฉ่ำวงละ 1 ชั่วโมงครึ่ง มีทั้งแนวอินดี้ ป๊อป โฟล์ก และเพลงคุ้นหู ฟังแบบสบายๆ ก่อนจะขยับบีตเร่งเร้าให้ความสุขโชนแสงในช่วงค่อนคืน ช่างเป็นจังหวะที่รู้ใจจนอดคิดไม่ได้ว่าราตรีนี้ทำไมยังเยาว์นัก แฮะ แฮะ

ชอบนักร้องหน้าตาดีด้วย เสียงดีด้วย ละอ่อนด้วย เพราะยังเป็นนักศึกษาหนุ่มๆ ขอแนะนำค่ำคืนวันพฤหัสฯ กับวง “หวานกรอบ” ที่คนฟังพากันตั้งชื่อวงให้ จะกร้อบ กรอบ และหวานสมชื่อมั้ย ลองไปฟังกันดู อิอิ

สำหรับค่ำคืนนี้ ผมได้ฟังนักร้องคู่หูดูโอมีชื่อวงน่าอมว่า “โอเล่” นักร้องร้องเสียงไม่อายใคร มือกลองขี้เล่นและช่างเอาใจ ขอเพลงไหนก็จัดให้ด้วยความเต็มใจ แอบแกล้งมือกลองให้ร้องเพลงให้ฟังสักเพลงสิ แน่ะ…ยังจัดให้ น้ำเสียงไม่เบา ย้อมอารมณ์ไม่ลึกเท่านักร้องตัวจริงเสียงจริง แต่ก็ช่วยสลายเหงาได้เยอะเลยเชียว อิอิ

ไม่ใช่มีดีแค่ดนตรี ที่นี่อุดมไปด้วยเครื่องดื่มมากมาย โดยเฉพาะเบียร์ตระกูลดังจากทั่วโลก ทั้งเบียร์สด เบียร์ดำ กำนัลมาเต็มอัตรา กระซิบบอกให้ก็ได้ว่า พี่เมย์ เจ้าของร้านคนสวย เขาชอบดื่มเบียร์เป็นชีวิตจิตใจ แล้วใครล่ะจะให้เสียพะยี่ห้อเจ้าแม่แห่งพรายฟอง อุปส์!!!

ที่พิเศษไม่เหมือนใคร คือ เบียร์ภูเก็ต ไม่ใช่หาดื่มได้ง่ายๆ ยังหาดื่มได้ที่นี่เลย

เออ…ยังมีหมาดำ ลำแต๊ๆ ของดีชื่อดังจากทางเชียงใหม่ ที่มีให้เลือกอยู่หลายขนาน พร้อมทั้งมีเคล็ดลับการดื่มบอกเป็นไกด์ในเมนู ทั้งหมาแซบ หมาซ่า หมากระฉูด กระทั่งหมาไฮโซก็มีให้ลิ้มลอง

ด้านอาหารก็มีให้เลือกทั้งที่กินเป็นกับ และกินเป็นกับแกล้ม เน้นเสิร์ฟอาหารไทยอีสาน รสชาติเข้มข้นและจัดจ้านตามประสา

ขอออกสตาร์ตด้วยเมนูเบาๆ ส้มตำทอด เขานำมะละกอไปทอดกรอบ เวลากินก็ราดด้วยน้ำส้มตำไทย เปรี้ยวหวานครบรส

อย่าลืมสั่งเมนูนี้ ปลาหมึกนึ่งมะนาว สัมผัสได้ถึงความสดของปลาหมึกของโปรด จัดจ้านแบบจัดเต็ม ซดทีไรสะใจทุกคำ

นัวอีกนิดกับยำถั่วพู โดดเด่นที่น้ำพริกเผาปรุงเอง เผาเอง แต่แบ่งให้คนอื่นๆ อร่อยด้วยกันนะ อิอิ

หมูสมุนไพร ของที่นี่ก็เหมาะกับสั่งมาเป็นกับแกล้ม หอมตะไคร้ หมูออกรสหวานนิดนึง รวมถึงอีกหลายเมนูแจงวันนี้คงไม่หมด และถ้าสั่งมากินทุกเมนูคงไม่มีที่ว่างให้เครื่องดื่มเป็นแน่ หุหุ

เออ…ยังมีเมนูฝรั่งอยู่หลายเมนูเหมือนกัน เพราะใกล้สนามบินสุวรรณภูมิจึงมีลูกค้าฝรั่งแวะเข้ามาไม่ขาด จากที่เคยหลงทางจนบัดนี้กลายเป็นขาประจำกันไปโดยปริยาย

“เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหมเธอ ยังรอเธอเสมอทุกครั้งที่หายใจ ไม่อยากมีชีวิตอ้างว้างอีกต่อไป” บทเพลงที่ตอกย้ำคนขี้เหงากันเข้าไปอีก

แต่กลับรู้สึกแปลกใจ…ไม่เสียแรงที่หัวใจบินมาไกล…เพราะจะบอกอะไรให้ แม้ไม่มีเพื่อน เพื่อนไม่มา แต่ไม่ต้องกลัวเหงา เพราะมาร้านนี้เดี๋ยวมีเอง และที่แน่ๆ รู้สึกว่าไม่ต้องอ้างว้างอีกต่อไปแล้ววู้ย เพื่อนเพียบเลย อิอิ!!!

ร้านตั้งอยู่ที่ลาดกระบังซอย 46 เปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 17.00-02.00 น. โทร. 02-739-2239 และ 08-2658-6006

 

ดื่มด่ำอารมณ์มาเฟีย @ กู้ด เฟลลัส 2012/05/22

ดื่มด่ำอารมณ์มาเฟีย @ กู้ด เฟลลัส

  • 18 พฤษภาคม 2555 เวลา 07:24 น.

โดย…ณัฐพล ช่วงประยูร

เคยคิดว่าหมดวัยไปอาร์ซีเอแล้ว แต่พอเจอ “กู้ด เฟลลัส” ต้องเปลี่ยนใจ

จากที่เคยเบื่อหน่ายย่านนี้ ด้วยเพราะใช้พลังงานและไลฟ์สไตล์หนักหน่วงไปกับอาร์ซีเอยุคแรก ยุค 2 และ 3 อยู่อย่างขาประจำ พานคิดว่าไม่ใช่แนวของเราแล้ว และก็มิกล้าจะแนะนำหนุ่มเท่ หนุ่มหล่อ หนุ่มลุย หรือสาวๆ โพสต์ทูเดย์ไปย่างกราย แต่พอมีดาวเด่นดวงใหม่เป็นทางเลือกให้เหล่าแก๊งสเตอร์ ร้านล่าสุดแห่งอาร์ซีเอชื่อ “กู้ด เฟลลัส” (GoodFellas)

เจ้าของร้าน — วรทรรศน์ พุ่มไพศาล หลงใหลความคลาสสิก หรูหรา และปนกับความดิบในโครงสร้างของบาร์ในฉากของภาพยนตร์เรื่อง GoodFellas ซึ่งเป็นหนังมาเฟียในตำนานอีกเรื่องหนึ่งของวงการ ซึ่งกำกับโดย มาร์ติน สกอร์เซซี สร้างจากเรื่องจริงจากหนังสือชื่อ Wiseguy ของ นิโกลาส ปิเลจจิ โดยมี โรเบิร์ต เดอ นีโร นักแสดงชื่อดังร่วมแสดงด้วย เป็นหนังขึ้นหิ้งเรื่องหนึ่งทีเดียว

ด้วยความตั้งใจเพื่อให้เป็นที่ที่รวมตัวกันของคนที่มีแก๊งสเตอร์ พร้อมบรรยากาศที่อบอุ่น เท่ และขรึม บวกกับความมีอัธยาศัยดีของเจ้าของร้าน จึงทำให้ผู้ที่มาเยือนตกลงใจที่จะเป็น GoodFellas Gangster ได้ไม่ยาก

ที่นี่วางตัวให้เป็น Wine & Eatery มีเมนูอาหารอิตาเลียน เมดิเตอร์เรเนียน และไวน์บาร์แห่งสำคัญในอาร์ซีเอ นอกจากรสชาติอาหารทุกจานจะสมค่าราคาที่ต้องควักแล้ว วงดนตรีฝีมือดีก็แวะมาบรรเลงเพลงแจ๊ซกล่อมคุณทุกค่ำคืน ตกดึกสไตล์ดนตรีก็จะเพิ่มความสนุกสนานยิ่งขึ้น เพื่อให้เป็นที่ที่เหมาะกับการฉลอง แม้ว่าจะเป็นการดื่มกินในคืนวันปกติ

การไปอาร์ซีเอคราวหน้า ตรงไป “กู้ด เฟลสัส” สิครับ เปิดวันจันทร์เสาร์ เวลา 11.00-14.00 น. และ 19.00-01.00 น. หยุดวันอาทิตย์ โทร. 08-6313-9496

 

มิลเลต บาร์ แอนด์ บิสโทร ที่หมายใหม่อารมณ์ชิล 2012/05/12

มิลเลต บาร์ แอนด์ บิสโทร ที่หมายใหม่อารมณ์ชิล

  • 11 พฤษภาคม 2555 เวลา 07:57 น.

โดย…โจ เกียรติอาจิณ

มิลเลต บาร์ แอนด์ บิสโทร ที่หมายใหม่อารมณ์ชิล มีคนเขาบอกว่าในซอยวิภาวดี 30 น่ะ มีบาร์บรรยากาศชิลเพิ่งเปิดใหม่

จ้างให้เราก็ไม่เชื่อง่ายๆ หรอก ต้องไปดูให้เห็นกับตาซะหน่อย

จากปากซอยประมาณ 200 เมตร (เอ—รึจะมากกว่านั้นอ่ะ) ป้ายไฟบอกยี่ห้อ “มิลเลต บาร์ แอนด์ บิสโทร” (Millet Bar & Bistro) ส่งสัญญาณสีเด่น น้ำเงิน-เหลือง เมื่อเราขยับเข้ามาใกล้

สิ่งแรกที่เราประจันหน้า คือสนามหญ้าสีเขียวขจี พื้นที่ไม่ได้กว้างขนาดสนามฟุตบอล แต่ก็พอจะให้พวกบ้าพลังตีลังกาท้าฝันได้ (อิอิ) ชุดเฟอร์นิเจอร์ไม้สำหรับนั่งชิล ชิล กลางแจ้ง แล้วที่โดดเด้งสุดคงเป็นบ้านสไตล์ลอฟต์ ให้อารมณ์เรียบ-ดิบ-เท่ ผสมกลมกลืนกันกับไลติงที่ถูกออกแบบเพื่อสร้างบรรยากาศอบอุ่นเหมือนแวะมาปาร์ตี้บ้านเพื่อน

แสงกระทบพื้นหญ้า หรือว่าจะไปปะทะผนังปูนเปลือยกับอิฐแดง แสงนั้นก็ช่างสวยงาม ไม่แปลก!!! ถ้าใครจะหลงใหลในไลติงของที่นี่ เรียกว่านั่งมองได้นานๆ แบบไม่เบื่อเชียวล่ะ จะนั่งนอกร้านริมสนามหญ้า หรือจะนั่งเบดยาวนุ่มๆ ด้านใน ความรู้สึกที่ได้ก็แทบไม่ต่างกัน อยู่ที่ว่าคุณมองมุมไหน

เราแนะนำนั่งด้านนอกจะชิลมากกกก ยิ่งวันอากาศเป็นใจ สายลมเย็น แหงนมองฟ้า แม้จะมาคนเดียว ก็มีเพื่อนชื่อเดือนและดาวอยู่เคียงข้าง แต่ถ้ายกโขยงมาก๊วนเกลอ โห!!! งานนี้รับประกันว่าดีกรีความสนุกพุ่งปรี๊ดดดดดเป็นสองเท่า

เปล่า—ร้านไม่ได้เปิดเพลงตึ๊ดๆ นะครับ แต่ความสนุกน่ะ มันจะเริ่มตอนสั่งอาหารกับเครื่องดื่มนี่แหละ เพราะเลือกไม่ได้ ตัดใจไม่ลง ทุกอย่างอยากสั่งหมดเลย

เครื่องดื่มไฮไลต์ก็ต้องยกให้เบียร์อิมปอร์ต โดยชูเป็นจุดขายสำคัญ เช่นที่มาของชื่อร้าน มิลเลต (แปลว่า ข้าวฟ่าง อันเป็นหนึ่งส่วนผสมของการทำเบียร์) นั่นไง ที่นี่จึงเน้นเบียร์นอก มีแบรนด์ฮิต ทั้งจากเบลเยียม เยอรมนี อังกฤษ บอกชื่อไปเดี๋ยวคุณก็ต้องร้องอ๋อชัวร์ จิบได้เพลินๆ เรื่อยๆ ในราคาไม่แพงเวอร์

สำหรับคอไวน์ เขาเตรียมไวน์ดีๆ ไว้เสิร์ฟเหมือนกัน เพียงแต่ตัวเลือกอาจจะน้อยไปนิด ส่วนใหญ่เป็นไวน์จากออสเตรเลีย ขณะที่ค็อกเทลดังๆ ก็มีให้ลิ้มลองได้ตามใจชอบ ระหว่างรอเมนูอร่อย เราสั่งไป 2 แก้ว “โมจิโต” กับ “คอสโมโพลิแทน” ให้รสชาติสองบุคลิกแตกต่างกัน

ไม่นาน—เมนูอร่อยที่สั่งไปก็ทยอยเสิร์ฟลงโต๊ะ หน้าตาดูดี ยั่วน้ำลายด้วยสีสัน กลิ่นและการจัดวาง แต่ละเมนูเป็นการผสมผสานระหว่างไทยกับยุโรป จึงได้ผลลัพธ์ฟิวชันฟู้ดแบบที่เชฟถนัด เรื่องรสชาตินี่การันตีว่าถูกปากคนไทยแน่นอน

“ฟูซิลลีต้มยำกุ้ง” แซบ!!! ครบเครื่อง เจ้าพาสตาฟูซิลลีเส้นเกลียวนี่ ทำหน้าที่ดูดซับเครื่องต้มยำได้ฉ่ำชุ่มทีเดียว รู้สึกได้ถึงเครื่องต้มยำอวลอยู่ในปากเวลาเคี้ยว

แต่เราให้จานนี้ชนะเลิศ “กุ้งย่างอิตาเลียนเฮิร์บ” กุ้งลายเสือตัวเดียวที่ท็อปปิงด้วยครีมซอสสมุนไพรสไตล์อิตาเลียน เอาอยู่!!! มีหลายรสในหนึ่งตัว เผ็ด เค็ม ครีมมี่ๆ หอมสมุนไพร แถมกุ้งก็หวานนุ่ม

“ปีกไก่ปัฟฟาโลวิง” จานนี้เด็ดตรงที่ใช้ปีกกลางย่างกับซอสสูตรต้นตำรับ ซึ่งเชฟแกะสูตรออกมาเหมือนเป๊ะ รสหวานเผ็ด แกล้มเบียร์อร่อยมากๆ

อีกจานละกัน “ปลาหมึกยัดไส้กุ้งเพสโต” จานเด็ดรสสไปซีของที่นี่ ขอให้คะแนนความคิดสร้างสรรค์ของเชฟที่พยายามนำส่วนผสมหลายๆ อย่างโคจรมารวมกันในตัวปลาหมึก โดยไม่ต้องเสียเวลานั่งเหยาะซอส

หรือใครจะสั่งขนมหวานมาล้างปาก ก็ต้องเป็น “กล้วยหอมทอดชีส” ง่ายๆ บ้านๆ แต่อร่อยล้ำ เสิร์ฟคู่ไอศกรีมวานิลลา ชื่นใจจริงๆ

มิลเลต บาร์ แอนด์ บิสโทร ซอยวิภาวดี 30 เปิด 5 โมงเย็น ปิดประมาณตี 1 และปลายเดือน พ.ค.นี้ ทุกวันศุกร์และเสาร์ จะมีวงดนตรีอะคูสติกมาบรรเลงสดๆ ให้ฟัง เริ่ม 1 ทุ่ม เป็นต้นไป โทร. 08-2233-7122, 02-939-6018

 

สนุกนึก…มาคนเดียวก็เที่ยวได้ 2012/05/05

สนุกนึก…มาคนเดียวก็เที่ยวได้

  • 04 พฤษภาคม 2555 เวลา 14:43 น.

โดย…อนันเดียร์ ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์

เสียงกีตาร์โซโลเพลง Wonderful Tonight ของ เอริก แคลปตัน ช่างหวานซึ้งตรึงใจ

ค่ำคืนนี้สว่างไสวด้วยแสงไฟระยิบระยับ เหล่านักเที่ยวจับจองโต๊ะที่นั่งกันจนเต็ม ต่างเพลิดเพลินกับเครื่องดื่มเย็นเฉียบ อาหารสารพัดเมนู คลอเคล้าเสียงดนตรีที่ขับกล่อมให้บรรยากาศสดชื่นรื่นรมย์

ที่นี่คือ ร้านสนุกนึก ตั้งอยู่ในซอยโยธินพัฒนา 3 ถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา เป็นร้านอาหารกึ่งผับขนาดกะทัดรัด 30 โต๊ะ ตกแต่งอย่างเรี่ยมเร้เรไรด้วยสไตล์เรียบง่าย สบายหูสบายตา คล้ายกับสโมสรเล็กๆ สำหรับพบปะสังสรรค์ของหมู่เพื่อนฝูง

“เราตั้งใจให้ที่นี่เป็นเหมือนสถานที่พักผ่อนหย่อนใจริมทางของคนวัยทำงานที่เหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน แวะมานั่งกินข้าว จิบเครื่องดื่ม นั่งฟังเพลงให้ผ่อนคลาย อิ่มอร่อยสุขสบาย แล้วค่อยกลับบ้านนอน

ไม่ว่าจะนัดกับเพื่อนกลุ่มใหญ่ จะควงคู่กันมา หรือฉายเดี่ยว ก็เที่ยวได้อย่างมีความสุข บรรยากาศที่นี่มันปลอดโปร่ง สบาย ไม่แออัด ที่สำคัญคือ ปลอดภัย มองไปทางไหนก็มีแต่คนหน้าคุ้นเคย ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าประจำทั้งนั้น” จ๊าบบุญชนก มั่นครุฑ เจ้าของร้านหนุ่มใหญ่ แต่ยังคงความเท่มิเสื่อมคลาย เล่าให้ฟังหลังแก้วสีอำพัน

ร้านสนุกนึกแบ่งออกเป็น 5 โซน รองรับลูกค้าหลายกลุ่ม หลายอารมณ์ ทั้งโซนด้านนอกสำหรับนักเที่ยวกลุ่มใหญ่ เฮฮาได้เต็มที่ตรงระเบียงริมถนน ลมพัดเย็นสบาย ใครชอบฟังเพลงก็มีพื้นที่ริงไซด์ติดขอบเวทีจัดไว้โดยเฉพาะ (มีวงดนตรีสดๆ ไม่ซ้ำหน้ากันถึง 6 วัน จันทร์ถึงเสาร์)

สำหรับคู่รักหวานแหววที่ต้องการมาสวีตเงียบๆ ก็เชิญชั้นบน ส่วนใครชอบนั่งในห้องแอร์ หลีกเร้นเสียงดังและควันบุหรี่ มีห้องกระจกใสไว้คอยต้อนรับ สุดท้ายนักเที่ยวขี้เหงาที่ชอบมาคนเดียว มักนิยมนั่งอยู่แถบสตูลบาร์ ใกล้ๆ โต๊ะพูล ดื่มด่ำไปกับความอ้างว้างโรแมนติกเพียงลำพัง

“สโลแกนร้านนี้คือ มาคนเดียวก็เที่ยวได้ นอกจากจะมาเฮฮาปาร์ตี้กันกลุ่มใหญ่ มานั่งกินข้าวกับแฟนแล้ว วันไหนเหงาๆ เบื่อๆ ไม่มีใครมาเป็นเพื่อน หรือไม่อยากชวนใคร ก็มาคนเดียวได้ มานั่งดื่ม นั่งกิน ฟังเพลง ร้านนี้มีลูกค้าที่มาเที่ยวคนเดียวเยอะ แทบทุกคนก็จะมารู้จักกัน แล้วกลายเป็นเพื่อนกันในที่สุด”

ก่อนเพลงต่อไปจะบรรเลง สั่งอาหารจานอร่อยมากินเล่นกันดีกว่า ร้านนี้เน้นรสแซบจัดจ้าน ชนิดตักเข้าปากคำเดียวเล่นเอาโล่งจมูก โล่งคอ ดวงตาสว่างจ้า

จานแรก ปลากะพงสมุนไพร เสิร์ฟปลาทอดตัวใหญ่เนื้อกรอบนอกนุ่มใน ปรุงรสด้วยสมุนไพรไทยพื้นบ้านหลายชนิด ไม่ว่าจะโหระพา พริก ขิง ข่า ตะไคร้ กระเทียม ถึงอกถึงใจนักท่องราตรี หรือไวไวซุปแห้ง เมนูขายดีสุดๆ เป็นซี่โครงหมูตุ๋นผัดกับหอมเจียว พริกเผา บีบมะนาว แล้วคลุกเคล้าเส้นไวไว อร่อยคาดไม่ถึง ถัดมาคือปลาทูต้มส้ม ปลาทูนึ่งตัวขาวอวบในต้มส้มถ้วยใหญ่ เปรี้ยวสะใจ คลายง่วงเหงาเศร้าซึมได้ชะงัด

ตบท้ายด้วยเครื่องดื่มเย็นๆ อย่างเซ็กซี่ เกิร์ล ม็อกเทลที่ผสมผสานระหว่างมะนาว โซดา รสเปรี้ยวซ่ากลิ่นหอมรัญจวน และบลูเบอร์รี มอลต์ เหล้ามอลต์บางๆ น้ำองุ่น มะนาว หยอดวอดก้า เติมโซดาอีกนิด ก็ได้เครื่องดื่มแก้วเด็ดมาคลึงไว้จิบได้ตลอดคืน

โอ้ย อาหาร เครื่องดื่มก็เด็ด ดนตรีก็โดนใจ แถมนั่งชิลชิลในบรรยากาศสบายๆ

ค่ำคืนนี้คงไม่ต้องการอะไรอีกแล้วหละ?

 

ชิลเอาต์(เกือบ)ทั้งวัน @ เรด ซัน บาย ตะวันแดง 2012/04/28

ชิลเอาต์(เกือบ)ทั้งวัน @ เรด ซัน บาย ตะวันแดง

  • 27 เมษายน 2555 เวลา 13:59 น.

โดย…ลีโอ เคน / ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน

“ห้างปิดแล้ว ไปต่อไหนดี?”

“เออ…นั่นดิ!!!”

คำถามที่ได้ยินจนชินหู กับคำตอบที่ไม่ค่อยช่วยอะไรสักเท่าไหร่

…จะยากอะไร ก็ต่อชิลต่อมันเสียที่ในห้างนั่นล่ะ…

เรดซัน บาย ตะวันแดง สถานที่แฮงเอาต์น้องใหม่ในเครือโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง ที่แลดูฮิปและเฟรชชีกว่า เปิดเอาใจหนุ่มสาวที่ชอบสังสรรค์อยู่ในห้างกลางกรุงที่พิเศษกว่าใคร สามารถนั่งชิลเอาต์แบบฉ่ำอุราได้เกือบทั้งวัน ต่อให้รอหวานใจช็อปมาราธอนก็ไม่มีหน่าย เฮอะ เฮอะ

เรดซัน บาย ตะวันแดง เปิดต้อนรับผู้มาเยือนในบรรยากาศสบายๆ ด้วยการตกแต่งแสนทันสมัยสไตล์คอสโม ทำให้ลืมภาพลักษณ์โรงเบียร์กันไปเลย มีทั้งโซนบาร์นั่งดริงก์แสนชิล แลเห็นเครื่องดื่มกล่อมอารมณ์อย่างถนัดตา จะเรียกหาก็ง่ายดาย

ใกล้กันนั้นเป็นโซนส่วนตัวโดดเด่นด้วยโซฟาลีลาไม่ซ้ำกัน เหมาะจะนั่งจิบเบียร์เย็นๆ หรือไวน์เบาๆ เคล้ากับเสียงดนตรีนุ่มๆ กับคนที่รู้ใจยิ่งนัก

ถ้ามาเป็นก๊วนโซน Dining น่าจะเหมาะที่ซู้ดดด เพราะนอกจากกว้างขวางแล้ว ยังแนบชิดกับนักดนตรีน้ำเสียงคุณภาพที่หมุนเวียนมาเอาใจตั้งแต่เย็นย่ำไปจนถึงเที่ยงคืน แม้จะไม่ได้อลังการเท่าโรงเบียร์อันเกรียงไกร แต่กล่อมอารมณ์และสร้างความสำราญได้ไม่แพ้กัน อย่างน้อยก็ช่วยขับไล่ความเครียดให้หนีไปจากเราได้อย่างง่ายดายแล้วกันล่ะเออ

ด้านเมนูอาหารคุณภาพคับจานทุกเมนู เน้นเสิร์ฟอาหารไทยต้นตำรับในลุคโมเดิร์นที่คงรสชาติความเป็นไทยแท้เอาไว้ทุกกระเบียดนิ้ว และมีให้เลือกกว่า 130 เมนู

ขอออกสตาร์ตเบาๆ ด้วย เรดซันบิ๊กเซต มีถั่วลิสงกับกุ้งเรือนแก้วเคี้ยวเล่นๆ แสนเพลิน ตามต่อด้วย เปาะเปี๊ยะปูทอด มาในรูปสแน็กกิ๊บเก๋ รสชาติยังครบเครื่อง เปาะเปี๊ยะกรอบ นุ่ม แน่นเนื้อปู ชูรสด้วยน้ำจิ้มบ๊วยสูตรพิเศษ เรียกน้ำย่อยดีแท้

ส่วนเมนูใครมาใครสั่งต้อง กะหล่ำปลีน้ำปลา โอ้ว…แม่เจ้า อร่อยมากมาย

ชอบความจัดจ้านต้องจานนี้เลยคุณขา ส้มตำไหลบัว ไหลบัวหรือหน่อบัวสดหั่นเป็นเส้น คลุกเคล้าด้วยเครื่องส้มตำจัดจ้าน ทั้งกรอบทั้งแซบเวอร์ จริงๆ อิอิ

ไก่ย่างหนังกรอบ ที่ผ่านทั้งกระบวนการหมัก อบ ย่าง อย่างชำนาญการ ผลที่รับเป็นไก่ย่างแสนอร่อย ทั้งกรอบ ทั้งนุ่ม ที่ซู้ดดด!!!

อย่ามัวเอนจอยกับอาหารจนหลงลืมสั่งเครื่องดื่มมาย้อมใจ เรด ซัน เขากำนัลเครื่องดื่มแบบจัดเต็มไม่น้อยหน้าโรงเบียร์กันหรอกนะ ทั้งเหล้า ทั้งเบียร์ ทั้งไวน์ ค็อกเทล แล้วก็ ม็อกเทล

ขอแนะนำ น้ำบ๊วยจักรพรรดิ เปรี้ยวหวานกำลังสดชื่น แต่ที่แอบชอบใจ มะม่วงเกล็ดไวน์ ไวน์ในรูปแบบเกล็ดน้ำแข็ง บอกได้คำเดียวว่าแรงงงงงส์…

เอาเป็นว่า วันไหนนึกอยากสังสรรค์หลังเลิกงานระหว่างรอหวานใจช็อปกระจาย หรือย้อมอารมณ์ก่อนไปต่อ เรด ซัน สนอง Need ทุกสถานการณ์

เสน่ห์อีกประการคือ เมื่อมาต่างเวลา ก็ให้ความรู้สึกที่ต่างอารมณ์อีกตะหาก อิอิ!!!

ไปชิลเอาต์กันได้ทุกวัน บนชั้น 7 ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ ตั้งแต่เวลา 11 โมง ยาวไปจนถึงเที่ยง โทร. 02-658-0821-2

 

เวลาบาร์ … เฮฮาประสาคนกันเอง 2012/04/09

เวลาบาร์ … เฮฮาประสาคนกันเอง

  • 06 เมษายน 2555 เวลา 07:52 น.

โดย…อินทรชัย พาณิชกุล

ร้านเล็กๆ น่ารักที่วางตัวเงียบสงบอยู่ท่ามกลางความพลุกพล่านในซอยสุขุมวิท 101/1 ยามกลางวัน “เวลาบาร์” อาจแลดูอ้างว้าง แต่ครั้นตะวันตกดินเมื่อใด ความคึกคักมีชีวิตชีวาก็จะแล่นเข้ามาแทนที่อย่างน่าอัศจรรย์

เหมือนเช่นคืนนี้ ลมโชยแผ่วพลิ้วในช่วงพลบค่ำ พาให้หัวใจกระชุ่มกระชวย ยิ่งบนโต๊ะเบื้องหน้าละลานตาจากอาหารเลิศรส เคียงข้างด้วยแก้วเครื่องดื่มเย็นฉ่ำ เล่นเอาบรรดาหนุ่มๆ สาวๆ นักเที่ยวยิ้มแย้มแจ่มใสเป็นพิเศษ

“อยากจะให้ที่นี่เป็นเหมือนบ้าน ให้คนที่มารู้สึกเหมือนมากินข้าว มากินเหล้าบ้านเพื่อน สถานที่ที่เขาคุ้นเคย อบอุ่น เป็นกันเอง”

ประโยคบอกเล่าถึงแนวคิดการสร้างร้านเวลาบาร์ของ พีท-พีระ เทศวิศาล นักร้อง-นักดนตรีหนุ่มผมยาวแห่งค่ายโมโนมิวสิค

เจ้าของร้านมาดเท่อธิบายถึงชื่อร้านเวลาบาร์ว่า หมายถึงเวลาแห่งการสังสรรค์ในหมู่เพื่อนฝูง อบอวลด้วยกลิ่นอายความสุข สนุกสนานเฮฮา เป็นเวลาแห่งความอิ่มอร่อย และเวลาแห่งความเมามายไปพร้อมกัน

แนวการตกแต่งร้านเป็นแบบมิกซ์ แอนด์ แมตช์ โมเดิร์นนิดๆ ผสมผสานกับเรโทรหน่อยๆ มีให้เลือกนั่งทั้งอินดอร์และเอาต์ดอร์ เฟอร์นิเจอร์โต๊ะเก้าอี้ดูเรียบง่าย มีโต๊ะพูล สตูลบาร์ มุมเล่นดนตรี (ซึ่งเจ้าตัว หนุ่มพีทคว้ากีตาร์เล่นกันสดๆ ทุกคืนวันศุกร์ 23.00 น. เป็นต้นไป) อีกทั้งบนกำแพงหลายมุมก็ประดับประดาด้วยงานศิลปะเก๋ๆ ผลงานของศิลปินฝีมือดีซึ่งเป็นพรรคพวกเพื่อนฝูงกัน

“บรรยากาศออกสไตล์หวานๆ ผมเลยอยากใส่ความสกปรก อะไรที่มันเซอร์ๆ ให้ดูเป็นร้านนั่งดื่มมากขึ้น (หัวเราะ) เอาภาพเขียนเท่ๆ เอาเฟอร์นิเจอร์ดิบๆ มาเบรกความหวาน ไม่ให้เลี่ยน ชวนให้นั่งหลับจนเกินไป

“ภาพเขียนส่วนใหญ่เป็นผลงานศิลปินที่ผมนับถือ ใครอยากนำภาพมาฝากขายก็สามารถนำมาได้เลย เพราะร้านเวลาบาร์ก็เป็นเหมือนแกลเลอรีเล็กๆ ไว้แสดงงานอยู่แล้ว”

ลูกค้าแทบทั้งหมดเป็นหนุ่มสาววัยทำงานและนักศึกษา ทุกคนรู้จักร้านเพราะกระแสการบอกเล่าแบบปากต่อปาก ทำนองว่าเป็นร้านเล็กๆ แต่ไม่แออัด อาหารอร่อย ดนตรีไพเราะ ลูกค้าในร้านก็เห็นหน้าเห็นตากันเป็นประจำจนแทบจะกลายเป็นเพื่อนกันไปแล้ว

“รสนิยมของบางคน เขาชอบร้านเงียบๆ คนไม่เยอะ รู้สึกปลอดภัย คุ้นเคยเหมือนอยู่บ้าน แขกในร้านส่วนใหญ่ก็จะรู้จักกันหมด เหมือนเพื่อน ไม่มีตีกัน ไม่มีเด็กแว้น ไม่มียาเสพติด” พีทเล่าพลางจิบเครื่องดื่มเย็นๆ กลั้วคอ

อาหารจานเด็ดที่ถือเป็นไฮไลต์ของร้านคือ สเต๊กเนื้อโพนยางคำ ปรุงสดๆ จากเนื้อชั้นดีที่ราคาไม่แพง เหนียวนุ่มกลมกล่อม ถัดมา ไส้กรอกเยอรมัน อร่อยเต็มปากเต็มคำจริงๆ หรือจะสั่งหมูคำหวาน ไว้ทานเป็นกับแกล้มละก็รับรองยกนิ้วกันทั้งโต๊ะ

หากมากันเป็นครอบครัวใหญ่ แนะนำให้ลองปลากะพงทอดน้ำปลา ซึ่งทางร้านคัดไซส์ใหญ่มาโดยเฉพาะ (น้ำหนัก 1.5-2 กิโลกรัมต่อตัว) กรอบนอกนุ่มใน จิ้มน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ดคงซาบซ่านปลายลิ้นพิลึก จานสุดท้าย สปาเกตตีขี้เมาคาโบนารา จานนี้หนุ่มพีทกระซิบเองว่าอร่อยโค-ต-ร นอกจากนี้ยังมีเครื่องดื่มไว้รอต้อนรับนักดื่มอีกหลายหลากชนิด

“ร้านเวลาบาร์เปิดตั้งแต่ห้าโมงเย็นจนถึงตีสอง ลูกค้าสามารถสั่งอาหารได้ทั้งคืนจนถึงร้านปิด หลายร้านเข้าใจผิด ปิดครัวเร็ว เพราะคิดว่ายิ่งดึก คงไม่มีใครสั่งมาทาน เพราะอิ่มกันหมดตั้งแต่หัวค่ำ แต่หารู้ไม่คนนั่งดื่ม เขาจะสั่งอาหารทานกับแกล้มต่อกันได้เรื่อยๆ แหละครับ”

ใครอยากสังสรรค์กับเพื่อนฝูงในอารมณ์ผ่อนคลาย ลองแวะมาที่ร้านเวลาบาร์ ตั้งอยู่ในหมู่บ้านร็อค ทาวน์ ซอยสุขุมวิท 101/1 (สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสปุณณวิถี) โทรศัพท์ 08-3231-4447

เชื่อว่าอาหารอร่อยๆ เครื่องดื่มเย็นๆ และบรรยากาศร้านอันแสนจะอบอุ่นเป็นกันเอง ราวกับมานั่งชิลชิลบ้านเพื่อน จะสร้างความประทับใจให้ทุกคนอย่างแน่นอน

 

ดาดฟ้ามหาเสน่ห์ @ ‘เดอะ สปีคอีซี’ 2012/03/30

ดาดฟ้ามหาเสน่ห์ @ ‘เดอะ สปีคอีซี’

  • 30 มีนาคม 2555 เวลา 07:32 น.

โดย…ณัฐพล ช่วงประยูร

สิ้นเดือนพอดี จะไปเอ้อระเหยที่ไหนดี นี่เลย…เดอะ สปีคอีซี (The Speakeasy) บนระเบียงดาดฟ้า ชั้น 24-25 โฮเต็ล มิวส์

บาร์ที่ผสานศิลปะร่วมสมัย ให้น้ำหนักความหรูหรา ทว่าแคชวลในยามพักผ่อน ผสานกับกลิ่นอายดนตรีในทศวรรษ 1920 ที่ตื่นเต้น เร้าใจกับ สวิงแจ๊ซ ควบคู่ไปกับการเต้นโยกย้ายส่ายสะโพกตามจังหวะกลองไฟฟ้า ท่ามกลางระเบียงเก๋บนดาดฟ้าชั้น 24-25 ของโรงแรมมิวส์ ทั้งบาร์ขนาดใหญ่สำหรับการสังสรรค์ที่ตั้งอยู่ระเบียงกลางแจ้ง ให้ทุกคนได้เพลิดเพลินไปกับการปรุงค็อกเทลแก้วสวยระหว่างที่โม้ไปกับเพื่อน

ยังมีบอร์ดรูม-ห้องประชุมง่ายๆ ไปพร้อมการสังสรรค์ สำหรับผู้บริหารได้รับการออกแบบตกแต่งภายในอย่างสวยงามลงตัวเหมาะเป็นสถานที่จัดงานที่แตกต่างกันออกไป ไบลนด์พิก-ห้องซิการ์เลานจ์ ที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนแบบส่วนตัวเป็นพิเศษ และเดอะลอว์น สนามหญ้าลานกว้างเพื่อจัดกิจกรรมต่างๆ บนดาดฟ้า ที่ออกแบบอย่างหรูหราและทันสมัย เหมาะกับการผ่อนคลายทุกรูปแบบ ท่ามกลางวิวพาโนรามาของมหานครยามค่ำคืน

นอกจากจะมีการแสดงดนตรีสด เดอะสปีคอีซี ยังมีโชว์ดีเจชั้นนำสลับเปลี่ยนหมุนเวียนมาสร้างความสนุกสนาน สำหรับบริการอาหารและเครื่องดื่ม จะบอกว่าเปิดเมนูแล้วปลื้ม เพราะอาหารพอร์ชันไม่ใหญ่ และราคาโอเคสุดๆ

เครื่องดื่มรายการหนึ่งของที่นี่ พาคุณย้อนกลับไปสู่ยุคคลาสสิกในปี 1830 ด้วย “Rotavapour” เครื่องผสมเครื่องดื่มในแบบของตัวคุณประหนึ่งคุณผสมเองที่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นโฮมเมดวอดกา ช็อกโกแลต ใบโหระพา และน้ำผึ้ง

ยังมีลิสต์ Forgoten Classic ที่มี บรั่นดี และวิสกี เป็นเบส หลากหลายเมนู หรือใครติดสวยก็มีค็อกเทลมากมาย ไวน์ก็เยอะแยะ แต่ต้องไม่ลืม Assorted Shushi Plate ซูชิ 6 คำนี้ให้อยู่ท้องก่อนจะเริ่มเครื่องดื่มเซตใหญ่ กับบรรดาชาวแฮงเอาต์ ระหว่างนั้นก็ สั่ง Crispy Corn Chips กับท็อปปิ้งสูตรเฉพาะของสปีคอีซี ได้เรื่อยๆ

สำหรับคนชอบแกะ Lamb Kebabs เสียบไม้ปิ้ง ลดความเป็นทางการลงมา และอร่อยเด็ด 2 ไม้เอาอยู่ หรือจะเลือก Grill Italian Sausages ผักกับเครื่องที่มีซอสมะเขือเทศเป็นตัวนำ

ส่วนตัวมาชั้น 24 เหมาะดี สวีตหวาน แต่ถ้าปาร์ตี้แก๊งโตหน่อย เดอะ ลอว์น ลานสนามหญ้าบนดาดฟ้าชั้น 25 ล้อมรอบด้วยสถาปัตยกรรมทรงโดม และเพลินไปกับทิวทัศน์ 360 องศา เปี่ยมเสน่ห์ครบครันความสุข

มาหลังสวน สารสิน หรือชิดลม แวะมาชิล เดอะ สปีคอีซี ก่อนใคร เปิดบริการ 18.00 น. ทุกวัน โทร. 02-630-4000 ต่อ 4333

 

ภารตะ ไดมอนด์ เสพศิลป์ กิน-ดื่ม 2012/03/26

ภารตะ ไดมอนด์ เสพศิลป์ กิน-ดื่ม

  • 23 มีนาคม 2555 เวลา 09:08 น.

โดย…ลีโอ เคน

ในค่ำคืนหนึ่งกลางฤดูร้อน…เป็นอีกวันที่ไม่อยากรีบหลับรีบนอน…เชื่อว่านี่คงเป็นความรู้สึกของใครหลายคน

แหม…ก็เหนื่อยหนักและเครียดกับงานมาทั้งสัปดาห์ ก็อยากชิลกับเพื่อนกับคนรักกันบ้าง คำถามต่อมา แล้วจะไปที่ไหนดี ที่จะทำให้ชีวิตหายอับเฉาไปได้บ้าง

เออ นั่นดิ!

ได้ยินมาว่าเอกมัย ซอย 24 มีร้านดีๆ ที่เปิดใหม่ อาหารก็อร่อยและบรรยากาศก็เก๋กู๊ดไม่ซ้ำใคร แล้วจะช้าอยู่ทำไม งั้นตามผมมากันเลยครับ

สถานที่ชาร์จพลังแห่งนี้มีชื่อว่า ภารตะ ไดมอนด์ (Parata Diamond) เท่าที่ทราบมาคือเกิดขึ้นมาจากเจ้าของร้านหนุ่มไฟแรงกับแฟนสาวคนสวย ฝันอยากมีร้านอาหารเป็นของตัวเอง บวกกับความชื่นชอบงานศิลปะเป็นทุนเดิม จึงเกิดเป็นแนวคิดในการทำร้านอาหารอร่อยๆ ที่มีพื้นที่ให้แสดงงานศิลปะไปในตัวและหวังจะให้เป็นอีกแหล่งนัดพบของคนที่ชื่นชอบงานศิลป์ด้วยนั่นเอง

ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าชวนให้สะดุดตากับบ้านไม้เก่าโบราณที่ถูกเนรมิตเสียสวยเช้งและน่าสนใจที่สุด เมื่อก้าวย่างผ่านเข้าสู่ด้านใน บอกได้คำเดียวว่าบรรยากาศโดยรวมน่าจะทำให้คุณๆ ตกหลุมรักกันไม่ยาก และรู้สึกอยากจะนั่งนานๆ ขึ้นมาทันทีเชียวครับ

บรรยากาศโดยรวมตกแต่งให้มีกลิ่นอายของความเป็นโมเดิร์น โมร็อกกัน เน้นด้วยโทนสีดำทอง ให้ความรู้สึกเรียบหรู น่าค้นหา และจบ…เท่แบบไม่ต้องมากความว่างั้นเถอะ

ร้านมี 2 ชั้น ชั้นล่าง แบ่งออกเป็นหลายโซนด้วยกัน ทั้งโซนไพรเวตรูม ที่เหมาะกับการปาร์ตี้กับก๊วนสนิท ส่วนของบาร์ที่สามารถใช้รับประทานอาหารได้อย่างสะดวกสบาย

ถ้าอยากชิลชิล ขอแนะนำโซนเอาต์ดอร์ (ชั้นล่าง) และโซนรูฟท็อป ระเบียงส่วนตัวที่ชั้น 2 มีโซฟาเบดให้คุณๆ นั่งเอกเขนกได้อย่างสบายอุรา นอกจากนี้ ในส่วนของชั้น 2 ยังเป็นแกลเลอรีที่จัดแสดงงานศิลปะ ที่จะหมุนเวียนเปลี่ยนมาเอาใจคนชอบเสพงานศิลป์

สำหรับอาหาร เจ้าของร้านนิยามว่าเป็นเมนูสไตล์นิวอเมริกัน ซึ่งได้เชฟมากประสบการณ์ที่จบด้านอาหารจากสถาบันดัง รวมถึงประสบการณ์เป็นเชฟจากร้านอาหารชื่อดังจากอเมริกามาก่อน แต่ถ้าจะให้เล่าสไตล์นิวอเมริกันมันเป็นอย่างไร คงต้องเล่ากันยาว ทางที่ดีต้องไปพิสูจน์ด้วยตัวเองก็แล้วกัน อิอิ

ไม่รอช้าล่ะขอออกสตาร์ตกันด้วยสปาเกตตีคั่วกลิ้งปลาสลิด จัดจ้านแบบที่เป็น เข้าขากันดีกับเส้นสปาเกตตี เพิ่มความอร่อยด้วยปลาสลิด 2 เทกซ์เจอร์ คือ แบบนิ่มในส่วนที่ผัดกับพริกคั่วกลิ้ง และส่วนที่ใช้โรยหน้าเพิ่มความกรุบกรอบ อร่อยมากมาย

เมนูต่อมาแอสพารากัสสลัด แน่ล่ะว่าพระเอกคือหน่อไม้ฝรั่ง ทั้งที่ใช้ลวกและขูดเป็นเส้น เพิ่มรสชาติด้วยน้ำสลัดเลมอนที่ให้ความสดชื่น และที่แปลกไม่เหมือนใคร คือใช้ไข่ต้มขูดเป็นเส้นๆ หน้าตาละม้ายชีส แต่ให้สัมผัสที่แตกต่าง แน่ะ…ยังแอบแก้เลี่ยนด้วยหอมแดงดอง

ด้านเครื่องดื่ม ว้าว… นอกจากจะได้สัมผัสกับเครื่องดื่มแก้วโปรด ชนิดที่ไม่ขาดตกบกพร่อง ยังจะได้ลิ้มรสชาติแปลกใหม่ของนานาค็อกเทลที่บาร์เทนเดอร์คิดค้นขึ้นมาใหม่ๆ เรื่อยๆ เพื่อเอาใจลูกค้าที่ไม่ชอบความจำเจกันเพียบเลย

ขอแนะนำ ช็อกโกแลตมินต์ มาร์ตินี หอมช็อกโกแลตและมินต์เข้มข้น แก้วที่น่าสนใจ แพสชันฟรุต มาร์ตินี แหล่มตรงที่ค็อกเทลสีลวงตา กินคู่กับเสาวรส อืมม…สดชื้น-สดชื่น

อย่าลืมเรียกหาภารตะ แพร ชาค็อกเทลสมุนไพรตำรับโมร็อกโก เสิร์ฟในเซตหรูหรา ใครมาก็สั่ง เพราะตั้งบนโต๊ะแล้วเท่อ่ะ อิอิ

อาหารเลิศ เครื่องดื่มล้ำไม่ซ้ำใคร ยังย้อมอารมณ์ด้วยดนตรีคลอเบาๆ ในแนวอาร์แอนด์บีโซลและเฮาส์ ตกดึกจะขยับบีตขึ้นมาอีกนิด ทั้งหมดนี้ดีเจมากประสบการณ์ทั้งคร่ำหวอดทั้งในบ้านเราและต่างแดน เขาหมุนเวียนเปลี่ยนไปมา เอาใจทุกวันศุกร์-เสาร์ รวมถึงคํ่าคืนพิเศษ

…ค่ำคืนนี้ไม่มีคนรู้ใจก็ไม่เป็นไร เพราะที่นี่มีคนเอาใจเพียบเลย อิอิ !!!

ภารตะ ไดมอนด์ เอกมัย ซอย 24 เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 18.00–01.00 น. โทร. 08-5167-6489http://www.paratadiamond.com

 

ชิลริมเจ้าพระยา@พีเมียนตา 2012/03/17

ชิลริมเจ้าพระยา@พีเมียนตา

  • 16 มีนาคม 2555 เวลา 07:35 น.

โดย…โจ เกียรติอาจิณ

ค่ำแล้วแต่อากาศยังอบอ้าว นี่อาจจะเป็นอีกหนึ่งคืนสินะที่เราต้องมีความอบอ้าวอยู่เป็นเพื่อน

พลันที่ลมเย็นจากเจ้าพระยาพัดมากระทบผิว ความคิดเหล่านั้นจึงถูกสลัดทิ้งอย่างไม่ไยดี เพราะลืมไปว่าตัวเองน่ะกำลังนั่งอยู่ร้านที่ได้ชื่อว่าฮิปที่สุด ณ ตอนนี้

เราแวะมาทักทาย “พีเมียนตา” (Piemienta) อันมีความหมายว่า “พริกไทย” เป็นครั้งแรก ตามคำบอกเล่าของชาวแฮงเอาต์ตัวแม่ ที่บรรยายสรรพคุณเป็นคุ้งเป็นแคว ผสานความแซบเว่อร์ซะจนทำเอาเราอดรนทนไม่ไหว ต้องบุกมาให้เห็นกับตาเสียหน่อยแล้ว

ที่นี่ทักทายเราด้วยลุคสแปนิชทางตอนใต้ โดดเด้งที่การตกแต่งซึ่งแฝงกลิ่นอายความเป็นถิ่นเมืองร้อนแห้งได้ดี ขณะเดียวกันก็มีอารมณ์แบบแขกมัวร์ให้สัมผัสกันพอประมาณ ทั้งจากเฟอร์นิเจอร์ ลวดลาย และโทนสีขรึมอบอุ่น

คนที่กำลังมองหาที่แฮงในบรรยากาศชิลชิล น่าจะถูกใจไม่มากก็น้อยกับฉากหลังแม่น้ำเจ้าพระยาที่ขนานไปกับตึกรามบ้านช่อง แสงไฟระยิบระยับบอกกล่าวให้รู้ว่าราตรีนี้ยังอีกยาวไกล

โต๊ะที่เราเลือกนั่งอยู่ในโซนเอาต์ดอร์ หัวค่ำอาจจะดูคึกคักและจอแจไปบ้าง แต่หลัง 2 ทุ่ม ก็สามารถเป็นส่วนตัวได้ ยิ่งเฉพาะใครที่กะมาอิ่มเอมกับวิวเจ้าพระยาและสูดลมเย็นๆ ไม่มีผิดหวังกลับไปแน่นอน

ส่วนคนที่ชอบนั่งห้องแอร์เย็นฉ่ำก็เชิญด้านใน นั่งสบายๆ แกล้มบรรยากาศที่อวลไปด้วยรายละเอียดแห่งเรื่องราวประทับใจ ซึ่งหุ้นส่วนไฟแรง “พี่เล็กชวลิต รัตนชินกร” หยิบยกมาไว้ตามมุมต่างๆ

เช่นเดียวกับเมนูเด็ดและซิกเนเจอร์ดริงก์ ก็เป็นสิ่งที่เจ้าตัวภูมิใจนำเสนอ โดยเน้นเสิร์ฟของอร่อยสไตล์สแปนิชที่เขาชอบและอยากแบ่งปันให้กับคนอื่นลิ้มลอง

Mixed Spanish Cold Cuts จานเด่นที่ประกอบด้วย แฮมหมูดำ แฮมสเปน ไส้กรอกซอริโซ แกล้มกับแตงกวาดองและขนมปังทาซอสมะเขือเทศโฮมเมด ฉ่ำด้วยน้ำมันมะกอก

“ปาเอยา” จานนี้คนไทยรู้จักกันดีในชื่อ “ข้าวผัดสเปน” ส่วนผสมที่ประดังใส่นั้นเป็นซีฟู้ดล้วนๆ ชิ้นโตๆ เคี้ยวได้เต็มคำ รสชาติเข้มข้น Pork Meatball ลูกชิ้นหมูสเปนที่กลมกล่อมด้วยเครื่องเคราหอมกรุ่น Mixed Salad เป็นสลัดสูตรไม่ซ้ำใคร ใช้แซลมอนหมักเคล้าด้วยน้ำสลัด ง่ายๆ แต่ว่าอร่อย

นี่ก็อร่อย “หมึกยักษ์คลุกกระเทียม” โรยปาปริกาเพื่อความเผ็ดร้อน แกล้มกับเบียร์อร่อยมากกกกก ยังเอาใจคนเลิฟปลาหมึก เป็นของกินเล่นที่กินตอนร้อนๆ จะหยุดไม่ได้เลยละ “ปลาหมึกชุบแป้งทอด” คลุกมากับกุ้งแห้ง เสิร์ฟพร้อมเลมอนชิ้นหนา

“พาสตาไส้กรอกสเปน” อีกหนึ่งจานที่เรายกนิ้วให้ อร่อยจริงอะไรจริง ถึงเครื่องถึงรส ไม่ต้องอธิบายความให้เสียเวลา เอาเป็นว่าไปแล้วต้องชิม รวมถึงจานนี้ด้วย “ซุปเย็นสเปน” ไม่มีให้ชิมบ่อยนัก ใครชอบซุปห้ามพลาด

คนชอบดื่มมาที่นี่ก็ดูเหมือนจะดี๊ด๊าเกินหน้าเกินตา เพราะเขามีเครื่องดื่มสแปนิชให้จิบเพียบ “ไวท์แซงเกรีย” มาในแก้วบิ๊ก โอ้ แม่เจ้า!!! นี่เขาเสิร์ฟกันเยี่ยงนี้ กะจะให้แก้วเดียวเมาเลยใช่มั้ย อะแต่ถ้าคิดว่ายังไม่หนำใจ แนะนำให้สั่ง “เรดแซงเกรีย” ก็เด็ดไม่แพ้กัน ที่สำคัญเป็นแซงเกรียสูตรพิเศษของทางร้าน จิบได้เรื่อยๆ แล้วก็จะเมาได้ง่ายๆ (เอิ๊กกกกก)

“ต้มยำเตกีลา” ไม่ใช่อาหาร แต่มันคือค็อกเทลฟิวชัน เป็นการประสานความร่วมแรงร่วมใจระหว่างนานาเครื่องปรุงต้มยำ ตะไคร้ ใบมะกูรด พริกขี้หนู หมักกับเตกีลาไว้เป็นแรมเดือนกว่าจะได้ที่ กลิ่นน่ะใช่ต้มยำ รสชาติก็ละม้ายเหมือนกัน จิบไปก็นึกว่ากำลังซดต้มยำ

หรือจะเป็นจำพวก “โมฮิโต” “ลิ้นจี่ วอดก้า” “แพสชัน วอดก้า” ก็รับรองว่าถูกใจคนชอบเครื่องดื่มรสเข้ม มิกซ์กันแบบไม่หวงเครื่อง จัดไปให้จิบกันเต็มอารมณ์

ซิกเนเจอร์ดริงก์ทุกแก้วจะจิบเพียวๆ หรือแกล้มของคาวก็ไม่เลว แต่เราอยากให้คุณลองกับขนมหวาน “ทอฟฟี่ พุดดิง” พุดดิงช็อกโกแลตรสเข้มขมหวานปานกลาง เพิ่มความอร่อยด้วยสกอตบัตเตอร์ซอส ว้าวๆๆๆๆ ใครบอกไม่เข้ากัน หรือเกรงว่าจะเมา เราขอเถียง อร่อยมากกกกก ยิ่งกินตอนดึกๆ ยิ่งอร่อย แกล้มสายลมจากเจ้าพระยา ทั้งชิล ทั้งเก๋ (จะตาย)

พีเมียนตา ศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้ (โซนริมแม่น้ำ) เปิดบริการเที่ยงวันยันเที่ยงคืน โทร. 026391865 ทุกๆ วันจะมีดนตรีสไตล์ละตินให้ฟังกันอย่างจุใจ เริ่มบรรเลง 3 ทุ่มครึ่ง สลับกับการเปิดแผ่นของดีเจ ที่มาพร้อมดนตรีชิลชิล ชวนขยับแข้งขยับขา

 

อิ่มอกอิ่มใจ @ ฟูบาร์ 2012/03/10

อิ่มอกอิ่มใจ @ ฟูบาร์

  • 09 มีนาคม 2555 เวลา 08:15 น.

โดย…คีตะ / ภาพ ประกฤษณ์ จันทะวงษ์

จากสถานีรถไฟฟ้าชิดลม แล้วเดินเลาะเรื่อยจากหัวมุมถนนหลังสวนไปเพียงไม่กี่ก้าว ด้านซ้ายมือเราก็พบกับอาคารปิยะเพลส แหงนหน้ามองป้ายชื่ออาคารอาจจะเห็นไม่โดดเด่นนัก แต่ป้ายไฟชื่อ FuBar นั้นกะพริบวิบวับสะดุดตา เมื่อขึ้นลิฟต์ไปชั้น 4 เราก็ลุล่วงถึงฟูบาร์ อันเป็นจุดหมายปลายทางในการแฮงเอาต์ของเราในค่ำคืนนี้

ก่อนเคยเปิดให้บริการความสนุกสนานในชื่อ โฟร์ทฟลอร์คาเฟ่ (4th Floor Caf้) ซึ่งปิดตัวไปในช่วงมหาอุทกภัยเมื่อต้นปี ต่อมาก็ถูกปรับเปลี่ยนตกแต่งเปิดใหม่เป็นฟูบาร์ ตั้งแต่เดือน ก.พ.ที่ผ่านมา

ชื่อ ฟูบาร์ มาจากคำว่า ฟูล (Full) หมายถึง เต็มหรืออิ่ม เป็นร้านที่เกิดจากการรวมตัวของหุ้นส่วนซึ่งชื่นชอบในการทำอาหาร รับประทานอาหาร และย่ำราตรีนอกบ้าน พวกเขาจึงเข้าใจว่าลูกค้าต้องการสถานที่สำหรับการดื่มกินที่ให้ความสะดวกสบาย สนุกสนาน และอิ่มเอม

นั่นจึงก่อเกิดเป็นฟูบาร์ที่ไปมาสะดวก เหมาะสำหรับคนทำงานออฟฟิศในละแวกนั้น เพื่อหลบรถติด หรือแม้แต่นัดเพื่อนฝูงมาพูดคุยและใช้เวลาดีๆ ด้วยกัน ในร้านมีความสนุกสนานด้วยดนตรีที่มีทั้งวงดนตรีแสดงสดและดีเจ เริ่มต้นในช่วงหัวค่ำด้วยเพลงฟังในสไตล์ป๊อป แจ๊ซ บลูส์ ฯลฯ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นจังหวะเร่งเร้าให้ชวนออกมาเต้นรำกับดนตรีแดนซ์

ความอิ่มเอมได้จากอาหารทุกเมนูผ่านการคิดค้นและคัดเลือกแล้ว แม้จะมีชื่อว่าบาร์ แต่ก็มีของอร่อยๆ ให้เลือกรับประทานได้ไม่แพ้ร้านอาหารใดๆ เมนูแนะนำระดับ 5 ดาวของฟูบาร์ คือ อาหารอิตาเลียนสไตล์ญี่ปุ่นอย่างสปาเกตตีไดนาไมต์ เส้นลวกมาพอกรุบๆ ผัดกับปลาหมึก กุ้ง ปูอัด ตกแต่งด้วยไข่กุ้งสีส้ม จานนี้มีให้รับประทานที่นี่ที่เดียว เพราะว่าเจ้าของร้านคิดเอง ต่อมาเป็นหอยนางรมทรงเครื่อง (Oyster Shooter) เป็นไอเดียสุดเก๋ในการเสิร์ฟหอยนางรมและเครื่องเคียงในแก้วช็อต จัดจ้านด้วยน้ำจิ้มซีฟู้ด 3 รส อีกหนึ่งจานที่ทางร้านภูมิใจนำเสนอ คือ ซูชิกรอบ ข้าวญี่ปุ่นหรือข้าวหอมมะลิปั้นกับปูอัด ไข่กุ้ง มายองเนส ห่อด้วยสาหร่ายนำไปอบ เสิร์ฟพร้อมกับวาซาบิสด อร่อยแปลกลิ้น

อาหารอร่อยๆ ต้องคู่กับเครื่องดื่มแก้วโปรด ที่ฟูบาร์มีเครื่องดื่มพิเศษเป็นอาซาฮีโรเซ ซึ่งเป็นเบียร์ผลไม้ซึ่งให้รสชาติแตกต่าง น่าจะเป็นที่ชื่นชอบสำหรับสาวๆ ค็อกเทลสูตรเด็ดอันเป็นเอกลักษณ์ของฟูบาร์ คือ แอปเปิลมาร์ตินี เด่นด้วยรสและกลิ่นของแอปเปิลเขียวสดๆ ผสมกับวอดก้า อีกหนึ่งนางเอกของร้านคือ แพสชันโมฮิโต แก้วนี้ไม่เหมือนกับโมฮิโตทั่วๆ ไป เพราะมีส่วนผสมของผลเสาวรส ใครไม่ดื่มแอลกอฮอล์ก็เลือกสั่งแบบม็อกเทลได้

ภายในฟูบาร์นั้นตกแต่งด้วยแสงสีแบบคัลเลอร์ฟูล เหมาะสำหรับหนุ่มสาวผู้ชื่นชอบชีวิตที่มีสีสัน กิน ดื่ม ฟังเพลง เต้นรำ หรือจะเล่นพูลก็ได้ หากต้องการลมธรรมชาติ หรืออยากชมวิวกรุงเทพฯ ในมุมที่แตกต่าง ก็เลือกนั่งที่ระเบียง เลือกนั่งเก้าอี้ขาวสบายๆ หรือจะอิงแอบกับบีนแบ็กก็ตามใจชอบ จะไปคู่หรือไปเป็นหมู่คณะก็มีเวลาดีๆ ที่นี่ได้ ใครที่ไปเดี่ยวก็ไม่เหงา เพราะพนักงาน (สาวสวยทั้งนั้น) ร้านนี้เป็นเพื่อนคุณได้

ค่ำวันนี้ (ศุกร์ที่ 9 มี.ค.) จะมีปาร์ตี้ของหนุ่มสาวชาวสายการบินต่างๆ ในชื่อว่า Crew Night : Fly Me To FuBar ซึ่งเกิดขึ้นจากไอเดียของแอร์โฮสเตสสายการบินญี่ปุ่นคนหนึ่งและเพื่อนๆ ของเธอต้องการมีสถานที่สำหรับการพบปะสังสรรค์หลังเลิกงานระหว่างคนในแวดวงเดียวกัน ซึ่งจะจัดเป็นประจำทุกวันศุกร์ที่ 2 ของเดือน งานนี้ไม่ใช่งานปิด ลูกค้าที่อยู่ในแวดวงอื่นถ้าอยากไปสัมผัสความสนุกสนานแบบชาวสายการบินก็แวะไปได้

เท่านั้นยังไม่พอ ทุกวันเสาร์ ฟูบาร์ยังเป็นสถานที่นัดพบของคนรักการเต้นรำในจังหวะสวิง ตั้งแต่ 2 ทุ่มจะมี ครูโอ้ต อาจารย์ผู้สอนเต้นสวิงให้กับนักร้องสาวสุดเซอร์อย่างปาล์มมี่ และเพื่อนๆ ของเขาจะมาเปิดคอร์สสอนเต้นสวิงให้กับผู้สนใจ ก่อนจะเป็นช่วงเวลาเปิดฟลอร์เต้นสวิงกันสุดเหวี่ยงไปยันดึกดื่น แม้แต่คนที่ไม่ชอบเต้นรำยังดูสนุก

ฟูบาร์ เปิดทุกวันตั้งแต่ 17.00–02.00 น. ติดตามโปรโมชันและไปสมัครเป็นแฟนเพจได้ที่ facebook.fubar@chidlomจองโต๊ะหรือสอบถามรายละเอียดติดต่อ โทร. 086-675-5667 ทุกวัน ตั้งแต่ 5 โมงเย็น3 ทุ่ม เป็นช่วงแฮปปี้อาวร์ หรือแฮปปี้ฟูบาร์ ซึ่งจะเปลี่ยนโปรโมชันทุกเดือน พิเศษสำหรับผู้อ่านโพสต์ทูเดย์ คุณอธิราช ชูเรือง และคุณฐิตา อินทพันธ์ แห่งฟูบาร์ ยินดีลดราคาสปาเกตตีไดนาไมต์ให้ 50% เพียงแค่นำหน้าหนังสือพิมพ์ หรือถ่ายภาพคอลัมน์นี้ใส่มือถือไปยืนยัน

จะได้ช่วยกันคอนเฟิร์มว่า ฟูบาร์จะทำให้ทุกคนอิ่มอกอิ่มใจและอิ่มท้อง … จริงไหม?

 

กินอร่อย แดนซ์สนุก โชว์เด็ด @’เรด บาร์’ 2012/02/26

กินอร่อย แดนซ์สนุก โชว์เด็ด @’เรด บาร์’

  • 24 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 07:53 น.

โดย…ณัฐพล ช่วงประยูร

บางคนลืมไปแล้วว่าย่าน อ.ต.ก. มีร้านอาหารและผับสนุก

หากใครใช้ถนนย่านกำแพงเพชรผ่านไปมาอยู่บ้าง ด้านซ้ายมือฝั่งที่มุ่งหน้าไปถนนพหลโยธิน คงฉงนกับอาคารชั้นครึ่ง ที่มุมมีน้ำพุเล็กๆ ข้างในมีไฟกับแสงสีและเลเซอร์ รวมไปถึงบูธดีเจตั้งตระหง่านอยู่บนด้านบน แต่เมื่อมองป้ายที่เขียน “เรด บาร์” (Red Bar) ก็พอเดาออก

“เรด บาร์” ก่อตั้งขึ้นโดย “แดงหิรัญ หมู่โสภณ”นักธุรกิจสถานบันเทิงจากภูเก็ต หนุ่มใหญ่ใจดี และเป็นที่รักของคนในแวดวงบันเทิงและธุรกิจผับบาร์ย่านป่าตอง มองเห็นโอกาสที่ดีของพื้นที่บริเวณ อ.ต.ก. จึงให้กำเนิดร้านอาหารและบาร์แห่งนี้เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์และความต้องการของกลุ่มลูกค้าหนุ่มสาวที่มีรสนิยมชอบความเรียบหรู รักในแสงสียามค่ำคืน ชอบดูโชว์ลิปซิงก์ คาบาเรต์ และวงดนตรีสดจากศิลปินที่มีเพลงฮิตติดชาร์ต แต่ราคาอาหารเครื่องดื่มไม่ใจร้ายกับลูกค้า

ร้านตกแต่งสไตล์โมเดิร์น เรียบง่าย อย่างบาร์เต้นสนุกสไตล์วัยรุ่น-วัยทำงาน เวทีสูงในร้านมีไว้สำหรับเหล่านางโชว์ที่จะมาขับกล่อมเสียงเพลง ลีลาลิปซิงก์ และคาบาเรต์งดงาม รวมถึงโมเดลหนุ่มเท่ล่ำเดินแบบอวดความแมนให้แฟนๆ ได้กรี๊ดกร๊าดเต็มที่ กับโปรแกรม “เซ็กซี่ โมเดล ไนต์” ทุกวันพุธและศุกร์ เวลา 01.00 น.

นอกจากนั้น นักร้องมีชื่อ เพลงฮิตติดอันดับ หรือหล่อสวย เสียงดี ก็เวียนมาในแต่ละโปรแกรม อย่างเช่น ศุกร์ที่ 9 มี.ค.นี้ “ไต้ฝุ่น เคพีเอ็น” จะแวะมาซัดเข้าเรด บาร์ เต็มๆ และทุกคืนวันศุกร์สนุกกับเพลงเพราะๆ จาก “ป๊อป ไมค์ ไอดอล” และคืนวันเสาร์ก็พบกับ “เต้น ไมค์ ไอดอล” เต็มอิ่มและสนุกกับโชว์ตามวันที่คุณสะดวก

ด้านหลังส่วนของบาร์เป็นร้านอาหาร เก้าอี้ไม้สีขาวนั่งสบาย กับอาหารหลากหลายเมนู อาหารไทยอร่อย รสจัดจ้าน ตำรับเรด บาร์ หากคุณมาแต่หัวค่ำร้านด้านหลังนี้จะทำให้คุณได้อิ่มท้องก่อนเวลาแดนซ์และชมโชว์

คราวหน้าแวะไปย่านจตุจักร อ.ต.ก. ถนนกำแพงเพชร แวะอิ่มอร่อย แดนซ์สักหน่อย ไม่ก็ชมโชว์เด็ด จิบเครื่องดื่มเบาๆ นะครับ “เรด บาร์” รอคุณอยู่ โทร. 02-618-6998, 08-19156-069, 08-0063-8123

 

จิบความสุข @ เอาท์ดอร์ เทอร์เรซ แอนด์ บาร์ 2012/02/13

จิบความสุข @ เอาท์ดอร์ เทอร์เรซ แอนด์ บาร์

  • 10 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 07:12 น.

โดย…คีตะ

หลังเสียเหงื่อไปกับการออกกำลังกาย ชายหนุ่มเดินออกจากฟิตเนส และได้พบว่าตัวเองยืนอยู่ที่ระเบียงชั้น 8 ของตึกโรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส พื้นที่เคยเป็นลานโล่งเมื่อเขาเห็นครั้งสุดท้าย บัดนี้เปลี่ยนแปลงกลายมาเป็นบาร์ขนาดกะทัดรัดใต้แสงไฟและแสงดาววิบวับชักชวนให้เข้าไปสัมผัส

เขาตัดสินใจเลือกนั่งที่โต๊ะหลังสุด ซึ่งเป็นมุมที่สามารถมองเห็นผู้คน บาร์เครื่องดื่ม วงดนตรี รวมทั้งวิวกรุงเทพฯ อันงดงามในเวลาเดียวกัน

เครื่องดื่มพรายฟองในแก้วเย็นๆ ถูกร้องขอให้นำมาเสิร์ฟ เบียร์น่าจะเหมาะกับบรรยากาศที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นเบียร์ท้องถิ่นอย่างที่เขาชื่นชอบ หรือเบียร์นำเข้าหลากยี่ห้อ แต่ที่นี่ยังมีไวน์ซึ่งหญิงสาวคนที่เขาเพิ่งจะโทร.ไปหาและชักชวนให้มาพบกันน่าจะชื่นชอบ

เวลาชั่วระยะไม่เกิน 1 แก้วเบียร์ หญิงสาวของเขาก็มาถึง เธอไล่นิ้วไปตามไวน์ลิสต์ที่มีให้เลือกไม่น้อย แต่สุดท้ายกลับเลือกสั่งค็อกเทลของเทศกาลสุดพิเศษ

นั่งพูดคุยกันไปไม่กี่คำ พนักงานนำวาเลนไทน์ส สวีต เลิฟเวอร์ ค็อกเทลสีแดง 2 แก้ว ซึ่งแตกต่างด้วยส่วนผสมมาเสิร์ฟ แก้วหนึ่งเป็นสปาร์กลิงไวน์ผสมแม่โขง อีกหนึ่งแก้วแรงไม่แพ้กันด้วยผสมจากวอดก้า ทริปเปิลเซก น้ำมะนาว ไซรัป และเวอร์มุธ

เธอคะยั้นคะยอให้เขาลองชิมเพื่อชนแก้วเฉลิมฉลองให้กับความรักและวันแห่งความรักที่กำลังจะมาถึง เมื่อได้จิบเครื่องดื่มแก้วนั้น ชายหนุ่มให้ความเห็นกับหญิงสาวว่า “เหมือนความรัก มีหวานและขมรวมอยู่ด้วยกัน”

จิบค็อกเทลพลางสบตากันใต้แสงไฟได้สักพัก อาหารที่ชายหนุ่มสั่งไว้ก็มาถึง ทั้งหมดถูกส่งตรงจากครัวของลูป ห้องอาหารอิตาเลียนของโรงแรมที่ตั้งอยู่ไม่ไกลกัน ซึ่งมีให้สั่งทั้งอาหารจำพวกเส้นแป้งพาสตา หรือพิซซา และอื่นๆ จากฝีมือการปรุงของเชฟจากอิตาลี

อาหารและเครื่องดื่มทำให้คู่รักเพลิดเพลิน บรรยากาศยิ่งงดงามขึ้นเมื่อมีเสียงเพลงป๊อปแจ๊ซพลิ้วไหวนุ่มนวลฟังสบายของวงดนตรี ไอซ์ธรี มาเสริม นักร้องสาวเสียงไพเราะ และนักดนตรีฝีมือดี ทำให้แขกผู้มาเยือนทั้งสองสัญญากันว่าจะแวะมาที่นี่อีกในวันศุกร์ เสาร์ หรืออาทิตย์หน้า ช่วงระหว่าง 19.00–23.00 น. เพื่อฟังเพลงจาก ไอซ์-ธรี อีกครั้ง

มื้ออาหารค่ำผ่านไปอย่างเพลิดเพลิน ก่อนกลับทั้งสองเดินถือแก้วเครื่องดื่มไปยังเคาน์เตอร์บาร์เยื้องๆ บาร์เครื่องดื่ม วิวกรุงเทพฯ จากมุมนั้นช่างสวยงามแปลกตา สายลมเย็นพัดมาปะทะร่าง และเมื่อแหงนมองขึ้นไปบนฟ้าพวกเขาเห็นดวงดาว

แต่ในความเห็นของชายหนุ่มแล้ว ดวงดาวคืนนี้ระยิบระยับได้ไม่เทียมเท่ากับแววในดวงตาของคนที่ยืนอยู่เคียงข้างเขายามนี้ …

 

ที่พักนักแรมทาง แอม ยัวรส์ คาเฟ่&บาร์ 2012/02/13

ที่พักนักแรมทาง แอม ยัวรส์ คาเฟ่&บาร์

  • 03 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 07:50 น.

โดย…ลีโอ

ที่พักนักแรมทาง แอม ยัวรส์ คาเฟ่ & บาร์Friday Night ในค่ำคืนแรกของเดือนแห่งความรัก คุณมัวทำอะไรกันอยู่ครับ?

คนมีคู่ควรอย่ามัวโลเลที่จะพาหวานใจออกไปกระชับรักให้แน่นหนัก ส่วนคนยังไม่พบรักยิ่งไม่ควรพักใจและอยู่เดี่ยวเหมือนเคยๆ

ออกมาต้อนรับเดือนแห่งรักกันเถอะครับ บางทีอาจจะมีใครสักคนที่กำลังรอเราอยู่ที่ไหนสักแห่ง…

แอม ยัวรส์ คาเฟ่ & บาร์ (Am Yours Cafe & Bar) ร้านอาหารกึ่งบาร์บรรยากาศน่ารักๆ ตามคอนเซปต์ Your Food Your Friend Your Fun ดั่งที่เจ้าของร้านคู่รักอยากจะให้เป็นที่พิงพักของคนที่ชื่นชอบบรรยากาศสบายๆ แบบกันเอง ซึ่งสัมผัสได้ตั้งแต่แรกเมื่อผลักประตูเข้าสู่ภายในร้าน

ภายในร้านที่ไม่ใหญ่นัก และไม่ได้แคบจนรู้สึกอึดอัด จึงเป็นการเริ่มต้นเดือนแห่งความรักอย่างใกล้ชิดและอบอุ่น อย่างน้อยก็ทำให้คุณหันมาคุยกับคนใกล้ตัวมากยิ่งขึ้น

 

ถ้ามาเดี่ยวก็ไม่ต้องกลัวเหงา เพราะระยะห่างจากโต๊ะข้างๆ ที่ส่งรอยยิ้มให้แก่กันกำลังพอดี รับรองว่าไม่พร่าเลือน หรือคิดไปเอง

บรรยากาศร้านชวนให้หลงใหลในกลิ่นอายแบบลอฟต์ผสานกับเก้าอี้ลีลาสวยในสไตล์สแกนดิเนเวียที่อวดโฉมแบบไม่ยอมอ่อนข้อให้แก่กัน ยิ่งทำให้ร้านเต็มไปด้วยสีสันและความสนุกสนาน

อีกหนึ่งเสน่ห์อันเป็นคอนเซปต์ที่ตั้งใจก็คือ “Life is a journey” การตกแต่งที่มีเรื่องราวของการเดินทางเข้ามาร่วมแจม ทั้งกระเป๋าเดินทางใบเท่ จักรยานวินเทจ ภาพถ่ายจากฝีมือของเจ้าของร้านเมื่อครั้งเดินทางท่องเที่ยว รวมถึงภาพเพนต์สถานที่ท่องเที่ยวอันแสนประทับใจที่โชว์เด่นตาบนฝาผนัง

ต่อให้ไม่เคยเดินทางไปยังสถานที่เหล่านั้น ก็ยังอดฝันหวานตามไปด้วยไม่ได้

ร้านแอบมีมุมชั้นลอยเท่ๆ เพียงเดินก้าวบันไดพร้อมเพื่อนๆ ที่รู้ใจ มุมนี้จะกลายเป็นไปรเวตโซนที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว

สำหรับเมนูที่พักนักแรมทางแห่งนี้ก็มีให้เลือกหลากหลาย เน้นเสิร์ฟอาหารไทย-อิตาเลียน สไตล์ฟิวชัน ทั้งกินเป็นกับ และทานเล่นๆ แบบเพลินๆ นอกจากอร่อยหลาย ยังหน้าตาสะสวย เพราะเขารังสรรค์ตกแต่งเสียจนหลงตั้งแต่ยังไม่ทันได้ลิ้ม

 

ขอเริ่มต้นด้วยเมนูเบาๆ กุ้งสายไหม มัดใจด้วยการนำกุ้งหมักเครื่องเทศพิเศษตรงที่พันด้วยเส้นสปาเกตตี นำไปทอดแล้วเสียบไม้เพิ่มความเก๋อีกที

เมนูต่อมา แชลมอนสติ๊ก แป้งเปาะเปี๊ยะห่อไส้ด้วยแซลมอนปรุงรส ม้วนเป็นวงกลมขนาดเท่าแท่งดินสอแล้วนำไปทอด กรอบเกินเพลินห้ามใจ

หนักขึ้นมานิด ซิมี่ซังก้าไก่ อร่อยแบบสไตล์เม็กซิกัน เหมือนเปาะเปี๊ยะ แต่ไส้ชนะเลิศมั่กๆ

พิเศษสุด สเต๊กปลากะพง เมนูใหม่หมาดๆ เพื่อโพสต์ทูเดย์โดยเฉพาะ ปลากะพงกริลจนได้ที่ ไล่ชั้นด้วยผักโขมและมะเขือเทศ รับประทานพร้อมกันทั้งสามชั้นจึงจะอร่อยเหาะ

 

ด้านดริงก์ลิสต์ก็ไม่น้อยหน้า มีทั้งไวน์หลากตระกูลและเบียร์ฟองละมุนให้เรียกหา ส่วนสาวๆ ที่ไม่ชอบทั้งไวน์และเบียร์ไม่ต้องกลัวอกหัก เพราะมีค็อกเทลสีสวยลวงตาให้สัมผัสหลายขนานเช่นกัน

ตอกย้ำเสน่ห์ไม่รู้จบสำหรับมิตรรักแรมทาง ที่นี่นอกจากเปิดเพลงกล่อมเบาๆ ในสไตล์บอสซาแล้ว ยังมีไลฟ์แบนด์สไตล์อะคูสติกย้อมอารมณ์ให้รู้สึกเพลิดเพลิน

ถ้าอยากแนบชิดนักดนตรีใกล้ๆ แนะนำให้นั่งชิลบริเวณเอาต์ดอร์หน้าร้าน ในวันที่ฝนหลงฤดูหลงทางไปไหนต่อไหน ก็ยิ่งทำให้เดือนรักที่แสนเหงาค่อยๆ มีความหวัง

เชื่อผมสักครั้งได้หรือเปล่าครับ… ลองพักอาการแก้เขินด้วยสมาร์ตโฟนสักคืน แล้วให้เติมเต็มกับคนแรมทางรอบข้างดูสักครั้ง ไม่แน่นะ… คุณอาจจะเจอะเจอคนแรมทางหัวใจเดียวกันในค่ำคืนนี้ก็เป็นได้ อิอิ

ร้านตั้งอยู่ที่โครงการนวมินทร์ เฟสติวัล วอล์ค ถนนเกษตรนวมินทร์ แยกเสนานิคม เปิดต้อนรับนักแรมทางทุกวัน ตั้งแต่เวลา 17.00–01.00 น. โทร. 02-907-0855

 

แก้วเก๋นอกระเบียงฉ่ำแอร์ ‘ซูม่า เลานจ์ แอนด์ บาร์’ 2012/02/02

แก้วเก๋นอกระเบียงฉ่ำแอร์ ‘ซูม่า เลานจ์ แอนด์ บาร์’

  • 27 มกราคม 2555 เวลา 09:38 น.

เมื่อค็อกเทล แมกไม้ แสงเทียน และระเบียงกลางแจ้งมาอยู่รวมกัน ปาร์ตี้แสนชิลก็เริ่มต้นขึ้น

โดย…ณัฐพล ช่วงประยูร

เมื่อค็อกเทล แมกไม้ แสงเทียน และระเบียงกลางแจ้งมาอยู่รวมกัน ปาร์ตี้แสนชิลก็เริ่มต้นขึ้น ที่เด็ดแสนเด็ด คือ แอร์ฉ่ำเย็นเปิดหล่อเลี้ยงอากาศอบอ้าวริมระเบียงชื่นใจที่สุด

เมื่อคราวก่อนพาไปชิมอาหารหนักท้อง เมนูญี่ปุ่นสุดเก๋ ท่ามกลางร้านหรู ภายใต้แบรนด์ “ซูม่า” (Zuma) คราวนี้มาเยี่ยมชมกันให้ทั่ว ส่วนของบาร์และระเบียงกลางแจ้งสุดชิล ที่ชั้น G โรงแรมเดอะ เซนต์รีจิส

 

การออกแบบร้านอาหารญี่ปุ่นซูม่าแต่ละสาขาต่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยแรงบันดาลใจในการออกแบบของแต่ละสาขานั้นก็มาจากสถานที่ตั้งของร้านแต่ละแห่ง สำหรับสาขากรุงเทพฯ นั้น ได้แรงบันดาลใจจากการจัดสวน โดยบริเวณร้านด้านนอกตกแต่งด้วยสระน้ำ และมีการจัดสวนแบบญี่ปุ่นสไตล์ “สึโบะ นิวะ” ที่บริเวณส่วนระเบียงร้าน ซึ่งเป็นศูนย์กลางในการออกแบบร้านให้เป็นหนึ่งเดียวกัน และเพื่อให้การตกแต่งมีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น จึงนำกระจกมาเป็นฉากกั้นระหว่างด้านนอกและด้านในของร้าน เพื่อให้เกิดความกลมกลืนและไม่ดูแบ่งแยกชัดเจนเกินไป แต่ก็แบ่งได้ว่าส่วนไหนเป็นร้านอาหาร ส่วนไหนเป็นบาร์สุดชิล

หินแกรนิตสีธรรมชาตินำมาใช้สำหรับเคาน์เตอร์ในครัวเปิดและบาร์ โดยรักษาสภาพธรรมชาติเอาไว้ให้กลมกลืนกับหินที่ใช้ตกแต่งสวนด้านนอก

เมนูรับประทานระหว่างชิลกับเครื่องดื่มแก้วโปรดเป็นอาหารญี่ปุ่นในแบบดั้งเดิมแต่ร่วมสมัย โดยเน้นเรื่องคุณภาพของวัตถุดิบและการตกแต่งที่เรียบง่าย งานนี้ แพทริค มาร์เทนส์ หัวหน้าพ่อครัวรับรองทุกเมนู

 

เมนูกินเล่นต้องสั่ง Edamame Steamed With Sea Salt Or Fried With Chilli–ถั่วแระญี่ปุ่นโรยเกลือ หรือซอสเผ็ดสไตล์ซูม่า หรือใครไม่พิสมัยรสเผ็ดแบบโรยเกลือออริจินอลก็มีขอรับ อีกเมนูง่ายอย่าง Crispy Fried Squid With Green Chilli Sea Salt And Limeปลาหมึกทอดกรอบโรยด้วยพริกสดเสิร์ฟพร้อมมะนาว

เมนูอิ่มขึ้นมาหน่อย Dynamite Spider Roll Softshell Crab, Chilli Mayonnaise, Cucumber And Wasabi Sauceข้าวห่อสาหร่ายไส้ปูนิ่มทอดปรุงรสด้วยซอสวาซาบิ

สำหรับค็อกเทลแก้วเก๋ Rhubarb Infused Sake Shaken With 42 Below Vodka And Fresh Passion Fruit, Served As A Martini โอเซกิสาเกกับน้ำผักรูบาร์บ ผสมด้วยการเขย่าให้เข้ากับ 42 บีโลว์วอดก้าและน้ำเสาวรส เสิร์ฟในแก้วมาร์ตินี ส่วน Zubrowka Bison Grass Vodka Mixed With Fresh Passion Fruit, Mint, Chinnamon And Cloudy Apple Juiceไบซันวอดก้าผสมด้วยการเขย่ากับน้ำเสาวรส ใบสะระแหน่ เหล้าหวานกลิ่นซินนามอน และน้ำแอปเปิลเขียว

 

อยากบอกว่าเลานจ์และบาร์ที่ซูม่ายามค่ำคืนช่างสุขอุรา และเป็นดาวเด่นสุดเก๋ในย่านนี้จริงๆ

สาวๆ และคนมีรักต้องติดใจ Pink Mojito กลีบกุหลาบ ผสมด้วยการเขย่ากับน้ำเลมอน เตกีลา น้ำหวานกลิ่นกุหลาบและน้ำโซดา วันจันทร์–พฤหัสบดี เวลา 12.00-24.00 น. วันศุกร์–เสาร์ เวลา 11.30-02.00 น. วันอาทิตย์ปิดบริการ โทร. 022524707

 

เปิด ซูม่า สาขากรุงเทพฯ 2012/01/25

เปิด ซูม่า สาขากรุงเทพฯ

  • 20 มกราคม 2555 เวลา 09:51 น.

และแล้วร้านอาหารญี่ปุ่นร่วมสมัย ซูม่า (Zuma) กรุงเทพฯ สาขาที่ 6

โดย..เครซี่ ฟร็อก

และแล้วร้านอาหารญี่ปุ่นร่วมสมัย ซูม่า (Zuma) กรุงเทพฯ สาขาที่ 6 ก็ได้ฤกษ์เปิดตัวอย่างเป็นทางการ หลังจากผ่านพ้นช่วงวิกฤตน้ำท่วมกรุงเทพฯ เพื่อให้คนไทยได้มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์ในการรับประทานอาหารสไตล์ “อิซาคายะ” แบบเรียบง่ายและเป็นกันเอง เน้นในเรื่องของวัตถุดิบคุณภาพสูงและรูปแบบใหม่ที่ทันสมัยของร้านอาหาร

บรรยากาศวันแกรนด์ โอเพนนิง คราคร่ำไปด้วยแขกรับเชิญและสื่อมวลชนเกือบ 700 คน ที่มาร่วมแสดงความยินดี เรียกว่า คนหน้าตาคุ้นเคยของกรุงเทพฯ มาให้ได้ปะหน้าค่าตากันทุกคนจริงๆ คนแน่นเอียด เกือบไม่ได้ชื่นชมบรรยากาศงามๆ ของร้านที่ตกแต่งอย่างสวยงาม ด้วยวัสดุธรรมชาติอย่างหินแกรนิต กระจกไม้ไผ่ และผ้าทอพื้นเมืองของไทย ฯลฯ

 

อาหารเครื่องดื่ม ซูม่า จัดมาให้บริการกับผู้ที่มาร่วมงานได้กินดื่มอย่างเต็มที่ ไม่ขาดสาย จากเดิมที่ระบุเวลาเอาไว้แค่สี่ทุ่ม แต่แฟนพันธุ์แท้ยังคงอยู่สนุกสนานกันได้ยันเที่ยงคืน

 

ได้เสียงตอบรับดีขนาดนี้ เชฟไรเนอร์ เบคเคอร์ ผู้ก่อตั้งร้านอาหารญี่ปุ่นร่วมสมัยซูม่า ที่บินตรงจากลอนดอน ถึงกับปลื้มสุดๆ กับร้านสาขาที่ 6 ของโลก จนหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง

อาหารของร้านซูม่าออกแบบมาสำหรับการรับประทานอาหารร่วมกันเป็นกลุ่ม โดยมีครัว 3 รูปแบบ คือ ครัวหลัก ครัวโรบาตะ (เคาน์เตอร์อาหารย่าง) และซูชิบาร์ แถมยังมีบาร์เครื่องดื่มไว้บริการอย่างครบครันในหนึ่งเดียว

 

ร้านอาหารซูม่า กรุงเทพฯ กำลังกลายเป็นแหล่งฮิตแหล่งใหม่ของหนุ่มสาว ตั้งอยู่ติดกับชั้นล่างของโรงแรมเดอะเซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าราชดำริ เปิดให้บริการอาหารมื้อกลางวันและมื้อค่ำ โทร. 02-2524707

 

 

จิบเบาๆ ที่ ไวน์ แอด 53 2012/01/25

จิบเบาๆ ที่ ไวน์ แอด 53

  • 20 มกราคม 2555 เวลา 09:29 น.

เปิดกันให้รึ่มจริงๆ เชียว อะก็ไวน์บาร์ไง เรียกว่าดาหน้าเปิดกันแทบทุกวี่วัน กระจายอยู่ทั่วทุกหัวมุมเมือง

โดย…โจ เกียรติอาจิณ

เปิดกันให้รึ่มจริงๆ เชียว อะก็ไวน์บาร์ไง เรียกว่าดาหน้าเปิดกันแทบทุกวี่วัน กระจายอยู่ทั่วทุกหัวมุมเมือง

นี่ก็เป็นอีกแห่งที่ใหม่เอี่ยมเรี่ยมเร้ การันตี!!! เพราะยังไม่ได้ตัดริบบิ้นอย่างเป็นทางการ แค่ซอฟต์โอเพนนิงไปเมื่อไม่นาน ให้นับนิ้วดูก็ไม่ครบเดือนดีซะด้วยซ้ำ

เจ้าของ คือ “โรงแรมดุสิต ปริ๊นเซส ศรีนครินทร์” ร้านอยู่ชั้นใต้ดิน และใช้ชื่อ “ไวน์ แอด 53” (Wine@53)

ข้อสงสัยในตัวเลข 53 หมดลง เมื่อรู้ที่มาที่ไปว่า แท้จริงมันก็เป็นเลขที่ตั้งของโรงแรม จับเอามารวมกับคอนเซปต์ไวน์บาร์ จึงได้บทสรุปดังว่า…

สเปซไวน์บาร์นัมเบอร์ 53 นั้น มี 2 อารมณ์ให้เลือก นั่งจิบด้านใน ก็เก๋ๆ ชิกๆ ในบรรยากาศเรียบง่าย โต๊ะไม้ยาวเก้าอี้โทนสีเบจเข้าชุดกันดี ที่สำคัญได้นั่งชิดใกล้กับไวน์เซลลาร์ ขณะที่ด้านนอกโซนเอาต์ดอร์รับลมเย็นสบาย ท่ามกลางแมกไม้ เพิ่มความน่าสนใจด้วยเตาย่างบาร์บีคิว ย่างสดๆ เสิร์ฟร้อนๆ

คอไวน์ตัวจริงมาที่นี่ก็ไม่ผิดหวัง หรือประเภทที่เพิ่งหัดดื่มก็ไม่รู้สึกเกร็งและงง ที่จะหยิบยี่ห้อไวน์ที่ไม่เคยลิ้มรสมาก่อน เพราะเขาจัดหมวดหมู่ไว้อย่างชัดเจน แบ่งดีกรีคร่าวๆ ขวดไหนรสนุ่ม ชนิดไหนรสเข้ม

สำหรับไวน์ที่เสิร์ฟกันก็มาจากทั่วทุกมุมโลก ไวน์โลกเก่าปะทะไวน์โลกใหม่ หลักๆ ที่ยืนพื้นไว้ ได้แก่ ไวน์ฝรั่งเศส สเปน ออสเตรเลีย แคลิฟอร์เนีย นิวซีแลนด์ อาร์เจนตินา ชิลี แล้วก็ไวน์แอฟริกาใต้

เข้ามาที่เรื่องอาหารดีกว่า รู้ทั้งรู้ว่ามาที่นี่ใครๆ ก็ต้องจิบไวน์ แต่ก็แอบปันใจให้เมนูอร่อยตั้งหลายจานแน่ะ

เมนูเด็ดที่เชฟจากเมืองอุดรธานีภูมิใจนำเสนอ จะออกสไตล์โมเดิร์นควิซีนเสียส่วนใหญ่ มีอยู่หลายจานที่ถูกลิ้น บางจานก็ตกแต่งมาซะสวยเด้ง จนอยากถ่ายรูปเพื่ออัพเฟซบุ๊กมากกว่าจะใช้ช้อนจิ้มชิม

เรียกน้ำย่อยด้วยจานนี้ “ตับไก่บดกับขนมปังธัญพืช” จากนั้นค่อยลุยหม่ำจานหนักๆ แกล้มไวน์ขาวไวน์แดงกันต่อ

“เนื้อย่างกับสลัดถั่วขาว” ชอบถั่วขาวที่ผัดกับซอส ได้ความครีมมีมากกกกก เค็มๆ มันๆ

“ไก่เสียบไม้กับข้าวผัดมะพร้าว” “ไส้กรอกรวมกับพริกหยวกและผักสลัด” “สปาเกตตีลาบไก่” แซบพอประมาณ

เก๋ไก๋และแปลกตา ก็ยกให้ “สลัดเป็ดกรอบกับมะม่วงสุก ส้มโอ และมะม่วงหิมพานต์” แรกคิดไพล่ไปถึงว่าเชฟได้แรงบันดาลใจจากเมนูไก่สามอย่าง ที่ต้องเคี้ยวรวมกัน แต่ไม่ใช่ เชฟว่ามันคือ โมเดิร์นควิซีน ที่อยากเพิ่มทางเลือกให้คนกินได้ลิ้มอะไรที่ไม่ซ้ำซากต่างหาก

ความหวานแล้วยังมีกลิ่นมะม่วงสุกนั้นอาจจะแรงไปนิด แต่มันก็ช่วยกลบกลิ่นเป็ดได้ดี เคี้ยวเป็ดกรอบ ตามด้วยส้มโอกับเม็ดมะม่วงหิมพานต์ เปรี้ยวๆ มันๆ

ชอบมากๆ ก็เป็น “เนื้อสันนอกหมักซีอิ๊วย่าง” น้ำจิ้มพื้นๆ แต่เด็ดดวงเหลือเกิน แซบแบบไม่ต้องใส่จริต เค็มเผ็ดเปรี้ยว กลิ่นหอมน้ำปลาขึ้นจมูก ส่วนเนื้อก็นุ่มลิ้น แม้ไม่ละลายในปาก ทว่าก็เคี้ยวอร่อย

และที่ห้ามพลาด “ไอศกรีมมะนาว” ไม่ใช่ไอศกรีมมะนาวอย่างที่เคยเห็น เชฟใช้มะนาวทั้งลูกผ่าซีก ในนั้นมีไอศกรีมหวานน้อยๆ วางท็อปอยู่บนมะนาว กัดคำเดียวเย็บวาบทั่วทั้งปาก ได้ความเปรี้ยวมะนาว กินนานได้ความสดชื่นให้แก่คอไวน์ หรือใครถ้าจะกินเพื่อล้างปากแทนน้ำแร่แบบที่กูรูไวน์แนะนำ ก็ไม่เลวนะ

ไวน์ แอด 53 เปิดบริการตั้งแต่เที่ยงวันยันเที่ยงคืน ไปช่วงนี้เขาก็มีโปรโมชันเซอร์ไพรส์ไว้ต้อนรับคอไวน์ได้ลั้ลล้ากัน วันพุธมีกิจกรรมไวน์เทสติง วันพฤหัสบดี เอาใจสาวๆ เลดี้ ไนต์ จิบหนึ่งแก้ว แถมอีกแก้ว วันศุกร์ T.G.I. (Thanks God Its) สำหรับแขกพักที่ดุสิต ปริ๊นเซส ศรีนครินทร์ จิบกันชิลชิล นั่งกันยาวๆ โทร. 02-7218400

 

เลิฟเบียร์ต้องแวะ บล็อก เบียร์ แอนด์ บิสโทร 2012/01/25

เลิฟเบียร์ต้องแวะ บล็อก เบียร์ แอนด์ บิสโทร

  • 13 มกราคม 2555 เวลา 08:23 น.

เลิฟๆๆๆๆๆ ใครเลิฟเบียร์บ้างอ่ะ ถ้าเลิฟเบียร์ขอเทียบเชิญมาทางนี้

โดย..โจ เกียรติอาจิณ

เลิฟๆๆๆๆๆ ใครเลิฟเบียร์บ้างอ่ะ ถ้าเลิฟเบียร์ขอเทียบเชิญมาทางนี้

บล็อก เบียร์ แอนด์ บิสโทร (Bloc Beer & Bistro) เอาใจเบียร์เลิฟเวอร์ด้วยนานาเบียร์จากทั่วทุกมุมโลกมาไว้ให้จิบกันไม่อั้น

เบียร์เบลเยียม เบียร์เยอรมัน เบียร์เม็กซิกัน เบียร์อังกฤษ แล้วก็ เบียร์ไทย อรายยยย!!! ล้อเล่น ไม่มีเบียร์ไทยหรอก อยากจิบเบียร์ไทยต้องไปที่อื่น เพราะที่นี่เขาเน้นเบียร์อิมพอร์ตล้วนๆ

มีหมดเลย เบียร์ขวด เบียร์สด รวมทั้งเบียร์ซิกเนเจอร์ชื่อเดียวกับร้าน “เบียร์บล็อก” ที่เขาลงทุนออร์เดอร์จากโรงเบียร์ที่เบลเยียมผลิตให้ ใส่แบรนด์ของตัวเอง เก๋ออกจะตาย ซึ่งจุดเด่นจะอยู่ที่มีสีเหลืองบางเบา รสชาติไม่ขมมาก ไม่เลี่ยน ไม่หวาน จิบเพลินๆ เหมาะกับอากาศร้อนแบบบ้านเรา

ประเภทที่ไม่คุ้นก็มี “เบียร์แชมเปญ” ที่เสิร์ฟในแก้วแชมเปญ รสจะติดซ่าส์เล็กน้อย คล้ายๆ แชมเปญ “เบียร์เอจ” ก็น่าสนใจ เป็นเบียร์ดำที่มีปีผลิตยาวนาน เสิร์ฟเย็นเจี๊ยบ รสขมอมฝาด

อีกอย่างที่ได้รับความนิยม ยิ่งเฉพาะสาวๆ เรียกร้องกันเกรียวกราวตลอดเว (ลา) เห็นจะเป็น “เบียร์ค็อกเทล” ที่ใช้เบียร์เป็นส่วนผสมหลัก เพิ่มดีกรีความร้อนแรงด้วยวิสกี้ หรือไวต์ สปิริต ที่น่าจิบก็เช่นว่า Shandy, Rub’n, Mountain Dew, UBoot, Cranberry

รวมถึงแก้วนี้แหละ Beerita เตกีลาหนึ่งช็อต เหยาะมะนาวนิดหน่อย เทพรวดลงไปในแก้วเบียร์ โอ้มายก๊อด!!! แรงส์ แนะนำว่า ค่อยๆ จิบ จะได้รสสัมผัสของเบียร์สเตลลาผสมเตกีลา ขมไม่มาก เพราะมีมะนาวเป็นตัวเบรก

เป็นเรื่องธรรมดา จิบเบียร์มักจะรู้สึกว่าท้องอืด บ้างก็ว่ามาจากฟองเบียร์ กูรูเบียร์บอกมา จะมีฟอง หรือไม่มีฟอง เบียร์ก็ทำให้ท้องอืด ไม่อยากท้องอืดควรรองท้องด้วยกับแกล้มก่อน กับแกล้มรสจัดช่วยได้เยอะ

ว่าแล้วเราก็ขอสั่งกับแกล้มสไตล์ฟิวชันของที่นี่มารองท้องดีกว่า ชอบแซบๆ ต้องสั่งนี่เลย “ยำแซลมอน” แซบหลายยยย… แบบไม่ประดิดประดอยอะไรให้วุ่นวาย เผ็ดเปรี้ยวเค็มจากน้ำยำ ทำให้นึกถึงกุ้งแช่น้ำปลาฝีมือพ่อครัวร้านประจำแถวๆ ตลาดรถไฟ รสใกล้เคียงกัน แต่ที่นี่ใช้แซลมอนแทน อร่อยไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ชอบกะหล่ำปลีหั่นฝอย กรอบหวานแถมยังซับน้ำยำได้เยี่ยม เสียอยู่อย่างแซลมอนชิ้นบางไปนิดส์ เคี้ยวไม่เต็มปากเต็มคำดีเท่าไหร่ ชิ้นใหญ่อีกหน่อยจะโอเคมากกกกก

หรือจะเป็นฟิวชันจานอื่นที่อาจรสไม่จัดมาก แต่ก็เข้าคู่กับเบียร์ได้กลมเกลียว “อกเป็ดรมควันราดซอสลูกพรุน” หอมกลิ่นซอสลูกพรุน เพิ่มความแปลกใหม่ด้วยไข่เจียวมันฝรั่ง แกล้มกันแก้เลี่ยน “สตูแก้มวัว” ได้ความนุ่มลิ้นจากแก้มวัวที่ตุ๋นเคี่ยวรวมกับส่วนผสมชั้นเลิศ จานนี้กินแยะๆ ค่อนข้างเลี่ยน ต้องแก้เลี่ยนด้วยเบียร์รสจัด จำพวกเบียร์ค็อกเทลแรงๆ ก็เป็นคู่ขาที่ลงตัวกันไม่เลว

สำหรับ บล็อก เบียร์ แอนด์ บิสโทร นั้น เพิ่งได้ฤกษ์ตัดริบบิ้นเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 24 ธ.ค.ปีที่แล้ว ยังไม่ครบเดือนด้วยซ้ำ ทว่ากลับมีเสียงตอบรับจากเบียร์เลิฟเวอร์แวะเวียนมาสิงสถิตอยู่อย่างต่อเนื่อง ทำเอาหุ้นส่วนใหญ่ๆ ที่ประกาศตัวเป็นสาวกเบียร์ (หนึ่งในนั้นก็นักแสดงสาวสุดมั่น ก้อยรัชวิน วงศ์วิริยะ) ยิ้มร่าออกอาการลั้นล้าเชียว

ที่มาของชื่อร้าน ยืนกรานจากปากหุ้นส่วนหนุ่มไฟแรง “กอล์ฟสยาม ปธนสมิทธิ์” เพื่อเป็นการสะท้อนความหมายการรวมพลังที่เข้มแข็งของพลพรรคคนเลิฟเบียร์ ทุกคนจึงเห็นพ้องให้หยิบยืมคำเหล่านี้มาใช้ Beer Lover Organize Community ก็เท่ากับ Bloc

เอ้าใครอยากเป็นหนึ่งสมาชิกคนเลิฟเบียร์ ก็สามารถแวะไปได้ทุกวันที่ ซิตี้ วีว่า ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ซอย 6 บล็อก เบียร์ แอนด์ บิสโทร พร้อมต้อนรับสาวกเบียร์เลิฟเวอร์ ตั้งแต่ 5 โมงเย็น นั่งกันยาวววววว จนถึงตี 2 นู่น ส่วนคอเพลง มีดนตรีสดๆ ให้ฟังตอน 3 ทุ่มครึ่ง (ศุกร์เสาร์ มี 2 วง) โทร. 08-91811888

 

ทะเล หาดทราย และสวรรค์…อัล จันน่า 2012/01/25

ทะเล หาดทราย และสวรรค์…อัล จันน่า

  • 06 มกราคม 2555 เวลา 07:43 น.

โดย…ลีโอ leoken@posttoday.com

ไม่อยากเชื่อเลยว่าผมจะเป็นคนใจง่ายถึงเพียงนี้…!

ทันทีที่เพื่อนชวนไปหัวหิน ก็ออกอาการดี๊ด๊า และรีบรับปากทันที แต่ถ้าเป็นสมัยก่อนละก็จะต้องถามนั่นถามนี่ พักที่ไหน ไปกับใคร ไปกี่วัน จนคนชวนพานระอา

ผิดกับหนนี้แค่ได้ยินว่าเป็นโรงแรมเปิดใหม่ ก็เรียกร้องความสนใจได้มากโข

ลึกๆ อาจเป็นเพราะเก็บตัวมานาน บวกกับอาการคิดถึงทะเลเป็นทุนเดิม และอีกประการคือคำว่า “หัวหิน” ที่ผมหลงรัก และหลงเสน่ห์มากี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็ไม่รู้เบื่อเลยทำให้ผมไม่รีรอ

จุดหมายการพักผ่อนเย้ยหนาว ที่แปลกแตกต่างกว่าหลายคนที่ต่างเดินทางท้าหนาวในแดนเหนือบนภูสูง

เราเลือกมาบอกรักทะเลที่โรงแรมเปิดใหม่นามว่า มาราเกช หัวหิน รีสอร์ทแอนด์สปา (Marrakesh HuaHin Resort & Spa) ที่เติมเสน่ห์หัวหินให้น่าหลงใหลมากยิ่งขึ้น ด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบโมร็อกโกอันมีเอกลักษณ์

ลำพังแค่การตกแต่งก็ช่วยทำให้วันหยุดสุดสัปดาห์มีความหมาย ที่สำคัญด้านหน้ายังแนบทะเล มีชายหาดให้เราเดินกรุยกรายอย่างสบายอกสบายใจ อาการคิดถึงทะเลจึงค่อยๆ บรรเทา

เย็นวันนั้นก่อนสัมผัสทราย และทักทายท้องทะเลอย่างที่ตั้งใจ เราแอบเผลอใจให้กับ อัล จันนา บาร์น่ารักๆ ที่ตั้งอยู่ริมหาด (ใจง่ายอีกแล้วเรา อิอิ) ขอนั่งชิลล์ จิบเครื่องดื่มเย็น แล้วค่อยลงเล่นทะเลแล้วกันนะ (ใจสั่งกาย)

อัล จันนา (Al Janna Beach Bar) ในภาษาอาระเบียนมีความหมายว่า “สรวงสวรรค์” และผมเชื่อว่านี่คือสวรรค์ที่เหมาะสำหรับของนักดื่มที่ชอบนั่งชิลล์ ริมทะเลจริงๆ

การตกแต่งให้อารมณ์ร่วมสมัยแบบนีโอ โมร็อกแคน บาร์แบ่งออกเป็นโซน คือ เอกซ์คลูซีฟเลานจ์ ที่สามารถจัดเป็นที่ประชุม หรือจะเปลี่ยนเป็นคาราโอเกะ โชว์เอกโค่ก็ย่อมได้ ยังมีส่วนที่เป็นรูฟ อยู่ที่ด้านบน เปิดรับฟ้า ชมดาวในมุมสูงได้อย่างเต็มตา หนาวๆ แบบนี้ จึงเป็นมุมที่เนื้อหอมทีเดียวเชียว

และมุมที่ผมและเพื่อนไม่คิดจะย่างกรายไปไหนได้อีกก็คือมุมเอาต์ดอร์ ที่สยบคนหลายใจอย่างผมเสียอยู่หมัด ด้วยความเปรี้ยวซ่าสะกดสายตาตรงที่เคาน์เตอร์บาร์หลากสี ที่สามารถเปลี่ยนสีตามจังหวะดนตรี

เฉกเช่นอารมณ์คนที่มักเปลี่ยนโทนตามความรู้สึกของใจ สีส้มสดชวนให้รู้สึกเริงร่า สีเขียวสบายตา สีม่วงที่ชวนค้นหา หรือสีฟ้าเพื่อนที่แสนดีกับท้องทะเล ช่วยสร้างเสน่ห์ให้บีชบาร์แห่งนี้ไม่ใช่น้อย

ด้านหน้ายังมองเห็นชายหาดสีขาว และท้องทะเลสีฟ้าใสๆ ไกลออกไปอีกหน่อยยังแลเห็นเขาตะเกียบ เสน่ห์เช่นนี้ใครกันล่ะจะไม่รู้สึกประทับใจ

แถมบาร์แห่งนี้ยังเพิ่มความวาไรตีด้วยเครื่องดื่มที่เปลี่ยนไปตามสีสันแห่งฤดูกาล ด้วยคอนเซปต์สุดเก๋ ดริงค์ออฟเดอะเดย์ ดริงค์ออฟเดอะวีค ดริงค์ออฟเดอะมันท์ และดริงค์ออฟเดอะเยียร์ ที่ให้ความรู้สึกที่สนุกและเร้าใจ นอกจากนี้ยังมีไวน์หลากตระกูลไว้บริการ

สำหรับเมนูจะเป็นอาหารเบาๆ ประเภทสแน็ก ทั้งอาหารทานเล่นสไตล์ยุโรปและแบบไทยๆ ที่ไปกันได้สวยกับเครื่องดื่มลวงตาอย่างค็อกเทล และไวน์ นานา อย่าง ม้าฮ่อ และเปาะเปี๊ยะกุ้ง รับประทานง่ายๆ

บีชบาร์แห่งนี้จึงเหมาะกับทุกช่วงเวลา ไม่ว่าจะมานั่งกล่อมอารมณ์ก่อนอาหารค่ำ หรือว่าหลังอิ่มสำราญแล้วยังไม่อยากรีบหลับรีบนอน ก็มานั่งย้อมอารมณ์ นอนนับดาวในคืนหนาว และคลอเคล้าเสียงคลื่นกันต่อ

ค่ำวันนั้นเราหลงกลมายา ของ อัล จันนา โดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว เครื่องดื่มสีฟ้าสวย นามวาครีมเดอมินท์ อัล จันนา ตามมาด้วยเครื่องดื่มสีม่วงแสนพิศวง ที่บาร์เทนเดอร์สาวบอกว่าได้แรงมาจากวันจันทรุปราคา และไวน์อีกหลายแก้วต่อมา

รวมถึงเพลงเบาๆ ที่ฟังแล้วไม่ทำให้ทะเลหม่น และทำลายบรรยากาศ ทำให้หลงรักสวรรค์แห่งนี้มากกว่าเดิม

มีเหตุผลมากมายที่จะทำให้ช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนของคุณและคนพิเศษเต็มไปด้วยความสุข จนคุณแทบอยากจะหยุดเวลาไปเสียตรงนั้น และอัล จันนา คือเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกเช่นนั้น

และอีกนั่นแหละที่ทำให้เราหลงลืมทะเลไปเสียสนิท หุหุ

สัมผัสสรวงสวรรค์นามว่า อัล จันนา ได้ตั้งแต่เวลา 17.00-23.00 น.

ที่ตั้ง โรงแรมมาราเกช หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา (Marrakesh HuaHin Resort & Spa) เพียง 5 นาทีจากตลาดหัวหิน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร 66 (0) 32-616-777 ต่อ 6768 หรือ www.marrakeshhuahin.com

 

‘ไหมไท ต้นตำรับ’ กับ ‘วิวเจ้าพระยา’ @ ไหมไท บาร์ 2012/01/25

‘ไหมไท ต้นตำรับ’ กับ ‘วิวเจ้าพระยา’ @ ไหมไท บาร์

  • 30 ธันวาคม 2554 เวลา 07:05 น.

โดย…ณัฐพล ช่วงประยูร

สำหรับผู้ที่ชอบสังสรรค์วันพิเศษ แต่ไม่ต้องการความอึกทึก เบียดเสียด ไหมไท บาร์ เป็นคำตอบอันดับต้น

อาบาคัส ดีไซน์ เสกสรรบรรยากาศและการตกแต่งบาร์ไหมไท ที่อยู่พื้นที่ใกล้กับห้องอาหารเทรเดอร์ วิคส์ ให้กลายเป็นเรือนอบอุ่นมีกลิ่นอายชุมชนแห่งหมู่เกาะแถบมหาสมุทรแปซิฟิก ทั้งเพดานไม้ไผ่สาน เสาไม้แกะสลักของชนเผ่าดั้งเดิม หน้ากากหนัง เรือประมงชาวเกาะที่แขวนบนเพดาน และทุ่นลูกแก้วเท่ กับตะเกียงโบราณ พร้อมของจำลองต่างๆ พร้อมสวนป่าขนาดใหญ่ที่จำลองวิถีชีวิตของชาวเกาะที่สะท้อนให้เห็นเอกลักษณ์แถบดังกล่าวอย่างดี ตกแต่งดีก็ชวนนั่งชิลไปกว่าครึ่งแล้ว

ย้อนกลับไปเมื่อห้องอาหารเทรเดอร์ วิคส์ เปิดตัวขึ้นในปี 2475 ที่เมืองซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา โดย วิกเตอร์ เจ. เบอร์เจอรอน ผู้ค้นพบสูตร “ไหมไท” ค็อกเทลอันลือชื่อที่ปรุงจากรัม เครื่องดื่มยอดนิยมของคนรักทะเลที่มักจะใช้ดื่มฉลองกันบริเวณริมชายหาด

บาร์ไหมไทที่อนันตรา กรุงเทพฯ ริเวอร์ไซด์ รีสอร์ท แอนด์ สปา กว้างขวางโออ่า ทว่าอบอุ่นด้วยวัสดุและการตกแต่ง แถมยังมี “นิวไลท์ แบนด์” วงดนตรีพลิ้วไหวชาวฟิลิปปินส์คอยส่งความสุขจากเวทีมาถึงทั่วพื้นที่บาร์

อย่างที่เกริ่นไว้ว่าที่นี่เป็นต้นตำรับไหมไท และมีอีกหลากหลายสูตรที่ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง เรียกดูรายการได้ที่เคาน์เตอร์บาร์ตามมาตรฐานแบรนด์เทรเดอร์ วิคส์ ยังมีเลานจ์ริมแม่น้ำด้านนอกรายล้อมด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด โดยคุณสามารถชื่นชมแสงระยิบระยับของสะพานกรุงเทพฯ สะพานพระราม 3 และบรรยากาศยามค่ำคืนริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ขณะดื่มด่ำค็อกเทลไหม ไท ต้นตำรับ อาทิ Trader Vic’s Mai Tai หรือ Guava Mai Tai และ Mango Mai Tai ส่วนแก้วเก๋ๆ ทรงสูงอย่าง Samoan Fog Cutter ก็มีให้ได้ถ่ายรูปสวยๆ ระหว่างดื่ม

กับแกล้มเพลินๆ แต่อร่อยทีเดียวอย่าง Begal Shrimp Tacos กุ้งทะเลกับมะเขือเทศเซาซา มะม่วงสด มาสคาโปเนครีมชีส 240 บาท จัดอยู่ในเซรามิกรูปทรงพิเศษที่ทำขึ้นเพื่อเมนูนี้ ใครชอบเนื้อและมีกิจกรรมระหว่างชิล สั่ง Beef Cho Cho เนื้อสันนอกสไลซ์ เสียบไม้ย่าง ซอสเทอริยากิ 240 บาท ย่างไปชิลไป เอาใจคนข้างๆ

ส่วน Ahi Poke ทูน่าทาทา อะโวคาโดบดปรุงรสพริก และทาโร่ ชิพส์ ก็เป็นไฮไลต์สำคัญ อร่อยสดทูน่า และประหลาดใจกับท็อปปิ้งอะโวคาโดแห่งความลับ พอๆ กับความน่ารักของผู้ร่วมรับประทาน

หากไม่ได้เดินทางไกล แวะไปร่วมฉลองในค่ำคืนแห่งความสุขกับเพื่อนรักและคนพิเศษที่ไหมไท บาร์ อาคารด้านใต้ของอนันตรา กรุงเทพฯ ริเวอร์ไซด์ รีสอร์ท แอนด์ สปา เปิดบริการทุกวัน เวลา 18.00-01.00 น. โทร. 02-476-0022 ต่อ 1416

 

กระโจนสู่ดาดฟ้าสุดชิล ‘ลีพฟร็อก’ 2012/01/25

กระโจนสู่ดาดฟ้าสุดชิล ‘ลีพฟร็อก’

  • 23 ธันวาคม 2554 เวลา 07:22 น.

โดย…ณัฐพล ช่วงประยูร

ว้าว…รู้สึกไหม เมื่อลมต้นหนาวพัดมา นึกถึงที่โล่งแจ้ง สำหรับในเมืองคงต้องเป็นดาดฟ้าเก๋บนอาคาร

ลีพฟร็อก (Leapfrog) เป็นชื่อเกมของฝรั่ง ที่เล่นโดยกระโดดข้ามตัวคนที่ยืนโก้งโค้งอยู่ ส่วนความหมายทางทฤษฎีการตลาด คือ การกระโดดข้ามขั้นไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้

แต่สำหรับที่ดาดฟ้าชั้น 8 โรงแรมรามาดา อังคอร์ สุขุมวิท 10 ลีพฟร็อก คือ การกระโจนไปสู่พื้นที่แห่งความสุขในช่วงสังสรรค์

ดาดฟ้าแห่งนี้ถือเป็นแหล่งแฮงเอาต์ใหม่ สายลมพัดหวิวที่ระเบียงด้านนอก มีสระว่ายน้ำขนาดกลาง กับที่นั่งชิลหลายแบบ ทั้งโซฟากึ่งเตียง เก้าอี้ไม้ และมุมส่วนตัวดาดฟ้ายกระดับ ยังไม่หมดเท่านั้น ด้านในห้องกระจกติดกับบาร์ เก้าอี้สูง หรือแบบมุมโซฟาชุดใหญ่นั่งสบาย และห้องส่วนตัวสำหรับกลุ่มสังสรรค์

การตกแต่งเก๋โดยผู้เชี่ยวชาญที่หยิบเอาเหล็ก ไม้ หิน ปูน ที่มีทั้งความเข้มแข็งและความงดงาม อ่อนไหวในตัวเอง ได้บรรยากาศความสบายแบบดิบๆ ทว่าเปี่ยมรายละเอียดที่งดงาม ไม่ว่าจะมองไปมุมไหนของลีพฟร็อก

อาหารแบบแคลิฟอร์เนียนสไตล์ที่เน้นทาปาส แบ่งประเภทเป็นแบบจิ้ม แบบกัด แบบทะเล ราคาตั้งแต่ 140-180 บาท โดยสามารถเลือกเป็นกลุ่มเพื่อนรับประทานเป็นหมู่คณะ ทั้ง 3 และ 5 ตัวเลือก เรียกว่า เดอะ ฟร็อกส์ ทรี (The Frog’s Tree ) ราคา 130 ต่อตัวเลือกในชุด 3 อย่าง กับ 115 บาทต่อตัวเลือกในชุด 5 อย่าง

ตัวอย่างเมนูที่ขอให้ลอง คือ Lamb Kefta with Cumin Yogurt Dip -ได้ใจตรงโยเกิร์ตดิปนี่แหละ

Marinated “Bilbao” Baby Octopus- ปลาหมึกทอดตัวน้อยปรุงรสสุดอร่อย Crispy Mushrooms & Horseradish Mayo -ก็ถูกใจไม่น้อย

ที่ออกตัวว่าก่อนดื่มอะไรให้รองท้องด้วย Pizza di Mediterranean (Tomato Tart) แล้วถ้ามีสาวๆ หรือเด็กๆ มาร่วมวงด้วยต้องสั่ง Onions Tart “Pissaladiere” (Provencal Style) และ Country Style Salad (Frisee with Bacon Bits, Croutons & Poached Egg) รวมถึงตบท้ายด้วย Peach Melba & Vanilla Ice Cream

เครื่องดื่มที่นี่มีหลายไซส์ แถมชื่อเสียงเรียงนามก็ล้วนเซอร์ไพรส์ทั้งนั้น มีเป็นอ่างใหญ่ที่ตั้งกลางวงแล้วแชร์กันก็เก๋ไม่หยอก เอาเป็นว่าแวะไปให้บาร์เทนดีสาว-สวย-ดุ แนะนำหน้าบาร์ก็แล้วกัน

ถ้านั่งตรงใต้โคมไฟรูปไข่กบกลางร้าน ซึ่งเป็นนางเอกที่ทำให้ทุกคนตั้งคำถามว่าคืออะไร อินทีเรียร์บอกว่าให้จินตนาการต่อกันเอาเอง นั่นแหละเหตุผลที่สร้างสรรค์ให้เราได้ฉงน

ลีพฟร็อก ชั้น 8 โรงแรมรามาดา อังคอร์ สุขุมวิท 10 เปิดบริการทุกวัน เวลา 16.00-01.00 น. โทร. 02-615-0999