http://archive.naewna.com/news.asp?ID=308251
วันที่ 15/4/2012
![]()
รัฐบาลทักษิณส่วนหน้าออกอาการเหิมเกริมลำพองรววกับยึดอำนาจครองประเทศไว้ในมือได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ถึงขนาดไม่คำนึงถึงความถูกต้องชอบธรรม ตลอดความวิบัติหายนะใดๆที่จะเกิดกับชาติบ้านเมือง โดยตั้งหน้าตั้งตาอาศัยพวกมากทำทุกอย่างเพื่อผลักดันกฏหมายที่มีเป้าหมายแอบแฝงเพื่อฟอกโทษความผิดให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผู้เป็นนายใหญ่และเหล่าแกนนำคนเสื้อแดงที่เป็นผู้ต้องหาก่อการร้ายเผาบ้านทำลายเมือง รวมทั้งทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณได้ทรัพย์สิน 46,000 ล้านบาทที่ถูกยึดตกเป็นของแผ่นดินคืน ตลอดจนรุกคืบแก้ไขรัฐธรรมนูญปูทางให้ระบอบทักษิณสามารถยึดครองประเทศได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงประเทศครั้งใหญ่ในอนาคต
ความเหิมเกริมของรัฐบาลทักษิณส่วนหน้าอาจเพราะประเมินแล้วว่า ขณะนี้ตัวเองมีอำนาจรัฐอยู่ในมือ มีกองกำลังแดงทั้งแผ่นดินคอยสนับสนุน มีกองทัพรัฐตำรวจมะเขือเทศเป็นกำลังหนุน ซ้ำยังมีพันธมิตรนอกประเทศอย่างกัมพูชาของสมเด็จฮุนเซนคอยช่วยเหลือ เพราะฉะนั้นจึงย่ามใจเต็มพิกัดเดินหน้าทำทุกอย่างเพื่อนายใหญ่ทักษิณโดยไม่แยแสใครในแผ่นดินที่จะมาขัดขวางแผนอาศัยพวกมากหักดิบ
ตามแผนปฏิบัติการของรัฐบาลทักษิณส่วนหน้าคือเร่งรัดเดินเกมการแก้ไขรัฐธรรมนูญควบคู่ไปกับการผลักดันกฏหมายเพื่อฟอกโทษความผิดทั้งหมดให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ฉายา”ค้อนปลอม” แกนนำพรรคเพื่อไทยซี่งที่ผ่านมาแสดงตัวเอียงกะเท่เล่ห์ไม่สมกับการเป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติมาตลอดโดยล่าสุดได้เร่งสั่งบรรจุการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระที่ 2 และ 3 เข้าสู่การพิจารณาของสภาทั้งๆที่อยู่ในช่วงวันหยุด ด้วยเหตุผลเพียงว่าเพื่อให้บรรดา ส.ส.ได้ไปทัวร์ต่างประเทศ
ขณะเดียวกันในการประชุมรัฐสภาพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งล่าสุด รัฐบาลทักษิณส่วนหน้ายังคงอาศัยพวกมากลงมติเห็นชอบในประเด็นให้รัฐธรรมนูญที่แก้ไขเสร็จเรียบร้อยแล้วมีผลบังคับใช้ทันทีเมื่อประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา ทั้งๆที่มีการท้วงติงว่าควรจะเว้นระยะไว้ 30 วันเพื่อให้ประชาชนมีเวลาทำความเข้าใจก่อนการออกเสียงประชามติ
การเร่งรีบรวบรัดตะแบงเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ยังถูกพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นฝ่ายค้านอภิปรายโจมตีว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับรวบรัดเพื่อทักษิณ และที่สำคัญสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้มีหนังสือถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และประธานรัฐสภาเพื่อแจ้งให้ทราบถึงผลการติดตามตรวจสอบการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยคณะที่ปรึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินที่มี ดร.นรนิติ เศรษฐบุตร เป็นประธานและกรรมการที่ล้วนประกอบไปด้วยผู้ทรงคุณวุฒิด้านนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ที่มีชื่อเสียง
โดยสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะเกิดปัญหาไม่มีผลบังคับใช้ในภายหลังหากไม่มีการทบทวนใน 3 ประเด็นประกอบด้วย
1. กรณีผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กำหนดเป็นหน้าที่ของประธานรัฐสภานั้นควรแก้ไขให้เป็นหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีแทนเพื่อไม่ให้ขัดต่อรัฐธรรมนูญปั

2. กรณีที่กำหนดให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้มีอำนาจวินิจฉัยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองหรือรูปแบบรัฐหรือไม่เห็นเสนอให้แก้ไขเป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดแทน
3. กรณีประชาชนลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญแล้วให้ประธานรัฐสภานำขึ้นทูลเกล้าฯเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยและให้รัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้โดยไม่จำเป็นต้องนำรัฐธรรมนูญมาตรา 150 และ 151 ที่บัญญัติเกี่ยวกับการใช้เสียง 2 ใน 3 ของรัฐสภายืนยันร่างกฏหมายกรณีพระมหากษัตริย์ทรงใช้พระราชอำนาจยับยั้งมาบัญญัติไว้
ทั้งนี้ นายศรีราชา เจริญพานิช ผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งเป็นผู้แถลงจุดยืนของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินย้ำว่าเป็นการเตือนไปยังรัฐบาล ซี่งหากรัฐบาลไม่ยอมรับก็จะต้องรับผิดชอบต่อผลที่จะตามมา
ขณะที่การเดินหน้าเพื่อผลักดันกฏหมายที่มีเป้าหมายแอบแฝงเพื่อฟอกโทษความผิดให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ หลังจากที่พรรคเพื่อไทยอาศัยพวกมากตะแบงหักดิบให้การรับรองผลศึกษาแนวทางสร้างความปรองดองของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯที่มี พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หรือ “บิ๊กบัง” เป็นประธานท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นแนวทางสร้างความปรองดองฉบับเถื่อนเพราะแก้ไขบิดเบือนรายงานผลวิจัยแนวทางสร้างความปรองดองของสถาบันพระปกเกล้า ล่าสุด นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รองนายกฯและรมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ออกมาส่งสัญญาณชัดเจนว่าพรรคเพื่อไทยจะอาศัยพวกมากหักดิบโดยไม่สนใจรับฟังความเห็นจากฝ่ายใดอีกทั้งสิ้นแม้แต่คำเตือนจากสถาบันพระปกเกล้าที่ก่อนหน้านี้ยื่นคำขาดห้ามนำรายงานวิจัยแนวทางสร้างความปรองดองของสถาบันไปแอบอ้างสร้างความแตกแยกโดยใช้พวกมากลากไปรวบรัดอย่างเด็ดขาด โดยย้ำว่าการสร้างความปรองดองจะต้องมีการเสวนาประชาชนทุกภาคส่วนทั่วประเทศเสียก่อน แต่ นายยงยุทธ กลับยืนกรานว่าไม่จำเป็นต้องมีการเสวนาให้เสียเวลา พร้อมทั้งอ้างว่ารายงานแนวทางสร้างความปรองดองฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฏรซึ่งถือเป็นตัวแทนคนทั้งประเทศมาแล้ว
ขณะที่ นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ยืนยันมติของพรรคเพื่อไทยที่จะเร่งผลักดันร่างกฏหมายนิรโทษกรรมแก่ทุกฝ่ายเพื่อสร้างความปรองดองเข้าสู่การพิจารณาของสภาภายในเดือน ส.ค.นี้แน่นอน
พรรคเพื่อไทยพยายามโฆษณาชวนเชื่อในการสร้างความชอบธรรมและข้ออ้างในการออกกฏหมายนิรโทษในสองประเด็นคือ หนึ่ง อ้างว่าเพื่อลบล้างโทษความผิดแก่ทุกฝ่าย และสองเพื่อสร้างความปรองดองในชาติ โดยทั้งหลายทั้งปวงถูกตั้งข้อสังเกตุว่าล้วนเป็นข้ออ้างอำพรางบังหน้าเพื่อสร้างความชอบธรรมและการยอมรับจากมหาชน ทั้งๆที่มีเป้าหมายแอบแฝงหลักที่แท้จริงมุ่งทำทุกอย่างเพื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนจากการเผยท่าทีของ นายวัฒนา เมืองสุข ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองประธานคณะกรรมิการวิสามัญศึกษาแนวทางสร้างความปรองดองในชาติ สภาผู้แทนราษฏร ชุดที่มี”บิ๊กบัง”เป็นประธาน โดย นายวัฒนา ย้ำชัดว่าจะต้องมีการล้มล้างผลการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.)อันเป็นผลพวงจากการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 ก.ย.2549
เมื่อมีการยกเลิกผลตรวจสอบของ คตส.นั่นเท่ากับว่าคดีทุจริตทั้งหลายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งนำไปสู่การพิพากษาของศาลฏีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้วโดยเฉพาะ 2 คดีสำคัญคือ คดีที่ถูกยึดทรัพย์ 46,000 ล้านบาทตกเป็นของแผ่นดิน รวมทั้งคดีทุจริตการจัดซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษกจนทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกศาลตัดสินลงโทษจำคุก 2 ปีกลายเป็นโมฆะ ยังไม่รวมคดีทุจริตอีกหลายคดีที่อยู่ในขั้นตอนพิสูจน์ความจริงตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งผู้ที่ได้รับผลประโยชน์โดยตรงอย่างแท้จริงก็คือ พ.ต.ท.ทักษิณ
ส่วนในคดีอาญาและคดีเกี่ยวกับความมั่นคงอื่นๆนั้นแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยหรือแกนนำพรรคประชาธิปัตย์คือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค อดีตนายกรัฐมนตรี และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯฝ่ายความมั่นคง แสดงจุดยืนชัดเจนว่าไม่ต้องการทำลายหลักนิติรัฐด้วยการรับการนิรโทษกรรมที่มีเป้าหมายแอบแฝงเพื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ต้องการพิสูจน์ความจริงตามกระบวนการยุติธรรม แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับดึงดันที่จะออกกฏหมายฟอกโทษความผิดโดยไม่ต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงเจตนาแอบแฝง
จากการเดิมเกมของรัฐบาลทักษิณส่วนหน้าทั้งหมดสะท้อนให้เห็นถึงความย่ามใจลุแก่อำนาจของเผด็จการรัฐสภาในคราบประชาธิปไตยที่อาศัยพวกมากตะแบงรวบรัดในการออกกฏหมายที่มีเป้าหมายแอบแฝงเพื่อลบล้างโทษความผิดให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณและพวกเผาบ้านทำลายเมือง ขณะเดียวกันก็เพื่อปูทางให้ระบอบทักษิณพลิกฟ้าเปลี่ยนแผ่นดินไปสู่”รัฐไทยใหม่”ในอนาคต โดยไม่คำนึงถึงชาติบ้านเมืองและความถูกต้องชอบธรรมใดๆทิ้งสิ้น
ทีมข่าวการเมือง


















