ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

ข้อมูล เศรษฐกิจ เกษตร ดิน ปุ๋ย และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

สกัดสารโฟเลทจากพืชผักเป็นวิตามินอัดเม็ด 2010/05/25

วันอาทิตย์ ที่ 23 พฤษภาคม 2553 เวลา 0:00 น

ผ่านทางDaily News Online > โลกสีสวย > สิ่งแวดล้อม-คุ้มครองผู้บริโภค > ชีวิตกับธรรมชาติ > สกัดสารโฟเลทจากพืชผัก.

ปัจจุบันพบเด็กพิการแต่กำเนิดปากแหว่งเพดานโหว่สูงถึงปีละ 1,500 รายต่อปี ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมาก วิธีการแก้ปัญหานี้ช่วยได้ด้วยการเสริมกรดโฟลิกในช่วง 6 สัปดาห์ก่อนการตั้งครรภ์ในปริมาณ 400 ไมโครกรัมต่อวัน ยังสามารถลดโอกาสการเกิดปากแหว่งเพดานโหว่ได้ประมาณ 1 ใน 3 ลดโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ร้อยละ 25-50 ลดความผิดปกติของแขนขา ประมาณร้อยละ 50 และยังลดความพิการของระบบทางเดินปัสสาวะ ภาวะไม่มีรูทวารหนัก รวมทั้งการเสริมวิตามินที่มีกรดโฟลิกสามารถลดความพิการแต่กำเนิดได้ร้อยละ 25-50 ซึ่งการเกิดความพิการแต่กำเนิดของหลอดประสาทจะเกิดขึ้นภายใน 1 เดือนหลังการปฏิสนธิ ช่วงเวลาการเสริมกรดโฟลิกให้ได้ผลต้องให้อย่างน้อย 1 เดือน ก่อนปฏิสนธิจะเป็นช่วงที่ดีที่สุด ไปจนตลอดการตั้งครรภ์

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่าปัจจุบันหญิงตั้งครรภ์ในประเทศไทยได้รับสารไอโอดีนไม่เพียงพอ ซึ่งในปี พ.ศ. 2549-2551 พบหญิงตั้งครรภ์มีค่าไอโอดีนในปัสสาวะน้อยกว่า 150 ไมโครกรัมต่อลิตร หญิงตั้งครรภ์ที่ขาดสารไอโอดีนจะทำให้เด็กเป็นโรคเอ๋อ ปัญญาอ่อน หรือ ไอคิวน้อยลง 13.5 จุด ซึ่งปกติอยู่ที่ 90 จุด กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัยได้เปิดโครงการลูกครบ 32 สมองดีภายใน 6 สัปดาห์ จะเข้าไปส่งเสริมความรู้เรื่องการเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์ ด้วยการผลิตวิตามินเสริมธาตุเหล็ก กรดโฟลิก และไอโอดีน เพื่อความสะดวกต่อการบริโภค โดยหญิงตั้งครรภ์สามารถขอรับยาพร้อมคำแนะนำในโรงพยาบาลรัฐทุกระดับทั่ว ประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. เป็นต้นไป

“โฟเลท” เป็นสารอาหารที่มีมากในผักใบเขียว เช่น คะน้า บรอกโคลี ดอกกะหล่ำ ดอกและใบกุยช่าย มะเขือเทศ ผักตระกูลกะหล่ำ แตงกวา หน่อไม้ฝรั่ง ถั่วฝักยาว และผลไม้จำพวกส้ม องุ่นเขียว สตรอเบอรี่ ถั่วเมล็ดแห้งต่าง ๆ ได้แก่ ถั่วลิสง ถั่วแดงหลวง ถั่วเหลือง และตับ แต่โฟเลทจะสูญเสียง่ายเมื่อถูกความร้อนที่ใช้เวลานานในการปรุง รวมทั้งเมื่อกินเข้าสู่ร่างกายแล้วสามารถนำไปใช้ได้เพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น

“ไอโอดีน” จัดเป็นสารอาหารประเภทแร่ธาตุมีมากในพืชและสัตว์ทะเล เช่น ปลาทะเลชนิดต่าง ๆ สาหร่ายทะเล เกลือเสริมไอโอดีน น้ำปลาเสริมไอโอดีน

ดังนั้นในหญิงวัยเจริญพันธุ์ที่เตรียมพร้อมจะมีลูกจึงจำเป็นจะต้องได้รับ วิตามินเสริมโฟเลทและไอโอดีน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะได้รับปริมาณ โฟเลทและไอโอดีนที่เพียงพอเพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดความผิดปกติของทารกที่ คลอดออกมา โดยในหญิงวัยเจริญพันธุ์ควรได้รับโฟเลท 400 ไมโครกรัมต่อวัน ส่วนไอโอดีนควรได้รับ 150 ไมโครกรัมต่อวัน สำหรับหญิงตั้งครรภ์ควรได้รับโฟเลท 600 ไมโครกรัมต่อวัน และไอโอดีน 250 ไมโครกรัมต่อวัน

ดร.นพ.สมยศ ดีรัศมี อธิบดีกรมอนามัย กล่าวเสริมอีกว่า นอกจากตัวยาวิตามินโฟเลทและไอโอดีนแล้ว หญิงวัยเจริญพันธุ์ควรบริโภคอาหารที่อุดมไปด้วยโฟเลท ปัจจุบันกรมอนามัยได้ดำเนินงานร่วมกับคลินิกให้บริการคำปรึกษาวางแผนครอบ ครัวและรวมถึงการเตรียมพร้อมก่อนการตั้งครรภ์ในสถานบริการสาธารณสุขและโรง พยาบาลในทุกระดับทั่วประเทศ

การส่งเสริมให้หญิงวัยเจริญพันธุ์กินโฟเลทและไอโอดีนเป็นการป้องกันปัญหา เด็กพิการแต่กำเนิด ไม่เพียงช่วยลดจำนวนเด็กเอ๋อ ปัญญาอ่อน เด็กปากแหว่งเพดานโหว่ซึ่งเป็นภาระของครอบครัวแล้ว แต่ยังช่วยลดงบประมาณด้านสุขภาพของประเทศ และส่งผลให้เด็กไทยมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง สมองดีครบทั้ง 32 อีกด้วย.

 

เด็กอังกฤษป่วยเพราะควันบุหรี่ 2010/05/18

วันอาทิตย์ ที่ 16 พฤษภาคม 2553 เวลา 0:00 น

ผ่านทางDaily News Online > โลกสีสวย > สิ่งแวดล้อม-คุ้มครองผู้บริโภค > E-Update > เด็กอังกฤษป่วยเพราะควันบุหรี่.

รายงานผลการสำรวจของคณะผู้เชี่ยวชาญยาสูบ ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ สหราชอาณาจักร ระบุว่า การได้รับควันบุหรี่มือสองในเด็กอังกฤษ ทำให้ในแต่ละปีมีเด็กที่ป่วยจำนวนมาก

โดยมีเด็กที่ต้องเข้ารับการตรวจถึง 3 แสนครั้ง ต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาล 9,500 ครั้ง ด้วยโรคปอดอักเสบ 20,000 ราย, โรคหืด 22,000 ราย, โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ 200 ราย และไหลตาย 40 ราย โดยมีค่าใช้จ่ายในการรักษา 23.3 ล้านปอนด์ ไม่ รวมค่ายารักษาหืดอีก 4 ล้านบาทที่ผู้ปกครองต้องจ่ายเอง

ในแต่ละปีมีเด็กอังกฤษเป็นสิงห์อมควันมือใหม่เพิ่มขึ้น 23,000 คน ซึ่งเป็นเพราะสภาพแวดล้อมโดยเฉพาะผู้ปกครองสูบบุหรี่

ขณะที่มีรายงานว่า มีชาวอังกฤษเสียชีวิตจากการได้รับควันบุหรี่มือสองปีละ 11,000 คน และเรียกร้อง ให้ทุกคนปฏิบัติตามกฎ หมายห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ รวมไปถึงขอให้ผู้ปกครองเลิกสูบบุหรี่เพื่อเป็นตัวอย่างกับลูกและ คนในบ้านจะไม่ได้รับอันตรายจากควันบุหรี่ มือสอง

ด้าน ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิ การมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ อ้างข้อมูลผลการสำรวจของเอแบคโพลล์ เมื่อปี 2551 ว่า ผู้ปกครองไทยส่วนใหญ่ยังไม่รู้ถึงโรคต่าง ๆ ที่เกิดในเด็กอันเป็นผลจากการได้รับควันบุหรี่มือสอง

การสำรวจผู้ปกครองเด็กอายุ 1-4 ขวบ ที่เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลสถาบันเด็กแห่งชาติมหาราชินีจำนวน 658 คน พบว่าผู้ปกครองรู้ว่า การได้รับควันบุหรี่มือสองในเด็กเป็นสาเหตุของหลอดลมอักเสบ เพียง 48.8% เป็นสาเหตุของหูอักเสบ 17.4% เป็นหวัดบ่อยขึ้น 37% เกิดหืดจับ 53.8% และไหลตาย 17%

และเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ และ แผนกกุมารเวชศาสตร์ 10 โรงพยาบาล ร่วมรณรงค์ให้ความรู้เรื่องพิษภัยของควันบุหรี่มือสองต่อเด็ก และ หาก โรงพยาบาลอื่นสนใจ สามารถติดต่อขอสื่อเพื่อร่วมรณรงค์ได้ที่มูลนิธิฯ โทร.0-2278-1828.

 

สร้างมาตรฐานบรรจุภัณฑ์สีเขียว 2010/05/18

วันอาทิตย์ ที่ 02 พฤษภาคม 2553 เวลา 0:00 น

ผ่านทางDaily News Online > โลกสีสวย > สิ่งแวดล้อม-คุ้มครองผู้บริโภค > E-Update > สร้างมาตรฐานบรรจุภัณฑ์สีเขียว.

แม้ที่ผ่านมาวงการอุตสาหกรรมไทย จะตระหนักในเรื่องขั้นตอนการผลิตสินค้า ที่จะต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด

แต่ก็ยังเกิดปัญหาในเรื่องของบรรจุภัณฑ์สินค้า ที่ถูกทิ้งกลายเป็นขยะมูลฝอย ซึ่งมีมากถึง 1 ใน 3 ของของเสียจากครัวเรือน ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรมก็มีปัญหาของของเสียจากบรรจุภัณฑ์ ซึ่งจะส่งผลต่อการเข้าสู่ตลาดโลก ซึ่งปัจจุบันกำลังตื่นตัวกับกระแสการรักษาสิ่งแวดล้อม

โครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย หรือ iTAP ร่วมกับศูนย์ความเป็นเลิศเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (XCEP) ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ จึงผุดโครงการเพิ่มขีดความสามารถของผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่ง แวดล้อม เพื่อพัฒนาและสนับสนุนผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ในการสร้างความ ตระหนักด้านการใช้ทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยลดภาวะโลกร้อนและส่งเสริมให้ผู้ประกอบการหรือผู้ผลิตเตรียมตั้งรับกับ ความต้องการและข้อกำหนดจากลูกค้าหรือผู้บริโภคผ่านการถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์และความสามารถของผู้เชี่ยวชาญ ส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการให้มีความเข้มแข็งและเสริมสร้างความสามารถ ในการแข่งขัน

โดยงานนี้จะระดมสมองผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและสถาปัตยกรรม และกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับวัสดุอะลูมิเนียมและบรรจุภัณฑ์ รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องอื่น ๆ เข้ามาร่วมกันทำงาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการทำบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ให้เป็นแผนที่นำทาง (โรดแม็พ) ในการสร้างบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในอนาคต เพื่อสร้างศักยภาพทางการแข่งขันในตลาด และหวังให้ไทยเป็นผู้นำด้านสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมต่อไป

หลายประเทศเริ่มใช้มาตรการกีดกันทางการค้า โดยกำหนดกฎระเบียบหรือมาตรฐานสินค้าที่จะส่งเข้าไปจำหน่ายในประเทศของตนเอง โดยเฉพาะสินค้าที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หากผู้ประกอบการไทยปรับตัวไม่ทัน จะไม่สามารถแข่งขันกับตลาดโลกได้เลย.

 

แวดล้อมสุดสัปดาห์ วันที่ 16 พฤษภาคม 2553 2010/05/18

วันอาทิตย์ ที่ 16 พฤษภาคม 2553 เวลา 0:00 น

ผ่านทางDaily News Online > โลกสีสวย > สิ่งแวดล้อม-คุ้มครองผู้บริโภค > แวดล้อมสุดสัปดาห์ > แวดล้อมสุดสัปดาห์ วันที่ 16 พฤษภาคม 2553.

–@–องค์ภูมินทร์ ฟื้นฟูถิ่น ปฐพีไทย : นายธวัชชัย สำโรงวัฒนา อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า กรมพัฒนาที่ดินได้กำหนดให้มีการจัดงานเพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสวันคล้ายวัน สถาปนากรมพัฒนาที่ดิน ครบรอบ 47 ปีภายใต้ชื่องาน “องค์ภูมินทร์ ฟื้นฟูถิ่น ปฐพีไทย” ระหว่างวันที่ 23-25 พ.ค. 2553 เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ และแสดงถึงพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสมเด็จพระเทพรัตนราช สุดาฯ ในด้านการพัฒนาที่ดิน ภายในงานมีการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “องค์ภูมินทร์ ฟื้นฟูถิ่น ปฐพีไทย” โดยจัดแสดงผ่านสื่อนฤมิต นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ นิทรรศการโครงการหลวง การเปิดตัวนวัตกรรมผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์ตัวใหม่ สารเร่งซุปเปอร์ พด. 7 สำหรับกำจัดแมลงศัตรูพืช สารเร่งซุปเปอร์ พด.9 สำหรับเพิ่มความเป็นประโยชน์ของฟอสฟอรัสในดินกรด ดินเปรี้ยว และปุ๋ยชีวภาพ นวัตกรรมการจัดการดิน ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต เสริมประสบการณ์วิชาชีพรับฟังการเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้การใช้ภูมิปัญญา ท้องถิ่น จากหมอดินอาสาดีเด่นตลาดนัดจำหน่ายสินค้าราคาถูกเพื่อประชาชน เลือกซื้อผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรอินทรีย์ปลอดสารพิษ และของดีจากจังหวัดต่าง ๆ ให้บริการตรวจวิเคราะห์ดิน แจกปุ๋ยหมัก น้ำหมักชีวภาพ สารบำบัดน้ำเสีย สารเร่งจุลินทรีย์ ฟรี! สำหรับผู้เข้าร่วมชมงานตลอดทั้ง 3 วัน นอกจากนี้ได้จัดทำหนังสือ “คู่มือหมอดิน” แจกจ่ายในวันที่ 23 พฤษภาคม 2553 นี้สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0-2579-8515

–@–ตรวจ สุขภาพฟรี : รถไฟฟ้าบีทีเอส ร่วมกับวิทยาลัยการแพทย์แผนไทย ม.เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และโรงพยาบาลเอกชน 11 แห่งอาทิ รพ.กรุงเทพคริสเตียน รพ.กล้วยน้ำไท รพ.หัวเฉียว จัดงาน “คลินิกลอยฟ้าเฉลิมพระเกียรติ” ระหว่างวันที่ 20-23 พ.ค.2553 ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. ณ สถานีรถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่ เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณ ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ โดย เชิญชวนประชาชนสนใจตรวจสุขภาพฟรี ซึ่งมีรายการตรวจสุขภาพที่น่าสนใจ อาทิ ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) ตรวจคัดกรองต้อหิน ต้อกระจก ต้อลม, ตรวจสุขภาพผิวหน้า, แมะไฟฟ้า ตรวจประเมินสุขภาพแบบองค์รวม (Body Screening), ตรวจสุขภาพช่องปากและฟัน ผู้สนใจเข้ารับการตรวจสุขภาพสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนสื่อสารองค์กร โทร. 0-2617-7300 เวลาราชการ หรือที่เว็บไซต์ www.bts.co.th

 

แวดล้อมสุดสัปดาห์ วันที่ 9 พฤษภาคม 2553 2010/05/18

วันอาทิตย์ ที่ 09 พฤษภาคม 2553 เวลา 0:00 น

ผ่านทางDaily News Online > โลกสีสวย > สิ่งแวดล้อม-คุ้มครองผู้บริโภค > แวดล้อมสุดสัปดาห์ > แวดล้อมสุดสัปดาห์ วันที่ 9 พฤษภาคม 2553.

อาคารเขียว : บริษัทเอสซีจี ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด มุ่งยกระดับอาคารอนุรักษ์พลังงานของไทยให้เทียบเท่าระดับโลก ส่งทีมขายวัสดุก่อสร้างเพื่ออาคารเขียวหรืออาคารอนุรักษ์พลังงาน บุกตลาดวัสดุก่อสร้าง พร้อมให้คำแนะนำด้านสินค้าและบริการแก่อาคารที่ต้องการก่อสร้างหรือปรับ ปรุงเพิ่มเติมเพื่อให้ได้มาตรฐานอาคารอนุรักษ์พลังงาน รวมทั้งอาคารที่ต้องการขอรับรองมาตรฐานอาคารเขียวของสหรัฐ (LEED) สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ งานบริหารโครงการ โทร. 0-2586-2222

 

แวดล้อมสุดสัปดาห์ วันที่ 2 พฤษภาคม 2553 2010/05/18

วันอาทิตย์ ที่ 02 พฤษภาคม 2553 เวลา 0:00 น

ผ่านทางDaily News Online > โลกสีสวย > สิ่งแวดล้อม-คุ้มครองผู้บริโภค > แวดล้อมสุดสัปดาห์ > แวดล้อมสุดสัปดาห์ วันที่ 2 พฤษภาคม 2553.

–@–ประกวดสปอตวิทยุภาษาถิ่น : สถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ขอเชิญนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไปร่วมส่งผลงานเข้าร่วมโครงการประกวดสปอตวิทยุภาษาถิ่นและสปอ ตวิทยุสำหรับเด็ก ความยาว 30 วินาที แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ 1.สปอตวิทยุภาษาถิ่น 4 ภาค สำหรับประชาชนทั่วไป หัวข้อ “ใช้โทรคมนาคมอย่างไร…ไม่เสียสิทธิ” 2. สปอตวิทยุภาษาถิ่น 4 ภาค สำหรับเด็ก หัวข้อ “โทร… อย่างรู้เท่าทัน” รางวัลชนะเลิศแต่ละประเภทรับเงินสดมูลค่า 10,000 บาท พร้อมโล่รางวัล รวม 16 รางวัล และรางวัลชมเชย รับเงินสดมูลค่า 5,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร รวม 32 รางวัล ผู้สนใจส่งสปอตวิทยุได้ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 17 พฤษภาคม 2553 และประกาศผลช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2553 ดูรายละเอียดเพิ่มได้ที่ www.tci.or.th หรือสอบถามได้ที่โทร. 0-2937-4370-6 ต่อ 13-15

–@–ภาพถ่ายสารคดี : นิตยสารคดี จัดงาน นิทรรศการ ภาพถ่ายสารคดี บันทึก 25 ปีประเทศไทย ระหว่างวันที่ 6-30 พ.ค. 2553 บริเวณระเบียงทางเดินชั้น 3-4 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร สี่แยกปทุมวัน กรุงเทพฯ ระหว่างเวลา 10.00-21.00 น.

 

‘ฟองน้ำทะเล’ สัตว์มีคุณต่อวงการแพทย์สกัดสารต้านมะเร็ง 2010/05/18

วันอาทิตย์ ที่ 16 พฤษภาคม 2553 เวลา 0:00 น

ผ่านทางDaily News Online > โลกสีสวย > สิ่งแวดล้อม-คุ้มครองผู้บริโภค > ‘ฟองน้ำทะเล’ สัตว์มีคุณต่อวงการแพทย์.

นับเป็นโชคดีของประเทศไทย ที่มีชัยภูมิที่ตั้งอยู่ในเขตเส้นศูนย์สูตร ทำให้มีระบบนิเวศอุดมสมบูรณ์ ยังมีพืชและ สิ่งมีชีวิตอีกจำนวนมากทั้งบนบกในน้ำ ที่รอการวิจัยเพื่อมาต่อยอดในการผลิตยารักษาโรค รวมทั้งอาหารเพื่อสุขภาพ เป็นอีกความหวังของการยืดอายุชีวิตมนุษย์ให้ยืนยาวได้ มีตัวอย่างของสิ่งมีชีวิตที่น่าสนใจในท้องทะเล อย่างฟองน้ำทะเล ที่ปัจจุบันสามารถสกัดมาเป็นสารต้านมะเร็งได้

สุเมตต์ ปุจฉาการ นักวิชาการด้านหน่วยสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังในทะเล งานวิจัยความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลฝ่ายวิจัย สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลมหาวิทยาลัยบูรพา ให้ข้อมูลเรื่องของฟองน้ำทะเลไว้ในเว็บไซต์ไบโอเทค ว่า จัดอยู่ในสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ถือกำเนิดมาเมื่อ 600 ล้านปีมาแล้ว เชื่อกันว่าฟองน้ำทะเลถือกำเนิดมาจากบรรพบุรุษสัตว์เซลล์เดียวพวกโพรโทซัว ในอดีตเคยครอบครองอาณาจักรพื้นท้องทะเลควบคู่กับปะการัง คาดการณ์ว่าในโลกนี้มีฟองน้ำ 15,000 ชนิด

ฟองน้ำทะเลเป็นสัตว์กินอาหารด้วยการกรอง โดยกรองน้ำผ่านตัวซึ่งสามารถกรองน้ำทะเลได้มากกว่าสิบเท่าของปริมาตรตัวเอง ภายในหนึ่งชั่วโมง และทำงานต่อเนื่องทั้งเวลากลางวันกลางคืน จึงเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการกรองน้ำทะเลให้ใสสะอาดขึ้น และยังเป็นแหล่งอาศัยให้กับสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ หลายชนิดเช่น กุ้ง หอย ปู และไส้เดือนทะเล

นักวิชาการด้านหน่วยสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังในทะเล งานวิจัยความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลฝ่ายวิจัย กล่าวถึงประโยชน์ของฟองน้ำทะเลเพิ่มเติมว่าเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญเกี่ยว กับอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและยาปัจจุบันฟองน้ำเป็นสัตว์ที่นักวิทยาศาสตร์ กำลังให้ความสนใจมาก เนื่องจากเป็นสัตว์ที่เกาะติดอยู่กับที่แต่แทบจะไม่มีศัตรูมารบกวน จึงสันนิษฐานว่าฟองน้ำน่าจะสร้างอาวุธทางเคมีที่ไม่พึงปรารถนากับสัตว์น้ำ ชนิดอื่น ๆ อาวุธทางเคมีเหล่านี้คือแหล่งสารผลิตภัณฑ์ธรรมชาติทะเล (Marine natural products) ซึ่งสามารถนำมาใช้ประโยชน์ทั้งทางด้านการศึกษาวิจัย การแพทย์และเภสัช นอกจากนี้นักวิทยาศาสตร์ยังพบว่าฟองน้ำบางชนิดเลี้ยงแบคทีเรียไว้เป็นอาหาร ของตนเองในระบบท่อน้ำแล้วสร้างสารต้านจุลชีพขึ้นมาเพื่อป้องกันไม่ให้อาหาร ของตนถูกทำร้ายหรือถูกแก่งแย่งแข่งขันจากแบคทีเรียชนิดอื่นที่ไม่พึงประสงค์ ความสามารถนี้จึงถูกยกย่องว่าเป็น “นักเกษตรกรรมยุคแรกของโลก”

ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ไทยได้สกัดสารที่เป็นประโยชน์ในฟองน้ำทะเลออกมาได้ แล้วในรูปของสารต้านมะเร็ง ดร.พูนศักดิ์ พลอยประดิษฐ์ และคณะผู้วิจัยห้องปฏิบัติการเภสัชเคมี สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ได้ทำการศึกษาเรื่องสารในกลุ่มลาเมลลาริน ซึ่งเป็นสารผลิตภัณฑ์ธรรมชาติจากทะเล ที่พบได้ใน เพรียง และ ฟองน้ำบางชนิด งานวิจัยนี้เป็นตัวอย่างที่มุ่งเน้นการพัฒนากระบวนการสังเคราะห์สารที่ แสดงฤทธิ์ต้านมะเร็งที่ดี แต่มีปริมาณน้อยในธรรมชาติ ทั้งนี้การศึกษาการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเคมีของสารดังกล่าว เพื่อให้ได้สารที่มีคุณสมบัติทางเภสัชวิทยา รวมทั้งคุณสมบัติอื่น ๆ ที่เหมาะสมจำเป็นต้องใช้กระบวน การสังเคราะห์ที่มีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้การศึกษาการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเคมีของสารดังกล่าว เพื่อให้ได้สารที่มีคุณสมบัติทางเภสัชวิทยา รวมทั้งคุณสมบัติอื่น ๆ ที่เหมาะสมจำเป็นต้องใช้กระบวนการสังเคราะห์ที่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากการศึกษาดังกล่าวต้องใช้สารในปริมาณมากขึ้น ซึ่งไม่สามารถพึ่งพาธรรมชาติเป็นแหล่งสารเพียงอย่างเดียว อีกทั้งการสังเคราะห์สารขึ้นมาทั้งหมดโดยไม่ใช้สารจากธรรมชาติเลย ยังเป็นแนวทางสำคัญในการวิจัยและพัฒนาสารที่มีศักยภาพในการใช้เป็นยาได้ โดยรบกวนระบบนิเวศน้อยที่สุด

นอกจากนี้คณะผู้วิจัยยังได้ทำการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างและฤทธิ์ ต้านมะเร็ง รวมทั้งคุณสมบัติเชิงเคมีกายภาพของสารในกลุ่มลาเมลลารินอีกด้วย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสารผลิตภัณฑ์ธรรมชาติและสารสังเคราะห์หลายชนิด แสดงฤทธิ์ต้านมะเร็งได้เป็นอย่างดีในห้องปฏิบัติการ และมีศักยภาพในการศึกษาและพัฒนาเป็นสารต้านมะเร็งได้ในอนาคต

จากความสนใจในการศึกษาและพัฒนาสารที่มีศักยภาพใช้ต้านมะเร็งและรายงานวิจัย ทั้งในและต่างประเทศที่พบว่าสารในกลุ่มฟลาวานอยด์เป็นสารผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ ที่มีอยู่ในพืชหลายชนิดซึ่งแสดงฤทธิ์ทางชีวภาพที่หลากหลาย เช่น ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ฤทธิ์ต้านการอักเสบ และที่สำคัญคือฤทธิ์ต้านมะเร็ง

นับเป็นความก้าวหน้าของวงการแพทย์ในการเยียวยามะเร็งโรคภัยที่ทำให้ผู้คนบน โลกเสียชีวิตในอันดับต้น แต่สำหรับการเยียวยาของมะเร็งในปัจจุบันวิธีการรักษาต้องใช้ทั้งการแพทย์แผน ปัจจุบันและการแพทย์ทางเลือกผสมผสานกันไป ตัวอย่างของการเยียวยาผู้ป่วยมะเร็ง อีกรูปแบบที่ดำเนินการภารกิจหนึ่งของศูนย์มะเร็งจังหวัดอุบลราชธานี นอกจากการรักษาผู้ป่วยมะเร็ง ครอบคลุมพื้นที่ 9 จังหวัดอีสานตอนล่างรวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ ลาว เวียดนามแล้ว ศูนย์มะเร็งจังหวัดอุบลราชธานียังทำงานด้านดูแลจิตใจของผู้ป่วยด้วย เพราะเชื่อว่าหากสุขภาพจิตดี สุขภาพกายย่อมหายจากป่วยไข้ได้

นายแพทย์ถวิล กลิ่นวิมล ผู้อำนวยการ ศูนย์มะเร็ง จังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา สำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติหรือ สปสช.ได้ดำเนินการเรื่องศูนย์มิตรภาพบำบัดร่วมกับเครือข่ายผู้ป่วย และโรงพยาบาลทั่วประเทศจนทำให้ ขณะนี้มีศูนย์มิตรภาพบำบัด 17 แห่งทั่วประเทศ โดยศูนย์มะเร็งจังหวัดอุบลราชธานีก็จัดเป็นศูนย์มิตรภาพบำบัด 1 ใน 17แห่ง ที่ดำเนินการขึ้นตามเจตนารมณ์ของ นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ อดีตเลขาธิการ สปสช.ที่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง ซึ่งให้ความสำคัญกับเรื่องมิตรภาพบำบัด

นางชลิยา วามะลุน รองผู้อำนวยการกลุ่มภารกิจบริการวิชาการ ศูนย์มะเร็ง จังหวัดอุบล ราชธานี กล่าวว่า โครงการ “มิตรภาพบำบัดจิตอาสา ภารกิจเพื่อเพื่อน ด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์” ซึ่งทางศูนย์มะเร็งฯได้นำเรื่องสุนทรียสนทนาหรือการบำบัดผ่านการพูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ มีกิจกรรมร่วมกันระหว่างผู้ป่วย แพทย์ พยาบาล มาใช้เพื่อให้คนไข้ได้พูดคุยและระบายความรู้สึกให้มากที่สุด โดยเจ้าหน้าที่มีหน้าที่คอยรับฟังเพื่อที่จะได้เข้าใจ และรับรู้ความต้องการของคนไข้ ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2552 โดยทำเป็นงานวิจัย พบว่า เจ้าหน้าที่ พยาบาล หมอ มีความเข้าใจคนป่วยมากขึ้น และสามารถทำงานได้อย่างไม่เป็นทุกข์ ได้ช่วยเหลือตรงตามความต้องการ และต่างรู้สึกมีคุณค่าในการได้ช่วยเหลือ ได้เข้าใจ ทำให้การทำงานดูแลรักษาคนป่วยเป็นไปได้ดี

สำหรับกิจกรรมร่วมกันเพื่อสร้างกำลังใจ เช่น การทำบายศรีสู่ขวัญ การแนะนำด้านอาหาร การปรับปรุงพฤติกรรม และการออกกำลังกาย พร้อมกันนี้ยังเปิดรับอาสาสมัคร หรือจิตอาสา เพื่อช่วยเหลือดูแลด้านจิตใจให้แก่ผู้ป่วยเพื่อผู้ป่วยด้วยกันเอง

จากงานวิจัยต่อเนื่องมาถึงโครงการมิตรภาพบำบัดจิตอาสา แสดงให้เห็นถึงความเพียรพยายามของมนุษย์โลกที่จะรับมือกับโรคร้ายอย่าง มะเร็งให้ถึงที่สุด.

 

หวั่นน้ำเสียเติมเชื่อปะการังฟอกขาว 2010/05/18

วันอาทิตย์ ที่ 16 พฤษภาคม 2553 เวลา 0:00 น

ผ่านทางDaily News Online > โลกสีสวย > สิ่งแวดล้อม-คุ้มครองผู้บริโภค > ลดโลกร้อน > หวั่นน้ำเสียเติมเชื่อปะการังฟอกขาว.

เกิดเหตุการณ์ปะการังฟอกขาวในทะเลฝั่งอันดามัน ขณะนี้ได้เกิดปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวครั้งใหญ่ที่สุด ครอบคลุมทะเลอันดามันเกือบทั้งหมดครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 80 ตารางกิโลเมตร ตั้งแต่หมู่เกาะสุรินทร์ หมู่เกาะสิมิลัน และบริเวณตามชายฝั่งของหมู่เกาะตราชัย จ.พังงา และบริเวณเกาะใกล้ชายฝั่ง อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา มีเกาะผ้า แหลมกลางใหญ่ แหลมกลางน้อยและคาดว่าใน จ.ภูเก็ต รวมทั้งฝั่งอ่าวไทย ในภาคตะวันออก ระยอง ตราด ก็เกิดปรากฏการณ์ดังกล่าวเช่นกัน สาเหตุมาจากอุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้น

นิพนธ์ พงษ์สุวรรณ นักวิชาการประมงชำนาญการพิเศษ สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน จ.ภูเก็ต กล่าวว่าจากการสำรวจล่าสุดเมื่อวันที่ 14 พ.ค. พบว่าแนวปะการังน้ำตื้นระยะ 3-5 เมตร บริเวณอ่าวต่าง ๆ ของทางฝั่งตะวันออก เรื่อยไปทางตะวันออกเฉียงใต้ของอ่าวภูเก็ต ได้รับผลกระทบสูงสุด ส่วนหนึ่งเพราะน้ำทะเลมีตะกอนสูง ซึ่งต้องรอให้เกิดคลื่นลมมรสุม จะช่วยทำให้มวลน้ำทะเลสูงขึ้น มาช่วยบังแสงแดดไม่ส่องถึงปะการัง ทั้งนี้จากการศึกษาพบว่าช่วงที่เกิดปะการังฟอกขาว แสงแดดทำให้สาหร่ายในเนื้อปะการังสร้างออกซิเจนเป็นพิษให้กับปะการัง หรือที่เรียกว่าเกิดสารอนุมูลอิสระในเนื้อปะการัง

สำหรับการดูแลปะการังเท่าที่ทำได้คือขอความร่วมมือจากนักท่องเที่ยวอย่าเข้า ไปรบกวนปะการัง เพราะสีของปะการังฟอกขาวมีลักษณะเป็นสีขาวผ่อง มีแสงจ้า สีเหลือง ต่างจากสีธรรมชาติ คือเขียว ม่วงคราม ซึ่งเมื่ออุณหภูมิน้ำปกติจะกลับมาเป็นสีดั่งเดิม

นักวิชาการประมงชำนาญการพิเศษ สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน จ.ภูเก็ต นอกจากขอความร่วมมือจากนักท่องเที่ยวแล้วในส่วนของผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม รีสอร์ตต้องมีความตั้งใจปฏิบัติตามกฏหมายไม่ปล่อยน้ำเสียลงทะเล ซึ่งตามกฎหมายมีข้อบังคับไว้โรงแรมที่มีห้องพักตั้งแต่ 80 ห้องขึ้นไป ต้องมีระบบบำบัดน้ำเสีย โดยเฉพาะบริเวณหาดป่าตองมีการตรวจพบบางโรงแรมฝ่าฝืนกฏหมาย เพราะระบบบำบัดน้ำเสียมีต้นทุนค่าใช้จ่ายสูงขึ้น

“น้ำเสียเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะขณะนี้เรายังไม่ห้ามนักท่องเที่ยวแต่ขอความร่วมมือรวมทั้งชาวประมงไม่ ให้ทำประมงบริเวณปะการังฟอกขาว เพราะจะจับปลาที่กินสาหร่าย เมื่อไม่มีปลากินสาหร่ายส่งผลให้สาหร่ายเจริญงอกงามแทนปะการัง แต่ยังโชคดีว่าแนวปะการังอยู่ในเขตอุทยาน รวมทั้งยังเป็นฤดูกาลที่ใกล้หมดการท่องเที่ยวแล้วในทะลอันดามัน”

ทั้งนี้ประเทศไทยเคยเจอปะการังฟอกขาวในปี 2534-2538 บริเวณอ่าวไทยและหมู่เกาะสุรินทร์ เป็นปะการังน้ำตื้น รวมทั้งในปี 2541 ที่เกิดปะการังตายเยอะ รวมในปี 2546-2548 เกิดปะการังฟอกขาวเช่นกัน ซึ่งการฟื้นตัวของปะการังน้ำตื้นจะใช้เวลา 3 ปี

ส่วนปะการังน้ำลึกที่มีระดับ 10-20 เมตร ถ้าเสียหายต้องใช้เวลายาวนานถึง 10 ปีจึงจะฟื้นตัว.

 

มีดช่างแขก 2010/05/18

วันอาทิตย์ ที่ 16 พฤษภาคม 2553 เวลา 0:00 น

ผ่านทางDaily News Online > โลกสีสวย > โลกหลากสี > ฟ้ากว้าง > มีดช่างแขก.

มีด โลหะมีคม ด้ามทำด้วยไม้หรือเขาสัตว์ ใช้สำหรับฟัน ผ่า จัก เหลา ซึ่งมนุษย์รู้จักและพัฒนาเพื่อประโยชน์ต่าง ๆ ทั้งในชีวิตประจำวันและเป็นอาวุธ เพื่อทำร้าย ทำลาย ป้องกัน ต่อสู้ หรือฆ่ากันมายาวนาน และถึงจะมีเทคโนโลยีก้าวไกลขนาดไหน แต่มีดก็ยังรับใช้อยู่อย่างคงเส้นคงวา

เดี๋ยวนี้ มีคนส่วนหนึ่งหลงใหลความงามในความคม มีดจึงต้องรับงานใหม่ในฐานะของสะสม ราคาสูง

มีด ทุกเล่มมีคมเป็นประโยชน์แต่หากใช้ในทางที่ผิดก็เป็นโทษ

จากการติดตามสอบถามคนรักมีด และมีมีดชั้นดีในครอบครอง มีทั้งใช้เพื่อป้องกันตัวเอง ถ้าเป็นนักเดินป่า ก็เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เช่น ตัดฟัน กิ่งไม้ที่กีดขวาง

มีดดี ๆ ที่นักสะสมซื้อหา มีทั้งสั่งเข้ามาจากต่างประเทศ และที่ทำด้วยมือของช่างไทย

ช่างมีดของไทย เป็นที่ยอมรับฝีมือว่าทำได้สวยงาม เนื้อเหล็กก็ได้รับการพัฒนา จนนักเล่นมีดต่างประเทศยอมรับ

งานของช่างมีดบางคนเป็นงานฝีมือที่ทำตามคำสั่ง ไม่ใช่ผลิตออกมาเป็นร้อยเป็นพันเหมือนอุตสาหกรรมจากต่างประเทศ

ช่างแขก วิรัตน์ บัวสำลี เป็น ช่างมีดมือดีที่คนชอบเล่นมีดคุ้นชื่อกันดี ผลิตงานฝีมือออกมาแล้วราว ๆ สามสิบปี

ก็นับแต่ทางราชการขอให้ราษฎรบ้านหนองอีเติ่ง จังหวัดนครสวรรค์ เขตติดต่อจังหวัดอุทัยธานีเลิกทำปืนเถื่อน ช่างแขก ก็ได้เรียนรู้ และเริ่มพัฒนามาสู่การทำมีดตั้งแต่นั้น จนกลายเป็นงานศิลปมีคมที่ชวนให้ใคร ๆ ก็อยากสะสม

“มีหลายคนที่ซื้อเพราะใจรัก แต่ใช้ไม่เป็น เจอลูกค้าแบบนี้ ผมต้องอธิบาย สอนการใช้อย่างละเอียด เพราะมีดแต่ละอย่างไม่เหมือนกัน มีดเดินป่า มีดสำหรับขี่ม้า หรือมีดดำน้ำ ใช้งานต่างกัน”

ช่างแขกบอกว่า ทุกวันนี้ ผลิตงานไม่ทัน ลูกค้าที่มาซื้อ จะให้วาดมือไว้ เพื่อผลิตพอดีกับขนาด จับได้ถนัด เปรียบเหมือนการตัดเสื้อผ้า ก็ต้องวัดตัวจึงได้ขนาดเหมาะพอดี มีดที่ตัดขนาดพอดีกับมือ คนอื่นเอาไปก็ใช้ได้ไม่เต็มร้อย

ช่างแขกบอกว่า ทุกคนควรมีมีดติดตัวไว้ใช้ประโยชน์ แม้กระทั่งคนที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในเมือง ขับรถส่วนตัวไปทำงาน

เวลาเจอรถอื่นประสบอุบัติเหตุ ไฟไหม้ คนติดอยู่ข้างใน เราอยากจะช่วย มีมีดที่ดีก็ทุบกระจกช่วยได้ ตัวเราเอง ขับรถตกน้ำ ประตู หน้าต่างกระจกล็อกหมด หากมีมีดก็ทุบกระจกช่วยตัวเองออกมาได้

ไม่ใช่ไปไล่ฟันกับใคร

มีดจรยุทธ คือ มีดพกประจำกายที่ช่างแขกพูดถึง โดยอธิบายประโยชน์การป้องกันตัวด้วยว่า ถ้าถูกผู้ไม่หวังดี 4-5 คนล้อมกรอบ ก็แหวกออกมาได้ หรือโดนสุนัขไล่หมายขย้ำ ก็ควักออกมาต่อสู้ป้องกันตัว

มีเหตุฉุกเฉินขึ้นในบ้าน แต่หากุญแจไม่ทัน มีดพกชนิดดีอาจผ่อนหนักเป็นเบา

แม้จะได้มีดดี สิ่งที่ควรรู้ควบคู่กันก็คือ การจับให้ถูกวิธี ถึงจะใช้งานได้สมค่า

“ก่อนซื้อขอให้มาคุยกันก่อน ที่โรงงานนี่แหละ” ช่างแขก บอกคนที่อยากได้มีดไว้เป็นเพื่อนคู่กาย เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยขอให้ใช้วันว่าง เดินทางไปที่จังหวัดอุทัยธานี หาโรงพยาบาลประจำจังหวัดให้เจอ ช่างแขกจะอยู่ที่ 50/4 ถนนรักการดี หรือ จะหาข้อมูลจาก www.khaekknives. com ก่อนก็ได้

ช่วงวันที่ 15-21 พ.ค. ก็จะมาร่วมงานแสดงสินค้าธงฟ้า ที่ชาเลนเจอร์ 2 เมืองทองธานี

คงได้เห็นมีดชั้นดีที่จะเอามาโชว์

แต่ถ้าจะซื้อ ควรเรียนรู้และทำความเข้าใจ ว่าอย่างไหนจึงจะเหมาะ

เป็นประโยชน์อย่างแท้จริง.

วีระพันธ์ โตมีบุญ
VeeraphanT@Gmail.com

 

เที่ยวกันอัลไซเมอร์ 2010/05/18

วันอาทิตย์ ที่ 09 พฤษภาคม 2553 เวลา 0:00 น

ผ่านทางDaily News Online > โลกสีสวย > โลกหลากสี > ฟ้ากว้าง > เที่ยวกันอัลไซเมอร์.

สถาบันเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ กระทรวงสาธารณสุข รายงานว่า ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ตั้งแต่ปี 2547 เพราะมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 10% และจะเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ ในปี 2567 หรืออีก 14 ปีข้างหน้า ซึ่งตอนนั้นสัดส่วนผู้สูงวัยจะมากกว่า 20%

ผู้สูงอายุ หมายถึง ท่านที่อายุ 60 ปีขึ้นไป

สภาพสังคมเปลี่ยนแปลงอย่างนี้ ควรที่เราทุกคนจะปรับให้สอดรับ ด้วยการสรรค์สร้าง บริการ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่เหมาะสมสำหรับกลุ่มประชากรที่ขยายตัว

ทุกวันนี้ การจัดสรรสาธารณูปโภค และสาธารณูป การ หรือการสงเคราะห์บุคคลที่ไม่สามารถช่วยตัวเองได้ เช่น คนชรา คนพิการ เด็กกําพร้า ยังไม่ครบถ้วนเพียงพอ แต่ก็เป็นสิ่งที่เราทุกคน ซึ่งมีผู้สูงวัยใกล้ชิด ในความดูแล ควรเริ่มต้นใส่ใจ เพื่อช่วยให้ท่านเหล่านั้นมีคุณภาพชีวิตที่ดี สมกับคุณค่าที่ทำคุณประโยชน์ไว้อย่างมากมาย

พญ.เรขา กลลดาเรืองไกร จิตแพทย์ โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 2 เสนอข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับผู้สูงอายุว่า เซลล์สมองของคนวัย 65 ปีขึ้นไปจะเสื่อมสภาพลงเรื่อย ๆ ส่งผลให้หลงลืม เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ได้ยาก การแก้ไข ป้องกัน ที่ได้ผล ควรใช้วิธีทัศนศึกษาบำบัด หรือการพาท่านออกไปเที่ยว จะช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ ความเป็นตัวตน และสังคมรอบตัว

คุณหมออธิบายว่า การออกไปเที่ยวเล่นนอกบ้าน จะช่วยกระตุ้นเซลล์สมองให้ทำงานมากขึ้น กระตุ้นการรับรู้ทางสายตา กระตุ้นความจำ สร้างกำลังใจที่ดี ทำให้รู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของสังคม โดย การพาผู้สูงอายุไปทัศนศึกษา ควรเตรียมตัวให้พร้อม เลือกรองเท้าคู่ที่ใส่สบาย สำหรับการเดิน ทางไกล เตรียมยาให้หยิบได้สะดวก เตรียมประวัติการรักษากรณีฉุกเฉิน เตรียมเสื้อผ้า หมวก ร่ม ที่เหมาะสมกับสถานที่ และอากาศ กับเลือกสถานที่ที่เหมาะสมกับสุขภาพของผู้สูงอายุ เช่น ไม่ควรเลือกที่มีขั้นบันไดมาก หรือมีขั้นบันไดในที่มืด

ถ้ามีโรคประจำตัวที่ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันสูง ก็ควรปรึกษาคุณหมอก่อนทุกครั้ง

ข้อเสนอของคุณหมอเป็นเรื่องน่าสนใจ แต่หากจะเริ่มต้นสำหรับคนไม่เคยคงขลุกขลัก พอสมควร

กล้วยน้ำไท 2 ซึ่งเป็นสถานพยาบาลที่ ให้บริการดูแลและฟื้นฟูสุขภาพผู้สูงอายุมานาน กว่ายี่สิบปี มีประสบการณ์กับผู้รับบริการทั้งช่วยตัวเองได้และไม่ได้ ตลอดจนผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะอัลไซเมอร์ จำนวนมาก ด้วยวิธีการดูแลที่เรียกกิจกรรมบำบัด ซึ่งรวมถึงการพาเที่ยวนอกสถานที่อยู่ด้วย

นิรุทติ์ อมรธนารัตน์ หัวหน้าแผนกกายภาพและกิจกรรมบำบัด บอกว่า ที่โรงพยาบาลมีผู้สูงอายุประเภทฝากดูแล ซึ่งมีทั้ง แบบเช้าไปเย็นกลับ อยู่เป็นสัปดาห์ หรือเป็นเดือน หลายท่านเคยมีตำแหน่งสำคัญ เป็นอดีตนายธนาคารจากต่างประเทศก็มี การดูแลผู้สูงวัยเหล่านี้ โรงพยาบาลมีนโยบายไม่ให้อยู่เฉย ๆ หากไม่มีนัดกับแพทย์ ก็ต้องจัดกิจกรรม ที่มีหลากหลาย แตกต่างกันไป เช่น บางวันให้เล่นไพ่ บางวันบิงโก น้ำเต้าปูปลา เกมเศรษฐี เรียนดนตรี หรือทำขนม สลับกัน ซึ่งล้วนเป็นกิจกรรมที่กระตุ้นการทำงานของสมอง สร้างสมาธิ ให้เกิดความสนใจบาง อย่างอาจขัดความรู้สึกด้านวัฒนธรรม แต่ก็เพื่อพัฒนาการทำงานของแขน มือ ฝึกการตัดสินใจ แต่ทั้งหมดจะอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่ให้เล่นกันเอง

กิจกรรมทัศนศึกษาสำหรับผู้สูงอายุ มีขึ้นบนหลักการที่คำนึงถึงการเข้าสังคมของผู้สูงอายุ ที่ต้องการการยอมรับ อยากมีส่วนร่วม ไม่อยาก ถูกตัดขาด และมีความภาคภูมิใจที่สังคมเห็นคุณค่าในตัวเอง โรงพยาบาลก็จะจัดตามวาระ หรือตามสภาพกิจกรรมภายนอกที่มี เช่น วันเข้าพรรษา ออกพรรษา งานแสดงไม้ดอกไม้ประดับ หรืองานมอเตอร์โชว์ ที่พาไปตามบูธของบริษัทรถยนต์ ต่าง ๆ ให้ลองนั่ง หลายท่านเคยใช้รถยี่ห้อนั้น ๆ มาแล้วก็ได้ทราบความก้าวหน้าของเทคโนโลยี รุ่นใหม่ ๆ

นิรุทติ์บอกว่า พาผู้สูงอายุไป งานแสดงรถยนต์มาหลายปี ได้รับการต้อนรับจาก ผู้จัดการด้วยดี โดยมอบให้มิสมอเตอร์โชว์ มาช่วยดูแล

การพาผู้สูงอายุไปเที่ยวนอกบ้าน ต้อง เตรียมการ เพื่อป้องกันปัญหาไว้บ้าง แต่ผลที่ได้ คือความสุข ความภาคภูมิใจของคนได้ออกสัมผัสโลกภายนอก หากมีข้อสงสัย อยากได้ข้อมูล เพิ่มเติม นิรุทติ์บอกว่า โทรศัพท์สอบถามได้ที่ 0-2399 4259-63 ต่อ 2807 หรือถ้าสนใจ จะฝากผู้สูงอายุไปเที่ยว ก็แจ้งความต้องการไว้มีรายการทัศนศึกษาที่ตรงกันเมื่อไหร่ ก็จะแจ้ง กลับไป

วางใจได้ว่าจะได้รับการดูแลอย่างดี

เริ่มใส่ใจกับผู้สูงอายุในครอบครัว เป็นตัวอย่างกับลูกหลานเสียแต่วันนี้

วันข้างหน้า เมื่อเรากลายเป็นคุณตา คุณยาย จะได้ไม่ถูกลืม.

วีระพันธ์ โตมีบุญ
VeeraphanT@Gmail.com

 

ลิ้นจี่เมืองจัง 2010/05/18

วันอาทิตย์ ที่ 02 พฤษภาคม 2553 เวลา 0:00 น

ผ่านทางDaily News Online > โลกสีสวย > โลกหลากสี > ฟ้ากว้าง > ลิ้นจี่เมืองจัง.

แทนการเยือนเมืองเหนือเมื่อหน้าหนาว ผมเลือกหนีร้อนไปตากไอเย็น 18 องศาที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา จังหวัดน่าน สัมผัสความสงบ สุขกายสบายใจ แบบไม่ต้องเบียด ไม่แย่งที่อยู่ที่กินกับใคร ทั้งผืนป่าอาณาบริเวณพันกว่าตารางกิโลเมตร มีผู้เช่าเข้าอยู่แค่ 2 รายจากจำนวนบ้านพักที่มีเกือบ 40 หลัง

วันธรรมดาค่าที่พักลด 30 เปอร์เซ็นอีกต่างหาก

เมืองน่านมีดีทั้งปี ปลายเดือนเมษายน ต่อเนื่องกับเดือนพฤษภาคม เป็นช่วงที่ลิ้นจี่ออกสู่ตลาด

ผมไม่เคยทราบมาก่อนว่า ไม้ผลกลม สีแดง รสเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ เปลือกมีหนามน้อย ๆ ชื่อลิ้นจี่ ก็มีปลูกที่จังหวัดน่าน เมื่อได้ชิมยอมรับว่า รสดี กรอบ เนื้อไม่แฉะ คุยกับเกษตรกรได้ความว่า แหล่งผลิตใหญ่อยู่ที่ ตำบลเมืองจัง อำเภอภูเพียง เกือบทั้งหมดเป็นพันธุ์ค่อม ซึ่งผลกลม หัวแป้น ต่างกับพันธุ์ฮงฮวย ที่ผลเป็นรูปวงรี

สำหรับนักรับประทานผลไม้ ที่ใส่ใจความปลอดภัยจากสารพิษ ขอแนะว่า ลิ้นจี่เมืองจังเป็นผลผลิตที่วางใจได้ เพราะเกษตรกรแถวนี้มิใช่ผู้ผลิตที่มุ่งมั่นให้ได้ปริมาณ แต่จะระวังการใช้สารเคมีเพื่อป้องกันแมลงศัตรูอย่างมาก จะพ่นยาเฉพาะช่วงความเสี่ยง ระยะติดผลขนาดเท่าหัวไม้ขีด เพื่อป้องกันหนอนเจาะหัว หลังจากนั้นจะไม่ใช้เลยจนถึงช่วงเก็บเกี่ยวซึ่งกินเวลานานเกือบสามเดือน หรือถ้าปีไหนมีลมหนาว อากาศแห้ง ไม่มีการระบาด อย่างฤดูการผลิตนี้ ก็ไม่พ่นเลย

นี่เป็นเหตุผลที่ต้องวางใจ

ลิ้นจี่ไม่ใช่ไม้ผลที่ปลูกยาก หรือต้องการประคบประหงมเหมือนลูกไม้อื่น แต่ก็ต้องระวัง หลังจากติดผล ถ้าโดนฝน ผลจะแตก เกิดเชื้อรา เสียหายได้ เกษตรกรจึงต้องใส่ใจ และอาศัยโชคชะตาเข้ามาช่วย อย่างปีนี้ หลังการเก็บเกี่ยวไม่กี่วัน พายุฤดูร้อน ถึงโถมเข้าหา เลยรอดตัว ไม่ต้องน้ำตาตก

ฟังเรื่องลิ้นจี่กับผู้ปลูกที่ชีวิตขึ้นกับลมฟ้าอากาศแล้ว ไม่กล้ากินทิ้งกินขว้าง จะฝากใคร ก็ต้องขอร้องกันว่า กรุณาแบ่งปันกันรับประทานให้หมด ให้สมกับความใส่ใจ เฝ้าฟูมฟัก ดูแล ของเกษตรกร ที่ได้ผลตอบแทนแค่กิโลกรัมละสิบบาท บางทีก็ต่ำกว่า

พล ผัดผล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองจัง บอกว่าแม้ลิ้นจี่เมืองจัง กับลิ้นจี่ สมุทรสาคร จะเป็นพันธุ์ค่อมเหมือนกัน แต่รายละเอียดต่างกัน ของน่านใบมน ผลกลมโต ของสมุทรสาคร ใบแหลมยาว ผลคล้ายฮงฮวย คือค่อนไปทางทรงรี ถ้าได้น้ำ ได้ปุ๋ยดี ของเมืองจังจะหวาน ที่สำคัญ ลิ้นจี่เมืองจัง ออกทุกปี ถ้าหนาวมากผลผลิตก็เยอะ หนาวน้อย ได้ไม่มาก ส่วนสมุทรสาคร ถ้าเจออากาศหนาว จึงจะออกผล หากความเย็นไม่พอ ก็ไม่ได้

ถึงยังไง เมืองน่านก็มีหน้าหนาวมาเยือนทุกปี จึงมีผลผลิตแน่ ๆ ส่วนของสมุทรสาครนั้น ฤดูนี้ ได้แต่แทงช่อ ไม่ติดผล

ประสาของคนที่ไม่สามารถแยกแยะจนเห็นความแตกต่างของผลไม้ที่คล้ายกัน ผมสงสัยว่า ถ้าเอาลิ้นจี่เมืองจังกับสมุทรสาครวางไว้ด้วยกัน จะรู้ได้ยังไงว่า ผลไหน มาจากที่ใด นายกพล บอกว่า หากเคยรับประทาน พอเห็นผลก็จะทราบว่าไม่เหมือนกัน และไม่ต้องกลัวสับสน เพราะของเมืองจังจะออกช้ากว่า

แต่ก็ใช่จะช้ามากนัก ถ้าทอดเวลานานออกไปกว่านี้สักเดือน ก็จะเป็นผลผลิตจากจังหวัดอื่น คนละพันธุ์กัน

จังหวัดน่าน ถึงจะเป็นเมืองชายแดน ก็ห่างจากกรุงเทพฯ แค่ 680 กม. เดินทางสบาย ๆ ด้วยรถยนต์ สักเก้าชั่วโมงก็ถึง

เป็นเมืองสงบ อากาศดี ถึงจะมีสีสันแจ๊ดจ๊าดอยู่บางจุด ก็ไม่ทำความเดือดร้อนลำบากให้ ใคร

หรือถ้าจะให้เงียบจริง ๆ ก็ขึ้นดอย.

วีระพันธ์ โตมีบุญ
VeeraphanT@Gmail.com

 

ธ ทรงปกเกล้าจากขุนเขาจรดทะเล 2010/05/18

วันอาทิตย์ ที่ 25 เมษายน 2553 เวลา 0:00 น

ผ่านทางDaily News Online > โลกสีสวย > โลกหลากสี > ฟ้ากว้าง > ธ ทรงปกเกล้าจากขุนเขาจรดทะเล.

การประกวดภาพถ่าย มรดกวัฒนธรรมชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทย เปิดรับวันที่ 15 มีนาคม-19 เมษายน แม้ช่วงเวลาสั้น และมีกิจกรรมสำคัญอย่างเทศกาลสงกรานต์คั่นอยู่หนึ่งสัปดาห์ แต่ก็มีผู้ส่งภาพเข้าประกวดกว่า 470 ภาพ

ภาพก็สวย ๆ ทั้งนั้น

คณะกรรมการก็พิจารณาตัดสินไปเรียบร้อยแล้ว ด้วยเกณฑ์ที่ภาพต้องครอบคลุมมรดกของชนเผ่าพื้นเมืองเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ได้แก่ อาหาร การแต่งกาย งานช่างฝีมือ ศิลปะการแสดง พร้อมระบุสถานที่มาด้วย

ผลการตัดสิน รางวัลชนะเลิศ เป็นของ ทวีศักดิ์ยุทธรักษา ชื่อภาพ อาชีพบนที่สูง เป็นภาพชาวเขาอวดผลสตรอเบอรี่กลางไร่บนดอยสูง, รองชนะเลิศอันดับ 1 วิศาล น้ำค้าง ชื่อภาพ ขอแบ่งกินหน่อย เป็นภาพวิถีชีวิตครอบครัวเล็ก ๆ ของชนเผ่า นั่งอยู่หน้าบ้าน มีพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประดับ, รองชนะเลิศอันดับที่ 2 พิสิฐ ไชยประยูร ชื่อภาพ หนาวจังยาย เป็นภาพหญิงชราชาวเขาอาบน้ำให้เด็ก

ยังมีภาพรางวัลชมเชยอีกหลายรายการ ติดตามได้จากสมาพันธ์สมาคมการถ่ายภาพแห่งประเทศไทย

ยรรยง โอฬาระชิน ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ศิลปะภาพถ่าย) พ.ศ. 2550 ประธานกรรมการตัดสิน อธิบายว่า การพิจารณาจะดูว่าตรงกับหัวข้อเรื่องที่กำหนดหรือไม่ องค์ประกอบภาพ และเทคนิคการถ่ายทำ แสงเงา และการสื่อถึง เรื่องราวในภาพ โดยกล่าวรายละเอียดว่า ภาพที่ได้รางวัลที่ 1 มีเรื่องราวในภาพที่สอดรับกับวัตถุประสงค์ โดยภาพสตรอเบอรี่ สะท้อนถึงผลผลิตที่เกิดขึ้นตามแนวพระราชดำริ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้แสดงผลผลิตก็แต่งกายชุดชาวเขา ส่วนภาพที่ได้รางวัลที่ 2 องค์ประกอบภาพลงตัวดีมาก และเด่นตรงภาพพระบรมฉายาลักษณ์ ส่วนภาพที่ 3 เป็นภาพที่ให้ผู้ใหญ่อาบน้ำให้เด็ก ซึ่งองค์ประกอบครบถ้วน

ส่วน วรนันท์ ชัชวาลทิพากร ศิลปินแห่งชาติคนล่าสุด ซึ่งเป็นกรรมการอีกท่าน กล่าวว่า ภาพที่ส่งเข้าประกวด ภายในเวลาแค่นี้ จัดว่าน่าพอใจ ภาพมีความหลากหลาย ส่วนใหญ่เข้าตากรรมการ แต่ภาพชนเผ่าทางภาคใต้มีน้อย คาดว่าการเผยแพร่ข่าวการประกวดไปไม่ถึง ครั้งต่อไปก็จะพยายามสื่อสารให้ดีขึ้น

นอกจากงานครั้งนี้ ทางสำนักงานวัฒนธรรมแห่งชาติ จะจัดประกวดถ่ายภาพในงานมหกรรมวัฒนธรรมนานาชาติ : ธ ทรงปกเกล้าจากขุนเขาจรดทะเล ที่สำนักงานวัฒนธรรมแห่งชาติ ระหว่างวันที่ 1-3 พฤษภาคม ตั้งแต่เวลาสิบโมงเช้าถึงสี่ทุ่ม ยกเว้นวันที่ 3 ที่ให้ถ่ายได้ถึงเที่ยง เพราะคณะกรรมการจะตัดสินตั้งแต่บ่ายโมงเป็นต้นไป

คนที่จะถ่ายภาพส่งเข้าประกวดได้ต้อง ลงทะเบียนทางเว็บไซต์ www.thaifpt.org และ อีเมล thaifpt@hotmail.com เท่านั้น ภาพก็ส่งที่จุดรับภาพภายในงานและต้องอยู่รอฟังผลการประกวดภายใน 17.00 น. มิฉะนั้น ถือว่าสละสิทธิ

งานครั้งนี้ มีกิจกรรม นิทรรศการ “ธ ทรงปกเกล้าจากขุนเขาจรดทะเล” แสดงถึงพระราชกรณียกิจที่ทรงห่วงใยพสกนิกรทุกหมู่เหล่าโดยการเสด็จเยี่ยมชน เผ่าพื้นเมือง และกลุ่มชนชายขอบของทุกภูมิภาค และนิทรรศการชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทย การสัมมนาให้ความรู้เรื่องชนเผ่า การสาธิตวิถีชีวิตชนเผ่าพื้นเมืองทั้งในและต่างประเทศ

ชาวชนเผ่าที่มาสาธิต จะเป็นแบบสำหรับการถ่ายภาพด้วย

เฉพาะชาวชนเผ่าในเมืองไทย มีตั้ง 23 กลุ่ม ชนเผ่าพื้นเมืองต่างประเทศที่จะมาก็มีอีก 13 กลุ่ม จาก 13 ประเทศ

ยรรยง แนะนำว่า การเข้าร่วมงาน 3 วันนั้น คงได้ภาพแน่ เพราะชาวชนเผ่าจะแสดงชุดแต่งกายหลากหลาย หากจะ ถ่ายพอร์ตเทรต หรือภาพบุคคล ควรใช้ซูมถ่ายครึ่งตัว ส่วนวรนันท์ บอกเทคนิคว่า ให้มาทั้งสามวัน เพราะแสงแต่ละวันไม่เหมือนกัน การไปวันสุดท้ายวันเดียวอาจไม่มีโอกาสแก้ตัว สำหรับมือใหม่ ให้ระวังฉาก พยายามหลบหลีกวัสดุสมัยใหม่ ให้ดูเหมือนถ่ายหมู่บ้านชนเผ่าจริง ๆ และอย่าให้ฉากหลังรก

งานประกวดภาพครั้งนี้ คนรักการถ่ายภาพควรไป

คนไทยส่วนใหญ่ คนสนใจประเด็นสิทธิมนุษยชน และคนไม่รู้ว่าชนเผ่าในเมืองไทยเป็นใคร ยิ่งต้องไป

จะได้ทราบด้วยว่า ในหลวงทรงสนพระทัยความหลากหลายทางวัฒนธรรมเสมอมา เสด็จฯดั้นด้นไปเยี่ยมกลุ่มวัฒนธรรมต่าง ๆ ถึงถิ่นที่อยู่ของพวกเขาในทุกที่ ทั้งถิ่นทุรกันดารจากขุนเขาจรดทะเล จากเหนือสุดจรดใต้สุดของประเทศเป็นประจำ

งานนี้จึงไม่ควรพลาด.

วีระพันธ์ โตมีบุญ
VeeraphanT@Gmail.com

 

‘บายศรี’ ศิลปะงานพิธีเงินงาม 2010/05/18

วันอาทิตย์ ที่ 16 พฤษภาคม 2553 เวลา 0:00 น

ผ่านทางDaily News Online > โลกสีสวย > ช่องทางทำกิน > ช่องทางทำกิน > ‘บายศรี’ ศิลปะงานพิธีเงินงาม.

“บายศรี” งานประดิษฐ์ใบตองเพื่อใช้ในการประกอบพิธีต่าง ๆ นั้น ยุคปัจจุบันมีคนที่ทำเป็นไม่มากนัก ขณะที่การประกอบพิธีที่ใช้บายศรียังคงมีอยู่ไม่น้อย จุดนี้นี่เองทำให้การประดิษฐ์บายศรีกลายเป็นอีกหนึ่งอาชีพ ซึ่งวันนี้ทีม “ช่องทางทำกิน” ก็มีข้อมูลอาชีพการทำบายศรีมาเล่าสู่ให้ลองพิจารณากัน…

คำว่า “บายศรี” ความหมายตามพจนา นุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน แปลว่า ข้าวอันเป็นสิริ, ขวัญข้าว หรือภาชนะที่จัดตกแต่งให้สวยงามเป็นพิเศษ ด้วยใบตองและดอกไม้สด เพื่อเป็นสำรับใส่อาหารคาวหวาน ในพิธีสังเวยบูชา และพิธีทำขวัญต่าง ๆ ซึ่งคนที่จะทำอาชีพการทำบายศรี หรือจัดบายศรีนั้น นอกเหนือจากจะต้องมีความรู้เกี่ยวกับศาสนพิธีแล้ว ยังต้องมีฝีมือทางด้านการจัดดอกไม้ และมีความรู้ด้านงานสถานที่ต่าง ๆ โดยภาพรวมอีกด้วย ซึ่งบายศรีเป็นองค์ประกอบหลักของงานมงคลแทบทุกประเภท สอดแทรกลงไปในศาสนพิธีของพราหมณ์ และพุทธ หรือแม้กระทั่งงานวันตรุษ วันสารทของคนจีน

จากที่ว่ามาดูเหมือนเป็นงานยาก ซึ่งจริง ๆ ก็ไม่ง่าย อย่างไรก็ตาม เรื่องอาชีพ การทำบายศรีนั้น พนัส พิกุลหอม หรือ ณัฏฐ์ เจ้าของร้าน “บ้านบายศรี” รับทำงานบายศรี-ใบตองในย่านปากคลองตลาดมานานกว่า 4-5 ปี บอกว่า แม้ไม่ใช่เรื่องที่ง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินความพยายาม ซึ่งสำหรับพนัสเอง นี่เป็นอาชีพดั้งเดิมของคุณยายที่รับสืบทอดไว้ หลังจากเรียนจบและทำงานประจำไปสักพัก ก็ออกมาทำธุรกิจนี้ ซึ่งเป็นงานส่วนตัว

พนัสบอกว่า งานใบตองซึ่งตนรับทำนั้นหลัก ๆ ก็มี “บายศรี” และ “ทำพาน” ซึ่งบายศรีนั้นก็จะมีบายศรีที่หลากหลาย อาทิ บายศรีเทพ, บายศรีพรหม, บายศรีหลัก, บายศรีนาคราช ส่วนงานพานนั้นก็เช่น พานขมา, พานไหว้ครู, พานขันหมาก ซึ่งในส่วนของการที่จะประกอบเป็นอาชีพได้นั้น ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องมีคุณสมบัติข้างต้น และยังต้องมีครูบาอาจารย์ด้วย ซึ่งคล้าย ๆ กับสาขาทางนาฏศิลป์หรืองานแสดงต่าง ๆ

เจ้าของงานนี้อธิบายต่อไปอีกว่า บายศรีมีหลายประเภท แต่บายศรีที่มีการทำมาก เพราะเป็นบายศรีที่ใช้ทั่วไปคือ “บายศรีปากชาม” ซึ่งใช้ในงานพิธีมงคลแทบทุกพิธี และเป็นบายศรีที่ขายได้ตลอดทั้งปี

วิธีทำบายศรีนั้น เริ่มที่ฉีกใบตองให้ได้ขนาดกว้าง 2 นิ้ว แล้วพันเป็น “กรวย” และติดดอกบัวพลาสติกขนาดเล็กไว้ตรงยอด ซึ่งเดิมใช้ดอกพุดสด แต่ปัจจุบันไม่ใช้เพราะดอกพุดค่อนข้างบอบบาง หักง่าย อาจมีการบอบช้ำเสียหายก่อนจะถึงมือผู้ซื้อและผู้ใช้ จึงเปลี่ยนมาใช้ดอกบัวพลาสติกแทน ทั้งนี้ ทำกรวยเล็กนี้ไว้ประมาณ 9 อัน จากนั้นมาถึงขั้นตอนการทำ “ตัวแม่บายศรี” ด้วยการทำกรวยชั้น ๆ จำนวน 9 ชั้น หุ้มด้วยใบตองทีละชั้น ซึ่งศัพท์เทคนิคเรียกว่าการ “ห่มผ้า” โดยทำเป็นลาย “ยกหน้านาง” ซึ่งจะทำแบบนี้ประมาณ 3 ชิ้น

ส่วน “ตัวลูกบายศรี” ติดด้านข้าง 3 ด้าน ทำแบบบายศรีตัวแม่ก็ได้ แต่ทำแค่ 3 ชั้น หรือจะทำเป็นตัว “เทวดา” ซึ่งเป็นกรวย 1 ชิ้น ห่มผ้าด้วยลายยกหน้านาง 5 ชั้น และทำ “ใบแมงดา” 1 ใบ ด้วยการตัดใบตอง

การเข้าบายศรี เริ่มต้นที่เตรียมชามโฟมขนาดที่มีขายทั่วไป หรือร้านอุปกรณ์ทำบายศรีก็มี เริ่มที่การทำกรวย ฉีกใบตองให้ได้ความกว้าง 15 เซนติเมตร ประมาณ 3 แผ่น วางทับ ๆ กันให้ได้ขนาดกำลังดี แล้วม้วนเป็นกรวย ติดเข็มหมุดหรือเย็บให้เรียบร้อย จากนั้นตัดปลายด้านล่างที่รกรุงรังไม่เรียบร้อยให้เรียบ กะขนาดยาวกำลังดี แล้ววางลงในชาม ติดบายศรีตัวแม่ 3 ด้าน และบายศรีตัวลูก (เทวดาและใบแมงดา) อีก 3 ด้านเช่นกัน

ติดดอกไม้ ซึ่งดอกไม้สีสดใช้ได้หมด แต่ในที่นี้ใช้ดอกดาวเรืองและดอกบานไม่รู้โรย ติดดอกบานไม่รู้โรยบนดอกดาวเรือง 10 ชุด แล้วปักลงด้านข้างของบายศรีด้านละ 3 ชุด ปักให้เป็นรูปสามเหลี่ยม รวมทั้งหมด 9 ชุด และปักบนยอดบายศรีอีก 1 ชุด ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งบายศรีปากชามนี้ต้องทำแบบเดียวกัน 2 ชุด เพราะเวลาใช้ในการพิธีต้องทำคู่กัน ซึ่งราคาขายบายศรีปากชามต่อคู่อยู่ที่ 100 กว่าบาทขึ้นไป (ขึ้นอยู่กับราคาของดอกไม้สดด้วย) ซึ่งพนัสย้ำว่า บายศรีปากชามนี้ขายได้เรื่อย ๆ ตลอดทั้งปี

“บายศรี” มีการใช้ทั้งในงานพิธีต่าง ๆ งานแต่งงาน การตั้งศาลพระภูมิ ศาลพระพรหม งานพุทธาภิเษก และงานวันสำคัญทางศาสนาพุทธ อาทิ วันอาสาฬหบูชา, วันวิสาขบูชา, วันมาฆบูชา แล้วก็มีการใช้ และบางคนจะมีการใช้ในวันขึ้นปีใหม่ วันพระ วันโกน หรือแม้กระทั่งงานวันตรุษจีนก็มีคนไทยเชื้อสายจีนบางส่วนใช้บายศรีด้วย รวมถึงยังมีการใช้ในงานแสดง งานอีเวนต์ งานโชว์ต่าง ๆ อีกต่างหาก

ใครสนใจงาน “บายศรี” ต้องการติดต่อ พนัส พิกุลหอม ติดต่อได้ที่ โทร.08-5175-0688, 08-1207-6990, 08-5508-8825 ส่วนร้านนั้นอยู่ติดกับธนาคารกรุงเทพ สาขาปากคลองตลาด ทั้งนี้ งานบายศรีนั้นขายได้ตลอดทั้งปี ซึ่งหากใครที่ฝึกปรือฝีมือจนทำได้ประณีตสวยงาม ก็จะเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ทำเงินได้ดี.

สุภารัตน์ ยอดศิริวิชัยกุล : รายงาน

 

โรตีรสชาติไทยๆ สูตร ‘กะเพราไก่-ไข่ชะอม’ 2010/05/18

วันอาทิตย์ ที่ 09 พฤษภาคม 2553 เวลา 0:00 น

ผ่านทางDaily News Online > โลกสีสวย > ช่องทางทำกิน > ช่องทางทำกิน > โรตีรสชาติไทยๆ.

โรตี เป็นอาหารที่คนไทยเราคุ้นเคยกันมานาน แม้ว่าต้นกำเนิดจะไม่ใช่โดยคนไทยก็ตาม แต่ก็สามารถหารับประทานกันได้ทั่วไป และปัจจุบันโรตีในไทยก็ได้ถูกปรับโฉมออกมาให้เลือกรับประทานกันหลายรูปแบบ และที่ทีม “ช่องทางทำกิน” จะนำเสนอในวันนี้ คือ “โรตีรสชาติไทย” ที่น่าสนใจไม่น้อย…

ยูซุป อาลี เจ้าของสูตร “โรตีกะเพราไก่” และ “โรตีไข่ชะอม” เล่าให้ฟังถึงที่มาของโรตี 2 สูตรใหม่นี้ว่า โรตีไข่ชะอมนั้นมาจากการที่ลูกชายชื่นชอบกินชะอมมาก พอวันหนึ่งได้คิดว่าควรต้องพัฒนาสูตรโรตีใหม่ ๆ เพื่อเป็นจุดขายในการเรียกลูกค้า และโรตีก็สามารถดัดแปลงได้หลายรูปแบบ จึงได้ทดลองทำดู แรก ๆ ก็ลองนำเสนอแนวคิดนี้ให้ลูกค้าฟังก่อน ลูกค้าก็บอกให้ลองทำดู แล้วจะช่วยอุดหนุน จากนั้นก็ตัดสินใจลองทำ

ส่วนโรตีกะเพราไก่ เกิดจากการสังเกตดูจากเมนูยอดนิยมของร้านอาหารตามสั่ง คิดว่าคนส่วนใหญ่น่าจะชอบรับประทาน เพราะเป็นอาหารที่รับประทานง่าย ทำง่าย ซึ่งพอทำทั้ง 2 สูตรมาเป็นเมนูโรตีของทางร้าน ปรากฏว่าลูกค้าก็ให้ความสนใจ มองว่าเป็นของแปลก จึงสั่งกินกันไม่น้อย

“ผมขายโรตีมากว่า 20 ปีแล้ว เดิมขายอยู่ที่ อ.พระประแดง จ.สมุทร ปราการ แต่มีปัญหาเรื่องครอบครัวทำให้ย้ายมาขายโรตีที่ จ.นครปฐม จอดขายประจำที่ประปาได้ 2 ปีแล้ว ทำ โรตีกะเพราไก่ และ โรตีไข่ชะอม มาได้ประมาณ 2 เดือนแล้ว เป็นสูตรที่นำมาเสริมสูตรเดิมที่ทำขายอยู่ก่อน ได้แก่ โรตีมะตะบะ โรตีหน้าพิซซ่า โรตีนม โรตีไข่เนย โรตีแยม โรตีกล้วยหอม โดยแต่ละวันจะจำกัด 2 สูตรใหม่ประมาณ 40 แผ่น ไม่อยากทำออกมามาก เพราะถ้าวัตถุดิบคือ ชะอม เหลือค้างจะเหี่ยว ไม่อร่อย ส่วนกะเพราไก่ก็จะเตรียมผัดสำเร็จมาจากบ้าน ก่อนจะนำมาทอดรวมกับโรตี ดังนั้น ถ้าขายหมดก็คือหมด ไม่มีการ ทำเพิ่ม”

อุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการทำโรตีขาย หลัก ๆ ก็มีอาทิ… เตาแก๊ส, กระทะสำหรับทอดโรตี, ตะหลิว, กะละมัง, ที่ตีไข่, ตาชั่งสำหรับชั่งแป้ง, ช้อนตวง, ที่ร่อนแป้ง, หม้อสเตนเลส, เขียง, ตะแกรง, หม้อ เป็นต้น

สำหรับวัตถุดิบส่วนประกอบที่ช่วยเพิ่มความอร่อยให้หลากหลาย ในส่วนของเครื่องราด คือ มายองเนส ซอสพริก ซอสมะเขือเทศ

ส่วนผสมของแป้งโรตี ตามสูตรก็มี… แป้งสาลีตราว่าว 1 กก., ไข่ไก่ 2 ฟอง, มาการีน 1 ช้อนโต๊ะ, นมข้นหวาน 2 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ และน้ำมันพืช น้ำสะอาด เกลือป่น อย่างละพอประมาณ

ในส่วนของส่วนผสมที่ใช้ทำโรตีกะเพราไก่และไข่ชะอม ก็มี… ไก่สับ, พริกขี้หนูตำพอแหลก, ซอสปรุงรส, กระเทียมสับ, ใบกะเพรา, ผักชะอม, ไข่ไก่, น้ำมัน , เกลือ และน้ำตาล

ขั้นตอนการทำ “โรตีกะเพราไก่” “โรตีไข่ชะอม” เริ่มจากนำแป้งที่เตรียมไว้มาร่อน 2 ครั้ง ตั้งพักไว้ แล้วนำส่วนผสม น้ำสะอาด น้ำตาลทราย นมข้นหวาน ไข่ไก่ เกลือป่น ใส่ภาชนะ คลุกเคล้าส่วนผสมให้เข้ากัน

นำแป้งที่ร่อนแล้วใส่ลงไปในส่วนผสม ใช้มือขยำให้ส่วนผสมเข้ากัน ถ้าแป้งแห้งให้เติมน้ำสะอาดได้เล็กน้อย นวดไปเรื่อย ๆ จนรู้สึกว่าแป้งนุ่ม นำแป้งที่ได้มานวดบนโต๊ะและใส่มาการีน นวดเป็นเนื้อเดียวกัน สังเกตแป้งที่นวดถ้าได้ที่ดีแล้วจะมีลักษณะเนียน เหนียวแน่น มีความหนืด ๆ ยืด ๆ ก็ตั้งพักไว้สักครู่

เมื่อแป้งที่นวดได้ที่ดีแล้ว ให้นำมาปั้นเป็นก้อนกลม ๆ ขนาดพอเหมาะ (ส่วนผสมของเนื้อจะได้ประมาณ 40-45 ก้อน ขึ้นอยู่กับขนาด ) เสร็จแล้วนำมาทาด้วยมาการีน หรือน้ำมันพืช คลุมด้วยพลาสติกไว้

ทำการผัดกะเพราไก่ ใส่น้ำมันพืชในกระทะ ตามด้วยกระเทียมและพริกขี้หนูตำ ผัดพอหอม ใส่ไก่สับตามลงไปผัดสองสามที ปรุงรสด้วยซอส เกลือ น้ำตาล จึงใส่ใบกะเพราลงไปผัดสองสามที เป็นอันเสร็จ ส่วนผักชะอมที่ใช้ทำโรตีไข่ชะอม นำมาล้างให้สะอาด พักให้สะเด็ดน้ำ ก่อนจะเด็ดเอาแต่ใบเตรียมไว้ใส่ตอนทำ

นำแป้งที่เตรียมไว้กดลงพื้นเรียบ ใช้ปลายนิ้วมือกดแผ่แป้งออกเป็นวงกลมแบน ๆ แล้วใช้ปลายนิ้วจับที่ขอบวงกลมของแป้งสลัดให้แผ่ออกจนแป้งแผ่เป็นแผ่นบาง ๆ ตอกไข่ใส่ถ้วยตีไข่ ตามด้วยผัดกะเพราไก่ คนสองสามที วางแผ่นแป้งลงในกระทะทอด เทไข่กับผัดกะเพราที่เตรียมไว้ใส่ลงกลางแป้ง เกลี่ยพอสวยงาม พับทั้งสี่ด้าน ใช้ตะหลิวพลิกกลับด้าน ก่อนจะตัดระหว่างการทอดให้เป็นชิ้น ๆ ขนาดพอดีคำ ใส่น้ำมันให้ท่วมโรตี พลิกโรตีไป-มาเพื่อทำให้โรตีสุกกรอบเสมอกัน เมื่อทอดเสร็จก็ตักใส่ตะแกรงให้สะเด็ดน้ำมัน แล้วจัดเรียงวางบนกระดาษซับน้ำมัน หน้าตาจะคล้าย ๆ แผ่นเกี๊ยวทอดกรอบ เวลาจะขายก็ราดหน้าด้วยมายองเนส ซอสพริก ซอสมะเขือเทศ ก็เป็นอันเสร็จ ส่วนโรตีไข่ชะอมก็ทำลักษณะเดียวกัน คือแทนที่จะเป็นกะเพราไก่ ก็ใส่ชะอมแทน

ราคาขาย “โรตีกะเพราไก่” “โรตีไข่ชะอม” อยู่ที่แผ่นละ 30 บาท

ใครสนใจที่จะทำอาชีพนี้ ก็ลองฝึกฝนเพื่อความชำนาญกันดู ซึ่งการขาย “โรตี” ก็เป็นอาชีพหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม และถ้าใครอยากลองลิ้มชิมรสชาติโรตีที่แปลกใหม่ของยูซุป ก็ไปที่อ่างเก็บน้ำประปา จ.นครปฐม ร้านรถเข็นโรตีจะขายอยู่หน้าสวนสาธารณะ หาไม่เจอโทรฯ ถามยูซุปได้ที่ โทร. 08-5377-4717, 08-9687-9111.

เชา วลี ชุมขำ : รายงาน

 

‘หม้อแกงถ้วยเมล็ดขนุน’ รูปแบบใหม่-สูตรใหม่..น่าสน 2010/05/18

วันอาทิตย์ ที่ 02 พฤษภาคม 2553 เวลา 0:00 น

ผ่านทางDaily News Online > โลกสีสวย > ช่องทางทำกิน > ช่องทางทำกิน > ‘หม้อแกงถ้วยเมล็ดขนุน’.

“ขนมไทย” จะพลิกแพลงให้ดูแปลกตา ก็ทำได้ เพียงแต่ใครจะมีไอเดียหรือแนวคิดที่จะฉีกแนวขนมให้แตกต่างไปจากที่วางขายใน ท้องตลาดหรือประเภทพิมพ์นิยมทั่วไป อย่าง “ขนมหม้อแกง” ก็พลิกแพลงได้ อย่างเช่นที่กลุ่มนักศึกษากลุ่มหนึ่งได้คิดรูปแบบใหม่ ๆ ของขนมหม้อแกงขึ้นมา พร้อมกับสูตรที่เปลี่ยนจากขนมหม้อแกงถั่วหรือขนมหม้อแกงไข่ เป็น “หม้อแกงถ้วยเมล็ดขนุน” ซึ่ง “ช่องทางทำกิน” จะนำเสนอวันนี้…

ปิยวรรณ ทรงเดช และ การะเกด เชิดพงษ์สวัสดิ์ นักศึกษาสาขาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร (มทร.พระนคร) ร่วมกันคิดทำ “ขนมหม้อแกงถ้วยทองเสริมเมล็ดขนุน” เป็นการนำเสนอผลงานเพื่อจบการศึกษาในระดับชั้นปริญญาตรี ซึ่งมีแนวความคิดมาจากขนมหม้อแกงที่เป็นขนมไทย แต่ต้องการจะทำให้ออกเป็นแนวขนมไทยสไตล์ขนมอบแบบฝรั่ง เปลี่ยนรูปแบบเป็นขนมทาร์ทแบบฝรั่ง ซึ่งเป็นรูปแบบที่ดูน่ารักดี

“ขนมหม้อแกงเป็นขนมไทย หลัก ๆ จะมีขนมหม้อแกงไข่ และขนมหม้อแกงถั่ว ซึ่งเราก็มองว่าจะเปลี่ยนรูปแบบและรสชาติของขนมไทยชนิดนี้ได้อย่างไร เพื่อจะได้เป็นจุดต่างออกไปจากขนมไทยแบบเดิม ๆ ซึ่งเมล็ดขนุนนั้นให้คุณค่าทางโภชนาการ คือให้พลังงาน และแร่ธาตุที่ช่วยเรียกน้ำนมมารดาหลังคลอดลูก ซึ่งรูปแบบ และรสชาติที่คิด ทำออกมาได้ลงตัวกับความคิดพอดี และสามารถต่อยอดขายในท้องตลาดได้ เพราะเป็นขนมที่คนไทยทานกันอยู่แล้ว” ทั้งปิยวรรณและการะเกดร่วมกันกล่าว

สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ทำ “ขนมหม้อแกงถ้วยเมล็ดขนุน” นั้น คืออุปกรณ์ที่ใช้ทำขนมโดยทั่วไป และเพิ่มเติมที่ตู้อบขนม ซึ่งมีราคาตั้งแต่ ประมาณ 10,000 กว่าบาทขึ้นไป

ส่วนผสมของหม้อแกงถ้วยทองเสริมเมล็ดขนุน สำหรับส่วนผสมแป้งมีดังนี้คือ แป้งสาลีอเนกประสงค์ (แป้งตราบัวแดง) 190 กรัม, ผงฟู 2 กรัม, เนยสด 55 กรัม, ไข่แดงของไข่ไก่ 20 กรัม, เกลือ 2 กรัม, เนยขาว 25 กรัม, น้ำเย็นจัด 5 กรัม

วิธีทำ เริ่มจากนำแป้งสาลีอเนกประสงค์ เกลือ ผงฟู ร่อนรวมกัน ใส่เนยสด ตัดด้วยส้อมหรือเบลนเดอร์ให้เป็นเม็ดเล็ก ๆ เท่ากับเมล็ดถั่วเขียว ใส่ไข่แดง ผสมให้เข้ากันด้วยปลายนิ้ว เทน้ำเย็นจัดลงไป

ตะล่อมเบา ๆ พอให้เข้ากัน จากนั้นนำแป้งมาคลึงให้เป็นแผ่นบาง กรุแป้งลงไปในพิมพ์ขนม (ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 นิ้ว) ที่ทาเนยขาวแล้ว ใช้ส้อมจิ้มแป้งที่ก้นพิมพ์เพื่อไล่อากาศ ตัดขอบให้สวยงาม นำไปอบตั้งไฟ 300 องศา ใช้เวลาในการอบ 20 นาที หรือจนเหลือง นำออกจากพิมพ์พักไว้ให้เย็น

ส่วนผสมตัวไส้ สำหรับส่วนผสมตัวไส้นี้ก็จะประกอบด้วย ไข่เป็ด 300 กรัม (ประมาณ 6 ฟอง), น้ำตาลปี๊บ 250 กรัม, หัวกะทิ 255 กรัม, หอมแดงเจียว (โรยหน้า) และเมล็ดขนุนต้มสุก 120 กรัม (ปอกเปลือกออกแล้ว)

วิธีทำ เริ่มจากตีไข่กับน้ำตาลปี๊บให้เข้ากันส่วนหนึ่ง ตีหัวกะทิกับเมล็ดขนุนที่ต้มสุกแล้วให้เข้ากันอีกส่วนหนึ่ง จากนั้นนำส่วนผสมทั้งสองส่วน ลงไปกวนในกระทะทองเหลือง กวนจนพอสุก ก็ใช้ได้

ต่อไปเตรียมแป้งในพิมพ์อะลูมิเนียมที่อบและตั้งทิ้งไว้จนเย็นแล้ว ตักตัวไส้ใส่ลงไปให้สวยงาม แล้วนำไปอบที่อุณหภูมิ 200 องศา นาน 20 นาที หรือจนหน้าขนมแห้ง นำออกมา โรยหน้าด้วยหอมเจียว ก็เสร็จเรียบร้อย

ราคาขายนั้น ขายราคาถ้วยละหรือชิ้นละ 6 บาท ซึ่งสูตรแป้งดังกล่าว สามารถทำได้ 40 ชิ้นในขนาดพิมพ์แป้งที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 นิ้ว ซึ่งต้นทุนของขนมอยู่ที่ประมาณ 80-100 บาท

ใครที่ขายขนมไทยอยู่แล้ว ก็สามารถต่อยอดความคิดนี้ได้ หรือประเภทมือใหม่หัดขับก็ลองนำสูตรของน้องทั้งสองนี้ไปฝึกทำดูได้เช่นกัน และถ้าต้องการติดต่อ ปิยวรรณ ทรงเดช และ การะเกด เชิดพงษ์สวัสดิ์ นักศึกษา มทร.พระนคร ก็ติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 08-1667-3792 และ 08-3429-6863.

สุภารัตน์ ยอดศิริวิชัยกุล : รายงาน

 

ชีวิตกลางแจ้ง-มินิมาราธอน 2010/05/18

วันอาทิตย์ ที่ 09 พฤษภาคม 2553 เวลา 0:00 น

ผ่านทางDaily News Online > โลกสีสวย > สิ่งแวดล้อม-คุ้มครองผู้บริโภค > ชีวิตกับธรรมชาติ > ชีวิตกลางแจ้ง-มินิมาราธอน.

จากผลการศึกษาของ ดร.คิม เกลฟี แห่งคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น ออสเตรเลีย ซึ่งได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในอเมริกัน เจอร์นัล ออฟ คลินิเคิล นูทริชันเมื่อเดือน พ.ย. 2552 โดยทำการศึกษากับผู้ชายที่ออกกำลังกาย 11 คน พบว่า หลังจากการออกกำลังกายในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูงประมาณ 36 องศาเซลเซียส ผู้เข้าร่วมการศึกษารับประทานอาหารน้อยลงกว่าหลังจากออกกำลังกายภายใต้ อุณหภูมิ หรือประมาณ 25 องศาเซลเซียส และโดยเฉลี่ยแล้ว เมื่อผู้เข้าร่วมการศึกษาออกกำลังกายภายใต้อุณหภูมิปานกลาง พวกเขารับประทานอาหารมากขึ้นราว 300 แคลอรี ซึ่งมากกว่าหลังจากออกกำลังกายภายใต้สภาพอากาศร้อน

ซึ่งการศึกษาดังกล่าวอธิบายสาเหตุที่ทำให้ความต้องการอาหารน้อยลง หลังจากการออกกำลังกายในความร้อนว่า หลังจากออกกำลังกายภายใต้อุณหภูมิสูง กลุ่มผู้ทดลองมีระดับฮอร์โมน peptide YY สูงขึ้น ซึ่งฮอร์โมนดังกล่าวทำหน้าที่ส่งสัญญาณว่า “อิ่มแล้ว”

แม้ผลวิจัยจะไม่ครอบคลุมนัก แต่กิจกรรมการออกกำลังกายกลางแจ้งนอกจากส่งเสริมให้สุขภาพกายและใจแข็งแรง ยังก่อให้เกิดความรักความผูกพันกับสมาชิกในครอบครัวและญาติมิตร วิธีการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ทำได้ง่ายสุดคือการ เดิน วิ่ง ซึ่งสามารถพัฒนาไปในเกมกีฬาที่มีผู้แข่งขันหลายร้อยคนร่วมได้ ที่เรียกว่าแข่งขันวิ่งมาราธอน ซึ่งก่อประโยชน์ได้มากกว่าที่คิด

พลเอกมนัส คล้ายมณี นายกสมาคมนักวิ่งเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย ให้ความรู้ว่า การวิ่งมาราธอนจะต่างกับมินิมาราธอน ต่างตรง ระยะทางตรงที่มาราธอนนั้นระยะทางประมาณ 42.195 กิโลเมตร ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ใช้ในการแข่งขันโอลิมปิก ส่วนมินิมาราธอนจะใช้ระยะทาง 5 กิโลเมตรถึง 10 กิโลเมตร ซึ่งสำหรับประเทศไทยนั้นก็มีการแข่งขันที่ใหญ่ ๆ ก็คือ กรุงเทพฯ มาราธอน ซึ่งจะจัดเป็นประจำทุกปีประมาณเดือนพฤศจิกายน นอกจากนั้นแล้วก็จะมีภูเก็ตมาราธอนที่จะมีนักวิ่งทั้งจากต่างประเทศและใน ประเทศมาร่วมทำการแข่งขัน “ถ้าไปถามผู้ที่ร่วมแข่งขันส่วนใหญ่แล้วว่า เพราะเหตุใด ถึงสนใจกีฬาและออกกำลังกายประเภทนี้ จะได้รับคำตอบว่าเพื่อทดสอบความแข็งแรงของร่างกายตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเด็กอายุน้อย ๆ หรือแม้กระทั่งคนที่อยู่ในวัยแก่ก็ยังมาเข้าร่วมการแข่งขันมินิมาราธอนจะใช้ ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร และ 10 กิโลเมตร ซึ่งเป็นระยะทางที่เหมาะสำหรับคนทั่วไปที่ไม่ใช่นักกีฬาเพราะเป็นเวลาที่ เหมาะสมที่สุดที่ทางไทยฟิตเนสสำรวจมา จากการออกแบบสอบถาม” นายกสมาคมนักวิ่งเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย บอกเล่า

สำหรับข้อดีของการวิ่งมินิมาราธอน อันดับแรก ทำให้คุณมีความอดทนและเพียรพยายามด้วยตัวของคุณเอง สังคมยอมรับเพราะเห็นว่าเป็นสิ่งที่ดีมาก ทำให้ร่างกายหลั่งสารออกมาเพื่อทำให้ระบบหายใจมีพลังและปอดสะอาด ทำให้มีบุคลิกภาพดี หุ่นดี ทำให้คุณได้สมาธิโดยอัตโนมัติ (อานาปานสติ) ทำให้คนรอบข้างเกิดความสนใจและอยากจะรู้จักคนอย่างคุณมากขึ้น ทำให้คุณเป็นตัวของตัวเองที่สุด และสามารถพิสูจน์จิตใจคุณได้จากการวิ่ง และที่สำคัญแทบจะไม่พบเห็นความเจ็บไข้ได้ป่วยเลยหลังจากการออกกำลังกายและ เล่นกีฬาประเภทนี้

จากข้อดีที่มีต่อระบบสุขภาพโดยองค์รวมของการวิ่งมินิมาราธอน บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด (เทสโก้ โลตัส) ร่วมกับ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และสมาคมนักวิ่งเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย จัดกิจกรรม เทสโก้ โลตัส เดิน-วิ่ง เพื่อสุขภาพ เนื่องในวันฉัตรมงคล ภายใต้โครงการ สุขภาพดี ชีวิตดี กับ เทสโก้ โลตัส ปีที่ 4 เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันฉัตรมงคลประจำปี 2553 และส่งเสริมสุขภาพคนไทยให้แข็งแรง ณ กระทรวงสาธารณสุข

คุณสาวฟาง เอกลักษณ์รุจี ผู้จัดการอาวุโส กิจการบรรษัท-กิจการสาธารณะ เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า “เทสโก้ โลตัส ยังคงยึดมั่นการดำเนินนโยบายเรื่องการส่งเสริมการออกกำลังกายตามแนวทางพระ ราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อให้ประชาชนชาวไทยมีสุขภาพร่างกาย ที่แข็งแรง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยกิจกรรม “เทสโก้ โลตัส เดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ เนื่องในวันฉัตรมงคล” จะแบ่งการแข่งขันออกเป็น มินิมาราธอน 10.55 กิโลเมตร และเดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ 5 กิโลเมตร และเพื่อความพิเศษในปีนี้เรามีการเพิ่มประเภทการแข่งขันให้ครอบครัว คือ การแข่งขันวิ่ง 3 ขา เพื่อส่งเสริมการทำกิจกรรมร่วมกันของคนในครอบครัว ซึ่งรายได้จากการสมัครเข้าร่วมแข่งขันในครั้งนี้ ทางคณะผู้ดำเนินการจัดงานจะนำรายได้สมทบทุนมูลนิธิพระดาบส โดยไม่หักค่าใช้จ่ายใด ๆ”

ทั้งนี้บรรยากาศในงานคึกคักไปด้วยเหล่าบรรดานักวิ่งกว่า 2 พันคนที่พร้อมใจมาลงทะเบียนร่วมงานกันตั้งแต่เช้าตรู่ ไฮไลต์ของรายการอยู่ในประเภท มินิมาราธอน ที่ปล่อยตัวออกไปตั้งแต่ 06.00 น. จากนั้นตามด้วยการปล่อยตัวเดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ โดยปอดเหล็กชายที่วิ่งเข้าวินคนแรก ประเภทมินิมาราธอน ตกเป็นของเจ้าของเหรียญทองซีเกมส์ 3 สมัยซ้อน บุญถึง ศรีสังข์ ยอดนักวิ่งทีมชาติไทย จากชมรมอาดิดาส โชว์ฟอร์มอึดสมราคา ทำเวลาได้ 31.46 นาที.

 

‘พุทธอุทยานโลก’ แนวคิดที่ต้องหยุดคิด 2010/04/28

วันอาทิตย์ ที่ 25 เมษายน 2553 เวลา 0:00 น

ผ่านทางDaily News Online > โลกสีสวย > สิ่งแวดล้อม-คุ้มครองผู้บริโภค > ‘พุทธอุทยานโลก’ แนวคิดที่ต้องหยุดคิด.

จะรักษาป่าหรือ สร้างวัด

ในที่สุดแนวคิดริเริ่มการจัดตั้งของพุทธอุทยานโลกของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สุวิทย์ คุณกิตติ ก็ได้รับการเห็นด้วย เมื่อที่ประชุมรัฐมนตรีเห็นชอบเมื่อวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา ในหลักการ เพื่อป้องกันและแก้ปัญหาพระสงฆ์ในพื้นที่ป่า โดยให้กรมป่าไม้ถือเป็นนโยบายสำคัญและเร่งด่วน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่าได้เลือกพื้นที่จัดตั้งพุทธอุทยานโลก ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าน้ำตกเขาอีโต้ ต.เนินหอม อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี จำนวน 10,000 ไร่ ให้เป็นพื้นที่พิทักษ์ อนุรักษ์ รักษา ฟื้นฟู ทรัพยากรป่าไม้ ด้วยแนวคิด “พุทธอุทยาน” ซึ่งกรมป่าไม้จะดำเนินโครงการตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถปฏิบัติในพื้นที่ให้บรรลุผลโดยเร็ว กล่าวคือพระสงฆ์สามารถอาศัยอยู่ในป่าเพื่อเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ศาสนาควบ คู่กับธรรมชาติและใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมได้ สำหรับรูปแบบนั้นจะไม่เน้นสิ่งก่อสร้างที่เป็นถาวรวัตถุ แต่จะสร้างเพียงอาคารที่ทำการ โดยจะมีการประกวดแบบ เน้นให้สอดคล้องกับธรรมชาติโดยบริเวณรอบแนวเขตพื้นที่พุทธอุทยานโลก จะปลูกต้นไม้ใหญ่ อาทิ มะฮอกกานี ยางนา

สุวิทย์ ยังบอกอีกว่าเป้าหมายการก่อตั้งพุทธอุทยานโลกให้เป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนา โลก เชิญชวนพุทธศาสนิกชนทั่วโลกมาร่วมใช้สถานที่เหมือนกับที่ชาวพุทธต้องไปจาริก แสวงบุญที่อินเดีย ต่อไปจะทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง เป็นแลนด์มาร์คพุทธศาสนาของโลก เช่นเดียวกับนครวาติกันของผู้นับถือศาสนาคริสต์หรือการจาริกแสวงบุญในนคร เมกะของผู้นับถือศาสนาอิสลาม ซึ่งที่ตั้งของพุทธอุทยานมีความพร้อม ทั้งมีแหล่งน้ำ พื้นที่ราบภูเขา มีพื้นที่ป่า ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลา 2-3 ปีจึงจะเปิดตัวเป็นพุทธอุทยานเต็มรูปแบบ และยังมีโครงการที่จะสร้างสังเวชนียสถานเหมือนกับที่ประเทศอินเดีย และเปิดโอกาสให้ชาวพุทธทั่วโลกที่จะบริจาคเงินในการสร้างวัด มาสร้างวัดของแต่ละประเทศอยู่ในพื้นที่พุทธอุทยานโลกได้ ซึ่งขณะนี้มีหลายคนให้ความสนใจ

แม้แนวคิดการก่อตั้งพุทธอุทยานโลกเป็นความตั้งใจหนึ่งของการปกป้องผืนป่า อันเป็นบ้านของสัตว์ให้อยู่อย่างสงบ ให้เป็นระบบนิเวศที่สมบูรณ์ต่อไป เกี่ยวกับโครงการนี้ อ.รตยา จันทรเทียร ประธานมูลนิธิสืบ นาคะเสถียร ในฐานะบุคคลผู้ทำงานดูแลผืนป่าตะวันตก 11.7 ล้านไร่ มานานนับหลายสิบปี ให้ความเห็นว่า วัตถุประสงค์การใช้พื้นที่ ต้องดูจากสภาพพื้นที่หาก  เป็นป่าทำเป็นป่า เสริมให้ป่าธรรมชาติสมบูรณ์ขึ้น แต่  อย่าดัดแปลง ซึ่งเห็นด้วยกับแนวคิดของรัฐมนตรีที่จะพยายามให้มีสิ่งก่อสร้างน้อยที่สุด เมื่อนึกเห็นภาพเมื่อฟื้นฟูให้เป็นสภาพผืนป่าใหญ่แล้ว นอกจากต้นไม้จะเพิ่มขึ้นแล้วพวกสัตว์เล็กสัตว์น้อย นก ไก่ป่าจะเข้ามาอยู่ในป่า สัตว์จากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เองจะมีพื้นที่หากินเพิ่มขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นพุทธอุทยานน่าจะอุดมทั้งสัตว์ป่าและพันธุ์ไม้ต่าง ๆ ซึ่งพื้นที่ 10,000 ไร่ ใหญ่กว่าเมืองใหม่บางพลีถึง 3 เท่า ถือว่าเป็นพื้นที่ป่าที่พระจะไปปลีกวิเวก ปฏิบัติธรรมได้อย่างดี แต่สิ่งที่น่าห่วง คือมีแนวคิดให้ประเทศต่าง ๆ มาสร้างวัดในพื้นที่พุทธอุทยาน มองว่าเป็นแนวคิดที่ขัดแย้งกัน ควรเก็บป่าไว้ให้เป็นธรรมชาติมากที่สุด หากมีวัดจาก 20 นานา ชาติมาสร้างจะเป็นเรื่องที่ค้านกันโดยตรง มองว่าในป่าใหญ่แห่งนี้ไม่น่าจะมีถนนด้วยซ้ำควรที่จะเป็นทางเดิน เพื่อที่จะปลีกวิเวกได้อย่างสงบ

“สนับสนุนให้โครงการนี้คงพื้นที่ธรรมชาติไว้ เพราะลักษณะมีสิ่งก่อสร้างศาสนสถานมีแล้วที่พุทธมณฑล แต่ขอให้เป็นที่ปฏิบัติธรรมกับธรรมชาติอย่างแท้จริง” ประธานมูลนิธิสืบ นาคะเสถียร ฝากข้อคิด

ประธานมูลนิธิสืบ นาคะเสถียร ยังบอกอีกว่า ปัจจุบันในช่วงหน้าแล้งจะ  มีพระภิกษุเข้าไปปฏิบัติธรรมในเขตผืนป่าตะวันตก บางกลุ่มเดินอ้อมไปอีกทางในพื้นที่ทางเข้าที่มีเจ้าหน้าที่ดูแล เข้าไปเลยแนวกันเขตที่ทางอุทยานทำไว้เป็นเสมือนห้องรับแขก ซึ่งมีด้วยกัน 3 จุด คือบริเวณที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ห้วยขาแข้ง ไทรบรือ และห้วยแม่ดัง จัดให้เป็นสถานที่กางเต็นท์และมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติได้ ซึ่งปัจจุบันมีคณะพระภิกษุเข้าไปปฏิบัติธรรมกันเป็นคณะใหญ่ เท่าที่ได้รับการบอกเล่าจากเจ้าหน้าที่อุทยานบางกลุ่มพบเป็นกลุ่มใหญ่ถึง 30 คน มีทั้งพระภิกษุและลูกศิษย์ที่ติดตามไปต่างจากเมื่ออดีต เช่นพระอริยสงฆ์ดัง ๆ เช่น หลวงปู่มั่น หรือพระองค์อื่นจะเข้าธุดงค์ในป่าเพียงองค์เดียวหรือมีลูกศิษย์ตามเพียงผู้ เดียว และยังมีข้อแตกต่างกันอีกในยุคนั้นผืนป่ายังเหลือ 80 เปอร์เซ็นต์  ของประเทศ ขณะที่ปัจจุบันเหลือเพียง 20 เปอร์เซ็นต์

อ.รตยา เผยว่า เหตุผลที่ต้องต่อต้านการ  เข้าธุดงค์ของพระบางคณะ เพราะป่าบริเวณนี้ยังอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ทุ่งใหญ่นเรศวรเป็นบ้านของสัตว์ป่า ในกติกาพระสงฆ์ไม่น่าเข้าไป เพราะเป็นที่ที่ให้สัตว์ป่าเขาอยู่ ให้เสือได้อยู่ ช้างได้เลี้ยงลูก เป็นพื้นที่คนไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว สำหรับพระสงฆ์ที่ฝ่าฝืนมองว่าไม่ถูกต้องตามหลักปฏิบัติศีล 5 ด้วยซ้ำ ตรงกันข้ามหากพุทธอุทยานโลกได้บรรยากาศของธรรมชาติมีทั้งป่าทั้งสัตว์ป่า จะเป็นที่ปลีกวิเวกของพระสงฆ์ได้

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวเสริมว่า เข้าใจว่าคณะใหญ่ที่เข้าไปปฏิบัติธรรมในป่าน่าจะเป็นลูกศิษย์ที่มากกว่า จำนวนพระสงฆ์ ซึ่งถ้ามีการบอกกล่าวเพื่อจะเข้าไปธุดงค์จริง ๆ จะมีเจ้าหน้าที่ดูแลให้ เพราะบางครั้งพระไม่ ชำนาญเส้นทางมักหลงป่าอยู่บ่อยครั้ง ขณะเดียวกันในอนาคต เมื่อต้องการมาใช้พื้นที่พุทธอุทยานโลก จะต้องมีการกำหนดการใช้พื้นที่ป่าร่วมกัน

ผืนป่าตะวันตกนั้นจัดเป็นป่าที่สมบูรณ์สุดของประเทศในเวลานี้ เป็นป่าต้นน้ำทำหน้าที่จัดสรรให้คนกรุงเทพฯที่ใช้น้ำประปา และชาวนาในภาคกลางจัดสรรน้ำท่าอย่างอุดมสมบูรณ์ แนวคิดพุทธอุทยานโลกที่ดูเป็นเรื่องศิวิไลซ์อาจไม่ใช่เส้นทางปลีกวิเวกอย่าง แท้จริง ผืนป่าอาจถูกรบกวนอีกก็เป็นได้ หากไม่ได้ตอบโจทย์ของปัญหาได้ชัดแจ้ง.

 

แวดล้อมสุดสัปดาห์ วันที่ 25 เมษายน 2553 2010/04/28

วันอาทิตย์ ที่ 25 เมษายน 2553 เวลา 0:00 น

ผ่านทางDaily News Online > โลกสีสวย > สิ่งแวดล้อม-คุ้มครองผู้บริโภค > แวดล้อมสุดสัปดาห์ > แวดล้อมสุดสัปดาห์ วันที่ 25 เมษายน 2553.

** ความทรงจำสามัญและประสบการณ์ของนานาชีวิต : ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) จัดบรรยายสาธารณะเรื่อง หวนเล่าเรื่องอดีต:ความทรงจำสามัญและประสบการณ์ของนานาชีวิต บริเวณชายแดนตากใบ-กลันตันวันเสาร์ที่ 24 เมษายน 2553 ณ ห้อง 207 เวลา 09:30-15:00 น. (ฟรี) นำเสนอความทรงจำสามัญและประสบการณ์ของนานาชีวิต บริเวณชายแดนตากใบ-กลันตัน อันเป็นส่วนหนึ่งของการบอกเล่าความคืบหน้าในการทำงานวิจัยเรื่อง ประวัติศาสตร์สังคมของมลายู: การศึกษาผ่านความทรงจำและประวัติศาสตร์บอกเล่า ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ระยะเวลากว่า 1 ปีที่นักวิจัยได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลร่วมกับนักวิจัยภาคสนามทำให้ทราบว่า นานาผู้คนในอาณาบริเวณชายแดนระหว่าง อ.ตากใบและรัฐกลันตันนั้นมีลีลาชีวิตที่น่าสนใจ อาทิ กิจกรรมการค้า การแลกเปลี่ยน ความสัมพันธ์ข้ามพรมแดน การให้ความหมายกับหลักการทางศาสนา และความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์.

 

แรลลี่ปลูกป่า-หญ้าแฝก 2010/04/28

วันอาทิตย์ ที่ 25 เมษายน 2553 เวลา 0:00 น

ผ่านทางDaily News Online > โลกสีสวย > สิ่งแวดล้อม-คุ้มครองผู้บริโภค > ชีวิตกับธรรมชาติ > แรลลี่ปลูกป่า-หญ้าแฝก.

เสร็จสิ้นไปด้วยดีกับกิจกรรมแรลลี่ ปลูกป่า ของบริษัท เวิลด์คลาส เรนท์ อะ คาร์ จำกัด ผู้ให้บริการรถเช่านาม บัดเจ็ท (Budget) ในเครือ บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ชวนลูกค้าและ ผู้มีอุปการคุณร่วมแข่งแรลลี่การกุศล พร้อมกับร่วมกันปลูกหญ้าแฝกช่วยลดโลกร้อนที่ น้ำตกนางรอง จังหวัดนครนายก โดยนำรายได้จากการจัดแรลลี่โดยไม่หักค่าใช้จ่าย ไปทำกิจกรรมปลูกป่าจำนวน 12,000 ต้น ในตำบลสองพี่น้อง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี

ตามที่ บริษัท เวิลด์คลาส เรนท์ อะ คาร์ จำกัด ผู้ให้บริการรถเช่า บัดเจ็ท (Budget) ในเครือ บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ชวนลูกค้าและผู้มีอุปการคุณร่วมแข่งแรลลี่การกุศล พร้อมกับร่วมกันปลูกหญ้าแฝกช่วยลดโลกร้อนที่ น้ำตกนางรอง จังหวัดนครนายก โดยโปรเจคท์ที่จะทำต่อไป คือนำรายได้จากการจัดแรลลี่โดยไม่หักค่าใช้จ่าย ไปทำกิจกรรมปลูกป่าจำนวน 12,000 ต้น ในพื้นที่กว่า 60 ไร่ ตำบลสองพี่น้อง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี อีกต่อหนึ่ง เพื่อช่วยกันรณรงค์ลดภาวะโลกร้อน

วันชัย ตั้งพานิชดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เวิลด์คลาส เรนท์ อะ คาร์ จำกัด กล่าวถึงการจัดโครงการแรลลี่การกุศล “บัดเจ็ท แอนด์ ฮอนด้า ฟรีด แรลลี่ คูล เดอะ เวิลด์” ว่า บริษัท ผู้ให้บริการรถเช่า ซึ่งเป็นธุรกิจรถเช่าระดับอินเตอร์แบรนด์ ที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก 3,200 แห่ง สำหรับในประเทศไทยมีสาขาอยู่ 22 แห่ง มีจำนวนรถยนต์ 2,300 คัน ได้ตระหนักดีว่าการทำธุรกิจรถเช่าเป็นส่วนหนึ่งที่ปล่อยก๊าซคาร์บอน ไดออกไซด์ออกสู่โลก การจัดแรลลี่การกุศลส่วนหนึ่งเพื่อแสดงความขอบคุณลูกค้า โดยนำรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดมาให้ลูกค้าขับ พร้อมนำรายได้ทั้งหมดไปปลูกป่า ในพื้นที่ จ.เพชรบุรี เงินทั้งหมดจะนำไปซื้อต้นกล้า และจัดสรรเป็นค่าดูแลรักษาป่าภายในระยะเวลา 2 ปี เฉลี่ยแล้วปลูกป่า 1 ไร่ต้องใช้ประมาณ 3,160 บาท รายได้จากโครงการแรลลี่จะนำไปปลูกป่า 60 ไร่ ซึ่งใช้เงินประมาณ 200,000 บาท คาดว่าจะเริ่มต้นปลูกป่าได้ในเดือนมิ.ย.นี้

“เลือกใช้เทคโนโลยีของยานยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่นใช้รถยนต์ที่รองรับน้ำมันอี 20 นโยบายด้านอีโคคาร์ รวมทั้งการดูแลเรื่องรักษาเครื่องยนต์ของรถที่ให้บริการตามมาตรฐานเพื่อ สร้างความปลอดภัยให้กับลูกค้า และช่วยลดมลพิษได้หากเครื่องยนต์ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง” ผู้บริหารบริษัทรถเช่าบอกเล่า

สำหรับ กิจกรรมแข่งแรลลี่ในครั้งนี้ ยังได้เชิญชวนผู้เข้าร่วมปลูกหญ้าแฝกริมธารน้ำตกนางรอง จังหวัดนครนายก เพื่อให้หญ้าแฝกซึ่งเป็นพืชที่มีรากลึก ช่วยกักเก็บน้ำ ทำ ให้หน้าดินไม่ถูกชะล้างโดยง่าย รวมทั้งสามารถดูดซับก๊าซมีเทน

อธิชา โรจนสุวรรณ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยว จังหวัดนครนายก และเอนก ดาอาสา ผู้จัดการน้ำตกนางรอง ผู้ให้การสนับสนุนกิจกรรมปลูกหญ้าแฝกครั้งนี้ เปิดเผยร่วมกันว่า หญ้าแฝกที่ใช้ปลูกเป็นพันธุ์สงขลา 2 ซึ่งได้มาจากศูนย์พัฒนาที่ดิน จังหวัดนครนายก มีขนาดรากยาว 4 เมตร สามารถป้องกันการพังทลายของหน้าดินริมน้ำตกไม่ให้พังทลายลงไปได้เป็นอย่างดี เมื่อดินไม่พังทลาย โอกาสที่จะปลูกต้นไม้ในพื้นที่ดังกล่าวก็มีเพิ่มมากขึ้น เท่ากับเป็นการลดโลกร้อนไปในตัว และเหตุผลที่เลือกหญ้าแฝกพันธุ์สงขลา 2 เนื่องจากรากสามารถนำมาสกัดทำเป็นน้ำหอมได้อีกด้วย

ผู้อำนวยการการท่องเที่ยว จังหวัดนครนายก กล่าวเพิ่มเติมว่า หญ้าแฝกที่ปลูกบริเวณน้ำตกนางรองจะช่วยป้องกันการพังทลายของตลิ่งในช่วงหน้า ฝน ที่บางครั้งมีน้ำป่า ซึ่ง น้ำตกนางรองเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดนครนายก บริเวณนี้จึงเหมาะสมเป็นส่วนช่วยรณรงค์ให้คนหันมาปลูกหญ้าแฝก สร้างจิต สำนึกให้กับนักท่องเที่ยวเห็นความสำคัญของพืชชนิดนี้ ซึ่งในพื้นที่ จ.นครนายกมีหลายพื้นที่ที่ปลูกหญ้าแฝกเพื่อป้องกันการพังทลายของหน้าดิน อาทิ บริเวณบ้านหุบเมย ศูนย์ภูมิรักษ์ และในสวนผลไม้บางแห่ง

อนึ่ง น้ำตกนางรองเป็นน้ำตกแห่งเดียวในเมืองไทยที่อยู่ในความดูแลขององค์การบริหาร ส่วนจังหวัดมาตั้งแต่ห้าสิบกว่าปีที่แล้ว โดยคุณหญิงละเอียด พิบูลสงคราม ภรรยาจอมพล ป. พิบูลสงคราม ขณะนั้นเป็น ส.ส.นครนายกมอบที่ดินผืนนี้ให้กับทางจังหวัดตั้งแต่ปี 2500 เป็นต้นมา.

 

ไก่ทอดปาปริก้า 2010/04/28

วันอาทิตย์ ที่ 25 เมษายน 2553 เวลา 0:00 น

ผ่านทางDaily News Online > โลกสีสวย > ช่องทางทำกิน > ช่องทางทำกิน > ‘ไก่ทอดปาปริก้า’.

สร้างจุดขาย-สร้าง อาชีพ

บางครั้งของใกล้ตัวที่ดูธรรมดา ก็อาจจะสามารถสร้างอาชีพได้ และหากรู้จักนำมาพลิกแพลงดัดแปลงให้มีจุดเด่น ก็อาจจะเป็นอาชีพที่ทำเงินได้อย่างน่าชื่นใจ อย่าง “ไก่ทอด” อาหารที่นิยมทานกันทุกภาค มีคนทำขายทั่วไป ถ้ามีทำเลเหมาะสม และมีสูตรใหม่ ๆ แปลก ๆ ก็สามารถจะเป็น “ช่องทางทำกิน” ที่ดีได้…

ชัยวัฒน์ บงกชเกตุสกุล หรือ “แชมป์” อายุ 27 ปี เป็นเจ้าของธุรกิจ “ไก่ทอดปาปริก้า” เจ้าตัวเล่าให้ฟังถึงที่มาของธุรกิจนี้ว่า ครอบครัวทำธุรกิจขายอาหารมาตั้งแต่สมัยคุณพ่อคุณแม่ หลังเรียนจบสายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร ก็รับช่วงทำธุรกิจอาหารต่อจากคุณพ่อ ซึ่งเป็นธุรกิจเฉาก๊วยโบราณ โดยนำความรู้ที่เรียนมาปรับปรุงพัฒนาสินค้าให้มีเอกลักษณ์เฉพาะและมีจุดขาย ที่น่าสนใจ ต่อยอดเป็นธุรกิจเฉาก๊วยปั่นเกล็ดหิมะ แล้วเพิ่มเติมตามด้วยข้าวเกรียบกุ้ง ลูกชิ้นปลาทอด แกงไตปลาแห้ง และไก่ทอดปาปริก้า

“เพราะครอบครัวทำธุรกิจอาหาร ทำให้ผมชีวิตคลุกคลีอยู่กับอาหารมาตั้งแต่เล็กจนโต ปลูกฝังนิสัยให้เป็นคนชอบกินและชอบคิดทำอาหารต่าง ๆ ออกมาเรื่อยๆ อย่างผลิตภัณฑ์ล่าสุดคือ ไก่ทอดปาปริก้า ที่ทำก็เพราะเท่าที่สำรวจดูคนไทยชอบกินไก่ทอด เพราะเป็นอาหารที่กินง่าย จะเห็นได้ว่าที่ไหน ๆ ก็มีขาย แต่จะขายดีหรือเปล่านั้นก็แล้วแต่รสชาติแต่ละเจ้า จึงตัดสินใจซื้อสูตรไก่ทอดมา นำมาปรับปรุงเพิ่มเติมให้เป็นรสชาติเฉพาะ
ของผมเอง คือไก่ทอดปาปริก้า มีกลิ่นหอม กรอบนอก นุ่มใน ไม่เลี่ยน รสชาติกลมกล่อมลงตัว”

การทำอาชีพนี้ อุปกรณ์หลัก ๆ ก็มี… เตาแก๊ส, กระทะใบบัว, ตะหลิว, ตะแกรง, กะละมัง, ถาดสแตนเลสขนาดใหญ่, ตาชั่งขนาดเล็ก, ช้อนตวง และเครื่องครัวอื่น ๆ

ส่วนวัตถุดิบ ตามสูตรก็คือ… ไก่ (ปีกกลาง) 10 กิโลกรัม ต่อผงปรุงรส 100 กรัม, พริกไทยดำป่น 100 กรัม, เกลือ 150 กรัม, ซอสปรุงรส, แป้งข้าวโพด, น้ำมันปาล์ม, ใบเตย, น้ำสะอาด และขาดไม่ได้คือ ผงปาปริก้า

ขั้นตอนการทำ “ไก่ทอดปาปริก้า” เริ่มจากนำไก่ปีกกลางที่เตรียมไว้มาล้างให้สะอาด ตั้งพักให้สะเด็ดน้ำ แล้วนำไก่ที่ได้มาทำการ “นวดให้ทั่ว” ทุกปีก ขั้นตอนนี้ถือว่าเป็นเคล็ดลับที่สำคัญมาก เพราะจะทำให้เนื้อไก่มีความนุ่มละมุนลิ้น อร่อยยิ่งขึ้น ปีกไก่ที่นวดแล้วนำมาผ่าตามแนวกระดูก ตั้งพักไว้ในกะละมังสักครู่

ต่อไปเป็นขั้นตอนผสมเครื่องปรุง  โดยนำเอาผงปรุงรส, ซอสปรุงรส, ผงปาปริก้า และพริกไทยดำป่น มาผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นก็นำเอาปีกไก่ที่เตรียมไว้ใส่ลงไปผสมกับเครื่องปรุง เคล้าให้ปีกไก่กับเครื่องปรุงเข้ากันให้ทั่ว แล้วหมักทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที เพื่อให้เครื่องปรุงเข้าถึงเนื้อไก่

หมักตามเวลาแล้วก็นำแป้งข้าวโพดมารโรยใส่ในปีกไก่หมักพอประมาณ ถ้าข้นก็ให้เติมน้ำสะอาดเล็กน้อย ทำการคลุกเคล้ากันให้ทั่วอีกครั้ง จากนั้นก็เตรียมทอดได้เลย

ขั้นตอนการทอด นำกระทะตั้งไฟ ใส่นำมันมาก ๆ รอให้น้ำมันร้อนจัดจึงค่อยนำไก่ที่เตรียมไว้ใส่ลงไปทอด การใส่ไก่ตอนน้ำมันร้อนจัดก็เพื่อไม่ให้เนื้อไก่ติดกระทะเวลาทอด ใช้ตะหลิวคนและทำการกลับไก่ 3-4 ครั้ง ให้สุกทั่ว ใส่ใบเตยที่ตัดขนาด 1 นิ้วใส่ตามลงไป เพื่อให้ปีกไก่มีกลิ่นหอมและมีสีสันน่ากินยิ่งขึ้น ทอดให้สุกเหลือง จึงค่อยตักขึ้นมาซับน้ำมัน ก็พร้อมรับประทาน พร้อมจำหน่ายได้เลย

แชมป์บอกว่า ปีกไก่ 1  กิโลกรัม เวลาทอดแล้วไก่จะมีน้ำหนักเหลือประมาณ 6  ขีด

สำหรับราคาขายคือ ขีดละ 35 บาท (3 ขีด 100  บาท จะทำให้ขายง่ายขึ้น )

ใครที่กำลังมองหาอาชีพขายอาหารที่ลงทุนน้อย ก็ลองขาย “ไก่ทอด” ดู ส่วนใครสนใจ “ไก่ทอดปาปริก้า” เจ้านี้เขาขายอยู่แถวดอนเมือง ร้านอยู่ข้างตึกเจ้เล้ง ซึ่งคุณแชมป์ยังรับออกบูธ งานเลี้ยงสังสรรค์ต่าง ๆ และยังมีโครงการขยายสาขาเพิ่มเป็นธุรกิจแฟรนไชส์ ใครต้องการติดต่อก็ โทร.08-4770-0599, 08-9078-6565