วันอาทิตย์ ที่ 22 สิงหาคม 2553 เวลา 0:00 น
จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต โดยชายคนหนึ่งอ้างว่า ได้นำ “ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้น” ของภรรยา มาทำความสะอาดใบหน้า เพราะคิดว่าเป็นสบู่เหลวล้างหน้า เนื่องจากภรรยาได้ฉีกสติกเกอร์ที่แปะข้างขวดออก ปรากฏ ว่าใบหน้าเกลี้ยงเกลาไร้สิวเสี้ยน ภายหลังมาถามภรรยาถึงได้รู้ว่า เป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้น พอถูกคนที่บ้านหัวเราะเยาะ ก็เลยเลิกใช้ ผลปรากฏว่า สิวเสี้ยนกลับมาทักทายอีก จากข้อความดังกล่าวมีการพูดกันปากต่อปาก ว่านอกจากมีการนำผลิตภัณณ์ดังกล่าวมาล้างหน้าเพื่อป้องกันสิวเสี้ยนแล้วยัง มีการนำไปสระผมขจัดรังแคได้อีกด้วย
ดังนั้นเพื่อให้ผู้อ่านหายข้องใจ “X-RAY สุขภาพ” จึงมาพูดคุยกับ รศ.พญ.พรทิพย์ ภูวบัณฑิตสิน สาขาตจวิทยา (ผิวหนัง) ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
รศ.พญ.พรทิพย์ กล่าวว่า ในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นของผู้หญิง จะประกอบด้วยสาร 2 ชนิด คือ กรดแลคติค หรือ “แลคติค แอซิด” และ “แลคโตซีรั่ม” ซึ่งเป็นโปรตีนที่อยู่ในน้ำนม มีลักษณะคล้าย ๆ สบู่เหลว
เหตุผลที่มีการล้างจุดซ่อนเร้นของผู้หญิง เพราะบริเวณดังกล่าว ความเป็นด่างจะมากกว่าบริเวณอื่น อาจทำให้แบคทีเรียเจริญเติบโตมากกว่าปกติ เขาก็เลยใช้กรดบางตัวเข้าไปปรับสมดุล เพราะหากมีแบคทีเรียมากจะทำให้ความเป็นด่างมากขึ้นจนเกิดกลิ่น เนื่องจากแบคทีเรียจะไปย่อยน้ำหล่อเลี้ยงบริเวณจุดซ่อนเร้น ก็เลยมีการใช้ผลิตภัณฑ์ตัวนี้เพื่อปรับค่าความเป็นกรดเป็นด่างให้กลับมาเป็น กรดนิดหน่อย เชื้อแบคทีเรียจะได้ไม่เจริญเติบโต บริเวณดังกล่าวจะได้ไม่มีกลิ่น
สำหรับใบหน้าของคนเราค่าความเป็นกรดเป็นด่างประมาณ 5.5 ออกไปทางกรดนิด ๆ ต่างจาก บริเวณจุดซ่อนเร้นที่เป็นด่าง ถามว่าจะเอาผลิตภัณฑ์สำหรับทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นมาใช้ที่หน้าได้หรือไม่ ตอบว่ามันไม่เสียหาย แต่ผลิตภัณฑ์สำหรับทำความสะอาดผิวหน้า หรือใช้รักษาสิวมีหลายชนิด ทำไมต้องเอาผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมาใช้ที่หน้าด้วย เรื่องนี้คิดว่าคงเป็นกระแสมากกว่า
ส่วนการนำผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไปสระผมก็เช่นเดียวกัน แลคติค แอซิด ซึ่งมีความเป็นกรดอาจทำให้เหมือนเส้นผมลื่นขึ้น ก็เหมือนกับใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน นำน้ำมะนาวเจือจางน้ำเปล่าแล้วล้างหน้า จะทำให้ดูเหมือนหน้าลื่นขึ้น หรือ ใช้มะกรูด สระผม เส้นผมของคนเราจะมีประจุลบอยู่แล้ว กรดจะไปทำลายประจุลบทำให้ผมลื่นขึ้นไม่พันกัน แต่ไม่น่าจะมีผลช่วยในการขจัดรังแคได้ และที่บอกว่าทำให้สิวหายก็ไม่น่าจะเป็นจริง
“ใบหน้าของคนเราถ้าใช้อะไรที่เป็นกรดนิดหน่อย คงเหมือนกับการลอกหน้า คือบางคนอาจจะชอบ อย่างที่บอกการใช้น้ำมะนาวเจือจางน้ำเปล่าล้างหน้า เป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน ดูเหมือนว่าหน้าลื่นขึ้น เพราะกรดไปทำให้ หนังขี้ไคลลื่นขึ้น โดยในน้ำมะนาวจะเรียกว่า “ซิตริค แอซิด” หรือในน้ำมะขามเปียกจะเรียก “ทาร์ทาริค แอซิด”
รศ.พญ.พรทิพย์ อธิบายว่า “แลคติค แอซิด” เป็นกรดผลไม้อย่างหนึ่ง อาจจะมาจากธรรมชาติ หรือ การสังเคราะห์ มีการนำแลคติค แอซิด มาใส่ในเครื่อง สำอาง หรือในสบู่บางอย่าง ทั้งนี้มัก จะมีการโฆษณา ว่ากรดผลไม้ ช่วยบำรุงผิว ช่วยทำให้ผิวขาว ซึ่งฤทธิ์อีกอย่างของมัน ใช้รักษาสิวได้นิดหน่อย และถ้าเป็น กรดผลไม้เข้มข้นแพทย์ผิวหนังจะนำมาทำทรีทเมนต์หรือการลอกหน้า
ผลิตภัณฑ์แต่ละอย่างที่มีการผลิตขึ้นมานั้น ผลิตมาใช้เฉพาะที่ เพราะเขารู้ว่าผิวหนังในแต่ละแห่งมีความแตกต่างกัน ก็จะมีการปรับส่วนผสมให้เหมาะสมกับบริเวณนั้น แต่การที่เราเอาผลิตภัณฑ์สำหรับอีกที่ไปใช้อีกที่มันผิดวัตถุประสงค์อยู่ แล้วและเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะถูกต้อง
ท้ายนี้คงต้องย้ำว่า การรักษาสิวโดยใช้กรดผลไม้รักษา มิใช่ว่าทุกรายจะได้ผลเหมือนกัน เป็นเพียงบางรายเท่านั้นที่อาจดูดีขึ้น อย่างกรณีในอินเทอร์เน็ตอาจจะได้ผลเฉพาะกรณีนี้เท่านั้น ความจริงการรักษาสิวมีวิธีอื่นที่ดีกว่าการนำผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจุดซ่อน เร้นมาใช้กับใบหน้า แต่ก็คงไม่ไปว่า เพราะเป็นเรื่องสิทธิส่วนบุคคล เพียงแต่มันไม่เหมาะสมเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์ล้างหน้า หรือ ยาสระผมที่ใส่แลคติค แอซิด ก็มีเช่นกัน ดังนั้นถ้าอยากจะใช้ ก็ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เหล่านั้นกับใบหน้าดีกว่าจะมาใช้ตัวนี้.
นวพรรษ บุญชาญ






