ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

ข้อมูล เศรษฐกิจ เกษตร ดิน ปุ๋ย และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

การแยกเชื้อและลักษณะของเชื้อไวรัส จากกบนาที่ป่วยเป็นแผล 2012/03/17

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006947&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: สุปราณี ชินบุตร; อุมาลัย สดวกดี; สมเกียรติ์ กาญจนาคาร
ชื่อเรื่อง: การแยกเชื้อและลักษณะของเชื้อไวรัส จากกบนาที่ป่วยเป็นแผล
Article title: Isolation and characterisation of anew virus from ulcerative disease tiger frog, Rana tigrina Cantor
ชื่อเอกสาร : การประชุมวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 37 สาขาประมง สาขาการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
Source title : Proceedings of the 37th Kasetsart university annual conference: Fisheries and Natural Resources and Environmental Economics
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2542
หน้า: หน้า 133-138
จำนวนหน้า: 465 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SH1 ก58 2542)
หมวดหลัก: L73-Animal diseases
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: FROGS; IRIDOVIRIDAE; MORBIDITY; SYMPTOMS; MICROBIOLOGICAL ANALYSIS
ดรรชนี-ไทย: กบนา, ไวรัส, IRIDOVIRUS, การแยกเชื้อ, เชื้อสาเหตุ, อาการของโรค
บทคัดย่อ: พบโรคชนิดใหม่ในกบรุ่นและกบพ่อแม่พันธุ์ที่เลี้ยงในเขตภาคกลางของประเทศปี พ.ศ. 2541 กบที่ป่วยมีแผลหลุมที่ผิวหนังด้านหลังบริเวณขา ลำตัว และส่วนหัว ไม่สามารถเพาะเชื้อแบคทีเรียจากตับ ไต และม้ามของกบที่เริ่มป่วย แต่สามารถเพาะเชื้อไวรัสได้ 8 เชื้อ จากบริเวณแผลและอวัยวะภายในของกบที่ป่วยจากกรุงเทพฯ และนนทบุรีโดยไวรัสทำให้เกิด lytic plaque บน cell line EPC และสูญเสียความสามารถในการฆ่าเซลล์ เมื่อบ่มไวรัสที่อุณหภูมิ 56 องศาเซลเซียส เป็นเวลานาน 30 นาที การบ่มเชื้อไวรัสในสารละลายอินทรีย์ และในสภาพ pH3 นั้น พบว่า ไวรัสจะสูญเสียความสามารถในการฆ่าเซลล์เช่นกัน การบ่มไวรัสไว้ในสารละลาย IUdR สามารถยับยั้งการฆ่าเซลล์ได้มากกว่า 4 log10 TCID50/ml แสดงว่าไวรัสมีสารพันธุกรรมชนิด DNA และมีเปลือกหุ้ม อนุภาคของไวรัสลักษณะรูปทรงหกเหลี่ยมเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 128 นาโนเมตร จัดว่าเป็น Iridovirus ซึ่งเพิ่มจำนวนได้ดีใน cell line STE-1, EPC, BF2, BB, DT และ SCE ตามลำดับ Iridovirus ที่พบใหม่นี้เพิ่มจำนวนได้ดีในเซลล์ที่บ่มอยู่ที่ 25-30 องศาเซลเซียส และมีการปลดปล่อยอนุภาคไวรัสใหม่ออกจากเซลล์ระหว่าง 4-7 ชั่วโมง การแยกเชื้อไวรัสจากกบในครั้งนี้เป็นรายงานครั้งแรกของประเทศไทยและให้ชื่อว่า Tiger Frog Iridovirus หรือ TFIV ควรจะได้ทำการศึกษาการก่อให้เกิดโรคของเชื้อ Iridovirus ในกบและการเปรียบเทียบกับ Frog Iridovirus ตัวอื่นต่อไป
หมายเลข: 006947 KC3704016
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน
 

การศึกษาเชื้อ Rhabdovirus ที่แยกได้จากปลาช่อนที่ป่วยด้วยโรคระบาดสัตว์น้ำจากจังหวัดพิจิตร 2012/03/17

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006946&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: โสภา อารีรัตน์; อรัญญา กีรธาชาติ; อุมาลัย สดวกดี; สมเกียรติ์ กาญจนาคาร
ชื่อเรื่อง: การศึกษาเชื้อ Rhabdovirus ที่แยกได้จากปลาช่อนที่ป่วยด้วยโรคระบาดสัตว์น้ำจากจังหวัดพิจิตร
Article title: Virological observation and characterisation of a Rhabdovirus isolated from epizootic ulcerative syndrome-diseased snakehead fish from Pichit province
ชื่อเอกสาร : การประชุมวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 37 สาขาประมง สาขาการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
Source title : Proceedings of the 37th Kasetsart university annual conference: Fisheries and Natural Resources and Environmental Economics
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2542
หน้า: หน้า 126-132
จำนวนหน้า: 465 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SH1 ก58 2542)
หมวดหลัก: L73-Animal diseases
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: CHANNA; FISH RHABDOVIRUSES; PATHOGENICITY; MICROBIOLOGICAL ANALYSIS
ดรรชนี-ไทย: ปลาช่อน, RHABDOVIRUS, โรคระบาด, เชื้อสาเหตุ, การแยกเชื้อ, กลไกการเข้าทำลาย
บทคัดย่อ: ได้เก็บตัวอย่างอวัยวะภายในและกล้ามเนื้อของปลาช่อนที่เริ่มป่วยด้วยโรคระบาดในบ่อเลี้ยงที่จังหวัดพิจิตรในเดือนมกราคม พ.ศ. 2539 จำนวน 11 ตัวอย่างใส่ใน Transporting medium กลับมาทำการเพาะเชื้อไวรัสที่สถาบันวิจัยสุขภาพสัตว์น้ำ พบว่าสามารถเพาะแยกเชื้อไวรัสได้ 9 ตัวอย่างโดยใช้ cell line BF-2 บ่มที่ 25 องศาเซลเซียส ไวรัสที่แยกได้สูญเสียการฆ่าเซลเมื่อบ่มที่ 56 องศาเซลเซียส เป็นเวลานาน 30 นาที เมื่ออยู่ในสารละลายคลอโรฟอร์ม และเมื่ออยู่ในสารละลาย pH 3 ส่วนสารละลาย IUdR ไม่มีผลต่อการยับยั้งความรุนแรงของเชื้อไวรัสแสดงว่าไวรัสมีสารพันธุกรรมชนิด RNA และมีเปลือกหุ้ม อนุภาคไวรัสมีลักษณะเป็นแท่งมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 67 nm และความยาว 167-200 nm จัดอยู่ใน Rhabdovirus ไวรัสสามารถเพิ่มจำนวนได้ดีใน cell line BF-2, EPC, FHM, STE-1, SSN-1, DT, HCK และ HCT Rhabdovirus มีการเพิ่มจำนวนและฆ่าเซลล์อย่างรวดเร็วที่อุณหภูมิ 20-25 องศาเซลเซียส และมีการปลดปล่อยอนุภาคไวรัสใหม่ออกจากเซลล์ระหว่าง 7-10 ชั่วโมงหลังจากการเพาะเชื้อ แอนตี้ซีรัมที่สร้างจากไวรัสในกระต่ายสามารถยับยั้งการฆ่าเซลล์ของไวรัสทั้ง 9 ตัวนี้ได้แสดงว่าทั้ง 9 ตัว เป็นไวรัสตัวเดียวกันและตั้งชื่อสายพันธุ์นี้ว่า AV9601 การวิเคราะห์องค์ประกอบของโปรตีนพบว่าเป็นแบบ Lyssavirus-like virus electrophoreotype โปรตีน L, G, N, M1, และ M2 มีขนาด 190, 66, 44, 30 และ 23 kDa ตามลำดับ การแยกเชื้อ Rhabdovirus ได้จากปลาป่วยในระยะเริ่มแรกของการเกิดโรคระบาดเช่นนี้ แสดงว่าเชื้อ Rhabdovirus ควรจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับสาเหตุของการเกิดโรค
หมายเลข: 006946 KC3704015
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน
 

การศึกษาประสิทธิภาพของการใช้วัคซีนของเชื้อ Aeromonas hydrophila โดยการแช่และการผสมอาหารในปลาดุกลูกผสม 2012/03/17

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006945&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: กรองแก้ว พลายมาศ; นนทวิทย์ อารีย์ชน
ชื่อเรื่อง: การศึกษาประสิทธิภาพของการใช้วัคซีนของเชื้อ Aeromonas hydrophila โดยการแช่และการผสมอาหารในปลาดุกลูกผสม
Article title: Efficacy study of Aeromonas hydrophila vaccine by immersion and oral administration in hybrid catfish
ชื่อเอกสาร : การประชุมวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 37 สาขาประมง สาขาการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
Source title : Proceedings of the 37th Kasetsart university annual conference: Fisheries and Natural Resources and Environmental Economics
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2542
หน้า: หน้า 118-125
จำนวนหน้า: 465 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SH1 ก58 2542)
หมวดหลัก: L73-Animal diseases
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: FRESHWATER CATFISH; CROSSBREDS; AEROMONAS HYDROPHILA; VACCINES; SURVIVAL
ดรรชนี-ไทย: ปลาดุก, แบคทีเรีย, AEROMONAS HYDROPHILA, พันธุ์ลูกผสม, การให้วัคซีน, อัตราการตาย
บทคัดย่อ: การศึกษาประสิทธิภาพของการใช้วัคซีนของเชื้อ Aeromonas hydrophila ที่ฆ่าด้วยฟอร์มาลินในปลาดุกลูกผสม น้ำหนักเริ่มต้นเฉลี่ย 1.74 กรัม โดยการแช่ในน้ำเกลือ 1.5 เปอร์เซ็นต์ นาน 2 นาที และแช่วัคซีนเป็นเวลา 60 นาทีก่อนปล่อยเลี้ยง และให้วัคซีนซ้ำโดยการผสมอาหารในช่วงระยะเวลาต่างกันคือเดือนละ 1, 2, 3 และ 4 สัปดาห์ นาน 3 เดือน เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม (ไม่แช่และให้อาหารปกติ) หลังการทดสอบความคุ้มโรคด้วยการฉีดเชื้อเข้าช่องท้องเป็นเวลา 7 วัน ปลาดุกลูกผสมที่เลี้ยงด้วยอาหารผสมวัคซีนทุกกลุ่มการทดลองมีอัตรารอดสูงกว่ากลุ่มควบคุม โดยกลุ่มควบคุมมีค่าเท่ากับ 46.67 เปอร์เซ็นต์ ส่วนปลาที่ได้รับวัคซีนเดือนละ 4 สัปดาห์มีอัตรารอดสูงสุดคือมีค่าเท่ากับ 75.00 เปอร์เซ็นต์ รองลงมาคือปลาที่ได้รับวัคซีนเดือนละ 3, 2 และ 1 สัปดาห์ มีค่าเท่ากับ 70.00, 68.33 และ 61.67 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ การเปรียบเทียบประสิทธิภาพของวัคซีนจากค่า Relative Percent Survival (RPS) พบว่าปลาที่ได้รับอาหารผสมวัคซีนทุกวัน (เดือนละ 4 สัปดาห์) ให้ค่า RPS สูงที่สุดคือมีค่าเท่ากับ 53.03 เปอร์เซ็นต์ สำหรับการตอบสนองในเชิงการสร้างแอนติบอดี้นั้นพบว่าไม่มีความแตกต่างระหว่างกลุ่มที่ได้รับวัคซีนและกลุ่มควบคุม การทดลองนี้ชี้ให้เห็นว่าการใช้วัคซีนโดยการแช่กับปลาดุกลูกผสมขนาดน้ำหนักตั้งแต่ 1 กรัม ขึ้นไปและให้ซ้ำโดยการผสมอาหารสามารถกระตุ้นให้ปลามีความต้านทานโรคที่เกิดจากเชื้อ A. hydrophila ได้
หมายเลข: 006945 KC3704014
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน
 

พิษเฉียบพลันของไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ในกุ้งกุลาดำวัยอ่อนและประสิทธิภาพในการควบคุมเชื้อแบคทีเรียสกุลวิบริโอ และสาหร่ายชนิด Oscillatoria 2012/03/17

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006944&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: สิริ ทุกข์วินาศ; นนทวิทย์ อารีย์ชน; ประพันธ์ศักดิ์ ศีรษะภูมิ
ชื่อเรื่อง: พิษเฉียบพลันของไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ในกุ้งกุลาดำวัยอ่อนและประสิทธิภาพในการควบคุมเชื้อแบคทีเรียสกุลวิบริโอ และสาหร่ายชนิด Oscillatoria sp.
Article title: Acute toxicity of hydrogen peroxide in Penaeus monodon (Fabricius) larvae and efficacy on controlling Vibrio spp. and Oscillatoria sp.
ชื่อเอกสาร : การประชุมวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 37 สาขาประมง สาขาการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
Source title : Proceedings of the 37th Kasetsart university annual conference: Fisheries and Natural Resources and Environmental Economics
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2542
หน้า: หน้า 107-117
จำนวนหน้า: 465 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SH1 ก58 2542)
หมวดหลัก: L73-Animal diseases
หมวดรอง: L74-Miscellaneous animal disorders
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: PENAEUS MONODON; VIBRIO; CYANOPHYTA; HYDROGEN PEROXIDE; LARVAE; ACUTE TOXICITY; DISEASE CONTROL; INHIBITION; BACTERICIDES
ดรรชนี-ไทย: กุ้งกุลาดำ, แบคทีเรีย, สกุลวิบริโอ, สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน, OSCILLATORIA, ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์, ประสิทธิภาพการควบคุม, ความเป็นพิษ, ลูกกุ้ง, อัตราการตาย
บทคัดย่อ: การศึกษาพิษเฉียบพลันของไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 50 เปอร์เซ็นต์ (W/W) ที่ทำให้กุ้งกุลาดำวัยอ่อนระยะโพสต์ลาร์วา 15 ตายครึ่งหนึ่งภายในเวลา 24 ชั่วโมง (LC50) โดยวิธีชีววิเคราะห์แบบน้ำนิ่ง พบว่ามีค่า LC50 เป็น 30.60 มิลลิกรัม/ลิตร (ppm) และจากการศึกษาประสิทธิภาพในการยับยั้งและฆ่าแบคทีเรียในสกุลวิบริโอชนิด V.alginolyticus, V. harveyi, V. parahaemolyticus และ V. vulnificus ในอาหารเลี้ยงเชื้อชนิด Meuller Hinton Broth ผสมเกลือแกง 1.5 เปอร์เซ็นต์ มีค่า MIC และ MBC เป็น 19.41, 9.57, 38.27 และ 38.27 ppm ตามลำดับ ขณะที่ค่า MBC เมื่อทดสอบในสารละลายเกลือแกง 1.5 เปอร์เซ็นต์ มีค่าเป็น 0.6, 0.6, 2.39 และ 2.39 ppm ตามลำดับ ส่วนการทดสอบประสิทธิภาพในการควบคุม V.harveyi และ V.parahaemolyticus เมื่อทดสอบในน้ำทะเลความเค็ม 25 ppt ที่ระดับความเข้มข้น 1.2-59.8 ppm ในสภาพที่ไม่มีตะกอนดิน พบว่าในทุกระดับความเข้มข้น สามารถฆ่าแบคทีเรีย V.harveyi ได้หมดภายใน 6 ชั่วโมง ขณะที่ความเข้มข้น 1.2 และ 3.74 ppm ไม่สามารถฆ่าแบคทีเรีย V.parahaemolyticus ได้หมด ภายใน 96 ชั่วโมง ยกเว้นความเข้มข้น 7.48-59.80 ppm สามารถฆ่าได้หมดในระหว่าง 1-3 ชั่วโมง ตรงกันข้ามกับการทดลองในสภาพที่มีตะกอนดินที่พบว่า ไม่มีความเข้มข้นใดเลยที่สามารถฆ่าแบคทีเรียทั้งสองชนิดได้ภายใน 96 ชั่วโมง ส่วนการศึกษาประสิทธิภาพในการควบคุมสาหร่าย Oscillatoria sp. พบว่าที่ระดับความเข้มข้น 4.19 และ 7.18 ppm สามารถลดปริมาณ Chlorophyll a ได้ถึง 42.19 และ 46.77 เปอร์เซ็นต์ เมื่อสิ้นสุดการทดลองที่ 72 ชั่วโมง
หมายเลข: 006944 KC3704013
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน
 

การศึกษารูปแบบของวิตามินซีที่ใช้ผสมในอาหารปลากดเหลือง (Mystus nemurus Cur. & Val.) 2012/03/17

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006943&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: วุฒิพร พรหมขุนทอง; สุภฎา คีรีรัฐนิคม
ชื่อเรื่อง: การศึกษารูปแบบของวิตามินซีที่ใช้ผสมในอาหารปลากดเหลือง (Mystus nemurus Cur. & Val.)
Article title: Study on vitamin C forms for mixing in the feed of green catfish (Mystus nemurus Cur.& Val.)
ชื่อเอกสาร : การประชุมวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 37 สาขาประมง สาขาการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
Source title : Proceedings of the 37th Kasetsart university annual conference: Fisheries and Natural Resources and Environmental Economics
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2542
หน้า: หน้า 95-106
จำนวนหน้า: 465 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SH1 ก58 2542)
หมวดหลัก: M12-Aquaculture production
หมวดรอง: Q55-Feed additives
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: MYSTUS; ASCORBIC ACID; FORMULATIONS; WEIGHT GAIN; FEED CONVERSION EFFICIENCY; SURVIVAL
ดรรชนี-ไทย: ปลากดเหลือง, วิตามินซี, รูปแบบ, การเจริญเติบโต, ประสิทธิภาพการใช้อาหาร, อัตราการรอดตาย
บทคัดย่อ: ทดลองเลี้ยงปลากดเหลืองขนาดปลานิ้วด้วยอาหารบริสุทธิ์ โดยเสริมอาหารแต่ละสูตรด้วยวิตามินซี รูปแบบต่างๆ ได้แก่ L-ascorbic acid (AsA), =, ascorbyl-2-sulfate (AS), ascorbyl-2-polyphosphate (APP), ascorbyl-2-monophosphate (AMP), วิตามินซีเคลือบไขมัน (OC) และวิตามินซีเคลือบซิลิโคน (ScA) ในปริมาณที่มีเนื้อวิตามินซี 500 มก./อาหาร 1 กก. หลังจากสัปดาห์ที่ 10 พบว่าน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นและอัตรารอดตายของปลาที่ได้รับอาหารเสริม AMP และ AsA สูงที่สุด (p<0.05) มีค่าอัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อ ประสิทธิภาพการใช้โปรตีน และการใช้ประโยชน์จากโปรตีนสุทธิของปลาที่ได้รับอาหารเสริมวิตามินซีทุกรูปแบบไม่มีความแตกต่างกัน ในขณะที่ปลาที่ได้รับอาหารไม่เสริมวิตามินซีมีค่าเหล่านี้ต่ำที่สุด ปริมาณวิตามินซีในตับและไตส่วนหน้า และเนื้อเยื่อวิทยาของเหงือก ตับ และไต สามารถใช้เป็นสิ่งยืนยันถึงสภาวะการขาดวิตามินซีในปลาที่ได้รับอาหารที่ไม่เสริมวิตามินชนิดนี้ได้ดี ปริมาณคอลลาเจนในกระดูกสันหลังปลาที่ได้รับอาหารเสริมวิตามินซีทุกรูปแบบมีค่าไม่แตกต่างกัน ในขณะที่ปลาที่ได้รับอาหารที่ไม่เสริมวิตามินซีมีปริมาณคอลลาเจนในกระดูกสันหลังต่ำ ปริมาณไฮดรอกซีโปรลีนในคอลลาเจนของปลาที่ได้รับอาหารเสริม AsA และ AMP มีค่าสูงกว่าปลาที่ได้รับอาหารสูตรอื่นๆ และมีค่าต่ำในปลาที่ได้รับอาหารที่ไม่เสริมวิตามินซี จากการศึกษาครั้งนี้พบว่า AMP สามารถใช้เป็นแหล่งของวิตามินซีที่มีประสิทธิภาพในปลาชนิดนี้
หมายเลข: 006943 KC3704012
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน
 

การตรวจหาดีเอ็นเอของเชื้อไวรัสตัวแดงดวงขาวจากพาหะนำเชื้อและสิ่งมีชีวิตธรรมชาติโดยปฏิกิริยาลูกโซ่โพลิเมอร์เรส 2012/03/17

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006942&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: กิจการ ศุภมาตย์; จรีพร เรืองศรี
ชื่อเรื่อง: การตรวจหาดีเอ็นเอของเชื้อไวรัสตัวแดงดวงขาวจากพาหะนำเชื้อและสิ่งมีชีวิตธรรมชาติโดยปฏิกิริยาลูกโซ่โพลิเมอร์เรส
Article title: DNA detection of suspected virus (SEMBV) carriers by PCR (Polymerase Chain Reaction)
ชื่อเอกสาร : การประชุมวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 37 สาขาประมง สาขาการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
Source title : Proceedings of the 37th Kasetsart university annual conference: Fisheries and Natural Resources and Environmental Economics
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2542
หน้า: หน้า 82-94
จำนวนหน้า: 465 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SH1 ก58 2542)
หมวดหลัก: L73-Animal diseases
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: PENAEUS MONODON; BACULOVIRIDAE; MORBIDITY; PCR
อรรถาภิธาน-ไทย: PENAEUS MONODON; BACULOVIRIDAE; ภาวะที่เป็นโรค; พีซีอาร์
ดรรชนี-ไทย: กุ้งกุลาดำ, ไวรัส, โรคตัวแดงดวงขาว, เชื้อสาเหตุ, พาหะนำโรค, การแพร่กระจายของโรค, การตรวจโรค, เทคนิคพีซีอาร์
บทคัดย่อ: จากการศึกษาด้วยปฏิกิริยาลูกโซ่โพลิเมอร์เรส ตรวจจับดีเอ็นเอของเชื้อไวรัสตัวแดงดวงขาว (SEMBV) ในสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติใกล้เคียงฟาร์มเลี้ยงกุ้งบริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก (อ่าวไทย) และบริเวณชายฝั่งทะเลตะวันตก (อันดามัน) สามารถตรวจพบดีเอ็นเอของเชื้อไวรัส SEMBV ในกุ้ง 6 ชนิดคือกุ้งเคย (Acetes sp.) และ (Euphausia sp.) กุ้งดีด (Alpleus euphrosyne) กุ้งแชบ๊วย (Penaeus merguiensis) กุ้งตะกาด (Metapenaeus monoceros) และกุ้งกะต่อม (Macrobrachium equideus) ปู 2 ชนิดคือปูแสม (Sesarma merderi) ปูเสฉวน (Eupagurus bernberdus) ปลา 3 ชนิดคือ ปลาตีน (Periophthalmus sp.) ปลาบู่แคระ (Gnathogobius aliceae) และปลาหัวตะกั่ว (Aplocheilus panchax) หอยขี้นก (Family Cerithidae) เบนโตส (polychaete) และตรวจพบในตัวอย่างแพลงก์ตอนที่มี copepods, rotifers, moinas, oscillatoria ตัวอ่อนของสัตว์น้ำบางชนิดรวมอยู่ โดยจากการศึกษาด้วยวิธีดังกล่าวพบว่าขนาดชิ้นส่วนของดีเอ็นเอที่ได้จากปฏิกิริยาลูกโซ่โพลิเมอร์เรส ที่พบในสิ่งมีชีวิตชนิดต่างๆ ดังกล่าวมีขนาดใกล้เคียงกับชิ้นส่วนของดีเอ็นเอที่ได้จากปฏิกิริยาลูกโซ่โพลิเมอร์เรสของเชื้อไวรัส SEMBV ที่ก่อให้เกิดโรคจุดขาวในกุ้งกุลาดำ ผลจากการศึกษาครั้งนี้ทำให้ทราบว่าเชื้อไวรัส SEMBV มีการแพร่กระจายอยู่ในสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติหลายชนิดและสิ่งมีชีวิตดังกล่าวสามารถเป็นพาหะนำหรือตัวนำเชื้อไวรัสชนิดนี้ติดต่อสู่กุ้งกุลาดำในบ่อเลี้ยงได้ นอกจากนี้ยังพบว่าการแพร่กระจายของเชื้อในพาหะในแต่ละพื้นที่ขึ้นอยู่ กับการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลโดยพบว่าส่วนใหญ่การพบเชื้อ SEMBV ในสิ่งมีชีวิตต่างๆ จะมีความถี่ในฤดูร้อนสูงกว่าฤดูฝน
หมายเลข: 006942 KC3704011
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน
 

สถานภาพทรัพยากรปูทะเลของไทยในปัจจุบัน 2012/03/17

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006941&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: บุญรัตน์ ประทุมชาติ; บรรจง เทียนส่งรัศมี
ชื่อเรื่อง: สถานภาพทรัพยากรปูทะเลของไทยในปัจจุบัน
Article title: Present status of mud crab resources of Thailand
ชื่อเอกสาร : การประชุมวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 37 สาขาประมง สาขาการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
Source title : Proceedings of the 37th Kasetsart university annual conference: Fisheries and Natural Resources and Environmental Economics
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2542
หน้า: หน้า 75-81
จำนวนหน้า: 465 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SH1 ก58 2542)
หมวดหลัก: M01-Fisheries and aquaculture – General aspects
หมวดรอง: M11-Fisheries production
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: SCYLLA; NATURAL RESOURCES; SURVEYS; RESOURCE MANAGEMENT; FISHERY DATA; THAILAND
ดรรชนี-ไทย: ปูทะเล, ปูดำ, ปูแดง, ปูขาว, ปูทองหลาง, ปูเขียว, ปูทองโหลง, ปูลาย, ชีววิทยา, ความสำคัญ, สถานภาพ
บทคัดย่อ: ปูทะเลที่พบในน่านน้ำไทยมี 3 ชนิดคือ ปูดำ หรือปูแดง (Scylla serrata Forskal) ปูขาวหรือปูทองหลาง (S. oceanica Dana) และปูเขียว, ปูทองโหลง หรือปูลาย (S.tranquebarica Fabricius) ปูทะเลมีไข่ตลอดปี แต่ฤดูที่ปูเดินทางออกทะเลเพื่อวางไข่นั้นจะอยู่ในเดือนสิงหาคม-กุมภาพันธ์ ปูทะเลขนาด 9.3-10.6 ซ.ม. มีไข่ประมาณ 1.7-3.2 ล้านฟอง ปูทะเลวัยเจริญพันธุ์มีขนาดความกว้างของกระดองประมาณ 8.5-9.0 ซ.ม. อายุประมาณ 10-12 เดือน ปูที่เกิดแต่ละรุ่นประมาณร้อยละ 50 จะถูกชาวประมงจับก่อนที่จะได้มีโอกาสผสมพันธุ์ ในปี 2538 ปูทะเลที่จับได้ทั่วประเทศมีประมาณ 5,900 ตัน ร้อยละ 50 ของปูที่ชาวประมงจับเป็นปูที่มีขนาดต่ำกว่า 9 ซ.ม. ปูขนาดเล็กที่ชาวประมงจับมีจำนวนสูงขึ้นจากร้อยละ 37 ในปี 2532 เป็นร้อยละ 87 ในปี 2541 อัตราตายของปูทะเลที่เกิดจากชาวประมงจับมีค่าประมาณ 8.085 ส่วนอัตราที่ตายตามธรรมชาติมีค่าประมาณ 3.419 ทรัพยากรปูทะเลของไทยในปัจจุบันอยู่ในสภาพที่ถูกชาวประมงจับใช้อย่างหนักจนเกินกำลังที่จะเกิดทดแทนได้ตามธรรมชาติ สาเหตุเนื่องจากป่าชายเลนมีปริมาณลดลง เครื่องมือที่ชาวประมงใช้จับปูมีประสิทธิภาพสูงขึ้น กฏหมายและข้อบังคับเกี่ยวกับการอนุรักษ์ปูทะเลที่มีอยู่ล้าสมัยและไม่มีประสิทธิภาพในการใช้บังคับในทางปฏิบัติ ผู้เขียนได้เสนอแนะมาตรการ และแนวทางที่เหมาะสมที่ควรนำไปใช้จัดการทรัพยากรปูทะเลในน่านน้ำไทยให้เป็นไปอย่างถูกต้องและยั่งยืน
หมายเลข: 006941 KC3704010
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน
 

ความหลากหลายทางพันธุกรรม สภาพเศรษฐกิจและสังคมของปลาตะเพียนขาวที่เพาะเลี้ยงในจังหวัดขอนแก่น 2012/03/17

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006940&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: Basiao, Zubaida; Leith, J.G.; Charles, A.T.; Doyle, R.W.; วิเชียร เกิดสุข; พัชรินทร์ ลาภานนท์; ชวนพิศ สิทธิมังค์; พงศ์พัฒน์ บุญชูวงศ์; วงศ์ปฐม กมลรัตน์; สุภัทรา อุไรวรรณ์
ชื่อเรื่อง: ความหลากหลายทางพันธุกรรม สภาพเศรษฐกิจและสังคมของปลาตะเพียนขาวที่เพาะเลี้ยงในจังหวัดขอนแก่น
Article title: Genetic diversity, socially and economically self-sustaining of Puntius gonionotus cultured in Khon Kaen province
ชื่อเอกสาร : การประชุมวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 37 สาขาประมง สาขาการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
Source title : Proceedings of the 37th Kasetsart university annual conference: Fisheries and Natural Resources and Environmental Economic
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2542
หน้า: หน้า 66-74
จำนวนหน้า: 465 หน้า
ภาษา: อังกฤษ
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SH1 ก58 2542)
หมวดหลัก: L10-Animal genetics and breeding
หมวดรอง: M12-Aquaculture production
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: PUNTIUS GONIONOTUS; GENETIC VARIATION; THAILAND
ดรรชนี-ไทย: ปลาตะเพียนขาว, ความหลากหลายทางพันธุกรรม, จ.ขอนแก่น
บทคัดย่อ: ผลงานวิจัยมีสาระสำคัญ 3 ประการ คือ 1) สามารถวางรูปแบบของวิธีดำเนินการวิจัยให้เป็นแบบสหวิทยาการผสมผสานทั้งด้านพันธุศาสตร์และเศรษฐกิจ-สังคมแบบท้องถิ่นเพื่อดำรงค์รักษาสภาพความหลากหลายทางพันธุกรรมของปลาตะเพียนขาวที่เพาะเลี้ยง 2) ระบบการเพาะเลี้ยงปลาตะเพียนขาวในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น อยู่ในรูปแบบของระบบ “เครือข่าย” อันประกอบไปด้วย ผู้เพาะพันธุ์ ผู้เลี้ยง พ่อค้าคนกลาง และผู้บริโภค ดังนั้นในการพิจารณาถึงการเปลี่ยนแปลงของความหลากหลายทางพันธุกรรมนั้นต้องพิจารณาถึงองค์ประกอบของ “เครือข่าย” ทั้งระบบ 3) จากการตรวจสอบความแตกต่างทางพันธุกรรมของสายพันธุ์ปลาตะเพียนขาวในแต่ละฟาร์มเพาะพันธุ์ปลาตะเพียนขาว โดยวิธี microsatellite analysis พบว่า ปลาตะเพียนขาวจากฟาร์มเลี้ยง 5 แห่ง มีความแตกต่างกันทางพันธุกรรม ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ที่จะมีการพัฒนาและปรับสายปรุงพันธุ์ทมี่เพาะเลี้ยงอยู่นั้นให้มีลักษณะที่ดีขึ้นเป็นที่ต้องการของตลาดโดยอยู่ภายใต้เงื่อนไขของสภาพเศรษฐกิจและสังคมภายในท้องถิ่นที่เลี้ยงปลาตะเพียนขาวสายพันธุ์นั้นๆ
หมายเลข: 006940 KC3704009
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน
 

ความต้องการโปรตีนของปลาเทโพวัยรุ่น 2012/03/17

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006939&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: สมศักดิ์ เจนศิริศักดิ์; สมเกียรติ พงษ์ศิริจันทร์; ศุภรัตน์ ฉัตรจริยเวศน์
ชื่อเรื่อง: ความต้องการโปรตีนของปลาเทโพวัยรุ่น
Article title: Protein requirement of black ear catfish (Pangasius larnaudii Bocourt) juvenile
ชื่อเอกสาร : การประชุมวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 37 สาขาประมง สาขาการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
Source title : Proceedings of the 37th Kasetsart university annual conference: Fisheries and Natural Resources and Environmental Economics
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2542
หน้า: หน้า 59-65
จำนวนหน้า: 465 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SH1 ก58 2542)
หมวดหลัก: M12-Aquaculture production
หมวดรอง: Q54-Feed composition
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: PANGASIUS; NUTRITIONAL REQUIREMENTS; PROTEIN; DIET; WEIGHT GAIN; SURVIVAL
ดรรชนี-ไทย: ปลาเทโพ, อาหารปลา, อาหารโปรตีน, สูตรอาหาร, อัตราการรอดตาย, อัตราการแลกเนื้อ, การเจริญเติบโต, ประสิทธิภาพของโปรตีน
บทคัดย่อ: การศึกษาความต้องการโปรตีนของปลาเทโพวัยรุ่นด้วยอาหารทดลองที่มีโปรตีนต่างกัน 5 ระดับ คือ 15, 20, 25 30 และ 35 เปอร์เซ็นต์ มีพลังงานที่ย่อยได้ 280 กิโลแคลอรี่/อาหาร 100 กรัม ทดลองเลี้ยงปลาเทโพน้ำหนักเริ่มต้นเฉลี่ย 138.39+-2.16 กรัม ในถังไฟเบอร์กลาสขนาด 1,000 ลิตร ที่มีระดับน้ำ 70 เซนติเมตร ให้กินอาหารจนอิ่มวันละ 2 ครั้ง เปลี่ยนถ่ายน้ำปริมาณครึ่งถังทุกวัน ทดลองเลี้ยงเป็นเวลา 12 สัปดาห์ ผลการทดลองพบว่าปลาที่เลี้ยงด้วยอาหารที่มีโปรตีน 15 เปอร์เซ็นต์ มีการเจริญเติบโตในรูปของน้ำหนักสุดท้ายเฉลี่ย น้ำหนักเพิ่มเฉลี่ย และอัตราการเจริญเติบโตจำเพาะเฉลี่ยต่ำกว่าปลาที่เลี้ยงด้วยอาหารชุดอื่นๆ (p<0.05) ปลาที่เลี้ยงด้วยอาหารที่มีโปรตีน 20, 25, 30 และ 35 เปอร์เซ็นต์ มีการเจริญเติบโตไม่แตกต่างกัน (p>0.05) อัตราแลกเนื้อของปลาที่เลี้ยงด้วยอาหารที่มีโปรตีน 15 เปอร์เซ็นต์ มีค่าสูงสุด (p<0.05) ปลาที่เลี้ยงด้วยอาหารที่มีโปรตีน 35 เปอร์เซ็นต์ มีอัตราแลกเนื้อต่ำสุด (p<0.05) และปลาที่เลี้ยงด้วยอาหารที่มีโปรตีน 20, 25 และ 30 เปอร์เซ็นต์ มีอัตราแลกเนื้อไม่แตกต่างกัน (p>0.05) ประสิทธิภาพของโปรตีน (Y) ลดลงเมื่อระดับโปรตีนในอาหาร (X) เพิ่มขึ้น ตามสมการ Y = 4.277-0.0514X; r**(2) =0.921 อัตราการรอดและโปรตีนที่เพิ่มขึ้นในตัวปลาที่เลี้ยงด้วยอาหารทดลองทั้ง 5 สูตรไม่แตกต่างกัน (p>0.05) การทดลองนี้แสดงให้เห็นว่าปลาเทโพวัยรุ่นขนาดน้ำหนักระหว่าง 138-352 กรัม ต้องการอาหารที่มีโปรตีน 20 เปอร์เซ็นต์
หมายเลข: 006939 KC3704008
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน
 

ความหลากหลายทางพันธุกรรมของประชากรกุ้งแชบ๊วยจาก 3 แหล่ง ในประเทศไทย 2012/03/17

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006938&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: พนม กระจ่างพจน์ สอดศุข; ศรีรัตน์ สอดศุข
ชื่อเรื่อง: ความหลากหลายทางพันธุกรรมของประชากรกุ้งแชบ๊วยจาก 3 แหล่ง ในประเทศไทย
Article title: Genetic diversity of banana shrimp from three location in Thailand
ชื่อเอกสาร : การประชุมวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 37 สาขาประมง สาขาการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
Source title : Proceedings of the 37th Kasetsart university annual conference: Fisheries and Natural Resources and Environmental Economics
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2542
หน้า: หน้า 51-58
จำนวนหน้า: 465 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SH1 ก58 2542)
หมวดหลัก: L10-Animal genetics and breeding
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: PENAEUS MERGUIENSIS; GENETIC VARIATION; FAUNA; MARINE AREAS; THAILAND
ดรรชนี-ไทย: กุ้งแชบ๊วย, ความแตกต่างทางพันธุกรรม, ถิ่นอาศัย, ความหลากหลายทางพันธุกรรม, จ.สุราษฎร์ธานี, จ.ชลบุรี, จ.สตูล, อ่าวไทย, ทะเลอันดามัน
บทคัดย่อ: จากการศึกษาความหลากหลายทางพันธุกรรมของประชากรกุ้งแชบ๊วย (Penaeus merguiensis De Man) ในประเทศไทยจำนวน 3 แหล่ง (ชลบุรี สุราษฏร์ธานี และสตูล) โดยวิธี สตาร์ชเจลอิเล็คโตรโฟเรซิส พบว่า 26 โลไซ ที่ได้จากการตรวจสอบขาว่ายน้ำ กล้ามเนื้อ และตับของกุ้งนั้นมี 5 โลไซ ที่เป็นโพลีมอร์ฟิค (P0.95=0.192) ได้แก่ ALAT* GPI* IDHP* MPI* และ PGM-1* ค่าเฉลี่ยเฮตเทอโรไซโกซิตีจากโลไซทั้งหมดมีค่า He=0.066+-0.028 จากผลการตรวจสอบค่าความแตกต่างทางพันธุกรรมต่างๆ ได้แก่ การตรวจสอบค่าสัมประสิทธิ์ของความแตกต่างทางพันธุกรรมระหว่างประชากร (F-statistics) การตรวจสอบความแตกต่างของข้อมูลโลไซที่เป็นโพลีมอร์ฟิคในแต่ละคู่ประชากรและท่ามกลางประชากรทั้งหมด การประเมินค่าระยะห่างทางพันธุกรรม และการจัดทำโครงสร้างความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมระหว่างประชากรให้ผลไปในแนวเดียวกัน คือ ประชากรกุ้งแชบ๊วยจากทั้ง 3 บริเวณที่ทำการศึกษา มีความแตกต่างทางพันธุกรรมซึ่งกันและกัน และมีความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมแยกออกจากกันเป็นคนละกลุ่มประชากร อย่างไรก็ตาม ประชากรกุ้งแชบ๊วยจากจังหวัดชลบุรีและสุราษฏร์ธานีซึ่งอยู่ในเขตอ่าวไทยเหมือนกัน จะมีความเหมือนหรือความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันมากกว่าความสัมพันธ์กับประชากรจากจังหวัดสตูลซึ่งอยู่ในเขตทะเลอันดามัน ดังนั้น จึงสรุปได้ว่า ประชากรกุ้งแชบ๊วยในประเทศไทยมีความแตกต่างระหว่างประชากรของฝั่งทะเลอันดามันกับอ่าวไทย และระหว่างประชากรในเขตอ่าวไทยด้วยกันเอง
หมายเลข: 006938 KC3704007
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน
 

ผลของแอสทาแซนทินต่อการเติบโตและการรอดตายของกุ้งกุลาดำวัยอ่อน 2012/03/17

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006937&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: เปี่ยมศักดิ์ เมนะเศวต; สมเกียรติ ปิยะธีรธิติวรกุล; จินตนา ดาราฉาย
ชื่อเรื่อง: ผลของแอสทาแซนทินต่อการเติบโตและการรอดตายของกุ้งกุลาดำวัยอ่อน
Article title: Effect of astaxanthin on growth and survival of Penaeus monodon larvae
ชื่อเอกสาร : การประชุมวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 37 สาขาประมง สาขาการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
Source title : Proceedings of the 37th Kasetsart university annual conference: Fisheries and Natural Resources and Environmental Economics
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2542
หน้า: หน้า 36-41
จำนวนหน้า: 465 หน้า
ภาษา: อังกฤษ
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SH1 ก58 2542)
หมวดหลัก: M12-Aquaculture production
หมวดรอง: Q55-Feed additives
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: PENAEUS MONODON; XANTHOPHYLLS; FEED ADDITIVES; SURVIVAL; GROWTH; CHLOROPHYCEAE
ดรรชนี-ไทย: กุ้งกุลาดำ, แอสตาแซนทิน, สาหร่าย, HAEMATOCOCCUS PLUVIALIS, อาหารเสริมกุ้ง, การเจริญเติบโต, การผลิต, อัตราการรอดตาย
บทคัดย่อ: การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลของแอสทาแซนทินจากแหล่งธรรมชาติและแหล่งสังเคราะห์ ที่มีต่อการเจริญเติบโตและการรอดตายของกุ้งกุลาดำวัยอ่อน โดยการเลี้ยงกุ้งวัยอ่อนระยะต่างๆ ด้วยอาหาร 4 ชนิด คือ อาหารสังเคราะห์ที่เติมแอสทาแซนทินที่ผลิตจากสาหร่ายสีเขียวขนาดเล็ก Haematococcus pluvialis NIES144, อาหารสังเคราะห์ที่เติมแอสทาแซนทินสังเคราะห์ อาหารธรรมชาติและอาหารสังเคราะห์ไม่เติมแอสทาแซนทิน (กลุ่มควบคุม) พบว่า กุ้งกลุ่มที่เลี้ยงด้วยอาหารที่เติมแอสทาแซนทินจากสาหร่ายมีอัตรารอดตายสูงกว่าทุกกลุ่ม และยังมีอัตราการเจริญเติบโตเทียบเท่ากลุ่มที่เลี้ยงด้วยอาหารธรรมชาติ และดีกว่ากลุ่มที่เลี้ยงด้วยอาหารที่เติมแอสทาแซนทินสังเคราะห์และกลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05)
หมายเลข: 006937 KC3704005
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน
 

การศึกษาทรัพยากรประมงในอ่างเก็บน้ำ ปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 2012/03/17

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006936&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: วิชมัย โสมจันทร์; ไพรพรรณ เทียนทอง; เพียงใจ แก้วจรูญ; ธนาภรณ์ จิตตปาลพงศ์
ชื่อเรื่อง: การศึกษาทรัพยากรประมงในอ่างเก็บน้ำ ปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
Article title: Study on fisheries resource in Pran Buri reservoir Prachuap Khiri Khan province
ชื่อเอกสาร : การประชุมวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 37 สาขาประมง สาขาการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
Source title : Proceedings of the 37th Kasetsart university annual conference: Fisheries and Natural Resources and Environmental Economics
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2542
หน้า: หน้า 24-35
จำนวนหน้า: 465 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SH1 ก58 2542)
หมวดหลัก: M01-Fisheries and aquaculture – General aspects
หมวดรอง: M11-Fisheries production
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: FISHERY RESOURCES; WATER RESERVOIRS; FISHERY DATA; BIODIVERSITY; FISHES; PLANKTON; BENTHOS; THAILAND
ดรรชนี-ไทย: ทรัพยากรประมง, อ่างเก็บน้ำ, ชนิด, ผลผลิตสัตว์น้ำ, คุณภาพน้ำ, กำลังการผลิตทางประมง, ปลา, แพลงค์ตอน, สัตว์หน้าดิน, ความหลากหลายทางชีวภาพ, จ.ประจวบคีรีขันธ์, อ่างเก็บน้ำปราณบุรี
บทคัดย่อ: การศึกษาทรัพยากรประมงในอ่างเก็บน้ำปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ดำเนินการตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2539 ถึงเดือนมกราคม 2540 โดยมีผลการศึกษาดังนี้ ชนิดและปริมาณปลาโดยการใช้อวนล้อมและกระแสไฟฟ้า พบปลารวม 28 ชนิด 13 ครอบครัว มีกำลังการผลิตทางประมง (Standing crop) เฉลี่ย 54.63 กก./ไร่ และอัตราการจับปลาโดยกระแสไฟฟ้าเฉลี่ย 10.64 กก./ชั่วโมง พบแพลงค์ตอน รวม 87 ชนิด ปริมาณ 7.37 ล้านหน่วย/ลูกบาศก์เมตร สัตว์หน้าดินรวม 36 ชนิด จำนวน 888 ตัว/ตารางเมตร มีค่าดัชนีความหลากหลายของปลา แพลงค์ตอน และสัตว์หน้าดิน เท่ากับ 2.55, 1.77 และ 1.13 ตามลำดับ คุณสมบัติของน้ำในอ่างเก็บน้ำปราณบุรียังอยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยมีปริมาณออกซิเจนละลายน้ำ 6.4 มก./ลิตร คาร์บอนไดออกไซด์ 3.7 มก./ลิตร ความกระด้าง 129 มก./ลิตร ค่าความเป็นด่าง 83 มก./ลิตร ความโปร่งแสง 87 ซม. ค่าความนำกระแสไฟฟ้า (Conductivity) 333 ไมโครซีเมนต์/ซม. อุณหภูมิน้ำ 29 องศาเซลเซียส และความเป็นกรดเป็นด่าง 7.4 สภาวะการประมงในอ่างเก็บน้ำพบผู้รับซื้อปลา 15 ราย มีชาวประมง 288 ราย ได้ผลผลิตเฉลี่ย 913 กก./วัน หรือ 148.37 ตัน/ปี และมีปริมาณผลจับต่อพื้นที่น้ำเฉลี่ย 5 กก./ไร่ และมีความหนาแน่นของชาวประมง 6 ราย/พื้นที่น้ำ 1 ตารางกิโลเมตร
หมายเลข: 006936 KC3704004
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน
 

การศึกษาชนิดของปลากระเบนในทะเลสาบสงขลา 2012/03/17

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006935&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: ไพโรจน์ สิริมนตาภรณ์
ชื่อเรื่อง: การศึกษาชนิดของปลากระเบนในทะเลสาบสงขลา
Article title: Taxonomic study on the rays of Songkhla lake
ชื่อเอกสาร : การประชุมวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 37 สาขาประมง สาขาการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
Source title : Proceedings of the 37th Kasetsart university annual conference: Fisheries and Natural Resources and Environmental Economics
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2542
หน้า: หน้า 17-23
จำนวนหน้า: 465 หน้า
ภาษา: อังกฤษ
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SH1 ก58 2542)
หมวดหลัก: L60-Animal taxonomy and geography
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: RAYS (FISH); TAXONOMY; GEOGRAPHICAL DISTRIBUTION; LAKE; THAILAND
ดรรชนี-ไทย: ปลากระเบน, การจำแนกชนิด, การแพร่กระจาย, จ.ตรัง, จ.พัทลุง, จ.นครศรีธรรมราช, ทะเลสาบสงขลา
บทคัดย่อ: การสำรวจชนิดพันธุ์สัตว์น้ำในทะเลสาบสงขลาตั้งแต่ปี 2525 ถึง 2539 พบสัตว์น้ำจำนวนประมาณ 500 ชนิด โดยมีปลากะเบน 5 ชนิด รวมอยู่ด้วย ปลากะเบนไฟฟ้าหรือปลาเสียว (Temera hardwickii) และกะเบนทอง (Taeniura lymma) พบเฉพาะบริเวณชายฝั่งทะเลและบริเวณปากทะเลสาบสงขลา ปลากะเบนตุ๊กตาหรือกะบาง (Dasyatis imbricatus) อาศัยอยู่ตั้งแต่บริเวณชายฝั่งทะเล จนถึงทะเลสาบสงขลาตอนใน โดยพบชุกชุมบริเวณทะเลสาบสงขลาตอนนอก ส่วนปลากระเบนหางยาว (Himantura bleekeri) และกะเบนธง (Pastinachus sephen) พบในทะเลสาบสงขลาตอนใน
หมายเลข: 006935 KC3704003
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน
 

การจัดการฟาร์มเพาะและอนุบาลลูกกุ้งกุลาดำบริเวณจังหวัดตรัง 2012/03/17

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006934&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: ธงชัย นิติรัฐสุวรรณ
ชื่อเรื่อง: การจัดการฟาร์มเพาะและอนุบาลลูกกุ้งกุลาดำบริเวณจังหวัดตรัง
Article title: Black tiger prawn (Penaeus monodon) hatchery and nursery management in Trang province
ชื่อเอกสาร : การประชุมวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 37 สาขาประมง สาขาการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
Source title : Proceedings of the 37th Kasetsart university annual conference: Fisheries and Natural Resources and Environmental Economics
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2542
หน้า: หน้า 10-16
จำนวนหน้า: 465 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SH1 ก58 2542)
หมวดหลัก: E20-Organization, administration and management of agricultural enterprises or farms
หมวดรอง: M12-Aquaculture production
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: PENAEUS MONODON; AQUACULTURE; FARM MANAGEMENT; THAILAND
ดรรชนี-ไทย: กุ้งกุลาดำ, การจัดการฟาร์ม, การอนุบาลลูกกุ้ง, จ.ตรัง
บทคัดย่อ: การจัดการฟาร์มเพาะและอนุบาลลูกกุ้งกุลาดำบริเวณจังหวัดตรังดำเนินการโดยสัมภาษณ์ผู้ประกอบการทั้งหมดระหว่างเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน 2540 พบผู้ประกอบการ 35 ราย ผู้ประกอบการทำการเพาะนอเพลียสเองร้อยละ 68.9 อัตราการปล่อยนอเพลียส 135,914+-57,492 ตัวต่อตัน ใช้ Skelletonema sp. อนุบาลช่วงแรก มีการใช้ยาเพื่อป้องกันโรคแต่ไม่ถูกต้องตามวิชาการ ลูกกุ้งที่อนุบาลมีอัตรารอดร้อยละ 41.8+-13.3 ต้นทุนทั้งหมดของฟาร์มเพาะฯ 3,505 บาทต่อตันต่อรุ่น แยกเป็นต้นทุนคงที่ร้อยละ 17.3 และต้นทุนผันแปรร้อยละ 82.7 ของต้นทุนทั้งหมด ผลตอบแทน 6,640 บาทต่อตันต่อรุ่น กำไรสุทธิ 3,135 บาทต่อตันต่อรุ่น กำไรสุทธิมีความสัมพันธ์กับอัตรารอดของกุ้งกุลาดำอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.01) แบบแปรผันตรง โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ 0.54 สามารถเขียนเป็นสมการถดถอยเชิงเส้นตรงอย่างง่าย ดังนี้ กำไรสุทธิ = 602.16+(อัตรารอด X 65.82) ค่าสัมประสิทธิ์การตัดสินใจร้อยละ 32.81 การจัดการฟาร์มเพาะและอนุบาลลูกกุ้งกุลาดำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดต้องเน้นหนักไปใน 2 ประเด็น คือ เพิ่มอัตรารอด และลดต้นทุนบางส่วน
หมายเลข: 006934 KC3704002
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน
 

การศึกษาโครโมโซมของปลาบึกและปลาเทพาที่พบในประเทศไทย 2012/03/17

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006960&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: วิเชียร มากตุ่น; ธวัช ดอนสกุล
ชื่อเรื่อง: การศึกษาโครโมโซมของปลาบึกและปลาเทพาที่พบในประเทศไทย
Article title: Chromosome study of two species of Pangasiid catfishes, Pangasius gigas and P. sanitwongsei, from Thailand
ชื่อเอกสาร : การประชุมวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 37 สาขาประมง สาขาการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
Source title : Proceedings of the 37th Kasetsart university annual conference: Fisheries and Natural Resources and Environmental Economics
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2542
หน้า: หน้า 221-226
จำนวนหน้า: 465 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SH1 ก58 2542)
หมวดหลัก: L60-Animal taxonomy and geography
หมวดรอง: L10-Animal genetics and breeding
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: PANGASIUS; CHROMOSOMES; TAXONOMY; THAILAND
ดรรชนี-ไทย: ปลาบึก, ปลาเทพา, โครโมโซม, พันธุศาสตร์, อนุกรมวิธาน
บทคัดย่อ: ได้ศึกษาโครโมโซมของปลาบึกและปลาเทพาที่พบในประเทศไทย ผลการศึกษาพบว่าปลามีจำนวนโครโมโซมแบบติพลอยด์ 2n=60 คาริโอไทพ์ประกอบด้วยโครโมโซมแบบเมตาเซนตริก 16 คู่ แบบสับเมตาเซนตริก 4 คู่ แบบสับทีโลเซนตริก 6 คู่ และแบบอะโครเซนตริก 4 คู่ จำนวนแขนโครโมโซมเท่ากับ 100 ปลาเทพามีจำนวนโครโมโซมแบบติพลอยด์ 2n=60 คาริโอไทพ์ประกอบด้วยโครโมโซมแบบ เมตาเซนตริก 10 คู่ แบบสับเมตาเซนตริก 3 คู่ แบบสับทีโลเซนตริก 9 คู่ และแบบอะโครเซนตริก 8 คู่ จำนวนแขนโครโมโซมเท่ากับ 86 ข้อมูลด้านเซลล์พันธุศาสตร์ของปลาทั้งสองชนิดนี้เป็นข้อมูลใหม่ อาจมีประโยชน์ทางด้านเซลล์อนุกรมวิธาน และความสัมพันธ์ทางด้านวิวัฒนาการของปลา
หมายเลข: 006960 KC3704029
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน
 

การแช่แข็งน้ำเชื้อปลาตะเพียนขาว, Puntius gonionotus Blr: I. ประสิทธิภาพของสารช่วยในการแช่แข็งและการปฏิสนธิ 2012/03/17

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006653&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: ธิราภรณ์ ทุมโฆษิต; นเรศ ซ่วนยุก; ดวงรัตน์ มีแก้ว
ชื่อเรื่อง: การแช่แข็งน้ำเชื้อปลาตะเพียนขาว, Puntius gonionotus Blr: I. ประสิทธิภาพของสารช่วยในการแช่แข็งและการปฏิสนธิ
Article title: Cryopreservation of sperm in jawa carp, Puntius gonionotus bleeker: I. Variation in cryoprotectants and fertilizing diluents
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 36 บทคัดย่อ 3-5 กุมภาพันธ์ 2541
Source title : Proceedings of the 36th Kasetsart University Annual Conference: Abstracts
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2541
หน้า: หน้า 141
จำนวนหน้า: 297 หน้า
ภาษา: ไทยอังกฤษ
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF S293 ก589บ 2541)
หมวดหลัก: L10-Animal genetics and breeding
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: PUNTIUS; SEMEN; BIOLOGICAL PRESERVATION; FREEZING; EFFICIENCY; FERTILIZATION
ดรรชนี-ไทย: ปลาตะเพียนขาว, น้ำเชื้อ, สารช่วยในการแช่แข็ง, ประสิทธิภาพ, การปฏิสนธิ
บทคัดย่อ: เก็บรักษาน้ำเชื้อของปลาตะเพียนขาวด้วยวิธีการแช่แข็งในสารช่วยในการแช่แข็ง 3 สูตร ได้แก่ ซูโครส/โปแตสเซียมคลอไรด์ (205.1/21-ก/ล.) สารละลายริงเกอร์ และ กลูโคส/ไข่แดง (5.4/10-เปอร์เซ็นต์) โดยมี DMSO 10 เปอร์เซ็นต์ และเพนิซิลลิน 125 IU/มล. เป็นส่วนประกอบหลักในแต่ละสูตร ใช้สารช่วยในการแช่แข็ง 3 ส่วนสำหรับน้ำเชื้อ 1 ส่วน หลังจากการเก็บรักษาที่อุณหภูมิ -196 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 18 วัน อัตราการปฏิสนธิของไข่ด้วยน้ำเชื้อผสมซูโครส/โปแตสเซียมคลอไรด์มีค่าสูงที่สุดทั้งในสภาพที่มีน้ำและทีโอฟิลไลน น้ำเชื้อกลูโคส/ไข่แดงปฏิสนธิกับไข่ได้ต่ำที่สุด (P<0.01) การปฏิสนธิของไข่ปลาตะเพียนขาวเกิดในน้ำได้ดีกว่าในสารปฏิสนธิ-ทีโอฟิลไลน (P<0.01)
หมายเลข: 006653 KC3604046
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน
 

พิษเฉียบพลันของความเป็นกรด-ด่างจากน้ำพรุต่อปลากะพงขาว 3 ขนาด : 300, 430 และ 550 กรัม 2012/03/17

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006652&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: ฐานันดร์ ทัตตานนท์
ชื่อเรื่อง: พิษเฉียบพลันของความเป็นกรด-ด่างจากน้ำพรุต่อปลากะพงขาว 3 ขนาด : 300, 430 และ 550 กรัม
Article title: Acute toxicity of pH from water of swampy forest to 3 sizes of seabass (Lates clacarifer bloch) : 300, 430 and 550 grams
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 36 บทคัดย่อ 3-5 กุมภาพันธ์ 2541
Source title : Proceedings of the 36th Kasetsart University Annual Conference: Abstracts
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2541
หน้า: หน้า 140
จำนวนหน้า: 297 หน้า
ภาษา: ไทยอังกฤษ
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF S293 ก589บ 2541)
หมวดหลัก: L74-Miscellaneous animal disorders
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: LATES CALCARIFER; MANGROVE SWAMPS; WATER; PH; ACUTE TOXICITY; ANIMAL TISSUES
ดรรชนี-ไทย: ปลากะพงขาว, น้ำพรุ, ความเป็นกรด-ด่าง, พิษเฉียบพลัน, สภาพทางเนื้อเยื่อ
บทคัดย่อ: สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งจังหวัดนราธิวาสได้ศึกษาความเป็นพิษเฉียบพลันของความเป็นกรด-ด่าง (pH) ของน้ำกับปลากะพงขาว 3 ขนาด คือ ขนาด 300, 430 และ 550 กรัม โดยวิธี Short-term static bioassay การเตรียมน้ำให้มีระดับ pH ต่างๆ ทำโดยการใช้น้ำจากพื้นที่พรุผสมกับน้ำจืด โดยใช้สารละลาย H2SO4 และสารละลาย NaOH ช่วยในการปรับ pH ของน้ำให้ได้ตามที่ต้องการ และใช้ช่วยรักษาระดับ pH ในระหว่างการทดลอง ผลการทดลองพบว่า pH ของน้ำมีพิษต่อปลากะพงขาวขนาดเล็กมากกว่าปลากะพงขาวขนาดใหญ่ ค่ามัธยฐานความเป็นพิษของ pH จากน้ำพรุในเวลา 24 ชั่วโมงต่อปลาขนาด 300, 430 และ 550 กรัม มีค่าเท่ากับ 5.18 (5.10-5.28)ม 4.81 (4.71-4.91) และ 4.32 (4.09-4.54) ตามลำดับ การศึกษาทางสภาพทางเนื้อเยื่อ พบว่า น้ำที่มี pH ต่ำ มีผลทำลายเซลล์ที่บริเวณเหงือกปลามากกว่าเซลล์บริเวณอื่น การนำผลจากการทดลองนี้ไปใช้แนะนำเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ ในบริเวณที่ได้รับผลกระทบจากน้ำพรุสามารถแนะนำได้ว่า เกษตรกรไม่ควรปล่อยให้ปลาที่เลี้ยงในกระชังสัมผัสกับน้ำ pH ต่ำกว่า 5.67 จึงจะไม่เกิดความเสียหายต่อผลผลิตมากกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ ในเวลา 6 ชั่วโมงหลังจากการสัมผัส
หมายเลข: 006652 KC3604045
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน
 

การศึกษาความว่องไวของ Digestive enzyme ในระหว่างการพัฒนาของลูกปลากะรัง Epinephelus coioides 2012/03/17

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006651&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: พูนสิน พานิชสุข; สุนิตย์ โรจนพิทยากุล; วิชัย วัฒนกุล
ชื่อเรื่อง: การศึกษาความว่องไวของ Digestive enzyme ในระหว่างการพัฒนาของลูกปลากะรัง Epinephelus coioides
Article title: Digestive enzyme activities in grouper Epinephelus coioides from first feeding through larva development
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 36 บทคัดย่อ 3-5 กุมภาพันธ์ 2541
Source title : Proceedings of the 36th Kasetsart University Annual Conference: Abstracts
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2541
หน้า: หน้า 139
จำนวนหน้า: 297 หน้า
ภาษา: ไทยอังกฤษ
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF S293 ก589บ 2541)
หมวดหลัก: L51-Animal physiology – Nutrition
หมวดรอง: L52-Animal physiology – Growth and development
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: EPINEPHELUS; ENZYMES; LARVAE; DIGESTIVE SYSTEM; ENZYMIC ACTIVITY; GROWTH
ดรรชนี-ไทย: ปลากะรัง, เอนไซม์, ลูกปลา, ระบบย่อยอาหาร, ความว่องไวของเอนไซม์, การเจริญเติบโต
บทคัดย่อ: ศึกษาความว่องไวของเอนไซม์ในระบบย่อยอาหารระหว่างพัฒนาการของลูกปลากะรัง Epinephelus coioides อายุ 2 วัน ถึงอายุ 60 วัน โดยใช้โรติเฟอร์ อาร์ทีเมีย และเนื้อปลาบดเป็นอาหารผลการทดลองพบว่าเอนไซม์ pepsin สามารถวัดความว่องไวได้เมื่อลูกปลาอายุ 8 วัน ในขณะที่เอนไซม์ trypsin, chymotrypsin, carboxypeptidase A และ alpha amylase เมื่อลูกปลาเริ่มกินอาหารและความว่องไวของเอนไซม์ในระบบย่อยอาหารมีค่าความว่องไวจำเพาะเพิ่มขึ้นในระหว่าง ลูกปลาอายุ 2 วัน ถึง 22 วันพบว่าความว่องไวจำเพาะของเอนไซม์ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปตามการเจริญเติบโตและอายุลูกปลา แต่เมื่อลูกปลา มีอายุตั้งแต่ 22 วันขึ้นไปพบว่าความว่องไวจำเพาะของเอนไซม์เพิ่มขึ้นตามการเจริญเติบโต
หมายเลข: 006651 KC3604044
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน
 

ชนิดและความชุกชุมของสัตว์หน้าดินในเขตรักษาพืชพันธุ์สัตว์น้ำ ต.คูขุด อ.สทิงพระ จ.สงขลา 2012/03/17

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006650&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: ละออ ชูศรีรัตน์; สมบูรณ์ สุขอนันต์; ธเนศ ศรีถกล
ชื่อเรื่อง: ชนิดและความชุกชุมของสัตว์หน้าดินในเขตรักษาพืชพันธุ์สัตว์น้ำ ต.คูขุด อ.สทิงพระ จ.สงขลา
Article title: Species and abundance of benthos in Khu Kut preservative area, Songkhla Lake
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 36 บทคัดย่อ 3-5 กุมภาพันธ์ 2541
Source title : Proceedings of the 36th Kasetsart University Annual Conference: Abstracts
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2541
หน้า: หน้า 138
จำนวนหน้า: 297 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF S293 ก589บ 2541)
หมวดหลัก: M40-Aquatic ecology
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: BENTHOS; SPECIES; DENSITY; THAILAND
อรรถาภิธาน-ไทย: สัตว์ในทะเลลึก; ชนิด; ความหนาแน่น; ประเทศไทย
ดรรชนี-ไทย: สัตว์หน้าดิน, ชนิด, ความชุกชุม, เขตรักษาพืชพันธุ์สัตว์น้ำ, จ.สงขลา, อ.สทิงพระ, ต.คูขุด
บทคัดย่อ: ทำการศึกษาชนิดและความชุกชุมของสัตว์หน้าดินในเขตรักษาพืชพันธุ์ ต.คูขุด อ.สทิงพระ จ.สงขลา เพื่อประเมินการเปลี่ยนแปลงของแหล่งน้ำ โดยแบ่งพื้นที่ศึกษาออกเป็น 7 สถานี ครอบคลุมบริเวณที่ห่างออกไปจากเขตรักษาพืชพันธุ์ 50 เมตรด้วย เก็บตัวอย่างสัตว์หน้าดินและคุณภาพน้ำ ระหว่างมกราคมถึงธันวาคม 2539 เดือนละ 1 ครั้ง จากการศึกษาพบสัตว์หน้าดิน 4 ไฟลัม คือ Annelida (Polychaeta), Arthropoda (Crustacea), Mollusca และ Chordata ร้อยละ 3.18, 96.34, 0.41 และ 0.07 ตามลำดับ โดยไฟลัม Annelida พบ Family Neridae, Neptyidae, Spionidae, Capitellidae, Sabellidae และ Family Madalidae, ไฟลัม Mollusca มี Class Gastropoda และ Class Pelecypoda, ไฟลัม Arthropoda มี Order Tanaidacae, Isopoda, Gammaridae, Mysidacae และ Order Macrura สำหรับไฟลัม Chordata เป็นพวกลูกปลาวัยอ่อน ความหนาแน่นเฉลี่ยของสัตว์หน้าดินตลอดปี คือ 1,919.05 ตัวต่อตารางเมตร โดยมีค่าต่ำสุดในเดือนมกราคม คือ 782.86 ตัวต่อตารางเมตร และมีค่าสูงสุดในเดือนเมษายน คือ 4,224.29 ตัวต่อตารางเมตร คุณภาพของน้ำเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล และอยู่ในเกณฑ์ปกติ เมื่อเปรียบเทียบกับค่ามาตรฐาน ชนิดและความชุกชุมของสัตว์หน้าดินที่พบไม่แตกต่างไปจากที่เคยมีการศึกษาไว้เมื่อ 10 ปี ก่อน
หมายเลข: 006650 KC3604043
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน
 

การเลี้ยงปลากระบอกดำ (Liza subviridis) ในบ่อดินเพื่อเป็นพ่อ-แม่พันธุ์ 2012/03/17

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006649&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: มานพ เห็นดีน; วิลาสินี ดำชุม; พิษณุ นาอนันต์
ชื่อเรื่อง: การเลี้ยงปลากระบอกดำ (Liza subviridis) ในบ่อดินเพื่อเป็นพ่อ-แม่พันธุ์
Article title: Culturing of broodstock greenback grey mullet, Liza subviridis in earthen pond
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 36 บทคัดย่อ 3-5 กุมภาพันธ์ 2541
Source title : Proceedings of the 36th Kasetsart University Annual Conference: Abstracts
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2541
หน้า: หน้า 137
จำนวนหน้า: 297 หน้า
ภาษา: ไทยอังกฤษ
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF S293 ก589บ 2541)
หมวดหลัก: M12-Aquaculture production
หมวดรอง: L10-Animal genetics and breeding
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: LIZA; AQUACULTURE; PONDS; BREEDING STOCK; FEEDS; GROWTH; SURVIVAL; WATER QUALITY
ดรรชนี-ไทย: ปลากระบอกดำ, การเลี้ยง, บ่อดิน, พ่อแม่พันธุ์, อาหาร, การเจริญเติบโต, อัตราการรอดตาย, คุณภาพน้ำ
บทคัดย่อ: เลี้ยงปลากระบอกดำ (Liza subviridis) ขนาดน้ำหนักเฉลี่ย 0.16 กรัม เป็นพ่อแม่พันธุ์ในบ่อดินขนาด 800 ตารางเมตร ด้วยความหนาแน่น 7 ตัวต่อตารางเมตร อาหารที่ใช้เลี้ยงเป็นอาหารผสมเอง มีโปรตีนประมาณ 23 เปอร์เซ็นต์ ตรวจสอบการเจริญเติบโตทุกเดือนเป็นเวลา 11 เดือน ผลการทดลองพบว่าอัตรารอดตายของปลากระบอก เมื่อสิ้นสุดการทดลองเป็น 70.5 เปอร์เซ็นต์ ขนาดความยาวเฉลี่ย 18.0 ซม. น้ำหนักเฉลี่ย 78.7 กรัม อัตราส่วนเพศผู้:เมีย = 1:5.5 ปลาเพศผู้มีความยาวเฉลี่ยและน้ำหนัก 15.4 ซม. และ 45.3 กรัม ตามลำดับ เพศเมียมีความยาวเฉลี่ย และน้ำหนัก 18.4 ซม. และ 77.4 กรัม ตามลำดับ ในระหว่างการทดลองคุณสมบัติของน้ำในบ่อดิน มีความเป็นกรดด่างอยู่ระหว่าง 6.4-8.3 ความเค็ม 11-32 ppt ปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ำ 5.8-10.7 ppm พบปลาเพศเมียมีไข่ในระยะสะสมไข่แดง (vitellogenic oocyte) เมื่ออายุได้ 7 เดือน และพบปลาเพศผู้มีน้ำเชื้อเมื่อสิ้นสุดการทดลอง ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าปลากระบอกเป็นพ่อแม่พันธุ์ได้เมื่อเลี้ยงในบ่อดินเป็นเวลา 7-11 เดือน
หมายเลข: 006649 KC3604042
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน