ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

มีนาคม 8, 2010

แอแคนไทต์ ( Acanthite )

ผ่านทางกรมทรัพยากรธรณี – สงวน อนุรักษ์ ฟื้นฟูและบริหารจัดการ ด้านธรณีวิทยาและทรัพยากรธรณี.

แอนแคนไทต์ ( Acanthite )
ชื่อแร่
มาจากภาษากรีก หมายถึง Thorn ซึ่งแปลว่า หนาม เนื่องจากแร่แอแคนไทต์ (Acanthite) ผลึกมีลักษณะแหลมคล้ายหนาม จัดตัวเป็นกิ่งก้านหรือพาดถ่ายกันเป็นตาช่าย ประวัติเดิม นักวิชาแร่เรียกอาร์เจนไทต์ (Acanthite) ซึ่งมาจากภาษาละติน Argentum หมายถึง เงิน (Silver) แอแคนไทต์ ค่อนข้างจะมีรูปคงตัวมากกว่า ปัจจุบัน ใช้ชื่อ แอแคนไทต์ (Acanthite)

คุณสมบัติ ทางฟิสิกส์
รูปผลึกระบบโมโนคลินิกผลึกจัดตัวกันเป็นกิ่งก้านหรือเกาะก่ายกันแบบตาข่าย ส่วนใหญ่มีเนื้อสมานแน่นหรือเป็นตัวเคลือบ แข็ง 2 – 2.5 (มีดตัดได้ง่าย) ถ.พ. 7.3 จัดว่าหนัก ความวาวแบบโลหะ มีสีดำสีผงละเอียดสีดำมัน ผิวแร่สด ๆ จะแลดูกระจ่างตาแต่เมื่อทิ้งไว้จะเปลี่ยนเป็นสรดำด้าน

คุณสมบัติทางเคมี
สูตรเคมี Ag2S มี Ag 87.1% S 12.9%

ลักษณะเด่นและวิธีตรวจ
แอแคนไทต์ดูเด่นที่สีตัดเฉือนได้ง่าย มีน้ำหนักสูง หลอมตัวขั้นที่ 1.5 เผาบนแท่งถ่านจะได้กลิ่น SO2 และให้โลหะเงินเม็ดกลม ๆ

การเกิด
แอแคนไทต์ เป็นแร่เงินปฐมภูมิ พบในสายแร่ที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับเงินธรรมชาติ รูบีซิลเวอร์ ( ruby silvers : -Pyrargyrite Ag3 SbS3 and Proustite Ag3 AsS3 )กาลีนา และ
สฟา เลอไรต์ ฯลฯ แต่อาจเกิดเป็นแร่ทุติยภูมิ ก็ได้
แหล่ง
ในประเทศไทย พบที่บ้านป่าแดง อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์
ต่างประเทศ แอแคนไทต์ เป็นสินแร่สำคัญของเหมืองแร่เงินในประเทศเม็กซิโก เปรู ซิลี และโบลีเวีย ยุโรปพบในโบฮีเมีย เซโกสโลวะเกีย และนอร์เวย์สหรัฐอเมริกา พบในรัฐเนวาดา โคโรราโด และมอนทานา
ประโยชน์
เป็นสินแร่ที่สำคัญของโลหะ
แอนแคนไทต์ ( Acanthite )

อะเกต,โมรา ( Agate )

ผ่านทางกรมทรัพยากรธรณี – สงวน อนุรักษ์ ฟื้นฟูและบริหารจัดการ ด้านธรณีวิทยาและทรัพยากรธรณี.

ชื่อแร่
อะเกต,โมรา ( Agate ) หมายถึง คาลซิโดนิช ทีมี ลายเป็นชั้นๆมักโค้งเป็น ลอนคลื่นและในแต่ละชั้น คดโคังนั้นมีสีต่างๆ กัน ลักษณะของชั้น (band) ที่เกิดขึ้นนี้จะเห็นได้ว่ามี สีต่างกันหรือมีความโปร่ง แสงต่างกัน เนื้อค่อนข้าง พรุน

อะเกต,โมรา ( Agate ) อะเกต,โมรา ( Agate )

อะลาบาสเทอร์ ( Alabaster )

ผ่านทางกรมทรัพยากรธรณี – สงวน อนุรักษ์ ฟื้นฟูและบริหารจัดการ ด้านธรณีวิทยาและทรัพยากรธรณี.

ชื่อแร่
อะลาบาสเทอร์ (Alabaster)
คุณสมบัติ ทางเคมี
สูตรทางเคมี CaSO4.2 H2O ,uCaO 32.6% H2O 26.9% หลอมตัวขั้นที่ 3 ละลายในกรดเกลือเจือจาง
ลักษณะ เด่นและวิธีตรวจ
อลาบาสเทอร์ เป็นแร่ยิปซัม ชนิดที่มีเนื้อเป็นมวลเมล็ด อัดกันแน่น
การเกิด
เกิด จากการตกตะกอนของ น้ำทะเลระเหยตัวออกไปจึง สะสมตัวเป็นชั้นๆเหมือนเกลือ หิน อาจเกินจากการแปร สะภาพของแอนไฮไดรต์โดย การดูดน้ำ ได้พบในบริเวณ ที่มีภูเขาไฟ โดยเฉพาะตรง บริเวณที่มีหินปูนทำปฎิกริยา กับไอของกำมะถัน อาจพบ เกิดเป็นเพื่อนแร่ในสายแร่ ่โลหะ้
อะลาบาสเทอร์ ( Alabaster )
แหล่ง
ในประเทศไทย พบที่ จ.พิจิตร นครสววรค์ กาญจนบุรี นครศรีธรรมราช สุราษฎธานี และกระบี่
ประโยชน์
ประโยชน์สำคัญใช้ใน การทำปูนพลาสเตอร์ทำ Wallbord กระเบื้อง ทำ Portland cement ใช้ในการทำปุ๋ยพืช ยิปซัมชนิดซาทินสปาร์และอะลาบาสเทอร์ นำมาตัดหรือแกะสลักหรือขัดทำเป็นเครื่องประดับ แต่ไม่เป็นที่นิยมกันนักเพราะมีเนื้ออ่อน ใช้ทำชอล์กเขียนกระดานและแป้งนวล
อะลาบาสเทอร์ ( Alabaster )

แอมะซอนสโตน ( Amazonstone )

ผ่านทางกรมทรัพยากรธรณี – สงวน อนุรักษ์ ฟื้นฟูและบริหารจัดการ ด้านธรณีวิทยาและทรัพยากรธรณี.

แอมะซอนสโตน ( Amazonstone )

ชื่อแร่
ไมโครไคลน์ Microcline ชนิดสีเขียว Amazonstone มาจากภาษากรีก ไมโคร (micro) แปลว่าเล็ก และ (Incline) แปลว่า เอียง เนื่องจากแนวแตกเรียบซึ่ง เกือบจะตั่งฉากกัน คือ เอียงไปเล็กน้อย

คุณสมบัติ ทางฟิสิกส์
รูปผลึกระบบไทรคลินิก อาจ เกิดเป็นผลึกแฝดแนวแตก เรียบ 2แนวเกือบตั่งฉากกัน แข็ง 6 ถ.พ. 2.45-2.57 วาว คล้ายแก้ว สีขาว เหลืองอ่อน หรือสีแดง ไมโครไคลน์ ชนิดที่มีสีเขียว เรียกว่า แอมะซอนสโตน (Amazonstone) เนื้อผลึกมีลักษณะ โปร่งแสงถึงโปร่งใส

คุณสมบัติทางเคมี
คล้าย กับออร์โทเคลส สูตรเคมี KAISi3O8 โซเดียมอาจจะเข้าไปแทนที่ ี่โพแทสเซี่ยม

ลักษณะเด่นและวิธีตรวจ
แตก ต่างจากออร์โทเคลสตรงที่ระบบผลึกต่างกัน และมีผลึกแฝด ซึ่จะสังเกตได้ใน กล้องจุลทรรศน์เท่านั้น และดูจากสี ถ้าเฟลด์สปาร์มีสีเขียวเข้มหรือออกสีฟ้าก็เป็น ไมโครไคลน์เรียกแอมะซอนสโตน

การเกิด
เกิด ร่วมกับออร์โทเคลส
แหล่ง
ในประเทศ ไทย พบที่ จังหวัดราชบุรี และในแหล่งเพกมาไทต์ทั่วไป
ประโยชน์
เช่น เดียวกับออร์โทเคลส สำหรับแอมะซอนสโตนนำไปขัดทำหินประดับ ชนิดดีๆ คือเนื้อสีเขียวสวย นิยมนำมาเจียรในเป็นรัตนชาติ
แอมะซอนสโตน ( Amazonstone )

แอเมทิสต์ ( Amethyst )

ผ่านทางกรมทรัพยากรธรณี – สงวน อนุรักษ์ ฟื้นฟูและบริหารจัดการ ด้านธรณีวิทยาและทรัพยากรธรณี.

ชื่อแร่
แอเม ทิสต์ควอรตซ์สีม่วง Amethyst
คุณสมบัติทางฟิสิกส
เป็นควอรตซ์ที่มีสีอยู่ในช่วง สีม่วงครามถึงสีม่วงแดง คล้ายเม็ดมะปรางและอาจจะ จางกว่านี้ก็ได้ ที่มีสีม่วง เพราะเหล็กเป็นมลทิน สีจะ จางหายไปเมื่อเผาให้ร้อน บางก้อนเมื่อเผาจะกลายเป็น สีเหลือง สีเหลืองอมแดงจัด หรือเขียวอ่อนก็มี
แอเมทิสต์ ( Amethyst )

แอนไฮไดไรต์ ( Anhydrite )

ผ่านทางกรมทรัพยากรธรณี – สงวน อนุรักษ์ ฟื้นฟูและบริหารจัดการ ด้านธรณีวิทยาและทรัพยากรธรณี.

ชื่อแร่
มา จากภาษากรีก หมายถึง Without water หรือ ไม่มีน้ำ ซึ่งแตกต่างกับ แคลเซี่ยมซัลเฟตชนิดอื่น เช่น ยิปซัม มีน้ำรวมอยู่ด้วย
คุณสมบัติ ทางฟิสิกส์
รูปผลึกระบบออร์โทรอมบิกแบบที่เกิดเป็นผลึก มีพบน้อยมาก มักจะพบเกิดเป็นชั้น หนาๆมีเนื้อแน่น มีลักษณะเป็นเสียนหรือเป็นมวลเมล็ด มีแนวแตกเรียบ 3 แนว แตกแล้วมีลักษณะคล้ายกล่องสี่เหลี่ยมผืนผ้า แข็ง 3-3.5 ถ.พ. 2.89-2.98 วาว คล้ายแก้วหรือมุกที่พื้นผิวแนวแตกเรียบ ไม่มีสีหรือสีออกน้ำเงินม่วง อาจมีสีขาว อมชมพู น้ำตาล หรือแดง
คุณสมบัติ ทางเคมี
สูตรเคมี CaSO คมี CaO 41.2% SO3 58.8%

ลักษณะ เด่นและวิธีการตรวจ
สังเกตแนวแตกเรียบมีสามหน้าตั่งฉาก ซึ่งกันและกัน ต่างกับแคลไซต์ตรงที่ ี่แอนไฮไดรต์หนักกว่า และไม่ฟู่กรด ต่างกับยิปซัมตรงที่ยิปซัมอ่อนกว่า ถ้าหาก บางตัวมีเนื้อแน่นสังเกตอะไรไม่ได้ ต้องทำการทดสอบทางเคมี ดูอนุมูลซัลเฟต

แอนไฮไดไรต์ ( Anhydrite )

การเกิด
มีลักษณะการกำเนิดคล้ายคลึงกับยิปซัม แลเกิดร่วมกับยิปซัม พบเป็นชั้นแทรก อยู่ชั้นเกลือในหินที่ปกคลุมโดมหินเกลือ (Salt domes) และในหินปูนบางครั้ง อาจพบในรูพรุนของหินบะซอลต์

แหล่งแร่ Andalusite

ในประเทศไทย พบเกิดร่วมกับยิปซัมที่ตะพานหิน จ.พิจิตร และท่แม่สอด จ.ตาก และเกิดแทรก ในชั้นหินน้ำมันที่ จ.กระบี่ ในแหล่งยิปซัม จ.นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี
ประโยชน์
ใช้ ทำกรดกำมะถัน ใช้ในการทำซีเมนต์ ใช้แกะสลักทำรูปต่างๆ ทำแอมโมเนียม ซัลเฟต และพลาสเตอร์

แอนทิโมนี,พลวง ( Antimony )

ผ่านทางกรมทรัพยากรธรณี – สงวน อนุรักษ์ ฟื้นฟูและบริหารจัดการ ด้านธรณีวิทยาและทรัพยากรธรณี.

แอนทิโมนี,พลวง ( Antimony ) แอนทิโมนี,พลวง ( Antimony )
ชื่อแร่
พลวง (Antimony)

คุณสมบัติทาง ฟิสิกส์
รูปผลึกระบบออร์โทรรอมบิก เป็นแท่งเล็กเรียวคล้ายเข็ม หรือแผ่นแบบใบมีดว้อนกัน เป็นกลุ่มหรือเป็นเม็ดเกาะกัน เป็นก้อนสีเทาตะกั่วปนน้ำ เงินนิดๆวาวแบบโลหะตรงผิว ทีบริสุทธิ์จึงเรียก พลวงเงิน สีผง ละเอียดสีเทาตะกั่ว ถ.พ.4.5 แข็ง2 แนวแตกเรียบแนว ้เดียวชัดเจน จะเห็นร่องขนาด ถี่ๆ เป็นเส้นขวางๆ ของส่วน ยาวของแท่งผลึกแร่

คุณสมบัติทางเคมี
สูตร เคมี Sb2S3มีSb 71.4% หลอมง่ายขั้นที่1 ได้กลิ่น SO2และมีคราบสีขาวจับ ที่แท่งถ่านสลายได้ง่ายด้วย กรดดินประสิวมักจะผุสลาย ได้ง่ายสังเกตที่ ผิว จะเห็นลักษณะการผุเปลี่ยนสีไปเป็สีเหลืองซีดๆ เป็นสติบิโคไนต์(Stibiconite) หรือที่เรียกกันว่า พลวงทอง

ลักษณะเด่นและวิธีตรวจ
ผลึก แร่ยาวเรียวแบนคล้ายใบมีดซ้อนเหลื่อมกัน หรือเป็นรูปเข็มเกาะรวมกันอย ู่ปลายหนึ่งส่งอีกปลายออกไปเป็นรูปรัศมี ตรวจดูสีผง ลองเผาดูด้วยไม้ขีดไฟก็ได้ จะหลอมได้ง่ายได้กลิ่นกำมะถันใส่กรดเกลือจะละลายได้กลิ่นไข่เน่า ถ้าเทสาร ละลายลงในน้ำเปล่าจะให้ตะกอนขาวขุ่น จะข่อยๆเปลี่ยนเป็นสีสม และเป็นสีแสดในที่สุด

การเกิด
เกิด แบบสายแร่ร่วมกันกับไพไรต์ สฟาเลอไรต์ กาลีนา ซินนาบาร์ และรีอัลการ์ มักมีควอรตซ์ แบไรต์ฟลูออไรต์ และแคลไซต์ เป็นเพื่อนแร่กันอยู่

แหล่ง
ในประเทศ ไทยพบที่ จ.แพร่ ลำพูล ลำปาง แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ตาก สุโขทัย อุดรธานี อุตรดิตถ์ เลย สระบุรี ชลบุรี ระยอง ราชบุรี กาญจนบุรี ชุมพร สุราษฎ์ธานี นครศรีธรรมราช สตูล สงขลา และกระบี่ ต่างประเทศ แหล่งที่สำคัญพบที่ประเทศจีน ฮังการี ญี่ปุ่น อังกฤษ เยอรมัน ผรั่งเศล โปรตุเกส โปลิเวียและสหพันธรัฐรัสเซีย

ประโยชน์
เป็นสินแร่ พลวงที่สำคัญ ถลุงเอาโลหะพลวงมาผสมกับตะกั่วทำตัวพิมพ์หนังสือ ทองเหลืองหล่อตุ๊กตาโลหะ ทำสีทาบ้าน บรรจุในกระสุนกระทบแตก ใช้ ้ประกอบสารทำหัวไม้ขีดไฟ ทำตะกั่วแบตเตอรี่ หุ้มสายโทรศัพท์ สาย ไฟขนาดใหญ่ๆทำหลอดบีบจารบี หมึกพิมพ์โรเนียว พลาสติดเหลวต่างๆ ทำควันสัญญาณให้สีต่างๆของแก้ว ใช้ในการรมยาง ทำ bearing สำหรับป้องกันการเสียดสีในเครื่องจักรกล ทางด้านการแพทย์ เกลือของพลวงใช้ในการทำยาต่างๆเพื่อป้องกันเชื้อโรค

อะพาไทต์ (Apatite)

ผ่านทางกรมทรัพยากรธรณี – สงวน อนุรักษ์ ฟื้นฟูและบริหารจัดการ ด้านธรณีวิทยาและทรัพยากรธรณี.

อะพาไทต์ (Apatite) อะพาไทต์ (Apatite)
ชื่อแร่
มาจากภาษากรีก Apate ซึ่งหมายถึง “Deceit” คือ ลวงตา ทั้งนี้ เพราะแร่นี้มีลักษณะเหมือนรัตนชาติหลายชนิด ทำให้เข้าใจผิดบ่อยๆ ดูเหมือนหลอกลวง
อะพาไทต์ (Apatite) คุณสมบัติทางฟิสิกส์
รูปผลึกระบบเฮกซะโกนาล 6 เหลี่ยม ผลึกเป็นแท่งสั้นๆ หรือมีลักษณะแบนแต่หนาสักหน่อย ปกติหัวท้ายเป็นรูปปิรามิด แต่มักมีปลายตัดนอกจากนี้ อาจมีลักษณะเป็นมวลเมล็ดเนื้อสมานแน่น มีสีเขียวหรือน้ำตาลแก่อ่อนต่างๆกัน หรือมีสีน้ำเงินม่วงและไม่มีสีโปร่งใสถึงโปร่งแสง เนื้อเปราะรอยแตกมักไม่เรียบ หรือ เว้าโค้งน้อยๆ วาวคล้ายแก้วหรือกึ่งขี้ผึ้ง แข็ง 5 เป็น แร่หนึ่งในสเกลความแข็งของโมส์ ใช้มีดพับขูดจะเป็นรอย
คุณสมบัติทางเคมี
สูตรเคมี Ca5 (F,CI,OH) (PO4)3 ส่วนมากพบ Ca5 F (PO4) fluor-apatite Ca5 CI (PO4)3
hydroxyl-apatite หลอมตัวอยากที่ 5-5.5 ละลายได้ในกรด จะให้ตะกอนสีเหลืองของแอมโมเนียมฟอสโฟโมลิบเดตเมื่อใส่กรดไนตริกเจือจางลงไป สารละลายแอมโนเนียมโมลิบเดตนี้ สลายในกรดเกลืออย่างช้าๆ ผิวแร่จะเปลี่ยนเป็นสีขาวและรูพรุนจะหายไป

ลักษณะเด่นและวิธีตรวจ
รูปผลึกเด่นชัด ต่างกับเบริลตรงที่มีปิรามิดหัวท้าย ทดสอบดูคุณสมบัติทางเคมีเห็นได้ชัด การตรวจฟอสเฟตนั้นทำโดยบดแร่ที่สงสัยหรือไม่บดก็ได้ ละลายด้วยกรดดินประสิวแล้วจึงใส่แอมโมเนียมโมลิบเดต ถ้ามีฟอสเฟตในแร่ จะได้ตะกอนสีเหลืองของแอมโมเนียมฟอสโฟโมลิบเดต
การเกิดอะพาไทต์เกิดแทรก เป็นแร่ไม่สำคัญของหินต่างๆ ทั้งหินอัคนี หินชั้น และหินแปร เกิดในหินเพกมาไทต์และสายแร่อุณหภูมิต่างๆกัน บางโอกาสได้พบแหล่งใหญ่ๆ หรือเป็นสายแร่ร่วมกับหินชนิดเบสิก
อะพาไทต์แบบที่มีผลึกละเอียดเนื่อสมานแน่น เรียกคอลโลเฟน (Collophane) เป็นส่วนประกอบสำคัญของหินฟอสเฟตและกระดูกที่เป็นซากดึกดำบรรพ์ เพราะจากการศึกษาโดยเอกซเรย์ พบว่า คอลโลเฟนเป็นเพียงแบบหนึ่งของอะพาไทต์เท่านั้น มีลักษณะเป็นก้อนแข็งกลมๆ หรือมนๆ มักไม่บริสุทธิ์และแคลเซียมคาร์บอเนต

แหล่ง
ในประเทศไทย พบได้ทั่วไป ในแหล่งแร่ดีบุกโดยเฉพาะที่เกิดจากสายเพกมาไทต์
ต่าง ประเทศ พบในประเทศนอร์เวย์ สวีเดน สเปน สวิตเซอร์แลนด์ แหล่งผลิตที่ใหญ่ของโลกอยู่ที่ Kola Peninsula ใกล้เมือง Kirovsk ในสหพันธรัฐรัสเซีย แหล่งฟอสฟอไรต์ที่สำคัญทางการค้า พบในประเทศฝรั่งเศษ เบลเยี่อม สเปน โดยเฉพาะในตูนิเซีย แอลจีเรีย โมร็อกโก และ สหรัฐอเมริกา

ประโยชน์
อะพาไทต์ใช้ประโยชน์ในการทำปุ๋ยอย่างกว้างขวาง ชนิดผลึกโปร่งใส สีสวยงามใช้เป็นรัตนชาติ แม้จะอ่อนไปหน่อยแต่ก็นิยมใช้กันไม่น้อย

อะพาไทต์ (Apatite)

อาร์เซโนไพไรต์ ( Arsenopyrite)

ผ่านทางกรมทรัพยากรธรณี – สงวน อนุรักษ์ ฟื้นฟูและบริหารจัดการ ด้านธรณีวิทยาและทรัพยากรธรณี.

อาร์เซโนไพไรต์ ( Arsenopyrite) อาร์เซโนไพไรต์ ( Arsenopyrite)
ชื่อแร่
ได้จากการต่อคำ 2 คำ คือ arsenical กับ pyrite

คุณสมบัติทางฟิกสิกส์
รูปผลึกระบบดมโนคลินิกอาจเกิดเป็นผลึกแฝด (twin) ทำให้ผลึกเป็นรูปออร์โทรอมบิก โดยปกติมีลักษณะเนื้อสมานแน่น แผ่เป็นรูปรัศมี รูปมวลเมล็ดและรูปไต สีขาววาวคล้ายเงินปนทองเหลืองนิด ๆ วาวโลหะ สีผงละเอียดสีดำ หนักมาก ถ.พ. 5.9 – 6.2 แข็ง 5.5 – 6 เนื้อเปราะร่วน รอยแตกขรุขระ

คุณสมบัติทางเคมี
สูตรเคมี FeAsS มี โ 34% As 46% ปกติมักมี Co ปนอยู่ด้วยและเรียก Cobaltian ถ้ามี Bi ปน เรียก Bismuthian แต่หายาก ผุสลายใน กรดดินประสิวให้ตะกอนกำมะถันซึ่งไม่ละลาย

ลักษณะเด่นและวิธีตรวจ
สีขาวออกเงิน รูปผลึกชัดคล้ายลิ่ม หลังคล้ายหลังคาทั้งสองด้านและมักพบร่องขนานถี่ ๆ เสมอ ๆ มีรอยขีดขนานบนหน้าผลึก หลอมตัวขั้นที่ 2 ได้ดลหะกลม แม่เหล็กดูดติด เผาไฟคน ๆ ดูจะเห็นควันขาวลอยขึ้นมีกลิ่นคล้ายกระเทียม อย่าดมมากอาจมีอันตรายถึงตายได้

การเกิด
เป็นแร่สำคัญที่มีอาร์เซนิกมาก มัเกิดร่วมอยู่ในแหล่งดีบุกและทังสเตนแบบแหล่งสายแร่อุณหภูมิสูงแยกออกได้ ยาก อาจเกิดในแหล่งแปรสัมผัส ในสายแร่ที่สะสมจากน้ำร้อน จะมีแร่อื่นเช่นทอง เงิน ทองแดง กาลีนา สฟาเลอไรต์ ไพไรต์ เกิดอยู่ด้วย

แหล่ง
ในประเทศไทย พบที่ จ.ลำปาง เพชรบูรณ์ นครศรีธรรมราช ยะลา กาญจนบุรี และสงขลา
ต่างประเทศ พบแหล่งใหญ่ที่แคลิฟอร์เนีย ที่เป็นผลึกใหญ่พบที่ประเทศเม็กซิโก นอกนี้พบที่โบลิเวีย นอร์เวย์ อังกฤกษ และอิตาลี

ประโยชน์
เป็นแร่สำคัญที่ให้อาร์เซนิก ใช้ทำยาฆ่าแมลงและฆ่าสัตว์อื่น ๆ และผสมยาบางอย่างทำ Paris Green

แอสเบสทอส,แร่ใยหิน ( Asbestos )

ผ่านทางกรมทรัพยากรธรณี – สงวน อนุรักษ์ ฟื้นฟูและบริหารจัดการ ด้านธรณีวิทยาและทรัพยากรธรณี.

แอสเบสทอส,แร่ใยหิน ( Asbestos )

ออทูไนต์ ( Autunite )

ผ่านทางกรมทรัพยากรธรณี – สงวน อนุรักษ์ ฟื้นฟูและบริหารจัดการ ด้านธรณีวิทยาและทรัพยากรธรณี.

ออทูไนต์ ( Autunite ) ขื่อแร่
มาจากชื่อเมืองออทูน (Autun) ประเทศฝรั่งเศส

คุณสมบัติทางฟิสิกส์
รูปผลึกระบบเททราโกนาลแข็ง 2-2.5 ถ.พ. 3.1-3.2 วาวแบบแก้ว สีเหลืองมะนาว หรือ สีเขียวอ่อน สีผงละเอียดสีเหลือง เรืองแสงสีเขียวอมเหลืองภายใต้แสงอัลตราไวโอเลต

คุณสมบัติทางเคมี
สูตรเคมี Ca (UO2)2 (PO4)2 10-12 H2O แร่ที่มีลักษณะคล้ายแร่นี้คือทอร์เบอร์ไนต์ (Torbernite) มีสูตรเคมีว่า Ca (UO2)2 (PO4)2 8-12 H2O มีคุณสมบัติทางแร่ ทางกายภาพ และทางเคมีเหมือนกัน สีเขียวแต่ไม่เรืองแสง

ลักษณะเด่นและวิธีตรวจ
ผลึกมีลักษณะเป็นแผ่นๆ หรือเป็นชั้น (tetragonal plate) สีเขียวอมเหลืองและเรืองแสง หลอมละลายขั้นที่ 2-3 ละลายในกรดต่างๆ

การเกิด
เป็นแร่ทุติยภูมิ พบในเขตออกซิเดชั่นและเขตที่มีการผุพัง ได้จากการเปลี่ยนแปลงของแร่ยูเรนิไนต์หรือแร่ยูเรเนียมอื่นๆ

แหล่ง
ในประเทศไทย พบที่ จ.เชียงใหม่
ต่างประเทศ แหล่งที่สำคัญพบอยู่ใกล้เมืองออทูน ประเทศฝรั่งเศษ แหล่งอื่นๆ พบในประเทศเยอรมนี อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา

ประโยชน์
เป็นสินแร่ยูเรเนียม

ออทูไนต์ ( Autunite ) ออทูไนต์ ( Autunite )

แบไรต์ ( Barite )

ผ่านทางกรมทรัพยากรธรณี – สงวน อนุรักษ์ ฟื้นฟูและบริหารจัดการ ด้านธรณีวิทยาและทรัพยากรธรณี.

แบไรต์ ( Barite ) ขื่อแร่
มาจาก ภาษากรีก ซึ่งแปลว่า “heavy” หรือ “หนัก” เนื่องจากเป็นแร่ที่มีค่า ความถ่วงจำเพาะสูง

คุณสมบัติทางฟิสิกส์
รูป ผลึกระบบโทรอมบิก ผลึกมักจะเป็นแผ่นหนา ยาวขนานไปกับฐานของ ผลึกหรือรูปแท่งเหลี่ยม ๆ หรือพบเป็นผลึกเกิดรวมเป็นกลุ่มเหมือนดอก กุหลาบ เรียก “Crested Barite”หรือ “Barite roses” อาจพบเป็นแผ่น บางซ้อนกันค่อนข้างหนา (Coarsely Laminated) หรือเป็นมวลเมล็ด หรือแบบเนื้อด้านเหมือนดิน มีแนวแตกเรียบเด่นสมบูรณ์ แข็ง 3-3.5 ถ.พ. 4.5 (จัดเป็นแร่อโลหะที่หนักผิดปกติแร่หนึ่ง) วาวคล้ายแก้วหรือ วาวคล้ายมุก อาจไม่มีสี สีขาว หรือมีสีออกน้ำเงิน เหลือง แดงอ่อน ๆ เนื้อ แร่โปร่งใสจนกระทั่งโปร่งแสง

คุณสมบัติทางเคมี
สูตร เคมี BaSO4) มี BaO 65.7% SO3 34.3% อาจมีธาตุทรอนเชียมหรือ ตะกั่วเข้าแทนที่แบเรียมได้

ลักษณะเด่นและวิธีตรวจ
สังเกต เป็นแร่ที่หนักตึงมือรู้สึกได้ทันที ดูลักษณะรูป ผลึกเป็นแผ่นหนาและมีแนวแตกเรียบเด่นชัด มีดขีดเข้า

การเกิด
มักจะ พบเกิดเป็นกากแร่ในสายแร่โลหะ โดยเฉพาะมักจะเกิดร่วมกับเงิน ตะกั่ว สังกะสี ทองแดง โคบอลต์ แมงกานีส และแอนทิโมนี บางครั้งอาจพบเกิดเป็น สายแร่ตัดผ่านหินปูนมีแคลไซต์ปะปน หรือพบเกิดเป็นก้อนแร่ตกค้าง (Residual masses) ในดินเหนียวที่ซ้อนอยู่บนหินปูน หรือเป็นวัตถุประสาน ในหินทราย

แหล่ง
ในประเทศ ไทย พบที่ จ.ชลบุรี กาญจนบุรี เพชรบุรี นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ตรัง กระบี่ เชียงใหม่ ลำพูน แม่ฮ่องสอน แพร่ ตาก อุตรดิตถ์ ลำปาง พิจิตร เพชรบูรณ์ เลย และอุดรธานี

ประโยชน์
มากกว่า 80% นำมาทำโคลนผง (Drilling mud) ซึ่งใช้ในการเจาะสำรวจน้ำมัน หรือน้ำบาดาล ใช้ในอุตสาหกรรมทำแม่สีและเนื้อสี อุตสาหกรรมทำแก้ว ทำยาง ผ้าน้ำมัน กระดาษน้ำมัน พรมน้ำมันและพลาสติก ใช้บดน้ำยาสำหรับรับประทาน ก่อนที่จะทำการฉายเอกซเรย์เกี่ยวกับการตรวจกระเพาะ ลำไส้ ใช้ทำ filler ใน อุตสาหกรรมต่าง ๆ ใช้ในอุตสาหกรรมฟอกหนัง ทำแป้งผัดหน้า

บอกไซต์ ( Bauxite )

ผ่านทางกรมทรัพยากรธรณี – สงวน อนุรักษ์ ฟื้นฟูและบริหารจัดการ ด้านธรณีวิทยาและทรัพยากรธรณี.

ชื่อแร่
มาจาก แหล่งกำเนิดที่เมืองบอกซ์ Baux ประเทศฝรั่งเศส

คุณสมบัติทางฟิสิกส์

เป็น สารผสม มีลักษณะเป็นเม็ดกลมๆ ขนาดเม็ดถั่วเขียว หรืออาจถึงขนาด ผลส้ม เนื้อสมานแน่นหรือเหมือนดิน แข็ง ถ.พ. 2-2.55 เนื้อด้านหรือแบบ ดิน สีขาว เทา เหลือง แดง ปกติสีคล้ายสนิมเหล็กชนิดโปร่งแสงไม่ค่อยพบ

คุณสมบัติทางเคมี
เป็น สารผสมของไฮดรัสอะลูมินัมออกไซด์ ในสัดส่วนต่างๆกัน บอกไซต์ ไม่ใช่แร่และควรจะใช้เป็นชื่อหินมากกว่า โดยมีส่วนประกอบเป็นกิกบ์ไซต์ (Gibbsite) เบอห์ไมต์ (Boehmite) และ ไดแอสพอร์ (Diaspore) ตัวหนึ่งตัวใดอาจจะเด่นหรือเป็นส่วนใหญ่ก็ได้

ลักษณะเด่นและวิธีตรวจ
ดู ลักษณะที่เป็นเมล็ดกลมๆ ไม่หลอมละลายและไม่ละะลายน้ำ ลักษณะที่เด่น ก็คือเหมือนดินหรือหินที่เรียกกันว่า ศิลาแลง

การเกิด
มีกำเนิดแบบ supergene ในลักษณะภูมิอากาศกึ่งเขตร้อนถึงเขตร้อน โดยมีการผุสลายและซึมชะซิลิกาจากหินที่มีอลูมิเนียมหรือพวกแอลคาไล เช่น Na, K, Mg, Ca ประกอบอยู่ออกไป นอกจากนี้ยังอาจมาจากการ ผุสลายของดินที่มีหินปูน เกิดในลักษณะตกตะกอนเป็นเม็ดๆ อาจเกิดใน ที่โดยมาจากหินต้นกำเนิดโดยตรงหรือถูกพัดพามาสะสมในชั้นหินตะกอน ในแหล่งเขตร้อนจะเป็นศิลาแลง Laterites ซึ่งประกอบด้วยไฮดรัสอะลูมิเนียม และเหล็กออกไซด์ ทั้งนี้โดยมีส่วนประกอบผันแปรต่างๆ กันแต่ละแห่ง แต่หลายแหล่งที่เข้าใจว่าเป็นศิลาแลงอาจเป็นต้นกำเนิดของแร่อะลูมิเนียม หรือแร่เหล็กที่สำคัญ

บอกไซต์ ( Bauxite )

แหล่ง

ในประเทศไทย ยังไม่พบ

ประโยชน์
เป็นสินแร่ อะลูมิเนียม 85% ของบอกไซต์ใช้เป็นสินแร่อะลูมิเนียม อะลูมิเนียมมีความหนาแน่นต่ำและความแข็งสูง จึงใช้ประโยชน์ได้หลาย อย่างในลักษณะเป็นแผ่น ท่อ ใช้ในรถยนต์ เรือบิน และรถไฟในส่วนที่ ต้องการน้ำหนักเบา เครื่องใช้ในครัวเรือน ที่ใส่อาหาร อะลูมิเนียมกำลัง จะมาแทนทองแดงในงานส่งกระแสไฟฟ้า อะลูมิเนียมผสมโลหะอื่นๆ ได้ดี เช่น ทองแดง แมกนีเซียม สังกะสี นิกเกิล ซิลิคอน เงิน และดีบุก และยังใช้ในการทำสีอะลูมินัมฟอยด์ ฯลฯ ผงอะลูมินา AI2O3 ซึ่งได้จากแร่นี้ ใช้ขัดมันได้ดีและใช้กันมาก เพราะมี ความแข็งถึง 9 และดินที่อะลูมินาสูง (high alumina clay) จะทำให้ดิน นั้นทนไฟได้สูงขึ้น

เบนทอไนต์ ( Bentonite )

ผ่านทางกรมทรัพยากรธรณี – สงวน อนุรักษ์ ฟื้นฟูและบริหารจัดการ ด้านธรณีวิทยาและทรัพยากรธรณี.

ชื่อ แร่
ได้จากชื่อสถานที่ Montmorillone ในประเทศฝรั่งเศส


เบนทอไนต์ ( Bentonite )
คุณสมบัติ ทางฟิสิกส์
รูปผลึกระบบโมโนคลินิก ปกติลักษณะเนื้อเหมือนดินหรือเป็นฝุ่น หรือเป็น เม็ดเล็กๆ ละเอียดคล้ายดิน มีสีขาวเทาออกเหลือง เขียว ชมพู และ สีฟ้า ความวาวแบบดิน ความแข็ง 1-2 จัดว่าอ่อนมาก ถ.พ. 2-3 น้ำหนักเบา ทึบแสงเพราะอนุภาคเล็กมาก

คุณสมบัติ ทางเคมี
สูตรเคมี (Na, Ca)x (Al, Mg)2Si4O10 (OH)2.4H2O สามารถดูดโมเลกุล ของน้ำเข้าไปในโครงสร้างทำให้เกิดการขยายตัว คือ พองออกนั่นเอง

ลักษณะ เด่นและวิธีตรวจ
แร่มีลักษณะเนื้อละเอียดแบบดิน รู้สึกลื่น น้ำหนักเบา ต้องตรวจคุณสมบัติทาง แสงเอกซเรย์และทางเคมี

การเกิด
เป็นแร่ทุติยภูมิ หินที่เปลี่ยนสภาพมาจากหินภูเขาไฟพวกทัฟฟ์และประกอบ ด้วยมอนต์มอริลโลไนต์เป็นส่วนใหญ่เรียก เบนทอไนต์ นอกจากนี้ ยังพบใน ดินหินชั้นและหินแปร และแหล่งแร่ที่มีกำเนิดจากน้ำแร่ร้อนเกิดร่วมกับแร่ อิลไลต์ ฮาลลอยไซต์ เคโอลิไนต์ และควอรตซ์

แหล่ง
ในประเทศไทย พบใน จ.จันทบุรี ปราจีนบุรี ลำปาง เลย อุตรดิตถ์ เชียงราย นครสวรรค์ ลพบุรี กำแพงเพชร สระบุรี ฉะเชิงเทรา และอุดรธานี

ประโยชน์
เป็นแร่อุตสาหกรรมที่สำคัญมาก ใช้เป็นเนื้อกระดาษและยาง เป็นวัสดุพื้นฐาน ในการทำเครื่องสำอาง ทำยา และทำโคลนผงในการเจาะ เป็นตัวทำให้ของ เหลวเหนียวขึ้นหลายเท่า

เบริล ( Beryl )

Filed under: ดรรชนีชื่อแร่,ศัพท์ — SoClaimon @ 12:44 pm
Tags: , ,

เบริล ( Beryl )

ผ่านทางกรมทรัพยากรธรณี – สงวน อนุรักษ์ ฟื้นฟูและบริหารจัดการ ด้านธรณีวิทยาและทรัพยากรธรณี.

หน้าต่อไป

Theme: Rubric. บลอกที่ WordPress.com .