ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

พฤศจิกายน 28, 2010

Key to the FAO Soil Units 1974

Key to the FAO Soil Units 1974

ผ่านทางNatural Resources and Environment: Key to the FAO Soil Units 1974.

สิงหาคม 4, 2010

วิจัยปุ๋ยชีวภาพเชิงวิทยาศาสตร์ แก้ปัญหาธาตุเหล็กในดินเป็นพิษ

2 สิงหาคม 2553, 05:00 น.

ผ่านทางวิจัยปุ๋ยชีวภาพเชิงวิทยาศาสตร์ แก้ปัญหาธาตุเหล็กในดินเป็นพิษ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_100457

ทุกวันนี้ปุ๋ยอินทรีย์ที่วางจำหน่ายนั้น   พบว่าส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้มาตรฐานนัก ซึ่งจากการสุ่มตรวจสอบคุณภาพปุ๋ยอินทรีย์ที่วางจำหน่ายของ กรมส่งเสริมสหกรณ์ ที่ผ่านมานั้น จากจำนวน 93 ตัวอย่าง พบว่ามีเพียง 7 ตัวอย่างที่ได้มาตรฐาน

ฉะนี้…เพื่อเป็นทางเลือกให้เกษตรกรชาวสวน อาจารย์ดำรงศักดิ์ แก้ววงษ์ไหม ผู้ทรงคุณวุฒิ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี ได้ร่วมกับชาวบ้านตำบลเกาะช้าง จังหวัดตราด “ผลิตปุ๋ยชีวภาพเชิงวิทยาศาสตร์” ใช้ โดย องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) สนับสนุนทุน

อาจารย์ดำรงศักดิ์

อาจารย์ดำรง ศักดิ์ บอกว่า…แรกเริ่มนั้นเข้ามาที่ชุมชนสลักคอก เพื่อแก้ปัญหาน้ำเน่าเสีย หลังคลุกคลีอยู่กับกลุ่มชาวบ้านช่วงหนึ่งจึงรู้ว่า ที่นี่นอกจากน้ำมีปัญหา การปลูกพืชยังได้ผลผลิตไม่ดี ต่อมาจึงร่วมกับ นางพัชรินทร์ ผลกาด ประธานกลุ่มและชาวบ้านพื้นที่ หมู่ 4 ต.เกาะช้างใต้ แก้ปัญหาด้วยการลองผิดลองถูก พร้อมทั้งแนะนำให้รู้ว่า “ต้นไม้ต้องการอะไร”

โรค ต่างๆที่เกิดขึ้น ทั้งสวน ส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่ และ ทองดี มังคุด ยางพารา มะนาว มาจากสาเหตุใด ควบคู่กับนำตัวอย่างดินส่งตรวจที่ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ให้ผลว่า ธาตุเหล็กหากอยู่ในดินมากจนถึงระดับที่เป็นพิษ ซึ่งหากค่าเกิน 300 ไมโครกรัม/กิโลกรัม จะส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโต ผลิตผลของพืช และจากการส่งตรวจดินที่เกาะช้างใต้พบว่ามีธาตุเหล็กค่าอยู่ที่ 1,200 ไมโครกรัม/กิโลกรัม ซึ่งสูงกว่ามาก

ต้นส้มโอซึ่งเป็นโรคราใบจุดและยางที่มีปัญหาหน้ายางแข็งตาย (ซ้ายและขวา)

…แล้ว ร่วมกับชาวบ้านทำปุ๋ยหมัก แต่เกิดการเน่า หลังปรับสูตรเห็นว่ามีสปอร์ขึ้น ได้เอาไปใส่ต้นส้มโอ ประมาณ 1 เดือน ผลที่ได้คือต้นส้มโองามรสชาติดีและในช่วงนี้ยังมีผลิตผลส่งขาย มะนาวออกผล 3 รอบ แต่สวนยางพารายังมีปัญหาเชื้อรา หน้ายางแข็งตาย ใบไม่งาม ดินในสวนมีความแข็ง จึงเอาปลาซึ่งในพื้นที่มีอยู่จำนวนมากมาหมักร่วมกับเศษผักนาน 20 วัน แล้วนำไปผสมอัตราส่วนต่างๆ หากใช้น้ำหมักปลาปริมาณมากกว่านั้นจะทำให้ใบพืชไหม้ ซึ่งที่เหมาะสมคือ 5 ลิตร/ปุ๋ย 1 ตัน แต่แก้ปัญหาโรคราใบจุดไม่ได้

ดังนั้นจึงนำแร่ “เพอร์ไลต์” เป็นหินภูเขาไฟ มี คุณสมบัติช่วยปรับสภาพดิน ให้เป็นกลาง ดูดซับสารพิษ ตกค้าง แก้ปัญหาดินเป็นกรด ด่าง ทำให้ดินร่วนซุย ปรับสภาพโครงสร้างดินให้ดีขึ้น ปลดปล่อยธาตุต่างๆ ลดการคายน้ำช่วยให้ผนังเซลล์พืชแข็งแรง ต้านทานโรค ป้องกันการเจาะของไร รา เพลี้ย และหอยที่เพิ่งวางไข่ ฯลฯ มาใส่ปริมาณ 25 กก./ปุ๋ยหมัก 1 ตัน ทดลองใส่อยู่ 75 วัน

…ปัญหาก็ยังไม่หมดไป ดังนั้น ได้นำเชื้อรา “อาร์-บัสคูล่าร์ไมโครไรซ่า” ร่วมกับ จุลินทรีย์ละลายฟอสเฟต ซึ่งทางกรมวิชาการเกษตรผลิต และจากการศึกษาพบว่า เชื้อราดังกล่าวจะมีมากในรากพืช โดยเฉพาะ ผักบุ้ง จึงให้เกษตรกรปลูกพืชดังกล่าว เพื่อนำดินส่วนรากอัตรา 5 ขีด ผสมกับปุ๋ยหมักหลังนำไปใส่สามารถ แก้ปัญหาโรคใบเหลืองร่วง หน้ายางแข็ง ไม้ผลสร้างใบอ่อนขึ้นใหม่ ทุกวันนี้จากเดิมที่เคยซื้อปุ๋ยปีละ 80,000 บาท ตอนนี้เหลือเพียง 5,000 บาท ผลผลิตน้ำยางที่ได้เพิ่มขึ้น 30 เปอร์เซ็นต์ (ต้นยางมีอายุ 15 ปี)

ต้นไม้ในสวนที่แตกใบอ่อนและต้นยางที่สามารถเก็บเกี่ยวผลิตผลได้.

ดร.นา ฬิกอติภัค แสงสนิท รักษาการผู้อำนวยการ อพท. เผยว่า ทาง อพท.มีพื้นที่พิเศษที่ประกาศไว้เพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนขึ้นใน หลายพื้นที่ ซึ่งเกาะช้างเป็นหนึ่งในจำนวนนี้ จากการที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี สถาบันการศึกษาเป็นหนึ่งในภาคีการพัฒนามีองค์ความรู้ และมีพื้นที่ทำการวิจัยพัฒนาเฉพาะทาง ได้เข้าไปแก้ปัญหาทรัพยากรในท้องถิ่น ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ซึ่งนับเป็นหัวใจสำคัญ ที่นอกจากแก้ปัญหาด้านต้นทุนการเกษตรยังเป็นการฟื้นฟูวิถีชีวิตเพื่อรองรับ การท่องเที่ยวที่จะกลับคืนมาอีกครั้งอย่างยั่งยืน โดยที่ชาวบ้านมีส่วนร่วมคิด ลองผิด แก้ปัญหากันเองถือเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง

สำหรับเกษตรกรรายใดสนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่โทร.08–4362–5091, 08–1759–3870 ทุกวันในเวลาที่เหมาะสม.

เพ็ญพิชญา เตียว

กรกฎาคม 30, 2010

สหกรณ์การเกษตรภาคใต้สร้างเครือข่ายธุรกิจ

วันเสาร์ ที่ 26 มิถุนายน 2553 เวลา 0:00 น

ผ่านทางDaily News Online > หน้าเกษตร > สหกรณ์การเกษตรภาคใต้.

นายสุทิศ พงษ์จีน ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรควนเนียง จำกัด เปิดเผยว่า สหกรณ์การเกษตร 5 แห่งในจังหวัดสงขลา ได้แก่ สหกรณ์การเกษตรคลองหอยโข่ง จำกัด สหกรณ์การเกษตรสะเดา จำกัด  สหกรณ์การเกษตรควนเนียง จำกัด สหกรณ์การเกษตรนาทวี จำกัด และสหกรณ์การเกษตรสะบ้าย้อย จำกัด ได้รวมตัวเป็นเครือข่ายเพื่อร่วมปรึกษาหารือและแลกเปลี่ยนแนวคิดในการพัฒนา สหกรณ์ของตน

โดยเริ่มจากการร่วมกันจัดฝึกอบรมกรรมการและเจ้าหน้าที่สหกรณ์ร่วมกัน เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม โดยดำเนินการมาครั้งแรกปี 2549 ซึ่งผลจากการฝึกอบรมครั้งนั้น ทำให้ 5 สหกรณ์ มีความผูกพันกันและเกิดความร่วมมือที่ดีต่อกันมา โดยตลอดจึงได้เกิดหลักสูตรฝึกอบรมหลาย หลักสูตรร่วมกันเป็นประจำทุกปีเสมอมา จนพัฒนามาเป็นการทำธุรกิจร่วมกัน

ในด้านการให้เงินกู้-เงินฝาก และจากประสบการณ์ของเครือข่าย  5  สหกรณ์ และต่อมา ได้เกิดแนวคิดในการจะมีบริษัทในเครือของเครือข่าย  5  สหกรณ์ จึงได้มีการประสานงานกับบริษัท ใต้ฟ้าใส จำกัด จดลิขสิทธิ์ผลิตปุ๋ยตรา  5  เสือขึ้น โดยจดลิขสิทธิ์เป็นปุ๋ยอินทรีย์เคมีสูตร 10-4-10 ขึ้น เป็นสูตรแรก ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการทำตลาดและการทำวิจัยพัฒนาซึ่งประสบความสำเร็จด้วยดี

ต่อมาเครือข่าย 5 สหกรณ์ ได้เห็นความสำคัญของการศึกษาอบรมได้ส่งผู้จัดการ หรือ ประธานกรรมการเข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรผู้นำสหกรณ์ขั้นสูง (ผนส.) รุ่นที่ 3 และ ผนส.ที่เข้ารับการฝึกอบรมได้มีโอกาสไปศึกษาดูงานด้านสหกรณ์ ในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน และได้รับประสบการณ์สำคัญ ทำให้ทราบว่า สหกรณ์ในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน  ทำธุรกิจโดยผ่านบริษัทในเครือของสหกรณ์จึงทำให้สหกรณ์ในสาธารณรัฐประชาชนจีน ทำธุรกิจอย่างกว้างขวางมีเงินทุนพันล้านหยวนและสามารถทำสินค้าของสมาชิก ออกสู่ตลาดโลกได้ด้วย จึงได้นำมาปรับใช้ในการพัฒนาเครือข่ายสหกรณ์ในพื้นที่ภาคใต้

ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรควนเนียง จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันเครือข่ายสหกรณ์ในจังหวัดสงขลาได้ขยายความร่วมมือไปยังสหกรณ์อีก 34 สหกรณ์ในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ (สงขลา ปัตตานี นราธิวาส ยะลา สตูล ตรัง และพัทลุง) โดยร่วมมือกับสหกรณ์ผู้ผลิตข้าวในภาคอีสาน ส่งข้าวสารให้สหกรณ์เครือข่ายในภาคใต้เป็นตัวแทนจำหน่าย และตั้งเป้าว่า  5  สหกรณ์ จะสามารถจำหน่ายได้ปีละ 400-500 ตัน.

กรกฎาคม 16, 2010

โลกหนุ่มขึ้นอีก70 ล้านปีได้ความรู้จากการศึกษาธรณีวิทยาครั้งใหม่

15 กรกฎาคม 2553, 08:00 น.

ผ่านทางโลกหนุ่มขึ้นอีก70 ล้านปีได้ความรู้จากการศึกษาธรณีวิทยาครั้งใหม่ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_96186

การศึกษาทางธรณีวิทยาครั้งใหม่ ทำให้ได้รับความรู้ว่า โลกของเราเป็นหนุ่มขึ้นกว่าที่เคยคาดกันขึ้นอีกถึง 70 ล้านปี ซึ่งเดิมเชื่อว่าพิภพนี้มีอายุถึง 4.537 พันล้านปีแล้ว

นักวิทยา ศาสตร์ศึกษารู้อายุของโลกได้จากการเปรียบเทียบอายุแร่ธาตุที่ขุดพบในชั้นภาย ในของโลกที่อยู่ระหว่างเปลือกโลกและแกน กับที่ได้พบในก้อนอุกกาบาต ซึ่งมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับสุริยะจักรวาล

วารสารวิชาการ “ภูมิวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ” ของสหรัฐฯ  รายงานการศึกษาเรื่องนี้ว่า ดร.จอห์น รัดจ์ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ หัวหน้าคณะผู้ศึกษาได้กล่าวว่า “โลกได้ใช้เวลารวมตัวเป็นตัวเป็นตนขึ้นนานประมาณ 100 ล้านปี ซึ่งเราประมาณได้ว่าโลกเริ่มเกิดมีขึ้นเมื่อสัก 4.467 พันล้านปี ซึ่งนับว่าหนุ่มขึ้นเมื่อเทียบกับที่เคยคิดว่าเป็นไปได้กัน เมื่อก่อนว่านานตั้ง 4.537 พันล้านปีมาแล้ว”

กรกฎาคม 5, 2010

สรรพสามิต ปิ๊งไอเดีย นำยาสูบทำยาฆ่าแมลง

30 มิถุนายน 2553, 17:21 น.

ผ่านทางสรรพสามิต ปิ๊งไอเดีย นำยาสูบทำยาฆ่าแมลง – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_92956

อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม

กรมสรรพสามิต จับมือ จ.สระแก้ว และวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสระแก้ว จัดโครงการ “สรรพสามิตปกป้องสิ่งแวดล้อม หนุนชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน” พร้อมนำของกลางยาสูบจากเดิมเผา-ฝังดิน นำมาใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตสารกำจัดศัตรูพืช แจกเกษตรกร

เมื่อวัน ที่ 30 มิ.ย. นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า กรมสรรพสามิตได้จัดทำโครงการ สรรพสามิตปกป้องสิ่งแวดล้อม สนับสนุนชีววิถี เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน”ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสระแก้ว จัง หวัดสระแก้ว โดยร่วมมือกับวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสระแก้ว นำความคิดในการเปลี่ยนวิธีการทำลายของกลางให้เกิดประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม และช่วยลดโลกร้อน รวมถึงส่งเสริมภาคเกษตรในการลดต้นทุน โดยนำยาสูบที่เป็นของกลางจากเดิมที่ทำลายโดยวิธีการเผา เปลี่ยนเป็นวิธีนำเอายาสูบของกลางมาเป็นส่วนผสมในการผลิตสารกำจัดศัตรูพืช (ชีวภาพ)

สำหรับโครงการในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ส่งเสริมเกษตรกรในการลดต้นทุนการผลิตสารกำจัดศัตรูพืชโดยไม่ใช้สารเคมี ที่มีต้นทุนสูงกว่า 2) เพื่อลดภาวะโลกร้อนจากการเผาของกลางยาสูบ ซึ่งทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจก และสภาวะอากาศที่ผิดแปลกไป 3) เพื่อลดมลภาวะทางน้ำโดยนำก้นกรองของบุหรี่ใช้ในการกรองน้ำเสียจากครัว เรือนก่อนทิ้งลงแม่น้ำลำคลอง พร้อมทั้งเป็นการปกป้องสิ่งแวดล้อมใช้ปลูกพืช ไร้ดินด้วยระบบไฮโดรโปรนิคส์ (ใช้ก้นกรองแทนฟองน้ำ) และ 4) เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่กรมสรรพสามิตให้แก่ประชานทั่วไป

นาย อารีพงศ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของกลางบุหรี่ที่ขอทำลายจากสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สระแก้ว มีจำนวนทั้งสิ้น 66,913 ซอง โดยแบ่งเป็นบุหรี่ในประเทศ จำนวน 48,849 ซอง (กรองทิพย์ 90 จำนวน 41,875 ซอง และบุหรี่สายฝน 90 จำนวน 6,974 ซอง) และบุหรี่ต่างประเทศ จำนวน 18,064 ซอง รวมเป็นเงินภาษีทั้งสิ้น 2,576,553.97 บาท

“แต่อย่างไรก็ตามของกลางที่จับได้ในแต่ละปีนั้นมี ปริมาณมาก และเมื่อสิ้นสุดคดีจะต้องนำของกลางมาทำลายโดยการเผา ซึ่งส่งผลให้รัฐต้องสูญเสียงบประมาณในการบริหารจัดการเกี่ยวกับการทำลาย ยาสูบ โดยเฉลี่ยประมาณ 100,000 บาทต่อครั้ง และยังส่งผลกระทบให้เกิดมลภาวะกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย” อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าว

นายอารีพงศ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับการปราบปรามผู้ที่กระทำผิดตาม พ.ร.บ.ยาสูบ ในปี52 ที่ผ่านมาสามารถจับกุมของกลาง ได้จำนวน 909,024 ซอง โดยเป็นยาสูบในประเทศ 520,503 ซอง และยาสูบต่างประเทศ 388,521 ซองและคิดเป็นคดีกว่า 10,995 คดี ซึ่งมีมูลค่า 368,899,510.50 บาท รวมเป็นเงินภาษีทั้งสิ้น 36,889,951.05 บาท และในปี 53 ตั้งแต่เดือนต.ค.52 – พ.ค.53 สามารถจับกุมของกลางได้จำนวน 212,472 ซอง โดยเป็นยาสูบภายในประเทศ จำนวน 64,644 ซอง และเป็นยาสูบต่างประเทศ จำนวน 147,828 ซอง และคิดเป็นคดีกว่า 6,541 คดี ซึ่งมีมูลค่าเป็นจำนวน 138,965,167.28 บาท รวมเป็นเงินภาษีทั้งสิ้น 13,896,516.73 บาท

อย่างไรก็ตามหากประชาชน ท่านใดทราบเบาะแสการกระทำความผิดเกี่ยวกับ สินค้าที่ต้องเสียภาษีสรรพสามิต สามารถแจ้งเบาะแสการกระทำผิดได้โดยตรงที่กรมสรรพสามิต หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ทุกแห่งทั่วประเทศ หรือที่หมายเลข Call Center 1713 หรือที่ www.excise.go.th หรือแจ้งที่ตู้ ป.ณ. 10

มิถุนายน 24, 2010

ล็อกไม่ชัวร์แต่ ‘ฮั้ว’ แน่

18 พฤษภาคม 2552, 05:00 น.

ผ่านทางล็อกไม่ชัวร์แต่ ‘ฮั้ว’ แน่ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_6679

สมศักดิ์ – เนวิน

111411 โดยตัวเลขที่เซียนตะลึง กับรางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 16 พฤษภาคม

ลือ ให้แซด “หวยล็อก”

แต่ก็อีกนั่นแหละ เรื่องของตัวเลขตามหลักความน่าจะเป็น ไม่ว่าจะแค่หนึ่งในล้าน หรือหนึ่งในหลายสิบหลายร้อยล้าน ในทางสถิติมันก็มีสิทธิเป็นไปได้ทั้งนั้น

เรื่อง “ล็อก” หวย ยากจะพิสูจน์ได้

แต่เรื่อง “ฮั้ว” ในทางการเมืองยังพออ่านทางกันออก

กับเกม “ยื้อยุดฉุดกระชาก” คิวรื้อรัฐธรรมนูญ เปิดทางนิรโทษกรรม ที่ฝ่ายดันกับฝ่ายต้านกำลังเปิดเกมชิงกระแสกันวันต่อวัน

ล่าสุด “เกมรุก” ตกไปอยู่ในมือของฝ่ายต้าน ที่ได้มืออาชีพ “เล่นกับข่าว” อย่างนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว. “ลากตั้ง” ออกมาเปิดปมแฉเกมฮั้วในกรรมการสมานฉันท์ มีการล็อบบี้แลกการนิรโทษกรรมนักเลือกตั้งอาชีพ กับการยืดอายุ ส.ว.สรรหา ออกไปเป็น 6 ปี

ดักคอสมาชิกวุฒิสภาที่จะไปเทเสียงให้ฝ่ายหนุนรื้อรัฐ ธรรมนูญ

และก็เหมือนนัดกันไว้ “เสี่ยคึก” นายเทพไท เสนพงศ์ โทรโข่งประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมารับมุกขยายผลปมของนายเรืองไกร ก่อนตบท้ายด้วยรุ่นใหญ่อย่างนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ก็ออกมารับลูก เชื่อว่าเกมล็อบบี้น่าจะมีมูล พร้อมอ่านเกมล่วงหน้า สังคมอาจคัดค้านเรื่องนิรโทษกรรม

ดักคอเกมฮั้วของฝ่ายลุยรื้อรัฐ ธรรมนูญ ในลีลาของฝ่ายต้านก็ “ฮั้ว” กันเล่นเห็นๆ

แต่ที่ส่งสัญญาณ ว่าจะ “ฮั้วแตก” ในอีกไม่นาน

จากลูกติดพันรายการขบ “ข้าวโพด” ระหว่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กับ “เจ๊วา” นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย เปิดฉากซดเกาเหลากันในที่ประชุม ครม. ตัดพ้อกันว่าด้วยปม “สองมาตรฐาน”

ก่อนที่ “เทพเทือก” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ผู้จัดการใหญ่รัฐบาลต้องต่อสายด่วนเชิญ “ผู้มีบารมีนอกสภา” ของบรรดาพรรคร่วมมานั่งโต๊ะกินข้าวกับนายกฯอภิสิทธิ์ ที่บ้านพิษณุโลก

จบลงด้วยการเคลียร์ข่าวไม่มีอะไรในกอไผ่

นายกฯ อภิสิทธิ์ แค่ย้ำให้พรรคร่วมฯใส่ใจเป็นพิเศษกับคิวประชุมร่วมรัฐสภาพิจารณากรอบเงินกู้ 8 แสนล้านบาท กระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล

เพราะถ้ากฎหมายการเงินโดน คว่ำ เจ๊งกันทั้งยวง

ข่าวเป็นทางการออกมาแค่นี้

แต่ที่ ตั้งใจ “ทิ้งกลิ่น” ให้ตามคุ้ยเบื้องหลังต่อ กับปมติดติ่งห้อยท้าย ข่าวลอยลมออกมาทำนองว่า คิวนี้เป็นรายการ “ลอยแพ” ซีกมัชฌิมาของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ที่บินเดี่ยวหวังเคี้ยวข้าวโพด แต่โดนดักคอ

โดยที่คนชื่อ “เนวิน ชิดชอบ” ไม่ได้อนาทรร้อนใจอะไรด้วย

ตามยุทธศาสตร์ “ตอกลิ่ม” ตัดกำลังค่ายภูมิใจไทย

สวนทางกับข่าว “วงใน” ทีมปลุกปั้นค่ายภูมิใจไทย ณ วันนี้มีกันอยู่ 3 คนหลักๆ “เนวิน-สมศักดิ์-อนุทิน ชาญวีรกูล” ที่นั่งประจำการวางแผน รวมหัวกันอยู่บนตึกที่ทำการพรรคเกือบทุกวัน

มันก็น่ากังขา หม้อข้าวยังไม่ทันดำ “ฮั้วแตก” ได้ยังไง

เอาเป็นว่า ถ้า “เนวิน” หักลำ “สมศักดิ์” ค่ายภูมิใจไทยส่อล่มตั้งแต่ยังไม่ได้ลงสนาม คนที่สบายใจที่สุดก็น่าจะเป็นคนประชาธิปัตย์

สกัดดาวรุ่ง หัก “หอกข้างแคร่” ซะได้

ปม “เนวินลอยแพสมศักดิ์” เข้าทางใครก็พออ่านกันออก

แต่จะปล่อยให้ผ่านทางกันง่ายๆมันก็เสีย ยี่ห้อ “สมศักดิ์-เนวิน” ในเมื่อเขี้ยวมันทันกัน

กับรายการ “สังเวย” นายชาติชาย พุคยาภรณ์ รมช.เกษตรฯ โควตาของนายสรอรรถ กลิ่นประทุม แกนนำพรรคภูมิใจไทย ที่ถูกลูกข่ายพรรคภูมิใจไทย ออกมาส่งสัญญาณโละ

และ ก็เป็น “ปู่จิ้น” นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ออกมารับมุก ส่งซิกรอจังหวะปรับ ครม.เมื่อครบ 6 เดือน

เขี่ยลูก คุ้ยฝุ่น กระตุ้นแรงกระเพื่อม

ไม่ให้แกนนำอย่างประชาธิปัตย์ตีกิน นิ่งๆได้.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

มิถุนายน 23, 2010

ใช้ขี้แดดนาเกลือใส่สวนส้มโอ ยืดอายุต้นพันธุ์ยาวนานกึ่งศตวรรษ

23 มิถุนายน 2553, 05:00 น.

ผ่านทางใช้ขี้แดดนาเกลือใส่สวนส้มโอ ยืดอายุต้นพันธุ์ยาวนานกึ่งศตวรรษ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_91133

ส้มโอขาวใหญ่ที่ ปัจจุบันสร้างชื่อเสียงให้ ชาวบ้านบางพรม.

การทำเกษตรใน ยุคปัจจุบัน ที่ใช้หลัก “วิถีธรรมชาติ” ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม นับเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเกษตรกรบ้านเรามาก ซึ่งนอกจากมีความปลอดภัยต่อผู้ผลิต ยังเป็นการตอบสนองความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการ “เปิบ” อาหารที่ปลอดภัย ยังเป็นหนทางหนึ่งที่ช่วยลดต้นทุนการจัดการ

ฉะนี้…เพื่อ ให้เกิดแนวทางการส่งเสริมอย่างมีแบบแผนเป็นรูปธรรม ทางสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงจัดทำ “โครงการอาหารปลอดภัยสมุทรสงคราม” ขึ้น
นายอรุณ เกิดสวัสดิ์ ผู้จัดแผนงานอาหารปลอดภัยฯ บอกว่า ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับชุมชนทุกอาชีพก็คือ “ความตื่นตัวในเรื่องของอาหารปลอด ภัย” ซึ่งนับว่าเป็นกระแสตอบรับที่น่าพอใจ โดยเฉพาะในจังหวัดสมุทรสงคราม ที่ปัจจุบันกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ มีความสนใจที่จะเข้ามาสัมผัส เรียนรู้ในวิถี แนวทางการดำเนินชีวิต ซึ่งเป็น “อานิสงส์” ของภาคเกษตรในการผลิตอาหาร

****************ขี้แดดนาเกลือ หรือดินหนังหมา ที่ใช้ใส่บำรุงสวน.…โดยต้องยึดหลักสำคัญคือ “ความปลอดภัย” ออกมาสู่ท้องตลาด เพื่อรองรับกลุ่มคนเหล่านี้ ที่ต้องการเข้ามาสัมผัสเรียนรู้ เก็บประสบการณ์ที่มีอย่างหลาก หลายอาชีพ ทั้งการทำขนมไทยอ่อนหวาน การผลิตน้ำตาลปลอดสาร รวมทั้งการปลูก “ส้มโอขาวอวบ” ของ อาจารย์สมทรง แสงตะวัน ซึ่งตั้งอยู่ที่หมู่ 4 ตำบลบางพรม อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม

อาจารย์สมทรง บอกให้ฟังว่า หลังกลับมารับราชการครูที่บ้านเกิด ช่วงปี 2514 ได้ซื้อที่ดินไว้จำนวนหนึ่ง ภายในพื้นที่ดังกล่าวมีส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่อยู่ 3 ต้น และ มะพร้าวตาล แรกๆนั้นได้เริ่มขยายกิ่งพันธุ์ส้มโอไปเรื่อยๆจนกระทั่งได้ 300 ต้น ในระยะเวลา 7 ปี พอเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตขาย ทำให้มีเงินซื้อที่เพิ่มและปลูกบ้านให้ลูกและภรรยาอยู่

*****ต้นพันธุ์ที่มีอายุมากกว่า 30 ปี.***********อาจารย์สมทรง แสงตะวัน.เมื่อ เพื่อนบ้านเริ่มสังเกตเห็นว่ามีรายได้ที่ดีขึ้น ต่างเริ่มเข้ามาขอซื้อกิ่งพันธุ์ส้มโอเพื่อไปปลูกบ้าง จึงเข้าทางที่วางไว้นั่นคือ “ความต้องการให้คนในชุมชนมีการรวมกลุ่ม” เพราะจากการสังเกตที่ผ่านมาพบว่า ส่วนใหญ่ต่างคนต่างอยู่ ไม่ปรึกษาหารือ คนไหนที่พอมีความรู้บ้างก็จะหวงวิชา อย่างการใช้ปุ๋ยใส่ต้นไม้ ยังเอาฉลากออกไม่ให้เห็นว่าใช้ตราอะไร ดังนั้น หากชาวบ้านได้ทำงานพัฒนาร่วมกัน ช่วยกันคิด ตัดสินใจ มีการรวมกลุ่ม นอกจากทำให้ชุมชนเข้มแข็ง ยัง แก้ปัญหาพ่อค้าคนกลางได้

ในช่วงแรกรวบ รวมได้ 57 สวน พื้นที่ประมาณ 300 ไร่ ใช้เกณฑ์ปฏิบัติร่วมกันคือ เน้นคุณภาพ ด้วยการเก็บผลผลิตตามกำหนด ถึงแม้ว่าราคาจะสูง คุณ-ธรรม หากผู้บริโภคซื้อไปแล้วกินไม่ได้ จะรับคืนโดยเรามีสติกเกอร์ติดบ่งบอกไว้ว่ามาจากสวนใด และ คุณประโยชน์ เรื่องของอาหารปลอดภัย อย่างการใส่ปุ๋ยเคมี กลุ่มจะใช้ปุ๋ยคอก ปุ๋ยชีวภาพที่ได้จากขยะในครัวเรือนมาหมักกับกากน้ำตาล เพื่อให้ได้ ปุ๋ยชีวภาพ มาผสมกับมูลสัตว์หมักไว้ 7 วัน แล้วนำไปใส่ต้นไม้ ทำให้ต้นทุนต่ำ รวมทั้งใช้ ขี้แดดนาเกลือ หรือที่เรียกกันว่า “ดินหนังหมา” ที่เดิมต้องจ้างคนงานขนทิ้ง

อาจารย์สมทรง บอกว่า สมัยเด็ก เคยเห็น พ่อเอาเกลือมาใส่โคนส้มโอ มะพร้าว แล้วเห็นว่าผลผลิตดก จุดนี้เองเลยขอขี้แดดเอามาใส่โคนต้นละ 3 กระสอบ รดน้ำทุกอาทิตย์ ผลผลิตออกมาหลายคนที่กินบอกว่าส้มโอหวานมาก นั่นก็เพราะ ว่า ในขี้แดดนาเกลือประกอบไปด้วย แพลงก์ตอน ฟอสฟอรัส แคลเซียม แมกนีเซียม ซึ่งเป็นสารที่พืชต้องการ ทำหน้าที่ปรับโครงสร้างของดิน เมื่อผลผลิตที่ได้มีคุณภาพ จึง ส่งเข้าประกวดชิงโล่พระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ที่ศูนย์ ศิลปาชีพบางไทร ซึ่งได้รางวัลยอดเยี่ยม ทำให้สวนส้มโอเราเป็นที่รู้จัก มีสื่อเข้ามาทำข่าว แต่ปีนั้นต้นส้มโอ ตายหมด มารู้สาเหตุทีหลังว่า เพราะใส่มากเกินไป

…ปริมาณการใช้คือใส่ขี้แดดเพียงแค่ ต้นละ 2 กก. ก็หวานเพียงพอ โดย ระยะเวลาที่เหมาะสมต่อการใส่คือก่อนเก็บผลผลิต 50-60 วัน แล้ว รดน้ำทุกอาทิตย์ ซึ่งจะทำให้ส้มโอกรอบหวาน แห้ง ต้นพันธุ์มีอายุนานไม่ต้องเสียเวลายกสวน “โละ” ปลูกใหม่ นอกจากนี้ ยังสามารถนำไปใส่ในแปลงมะละกอ ชมพู่ แก้วมังกร พุทรา ฝรั่ง ทุกวันนี้นอกจากชาวสวนบางคนทีไม่ต้องพึ่งพาปุ๋ยเคมี ชาวนาเกลือยังมีรายได้จากการขาย “ขี้แดดหนังหมา” ปีๆหนึ่งโกยเงินเข้ากระเป๋านับล้านบาทกันทีเดียว

ใครที่สนใจแนววิถี ธรรมชาติ สามารถกริ๊งกร๊างสอบถามกันได้ที่โทร.08-9829-7100, 0- 3476-1985 ในวันเวลาที่เหมาะสม.
เพ็ญพิชญา เตียว

มิถุนายน 18, 2010

ปุ๋ยและการใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพ

ปุ๋ยและการใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพ.

ปุ๋ยและการใช้ปุ๋ยอย่างมี ประสิทธิภาพ

  • รหัสสินค้า  9789742777234
  • ผู้แต่ง   ผศ.มุกดา  สุขสวัสดิ์
ปุ๋ยและการใช้ ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพ ราคา ฿100

สารเคมีเกษตรน่ารังเกียจจริงหรือ

สารเคมีเกษตรน่ารังเกียจจริงหรือ.

สารเคมีเกษตรน่ารังเกียจจริงหรือ
01-06-2010 Views: 36
  • รหัสสินค้า  9789749274934
  • ผู้แต่ง  ดร.วีรวุฒิ  กตัญญูกุล
สารเคมีเกษตรน่า รังเกียจจริงหรือ ราคา ฿100

มิถุนายน 13, 2010

ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ใช้เองช่วยปรับโครงสร้างดิน

วันพุธ ที่ 09 มิถุนายน 2553 เวลา 0:00 น

ผ่านทางDaily News Online > หน้าเกษตร > ดินดีสมเป็นนาสวน > ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ใช้เอง.

“ตามพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. 2518 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติปุ๋ยฉบับที่ 2 พ.ศ. 2550 ให้ความหมายของคำว่า “ปุ๋ยอินทรีย์” ไว้ว่า เป็นปุ๋ยที่ได้หรือทำมาจากวัสดุอินทรีย์ ซึ่งผลิตด้วยกรรมวิธีที่ทำให้ชื้น สับ บด หมัก ร่อน สกัด หรือด้วยวิธีการอื่น ๆ โดยที่วัสดุ อินทรีย์ถูกย่อยสลายสมบูรณ์ด้วยจุลินทรีย์ แต่ไม่ใช่ปุ๋ยเคมีและไม่ใช่ปุ๋ยชีวภาพ แต่สามารถนำไปปลูกและให้ธาตุอาหารกับพืชได้” นี่คือความหมายของปุ๋ยอินทรีย์ที่ปัจจุบันเกษตรกรไทยมีการผลิตใช้กันเองมาก ขึ้นเพื่อลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีลง

นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ปัจจุบันมีการรณรงค์อย่างกว้างขวางให้ลดการใช้เคมีทุกรูปแบบลง ไม่ว่าจะเป็นวัตถุอันตรายทางการเกษตร หรือยาทั้งหลายโดยเฉพาะปุ๋ย เนื่องจากที่ผ่านมาเกษตรกรมีการใช้ปุ๋ยเคมีอย่างต่อเนื่อง แม้ปุ๋ยเคมีจะทำให้ดินมีธาตุอาหารแต่พืชก็ไม่สามารถดูดซับไปใช้ได้ เหมือนกับการกินข้าวไม่ใส่น้ำแกงก็ฝืดคอ ทำนองเดียวกันกับธาตุอาหารที่พืชก็รับไปไม่ได้ เมื่อมีการรณรงค์ใช้ปุ๋ยอินทรีย์มากขึ้น จึงเป็นการทำให้โครงสร้างของดินมีความสมบูรณ์พร้อมที่จะให้พืชดูดซับสาร อาหารไปได้ เพราะฉะนั้นสองอย่างนี้จะต้องผสมผสานควบคู่กันไปเพื่อที่จะตอบสนองความต้อง การของพืช ซึ่งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เกษตรกรมีการตื่นตัวในเรื่องนี้มาก และมีการพยายามที่จะผลิตปุ๋ยอินทรีย์จำหน่ายในเชิงการค้ามากขึ้น ดังนั้นจะเห็นได้ว่าวันนี้ปุ๋ยอินทรีย์มีการขยายตัวการใช้เพิ่มขึ้นใน 2 ระดับ คือระดับแรกเกษตรกรหรือในกลุ่มเกษตรกรหรือกลุ่มสหกรณ์ทำไว้ใช้เอง และระดับที่ 2 คือระดับที่ทำเพื่อการค้าก็มีการลงทุนในธุรกิจนี้มากขึ้น

“ปุ๋ยอินทรีย์ตามมาตรฐานทางวิชา การได้มีการทดสอบมาอย่างต่อเนื่องโดยนักวิชาการ กำหนดไว้ว่าปุ๋ยอินทรีย์ ต้องผลิตจากอินทรียวัตถุ และมีอินทรียวัตถุไม่น้อย กว่า 20% เพื่อที่จะไปปรับโครงสร้างของดิน ทำให้ดินนั้นร่วนซุย โปร่ง และอยู่ในสถานะพอเหมาะที่จะให้พืชดูดซับธาตุอาหารไปใช้ได้” นายสมชาย กล่าว

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันการผลิตปุ๋ยอินทรีย์มีด้วยกัน 2 ส่วน คือ เกษตรกรทำไว้ใช้เอง โดยใช้อินทรียวัตถุที่มีอยู่ในแปลงนา เช่น ซังข้าว แกลบ ตอซังข้าว หรือวัสดุเหลือใช้อื่น ๆ มาทำปุ๋ยอินทรีย์ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของภาครัฐมาส่งเสริมการผลิต เช่น กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร และกรมพัฒนาที่ดินเป็นต้น โดยสามารถแน่ใจได้ว่ามีอินทรียวัตถุได้มาตรฐานเต็ม 20% แน่นอน อีกทั้งยังเป็นการลดการเผาตอซังได้อีกทางหนึ่งด้วย สำหรับในส่วนที่ 2 คือ การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ในเชิงธุรกิจ เมื่อไรก็ตามที่มีการดำเนินการทำธุรกิจเพื่อการเกษตรจะถูกควบคุมด้วย พ.ร.บ.ปุ๋ยทันที ซึ่งจะให้ความสำคัญกับการควบคุม การหลอกลวง การเอาเปรียบเกษตรกร ดังนั้น พ.ร.บ. นี้จะเข้ามามีบทบาทในกรณีที่ผลิตเพื่อการค้า อีกทั้งเมื่อตรวจสอบแล้วต้องมีอินทรียวัตถุไม่น้อยกว่า 20% ตามมาตรฐาน กำหนด

ขณะนี้การผลิตปุ๋ยอินทรีย์เพื่อการค้าเริ่มมีมากขึ้น ดังนั้นเกษตรกรที่ต้องการ ซื้อปุ๋ยอินทรีย์ไว้ใช้ในแปลงควรต้องดูองค์ประกอบต่าง ๆ ให้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น ชื่อผู้ผลิต แหล่งที่ผลิต การขึ้นทะเบียน กับกรมวิชาการเกษตร และที่สำคัญต้อง ซื้อจากร้านค้าที่น่าเชื่อถือ พร้อมกับขอใบเสร็จรับเงินทุกครั้งเพื่อเป็นหลักฐานในการดำเนินการเมื่อมี ปัญหา หรือถ้าไม่แน่ใจว่าปุ๋ยอินทรีย์ที่ซื้อมานั้นปลอมหรือไม่ ส่ง ตัวอย่างมาให้กรมวิชาการเกษตรตรวจสอบได้

…ปุ๋ยอินทรีย์เป็นปุ๋ยที่สามารถผลิตใช้เองได้ไม่ยุ่งยาก จึงไม่ควรซื้อควรใช้วัสดุ เหลือใช้ในแปลงมาทำกองปุ๋ยหมักเก็บไว้ไม่กี่เดือนก็ใช้ได้แล้ว ผลิตไว้ใช้ในแปลงเองดีที่สุด เพราะเราต้องเสียเงินซื้อปุ๋ยเคมี ไว้ใช้ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ หากเราสามารถผลิตปุ๋ยอินทรีย์ไว้ใช้เองได้ก็จะช่วยลดต้นทุนลงได้มากเลยที เดียว.

มิถุนายน 4, 2010

โปรแกรมปุ๋ยเวอร์ชั่น3

วันอังคาร ที่ 01 มิถุนายน 2553 เวลา 0:00 น

ผ่านทางDaily News Online > หน้าเกษตร > โปรแกรมปุ๋ยเวอร์ชั่น3.

นายธวัชชัย สำโรงวัฒนา อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า การที่กรมพัฒนาที่ดินได้คิดค้นโปรแกรมคำแนะนำการจัดการดินและปุ๋ยรายแปลง ขึ้นมา ซึ่งเป็นโปรแกรมสำเร็จรูปช่วยให้เกษตรกรทราบว่าดินแต่ละชนิดแต่ละพื้นที่มี ธาตุอาหารเท่าไร และต้องการปุ๋ยในปริมาณเท่าไร เกษตรกรจะได้ใส่ปุ๋ยตามสูตรที่พืชและดินต้องการได้อย่างเหมาะสม เป็นการลดต้นทุนการผลิตได้อีกทางหนึ่ง

ล่าสุดกรมฯ ได้พัฒนาโปรแกรมปุ๋ยรายแปลงไปสู่เวอร์ชั่น 3 แล้ว ซึ่งได้เพิ่มเติมคำแนะนำการใช้ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดินในพืชเศรษฐกิจอีก 6 ชนิด ได้แก่ ถั่ว สับปะรด ลำไย ลิ้นจี่ ทุเรียน และมังคุด ซึ่งยังคงเน้นการใช้ปุ๋ยเคมีอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพตรงตามค่า วิเคราะห์ดิน นอกจากนี้ในเวอร์ชั่นใหม่ยังมีข้อมูลให้เกษตรกรเลือกใช้ปุ๋ยอินทรีย์ทดแทน ธาตุอาหารบางส่วนของปุ๋ยเคมีไว้ด้วย
“กรมฯ จะนำโปรแกรมปุ๋ยรายแปลง เวอร์ชั่น 3 ไปแจกจ่ายและติดตั้งที่องค์การบริหารส่วนตำบลทุกแห่งทั่วประเทศ รวมถึง ที่โรงปุ๋ยอินทรีย์ชุมชนและจุดเรียนรู้ต่าง ๆ เพื่อให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ที่จะช่วยให้เกิดการใช้ที่ดินและ การใช้ปุ๋ยเคมีอย่างถูกวิธีและให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด” อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าว.

คุมเข้มนำเข้าปุ๋ยเคมี…ป้องกันปัญหาปุ๋ยปลอม

วันจันทร์ ที่ 31 พฤษภาคม 2553 เวลา 0:00 น

ผ่านทางDaily News Online > หน้าเกษตร > คุมเข้มนำเข้าปุ๋ยเคมี…ป้องกันปัญหาปุ๋ยปลอม.

ปัจจุบันประเทศไทยมีการนำเข้าปุ๋ยเคมีเป็นจำนวนมาก แม้ จะมีการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ขึ้นมา ใช้เพื่อทดแทนปุ๋ยเคมีบ้างแล้วก็ตาม แต่ปริมาณการนำเข้าปุ๋ยเคมีก็ไม่ได้น้อยลง เนื่องจากปุ๋ยเคมีเป็นปุ๋ยที่ได้จากการสังเคราะห์โดยผ่านกระบวนการทางเคมี ประกอบด้วยธาตุอาหารที่สำคัญ 3 ชนิดคือ ธาตุไนโตรเจน (N) ธาตุฟอสฟอรัส (P) และธาตุ โพแทสเซียม (K) หรือที่เรียกว่า ปุ๋ย N-P-K ซึ่งธาตุอาหารเหล่านี้ เป็นธาตุอาหาร ที่สำคัญกับพืชมาก จึงจำเป็นที่ต้องใช้ควบคู่ไปกับปุ๋ยอินทรีย์เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ พืช

นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดี กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ประเทศไทยมีการนำเข้าปุ๋ยเคมีปีละหลายล้านตัน แม้ปัจจุบันราคาปุ๋ยเคมีจะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น แต่ความต้องการใช้ยังคงมาเป็นอันดับ 1 โดยดูจากข้อมูลการนำเข้าปุ๋ยเคมีของปี 2551 ประมาณ 3,700,000 ตัน และปี 2552 มีการนำเข้าประมาณ 3,800,000 ตัน เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2553 ภายในระยะเวลา 4 เดือนที่ผ่านมา เรานำเข้าปุ๋ยเคมีแล้วประมาณ 1,500,000 ตัน หรือประมาณ 1 ใน 3 ของปีที่ผ่านมา ซึ่งจะเห็นได้ว่าปริมาณการนำเข้าปุ๋ยเคมีมิได้ลดลงแต่อย่างใด ทั้งนี้เนื่องจากพืชผลมีราคาดี เกษตรกรจึงกล้าที่จะลงทุนมากขึ้น อีกทั้งยังมีโครงการที่เกี่ยวข้องจากรัฐบาลลงไปช่วยเหลือ เช่น โครงการประกันรายได้ เกษตรกรจึงมั่นใจได้ในระดับหนึ่งว่าเมื่อได้ผลผลิตแล้วเกษตรกรน่าจะมีรายได้ ที่ควรจะเป็น ดังนั้น การใช้ปุ๋ยในปัจจุบันจากปลายปี 2552 ที่มีนโยบายประกันรายได้ออกมานั้น จะเห็นว่ามีการลงทุนในด้านปัจจัยการใช้ปุ๋ยเพิ่มมากขึ้น

เมื่อความต้องการปุ๋ยเคมีมีจำนวนมาก ปัญหาที่ตามมาก็คือ ปัญหาเรื่องปุ๋ยปลอม โดยปุ๋ยปลอมที่พบมีด้วยกัน 3 แบบ คือ แบบแรกเป็นปุ๋ยปลอมที่มีธาตุอาหารไม่ครบตามที่แจ้งไว้ แบบนี้เป็นการปลอมในลักษณะที่ดูเสมือนจริง นั่นคือเห็นเม็ดปุ๋ยเหมือนปกติ แต่ในเม็ดปุ๋ยนั้นมีธาตุอาหารไม่ครบถ้วนตามที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมวิชา การเกษตร และสามารถตรวจสอบได้ในห้องปฏิบัติการเท่านั้น ซึ่งเป็นลักษณะที่พบมากที่สุดในปัจจุบัน ส่วน แบบที่สองคือ ปุ๋ยที่ผลิตอย่างหนึ่ง ได้ปุ๋ยอีกแบบหนึ่ง โดยที่ไม่ขึ้นทะเบียนไว้ และไม่ได้แจ้งสถานที่ผลิตหรือผู้ผลิต มีการปลอมทะเบียน ปลอมผู้ผลิต และ แบบที่สามคือ ปุ๋ยปลอมเทียมหรือเลียนแบบ โดยจะไม่มีเนื้อปุ๋ยเลย มีแต่เม็ดดิน และไม่มีธาตุอาหารใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งทั้งหมดนี้คือลักษณะของปุ๋ยปลอมที่ตาม พ.ร.บ.ปุ๋ย พ.ศ.2518 แก้ไขเพิ่มเติม โดย พ.ร.บ.ปุ๋ย ฉบับที่ 2 พ.ศ.2550 ระบุว่าเป็นปุ๋ยปลอมที่ต้องดำเนิน ตามความผิด มาตรา 63 ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5-15 ปี และปรับตั้งแต่ 200,000-2,000,000 บาท

จากปัญหาปุ๋ยปลอมที่เกิดขึ้นจึงจำเป็นต้องมีการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการตาม กฎการควบคุม พ.ร.บ.ปุ๋ยทุกขั้นตอน อย่างเข้มงวด เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน เริ่มจากการควบคุมการผลิต การนำเข้า และการจำหน่าย ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกอบการค้าปุ๋ยทั้งหมดประมาณ 20,000 ราย และประมาณ 80% ของผู้ประกอบการทั้งหมดนี้ได้ถูกตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว

สำหรับการเลือกซื้อปุ๋ยเคมีที่เป็น ประโยชน์ต่อเกษตรกร ก่อนซื้อปุ๋ยต้องดูชนิดของดิน ธาตุอาหารที่พืชต้องการว่าเหมาะสมหรือไม่ อีกทั้งการเลือกร้านค้าก็เป็นสิ่งสำคัญ อย่างน้อยต้องเป็นร้านค้าที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมวิชาการเกษตรหรือได้ รับการรับรองสินค้าคุณภาพมาตรฐานที่เราเรียกว่าร้าน “Q-shop” อีกทั้งเมื่อไปถึงกระสอบปุ๋ยสิ่งที่ต้องดูอันดับแรกคือ ปุ๋ยนั้นต้องมีทะเบียนของกรมวิชาการเกษตรรับรอง ต้องมีเครื่องหมายการค้าที่ชัดเจน มีชื่อผู้ผลิต ตลอดจนมีสูตรปุ๋ยกำกับมีคำแนะนำที่ถูกต้อง

เมื่อซื้อปุ๋ยควรจะต้องขอใบเสร็จเพื่อประกอบเอกสารกำกับปุ๋ยนั้นเมื่อมี ปัญหา จะได้สามารถดำเนินการได้ และหากไม่แน่ใจสามารถส่งตัวอย่างปุ๋ยมาตรวจสอบได้ที่กรมวิชาการเกษตร หรือเข้าไปในเว็บไซต์ของกรมวิชาการเกษตร www.doa.go.th และเข้าไปที่หน่วยงานของกรมสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร จะมีรายละเอียดการขึ้นทะเบียนไว้ทั้งหมด.

มิถุนายน 2, 2010

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญค้านการทำคลอดลูก ด่วนตัดสายสะดือ

29 พฤษภาคม 2553, 10:00 น.

ผ่านทางแพทย์ผู้เชี่ยวชาญค้านการทำคลอดลูก ด่วนตัดสายสะดือ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_85943

นักวิจัยทางการแพทย์โวยวายขึ้นว่า การตัดสายสะดือเด็กทันทีที่คลอดออกมาเป็นการกระทำที่ด่วนได้ เป็นความเสียหายแก่ทารก หากว่ารอจนกว่าสายสะดือจะหมดหน้าที่ จะเป็นคุณกับสุขภาพเด็กอย่างสำคัญ

วารสารทางวิชาการ “เซลล์และโมเลกุลในทาง การแพทย์” ของสหรัฐฯ รายงานว่า ทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยเซาธ์ ฟลอริดา ได้กล่าวเตือนสูติแพทย์ว่า การตัดสายสะดือเด็กทันที เป็นการเร็วไป ควรจะรอสัก 2-3 นาที

สาย สะดือ มีหน้าที่ลำเลียงสารอาหารและออกซิเจนจากแม่เข้าสู่ท้องเด็ก การที่หมอรีบใช้ตัวหนีบยึดหนีบสายสะดือเสียก่อน ทำให้ทารกไม่ได้รับเซลล์ ต้นกำเนิดซึ่งมีคุณสมบัติในทางรักษาหลายอย่าง “มันไม่เพียงเป็นการให้เลือดตามปกติเท่านั้น หากยังเป็นการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดธรรมชาติหนแรกด้วย”

หัวหน้าคณะ นักวิจัย หมอปอล ซานเบิร์ก แจ้งว่า ปัญหาของทารกแรกเกิดปกติ มักจะเนื่องมาจากอวัยวะหลายอย่างที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ ต้องอาศัยคุณสมบัติในการก่อตัวขึ้นใหม่ของเซลล์ต้นกำเนิดช่วยเหลือ ดังนั้น หากว่าชะลอการตัดสายสะดือเอาไว้ อาจจะช่วยลดโอกาสเสี่ยงที่ทารกจะเจ็บป่วยด้วยโรคหลายโรค ตั้งแต่โรคทางเดินหายใจ โรคปอดเรื้อรัง โรคโลหิตออกในสมอง โรคโลหิตจาง และโลหิตเป็นพิษ กับโรคตาลงได้ ยิ่งเป็นทารกที่คลอดก่อนกำหนดด้วย ยิ่งมีความสำคัญหนัก.

พฤษภาคม 31, 2010

ธ.ก.ส.ควัก 63 ล้านบาท รับจำนำเกลือ

27 พฤษภาคม 2553, 17:29 น.

ผ่านทางธ.ก.ส.ควัก 63 ล้านบาท รับจำนำเกลือ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_85725

ธ.ก.ส. เตรียมสินเชื่อกว่า 60 ล้านบาท เปิดรับจำนำเกลือ หวังช่วยชาวนาเกลือเมืองเพชร ชะลอขายผลผลิตช่วงราคาตกต่ำ พร้อมเสริมมาตรการให้กู้ สร้างหรือปรับปรุงยุ้งฉางเก็บผลผลิตเพื่อรอราคา…

เมื่อ วันที่ 27 พ.ค. นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส) เปิดเผยว่า จากการที่เกษตรกรนาเกลือจังหวัดเพชรบุรี กำลังประสบปัญหาความเดือดร้อน อันเนื่องมาจากราคาผลผลิตตกต่ำ และรัฐบาลโดยมติของคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) ให้ ธ.ก.ส. เข้าไปช่วยสนับสนุนสินเชื่อ ในรูปของการรับจำนำผลผลิต และการลงทุนสร้างยุ้งฉาง เพื่อเก็บผลผลิตและรอราคา ซึ่งการดำเนินงานตามโครงการดังกล่าว มีเกษตรกรซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่มเกษตรกรนาเกลือจังหวัดเพชรบุรี จำนวน 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบ้านแหลม อำเภอเมือง และอำเภอชะอำ แจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 142 ราย วงเงินสินเชื่อจำนวน 63,300,000 บาท จำแนกเป็นสินเชื่อรอการขายผลิตผล จำนวน 142 ราย จำนวนเงิน 42,600,000 บาท คิดเป็นปริมาณเกลือที่รับจำนำประมาณ 40,000 ตัน และสินเชื่อเพื่อลงทุนสร้างและปรับปรุงยุ้งฉาง 69 ราย จำนวนเงิน 20,700,000 บาท

สำหรับเงื่อนไขการจ่ายสินเชื่อตามโครงการดังกล่าว ธ.ก.ส. จะให้กู้รายละไม่เกิน 600,000 บาท แยกเป็นค่ารอการขายผลิตผลไม่เกิน 300,000 บาท กำหนดชำระคืนไม่เกิน 6 เดือน แต่ไม่เกินวันที่ 30 พฤศจิกายน 2553 และค่าลงทุนสร้างหรือปรับปรุงยุ้งฉางไม่เกิน 300,000 บาท กำหนดชำระคืนไม่เกิน 5 ปี แต่ไม่เกินวันที่ 30 มิถุนายน 2553 อัตราดอกเบี้ย MRR หรือเท่ากับร้อยละ 6.75 ต่อปี ทั้งนี้ คชก. จะชดเชยดอกเบี้ยให้เกษตรกร ที่เข้าร่วมโครงการร้อยละ 3 ต่อปี เป็นระยะเวลา 8 เดือน ส่วนหลักประกันการกู้ ให้ใช้เกลือในยุ้งฉางเป็นหลักประกัน และให้สมาชิกในกลุ่มที่ขึ้นทะเบียนเป็นลูกค้า ธ.ก.ส. ไม่น้อยกว่า 5 คน รับรองรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม การประเมินราคาเกลือทะเล ที่ใช้จำนำเป็นหลักประกัน คำนวณจากราคาของเกลือทะเล คุณภาพเกรดคละ ซึ่งซื้อขายกันในพื้นที่ ปัจจุบันอยู่ที่เกวียนละ 1,250 บาท โดยปล่อยกู้ไม่เกินร้อยละ 80 ของราคาประเมิน หรือไม่เกินเกวียนละ 1,000 บาท

ทั้งนี้ จังหวัดเพชรบุรีเป็นแหล่งผลิตเกลือทะเลที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ มีพื้นที่การผลิตกว่า 36,000 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 62 ของพื้นที่ทำนาเกลือทั้งสิ้น 63,300 ไร่ มีผลผลิตออกสู่ตลาดปีละประมาณ 400,000 เกวียน จากทั้งประเทศ 650,000 เกวียน โดยเกลือทะเลออกสู่ตลาดพร้อมกันเป็นจำนวนมาก ในช่วงฤดูแล้ง (มีนาคม – พฤษภาคม) ของทุกปี ทำให้ราคาตกต่ำ ดังนั้น การชะลอการขายเกลือโดยเก็บรักษาไว้ในยุ้งฉาง เพื่อรอจำหน่ายเมื่อราคาเหมาะสม จะช่วยแก้ปัญหาราคาตกต่ำให้กับเกษตรกรชาวนาเกลือได้

พฤษภาคม 29, 2010

เตือนเกษตรกรเลือกซื้อปุ๋ยอินทรีย์ระวังเจอปลอม

26 พฤษภาคม 2553, 15:00 น.

ผ่านทางเตือนเกษตรกรเลือกซื้อปุ๋ยอินทรีย์ระวังเจอปลอม – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_85428

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เผยแก๊งปลอมปุ๋ยระบาด พบมีผู้ประกอบการผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดที่มีปริมาณอินทรียวัตถุรับรอง ไม่ถึงร้อยละ 10 ของน้ำหนัก บางรายหนักกว่านั้นใช้ดินผสมกว่า 90%…

เมื่อ เร็วๆ นี้ นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ขณะนี้พบว่ามีผู้ประกอบการผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดที่มีปริมาณอินทรียวัตถุ รับรอง (Organic Matter) ไม่ถึงร้อยละ 10 ของน้ำหนัก ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน และที่ร้ายแรงไปกว่านั้น คือ มีบางรายนำดินกว่าร้อยละ 90 มาผสมปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดส่งขายในท้องตลาด ดังนั้น เกษตรกรจึงควรระมัดระวังในการเลือกซื้อปุ๋ยอินทรีย์ไปใช้

ขณะ นี้กรมวิชาการเกษตรได้ให้เจ้าหน้าที่สารวัตรเกษตรเร่งตรวจสอบผู้ประกอบการ ที่ผลิตปุ๋ยอินทรีย์กว่า100ราย เพื่อควบคุมคุณภาพปุ๋ยอินทรีย์ หากตรวจพบว่า ผู้ประกอบรายใดผลิตและจำหน่ายปุ๋ยอินทรีย์ไม่ได้มาตรฐาน จะต้องถูกดำเนินการทางกฎหมายตาม พ.ร.บ.ปุ๋ย.

หน้าต่อไป

Theme: Rubric. บลอกที่ WordPress.com .