ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

ตุลาคม 17, 2011

ฟื้นฟูสุขภาพหลังคลอด ด้วยการแพทย์แผนไทย

ฟื้นฟูสุขภาพหลังคลอด ด้วยการแพทย์แผนไทย

เขียนโดย admin เมื่อ อ, 12/23/2008 – 10:56

การฟื้นฟูสุขภาพแม่หลังคลอดบุตรเป็นสิ่งที่จำเป็นและมีประโยชน์สำหรับคุณแม่ทุกคน เพราะตลอดเวลา 9 เดือนของการตั้งครรภ์ คุณแม่ต้องรับภาระหนักทั้งร่างกายและจิตใจ นับว่าเป็นภาระอันใหญ่หลวงสำหรับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ทุกคน และเมื่อเวลาคลอดก็ต้องทนกับความเครียดและความเจ็บปวดอีก ภายหลังคลอดคุณแม่ส่วนใหญ่ จะมีอาการเศร้าหมองเนื่องจากสภาพฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อีกทั้งความเหนื่อยล้าเจ็บปวดและความวิตกกังวลต่างๆ นานาในการเลี้ยงดูบุตร

ใ นอดีตหญิงหลังคลอดใช้วิธีดูแลสุขภาพหลังคลอดตามหลักการแพทย์แผนไทย เช่น อยู่ไฟ การนวดประคบสมุนไพร การทับหม้อเกลือ เข้ากระโจมอบไอน้ำ และอาบน้ำสมุนไพร นอกจากนี้ ยังบำรุงร่างกานด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ข้าวซ้อมมือที่อุดมด้วยวิตามิน รับประทานปลาเพราะโปรตีนจากปลาย่อยง่าย รับประทานผักสมุนไพรเพื่อเพิ่มน้ำนม เช่น แกงเลียงบวบ ตำลึง หัวปลี และงดอาหารรสจัด อาหารหมักดอง เพราะมีความเชื่อว่าจะทำให้แม่และเด็กมีสุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรง

  การสร้างเสริมสุขภาพหลังคลอดด้วยการแพทย์แผนไทย ให้ประโยชน์หลายประการคือ 
1.ช่วยให้หญิงหลังคลอดได้พักผ่อนและ ได้รับความสดชื่น ผ่อนคลายความตึงเครียดจากการคลอด
2.ความร้อนจะช่วยกระตุ้นการหดตัวของมดลูก ทำให้น้ำคาวปลาถูกขัยออกมา ช่วยให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น
3.บรรเทาอาการเจ็บแผล และช่วยให้แผลฝีเย็บแห้ง หายเร็วขึ้น
4.ช่วยให้มารดามีสุขภาพแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ

ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน 17 กุมภาพันธ์ 2546
แหล่งข้อมูล : 
ศูนย์การแพทย์แผนไทย โรงพยาบาลเกษมราษฏร์ ประชาชื่น

สารสกัดจากใบแปะก๊วยช่วยให้ความจำดีขึ้น จริงหรือไม่?

สารสกัดจากใบแปะก๊วยช่วยให้ความจำดีขึ้น จริงหรือไม่?

เขียนโดย admin เมื่อ อ, 12/23/2008 – 11:14

คณะนักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยวิลเลียมส์ ในรัฐแมสซาซูเซตส์ของประเทศสหรัฐอเมริกา

ทำการศึกษาวิจัยกับอาสาสมัครจำนวน 206 คน ที่มีสุขภาพจิตดีและมีอายุเกินกว่า 60 ปี เป็นเวลา 6 สัปดาห์ ถึงผลของกิงโกะ(Ginko) สารสกัดจากธรรมชาติหรือใบแปะก๊วย ซึ่งโฆษณาว่ามีสรรคุณช่วยให้ความจำดีขึ้น

         โดยแบ่งอาสาสมัครออกเป็น 2 กลุ่ม 
กลุ่มหนึ่งได้รับกิงโกะ อีกกลุ่มได้รับยาหลอก โดยแม้แต่เจ้าหน้าที่ที่ทำการควบคุมก็ไม่ทราบว่ากลุ่มไหนได้รับกิงโกะ กลุ่มไหนได้รับยาหลอก โดยทำตามข้อแนะนำในการใช้ของผู้ผลิตทุกประการ

หลังจาก 6 สัปดาห์ผ่านไป ได้มีการทดสอบระบบประสาทในด้านต่างๆ เช่น การเรียนรู้ ความจำ การพูด และการควบคุมจิตใจ ปรากฎว่าทั้งสองกลุ่มไม่มีข้อแตกต่างกันแม้แต่รายเดียว

แต่กลุ่มที่สนับสนุนการกินกิงโกะโต้แย้งว่า การศึกษานี้เป็นเพียงแห่งเดียวที่บอกว่าไม่มีประโยชน์ ในขณะที่อีกหลายแห่งบอกว่าสามารถช่วยฟื้นฟูความจำได้และหากศึกษานานกว่านี้ก็อาจ จะเห็นความความแตกต่างได้

แหล่งข้อมูล : VOA ภาคภาษาไทย,โลกวันนี้ สิงหาคม 2545

ขนมปังทำให้เป็นสิว

ขนมปังทำให้เป็นสิว

เขียนโดย admin เมื่อ อ, 12/23/2008 – 11:12

ถ้าไม่อยากเป็นสิว วัยรุ่นที่ชอบรับประทานขนมปังขาวคงต้องหักห้ามใจเอาไว้บ้าง
นักวิจัยมหาวิทยาลัยโคโลราโดในสหรัฐอเมริกาเชื่อว่าการรับประทานขนมปังขาวมากเกินไปของ วัยรุ่นใสสหรัฐฯ อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้วัยรุ่นเหล่านี้เป็นสิว สาเหตุเนื่องมาจากขนมปังขาวและน้ำตาลในขนม ปังบางชนิดทำให้ระดับอินซูลินสูงขึ้นจน ก่อให้เกิดสิวได้

         นักวิจัยระบุว่าการรับประทานอาหารแบบตะวันตกคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้วัยรุ่น เป็นสิว เพราะเปรียบเทียบวัยุรุ่นในภูมิภาคื่อนๆ ของโลกที่ไม่ได้รับวัฒนธรรมการบริโภคอาหารแบบตะวันตก เช่น ชาวเกาะในปาปัวนิวกีนีหรือชน เผ่าในแม่น้ำอเมซอน วัยรุ่นแถบไม่เคยเป็นสิวกันเลย

นอกจากนี้ชาวเผ่า อินูในอะแลสกาก็เพิ่งมาเป็นสิวกันเมื่อเริ่มรับประทานอาหารแบบตะวันตก จึงไม่น่าแปลกใจเลย ถ้าเด็กไทยจะเป็นสิวกันเกร่อ เพระานิยมรับประทานอาหารตะวันตกกันเหลือเกิน

 ใครที่เป็นสิวแล้วรักษาเท่าร๊าย…เท่าไหร่ก็ไม่หายสักทีนั่นเป็นเพราะว่าคุณทานอาหาร ของชาวตะวันตกมากเกินไปหรือเปล่าค่ะ ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ลดๆ ลงซะเถอะค่ะ หันมานิยมอาหารไทยๆ เราดีกว่า ดูซิวัยรุ่นชาวเขา ชาวดอยบ้านเราเค้าหน้าส๊าย…ใส

แหล่งข้อมูล : แพรว. นิตยสารรายปักษ์ปีที่ 24 ฉบับที่ 561 10/ มกราคม/2546

แพทย์เตือนสบู่อนามัยมีอันตราย

แพทย์เตือนสบู่อนามัยมีอันตราย

เขียนโดย admin เมื่อ อ, 12/23/2008 – 11:05

รศ.นพ.พงษ์ศักดิ์ ชัยศิลป์วัฒนา จากภาควิชาสูตินารีศาสตร์-นารีเวชวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล
เปิดเผยว่า ในปัจจุบันผู้หญิงจำนวนมรากนิยมใช้สบู่เหลวอนามัยเฉพาะที่หรือนำมาล้างช่องคลอด เพราะรู้สึกว่า สะอาด ปลอดภัย ไร้เชื้อโรค ซึ่งความเชื่อดังกล่าวเป็นความเชื่อที่ผิด เพราะธรรมชาติสร้างให้ช่องคลอดกับอวัยวะเพศมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน

 ซึ่งในบริเวณช่องคลอดจะมีเชื้อชนิดหนึ่งทำหน้าที่ควบคุมสภาวะในช่องคลอดให้เป็นปกติ

       การใช้สบู่เหลวอนามัยเฉพาะที่บ่อยๆ จะทำให้เชื้อดังกล่าวถูกทำลาย เชื้อโรคต่างๆ จะเข้าสู่ช่องคลอดได้ง่ายขึ้นมีผลทำให้เป็นโรคทางนรีเวชง่ายขึ้นเช่นกัน

การรักษาความสะอาดจึงควรทำอย่างถูกวิธี ด้วยการล้างน้ำสะอาดเช้า-เย็นก็เพียงพอแล้ว

แหล่งข้อมูล : เดลินิวส์

สัญญาณของมะเร็งผิวหนัง

สัญญาณของมะเร็งผิวหนัง

เขียนโดย admin เมื่อ อ, 12/23/2008 – 11:10

มะเร็งปากผิวหนังก็เหมือนกับมะเร็งชนิดอื่นๆ คือหากพบเสียตั้งแต่เนิ่นๆ โอกาสในการรักษาให้หายก็มีมากขึ้น

สมาคมมะเร็งสหรัฐอเมริกาแนะนำว่า ผู้ที่อายุระหว่าง 20-40 ปี ควรไปตรวจมะเร็งผิวหนังทุกสามปี หลังจากอายุ 40 ปีขึ้นไปแล้วควรตรวจทุกปี

        และทุกคนควรจะคอยสังเกตว่าผิวหนังของตนมีความผิดปกติใดๆ ที่อาจเป็นสัญญาณบอกเหตุว่ากำลังถูกคุกคามด้วยโรคร้ายนี้บ้างหรือไม่

มีวิธีง่ายๆ ในการตรวจหาความผิดปกติของผิวหนังคือ หลังอาบน้ำให้คอยสำรวจลักษณะของไฝ หากไฝมีลักษณะขรุขระขยายใหญ่ขึ้น เริ่มเปลี่ยนสี ไม่ว่าจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ดำ แดง ขาวหรือน้ำเงิน หรือรู้สึกคัน ระคายเคืองมีเลือดออกควรรีบไปปรึกษาแพทย์

ถ้าเป็นไปได้ควรถ่ายรูปไฝเหล่านั้นนี้เอาไว้เพื่อนำไปถามแพทย์ว่าไฝเม็ดใดควรจะคอนสังเกตเป็น พิเศษว่าอาจจะพัฒนากลายเป้นเนื้อร้ายในภายหลัง

รู้อย่านี้แล้วก็หมั่นสังเกตตัวเองกันสักหน่อย กันไว้ดีกว่าแก้นะค่ะ

แหล่งข้อมูล : แพรว. นิตยสารรายปักษ์ปีที่ 24 ฉบับที่ 561 10/ มกราคม/2546

วิตามันอีมีผลดีจริงหรือ?

วิตามันอีมีผลดีจริงหรือ?

เขียนโดย admin เมื่อ อ, 12/23/2008 – 11:08

ตามินอีในรูปอาหารเสริมมีผลในการเป็นตัว แอนตี้อ็อกซิเดนท์ป้องกันโรคร้ายอย่างมะเร็งและอัลไซเมอร์ได้ 

มีความเชื่อมั่นกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่า วิตามินอีในรูปอาหารเสริมมีผลในการเป็นตัวแอนตี้อ็อกซิเดนท์ป้องกันโรคร้ายอย่างมะเร็งและอัลไซเมอร์ได้ แต่มันมีผลเช่นนี้จริงหรือในคนที่มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์อยู่แล้ว

         มีงานศึกษาชิ้นหนึ่งจากมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนียในฟิลาเดลเฟียซึ่งตีพิมพ์ในนิตยสาร Journal of the American Medical Association โดยมีฐานมาจากการเฝ้าดูชายหญิง 30 คน ซึ่งส่วนหนึ่งได้รับวิตามินอีในรูปอาหารเสริมทุกวันเป็นเวลา 8 สัปดาห์ อีกส่วนหนึ่งได้รับวิตามินเทียมซึ่งไม่มีผลใด ๆ ทั้งสิ้นต่อร่างกาย

จากนั้นแพทย์ได้ตรวจวัดผลกระทบของวิตามินต่อการสันดาปไขมันในร่างกาย (lipid peroxidation) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความเครียดที่เกิดขึ้นในเซลล์และเนื้อเยื่อ ความเครียดดังกล่าวนี้อาจจะมีบทบาทที่สำคัญในการเกิดโรคบางอย่าง เช่น โรคหัวใจ มะเร็ง และอัลไซเมอร์

จากการศึกษาไม่พบผลของวิตามินอีจากการวัด 3 แบบเพื่อตรวจวัด lipid peroxidation ในที่สุดก็สรุปผลออกมาว่า อาหารแบบตะวันตกโดยทั่วไปแล้วมีวิตามินพอเพียงแก่ความต้องการของร่างกาย ในแต่ละวันและไม่พบว่าเมื่อได้รับอาหารเสริมในรูปวิตามินอีแล้วจะเกิดผลใด ๆ ต่อการสันดาปไขมันของร่างกาย

นั่นก็คือ วิตามินอีในรูปอาหารเสริมไม่จำเป็นต่อร่างกายนั่นเอง

แหล่งข้อมูล : มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
ที่มา : วารสารฉลาดซื้อ ฉบับที่ 42

ดูแลผิวหน้าให้ได้ผล?

ดูแลผิวหน้าให้ได้ผล?

เขียนโดย admin เมื่อ อ, 12/23/2008 – 11:06

เรามาทำความรู้จักกับสภาพผิวกันเถอะ

ผิวหน้าของแต่ละคนนั้นมีความต่าง การดูแลผิวหน้าอย่างเห็นผลเราจะต้องรู้จักสภาพผิวของตัวเราว่ามีสภาพเป็น อย่างไร

ถ้าไม่รู้จักสภาพผิวหน้าการใช้สมุนไพรแต่ละชนิดจะทำให้เกิดผลไม่เหมือนกัน แทนที่จะเกิดผลดีมันก็ไม่เกิดผลดีหรืออาจจะเกิดผลเสียก็ได้ อย่างคนที่ผิวแห้งถ้าเราไปใช้ผลิตภัณฑ์ลอกผิวหน้ามากๆ หรือลดความมันบนใบหน้ามากๆ มันก็จะยิ่งทำให้แห้งมากขึ้นเป็นขุยแล้วก็เหี่ยวย่นเร็วโดยไม่รู้ตัว

        วิธีสังเกตผิวหน้าว่าตัวเองเป็นคนผิวหน้าอย่างไร มีวิธีง่ายๆคือ ถ้าทาแป้งเสร็จสักครู่เดียวเป็นมันเยิ้มอย่างนี้จะเป็นคนผิวมัน

คนผิวมัน คนผิวมันคือคนที่มีมันมากเนื่องจากจำนวนต่อมไขมันบนใบหน้ามีมาก ข้อได้เปรียบของคนผิวหน้ามันก็คือ จะเป็นคนแก่ช้า ขอเสียเปรียบก็คือ แต่งหน้าแล้วไม่สวยต้องคอยซับมันตลอดเวลา

คนผิวแห้ง จะสังเกตว่าเวลาทาแป้งไม่ค่อยติดต้องใช้รองพื้น แป้งจึงจะติดมากขึ้นและในหน้าหนาวคนผิวแห้งจะแห้งมากกว่าคนอื่น มีขุย มีอาการคันอาการแพ้มากกว่าคนอื่น

คนผิวธรรมดา คือ มีมันบ้างเวลาออกกำลังกาย มีมันบ้างทาแป้งก็ติดบ้างเล็กน้อย ไม่ค่อยเกิดอาการแพ้

คนผิวผสม นอกจากนี้ยังมีคนผิวหน้าอีกประเภทหนึ่งเรียกว่า ผิวผสม คือใบหน้าตรงบริเวณที่เขาเรียกว่าทีโซน บริเวณหน้าผาก จมูก จนถึงตรงคางจะมันมาก ในขณะที่ด้านข้างๆ จะธรรมดาหรือบางที่ด้านข้างๆ จะธรรมดาหรือบางที่จะเป็นผิวแห้งก็มี คนที่มีผิวลักษณะนี้จะต้องดูแลรักษาผิวหน้าแต่ละบริเวณด้วยวิธีแตกต่างกัน

สมุนไพรดูแลผิว 
การใช้สมุนไพรใดๆ ก็ตาม ต้องใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานพอสมควรจึงจะเห็นผลเพราะสารที่มาจากพืชไม่ใช่สารที่ใช้แล้ว จะเห็นผลภายใน 2 สัปดาห์ ไม่เหมือนที่เขาโฆษณาเครื่องสำอางว่าทาแล้วจะหายย่น หายเหี่ยวภายใน 2 สัปดาห์ ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้ในกรณีที่ใช้สมุนไพรเพราะการทำปฏิกิริยากับร่างกายหรือกับผิว สมุนไพรจะเป็นปฏิกิริยาที่ค่อนข้างนุ่มนวลและช้า ถ้าเกิดเป็นพิษก็จะเป็นพิษที่น้อยด้วยตามมา

แหล่งข้อมูล : รศ.รุ่งระวี เต็มศิริฤกษ์กุล: สวยด้วยวิธีธรรมชาติ

กินถั่วอบช่วยลดความดัน

กินถั่วอบช่วยลดความดัน

เขียนโดย admin เมื่อ อ, 12/23/2008 – 11:02

นักวิจัยจากศูนย์การแพทย์เบทอิสราเอล
เสนอแนวทางใหม่ในการช่วยหญิงวัยทองให้ลดการบริ โภคฮอร์โมนสำหรับแก้อาการวูบวาบหรือผิดปกติอื่น ๆ ด้วยการหันมากินถั่วและธัญพืชที่อบแห้งแทนจำนวนครึ่งถ้วยทุกวัน

นอกจากจะช่วยลดความความเสี่ยง ต่อจากเกิดโรคหัวใจและมะเร็งเต้านมที่เกิดจากการกินฮอร์โมนในหญิงวัยทองแล้ว

       ในกลุมสตรีที่มีความดันเลือดสูง การกินถั่วและธัญพืชอบแห้งยังช่วยลดความดันเลือดสูงสุดจากการบีบหัวใจได้ถึงร้อยละ 10

และยังลดอัตราการเกิดความดัยเลือดสูงจากการคลายตัวของของหัวใจได้ร้อยละ 7

แหล่งข้อมูล : คม ชัด ลึก, ไทยรัฐ

ขี้หู จำเป็นต้องแคะออกหรือไม่

ขี้หู จำเป็นต้องแคะออกหรือไม่

เขียนโดย admin เมื่อ อ, 12/23/2008 – 11:50

ขี้หู ถูกสร้างจากต่อมสร้างขี้หูโดยตรง ซึ่งมีเฉพาะในช่องหูเท่านั้น
ขี้หูมีประโยชน์หลายอย่างคือ ป้องกันไม่ให้แมลงเข้าไปทำร้ายบริเวณแก้วหู ได้โดยง่ายและการมีขี้หูจะทำให้ช่องหูมีความเป็นกรดอ่อนๆ ซึ่งช่วยป้องกันการติดเชื้อ ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้แคะหู

        โดยปกติร่างกายจะมีกลไกกำจัดขี้หูโดยธรรมชาติอยู่แล้ว การแคะหูหรือปั่นหูอาจทำให้ร่างกายสร้างขี้หูที่ผิดปกติ และมากกว่าปกติ

ขี้หูในภาษาอังกฤษใช้คำว่า wax แปลว่า น้ำมันเคลือบช่องหูไม่เกี่ยวอะไรกับขี้เลย และไม่ใช่ของสกปรกจึงไม่ต้องแคะหรือทำความสะอาดช่องหู

แหล่งข้อมูล : นพ.สมศักดิ์ หวานกิจเจริญ. ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ : นิตยสารหมอชาวบ้าน
ปีที่ 24 ฉบับที่ 285 มกราคม 2545

ขาลายเกิดจากอะไร

ขาลายเกิดจากอะไร

เขียนโดย admin เมื่อ อ, 12/23/2008 – 10:59 

เรื่องขาลายที่เกิดขึ้นเป็นภาวะที่ทางแพทย์เรียกว่า stria distensae 
ความผิดปกติเกิดขึ้นจากเส้นใยที่อยู่ใต้ผิวหนังที่เรียกว่าเส้นใยใต้ผิวหนัง (collagen และ elastic fibers) เป็นภาวะที่พบได้ในเด็กผู้หญิงถึงร้อยละ 35 ตั้งแต่ อายุ 9-16 ปี

 

       การใช้ยาในกลุ่มคอร์ติโคสตีรอยด์ ทั้งกินทั้งและทาก็เป็นสาเหตุหนึ่งของภาวะเช่นนี้

ในหญิงตั้งครรภ์พบได้บ่อยที่หน้าท้อง ในคนที่ไม่ได้ใช้ยาในกลุ่มคอร์ติโคสตีรอยด์ แล้วเกิดภาวะนี้ขึ้นมาไม่ทราบว่าเป็นความผิดปกติตรงส่วนใดของกระบวนการสร้างเส้นใยใต้ผิวหนัง

อย่างไรก็ตาม รอยของ Stria distensae ซึ่งเริ่มต้นจาอสีแดงหรือม่วงจะค่อยๆ จางไปเองแม้ว่าจะไม่หมดไปเสียทีเดียวไม่มียาอะไรช่วยลบรอยได้ ไม่ว่าจะเป็นยากินหรือทา

แหล่งข้อมูล : นพ.ปริทัศน์ ศุกรีเขตร. ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ : นิตยสารหมอชาวบ้าน
ปีที่ 24 ฉบับที่ 285 มกราคม 2545

สุขภาพองค์รวม (Holistic health )

สุขภาพองค์รวม (Holistic health )

เขียนโดย admin เมื่อ อ, 12/23/2008 – 11:20

ในที่นี้แยกอออกเป็น 3 ระดับ
องค์รวมระดับบุคคล
คือการทำให้เกิดความสมดุลภายในตัวเราแต่ละคนทั้งในด้านร่างกายและจิตใจ เกิดเป็นเอกภาพที่กลมกลืนระหว่างร่างกาย จิตใจ และวิญญาณ โดยที่หนทางไปสู่ความเป็นเอกภาพดังกล่าวคือ การดำเนินชีวิตให้เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการบริโภคอาหารที่เหมาะสม มีพฤติกรรมที่โน้มนำไปสู่คุณภาพที่ดีและทำจิตใจให้ผ่อนคลาย

องค์รวมระดับครอบครัวและชุมชน 
ครอบครัว    คนจะมีสุขภาพกายใจดีหรือไม่ครอบครัวมีความสำคัญมาก ครอบครัวที่อบอุ่น สมาชิกในครอบครัวมีความรักให้กันและกัน ช่วยกันดูแลให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดีทั้งกายและใจ ทุกคนมีหน้าที่รับผิดชอบและบทบาทแตกต่างกันไป เมื่อมาประกอบกันเข้าก็ทำให้เกิดความเป็นเอกภาพองค์รวม
ชุมชน     ชุมชนที่มีความเกื้อกูล เอื้ออาทรซึ่งกันและกัน สุขภาพและชีวิตของคนในชุมชนก็ย่อมดีไปด้วย ชุมชนชนบทไทยในอดีตน่าจะเป็นแบบอย่างของความเป็นองค์รวมในระดับครอบครัวและ ชุมชนได้ดี

องค์รวมระดับสังคม
สังคมในที่นี้รวมถึงสิ่งแวดล้อมหรือธรรมชาติด้วย แบ่งเป็น 2 ด้าน
1. ความสัมพันธ์ระหว่างคนต่อคน หมายถึงคนในสังคมมีความเป็นเอกภาพกันถึงแม้ว่าคนในสังคมนั้น ๆ จะมีความแตกต่างและหลากหลาย (ชนชั้น,อาชีพ,ความคิด ฯลฯ ) แต่คนจำนวนมากมีเจตจำนงอย่างเดียวกัน ที่จะสร้างสังคมที่ดีงาม
2. ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ ต้นไม้ ป่าไม้ ภูเขา แม่น้ำ ลำธาร อากาศ

ถ้าเราทุกคนตระหนักว่ามนุษย์นั้นเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติและเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับสรรพชีวิตอื่น ๆ เคารพในแม่น้ำ ลำธาร ต้นไม้ ป่าไม้ สัตว์นานาพันธุ์ ตระหนักและจริงจังที่จะใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ก็จักเกิดความสัมพันธ์ที่กลมกลืนระหว่างคนกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

การรดูแลสุขภาพแบบองค์รวม คือ ความสมดุลย์ กลมกลืนระหว่างร่างกาย จิตใจ และสังคมสิ่งแวดล้อม จึงเป็นวิถีของการมีสุขภาพที่ดีและงดงาม

สิงหาคม 30, 2011

บอระเพ็ดพุงช้าง เส้นทางจากกลางดงสู่ห้องวิจัย

มูลนิธิสุขภาพไทย

บอระเพ็ดพุงช้าง เส้นทางจากกลางดงสู่ห้องวิจัย

 

แค ดูแลสุขภาพในทุกฤดูกาล

มูลนิธิสุขภาพไทย

แค ดูแลสุขภาพในทุกฤดูกาล

ส่งเสริมสุขภาพทั่วไทย ส่งของขวัญปีใหม่สีเขียวให้กัน

มูลนิธิสุขภาพไทย

ส่งเสริมสุขภาพทั่วไทย ส่งของขวัญปีใหม่สีเขียวให้กัน

สาโท ไวน์สมุนไพร : ดื่มอย่างไรให้เป็น “ยา”

มูลนิธิสุขภาพไทย.
สาโท ไวน์สมุนไพร : ดื่มอย่างไรให้เป็น “ยา”

Theme: Rubric. บลอกที่ WordPress.com .