ผลิใบ ขอคุยด้วยคน |
ประภาส ทรงหงษา
|
อลังการงานพืชสวนโลก…เก็บมาฝากจากเชียงใหม่ (ตอนที่ 1)
ถ้าจะพูดถึงการจัดงานที่มีความยิ่งใหญ่ระดับประเทศในปี 2554 และต่อเนื่องไปจนถึงต้นปี 2555 คงจะหนี้ไม่พ้น การจัดงานมหกรรม
พืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2554 ที่จังหวัดเชียงใหม่ มีการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆทำให้ทราบว่าประชาชนทั้งใน และต่างประเทศ
ต่างหลั่งไหลเข้ามาชมความงามของดอกไม้กันอย่างไม่ขาดสาย ทั้งการเข้าชมการจัดสวนของนานาชาติ และสวนขององค์กรต่างๆ ที่เข้ามาร่วม
จัดงานในครั้งนี้ นอกจากนั้นยังมีนิทรรศการด้านการเกษตรที่ให้ความรู้กับผู้เข้าชมงานอย่างหลากหลาย

สำหรับผู้อ่านที่อยู่ในกรุงเทพมหานครหรืออยู่ในต่างจังหวัด ที่นอกเหนือจากจังหวัดเชียงใหม่ คงได้สัมผัสกับอากาศที่กำลังเย็นสบาย หรือ
ในบางจังหวัดได้ประกาศให้เป็นจังหวัดที่ประสบกับภัยพิบัติทางธรรมชาติในเรื่องของภัยหนาวแล้ว หากจะมองถึงในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นสถานที่
จัดงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2554 ต.แม่เหียะ อ.เมือง อากาศกำลังเย็นสบายไม่หนาวและไม่ร้อนจนเกินไป เหมาะกับ
การเข้าไปเที่ยวชมงานเป็นอย่างมาก บวกกับความงดงามของดอกไม้ ไม่เฉพาะเพียงเท่านี้ ความรู้ต่างๆ ที่สอดแทรกไว้ในงานนี้ ยังเป็นอีกสิ่งหนึ่ง
ที่มีความสำคัญที่ผู้เข้าชมงานจะได้นำกลับไปเป็นแนวความคิดที่เป็นประโยชน์
เมื่อกลางเดือนพฤศจิกายน 2554 ที่ผ่านมา ผู้อ่านหลายๆ ท่านคงจะได้รับทราบข่าวความเคลื่อนไหวตามสื่อต่างๆ เกี่ยวกับการเปิดงาน
มหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2554 อย่างไม่เป็นทางการแล้ว โดยความเป็นจริงการจัดงานใหญ่ในครั้งนี้กำหนดการเดิมนั้นจะ
จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2554 ที่ผ่านมา และจะมีการจัดงานไปจนถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2555 แต่เนื่องจากที่ผ่านมาในขณะนั้นเกิด
มหาอุทกภัยครั้งใหญ่ จึงทำให้การจัดงานดังกล่าวเลื่อนออกไปเป็นระหว่างวันที่ 14 ธันวาคม 2554–14 มีนาคม 2555 รวมระยะเวลาการจัดงาน
ทั้งสิ้น 92 วัน
ผู้เขียน ได้มีโอกาสเข้าร่วมพิธีเปิดงานทั้งการเปิดงานอย่างไม่เป็นทางการเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2554 ที่ผ่านมา และพิธีเปิดงานเมื่อ
วันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม 2555 จึงขอนำบรรยากาศมาฝากผู้อ่านเพื่อเป็นการเรียกน้ำย่อยสำหรับผู้อ่านหลายๆ ท่านที่มีการวางแผนเอาไว้ว่าจะไป
เที่ยวในงานนี้ และเผื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้อ่านอีกหลายๆ ท่านที่กำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยว

นายชุมพล ศิลปอาชา
การเปิดงานอย่างไม่เป็นทางการเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2554 ที่ผ่านมานั้น ได้รับเกียรติจากนายชุมพล ศิลปอาชา รองนายกรัฐมนตรี
และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นประธานในพิธีเชิญธงชาติไทย ธงงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์
2554 และธงของนานาประเทศที่เข้าร่วมการจัดงานในครั้งนี้ โดยมีหม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะ
พ่อเมืองเชียงใหม่กล่าวต้อนรับ และมีนายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ Dr. Doeke C.Faber ประธาน
สมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ Association of Horticulture Producers (AIPH) นางสาวสุพัตรา ธนเสนีวัฒน์ ปลัดกระทรวง
เกษตรและสหกรณ์ นายจิรากร โกสัยเสวี อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เอกอัครราชทูต อุปทูต ตัวแทนจากนานาประเทศ ให้เกียรติเข้าร่วม
ในพิธี ณ บริเวณประตูช้างค้ำ ลานหน้าเสาธง อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่

สำหรับการเปิดงานอย่างเป็นทางการ ของการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2554 ในครั้งนี้
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน
แทนพระองค์ไปทรงเปิดงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม 2555 ที่ผ่านมา ณ หอคำหลวง อุทยานหลวงราชพฤกษ์ ตำบลแม่เหียะ
อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าการจัดงานในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่ใน 3 วโรกาสที่สำคัญของประชาชนชาวไทย คือ
เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในมหามงคลวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2554
เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา ในวันที่ 12 สิงหาคม
2555 และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเจริญพระชนมายุ 60 พรรษา ในวันที่
28 กรกฎาคม 2555
การจัดงานครั้งนี้ จะมีการนำจุดเด่นของการจัดนิทรรศการโครงการพระราชดำริ และโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ ของทั้ง 3 พระองค์นำมา
แสดง ประกอบด้วย
นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเน้นเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงการชลประทาน การจัดการดินและน้ำ
และหญ้าแฝก

นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จะเน้นโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ การรักษาป่า ธนาคาร-
อาหารชุมชน ฟาร์มตัวอย่าง และอาชีพเสริม (การปลูกหม่อนเลี้ยงไหมโครงการศิลปาชีพ)
นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร จะเน้นโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวและ
โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่
นอกจากนั้น ยังมีหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศร่วมกันจัดสวนเฉลิมพระเกียรติ เช่น สวนนานาชาติเฉลิมพระเกียรติฯ โดยได้รับความ
ร่วมมือจาก 30 ประเทศ ได้แก่ อิหร่าน โมร็อกโก ซูดาน บริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด รัสเซีย แอฟริกาใต้ ปากีสถาน เกาหลีใต้ สมาคมพืชสวน
แห่งประเทศไทย (ในนามประเทศไทย) ลาว อินเดีย เนปาล กัมพูชา เฮียวโกะ / โอซาก้า / เกียวโต สมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) จีน
เคนย่า ภูฏาน เบลเยี่ยม มอริเตเนีย แคนาดา สเปน ตุรกี เนเธอร์แลนด์ เวียดนาม มาเลเซีย ญี่ปุ่น บังคลาเทศ การ์ตา และอินโดนีเซีย โดยแต่
ละประเทศจะมีการจัดแสดงสวน เพื่อแสดงภูมิสถาปัตย์อันมีเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละประเทศ และความงดงามทางวัฒนธรรม
สำหรับหน่วยงานในประเทศที่ร่วมจัดสวนองค์กรได้รับความร่วมมือจาก 27 หน่วยงาน ได้แก่ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล สำนักงานพัฒนา
เศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) องค์การสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ บริษัท พี เอส พี สเปเซียลตี้ส์ จำกัด (สวนดาษดา)
การท่าเรือแห่งประเทศไทย บริษัท ทีพีไอ โพลิน ชีวินทรีย์ จำกัด บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อ
ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) องค์การส่งเสริมกิจการโคนม
แห่งประเทศไทย กรมการข้าว กรมปศุสัตว์ กรมพัฒนาที่ดิน กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมป่าไม้ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ เทศบาลนครเชียงใหม่
ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กลุ่มบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ เมืองไทยประกันชีวิต มูลนิธิ
โครงการหลวง และบริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (บางกอก แอร์เวยส์)
โดยการจัดนิทรรศการในส่วนต่างๆ รวมทั้งสวนนานาชาติและสวนองค์กร ที่ผู้เขียนกล่าวมาได้มีการทำพิธีเปิดสวนอย่างเป็นทางการ เริ่ม
ตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม 2554 ที่ผ่านมา เช่น ส่วนของประเทศเกาหลีใต้ อินโดนีเซีย เนเธอร์แลนด์ ทีโอที กรมทรัพยากรน้ำบาดาล เป็นต้น
สำหรับจุดเด่นของแต่ละส่วนนั้นก็มีความแตกต่างกันออกไป ผู้เขียนจะนำจุดเด่นของการจัดนิทรรศการบางสวนที่น่าสนใจนำมาเล่าให้กับ
ผู้อ่านได้ทราบ
เริ่มต้นด้วยนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ “ตามรอยพ่อ เกษตร คือวิถีเพื่อชีวิตที่ยั่งยืน” จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจของ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ที่เกี่ยวข้องกับ
การเกษตร ทั้งในส่วนโครงการพระราชดำริและโครงการส่วนพระองค์ ซึ่งแสดงถึงพระอัจฉริยภาพในด้านการนำการเกษตรมาเป็นแนวทางในการ
พัฒนาคุณภาพชีวิตของปวงชนชาวไทย ซึ่งจัดแสดงในอาคารนิทรรศการ Expo Center 1 ตลอดระยะเวลาการจัดงาน 92 วัน
สำหรับนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ ข้างต้นนี้จะเป็นการแสดงสื่อผสมครั้งแรกในเมืองไทย ในรูปแบบที่มีชื่อว่า Panoramic Magic Virtual
360 องศา ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของการชมภาพยนตร์พร้อมสื่อผสมรอบตัวที่สัมผัสได้ ตื่นตากับโลกเสมือนจริงบนรอยทางแห่งการพัฒนาทาง
ด้านการเกษตรอย่างยั่งยืน จะเป็นการชมภาพยนตร์ที่จะมีสื่อบุคคลเข้าไปร่วมแสดงด้วย นอกจากนั้นยังจะได้สัมผัสกับละอองน้ำฝนจากเครื่องบิน
ฝนหลวงที่รวมอยู่ในนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ ครั้งนี้ด้วย
นิทรรศการ “ทิวลิป คิงภูมิพล” จัดแสดงในอาคารนิทรรศการ Expo Center 2 มีความรู้และความเป็นมาของดอกทิวลิป คิงภูมิพล คือ เมื่อ
วันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2552 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อดอกทิวลิป King Bhumibol ซึ่ง
นายกลาส คูไดค์ เกษตรกรชาวดัทช์ เจ้าของบริษัท FA.P. Koeddiik & Zn ได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้แก่ดอกทิวลิปที่ค้นพบ
สายพันธุ์ใหม่

ดอกทิวลิป King Bhumibol มีสีเหลืองนวลทั้งดอก ความสูงของดอกและก้านรวม 45 เซนติเมตร ได้รับการพัฒนาสายพันธุ์จากดอกทิวลิป
Prince Claus ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากดอกทิวลิปสายพันธุ์ Judith Leyster ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ดีมากสายพันธุ์หนึ่งในบรรดาสายพันธุ์ดอกทิวลิปของ
เนเธอร์แลนด์และได้รับชื่อพระราชทานจาก Prince Claus พระราชสวามีในสมเด็จพระราชินีนาถเบียทริกซ์แห่งเนเธอร์แลนด์ นายกลาส คูไดค์ ได้
รับแรงบันดาลใจในการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตตั้งชื่อดอกทิวลิป King Bhumibol มาจากความประทับใจในความจงรักภักดีของ
ประชาชนชาวไทยทั่วประเทศในช่วงการจัดงานเฉลิมฉลอง ในมหามงคลวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี
นิทรรศการบริเวณชั้น 1 ของหอคำหลวง มีการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “ที่สุดแห่งความประทับใจ
ในพระมหากรุณาธิคุณ” รวม 6 พื้นที่ คือ จัดแสดงพระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่ทรงพระเยาว์จนถึงเสด็จขึ้นครองสิริราช
สมบัติผ่านพระบรมฉายาลักษณ์ที่งดงามและทรงคุณค่า นำเสนอพระอัจฉริยภาพด้านต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการจัดแสดงภาพ
จิตรกรรมฝีพระหัตถ์บนจอ LCD ขนาดใหญ่ ภาพประติมากรรมฝีพระหัตถ์สามมิติ หนังสือพระราชนิพนธ์ แบบจำลองเรือใบมดขนาดเท่าของจริง
และบทเพลงพระราชนิพนธ์เวอร์ชันต่างๆ ให้เลือกฟังได้ตามต้องการ

จัดแสดงพระราชดำรัส เรื่องความเพียรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประกอบแสง เสียง และภาพจิตรกรรมจากพระราชนิพนธ์
พระมหาชนกอันงดงาม นำเสนอแนวคิดและทฤษฎีการพัฒนาที่สำคัญ เช่น การทำฝนหลวง การแกล้งดิน ทฤษฎีภูเขาป่า เกษตรทฤษฎีใหม่ ฯลฯ
และการนำไปใช้ในศูนย์ศึกษาและพัฒนา 6 แห่งทั่วประเทศ ประทับใจกับภาพยนตร์มัลติมีเดียประกอบบทเพลงพระราชนิพนธ์“ความฝัน
อันสูงสุด” ซึ่งแสดงถึงพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงงานเพื่อประชาชนได้อย่างซาบซึ้ง และถือเป็นไฮไลท์ของ
นิทรรศการ
9 ทศวรรตแห่งความจงรักภักดี จัดแสดงพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากโครงการ “ตู้ ป.ณ. แห่งความจงรัก
ภักดี”ซึ่งเปิดโอกาสให้หน่วยงานหรือประชาชนผู้สนใจส่งพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เข้าร่วมโครงการฯ ได้ทั้งทางไปรษณีย์
ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ และที่หน้างาน นอกจากนั้น ยังมีนิทรรศการเกี่ยวกับเขื่อนแม่งัด สมบูรณ์ชล จ.เชียงใหม่ เขื่อนขุนด่านปราการชน
จ.นครนายก เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี เขื่อนแม่กวง อุดมธารา จ.เชียงใหม่ น้ำพระราชหฤทัย ห่วงใจทวยราษฎร์ รักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน
พระคู่บารมี สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชกับงานชลประทาน โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว โครงการคลีนิกเกษตรเคลื่อนที่ เป็นต้น
สวนองค์กรของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล มีการแบ่งส่วนของการจัดกิจกรรมที่น่าสนใจไว้ 6 ส่วนด้วยกัน คือ ส่วนอุโมงค์น้ำบาดาล ส่วน
ศาลาน้ำบาดาล ส่วนสาธิตการเติมน้ำใต้ดินผ่านระบบหลังคา ส่วนสาธิตการเติมน้ำใต้ดินผ่านระบบสระ ส่วนอาคารนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ
และลานแสดงบ่อน้ำบาดาล ส่วนที่น่าสนใจและมีประชาชนเข้าชมเป็นจำนวนมากคือส่วนอุโมงค์น้ำบาดาล ประกอบด้วย ภายนอกจะมีแบบจำลอง
สภาพภูมิประเทศ และภายในจะประกอบด้วยแบบจำลองแสดงการเกิดของน้ำบาดาล โดยจะมีวีดีทัศน์และเจ้าหน้าที่บรรยายถึงรายละเอียดใน
แต่ละส่วนให้เข้าใจได้ง่าย ในส่วนของศาลาน้ำบาดาล เป็นอีกส่วนที่มีประชาชนเข้าไปชมและให้ความสนใจเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกัน ในส่วนนี้
จะมีรายละเอียดประกอบด้วยประวัติและภารกิจของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล และกองทุนพัฒนาน้ำบาดาล การพัฒนาน้ำบาดาล จะมีการ
สำรวจทางอุทกธรณีวิทยาการเจาะน้ำบาดาล การพัฒนาบ่อน้ำบาดาล น้ำบาดาลบนพื้นที่เกาะ น้ำพุร้อน การวิเคราะห์คุณภาพน้ำบาดาล ระบบ
กรองน้ำ RO การนำน้ำบาดาลไปใช้ น้ำดื่มสะอาดเพื่อโรงเรียน น้ำบาดาลเพื่อการเกษตร การบูรณาการน้ำบาดาลร่วมกับน้ำผิวดินการอนุรักษ์
และฟื้นฟูน้ำบาดาล เขื่อนใต้ดิน การเติมน้ำใต้ดินผ่านระบบสระ การเติมน้ำใต้ดินผ่านระบบหลังคา บทบาทของกรมทรัพยากรน้ำกับวิกฤตน้ำท่วม
2554 ส่วนสาธิตการเติมน้ำใต้ดินผ่านระบบหลังคา ส่วนสาธิตการเติมน้ำใต้ดินผ่านระบบสระ ส่วนอาคารนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ
จุดลงนามถวายพระพรออนไลน์ และบ้านแสดงบ่อน้ำบาดาล

สวนองค์กรของโตโยต้า (TOYOTA) จัดสวนภายใต้แนวคิด 4 ลด 4 เพิ่ม ไปกับโตโยต้า ลดการใช้ทรัพยากร เพิ่มความสุขอย่างยั่งยืน
เป็นการปลูกฝัง DNA แห่งความรับผิดชอบต่อสังคมให้กับชาวโตโยต้าทุกคน ซึ่งคือแนวปฏิบัติเรื่องความรับผิดชอบองค์กรต่อสังคมของโตโยต้า
ซึ่งมีหลักการในประเด็นสำคัญ คือ4 ลด คือ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ภายใต้กระบวนการทำงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและไม่ส่ง
ผลกระทบต่อสังคมและชุมชนรอบข้าง ลดการใช้พลังงาน ซึ่งมีส่วนในการช่วยลดปัญหาโลกร้อนที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นในปัจจุบันลดการใช้น้ำ
ด้วยการบริหารจัดการที่สามารถใช้น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด รวมทั้งนำน้ำที่ผ่านการใช้งานแล้วมาผ่านกระบวนการบำบัดเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่
และลดปริมาณขยะ ด้วยการใช้วัตถุดิบที่นำมาใช้ในการผลิตอย่างคุ้มค่าสูงสุด รวมทั้งการนำกลับมาใช้ใหม่โดยผ่านกระบวนการรีไซเคิล 4 เพิ่ม
คือ เพิ่มความสุขและพื้นที่สีเขียวในการทำงาน เพื่อให้พนักงานมีคุณภาพชีวิตที่ดี นำมาซึ่งคุณภาพของผลิตภัณฑ์และการบริการที่ดี เพิ่มความ
พึงพอใจให้กับพนักงานและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในธุรกิจ ด้วยการบริหารจัดการและดูแลอย่างเต็มที่ ด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรมเพิ่มโอกาสใน
การทำกิจกรรมเพื่อสังคมให้กับพนักงาน เพื่อให้พนักงานเกิดจิตอาสาในการทำความดีเพื่อสังคม และกลายเป็นเครือข่าย Cooperate Social
Responsibility (CSR) ที่ทรงพลัง ด้วยพนักงานทั้งหมดกว่า 2 แสนคน ตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ และเพิ่มเครือข่ายในการทำความดีเพื่อสังคม เพื่อให้
พนักงานเกิดจิตอาสาในการทำความดีเพื่อสังคม และกลายเป็นเครือข่ายจากเครือข่ายพนักงานขยายเครือข่ายความร่วมมือสู่ชุมชนและสังคม เพื่อ
ร่วมกันส่งเสริมพัฒนาการอย่างยั่งยืนของประเทศด้วยแนวความคิด 4 ลด 4 เพิ่ม โตโยต้าจึงจัดสวนเฉลิมพระเกียรติฯ โตโยต้า 4 ลด 4 เพิ่ม จาก
แนวพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เกี่ยวกับสภาวะแวดล้อม โตโยต้าจึงขอร่วมสนองพระราชดำรัส โดยนำหลักการดูแลรักษา
ธรรมชาติให้ยั่งยืนมาปรับใช้ร่วมกับแนวความคิด 4 ลด 4 เพิ่ม และนำมาเป็นแนวคิดหลักในการออกแบบสวน

นิทรรศการโลกแมลง (Bug world) เป็นการจัดแสดงเรื่องราวที่เกี่ยวกับแมลง โดยกรมวิชาการเกษตรร่วมกับสถาบันวิจัยและพัฒนา
พื้นที่สูง (องค์การมหาชน) ภายใต้แนวคิด “ภุมราพรั่งพฤกษาไพร โลกนี้ไซร้ฤาจักร้อน” โดยจัดแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ การจัดนิทรรศการส่วน
แมลงที่ไม่มีชีวิต 6 พื้นที่ เป็นการจัดแสดงนิทรรศการภายในอาคารหลัก และส่วนแมลงมีชีวิต 2 พื้นที่ เป็นการจัดแสดงแมลงมีชีวิตภายใต้
บรรยากาศสวนป่าผสมผสานสวนไม้ดอก ส่วนแมลงไม่มีชีวิต 6 พื้นที่ ได้แก่
1. กำเนิดโลก กำเนิดแมลง เป็นการบอกเล่าเรื่องราวการกำเนิดโลก ผ่านตารางเวลาโลกในแต่ละยุค จนถึงยุคการเกิดขึ้นของแมลง
ตัวแรก รวมทั้งยุคที่มนุษย์คนแรกได้เกิดขึ้นบนโลก
2. แฝงกายอยู่คู่ไพรพง ดำรงเผ่าพันธุ์อันยิ่งใหญ่ เป็นการจัดแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของแมลง ความสามารถในการปรับตัว
ให้เหมาะสมกับการดำรงชีวิต จึงทำให้สามารถพบแมลงได้ทุกแห่งทั้งบนบก ในดิน ในน้ำ และตราบใดที่ยังมีป่า ตราบนั้นก็ยังคงมีแมลงดำรงอยู่
คู่เคียงกัน
3. วันคืนหมุนเวียนเปลี่ยนไป พงไพรพินาศเสื่อมสลาย โลกร้อนกระหน่ำซ้ำทำลาย เป็นการจัดแสดงผลกระทบที่เกิดจากป่าไม้ถูก
ทำลาย การใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างไม่ตระหนักถึงคุณค่า ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนที่นำความเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงมาสู่โลก
4. แมลงเริ่มหายมลายสูญ ศัตรูพืชเพิ่มพูนเข้าโรมรัน ทุกถิ่นพลันผันเปลี่ยนแปลง ความแห้งแล้งเข้ามาแทน เป็นการจัดแสดง
ความผันผวนวงจรชีวิตของแมลง เช่น การระบาดของแมลงศัตรูพืชที่รุนแรงขึ้นและการสูญพันธุ์ของแมลง พร้อมทั้งข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับแมลง
หายาก
5. ชีวิตอนาคตจะเป็นอย่างไร เป็นการจัดแสดงให้เห็นถึงภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องตระหนักเพื่อร่วมกันรักษา
ธรรมชาติ และช่วยกันอนุรักษ์แมลงที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อสภาพแวดล้อมและวงจรห่วงโซ่อาหารของระบบนิเวศ เพื่อคืนความสมดุลให้แก่
ธรรมชาติ

6. แมลงโดนใจ เกร็ดความรู้หลายหลากจากแมลง ประกอบด้วย
- สื่อทักษะแมลงแสนสนุก เป็นมุมให้ความรู้แก่เด็กๆ ที่เข้าชมหรือผู้สนใจ โดยจะนำเสนอเป็นมุมการตัด ปั้น ต่อ สาน และถักทอแมลง
เช่น การสานตั๊กแตนจากใบมะพร้าว
- ทุกเรื่องของแมลงถามไถ่กันได้ เป็นมุมที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้พบกับนักวิชาการเพื่อคุย ถามปัญหา แลกเปลี่ยนความรู้ในเรื่องของ
แมลง
- อร่อยโดนใจ ลองลิ้มชิมรสแมลงแสนอร่อย เป็นมุมที่จัดแสดงให้เห็นถึงแมลงชนิดที่กินได้โดยนำมาทอด นึ่ง ซึ่งผู้เข้าชมสามารถลองลิ้ม
ชิมรสได้
- ชื่อแมลง ที่ได้รับพระราชทานพระราชานุญาตจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้ใช้ “พระนาม” เป็นการจัดแสดง
ภาพและประวัติของแมลง
- คำถามในใจที่มีคำตอบเป็นเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับแมลงหรือเรื่องน่าสนใจ แปลก อัศจรรย์ อาทิ ขาแมคโค หนามสารพัดพิษ อาณาจักรซับซ้อน
ที่น่าพิศวง เป็นต้น
สำหรับในส่วนแมลงที่มีชีวิต ประกอบด้วย 2 พื้นที่ คือ
1. ดื่มด่ำใจในภุมรา พรั่งพฤกษาน่าหลงไหล แสดงแมลงมีชีวิตโดยผู้เข้าชมจะได้เรียนรู้และศึกษาเกี่ยวกับแมลงที่นำมาจัดแสดงแต่
ละชนิด พร้อมกับได้ชมความงามของผีเสื้อมีชีวิตที่อยู่ภายในกรง ซึ่งมีการตกแต่งสถานที่ผสมผสานด้วยไม้ดอกไม้ประดับ และพืชอาหารหลาก
หลายชนิดอย่างกลมกลืน
2. ศัตรูธรรมชาติหลากหลาย ช่วยทำลายศัตรูพืช เป็นการจัดแสดงแมลงศัตรูธรรมชาติ (ตัวห้ำ ตัวเบียน) บางชนิดที่เป็นประโยชน์
มีบทบาทสำคัญในการควบคุมแมลงศัตรูพืชนั้นๆ ตลอดจนแสดงการนำมาใช้เพื่อการจัดการศัตรูพืชในปัจจุบัน ความน่าสนใจในรายละเอียดของ
การจัดงานรวมถึงนิทรรศการในส่วนต่าง ๆ ของการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2554 ยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ ผลิใบฯ
ฉบับหน้าผู้เขียนจะได้นำเนื้อหา และความน่าสนใจในส่วนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นนิทรรศการกล้วยไม้ สวนองค์กรที่ยังมีความน่าสนใจอีกหลายหน่วยงาน
สวนนานาชาติ ฯลฯ มาฝากผู้อ่านอีก และหวังว่าเรื่องราวต่างๆ ที่ผู้เขียนนำมาฝากผู้อ่านในฉบับนี้จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของความรู้ที่มีอยู่อย่าง
ครบถ้วนในเรื่องของการดำเนินงานในด้านการเกษตรสำหรับเด็ก และผู้ใหญ่ที่กำลังมองหาวิวัฒนาการใหม่ๆ ทางด้านการเกษตร และเชื่อว่าหาก
ผู้อ่านท่านใดได้เข้าไปเที่ยวชมงานนี้แล้วจะไม่มีคำว่าผิดหวังแน่นอน…
|