ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

มะปรางหวาน..เสื้อหลากสีเคล็ดวิชาชาวสวนนครนายก กรกฎาคม 5, 2013

http://www.thairath.co.th/content/edu/333915

22 มีนาคม 2556, 05:00 น

มะปรางหวาน…มีปลูกกันทั่วประเทศ แต่ปลูกแล้วได้ผลผลิตดีมีคุณภาพ ผลใหญ่ รสชาติอร่อย…ไม่มีใครเทียบนครนายก มีเทคนิคไม่เหมือนใคร

“ปลูกมาตั้งแต่รุ่นทวด ได้ความรู้จากบรรพบุรุษสอนมาจนจำขึ้นใจ…ให้ใส่ใจดูแลเป็นหลัก เพราะกิ่งพันธุ์มะปรางหวาน ปลูกที่ไหนก็ขึ้น แต่ปลูกแล้วให้ได้ผลดี…ยาก”

นางสุจรรยา เกตุมาลี เจ้าของสวนมะปรางหวาน ต.พรหมณีอ.เมือง นครนายก แนะเคล็ดวิชาใส่ใจมะปรางหวาน ต้องเริ่มตั้งแต่การใช้ต้นตอพันธุ์บ้านหรือพันธุ์ป่า ที่ต้องเพาะจากเมล็ดจนมีลำต้นใหญ่กว่า 2 นิ้ว ถึงจะนำ ขึ้นไปทาบกิ่งพันธุ์ทั้งกระถางบนต้นพันธุ์กันเลยทีเดียว

เมื่อกิ่งพันธุ์ติดกันดีแล้วจึงค่อยตัดลงมาวางกับพื้นเพื่อให้ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อม คอยรด น้ำใส่ปุ๋ยคอกตามธรรมชาติ สังเกตแตกใบอ่อนหรือยัง…แล้วขุดหลุมปลูกลงดิน ขั้นนี้ให้ระวังเรื่องกิ่งหักหรือต้นล้มเท่านั้น

เมื่อต้นอายุเกิน 7 ปี จะเริ่มออกดอกและติดผลในราวปลาย ธ.ค.-เม.ย. ทยอยออกเป็นรุ่นๆ ประมาณ 2-3 รุ่น ช่วงนี้แหละต้องระวังให้ดี จะมีเพลี้ยแป้งเพลี้ยไฟ มาลงจับกิ่ง ก้าน ใบ ผล แก้ปัญหาโดยการต่อสายยางฉีดน้ำบริเวณที่มีเพลี้ย เน้นไปที่ผลเพื่อให้เกิดความสะอาด…แต่ต้องทำในช่วงผลยังมีสีเขียวอยู่ ฉีดน้ำ 3 วันต่อครั้ง

และเมื่อผลสีเหลือง ให้เริ่มห่อด้วยกระดาษ เน้นสีขาวเพราะไม่อมแดดไม่ร้อน รอผลสุกคาต้น …แต่ระหว่างนี้ จะมีหนูจากพื้นล่างขึ้นไปกัดกิน ต้องป้องกันโดยกั้นตาข่ายรอบๆสวน หรือเลี้ยงสุนัขไว้คอยไล่หนู

ส่วนด้านบนมักมีนกมาจิกผลต้องใช้เสื้อ หลากสีสัน เน้นๆไปที่สี แดง เหลือง ชมพู ใส่ไม้แขวนเสื้อผูกปลายกิ่งไม้ให้สูงกว่าต้นเล็กน้อย นกก็จะกลัวไม่กล้าบินผ่าน… สำหรับสัตว์หากินกลางคืน “ค้างคาว” ป้องกันด้วยการจุดไฟเผากิ่งไม้แห้งในถัง 200 ลิตร ในช่วงหัวค่ำ บริเวณ 4 มุมของสวน เพื่อให้เกิดม่านควัน เพียงเท่านี้ก็สามารถป้องกันมะปรางหวานให้พ้นภัย นำมาออกวางจำหน่ายได้แบบมีคุณภาพ

แต่มะปรางนครนายกปีนี้ ราคาจะไม่หวานอย่างปีที่ผ่านมา  ร.ต.ต.อำนวย  หงษ์ทอง  ประธานชมรมชาวสวนมะปรางนครนายก บอกว่าอากาศแปรปรวนมะปรางติดช่อแค่ 20% ผลผลิตน้อย …ราคากระฉูดแน่

แต่ถ้าใครอยากชิมในราคาแบบไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง…22-26 มี.ค.นี้ ให้ไปข้างศาลากลางจังหวัดนครนายก มี “งานมะยงชิด มะปรางหวาน ของดีนครนายก” สามารถซื้อหาได้ในราคาชาวสวน.
ไชยรัตน์  ส้มฉุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
  • 22 มีนาคม 2556, 05:00 น.
 

สมาคมเมล็ดพันธุ์ผวาพรบ.ล้าหลัง ทำไทยตกขบวนเออีซี

http://www.thairath.co.th/content/edu/333608

  • 21 มีนาคม 2556, 05:00 น.

Pic_333608

งานฉลองครบรอบ 10 ปี สมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทย น.ส.วนิดา อังศุพันธุ์ นายกสมาคมฯ ได้เปิดเผยภายหลังการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2556 ว่า อุตสาหกรรมผลิตเมล็ดพันธุ์ของประเทศไทยมีศักยภาพทางเทคโนโลยี เพราะมีความได้เปรียบในเรื่องสภาพพื้นที่ ภูมิอากาศ และเกษตรกรไทยมีทักษะความชำนาญด้านการผลิต สามารถพัฒนาไปสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตเมล็ดพันธุ์ (Seed Hub) ในภาคพื้นเอเชียได้

ในปีที่ผ่านมา สามารถส่งออกเมล็ดพันธุ์คุณภาพไปจำหน่ายยังต่างประเทศ เป็นจำนวนกว่า 18 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 3,900 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นปีละ 7-10%โดยตลาดส่งออกสำคัญได้แก่ เวียดนาม ฟิลิปปินส์และอินเดีย

“แม้เมล็ดพันธุ์ของไทยจะมีคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาด แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีการปรับปรุงพันธุ์เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ประเทศคู่แข่งมีการนำเทคโนโลยีชีวภาพมาใช้ในการปรับปรุงพันธุ์ เพื่อให้ได้สายพันธุ์ใหม่ ที่ให้ผลผลิตสูง ทนต่อผลกระทบจากภาวะโลกร้อน แต่ไทยเรายังไม่มีการปรับตัวอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ ของ พ.ร.บ.พันธุ์พืช, พ.ร.บ.กักพืช, พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช เป็นอุปสรรคสำคัญทำให้จะก้าวตามประเทศอื่น”

นายกสมาคมฯ กล่าวอีกว่า ในสถานการณ์แข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ขณะนี้บริษัทผลิตเมล็ดพันธุ์ราย ใหญ่ๆ ของไทยได้ชะลอการลงทุนในประเทศ หันไปเพิ่มการลงทุนในประเทศอื่นๆ มากขึ้น เช่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ พม่า เพราะประเทศเหล่านี้อนุญาตให้นำพ่อแม่พันธุ์พืชจากต่างประเทศเข้าไปปรับปรุงพันธุ์ได้ แต่กฎหมายไทยไม่อนุญาตให้ทำเช่นนั้นได้

“ไทยอนุญาตให้นำพ่อแม่พันธุ์เข้ามาได้เพื่อการทดสอบและปรับ ปรุงพันธุ์ แต่ต้องผ่านการวิเคราะห์ความเสี่ยงศัตรูพืช (Pest Risk Assessment) ซึ่งปัจจุบันมีข้อจำกัดในเรื่องห้องปฏิบัติการและขั้นตอนการทดสอบที่ล่าช้าซ้ำซ้อน นอกจากนี้ กฎหมายยังกำหนดอีกว่า เมื่อนำเข้ามาแล้วจะต้องทำลายทิ้งภายหลังการวิจัยและทดสอบเสร็จเรียบร้อย ไม่อนุญาตให้นำไปขยายผลสู่การวิจัยเชิงพาณิชย์ได้ เลยเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ภาคเอกชนขาดแรงจูงใจในการวิจัยและปรับปรุงพันธุ์ใหม่ หันไปลงทุนในประเทศอื่นที่อนุญาตให้นำผลการวิจัยไปต่อยอดสู่การพัฒนาเชิงพาณิชย์ได้ ทำให้ประเทศไทย รวมทั้งเกษตรกรไทยสูญเสียโอกาสและรายได้ไปอย่างน่าเสียดาย”

ดังนั้น ทางสมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทยจึงเตรียมเสนอกระทรวงเกษตรฯ พิจารณาปรับปรุงแก้ไขกฎหมายดังกล่าวต่อไป เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์และความต้องการที่เปลี่ยนไป.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 21 มีนาคม 2556, 05:00 น.
 

เหนี่ยวนำโคเป็นสัดยกฝูง ลดปัญหา ‘วัวรองเท้าแตะ’

http://www.thairath.co.th/content/edu/333382

  • 20 มีนาคม 2556, 05:00 น.

Pic_333382

“เลี้ยงแล้วบางตัวไม่มีลูก ไม่ยอมเป็นสัด ไม่ตั้งท้อง หรือไม่ก็ผสมไม่ติด กว่าเจ้าของจะรู้ไป ตามสัตวแพทย์มาผสมเทียม ช้าไม่ทันกิน ทำให้วัวท้องว่างไปเป็นปี คนเลี้ยงเสียโอกาส กลายเป็นปัญหาวัวมีน้อย ตลาดไม่วิ่งเข้าหาพ่อค้าคนกลางเล่นตัว กดราคา”

พ.อ.อภิรัชฎ์ รามนัฎ ผบ.นพค.33 สนภ.3 นทพ. กองบัญชาการกองทัพไทย กล่าวถึงปัญหาการเลี้ยงวัวของชาวบ้านที่ลุกลามเป็นปัญหาระดับชาติ ปริมาณวัวมีไม่พอกับความต้องการภายในประเทศ จนก่อให้เกิดปัญหา “วัวรองเท้าแตะ” หรือการต้อนวัวเดินข้ามชายแดนจากพม่าเข้ามาไทย

จึงได้คิดทำโครงการเหนี่ยวนำการเป็นสัดในแม่โคเนื้อโดยใช้ฮอร์โมนเลียนแบบธรรมชาติ ร่วมกับปศุสัตว์ในพื้นที่ ต.แม่ตาว อ.แม่สอด จ.ตาก ซึ่ง ชาวบ้านจะเลี้ยงโคเกือบทุกหลังคาเรือน…โคเป็นสัดไม่พร้อมกัน ทำให้การผสมเทียมไม่ค่อยได้ผล เนื่องจากต้องทำให้เสร็จภายใน 12 ชั่วโมง

เพราะวัวเป็นสัดไม่พร้อมกัน จะให้ผู้มีความชำนาญเดินทางมาผสมเทียมทีละ 1-2 ตัว ไม่คุ้มค่า แถมบางครั้งเจ้าหน้าที่มาไม่ทันเวลา…ทำให้ชาวบ้านเสียเงินฟรี และเสียเวลารอการเป็นสัดใหม่ไปอีก 21 วัน ถึงจะผสมใหม่ได้

ดังนั้น การเหนี่ยวนำ หรือกระตุ้นให้แม่วัวเป็นสัดในเวลาที่ใกล้เคียงกัน หรือพร้อมกันหมด การผสมเทียมจะได้ผลมากขึ้น

การกระตุ้นให้แม่โคเป็นสัด…ต้องเริ่มด้วยการตรวจสุขภาพแม่โค มีความสมบูรณ์ ไม่อ้วนผอมเกินไป สภาพรังไข่ดี…จากนั้นนำแท่งฮอร์โมน “โปรเจสเตอร์โรน”  ซึ่งเป็นสารเคมีตัวเดียวกับที่วัวสร้างขึ้นเอง ตามธรรมชาติ สอดเข้าไปในช่องคลอดทิ้งไว้ 7 วัน แล้วฉีด  “โกต้าแกนบิน”  เข้าไปที่สะโพก เพื่อไปสลายการตกไข่ (CL) วันที่ 8 ถึงจะดึงแท่งฮอร์โมนออก ช่วงเวลานี้เอง  วัวจะเริ่มเป็นสัด วันที่ 9 ไข่สุก พร้อม รับการผสมพันธุ์วันที่ 10-11

เมื่อวัวจำนวนมากตั้งท้องพร้อมๆกัน การตกลูกจะกลายเป็นฝูงโครุ่นที่ขนาดอายุใกล้เคียงกัน ผลที่ตามมาพ่อค้าจะวิ่งเข้าหาเพราะมาแล้วได้วัวคุ้มค่าน้ำมันรถ

นอกจากชาวบ้านจะได้ประโยชน์ ประเทศก็ได้ประโยชน์ช่วยลดปัญหาวัวรองเท้าแตะลักลอบเข้าเมือง.

เพ็ญพิชญา เตียว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย เพ็ญพิชญา เตียว
  • 20 มีนาคม 2556, 05:00 น.
 

กรมข้าวรับรอง2พันธุ์ใหม่ สู้เพลี้ยกระโดดทนเอาอยู่

http://www.thairath.co.th/content/edu/333167

  • 19 มีนาคม 2556, 05:00 น.

Pic_333167

กข49

นายชัยฤทธิ์  ดำรงเกียรติ  อธิบดีกรมการข้าว  เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการรับรองพันธุ์ข้าว ครั้งที่ 1 ประจำปี 2556 ว่า คณะกรรมการ ได้มีมติรับรองพันธุ์ข้าว กข 49 และ กข 51 ที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรนำไปปลูกต่อไป

โดยพันธุ์ กข 49 เป็นพันธุ์ข้าวเจ้าไม่ไวต่อแสง ที่มีการศึกษาวิจัยมาตั้งแต่ปี 2548 เพื่อแก้ปัญหาเรื่องเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เนื่องจากข้าวพันธุ์ กข 47 เดิม ซึ่งมีความต้านทานต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลได้ดีมาก่อน ไม่สามารถต้านทานได้อีกต่อไป เนื่องจากภาวะโลกร้อนทำให้ศัตรูต้นข้าวชนิดนี้กลายพันธุ์ จึงต้องหาข้าวพันธุ์ใหม่ๆที่สู้เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลกลายพันธุ์ได้ ซึ่งผลการทดสอบปรากฏว่า ข้าวพันธุ์ กข49 สามารถต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลชีวใหม่ได้เป็นอย่างดี และยังให้ผลผลิตเฉลี่ย 733 กก.ต่อไร่ สูงกว่าพันธุ์ชัยนาท 1

ส่วนพันธุ์ กข 51 เป็นพันธุ์ข้าวเข้าไวต่อช่วงแสง ที่มีการศึกษาวิจัยมาตั้งแต่ปี 2538 เพื่อหาพันธุ์ข้าวที่สามารถทนน้ำท่วมขังได้ดี ผลการทดสอบพบว่า พันธุ์ กข 51 สามารถทนน้ำท่วมฉับพลันได้นานถึง 12 วัน แม้จะท่วมจมมิดต้นข้าวก็ตาม ต้นข้าวก็จะไม่ตาย และให้ผลผลิตเฉลี่ยสูงสุด 736 กก.ต่อไร่ ทั้งยังเป็นพันธุ์ข้าวมีลักษณะเด่น คือ คุณภาพเมล็ดทางกายภาพ เคมี การหุงรับประทานใกล้เคียงข้าวขาวดอกมะลิ 105 อีกด้วย.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 19 มีนาคม 2556, 05:00 น.
 

เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลระบาดหนัก เกษตรสระแก้วเร่งป้องกัน

http://www.thairath.co.th/content/edu/333191

  • 18 มีนาคม 2556, 16:43 น.

Pic_333191

เกษตรสระแก้ว ร่วมรณรงค์ป้องกันและกำจัดเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล หลังกำลังระบาดหนักในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว หวังไม่ให้แพร่กระจายไปอีกหลายอำเภอ…

เมื่อวันที่ 18 มี.ค.56 ที่ทำการอ่างเก็บน้ำพระปรง ต.ช่องกุ่ม อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว นายวินัย วิทยานุกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เป็นประธานในพิธี โดยมี นายสมยศ ศิลปีโยดม นายอำเภอวัฒนานคร นำ นายพิรพล วัฒนกุล เกษตรอำเภอ อำเภอวัฒนานคร พร้อมด้วยข้าราชการเจ้าหน้าที่ และเกษตรกร ผู้นำท้องถิ่น เข้าร่วมโครงการรณรงค์ในครั้งนี้

นายพิรพล วัฒนกุล เกษตรอำเภอ อำเภอวัฒนานคร กล่าวว่า ในการเปิดงานรณรงค์การป้องกันและกำจัดเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เจ้าหน้าที่ส่งเสริมจากสำนักงานเกษตรอำเภอและสมาชิกศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนร่วมถ่ายทอดเทคโนโลยีการป้องกันและกำจัดเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลให้กับเกษตรกรในอำเภอตาพระยาเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการป้องกันและกำจัดเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลไม่ให้เกิดความเสียหายกับเกษตรกรเหมือนในปีที่ผ่านมา ซึ่งเกษตรกรได้รับผลกระทบจากปัญหาเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ทำลายข้าวนาปรัง จำนวนทั้งสิ้น 17,713 ไร่ จากพื้นที่ทั้งหมด 26,390 ไร่ คิดเป็นพื้นที่การระบาด 67% ทำให้ผลผลิตข้าวนาปรังเสียหายเป็นจำนวนมาก การรณรงค์การป้องกันและกำจัดเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในวันนี้เน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยีการป้องกันและกำจัดเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลโดยแบ่งสถานีการเรียนรู้ออกเป็น 4 สถานี ได้แก่ สถานีที่ 1 เรื่องเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล สถานีที่ 2 สารเคมีที่ใช้ในการกำจัดเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล สถานีที่ 3 การผลิตขยายเชื้อราบิวเวอเรียและไตรโคเดอร์มาและสถานีที่ 4 การกำจัดเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลโดยใช้เครื่องดูดแมลงโดยได้รับเกียรติจากสำนักงานเกษตรฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี อำเภอเขาฉกรรจ์ จังหวัดสระแก้ว และศูนย์บริหารศัตรูพืชชลบุรีเป็นวิทยากรในการให้ความรู้กับเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งได้รับความสนใจจากเกษตรกรในพื้นที่เป็นจำนวนมาก

รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า เพื่อเป็นการเตรียมการป้องกันและกำจัดเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในปี 56 ไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดทำความเสียหายเป็นวงกว้าง อ.วัฒนานคร ให้นำความรู้ไปถ่ายทอดให้พี่น้องเกษตรกร ในพื้นที่เสี่ยงการแพร่ระบาด ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญในการแก้ไขปัญหาของเกษตรกรดังกล่าว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวภูมิภาค
  • 18 มีนาคม 2556, 16:43 น.
 

ทำเล่นๆ รวยเป็นล้าน “เล็บครุฑโชค”

http://www.thairath.co.th/content/edu/332983

  • 18 มีนาคม 2556, 05:00 น.

Pic_332983

เล็บครุฑโชค – เล็บครุฑผักชี

อาชีพเกษตรที่ใครๆ ว่าทำไปมีแต่จนกับหนี้ แต่ถ้าไม่แห่ทำตามคนอื่นและรู้จักเอาเทคโนโลยีวิชาการมาใช้ประโยชน์ โอกาสรุ่งพุ่งได้ไม่ยาก อย่าง…อุดม ฐิตวัฒนะสกุล นายกสมาคมไม้ประดับแห่งประเทศไทย

ก่อนหน้านี้แทบไม่มีใครรู้จัก ยิ่งช่วงปี 2540 ไม่มีใครอยากคบ ด้วยวิกฤติต้มยำกุ้งพ่นพิษ ถูกปลดออกจากตำแหน่งรองผู้จัดการฝ่ายขายวัสดุภัณฑ์ทางการเกษตร

ชีวิตตกงานก็เหมือนคนอื่นๆ หวนกลับบ้าน ปลูกมะเขือเทศ แตงโม ข้าวโพด ดาวเรือง เอามาขายตามตลาดนัด บังเอิญชีวิตให้ผกผันไปบ้านผู้ใหญ่ที่รู้จัก เห็น “ซานาดู” ไม้พันธุ์ใบสวยแปลก สอบถามราคาซื้อมาหลายพันบาท เลยซื้อต้นเล็กราคา 200-300 บาท มาเลี้ยงใส่ปุ๋ยแค่ 2-4 เดือน ขายได้ต้นละ 2,000-3,000 บาท จากนั้นชีวิตก็เริ่มเปลี่ยนไลน์จากปลูกพืชผักขายตลาดนัดตามอย่างคนอื่น เปลี่ยนมาเพาะไม้ประดับขาย

แต่ตลาดไม้ประดับไม่ได้ขายแค่ต้น…ตัดเฉพาะใบก็ขายได้ ตลาดนี้ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไป หลังปลูกซานาดูตัดใบขายป้อนตลาดขายส่ง จนเป็นที่รู้จักในวงการว่าสามารถเสาะหาไม้ประดับพันธุ์แปลกๆ และรู้ไปถึงบริษัทส่งออกไม้ประดับเดินเข้าหาด้วยต้องการพันธุ์ไม้ใหม่ๆ มาป้อนตลาดต่างประเทศพันธุ์ไม้ที่ว่า คนไทยรู้จักกันดี… เล็บครุฑผักชี

แต่สเปกที่ต่างประเทศต้องการ ใบต้องหนาหยักหยิกเขียวดำเป็นมัน กว่าพันธุ์เดิม…เป็นโจทย์ที่ให้อุดมต้องเสาะหา

เล็บครุฑโชค - เล็กครุฑผักชีเล็บครุฑโชค – เล็กครุฑผักชี

เล็บครุฑเหรียญบาท - เล็บครุฑโชค - เล็บครุฑผักชีเล็บครุฑเหรียญบาท – เล็บครุฑโชค – เล็บครุฑผักชี

หาให้ได้หาให้เจอในธรรมชาตินั้นยาก…แต่ถ้าใช้วิชาการเทคโนโลยีช่วยน่าจะทำได้ เลย เอาต้นเล็บครุฑผักชีมาเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ แล้วส่งไปสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ช่วยฉายรังสีในระดับความเข้มข้นที่แตกต่างกันเพื่อกระตุ้นให้เกิดการ “กลายพันธุ์”

ส่งไปครั้งแรก 50 ตัวอย่าง ไม่ได้ผล ครั้งที่ 2 ส่งไปทดลองฉายรังสีอีก คราวนี้ได้ต้นที่เกิดการกลายพันธุ์ 1 ตัวอย่าง เลยเอามาทะนุถนอมเพาะเลี้ยง แต่ยังไม่หนำใจส่งตัวอย่างไปฉายรังสีเพิ่ม 4-5 ครั้ง ปรากฏว่า การกลายพันธุ์ไม่เป็นเหมือนที่ตั้งใจ

มีแค่หนึ่งเดียวต้นนั้น… กลายพันธุ์ดั่งใจ

แจ้งบริษัทส่งออกมีต้นลักษณะเช่นนี้สนใจไหม…ถ้าสนใจขอเวลาเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ 2 ปี ถึงจะผลิตส่งให้ได้ ปรากฏว่าโดนใจตลาดสหรัฐฯและญี่ปุ่น มีคำสั่งซื้อเข้ามาไม่ขาดสาย

เลยตั้งชื่อเล็บครุฑผักชีกลายพันธุ์จากการทดลองทำเล่นๆ ว่า “เล็บครุฑโชค” เพราะช่วยทำเงินได้ไม่มากไม่มาย…แค่หลายล้านบาทเท่านั้นเอง.

ชาติชาย ศิริพัฒน์

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ชาติชาย ศิริพัฒน์
  • 18 มีนาคม 2556, 05:00 น.
 

สุดยอดพืชพลังงานอาหารสัตว์ ปลูกหนเดียว กินยาว 9 ปี

http://www.thairath.co.th/content/edu/332386

  • 15 มีนาคม 2556, 05:00 น.

Pic_332386

“หญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 ไม่ต่างอะไรกับสาวงามซ่อนตัวอยู่ในป่า ที่อยู่มาวันหนึ่งกระทรวงพลังงาน สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มาพบเจอเข้า ถึงได้รู้ มีสรรพคุณรอบตัว เป็นอาหารสัตว์ก็ได้ ทำเป็นพืชพลังงานก็ดี”

น.สพ.ทฤษดี ชาวสวนเจริญ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปรียบเทียบที่มาของหญ้าเนเปียร์ ที่กำลังได้รับความสนใจ สามารถสร้างรายได้เสริมให้เกษตร กรปีละ 3,500-6,000 บาท/ไร่ และผลิตเป็นพลัง งานหมุนเวียนได้

แม้คนไทยจะเห็นเป็นเรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่องเก่าที่เยอรมันทำสำเร็จมาแล้ว ใช้หญ้าชนิดนี้ผลิตไฟฟ้ากว่า 7,000 เมกะวัตต์ ในเมื่อบ้านเรามีพื้นที่สภาพภูมิอากาศเหมาะสมกว่าเยอรมัน …ทำไมไทยแลนด์ถึงจะทำไม่ได้ทำมาแล้ว ตั้งโรงงานผลิตก๊าซชีวภาพนำร่องที่เชียงใหม่ พบว่ามีอัตราการผลิตก๊าซชีวภาพ 6,860-7,840 ลบ.ม./ไร่/ปี นำไปผลิตเป็นก๊าซไบโอมีเทนอัด (CBG) คุณภาพระดับเดียวกับ NGV ได้ 3,118-3,563 กก./ปี พร้อมกับนำไปใช้กับฟาร์ม โคนมต้นแบบ จังหวัดลำพูน ซึ่งตอนนี้ได้กลายเป็นฟาร์มโคนมดีที่สุดในเอเชียไปด้วย

สำหรับที่มาของ “เนเปียร์ปากช่อง 1” เริ่มจากกรมปศุสัตว์ได้เอาหญ้าเนเปียร์ยักษ์จากไต้หวันมาผสมข้ามพันธุ์กับหญ้าไข่มุกของไทย ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ กรมปศุสัตว์ อ.ปากช่อง  จ.นครราชสีมา เลยตั้งชื่อหญ้าพันธุ์ใหม่ว่า “เนเปียร์ปากช่อง 1”

แรกคิดทดลองตั้งเป้าแค่จะเอาไปปลูกบำบัดน้ำเสียจากโรงงานมันสำปะหลังแล้วตัดต้นมาใช้เลี้ยงสัตว์…หวังได้ประโยชน์แบบ 2 อิน 1 เท่านั้นเอง

แต่เมื่อเอามาวิเคราะห์คุณค่าทางอาหาร ปรากฏว่ามีสารอาหารครบถ้วนสำหรับสัตว์เคี้ยวเอื้อง และสัตว์ก็ชอบเป็นพิเศษ กรอบอร่อยกินแล้วไม่มีขนทำให้คันปาก…คนปลูกก็ชอบ เข้าไปตัดต้นแล้วไม่คันตัว

ปลูกได้ทุกพื้นที่ทั่วไทย ปลูก 60 วัน ตัดเอาไปเลี้ยงสัตว์ได้ ให้ผลผลิต 12–15 ตันต่อไร่ ที่สำคัญ ลงท่อนพันธุ์ปลูก เก็บเกี่ยวได้ปีละ 5–6 ครั้งตัดแล้วแตกต้นอยู่นาน 8–9 ปี ถึงจะลงมือปลูกต้นใหม่

ต้นทุนปลูกต่ำเก็บผลประโยชน์ได้นาน กรมปศุสัตว์จึงส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกไว้ใช้เลี้ยงโคนม โคเนื้อ แพะแกะ รวมทั้งช้างที่เพิ่งจะมารู้จักกินทีหลัง พร้อมกันนั้นนักวิจัยไม่หยุดนิ่งยังต่อยอดศึกษาไปถึงเรื่องพลังงาน เก็บข้อมูลเปรียบเทียบกับหญ้าชนิดอื่นๆ

พืชอาหารสัตว์ไม่ว่าพันธุ์ไหนล้วนทาบไม่ติดเนเปียร์ เพราะให้ก๊าซมีเทนสูงกว่า…และพลันที่ข้อมูลนี้รู้ถึงกระทรวงพลังงาน “เนเปียร์ปากช่อง 1” เลยถูกจับสวมมงกุฎนางงามพลังงานสีเขียวแบบไม่ตั้งใจ.

เพ็ญพิชญา เตียว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย เพ็ญพิชญา เตียว
  • 15 มีนาคม 2556, 05:00 น.