ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

วิจัยแผ่นโปรตีนจากกาวไหม ใช้ปิดแผลสดกระตุ้นคอลลาเจน

22 สิงหาคม 2554, 05:00 น.
http://www.thairath.co.th/content/edu/195750.

Pic_195750

การสร้างเนื้อเยื่อของผิวหนังในผู้ป่วยที่ได้รับอุบัติเหตุจากสารเคมี ไฟไหม้ หรือความร้อน จนทำให้เกิดการหลุดลอกของผิวหนัง ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ แนวทางการรักษาปกติแพทย์จะนำผิวหนังส่วนดีของผู้ป่วยมาปิดบาดแผลเพื่อช่วยให้การซ่อมแซมผิวหนัง วิธีการดังกล่าวผู้ป่วยต้องสูญเสียเนื้อเยื่อจากอวัยวะดีบางส่วน ก่อให้เกิดการเจ็บปวด และเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

ฉะนี้…รศ.ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ ภาควิชาเภสัชกรรมปฏิบัติ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงทำการวิจัยพัฒนา “แผ่นเนื้อเยื่อปิดแผลจากโปรตีนกาวไหม” ขึ้น

แผ่นเนื้อเยื่อจากโปรตีนกาวไหมปิดแผลสด.แผ่นเนื้อเยื่อจากโปรตีนกาวไหมปิดแผลสด.

รศ.ดร.พรอนงค์ เปิดเผยว่า …ปัจจุบันหลายประเทศมีความพยายามที่จะพัฒนาวัสดุปิดแผลเพื่อใช้แทนผิวหนังจริง แต่วัสดุที่ใช้มักเป็นการสังเคราะห์ทางเคมี จึงขาดคุณสมบัติที่เหมาะสมทางชีวภาพ และมีสารที่ก่อให้เกิดการแพ้ ทั้งนี้ จากการศึกษาข้อมูลงานวิจัยพบว่า โปรตีน เซริซิน (sericin) นอกจากสามารถกระตุ้นการสร้างและเพิ่มการยึดเกาะกันของเซลล์ผิวหนังของมนุษย์ ยังดูดความชื้นได้ดี และมีการนำไปใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง

สำหรับโปรตีนดังกล่าวมีอยู่ใน “กาวไหม” ซึ่งมีลักษณะเหนียวคล้ายกาวและเคลือบอยู่รอบๆ เส้นไหม โดยก่อนที่จะสาวไหมให้เป็นเส้นใย ชาวบ้านจะนำรังไหมไปต้มในสารละลายด่าง เช่น สบู่ เกลือ เพื่อลอกกาวไหมนี้ออก และน้ำต้มดังกล่าวจะถูกเททิ้งไปในธรรมชาติ โดยไม่มีการนำไปใช้ประโยชน์ทั้งในทางการแพทย์หรือเชิงพาณิชย์…

การต้มก่อนนำไหมมาสาว.การต้มก่อนนำไหมมาสาว.

ส่วนขั้นตอนการวิจัย เริ่มแรกทำการเก็บตัวอย่างสายพันธุ์ไหมจากแหล่งที่มีการผลิตมากที่สุด โดยบริษัทจุลไหมไทยให้การอนุเคราะห์ตัวอย่างมาประมาณ 40 สายพันธุ์ ซึ่งมีทั้งสีขาว เหลือง และชมพู และยังเก็บสายพันธุ์นางน้อยศรีสะเกษ ที่ได้รับความนิยมในการเพาะเลี้ยงจากกลุ่มชาวบ้าน

…แล้วนำมาผ่านขบวนการสกัดด้วยความร้อนภายใต้ความดัน เพราะจะทำให้โอกาสปนเปื้อนจากสารเคมีที่ใช้ในการสกัดต่ำมาก อีกทั้งยังกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์ผิวหนัง โดย รังไหมสีขาว สายพันธุ์จุล 1/1 จะมีโปรตีนเซริซิน ที่มีประสิทธิภาพสามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวหนังมนุษย์ได้สูง ก่อให้เกิดการแพ้ต่ำ อีกทั้งยังมีคุณภาพดีกว่าคอลลาเจนจากสัตว์ ซึ่งการค้นพบดังกล่าวนับเป็นครั้งแรกของโลก…

เพื่อให้สะดวกต่อการนำไปใช้ จึงขึ้นรูปเป็น แผ่นเนื้อเยื่อจากโปรตีนกาวไหม ซึ่งใช้เวลาพัฒนานานเกือบ 3 ปี เริ่มต้นหากเอาโปรตีนกาวไหมมาเทขึ้นรูป แผ่นที่ได้จะเปราะบาง จึงเพิ่มพอลิไวนิลแอลกอฮอล์ เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นมากขึ้น แล้วนำมาผ่านขบวนการเชื่อมโยงข้าม ทำให้แผ่นโปรตีนกาวไหมละลายลดลง

รศ.ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ พร้อมด้วย รศ.ดร.สุพัตรา สุภาพ.รศ.ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ พร้อมด้วย รศ.ดร.สุพัตรา สุภาพ.

…พร้อมทั้งเติมสารดูดความชื้นในปริมาณน้อยๆทำให้แผ่นเกิดความชุ่มชื้นไม่แฉะ เสร็จแล้วนำไปทดสอบในหนูทดลองเปรียบเทียบ โดยปิดแผ่นเนื้อเยื่อทิ้งไว้ไม่ต้องลอกออก แผ่นดังกล่าวจะทำหน้าที่กระตุ้นให้เซลล์ผิวหนังเกิดการเจริญเติบโตในระยะเวลา 21 วัน บาดแผลจะสมานดีขึ้น…

สำหรับผู้ที่สนใจผลงานดังกล่าว วันที่ 27 สิงหาคมนี้ มีการจัดรายการเจาะลึกวิจัย 4 มิติ ดำเนินรายการโดย รศ.ดร.สุพัตรา สุภาพ ที่งาน Thailand Research Expo : 2011 ณ ศูนย์ประชุมบางกอกคอนเวนช่ันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์.

เพ็ญพิชญา เตียว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย เพ็ญพิชญา เตียว
  • 22 สิงหาคม 2554, 05:00 น.

สิงหาคม 25, 2011 Posted by | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , | แสดงความคิดเห็น

เร่งสำรวจนาน้ำท่วม เพื่อของบกลางช่วยฉุกเฉิน

18 สิงหาคม 2554, 05:15 น.
http://www.thairath.co.th/content/edu/194728.

Pic_194728

นายประเสริฐ โกศัลวิตร อธิบดีกรมการข้าว เปิด เผยว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น ในหลายพื้นที่เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ส่งผลให้บ้านเรือนและพื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหาย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น กรมการข้าวได้เร่งให้เจ้าหน้าที่จากศูนย์วิจัยข้าวและศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวในพื้นที่ประสบภัย เข้าไปประเมินและสำรวจความเสียหาย ร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอและสำนักงานเกษตรจังหวัด โดยแบ่งเป็นพื้นที่นาที่สามารถกลับมาฟื้นฟูได้ และพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายโดยสิ้นเชิง และจะนำข้อมูลที่ได้รายงานไปยังคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัด อนุมัติเงินงบกลางในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน

นอกจากนี้ กรมการข้าวได้ให้คำแนะนำเกษตรกรในการชะลอความเสียหายของข้าวระยะสุกแก่ในแปลงนาเนื่องจากสภาพฝนตกหรือน้ำท่วมดังนี้  การเก็บเกี่ยวข้าวระยะที่เหมาะสมก็คือ ระยะพลับพลึง ประมาณ 28-30 วัน หรือ 4 สัปดาห์ หลังข้าวออกดอก 80% จะทำให้ได้ผลผลิตและคุณภาพข้าวดีที่สุด แต่ในสภาวะที่มีฝนตกชุก และมีสภาพน้ำท่วมขัง เกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวข้าวเร็วขึ้นที่ระยะ 21 วัน หลังข้าวออกดอก 80% โดยสามารถปฏิบัติได้ 2 ลักษณะทั้งการใช้รถเกี่ยวนวดและการเก็บเกี่ยวด้วยแรงงานคน  เกษตรกรที่มีข้อสงสัยในการลดความชื้นข้าว สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักวิจัยและพัฒนาข้าว กรมการข้าว โทร.0-2579-7892 หรือ E-mail : brrd@brrd.mail.go.th หรือศูนย์วิจัยข้าวในพื้นที่.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์
  • 18 สิงหาคม 2554, 05:15 น.

สิงหาคม 25, 2011 Posted by | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , | แสดงความคิดเห็น

จัดทำยุทธศาสตร์เกษตร พัฒนาอาหารไทยสู่ครัวโลก

18 สิงหาคม 2554, 05:00 น.
http://www.thairath.co.th/content/edu/194731.

Pic_194731

นางสาวสุพัตรา ธนเสนีวัฒน์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในปีที่ผ่านมา เกิดภาวะอากาศหนาวในฤดูร้อน ภาคใต้เกิดฝนตกหนักน้ำท่วม แผ่นดินถล่ม สร้างความเสียหายต่อชีวิต พืชผล ไร่นา และทรัพย์สินของประชาชนและเกษตรกร ซึ่งต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการเยียวยา ฟื้นฟูแก่ผู้ประสบภัย ให้สามารถกลับมาประกอบอาชีพและมีชีวิตโดยปกติสุข โดยปัญหาการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ แม้แก้ไขไม่ได้ แต่สามารถบรรเทาและลดความเสี่ยงจากปัญหาผลกระทบที่เกิดขึ้นได้ โดยการเตรียมการทั้งการป้องกัน เตรียมความพร้อมในการรับมือกับภัยธรรมชาติต่างๆที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะภาคเกษตร ซึ่งเป็นแหล่งผลิตอาหารเลี้ยงประชากรโลก และเป็นแหล่งรายได้ของเกษตรกร กว่า 6 ล้านครัวเรือน

ดังนั้น เพื่อเตรียมพร้อม กระทรวงเกษตรฯได้จัดทำยุทธศาสตร์ และแผนปฏิบัติการว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศด้านการเกษตร เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาการเกษตรอย่างเป็นระบบ สร้างความรู้ให้แก่เกษตรกร ผู้เกี่ยวข้องในภาคการเกษตร เพื่อนำไปสู่การปรับตัว การพัฒนาภาคเกษตรไปสู่เกษตรสีเขียว รองรับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ความมั่นคงของอาหาร เพื่อให้ไทยก้าวสู่การเป็นครัวของโลกอย่างแท้จริง.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์
  • 18 สิงหาคม 2554, 05:00 น.

สิงหาคม 25, 2011 Posted by | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , | แสดงความคิดเห็น

สร้างเกษตรอินทรีย์อย่างเป็นรูปธรรม ลดต้นทุนใช้เชื้อราปราบเพลี้ยกระโดด

17 สิงหาคม 2554, 05:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/edu/194490.

Pic_194490

พะเนา หอมมณฑา

ฤดูฝน…มาเยือนเกษตรกรหลายพื้นที่เริ่มเข้าสู่การทำนา ในขณะที่ เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ก็ยังคงระบาดอย่างไม่หยุดหย่อน…สร้างความเสียหายให้กับนาข้าว ซึ่งแปลงไหนสามารถแก้ปัญหาได้ พอเก็บเกี่ยวได้บ้าง ก็ถือว่ายังโชคดี

บางพื้นที่แม้จะ…ใช้สารเคมีและยาฆ่าแมลงสารพัดชนิดแล้ว แต่ก็ไม่สามารถหยุดการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลได้ ทำให้ต้องเสียเงินไปโดยสูญเปล่า โดยเฉพาะชาวนาในเขตภาคกลางที่ต้องเจอกับเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลเข้าทำลายอย่างหนัก…

…อย่างเช่น นาข้าวของ ลุงพะเนา หอมมณฑา ซึ่งเป็นสมาชิกของ ศูนย์วิสาหกิจชุมชนบ้านต้นหมัน ตำบลพระแก้ว อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่มีปัญหาเรื่องเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลเข้าทำลายนาข้าวอย่างหนัก…

ยันต์ยงศ์ กุลสัมพันธ์ (คนกลางเสื้อขาว).ยันต์ยงศ์ กุลสัมพันธ์ (คนกลางเสื้อขาว).

ลุงพะเนา บอกว่า เมื่อก่อนที่เพลี้ยกระโดดยังไม่เข้ามารบกวน ข้าวจะให้ผลผลิต 70-80 ถังต่อไร่ แปลงก่อนหน้านี้โดนเพลี้ยเข้าทำลายแปลงข้าวจนข้าวแดงเต็มท้องทุ่ง แต่หลังจากที่ทาง นายศักดิ์ดา บุญสังวาลย์ นักวิชาการส่งเสริมเกษตรชำนาญการ ศูนย์บริหารศัตรูพืช กรมส่งเสริมการเกษตร และนายยันต์ยงศ์ กุลสัมพันธ์ ผู้พัฒนาเชื้อบิวเวอเรียผงสำเร็จรูป ได้แนะนำให้ ใช้เชื้อราบิวเวอเรียเพื่อกำจัดเพลี้ยกระโดด ในแปลงนาได้จนสามารถเก็บเกี่ยวข้าวได้ แม้ผลผลิตข้าวจะได้แค่ 60 ถังต่อไร่ แต่ก็ทำให้กล้าที่จะทำนารุ่นต่อไป โดยใช้เชื้อราบิวเวอเรียแก้ปัญหาเพลี้ยตั้งแต่ช่วงแรกของการทำนา

ลุงพะเนาบอกต่อว่า ข้าวรุ่นใหม่นี้…เพิ่มผลผลิตโดยใช้การหมักตอซัง เพื่อช่วยเพิ่มความสมบูรณ์ของดินในแปลงนาแทนการเผาตอซัง โดยการหมักตอซังนั้นคุณพะเนาได้ใช้จุลินทรีย์หน่อกล้วย ที่หมักเองโดย ใช้หน่อกล้วย 30 กก. น้ำตาล 10 กก.พด.2 จำนวน 4 ซอง ผสมน้ำ 100 ลิตร นำส่วนผสมทั้งหมดมา หมักทิ้งไว้ประมาณ 1 สัปดาห์ ก็สามารถนำไปใช้ได้แล้ว โดยจะเท น้ำหมักจุลินทรีย์หน่อกล้วยนี้ลงไปในแปลงนาไร่ละ 5-10 ลิตร…

“หลังจากตอซังเปื่อยยุ่ยก็ไถปรับสภาพพื้นที่ ให้ตีเทือกแล้วก็หว่าน โดโลไมต์ลงไปไร่ละ 200 กก. เพื่อช่วยในการฟื้นฟูดินในแปลงนา ปรับสภาพพีเอชของดินในแปลงนา อีกทั้งโดโลไมต์ยังเพิ่มธาตุอาหารให้กับดิน ในแปลงนาและช่วยให้ดินดูดซับปุ๋ยที่ใส่ลงไปได้ดีขึ้น ทำให้ปุ๋ยละลายออกมาช้าๆ  เพิ่มประสิทธิภาพของปุ๋ย และทำให้ปุ๋ยอยู่ได้นานอีกด้วย ทำให้ต้นข้าวฟื้นต้นขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว” ลุงพะเนาบอกอย่างนั้น

แปลงนาที่ถูกเพลี้ยทำลาย.แปลงนาที่ถูกเพลี้ยทำลาย.

นายยันต์ยงศ์ บอกว่า การที่พื้นที่นาข้าวหลายพื้นที่ไม่สามารถ แก้ปัญหาเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลได้ก็เพราะมุ่ง ใช้แต่สารเคมีฆ่าเพลี้ย ไม่แก้ปัญหาโรคที่เกิดจากการทำลายของเพลี้ย ทั้ง ต้นข้าวเหลือง แดง ใบหงิก โรคจู๋ที่อยู่ในข้าว หากจัดการแต่เพลี้ยแต่ไม่ฟื้นต้นข้าว เชื้อโรคที่เพลี้ยถ่ายทอดไว้ในต้นข้าวก็จะยังคงทำลายต้นข้าวต่อไป การใช้สารเคมีทำลายเพลี้ยจะไม่สามารถทำลายเพลี้ยได้อย่างเด็ดขาด เนื่องจาก เพลี้ยวันหนึ่งไข่ครั้งละ 5-7 ฟอง ไข่วันละประมาณ 5 ครั้ง ไข่ติดต่อกันประมาณ 10-15 วัน แล้วพัฒนาเป็นตัวเต็มวัย…

เมื่อพ่นสารเคมีก็จะสามารถกำจัดได้เฉพาะตัวเต็มวัยเท่านั้น ส่วนไข่ก็จะยังคงอยู่และกลายเป็นตัวเต็มวัยในเวลาต่อมา จึงทำให้เห็น เพลี้ยกระโดดชุดใหม่เกิดขึ้นอยู่ และต้องพ่นยาฆ่าแมลงอยู่ตลอดเวลา แต่เชื้อราบิวเวอเรียจะสามารถเกาะกินและขยายเชื้ออยู่ในแปลง เข้าทำลายเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลอย่างต่อเนื่อง จึงสามารถควบคุมการระบาดของเพลี้ยกระโดดได้ต่อเนื่องยาวนาน” นายยันต์ยงศ์ กล่าว

เกษตรกรที่มีปัญหาเรื่องเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เมื่อใช้สารเคมีปราบแล้วไม่ได้ผล ต้องการปรับเปลี่ยนวิธีการทางธรรมชาติ กริ๊งกร๊างสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับเชื้อราบิวเวอเรีย ได้ที่ ศักดิ์ดา บุญสังวาลย์ 08-1882-7235, 0-2592-4096, 0-2592-4481 ในเวลาราชการ.

แปลงที่ใช้เชื้อรา.แปลงที่ใช้เชื้อรา.

ไชยรัตน์ ส้มฉุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
  • 17 สิงหาคม 2554, 05:00 น.

สิงหาคม 17, 2011 Posted by | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , | แสดงความคิดเห็น

“จิ้งหรีด” แมลงเสียงใสเมนูฮิตในรถขายแมลงทอด

16 สิงหาคม 2554, 05:00 น.
http://www.thairath.co.th/content/edu/194161.

Pic_194161

จิ้งหรีดทองดำที่โตเต็มวัย.

หลายพื้นที่ยังประสบ อุทกภัยน้ำท่วม ที่สร้างความเสียหายให้กับเรือกสวนไร่นาและบ้านเรือน แต่ในวิกฤติก็ยังมีโอกาส

แม้จะสั้นแต่ก็ทำเงินให้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย อย่างที่บ้านย่านยาว อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย โดยผู้คนที่นี่มีรายได้หลักจากการปลูกกล้วย

…แต่ด้วยฤทธิ์ของพายุ “นกเตน” ส่งผลให้น้ำยม ไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่นานนับสัปดาห์ สิ่งมีชีวิตต่างๆโดยเฉพาะ “จิ้งหรีด” ได้ตะเกียกตะกายหนีมารวมกันตามต้นกล้วย ชาวบ้านจึงแห่จับพวกมันส่งให้พ่อค้าที่มารับซื้อถึงบ้าน สนนราคาอยู่ที่ตัวละ 2 บาท นับเป็นอีกหนทางหนึ่งแห่งการสร้างรายได้

“จิ้งหรีด” (Cricket) เป็นแมลงชนิดหนึ่ง พบได้ในทุกภูมิภาคของโลก โดยเฉพาะในเขตร้อนชื้น มีหลายชนิดและขนาดแตกต่างกันไป จะออกหากินเวลากลางคืน เมนูโปรด คือ ต้นกล้าพืช ใบพืชส่วนที่อ่อนๆ โดยเราสามารถพบเห็นตามธรรมชาติทั่วไป ซึ่ง แหล่งที่มันชอบอาศัยอยู่ คือ ในคันนา ทุ่งหญ้า สนามหญ้า และ ตามรอยแตกของดิน รูใต้ดิน หรือ ใต้กองเศษหญ้า

อาชีพเสริมชาวบ้านย่านยาว อ.สวรรคโลก ช่วงน้ำท่วม.อาชีพเสริมชาวบ้านย่านยาว อ.สวรรคโลก ช่วงน้ำท่วม.

…นอกจากในธรรมชาติแล้ว ปัจจุบันชาวบ้านหลายรายนิยมนำกลับมาเลี้ยงขยายพันธุ์เพื่อการค้าเนื่องจากไม่ต้องลงทุนมากนัก  สนองความต้องการของกลุ่มผู้ที่นิยม “เปิบ” แมลงชนิดนี้เป็นเมนูฮิตติดตลาดรถแมลงทอดที่วิ่งขายอยู่เกือบทุกมุมถนน พันธุ์ที่รู้จักกันแพร่หลายมีอยู่ 2 ชนิด ได้แก่ จิ้งหรีดพันธุ์ทองดำ ซึ่งนิยมเลี้ยงกันมาก  เนื่อง จากสามารถขยายพันธุ์ ได้เร็วเลี้ยงง่าย  และพันธุ์ทองแดง…

จิ้งหรีดมี  ปาก  เป็นแบบปากกัด ขา คู่หลังใหญ่และแข็งแรง กระโดดเก่ง ส่งเสียงร้องโดยใช้ขอบของปีกคู่หน้าสีกัน อันเป็นลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากแมลงชนิดอื่น การส่ง เสียงร้องซึ่งเป็นของตัวผู้ก็เพื่อเชิญชวนตัวเมีย และยิ่งดังขึ้นเมื่อจิ้งหรีดสาวเข้ามาใกล้ จากนั้นไม่นานตัวเมียจะหาที่วางไข่ซึ่งลักษณะเรียวยาวคล้ายเมล็ดข้าวสารลงดิน

โดยรอบชีวิตหนึ่งตัวเมียจะออกไข่ประมาณ 600-1,000 ฟอง หรือ 4 รุ่น แล้วจึงลาจากโลกนี้ไป ส่วนไข่ประมาณ 7 วัน จึงฟักเป็นตัวอ่อนคล้าย “มด” และมีการเจริญเติบโตโดยการลอกคราบ จะลอกคราบประมาณ 8 ครั้ง จึงจะเป็นตัวเต็มวัย ตัวอ่อนเมื่อโตขึ้นเริ่มมีปีก เรียกว่า “ระยะใส่เสื้อกั๊ก”

และอีก 40–50 วัน จึงลอกคราบเป็นตัวเต็มวัย แล้วกลับเข้าวงจรชีวิตอีกครั้งหนึ่ง.
เพ็ญพิชญา เตียว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย เพ็ญพิชญา เตียว
  • 16 สิงหาคม 2554, 05:00 น.

สิงหาคม 17, 2011 Posted by | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , | แสดงความคิดเห็น

ยาง…เฉลิมพระเกียรติ 984 พันธุ์ใหม่…ต้านโรคผลผลิตสูง

15 สิงหาคม 2554, 04:30 น.

http://www.thairath.co.th/content/edu/193917.

Pic_193917

ยางพารา พันธุ์ใหม่…. “สถาบันวิจัยยาง 408 (RRIT408) หรือ…เฉลิมพระเกียรติ 984”  (Chalerm Prakiat 984) สถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร ได้เปิดตัวไปเมื่อปลายเดือนเมษายน 2554 ที่ผ่านมา เกษตรกรชาวสวนยางได้ให้ความสนใจอย่างล้นหลาม…

…เนื่องจากเป็นพันธุ์ยางที่ปลูกง่าย โตไว และให้ปริมาณน้ำยางสูง ที่สำคัญยังปลูก ในพื้นที่ปลูกยางใหม่ได้ดีและมีความต้านทานโรคสูงกว่าพันธุ์ยาง RRIM 600 โดยเฉพาะ ราแป้ง ใบร่วงไฟทอฟธอรา…!!

นายสุจินต์ แม้นเหมือน ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร ย้อนที่มา ยางพาราพันธุ์อาร์อาร์ไอที 408 ว่า สถาบันวิจัยยางได้ส่งเสริมให้เกษตรกรทดลองปลูกเมื่อปี 2550 โดยมีข้อกำหนดปลูกได้ ไม่เกิน 30 เปอร์เซ็นต์ ของเนื้อที่ปลูกยางที่ถือครอง แต่ ไม่น้อยกว่า 7 ไร่ มีเกษตรกรในภาคอีสานที่ได้ทดลองปลูก บางพื้นที่ก็สามารถเปิดกรีดได้แล้ว เช่น จังหวัดอุบลราชธานี…และ บุรีรัมย์

“ผลการวิจัยยืนยันออกมาชัดเจน…ตรงที่ให้ปริมาณน้ำยางที่สูงกว่าพันธุ์อื่นๆ มีความต้านทานโรคสูง โดยเฉพาะ ราแป้ง ใบร่วงไฟทอฟธอรา…พร้อมส่งเสริมแนะนำให้เกษตรกรปลูกต่อไปในปี 2554 โดยสถาบันวิจัยยางจะเน้นการส่งมอบกิ่งพันธุ์ให้กับผู้ประกอบการที่มาขึ้นทะเบียนกับ กรมวิชาการเกษตร เพื่อนำไปติดขยายพันธุ์ และผลิตเป็นต้นตอตาและต้นยางชำถุงเพื่อจำหน่ายให้กับเกษตรกรที่สนใจในปีถัดไป

นางนุชนารถ กังพิศดาร นักวิชาการเกษตรเชี่ยวชาญ กรมวิชาการเกษตร ระบุว่า…ยางพาราพันธุ์ สถาบันวิจัยยาง 408 (RRIT408) หรือเฉลิมพระเกียรติ 984 นี้ เดิมชื่อ RRI–CH–35–1396 เกิดจากการผสมระหว่าง ยางแม่พันธุ์ PB5/51 (มาเลเซีย) กับพ่อพันธุ์ RRIC101 (ศรีลังกา) ที่ ศูนย์วิจัยยางฉะเชิงเทรา ได้ทำการคัดเลือกแล้วนำไปปลูกเปรียบเทียบพันธุ์ยางขั้นต้น และเปรียบเทียบพันธุ์ยางขั้นปลาย ทั้งยังมีการประเมินระดับความต้านทานโรค เพื่อคัดเลือกต้นที่มีศักยภาพและตรวจสอบลักษณะประจำพันธุ์

“ผลการวิจัยพบว่า ยางพาราพันธุ์นี้มีลักษณะการแตกกิ่งและทรงพุ่มที่สมดุลดีกว่าพันธุ์สถาบันวิจัยยาง 251 เกษตรกรในพื้นที่ที่มีข้อจำกัด เช่น พื้นที่ลาดชัน หรือพื้นที่ซึ่งระดับน้ำใต้ดินสูง ก็ปลูกได้ มีการเจริญเติบโตระยะก่อนเปิดกรีดค่าเฉลี่ยขนาดเส้นรอบวงลำต้นโตกว่าพันธุ์ RRIM 600 ประมาณ 7–10% และมีขนาดเส้นรอบวงที่เพิ่มแต่ละปี ระหว่าง 6–8 เซนติเมตร สูงกว่าพันธุ์ RRIM600 ประมาณ 8–15% ทำให้เปิดกรีดได้เร็ว และมีจำนวนต้นยางที่สามารถเปิดกรีดได้มากตั้งแต่ปีแรกของการเปิดกรีด”

สุจินต์ แม้นเหมือนสุจินต์ แม้นเหมือน

นักวิชาการคนเดิมย้ำด้วยว่า ยางพันธุ์นี้ยังให้ผลผลิตเนื้อยางแห้งสูงมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ปลูกยางใหม่ เช่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีค่าเฉลี่ย 8 ปี 330 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี ทั้งยังเป็นพันธุ์ยางที่มีเปลือกหนา จำนวนวงท่อน้ำยางมาก แต่ยางพันธุ์นี้มี ข้อจำกัด ไม่แนะนำให้ปลูกในพื้นที่ที่มีหน้าดินตื้น และไม่เหมาะสำหรับการใช้ระบบกรีดที่มีจำนวนวันกรีดมาก…

ยางพันธุ์ใหม่  สถาบันวิจัยยาง 408 (RRIT408) หรือเฉลิมพระเกียรติ 984 (Chalerm Prakiat 984) จึงเป็นอีกทางเลือกของเกษตรกรชาวสวนยาง โดยเฉพาะพื้นที่ปลูกใหม่ในภาคเหนือและอีสาน ซึ่งกรมวิชาการเกษตรจะส่งเสริมการปลูกอย่างจริงจังในปี 2555 หลังจากที่ได้ส่งมอบกิ่งพันธุ์ให้กับ ผู้ประกอบการแปลงขยายพันธุ์ยางที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมวิชาการเกษตร นำไปติดตาขยายยางเพื่อกิ่งตาชำถุงเตรียมพร้อมไว้ก่อนแล้วในปีนี้.

ยางพันธุ์สถาบันวิจัยยาง 408(RRIT 408) เฉลิมพระเกียรติ 984.ยางพันธุ์สถาบันวิจัยยาง 408(RRIT 408) เฉลิมพระเกียรติ 984.

ไชยรัตน์ ส้มฉุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์
  • 15 สิงหาคม 2554, 04:30 น.

สิงหาคม 17, 2011 Posted by | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , | แสดงความคิดเห็น

จากโสนหางไก่..สู่มะลิวันแม่ เพิ่มคุณค่า..ยกระดับวัชพืชริมนา

12 สิงหาคม 2554, 05:00 น.
http://www.thairath.co.th/column/eco/capable/193216.

Pic_193216

โสนหางไก่.

12 สิงหาคม ทุกปี คือ วันแม่แห่งชาติ…ลูกที่กตัญญูอย่าลืมกลับบ้านไปกอดผู้อุ้มท้องให้กำเนิดชีวิตเรามา และที่ลืมไม่ได้เพื่อเป็นการแสดงความรักก็คงจะใช้… “ดอกมะลิ” ไปกราบไหว้ด้วย

ปัจจุบันมีการใช้…ดอกมะลิที่ประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ในธรรมชาติ มามอบให้แม่ ซึ่งสามารถเก็บไว้เป็นที่ระลึกได้เป็นเวลานาน อีกทั้งยัง มีสนนราคาที่ถูกกว่าดอกมะลิสด…โดยวัตถุดิบที่พบส่วนใหญ่ทำมาจาก “ต้นโสนหางไก่”…ซึ่งโดยทั่วไปจะมองกันว่าเป็นวัชพืชที่ไร้คุณค่า…

ดอกมะลิจากโสนหางไก่.ดอกมะลิจากโสนหางไก่.

โดยมีกลุ่มแม่บ้านหลายพื้นที่ แต่มี กลุ่มบ้านตำบลเชียงรากน้อย อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ผลิตออกมาเป็นล่ำเป็นสัน สามารถส่งจำหน่ายตามร้านสะดวกซื้อได้อีกด้วย

นายทวีศักดิ์ หิรัญรักษ์ ผู้สนับสนุนกลุ่มแม่บ้านตำบลเชียงรากน้อย บอกว่า โสนหางไก่…เป็นไม้ล้มลุกถึงไม้พุ่มเตี้ยฤดูเดียว สูงถึง 1.5 เมตร เปลือกและลำต้นสีเขียวหรือเขียวแกมม่วง ต้นกลมมีขนนุ่มปกคลุมเบาบาง ใบประกอบแบบ pinnate เรียงตัวแบบสลับ ก้านใบรวม rachis ยาว 3-15 ซม.โคนก้านใบมีหูใบ 2 อัน รูปยาวรี ปลายแหลม สีม่วงแกมเขียว มีขนเล็กน้อย ก้านใบมีขนนุ่มปกคลุม ใบย่อยเรียงตัวบนก้านแบบสลับหรือเกือบตรงข้าม ใบรูปขอบขนาน โคนใบค่อนข้างมนปลาย ใบมนหรือแหลมเล็กน้อย

รูปแบบของดอกไม้ประดิษฐ์จากโสนหางไก่.รูปแบบของดอกไม้ประดิษฐ์จากโสนหางไก่.

ต้นโสนหางไก่…โดยทั่วไปมักขึ้นได้เองตามริมคันนา หรือในนาที่ปล่อยทิ้งร้างไว้ เพราะเป็นพืชที่ชอบน้ำชื้นแฉะ และ กลายเป็นวัชพืชที่เกษตรกรมักจะถอนหรือตัดทิ้งไว้ตามคันนา โดยปล่อยให้แดดเผาจนแห้งอย่างไร้คุณค่า ต่อ

มาก็มีการนำมาใช้ประโยชน์หลายอย่าง ทั้งใช้มัดรวมกันไว้สำหรับปัก…ปัจจัยเพื่อติดกัณฑ์เทศน์ในงานเทศกาลเทศน์มหาชาติ หรือทำเป็น ต้นกฐิน ต้นผ้าป่าตามงานบุญต่างๆ

กลุ่มแม่บ้านเชียงรากน้อย.กลุ่มแม่บ้านเชียงรากน้อย.

กลุ่มแม่บ้านเชียงรากน้อย จึงนำมาสร้างคุณค่า โดยนำต้นโสนหางไก่ที่แห้งมาฝานออกเป็นแผ่นประดิษฐ์เป็นดอกไม้ เพื่อใช้ในงานศพ แล้วก็มีการพัฒนารูปแบบผลิตเป็นดอกไม้ใช้ในพิธีทางศาสนาและงานประเพณีต่างๆ รวมทั้งให้กลายมาเป็นดอกไม้ประดิษฐ์สวยงาม ในช่วงระยะเวลาแรกๆ เริ่มหัดทำดอกไม้ที่ง่ายๆหลายชนิด ที่ไม่ค่อยมีรายละเอียดภายในดอกมากนัก กระทั่งพัฒนาเป็น…ดอกมะลิ

โดยเริ่มนำ ต้นโสนหางไก่ (สด) มาตากแดดให้แห้งประมาณ 3 วัน จากนั้นตัดต้นโสนหางไก่เป็นท่อนๆ ตามขนาดที่ต้องการ แล้วปอกเปลือกออกแล้วฝานให้บางๆ เป็นแผ่นติดต่อกันจนหมดท่อน ก่อนนำโสนหางไก่ที่ฝานเป็นแผ่นบางๆ มาตัดเป็นกลีบดอกไม้ตามชนิดและแบบที่ลูกค้าต้องการ
หากต้องการย้อมสีก็นำกลีบที่ตัดแล้วไปย้อมสี ถ้าต้องการดอกไม้

สีธรรมชาติก็ไม่ต้องย้อมสี ส่วนกลีบดอกที่ตัดมาเข้าเป็นดอกชนิดต่างๆ เช่น ดอกจับและดอกขยายตามต้องการ นำดอกไม้ที่เข้าดอกแล้วมาใส่ก้าน ใส่ใบ พ้นก้าน ตามชนิดของดอกไม้นั้น รวมทั้งยังใส่กลิ่นหอมจากสมุนไพรเข้าไปด้วย…

นอกจากนี้ ในกลุ่มยังมีการทำดอกไม้ในรูปแบบอื่นๆที่มาจากวัสดุเหลือใช้ เช่น กิ่งไม้ ฝักมะฮอกกานี, ลูกมะกอกน้ำ, ผสมกับเครื่องสมุนไพร เช่น เปลือกส้ม เปลือกอบเชย, ฝักฝ้าย, ถั่ว, งา ฯลฯ

หากใครสนใจ ผลิตภัณฑ์จากโสนหางไก่…ผลิตภัณฑ์จากวัสดุเหลือใช้จากธรรมชาติ และ ดอกไม้ผสมสมุนไพร หรือวันว่างจะไปเยี่ยมชมขั้นตอนการผลิตของกลุ่มบ้านเชียงรากน้อย สามารถกริ๊งกร๊างไปหาทวีศักดิ์ ได้ที่ 08-2555-9696,08-2555-4646 ในเวลาที่เหมาะสม.

ไชยรัตน์  ส้มฉุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
  • 12 สิงหาคม 2554, 05:00 น.

สิงหาคม 16, 2011 Posted by | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

ไอศกรีมเชอร์เบตฟักข้าว อาหารเป็นยา…ต้านมะเร็งได้

5 สิงหาคม 2554, 05:00 น.
http://www.thairath.co.th/column/eco/capable/191480.

Pic_191480

ไอศกรีมเชอร์เบตฟักข้าว

“ฟักข้าว” หรือหมากอูบข้าว ชาวบ้านทางภาคเหนือและแถบภาคอีสานนิยมนำยอดอ่อนเป็นผักเคียงกินกับน้ำพริกนั้น เพราะคุณประโยชน์ที่อุดม ไปด้วยโอสถสาร ทำให้ปัจจุบันเกษตรกรในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในแถบ จังหวัดนครปฐม กาญจนบุรี และ ราชบุรี ต่างให้ความสนใจปลูก และเพื่อเพิ่มมูลค่า ให้กับผลผลิตจึงมีการนำมาแปรรูปเป็น น้ำพร้อมดื่ม เส้นหมี่ฟักข้าว

…รวมทั้งการทำ “ไอศกรีมเชอร์เบตฟักข้าว” ซึ่งเป็นผลงานของ นางสาวกนกวรรณ ศรีสชาพร และ นางสาวอมรรัตน์ ปะสุตะ นักศึกษาสาขาวิชาวิทยา-ศาสตร์การอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร โดยมี อาจารย์ชมพูนุช เผื่อนพิภพ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา

…อาจารย์รุ่งฤทัย รำพึงจิต ฝ่ายประชาสัมพันธ์ มทร.พระนคร บอกกับทีมงาน “ทำได้ ไม่จน” ว่า… เยื่อหุ้มเมล็ดของฟักข้าว

สีแดงนั้น จะมีสารชื่อ “ไล-โคพิน” อยู่มากถึง 380 ไม-โครกรัม/กรัม สารดังกล่าวมีฤทธิ์ต้านออกซิเดชั่น ที่มี ผลช่วยให้ลดความเสี่ยงของ การเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ มะเร็ง ต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด ฯลฯ ด้วยคุณประโยชน์ที่หลากหลาย ทีมนักศึกษาจึงคิดค้นสูตรการทำไอศกรีมเชอร์เบตฟัก ข้าว เพื่อให้ง่ายต่อการเปิบกับทุกเพศวัย

สำหรับขั้นตอน นั้น เริ่มแรกจะ ใช้ผลฟักข้าวที่สุกสีแดง นำมาหั่นผ่าครึ่งและนำเนื้อเยื่อหุ้มเมล็ดออก (ซึ่งใช้ส่วนนี้) ปริมาณ 500 กรัม เสร็จแล้ว นำสับปะรดมาปอกเปลือกเอาตา และ แกนออก หั่นเป็นชิ้น เล็กนำไปแช่น้ำโดยใส่เกลือ 2 กรัม ทิ้งไว้สักพัก ก่อนนำไปปั่นแยกกาก ตักพักไว้ปริมาณ 500 กรัมเช่นกัน

…จากนั้นทำน้ำเชื่อมโดยใช้น้ำ 200 กรัม น้ำตาลทรายจำนวน 250 กรัม คนกระทั่งละลายพักให้เย็น นำฟักข้าว สับปะรด และ น้ำเชื่อม ใส่เครื่องปั่นจนเข้ากัน เสร็จแล้วนำไปพาสเจอไรส์ที่อุณหภูมิ 68 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 15 นาที ลดอุณหภูมิลงด้วยน้ำแข็งให้อุณหภูมิลดลงจนถึง 4 องศาเซลเซียส

ขั้นตอนการแปรรูปขั้นตอนการแปรรูป

นำมาผสมกับน้ำตาลเด๊กซ์โทรส เกลือ น้ำตาลทราย และสารให้ความคงตัว เติมน้ำร้อนคนจนละลาย เติมกรดซิตริก น้ำตาลมอลโตเด็กซ์ตรินคนจนละลายทั้งหมด บ่มที่อุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 4 ชม. นำไปปั่นเป็นเวลา 20 นาที ตักไอศกรีมใส่ภาชนะที่เตรียมไว้ แช่แข็งที่อุณหภูมิ -18 องศาเซลเซียส เมื่อคงตัวแล้วก็จะได้ไอศกรีมเชอร์เบตฟักข้าว 1,200 กรัม

ทาง มทร.พระนครบอกว่า ใครจะทำไว้ให้ สมาชิกในบ้าน “เปิบ” หรือจะทำขายกระจายความรวย ก็ไม่ว่ากัน ติดขัดหรือมีข้อสงสัยสามารถกริ๊งกร๊างสอบถามกันได้ที่ โทร.08–4097–1252 ในวันและเวลาที่เหมาะสม.

เพ็ญพิชญา เตียว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย เพ็ญพิชญา เตียว
  • 5 สิงหาคม 2554, 05:00 น.

สิงหาคม 16, 2011 Posted by | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

อร่อยกับ…เส้นปลาโอเมก้า 3 เปี่ยมด้วยโอสถสาร…ลดการซึมเศร้า

29 กรกฎาคม 2554, 05:00 น.
http://www.thairath.co.th/column/eco/capable/189733.

Pic_189733

หลังปรุงเสร็จใส่ภาชนะบริการลูกค้า.

Omega-3 fatty acids…โอเมก้า-3 เป็น กรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษนอกเหนือจากความ ยิ่งยวดส่งผลต่อการเจริญเติบโตของเด็ก แล้ว กับ ผู้สูงอายุก็ช่วยเสริมในการทำงานของหัวใจ ลดความดันโลหิต ลดภาวะซึมเศร้า ป้องกันโรค Alzheimer (ความจำเสื่อม) เสริมการทำงานของดวงตา และชะลอการเกิดมะเร็งบางชนิด (เต้านม ต่อมลูกหมาก) ฯลฯ …ล้วนแล้วแต่เป็น โอสถสารที่เปี่ยมด้วยคุณประโยชน์

ด้วย…คุณประโยชน์ที่หลาย หลาก นายธนกร สาลีพัฒนา หนุ่มโสด มหาบัณฑิตบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ จึง เกิดแรงบันดาลใจมุ่งหวังให้มนุษย์ได้มีโอกาสบริโภคไขมัน Omega–3 เพื่อเสริมสร้างความแข็ง-แกร่งให้กับร่างกายและภูมิต้านทานโรค

นายธนกรกับปลา 3 ชนิด ในการผลิตเส้นปลา.นายธนกรกับปลา 3 ชนิด ในการผลิตเส้นปลา.

ซึ่ง Omega-3 fatty acids จากธรรม-ชาติที่หาได้ง่ายๆ ส่วนใหญ่แล้วจะอยู่กับเนื้อปลา รู้จักบริโภคและนิยมกันมานาน ตามแต่ละวัฒนธรรมของกลุ่มชน…

…ชาวอินเดียนแดงรู้จักปลาแซลมอนมากว่า 5,000 ปี คนสิงคโปร์นิยมกิน ปลาเต๋าโต้ย หรือจะละเม็ดดำ คน ญี่ปุ่นนิยมกินปลาคัทสึโอะ (ปลาโอ) กับมากุโระ (ทูน่า) โดยทำเป็น ปลาดิบและซาซิมิ ชาวเกาะ ฮาวายและแถบทะเลใต้จะเอาโคลนห่อปลาแล้วนำไปหมกไฟจนสุก ก็จะแกะเอาโคลนที่แข็งออกถือว่าเป็นอาหารโอชะ คนสเปนจะเอา ปลาค้อดไปดองเกลือแล้วจึงค่อยล้างออกนำไปชุบแป้งทอด ก่อนนำไปต้มกับมันฝรั่ง

สำหรับคนไทย ที่ คุ้นกันมาตั้งแต่โบราณกาลคือ น้ำพริกปลาทู แต่ระยะหลังๆ กับการเปิบอาหารประจำ ชาตินี้ชักจะลดท่าล่าถอยลงและมีทีท่าในการห่างเหินกับ Omega-3  fatty acids โดยปริยาย นายธนกรจึงสร้างลุคใหม่ให้ชวนกลับมาบริโภคอาหารปลาอีก โดยปรับรูปลักษณ์ ดัดแปลงเป็นเส้นๆ ทันต่อรสนิยม เป็น…เส้นปลาโอเมก้า–3

ขั้นตอนในการปรุงเพื่อบริโภค.ขั้นตอนในการปรุงเพื่อบริโภค.

เส้นปลาโอเมก้า–3 ได้พลิกแพลงจาก อาชีพของ นายสมชาติ สาลีพัฒนา ผู้เป็นบิดา ซึ่งทำลูกชิ้นปลา แต่ก็ยังใช้เนื้อปลาทะเลชนิดเดียวกันคือ ปลาหางเหลือง ปลาอินทรีย์ และปลาดาบยาว มาตีบดเข้าจนเป็นเนื้อเดียวกัน ขั้นตอนนี้จะใส่นำแข็งลงไปด้วย (เป็นเทคนิคอย่างหนึ่งของการผลิต)

จากนั้นจึงนำมา นวดกับเม็ดเกลือจนเนื้อเหนียว เมื่อได้ที่แล้วจึงนำมาบดลงกับแผ่นพิมพ์ให้หนาประมาณ 1 มิลลิเมตรแล้วนำไปต้ม เมื่อเนื้อปลาสุกจะพองหนาขึ้นจึงค่อยนำมาหั่นเป็นเส้นๆกว้างประมาณ 4 มิลลิเมตร คล้ายเส้นก๋วยเตี๋ยวแต่มีสีขาวขุ่นกว่า

…เส้นปลาโอเมก้า–3 จะนำไปแปรรูปอาหารเป็นแกงจืดและอื่นๆก็ได้ตามแต่ประสงค์ หรือแม้แต่ แกงมัสมั่น ก็ได้มิผิดกติกาอย่างใด สำหรับของ นายธนกรนั้นเอามาใส่น้ำซุปเป็นก๋วยเตี๋ยวเสริมขึ้นอีกเมนูหนึ่งของร้านลูกชิ้นปลานายเงี๊ยบ ซึ่งมีอยู่ 2 แห่ง คือเลขที่ 61/46 บางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย กับที่หน้าพุทธมณฑล เฉพาะที่บางขุนนนท์เปิดถึง 21.00 น.

นายสมชาติดูแลการผลิตอย่างใกล้ชิด.นายสมชาติดูแลการผลิตอย่างใกล้ชิด.

สำหรับ…สูตรการผลิตเส้นปลาโอเมก้า–3 ใส่เครื่องปรุงอะไรมากน้อยแค่ไหน อยากรู้ อยากดูขั้นตอนการผลิตหรืออยากชิมในรสชาติ นายธนกร สาลีพัฒนา มิได้หวงแต่อย่างใด ยินดีถ่ายโอนความรู้ โทร.0-2424-4186…ได้ถึง 3 ทุ่ม.
ไชยรัตน์ ส้มฉุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
  • 29 กรกฎาคม 2554, 05:00 น.

สิงหาคม 16, 2011 Posted by | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

พาสต้าข้าวเจ้า ใบมะรุมผง อาหารสุขภาพ เสริมโปรตีนสูง

22 กรกฎาคม 2554, 05:00 น.
http://www.thairath.co.th/column/eco/capable/188049.

Pic_188049

พาสต้าข้าวเจ้าใบมะรุมผง.

ปัจจุบันผู้บริโภคมีความห่วงใยสุขภาพมากขึ้น แต่ด้วยการใช้ชีวิตที่ต้องแข่งขันกับเวลา ส่งผลให้มีการผลิตอาหารสำเร็จรูปแบบอบแห้งออกมาให้เลือกซื้อหากันเป็นจำนวนมาก ซึ่งน้อยนักที่จะมี โปรตีน แร่ธาตุ แคลเซียม และ ใยอาหารเสริม ให้อย่างครบครัน

ฉะนี้…เพื่อตอบสนองความต้องการ น.ส.ผกามาส เย็นใจ นายวรสิทธ์ จักกะพาก และ น.ส.อารีรัตน์ ตรีโลเกศกุล นักศึกษาภาควิชาวิทยาศาสตร์การอาหาร คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา จึงคิดค้นสูตร “พาสต้าข้าวเจ้าเสริมใบมะรุมผง” ขึ้น เอาใจ “คนชอบเส้น” โดยมี ผศ.ดร.กุลยา ลิ้มรุ่งเรืองรัตน์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา

ผศ.ดร.กุลยา ลิ้มรุ่งเรืองรัตน์ผศ.ดร.กุลยา ลิ้มรุ่งเรืองรัตน์

ผศ.ดร.กุลยา บอกกับทีมงาน “ทำได้ ไม่จน” ว่า…จากการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับคุณค่าทางโภชนาการนั้น ใบมะรุมจะมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ เช่น มะเร็ง ความดันโลหิต อย่างในประเทศฟิลิปปินส์ หญิงที่เลี้ยงลูกด้วยนมจะกินแกงจืดใบมะรุม เพื่อเสริมธาตุเหล็กประสะน้ำนมและเพิ่มแคลเซียม

…บางเมนูใช้ใบมะรุมประกอบอาหารเช่นเดียวกับการใช้ผักขมฝรั่ง หรือปรุงเป็นซอสข้นราดข้าว ใช้ใบตากแห้งป่นเก็บไว้ สำหรับโรยแต่งหน้าอาหาร ในบ้านเราแถบภาคอีสานจังหวัดสกลนครใช้ใบมะรุมแห้งปรุงเข้าเครื่อง “ผงนัว” กับสมุนไพรอื่นไว้แต่งรส อันเป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านที่ช่วยเพิ่มโปรตีนคุณภาพสูงให้กับอาหาร รวมทั้งการทำชาใบมะรุมดื่มเพื่อสุขภาพ ที่เวลานี้มีวางขายอยู่ทั่วไปตามท้องตลาด…

เพื่อสร้างความแปลกใหม่ในการ “เปิบ” พาสต้า ซึ่งเป็นอาหารชาติอิตาเลียน จึงนำใบมะรุมมาเป็นส่วนผสม ซึ่งวัตถุดิบหลักจะใช้ข้าวเจ้าเพื่อช่วยลดการนำเข้าแป้งสาลี และลดการเสียดุลทางการค้า ซึ่งขั้นตอนกรรมวิธีการทำพาสต้าจากข้าวเจ้า ต้องมีการทำให้แป้งเกิดเจลบางส่วน ก่อนผสมกันเป็นก้อนโต

โดยขั้นตอนการทำ เริ่มแรกจะใช้แป้งข้าวเจ้า ไข่ไก่ เกลือ ใบมะรุมที่ทำเป็นผง 4 เปอร์เซ็นต์ (โดยทั้งหมดใช้ในปริมาณสัดส่วนที่เหมาะตามสูตรอย่างลงตัวตามที่ทีมงานคิดไว้) จากนั้นนำมาผสมให้เข้ากัน เติมเอนไซม์ทรานส์กลูตามิเนส (Transglutaminase) 0.5/น้ำหนักแป้ง เพื่อปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ์พาสต้าที่ทำจากแป้งที่ไม่มีกลูเตน จากนั้นห่อด้วยพลาสติกใส แช่ตู้เย็นประมาณ 30 นาที แล้วจึงนำมาเข้าเครื่องอัดเส้น ปล่อยให้เซตตัว เป็นอันใช้ได้

ใบมะรุมผง คนให้เข้ากันก่อนเข้าเครื่องอัดเส้น.

เส้นพาสต้าข้าวเจ้าเสริมใบมะรุมผง จะมีปริมาณโปรตีน 2.05 เท่า แร่ธาตุ 2.57 เท่า แคลเซียม 9.74 เท่า ใยอาหารรวม 1.63 เท่า และใยอาหารที่ไม่ละลายน้ำ 1.96 เท่า ซึ่งคุณค่าทางโภชนาการดังกล่าวนอกจากแตกต่างจากพาสต้าโดยทั่วไปแล้ว ยังมีประโยชน์และเป็นผลดีต่อสุขภาพ โดยได้รับรางวัลชมเชย การประกวดนวัตกรรมผลิตภัณฑ์อาหาร (Food Innovation Contest 2010) ยืนยัน

สำหรับเส้นพาสต้าที่ได้ สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายอย่าง ขึ้นอยู่กับไอเดียแต่ละคน

เมื่อมีแนวคิด ก็พิชิตความจนได้อย่างแน่นอน สำหรับผู้ที่สนใจสามารถกริ๊งกร๊างสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0–3810–3135 ในวันและเวลาราชการ.

เพ็ญพิชญา  เตียว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย เพ็ญ​พิชญา เตีย​ว
  • 22 กรกฎาคม 2554, 05:00 น.

สิงหาคม 16, 2011 Posted by | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

ปลัด ทส.หอบหลักฐานรุกวังน้ำเขียว-ทับลานพบ รมว.15สค.

14 สิงหาคม 2554, 21:08 น.

http://www.thairath.co.th/content/edu/193993.

Pic_193993

“โชติ ตราชู” แฉนายทุนต่างชาติกว้านซื้อที่ดินวังน้ำเขียว หอบข้อมูลพบ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 15 ส.ค.นี้ เตรียมขยายผลนายทุนต่างชาติ บุกรุกที่ อุทยานฯทับลาน ปราจีนบุรี เพื่อปลูกยางพารา กว่า 2 พันไร่…

เมื่อวันที่  14 ส.ค.นายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยความคืบหน้าการจับกุมผู้บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติเขาภูหลวงและอุทยาน แห่งชาติทับลาน อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ว่า ในวันที่ 15 ส.ค. นี้ จะนัดนายปรีชา เร่งสมบูรณ์ สุข รมว.ทรัพยากรฯ เพื่อนำข้อมูลความคืบหน้าการดำเนินการของกรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติฯ ไปให้ดูที่มาที่ไปเพื่อจะได้ดำเนินการต่อไป เพราะขณะนี้ ทั้งในส่วนของการจับกุมนายทุนที่บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติเขาภูหลวง มีการคืบหน้ามาก เจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้เข้าไปจับพิกัดบ้านพักและรีสอร์ทที่บุกรุกทั้ง 22 แปลงแล้วและแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดี ซึ่งตำรวจ จะให้เวลาเจ้าของซึ่งรู้ชื่อจริงแล้วได้มาแสดงตนภายใน 15 วัน หากยังไม่มาแสดงตน กรมป่าไม้จะใช้ มาตรา 25 ของกฎหมายป่าไม้ ให้ดำเนินการรื้อถอนภายใน 45 วัน หากยังไม่มากรมป่าไม้จะรื้อถอนเองแล้วจะฟ้องศาลเพื่อเรียกร้องค่ารื้อถอน คาดว่าในเดือน ต.ค.นี้ จะรื้อถอนได้

ปลัดกระทรวงทรัพยากรฯ กล่าวต่อว่า ในส่วนของอุทยานแห่งชาติทับลาน ได้รับแจ้งจากนายนายเทวินทร์ มีทรัพย์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลานว่าหลังจากที่นายนุวรรต ลีลาพตะ ผช.หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่ามีนายทุนบุกรุกอุทยานแห่งชาติทับลาน ในพื้นที่ ต.ทุ่งโพธิ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรีและปลูกยางพารานับพันไร่นั้น จากการตรวจสอบพบว่านายทุนดังกล่าวเป็นชาวต่างชาติคือไต้หวันกับฮ่องกง มากว้านซื้อที่ดินจากชาวบ้าน ประมาณ 2 พันไร่ เพื่อปลูกยางพาราแล้วจ้างชาวบ้านเฝ้า เพราะฉะนั้นต้องมีการขยายผลตามสืบไปถึงตัวนายทุนต่างชาติ เพื่อเปิดโปง ว่ามีวัตถุประสงค์อย่างไรต้องมากว้านซื้อที่ดินผิดกฎหมายในประเทศไทย เงินที่นำมาซื้อเป็นการฟอกเงินหรือเปล่า

ด้านนายสุนันต์  อรุณนพรัตน์  อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช  กล่าวว่า ได้เร่งให้ติดตามตัวนายทุนต่างชาติที่บุกรุกอุทยานแห่งชาติทับลานแล้ว เพราะเรื่องนี้ยอมไม่ได้เด็ดขาด พร้อมทั้งสั่งการให้เจ้าหน้าที่กวดขันในจุดอื่นบนพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานด้วย.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวการศึกษา
  • 14 สิงหาคม 2554, 21:08 น.

สิงหาคม 14, 2011 Posted by | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , , , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

ใช้เชื้อราทำลายเพลี้ยกระโดด แปลงนาปลอดภัยไร้้เคมีฆ่าแมลง

11 สิงหาคม 2554, 05:30 น.

http://www.thairath.co.th/content/edu/193014.

Pic_193014

นายศักดิ์ดา บุญสังวาลย์ นักวิชาการส่งเสริมเกษตรชำนาญการ ศูนย์บริหารศัตรูพืช กรมส่งเสริมการเกษตร เผยว่า พื้นที่ปลูกข้าวที่ได้รับความเสียหาย จากการเข้าทำลายของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในเขต อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยการนำของ ผู้ใหญ่จันทร์เจ้า โพธิ์สุทธิ์ ซึ่งเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตรของหลายหน่วยงาน หลังจากที่ได้รับการ สนับสนุนเชื้อบิวเวอร์เรียมาแจกจ่ายให้ โดยมีนักวิชาการเข้ามาให้คำแนะนำวิธีการใช้และดูแลติดตาม ผลอย่างใกล้ชิด เมื่อใช้เชื้อราบิวเวอร์เรียลงในแปลง นาเพียง 3 วันก็พบว่า เชื้อราได้ทำลายเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในแปลงนาจนสังเกตเห็นตัวเพลี้ยตายลอยเป็นแพอยู่เหนือน้ำเป็นจำนวนมาก

หลังจากนั้น นักวิชาการได้แนะนำถึงวิธีการฟื้นฟูต้นข้าวด้วยการให้ธาตุอาหารทางใบเพื่อเร่งการเจริญเติบโตจนต้นข้าวสามารถกลับมาเจริญเติบโตและให้ผลผลิตจนเก็บเกี่ยวได้ นอกจากจะช่วย ลดค่าใช้จ่ายค่าสารเคมีกำจัดแมลงศัตรูพืชแล้ว การใช้เชื้อราบิวเวอร์เรียยังไม่เป็นอันตรายต่อเกษตรกรผู้ใช้ ไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม และไม่ทำลายแมลงศัตรูธรรมชาติในนาข้าวด้วย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเชื้อราบิวเวอร์เรียได้ที่ศูนย์บริหารศัตรูพืช 08-1882-7235, 0-2592-4096, 0-2592- 4481 ในเวลาราชการ.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์
  • 11 สิงหาคม 2554, 05:30 น.

สิงหาคม 11, 2011 Posted by | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

กรมพัฒฯต้ังพิพิธภัณฑ์ดิน แพร่องค์ความรู้ดูแลทรัพยากร

11 สิงหาคม 2554, 05:15 น.

http://www.thairath.co.th/content/edu/193015.

Pic_193015

นายเกรียงศักดิ์ หงษ์โต รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เผยว่า กรมพัฒนาที่ดินได้พัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐ ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าถึงและเชื่อมโยง รวมทั้งแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันได้อย่างรวดเร็วขึ้น ให้บริการด้าน ข้อมูลด้านแผนที่, การจัดระบบองค์ความรู้ด้านดิน และการจัดการดิน พัฒนาให้มีการบริการเรียนรู้แก่ประชาชน เพื่อแก้ปัญหาในเรื่องการใช้สารเคมี ซึ่งมีผลกระทบต่อดินและสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก โดยใช้ระบบ KM ในรูปแบบ e-learning อาทิ หลักสูตรปุ๋ยอินทรีย์น้ำ จุลินทรีย์ดิน ควบคุมโรคพืช  การใช้ประโยชน์จากหญ้าแฝก การดูแลรักษา ทรัพยากรดินด้วยตนเอง รวมทั้งยังมีการรวบรวมชนิด ของดินกว่า 300 ชนิด ในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศมา ไว้ในพิพิธภัณฑ์ดิน ซึ่งต่อไปข้อมูลดินเหล่านี้จะถูก นำไปเผยแพร่ให้กับองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ในทุกพื้นที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่และเกษตรกรได้ศึกษาและเรียนรู้ว่าสภาพดินในพื้นที่ของ ตนเองเป็นอย่างไร หากไม่เข้าใจก็สามารถติดต่อกับหมอดินอาสาหรือ สถานีพัฒนาที่ดินใกล้บ้านได้ทุกที่ หรือต้องการข้อมูลสารสนเทศหรืองานด้านบริการต่างๆ ได้ที่เว็บไซต์ www.ldd.go.th

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์
  • 11 สิงหาคม 2554, 05:15 น.

สิงหาคม 11, 2011 Posted by | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

กรมข้าว…แนะทำนายั่งยืน รณรงค์ลดครั้งให้เหลือปีละ 2

11 สิงหาคม 2554, 05:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/edu/193017.

Pic_193017

นายชัยฤทธิ์ ดำรงเกียรติ รองอธิบดีกรมการข้าว เผยว่า จากสถานการณ์ราคาข้าวที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ประกอบกับรัฐบาลมีแนวนโยบายทำโครงการรับจำนำข้าว อาจทำให้ชาวนาเล็งเห็นโอกาสที่จะจำหน่ายข้าวได้ในปริมาณและราคาที่เพิ่มขึ้น จึงเร่งปลูกข้าวแบบต่อเนื่องโดยไม่ดำเนินการตามนโยบายระบบปลูกข้าวใหม่ที่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ส่งเสริมให้ปลูกข้าวปีละ 2 หน และให้พักดิน หรือปลูกพืชตระกูลถั่ว พืชปุ๋ยสด ซึ่งอาจส่งผลกระทบในระยะยาว เนื่องจากการปลูกข้าวแบบต่อเนื่องโดยไม่มีการพักดิน อีกทั้งยังใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีกำจัดศัตรูพืชจำนวนมาก จะทำให้ดินเสื่อมโทรมอย่างหนัก ที่สำคัญการปลูกข้าวต่อเนื่องจะยิ่งทำให้ปัญหาเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลแพร่ ระบาดอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

“อยากให้ชาวนามองถึงอนาคตเป็นสำคัญ อย่าลืมมองว่ายิ่งปลูกข้าวยิ่งทำให้ดินเสื่อมโทรม และใช้สารเคมีมากขึ้น ต้นทุนก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย ปัญหาโรคแมลงศัตรูข้าว โดยเฉพาะเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลก็สร้างความเสียหายรุนแรงเพิ่มขึ้นทุกขณะ มิหนำซ้ำผลผลิตที่ได้กลับมีคุณภาพลดลง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลมาก เพราะถ้าดินถูกทำลายต่อไปเรื่อยๆ ในอีก 10-20 ปีข้างหน้าต้นทุนการผลิตต้อง สูงขึ้นอีกหลายเท่าตัว ขีดความสามารถทางการแข่งขันกับประเทศคู่แข่งก็จะลดลง ดังนั้น จึงอยากขอให้ชาวนาถอย กันคนละก้าว คือปลูกข้าวลดจำนวนครั้งลงเหลือเพียงปีละ 2 ครั้ง แต่ท่านจะได้ผลผลิตที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้น ในขณะ ที่ต้นทุนลดลง ที่สำคัญจะได้มีผืนดินที่อุดมสมบูรณ์ไว้ให้เป็นมรดกกับลูกหลานต่อไป” รองอธิบดีกรมการข้าวกล่าว.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์
  • 11 สิงหาคม 2554, 05:00 น.

สิงหาคม 11, 2011 Posted by | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , | แสดงความคิดเห็น

ฟาร์มใหญ่ติดโรค เหตุหมูแพง ระดมวัคซีนแก้

10 สิงหาคม 2554, 10:18 น.

http://www.thairath.co.th/content/edu/192912.

Pic_192912

นักวิชาการม.เกษตรฯ แฉฟาร์มเลี้ยงบริษัทใหญ่ติดโรค เป็นสาเหตุให้หมูไทยแพง ต้องระดมฉีดวัคซีนแก้ไข ประกอบกับค่าอาหารสัตว์พุ่ง 20-40% ตั้งแต่ปี 52 คาดปลายปีราคาหมูถึงจะเริ่มลดลง…

เมื่อวันที่ 10 ส.ค. มีรายงานว่า รศ.วุฒิชัย กปิลกาญจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมด้วยคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ภาควิชาเวชศาสตร์และทรัพยากรการผลิตสัตว์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ แถลงถึงปัญหาหมูแพง โดย รศ.วุฒิชัย กล่าวว่า ในทางเศรษฐศาตร์นั้น ปัญหาหมูแพงขึ้นอยู่กับอุปสงค์และอุปทานทั้งๆ ที่การบริโภคหมูในบ้านเราที่ผ่านมา ยังคงอยู่ในสภาวะปกติ แต่ที่ราคาซื้อขายแพงสาเหตุมาจากอาหารสัตว์มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น 20-40% ตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา ดังนั้น จึงส่งผลให้ต้นทุนการผลิตขยับตัวสูงขึ้น

นอกจากนี้ ตั้งแต่ปี 2550-2551 เกษตรกรผู้เลี้ยงรายย่อยประสบปัญหาขาดทุน หลายรายจึงหยุดเลี้ยง อีกทั้งสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง จึงส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโต และที่หนักสุดคือการระบาดของโรค PRRS หรือ โรคแท้งติดต่อจากจีน ซึ่งโรคดังกล่าว ส่งผลต่อระบบสืบพันธุ์กับหมูขุน พ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ในฟาร์มบริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่

ด้าน รศ.นสพ.กิจจา อุไรรงค์ อาจารย์ประจำภาควิชาเวชศาสตร์และทรัพยากรการผลิตสัตว์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า การระบาดของโรค PRRS ในไทยหรือว่าโรคแท้งติดต่อนั้น เกิดขึ้นมากว่า 20 ปี แต่ที่สร้างความเสียหายหนักสุดคือ PRRS จากจีนที่ระบาดเข้ามายังประเทศ เวียดนาม เขมร ลาว แล้วเข้าสู่ไทยตั้งแต่ต้นปี 2553 ในครั้งนี้สร้างความเสียหายให้กับภาคบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีการทำฟาร์มเลี้ยงแบบปลอดโรค เมื่อเกิดการระบาดขึ้นหมูในฟาร์มแม้จะใช้เทคโนโลยีการเลี้ยงดูที่ทันสมัย แต่เพราะที่ผ่านมาไม่มีภูมิคุ้มกัน ดังนั้นเมื่อเกิดการระบาดขึ้น จึงง่ายต่อการเกิดเชื้อ และสร้างความเสียหายกว่า 30% ในแม่หมูที่มีอยู่ 100,000-200,00 ตัว

ทั้งนี้ อีกสาเหตุหนึ่งยังมาจากการที่มีเกษตรกรรายย่อยบางรายลักลอบเข้าลูกหมู ซึ่งคาดว่าจะติดเชื้อแฝงจากประเทศเพื่อนบ้าน อย่างไรก็ตาม แม้สมาคมผู้เลี้ยงหมูกับกระทรวงพาณิชย์ จะออกมาคิดสูตรควบคุมราคาขายใหม่ คือราคาหน้าฟาร์มคูณ 2 และลบ 10 แต่ยังแก้ปัญหาการขาดแคลนเนื้อหมูไม่ได้ ยิ่งเวลานี้มีข่าวมาว่าคนซื้อวิ่งหาหมูหน้าฟาร์มให้วุ่น แต่ยังไม่มีหมูให้จับ ส่วนหนึ่งเพราะบริษัทยักษ์ใหญ่วิ่งหาจับหมูเช่นกันเพื่อเป็นการรักษาฐานการตลาดไว้

สำหรับแนวทางแก้ไขนั้น รศ.นสพ.กิจจา กล่าวว่า ขณะนี้ฟาร์มหลายแห่งมีการสั่งซื้อวัคซีนป้องกันเชื้อดังกล่าวจากประเทศเยอรมันและสเปน เข้ามาป้องกัน ควบคุมการระบาดของโรคแล้ว ดังนั้น จึงเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ทำให้พ่อค้าหัวใสลักลอบวัคซีนที่อ้างว่านำเข้าจากจีนมาขายให้ ซึ่งตรงนี้ขอให้ผู้ที่คิดจะซื้อมาใช้คิดก่อนว่า ถ้าวัคซีนดังกล่าวใช้ได้ผล แล้วเหตุใดประเทศดังกล่าวจึงไม่สามารถควบคุมการระบาด อีกทั้งวัคซีนที่ลักลอบนั้นการผลิตนั้นเป็นการเอาเชื้อมาเพาะผ่านขบวนการทางวิทยาศาสตร์ เมื่อไม่มีคุณภาพดังนั้นอาจส่งผลทำให้เกิดการระบาดที่รุนแรงขึ้น

ในส่วนการผลิตวัคซีนแก้ปัญหาการระบาดโรค  PRRS นั้น มหาวิทยาลัยฯ มีการวิจัยมาอย่างต่อเนื่องและประสบผลสำเร็จมากว่า 5 ปี สามารถนำไปใช้ในฟาร์มที่เข้าร่วมโครงการวิจัย ทั้งในแถบภาคเหนือ อีสาน ตะวันออก ส่วนสาเหตุที่มหาวิทยาลัยฯ ไม่ทำวัคซีนขายเกษตรกรทั่วไป เพราะติดปัญหาที่ข้อกำหนดที่ว่า วัคซีนต้องผลิตจากโรงงานที่ผ่าน GMP เท่านั้น ซึ่งการลงทุนสร้างต้องใช้งบกว่า 100 ล้านบาท แล้วคนไทยจะได้ใช้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับรัฐบาลจะเห็นชอบและอนุมัติหรือไม่ นอกจากนี้รัฐบาลควรออกมาควบคุมราคาวัตถุดิบอาหารไม่ให้ขยับตัวสูงขึ้นกว่านี้

รศ.นสพ.กิจจา กล่าวอีกว่า จากปัญหาดังกล่าว จะทำให้สภาวะเนื้อหมูในตลาดมีราคาแพงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าปริมาณเนื้อสุกรที่จะออกสู่ตลาดเพิ่มมากขึ้นคงอยู่ในช่วงปลายปีและมีปริมาณมากที่สุดในกลางปีหน้า ซึ่งเวลานั้นคงทำให้ราคาซื้อขายขยับลงมาบ้างอย่างแน่นอน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 10 สิงหาคม 2554, 10:18 น.

สิงหาคม 10, 2011 Posted by | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , | แสดงความคิดเห็น