ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Archive for the ‘เกษตร’ Category

5 ตุลาคม 2553, 05:00 น.

ผ่านทางยุวบัญชีเกษตร…ถิ่นทุรกันดาร – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราช–ประสงค์ให้เด็กไทยทำกิจกรรมสหกรณ์ฯ และเรียนรู้การทำเกษตรกรรมแบบพอเพียง ควบคู่กับการบันทึกบัญชีอย่างเป็นระบบ

กรมตรวจบัญชีสหกรณ์….จึง สนองพระราชโองการ จัดทำ โครงการยุวบัญชีในถิ่นทุรกันดาร ภายใต้โครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร โดยร่วมมือกับ บริษัทอีสท์ เวสท์ซีด จำกัด ขับเคลื่อน และ สร้างต้นแบบยุวบัญชีในถิ่นทุรกันดาร

ในปีแรก (2553)…วางเป้าหมาย โรงเรียนตามโครงการพระราชดำริ ในอำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน 10 โรงเรียน โรงเรียนละ 10 ครอบครัว โดยมุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรม ธุรกิจการเกษตรของนักเรียน และ การประกอบอาชีพของผู้ปกครอง

ซึ่งนำร่อง ณ โรงเรียนบ้านห่างทางหลวง โดยจัดเป็นกิจกรรม my little form เด็กๆ จะได้รับการถ่ายทอดความรู้ จนทำให้เกิดภูมิปัญญา เพื่อนำความคิดใหม่ๆมาประยุกต์ใช้ แล้ว ขยายผลไปสู่ ครอบครัว เบื้องต้นกิจกรรมนี้ตั้งเป้าหมายไว้ 100 โรงเรียน จากทั้งหมด 410 โรงเรียน

…ผลจากดำเนินโครงการ ทำให้ นักเรียนมีวิธีคิด มีวิธีปฏิบัติ และ มีหลักการจำแนก สินค้า หรือผลผลิตอย่างละเอียดอ่อน….รู้จักทิศทาง รายรับว่ารับอะไรมาบ้าง  รู้รายจ่ายที่ตัวเองทำขึ้นมา  เมื่อรู้แล้วก็มาดูว่าตัวเลขในขณะนั้นเป็นอย่างไรจน เกิดภูมิปัญญาสามารถแก้ไขปัญหาได้

…และ สร้างกิจกรรมที่เชื่อมโยงในหลายๆจุด เริ่มจากการทำบัญชีด้วยมือ รู้จักทำงบการเงินโดยใช้คอมพิวเตอร์ ซึ่งจะเป็น กิจกรรมที่เด็กๆสามารถเอาความรู้ทางการเกษตรมาเป็นตัวอย่างทางการเงิน

ผลสัมฤทธิ์จาก…โครงการยุวบัญชีในถิ่นทุรกันดาร คือ เป็นการเรียนรู้ สร้างโอกาสให้สมาชิกภาคสหกรณ์เข้าถึงการเรียนรู้ในรูปแบบของการรวมกลุ่ม และการจัดทำธุรกิจฝึกหัดให้ได้ รู้จักการบันทึก และ สังเคราะห์ข้อมูลในการทำบัญชีต้นทุน…เมื่อโตขึ้นก็จะ เป็นนักบัญชีที่ได้มาตรฐาน

และ…ผลที่ได้จากครอบครัวนักเรียนที่เข้าร่วมใน โครงการยุวบัญชี ในถิ่นทุรกันดาร เป็นการพัฒนายุวชน ให้เกิดความตระหนัก รู้จักคิด รู้จักออม ผนวกกับทำให้ ผู้ปกครองสามารถพัฒนาและสร้างรายได้เพิ่ม ทำให้เกิด ความผาสุกในครอบครัว และ มีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น

นับว่าเป็น…ก้าวสำคัญ ของ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ในการเชื่อมต่อการ ส่งเสริมกิจกรรมสหกรณ์ในโรงเรียน ตามพระราชดำริให้บรรลุเป็นรูปธรรมยิ่งๆขึ้น โดย เยาวชนถิ่นทุรกันดารสามารถนำประสบการณ์ไปใช้ได้กับชีวิตจริง ในอนาคต….อย่างมีประสิทธิภาพ.

ดอกสะแบง

 

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ดอกสะแบง
  • 5 ตุลาคม 2553, 05:00 น.

 

4 ตุลาคม 2553, 05:00 น.

ผ่านทางมิติใหม่…ยกระดับสินค้าเกษตร – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

สินค้าเกษตรไทย…มียอดส่งออกและจำหน่ายในตลาดทั่วโลกมูลค่า ปีละไม่ต่ำกว่าสามแสนล้านบาท และความนิยมก็มีแนวโน้มที่จะทะยานสูงขึ้นทุกๆปี

เพื่อพัฒนาคุณภาพสินค้ารองรับความนิยมในตลาดโลก หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชน จึงต่างงัด กลยุทธ์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม มากยิ่งขึ้นๆ ทำให้ทิศทางของสินค้าขยายวงกว้าง เดินทางเข้าถึงครัวเรือนหันมา นิยมสินค้าบริโภค

ความเคลื่อนไหว ของสินค้าเกษตรไทย ได้ ขยับตัวตั้งแต่รากหญ้า หรือ ต้นน้ำ โดยยกระดับองค์กรจากชุมชน และท้องถิ่นให้ก้าวไกลสู่ระดับอินเตอร์…สร้างโอกาสด้วยการเปิดตัว เกมสหกรณ์ ขึ้น

…ซึ่งกิจกรรมจัดเป็นเรียลลิตี้โชว์ทางการเกษตร ซีซั่น 2 (ครั้งแรกจัดเมื่อปีที่แล้ว) ตามเจตนารมณ์ของ กรมตรวจสอบบัญชีสหกรณ์ ก็คือ ให้แต่ละสหกรณ์นำสินค้า หรือ แบรนด์ สมัครเข้าร่วมการแข่งขัน ภายใต้แนวคิดใหม่ superloop superbrand

รูปธรรมที่ต้องการชัดเจน ก็คือ…ต้องการยกระดับสินค้าชาวเกษตรและสหกรณ์ ให้มีมูลค่าเพิ่มเป็นที่ยอมรับในสังคมผู้บริโภค สามารถเข้าไปต่อสู้ และ ยืนหยัดบนตลาดได้ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ…อะไรเทือกนั้น

สินค้าหรือแบรนด์ ที่ทาง กรมตรวจสอบบัญชีสหกรณ์ กำหนดไว้ ในการแข่งขัน เกมสหกรณ์ซีซั่น 2 จัดเป็น 10 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ ข้าว พืชผัก ชา ผลไม้ กาแฟ ผ้าไหม ฝ้าย สมุนไพร ปศุสัตว์ โคเนื้อ โคนม พลังงาน ปุ๋ย เครื่องจักรกลการเกษตร

สาเหตุที่คัดสรรเฉพาะกลุ่มธุรกิจ เนื่องจากเป็นสาขาธุรกิจที่ทำรายได้แต่ละปีหลายหมื่นล้านบาท และเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญของผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตร อีกทั้ง ยังมีการแข่งขันสูง ด้วย

ซึ่ง…ได้ กำหนดกรอบการคัดเลือกผู้สมัครเข้าร่วมการแข่งขันจากทั่วประเทศ ให้เหลือเพียง 100 สหกรณ์ ใน 10 กลุ่มธุรกิจ จากนั้นให้นำเสนอผลงานจริง แล้วตัดสินให้เหลือกลุ่มธุรกิจละ 1 สหกรณ์ จะได้ 10 สหกรณ์สุดท้าย…เพื่อเข้าสู่สมรภูมิการสร้างแบรนด์

แล้ว…จะนำผลงานเหล่านี้มาแสดงในงาน คนไทยหัวใจเกษตร ณ กันตนามูฟวี่ทาวน์ ศาลายา นครปฐม ระหว่างวันที่ 9 ถึง 12 ธันวาคม 2553 ทำการคัดเลือกผู้ชนะเลิศให้เป็น สุดยอดของการสร้างแบรนด์

ชาวเกษตร และ สหกรณ์…หากสนใจร่วมสร้างแบรนด์ ติดตามข้อมูลที่ กรมตรวจสอบบัญชีสหกรณ์ เลขที่ 12 ถนนกรุงเกษม แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200 หรือโทร.0-2275-0046 ต่อ 481-482

ผู้พิชิตความเป็นสุดยอด…ได้รางวัลเงินสด 100,000 บาท และรถแทรกเตอร์มิตซูบิชิ 1 คัน.

ดอกสะแบง

 

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ดอกสะแบง
  • 4 ตุลาคม 2553, 05:00 น.

 

30 กันยายน 2553, 05:00 น.

มหัศจรรย์…สัตว์น้ำสวยงาม – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_114913

 

ตัวแม่หอบ สัตว์กึ่งปูกึ่งกุ้ง เนื้อเป็นยารักษาโรค

ปลาสวยงาม…เป็น สินค้าเกษตรส่งออก ที่ทำรายได้เข้าประเทศ แม้จะไม่ยิ่งใหญ่เหมือนกับสัตว์เศรษฐกิจตัวอื่น   แต่สัตว์ตัวเล็กๆจำพวกปลากัด   ปลาหางนกยูง  ปลาเงินปลาทอง  ปลาหมอสี  ฯลฯ  ปีหนึ่งๆก็  ทำเม็ดเงินเป็นพันๆล้านบาท

เพื่อพัฒนารายได้จึงมีการพัฒนาสายพันธุ์ ให้ได้ชนิดที่ดี สวยงาม สนองความต้องการของตลาดโลก   นอกจากผสมพันธุ์ให้ได้สายพันธุ์ใหม่ๆแล้ว การประกวดความงาม   ก็ถือว่าเป็นกิจกรรมเสริมการพัฒนาสายพันธุ์อย่างหนึ่ง เช่นกัน

ช่วงวันที่  2  ถึง  10  ตุลาคมที่จะถึงนี้…มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ร่วมกับ ชมรมผู้นิยมปลาสวยงามประเทศไทย จะมีการจัดประกวดปลาสวยงาม 7 สายพันธุ์ 54 ประเภท ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ   พระเจ้าวรวงศ์เธอ   พระองค์เจ้าโสมสวลีฯ   พระเจ้าหลานเธอ   พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ในงาน วันปลาสวยงามแห่งชาติ หรือ Nation   Ornamental   Fish   Day   ณ  ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์  งามวงศ์วาน

นอกจากนี้ยังจัดแข่งขันในองค์ประกอบการเลี้ยงปลาสวยงาม อาทิ จัดตู้พรรณไม้น้ำเลียนแบบธรรมชาติ และ Nano   Aquarium และ…เพื่อให้ความรู้ในเรื่องของสัตว์และสุดยอดความมหัศจรรย์ของสุดยอดสัตว์ที่หายาก เพื่อสร้างประสบการณ์แห่งชีวิต กิจกรรมนี้จึงได้นำเอาสัตว์ แปลกๆมาแสดง อาทิ ปลาสเตอร์เจียน (ปลาดึกดำบรรพ์ ไข่ของมันเรียกไข่ปลาคาร์เวียร์) ปลาปอด (ปลายุคเดียวกับไดโนเสาร์ ตัวยาว 2 เมตร หนัก 50 กิโลกรัม) งูหลามยักษ์ (หนัก 100 กิโลกรัม) เม่นต้นไม้ (คู่เดียวในประเทศไทย)…และ แม่หอบ

แม่หอบ…เป็นสัตว์ในบ้านเรา แต่บางท้องที่อาจไม่รู้จักและไม่เคยเห็น เนื่องจากนิเวศวิทยาของมันอยู่กับป่าชายเลน   พบมากในทะเลฝั่งอันดามัน   ปัจจุบันหมิ่นเหม่ต่อการสูญพันธุ์

…ลักษณะของ แม่หอบ คล้ายกับสัตว์ 2 พันธุ์ หรือ ลูกครึ่ง คือ เอาปูกับกุ้งมาบวกกัน โดยขาคู่แรกขนาดใหญ่คล้ายก้ามปู นอกจากใช้เดินแล้วยังทำหน้าที่ขุดรูและขนดินออกมากองคล้ายจอมปลวก หัวเหมือนกุ้งมีขนาดใหญ่ ลำตัวสีแดงเข้มเป็นปล้องๆคล้ายกั้ง ท้องขนาดเล็กยาวเรียวไม่มีแพน หาง ลักษณะคล้ายแมงป่อง…เชื่อกันว่า เนื้อของมันเป็นยา กินเข้าไปจะแก้โรคหืดหอบ จึงให้ชื่อว่า แม่หอบ

…นอกจากนี้ยังมี สัตว์น้ำแปลกๆหายากชนิดต่างๆ ซึ่งจะสร้างความตื่นตาตื่นใจ และในช่วงของคาบเวลาจัดงานอยู่ระหว่างปิดภาคเรียน นักเรียนในเครื่องแบบเข้าชม..ฟรี.!!

ดอกสะแบง

 

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ดอกสะแบง
  • 30 กันยายน 2553, 05:00 น.

 

29 กันยายน 2553, 05:00 น.

ผ่านทางวอนรัฐ…อย่ารังแกเกษตรกร – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

คาบเวลา นี้….ใกล้ เทศกาลกินเจ ผนวกกับภาวะของ อุทกภัย หลายท่านจึงจับตามอง ราคาผักซึ่งอาจพุ่งสูง ดั่งเช่นทุกๆปีเป็นวัฏจักร และกับสถานการณ์ช่วงเดียวกัน สินค้าตัวอื่น อาทิ เนื้อสัตว์ ดั่งเช่น สุกร หรือ หมูยังตรึงราคาเดิม

ทั้งๆที่ ตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นมา มีการระบาดของโรค หลากหลาย …ทั้งภาคอีสาน ภาคตะวันออก และตะวันตก ปริมาณเสียหายรวมสูงถึง 113,360 ตัว เป็นแม่พันธุ์ 73,960 ตัว ลูกหมูและหมูขุน 34,400 ตัว…เท่ากับว่า หมูเนื้อจะขาดตลาดในช่วงนี้ และนับไปอีก 5-6 เดือน ข้างหน้าอีกด้วย

ก็ไม่รู้ว่าอย่างไร…กระทรวงพาณิชย์ จึงพุ่งเป้าไปที่ หน้าเขียงหมูให้ลดราคาลง  ขายในราคาตามสูตรคำนวณที่กระทรวงกำหนด  เท่านั้น  ไม่เช่นนั้นจะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด

ก็รู้สึกแปลกใจว่า…ทำไมกระทรวงพาณิชย์ถึงลุกขึ้นมาคุมราคาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ทั้งๆที่ราคาหมูหน้าเขียงก็ไม่ได้ขยับขึ้น ซึ่งในอันดับต่อไปก็จะกดราคาย้อนศร ไล่กันเป็นลูกระนาดจนไปถึง เกษตรกรผู้เลี้ยง หรือ ต้นน้ำ ในที่สุด

ถ้าจะว่าไปแล้ว…ในอีกมุมมองหนึ่งนั้น ภาครัฐแก้ปัญหาอย่างประชา-นิยมเกินไปหรือไม่ ทั้งๆที่จริงแล้วควรผลักดันให้ขับเคลื่อนไปพร้อมๆกัน รวมถึงเกษตรกรซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศให้มีรายได้เพื่อนำมาจับจ่ายใช้สอย ท้ายสุดความหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ…ก็จะกลายมาเป็นภาษีกลับคืนสู่รัฐ…

…อย่ามุ่งเน้นนโยบายเอาใจประชาชนที่ชื่อว่าเป็นผู้บริโภคมากเกิน จน ลืมประชาชนในสัดส่วนที่เป็นเกษตรกรซึ่งก็บริโภคเหมือนกัน…ก็ให้มีรายได้ บ้าง อย่างน้อยก็อย่าให้ขาดทุนจนต้องพอกพูนหนี้สิน

ความจริงหากมองในมุมของผู้บริโภคอย่างเราๆท่านๆ ถ้า ราคาสินค้าลดลงก็ถือว่าเป็นเรื่องดี หากว่าสินค้าตัวไหนราคาแพงก็หันไปกินอย่างอื่นทดแทนได้ หมูแพงก็ไปกินไก่ ไก่แพงก็กินไข่ ไข่แพงก็กินปลา ซึ่งมีดาษดื่นในท้องตลาด…มีโอกาสเลือก

แต่…เกษตรกรที่เขาหาเงินเลี้ยงปากเลี้ยงท้องครอบครัวมีอาชีพเดียว จะให้เลือกอาชีพอื่นคงไม่ง่ายเหมือนเลือกผักเลือกปลากินอย่างผู้บริโภคนั้นก็คงทำไม่ได้ ถึงได้ก็ล้มเหลว (ด้วยไม่มีทักษะและประสบการณ์)

ถึงตรงนี้…แม้ผมจะเป็นคนนอกอาชีพเกษตรก็คงไม่เห็นด้วยที่ รัฐจ้องจะกดราคาสินค้าเกษตรลง ซึ่งไม่ต่างอะไรกับการรังแกคนที่อ่อนแอและไม่มีทางสู้ ต้องติงว่าอย่าทำให้กระดูกสันหลังของชาติผุกร่อนเลย เกษตรกรเขาก็ต้องกินต้องใช้เหมือนกัน

ถ้าจะว่าไปแล้ว รัฐควรเข้าไปดูแลที่ต้นเหตุ น่าจะเอาเวลาไปดูในเรื่องค่าครองชีพอื่นๆ อย่างเช่น ไฟฟ้า หรือ ราคาน้ำมัน (ซึ่งเป็นต้นทุนปัจจัยการผลิตการเกษตร) ที่กำไรมากกว่าสินค้าฟุ่มเฟือยอื่นๆด้วยซ้ำไป…เพราะค่าไฟฟ้ามีกำไร 10 ถึง 25 เปอร์เซ็นต์ ผิดกับ เกษตรกรรมซึ่งมีกำไรเพียงนิด

ถึงตรงนี้…กรมการค้าภายใน มีสมองที่จะคิดช่วยเกษตรกรหรือยัง…

ดอกสะแบง

 

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ดอกสะแบง
  • 29 กันยายน 2553, 05:00 น.

 

28 กันยายน 2553, 05:00 น.

ผ่านทางพัฒนาพลังงาน…จากข้าว – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

มูลนิธิชัยพัฒนา….ร่วมกับกระทรวงพลังงาน และ มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ น้อมนำ  พระราชดำริ  ของ  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนของเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน โดยจัดตั้งโครงการ ศูนย์สาธิตและพัฒนาพลังงานทดแทนจากข้าวครบวงจร   ขึ้น   ณ   อำเภอลาดบัวหลวง   จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ซึ่ง…..โครงการนี้ดำเนินการในลักษณะของ ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาการใช้ประโยชน์จากข้าว แบบครบวงจร ตั้งแต่ การผลิตข้าวกระบวนการแปรรูป และการบริหารจัดการด้านการตลาด ตลอดจนการ ใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้จากกระบวนการสีข้าว

อันประกอบด้วย….จุดรองรับข้าวเปลือก และ เครื่องอบลดความชื้น รองรับข้าวเปลือกก่อนจะเข้าสู่โรงสีข้าว ประโยชน์ที่ชุมชนได้รับ คือ สามารถเก็บรักษาคุณภาพข้าวเปลือก   ไม่ต้องเร่งขายในช่วงที่ราคาตกต่ำ
โรงสีข้าวชุมชน CP-R 1000 ซึ่งสีข้าวสารให้เป็นทั้งข้าวกล้องและข้าวขาวตามความต้องการของตลาด อีกทั้งข้าวสารบรรจุถุงพร้อมจำหน่าย โดย ต้นทุนการสีต่อหน่วยใกล้เคียงกับโรงสีขนาดใหญ่ ประโยชน์ที่ได้รับ คือ สามารถรองรับข้าวเปลือกในพื้นที่ปลูกและลดต้นทุนด้านค่าขนส่ง….ที่สำคัญช่วย ลดความสูญเสียจากกระบวนการเก็บเกี่ยว ได้เครื่องผลิตไฟฟ้าจากชีวมวล หรือ Gasifier สามารถผลิตไฟฟ้าขนาด 200 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง ซึ่ง สอดคล้องกับโรงสีข้าวในโครงการ โดยไม่ก่อให้เกิดน้ำเสีย  อีกทั้งก๊าซที่ปล่อยออกจากเตายังมีปริมาณทาร์ต่ำ  จึง  ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ประโยชน์ที่ได้รับ คือ เพิ่มมูลค่าให้กับแกลบ ซึ่งเป็นวัสดุเหลือจากกระบวนการสีข้าว   โดยนำมาใช้เป็นชีวมวลในการผลิตกระแสไฟฟ้า เพื่อนำกลับไปใช้ในโรงสี หรือ จำหน่ายแก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค   สร้างรายได้ให้แก่ชุมชน   อีกทางหนึ่ง

และ…เครื่องหีบน้ำมันรำ กำลังการหีบ 80 กิโลกรัมต่อชั่วโมง ประโยชน์ที่ได้รับ คือ สามารถนำรำข้าวไปสกัดเป็นน้ำมันรำข้าวเพื่อใช้ในชุมชน ส่วน กากรำนำไปจำหน่ายเป็นอาหารสัตว์ และขี้เถ้าสามารถนำไปใช้เป็นปุ๋ยอินทรีย์ ในการปรับปรุงดิน

นวัตกรรมทั้งหมด ในโครงการศูนย์สาธิตและพัฒนาพลังงานทดแทนจากข้าว ครบวงจร ติดตั้งออกแบบโดยวิศวกรไทย ภายใต้แนวคิดการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับชุมชน อันเป็นต้นแบบแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งเน้นการใช้ประโยชน์สูงสุดของข้าวทุกเมล็ด และการ เพิ่มมูลค่าจากการแปรรูปอย่างมีประสิทธิภาพ…..โดย ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม (zero   waste   hundred   used)

ตลอดระยะของการดำเนินโครงการ  ช่วงคาบเวลา  3  ปี  ได้  เปิดโอกาสให้เกษตรกรเข้ามาเรียนรู้ และฝึกอบรมเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ ทุกช่วงกระบวนการ เพื่อนำประสบการณ์ไปพัฒนาการบริหารจัดการการผลิตและการตลาดที่ เหมาะสมกับชุมชนของตน…อย่างยั่งยืน ต่อไป…!!

ดอกสะแบง

 

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ดอกสะแบง
  • 28 กันยายน 2553, 05:00 น.

 

27 กันยายน 2553, 05:00 น.

ผ่านทางSEVA…ขับเคลื่อนสหกรณ์สู่สากล – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Social & Economic Value Added….ในความหมายคือ มูลค่าเพิ่มเชิงเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งย่อๆว่า SEVA

ดูแล้ว…อาจจะเป็น นิยามใหม่ในแวดวงธุรกิจภาคสหกรณ์ บ้านเรา แต่หากสร้างความเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง ว่ามันคือ แนวคิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ อันเป็นแรงสนับสนุนการตัดสินใจในการบริหารสหกรณ์ เพื่อมุ่งหวังให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาว…หลายท่านอาจถึงบางอ้อ

และ…หากมีการนำไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ก็จะช่วย เปิดมิติใหม่ให้กับธุรกิจภาคสหกรณ์ ของเมืองไทยครั้งสำคัญ ซึ่งอาจ ก้าวทะยานสู่การแข่งขันในระบบโลก เข้าสู่ระดับสากล เลยก็เป็นได้

กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ จึงได้นำแนวคิดนี้มาดำเนินการใช้กับสหกรณ์ไปแล้วกว่า 60% อย่างต่อเนื่องรวมระยะเวลากว่า 5 ปี และ บังเกิดผลตอบรับในแง่บวก ทั้งแก่บรรดาสมาชิก ทั้งตัวสหกรณ์เป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง ซึ่งก็จะนำนวัตกรรมนี้ไปใช้อีก 2,000 กว่าสหกรณ์ ให้ครอบคลุมทั่วประเทศภายในสิ้นปีนี้ (2553)

คุณอนันต์ ภู่สิทธิกุล อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ผู้มีความมุ่งมั่นในการนำ SEVA มาใช้กับสหกรณ์ บอกว่า…..เป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อยเพราะในอดีตไม่เคยมีการนำระบบบริหารงานในเชิงสร้างสรรค์เช่นนี้มาใช้ ทำให้ประธาน, คณะกรรมการบริหารผู้ปฏิบัติงาน, ผู้ตรวจสอบภายใน รวมถึงบรรดามวลสมาชิกไม่รู้ความเคลื่อนไหว   หรือตัวเลขรายรับรายจ่ายภายในสหกรณ์เท่าที่ควร  ช่องว่างที่เกิดขึ้นอาจสร้างความเสียหายต่อองค์กรได้…

…..ระบบของ  SEVA  แบ่งเป็น  2  สัดส่วนการใช้  ได้แก่  SEVA2009 สำหรับสนับสนุนการตัดสินใจลงทุนสร้างมูลค่าเพิ่มสหกรณ์ กับ SHOP SEVA 2010   ซึ่งเหมาะกับสหกรณ์   ร้านค้า   เพราะง่ายต่อการใช้งานในการผลักดันมูลค่าเพิ่มเชิงเศรษฐกิจแก่ธุรกิจสหกรณ์ ภายใต้ทรัพยากรและสภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่ …พูดง่ายๆ ก็คือมี การทำระบบสารสนเทศเข้ามาใช้อย่างเต็มรูปแบบ

ภาคสหกรณ์เป็นภาคีที่มีความสำคัญต่อสภาวะเศรษฐกิจไทยโดยรวม การนำนวัตกรรมสมัยใหม่มาพัฒนาทั้งระบบ โดยเป้าหมายสูงสุดคือสร้างองค์กรภาคเกษตรให้มีความเจริญรุดหน้าทัดเทียมกับธุรกิจอื่นๆ ในขณะเดียวกันก็เป็นการป้องกันปัญหาทุจริต ปัญหาความไม่เป็นธรรม   ซึ่งเคยเกิดขึ้นซ้ำซาก….จึงจำเป็นต้องมีเครื่องมือขับเคลื่อนให้ เป็นที่ยอมรับในระดับสากล

…จากความเป็น อัจฉริยะทางภูมิปัญญาของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ซึ่งสามารถปกป้องสิทธิประโยชน์ให้แก่มวลสมาชิกด้วย SEVA สร้างความเป็นเลิศทางระบบ…โดยที่คนโกงไม่อาจก้าวตามทัน

ด้วย ศักยภาพในนวัตกรรม แห่ง SEVA ปี 2554 จึงพร้อมประกาศให้เป็น….ปีแห่งการสร้างมูลค่าเพิ่มธุรกิจภาคสหกรณ์.

ดอกสะแบง

 

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ดอกสะแบง
  • 27 กันยายน 2553, 05:00 น.

 

23 กันยายน 2553, 05:00 น.

ผ่านทางปั๊มกิ่งยางพันธุ์ดีป้อนเกษตรกร – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

ยางพารา….รู้สึกว่าจะเป็น พืชที่ฮิตแห่งยุค เนื่องจาก สถานการณ์ราคา ที่อยู่ในเกณฑ์สูงอย่างต่อเนื่อง เป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรหันมาปลูกสร้างสวนยางใหม่ สืบต่อจากล้านไร่ของรัฐบาลชุดก่อน…และในชุดปัจจุบันมีแผนในการ ส่งเสริมปลูกยางพาราอีก 8 แสนไร่

อย่างไรก็แล้วแต่ โอกาสเข้าร่วมโครงการยางพาราของรัฐก็ต้องรอ ซักระยะหนึ่ง เกษตรกรบางกลุ่มต้องการปลูกสร้างสวนยางใหม่ อย่างเร่งด่วน….ความต้องการต้นกล้ายางจึงเพิ่มสูงขึ้น

เพื่อ สนองความต้องการ และ สนับสนุนการปลูกสร้างสวนยางพันธุ์ดี ให้กับเกษตรกรทั่วประเทศ….คุณสุจินต์ แม้นเหมือน ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร ได้มอบหมายให้หน่วยงาน เร่งผลิตกิ่งตาเขียวบริการให้กับแปลงขยายพันธุ์ของเกษตรกร   และ   ภาคเอกชน เพื่อเพิ่มปริมาณให้เพียงพอ กับความต้องการในฤดูเพาะปลูกปี 2554….รวมถึงการปลูกทดแทนสวนยางเก่าด้วย

ขณะนี้….สถาบันมีกิ่งตาเขียวยางพันธุ์ดีพร้อมจำหน่าย จำนวน 199,291 กิ่ง แยกเป็นพันธุ์ยางที่ให้ผลผลิตน้ำยางสูง ได้แก่ ยางพันธุ์สถาบันวิจัยยาง 251 (RRIT 251) จำนวน 86,872 กิ่ง พันธุ์ RRIM 600 จำนวน 90,808 กิ่ง พันธุ์ RRIT 226 จำนวน 2,580 กิ่ง พันธุ์ BPM 24 จำนวน 1,200 กิ่ง

….นอกจากนี้ยังมี  พันธุ์ยางที่ให้ผลผลิตน้ำยาง  และ  เนื้อไม้สูง  คือ พันธุ์ PB 235 จำนวน 15,487 กิ่ง โดยกรมวิชาการเกษตรกำหนดราคาจำหน่ายไว้กิ่งละ 1.50 บาท ซึ่ง แต่ละกิ่งจะมีตาที่นำไปใช้ได้ 3-5 ตา

ทั้งนี้…เนื่องจากปีที่ผ่านมา (2552) กรมวิชาการเกษตรสามารถผลิต และ จำหน่ายกิ่งพันธุ์ยางพันธุ์ดีได้ถึง 767,813 กิ่ง แต่ด้วยความต้องการต้นกล้ายางที่เพิ่มสูง กลุ่มเกษตรกรที่ขยายพันธุ์ยางได้นำไปติดต้นตอตาหรือผลิตยางชำถุงรองรับเกษตรกรในปีหน้าให้เพียงพอ…จึงเหลือจำนวนมากนัก

สำหรับปีนี้…ปริมาณต้นกล้ายางในระบบมีค่อนข้างน้อย   ทำให้เกษตรกรไม่มีโอกาสคัดเลือกต้นกล้ายางที่มีคุณภาพไปปลูก อย่างไรก็ตาม สำหรับฤดูเพาะปลูกปี 2553

คุณสุจินต์ ได้เตือนว่า….

….เกษตรกรที่ซื้อยางชำถุงหรือต้นกล้ายางไปแล้ว ควรเร่งปลูกให้แล้วเสร็จก่อนปลายฤดูฝน เพื่อให้ต้นยางอ่อนตั้งตัวได้ เพื่อช่วยลดอัตราเสี่ยงหลังการปลูก ซึ่งต้นยางอ่อนอาจตายแล้งได้ในช่วงฤดูแล้งที่จะถึงนี้

ขณะเดียวกัน เกษตรกรสามารถที่จะปลูกพืชแซมระหว่างแถวต้นยางเพื่อสร้างรายได้ ในช่วงยางอายุ 1-3 ปี โดยเลือกปลูกพืชล้มลุกที่ไม่กระทบต่อการเจริญเติบโตของต้นยาง

และ….ควรเลือก ชนิดพืชที่ตลาดต้องการด้วย อาทิ สับปะรด ข้าวไร่   กล้วย   ข้าวโพดหวาน   หญ้าอาหารสัตว์   อ้อยคั้นน้ำ   แต่ไม่แนะนำให้ปลูกอ้อยโรงงาน เพราะเป็นพืชที่ต้องการธาตุอาหารสูง อีกทั้งการเก็บเกี่ยวอาจกระทบต้นยางอ่อนได้….ผอ.สถาบันวิจัยยาง บอกด้วยความเป็นห่วง.

ดอกสะแบง

 

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ดอกสะแบง
  • 23 กันยายน 2553, 05:00 น.

 

22 กันยายน 2553, 05:01 น.

ผ่านทางคุ้มครองพืช…ทรัพย์สินทางปัญญา – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

พืช…เป็นสิ่งมีชีวิต ที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของเผ่าพันธุ์มนุษย์ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน การปรับปรุงพันธุ์พืชให้มีคุณสมบัติดีขึ้น ได้ก่อให้เกิดประโยชน์แก่มนุษยชาติ อย่างมหาศาล

แต่…พืชเป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถนำมาขยายพันธุ์ได้จำนวนมาก ดังนั้น เมื่อมีการจำหน่ายส่วนขยายพันธุ์พืชไปแล้ว ผู้ซื้อสามารถ นำส่วนขยายพันธุ์เหล่านั้นไปขยายพันธุ์ต่อได้อีกโดยไม่จำกัด

จึงเกิดกระแสเรียกร้องให้มีการคุ้มครองพันธุ์พืชจากนักปรับปรุงพันธุ์ ในบ้านเรา แม้ว่าจะมี พระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช และมีผลบังคับใช้ไปแล้ว แต่ ในส่วนของการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องของทรัพย์สินทางปัญญา การจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ และ สิทธิที่พึงจะได้รับ ยังไม่เป็นที่เผยแพร่และเข้าใจกันอย่างกว้างขวาง

กองคุ้มครองพันธุ์พืช  กรมวิชาการเกษตร  ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในด้านนี้ จึงจัดสัมมนาเรื่อง ทรัพย์สินทางปัญญากับการคุ้มครองพันธุ์พืช ขึ้นเพื่อสนองเจตนารมณ์และสร้างแรงจูงใจ การให้สิทธิคุ้มครองด้านการปรับปรุงพันธุ์และพัฒนาพันธุ์พืชใหม่ตามกฎหมาย

รวมทั้ง….เพื่อ เป็นการอนุรักษ์และพัฒนาการใช้ประโยชน์พันธุ์พืชพื้นเมืองเฉพาะถิ่น และ ให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแล บำรุงรักษา และใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน  อีกทั้งเสริมสร้างกระแสทรรศนะในวงกว้าง  เปิดโอกาสให้บุคคลที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น…เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติตามกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ

การสัมมนาครั้งนี้จัดขึ้น ณ โรงแรมมารวย ในวันพรุ่งนี้ (23 ก.ย.) ถึง 24 ก.ย. …โดยแยกย่อยถึง 9 หัวข้อ คือ การคุ้มครองพันธุ์และทรัพย์สินทางปัญญาในบริบทของพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ.2542 กระบวนการดำเนินคดีเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิพันธุ์พืชใหม่ ความก้าวหน้าด้านปรับปรุงพันธุ์พืช มุมมองด้านการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ในประเทศไทย การคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ในสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ และสหภาพยุโรป ระบบการคุ้มครองพันธุ์พืชเกาหลี การเข้าเป็นภาคี UPOV และผลกระทบต่อนักปรับปรุงพันธุ์พืชและเกษตรกร

ปิดท้ายด้วย มุมมองของวิทยากรจากต่างประเทศ ร่วมเสวนา การคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ในระดับสากล โดย ดร.กฤติศรี สุพินดา สำนักงานสิทธิบัตรและลิขสิทธิ์แห่งสหรัฐอเมริกา Dr.Arndjan van Wijk, Netherland Inspection Service for Horticulture Mr.Tesuya Otomo, Plant Variety Protection Office, IP Division Dr. CHOI Keun-Jin. Koean Seed and Varity Service (KSVS) และผู้แทนจากสมาคมเมล็ดพันธุ์แห่งเอเชียแปซิฟิก (APSA)

กิจกรรมครั้งนี้ถือว่าเป็นการรวบรวมความรู้ ประสบการณ์ ข้อคิดเห็นที่หลากหลาย ซึ่ง สามารถนำเอาไปใช้ในการแก้ไขและพัฒนากฎหมายในการคุ้มครองพันธุ์พืช…ให้มีประสิทธิภาพ สมบูรณ์ยิ่งขึ้น..!!

ดอกสะแบง

 

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ดอกสะแบง
  • 22 กันยายน 2553, 05:01 น.

 

21 กันยายน 2553, 05:00 น.

ผ่านทางตลาดยางอีสานใต้เติบโต – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

โครงการล้านไร่….เริ่มนับวันถอยหลังซึ่ง เกษตรกรจะได้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์

เพื่อเป็น การเตรียมรองรับผลผลิต ของเกษตรกร กรมวิชาการเกษตร จึงตั้ง ตลาดกลางยางพารา เพิ่มขึ้น 2 แห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือ หนองคาย ในส่วนอีสานตอนบน และ บุรีรัมย์ อันเป็นส่วนของอีสานตอนล่าง บริการ ซื้อขายยางพาราด้วยราคาที่เป็นธรรม

คุณรณชัย ดาวดวง ผู้อำนวยการสำนักงานตลาดกลางยางพาราบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ เผยถึงหน่วยงานนี้ว่า….ตลาดกลางยางพาราบุรีรัมย์เปิดให้บริการซื้อขายยางแผ่นดิบตั้งแต่ช่วงกลางปี ที่ผ่านมา

…จากการดำเนินงานปีนี้ (2553) มี เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรนำยางแผ่นดิบชั้น 3 เข้ามาจำหน่ายผ่านระบบตลาดกลางฯ รวมทั้งสิ้น 318.97 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 18.12 ล้านบาท

หาก วิเคราะห์ตามสถานการณ์ตลาดยางธรรมชาติในพื้นที่ภาคอีสานตอนใต้ขยายตัวเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง สังเกตได้จากปริมาณการซื้อขายยางแผ่นดิบผ่านตลาดกลางฯ เดือนละไม่น้อยกว่า 120 ตัน และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอีก ในปีหน้า (2554) หากพื้นที่ปลูกยางพาราโครงการยางล้านไร่เริ่มเปิดกรีดได้คาดว่าจะมียางแผ่นดิบเข้าสู่ตลาดกลางฯเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว

เกี่ยวกับคุณภาพในการผลิตยางของเกษตรกร ยางแผ่นดิบชั้น 3 ที่สมาชิกนำเข้ามาจำหน่ายในตลาดกลางฯ บางส่วนยังไม่ได้มาตรฐานตามกำหนด เช่น ความชื้นสูง จำเป็นต้องคัดที่ด้อยคุณภาพ และไม่ได้มาตรฐานออกก่อนที่จะเปิดประมูลในตลาดทุกครั้ง เพื่อให้ ผู้ประมูลเกิดความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้า

ขณะเดียวกัน  ตลาดกลางฯได้แนะนำให้เกษตรกร และสถาบันเกษตรกรเร่งปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพยางแผ่นดิบ โดยให้เข้าฝึกอบรมในศูนย์เรียนรู้ยางพารา เนื่องจากปีหน้าตลาดกลางฯมีแผนที่จะเปิดให้บริการซื้อขายยางแผ่นดิบความชื้น 3-5% ด้วย

ปัจจุบัน ตลาดกลางยางพาราบุรีรัมย์ได้สร้างเครือข่ายตลาดกลางขึ้น ที่อำเภอบุณฑริก จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อ เปิดโอกาสให้เกษตรกรผู้ปลูกยางพาราที่อยู่ห่างไกลสามารถเข้าถึงตลาด ทั้งยังช่วยประหยัดต้นทุนค่าขนส่ง และได้มีช่องทาง การจำหน่ายผลผลิตยางพาราที่มีความเป็นธรรม ซึ่ง กระบวนการซื้อขายก็ยึดมาตรฐานเดียวกับตลาดกลางฯ

นอกจากนั้น…..ยังได้มีการ ประสานกับอำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ เพื่อ   ขยายผลการสร้างเครือข่ายตลาด   เพิ่มเติม   อันเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับปริมาณผลผลิตยางพาราในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียงที่จะออกสู่ตลาดมากขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้….

…เกษตรกรผู้ผลิตยางจะได้หายห่วง จะมีปัญหาก็กับการ พัฒนาคุณภาพให้ได้มาตรฐาน….ราคาเท่าใดก็ขายได้ ถ้าถูกใจคนซื้อ…!!

ดอกสะแบง

 

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ดอกสะแบง
  • 21 กันยายน 2553, 05:00 น.

 

20 กันยายน 2553, 05:00 น.

ผ่านทางเพิ่มปลูกข้าวหอมอินทรีย์ทุ่งกุลา – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

ความสำเร็จ…จาก ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ส่งออก ถือว่าได้ผล

เป็นที่น่าพอใจ และส่งผลให้เกษตรกรผู้ผลิตได้รับอานิสงส์ตามไปด้วย ราคาข้าวเปลือกพุ่งขึ้นตันหนึ่ง ถึง 17,000 บาท

กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ คุณธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มั่นใจว่า จะได้รับความนิยมจากเกษตรกร เป็นยิ่งขึ้น เนื่องจาก การเพิ่มมูลค่าผลผลิตที่ชัดเจน เป็นแรงจูงใจ และชวนให้ตัดสินใจ หันมาปลูกข้าวในระบบเกษตรอินทรีย์

โครงการผลิตข้าวหอมมะลิมาตรฐานเพื่อการส่งออกในทุ่งกุลาร้องไห้ เริ่มมาตั้งแต่ปี 2552 ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการบริหารฯ หลังฤดูกาลเก็บเกี่ยวอย่างคาดไม่ถึงเมื่อ ข้าวหอมมะลิอินทรีย์จากทุ่งกุลาร้องไห้มีประสิทธิภาพสูง คุณภาพดี ความหอม และ รสชาติดี จึงเป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศ ราคาจึงได้ขยับขึ้นตาม

ข้าวเปลือกหอมมะลิอินทรีย์ทุ่งกุลาร้องไห้   ตันละ   17,000 บาท…จากปกติข้าวเปลือก ข้าวหอมมะลิโดยทั่วไปราคาอยู่ที่ตันละ 13,232 บาท ข้าวหอมมะลิของทุ่งกุลาร้องไห้มีราคาตันละ 14,400 บาท

เมื่อผลออกมาเป็นรูปธรรมที่เห็นชัด คณะอนุกรรมการบริหารโครงการจึงมีมติได้พิจารณาส่งเสริมการผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ในช่วง 3 ปี คือ ตั้งแต่ปี 2554 ไปจนถึง 2556 เพิ่มเติมเป็น 4 แสนไร่ โดยพื้นที่ทั้งในทุ่งกุลาร้องไห้และใกล้เคียง เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด ที่เพิ่มขึ้นเป็นลำดับ

โดยเบื้องต้นวางแผนพื้นที่ของโครงการไว้ 157,000 ไร่ ซึ่งจำแนกเป็นรายจังหวัดดังนี้…คือ สุรินทร์ 90,000 ไร่ ร้อยเอ็ด 40,000 ไร่ ศรีสะเกษ 6,000 ไร่ ยโสธร 9,000 ไร่ และ มหาสารคาม 12,000 ไร่

อย่างไรก็ดี ในการผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์ต้องให้การดำเนินงาน และ เกษตรกรกลุ่มเป้าหมายมีความชัดเจน เนื่องจากการผลิต ต้องอาศัยความสมัครใจของเกษตรกรในพื้นที่โครงการเป็นหลัก

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้มอบหมายให้ สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด ประสานงานกับ ส่วนราชการในจังหวัดพิจารณาร่างแผนปฏิบัติการ กิจกรรมและงบประมาณการดำเนินการ

พร้อมทั้ง กำหนดเป้าหมายการดำเนินงานเป็นรายอำเภอ ตำบล ให้ชัดเจน แต่ละปี ตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นไป จนถึงปี 2556 เพื่อนำ ข้อมูลเกี่ยวกับแผนปฏิบัติงานเสนอขอจัดสรรงบประมาณ ปี 2555…ภายใต้ โครงการและแผนปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯต่อไป…

…และ   ฝันของชาวนาทุ่งกุลาก็จะเป็นสีทอง   ตาม   คำผะหยา   ที่ว่า…อีสานเศร้า หล้าเลยอย่าฟ้าว ว่า มันซิโป้บาดหล้า บักแตงซ้างหน่วยปลาย (อยากรู้หมายถึงอะไรลองถามคนเก่าคนแก่ดู)…!!!

ดอกสะแบง

 

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ดอกสะแบง
  • 20 กันยายน 2553, 05:00 น.

 

16 กันยายน 2553, 05:01 น.

ผ่านทางมะพร้าว….ล้านต้น ถวายพ่อ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

ผมได้พูดถึง…สำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มก. จัดสัมมนาเรื่อง มะพร้าว… พฤกษาชีวิน พร้อมทั้งมีการแจกกล้ามะพร้าวด้วย ก็ยังนึกชมอยู่ในใจว่าพืชน้ำมันตัวนี้ ปลูกไว้ไม่เสียหลาย หากเหลือกินก็นำไปใช้เป็นพลังงานทดแทน ได้

แล้ว…เมื่อวันวาน คุณกระสุนทอง กับ คุณกิเลน ประลองเชิง กลับจาก เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เล่าให้ฟังว่า ตอนนี้ที่นั่นมะพร้าวยืนต้นตายกันเป็นแถบๆ เกิดวิกฤติมะพร้าวสมุยหายไปปีละ 2 หมื่นต้น คาดว่าอีก 10 ปี จะหมด…ฟังแล้วก็ใจหาย

ซึ่ง…คุณอรรถ อินทลักษณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ก็ให้ข้อมูลว่า…ปัจจุบันการผลิตมะพร้าวของไทยมีแนวโน้มลดลง ทั่วประเทศมีพื้นที่ เหลือเพียง 1.53 ล้านไร่ ผลผลิตประมาณ 1.48 ล้านตันต่อปี

ผลผลิตและผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ใช้บริโภคภายในประเทศ มะพร้าวน้ำหอม กับ มะพร้าวกะทิน้ำหอม ตลาดมีความต้องการสูง แต่การผลิตยังไม่เพียงพอ…เกษตรกรที่คิดจะปลูกยังมีโอกาส

แล้วก็ย้อนมาถึง Coconut island อันเป็นสัญลักษณ์ของ เกาะสมุย อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร บอกว่า…ที่นั่นมีพื้นที่การปลูกมะพร้าวทั้งหมด 84,310 ไร่ ตอนนี้ถูกเฉือนพื้นที่เป็นอย่างอื่นปีละประมาณ 800 ไร่ อีกทั้งยังตายและทรุดโทรมจากการระบาดของ แมลงดำหนาม หนอนหัวดำมะพร้าว ด้วงงวง ด้วงแรด โดยเฉลี่ยแต่ละปีคิดเป็นพื้นที่ราวๆ 5,980 ไร่

อย่างไรก็แล้วแต่…ก็มีโครงการที่สร้างแนวร่วมในการ ฟื้นฟูทรัพยากรพืชตัวนี้ให้อยู่กับสมุยต่อไปอีก นานๆ กรมส่งเสริมการเกษตร โดย สำนักงานเกษตรอำเภอเกาะสมุย จึงจับมือกับเทศบาลเมืองเกาะสมุย ตลอดจนองค์กรภาคีทุกภาคส่วน โดยได้รับการสนับสนุนจากบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) จัด โครงการ 1 ล้านกล้า ถวายพ่อ ปลูกมะพร้าว 99,999 ต้น บนเกาะสมุย

พร้อมกันนี้ คณะกรรมการศูนย์บริการ และ ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล ได้รวบรวมมะพร้าวสายพันธุ์ดั้งเดิม ซึ่งต้นจะสูงใหญ่เหมาะสมในการ ปลูกบริเวณชายหาด เพื่อสร้างภูมิทัศน์ให้กับพื้นที่…และเพื่อรักษาเอกลักษณ์ของ Coconut island

โครงการนี้จัดขึ้นเป็น Coconut Canival มี ขบวนแห่ จาก บ้านบางบ่อ สู่ วัดหน้าพระลาน หมู่ 4 ตำบลแม่น้ำ ช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 18 กันยายนนี้ จากนั้นจะ ปลูกมะพร้าวเป็นการเอาฤกษ์ ล้านต้นถวายพ่อ แถวแรก เป็นการสร้างภูมิทัศน์บริเวณหน้าวัด…ส่วนที่เหลือ มอบให้ชาวเกาะสมุยนำไปปลูกทั่วเกาะ

ก่อนจะถึงวันงาน…นายไพรชน แย้มบาน เกษตรอำเภอเกาะสมุย ได้ แนะเทคนิคการปลูกแก่ชาวบ้านบนเกาะว่า…หากต้องการให้ต้นมะพร้าวโน้มไปทิศทางที่ต้องการ หรือล้มเอนเข้าหาทะเล ให้วางด้านที่เป็นผลเข้าหาฝั่ง กลบดินให้มิดต้นป้องกันโคนลอย เพราะจะส่งผลให้ต้นล้มง่ายเมื่อโต ขึ้น

พร้อมกันนี้ สำนักพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตร ศูนย์บริหารศัตรูพืช จ.สุราษฎร์ธานี ยังให้การสนับสนุน แตนเบียนอะซีโดเตส ให้เกษตรกรปล่อยสู่ ธรรมชาติอันเป็น เทคโนโลยีชีววิธีในการควบคุมแมลงดำหนาม ทดแทนการใช้สารเคมี

…สนใจร่วมกิจกรรมติดต่อ 0-7742-1050 และ 0-7742-0862 เวลาราชการ.

ดอกสะแบง

 

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ดอกสะแบง
  • 16 กันยายน 2553, 05:01 น.

15 กันยายน 2553, 05:00 น.

ผ่านทางไอเอ็มเอ็น…มหันตภัยกุ้งไทย – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Double standard….คำนี้มันเอามา เอ่ยกันในทางการเมือง จนป่วนไปทั่วทุกหย่อมหญ้า ผมมีเรื่องของ Double standard เช่นกัน แต่มันเกิดแล้วสร้าง ความเสียหายกับอุตสาหกรรมกุ้ง…ไม่เกี่ยวกับเสื้อหลากสีแต่อย่างใด

Double  standard (ds) ตัวนี้ ผลมาจาก RNA virus ทำให้เกิด IMN (Infectious Myonecrosis Virus) อันเป็นโรคระบาดกุ้ง ความรุนแรงพบว่ากุ้งในบ่อเลี้ยงเป็นโรค มีอัตราการตาย 40–70%

ส่วนกุ้งที่รอดอาจเป็นพาหะไปตลอดชีวิต จากการทดลองพบว่า สามารถติดต่อไปยังกุ้งกุลาดำ กุ้งฟ้า ได้ ซึ่งส่งผลให้มี อัตราการแลกเนื้อเพิ่มสูง มากขึ้น……จึงเป็น ภัยมหันต์ต่ออุตสาหกรรมกุ้ง

ในพื้นที่ ประเทศบราซิลกับอินโดนีเซีย เคยมีการ ระบาด

อย่างรุนแรง ทำให้ผลผลิตกุ้งในบราซิลจากปีละ 180,000 ตัน เหลือเพียง 50,000 ตัน และเมื่อปี 2549 ระบาดในอินโดนีเซีย สร้างความเสียหายแก่กุ้งประมาณ 40% ของผลผลิตโดยรวม

นางสาววารินทร์ ธนาสมหวัง ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งกรมประมง…บอกถึงเรื่องนี้ว่า…แม้ไวรัสตัวนี้จะยังไม่เข้ามาถึงบ้านเรา เราก็ประมาทไม่ได้ เพราะหาก IMN เข้ามาถึงเมืองไทยเมื่อใด มันก็เปรียบเสมือนอาวุธชีวภาพลูกใหญ่ที่จะทำลายผลผลิต จากที่เคยได้ปีละ 5 แสนตัน ถึง 5.5 แสนตัน ให้เหลือเพียง 2.5 ถึง 3 แสนตันเท่านั้น รวมไปถึงเม็ดเงินที่เคยนำเข้าปีละเกือบแสนล้านบาท ก็จะลดลงเกือบครึ่ง และผลกระทบที่ตามมาคือ เกษตรกรจะต้องรับภาระทั้งต้นทุนและปริมาณผลผลิต ที่ไม่เป็นไปตามความคาดหมาย

เพื่อ…เป็นการป้องกันมิให้มีการระบาดของไวรัส IMN เข้าสู่อุตสาหกรรมกุ้งไทย  กรมประมงจึงอาศัยข้อกำหนดในพระราชกฤษฎีกา ปี    2547   ว่าด้วยการห้ามนำสัตว์น้ำบางชนิดเข้ามาในราชอาณาจักร

และ พระราชบัญญัติการประมง ปี 2490 ตามมาตรา 54 ที่กำหนด ห้ามมิให้นำสัตว์น้ำชนิดหนึ่งชนิดใดตามที่ระบุในพระราชกฤษฎีกาเข้ามาในราชอาณาจักร โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ มาใช้เป็นเครื่องมือในการประกาศมาตรการเชิงรุก…เพื่อปกป้องอุตสาห-กรรมกุ้งไทย

แม้ว่ากรมประมงจะมีการประกาศข้อกฎหมายไม่ให้นำเข้ากุ้งจาก 2 ประเทศ (บราซิลกับอินโดนีเซีย) นี้แล้ว ก็ยังมีการเฝ้าระวังภายในประเทศโดยการสุ่มตรวจหาเชื้อไวรัส IMN ในลูกกุ้ง ตามโรงเพาะฟัก ทั่วประเทศ

และ…อีกวิธีการหนึ่งที่จะเห็นผลเป็นรูปธรรม คือ ร่วมด้วยช่วยกัน ทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมกุ้งไทย เฝ้าระวังและ ป้องกันอย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้โรคร้ายนี้กรายใกล้ ประเทศไทย..!!

ดอกสะแบง

 

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ดอกสะแบง
  • 15 กันยายน 2553, 05:00 น.

 

4 เมษายน 2554, 05:00 น.

ชุดตรวจสอบสมุนไพรใช้ง่าย ให้ผลแม่นยำรวดเร็ว.

Pic_161009

รศ.ดร.อรวรรณ  ชัยลภากุล

การตรวจสอบหาสิ่งปนเปื้อน สารตกค้าง ทั้งในพืช น้ำ อากาศนั้น ต้องใช้เครื่องมือที่มีความแม่นยำรู้ผลเร็ว โดยที่ผ่านมาเราต้องสั่งนำเข้าจากต่างประเทศซึ่งมีราคาค่อนข้างสูง

ฉะนี้…รศ.ดร.อรวรรณ ชัยลภากุล อาจารย์ภาควิชาเคมี  คณะวิทยาศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  จึงวิจัย  “พัฒนาเทคนิคการคัดกรอง และการวิเคราะห์แบบรู้ผลเร็ว”   ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่อง  โดย  สำนักงานคณะ กรรมการวิจัยแห่งชาติ  (วช.)  สนับสนุนทุน

ดร.อรวรรณ  เปิดเผยว่า  การนำสมุนไพรเพื่อใช้เป็นยารักษาโรคต่างๆนั้น  กว่าจะถึงผู้ป่วยต้องใช้ระยะเวลาค้นคว้าวิจัยด้านคุณสมบัติ ขั้นตอน “การตรวจสอบคัดกรองสารออกฤทธิ์” ของสารในพืชชนิดนั้นๆ เพื่อให้การรักษาเป็นไปตามเป้าหมายอย่างชัดเจนแน่นอน ป้องกันไม่ให้เกิดผลข้างเคียงตามมา ทีมวิจัยจึึงได้นำชุดอุปกรณ์  “ต้นแบบ”  มาพัฒนาต่อเนื่อง  เพื่อใช้ตรวจสอบคัดกรองสารออกฤทธิ์ในกลุ่ม  “สารต้านอนุมูลอิสระ”  พืชสมุนไพรไทย  ซึ่งเป็นประโยชน์ในด้านการศึกษาค้นหายาตัวใหม่  และพัฒนาวิธีการวิเคราะห์ สมุนไพรหลายตัวอย่างที่สามารถรู้ผลได้เร็ว

ผลงานดังกล่าวได้ รับรางวัลจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี.ผลงานดังกล่าวได้ รับรางวัลจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี. 

“…ชุดอุปกรณ์ต้นแบบ เป็นแผนงานวิจัยพัฒนาเทคนิคการคัดกรอง  (High  throughput  screening, HTS)  และการวิเคราะห์แบบรู้ผลเร็ว  (High  throughput analysis,  HTA)  เป็นการพัฒนาเทคนิค  เครื่องมือและวิเคราะห์หาสารตกค้างที่มีความสะดวกต่อการนำไปใช้  อีกทั้งยังเหมาะที่จะนำไปใช้เฝ้าระวังตรวจหาการปนเปื้อน สารมลพิษ หรือกัมมันตรังสีในอาหารและสิ่งแวดล้อม ซึ่งหลายคนทั่วโลกหวั่นเกรงอยู่ในขณะนี้…”

สำหรับขั้นตอนการวิจัย  จากเดิมที่ทีมงานได้นำผลิตภัณฑ์ต้นแบบ  (โครงการวิจัยปีแรก) มาพัฒนาต่อเนื่องเป็นระบบวิเคราะห์ ในรูปของอุปกรณ์ “ต้นแบบ”     (Multi-optical sensor)  แล้วนำมาประเมินคุณสมบัติการต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดจากพืชสมุนไพรไทย  ชนิด  Phenothiazine  radical  cation  (PHTH*+) มาสร้างระบบตรวจวัดแบบอัตโนมัติ ที่อุปกรณ์ประกอบด้วยจานหลุม 12 แถว แถวละ 8 หลุม  ซึ่งหาได้ง่ายในบ้านเรา จากนั้นทำการตรวจวัดไปพร้อมกัน

 

ชุดตรวจสอบสมุนไพรและหนึ่งในขั้นตอนที่ใช้ตรวจวัดแบบอัตโนมัติ.ชุดตรวจสอบสมุนไพรและหนึ่งในขั้นตอนที่ใช้ตรวจวัดแบบอัตโนมัติ. 

เพื่อให้ผลที่ได้มีความแน่นอน ชัดเจนการวิเคราะห์ หากเป็นกลุ่มตัวอย่างผลไม้ สารสกัดจากพืชและผัก ยาเม็ด ชาสมุนไพร และโลหะหนัก  อย่างตะกั่วและแคดเมียมที่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม จะใช้การใช้วิเคราะห์เคมีไฟฟ้าแบบอัตโนมัติด้วย  “ระบบการอ่านผลแบบขนาน” (Total antioxidant capacity)

…หรือถ้ากลุ่มตัวอย่างเป็นการวิธีวิเคราะห์ เพื่อหาไอออนเหล็กในน้ำผลไม้ และวิเคราะห์โลหะหนักในตัวอย่างทางชีวภาพ จะใช้ วิธีการเตรียมตัวอย่างแบบ “ออนไลน์” ด้วยอุปกรณ์แยก “เมมเบรน” ชนิดเส้นใยกลวง ร่วมกับระบบวิเคราะห์แบบไหล  ที่สามารถแยกสารที่ต้องการออกจากองค์ประกอบตัวอย่างที่ซับซ้อน ได้ง่าย รวดเร็ว

ดร.อรวรรณกล่าวต่อว่า…ถ้าต้องการหาปริมาณฟอสเฟตในแหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อตรวจสอบคุณภาพ จะใช้เทคนิค วิธีตรวจวัดปริมาณฟอสเฟต แบบอัตโนมัติ ที่พัฒนามาจากระบบ “ฟอสเฟตอนาไลเซอร์”  ทั้งนี้  การวิเคราะห์ทั้ง 3 วิธี  เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับการใช้เครื่องมือที่สั่งนำเข้าจากต่างประเทศ พบว่าผลที่ได้มีความแม่นยำและคุณภาพไม่แตกต่างกัน

 

เพื่อให้เกิดประโยชน์ที่คุ้มค่า ในด้านการพัฒนาสมุนไพรไทยเพื่อนำมาใช้เป็นยารักษา ทีมวิจัยยังได้พัฒนาชุดอุปกรณ์ตรวจสอบดังกล่าวให้สามารถใช้คัดกรอง ตรวจสอบหาสารในสมุนไพรกลุ่มที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ  ซึ่งมีค่าใช้จ่ายไม่สูง  ด้วยวิธี  “ตรวจวัดทางเคมี ไฟฟ้า”  ที่อาศัยความสามารถในการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ (Xanthine oxidase) ต้นเหตุของการเกิด “กรดยูริก”

โดยชุดตรวจสอบดังกล่าวจะใช้กระดาษกรอง สารชนิดที่มีคุณสมบัติไม่ชอบน้ำ  (Hydrophobic) นำมาเคลือบบนกระดาษที่ออกแบบให้เป็นหลุม  สำหรับใส่สารเคมีที่จำเพาะ/ตัวอย่างที่ต้องการ  ที่นอกจากจะรู้ผลรวดเร็ว  ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย ทั้งในอุตสาหกรรมยา การแพทย์ และสามารถใช้ในพื้นที่ห่างไกล.

เพ็ญพิชญา เตียว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย เพ็ญพิชญา เตียว
  • 4 เมษายน 2554, 05:00 น.

3 เมษายน 2554, 09:00 น.

นำเข้ายากำจัดศัตรูพืช ปีละเกือบ2หมื่นล. พิษตกค้างทำป่วยมะเร็ง.

Pic_160906

 

เกษตรกรนำเข้าสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ปีละเกือบ 2 หมื่นล้าน พิษตกค้างในอาหารเพียบ ส่งผลคนไทยป่วยมะเร็ง-ต่อมไร้ท่อพุ่ง…

เมื่อวันที่ 3 เม.ย. นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อํานวยการมูลนิธิชีววิถี (BioThai) กล่าวถึง สถานการณ์ปัญหาสุขภาพของเกษตรกรและการควบคุมสารกำจัดศัตรูพืชว่า ปัจจุบันมีเกตรกรจำนวนมาก ที่มีผลตรวจเลือดอยู่ในเกณฑ์ไม่ปลอดภัยและเสี่ยงต่อการเกิดโรคจากการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีกำจัดศัตรูพืช อาทิ โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคต่อมไร้ท่อ ฯลฯ ซึ่งจากฐานข้อมูลผู้ป่วยจากระบบประกันสุขภาพแห่งชาติ พบว่า ปัจจุบันมีผู้ป่วยจากสารเคมีดังกล่าว ประมาณ 8,546 ราย และมีการประมาณการว่าในความเป็นจริงตัวเลขผู้ป่วยจากสารเคมีอาจสูงถึง 200,000 ถึง 400,000 รายต่อปี สอดคล้องกับผลสำรวจเกษตรกร 6 จังหวัด จำนวน 606 ราย ในโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่เกษตรกร ด้านการป้องกันและกำจัดศัตรูพืชแบบผสมผสานในพื้นที่ ที่พบว่าเกษตรกรทั้งหมด 100% เคยมีอาการเนื่องจากพิษของสารเคมีกำจัดศัตรูพืช โดย 15% ใช้สารเคมีระดับความเป็นพิษร้ายแรงมาก 39% อยู่ในระดับความเป็นพิษร้ายแรง และ 14% มีการใช้สารเคมีที่เคยถูกห้ามนำเข้า ผลิต ส่งออก หรือมีไว้ครอบครอง

ผอ.มูลนิธิชีววิถี กล่าวว่า จากการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีกำจัดศัตรูพืชเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดผลกระทบตามมา ที่เห็นได้ชัด คือ อัตราการเจ็บป่วยของคนไทยในปัจจุบัน ที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งสูงขึ้นแซงหน้าโรคอื่นๆ ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากอาหารสูงถึง 60% นอกจากนี้ยังพบว่า ประเทศไทยสูญเงินจากการนำเข้าสารเคมีกำจัดศัตรูพืชประเภทต่างๆ ปีละ 137,594,393 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าประมาณ 16,815,769,077 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากบริษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติ 6 แห่ง โดยไม่ต้องเสียภาษี นอกจากนี้ ยังมีการอนุญาตให้ขึ้นทะเบียนการค้าสารเคมีไปแล้วถึง 27,000 ชื่อ ซึ่งสูงมากที่สุดในโลกและสูงกว่าจีนที่มี 20,000 ชื่อ โดยการขึ้นทะเบียนดังกล่าวขาดกลไกการควบคุม การตรวจสอบ ทั้งในด้านความเสี่ยงของผู้ใช้และสารตกค้างในผลผลิต รวมไปถึงขาดกลไกควบคุมการจัดจำหน่าย

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวการศึกษา
  • 3 เมษายน 2554, 09:00 น.

 

31 มีนาคม 2554, 05:30 น.

มาตรการปิดอ่าวอันดามัน ส่งผลสัตว์น้ำปริมาณเพิ่มขึ้น.

Pic_160072

 

ดร.สมหญิง เปี่ยมสมบูรณ์ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า จากมาตรการทางกฎหมายที่กรมประมงได้กำหนดปิดอ่าวฝั่งทะเลอันดามันอย่างต่อเนื่องทุกปี ซึ่งจากการสำรวจพบว่า พื้นที่บริเวณที่เคยเสื่อมโทรม ปลาผิวน้ำและปลาหน้าดินที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจหลายชนิด  ทรัพยากรสัตว์น้ำที่ลดลงกลับฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์  มีปริมาณเพิ่มขึ้นจำนวน 1.8-2.18 เท่า

“แม้มาตรการดังกล่าวจะส่งผลให้ปริมาณสัตว์ น้ำเพิ่มขึ้น แต่ชาวประมงทั้งพื้นบ้านและพาณิชย์ได้ เสนอแนะแนวทางกับราชการว่า ควรห้ามใช้เครื่องมือโดยเฉพาะอวนปลากะตักทำประมงในฤดูปิดอ่าว นอกจากนี้ กลุ่มประมงพาณิชย์ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับมาตรการประกาศเขต 3 ไมล์ทะเล และการประกาศปิดอ่าวเพิ่มเติมนั้น  ภาครัฐควรเลือกใช้มาตรการทางใดทางหนึ่ง ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวทางกรมประมงจะประสานหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง”

สำหรับปีนี้โครงการงดจับปลาฤดูมีไข่ อนุรักษ์ ไว้ใช้อย่างยั่งยืน จะเริ่มตั้งแต่ 1 เม.ย.-30 มิ.ย. เพื่อเปิดโอกาสให้ปลาได้แพร่ขยายพันธุ์ เป็นการอนุรักษ์ สัตว์น้ำอย่างยั่งยืน ซึ่งในปีนี้การปิดอ่าวกำหนดจัดขึ้นในวันนี้  (31 มี.ค.)  บริเวณศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลฝั่งอันดามัน ต.ไสไทย อ.เมือง จ.กระบี่  โดยมีการปล่อยเรือตรวจประมงทะเลออกปฏิบัติงานในการควบคุมดูแลพื้นที่ฝั่งทะเลอันดามันตั้งแต่บริเวณจังหวัดกระบี่ พังงา ภูเก็ต และตรัง อธิบดี กรมประมงกล่าว.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเกษตร
  • 31 มีนาคม 2554, 05:30 น.

 



  • ขายยานอนหลับ: ขายยานอนหลับ ยานอนหลับแบบน้ำ, แบบเม็ด ทุกยี่ห้อราคาถ
  • nate: ปูนขาว ปูนขาวเพื่อใช้ในการเกษตร (Quick Lime) คุณสมบัติทางเ
  • แฟนบอลชาวเซราะกราว: ยังไงพวกเราชาวบุรีรัมน์ก็ยังเชียร์บุรีรัมย์ ยูไนเต

หมวดหมู่