ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

“มะแว้ง” ช่วยตับอ่อน ทำงานลดเบาหวาน

6 ธันวาคม 2553, 05:00 น.
“มะแว้ง” ช่วยตับอ่อน ทำงานลดเบาหวาน.

Pic_131909

มะแว้ง

ตับอ่อนไม่ดี คือสาเหตุทำให้เกิด โรคเบาหวาน ซึ่ง “มะแว้ง” เป็นพืชสมุนไพรชนิดหนึ่ง ที่กินแล้วสามารถ ช่วย ทำให้น้ำของตับอ่อนเดินสะดวกขึ้น สามารถขับของเสีย และลดน้ำตาลในเลือด หรือ ลดเบาหวานได้ อย่างเหลือเชื่อ โดยมีวิธีง่ายๆคือ เอาผลสด “มะแว้ง” 10-15 ผล ต้มกับน้ำกะพอประมาณจนเดือด ดื่มขณะอุ่นเป็นประจำวันละ 1 แก้ว ตอนไหนก็ได้ อาการของโรคเบาหวานจะดีขึ้น เมื่อสามารถควบคุมได้ไม่ควรหยุดกิน ต้มดื่มวันเว้นวันได้ไม่มีอันตรายอะไร ซึ่ง “มะแว้ง” มีด้วยกัน 2 ชนิด ผลสดมีสรรพคุณเหมือนกันคือ

มะแว้งต้น หรือ SOLANUM INDICUM LINN. อยู่ในวงศ์ SOLANACEAE เป็นไม้พุ่ม มีหนาม นิยมปลูกตามบ้านอย่างแพร่หลาย ผลอ่อนใช้กินกับน้ำพริก แจ่ว ลาบ ก้อย อร่อยมาก มีวิตามินบี แก้โรคเบาหวาน แก้ไข้ ขับเสมหะดีมาก

อีกชนิดหนึ่ง ได้แก่ “มะแว้งเครือ” หรือ  SOLANUM TRILOBTUM LINN. อยู่ในวงศ์เดียวกัน เป็นไม้เถาเลื้อย ผลอ่อนเผาไฟให้สุกกินกับป่นปลา สรรพคุณทางยา ผลแก่ 5-6 ผล เคี้ยวกลืนเฉพาะน้ำ หรือโขลกคั้นเอาน้ำ จิบเวลามีอาการไอทำให้หายไอได้ ใบ และราก ต้มน้ำดื่มแก้วัณโรค แก้ไอดี ราก ของ “มะแว้ง” ทั้ง 2 ชนิด ต้มน้ำดื่มแก้น้ำลายเหนียว ขับเสมหะ แก้ไอ และแก้ไข้สันนิบาตด้วย ปัจจุบัน “มะแว้ง” ทั้ง 2 ชนิด มีต้นขายที่ ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ มากมาย ราคาสอบถามกันเอง

ครับ หนังสือ “สมุนไพรไม้ดอกไม้ ประดับหายาก” เล่มที่ 4 ของ “นายเกษตร” เหลือเล็กน้อย หมดแล้วหมดเลย ไม่วางขายที่ไหน ราคาเล่มละ 600 บาท บวกค่าส่งกลับเล่มละ 30 บาท ส่งธนาณัติซื้อ สั่งจ่าย “คุณนงลักษณ์ ศรีอัชรานนท์” ตู้ ปณ. 48 ปณ.สามแยกลาดพร้าว กทม. 10901 ระบุที่ส่งกลับให้ชัดเจน หนังสือถึงมือไม่ช้า หรือสอบถามผลิตภัณฑ์สมุนไพรแชมพูสูตร 5 ชนิด บำรุงรากผม ขจัดรังแค ทำให้ผมแข็งแรง, ครีมนวดผมตะไคร้ ป้องกันเส้นผมแห้งกรอบ, สเปรย์ฉีดบำรุงรากผม, ยาลดเบาหวานแคปซูล ทำจากสมุนไพรมากกว่า 4 ชนิด, ผงยาโบราณ ทาแก้สิวแผ่นหลังเม็ดผื่นคันตุ่มหนองใสตามตัว, แห้วหมูแคปซูล สูตรลดความดันโลหิต, เพชรสังฆาตแคปซูล แก้ริดสีดวงทวาร อุจจาระมีเลือดติด, ครีมโลดทะนง รักษาสิวฝ้า รูขุมขนตีบลง, ว่านชักมดลูก ช่วยให้มดลูกกระชับ แก้คาวปลา ดับกลิ่นเหม็น, คอลลาเจนบริสุทธิ์ ช่วยให้ใบหน้ากระชับ, ยาต้มคลายเส้นไม้เท้าเฒ่าอาลี แก้ปวดเมื่อย แก้เกาต์ ลดเบาหวาน บำรุงไต บำรุงกำลัง โทร.0-2275-2692 ครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 6 ธันวาคม 2553, 05:00 น.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • 473 ข่าว
  • ไม่มีรูปภาพที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่มีข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้อง

มิถุนายน 23, 2011 Posted by | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , | ใส่ความเห็น

“อัลโลด่าง” สวยใสราคาแพง

3 ธันวาคม 2553, 05:00 น.
“อัลโลด่าง” สวยใสราคาแพง.

Pic_131188

ทีแรกที่เห็น ไม้ต้นนี้วางขายคิดว่าเป็นว่านหางจระเข้ใบด่าง เมื่อสอบถามผู้ขายได้รับคำตอบว่าไม่ใช่ เป็นคนละต้นกัน แต่เป็นไม้ในสกุลเดียวกันกับว่านหางจระเข้ ซึ่งเมื่อสังเกตลักษณะทางพฤกษศาสตร์แล้ว ต้น ใบ ใกล้เคียงกับว่านหางจระเข้ ทุกอย่าง ผู้ขายบอกต่อว่า คนส่วนใหญ่จึงมักเข้าใจผิดเป็นประจำ

ผู้ขาย สาธยายอีกว่า “อัลโลด่าง” ไม่ใช่ไม้ไทย เป็นไม้นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นนานหลายปีแล้ว โดยในช่วงแรกที่เอามาต้นมีขนาดเล็กนิดเดียว สูงประมาณ 4-5 นิ้วฟุตเท่านั้น ใช้เวลาปลูกเลี้ยงอยู่นานจนต้นสูง และติดดีแล้วจึงนำออกโชว์เป็นครั้งแรกตามที่เห็น ได้รับความสนใจจากผู้ปลูกพอสมควร แต่ราคายังสูงอยู่ ซึ่งผู้ขายบอกว่าต้นที่โชว์ราคา 3,000 บาท คนไม่รักไม่ชอบจริงๆ คงไม่กล้าควักเงินซื้อ

อัลโลด่าง  หรือ  ALDE   HUYAJUY  จะมีลักษณะทางพฤกษศาสตร์เหมือนว่านหางจระเข้ตามที่กล่าวข้างต้น อยู่ในวงศ์ LILIACEAE เป็นไม้ล้มลุก สูงได้ถึง 1 เมตร ลำต้นสั้นแตกหน่อมาก ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเวียนสลับอัดกันแน่นรูปใบหอก ปลายเรียว แหลม โคนติดกับลำต้น ขอบใบมีหนามแหลมตลอดจากโคนไปถึงปลาย แผ่นใบหนา อวบน้ำ เป็นวุ้นเหมือนกับใบของว่านหางจระเข้ ผิวใบเรียบเป็นมัน สีเขียวมีลายด่างสีขาวหรือสีเหลืองอ่อนตามแนวยาวของใบ ทำให้ดูคล้ายลายหิน อ่อนหรือลายของหยก ใบเรียงซ้อนสลับกันเป็นชั้นๆ เวลามีใบดกจึงดูสวยงามสดใสมาก

ดอก โดยธรรมชาติของไม้ในสกุลนี้จะออกครั้งละ 1 ช่อ ตามซอกใบ ช่อดอกห้อยลงลักษณะดอกโคนเชื่อมกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็นกลีบดอก 3 กลีบ ม้วนออกเล็กน้อย ดอกเป็นสีเหลืองอ่อน มีเกสรตัวผู้ 6 อัน “ผล” แตกได้ มีเมล็ด ดอกจะออกประมาณเดือนตุลาคมของทุกปี ขยายพันธุ์ด้วยหน่อ  ปัจจุบัน  “อัลโลด่าง”  มีต้นขาย  ที่ ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณโครงการ 5 ปากทางออกประตู 3 แผง “คุณเมฆ” ราคาต่อรองกันเอง

การปลูก นิยมปลูกเป็นไม้ประดับลงกระถางตั้งในที่แจ้ง เครื่องปลูกใช้ดิน 3 ส่วน หิน กรวด (มีขายตามร้านอุปกรณ์เกษตรทั่วไป) 2 ส่วน ปุ๋ยคอก 1 ส่วน คลุกให้เข้ากันจนดี ทำทางระบายน้ำก้นกระถางให้ดี นำต้นลงปลูก รดน้ำวันละครั้งเล็กน้อย บำรุงปุ๋ยละลายช้าเดือนละครั้ง จะทำให้แตกใบเป็นชั้นๆ สีสันสวยงามมากครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 3 ธันวาคม 2553, 05:00 น.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • 473 ข่าว
  • ไม่มีรูปภาพที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่มีข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้อง

มิถุนายน 23, 2011 Posted by | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , | ใส่ความเห็น

“สิงโตมูเซอร์” หายากมาก

2 ธันวาคม 2553, 05:01 น.
“สิงโตมูเซอร์” หายากมาก.

Pic_130958

กล้วยไม้ชนิดนี้ มีขึ้นเฉพาะถิ่นทางภาคเหนือของประเทศไทยเพียงแห่งเดียว โดยพบขึ้นอยู่ตามซอกผาหิน หรือลานหินที่มีดินติดค้างอยู่ พบมากที่สุดใน แถบจังหวัดเชียงราย มักขึ้นเป็นกลุ่มกว้าง ลำต้นขึ้นเป็นกอหรือเป็นหย่อมๆ เวลามีดอกก้านช่อดอกจะชูตั้งขึ้น มีดอกที่ปลายช่อเป็นกระจุก หากไม่รู้จักจะคิดว่าเป็นดอกหญ้า สีสันสวยงามน่าชมยิ่ง ปัจจุบัน “สิงโตมูเซอร์” ถูกจัดอยู่ในกลุ่มหายากมากชนิดหนึ่ง เพราะตามป่าธรรมชาติไม่พบเห็นอีกแล้ว นานๆครั้งจึงจะพบมีผู้นำไปวางขายที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ แต่มีไม่มากนัก ส่วนใหญ่เป็นต้นที่ปลูกเลี้ยงมานานแล้วผู้ขายแยกต้นจากกอขายเป็นกลุ่มเล็กๆ 2-3 ต้น ซึ่งเหล่านักปลูกเลี้ยงกล้วยไม้จะซื้อแบบเหมาหมดทันที

สิงโตมูเซอร์ หรือ BULBOPHYLLUM  TRIPALEUM  SEIDENF. เป็นกล้วยไม้ที่มีการเจริญทางด้านข้าง ได้แก่ กล้วยไม้ที่มีเหง้า ส่วนทอดเลื้อยหรือ ไหล เมื่อต้นเจริญเต็มที่แล้วสามารถแตกต้นใหม่หรือหน่อใหม่จากโคนกอหรือตามลำข้อได้ มีมาก มายหลายสกุล เช่น สกุลหางแมง-เงา สกุลน้ำต้น สกุลกะเรกะร่อน สกุลหวาย สกุลเพชรหึง และสกุลสิงโตทั่วไป รวมทั้ง “สิงโตมู-เซอร์” ด้วย ลำต้นหรือลำลูกกล้วย ของ “สิงโตมูเซอร์” เป็นรูปทรงกลม โคนใหญ่ปลายเรียวแหลม สูง 1-1.5 นิ้วฟุต สีเขียวสด

ดอก ออกเป็นช่อยาวประ-มาณ 6-7 นิ้วฟุต แทงช่อขึ้นจากโคนต้นเป็นช่อเดี่ยวๆหนึ่งช่อต่อหนึ่งต้น ช่อตั้งขึ้น ปลายช่อจะมีดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมากเบียดกันแน่นเป็นกระจุกดูคล้ายปุยนุ่นย้อมสี เป็นสีม่วงคล้ำ ดอกเมื่อบานเต็มที่กว้างประมาณ 0.3-0.5 ซม. เวลามี ดอกหลายๆดอกชูตั้งขึ้นจะดูสวยงามน่ารักมาก ดอกออกช่วงระหว่างเดือนมกราคมต่อเนื่องไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี แต่ก็พบว่า “สิงโตมู-เซอร์” ออกดอกก่อนกำหนดในช่วงเดือนธันวาคม ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและความสมบูรณ์ ในช่วงอื่นไม่เคยพบว่ามีดอกได้ ขยายพันธุ์ด้วยการแยกเหง้าหรือต้น

ปัจจุบัน “สิงโตมูเซอร์” มีต้นขาย ที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณโครงการ 24 แผง “คุณหล้า-คุณแก้ว-คุณนิด” กับ แผง “คุณวิรัช” หน้าธนาคาร ออมสิน ราคาสอบถามกันเอง นิยมปลูกลงกระถางกล้วยไม้ชนิดแขวนและปลูกให้ต้นเกาะซากเฟิร์นแห้งตายแล้ว จากนั้นนำไปแขวนในที่รำไร มีลมพัดโกรกดีตลอดทั้งวัน รดน้ำพอชุ่มวันละครั้ง บำรุงปุ๋ยกล้วยไม้ฉีดพ่น 10 วัน/ครั้ง จะทำให้มีต้นใหม่ เพิ่มขึ้นและมีดอกสวยงามเมื่อถึงฤดูกาลครับ.
“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 2 ธันวาคม 2553, 05:01 น.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • 7 ข่าว
  • ไม่มีรูปภาพที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่มีข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้อง

มิถุนายน 23, 2011 Posted by | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , , , , | ใส่ความเห็น

“มะม่วงทองทิพย์” ลูกผสมใหม่

1 ธันวาคม 2553, 05:00 น.
“มะม่วงทองทิพย์” ลูกผสมใหม่.

Pic_130672

มะม่วงสายพันธุ์นี้ เพิ่งพบมีต้นวางขาย มีป้ายชื่อติดไว้ชัดเจนว่า “มะม่วงทองทิพย์” พร้อมมีภาพผลแขวนให้ชมด้วย ซึ่งผู้ขายบอกว่าเป็นมะม่วงสายพันธุ์ใหม่ มีรายละเอียดเป็นใบปลิวแจกให้อ่านถึง ที่มาที่ไปว่าเป็นอย่างไร เนื้อหาในใบปลิวบอกว่า “มะม่วงทองทิพย์” เกิดจากการผสมพันธุ์ระหว่างมะม่วงอกร่องพิกุลทอง หรืออีกชื่อคือ มะม่วงนวลจันทร์ กับมะม่วงเขียวเสวย แต่ไม่แจ้งว่าผสมพันธุ์ด้วยวิธีใด โดยฝีมือของ คุณนิยม กับภรรยาชื่อ พรทิพย์ เขียว-คำ เจ้าของสวน “นิยมพันธุ์ไม้” อยู่บ้านเลขที่ 42/10 หมู่ 1 ต.คลองตัน อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ตั้งแต่ปี 45 เมื่อได้ลูกไม้ออกมาปลูกจนติดผล

ปรากฏว่า ผลดกมาก รูปทรงของผลเรียวยาวได้ถึง 8-9 นิ้วฟุต เมื่อผลเริ่มแก่จะมีการขยายทางด้านข้างกว้างขึ้น และอวบอ้วนคล้ายผลมะม่วงน้ำดอกไม้ ส่วนสีผลจะเหมือนสีของมะม่วงพิกุลทอง โดยเฉพาะหาก ไม่ห่อผลป้องกันแมลงให้เติบโตตามธรรมชาติถูกแสงแดดส่องถึงผิวผลในด้านใด สีในส่วนนั้นจะเป็นสีแดงสวยงามเหมือนกับสีผลของมะม่วงพิกุลทองทุกอย่าง ผลเมื่อโตเต็มที่ มีน้ำหนักเฉลี่ยอยู่ที่ 400–600 กรัมต่อผล

ในใบปลิวระบุว่า รสชาติขณะดิบจะเปรี้ยวเหมือนรสชาติของมะม่วงอกร่องพิกุลทองบวกกับมะม่วงเขียวเสวย ผลแก่รสชาติเปรี้ยวหวานมันกรอบและฉ่ำน้ำคล้ายกับรสชาติของมะม่วงศาลายาแทบแยกไม่ออกอีกด้วย ผลสุกเนื้อเป็นสีเหลืองหวานจัด มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว รับประทานกับข้าวเหนียวมูน อร่อยไม่แพ้มะม่วงอกร่องทั่วไป ที่สำคัญเนื้อไม่เละ ไม่มีเสี้ยนด้วย เจ้าของจึงตั้งชื่อมะม่วงพันธุ์ใหม่นี้ว่า “มะม่วงทองทิพย์” พร้อมกับตอนกิ่งออกวางขายดังกล่าว “นายเกษตร” เห็นว่าน่าสนใจดี เลยแจ้งให้คนที่ชอบปลูกมะม่วงได้รู้ถึงความเคลื่อนไหวอีกตามระเบียบ

มะม่วงทองทิพย์ อยู่ในวงศ์ ANACARDIA-CEAE เป็นไม้ยืนต้น สูง 10-20 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเวียนสลับเยอะบริเวณปลายกิ่ง ใบจะมีขนาดใหญ่กว่าใบมะม่วงสายพันธุ์อื่นชัดเจน

ดอก ออกเป็นช่อที่ปลายยอด แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมาก สีของช่อดอกในใบปลิวระบุว่าเป็นสีแดงอมชมพู (ปกติช่อดอกมะม่วงทั่วไปจะเป็นสีเหลืองนวลและมีกลิ่นหอม) “ผล” มีรูปทรงเหมือนกับมะม่วงพิกุลทองสายพันธุ์ แม่มากตามที่กล่าวข้างต้น ติดผลปีละครั้งตามฤดูกาล ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ตอนกิ่ง และเสียบยอด มีต้นขาย ที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ แผง “คุณนิยม” ตรงกันข้ามโครงการ 13 ราคาสอบถามกันเองครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 1 ธันวาคม 2553, 05:00 น.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • 473 ข่าว
  • ไม่มีรูปภาพที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่มีข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้อง

มิถุนายน 23, 2011 Posted by | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , | ใส่ความเห็น

“มะม่วงยู่เหวิน” อีกครั้ง

30 พฤศจิกายน 2553, 05:00 น.
“มะม่วงยู่เหวิน” อีกครั้ง.

Pic_130423

ผู้อ่าน ขาประจำ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ จำนวนมากที่เป็นคนชอบปลูกไม้ผลกินได้ โดยเฉพาะมะม่วง เกิดความสับสนว่า “มะม่วงยู่เหวิน” มีกี่สายพันธุ์ เนื่องจากไปซื้อกิ่งพันธุ์แล้วผู้ขายบางคนบอกเป็นคนละชื่อ ทั้งๆที่รูปผลที่ติดโชว์ให้ดูคือ “มะม่วงยู่-เหวิน” เลยไม่กล้าซื้อ ซึ่งปัญหาดังกล่าว ขอยืนยันว่าเป็น “มะม่วงยู่เหวิน” ต้นเดียวกัน เพียงแต่ผู้ขายบางคนไปตั้งชื่อกันเองให้ฟังดีขึ้นเท่านั้น จึงไม่ต้องสับสน เป็นต้นเดียวกันอย่างแน่นอน

มะม่วงยู่เหวิน    เกิดจากการผสมเกสรของมะม่วงดัง 2 ชนิดของประเทศไต้หวัน ได้แก่ มะม่วงอ้ายเหวิน กับ มะม่วงจีนหวง เมื่อได้ลูกไม้ออกมาเป็นพันธุ์ใหม่ปลูกเลี้ยงจนติดผล ปรากฏว่ามีลักษณะดีกว่าสายพันธุ์พ่อและแม่หลายอย่าง เช่น ผลมีขนาดใหญ่กว่า ติดผลดก สีสันของผลเป็นสีม่วงเข้มสวยงามมาก ที่สำคัญ รสชาติขณะยังดิบจะหวานมันกรอบอร่อยเหมือนกินมะม่วงมันทุกอย่าง

เมื่อสุกเนื้อเป็นสีเหลืองน่ารับประทานมาก รสหวานหอมไม่เละ กินแล้วชื่นใจยิ่งนัก เจ้าของผู้ขยายพันธุ์จึงตั้งชื่อว่า “มะม่วงยู่เหวิน” ดังกล่าว ส่วนชื่ออื่นที่คนสงสัยก็คือต้นเดียวกันไม่ผิดเพี้ยนแน่นอน

มะม่วงยู่เหวิน    อยู่ในวงศ์ ANACARDIACEAE เป็นไม้ยืนต้น สูง 10-20 เมตร แตกกิ่งก้านสาขาเยอะ ใบเดี่ยว ออกสลับรอบกิ่งก้านบริเวณปลายยอด   ใบรูปรีแกมรูปขอบขนาน ปลายแหลม   โคนมน   ใบมีขนาดใหญ่
และยาวดูคล้ายใบของมะม่วงเขียวใหญ่ ของไทย ใบดกให้ร่มเงาดีมาก

ดอก ออกเป็นช่อที่ปลายยอด แต่ ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยสีเหลืองนวล จำนวนมาก ดอกมีกลิ่นหอมอ่อนๆ “ผล” รูปกลมรียาวและอวบใหญ่กว่ามะม่วงอ้ายเหวินและมะม่วงจีนหวง พันธุ์พ่อและพันธุ์แม่ชัดเจน ผลเมื่อโตเต็มที่มีน้ำหนักเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 1 ผล ต่อ 1 กิโล-กรัม ผิวของผลเมื่อเริ่มแก่จะเป็นสีม่วงเข้มตลอดทั้งผล ต่างจากมะม่วงอ้ายเหวินกับมะม่วงจีนหวง ที่เป็นสีม่วงไม่เต็มผล

ผลดิบและผลสุกอร่อยสองแบบ สามารถเลือกรับประทานได้ตามความ ชอบที่กล่าวข้างต้น ติดผลปีละครั้งตามฤดูกาล ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ตอนกิ่ง และ เสียบยอด ปัจจุบัน “มะม่วงยู่เหวิน” หรือชื่ออื่นที่ผู้ขายเรียก มีขายที่ ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ นอกเหนือจากแผงที่เคยแนะนำแล้ว ยังมีที่แผง “คุณนก” หน้าตึกกองอำนวยการและโครงการ 19 แผง “นายดาบสมพร” ราคาสอบถามกันเองครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 30 พฤศจิกายน 2553, 05:00 น.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • 474 ข่าว
  • ไม่มีรูปภาพที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่มีข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้อง

มิถุนายน 23, 2011 Posted by | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , | ใส่ความเห็น

“ไมยราบ” แก้เบาหวาน

29 พฤศจิกายน 2553, 05:01 น.
“ไมยราบ” แก้เบาหวาน.

Pic_130211

ไมยราบ เป็นไม้สมุนไพรชนิดหนึ่งที่นำไปเข้ากับต้น “ครอบจักรวาล” แล้วใช้เป็นยาแก้เบาหวานได้ โดย เอาต้น “ไมยราบ” ทั้งต้นรวมรากแบบสด กับต้น “ครอบจักรวาล” สดเช่นเดียวกัน จำนวนเท่ากันหั่นเป็นชิ้นตากแห้งนำไปคั่วไฟอ่อนๆจนเหลือง ชงกับนํ้าร้อนดื่มทุกวัน ช่วยลดนํ้าตาลในเลือดหรือเบาหวานได้ สามารถดื่มได้เรื่อยๆ ไม่มีอันตรายอะไร

ไมยราบ หรือ SENSITIVE PLANT– MIMOSA PUDICA LINN. อยู่ในวงศ์ FABACEAE เป็นไม้ล้มลุกทอดเลื้อย ใบไวต่อการสัมผัส ดอกสีชมพู พบขึ้นทั่วไปตามป่ารกร้างว่างเปล่า มีสรรพคุณทางยาคือ ทั้งต้น ขับปัสสาวะ แก้ไตพิการ แก้กษัย (อาการป่วยเกิดจากหลายสาเหตุ ทำให้ร่างกายเสื่อมโทรมซูบผอม โลหิตจาง และปวดเมื่อย) โดยต้มนํ้าดื่ม ราก แก้บิด ขับปัสสาวะ ทั้งต้นผสมรากสะเดาดินและไมยราบเครือ (อีกชนิดหนึ่งคล้ายคลึงกันมาก) ทั้งต้นต้มนํ้าดื่มขับปัสสาวะ สารสกัดทั้งต้นด้วยแอลกอฮอล์สามารถลดนํ้าตาลในเลือดของสัตว์ทดลอง สารบริสุทธิ์สกัดจากต้น “ไมยราบ” ทำเป็นโทนเนอร์ เช็ดหน้าหลังอาบนํ้า ฆ่าเชื้อที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดสิวได้ และ ยังช่วยทำให้ใบหน้าสะอาดด้วย

ครอบจักรวาล หรือ XANTONNEA PARVIFLIA CRAIB อยู่ในวงศ์ RUBIACEAE เป็นไม้พุ่ม สูง 2-3 เมตร พบขึ้นตามป่าทั่วไป ดอกเป็นสีขาวแกมเหลือง มีสรรพคุณทางยาคือ เปลือกต้น หรือเปลือกรากขูดเป็นฝอยๆ ผสมเกลือป่น อมรักษาอาการฟันผุดีมาก  ซึ่งทั้งต้น “ไมยราบ” และต้น “ครอบจักรวาล” นิยมปลูกเฉพาะตามสวนสมุนไพรเท่านั้น ใครต้องการต้นไปปลูกต้องเสาะหากันเอง หรือลองติดต่อ “คุณพร้อมพันธุ์” บริเวณโครงการ 21 ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ จัดหาให้อาจจะมี ราคาสอบถามกันเอง

ครับ หนังสือ “สมุนไพรไม้ดอก ไม้ประดับหายาก” เล่มที่ 4 ของ “นายเกษตร” เหลือไม่ถึงร้อยเล่ม ไม่วางขายที่ไหน ราคาเล่มละ 600 บาท บวกค่าส่งกลับเล่มละ 30 บาท ส่งธนาณัติซื้อสั่งจ่าย “คุณนงลักษณ์ ศรีอัชรานนท์” ตู้ ปณ.48 ปณ.สามแยกลาดพร้าว กทม. 10901 หรือสอบถามผลิตภัณฑ์สมุนไพร โทนเนอร์ เช็ดหน้า ทำให้หน้าสะอาดก่อนแต่งหน้า, ยาลดเบาหวาน แคปซูล, คอลลาเจนบริสุทธิ์ ช่วยให้ใบหน้ากระชับ, ยาต้มคลายเส้นไม้เท้าเฒ่าอาลี แก้ปวดเมื่อย แก้เกาต์ ลดเบาหวาน บำรุงไต บำรุงกำลัง, ครีมโลดทะนง รักษาสิวฝ้า รูขุมขนตีบลง, ตรีผลา ลดไขมันในเส้นเลือด ลดไตรกลีเซอไรด์, ขมิ้นพอกหน้า ทำให้ หน้าตึงใส, ดีบัวแคปซูล ช่วยขยายหลอดเลือดไปเลี้ยงสมองและหัวใจ, ยาบำรุงไตแคปซูล ไม่ใช่รักษาไต โทร. 0–2275– 2692 ครับ.
“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 29 พฤศจิกายน 2553, 05:01 น.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • 464 ข่าว
  • ไม่มีรูปภาพที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่มีข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้อง

มิถุนายน 23, 2011 Posted by | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , | ใส่ความเห็น

“อโศกทองคำ” ลูกผสมใหม่สวย

26 พฤศจิกายน 2553, 05:01 น.
“อโศกทองคำ” ลูกผสมใหม่สวย.

Pic_129659

ไม้ต้นนี้ เพิ่งพบมีต้นวางขายมีป้ายชื่อติดไว้ชัดเจนว่า “อโศกทองคำ” พร้อมมีภาพของช่อดอกถ่ายจากต้นจริงติดโชว์ให้ชมด้วย สีสันของดอกสดใสและมีช่อขนาดใหญ่สวยงามน่าสนใจมาก แต่ไม่เคยได้ยินชื่อจากสารบบพันธุ์ไม้มาก่อน จึงสอบถามผู้ขายได้รับคำตอบว่า “อโศกทองคำ” เป็นลูกไม้ใหม่เกิดจากการเขี่ยเกสรผสมระหว่าง อโศกเหลือง ซึ่งมีถิ่นกำเนิดจากประเทศมาเลเซีย ประเทศพม่า กับ  อโศกศรีเชียงแสน  ของไทยเมื่อได้ ลูกไม้ออกมาปลูกเลี้ยงจนเป็นต้นใหญ่แล้วติดดอกเป็นช่อขนาดใหญ่มาก มีดอกดกทั้งต้น โดยเฉพาะขนาดของดอกแต่ละดอกจะมีขนาดใหญ่กว่าดอกของพันธุ์พ่อและพันธุ์แม่อย่างชัดเจน  สีสันของดอกสดใสน่าชมกว่าด้วย เจ้าของ ผู้เขี่ยเกสรจึงตั้งชื่อว่า “อโศกทองคำ” พร้อมกับขยายพันธุ์ตอนกิ่งออกวางขายดังกล่าว

อโศกทองคำ ดูจากลักษณะภาพของดอกและต้นที่วางขายน่าจะมีลักษณะทางพฤกษศาสตร์ค่อนไปทางสายพันธุ์อโศกเหลืองมากกว่าอโศกศรีเชียงแสน จัดเป็นไม้อยู่ในวงศ์ LEGUMINOSAE  หรือ  FABACEAE เป็นไม้ยืนต้น สูง 10-15 เมตร ไม่ผลัดใบ แตกกิ่งก้านสาขาเป็นพุ่มทรงกลมทึบ ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ มีใบย่อย  2-7  คู่ รูปขอบขนาน ปลายและโคนแหลม หรือเกือบมน สีเขียวสด เวลามีใบดกจะให้ร่มเงาและสร้างระบบนิเวศใต้โคนต้นได้ดีมาก

ดอก ออกเป็นช่อขนาดใหญ่ที่ปลายยอด แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยเป็นกระจุกหนาแน่นจำนวนมาก ลักษณะดอกโคนเชื่อมกันสั้น ปลายแยกเป็นกลีบดอก 4 กลีบ รูปขอบขนาน ปลายและโคนกลีบแหลมหรือเกือบมน เนื้อกลีบดอกค่อนข้างหนาและแข็ง เป็นสีส้มสดใส ใจกลางดอกมีเกสรตัวผู้และตัวเมีย 5-7 อัน ยาวโผล่พ้นกลีบดอกมองเห็นชัดเจน ดอกเมื่อบานเต็มที่เส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่กว่าเส้นผ่าศูนย์กลางของเหรียญ 10 บาท เล็กน้อย เวลามีดอกดกและดอกบานพร้อมกันทุกช่อทั้งต้น แต่ละช่อจะดูคล้ายๆกับช่อดอก เข็มแสด แต่จะมีขนาดใหญ่กว่าดูสดใสสวยงามมาก

ผล เป็นฝัก มีเมล็ดสีแดงคล้ำ ดอกออกได้เรื่อยๆเกือบทั้งปี ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ตอนกิ่ง และเสียบยอด ปัจจุบันต้น “อโศกทองคำ” มีขายที่ ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณโครงการ 9 แผง “คุณมนูญ” ราคาสอบถามกันเอง ปลูกได้ในดินทั่วไป เหมาะจะปลูกเป็นไม้
ประดับทั้งตามบ้าน สำนักงาน สวนสาธารณะ เวลามีดอกบานทั้งต้น  จะสร้างบรรยากาศให้สวยงามเป็นธรรมชาติดีมากครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 26 พฤศจิกายน 2553, 05:01 น.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • 6 ข่าว
  • ไม่มีรูปภาพที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่มีข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้อง

มิถุนายน 23, 2011 Posted by | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , , , , , , | ใส่ความเห็น

“กูดเกี๊ยะ” ยอดกินได้

25 พฤศจิกายน 2553, 05:00 น.
“กูดเกี๊ยะ” ยอดกินได้.

Pic_129302

กูดเกี๊ยะ

กูด เป็นพืชในสกุลเดียวกับเฟิร์น มีมากกว่าร้อยสายพันธุ์ มีทั้งชนิดดูคล้ายปาล์มและเป็นเหง้า บางพันธุ์ใบอ่อนหรือยอดอ่อนกินเป็นอาหารได้ ผู้อ่านขาประจำไทยรัฐจำนวนมากอยากทราบว่า กูดอะไรที่ได้ ชมจากสารคดีทางโทรทัศน์ในต่างประเทศเขานิยมเอายอดอ่อนที่ปลายยอดม้วนงอคล้ายตัวกิ้งกือปรุงเป็นอาหารรับประทาน ซึ่งก็น่าจะเป็น “กูดเกี๊ยะ” และในประเทศไทยบ้านเรามีขึ้นตามป่าดิบเขาและป่าสนเขาทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ นอกจากนั้นยังพบขึ้นทั้งในเขตอบอุ่นและเขตร้อนทั่วโลกด้วย

ใน ประเทศไทยบ้านเราไม่นิยมรับประทานยอดอ่อนของ “กูดเกี๊ยะ” ส่วนใหญ่นิยมกินใบอ่อนของกูดยักษ์ หรือมีชื่อเรียกอีกคือ กีบม้าลม ว่านกลีบแรด มีวางขายตามแผงจำหน่ายพืชผักพื้นบ้านทั่วไป มัดเป็นกำๆ ราคาประมาณกำละ 10 บาท นำไปลวกหรือต้มพอสลบเป็นผักจิ้มน้ำพริก กินกับลาบก้อยอร่อยมาก และยังมีสรรพคุณทางสมุนไพร โดย ใช้เป็นส่วนผสมอย่างหนึ่งของตำรับยาระบาย ใช้ทั้งต้นต้มหรือแช่น้ำครึ่งวันอาบแก้ผื่นคัน หัวใต้ดินเป็นยาฝาดสมานแก้ท้องร่วง อาเจียน ปวดศีรษะ ขับปัสสาวะ รากใช้ห้ามเลือดและปลูกประดับได้ด้วย

ส่วน “กูดเกี๊ยะ” แม้ ลักษณะ ต้นและใบจะมีความสวยงามปลูกเป็นไม้ประดับได้เช่นกัน แต่เป็นสายพันธุ์ที่ปลูกได้ยากมาก เนื่อง จากจะต้องอยู่ในที่ชื้นเย็น มีลมพัดโกรกได้ดีตลอดทั้งวัน ต้องใช้น้ำหล่อเลี้ยงขาดไม่ได้ ทำให้ “กูดเกี๊ยะ” ได้รับความนิยมปลูกน้อยมาก

กูดเกี๊ยะ หรือ PTERIDIUM AQUILINUM (L.) KUHN VAR.WIGHTIANUM (J.AGARHD) TRYON  อยู่ในวงศ์ DENNSTAEDTIACEAE ชื่อสามัญ BRACKEN มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์ เป็นเฟิร์น หรือไม้ต้นคล้ายเฟิร์น มีเหง้าทอดขนานลึกใต้ดิน ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกสามชั้น

ใบย่อยชั้นที่ 2 ไม่มีก้านใบ แกนกลางใบทุกชั้นมีร่องตามยาวทางด้านบนของแผ่นใบ ภายในร่องมีขน กลุ่มอับสปอร์อยู่ตามขอบใบย่อย เยื่อคลุมอับสปอร์มี 2 ส่วน ส่วนบนเกิดจากขอบใบพับไปคลุม ส่วนล่างเป็นเยื่อบางๆ ยอดอ่อนรสชาติคล้ายกับยอดมะพร้าว ในต่างประเทศนำไปปรุงอาหารหลายอย่าง ขยายพันธุ์ด้วยสปอร์ และแยกเหง้า มีชื่อเรียกอีกคือ โชน (ชุมพร) โขนใหญ่ (ปัตตานี) ลือซัน (มลายู-ใต้) ปัจจุบัน “กูดเกี๊ยะ” มีต้นขายที่ตลาดนัด ไม้ดอกไม้ ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณโครงการ 23 แผง “คุณโชควันดี” ราคาสอบถามกันเองครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 25 พฤศจิกายน 2553, 05:00 น.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • 473 ข่าว
  • ไม่มีรูปภาพที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่มีข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้อง

มิถุนายน 23, 2011 Posted by | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , | ใส่ความเห็น

“เอื้องน้ำต้น” มีขายแล้ว ดอกสวยสรรพคุณดี

24 พฤศจิกายน 2553, 05:00 น.
“เอื้องน้ำต้น” มีขายแล้ว ดอกสวยสรรพคุณดี.

Pic_129080

ผม เคยเขียนถึง “เอื้องน้ำต้น” ไปแล้ว โดยในตอนนั้นไม่มีใครนำเอาต้นวางขาย ทำให้ผู้อ่านไทยรัฐจำนวนมากที่เป็นขาประจำสอบถามอยู่บ่อยๆ ว่า “เอื้องน้ำต้น” มีขายหรือยัง เนื่องจากแต่ละคนรู้ว่ากล้วยไม้ ชนิดนี้มีดอกสวยงามและมีสรรพคุณเป็นสมุนไพรด้วย จึงต้องการซื้อหาไปปลูกประดับพร้อมใช้ประโยชน์ทางยา ซึ่งก็ เป็นจังหวะ พบว่ามีผู้นำเอา “เอื้องน้ำต้น” ออกวางขาย เลยรีบแจ้งให้แฟนคอลัมน์ได้รับทราบทันที

เอื้องน้ำต้น หรือ CALANTHE  CARDIO-GLOSSA  SCHLTR. พบขึ้นตามป่าดิบเขาเกือบทุกภาคของประเทศไทย พบมากที่สุดทางภาคเหนือ โดยเฉพาะตามตะเข็บรอยต่อติดชายแดนประเทศพม่า และนอกจากพบที่ประเทศไทยแล้ว ที่ประเทศลาวกับประเทศเวียดนาม มี “เอื้องน้ำต้น” เช่นกัน ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ เป็นกล้วยไม้ดินที่มีการเจริญเติบโตทางด้านข้าง ได้แก่ กล้วยไม้ที่มีเหง้า ส่วนทอดเลื้อยหรือไหล เมื่อต้นเจริญเติบโตเต็มที่แล้วสามารถแตกต้นใหม่ หรือหน่อใหม่จากโคนกอหรือตามลำข้อได้ มีด้วยกันหลากหลายสกุล รวมทั้ง “เอื้องน้ำต้น” ด้วย ลำลูกกล้วย หรือลำต้นเป็นรูปทรงน้ำเต้า สูง 7-15 ซม. ใบแบนแผ่เป็นรูปรีกว้าง 7-10 ซม. ยาว 18-25 ซม. จะทิ้งใบเมื่อถึงฤดูกาลมีดอก

ดอก ออกเป็นช่อตั้งขึ้นจากโคนกอ ช่อยาวได้กว่า 1 ฟุต แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยเรียงสลับตามก้านช่อจากโคนช่อเรื่อยขึ้นไปจนถึงปลายช่อจำนวนหลายดอก ลักษณะดอก กลีบเลี้ยงและกลีบดอกเป็นสีชมพูเข้ม และเปลี่ยนเป็นสีส้มเมื่อดอกใกล้โรย หรือ เป็นสีขาว จากนั้นกลีบดอก จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อน ดอกเมื่อบานเต็มที่กว้างประมาณ 1.5 ซม. เวลามีดอกบานพร้อมกันและมีการเปลี่ยนสีสันตามขั้นตอนที่กล่าวข้างต้น จะดูสวยงามหลากสีสันน่าชมเป็นอย่างมาก

ดอก ออกช่วงระหว่างเดือนพฤศจิกายนต่อเนื่องไปจนถึงเดือนมกราคมปีถัดไป ขยายพันธุ์ด้วยการแยกต้น หรือเหง้า มีชื่อ เรียกอีกคือ สาวสามสี และ เอื้องเหลี่ยม ปัจจุบัน “เอื้องน้ำต้น” มีขาย ที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ ที่แผง “คุณวิรัช” หน้าธนาคารออมสิน ราคาสอบถามกันเอง

ประโยชน์ทางสมุนไพร ตำรายาพื้นบ้านไทย ใช้ลำลูกกล้วย หรือ ลำต้นที่ดูคล้ายหัวแบบสด หรือจะนำไปหั่นบางๆ ตากแห้งก็ได้ กะจำนวนพอประมาณต้มกับน้ำจนเดือดดื่มขณะอุ่นต่างน้ำชาเป็นประจำ จะทำให้มีพละกำลังดีอย่างเหลือเชื่อ สูตรนี้นิยมกันมาแต่โบราณแล้วครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 24 พฤศจิกายน 2553, 05:00 น.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • 474 ข่าว
  • ไม่มีรูปภาพที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่มีข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้อง

มิถุนายน 23, 2011 Posted by | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , | ใส่ความเห็น

“คอร์เดียดอกเหลือง” สีงามอร่ามตา

23 พฤศจิกายน 2553, 05:00 น.
“คอร์เดียดอกเหลือง” สีงามอร่ามตา.

Pic_128838

พอ ใกล้ถึง วันพ่อแห่งชาติ ในวันที่ 5 ธันวา-คมของทุกปี ดอกไม้สีเหลืองซึ่งถือเป็นสีแห่งมงคลใช้เป็นสีของวันพ่อ จะถูกนำออกวางขายหลากหลายชนิด ได้รับความนิยมจากผู้ซื้อไปปลูกประดับเพื่อเฉลิมฉลอง วันพ่อแห่งชาติ อย่างกว้างขวาง และ ต้น “คอร์เดียดอกเหลือง” จัดเป็นสายพันธุ์ใหม่ล่าสุดที่เพิ่งพบมีต้นวางขายครั้งแรก มีป้ายชื่อเขียนติดไว้ ว่า “คอร์เดียดอกเหลือง” พร้อมมีภาพของดอกจากต้นจริงติดให้ชมด้วย สีสันสวยงามอร่ามตามาก แตกต่างจากคอร์เดียชนิดที่มีดอกเป็นสีส้ม หรือสีแดง ที่เราคุ้นเคยอย่างชัดเจน โดยคอร์เดียชนิดดอกสีส้มหรือ สีแดง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า CORDIA SEBESTENA LINN. อยู่ในวงศ์ BORAGINACEAE เป็นไม้ยืน ต้น สูงได้ถึง 10 เมตร มีดอกเกือบทั้งปี มีถิ่นกำเนิด จากอเมริกาเขตร้อน ซึ่ง คอร์เดียชนิดดอกสีส้มหรือสีแดงมีประโยชน์ทางยาด้วยคือ ทุกส่วน แก้โรคที่เกี่ยวกับลำไส้ กระเพาะอาหาร และหลอดลม เมล็ด มีคุณสมบัติลดอาการระคายเคือง และแก้ไข้ได้

ส่วน “คอร์เดียดอกเหลือง” มี ถิ่นกำเนิดจากประเทศออสเตรเลีย ถูกนำเข้ามาขยายพันธุ์ในประเทศไทยนานกว่า 3-4 ปีแล้ว มีความโดดเด่นคือ ดอก เป็นสีเหลืองสดใสสวยงามมาก ต้นสูงเต็ม ที่ไม่เกิน 6 เมตร แตกกิ่งก้านเป็นพุ่มกว้างทางด้านข้าง แตกต่างจากคอร์เดีย ชนิดดอกสีส้มหรือสีแดงที่จะเป็นทรงพุ่มตรงและสูงกว่า ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับรูปรีหรือรูปไข่ ปลายแหลมหรือ กลม โคนมน ผิวใบสากมือ สีเขียวสด

ดอก ออกเป็นช่อที่ปลายยอด แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อย 8-10 ดอก มีกลีบเลี้ยงเป็นรูปกรวยยาว สีเขียวสด ดอกโคนเชื่อมกันเป็นรูปปากแตร ปลายแยกเป็นกลีบดอก 5-7 กลีบ ขอบย้วย เป็นสีเหลืองสดใส มีเกสรตัวผู้ 5 อัน ดอกบานเต็มที่เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2.5-5 ซม. เวลามีดอกดกและดอกบานพร้อมกันทั้งต้น จะดูสวยงามมาก “ผล” เป็นรูปไข่ค่อนข้างกลม มีเมล็ด ดอกออกทั้งปี ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดและปักชำกิ่ง

ปัจจุบันต้น “คอร์เดียดอกเหลือง”มีขาย ที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวน จตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณโครงการ 21 แผง “คุณพร้อมพันธุ์” ราคาสอบถามกันเอง ปลูกได้ในดินทั่วไป ซึ่ง “คอร์เดียดอกเหลือง” เป็นสายพันธุ์ที่มีการเจริญเติบโตได้ช้ากว่าคอร์เดียชนิดที่มีดอกเป็นสีส้มหรือสีแดงมาก เหมาะจะปลูกประดับในบริเวณบ้าน สำนักงาน หรือตามรีสอร์ตทั่วไป สีของดอกเป็นสีเหลืองถือเป็นสีมงคล    เวลามีดอกดกจะดูสวยงามจริงๆครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 23 พฤศจิกายน 2553, 05:00 น.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • 474 ข่าว
  • ไม่มีรูปภาพที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่มีข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้อง

มิถุนายน 23, 2011 Posted by | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , | ใส่ความเห็น

พด.ชวนคนไทยปลูกหญ้าแฝก ร่วมอนุรักษ์ดิน-น้ำอย่างยั่งยืน

23 มิถุนายน 2554, 05:05 น.

พด.ชวนคนไทยปลูกหญ้าแฝก ร่วมอนุรักษ์ดิน-น้ำอย่างยั่งยืน.

Pic_180924

นายเกรียงศักดิ์ หงษ์โต รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า กรมพัฒนาที่ดินนับเป็นหน่วยงานหลักในการดูแลผลิตกล้าหญ้าแฝกเพื่อแจกจ่ายให้เกษตรกรและประชาชนได้นำไปปลูกเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรดิน น้ำ และรักษาสภาพแวดล้อม ทั้งนี้ กรมได้พัฒนาสายพันธุ์หญ้าแฝกมาอย่างต่อเนื่อง  เพื่อให้มีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ต่างๆ อีกทั้งเพียงพอต่อการส่งเสริมให้เกษตรกรนำไปปลูก

“ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้มีการรวบรวมสายพันธุ์หญ้าแฝกจากพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศไทย รวมทั้งสายพันธุ์จากต่างประเทศ มาคัดเลือกให้มีความเหมาะสมกับการปลูกในพื้นที่ต่างๆ ทั้งพันธุ์ลุ่มและพันธุ์ดอนจำนวน 10 สายพันธุ์ สำหรับแนะนำส่งเสริมเกษตรกรและประชาชนทั่วไปได้นำไปปลูกฟื้นฟูดินและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ของตนเอง”

ทั้งนี้ ในแต่ละปีกรมพัฒนาที่ดินมีการผลิตกล้าหญ้าแฝกจำนวน 300 ล้านกล้า เพื่อปลูกและแจกจ่ายให้กับเกษตรกรและประชาชนทั่วไปที่สนใจ โดยกระจายกล้าพันธุ์หญ้าแฝกไว้ตามสถานีพัฒนาที่ดินทุกจังหวัด พร้อมทั้งรณรงค์ส่งเสริมให้เกษตรกรและประชาชนทั่วไปมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับหญ้าแฝก และเห็นคุณประโยชน์ควบคู่กันไป สำหรับผู้ที่สนใจปลูกสามารถขอรับพันธุ์กล้าฟรี ได้ที่สถาบันวิจัยและพัฒนาหญ้าแฝก สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต สถานีพัฒนาที่ดินทุกจังหวัด และหมอดินอาสาในชุมชนทุกแห่ง.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเกษตร
  • 23 มิถุนายน 2554, 05:05 น.

มิถุนายน 23, 2011 Posted by | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , | ใส่ความเห็น

นพค.11ปฏิบัติ “เศรษฐกิจพอเพียง” สร้างศูนย์ต้นแบบนำความรู้สู่ชุมชน

22 มิถุนายน 2554, 05:00 น.
นพค.11ปฏิบัติ “เศรษฐกิจพอเพียง” สร้างศูนย์ต้นแบบนำความรู้สู่ชุมชน.

Pic_179236

ดร.นันทนา นันทวโรภาส นำนักศึกษาปริญญาเอกดูงานของ นพค.11 จ.กาญจนบุรี.

เศรษฐกิจพอเพียง…ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ที่น้อมนำมาปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมนั้น จำเป็นต้องมีความตั้งใจ ตั้งมั่น เพื่อให้เกิดความสำเร็จ…ดังเช่น หน่วยพัฒนาเคลื่อนที่ 11 (นพค.11) สังกัดหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.) กองบัญชาการกองทัพไทย ตั้งอยู่ที่ ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี มี พันเอกนพดล ปิ่นทอง เป็นผู้บังคับหน่วย ได้ดำเนินการจัดตั้ง “ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง” โดยมุ่งหวังให้เป็นต้นแบบในการยึดถือเพื่อประกอบอาชีพตามวิถีพอเพียงของชาวบ้านในพื้นที่

พ.อ.นพดล ปิ่นทองพ.อ.นพดล ปิ่นทอง

พ.อ.นพดล ปิ่นทอง บอกว่า… ศูนย์เรียนรู้แห่งนี้ตั้งอยู่ในเนื้อที่ 3 ไร่เศษ บริเวณหน้าที่ทำการหน่วยถูกจัดแบ่งพื้นที่อย่างเป็นระบบตามหลัก…เกษตรทฤษฎีใหม่ มาดำเนินการปลูกพืชผักสวนครัว ทำนาข้าวและขุดบ่อเลี้ยงปลาแล้ว ยังเจียดที่ส่วนหนึ่งทำบ่อหมักปุ๋ยชีวภาพ โดยใช้ เศษหญ้า เศษไม้ และมูลสัตว์ผสมด้วยสารเร่งเพื่อการย่อยสลายการผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพ เพื่อใช้เองภายในหน่วย การผลิตน้ำส้มควันไม้ สร้างโรงงานปุ๋ยอัดเม็ด ส่วนพืชที่ปลูกในแปลง เป็นพืชผักสวนครัว เช่น พริก มะเขือ ข้าวโพด สะเดา นาข้าว มีบ่อจำนวน 2 บ่อ สำหรับเลี้ยงปลากินพืช จำพวก ปลานิล ปลาไน ปลาดุก ปลาตะเพียน โดยทาง หน่วย นพค.11 ผสมเทียมแล้วเพาะพันธุ์เอง และยังเพิ่มเติม โครงการพลังงานทดแทน โดยใช้กังหันปั่นเป็นพลังงานไฟฟ้า และ จักรยานปั่นรดน้ำต้นไม้แทนแรงงานคน

“ผลผลิตที่ได้ส่วนใหญ่จะนำมาประกอบอาหารเลี้ยงกำลังพลในหน่วย ไม่ต้องซื้อ จะได้ประหยัดงบประมาณ แล้วเราก็ได้รับประทานพืชผักปลอดสารพิษด้วย หากเหลือก็จะขายบ้างแต่ไม่มากนัก ตอนนี้รายได้จากการขาย ผลผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 2,000-3,000 บาท ซึ่งเงินที่ได้ก็จะนำมาเป็นทุนหมุนเวียนในการดำเนินกิจกรรมของศูนย์ นับเป็นอีกก้าวของการพัฒนาในการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดภายในหน่วย และชาวบ้านในพื้นที่ยังได้มาดูงานแล้วนำไปใช้ได้เองอีกด้วย” พ.อ.นพดลกล่าว

อนันต์ เดชอนันตชาติอนันต์ เดชอนันตชาติ

ผลงานนี้ยังได้ขยายออกไปสู่ชุมชนและผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยว โดยการทำสวนเกษตรอินทรีย์แบบครบวงจรในพื้นที่ ต.ลุ่มสุ่ม อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ที่ชื่อว่า “โยโกะ ริเวอร์แคว รีสอร์ท” ของ นายอนันต์ เดชอนันตชาติ บอกว่า จากการไปดูงานของ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง จึงนำมาดำเนินการทำแบบรอบคอบ ไม่รีบร้อน ค่อยเป็นค่อยไป พร้อมกับได้แบ่ง พื้นที่จำนวน 10 ไร่ ทำสวนผักปลอดสารพิษ ซึ่งพืชผักที่ปลูกส่วนใหญ่จะเน้นผักพื้นบ้านและผลไม้หลายชนิด อาทิ ผักหวานป่า ผักหวานบ้าน ถั่วฝักยาว แตงกวา ผักบุ้ง ตำลึง กล้วยน้ำว้า แก้วมังกร ฟาร์มเห็ดโคนญี่ปุ่น มะละกอ ฯลฯ

“พืชผักที่ใช้เป็นเมนูอาหารให้บริการแขกที่มาพักเป็น ผักปลอดสารพิษ 100% ซึ่งเป็นผลงานของพนักงานและชาวบ้านที่อยู่ละแวกใกล้เคียงมาเพาะปลูก ตลอดจนการดูแลรักษา โดยจะว่าจ้างเป็นรายเดือน เดือนละ 6,000-7,000 บาท และยังมีส่วนแบ่งรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตให้กับทางรีสอร์ทอีกด้วย ซึ่งแต่ละคนมีรายได้เพิ่มเดือนละ ไม่ต่ำกว่า 7,000 บาท ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับว่าพืชผักที่ปลูกให้ผลผลิตดีมาก ก็มีรายได้มาก แต่ถ้าดูแลไม่ดีผักเสียหายให้ผลผลิตน้อย รายได้ย่อมลดลง แต่เงินเดือนก็ยังได้ตามปกติ” นายอนันต์กล่าว

สวนเกษตรปลอดสารพิษผลิตอาหารปลอดภัย.สวนเกษตรปลอดสารพิษผลิตอาหารปลอดภัย.

ใครสนใจไปศึกษาดูงานของ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง หรือลองแวะไปสัมผัสสวนเกษตรในรีสอร์ทอิงธรรมชาติ “โยโกะ ริเวอร์แคว รีสอร์ท” กริ๊งกร๊างหาอนันต์ 0-3459-1414, 08-1611-0087 ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ.
ไชยรัตน์ ส้มฉุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
  • 22 มิถุนายน 2554, 05:00 น.

มิถุนายน 23, 2011 Posted by | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , , , , , | ใส่ความเห็น

“มะเกลือ” ประโยชน์ดีหายาก

22 พฤศจิกายน 2553, 05:00 น.
“มะเกลือ” ประโยชน์ดีหายาก.

Pic_128648

มะเกลือ

ตาม หัวไร่ปลายนาในยุคสมัยก่อนจะมีต้น “มะเกลือ” ปลูกไว้เยอะ เพื่อเก็บผลดิบขายเป็นรายได้เสริม ให้โรงงานเอายางจากผลสดไปใช้ย้อมผ้าให้เป็นสีดำหรือสีคราม ย้อมแล้วสีไม่ตกติดดี ในช่วง “มะเกลือ” ติดผลทุกปี ชาวจีนจะบรรทุกผ้าแพรผ้าด้าย มาอาศัยย้อมสี “มะเกลือ” ในบ้านเรา ก่อนจะย้อนนำกลับไปประเทศจีนจำนวนมาก ปัจจุบันภาพ แบบนั้นไม่มีอีกแล้ว และต้น “มะเกลือ” ก็ไม่ค่อยพบเห็นด้วย จึงทำให้คนรุ่นใหม่ไม่รู้จัก

มะเกลือ หรือ EBONY TREE DIOSPYROS MOLLIS GRIFF อยู่ในวงศ์ EBENACEAE เป็นไม้ยืนต้น สูงได้ถึง 30 เมตร ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปไข่ สีเขียวเข้ม ใบดกให้ร่มเงาดีมาก ใบแห้งเป็นสีดำ ดอกแยกเพศ ดอกตัวผู้เป็นช่อสั้น มี 3 ดอก ดอก ตัวเมียเป็นดอกเดี่ยวๆ สีเหลือง “ผล” รูปกลมเกลี้ยง ดิบสีเขียว สุกเป็นสีดำ ติดผลปีละครั้ง ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด มีชื่อเรียก อีกคือ ผีเผา และ หมักเกลือ

สรรพคุณทางสมุนไพร ผลดิบสดเป็นยาถ่ายพยาธิทุกชนิด เด็ก 10 ปี ใช้ 10 ผล อายุมากกว่า 10 ปี เพิ่มจำนวนขึ้น 1 ผลต่อปี สูงสุดไม่เกิน 25 ผล คือ อายุ 25 ปีขึ้นไปกินไม่เกิน 25 ผลเท่านั้น ล้างผลให้สะอาด ตำให้แหลก กรองเอาเฉพาะน้ำผสมกับหัวกะทิ 2 ช้อนต่อ “มะเกลือ” 1 ผล กินครั้งเดียวให้หมดตอนเช้ามืดก่อนอาหารประมาณ 3 ชั่วโมง จะช่วยขับพยาธิดีมาก เด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี หญิงมีครรภ์ หลังคลอด เป็นไข้ เป็นโรคกระเพาะอาหาร ห้ามกินยานี้ และ อย่ากินเกินกำหนดที่ระบุไว้ สาร DIOSPYROL จะเปลี่ยนเป็นพิษทำ ให้จอรับภาพและประสาทตาอักเสบอาจทำให้ตาบอดได้ เปลือกต้น ย่างไฟใส่ดองน้ำตาลสดจะทำให้เกิดแอลกอ-ฮอล์ใน 24 ชั่วโมง มักใส่เปลือกต้นตะเคียนด้วย เพื่อทำให้น้ำตาลใสสะอาดชวนรับประทานดีมาก

ครับ หนังสือ “สมุนไพรไม้ดอก ไม้ประดับหายาก” เล่มที่ 4 ของ “นายเกษตร” สี่สีทั้งเล่ม ใกล้หมดแล้ว ไม่ วางขายที่ไหน ราคาเล่มละ 600 บาท บวกค่าส่งกลับเล่มละ 30 บาท ส่งธนาณัติซื้อสั่งจ่าย “คุณนงลักษณ์ ศรีอัชรานนท์” ตู้ ปณ.48 ปณ.สามแยกลาดพร้าว กทม. 10901 ระบุที่ส่งกลับให้ชัดเจน หรือสอบถามผลิตภัณฑ์สมุนไพร ครีมโลดทะนง รักษาสิวฝ้า รูขุมขนตีบลง, ข่อยขัดรักแร้ ดับกลิ่นเต่า ทำให้รักแร้ ไม่ดำคลํ้า, คอลลาเจนบริสุทธิ์ ช่วยให้ ใบหน้ากระชับ, ยาต้มคลายเส้นไม้เท้าเฒ่าอาลี แก้ปวดเมื่อย แก้เกาต์ ลดเบาหวาน บำรุงไต บำรุงกำลัง, ตรีผลา ลดไขมันในเส้นเลือด ลดไตรกลีเซอไรด์, ดีบัวแคปซูล ช่วยขยายหลอดเลือดเลี้ยงสมองและหัวใจ, ขมิ้นพอกหน้า ทำให้ตึงใส โทร. 0–2275–2692 ครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 22 พฤศจิกายน 2553, 05:00 น.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • 471 ข่าว
  • ไม่มีรูปภาพที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่มีข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้อง

มิถุนายน 21, 2011 Posted by | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , | ใส่ความเห็น

“ทุเรียนเทศ” ยังมีต้นขาย

19 พฤศจิกายน 2553, 05:00 น.

“ทุเรียนเทศ” ยังมีต้นขาย.

Pic_127954

ผม เคยเขียนถึงต้น “ทุเรียนเทศ” ไปในฉบับวันที่ 26 เมษายน ปี 48 ในตอนนั้นมีผู้ขยายพันธุ์เอาต้นวางขายได้รับความนิยมจากผู้ปลูกอย่างแพร่หลาย จากวันนั้นถึงวันนี้ปรากฏว่าไม่มีต้นวางขายอีกอาจเป็นเพราะถึงจุดอิ่มตัวเลยหาซื้อยากขึ้น ซึ่งผู้อ่านไทยรัฐอีกจำนวนมากขอให้แนะนำแหล่งจำหน่ายที่นอกจากตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับสวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯแล้ว มีต้น “ทุเรียนเทศ” วางขายที่ไหนบ้าง และจากการไปสำรวจพบว่าต้น “ทุเรียนเทศ” ยังพอมีต้นขายที่ตลาดสนามหลวง 2 ถ.พุทธมณฑล บริเวณโซน 1 ซอย 5 ร้านไม้โบราณ ของ “ลุงบุญ” เปิดขายทุกวัน มีหลายสิบต้น ใครต้องการไปซื้อหาได้เลย หากระยะทางไกลเกินไปติดต่อตรง “ลุงบุญ” ได้ที่ โทร. 08-7060-9103 ราคาสอบถามกันเอง

ทุเรียนเทศ มีถิ่นกำเนิดในแถบอเมริกาเขตร้อน ถูกนำมาปลูกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครั้งแรกที่ประเทศฟิลิปปินส์ จากนั้นได้กระจายพันธุ์สู่ประเทศมาเลเซียและประเทศไทย ทางภาคใต้ คนไทยเรียกว่า “ทุเรียนเทศ” เพราะมีผลเหมือนทุเรียนและเป็นของต่างประเทศ นำมาจากมลายูหรือมาเลเซีย จึงถูกเรียกอีกชื่อว่า “ทุเรียนแขก” ในประเทศไทยนิยมปลูกทางภาคใต้กับชาวเขา ชาวกะเหรี่ยงบนดอย สูงทางภาคเหนือ ในแถบจังหวัดกาญจนบุรี มีปลูกบ้างประปราย เพื่อใช้ประโยชน์เป็นอาหาร โดย ผลดิบ นำไปทำแกงบวด ผลสุกกิน เนื้อในสีขาวคล้ายปุยฝ้ายฉํ่านํ้า มีรสเปรี้ยวคล้ายนํ้ามะนาวปนหวานเล็กน้อย ในต่างประเทศนิยมเอาไปทำไอศกรีม มีกลิ่นหอมคล้ายกลิ่นดอกไม้ รับประทานอร่อยมาก เมล็ดอ่อน ตอนผลมีอายุได้ 4 เดือน ผ่าแยกไปกินเป็นผักกับนํ้าพริกได้ ผลแก่ เนื้อแข็งใช้ทำขนมหวานหลายอย่าง นอกจากนั้น “ทุเรียนเทศ” ยังมีสรรพคุณทางสมุนไพรด้วย โดยชาวบ้านในแถบ จ.พัทลุง ใช้ใบอ่อน จำนวนตามต้องการตำให้ละเอียดเอาทั้งนํ้าและเนื้อทาหรือโปะบริเวณหน้าท้องเด็กแรกเกิด ที่ชอบร้องไห้โยเยทำให้หยุดได้

ทุเรียนเทศ หรือ ANNONAMU RICA-TA L. อยู่ในวงศ์ ANNONACEAE เป็นไม้ต้น สูง 5-8 เมตร ใบออกสลับรูปไข่แกมรูปขอบขนาน ปลายและโคนใบแหลม สีเขียวสด ใบแก่ ขยี้จะมีกลิ่นฉุนหรือกลิ่นเหม็นแบบเฉพาะตัว ดอกสีเขียวอมเหลือง มีกลีบดอก 6 กลีบ เรียงซ้อนกัน 2 ชั้น ชั้นละ 3 กลีบ เนื้อกลีบหนาและแข็ง   ใจกลางดอกมีเกสรจำนวนมากคล้ายดอกน้อยหน่า

ผล เป็นผลรวม ทรงรี แต่รูปทรงไม่แน่นอน เปลือกนอกคล้ายหนัง มีตุ่มหนามอ่อนนุ่มกระจายทั่ว ผลโตเต็มที่นํ้าหนัก 5 กิโลกรัมต่อผล นิยม ปลูกเพื่อใช้ประโยชน์ตามที่กล่าวข้างต้นครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 19 พฤศจิกายน 2553, 05:00 น.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • 471 ข่าว
  • ไม่มีรูปภาพที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่มีข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้อง

มิถุนายน 21, 2011 Posted by | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , | ใส่ความเห็น

“ลั่นทมแคทลีนเรด” เปลี่ยนสีตามฤดูกาล

18 พฤศจิกายน 2553, 05:00 น.
“ลั่นทมแคทลีนเรด” เปลี่ยนสีตามฤดูกาล.

Pic_127662

ลั่นทมแคทลีนเรด

ลั่นทม เป็นไม้ประดับดอกสวยงามที่ได้รับความนิยมปลูกอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน และเป็นพันธุ์ไม้ที่มีการพัฒนาสายพันธุ์ให้มีใหม่ๆออกสู่วงการอย่างต่อเนื่องไม่เคยขาด ทำให้ลั่นทมกลายเป็นไม้ดอกที่ไม่มีวันสิ้นสุด และผู้ปลูกจะต้องคอยติดตามความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา เพื่อไม่ให้ตกเทรนด์นั่นเอง

ลั่นทมแคทลีนเรด เพิ่งพบมีวางขายเมื่อไม่นานมานี้ โดยผู้ขายบอกว่า เป็นพันธุ์แท้ไม่ใช่ไม้กลาย พันธุ์ มีลักษณะเด่นคือ ช่อดอกจะใหญ่มาก มีดอกไม่น้อยกว่า 80-90 ดอกต่อช่อ สีสันของดอกสามารถเปลี่ยนสีได้ตามฤดูกาลดูงดงามยิ่งนัก มีกลิ่นหอมเย็นเป็นเอกลักษณ์ จึงเป็นลั่นทมใหม่น่าสนใจมาก

ลั่นทมแคทลีนเรด อยู่ในวงศ์ APOCYNACEAE เป็นไม้พุ่มกึ่งเตี้ย หรือที่นิยมเรียกกันว่า “คอมแพ็ก” ต้นสูงเต็มที่ไม่เกิน 3 เมตร แตกกิ่งก้านสาขาเยอะ สามารถตัดแต่งกิ่งให้เป็นพุ่มได้ ทุกส่วนของลำต้นมียางสีขาว ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเวียนสลับถี่บริเวณปลายกิ่ง ใบเป็นรูปใบหอก หรือใบหอกกลับ ปลายและโคนใบแหลม ใบเป็นสีเขียวปนน้ำตาล ใบอ่อนเป็นสีน้ำตาลแดงชัดเจน ทำให้เวลามีใบดกมีสีสันแตกต่างไปจากใบของลั่นทมทั่วไป น่าชมยิ่งนัก

ดอก ออกเป็นช่อตามซอกใบใกล้ปลาย ยอด เป็นช่อขนาดใหญ่ แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยไม่น้อยกว่า 80-90 ดอกตามที่กล่าวข้างต้น ลักษณะดอกโคนเชื่อมกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็นกลีบดอก 5 กลีบ เรียงซ้อนเหลื่อมกัน ปลายกลีบมนหรือกลมขอบกลีบมักจะม้วนด้านหนึ่ง ดอกเมื่อแรกบานจะเป็นสีแดงอมส้ม โคนกลีบดอกเป็นสีเหลือง จากนั้นจะค่อยๆเปลี่ยนสีเป็นสีชมพูขอบแดงเข้มดูสวยงาม 2 สี 2 แบบ

ที่สำคัญ และถือเป็นจุดเด่นของ “ลั่นทมแคทลีนเรด” คือ เมื่อถึงช่วงฤดูร้อน สีของดอกจะเปลี่ยนสีได้เองเป็นธรรมชาติตามฤดูกาล โดยสีจะเป็นสีม่วงอมแดง นับว่าแปลกมาก ดอกเมื่อบานเต็มที่เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 6-6.5 ซม. ดอกมีกลิ่นหอมเย็นเป็นเอกลักษณ์ ดอกบานได้ทนนานเป็นอาทิตย์ ทำให้เวลามีดอกดกและดอกบานพร้อมกันทั้งต้น ดูสวยงามแปลกตาหลากหลายสีสัน และส่งกลิ่นหอมเป็นที่ประทับใจมาก “ผล” เป็นฝักคู่ รูปยาวรี มีเมล็ดจำนวนมาก มีปีก ดอกออกตลอดปี ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ตอนกิ่ง ปักชำกิ่ง และเสียบยอด ปัจจุบัน “ลั่นทมแคทลีนเรด” มีขายที่ ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับสวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ แผง “คุณนก” หน้าตึกกองอำนวยการ ราคาสอบถามกันเองครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 18 พฤศจิกายน 2553, 05:00 น.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • 487 ข่าว
  • ไม่มีรูปภาพที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่มีข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้อง

มิถุนายน 21, 2011 Posted by | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , , | ใส่ความเห็น