ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

ม็อบเกษตร-เอ็นจีโอกระบี่ ชุมนุมร้องที่ดินทำกินหลังไม่คืบ กรกฎาคม 16, 2013

http://www.thairath.co.th/content/region/345131

  • 16 พฤษภาคม 2556, 11:01 น.

Pic_345131

ม็อบเกษตร-เอ็นจีโอกระบี่ ชุมนุมเรียกร้องที่ดินทำกิน หลังไม่คืบหน้า ร้องรัฐย้ายผู้ว่าฯ-ป่าไม้ รบ.เตรียมส่ง”สุภรณ์”รับเรื่อง พร้อมจัดกำลัง ตร.100 นายคุมเชิง..

เมื่อวันที่ 16 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มเกษตรกรไร้ที่ดินทำกินภาคใต้กว่า 1,000 คน และองค์กรเอกชน (NGO) กว่า 20 องค์กรรวมตัวกันที่หน้าสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 สาขากระบี่ และหน้าที่ทำการหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ กบ.8 เมืองกระบี่ ชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาล จัดสรรที่ดินที่หมดสัมปทานจากนายทุนมาจัดสรรให้กับคนที่ไม่มีที่ทำกิน เร่งรัดคดีรื้อถอนทำลายบ้านพักของผู้ชุมนุมที่เข้ายึดสวนปาล์มที่ ต.คลองขนาน อ.เหนือคลอง หลังมีการสลายการชุมนุมเมื่อปลายปี 2555 และให้ย้าย ผอ.สำนักจัดการฯ และผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่

โดย พล.ต.ต.นันทเดช ย้อยนวล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ ได้เรียกเจ้าหน้าที่จาก สภ.ต่างๆ ในกระบี่ รวมเกือบ 100 นาย ไปเฝ้าประจำยังถนนทางเข้าสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 สาขากระบี่ และประจำในจุดต่างๆ และปิดทางเข้าบริเวณหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ กบ.8 พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับป่าไม้ เฝ้าตลอด 24 ชม. เบื้องต้นพบว่า กลุ่มผู้ชุมนุมได้เปิดเวทีผลัดกันขึ้นปราศรัยกล่าวโจมตีการทำงานของภาครัฐ ถึงการจัดสรรที่ดิน

ขณะที่นายสุรสิทธิ์ วิชัยดิษฐ ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรไร้ที่ดินทำกินจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ทางผู้ชุมนุมได้ปักหลักค้างคืนในพื้นที่ดังกล่าวตลอด 2 ข้างถนน และมีการประสานงานมาว่า ทางนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง จะเดินทางมารับหนังสือ และหารือถึงข้อเรียกร้องต่างๆ ซึ่งขณะนี้ทางผู้ชุมนุมจึงรอการเดินทางมารับเรื่อง และหารือกันในเรื่องดังกล่าว ซึ่งหากไม่คืบหน้าจะยกระดับการชุมนุมต่อไป

สำหรับพื้นที่สัมปทานใน จ.กระบี่ นั้นมีอยู่ประมาณ 7 หมื่นกว่าไร่ ได้หมดสัมปทานไปแล้วกว่าครึ่งหนึ่ง ส่วนที่เหลือจะทยอยหมดในปี 2556-2560 ซึ่งตลอด 10 ปีหลังมีมติ ครม.ออกมานั้นปรากฏว่าภาครัฐไม่ได้ดำเนินการใดๆ ปล่อยให้นายทุนเก็บผลอาสินซึ่งส่วนใหญ่เป็นปาล์มน้ำมัน รวมทั้งไม่ได้ต่อสัมปทานทำให้มองว่าที่ผ่านมาตลอด 10 ปี รัฐเสียผลประโยชน์ไปจำนวนมาก จนนำมาสู่การเข้ายึดสวนปาล์มและสลายการชุมนุมเมื่อปลายปีที่แล้ว.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวภูมิภาค
  • 16 พฤษภาคม 2556, 11:01 น.
 

นำร่องพัทลุงปลูกข้าวพื้นเมือง แซมปาล์ม-ยางพาราเปิดใหม่

http://www.thairath.co.th/content/edu/344914

  • 16 พฤษภาคม 2556, 05:00 น.

Pic_344914

หลังจากสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กรมการข้าว และมูลนิธิเครือข่ายเกษตรกรรมยั่งยืน ได้ส่งเสริมพัฒนาให้แกนนำเกษตรกรกลุ่มผู้ปลูกข้าวในพื้นที่ปลูกข้าวภาคอีสาน สุรินทร์ ยโสธร ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี และศรีสะเกษ หันมาปลูกข้าวอินทรีย์และผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว จนทำให้ข้าวอินทรีย์ภาคอีสานขายได้ราคาสูง เป็นที่ยอมรับในตลาดกลุ่มผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ

เพื่อขยายโครงการลงพื้นที่ภาคใต้ซึ่งมีปัญหานาข้าวถูกแปลงมาปลูกเป็นสวนยาง ปาล์มน้ำมันมาก ดร.วีระชัย นาควิบูลย์วงศ์ เลขาธิการ ส.ป.ก. เผยว่า ขณะนี้ ส.ป.ก.ได้ลงไปถ่ายทอดความรู้ เพื่อสร้างโรงเรียนชาวนาต้นแบบควบคู่กับส่งเสริมปลูกข้าวไร่อินทรีย์แซมในสวนปาล์มและสวนยางพาราเปิดใหม่ โดยการขุดร่องน้ำในสวนที่นอกจากได้น้ำไว้ปลูกข้าวแล้ว ยังไว้ช่วยหล่อเลี้ยงกล้ายางและปาล์มน้ำมันในสวนอีกด้วย

โดยโครงการนี้ได้เลือกจังหวัดพัทลุงนำร่อง เนื่องจากสภาพดินมีความเหมาะสม ชาวบ้านส่วนใหญ่มีรายได้ทางเดียวจากการทำสวนปาล์มหรือไม่ก็ปลูกยางพารา นอกจากจะได้ช่วยชาวบ้านลดรายจ่ายในครัวเรือน ยังช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้เสริมจากการขายข้าวอินทรีย์ในระหว่างรอเก็บเกี่ยวปาล์มและยางพาราอีกด้วย

สำหรับพันธุ์ข้าวที่นำไปส่งเสริมจะเน้นพันธุ์พื้นเมือง ข้าวสังข์หยด ข้าวเล็บนก เพราะเป็นพันธุ์ที่ปลูกได้ดีในแถบภาคใต้และเป็นที่ต้องการของตลาด.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเกษตร
  • 16 พฤษภาคม 2556, 05:00 น.
 

ม็อบเกษตรกรบุก สนง.ป่าไม้กระบี่ ทวงถามจัดสรรที่ดิน

http://www.thairath.co.th/content/region/344981

  • 15 พฤษภาคม 2556, 16:57 น.

Pic_344981

กลุ่มเกษตรกรไร้ที่ดินทำกินภาคใต้และเอ็นจีโอ กว่า 1,000 คน รวมตัวหน้าสำนักงานป่าไม้เมืองกระบี่ ทวงถามความคืบหน้าจัดสรรที่ดินที่หมดอายุสัมปทานให้เกษตรกร หลังถูกให้ออกจากพื้นที่เมื่อปลายปีที่แล้ว เรียกร้องให้ย้ายผู้ว่าฯ กระบี่ และ ผอ.ป่าไม้ ออกนอกพื้นที่…

เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 56 กลุ่มเกษตรกรไร้ที่ดินทำกินภาคใต้ นำโดย นายสุรสิทธิ์ วิชัยดิษฐ์ ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรไร้ที่ดินทำกินจังหวัดกระบี่ นายกฤษดา จิระพันธุ์ ตัวแทนเครือข่ายผู้พิทักษ์ความเป็นธรรม และกลุ่มองค์กรภาคเอกชนกว่า 20 องค์กร ในภาคใต้ พร้อมด้วยชาวบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่ถูกให้ออกจากสวนปาล์มน้ำมันของเอกชน ที่หมดอายุสัมปทาน ในพื้นที่ ต.คลองขนาน อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ เมื่อปลายปีที่แล้ว ทยอยเดินทางมาร่วมชุมนุมกว่า 1,000 คน หน้าสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 ริมถนนเพชรเกษม หมู่ 1 ต.ทับปริก อ.เมือง จ.กระบี่ โดยมีการตั้งเต็นท์ที่พัก ตั้งเวที เครื่องเสียงปราศรัย ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความสงบเรียบร้อย ป้องกันไม่ให้ผู้ชุมนุมเข้าไปภายในสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้

นายสุรสิทธิ์ กล่าวว่า การเดินทางมาครั้งนี้ เพื่อมารวมตัวแสดงถึงพลังของชาวบ้าน ที่ถูกกระทำจากเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ได้รื้อทำลายทรัพย์สินของชาวบ้าน ในช่วงที่มีการชุมนุมยึดสวนปาล์มน้ำมันช่วงปลายปีที่ผ่านมา และทวงถามความคืบหน้าการจัดสรรที่ดินสวนปาล์มน้ำมันที่หมดอายุสัมปทาน ใน จ.กระบี่ ที่มีกว่า 1 แสนไร่ ให้กับเกษตรกรไร้ที่ดินทำกิน ซึ่งปัจจุบันยังมีการเข้าเก็บเกี่ยวผลอาสินและครอบครองอยู่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ยึดพื้นที่ดังกล่าวกลับคืนมา นอกจากนั้น ยังได้มีการตั้งโต๊ะเปิดรับเรื่องร้องเรียนด้านต่างๆ แก่ผู้ที่มาร่วมชุมนุม

นอกจากนั้น ได้เรียกร้องให้ย้ายข้าราชการ 2 คน คือ นายอำนาจ สร้อยเกียว ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 สาขากระบี่ ออกจากพื้นที่ เนื่องจากวางตัวไม่เป็นกลางเอื้อผลประโยชน์ให้กับเอกชน เนื่องจากช่วงที่มีการผลักดันให้ผู้ชุมนุมออกจากสวนปาล์มน้ำมันที่หมดสัมปทาน ได้ปล่อยให้มีการเก็บเกี่ยวผลผลิตปาล์มน้ำมันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปมีส่วนร่วม และขอให้ย้าย นายประสิทธิ์ โอสถานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ออกจากพื้นที่ เนื่องจากไม่ทำหน้าที่ให้ชัดเจน โดยจะปักหลักชุมนุมยืดเยื้อจนกว่าจะได้รับคำตอบ แต่ต้องรอการประเมินสถานการณ์อีกครั้งหนึ่ง หากไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน จะตั้งเต็นท์ค้างคืนต่อไป

ขณะที่ นายอำนาจ กล่าวว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ผลักดันกลุ่มเกษตรกรสิทธิชุมชนไร้ที่ดินออกจากพื้นที่สวนปาล์มน้ำมัน ล่าสุด กรมป่าไม้มีแนวทางการดำเนินการกับพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติในพื้นที่ภาคใต้ ที่เอกชนเช่าพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน ยางพารา รวม 45 แปลง พื้นที่กว่า 289,997 ไร่ ที่หมดอายุสัมปทานไปแล้ว 18 แปลงพื้นที่ 146,480 ไร่ และจะหมดอายุสัมปทานภายในปี 2556-2560 พื้นที่ 111,887 ไร่ โดยให้เอกชนรายเดิมเช่าพื้นที่ครึ่งหนึ่ง ที่เหลือให้แต่ละจังหวัดเป็นผู้เช่าพื้นที่กับกรมป่าไม้ แล้วนำมาจัดสรรให้กับประชาชนที่ฐานะยากจน ไม่มีที่ดินทำกิน รายละ 10-15 ไร่ ที่ผ่านการคัดกรองจากระดับหมู่บ้าน ตำบล และอำเภอ ซึ่งขณะนี้ขั้นตอนอยู่ระหว่างการเสนอเรื่องให้ ครม.พิจารณา โดยพ้นขั้นตอนของกรมป่าไม้แล้ว

ส่วนที่มีการเรียกร้องจะย้ายตนกับผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่นั้น ขึ้นอยู่กับผู้บริหารระดับสูง จะพิจารณาว่ามีความผิดหรือไม่ ซึ่งทั้งตนและผู้ว่าฯ รวมถึงเจ้าหน้าที่ ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามอำนาจที่มีอยู่อย่างตรงไปตรงมาแล้ว

จากข้อมูลของสำนักงานจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 สาขากระบี่ พบว่าในพื้นที่ จ.กระบี่ มีเอกชนขอเช่าพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อปลูกยางพาราและปาล์มน้ำมัน 14 ราย รวมพื้นที่ 74,530 ไร่ และมี 10 ราย พื้นที่ 63,324 ไร่ หมดอายุสัมปทานไปแล้ว ส่วนพื้นที่อีกกว่า 29,000 ไร่ จะหมดอายุสัมปทาน ภายในปี 2556-2560

สำหรับการชุมนุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อต้นปี 2555 ทางชาวบ้านได้เข้ายึดสวนปาล์มน้ำมันของเอกชน ที่หมดอายุสัมปทานจากรัฐมาเกือบ 10 ปี แต่ยังสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ โดยเรียกร้องให้มีการจัดสรรที่ดินดังกล่าวตามมติ ครม.ปี 2546 ซึ่งมีข้อกำหนดให้นำที่ดินมาแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกให้เอกชนเช่าต่อ ส่วนที่ 2 ให้จัดสรรให้กับคนไร้ที่ดิน แต่ไม่มีความคืบหน้า ชาวบ้านจึงปักหลักในสวนปาล์มเนื้อที่กว่า 1 พันไร่ ปลูกบ้านพัก และเริ่มขัดแย้งกับคนพื้นที่ จนมีเหตุฆ่ากันเกือบ 10 ราย ต่อมาทางกรมป่าไม้มารับเรื่อง และรับว่าจะจัดสรรที่ดินให้ แต่ปลายปี 2555 ได้มีการสลายการชุมนุม และชาวบ้านได้เดินทางไปเรียกร้องเรื่องดังกล่าวกับรัฐบาลหลายครั้ง แต่ไม่คืบหน้าเช่นกัน จนกระทั่งวันนี้ได้มารวมตัว และคาดว่าหากไม่คืบหน้าอาจมีการยกระดับการชุมนุมต่อไป.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวภูมิภาค
  • 15 พฤษภาคม 2556, 16:57 น.
 

ผักกระชับ..เมืองแกลง กิโลละสองร้อย

http://www.thairath.co.th/content/edu/344699

  • 15 พฤษภาคม 2556, 05:00 น.

Pic_344699

ชาวนาบ้านทะเลน้อย อ.แกลง ระยอง แม้จะอยู่ภาคตะวันออกฝนมาก ใกล้ทะเล ทำนาได้ปีละครั้งเพราะไม่มีระบบชลประทาน แต่เก็บเกี่ยวข้าวเสร็จแล้วจะไม่ทิ้งผืนนาให้ว่างเปล่าเสียประโยชน์ หันไปปลูกพืชล้มลุกหน้าตาคล้ายวัชพืช แต่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจกับชุมชนมาก

ชาวบ้านเรียกพืชชนิดนี้ว่า…ผักกระชับหรือต้นกระชับ

เป็นไม้ล้มลุกทรงพุ่ม เมื่อต้นแก่จะออกผลสีดำ ลักษณะของผลจะมีขนแข็งๆอยู่โดยรอบ ซึ่งมีเมล็ดอยู่ภายใน เมื่อร่วงหล่นลงสู่พื้นดินจะหมกตัวอยู่ในดินที่กลบด้วยตอซังและฟางข้าว เมื่อครบ 3 เดือน เมล็ดกระชับจะงอกโผล่จากผิวดินและเจริญเติบโต

ต้นอ่อนของกระชับคล้ายถั่วงอก ลำต้นเป็นสีขาว ใบสีเขียว นำมารับประทานรสชาติอร่อยถูกปาก ที่สำคัญมีความหอมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว คนที่นี่รับประทานจนกลายเป็นผักพื้นบ้านที่มีคนนิยมบริโภคมาก

สุเนตร ช่างเหล็ก สมาชิกกลุ่มผักกระชับบ้านทะเลน้อย วัย 64 ปี บอกว่า ทุกวันนี้มีบ้านทำผักกระชับเหลือแค่ 14-15 หลัง เพราะเป็นผักที่ต้องดูแลเอาใจใส่ ใช่ว่าจะปลูกกันได้ง่ายๆ มีข้อจำกัดหลายอย่าง…ต้องใช้เวลาแช่เมล็ดในน้ำสะอาด 70-80 วัน พอได้เมล็ดที่พร้อมจะเพาะแล้ว ใช้เวลาเพาะอีก 8 วัน จึงนำมากินได้ นอกจากนี้ ระยะเวลาหลังการเพาะก็ยังเป็นเรื่องสำคัญ การให้น้ำต้องไม่มากเกินไป เพราะจะทำให้เกิดอาการเน่า ใบเน่า โคนเน่า

“ผักชนิดนี้เป็นพืชสมุนไพรที่หายาก มีปลูกแต่ที่บ้านทะเลน้อยนี้เท่านั้น ถือเป็นหนึ่งเดียวในประเทศ แรกๆก็ปลูกขายกันท้องตลาดทั่วไป กระทั่งนำมาเป็นสินค้าโอทอปของจังหวัด จนเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปเลยสร้างรายได้ให้กับกลุ่มเป็นกอบเป็นกำ เพราะราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 150-200 บาท สามารถนำมาทำเป็นอาหารได้หลายชนิด เช่น ยำกับหมูสับใส่กุ้ง เรียกว่ายำผักกระชับสด นำมาแกงส้มผักกระชับ กินดิบกับน้ำพริกกะปิก็สุดยอด ใครไปมาระยอง ต้องหารับประทานให้ได้แล้วจะรู้ว่ารสชาติอร่อยมันขนาดไหน”

นางกนกวรรณ เบญจาทิกุล ส.จ.เขตอำเภอแกลง ผู้ที่ให้การสนับสนุนกลุ่มชุมชนชาวบ้านทะเลน้อยปลูกผักกระชับคุยให้ฟัง

และด้วยเหตุที่ได้รับความนิยม มีราคาแพง แต่ปีหนึ่งปลูกได้แค่ 2 เดือน เม.ย.-พ.ค. จึงทำให้ ขณะนี้ชาวบ้านกำลังคิดหาวิธีปลูกผักกระชับให้มีจำหน่ายได้ทั้งปี…เพื่อยกระดับให้เป็นอาชีพและธุรกิจของชุมชนที่สร้างรายได้ให้ชาวบ้านได้ทั้งปี.

นพดล แสงวิไล

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นพดล แสงวิไล
  • 15 พฤษภาคม 2556, 05:00 น.
 

สหรัฐเผยโรค EMS กุ้งเด็กตายด่วน

http://www.thairath.co.th/content/edu/344488

  • 14 พฤษภาคม 2556, 05:15 น.

Pic_344488

จากสถานการณ์เกิดอาการตายด่วนในกุ้งทะเล ดร.วิมล จันทรโรทัย อธิบดีกรมประมง เผยว่า ล่าสุดมีรายงานเผยแพร่ของ Dr.Donald Lightner มหาวิทยาลัย Arizona สหรัฐอเมริกา ระบุสาเหตุของโรค EMS ในกุ้งขาว เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Vibrio parahaemolyticus ที่มี ไวรัสอาศัยอยู่ จึงทำให้แบคทีเรียสามารถผลิตสารพิษทำลายเนื้อเยื่อตับซึ่งเกิดขึ้นกับกุ้งที่ลงเลี้ยงในเดือนแรก

และจากการประเมินสถานการณ์ของการเลี้ยงกุ้งของไทย ในเดือนกุมภาพันธ์เปรียบเทียบกับเดือนมีนาคม มีกุ้งที่ตายในเดือนแรกของการเลี้ยงลดลงจากร้อยละ 20 เหลือเพียงร้อยละ 8.5 แสดงให้เห็นว่าสถานการณ์ดังกล่าวเริ่มคลี่คลายในทิศทางท่ีดีขึ้น

สำหรับความกังวลในประเทศผู้นำเข้ากุ้งแช่แข็งที่เกรงว่าเชื้อตัวนี้จะแพร่กระจายไปยังกุ้งมีชีวิต อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ขอให้คลายความวิตกได้ เนื่องจากกุ้งที่ตายด้วย EMS เป็นกุ้งขนาดเล็กไม่ได้อยู่ใน ระบบการค้าระหว่างประเทศ อีกทั้งทีมวิจัยพบว่า กุ้งแช่แข็งที่มีเชื้อตัวนี้จะตายเมื่อผ่าน กระบวนการละลาย และไม่สามารถแพร่ระบาดไปยังกุ้งมีชีวิตได้ และไวรัสสายพันธุ์ที่ก่อให้เกิด EMS  ไม่ทำให้เกิดโรคท้องร่วงในคนซึ่งได้รับการยืนยันจาก Dr.Iddya Karunasagar ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยด้านอาหารทะเลขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO).

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเกษตร
  • 14 พฤษภาคม 2556, 05:15 น.
 

ประกาศ ‘ฤดูน้ำแดง’ ห้ามจับปลาน้ำจืดวางไข่

http://www.thairath.co.th/content/edu/344485

  • 14 พฤษภาคม 2556, 05:00 น.

Pic_344485

ไม่เพียงจะมีกฎหมายห้ามจับปลาฤดูวางไข่ในทะเล ยังมีประกาศห้ามจับปลาน้ำจืด ในช่วง “ฤดูน้ำแดง” หรือช่วงที่ฝนตกชะหน้าดินลงมามาก ซึ่งเหมาะแก่การขยายพันธุ์ของปลาน้ำจืดอีกด้วย

สำหรับปีนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ออกประกาศห้ามทำการประมงด้วยเครื่องมือทำการประมงทุกชนิดจับสัตว์น้ำจืดในแหล่งน้ำธรรมชาติทุกจังหวัด ตั้งแต่ 16 พ.ค.-15 ก.ย. ยกเว้นการทำประมงด้วยเครื่องมือ ตะแกรง สวิง ช้อน ยอ ชนาง ที่มีขนาด ปากกว้างไม่เกิน 2 เมตร, ห้ามใช้ ไซ ตุ้ม อีจู้ ลัน โปง โทง เดินประดาหน้าพร้อมกันสามเครื่องมือ, ส่วนเบ็ดใช้ได้ทุกชนิด ยกเว้นเบ็ดราว

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสภาพภูมิอากาศของไทยแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน  จึงมีการกำหนดฤดูห้ามจับปลาน้ำจืดวางไข่ขึ้นเป็นการเฉพาะใน 10 จังหวัดอีกด้วย

1 พ.ค.-31 ส.ค. ห้ามทำการประมงปลาน้ำจืดในพื้นที่ นครนายกและพังงา, 1 มิ.ย.-30 ก.ย. ห้ามจับในพื้นที่ ลำพูน ลำปางและนครราชสีมา, 16 มิ.ย.-15 ต.ค. ห้ามในพื้นที่หนองบัวลำภู, 16 มิ.ย.-15 ต.ค. อุดรธานีและขอนแก่น, 1 ก.ย.-31 ธ.ค. ห้ามในพื้นที่ จ.นราธิวาส และ 1 ต.ค.-31 ม.ค. ห้ามในพื้นที่ จ.พัทลุง หากผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 5,000-10,000 บาท หรือจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือทั้งจำทั้งปรับ อีกทั้งกรมประมงได้จัดงานวันคุ้มครองปลาน้ำจืดมีไข่ ในวันที่ 16 พ.ค.นี้ บริเวณหน้าวัดพฤกษะวัน อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเกษตร
  • 14 พฤษภาคม 2556, 05:00 น.
 

ด้วงแรดระบาดในสวนปาล์ม เกษตรกรเร่งกำจัด

http://www.thairath.co.th/content/region/344542

  • 13 พฤษภาคม 2556, 17:03 น.

Pic_344542

เกษตรกร จ.กระบี่ เร่งกำจัดด้วงแรด หลังพบระบาดในสวนปาล์มน้ำมัน เกษตรจังหวัดแนะเร่งกำจัด แจงด้วงแรดจะไปทำลายต้นปาล์มที่เพิ่งปลูกใหม่ในพื้นที่ใกล้เคียง…

วันที่ 13 พ.ค.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกษตรกรในพื้นที่ จ.กระบี่ เตรียมทำลายทิ้งต้นปาล์มน้ำมันที่อายุมากเกินกว่า 20 ปี ซึ่งมีความสูงประมาณ 4 เมตรขึ้นไป ด้วยการใช้รถสับ หรือการเจาะรูใส่ยาฆ่าตอเพื่อให้ยืนต้นตาย เพื่อตัดวงจรการเจริญเติบโตของด้วงแรด ศัตรูที่สำคัญทั้งต้นปาล์มที่อายุไม่ถึง 3 ปี หรือต้นมะพร้าว โดยลักษณะของด้วงชนิดนี้จะมีการเจริญเติบโต โดยการที่ตัวแม่จะเจาะรูในต้นปาล์มที่ตายแล้ว จากนั้นจะเข้าไปวางไข่ เมื่อโตเต็มที่ก็จะบินไปหากินยังต้นอื่น ซึ่งส่วนใหญ่จะลงไปเจาะต้นปาล์มน้ำมันในบริเวณใกล้เคียงเพื่อเติบโต ซึ่งก็จะทำลายต้นปาล์มอ่อนในที่สุด

นายวีระศักดิ์ เกิดแสง เกษตรจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า เพื่อเป็นการเฝ้าระวังการระบาดของด้วงแรด ขอให้เกษตรกรออกสำรวจแปลงปลูกปาล์มน้ำมันอย่างสม่ำเสมอ และหากพบการระบาดให้รีบกำจัดทันที โดยที่ลักษณะการทำลายของด้วงแรดตัวเต็มวัยจะบินขึ้นไปกัดเจาะโคนทางใบ ทำให้ทางใบหักง่าย และหากกัดเจาะทำลายยอดอ่อน ทำให้ทางใบที่เกิดใหม่ไม่สมบูรณ์ มีรอยขาดเป็นริ้วๆ คล้ายรูปสามเหลี่ยม ถ้าโดนทำลายมากจะทำให้ใบที่เกิดใหม่แคระแกร็น และรอยแผลที่ถูกด้วงแรดกัดจะเป็นช่องทางให้ด้วงงวงมะพร้าวเข้ามาวางไข่ ซึ่งจะทำให้เกิดโรคยอดเน่าจนตายได้ในที่สุด

สำหรับแนวทางการป้องกันกำจัดด้วงแรดนั้นมีหลายวิธี ทั้งการกำจัดต้นปาล์มหรือกองปาล์ม จัดทำกองปุ๋ยหมักล่อแล้วฆ่าด้วยเชื้อราเขียว ซึ่งเชื้อราจะเจริญเติบโตอยู่ในกองปุ๋ยหมัก เมื่อด้วงแรดลงมาวางไข่ในกองปุ๋ยหมักก็จะถูกเชื้อราเขียวเข้าทำลายหนอนดักแด้ โดยตัวหนอนด้วงแรดจะมีลำตัวสีเขียวคล้ำและตายในที่สุด แต่จะไม่มีผลต่อปุ๋ยหมักที่ทำขึ้น ยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวภูมิภาค
  • 13 พฤษภาคม 2556, 17:03 น.