ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

“จำปาลูกผสมใหม่” ต้นเตี้ย ดอกดก หอมแรง กุมภาพันธ์ 14, 2013

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/323496

31 มกราคม 2556, 05:00 น.
Pic_323496

จำปาลูกผสมใหม่ เพิ่งพบมีต้นวางขายมีภาพถ่ายจากต้นจริงมีดอกดกเต็มต้นสวยงามมาก ผู้ขายบอกว่า เป็นลูกผสมใหม่ด้วยเกสรระหว่าง จำปาแคระ กับ รัศมีจำปา เมื่อนำต้นที่เพาะได้จากเมล็ดไปปลูกเลี้ยง ปรากฏว่าต้นเตี้ยแจ้สูงเพียง 1-1.5 เมตร คล้ายกับลำต้นของจำปาแคระ มีทรงพุ่มสวยงาม ออกดอกง่ายและดอกดกมาก ดอกเป็นสีเหลืองทองเหมือนสีของดอกรัศมีจำปา และที่สำคัญรูปทรงของกลีบดอกจะเรียวยาวกว่าสายพันธุ์พ่อและแม่อย่างชัดเจน ดอกมีกลิ่นหอมแรง เจ้าของ จึงขยายพันธุ์ไปทดลองปลูกอีกทอดหนึ่ง ปรากฏว่าทุกอย่างยังคงที่และเชื่อได้ว่ากลายพันธุ์แบบถาวรแน่นอนแล้ว เลยตั้งชื่อว่า “จำปาลูกผสมใหม่” และขยายพันธุ์ตอนกิ่งออกวางขายดังกล่าว

จำปาลูกผสมใหม่ อยู่ในวงศ์ MAGNOLIACEAE เป็นไม้พุ่มสูง 1-1.5 เมตร แตกกิ่งก้านสาขาเป็นพุ่มกว้าง ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเวียนสลับ รูปรีหรือรูปไข่แคบ ปลายใบแหลมเป็นติ่ง โคนใบมน เนื้อใบหนา สีเขียวสด

ดอก ออกเป็นดอกเดี่ยวๆ ตามซอกใบ มีกลีบดอก 3 ชั้น กลีบดอกเป็นรูปใบหอกค่อนข้างยาว เป็นสีเหลืองอมส้ม หรือ สีเหลืองทอง มีเกสรตัวผู้และตัวเมียจำนวนมาก ดอกมีกลิ่นหอมแรงมากในช่วงเช้า พอสายกลิ่นหอมจะจางลงตามธรรมชาติ ซึ่ง “จำปาลูกผสมใหม่” มีดอกดกมาก ทำให้เวลา มีดอกบานพร้อมกันทั้งต้นดูงดงามอร่ามตาและส่งกลิ่นหอมเป็นที่ประทับใจยิ่ง “ผล” เป็นผลกลุ่ม ทรงผลค่อนข้างกลม มีหลายเมล็ด ดอกออกเกือบตลอดปี ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดและตอนกิ่ง

ปัจจุบันมีต้นขาย ที่ตลาด นัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ แผง “คุณตุ๊ก” หน้าตึกกองอำนวยการ มีต้นจำปาอมาวสีขายด้วย หรือไปซื้อที่งานเกษตรแห่งชาติที่ ม.เกษตรฯ บางเขน กทม. วันที่ 31 ม.ค.-9 ก.พ.56 โซน H79–80 ประตู 3 ครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 31 มกราคม 2556, 05:00 น.
 

“กล้วยไข่เกษตรศาสตร์ 2″ หวีดกเนื้ออร่อย

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/323255

30 มกราคม 2556, 05:00 น.
Pic_323255

กล้วยไข่ชนิดนี้ ได้รับการพัฒนาพันธุ์ขึ้นมาใหม่ ซึ่งมีด้วยกันหลายเบอร์ และ “กล้วยไข่เกษตรศาสตร์ 2” หรือ เบอร์ 2 จะมีลักษณะดีที่สุด คือ เวลาติด เครือจะยาวและใหญ่กว่าเครือของกล้วยไข่ทั่วไป ทำให้สามารถตัดเครือส่งออกขายได้ทุกหวี ที่สำคัญผลิตผลต่อหวีที่ติดกับเครือจะมีจำนวนหวีเพิ่มมากขึ้นกว่าหวีของกล้วยไข่สายพันธุ์ดั้งเดิมอย่างชัดเจน

ส่วน ลักษณะผลก็แตกต่างจากกล้วยไข่ทั่วไปด้วย คือ ผลจะอ้วนป้อม ปลายทู่หรือมน ผลยาวเพิ่มขึ้น เนื้อเมื่อสุกเป็นสีเหลือง เนื้อแน่นคล้ายเนื้อกล้วยหอม แต่ “กล้วยไข่เกษตรศาสตร์ 2” จะไม่มีแกนกลาง รสชาติหวานประมาณ 22–23 องศาบริกซ์ การเรียงตัวของหวีที่ติดเครือ สวยงามมาก ผลในหวีไม่เกยกัน ทำให้กำลังเป็นที่นิยมปลูกเพื่อเก็บผลรับประทานและปลูกเพื่อเก็บผลจำหน่ายสร้างรายได้อย่างแพร่หลายในเวลานี้

กล้วยไข่เกษตรศาสตร์ 2 จัดอยู่ในกลุ่มพันธุ์แท้ของกล้วยป่า หรือพันธุ์ที่ได้กลายพันธุ์ไปจากพันธุ์แท้ แต่ยังมีลักษณะของพันธุ์แท้อยู่มาก จัดในกลุ่มย่อยชื่อ SUCRIER ลำต้นเทียมสูง 2.5 เมตร ก้านช่อดอกมีขนอ่อน ใบประดับปลีเป็นรูปไข่ม้วนงอขึ้น ปลายแหลม ด้านบนสีแดงอมม่วง ด้านล่างสีซีด เครือหนึ่งมีประมาณ 8–10 หวี หวีหนึ่งมี 14 ผล เป็นอย่างต่ำ ผลสุกเป็นสีเหลือง รสชาติหวานหอมอร่อยมาก ขยายพันธุ์ด้วยหน่อ

ใคร ต้องการหน่อไปปลูกติดต่อ “สวนสมศักดิ์การเกษตร” 86 หมู่6 ต.ไม้เด็ด อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ซึ่งมีกิ่งตอน “ขนุนเพชรดำรง” จำหน่าย ด้วย โทร. 08–1948–4916 หรือไปซื้อที่งานเกษตรแห่งชาติ จัดขึ้นที่ม.เกษตรฯ บางเขน กทม.ระหว่างวันที่ 31 ม.ค.-9 ก.พ.56 โซน H 40–41 โซน J 18–19 และที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณโครงการ 19 แผง “นายดาบสมพร” ราคาสอบถามกันเอง ปลูกได้ในดินทั่วไป หลังติดเครือควรตัดต้นเพื่อให้แทงหน่อใหม่ขึ้นมาแทนต้นเก่าครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 30 มกราคม 2556, 05:00 น.
 

“มะม่วงยายกล่ำ” กับแหล่งกำเนิดและอร่อย

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/323027

29 มกราคม 2556, 05:00 น.
Pic_323027

จังหวัดนนทบุรี เป็นแหล่งปลูกผลไม้หลากหลายชนิด ซึ่งถือเป็นแหล่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย และที่คนทั่วไปรู้จักจนเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดนนทบุรีคือ ทุเรียน ชื่อดังหลายสายพันธุ์ แต่อย่างไรก็ตามมะม่วงก็เป็นไม้ผลอีกอย่างหนึ่งที่เกษตรกรในจังหวัดนนทบุรีนิยมปลูกควบคู่กับทุเรียนมาแต่โบราณแล้ว และ “มะม่วงยายกล่ำ” เป็นสายพันธุ์หนึ่งจัดอยู่ในระดับแถวหน้าได้รับความนิยมปลูกนิยมรับประทานอย่างกว้างขวางเฉพาะถิ่นอย่างแพร่หลายมาช้านานแล้ว เนื่องจากเป็นมะม่วงกินสุกที่มีรสหวานหอมอร่อยมาก ในยุคนั้นนิยมนำผลสุกเป็นของฝากสำหรับเพื่อนฝูงต่างถิ่น เป็นที่ชื่นชอบของผู้รับยิ่งนัก ปัจจุบันนานๆครั้งจึงจะมีผลขายและถูกผู้ซื้อเหมาเรียบในเวลาไม่นานนัก

มะม่วงยายกล่ำ เป็นไม้ยืนต้น สูง 8-10 เมตร ทรงพุ่มปานกลาง ใบออกเรียงสลับหนาแน่นที่ปลายยอด ใบรูปเรียวแหลมและมีขนาดใบเล็กยาว สีเขียวสด

ดอก ออกเป็นช่อที่ปลายยอด แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมาก ดอกเป็นสีนวล มีกลิ่นหอม “ผล” รูปกลมป้อมคล้ายผลมะม่วงแก้ว แต่จะอวบอ้วน สั้น และมีโหนกที่สูงกว่าอย่างชัดเจน ผลเมื่อโตเต็มที่ระหว่าง 4 ผลต่อ 1 กิโลกรัม ผลดิบสีเขียว รสเปรี้ยว ผลสุกเป็นสีเหลือง เมล็ดเล็ก เนื้อสุกเป็นสีเหลืองอมส้ม รสชาติหวาน 18 องศาบริกซ์ เนื้อไม่เละมีเสี้ยนน้อย รับประทานกับข้าวเหนียวมูน หรือ ข้าวเหนียวนึ่งสุกใหม่ๆ ร้อนๆ อร่อยมาก ติดผลดกปีละครั้งตามฤดูกาล ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดและตอนกิ่ง

ปัจจุบัน เพิ่งพบมีผู้นำกิ่งพันธุ์ออกวางขายที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณ แผง “คุณภิญโญ” ตรงกันข้ามโครงการ 9 และนำไปขายที่ งานเกษตรแห่งชาติ จัดขึ้นที่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กทม.ระหว่างวันที่ 31 ม.ค.—9 ก.พ. 56 โซน H 141–142 ราคาสอบถามกันเองครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 29 มกราคม 2556, 05:00 น.
 

“ขนุนทองอินโดแคระ” ดกเนื้อ กรอบอร่อย

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/322862

28 มกราคม 2556, 05:00 น.
Pic_322862

ขนุนชนิดนี้ มีถิ่นกำเนิดจาก ประเทศอินโดนีเซีย ถูกนำเข้ามาปลูกและขยายพันธุ์ในประเทศไทยนานกว่า 3-4 ปีแล้ว และได้รับความนิยมจากผู้ปลูกผู้รับประทานแพร่หลายเรื่อยมาจนกระทั่งปัจจุบัน เนื่องจาก  “ขนุนทองอินโดแคระ” มีความเป็นพิเศษคือ ขนาดของต้นไม้ไม่สูงมากนักระหว่าง 3–4 เมตรเท่านั้น ลำต้นอวบอ้วนและใหญ่ จัดเป็นขนุนสายพันธุ์เบา ให้ผลผลิตเร็ว ใช้เวลาปลูกเพียง 1–2 ปี จะออกดอกและติดผลได้เป็น ชุดแรก และติดผลดกได้เรื่อยๆ เกือบตลอดปี  ซึ่งจากการที่มีผลดกนี่เอง ทำให้ผู้ปลูกตัดเอาผลอ่อนที่มีมากเกินไปจากต้นไปจำหน่ายให้ผู้ซื้อไปปรุงอาหารจำพวก แกงขนุน ยำขนุน หรือซุปขนุน ได้อีกด้วย

ส่วนรูปทรงของผลจะมีลักษณะกลมรีเล็กน้อยดูสวยงามดี ที่สำคัญแต่ละผลเมื่อโตเต็มที่จะ มีน้ำหนักเฉลี่ยเพียง 2–5 กิโลกรัม ต่อผลเท่านั้น และเป็นน้ำหนักพอเหมาะที่ผู้ซื้อทั้งผลนำพากลับบ้านได้ง่ายไม่หนักเกินไป เมื่อถึงบ้านผ่าผลแกะเอาเนื้อสุกรับประทานได้สะดวกเพราะขนาดผลไม่ใหญ่เกินไปนั่นเอง เนื้อผลสามารถรับประทานได้หมดพอดีกับทุกคนในครอบครัวแบบไม่มีเหลือ  ปัจจุบันตลาดในประเทศจีนกำลังเป็นที่ต้องการสูงมาก

เนื้อ ผลของ “ขนุนทองอินโดแคระ” มีรสชาติหวานกรอบมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เนื้อเป็นสีเหลืองทอง เมล็ดเล็ก ยางและซังเป็นเส้นๆน้อยมาก ปริมาณเนื้อ 50 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักผล  เนื้อสุกงอมไม่เละ  รับประทานอร่อย มาก สามารถปลูกลงกระถางขนาดใหญ่ทำเป็นไม้ประดับได้ ขยายพันธุ์ด้วยวิธีติดตา ทำให้ต้นแข็งแรงทนโรคทนแล้งได้ดี มีรากแก้วเยอะ ใครต้องการกิ่งพันธุ์ ไปปลูกติดต่อ “คุณประภาส สุภาผล” 33/4 หมู่ 7 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โทร. 08–8533–2299 หรือที่งานเกษตรแห่งชาติ จัดขึ้นที่ ม.เกษตรฯ บางเขน กทม. ระหว่างวันที่ 31 ม.ค.–9 ก.พ. 56 บริเวณร้าน สวนประภาสไม้ผล โซน H. 125–126 ราคาสอบถามกันเองครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 28 มกราคม 2556, 05:00 น.
 

“สมอไทยจัมโบ้” ผลใหญ่มาก

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/322223

25 มกราคม 2556, 05:00 น.
Pic_322223

โดยธรรมชาติของสมอไทยที่พบขึ้นตามป่าทุกภาคของประเทศไทย มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า MYROBALAN WOOD, TERMINALIA CHEBULA RETZ. อยู่ในวงศ์ COMBRETACEAE เป็นไม้ต้นสูง 20-25 เมตร ใบเดี่ยว ออกตรงกันข้าม รูปวงรี ใบมีขนาดใหญ่ สีเขียวสด ดอกออกเป็นช่อที่ซอกใบและปลายยอด เป็นดอกสมบูรณ์เพศ กลีบดอกสีเหลือง “ผล” รูปกลมรีมีสัน 5 สัน ติดผลเป็นพวง ผลโตเต็มที่ประมาณปลายนิ้วหัวแม่มือผู้ใหญ่ รสฝาด นิยมรับประทานและใช้เป็นสมุนไพรมาแต่โบราณแล้ว ซึ่งสมอไทยดังกล่าวใช้เวลาปลูกนาน 7–8 ปี จึงจะติดผล

ส่วน “สมอไทยจัมโบ้” เป็นพันธุ์ที่ถูกคัดพันธุ์จากสมอไทยทั่วไปด้วยการเสียบยอดและปลูกหลายครั้งหลายทอด จนทำให้ได้ผลขนาดใหญ่

ขึ้นถึง 2 เท่า หรือใหญ่เกือบเท่าไข่ไก่ จึงถูกตั้งชื่อตามขนาดของผลว่า “สมอไทยจัมโบ้” ดังกล่าว และที่สำคัญจะสามารถติดผลหลังปลูกเพียง 2 ปี เท่านั้น ไม่ต้องใช้เวลานานเหมือนพันธุ์ดั้งเดิม สรรพคุณทางยาของสมอไทยทั่วไป ตำรายาไทยใช้ผลดิบเป็นยาระบาย ขับเสมหะ แก้บิด แก้ไข้ และเป็น 1 ใน 3 สูตรยา “ตรีผลา”

ใคร ต้องการต้นพันธุ์ติดต่อ “คุณกิติ ชุ่มสกุล” 37/1 หมู่ 4 ต.ท่าตลาด อ.สามพราน จ.นครปฐม โทร.08–1943–2231 หรือไปซื้อที่ งานเกษตรแห่งชาติ จัดขึ้นที่ ม.เกษตรฯ บางเขน กทม. ระหว่างวันที่ 31 ม.ค.-9 ก.พ.56 ร้านไร่ขิงพันธุ์ไม้ โซน เอฟ 57–60 ประตู 1 ด้านถนนงามวงศ์วาน เลี้ยวซ้าย 30 เมตร ราคาสอบถามกันเอง

เมื่อ ครั้งพุทธกาล พระพุทธเจ้าบัญญัติให้สงฆ์สาวกฉันผลสมอไทยชนิดดองแช่น้ำมูตรโค หรือน้ำมูตรตัวเอง เป็นยาแก้ปวดตามข้อและกระดูก ทำให้แข็งแรง แก้อ่อนเพลียได้ดีมาก ในสรรพคุณแผลง ระบุว่ากินผลสดสมอไทยแก้ไข้เพื่อเสมหะได้ แก้ลมจุกเสียด มีคุณเสมอกันกับผลมะขามป้อมและเกลือสินเธาว์ครับ.
“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 25 มกราคม 2556, 05:00 น.
 

“มะนาวเพชรโพธิ์งาม” ดกทั้งปีทนโรคดีน้ำเยอะ

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/321979

24 มกราคม 2556, 05:00 น.
Pic_321979

ปัจจุบัน เกษตรกรที่มีอาชีพขยายพันธุ์ไม้ผลชนิดต่างๆจำหน่าย มักมีไม้กลายพันธุ์ใหม่ๆออกสู่ตลาดอย่างกว้างขวางและมากมาย ซึ่ง “มะนาวเพชรโพธิ์งาม” เป็นอีกชนิดหนึ่งที่เจ้าของผู้เพาะพันธุ์เปิดเผยว่า เป็นมะนาวกลายพันธุ์ที่เกิดจากการนำเอาเมล็ดของ มะนาวเกษตรไร้เมล็ด ไปเพาะจนแตกต้น นำไปปลูกเลี้ยงจนโตและติดผล ปรากฏว่าแต่ละต้นบางผลจะมีเมล็ดบ้างเพียง 1-2 เมล็ด แต่ส่วนใหญ่จะไม่มีเมล็ด

ลำต้น เจริญเติบโตได้เร็ว ติดผลดกมากเป็นพวง รูปทรงของผลกลมสวย และ มีขนาดใหญ่ เปลือกบาง ให้น้ำเยอะ รสเปรี้ยวจัด มีกลิ่นหอมเหมือนกับน้ำมะนาวพันธุ์แป้นทั่วไป ที่สำคัญต้นและผลทนต่อโรค “แคงเกอร์” ได้ดีมาก เจ้าของผู้เพาะพันธุ์เชื่อว่าเป็นมะนาวกลายพันธุ์และเป็นพันธุ์ใหม่อย่างแน่นอน จึงตอนกิ่งนำไปปลูกทดสอบสายพันธุ์เพื่อให้แน่ใจอีกครั้ง ปรากฏว่า เมื่อต้นโตจนติดผลดกเหมือนเดิมทุกอย่างจนมั่นใจว่าเป็นพันธุ์ที่นิ่งแล้ว เลยตั้งชื่อว่า “มะนาวเพชรโพธิ์งาม” พร้อมทำการขยายพันธุ์ทำกิ่งด้วยวิธีทาบกิ่งกับตอส้มโอออกจำหน่ายได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน

ใคร ต้องการกิ่งพันธุ์ไปปลูกติดต่อ “คุณวิวัฒน์ มาบุญ” ที่ 206 หมู่ 7 ต.โพธิ์งาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี โทร.08–5974–2554 หรือไปซื้อที่ ตลาดนัดสนามหลวง 2 และที่ งานเกษตรแห่งชาติ จัดขึ้นที่มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ บางเขน กทม. ระหว่างวันที่ 31 ม.ค.–9 ก.พ.56 บริเวณโซน H 115–116 ร้าน “วิวัฒน์พันธุ์ไม้” ราคาสอบถามกันเอง

มะนาวเพชรโพธิ์งาม ปลูกได้ในดินทั่วไป หลังปลูกจะให้ผลผลิตชุดแรกใน 1 ปี และจะติดผลดกอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี เนื่องจากกิ่งพันธุ์ที่วางขายจะมีรากแก้วดีแล้ว จึงเป็นมะนาวอีกสายพันธุ์หนึ่งที่เหมาะจะปลูกเพื่อเก็บผลรับประทานในครัวเรือนและปลูกเป็นเชิงพาณิชย์เก็บผลขายได้คุ้มค่า เนื่องจากเป็นพันธุ์ที่ติดผลดกทั้งปีนั่นเองครับ.
“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 24 มกราคม 2556, 05:00 น.
 

“มะเหมี่ยวราชินีสีทอง” หวานอร่อยใบด่างสวย

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/321742

23 มกราคม 2556, 05:00 น.
Pic_321742

มะเหมี่ยวชนิดนี้ เกิดจากการกลายพันธุ์แบบถาวรตามธรรมชาติ โดยเมื่อประมาณ 11 ปี ที่ผ่านมา “คุณกิติ ชุมสกุล” เจ้าของ ไร่ขิงพันธุ์ไม้ บ้านเลขที่ 37/1 หมู่ 7 ต.ท่าตลาด อ.สามพราน จ.นครปฐม ได้ปลูกชมพู่มะเหมี่ยวพันธุ์ทั่วไปหลายต้นจนมีดอกแล้วแมลงบินไปกินน้ำหวานจากดอก ผสมเกสรจากต้นนั้นสู่ต้นนี้ เมื่อติดผลนำเอาเมล็ดที่ได้ไปเพาะขยายพันธุ์หลายต้น ปรากฏว่ามีอยู่ต้นหนึ่งมีลักษณะทางพฤกษศาสตร์แปลกคือใบอ่อนจะเป็นสีชมพูอมแดงหรือแดงเข้ม เป็นใบด่างกว่า 50–70 เปอร์เซ็นต์ของผิวใบ ใบเริ่มแก่สีจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้ม ส่วนที่เป็นสีชมพูจะกลายเป็นสีเหลืองอ่อนถึงสีเหลืองทองน่าชมมาก ลักษณะใบไม่คงที่คล้ายใบโกสนแปลกตายิ่ง จึงถูกตั้งชื่อว่า “มะเหมี่ยวราชินีสีทอง” ดอก เป็นสีชมพูเหมือนดอกมะเหมี่ยวทั่วไป ออกตามกิ่งก้าน

ผลรูปค่อนข้างยาว หรือรูปสามเหลี่ยมมน ฉ่ำน้ำ ผลเป็นสีชมพูหรือแดงอมม่วง ผล เมื่อแก่หรือสุกจะมีรสชาติหวานหอมเหมือนกลิ่นแอปเปิ้ล มีเมล็ด ติดผลปีละครั้งช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน ทุกปี ขยายพันธุ์ด้วย เมล็ดและต่อยอด ซึ่ง “มะเหมี่ยวราชินีสีทอง” นอกจากจะปลูกเพื่อเก็บผลรับประทานในครัวเรือนได้อร่อยแล้ว ยังสามารถปลูกเป็นไม้ประดับในบริเวณบ้านได้สวยงามแปลกตาอีกด้วย

ใครต้องการต้นพันธุ์ไปปลูกติดต่อ “คุณกิติ ชุมสกุล” ได้ตามสถานที่ที่กล่าวข้างต้น โทร.08–1943–2231 หรือไปซื้อที่ งานเกษตรแห่งชาติ จัดขึ้นที่ ม.เกษตรฯ บางเขน กทม. ระหว่างวันที่ 31 ม.ค.–9 ก.พ. 56 บริเวณ โซนเอฟ 57–60 ประตูทางเข้าที่ 1 ด้านติดกับถนนงามวงศ์วานเข้าไป 30 เมตร ราคาสอบถามกันเอง

ประโยชน์ทางยา ราก ของมะเหมี่ยวทั่วไปต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้คัน แก้ไข้ แก้บิด ขับปัสสาวะ เปลือกของราก ต้มน้ำดื่มเป็นยาขับประจำเดือน ใบสด เคี้ยวกินแก้บิด  ยอดอ่อน รับประทานเป็นผักสดกับน้ำพริกทั่วไปรสชาติอร่อยมากครับ.
“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 23 มกราคม 2556, 05:00 น.