ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

ขนมครก (เข้าวัง) กันยายน 22, 2014

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/451773

โดย ดร.ธนา ทุมมานนท์ 21 ก.ย. 2557 21:42

เรื่องช่อง 3 คงจบสิ้นยากขึ้น เมื่อเคเบิลท้องถิ่นร่วมยืนฟ้องศาลปกครองขอคุ้มครอง โดยอ้างประชาชน คำถามผมวันนี้คงต้องถาม กสทช. ว่าจะเอาถูกต้องหรือเอาถูกใจ เพราะถ้าเอาถูกใจคงต้องยอมให้ช่อง 3 ออกอากาศต่อไป แต่ที่ไม่จบคือ ทีวีดิจิตอลคงต้องขอไม่จ่ายค่าสัมปทานบ้าง เพราะอย่างไร กสทช.แค่เสือกระดาษทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว รอให้ช่อง 3 กลับมาสู่ทีวีดิจิตอลก่อนค่อยว่ากัน หรือถ้าเอาถูกต้อง เดินหน้าเอาเรื่องที่ถูกต้องทำงาน ใครถูกใครผิดว่าไปตามนั้น ส่วนช่อง 3 เล่มตามเกมหน่อยครับ ไม่งั้นจะกลายเป็นผู้ผูกขาดธุรกิจ ก็จะไปผิดอีกข้อในกฎ กสทช.  ส่วน กสทช. ก็ง่ายครับ ใครฟ้องตอนนี้ก็พักใบอนุญาตไปก่อน รอให้นิสัยดีก่อน ค่อยกลับมาให้บริการ งานนี้ขอบอกจากวงในว่า “รับงานมาแน่ๆ”

วันนี้นึกถึงก็หงุดหงิดแล้ว ตอนเช้าว่าจะไปหาเป็ดร้านจิบกี่ ที่เป็นเป็ดย่างที่ขึ้นชื่อมากของนางเลิ้ง แต่ไปถึงบ่ายโมงตรง ทำความสะอาดร้านปิดซะงั้น ไม่ให้หงุดหงิดได้อย่างไร ส่วนบ่ายว่าจะไปดูหนังเสียหน่อย เรื่อง “สมิง” ว่าผลงานของคนที่ไทยที่ทำ green screen กับเสือ graphic กลับดันเหลือโรงเดียว อังคารนี้เป็นไงต้องไปดูให้ได้ เพราะอยากเห็นงานชัดๆ เพราะสิ่งที่เขาใช้คือเทคนิคหนึ่งของไทยรัฐทีวีที่ใช้ในปัจจุบัน อยากรู้ว่าเข้าใจ มีองค์ความรู้อย่างไร แน่นอนครับวันนี้เราหน้าจะก้าวข้ามสิ่งใดสิ่งหนึ่งมาแล้ว ไม่รู้มากหรือน้อย

ส่วนวันนี้ได้ฤกษ์ที่จะไปหาของกินเป็นขนมครก อย่าเพิ่งหมดใจอ่านน่ะครับเพราะขนมครกครั้งนี้ถูกเลือกให้นำเข้าวัง ถวายกับเชื้อพระวงศ์มาแล้ว ไม่แน่จริงคงไม่โดนเลือกจากต้นเครื่อง ให้ลองทำถวาย ได้ที ที่นี่มีขนมครกที่ขายอยู่ข้างถนน ตรงข้ามตลาดราชวัตร ขายเฉพาะกลางคืนเสียด้วย เย็นๆ 5 โมงถึงไม่เกิน 3 ทุ่ม เป็นอันว่าหมดอดกิน ผมไปลองเดินหา ได้ชื่อขนมครกเจ้านี้มาจากรุ่นพี่คนหนึ่ง ต้องบอกเลยว่า รสชาติสมแล้วที่ได้เข้าไปถวาย เนื้อแป้งกับกะทิที่เป็นหน้าเข้ากันมาก ที่ร้านยังดัดแปลงใส่หน้าต่างๆ เช่น ฝอยทอง เม็ดบัว แปะก๊วย พุทราจีน แหมได้ใจใครที่ชอบของที่เรียกว่า ฟิวชั่นหน่อย ส่วนผมชอบอะไรที่ออริจินัล แค่เนี้ยพอแล้ว ได้ใจไปเต็มๆ

ร้านอยู่ที่ ถนนนครไชยศรี (อยู่เยื้องๆ กับ 7-11 ฝั่งตรงข้ามตลาดราชวัตร) ถนนนครไชยศรี , ดุสิต , กรุงเทพมหานคร 10300  โทรไปก่อนที่ 08-1916-0974, 0-2241-3840, 0-2591-5998

Rating : ต้องกินก่อนตาย

เรื่องและภาพโดย
ดร.ธนา ทุมมานนท์
www.facebook.com/baypalace

 

“เป็ดพะโล้” เจ้าพ่องู!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/451513

โดย อาเหม่ง 21 ก.ย. 2557 05:01

เป็ดเนื้อแน่น นํ้าพะโล้เข้มข้น.

มีพรรคพวกแนะนำให้ไปชิมเป็ดพะโล้แถวลาดพร้าว 101 เขาบอกว่าเข้มข้นเด็ดดวงที่สุด อาเหม่งย่องไปซื้อหม่ำ อัยยะ! โดนใจจริงๆ โดยเฉพาะ “น้ำพะโล้” กับ “อกเป็ด” หอเจี๊ยะจนต้องกลับไปซื้อรอบ 2

“ก๋วยเตี๋ยวเป็ดปริญญา” ร้านเล็กๆ ไม่ใหญ่โต ไม่มีที่นั่ง ซื้อใส่กล่องกลับบ้านอย่างเดียว ร้านนี้มีสโลแกนว่า “ต้มไปขายไป” ขายกันสองคนผัว-เมีย เฮียพจน์กับเจ๊รัตน์ ขายเป็ดมา 5 ปีกว่า โดยเฮียพจน์ได้สูตรพื้นฐานจากคนรู้จักกัน เฮียมาประยุกต์ให้เข้มข้นถึงใจด้วยสูตรของตัวเองจนเป็นที่ติดใจของลูกค้า วันธรรมดาขายได้ 20-30 ตัว แต่ถ้าเทศกาลตรุษจีน สารทจีน เช็งเม้ง ยอดขึ้นไปหลัก 800-900 ตัว บางปีขายได้เป็นพันตัวก็มี!!

“เครื่องใน” และไส้เป็ด ท้าให้ลอง เด็ดมาก.

ของเขาเด็ดจริง คนมาซื้อก็ติดใจกลับมาซื้อใหม่แทบทุกคน เป็ดตัวใหญ่ใช้เป็ดเชอรี่อย่างดี นำมาต้มกับน้ำพะโล้ ที่ต้มกันตั้งแต่เช้า น้ำพะโล้หัวเชื้อจากเมื่อวานก็เก็บไว้เพื่อความเข้มข้น แล้วต้มเพิ่มใส่ซีอิ๊วดำ ซีอิ๊วขาว น้ำตาล เกลือ ส่วนเครื่องพะโล้ใช้วิธีปั่นเพื่อให้เครื่องละลายเข้าน้ำเข้าเนื้อมากที่สุด ใช้เครื่องพะโล้ทั่วไป กระวาน กานพลู อบเชย โป๊ยกั๊ก เคล็ดลับคือใส่ให้เยอะเพื่อความเข้มข้น ส่วนเป็ดนั้นทำความสะอาดเอาเครื่องในออก ตุ่มสาบเป็ดที่อยู่ก้นเป็ดไม่ได้เอาออก ไว้ที่เดิม เฮียพจน์บอกว่าสูตรนี้ไม่จำเป็นต้องทำอย่างนั้น เพราะน้ำพะโล้เราเข้มข้นอยู่แล้ว ช่วยได้ทุกอย่าง

สงสัยจะจริง เพราะอาเหม่งหม่ำกี่ทีก็ไม่ได้กลิ่นสาบเลย เขาต้มเป็ดประมาณ 45 นาที แต่น้ำตุ๋นเคี่ยวตั้งแต่สายๆ จนถึง 3 ทุ่ม เป็ดเนื้อแน่นอร่อยมาก โดยเฉพาะส่วนอก ถูกใจอาเหม่งที่สุด หนังเป็ดไม่เลี่ยนกลับได้ความกรุบกรอบเบาๆ หอมกลิ่นพะโล้กำลังดี ไม่ได้รุนแรงแบบฉุน แต่มาแบบพอเหมาะช่วยชูรสให้อาหารอร่อยกลมกล่อม ขึ้น วิธีหม่ำให้เลอค่า อาเหม่งตักเป็ดมา

เป็ดตัวใหญ่หนักเกือบ 3 กิโล!!

คำหนึ่ง ราดน้ำพะโล้นิดหน่อย ตักน้ำจิ้มเปรี้ยวสูตรเด็ดที่เจ๊รัตน์ตั้งใจปรุงลงไป เคี้ยวในปากให้ทุกอย่างค่อยๆละลายเป็นเนื้อเดียว กัน ความเปรี้ยวตัดกับรสเข้มข้นของพะโล้ที่ทั้งหวานทั้งเค็ม เจอเป็ดเนื้อแน่นเข้าไปเคี้ยวอร่อยจนหยุดไม่ได้ ต่อคำสองแบบไม่ลังเล
เนื้อเป็ดสับแยกไว้ให้ต่างหาก ส่วนอื่นๆอย่างปีก ปาก ตูด แยกไว้อีกส่วน ใครเอาไม่เอาบอกได้ หรือขอเพิ่มได้ตามสะดวก เครื่องในมีครบ ตับ กึ๋นและไส้ โดยเฉพาะอย่างหลัง เด็ดดวงที่สุด ไส้ร้านนี้ไม่เป็นสีขาวใส แต่เป็นสีน้ำตาล ซึ่งเป็นไส้ที่ทำความสะอาดจนเรียบร้อย ต้มในน้ำพะโล้จนรสชาติเข้าเนื้อใน ไส้เคี้ยวกรุบกรับที่สุด ใครเป็นเซียนไส้เป็ดอยากให้ลองหม่ำ หอเจี๊ยะจริงๆ เคี้ยวเพลินเกินห้ามใจ ไม่อยากจะแบ่งให้ใครเลยจริงๆ!!

“ต้มไปขายไป” สโลแกนเป็ดพะโล้ปริญญา.

เฮียพจน์ขายเป็ดตัวละ 480 บาท อย่าคิดว่าแพง เพราะเป็ดเขาตัวใหญ่มาก…กกกก ตัวหนึ่งเกือบ 3 กิโล จะลองชิมแนะนำให้ซื้อสักครึ่งตัวไปหม่ำก่อน ร้านเขาไม่มีที่นั่งเน้อ ใส่กล่องกลับบ้านได้อย่างเดียว หรือจะซื้อไปฝากเพื่อน ฝากแฟน ฝากพ่อตา-แม่ยาย ผู้ใหญ่ที่นับถือ นับว่าเป็นของฝากที่เลอค่ายิ่งนัก (สืบก่อนนะว่าท่านหม่ำเป็ดหรือเปล่า เดี๋ยวจะหน้าแหกเอา)

เฮียพจน์–เจ๊รัตน์ ผัว–เมียยอดขยัน.

ก่อนลงเอยกับเป็ดพะโล้ เฮียพจน์กับเจ๊รัตน์ขายมาสารพัดสิ่ง ตั้งแต่ตกงาน จากวิกฤติฟองสบู่แตกเมื่อปี’40 จากมนุษย์เงินเดือนกลายมาเป็นพ่อค้า-แม่ค้าเต็มตัว ขายตั้งแต่เสื้อผ้า ปลาทูนึ่ง จนถึงน้ำเต้าหู้ แต่ละอย่างก็ขายดี แต่ขั้นตอนการทำมันเหนื่อยมากจนไม่มีเวลาพักผ่อน ในที่สุดเฮียพจน์มาเจอว่าเป็ดพะโล้น่าจะรุ่ง จึงหัดทำจริงจังและหาที่ขาย กว่าจะได้ที่ตรงนี้ต้องมานั่งตอนเย็นๆ ถึง 3 เดือน ดูรถ ผู้คน ฝนตก ในที่สุดเมื่อได้ทำเลก็บอกภรรยา ว่าเอาแน่กับเป็ดพะโล้ เลิกขายน้ำเต้าหู้กันเถอะ ตอนนั้นเจ๊รัตน์บอกว่า ไม่อยากเปลี่ยนเลย เพราะน้ำเต้าหู้ก็ขายดีอยู่แล้ว จะเสี่ยงทำไม ทะเลาะจนเกือบเลิกกัน ในที่สุดเมียก็ต้องยอมผัว! จากน้ำเต้าหู้มาทั้งน้ำตา มาขายเป็ดพะโล้แทน ซึ่งภายในไม่กี่อาทิตย์ก็ขายดิบขายดีติดตลาด คนแถวนั้นแวะเวียนมาซื้อไม่ขาดสาย คนเคยกินแล้วก็กินอีก ยิ่งช่วงเทศกาลไม่ต้องพูดถึง ตอนนี้เองที่เจ๊รัตน์ถึงกับบอกว่า “เชื่อผัวมันดีอย่างนี้เอง!” (คนที่บ้านฟังไว้)

ถ้าลูกค้าสังเกตจะเห็นว่าหลังร้านมีศาลเล็กๆ ตั้งอยู่ใต้ต้นไม้ เป็น “รูปปั้นงู” อันนี้มีที่มา เฮียพจน์เชื่อว่าที่ร้านขายดีส่วนหนึ่งมาจากท่านช่วย เพราะตั้งแต่ตั้งศาลกราบไหว้ทุกวัน ยอดขายเป็ดดีวันดีคืน ซึ่งรูปปั้นงูไม่ได้ซื้อมาแต่อย่างใด แต่มาแบบบังเอิญ!? หรือท่านบันดาลก็ไม่อาจทราบได้ เรื่องเป็นอย่างนี้ “ร้าน” ที่เฮียพจน์ขายอยู่ ด้านหลังเมื่อก่อนเป็นบ้านไม้โบราณ มีคนแก่เฝ้าบ้านอยู่ 2 คน ช่วงค่ำๆ เฮียพจน์ไปล้างมือ เจองู ใหญ่กำลังแผ่แม่เบี้ย เฮียพจน์ตกใจแล้วยกมือไหว้ ขอให้ต่างคนต่างอยู่ สักพักงูเลื้อยหายไป ต่อมาบ้านไม้นั้นได้ถูกขาย มีคนมารื้อ ระหว่างการรื้อถอน เฮียพจน์เดินไปดูพบกับรูปปั้นงูที่รูปทรงสัณฐานเหมือนกับงูที่เห็นในค่ำคืนนั้นเป๊ะเลย เฮียพจน์ถามคนเฝ้าบ้านและคนรื้อถอนว่า “รูปปั้นงู” เป็นของใคร ของบ้านนี้หรือเปล่า น่าแปลกที่คนเฝ้าบ้านทั้ง 2 คนบอกว่าไม่ใช่ของบ้านนี้! และไม่เคยเห็นรูปปั้นนี้มาก่อน เฮียพจน์จึงขอมาบูชาตั้งศาลเล็กๆให้ จุดธูปกราบไหว้ทุกวัน ซึ่งตั้งแต่บูชาก็ขายดิบขายดีมาตลอด

“เจ้าที่งู” เชื่อว่าท่านช่วยให้ขายของดี.

แวะไปซื้อเป็ดพะโล้ แล้วกราบท่านด้วย เผื่อได้โชคได้ลาภกลับบ้าน ร้านเฮียพจน์อยู่ในซอยลาดพร้าว 101 ใช้ชื่อว่า “เป็ดพะโล้ปริญญา” ตามชื่อของลูกชาย ขายตั้งแต่เที่ยงจนถึง 3 ทุ่ม จากปากซอยร้านอยู่ขวามือติดกับเซเว่น อีเลฟเว่น ติดกับแยก 42 หาไม่เจอโทร. 08–1825–3674, 08–6555–1257

ที่ตั้งร้าน

ใครได้เลขเด็ดบอกอาเหม่งบ้าง เผื่อจะรุ่งด้านนี้ ฮ่า ฮ่า เอิ๊ก!!

อาเหม่ง

 

โอมิ เนื้อวัวญี่ปุ่นขั้นเทพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/451347

โดย ทีมข่าวหน้าสตรี 20 ก.ย. 2557 05:15

พูดถึงเนื้อญี่ปุ่น ขึ้นชื่อว่าเป็นสุดยอดเนื้อวัวที่นุ่มที่สุดในโลก แทบจะละลายในปากก็ว่าได้ โดยหนึ่งในสามสุดยอดเนื้อวัวชั้นเลิศจากแดนอาทิตย์อุทัยต้องยกให้ “เนื้อโอมิ” ซึ่งหาทานได้ยากในเมืองไทย

งานนี้ เพื่อฉลองการเปิดร้านใหม่ ที่ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี TETSU ทุ่มทุนสร้างนำเข้า “เนื้อโอมิ” เนื้อวัวขั้นเทพจากฟาร์มใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นในภูมิภาคคันไซ มาให้นักชิมชาวไทยได้ลิ้มลองแบบเอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ โดยตั้งใจปรุงเป็นเมนูซูชิหรู “อาบูริ โอมิวากิว ซูชิ” นำเนื้อโอมิมาย่างไฟให้ได้กลิ่นหอมอบอวล จากนั้นบรรจงวางลงบนข้าวญี่ปุ่นคัดพิเศษพอดีคำ ราดด้วยซอสเทอริยากิสูตรเฉพาะ ภายในร้านยังมีเมนูอร่อยตำรับญี่ปุ่นแท้ๆสไตล์ซาชิมิและยากินิกุ ซึ่งฟังแค่ชื่อเมนูก็น้ำลายไหลซะแล้ว ไม่ว่าจะเป็น สลัดสาหร่ายไคโซ, โรลฟัวกราส์ปลาไหลย่าง, ชุดยากินิกุเนื้อโอมิ และชุดยากินิกุซีฟู้ดส์

สำหรับความพิเศษของ “เนื้อโอมิ” ได้รับการบอกเล่าโดย “มร.กาโต้ ฮิเดกิ” ตัวแทนองค์กรส่งเสริมการส่งออกด้านอาหารภูมิภาคคันไซว่า ถ้าพูดถึงสุดยอด เนื้อวัวจากญี่ปุ่น ก็คงต้องยกให้ มัตสึซากะ, โกเบ และโอมิ ซึ่งเนื้อวัวทั้ง 3 ชนิด เกิดจากวัวขนดำสายพันธุ์เดียวกันคือ “ทาจิมะ” แต่ใช้ชื่อแตกต่างกันตามเขตเลี้ยงดู โดย “เนื้อโอมิ” เป็นเนื้อดั้งเดิมของชาวญี่ปุ่นตั้งแต่สมัยเอโดะ ถูกเลี้ยงในสภาพแวดล้อมอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพรรณธัญญาหารของเมืองชิกะ (ชื่อเดิมคือเมืองโอมิ) ซึ่งมีแหล่งน้ำสะอาดบริสุทธิ์ อุดมด้วยแร่ธาตุจากทะเลสาบบิวะ ทะเลสาบน้ำจืดใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ทำให้เนื้อมีกลิ่นหอมหวาน ผสมผสานกับการเลี้ยง ดูอย่างดี จัดให้วัวอยู่คอกละตัว เพื่อให้มีพื้นที่ออกกำลังกาย แถมยังเปิดเพลงให้ฟังคลายเครียด และคอยบีบนวดให้ชั้นไขมันกระ– จายตัวแทรกซึมในเนื้อแดงอย่างทั่วถึง จนกลายเป็นเนื้อชั้นเลิศรสชาติหวานหอมแทบ ละลายในปาก.

 

ความหวานในขนมเยลลี่และวุ้นคาราจีแนน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/451051

โดย ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย19 ก.ย. 2557 05:01

เยลลี่ เป็นขนมหวาน ของว่าง ของทานเล่นที่ไม่หนักท้อง เหมาะสำหรับเด็กๆ และสาวๆ

เยลลี่ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำจากน้ำผลไม้ผสมกับน้ำตาลและสารทำให้เกิดเจล เช่น เจลาติน แพคติน คาราจีแนน

เยลลี่ที่ดีต้องมีลักษณะใส มีเนื้อสัมผัสอ่อนนุ่ม ไม่เหนียวหนืดและไม่เหลวจนเกินไป ปัจจุบันมีขายกันทั้งแบบบรรจุถ้วยใช้ช้อนตัก หรือใช้หลอดดูดรับประทาน

ซึ่งนอกจากมีสีสันสดใส กลิ่น รสหอมหวาน ดึงดูดใจเด็กๆแล้ว ปัจจุบันผู้ผลิตยังใส่ลูกเล่นในเยลลี่โดยผสมทั้งบุกหลากสี หรือวุ้นมะพร้าวเพื่อเพิ่มความหนึบหนับให้เคี้ยวสนุก

ผู้ผลิตบางรายมีการใส่สารให้ความหวานแทนน้ำตาลเพื่อตอบสนองต่อสาวๆที่ต้องการลดความอ้วน และผู้ที่ต้องการควบคุมปริมาณน้ำตาลในร่างกายให้มีความรู้สึกอิ่มหรืออยู่ท้องโดยไม่ต้องทานข้าว และอาหารอื่นๆ

ทว่า ผู้ที่ชื่นชอบวุ้นและเยลลี่วันนี้ดูตารางด้านล่างกันสักนิดว่า ของหวานที่เราชื่นชอบนั้น มีปริมาณน้ำตาลเท่าไหร่ เพราะหากเราได้รับน้ำตาลจากขนมหวานมากๆ จะเป็นต้นเหตุของโรคฟันผุ

ที่สำคัญ การทานน้ำตาลปริมาณสูงๆเป็นประจำ จะทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น และอ้วนในที่สุด

แถมยังมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคความดันโลหิตสูง ตามมาอีกด้วย

สำหรับคนไทยข้อแนะนำการทานอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีคือ ควรทานน้ำตาลแต่น้อย โดยปริมาณน้ำตาลที่แนะนำสำหรับคนทั่วไปต่อวัน คือควรทานไม่เกิน 6 ช้อนชา หรือ 24 กรัมต่อวัน

วันนี้สถาบันอาหารได้สุ่มตัวอย่าง วุ้นคาราจีแนน ขนมเยลลี่คาราจีแนน จำนวน 4 ยี่ห้อจากห้างสรรพสินค้า เพื่อนำมาวิเคราะห์ปริมาณน้ำตาลทั้งหมด

ผลปรากฏว่าแต่ละตัวอย่างมีปริมาณน้ำตาลแตกต่างกันไป ขอแนะว่าไม่ควรทานขนมหวานปริมาณมากๆ และทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพื่อสุขภาพที่ดีและห่างไกลโรค.

 

ผัดเห็ดหอมฮ่องเต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/450861

โดย ทีมข่าวหน้าสตรี 18 ก.ย. 2557 06:01

เทศกาลถือศีลกินเจจะเริ่มในสัปดาห์หน้านี้แล้ว ถือเป็นช่วงเวลาที่ได้ชำระล้างร่างกายให้สะอาดปีละครั้ง สำหรับปีนี้ตามปฏิทินจีนมีเดือนที่ตรงกับจันทรคติคือเดือน 9 ถึง 2 ครั้ง ในรอบ 182 ปี จะมีเช่นนี้หนหนึ่ง จึงส่งผลให้ปีนี้ มีการถือศีลกินเจถึง 2 รอบด้วยกัน โดยครั้งแรกในช่วงวันที่ 23 ก.ย.-2 ต.ค. และอีกช่วงคือ 23 ต.ค.-1 พ.ย. ส่วนใครจะขอเกาะเกี่ยวใบบุญปฏิบัติตัวไปกับเทศกาลได้แค่ไหน ก็อยู่ที่ความตั้งใจแล้วละค่ะ แต่อย่างไรวันนี้ก็ขอนำเสนอเมนูอาหารเจอีก 1 เมนู ซึ่งทำได้เองง่ายๆ แต่ได้รสชาติของความอร่อย และเชื่อแน่ว่าต้องถูกปากหลายๆคน โดยเฉพาะผู้ที่ชอบทานเห็ด

คุณจู–กาญจนา รัศมิรามา

คุณจู–กาญจนา รัศมิรามา กลับมาเยือนคอลัมน์ “ตั้งสำรับคาวหวาน” อีกครั้ง ด้วยความที่มีฝีมือในการทำอาหาร แม้แต่เห็ดหอมเพียงอย่างเดียว คุณจูก็สามารถปรุงออกมาให้หลายๆคนที่ได้ชิมแล้วติดใจไปตามๆกัน เหมาะเป็นอาหารในช่วงเทศกาลเจเป็นอย่างดี และสามารถปรุงเก็บไว้รับประทานได้ครั้งละหลายๆวันอีกด้วย

พริกชีฟ้าทั้งสีเขียว เหลือง และแดง

เครื่องปรุง : เห็ดหอม / พริกชีฟ้าทั้งสีเขียว เหลือง และแดง / ซีอิ๊วขาวเห็ดหอม / น้ำตาลทราย…..

วิธีทำ

1) นำเห็ดหอมไปแช่น้ำให้นุ่ม โดยแช่ค้างไว้ 1 คืน แล้วนำขึ้นจากน้ำ พร้อมกับบีบน้ำออกให้หมด และซอยแฉลบเป็นเส้นบางๆ

2) ซอยพริกชี้ฟ้าทั้ง 3 สีเป็นเส้นเล็กๆ โดยเอาเม็ดออกให้หมด

3) ตั้งน้ำมันในกระทะจนร้อน จึงใส่เห็ดหอมลงผัด คลุกเคล้าให้ทั่ว

4) ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว และน้ำตาลทราย ให้ออกรสตามชอบ

5) ปิดท้ายด้วยพริกชี้ฟ้าใส่ลงไปผัดให้เข้ากัน สามารถเก็บไว้รับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ ก็อร่อยจนข้าวหมดจานโดยไม่รู้ตัว.

วิธีทำ
 

Siam Wisdoms ภูมิปัญญาอาหารไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/450516

โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ 16 ก.ย. 2557 11:00

ทุกครั้งที่ถูกถามถึงร้านอาหารไทย แทบนึกไม่ออกว่าร้านไหนอร่อยถูกปาก ทั้งๆ ที่เราอยู่ใจกลางเมืองหลวงของอาหารไทย แต่ถ้าลองถามใหม่อีกครั้งคงต้องบอกว่า Siam Wisdoms ร้านอาหารที่สะท้อนภูมิปัญญาอาหารไทยไว้อย่างดีเกิดจากการรวมตัวของคุณสุขุม คุณไมเคิล คุณณรงค์ศักดิ์ คุณชาคริต แย้มนาม และเชฟชุมพล แจ้งไพร

สยามวิสดอมใช้ชายคาของบ้านสวัสดี บ้านทรงไทยกลางซอยสวัสดีที่มีต้นชมพูพันธุ์ทิพย์อายุ 80 ปี เป็นเสาเอกกลางบ้าน ชั้นล่างตกแต่งใหม่เป็น “ใต้ถุนบาร์” เสิร์ฟไทยปาสคู่กับเครื่องดื่ม ส่วนชั้นบนเรียกว่า “เรือนแก้ว” อาศัยชานเรือนเป็นพื้นที่กินข้าวคล้ายสวนกลางบ้าน ส่วนห้องนอนเดิมปรับเป็นห้องอาหารส่วนตัวเรียกว่าเรือนเอก โท และตรี

ก่อนมื้ออาหารแนะนำให้ลองไทยปาสที่คุณชาคริตพิธีกรดังคิดเอาไว้ ก่อนขึ้นไปชั้นบนเพื่อชิมอาหารไทยที่นำภูมิปัญญาอาหารไทยมารวมไว้ โดยเลือกใช้วัตถุดิบในประเทศเกือบทั้งหมด อาทิ เนื้อโคขุน คาเวียร์ ชีสพาร์เมซาน กะปิคลองโคน น้ำตาลเพชรบุรี นอกจากนี้ ยังเปลี่ยนเมนูอาหารตามฤดูกาลที่เปลี่ยนเครื่องทรงของพระแก้วมรกต มื้อกลางวันเสิร์ฟอาหารอะลาคาร์ต ส่วนมื้อค่ำเสิร์ฟเซตเมนู

แนะนำให้มาช่วงมื้อค่ำเพราะมีเซตอาหารให้เลือก 3 แบบ Thai Ancient กินแบบไทยๆ อาหารโบราณชาววัง Thai Classical กินอยู่อย่างไทย อาหารไทยร่วมสมัย และ Thai Innovative อาหารไทยกินอย่างเทศ เสิร์ฟเป็นคอร์สอย่างฝรั่ง

วันนี้เชฟชุมพลค่อนข้างยุ่ง แต่เราได้คุณณรงค์ศักดิ์มาช่วยแนะนำเลยได้ชิมอาหารจากหลายเซต จานแรก ขนมจีนน้ำพริก อะลาคาร์ตมื้อกลางวัน น้ำพริกกุ้งมีกุ้งเป็นตัวๆ ไม่หวานเลี่ยนและเค็มปะแล่มๆ จานที่ถูกใจมากเป็นไส้กรอกปลาแนม เนื้อหมูคุโรบุตะบดผสมเครื่องเทศ กะทิ ข้าวโพด ย่างแล้วรมควันด้วยกากมะพร้าว กับปลาช่อนนึ่งตำกับข่า คลุกเคล้ากับข้าวคั่ว เกลือ น้ำตาล กะทิ มะนาว และน้ำส้มซ่า แล้วนำทั้ง 2 อย่างห่อด้วยใบชะพลู ได้รสเปรี้ยวหวานและเผ็ดร้อน

อร่อย เด็ด

จานต่อมาก็แอบซ่อนความเป็นไทยได้น่าสนใจ ผัดพริกขิงน่องเป็ด เชฟชุมพลนำน่องเป็ดไปซูสวิดนาน 12 ชั่วโมง แล้วทอดก่อนผัดกับพริกขิง เนื้อเป็ดกรอบนอก เนื้อร่อนไม่แห้ง กินกับข้าวหุงกะทิชุบมะพร้าวขูดแล้วทอด คล้ายข้าวจี่แต่หอมมะพร้าว

ผัดพริกขิงน่องเป็ด

ส่วนของหวานเป็นข้าวตู ข้าวตอก น้ำผึ้งพระจันทร์ ข้าวตังกวนกับน้ำตาลอบควันเทียนจนเหนียว เนื้อหยุ่นหอมไม่หวานไป ราดด้วยน้ำผึ้งป่า กินกับไอศกรีมข้าวคั่วที่มีเนื้อสัมผัสของข้าวคั่ว

อยากลิ้มรสภูมิปัญญาอาหารไทย พิกัดร้านอยู่ที่ 66 ถนนสุขุมวิท ซอย 31 แยก 4 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ เปิดบริการ 12.00-14.30 น. และ 18.00-23.00 น.
โทร. 09-5964-9751-2

 

เดอะมอลล์ ชวนสัมผัสเทศกาลใบไม้ 5 สี ของญี่ปุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/450149

โดย ทีมข่าวสตรี 15 ก.ย. 2557 05:15

มนต์เสน่ห์ของแดนอาทิตย์อุทัยยังมาแรงไม่มีตก ยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสี ซึ่งเป็นการบอกกล่าวให้รู้ว่า ฤดูหนาวจะกลับมาอีกไม่นาน “ดวงตา พงษ์วิไล” ผู้จัดการใหญ่การตลาดศูนย์การค้าเดอะมอลล์ จึงชวนชาวเจแปน เลิฟเวอร์สัมผัสมนต์เสน่ห์ฤดูใบไม้ 5 สีของประเทศญี่ปุ่น พร้อมช็อปและชิมอาหารเลิศรส ในงาน The Mall Japan Discovery 2014 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างนี้ถึงวันที่ 22 ก.ย. ณ อีเวนต์ ฮอลล์ เดอะมอลล์ บางกะปิ โดยจำลองสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของญี่ปุ่นได้แก่ “ศาลเจ้าฟูชิมิ อินาริ” ศาลเจ้าชินโตที่มีความสำคัญแห่งหนึ่งของเมืองเกียวโต และมีชื่อเสียงโด่งดังจากประตูโทริอิ (Torii Gate) หรือเสาประตูสีแดงที่เรียงตัวกันข้างหลังศาลเจ้า จำนวนหลายหมื่นต้น มาให้ได้ชื่นชมกัน

สุทธิพงษ์ อัมพุช และดวงตา พงษ์วิไล ชวนเที่ยวงาน “The Mall Japan Discovery 2014″.

ในงานยังรวบรวมอาหารและขนมเลื่องชื่อของญี่ปุ่นจากร้านชั้นนำ อาทิ ขนมไดฟูกุลูกพลับ และไดฟูกุมันม่วง จากร้าน Kokoro Sweet เป็นขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่นขนานแท้ สำหรับฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งจะหาทานได้ในไทยครั้งแรก เฉพาะภายในงานนี้เท่านั้น รวมทั้ง ไอซ์ คาเซน น้ำแข็งใส พร้อมไอศกรีมและผลไม้สด เสิร์ฟในหม้อไฟตามแบบฉบับของญี่ปุ่น จากร้าน Tonkotsu Kasen, แองเจล แฮท ชีสเค้ก ชีสเค้กรูปทรงโดม เนื้อเค้กละลายในปาก สูตรต้นตำรับคิวชู จังหวัดฟูกูโอกะ จากร้าน Uncle Tetsu’s Chesecake, ทสึเคเมน หรือราเมนที่แยกน้ำซุปกับเส้น เป็นทสึเคเมนเจ้าแรกของญี่ปุ่น น้ำซุปสูตรโชยุที่กลมกล่อม พิเศษตรงเสิร์ฟพร้อมหินร้อนลงไปในน้ำซุป เพื่อให้คงความร้อนไว้ได้นาน จากร้านไทโชเคน, ข้าวแกงกะหรี่ สูตรจังหวัดคานาซาวา จากร้าน โกลด์ เคอรี่ ซึ่งเสิร์ฟพิเศษในจานยักษ์ 2 กิโลกรัม ใครที่สามารถกินได้หมดจานภายในเวลา 15 นาที จัดให้ฟรีไม่ต้องเสียสตางค์แม้แต่บาทเดียว และยังมีสินค้าญี่ปุ่นระดับพรีเมียม ทั้งของที่ระลึก, เครื่องสำอางที่นิยมในหมู่วัยรุ่น และสินค้านำเข้าจากญี่ปุ่นอีกมากมาย พิเศษเฉพาะงานนี้สำหรับผู้ที่ถือบัตรไทยไลฟ์การ์ด ไทยประกันชีวิต รับฟรีไดฟูกุลูกพลับ ตลอดการจัดงาน.