สารบอแรกซ์ในหมูยอ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/411188

โดย ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย21 มี.ค. 2557 05:01

หมูยอ ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเนื้อหมู มันหมู เครื่องปรุงรส แป้งมัน และส่วนประกอบต่างๆบางคนอาจเบื่อรสชาติหมูยอแบบดั้งเดิม ผู้ผลิตจึงเพิ่มความหลากหลายโดยเติมส่วนผสมอื่นๆ เช่น เห็ดหอม พริกไทยดำ และสาหร่ายเพิ่มลงไปเพื่อให้หมูยอมีรสชาติแปลกใหม่ขึ้น

ส่วนผสมข้างต้นนี้จะถูกนำมาผสมรวมและบดให้ละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน พอส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันดีก็จะนำไปบรรจุในใบตอง หรือพลาสติก แล้วนำไปต้มหรือนึ่งให้สุก แค่นี้ก็จะได้หมูยอที่อร่อยล้ำตามภูมิปัญญาแบบไทยๆ

ทว่า พ่อค้าแม่ค้าบางรายจะมีการเติม สารบอแรกซ์  หรือน้ำประสาน ทองเพิ่มลงไป เพื่อทำให้หมูยอที่ตนผลิตมีความเหนียว หยุ่นกรอบและคงตัวได้นาน ไม่บูดเสียง่ายเหมือนเจ้าอื่นๆ

นอกจากหมูยอแล้ว อาหารที่อาจพบว่าแอบเติมสารบอแรกซ์เพื่อให้หยุ่นกรอบ ได้แก่ หมูบด ลูกชิ้น ทอดมัน หมูสด เนื้อสด และไส้กรอก

ที่ว่า แอบเติมก็เพราะ บอแรกซ์ เป็นสารเคมีที่ห้ามใช้ในอาหาร ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 151 (พ.ศ.2536) เรื่อง วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร เพราะเป็นสารที่มีพิษต่อผู้บริโภค

เมื่อได้รับบอแรกซ์เข้าสู่ร่างกายในปริมาณไม่มาก แต่ได้รับบ่อยเป็นเวลานานจะเกิดอาการเรื้อรัง เช่น อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ผิวหนังแห้งอักเสบ หนังตาบวม เยื่อตาอักเสบ ตับและไตอักเสบ

แต่หากได้รับในปริมาณสูงๆ จะเกิดอาการพิษแบบเฉียบพลัน เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ อุจจาระร่วง บางครั้งรุนแรงถึงตายได้

วันนี้ สถาบันอาหาร ได้สุ่มตัวอย่างหมูยอจากร้านค้าชื่อดังใน จ.อุบลราชธานี จำนวน 5 ตัวอย่าง เพื่อนำมาวิเคราะห์สารบอแรกซ์ปนเปื้อน

ผลปรากฏว่าทั้ง 5 ตัวอย่าง ไม่พบสารบอแรกซ์ปนเปื้อนเลย

อย่าชะล่าใจกันนัก หากพบอาหารที่มีลักษณะเหนียวหยุ่น กรอบเด้งอยู่ได้นานผิดปกติ หรือผิดธรรมชาติ ก็ควรหลีกเลี่ยง เพื่อความปลอดภัย.

สารกันบูดในคุกกี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/409601

โดย ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย14 มี.ค. 2557 05:01

คุกกี้ ผลิตภัณฑ์ขนมอบทานเล่นที่หลายๆคนติดอกติดใจกับความหอม หวาน และมัน อันเกิดจากส่วนผสมที่ลงตัวจากแป้งสาลี ไข่ เนย นม และน้ำตาลคุกกี้ เป็นอาหารที่เก็บไว้ไม่ได้นาน มีอายุการเก็บสั้น เพราะเป็นอาหารที่มีความชื้นค่อนข้างสูง อีกทั้งมีส่วนผสมของไข่และนม ที่เหมาะต่อการเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์เป็นอย่างดี

ผู้ผลิตบางรายที่ต้องการให้คุกกี้เก็บไว้ขายได้นาน จึงหันมาใช้สารกันบูดเติมลงไปในส่วนผสมชนิดที่นิยมก็อย่างเช่น กรดเบนโซอิก

กรดเบนโซอิก เป็นสารกันบูดที่มีประวัติการใช้มายาวนาน มีประสิทธิภาพสูงในรูปของกรด จึงนิยมใช้ผลิตอาหารที่มีความเป็นกรดสูง เช่น เครื่องดื่มชนิดต่างๆ น้ำผลไม้ แยม เยลลี่ ผักผลไม้ดอง น้ำสลัด ฟรุตสลัด เป็นต้น

แม้ว่าตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขของไทย จะอนุญาตให้ใช้กรดเบนโซอิกในอาหารได้

แต่หากร่างกายได้รับในปริมาณที่มากเกินไปจากการทานอาหาร ก็อาจทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย อาการเลือดตกใน อัมพาต และอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของตับและไตให้ด้อยลง จนอาจส่งผลถึงขั้นพิการได้

ฉะนั้น ผู้ผลิตจึงควรใช้ในปริมาณที่เหมาะสมและเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค

วันนี้ สถาบันอาหาร ได้สุ่มเก็บตัวอย่างคุกกี้จำนวน 5 ตัวอย่าง จาก 4 ย่านการค้าในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล เพื่อนำมาวิเคราะห์ปริมาณของ กรดเบนโซอิก

ปรากฏว่า พบกรดเบนโซอิกในคุกกี้ทุกตัวอย่าง ทางที่ดีควร ทานเพียงแต่น้อยและไม่บ่อยมากนัก

ทานผักผลไม้ให้มาก เลือกทานอาหารให้หลากหลาย เพื่อร่างกาย ที่แข็งแรง.

เชื้อก่อโรคในน้ำพริกกะปิ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/408050

โดย ไทรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย7 มี.ค. 2557 05:00

“น้ำพริกกะปิ” เป็นเครื่องจิ้มที่รับประทานคู่กับผักต่างๆ ทั้งผักสด ผักลวก หรือผักชุบไข่ทอด

น้ำพริกกะปิ รสชาติจะอร่อยหรือไม่ขึ้นอยู่กับกะปิ ซึ่งต้องเป็นกะปิคุณภาพดี นั่นคือ มีเนื้อเนียนละเอียด แห้ง มีกลิ่นหอม ผสมกับพริกขี้หนูสวนเม็ดเล็กที่มีรสชาติเผ็ดจัดจ้าน เพิ่มความเปรี้ยวด้วยมะนาวตัดด้วยน้ำตาลเพื่อความลงตัวของน้ำพริกกะปิถ้วยโปรด

น้ำพริกกะปิ เป็นเมนูที่มีเครื่องเคียงหลายอย่างเป็นส่วนประกอบ เช่น ปลาทูทอดและผักนานาชนิด ตั้งแต่ผักทอด ผักสด ผักลวกหรือผักต้ม

หากพิจารณาในด้านคุณค่าทางโภชนาการแล้ว หนึ่งครั้งที่เรารับประทานน้ำพริกกะปิ จะได้สารอาหารครบถ้วนทั้งโปรตีนจากปลา วิตามิน แร่ธาตุและเบต้าแคโรทีนจากผักแทบทุกชนิด

เห็นอย่างนี้แล้วอย่าเพิ่งดีใจก่อนที่จะอ่านจนจบ เพราะสิ่งที่จะกล่าวต่อไปนี้ เป็นเรื่องจริงที่อ้างอิงจากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ทั้งสิ้น

เนื่องจากผลการวิเคราะห์น้ำพริกกะปิ จำนวน 5 ตัวอย่าง จากห้องปฏิบัติการของสถาบันอาหาร พบการปนเปื้อนของเชื้อคลอสตริเดียม เปอร์ฟริงเจนส์ ถึง 3 ตัวอย่าง และมีอยู่ 1 ตัวอย่างที่พบในปริมาณมากคือ พบในปริมาณ 260 ซีเอฟยู/กรัม ผลตามตารางด้านล่าง

คลอสตริเดียม เปอร์ฟริงเจนส์ เป็นแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษ

มักพบปนเปื้อนในอาหารที่จัดเตรียมเป็นจำนวนมากๆ หรือต้องจัดเตรียมอาหารขึ้นล่วงหน้าเป็นเวลานานๆ ก่อนนำไปรับประทาน หรือในระหว่างการปรุงและการเก็บรักษามีการปฏิบัติที่ไม่ถูกสุขลักษณะ หรือไม่สะอาด จะทำให้เกิดการปนเปื้อนของเชื้อชนิดนี้ได้

ซึ่งกว่าจะนำอาหารไปรับประทาน เชื้อชนิดนี้อาจเพิ่มจำนวนในอาหารมากขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อเราทานอาหารเข้าไปจะทำให้เกิดอาการปวดท้องอย่างรุนแรง ท้องเสีย มีก๊าซ คลื่นไส้ อาเจียน

วิธีป้องกันง่ายๆ คือ เลือกรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ หรือไม่เก็บไว้นานเกินควรก่อนนำมารับประทาน หรือทำให้สุกอีกครั้งก่อนรับประทานทุกครั้ง

วันนี้จึงอยู่ที่คนเลือก ว่าจะรับประทานอย่างไรให้ปลอดภัยและไม่เกิดโรค.

ตะกั่ว…กับลูกกวาดสีรุ้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/406493

โดย ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย28 ก.พ. 2557 05:01

วาเลนไทน์ที่ผ่านมาหลายๆ คนคงไม่พลาดที่จะได้ของขวัญจากคนรู้ใจ ที่ฮอตฮิตเห็นจะเป็นช็อกโกแลต ลูกอม ลูกกวาด ตุ๊กตาและดอกกุหลาบที่สื่อถึงวันแห่งความรักช่วงวันวาเลนไทน์ “มันมากับอาหาร” ได้เสนอผลวิเคราะห์สีผสมอาหารสังเคราะห์ในลูกกวาดสีรุ้งไปแล้ว

วันนี้จึงขอนำเสนอตะกั่วที่อาจพบปนเปื้อนในลูกกวาดสีรุ้งอีกครั้ง

ลูกกวาด เป็นขนมหวานที่มีส่วนประกอบสำคัญคือ น้ำตาล สารแต่งกลิ่น รส และสีผสมอาหาร

หลายคนสงสัยว่า ตะกั่วและโลหะหนักต่างๆ ปนเปื้อนอยู่ในลูกกวาดสีรุ้งได้อย่างไร ก็มาจากสีผสมอาหารสังเคราะห์ที่ผู้ผลิตเติมแต่งให้ลูกกวาดมีสีสันที่น่ารับประทานนั่นเอง

ปกติสีผสมอาหารสังเคราะห์จะมีส่วนผสมของโลหะหนัก เช่น ตะกั่ว อยู่ด้วย แต่มีในปริมาณน้อยไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

แต่หากเราทานลูกกวาดสีรุ้งหรือลูกกวาดต่างๆ ที่ผู้ผลิตเติมสีผสมอาหารลงไปในปริมาณมากๆ หรือเกินค่ามาตรฐานบ่อยๆ ก็อาจทำให้ร่างกายไม่สามารถกำจัดตะกั่วออกได้หมดตามธรรมชาติ

ตะกั่วจะค่อยๆ สะสมในร่างกายจนถึงระยะเวลาหนึ่ง อาจนานเป็นปีๆ จึงแสดงอาการ เช่น ทำให้เกิดอาการโลหิตจาง บางส่วนจะไปสะสมในกระดูกทำให้ปวดตามข้อ กระดูกผุ หักง่าย

ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 98 (พ.ศ.2529) เรื่อง มาตรฐานอาหารที่มีสารปนเปื้อน กำหนดให้พบตะกั่วปนเปื้อนในอาหารได้ไม่เกิน 1 มิลลิกรัม ต่ออาหาร 1 กิโลกรัม

สถาบันอาหารได้สุ่มเก็บตัวอย่างลูกกวาดสีรุ้งจำนวน 4 ตัวอย่าง ทั้งแบบมียี่ห้อและไม่มียี่ห้อ จากย่านการค้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อนำมาวิเคราะห์การปนเปื้อนของตะกั่ว

ผลปรากฏว่ามี 1 ตัวอย่างที่พบตะกั่วปนเปื้อน แต่ไม่เกินมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขไทย

ทางที่ดีควรเลี่ยงการทานลูกกวาดและขนมหวานที่มีสีสันสดใส หรืออย่าทานบ่อยนัก เพื่อความปลอดภัย.

บาซิลลัส ซีเรียส ในไส้กรอกอีสาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/404886

โดย ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย21 ก.พ. 2557 05:00

ไส้กรอกอีสาน  เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านด้านการถนอมอาหารจากเนื้อสัตว์

สมัยก่อนเวลามีงานบุญชาวบ้านจะล้มหมู ล้มวัวที่เลี้ยงไว้มาทำอาหารเลี้ยงแขก เนื้อที่ใช้ประกอบอาหารก็ใช้ไป ส่วนที่เหลือก็นำมาแช่ตู้เย็น หรือไม่ก็เอามาทำเป็นไส้กรอกอีสาน เนื้อแดดเดียว เพื่อไม่ให้เนื้อสัตว์ที่เหลือเน่าเสีย

ไส้กรอกอีสาน มีวิธีการเตรียมวัตถุดิบและการทำไม่ยุ่งยาก แต่จะต้องเลือกไส้อ่อนหรือไส้กลางที่มีความเหนียว เพราะจะต้องนำมายัดไส้เนื้อสัตว์ที่ผสมเครื่องเทศที่ดีมีคุณภาพ ซึ่งจะทำให้ไส้กรอกมีรสชาติกลมกล่อม ลงตัว

กระเทียม ต้องใช้กระเทียมไทยกลีบเล็ก จะทำให้ไส้กรอกมีกลิ่นหอม เกลือต้องใส่ให้พอดี ถ้าใส่น้อยไปอาจทำให้ไส้กรอกเสีย แต่ถ้ามากเกินไปไส้กรอกก็จะไม่เปรี้ยว

อีกส่วนผสมสำคัญของไส้กรอกคือ ข้าว ควรใช้ข้าวสวยเพราะจะทำให้เกิดรสเปรี้ยวเร็วกว่าข้าวเหนียว

เนื้อที่ใช้จะต้องเป็นเนื้อที่มีความสด ไม่เขียวคล้ำ เพราะอาจทำให้รสชาติของไส้กรอกเปลี่ยนไป

สิ่งที่ต้องระวัง นอกจากรสชาติของไส้กรอกที่จะเปลี่ยนไปแล้ว ยังต้องระวังอันตรายที่อาจแฝงอยู่ในไส้กรอกที่ผ่านวิธีการทำที่ไม่สะอาดเพียงพอ เพราะเราอาจได้เชื้อก่อโรคที่ชื่อ บาซิลลัส ซีเรียส มาเป็นของแถมด้วยก็เป็นได้

บาซิลลัส ซีเรียส เป็นเชื้อที่สร้างสปอร์และขับสารพิษออกมาขณะปนเปื้อนอยู่ในอาหาร อันตรายจากสารพิษนั้นมี 2 ลักษณะอาการคือ ทำให้อาเจียน และทำให้ท้องเสีย

ปกติแล้วในอาหารไม่ควรตรวจพบจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรค

สำหรับไส้กรอกอีสาน ซึ่งเป็นอาหารปรุงสุก ตามเกณฑ์ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กำหนดให้อาหารปรุงสุกทั่วไป พบเชื้อ บาซิลลัส ซีเรียส ปนเปื้อนได้ไม่เกิน 100 ซีเอฟยู/กรัม

วันนี้ลองมาดูผลการวิเคราะห์ การปนเปื้อนของเชื้อ บาซิลลัส ซีเรียส ในไส้กรอกอีสาน 5 ตัวอย่างที่สุ่มเก็บจาก 5 ย่านการค้าในเขตกรุงเทพฯ

ผลวิเคราะห์พบว่ามีอยู่ 1 ตัวอย่างที่พบเชื้อ บาซิลลัส ซีเรียส ปนเปื้อน แต่ปริมาณที่พบยังไม่เกินเกณฑ์ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

ฉะนั้น คุณมีสิทธิเลือกได้ ก่อนที่จะซื้อมาทานทุกครั้งต้องให้แม่ค้าทำให้สุกทุกครั้ง หรืออุ่นให้ร้อนก่อน เพื่อชีวิตที่ปลอดภัย.

ลูกกวาดสีสดใสในวันวาเลนไทน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/403327

โดย ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย14 ก.พ. 2557 05:00

เดือนกุมภาพันธ์ ต้อนรับเทศกาลเดือนแห่งความรัก ช่วงนี้วัยรุ่น หนุ่มสาวคงกำลังคิดหาของขวัญให้กับคนที่แอบชอบ หรือคนรักในวันวาเลนไทน์

ไม่ว่าจะเป็นดอกกุหลาบ สัญลักษณ์ของความรัก หรือของหวานๆ ไม่ว่าจะเป็นช็อกโกแลต ลูกอม ลูกกวาด เพื่อเพิ่มความหวานเล็กๆ ให้กับชีวิตรักที่สดใส

คอลัมน์มันมากับอาหาร จึงไม่พลาดที่จะนำของหวานๆมาฝากกัน แต่ไม่รู้ว่าผู้ที่ชอบของหวานๆ พอฟังแล้วจะยังรู้สึกหวานกันอยู่หรือเปล่า

นั่นก็คือ ลูกกวาดสีรุ้ง ลูกกวาดสีสันสดใสน่ารับประทาน มีหลากหลายขนาดให้เลือกสรรกันอย่างจุใจ มีทั้งที่นำเข้าจากต่างประเทศ หรือผลิตในประเทศ นิยมใส่สีผสมอาหารสังเคราะห์ เช่น ตาร์ตราซีน, ซันเซตเยลโลว์ เอฟซีเอฟ ที่ให้สีเหลือง ปองโซ 4 อาร์, เออริโธรซิน ให้สีแดง, บริลเลียนท์บลู เอฟซีเอฟ ให้สีน้ำเงิน

เพื่อเพิ่มความสวยงาม ให้แก่ลูกกวาด แม้จะมีปริมาณเพียงเล็กน้อย หากได้รับเข้าสู่ร่างกายบ่อยๆ  มันจะไปสะสมอยู่ในร่างกายทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้

เพราะในสีผสมอาหารมีส่วนผสมของโลหะหนัก เช่น ตะกั่ว สารหนู โครเมียม สังกะสี จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการ ท้องอืด ท้องเฟ้อ ขัดขวางการดูดซึมอาหาร ทำให้ท้องเดิน อ่อนเพลีย

อาจมีอาการของตับและไตอักเสบ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 281 (พ.ศ.2547) เรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร กำหนดว่า

ซันเซตเยลโลว์ เอฟซีเอฟ, ตาร์ตราซีน, เออริโธรซิน ไม่เกิน 70 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ปองโซ 4 อาร์, บริลเลียนท์บลู เอฟซีเอฟ ไม่เกิน 50 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ในลูกกวาด

วันนี้ สถาบันอาหาร ได้สุ่มเก็บตัวอย่างลูกกวาดสีรุ้ง 4 ตัวอย่างทั้งแบบมียี่ห้อและแบบไม่มียี่ห้อ จาก 3 ย่านการค้าในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล เพื่อนำมาวิเคราะห์หาสีผสมอาหารสังเคราะห์ในลูกกวาดสีรุ้ง

ผลปรากฏว่า พบสีผสมอาหารสังเคราะห์ในลูกกวาดสีรุ้งทั้ง 4 ตัวอย่าง ในปริมาณที่แตกต่างกันไป แต่ไม่เกินมาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ดังแสดงในตาราง

ผู้ที่ชื่นชอบลูกอม ลูกกวาด สบายใจกันได้ ที่จะซื้อหาเป็นของขวัญสำหรับคนที่เรารักในวันวาเลนไทน์.

 

โซเดียม ในโจ๊กกึ่งสำเร็จรูป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/401674

โดย ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย7 ก.พ. 2557 05:00

โจ๊ก อาหารเช้ายอดนิยมสำหรับหลายคน การทำโจ๊กไม่ยุ่งยาก หาก ทำทานเองที่บ้าน ก็นำปลายข้าวหอมมาต้มกับน้ำซุปกระดูกที่เคี่ยวจนได้ที่จะได้รสชาติของโจ๊กที่หวานน้ำต้มกระดูก เติมรสชาติให้กลมกล่อมขึ้นด้วยเกลือ และใส่เนื้อสัตว์ลงไป แค่นี้ก็ได้โจ๊กที่อร่อยได้ทั้งครอบครัวแล้ว

เนื่องจากการต้มโจ๊กต้องใช้เวลานาน แต่วิถีชีวิตของคนปัจจุบันต้องเร่งรีบในช่วงเช้า ทำให้ต้องหันมาพึ่งโจ๊กกึ่งสำเร็จรูปมากขึ้น เพราะหาซื้อง่าย และทานได้สะดวก

โจ๊กกึ่งสำเร็จรูป มีส่วนประกอบหลักคือ ข้าวสารบด เนื้อสัตว์อบแห้ง ผักอบแห้ง เช่น ฟักทอง แครอท สาหร่าย เพื่อเสริมคุณค่าทางอาหารตามธรรมชาติ และมีการเติมเครื่องปรุงรสต่างๆ เพื่อทำให้โจ๊กมีรสชาติที่เข้มข้น และอร่อยถูกปาก

เจ้าเครื่องปรุงแต่งรสชาติเหล่านี้ มักมีส่วนประกอบของเกลือ หรือโซเดียม ในปริมาณสูง

ปริมาณโซเดียมที่กระทรวงสาธารณสุข แนะนำให้บริโภคต่อวัน (RDI) สำหรับคนไทยอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป ต้องไม่เกิน 2,400 มิลลิกรัมต่อวัน หรือประมาณ 1 ช้อนชา เท่านั้น

เพราะหากเกินกว่านี้จะทำให้ไตทำงานหนัก เนื่องจากไตทำหน้าที่ขับของเสียออกจากร่างกาย

เมื่อไตเสื่อมย่อมส่งผลให้ระบบขับถ่ายไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ เกิดอาการบวมน้ำ ปัสสาวะบ่อย เพราะร่างกายต้องขับโซเดียมอยู่ตลอด

และยังทำให้มีอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ และเกิดภาวะความดันโลหิตสูงด้วย

สถาบันอาหารสุ่มตัวอย่างโจ๊กกึ่งสำเร็จรูปบรรจุถ้วยและซองจำนวน 4 ตัวอย่าง 4 ยี่ห้อเพื่อนำมาวิเคราะห์หาปริมาณของโซเดียม

ปรากฏว่าในโจ๊ก 1 หน่วยบริโภค (1 ถ้วยหรือ 1 ซอง) พบว่ามีปริมาณโซเดียมอยู่ในช่วง 444.65–751.83 มิลลิกรัม

ฉะนั้นใน 1 วัน เราไม่ควรทานมากกว่า 1 ถ้วยหรือ 1 ซอง เพราะแต่ละวันเราจะได้รับโซเดียมจากอาหารชนิดอื่นๆ ที่เราทานเข้าไปด้วยแล้ว

หากทานมากกว่านั้น อาจเป็นต้นเหตุที่ทำให้ต้องเผชิญกับโรคภัย และไตเสื่อมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ วันนี้ ผู้บริโภคอย่างเราๆ คงต้องตัดสินใจเองว่า จะเลือกทานอาหารอย่างไรให้ห่างไกลจากโรค.

ราในหอมแดง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/399970

โดย ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย31 ม.ค. 2557 05:00

หอมแดง เป็นพืชที่มีหลักฐานปรากฏว่า เริ่มพบและแพร่หลายในตะวันออกกลางแถบประเทศอิหร่าน อัฟกานิสถาน และปากีสถาน

ด้วยรสชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ช่วยปรุงแต่งให้อาหารมีรส และสีสันดีขึ้น หอมแดงจึงแพร่หลาย และกระจายสู่ทวีปเอเชียจนถึงปัจจุบันรวมถึงประเทศไทย

อาหารไทยหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นแกงเผ็ด แกงเลียง ต้มยำ หลน ยำ ลาบ น้ำพริกต่างๆ โดยเฉพาะเครื่องแกงแบบไทยๆ จะต้องมีหอมแดงเป็นตัวชูโรง เพราะหอมแดงช่วยดับกลิ่นคาว และเพิ่มรสชาติของอาหารให้จัดจ้านขึ้น เมื่อผสมกับเครื่องเทศและสมุนไพรชนิดอื่น

หอมแดงเป็นพืชที่ต้องเก็บไว้ในที่แห้ง แขวนผึ่งลมไว้เพื่อป้องกันเชื้อรา แต่หากเก็บไว้นานเกินไป หรือเก็บในที่อับชื้นอาจมีเชื้อราปนเปื้อนได้

ซึ่งเชื้อราที่ปนเปื้อนในอาหารปริมาณมากๆ อาจสร้างสารพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกายได้ สารพิษบางชนิดก็มีพิษร้ายแรงจนถึงขั้นก่อให้เกิดมะเร็งในร่างกายได้

ฉะนั้นเราควรหลีกเลี่ยงอาหารที่พบว่ามีเชื้อราปนเปื้อน เช่น มีจุดสีดำ มีเส้นใยฟูๆ สีขาว สีเขียว หรือเหลือง ไม่ต้องเสียดาย ไม่อย่างนั้นระยะทางของชีวิตอาจสั้นลงจากความเสียดาย

วันนี้ สถาบันอาหารได้สุ่มเก็บตัวอย่างหอมแดงสดที่วางขายในตลาดสดและร้านขายของชำใน จ.นครราชสีมา จำนวน 5 ตัวอย่าง เพื่อวิเคราะห์การปนเปื้อนของเชื้อรา

ผลปรากฏว่า ทุกตัวอย่างพบเชื้อราปนเปื้อนในปริมาณสูง นั่นก็แสดงให้เห็นว่าโอกาสที่เชื้อราจะผลิตสารพิษ และเข้าสู่ร่างกายของเราก็สูงด้วยเช่นกัน

ทางที่ดี เลือกซื้อหอมแดงที่สด ไม่มีจุดดำหรือคราบดำๆให้เห็น

ที่สำคัญต้องสังเกตสภาพแวดล้อม และสุขลักษณะของร้านค้า

ที่ขายด้วยว่าสกปรกหรืออับชื้นหรือไม่ ถ้าใช่ก็ไม่ควรซื้อ เพื่อความปลอดภัย…..

เชื้อก่อโรคในเฉาก๊วย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/398304

โดย ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย24 ม.ค. 2557 05:00

ของหวานที่ช่วยคลายร้อน แถมมีราคาถูก ทานกันได้ทุกเพศทุกวัย คงหนีไม่พ้นเฉาก๊วยมีทั้งตั้งเป็นร้านขายเป็นล่ำเป็นสัน ตลอดจนรถเร่ขายตามบ้าน

“เฉาก๊วย” ขนมหวานสีดำ ที่มีลักษณะหยุ่นๆ เหมือนวุ้น ที่ต้องทานพร้อมกับน้ำเชื่อมและน้ำแข็ง

“เฉาก๊วย” ทำจากพืชชนิดหนึ่งคือ “ต้นเฉาก๊วย” มีสรรพคุณช่วยแก้ร้อนใน กระหายน้ำ ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด คนจีนรู้จักเฉาก๊วยมานาน และเริ่มแพร่หลายเข้ามาเมืองไทย

วิธีทำ “เฉาก๊วย” ไม่ยุ่งยาก นำต้นเฉาก๊วยแห้งมาล้างน้ำให้สะอาด จากนั้นนำใส่หม้อและเติมน้ำลงไปต้มด้วยไฟปานกลาง นานประมาณ 4 ชั่วโมง แล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง

ขั้นตอนนี้ อาจเติมแป้งมันสำปะหลังเพื่อให้เฉาก๊วยจับตัวเป็นก้อนง่ายขึ้น แล้วเทใส่ภาชนะตามต้องการ

กระบวนการของการทำเฉาก๊วย โดยเฉพาะขั้นตอนหลังจากผ่านการต้มตลอดไปจนขั้นตอนการบรรจุอาจมีความสุ่มเสี่ยงต่อการปนเปื้อนเชื้อก่อโรคได้

หากผู้ผลิต พ่อค้า แม่ค้า ไม่รักษาสุขลักษณะส่วนบุคคล สุขลักษณะสถานที่และสภาพแวดล้อมในระหว่างการผลิต และใช้ภาชนะไม่สะอาด อาจทำให้เชื้อก่อโรคอย่าง สแตปฟิโลคอคคัส ออเรียส ปนเปื้อนในเฉาก๊วยได้

เชื้อชนิดนี้มักพบอยู่ในอากาศ ฝุ่นละออง ขยะมูลฝอยและน้ำ นับเป็นสาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้เกิดการปนเปื้อนลงสู่อาหาร สิ่งที่ต้องคำนึงถึงอีกอย่าง คือการเก็บเฉาก๊วยไว้ในอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้เฉาก๊วยที่มีเชื้อโรคปนเปื้อนอยู่มีการเพิ่มจำนวนของเชื้อและสร้างสารพิษที่เป็นอันตรายได้

ตามข้อกำหนดของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กำหนดให้อาหารพร้อมบริโภค ขนมหวาน ผัก ผลไม้ พบเชื้อ สแตปฟิโลคอคคัส ออเรียส ปนเปื้อนได้ไม่เกิน 100 ซีเอฟยู/กรัม

ผลการสุ่มตัวอย่างเฉาก๊วยตามรถเข็น จำนวน 5 ตัวอย่างในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อนำมาวิเคราะห์การปนเปื้อนของเชื้อ สแตปฟิโลคอคคัส ออเรียส

ปรากฏว่า เฉาก๊วยทุกตัวอย่างไม่พบเชื้อ สแตปฟิโลคอคคัส ออเรียส ปนเปื้อนเลย สบายใจกันได้.

เชื้อก่อโรคในเบอร์เกอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/396570

โดย ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย17 ม.ค. 2557 05:00

แฮมเบอร์เกอร์ เป็นอาหารที่ได้รับความนิยมทั่วโลกโดยเชื่อว่ามีถิ่นกำเนิดมาจากเยอรมนี

ตามรากศัพท์คำว่า ฮัมบูร์ก ภายหลังจึงแพร่หลายมายังสหรัฐฯ โดยผู้อพยพชาวเยอรมัน

จนปัจจุบันเราจะเห็นแฮมเบอร์เกอร์วางขายตามห้างร้านต่างๆ ไม่เว้น แม้แต่สถานที่ท่องเที่ยว

เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภคที่ไม่มีเวลาทานอาหารจานหลักคือ ทาน 1 ชิ้นก็อิ่มท้องได้ 1 มื้อ บางร้านอาจอัดแน่นด้วยเนื้อสัตว์ ก็จะอิ่มได้ตั้งแต่เที่ยงถึงเย็น

เบอร์เกอร์ เป็นอาหารที่มีลักษณะคล้ายแซนด์วิช มีเนื้อสัตว์เป็นแผ่นสอดไส้อยู่ตรงกลาง เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อปลาทอด ประกบบนล่างด้วยขนมปังแผ่นกลมสอดไส้ด้วยผักชนิดต่างๆ เช่น มะเขือเทศ ผักกาดหอม หอมใหญ่ และราดด้วยมัสตาร์ด มายองเนส หรือซอสชนิดต่างๆ

แม้ว่าเบอร์เกอร์จะเป็นอาหารอิ่มสะดวก ทว่าเวลาทาน เราต้องเลือกซื้อจากร้านผลิตที่สะอาด ผู้ปรุงควรมีสุขอนามัยที่ดี ใส่ถุงมือขณะหยิบจับอาหาร ที่สำคัญต้องเลือกร้านที่ทอดเนื้อสัตว์สุกๆด้วย

ไม่อย่างนั้นจะเสี่ยงต่อการเกิดโรคจากเชื้อ ลิสทีเรีย โมโนไซโตจิเนส

ซึ่งเป็นเชื้อที่โตได้ทุกอุณหภูมิ แม้ที่อุณหภูมิต่ำถึง 2.5 องศาเซลเซียส แถมยังทนความร้อนได้ดี ลิสทีเรีย โมโนไซโตจิเนส ปนเปื้อนลงสู่อาหารได้จากผู้ปรุงหรือผู้ผลิตที่ไม่รักษาสุขลักษณะที่ดี

ในการปรุงอาหาร เชื้อนี้มักจะปนอยู่กับน้ำเสีย อุจจาระคนและสัตว์ เมื่อผู้ปรุงเข้าห้องน้ำ หรือทำกิจธุระแล้วไม่ล้างมือให้สะอาด ไม่สวมถุงมือเวลาหยิบจับอาหาร ก็อาจทำให้เชื้อโรคชนิดนี้ปนเปื้อนอยู่ในอาหารได้

เมื่อผู้บริโภคอย่างเราๆได้รับเชื้อชนิดนี้เข้าร่างกาย จะทำให้เกิดโรค Listeriosis โลหิตเป็นพิษ และเยื่อหุ้มสมองอักเสบ มีอาการคล้ายเป็นหวัด เช่น มีไข้ ปวดหัว ท้องเสีย อาเจียน และอาการติดเชื้อในกระแสเลือด มักพบในผู้ป่วยที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ

วันนี้ สถาบันอาหารได้ทำการสุ่มตัวอย่างเบอร์เกอร์จำนวน 4 ตัวอย่าง ในเขตกรุงเทพฯ

เพื่อนำมาวิเคราะห์การปนเปื้อนของเชื้อ ลิสทีเรีย โมโนไซโตจิเนส

ผลปรากฏว่า ไม่พบการปนเปื้อนในทุกตัวอย่าง นี่เป็นอีกหนึ่งเรื่องยืนยันว่าวันนี้ เบอร์เกอร์บ้านเรายังปลอดภัยอยู่.

ยาฆ่าแมลงในองุ่นสด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/392007

โดย ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย27 ธ.ค. 2556 05:00

องุ่น เป็นผลไม้ในดวงใจของหลายคนที่ชื่นชอบรสชาติหวานอมเปรี้ยว องุ่นมีวิตามินหลายชนิดและมีเกลือแร่มากมาย เมื่อทานองุ่นจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสดชื่น

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะน้ำตาลในองุ่น ซึ่งเป็นน้ำตาลที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้ทันที จึงช่วยเร่งการเผาผลาญในร่างกาย กระตุ้นให้ตับทำหน้าที่ฟอกเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนั้น เปลือกและเมล็ดองุ่น สามารถนำมาสกัดน้ำมันแล้วนำมาเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร  ซึ่งน้ำมันนี้ช่วยให้ผนัง หลอด เลือดแข็งแรง  ลดความเสี่ยงต่อการจับตัวของก้อนเลือด  และลดคลอเลสเทอรอลชนิดแอลดีแอล (ไขมันไม่ดี)

น้ำมันจากเมล็ดองุ่น จึงช่วยป้องกันโรคเกี่ยวกับระบบเลือดและหัวใจได้ดี ทั้งหลายทั้งปวงที่กล่าวมานี้ ร่างกายจะได้รับประโยชน์ไปเต็มๆ หากองุ่นที่ว่าไม่มีการตกค้างของสารกำจัดแมลงและศัตรูพืช ที่เกษตรกรอาจใช้เพื่อป้องกัน ขับไล่ หรือควบคุมศัตรูพืชและสัตว์ในระหว่างการเพาะปลูก เก็บรักษา และขนส่งองุ่น

สารกำจัดแมลงและศัตรูพืชที่มักพบ ได้แก่ สารกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต กลุ่มคาร์บาเมตและกลุ่มไพรีทรอยด์  ซึ่งทั้งสามกลุ่มนี้หากได้รับในปริมาณมากเกินกว่าที่กำหนด หรือได้รับปริมาณน้อยๆแต่บ่อยๆ จะมีอันตรายและผลเสียต่อสุขภาพต่างกันไป

อาการที่พบคล้ายๆกัน คือ อาเจียน เป็นตะคริวที่ท้อง เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ

วันนี้ สถาบันอาหารได้สุ่มตัวอย่างองุ่นสด 5 ตัวอย่าง จาก 5 จังหวัด ทั้งที่ปลูกในประเทศและองุ่นนำเข้า เพื่อนำมาวิเคราะห์การตกค้างของสารกำจัดแมลงและศัตรูพืช 4 กลุ่ม รวม 58 ชนิด

ผลปรากฏว่า มีองุ่น 4 ตัวอย่าง ที่พบสารพิริมิฟอส–เมทิล, คลอร์พิริฟอส–เอทิล, เมโทมิลและไซเพอร์เมทรินตกค้าง และบางตัวอย่างพบตกค้างเกินค่ามาตรฐาน

ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 337) ปี พ.ศ. 2554 เรื่อง อาหารที่มีสารพิษตกค้าง กำหนดให้พบสารเมโทมิลตกค้างในองุ่นได้ไม่เกิน 1 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

ทางที่ดีก่อนทาน ควรแช่น้ำหรือล้างให้สะอาดด้วยน้ำเปล่าหลายๆครั้ง ก็สามารถป้องกันอันตรายจากสารเหล่านี้ และทานองุ่นกันได้อย่างปลอดภัย.

พัฒนาครัวฮาลาลไทยสู่ครัวโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/390321

โดย ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย20 ธ.ค. 2556 05:00

ด้วยจำนวนประชากรมุสลิมทั่วโลกที่มีมากเกือบ 2,000 ล้านคน หรือร้อยละ 28 ของประชากรโลก ทำให้ตลาดอาหารสำหรับผู้บริโภคชาวมุสลิมเป็นตลาดที่ใหญ่มากที่สุดตลาดหนึ่งของโลกก็ว่าได้

ประเมินมูลค่าตลาดอาหารฮาลาลโลกอย่างคร่าวๆพบว่า มีประมาณ 976 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือร้อยละ 16.8 ของมูลค่าตลาดอาหารโลก เติบโตเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 7.4 ต่อปี ยิ่งเมื่อใกล้เข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ในปี 2558 ภาคการผลิตเพื่อการส่งออกของไทยจึงควรมีการเตรียมความพร้อมในทุกมิติ…

ไม่เว้นแม้แต่ผู้ประกอบการในภาคธุรกิจบริการที่เน้นตลาดภายในประเทศ ก็ควรเร่งยกระดับมาตรฐานร้านอาหารหรือสถานประกอบอาหารให้ได้รับการรับรองเครื่องหมายฮาลาล มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ และเกิดความเชื่อมั่นในกลุ่มชาวมุสลิมทั่วโลก

สถาบันอาหารจึงได้จัดสัมมนาเรื่อง “การพัฒนาครัวฮาลาลไทยสู่ครัวโลก” ในวันที่ 23-24 ธันวาคม 2556 เวลา 09.00-16.30 น. ณ ห้องแคทลียา ชั้น 1 โรงแรมรามาการ์เด้นส์

สำหรับผู้ประกอบการในภาคธุรกิจบริการ อาทิ ร้านอาหารมุสลิม อาหารฮาลาล ธุรกิจภัตตาคาร ครัวโรงแรม ครัวโรงพยาบาล

นอกจากนี้ สำหรับผู้ผลิตเพื่อการส่งออก สถาบันอาหาร ยังได้ร่วมมือกับสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) จัดฝึกอบรมเรื่อง “ความสำคัญและการตรวจรับรองอาหารฮาลาล เพื่อการส่งออกสู่ตลาดตะวันออกกลางและกลุ่มประเทศ AEC” จำนวน 5 ครั้ง

โดยเริ่มครั้งแรกที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 25-26 ธันวาคม 2556 เวลา 09.00-16.30 น. ณ ห้องแคทลียา ชั้น 1 โรงแรมรามาการ์เด้นส์ หลังจากนั้นจะจัดที่ชลบุรี เชียงใหม่ สงขลา และที่นครราชสีมา ตามลำดับ…

ทั้ง 2 โครงการ ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ คุณอัศรี สัมมเสถียร โทร. 08-5918-2957 และ คุณชุติมา นพอาจ โทร. 08-1402-7042 หรือโทร.0-2886-8088 ต่อ 2205-2209 E-mail : training@nfi.or.th หรือดูรายละเอียดได้ที่ Facebook : www.facebook.com/NFI.training

ได้เวลาร่วมมือกันพัฒนาครัวฮาลาลไทยสู่ครัวโลกกันแล้ว.

ระวัง…ครีมในเอแคลร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/388838

โดย ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย13 ธ.ค. 2556 05:00

เอแคลร์  ชื่อเรียกผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ไส้ครีมชนิดหนึ่งที่ได้ชื่อมาจากฝรั่งเศส

เอแคลร์จะอร่อยหรือไม่ อยู่ที่ไส้ครีมด้านในที่เป็นตัวชูรสและความนุ่มของขนมปังด้านนอก ยิ่งทานตอนทำเสร็จใหม่ๆ เนื้อขนมปังจะทั้งนุ่มและไส้ครีมด้านในจะทั้งหอมหวาน กลมกล่อม

แต่ในอีกด้าน เอแคลร์ที่ทานจะอันตรายหรือไม่ก็อยู่ที่ไส้ครีมนี้เช่นกัน

เพราะหากไม่ทานให้หมดในคราวเดียวกัน และเก็บไว้โดยไม่แช่ในตู้เย็น เอแคลร์ที่ว่าอร่อยๆนี้ก็อาจเป็นสาเหตุให้ร่างกายได้รับเชื้อก่อโรคบาซิลลัส ซีเรียส ที่ทำให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษได้

อาหารที่มักพบว่ามี เชื้อ บาซิลลัส ซีเรียส ปนเปื้อน ได้แก่ อาหารที่ทำจากข้าวและแป้ง เช่น มักกะโรนี ข้าวผัด อาหารที่มีแป้งและครีม เช่น เอแคลร์ อาหารที่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบ ซอสและซุปต่างๆ

บาซิลลัส ซีเรียส เป็นเชื้อที่สร้างสารพิษ อาการที่เกิดจากการได้รับสารพิษมี 2 ลักษณะ คือ ทำให้อาเจียนและทำให้ท้องเสีย

วิธีป้องกันอันตรายจาก บาซิลลัส ซีเรียส ง่ายที่สุด คือ ทานอาหารให้หมดในคราวเดียวกัน หากทานไม่หมด ก็ไม่ควรเก็บไว้นอกตู้เย็นเป็นเวลา
นานๆ เพราะในระหว่างการปรุงเราไม่รู้ว่าผู้ปรุง ผู้ขาย รักษาสุขลักษณะหรือความสะอาดดีพอหรือไม่

หากไม่สะอาด ก็อาจทำให้เชื้อ บาซิลลัส ซีเรียส ปนเปื้อน และยิ่งเก็บไว้นานก่อนนำไปทาน เชื้อที่ปนเปื้อนอยู่ก็อาจเพิ่มจำนวนมากขึ้นจนสร้างสารพิษและเป็นอันตรายต่อร่างกายได้

ตามเกณฑ์คุณภาพทางจุลชีววิทยาของอาหารฯ ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กำหนดให้อาหารปรุงสุกทั่วไป พบเชื้อ บาซิลลัส ซีเรียส
ปนเปื้อนได้ไม่เกิน 100 ซีเอฟยู/กรัม

วันนี้ สถาบันอาหารทำการสุ่มตัวอย่างเอแคลร์ จำนวน 5 ตัวอย่าง จาก 4 ย่านการค้า เพื่อวิเคราะห์หาเชื้อ บาซิลลัส ซีเรียส ปนเปื้อน

ผลปรากฏว่า พบเชื้อ บาซิลลัส ซีเรียส ปนเปื้อนใน 2 ตัวอย่าง และมี 1 ตัวอย่าง ที่พบเกินค่ามาตรฐานของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

หากชอบทานเอแคลร์ ก่อนซื้อต้องสังเกตวันหมดอายุ สุขลักษณะของร้านค้าและผู้ขาย

ที่สำคัญควรทานให้หมดในครั้งเดียว เพื่อความปลอดภัยและสบายท้อง…

 

สารพิษจากเชื้อราในเส้นสปาเกตตี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/387371

โดย ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย6 ธ.ค. 2556 05:00

อาหารนานาชาติ กำลังได้รับความนิยมมากในประเทศไทย ทั้งอาหารจากแถบเอเชีย อาหารญี่ปุ่น อาหารเกาหลี อาหารจีน

ส่วนอาหารจากทางยุโรปจะมีเพียงไม่กี่ชาติ ที่เห็นและนิยมสุดๆ คือ อาหารอิตาเลียน โดยเฉพาะเส้นสปาเกตตี, พาสต้า ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญที่นำมาใช้ปรุงอาหารอิตาเลียน ได้หลากหลายเมนู เช่น สปาเกตตีผัดซอสชนิดต่างๆ ซุปสปาเกตตี

สปาเกตตี เป็นผลิตภัณฑ์จากแป้งข้าวสาลีที่นำมานวดผสมกับน้ำให้เป็นโดแล้วรีดให้เป็นแผ่น และขึ้นรูปให้มีรูปร่างเป็นเส้นยาว

สปาเกตตีแห้งมีขายทั่วไปในท้องตลาดบ้านเรา ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อได้ตามชอบ มีทั้งแบบบรรจุห่อสำเร็จรูปยี่ห้อต่างๆและแบบแบ่งขาย คือ การผลิตจำนวนมากแล้วนำมาแบ่งขายตามจำนวน หรือราคาที่ผู้บริโภคต้องการ

วัตถุดิบอย่างข้าวสาลีที่นำมาผลิตเส้นสปาเกตตี หากไม่มีการเก็บรักษาที่ดีและถูกสุขลักษณะ อาจทำให้มีเชื้อราปนเปื้อนและเจริญเติบโตจนกระทั่งสร้างสารพิษขึ้นมาได้

สารพิษที่ว่า คือ DON (Deoxynivalenol) เป็นสารพิษที่สร้างจากเชื้อรา ความเป็นพิษของ DON มีทั้งแบบเฉียบพลัน คือ เมื่อได้รับเข้าร่างกายในปริมาณมากจะทำให้มีอาการอาเจียน เวียนศีรษะ ปวดท้อง ซึ่งจะทุเลาลงภายใน 24 ชั่วโมง

และแบบเรื้อรังที่จะมีผลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการช้า และความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน

ตามมาตรฐานของ Codex กำหนดให้พบสารพิษจากเชื้อรา DON ปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์ที่ทำจากข้าวสาลี ข้าวโพด และข้าวบาร์เลย์ ได้ไม่เกิน 1 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

วันนี้ สถาบันอาหารได้สุ่มเก็บตัวอย่างเส้นสปาเกตตีจำนวน 5 ตัวอย่าง จาก 3 ยี่ห้อ ที่วางจำหน่ายในจังหวัดเชียงใหม่ สงขลาและนครราชสีมา เพื่อนำมาวิเคราะห์การปนเปื้อนของ DON

ผลปรากฏว่า มีอยู่ 4 ตัวอย่างที่พบการปนเปื้อน และพบในปริมาณที่เกินค่ามาตรฐานของ Codex ทั้งสิ้น

ทางที่ดี ควรระมัดระวังการทานอาหารที่มีเส้นสปาเกตตีเป็นส่วนประกอบให้มาก

โดยเฉพาะเด็กเล็กไม่ควรทานบ่อยและทานในปริมาณมากๆเพื่อความปลอดภัย

ดินประสิวในไส้กรอกเสียบไม้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/384299

โดย ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย22 พ.ย. 2556 05:00

วันนี้ขอนำเสนอไส้กรอกสีแดงเสียบไม้ตามรถเข็น ที่หันไปมองทางไหนหรือไปที่ใดจะต้องเจอวางขาย

ไส้กรอก เป็นอาหารที่แปรรูปมาจากเนื้อสัตว์ วิธีการทำนั้นไม่ยาก เริ่มจากนำเนื้อหมู เนื้อวัวหรือเนื้อไก่ มาบดผสมกับเกลือ และเครื่องปรุงรสแล้วบรรจุในไส้เพื่อทำให้เกิดรูปร่างและทำให้สุก

ไส้กรอกจึงสามารถทานได้เลย ถ้าไม่แน่ใจนำมาผ่านความร้อนก่อนทานอีกรอบ ทั้งปิ้ง ย่าง ทอดหรือนำเข้าไมโครเวฟเพียง 1 นาที ก็ทานได้อย่างปลอดภัย

ทว่า ไส้กรอกที่เห็นมีสีแดงๆน่าทานนั้น อาจมีสิ่งแอบแฝงที่เป็นอันตรายอยู่ด้วย

สิ่งที่ว่า คือ ดินประสิวหรือโพแทสเซียมไนเตรต ในวงการอาหารนำดินประสิวมาใช้เป็นวัตถุกันเสียทำให้เนื้อสัตว์เกิดสีแดงอมชมพู สีของเนื้อสัตว์จึงดูสด น่าทานอยู่เสมอ นิยมนำมาใช้กับผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ เช่น ไส้กรอก แฮม เบคอน แหนม กุนเชียง เนื้อเค็ม ปลาเค็ม ปลาร้า ปลาเจ่า

ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 281 (พ.ศ.2549) กำหนดให้ใช้ไนเตรต เกลือไนเตรต ในผลิตภัณฑ์เนื้อหมัก เช่น ไส้กรอก แฮม ได้ไม่เกิน 500 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหาร และไนไตรต์ เกลือไนไตรต์ ได้ไม่เกิน 125 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหาร

แม้ทางกฎหมายจะอนุญาตให้ใช้ แต่ถ้าใส่ในปริมาณมากจนเกินไปจะทำให้เกิดโทษได้ โดยเฉพาะผู้ที่ไวต่อสารชนิดนี้ จะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องร่วง อุจจาระเป็นเลือด ปวดศีรษะ

และไนไตรต์สามารถทำปฏิกิริยากับโปรตีนในเนื้อสัตว์บางชนิดกลายเป็นสารก่อมะเร็ง

วันนี้สถาบันอาหารได้สุ่มเก็บตัวอย่างไส้กรอกสีแดงเสียบไม้ตามรถเข็น 4 ตัวอย่าง จาก 4 ย่านการค้า ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อนำมาวิเคราะห์หาการปนเปื้อนของไนไตรต์และไนเตรต

ผลปรากฏว่า ทุกตัวอย่างพบการปนเปื้อนของไนไตรต์และไนเตรต แต่ไม่เกินค่ามาตรฐานที่กำหนด

แต่อย่าชะล่าใจกันมากนัก ใน 1 วัน หากทานในปริมาณมาก มากกว่า 1 กิโลกรัมขึ้นไป และทานบ่อยครั้ง ก็ไม่แน่ว่าจะปลอดภัย