ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย ที่เกี่ยวข้อง

ขนมเบื้องญวน มีนาคม 5, 2014

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/life/398196

  • 23 มกราคม 2557, 05:15 น.

Pic_398196

ขนมเบื้องญวนที่นำมาขึ้นสำรับในวันนี้ เป็นอีกเมนูหนึ่งที่จะหาทานได้ยากขึ้น  นอกเสียจากต้องไปทานตามร้านอาหารเวียดนาม โดยมีการเล่าต่อๆกันมาถึงที่มาของเมนูนี้ว่า เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 เมื่อครั้งที่ทรงยกทัพไปตีเมืองญวน ได้จับเชลยญวนมาเป็นจำนวนมาก และพวกเขาได้ทำขนมขายอยู่อย่างหนึ่ง นั่นก็คือขนมเบื้องญวน

คุณเก๋–วีรวรรณ  พงศ์สงวนไทย  ลูกสาวเจ้าของร้านอาหารเวียดนาม “หง่อนหลำ” ซึ่งหมายถึง  “อร่อย”  ตั้งอยู่ย่านสะพานเหลือง ริม ถ.พระราม 4 ร้านนี้เปิดมากว่า 10 ปีแล้ว โดยคุณแม่ที่เป็นคนอุบลฯ และมีฝีมือในการทำอาหาร แต่ที่เลือกเปิดร้านอาหารเวียดนาม เพราะสมัยนั้นยังไม่ค่อยมีใครเปิดกัน จากร้านแรกที่สยามสแควร์ และเปลี่ยนทำเลมาเรื่อยๆจนมาปักหลักที่สะพานเหลืองในขณะนี้ โดยมีลูกๆเข้ามาช่วยพัฒนาร้านและเมนูอาหาร สำหรับคุณเก๋จะเข้ามาช่วยดูแลงานในครัวด้วย และวันนี้ได้เลือกเมนูยอดฮิตของที่ร้านมาฝากผู้ที่มีเวลาเข้าครัวได้ทดสอบฝีมือกัน มีทั้งขนมเบื้องญวน และสัปดาห์หน้าก็เป็นข้าวเกรียบปากหม้อ

ส่วนผสมของขนมเบื้องญวน : แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วย/แป้งกรอบ 3 ถ้วย/ น้ำกะทิสด 1 ถ้วย/ถั่วเขียวซีกนึ่งสุก 1 ถ้วย/ผงขมิ้น 1 ช้อนชา/เกลือ 1 ช้อนชา/หมูบด 1 กก./เห็ดหูหนูดำสับ 1 ถ้วย/หอมใหญ่สับ 1/2 ถ้วย/ต้นหอมซอย 1/2 ถ้วย/ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ/ซอสภูเขาทอง 2 ช้อนโต๊ะ/น้ำมันหอย 1/2 ถ้วย/ พริกไทย 1 ช้อนชา/น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ/กุ้งสดผ่าครึ่ง 3 ขีด/ถั่วงอกลวก 1 ถ้วย

วิธีทำ 1) นำแป้งข้าวเจ้า แป้งกรอบ ผงขมิ้น น้ำกะทิ และเกลือ ผสมกันในโถ คนให้เข้ากันแล้วพักไว้  2) นำหมูสับลงกระทะ ผัดพอสุกใส่เห็ดหูหนูดำ หอมใหญ่สับ กุ้งสด และเครื่องปรุงทั้งหมดลงผัด  คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วพักไว้ 3) ตั้งกระทะเทฟล่อนให้ร้อนจนทั่ว แล้วตักแป้งลงกระทะ 1 ทัพพี เอียงกระทะให้แป้งไหลไปทั่วทั้งกระทะ โดยใช้ไฟอ่อนๆ 4) โรยถั่วเขียวซีกนึ่งไปบนแป้ง 5) พอแป้งกรอบ เอาออกจากกระทะใส่จาน ตักเครื่องที่เตรียมไว้ใส่บนแผ่นแป้ง โรยถั่วงอกลวกและต้นหอมซอยแล้วค่อยพับครึ่ง  ก่อนเสิร์ฟ แต่งขอบจานให้สวยงามด้วยผักกาดหอมและแตงกวาหั่นแว่น

ส่วนผสม น้ำจิ้ม : น้ำตาลทราย/ขิงแก่ก้อน/ กระเทียมหัว/น้ำปลา/น้ำส้มสายชู/พริกแดงบด/ แตงกวา/ถั่วลิสงป่น……วิธีทำ 1) เอาน้ำตาลทราย ขิงแก่ก้อน กระเทียมหัวใส่หม้อต้มให้เดือด เคี่ยวให้มีกลิ่นขิงกระเทียมจึงใส่น้ำปลาและน้ำส้มต้มต่อ 2) เมื่อส่วนผสมเข้ากันดี จึงปิดไฟปล่อยให้เย็น แล้วนำมากรองเอาผงออก 3) ใส่พริกแดงบดลงไปละลาย เป็นที่เรียบร้อยของส่วนน้ำเชื่อม
4) หั่นแตงกวาเป็นแว่นเล็กๆโรยหน้าด้วยถั่วป่น แล้ว เทน้ำเชื่อมใส่ลงไป.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวหน้าสตรี
  • 23 มกราคม 2557, 05:15 น.
 

เข้าซอยไปนิดกับข้าวซอย”พอใจ” เชียงราย

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/life/396898

  • 20 มกราคม 2557, 09:30 น.

Pic_396898

นี่คือการประท้วงที่ดีที่สุดในโลก ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร กปปส. จะชนะหรือไม่ ก็เป็นรูปแบบการประท้วงที่เจ๋งที่สุด มีทั้งร้านอาหารมาออกซุ้ม ศิลปิน ดารา ต่างออกมาประท้วงอย่างมีสีสันมาก ทั้งละครเวที คอนเสิร์ต DJ เปิดเพลงสำราญใจ ส่วนผู้ประท้วงก็ถือเบียร์กันคนละขวด บางมุมก็นั่งกินไวน์ อย่างกับงานประจำปี “ฟังเพลงในสวน” แต่นี่คือ “ฟังเพลงในถนน” โดยทุกคนมีบัตรผ่าน คือหัวใจที่รักชาติ เสื้อผ้าที่หลายคนไม่เคยคิดจะใส่ด้วยซ้ำ ที่สำคัญคือ นกหวีด ที่พร้อมจะขับไล่รัฐบาล ต่างชาติแรกๆ ก็กลัว มาวันนี้ต่างชาติ ถึงกับสนุกบอกกับผมว่า “น่าจะมีอย่างนี้ทุกปี” สนุกกว่างานดนตรีในทุกชาติ เฮ้ย!!! นี่เรากำลังเรียกร้องความถูกต้องไม่ใช่งานประจำปี นะโว้ย…

ร้านวันนี้คงต้องอยู่แถวๆ เชียงรายก่อนน่ะครับ ไม่สามารถพาท่านๆ ไปในพื้นที่ชุมนุมได้ มาอากาศเย็นๆในช่วงนี้ เชียงรายก็น่าจะเป็นจุดหมายปลายทางที่เข้าท่าที่สุดของนักเดินทาง  มาถึงเชียงรายก็ต้องนึกถึงอาหารเหนือ อย่างข้าวซอย น้ำเงี้ยว เป็นอย่างมาก ผมก็ชอบเสาะแสวงหาร้าน ที่เลขาฯผมบอกว่าต้องมา คือร้านพอใจ  ชื่อถ้าฟังแบบธรรมดาก็ไม่รู้สึกอะไร แต่ถ้ากวนๆ หน่อย ก็จะรู้สึกว่า มันช่างจี๊ดในหัวใจจริงๆ

ร้านนี้มีอาหารให้เลือกหลายอย่าง ทั้งข้าวซอย น้ำเงี้ยว ส่วนข้าวซอยมีทั้งไก่ ปลา น้ำข้าวซอยที่นี่ กลมกล่อมมากๆ ไม่มีกลิ่นฉุนของเครื่องเทศมากนัก ได้เครื่องเคียงอย่างผักกาดดองรสดี บีบมะนาวอีกนิด เข้าท่าเลยครับ ใครที่ชอบเผ็ด ก็เติมพริกน้ำมันแบบทางเหนือ เป็นอันจบ โซ้ยกันเต็มที่ได้เลยครับ มาถึงทั้งที ไม่กินให้ครบอีกอย่างก็ไม่ได้ น้ำเงี้ยว รสชาติดีเหมือนกัน เสียอย่างเดียวเป็นเป็นลูกคนเหนือ ก็กินฝีมือแม่จนชิน แต่ร้านนี้พอกินได้อีกร้านหนึ่ง ที่ผมชอบต้องมีหมูสับกับดอกงิ้ว ถึงจะครบเครื่องมัน

ร้านนี้อยู่ที่ 1023/2 ถนนเจ็ดยอด อ.เมือง จ.เชียงราย ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย โทรศัพท์ 053-712-935  เอาง่ายๆ นะครับคือ วิ่งไปให้ถึงวงเวียนเฉลิมชัย เลี้ยวซ้าย ตรงไปอีก 200 เมตรถึงแล้ว (อ้อ จะต้องมาจากถนนพหลโยธินนะ)

Rating : ต้องกินก่อนตาย

เรื่องและภาพโดย
ดร.ธนา ทุมมานนท์ (เบย์พาเลส)

www.facebook.com/baypalace

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 20 มกราคม 2557, 09:30 น.
 

ลิ้มรสอาหารอร่อย หลายสัญชาติ

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/life/396654

  • 17 มกราคม 2557, 05:15 น.

Pic_396654

หาความสุขกับการลิ้มรสอาหารอร่อยถูกปาก เริ่มที่ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ ห้องอาหารจินเจอร์ จัดบุฟเฟ่ต์มื้อค่ำอาหารจีนและญี่ปุ่น พบเมนูพิเศษ พระกระโดดกำแพง ในราคา 1,999++ ทุกคืนวันพฤหัสบดี ตลอดเดือนนี้ ส่วน ห้องอาหารฟิฟตี้ไฟว์ ชั้น 54 จัดแชมเปญบรันช์มื้อสายวันอาทิตย์ ทุกวันอาทิตย์แรกของเดือน ตั้งแต่เวลา 11.30-15.00 น. ในราคา 3,855++…ห้องอาหารไทย สวนบัว โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ ลาดพร้าว จัดเมนูพิเศษในเดือนนี้ มีทั้งผัดฉ่าหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์, แกงส้มไข่ปลาเรียวเซียว ……โรงแรมมณเฑียร ห้องอาหารเรือนต้น มีเนื้อสันในแกะย่างกับกุ้งแม่น้ำ เสิร์ฟกับซุกกีนี่ และ ห้องอาหารอิตาเลียน ฮาร์เบอร์ วิว มีซี่โครงแกะอบซอสครีมสะระแหน่ และซี่โครงแกะหมักเครื่องเทศอบ มาให้เลือกตลอดเดือนนี้

ส่วน โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ ห้องอาหารยู แอนด์ หมี่ จัดเทศกาลก๋วยเตี๋ยวไทยสี่ภาค มีทั้ง ขนมจีน หมูนอกครก, ก๋วยเตี๋ยวเรือและผัดหมี่โคราชทะเล….ห้องอาหารซัฟไฟร์ บาร์ โรงแรมเดอะ สุโกศล มีบุฟเฟ่ต์ มากิ&ซูชิ ในราคา 295 บาท ++…ห้องอาหารศิลาดล โรงแรมสุโขทัย จัดเทศกาลหอยนางรมและกุ้ง มาให้เลือกชิม… ห้องอาหารจีนหลงฟ่ง โรงแรมสวิสโฮเต็ล เลอ คอง คอร์ด ชวนชิมเมนูนกพิราบ อาทิ นกพิราบทอดหนังกรอบ,นกพิราบยัดไส้เกาลัค ในราคาจานละ 990 บาท…

ห้องอาหารทาปาส อี วีโน โรงแรมแกรนด์ มิลเลนเนียม จัดค่ำคืนพิเศษในวันที่ 24 ม.ค. เสิร์ฟอาหารสเปน 5 คอร์สให้ชิม….ห้อง ดิ เอมเมอรัลด์ ค็อฟฟี่ช็อพ โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ จัดโปรโมชั่น มา 4 จ่าย 3 เฉพาะบุฟเฟ่ต์มื้อกลางวัน…ห้องอาหารมิกาโดะ โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส มีเมนูปูนิ่มคอยเสิร์ฟ…ห้องอาหารเกาหลีคองจู โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส จัดเมนูเกี๊ยวเกาหลีโฮมเมด มาให้นักชิมได้ลิ้มลอง…ห้องอาหารโอเอซิส โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์มิราจบีชรีสอร์ท พัทยา มีอร่อยคุ้มสไตล์แม็กกัน ให้ชิมตลอดเดือนนี้ ในราคาเริ่มต้น 250 บาท++… ปิดท้าย ร้านอาหารสีฟ้า มีเมนูเป็ดย่างสีฟ้า ทั้งลาบเป็ดย่าง,ปอเปี๋ยะสดเป็ดย่าง มาชิมจนถึงสิ้นเดือน ก.พ.นี้…ชอบแบบไหนไปชิมกันได้เลยค่ะ.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวหน้าสตรี
  • 17 มกราคม 2557, 05:15 น.
 

Avocado and Basil Pasta with Crispy Parmaham Zucchini and Pecorino Salad with Truffle Oil

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/life/396432

Pic_396432

เมนูอาหารแนะนำวันนี้ ทำก็ง่ายกินก็ง่าย เหมาะสำหรับคนที่ไม่มีเวลามานั่งพิถีพิถันทำอาหารรับประทาน โดยเฉพาะสลัด ทานแล้วให้ความรู้สึกสดชื่นทันตาเห็นจริงๆ

คุณดี้ หรือรูดี้ จากชื่อเต็มว่า Rudolf (มาจากชื่อกวางเรนเดียร์ของลุงซานต้านั่นเอง) หรือที่รู้จักในชื่อไทยว่า วรุฒม์ โชติกเสถียร หนุ่มที่ชอบเข้าครัวเป็นชีวิตจิตใจ โดยเป็นลูกมือช่วยคุณพ่อ (ศุขสนั่น โชติกเสถียร) ทำอาหารตั้งแต่หัวยังสูงไม่พ้นโต๊ะ ต้องอาศัยต่อเก้าอี้เอา เพราะใจรักซะอย่าง คุณดี้จึงไม่ละความพยายามที่จะช่วยคุณพ่อทำอาหารทุกครั้ง

คุณดี้เล่าว่า โดยส่วนตัวจะชอบค้นหาร้านอาหารใหม่ๆอยู่ตลอด เพื่อจะได้ลองชิมรสชาติอาหารใหม่ๆ จนเกิดความคิดอยู่ตลอดว่า ถ้าไม่ได้ทำงานด้านแฟชั่น ซึ่งปัจจุบันมาทำแบรนด์กระเป๋า-รองเท้าของตัวเองในชื่อ RUDIMENTARY ก็จะมาทำอะไรที่เกี่ยวกับอาหาร แต่ก็ไม่ถึงกับเป็นเชฟนะครับ เพราะจะเอ็นจอยกับการกินมากกว่า และด้วยความที่อยู่อังกฤษมาหลายสิบปี คุณดี้จึงมักมีเมนูอาหารสะดวกปรุง อย่าง 2 เมนูที่นำมาเสนอในวันนี้

เครื่องปรุงสลัดซุกกีนี่ (Zucchini and Pecorino Salad with Truffle Oil) : แตงซุกกีนี่/น้ำมันมะกอก/มะนาวเลมอน/ผักร็อกเก็ต/ Pecorino Cheese(คล้ายพาร์เมซาน ชีส)/ Truffle oil…. วิธีทำ 1) สไลด์แตงซุกกีนี่เป็นแผ่นบางๆตามความยาวของแตง แล้วเรียงใส่จาน โรยเกลือให้ทั่วก่อนนำเข้าแช่ตู้เย็น 15-20 นาที 2) เมื่อนำออกจากตู้เย็นแล้วซับน้ำให้แห้ง 3) ราดน้ำมันมะกอก พร้อมบีบมะนาวเลมอนสักครึ่งลูก โรยเกลือและพริกไทยตบท้าย แล้วคลุกเข้าด้วยกัน 4) โรยหน้าด้วยผักร็อกเก็ต ชีส Pecorino และไพน์ นัท อย่าลืมหยดน้ำมันทรัฟเฟิล ให้ได้กลิ่นหอมก่อนรับประทาน

เครื่องปรุง Avocado and Basil Pasta with Crispy Parmaham : เส้นสปาเก็ตตี้/พาร์มาแฮม/อะโวคาโด/ เปลือกและน้ำมะนาวเลมอน/มะเขือเทศเชอร์รี่/ใบเบซิล หรือโหระพา/Pecorino Cheese…..วิธีทำ 1) ต้มเส้นสปาเก็ตตี้ (ตามกรรมวิธีของคุณดี้ ถ้าปาติดข้างฝาเป็นอันใช้ได้) 2) เรียงพาร์มาแฮมใส่จาน แล้วเอาเข้าไมโครเวฟสัก 3 นาที ทิ้งไว้ให้เย็น 3) หั่นอะโว–คาโด เป็นชิ้นลูกเต๋า ผสมกับเปลือกมะนาวเลมอนที่ขูดเป็นเส้นฝอยๆ พร้อมมะเขือเทศเชอร์รี่ น้ำมะนาวเลมอน 1 ลูก เกลือ และพริกไทย คลุก เคล้าให้เข้ากันแล้วค่อยเติมน้ำมันมะกอกตามชอบ 4) ใส่เส้นสปาเก็ตตี้ลงไปคลุกด้วย 5) สับพาร์มาแฮม พร้อมกับใบเบซิล หั่นหยาบใส่ลงไปคลุกด้วย  แล้วโรยด้วย  Pecorino Cheese  ก่อนเสิร์ฟ  สำหรับใครที่ชอบรสเผ็ดอาจจะเหยาะพริกป่นด้วยก็เข้ากันได้ดี.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวหน้าสตรี
  • 16 มกราคม 2557, 05:15 น.
 

รวมสูตรน้ำพริกชาววัง ที่หาทานยาก

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/life/396430

  • 16 มกราคม 2557, 05:00 น.

Pic_396430

ร่วมสืบสานตำนานอาหารสำรับไทย ฟู้ดฮอลล์ เดอะมอลล์ กรุ๊ป รวบรวมสารพันน้ำพริกขึ้นชื่อ  พร้อมเครื่องเคียง มาเสิร์ฟในงาน  “ร้อยน้ำพริก… พันเครื่องเคียง” ที่จัดขึ้นภายใต้คอนเซปต์ “ตามรอยน้ำพริกเครื่องจิ้มตำรับพระวิมาดาเธอฯ”  ระหว่างวันที่ 16-22 ม.ค. ที่อีเว้นท์ ฮอลล์ ชั้น G เดอะมอลล์ บางกะปิ

ในงานได้มีการรวบรวมน้ำพริกสูตรต้น ตำรับหายากนานาชนิด ซึ่งล้วนเป็นสูตรของ พระวิมาดาเธอฯ กรมพระสุทธาสินีนาฎฯ พระ อัครชายาเธอในรัชกาลที่ 5 รวม 8 สูตร 8 ชนิดด้วยกัน คือ น้ำพริกลงเรือ เมนูขึ้นชื่อของ พระวิมาดาเธอฯ ตำรับวังสวนสุนันทา เป็นน้ำพริกสดไม่ผัดเหมือน กับสูตรน้ำพริกลงเรือสูตรอื่นๆ และมีรสชาติกลมกล่อม, น้ำพริกลูกหนำเลี้ยบ ที่หารับประทานยากในปัจจุบัน, น้ำพริกตะไคร้ สูตรน้ำพริกสมุนไพรไทยที่รับประทานคู่กับผักสดจะช่วยชูรสชาติของน้ำพริกให้ดียิ่งขึ้น,  น้ำพริกเต้าเจี้ยว หรือ เต้าหู้ยี้ ที่สามารถนำมาทากับข้าวตัง หรือขนมปังได้, น้ำพริกมะเขือเทศ  สูตรพิเศษตำเหมือนน้ำพริกกะปิ  แต่ใช้มะเขือเทศแทนมะนาว, น้ำพริกปลาเค็ม ใช้ปลากุเลา หรือปลาอินทรีเค็มเผา อีกทั้งยังมีปลาร้าในกะลา, เต้าเจี้ยวหลน และ  น้ำพริกมะขามเปียก เป็นต้น ในงานยังมี นิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับน้ำพริกและเครื่องจิ้มต่างๆ อีกทั้งวัฒนธรรมการกิน และความเป็นอยู่ของคนในอดีต พร้อมทั้งมีการสาธิตการปรุงน้ำพริกต้นตำรับพระวิมาดาเธอฯ โดย อ.นฤมล เปียซื่อ ผู้เชี่ยวชาญด้านตำรับอาหารไทย โดยเฉพาะน้ำพริก จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และสาธิตการนำเมนูน้ำพริกมาประยุกต์ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์การกินของคนยุคปัจจุบัน  อาทิ  น้ำพริกลงเรือประยุกต์ เป็นซูชิ และเต้าเจี้ยวหลน ประยุกต์เป็นคานาเป้.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวหน้าสตรี
  • 16 มกราคม 2557, 05:00 น.
 

แฮร์รอดส์ ที รูม แบบฉบับผู้ดีอังกฤษ

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/life/395826

  • 14 มกราคม 2557, 05:00 น.

Pic_395826

เสี่ยใหญ่วงการแฟชั่น บุญชัย คงปักไพศาล แห่งแอล เอ็ม  อี หันมาปักธงรบเปิดธุรกิจ “แฮร์รอดส์ ที รูม” (Harrods Tea Room) แห่งแรกในประเทศไทย ที่สยามพารากอน พร้อมจัดงานแกรนด์โอเพ่นนิ่งในบรรยากาศสุดคลาสสิกผู้ดีอังกฤษแท้ โดยมี ฯพณฯ มร.มาร์ค เคนท์ เอกอัครราชทูตสหราช อาณาจักรประจำประเทศไทย เป็นประธานตัดริบบิ้น เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา (10 ม.ค.57)

บุญชัย คงปักไพศาล และภริยา บุญชัย คงปักไพศาล และภริยา “วรวรรณ” ช่วยกันต้อนรับท่านทูตมาร์ค เคนท์.

แฮร์รอดส์ ที รูม เป็นหนึ่งในความภูมิใจของห้างแฮร์รอดส์ ไอคอนของอังกฤษ โดยเป็นร้านอาหารและที รูม รูปแบบคอนเทมโพรารี่ออลเดย์ไดน์นิ่ง มีมากกว่า 5 สาขา ทั่วโลก เริ่มจากญี่ปุ่นเป็นแห่งแรก และล่าสุดที่ประเทศไทย นำสุนทรียภาพของการดื่มชาแบบอังกฤษแท้จากแฮร์รอดส์ ที รูม มาให้คนไทยได้สัมผัสใกล้ชิด

พล.อ.ไพโรจน์  พานิชสมัย ควงลูกสาว  พล.อ.ไพโรจน์ พานิชสมัย ควงลูกสาว “มัดหมี่-พิมดาว” และภริยาคนสวย “ใหม่-เกล็ดดาว” ร่วมเปิดร้านแฮร์รอดส์ ที รูม.

บอสหญิงเหล็ก บอสหญิงเหล็ก “ศุภลักษณ์ อัมพุช” มายินดีกับ “วรวรรณ-บุญชัย คงปักไพศาล”.

เสี่ยบุญชัย คงปักไพศาล เปิดใจว่า ตั้งแต่เกิดมาก็อยู่กับธุรกิจผ้า ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ธุรกิจว่า ขายผ้าอย่างเดียวไปไม่รอด จึงต่อยอดทำการ์เม้นต์ ทำธุรกิจแฟชั่นเสื้อผ้า และเมื่อโลกเปลี่ยน ไลฟ์สไตล์ของผู้คนก็เปลี่ยน หันมาชื่นชอบแบรนด์ชั้นดี และอาหารก็เป็นไลฟ์สไตล์ที่กำลังเฟื่องฟู เมื่อไปเจอร้านแฮร์รอดส์ ที รูม ที่ญี่ปุ่น จึงสนใจติดต่อมาทำในเมืองไทย โดยใช้เวลาติดต่อถึง 2 ปี และเซ็ตอัพร้านอีกปีครึ่ง ต้องการให้เป็นแหล่งนัดพบสุดคลาสสิก ที่ไม่ใช่เพื่อมาทานให้อิ่มอย่างเดียว แต่เป็นร้านสำหรับความรื่นรมย์ด้วย.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวหน้าสตรี
  • 14 มกราคม 2557, 05:00 น.
 

ชิลๆกับ’ชีวิตธรรมดา’ ที่เชียงราย

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/life/395595

  • 13 มกราคม 2557, 09:30 น.

Pic_395595

วันนี้ผมเดินทางกลับจากเชียงราย กับสายการบินนกแอร์ แต่กลับโดนสายการบินโกงเอาดื้อๆ ผมจองที่นั่งไป 4 ที่ แต่แม่ผมไปด้วยไม่ได้ โดยปกติสายการบินนี้ให้เลื่อนได้อย่างเดียวและแพงมาก เมื่อรู้ว่าคืนไม่ได้เลย เอาจ่ายเงินไปแล้วก็แล้วกัน กลับเป็นว่าเขาเอาที่นั่งอีกที่ที่ไม่ได้ไปขาย เท่ากับเอาที่ที่ผมจองผ่านเว็บไซต์ไปแล้ว มีรายละเอียด Booking เรียบร้อย อย่างนี้ผมว่า ไม่แฟร์กับลูกค้า อย่างนี้จะเรียกอะไรกับสายการบินนี้…

เดินทางเที่ยวนี้ ได้ไปพบร้านกาแฟที่น่ารักมาก ชื่อ “ชีวิตธรรมดา” ฟังครั้งแรก มันยังไงกันนี่ เลขาฯ ผมเป็นคนเชียงราย เป็นคนแนะนำว่า ร้านนี้สวย พวกน้ำปั่นๆ อร่อยมาก เลยมีโอกาสไปนั่งกินขนมอร่อยๆ ริมน้ำกก บรรยากาศต้องบอกได้คำเดียวว่า สุดยอด ส่วนของกินตามผมมาเลยดีกว่า

วันนี้ผมจัด ชาอู๋หลงร้อน น้องๆ ในทีม ชาเขียวคาราเมลปั่น บูลเบอรี่ชิสพาย ปันนอฟฟี่ และสตรอเบอรี่เค้ก ดูเข้าท่าดี เอาทุกอย่างมาลองกันเลย ต้องยอมรับว่า ขนมของที่นี่อร่อยมาก ชายังสู้ที่แม่สลองไม่ได้ แต่พอใช้ได้ ถ้าเลือกชาดีกว่านี้จะเด็ด ส่วนน้ำปั่นต่างๆ จัดว่าใช้ได้เลยครับ

ร้านนี้อยู่ที่ถนนพหลโยธิน (ไปตามถนนพหลโยธิน จากตัวเมืองไปทางแม่สายพอข้ามสะพานแม่น้ำกกไปเจอแยกไฟแดงแรก ให้เลี้ยวซ้าย มองหาป้ายบอกทางเข้าร้าน) 179 หมู่ 2 ซ.ร่องเสือเต้น 3 ต.ริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย 57100 เบอร์โทร.081-9842925  ปิดไม่ดึกนะครับ แค่ทุ่มเดียว

Rating : ชาตินี้ต้องกิน

เรื่องและภาพโดย
ดร.ธนา ทุมมานนท์ (เบย์พาเลส)

www.facebook.com/baypalace

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ดร.ธนา ทุมมานนท์
  • 13 มกราคม 2557, 09:30 น.
 

“ราชาเห็ด” มิชลินสามดาว

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/life/395071

  • 11 มกราคม 2557, 05:15 น.

Pic_395071

ขยันเอาใจนักชิมรสนิยมหรูซะจริงๆ สำหรับห้องอาหารเลอ นอร์มังดี โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ เปิดศักราชใหม่ได้ไม่กี่วัน ก็มอบของขวัญรับปีม้าคึกคักให้แฟนๆทันที โดยชวนสองพ่อลูกเชฟมิชลินระดับสามดาว “เชฟ เรจิส และฌาคส์ มาร์กอง” จากร้านเก่าแก่อายุเกือบ 60 ปี Regis et Jacques Marcon เมืองโอตลัวร์ บินตรงจากฝรั่งเศสมาโชว์ฝีมือปรุงอาหารให้ลิ้มลองโดยเฉพาะ ระหว่างวันที่ 13-18 ม.ค.นี้ มื้อกลางวัน ราคา 5,296.50 บาท มื้อค่ำ 9,769.10 บาท และมื้อไวน์ดินเนอร์ส่งท้ายในราคา 13,888.60 บาท (รวมภาษีและบริการ)

ก็เพราะกิจกรรมยามว่างของสองพ่อลูกเชฟมิชลิน คือการเก็บเห็ดหายากตามป่าฤดูหนาว เพื่อนำมาประกอบอาหารสไตล์ฝรั่งเศสดั้งเดิม พวกเขาจึงได้รับการขนานนามจากแฟนๆให้เป็น Mushroom Kings หรือราชาเห็ด โดย “เชฟเรจิส และฌาคส์ มาร์กอง” ได้รับมิชลินสตาร์ดวงแรก ในปี 1990 และมิชลินสตาร์ดวงที่สอง ในปี 1997 ตามมาด้วยมิชลินสามดาว ในปี 2005 ร้านของพวกเขามีชื่อเสียงโด่งดังมานาน และเป็นสมาชิกกลุ่ม Relais & Châteaux ซึ่งเป็นกลุ่มโรงแรม, ร้านอาหาร และเชฟชั้นนำที่ก่อตั้งมานานเกินครึ่ง ศตวรรษ รับ ประกันได้ถึงบริการอันเปี่ยม ด้วยคุณภาพและมิตรภาพอบอุ่นน่าประทับ ใจ สามารถ สำรองที่นั่งได้แล้วที่ห้องเลอ นอร์มังดี โรง แรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ โทร. 0-2659-9000 ต่อ 7670-1.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวหน้าสตรี
  • 11 มกราคม 2557, 05:15 น.
 

พาสต้าขี้เมา โฮมเมด

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/life/394598

  • 9 มกราคม 2557, 05:30 น.

Pic_394598

เรื่อง “เข้าครัว” หรือ “การทำอาหาร” ไม่ได้เป็นหน้าที่ของผู้หญิงฝ่ายเดียวอีกแล้ว เพราะยุคสมัยเปลี่ยนไป พฤติกรรมของคนก็เปลี่ยนตาม จึงได้เห็นผู้ชายหันมาใส่ใจกับการทำอาหารกันมากขึ้น ดังนั้นในงานเปิดครัวไทยเทพรส คุณแบงค์–บัญชา วิญญรัตน์ บิ๊กบอส บริษัท ไทยเทพรส จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตซอสปรุงรส, ซอสพริก, น้ำส้มสายชูกลั่น, ซอสหอยนางรม ตราภูเขาทอง, ซอสพริกศรีราชาพานิชและซีอิ๊วญี่ปุ่นคินซัน จึงท้าประลองฝีมือเชฟกระทะเหล็ก เอ๊ย! กระทะเทฟล่อน กับหนุ่มนักแสดงดีกรีด็อกเตอร์ “นาวิน ต้าร์” หรือนาวิน  เยาวพลกุล ซึ่งเป็นเพื่อนนักเรียนอังกฤษด้วยกันสมัยเรียนปริญญาโทในเมนูเพื่อสุขภาพ “พาสต้าขี้เมาโฮมเมด”

หนุ่มแบงค์ บอกว่า เขาเป็นอีกผู้หนึ่งที่ชื่นชอบการทำอาหาร และชอบตระเวนชิมเมนูเด็ดๆตามร้านต่างๆ ทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ พร้อมกับฝากบอกถึงคนรุ่นใหม่ที่ต้องดำเนินชีวิตประจำวันอย่างเร่งรีบ และห่างไกลจากการทำอาหารด้วยว่า

“ในแต่ละสัปดาห์เราควรหาเวลาเข้าครัวทำอาหารทานเองที่บ้านบ้าง นอกจากจะสามารถคัดสรรวัตถุดิบที่สด ใหม่ สะอาด และมีคุณภาพแล้ว การทำอาหารร่วมกันยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ภายในครอบครัว ทำให้เรามีโอกาสได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้นด้วย และไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือการใช้ชีวิต ทุกคนย่อมต้องปรุงแต่งให้มีรสชาติในแบบที่เป็นตัวของตัวเอง เพราะผมเชื่อว่า ในโลกนี้ไม่มีใครที่สมบูรณ์แบบ แต่ละคนย่อมมีรสชาติที่ไม่เหมือนกัน โดยมีการปรุงแต่งไม่เหมือนกันครับ”

ส่วน นาวิน เยาวพลกุล (นาวิน ต้าร์) ที่มาร่วมประชันฝีมือด้วยบอกว่า “ผมกับแบงค์ชื่นชอบการทำอาหารตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ต่างประเทศแล้วครับ เพราะการออกไปทานอาหารนอกบ้านก็มีราคาค่อนข้างแพง บางทีเราอยากทานผัดกะเพรา หรือผัดไท รวมถึงอาหารไทยชนิดต่างๆ ก็ต้องลงมือทำทานกันเอง และยังทำให้เพื่อนฝรั่งทานได้ด้วย พวกเค้าก็ชอบกันมากครับ ผมคิดว่าผู้ชายก็สามารถเข้าครัว และทำอาหารได้ดีทีเดียวครับ เพราะผู้ชายก็มีความละเอียดอ่อนไม่แพ้ผู้หญิงเลยครับ”

สำหรับเมนูที่คัดพิเศษในการประลองฝีมือของสองหนุ่มสองมุมคู่นี้ โชว์ให้เห็นกันสดๆตั้งแต่การทำเส้นพาสต้า ที่ทุกคนสามารถทำได้เอง โดยมี ส่วนผสม คือ ไข่ไก่ แป้ง น้ำมัน เกลือ นำมาผสมให้เข้ากันเส้นสดจะพิเศษกว่าเส้นทั่วๆ ไป ตรงที่เราสามารถเลือกได้ว่าจะใส่อะไร ปริมาณเท่าไหร่ เมื่อผสมเข้ากันดีแล้ว ก็นำแป้งมารีดให้เป็นแผ่นแบน และตัดเป็นเส้นตามที่เราต้องการ และนำเส้นไปต้มน้ำ 3 นาที เราก็จะได้เส้นพาสต้าในแบบฉบับของตัวเอง

เครื่องปรุงของพาสต้าขี้เมา : กระชาย/ ใบมะกรูด/พริกไทยสด/โหระพา/กระเทียม/ พริกขี้หนูตำ/พริกชี้ฟ้า/เห็ดออริ-จิ/ ปลาหมึก/ซอสปรุงรสถั่ว เหลืองตราภูเขาทอง/น้ำมันหอย/น้ำมันพืช/น้ำสต๊อกไก่/น้ำตาล/เส้นพาสต้า …….วิธีทำ 1) เจียวกระเทียมกับน้ำมัน และตามด้วยพริกขี้หนูตำ 2) ตามด้วยพวกซีฟู้ดที่ชอบอาทิ กุ้ง ปลาหมึก ซึ่งควรลวกน้ำร้อนพอสะดุ้งก่อน 3)ใส่น้ำสต๊อกไก่เล็กน้อยเพื่อไม่ให้แห้งจนเกินไป 4) ปรุงรสด้วยซอสถั่วเหลือง น้ำมันหอย และน้ำตาลถ้าชอบรสออกหวาน 5) ผัดจนเข้ากันและชิมรสตามชอบแล้ว จึงใส่เห็ดออริจิ และเครื่องสมุนไพร ทั้งกระชาย ใบมะกรูด พริกไทยสด โหระพา และพริกชี้ฟ้าหั่นแฉลบตามยาว สุดท้ายจึงใส่เส้นพาสต้า ผัดคลุกเคล้าให้เข้ากัน พร้อมเสิร์ฟได้เลย.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวหน้าสตรี
  • 9 มกราคม 2557, 05:30 น.
 

‘Aston’…วัตถุดิบต้องมาก่อน!

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/life/392915

  • 8 มกราคม 2557, 15:00 น.

Pic_392915

Aston เลือกสรรวัตถุดิบที่ดีที่สุดของวัน มาเตรียมเมนูอาหารแบบวันต่อวัน มาวันนี้ได้กินเมนูนี้ มาครั้งหน้าก็จะมีเมนูอาหารจานใหม่ออกมาให้ชิมอยู่เสมอๆ ไม่มีเบื่อ…

เชฟต้น-ศรา จิรารัตน์ เคยเปิดตัวในฐานะเชฟโมเลคูลาร์ควีซีนมาก่อน กับ Aston เดิมที่โครงการซีดีซี (ปิดตัวไปแล้ว) ครั้งนี้เชฟต้นเปลี่ยนสไตล์สุดขั้ว จากที่เคยทำอาหารหวือหวา ดึงดูดคนกินด้วยเทคนิคแปลกๆ ก็กลายเป็นเน้นความอร่อยจากวัตถุดิบตามฤดูกาล ในรูปแบบของเชฟเทเบิลแทน เปิดโอกาสให้เราได้สัมผัสกับตัวตนของเชฟมากขึ้น

“วัตถุดิบต้องมาก่อน” เป็นคำยืนยันถึงการปรุงอาหาร แบบ Back to Basic ของเชฟต้น ที่เลือกสรรวัตถุดิบที่ดีที่สุดของวันนั้น มาเตรียมเมนูอาหารแบบวันต่อวัน มาวันนี้ได้กินเมนูนี้ มาครั้งหน้าก็จะมีเมนูอาหารจานใหม่ออกมาให้ชิมอยู่เสมอๆ ไม่มีเบื่อ แถมงานนี้เชฟต้นไม่ได้เด่นคนเดียว แต่มีทีมเชฟที่ช่วยสนับสนุนกันและกัน เพื่อให้เสิร์ฟอาหารได้ตามเวลา

ทีมเชฟของ Aston เซอร์ไพรส์เราด้วยทาปาสเมนู อย่าง Tomato Bread ขนมปังอบร้อนๆ 2 แบบ บาแกตต์และซาวร์โด กับมะเขือเทศและมะกอกดองเอง รสเปรี้ยวหวานพอดี ส่วนจานเด่นของวันนี้เชฟได้หอยเชลล์สดๆ มาปรุง Scallop Dish หอยเชลล์สดหั่นบางๆ คลุกเคล้าด้วยน้ำมันมะกอก พอนซุ แตงกวาดอง และสาหร่าย กินกับข้าวคลุกซอสหอยเม่น ดาชิ และสาเก ราดด้วยโฟมมะนาว รสชาติของจานนี้ค่อนข้างแปลกด้วยความกรุบของข้าวที่คลุกเคล้ากับซอสหอยเม่นที่มัน แต่ได้กลิ่นอายของอาหารญี่ปุ่นเจือเข้ามา

Salmon DishSalmon Dish

จานหลักเป็น Salmon Dish ปลาแซลมอน จากไอร์แลนด์กงฟีกับน้ำมันมะกอก แล้วย่างด้านหน้าให้หอมกลิ่นไหม้ ราดด้วยซอสสาหร่ายรสเปรี้ยว เสิร์ฟกับต้นหอมญี่ปุ่นที่ตุ๋นในไวต์ไวน์วินีการ์ผสมดาชิแล้วเผาให้หอม

Passion Fruit, Tropical FlavorPassion Fruit, Tropical Flavor

ล้างปากด้วยของหวาน “Passion Fruit, Tropical Flavor” ไอศกรีมวานิลลากับเคิร์ดเสาวรสรสเปรี้ยว เสิร์ฟพร้อมมะม่วง สับปะรด และสาคูที่อินฟิวส์กับแคฟเฟอร์ไลม์จนหอมอร่อย รสชาติไม่โดดจากกัน หวานประสานเปรี้ยวกำลังดี

ข้อมูล : นิตยสาร gourmet & cuisine

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 8 มกราคม 2557, 15:00 น.
 

แนะสาวๆ เตรียมรับมือ สู่ภาวะวัยทอง

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/life/394360

  • 8 มกราคม 2557, 05:30 น.

Pic_394360

เรื่องของความสวยความงามนั้นห้ามกันไม่ได้จริงๆ !! คุณสาวๆ ที่กำลังย่างเข้าสู่วัยทองจึงจำเป็นต้องเรียนรู้และเตรียมตัวรับมือกับภาวะความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย โดยเฉพาะเรื่องของผิวหนังที่อาจดูเหี่ยวย่น ร่วงโรย และมีริ้วรอยมากขึ้น นพ.ก้องศาสดิ์ ดีนิรันดร์ สูตินรีแพทย์ รพ.กล้วยน้ำไท เผยถึงสาเหตุหลักของผิวที่เริ่มเหี่ยวย่นของสาววัยทองว่า เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เมื่อเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนในช่วงวัย 45 ปีขึ้นไป ร่างกายจะหยุดการผลิตไข่ แต่รังไข่ก็ยังทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนต่างๆ เช่น เอสโตรเจน และโปรเจสโตโรน แต่ปริมาณจะลดลงไปกว่าเดิม ฮอร์โมนที่ส่งผลต่อคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวคือเอสโตรเจน ซึ่งฮอร์โมนนี้จะผลิตลดลงปีละ 2.1 เปอร์เซ็นต์ นับจากวันที่ประจำเดือนหมด หมายถึงจำนวนคอลลาเจนจะลดลงเกือบ 30 เปอร์เซ็นต์ เมื่ออายุอยู่ในวัย 65 ปี

ผู้หญิงที่ประจำเดือนหมดแล้วและพบว่ามีปัญหาเรื่องผิวพรรณ จึงควรใส่ใจดูแลตนเองให้มากขึ้นด้วยการทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นการรับประทานอาหารที่ช่วยเสริมฮอร์โมนเอสโตรเจน เช่น นมถั่วเหลือง ซึ่งมีไอโซฟลาโวน มีคุณสมบัติคล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน นอกจากนี้ยังมีเลซิทินช่วยบำรุงสมอง เพิ่มความจำ ลดไขมัน และคอเลสเทอรอลได้ แต่ก็ควรรับประทานวันละประมาณ 1-2 แก้วในขณะท้องว่าง และก่อนหรือหลังมื้ออาหารประมาณ 2 ชั่วโมง เพราะนมถั่วเหลืองมีไฟเบอร์ที่ย่อยยาก หากรับประทานพร้อมอาหารจะทำให้ท้องอืด และการดูดซึมสารอาหารในมื้อนั้นลดลงได้ ทั้งยังควรดื่มน้ำมะพร้าวเป็นประจำ เพราะน้ำมะพร้าวมีสารไฟโตรเอสโตรเจน ที่มีโครงสร้างคล้ายเอสโตรเจนในคน แต่มีฤทธิ์อ่อนกว่า หรือน้ำมะม่วงสุก, กุยช่าย, เนื้อปลา, ถั่ว, ข้าวซ้อมมือ, มันฝรั่ง เป็นต้น รวมทั้งเมล็ดธัญพืช เช่น เมล็ดลินิน เมล็ดฟักทอง เมล็ดงา เมล็ดทานตะวัน ฯลฯ แต่ก็ต้องรับประทานในปริมาณที่พอดีควรใช้ครีมกัน แดดที่สามารถป้องกันรังสียูวีเอ และยูวีบี และการดื่มน้ำวันละ 8-10 แก้ว เพราะช่วยให้ผิวพรรณชุ่มชื้น ไม่แตกแห้ง

นพ.ก้องศาสดิ์ ดีนิรันดร์นพ.ก้องศาสดิ์ ดีนิรันดร์

ขณะที่คุณสาวๆ ที่ยังไม่ถึงวัยทองแต่ทำงานหนัก นอนดึก ต้องปาร์ตี้ทำให้พักผ่อนน้อย ผิวพรรณก็อาจทรุดโทรมได้ ดร.พงศกรพัฒน์ อรุโณทยานันท์ ผู้จัด การฝ่ายพัฒนาความรู้ผลิตภัณฑ์ ระดับนานา ชาติ ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค อะคาเดมี จึงแนะ 5 วิธีดูแลตัวเองแบบจัดเต็ม เริ่มจากการเตรียมร่างกายให้มีพลังแข็งแรงสดชื่น ด้วย ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เช่น วิตามินและเกลือแร่รวมดีๆ สักขวด ยิ่งถ้ามีส่วนผสมของโคเอ็นไซม์คิวเท็น ยิ่งดี เพราะช่วยเสริมสร้างพลังงานให้เซลล์ ทำให้สดชื่นคลายความอ่อนเพลีย ต่อด้วยการบำรุงผิวแบบจัดเต็ม ควรหาออยล์เซรั่ม เนื้อน้ำมันบางเบา ซึมซับดีที่สกัดจากพืช ทาบางๆ ทั่วผิวหน้าและรอบดวงตาทั้งเช้าและเย็น ร่วมกับครีมบำรุงผิวเนื้อเข้มข้น และควร ติดกันแดดไปทุกที่ เพื่อให้ผิวได้รับการปกป้องทั้งวัน ต่อด้วยการ ฟื้นฟูผิวหลังปาร์ตี้ อย่างเร่งด่วน ด้วยแผ่นมาส์กที่ผลักสารบำรุงให้ผิวหน้ามีความชุ่มชื่นสดใสอย่างรวดเร็ว และ เติมสีสันให้สดใส ด้วยการลงครีมรองพื้นให้เนียน กริ๊บ กล้าๆ หยิบลิปสติกสีจัดจ้านและอายแชโดว์สีสดใสออกมาสร้างลุคใหม่ให้สะดุดตาเพื่อนร่วมงาน…เพียงแค่นี้ไม่ว่าจะปีเก่าหรือปีใหม่ ก็สวยสดใสกันได้เสมอค่ะ.

ดร.พงศกรพัฒน์ อรุโณทยานันท์ดร.พงศกรพัฒน์ อรุโณทยานันท์

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวหน้าสตรี
  • 8 มกราคม 2557, 05:30 น.
 

“นิวเฮงกี่” บะหมี่ปูหมูแดงที่ไม่ธรรมดา

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/life/393904

  • 6 มกราคม 2557, 09:30 น.

Pic_393904

ควันหลงจากการประมูลทีวีดิจิตอล เป็นการประมูลที่ใสสะอาดที่สุดเท่าที่ประเทศไทยมีการจัดการประมูลมา เพราะก่อนการประมูลมีข่าว “การรับงานจากลูก ส.ส.ใหญ่ ที่จะช่วยให้ใครบ้างคนได้ชนะการประมูลครั้งนี้ โดยใช้เงินน้อยที่สุด” ซึ่งหมายถึงการได้อันดับสุดท้ายของผู้ที่มีสิทธิ์ชนะการประมูล แต่ต้องขอโทษ พวกท่านๆ ที่คิดว่าจะใช้วิธีนี้ โชคดีจากคนอื่น อย่าง ดร.นที ยอมรับฟังผู้ที่เข้าประมูล แล้วเห็นจุดอ่อนในหลายๆ ส่วน จึงทำการปรับปรุงกระบวนการให้รอบครอบและรัดกุมมากขึ้น อย่างนี้สิครับ พวกเราคนที่ตั้งใจมาประมูล “ถ้าจะแพ้ ก็ขอให้แพ้แบบพวกเราปล่อยมือ ไม่เอาเอง” แต่คงไม่อยากให้ใครมาโกงหรือเอาเปรียบด้วยวิธีไม่โปร่งใส…

ตอนที่ทีมไทยรัฐมาซ้อมการประมูลในรอบเช้า ออกมาเกือบบ่ายโมงครึ่งจะหาร้านกินข้าว ครั้งก่อนมาได้กินข้าวหมกไก่ แต่วันนี้หมดแล้วครับ เอาอย่างไรดี ก็เดินเข้าซอยไปเรื่อยๆ เห็นร้านนิวเฮงกี่ บรรยากาศช่างเก่าแก่เหลือเกิน เห็นบะหมี่หน้าร้านและมีคุณป้าแก่ๆ ทำขายอยู่น่ากินเชียว เรา 4 คนเลยเอาเป็นว่าเข้าไปลองดูหน่อยเผื่อจะเข้าท่าเข้าทาง ที่ร้านทำกันเป็นครอบครัว โดยมีพ่อเป็นพ่อครัวทำอาหารประเภท ข้าวผัด ราดหน้า อาหารเป็นจานๆ ส่วนคุณแม่ลวกบะหมี่ ส่วนลูกชายจะเป็นคนรับออเดอร์อาหาร แต่ต้องขอบอกว่า ทีเด็ดเลยคุณ…

มาที่ร้านนี้ บะหมี่ปูหมูแดงแห้ง และ เกี๊ยวกุ้งน้ำ เป็นสองจานที่ผมอยากลอง มีฝีมือหรือไม่ อยู่ที่การลวกเส้นบะหมี่ พอเขาเอามาเสิร์ฟ เนื้อบะหมี่ที่ว่าร้านสว่างแน่ๆ เจอร้านนี้ต้องยอมเลยครับ วิธีการลวกก็ไม่ธรรมดา เข้าใจเนื้อบะหมี่เหนียวนุ่มได้ใจ หมูแดงก็ใช้เนื้อหมูที่ดี นุ่มนวลเข้าที่เลย ปูก็ใหม่ไม่ใช่เก่าเก็บ และยังคงรสหวานของเนื้อปูสด ส่วนเกี๊ยวกุ้งน้ำ ท่านๆ ที่เคยทานจากจ๊าบกี่ ราดหน้า ร้านนี้เป็นอีกร้านที่เข้าท่า ไม่มีสองรองใครแน่นอน…

ร้านอยู่ที่ 328/8 ซอยเจริญกรุง 43 บางรัก สี่พระยา กรุงเทพฯ 10500 โทร.ไปได้ครับ 0-2235-0078  (ตรงข้ามไปรษณีย์กลาง บางรัก)

Rating : ที่สุดในแผ่นดิน
เรื่องและภาพโดย
ดร.ธนา ทุมมานนท์ (เบย์พาเลส)

www.facebook.com/baypalace

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ดร.ธนา ทุมมานนท์
  • 6 มกราคม 2557, 09:30 น.
 

“Harrods Tea Room” จิบชายามบ่าย ตำรับผู้ดีอังกฤษ

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/life/393537

  • 4 มกราคม 2557, 05:20 น.

Pic_393537

วัฒนธรรมการจิบน้ำชายามบ่ายของชาวผู้ดีอังกฤษ เริ่มต้นขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 ในหมู่ชนชั้นสูง ก่อนที่ความนิยมจะแพร่หลายไปทั่วทุกมุมโลก โดยชาวอังกฤษ ไม่ว่ายากดีมีจน จะนิยมจิบน้ำชายามบ่ายกับขนมนมเนยและแซนด์วิช จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน

ถ้าพูดถึงอังกฤษและวัฒนธรรมอาฟเตอร์นูนที หนึ่งในทีรูมสุดฮิป ที่เป็นไอคอนของเมืองผู้ดีมาช้านาน ต้องยกให้ “Harrods Tea Room” ห้องจิบน้ำชาสุดคลาสสิกตามแบบฉบับผู้ดีอังกฤษ ซึ่งอยู่คู่ห้างสรรพสินค้าแฮร์รอดส์ ประเทศอังกฤษ มาตั้งแต่เริ่มต้นเปิดกิจการเป็นร้านขายของชำและร้านขายชาเล็กๆ บนถนนบรอมพ์ตัน ไนท์สบริดจ์ เมื่อปี 1834 กระทั่งขยายอาณาจักรกลายเป็นห้างสรรพสินค้าชั้นนำของโลก และเป็นสัญลักษณ์ของเกาะอังกฤษ

ล่าสุด “Harrods Tea Room” ภายใต้การนำของ “บุญชัย คงปักไพศาล” ได้ฤกษ์ดีมาเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย ณ ชั้น G ศูนย์การค้าสยามพารากอน เพื่อเอาใจผู้มีรสนิยมหรู และคอชาขนานแท้ เสมือนยกทีรูมสุดหรูจากกรุงลอนดอนมาไว้ใจกลางกรุงเทพฯ โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์การตกแต่งในบรรยากาศโมเดิร์นเอลิแกนซ์ไว้ทุกกระเบียดนิ้ว ด้วยโทนสีขาวครีมตัดกับสีเขียว ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของห้างฯแฮร์รอดส์ ภายในร้านสามารถรองรับแขกได้ 80 ที่นั่ง

เพื่อให้ดื่มด่ำกับสุนทรีย์การจิบน้ำชายามบ่ายตามแบบฉบับผู้ดีอังกฤษแท้ๆ นอกจากชารสเลิศต้นตำรับ และ “อาฟเตอร์นูน ไฮที เซ็ต” อันเลื่องชื่อ ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมีสโคนอุ่นๆเสิร์ฟคู่กับคลอตเต็ดครีม และฟรุตแยม เป็นไฮไลต์ ที่นี่ยังมีบริการอาหารในรูปแบบคอนเทมโพรารี่ออลเดย์ไดน์นิ่งตลอดวัน โดยซิกเนเจอร์เมนูยกให้ ทรัฟเฟิล เบเนดิกท์, แฮร์รอดส์ บีฟ เวลลิงตัน และลอนดอน เมโทร ฟิช แอนด์ ชิฟส์ อีกโซนเด่นรวมถึง “แฮร์รอดส์ ซิกเนเจอร์ บูติก” รวมผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกประจำแฮร์รอดส์มาเอาใจแฟนๆโดยเฉพาะ.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวหน้าสตรี
  • 4 มกราคม 2557, 05:20 น.
 

เปิดตำรา…ลิ้มรสอาหารจานเด็ด 10 เมนู! (ชมคลิป)

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/life/393404

  • 3 มกราคม 2557, 11:30 น.

Pic_393404

ศาสตร์และศิลป์ด้านอาหาร จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็อาจจะใช่ เพราะคนทำต้องมีไอเดียแตกต่างอย่างสร้างสรรค์…

ที่ว่าง่าย ก็รสชาติอาหารมันมีไม่กี่รส แต่ที่ยาก คือ รสชาตินั้นจะต้องแตกต่างไปจากรสชาติอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง เช่น รสหวานไม่เหมือนรสเปรี้ยว ซึ่งวัตถุดิบแต่ละชนิดก็จะให้รสชาติที่แตกต่างกัน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ตัวของเชฟต้องรู้จักวัตถุดิบอย่างหลากหลาย และใช้มันให้ถูกกับอาหารแต่ละชนิดที่จะปรุงแต่งขึ้นมา

ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ได้มีโอกาสพูดคุยกับเชฟ และกูรูด้านอาหารของร้านมูแลง นายชุมพล เสรีมนตรีกุล กรรมการผู้จัดการร้านอาหาร (MOULIN) เมนูอาหารพร้อมเสิร์ฟเกือบทุกเมนูของร้านนี้ เกิดจากการเดินทางไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ลิ้มรสอาหารต่างแดน มารวบรวมให้กับลูกค้า เรียกได้ว่า อยากจะลิ้มรสอาหารชาติไหน แฟนคลับคู่มือคนเมืองไม่ต้องเสียค่าตั๋วเครื่องบิน เพียงแต่ตรงไปร้านมูแลงก็พอ

Signature หรืออาหารจานเด็ดของร้านมูแลง ที่พลาดไม่ได้มี 2 เมนู!!!

จานแรก Pan Fried Codfish ปลาค็อดเนื้อนุ่ม ปลาน้ำลึกชั้นเลิศไร้กลิ่นคาว เสิร์ฟคู่กันกับทาญเลียเตลเล คล้ายพาสตาเส้นแบน ลวกจนเหนียวนุ่ม ราดด้วยสไปซี่ เคอรี่ ซอส เป็นซอสที่ใช้เครื่องเทศหลากชนิดจากนิวยอร์ก กลิ่นหอมๆ ของเครื่องเทศ ช่างยั่วยวนชวนน้ำลายสอยิ่งนัก แถมเจ้าซอสเคอรี่ ยังช่วยดับกลิ่นคาวของปลาได้ดีอีกด้วย

Pan Fried CodfishPan Fried Codfish

อีกจานนั่นก็คือ ฮามาชิ คาพาชิโอ เมนูที่ผสมผสานกลิ่นอายของความเป็นซาซิมิ เมนูเด่นของญี่ปุ่นแบบจางๆ และด้วยเนื้อปลาฮามาชิ มีความเข้มข้นและค่อนข้างมันอยู่ในตัว เชฟจึงได้แล่เนื้อปลาให้บาง ผสมกับเมลอนซอสซ่า ที่ให้รสชาติหวานซ่อนเปรี้ยวสูตรของร้าน และราดด้วยวาซาบิครีมซอส ที่ทำจากมายองเนส ตีให้เข้าเนื้อกับผงวาซาบิ ให้รสชาติออกหวานมัน กลิ่นไม่ฉุนมาก แต่จะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของอาหารญี่ปุ่น เรียกได้ว่า เป็นการผสมผสานศาสตร์และศิลป์ของอาหารเอาไว้ได้อย่างลงตัวทีเดียว

ฮามาชิ คาพาชิโอฮามาชิ คาพาชิโอ

แหม!! แค่สองเมนูยังเรียกน้ำย่อยซะขนาดนี้ ใครอยากจะสัมผัสกับเมนูอาหารชั้นนำระดับพรีเมียมแล้วล่ะก็ สามารถไปลองลิ้มชิมรส เปิดประสบการณ์รับประทานอาหารที่พรั่งพร้อมด้วยด้วยวัตถุดิบ บรรยากาศ และความแตกต่างอย่างมีสไตล์ได้ที่ร้านอาหารมูแลง

นอกจากร้านมูแลง นักชิมที่อยากจะลิ้มรสชาติอาหารชาติอื่นๆ ก็สามารถหาได้จากหนังสือเล่มนี้ “KTC 100 Stories Of Signature Dish” ที่บริษัท บัตรเครดิตกรุงไทย จำกัด (KTC) ได้รวบรวม 10 เมนูจากทั่วโลก ที่ต้องลองลิ้มชิมรสสักครั้งในชีวิต ใบ้ให้ว่า หนึ่งในอาหาร 10 จานที่ว่า มีเมนูของบ้านเราอยู่ด้วย

ในหนังสือยังแนะนำการรับประทานอาหารแต่ละชนิดให้อร่อย ถึงรสชาติ ใครจะรู้ว่า แกงกะทิ สไตล์ไทยๆ ของบ้านเรา ควรรับประทานคู่กับการดื่มไวน์แดง มันช่างลงตัวเสียนี่กระไร…

ชมคลิป
<video_embed id=”id”>

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 3 มกราคม 2557, 11:30 น.
 

รวมร้านน่ากินช่วงปีใหม่นี้

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/life/392683

  • 30 ธันวาคม 2556, 09:30 น.

Pic_392683

อาทิตย์ที่ผ่านมาเรื่องราวที่น่าสนใจมีอยู่ 2 เรื่องด้วยกัน ข้างหนึ่งเป็นการประมูลทีวีดิจิตอล อีกเรื่องหนึ่งคือความรุนแรงของผู้ชุมนุม แต่สำหรับผม เรื่องแรกเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากกว่า เพราะทั้งสองเรื่องต้องการ การเปลี่ยนแปลงด้วยกันทั้งคู่ แต่เรื่องทีวีว่าแน่นอนแล้วว่าต้องเปลี่ยนแปลง ส่วนการชุมนุมเรียกร้องของกลุ่ม กปปส. และ คปท. ยังหาข้อสรุปไม่ได้ เอาไว้ครั้งหน้าจะเล่าถึงเหตุการณ์ ในช่วงของการประมูลให้ฟัง รวมทั้งแผนการที่ทางไทยรัฐได้วางไว้ กว่าจะได้ทีวีดิจิตอลมาเป็นของตนเอง…

ช่วงนี้คนกรุงเทพฯ ออกหาที่กินข้าวกันอย่างสนุกสนาน รถราไม่ติด มาดูกันดีกว่าว่าร้านไหนน่าสนใจในช่วงปีใหม่นี้

แนวครอบครัว กินกันเป็นโต๊ะจีน ร้าน ส.บ.ล. (สมบูรณ์ลาภ) ร้านนี้ไม่เป็นสองรองใครแน่นอน ที่ขาดไม่ได้คือหมูหัน ขอแนะนำครับผมhttp://www.thairath.co.th/content/life/357146

อีกร้าน “ย่งฮั่ว” สไตล์แต้จิ๋วร้านนี้ขึ้นชื่อหลายอย่างทั้งหมูหัน พล่ากุ้ง และออส่วน แน่นอนมากครับ สำหรับผู้ค้นหาร้านสไตล์นี้ กับบรรยากาศเก่าๆ หน้าเสาชิงช้าhttp://www.thairath.co.th/content/life/345762

สำหรับมื้อกลางวันอาหารจีนรสดีๆ ก็ต้องที่ ไชน่า พาเลซ ที่ยังคงรักษาสูตรอย่างมั่นคง และคงความอร่อยไว้ได้เหนียวแน่น ทั้งคนทำและลูกค้าhttp://www.thairath.co.th/content/life/324392

ช่วงหน้าหนาวแบบนี้คงจะลืมกินกุ้งแม่น้ำตัวโตๆ แบบนี้ไม่ได้ล่ะครับ ทั้งคุณภาพของกุ้งและน้ำจิ้มสูตรเด็ด ต้องร้าน “ฮงเส็ง” เรียบแม่น้ำเจ้าพระยา ห้าแยกแครายhttp://www.thairath.co.th/content/life/317767

หลังจากเที่ยวกันมาดึกดื่นร้านข้าวมันไก่โคลีเซี่ยม เป็นอีกร้านที่ไม่ควรจะพลาดด้วยประการทั้งปวง ทั้งเนื้อไก่ที่เหนียวนุ่มและข้าวที่หอมได้ใจhttp://www.thairath.co.th/content/life/386532

มาประเภทก๋วยเตี๋ยวบ้างครับ หลายคนกินก๋วยเตี๋ยวมาหลายแบบ แต่ร้านนี้มีความเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง ทั้งสูตรของน้ำพริกก๋วยเตี๋ยว และตัวเส้นแบบทางเหนือ ร้านอยู่ไม่ไกล ถนนสวนผัก แค่นี้นิดเดียวhttp://www.thairath.co.th/content/life/377532

หัวค่ำอยากได้ผัดไทยเจ้าเด็ด ทั้งรสชาติ และประวัติความเป็นไปเป็นมาของร้านต้องบอกได้เลยว่า ผัดไทยประตูผี ต้องร้านนี้ “ทิพย์สมัย”http://www.thairath.co.th/content/life/351640

ของหวานที่ชื่นใจ ต้องเป็นรังนกคุณภาพดี อย่างรังนกบูรพา ที่เขามีเกาะรังนกเอง คัดสรร และนำมาตุ๋นก่อนจะนำมาปรุง เป็นยาอายุวัฒนะของชาวจีนhttp://www.thairath.co.th/content/life/348709

เรื่องและภาพโดย
ดร.ธนา ทุมมานนท์ (เบย์พาเลส)

http://www.facebook.com/baypalace

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ดร.ธนา ทุมมานนท์
  • 30 ธันวาคม 2556, 09:30 น.