ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

กิน ดื่ม ละเมียดงานศิลป์ @ตรงข้าม-วุ่นวาย-หอประชุม กรกฎาคม 7, 2014

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/431476

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 มิ.ย. 2557 13:30

ร้านชื่อแปลกที่นำคำ 3 คำมารวมกันแบบงงๆ Opposite Mess Hall (ตรงข้าม/วุ่นวาย/หอประชุม) แต่กลับเปี่ยมความหมายอย่างลึกซึ้ง เมื่อคุณคริสโตเฟอร์ ไวซ์ หนึ่งในหุ้นส่วนร้านเล่าให้ฟังว่าคำว่า Opposite มาจากการที่ร้านตั้งอยู่ตรงข้าม WTF Café & Gallery อันเป็นจุดกำเนิดของร้านนี้ ในขณะที่ Mess Hall สื่อถึงความวุ่นวายของแคนทีนที่มีนักเรียนนั่งล้อมวงกินข้าวแบบไม่มีพิธีรีตอง ดังนั้นถ้าจะพูดให้ถูกคงต้องบอกว่าที่นี่คือส่วนต่อขยายของร้านแรกที่เพิ่มความสนุกสนานและความอร่อยลงไป…

ความพิเศษของ Opposite Mess Hall อยู่ที่กิจกรรมซึ่งสับเปลี่ยนในทุกเดือน มีตั้งแต่งานจัดแสดงศิลปะ ดีเจเปิดแผ่น ไปจนถึงธีมอาหารที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เด่นด้วยการผสมผสานรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของประเทศต่างๆ ลงไป จนทำให้บรรดานักชิมรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่มา เพราะนอกจากความรื่นรมย์แล้ว บางครั้งบางเมนูอาจหายไปและอาจจะกลับมาอีกครั้ง!

บรรยากาศร้าน Opposite Mess Hall

เริ่มด้วย Steamed Chinese Bun ซาลาเปาแป้งเหนียวนุ่มสอดไส้ต่างๆ ที่เราขอเลือกเป็นไส้หมูสามชั้นชิ้นโต กรอบนอกฉ่ำใน ราดซอสมาโยรสเข้มข้น ทอปปิงด้วยแตงกวาดองรสเปรี้ยวตัดรสชาติ ต่อด้วยสลัดสีแดงสดใส Beetroot, Buffalo Curd, Sorrel, Dukkah & Pomegranate ที่นำเอาบีตรูตหั่นชิ้นโต ชอร์เรลหั่นฝอย เมล็ดทับทิม คลุกเคล้ากับชีสมอซซาเรลลา ก่อนเติมกลิ่นหอมติดจมูกของเครื่องเทศอียิปต์ ก่อนจะอิ่มแบบคุ้นเคยกับ Buttermilk Fried Chicken, Smoked Corn Purée, Spicy & Sour Kimchi สะโพกไก่ชุบแป้งทอด เนื้อในนุ่มละมุน แถมยังถูกใจชาวเอเชียด้วยกิมจิมาเพิ่มรสชาติ

Buttermilk Fried Chicken

ปิดท้ายด้วยความหวานใหม่ล่าสุด Poach Strawberry, Chocolate Ice Cream, Biscuit Sorrel สตรอเบอร์รี่ผลโตต้มในน้ำเชื่อมเปรี้ยวอมหวาน เสิร์ฟคู่กับไอศกรีมช็อกโกแลตรสขมนิดๆ และบิสกิตชิ้นเล็ก ขอบอกว่ารสชาติเข้ากันสุดๆ

Poach Strawberry

สำหรับใครที่กลัวสั่งเมนูเก้อ อาจจะแอบลอกข้อสอบด้วยการแอบมองกระดานดำที่แขวนอยู่หน้าครัวเปิดระหว่างที่เหล่าเชฟปรุงอาหารอย่างแข็งขัน รับรองว่าสั่งอาหารไม่พลาดแน่นอน

สนใจอยากไปลิ้มรสชาติอาหาร ละเมียดงานศิลป์ไปพร้อมๆ กัน ไปได้ที่ 27/1 ถนนสุขุมวิท ซอย 51 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ เปิดบริการ 18.30-22.30 น. (หยุดวันจันทร์) โทร. 0-2662-6330.

 

“ก๋วยเตี๋ยวเนื้อเด็กแนว” เชียงใหม่เจ้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/431061

โดย อาเหม่ง 22 มิ.ย. 2557 00:01

เชียงใหม่มีอาหารเด็ดเยอะจริงๆ ไม่ได้อร่อยเท่านั้น บางร้านมีจุดขายที่น่าทึ่งและจัดร้านได้อย่างเก๋ไก๋มีดีไซน์ อย่างร้านที่อาเหม่งไปหม่ำต่อไปนี้เป็นร้านก๋วยเตี๋ยว แต่จัดสวยเก๋สุดๆ บางมุมนึกว่าอยู่ในร้านกาแฟสด มีชิงช้า มีโซฟา ที่บอกมาทั้งหมดย้ำอีกครั้งว่าเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวในตึกแถว!!

“ก๋วยเตี๋ยวเนื้อเชียงใหม่” ก่อตั้งจาก 2 หนุ่มหน้าตาดีชาวเชียงใหม่แท้ๆ “คุ้ง” กับ “โป” คนหนึ่ง บ้านทำอาหารตามสั่งทำให้พอมีฝีมือในการปรุงอาหาร อีกคนเป็นช่างภาพเก่งเรื่องถ่ายรูปและตกแต่ง เมื่อ 2 หนุ่มโคจรมาพบกัน ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อที่ฉีกกฎร้านก๋วยเตี๋ยวแบบเดิมๆก็เกิดขึ้น

“ก๋วยเตี๋ยวหม้อไฟ” เมนูสุดแนว.

ร้านนี้ขายทั้งก๋วยเตี๋ยวเนื้อและก๋วยเตี๋ยวหมู นอกจากขายเป็นชามแบบทั่วไปแล้ว ยังมี “ก๋วยเตี๋ยวหม้อไฟ” ที่ฉีกแนวแตกต่างคล้ายเราหม่ำสุกี้หรือชาบูแต่นี่คือก๋วยเตี๋ยวเนื้อ เจ๋งไหมล่ะ? ทุกอย่างถูกจัดใส่จานทั้งเส้น ผัก ลูกชิ้น เนื้อสด เนื้อน่องลาย เนื้อ เปื่อย เอ็น ตับ ไส้ ม้าม ผ้าขี้ริ้ว หัวใจ อยากสั่งอะไรแบบไหนตามสะดวก ขายจานละ 50 บาท

ส่วนน้ำซุป หนุ่มคุ้งฝึกปรือมาอย่างดี โดยคิดเองทำเองจนได้น้ำซุปเนื้อใส หอม ถูกใจคอเนื้อยิ่งนัก หนุ่มคุ้งใช้สมุนไพรจีนอย่างเก๋ากี้ โป๊ยกั้ก ป็อกเต็ก งวยซุย บางอย่างชื่อไม่คุ้นหูแต่ใส่ไปแล้วทำให้น้ำซุปกลมกล่อมล้นเหลือ ใส่ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ และซอสหอยนางรม ที่ขาดไม่ได้คือใบเตย ใส่เพิ่มความหอม แล้วเคี่ยวปรุงไปเรื่อยๆ ส่วนกระดูกที่ใส่ในน้ำซุป ถ้าเป็นก๋วยเตี๋ยวหมูใช้กระดูกหมู แต่ถ้าเป็นก๋วยเตี๋ยวเนื้อก็ใช้กระดูกเนื้อ โดยต้องทุบให้แตกเพื่อให้มันออก เคี่ยวกับเครื่องเทศจีน 2-3 ชั่วโมง ระหว่างทำน้ำซุปต้องคอยตักมันออกเรื่อยๆ ถ้าต้มทิ้งไว้หม้อจะรั่ว??!!

หนุ่มคุ้ง&หนุ่มโป เจ้าของร้านสุดแนว.
ก๋วยเตี๋ยวหมูก็เด็ด.

ไม่ต้องตกใจ คือว่าหม้อรั่วไม่ได้เกิดจากความมัน แต่เกิดจากพอน้ำซุปเดือด กระดูกจะเด้งไปเด้งมา ถ้าเราไม่อยู่คอยดูแล กระดูกจะกระเด้งจนหม้อรั่วเลยทีเดียว
คุ้งบอก “ผมรั่วมาหลายใบแล้วครับ” เอิ๊ก! ระหว่างการทำน้ำซุปนี่เอง จะใส่เนื้อลงไปต้มด้วย ช่วยให้น้ำซุปเข้มข้นขึ้น ในขณะเดียวกัน เนื้อที่ต้มจะถูกนำมาทำเนื้อเปื่อยต่อ พอน้ำซุปได้ที่ เนื้อนั้นจะนำมาตุ๋นต่ออีกหม้อหนึ่งนาน 2-3 ชั่วโมง เพื่อให้เนื้อเปื่อยได้ที่ตามสูตรของหนุ่มคุ้ง

สำหรับคอเนื้ออยากให้ลอง เพราะหนุ่มคุ้งตามหาร้านขายเนื้อสดจนเจอร้านที่เจ๋งมาก ร้านนี้เขาล้มวัวเองทำให้ได้ของสดทุกวัน คุ้งบอกว่าถ้าเป็นเนื้อเปื่อยควรสต๊อกเนื้อไว้ในตู้เย็นก่อนนำมาตุ๋น เพราะเนื้อที่ฟรีซในที่เย็นจะเปื่อยนุ่มอร่อยยิ่งขึ้น อันนี้คล้ายการบ่มเนื้อของเจ้าดังๆ อย่างโคขุนโพนยางคำ โคขุนกำแพงแสน ก็มีการบ่มเนื้อในห้องเย็น และจำกัดอุณหภูมิเพื่อให้เนื้อนุ่มมากขึ้น

หม้อไฟรวม หม้อนี้ 250 บาท.

สำหรับคนที่มาหลายคนแนะนำให้สั่ง “หม้อไฟ” มันสนุกดี จิ้มๆลวกๆ ถ้าขี้เกียจลวกสั่งหม้อไฟรวมมาก็ได้ เขาใส่ทุกอย่างมาให้ หม้อละ 250 บาท ชอบแบบไหนจัดแบบนั้น ที่สำคัญอย่าลืมจิ้มกับน้ำจิ้มข่า ที่หนุ่มคุ้งนำข่ามาปั่นจนเป็นผง นำไปคั่วให้หอมแล้วปั่นรวมกับเครื่องปรุงอีกทีทั้งน้ำส้ม น้ำตาล พริกแดง ให้ออกรสเปรี้ยวนำ อันนี้โดนจริงๆ ทั้งหอม ทั้งเปรี้ยวและเผ็ด กินเข้ากับบรรดาเนื้อต่างๆ เนื้อสดลวกสุกกำลังดี หม่ำคู่กับน้ำจิ้มข่า อื้อหือ…อร่อยล้ำ หอเจี๊ยะจริงๆ

เครื่องในก็สะอาด ทุกอย่างลวกมาให้หมดแล้ว เรานำมาลวกซ้ำอีกทีในหม้อไฟตรงหน้า ผ้าขี้ริ้วขาวกรอบอร่อย เคี้ยวกรึบๆ ในปาก ลิ้นวัวยิ่งเด็ดอร่อยมากจริงๆ ใครชอบเนื้อเปื่อยต้องลอง ตุ๋นได้ที่กำลังดี หม่ำกับน้ำจิ้มข่า บอกได้คำเดียวอร่อยจนลืมเมีย!

เนื้อตุ๋นกะเพรากรอบ รำแต๊ๆ เจ้า.
“นํ้าจิ้มข่า” เลิศที่สุดในปฐพี.

เนื้อเปื่อยไม่ได้มีแค่ในก๋วยเตี๋ยวเท่านั้น กินกับข้าวก็ได้ “เนื้อเปื่อยกะเพรากรอบ” อร่อยสุดๆ หนุ่มคุ้งใช้เนื้อเปื่อยผัดกะเพราแล้วใส่กะเพรากรอบโรยหน้า หอม เผ็ดจัดจ้าน เนื้อนุ่มอร่อยมาก ท้าให้ลอง จานนี้ราคา 60 บาท

แต่ก็ใช่ว่าจะมีแต่เนื้อเท่านั้น อยากหม่ำหมูก็จัดให้ได้ อย่างที่บอกร้านนี้เน้นเนื้อ ถึงขนาดตั้งชื่อร้านว่า “ก๋วยเตี๋ยวเนื้อเชียงใหม่” เพราะรู้ดีว่าเชียงใหม่ก๋วยเตี๋ยวเนื้อดีๆหาหม่ำยาก หนุ่มคุ้งกับหนุ่มโป จึงทำร้านให้แตกต่าง ด้วยการตกแต่งที่ไม่เหมือนใคร แม้อยู่ในตึกแถวแต่ทำออกมามีสไตล์เท่ ดิบ ได้โดนใจวัยรุ่นอย่างอา–เหม่งจริงๆ (เหรอ??) เข้าไปเหอะ รับรองต้องถ่ายรูป เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อที่เด็ดทั้งรสชาติและ บรรยากาศ

ร้านเป็นตึกแถว ด้านในตกแต่งเก๋ไก๋มีสไตล์.
แผนที่ร้าน

ก๋วยเตี๋ยวเนื้อเชียงใหม่ อยู่ที่สันป่าข่อย ในเมืองเชียงใหม่นั่นแหละ ถนนเจริญเมือง ถ้ามาจากย่านเมืองเก่าท่าแพ พอข้ามสะพานนวรัฐ ตรงมาหน่อยหนึ่ง ร้านอยู่ขวามือ ก่อนถึงตลาดสันป่าข่อย ร้านเปิดตั้งแต่ 9 โมงเช้า ถึง 5 ทุ่ม อ่านไม่ผิดหรอกเปิดถึง 5 ทุ่มจริงๆ ช่วงค่ำๆ มีเบียร์วุ้นเย็นๆจำหน่าย มันช่างสุดยอดจริงๆ หม่ำก๋วยเตี๋ยวเนื้อหม้อไฟแกล้มเบียร์!! จะเป็นคอก๋วยเตี๋ยวหรือคอเบียร์ก็แวะไปได้ ถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 08–3320–2033, 08–6919–1916

ให้หม่ำก๋วยเตี๋ยวเป็นหลัก อย่าดื่มเป็นหลัก เข้าใจตรงกันนะ ฮ่า ฮ่า เอิ๊ก!!­­­­

อาเหม่ง

 

Trend can do : แหนมเนือง 5 ดาว ต้นตำรับจากเวียดนาม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/430372

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 มิ.ย. 2557 09:41

ขึ้นชื่อว่าแหนมเนืองทุกคนย่อมนึกถึง ลูกชิ้นหมูหอมๆ แป้งแผ่น น้ำจิ้มรสเด็ด และผักแบบจัดเต็ม สัปดาห์นี้ Trend can do ไทยรัฐออนไลน์ ได้สูตรเด็ดมาจาก เชฟเดชา ม่วงสีทอง เชฟหนุ่มมากความสามารถของ โรงแรมริชมอนด์ จะมาแนะนำสูตรลับในการทำแหนมเนืองให้ทุกคนนำไปทำกัน เพื่อรับประทานในครอบครัว หรือสังสรรค์กับเพื่อนฝูง…

แหนมเนืองอร่อยระดับ 5 ดาว

ส่วนผสม

เครื่องปรุงลูกชิ้น เครื่องเคียง


หมูสันในบด 500 กรัม กระเทียมสดปอก ซอยเล็กๆ 2 หัว

มันหมูแข็งหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็กๆ 150 กรัม พริกขี้หนูซอย 5 เม็ด

น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ พริกขี้หนูซอย 5 เม็ด

เกลือ 1 ช้อนชา ผักกุยช่าย หั่นยาว 1 นิ้ว 10 ต้น

น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา มะเฟืองเปรี้ยว ซอยเป็นแว่นบางๆ 1 ลูก

พริกไทยป่น 1 ช้อนชา กล้วยตานีอ่อน หั่นเป็นสี่เหลี่ยมเล็กๆ 1 ลูก

กระเทียมบดละเอียด 1 ช้อนชา แผ่นเปาะเปี๊ยะญวน ตัดขนาด 2*2 นิ้ว 30 แผ่น ผักสด เช่น ผักกาดหอม สะระแหน่ โหระพา ตามความชอบ

สูตรเด็ดอร่อยเหาะ

เครื่องปรุงน้ำจิ้ม

ข้าวเหนียว 1/2 ถ้วย ถั่วเขียวกะเทาะเปลือกออกแล้ว 1/2 ถ้วย

เต้าเจี้ยวอย่างดี บดละเอียด 1/4 ถ้วย ซีอิ๊วดำ 2 ช้อนโต๊ะ

น้ำมันพืช 1/4 ถ้วย พริกแดงบดละเอียด 5 เม็ด

กระเทียมบดละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ งาขาวบดละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ

ถั่วลิสงบด 1 ช้อนโต๊ะ เกลือ 2 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลทราย 1/4 ถ้วย พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
 น้ำเปล่า 5 ถ้วย

เครื่องเคียงมาเต็ม!
แหนมเนืองต้นตำรับจากเวียดนาม

วิธีทำ


1. เริ่มทำลูกชิ้น โดยโขลกหมูในครกจนเหนียว ใส่มันหมูนวดให้เข้ากัน ใส่ส่วนผสมทั้งหมด นวดให้เหนียวนำไปแช่ตู้เย็นประมาณ 3 ชั่วโมง หลังจากนั้นนำมาปั้นเป็นลูกกลม เสียบไม้ปิ้งแบบลูกชิ้น ย่างด้วยไฟอ่อนจนสุก

2. ทำน้ำจิ้ม โดยต้มข้าวเหนียว ถั่วเขียวกับน้ำจนเปื่อย แล้วแยกน้ำ นำเนื้อที่ได้จากการต้มไปบดให้ละเอียด ใส่น้ำมันลงในกระทะ ผัดพริกแดง กับกระเทียมให้หอม ใส่เต้าเจี้ยว คนให้เข้ากัน ใส่ส่วนผสมที่เหลือทั้งหมด ต้มให้เดือด ใส่ซีอิ๊วดำ น้ำตาล เกลือ เคี่ยวสักพัก ใส่งา และพริกไทย

3. เมื่อจะรับประทาน จัดเครื่องเคียงลงจาน แยกเป็นประเภทๆ แผ่นเปาะเปี๊ยะญวนชุบน้ำพอนุ่ม เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้ม โรยหน้าด้วยถั่วลิสงบด

เห็นแล้วน้ำลายสอ
เชฟเดชา ม่วงสีทอง

เชฟเดชา ยังทิ้งท้ายบอกเคล็ดลับความอร่อยในการย่างลูกชิ้นหมูว่าควรใช้น้ำกะทิทาเวลาย่าง เพื่อเพิ่มความหอม มัน และเครื่องเคียงกับผักต่างๆ ต้องหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ จะทำให้แหนมเนือง อร่อยอย่าบอกใครเลยทีเดียว!!

เชิญลิ้มลองความอร่อยกับเมนูสุดพิเศษและเมนูอื่นๆ อีกมากมายได้ที่ โรงแรมริชมอนด์ กับ “เทศกาลอาหารเวียดนาม” บริเวณห้องอาหาร @Caf’e’ Restaurant โทรศัพท์ 02-831-8888 ต่อ 2126

 

อะไรอยู่ใน…เครื่องแกงเขียวหวาน ภาค 2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/430583

โดย ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย20 มิ.ย. 2557 05:01

คราวที่แล้วคอลัมน์ “มันมากับอาหาร” กล่าวถึงเชื้อราในเครื่องแกงเขียวหวานกันไปแล้ว ครั้งนี้ขอนำเสนอ สารพิษ อะฟลาท็อกซิน อันตรายที่อาจปนเปื้อนในเครื่องแกงเขียวหวานอีกชนิด

อะฟลาท็อกซิน เป็นสารพิษที่ผลิตจากเชื้อรากลุ่ม แอสเปอร์จิลลัส ฟลาวัส และแอสเปอร์จิลลัส พาราซิติกัส

เชื้อราเหล่านี้จะสร้างสารพิษได้ก็ต่อเมื่อมันอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความอับชื้นและสถานที่ที่มีสุขลักษณะไม่ดี

ฉะนั้นอาหารที่มีความชื้นสูง เช่น เครื่องแกงต่างๆ หากเก็บในสถานที่อับชื้น อากาศถ่ายเทไม่สะดวก สุขลักษณะไม่ดี และผู้ขายไม่รักษาสุขลักษณะส่วนตัว หรืออุปกรณ์ ภาชนะที่สัมผัสอาหารไม่สะอาดเพียงพอ จะทำให้เชื้อราปนเปื้อน เจริญเติบโต และอาจสร้างสารพิษในอาหารได้

สารพิษ อะฟลาท็อกซิน มีอยู่ 4 ชนิด คือ บี 1, บี 2, จี 1 และ จี 2 อะฟลาท็อกซิน ชนิด บี 1 จะมีความเป็นพิษสูง โดยองค์การอนามัยโลก จัดให้เป็นสารก่อมะเร็งที่ร้ายแรง เพราะปริมาณของ อะฟลาท็อกซิน บี 1 เพียง 1 ไมโครกรัม สามารถทำให้เกิดมะเร็งในสัตว์ทดลองได้

หากคนได้รับเข้าสู่ร่างกายอย่างต่อเนื่องหรือบ่อยครั้ง จะเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคมะเร็งตับเช่นกัน

ที่สำคัญ ความร้อนที่ใช้ในการ หุง ต้ม นึ่ง ในระดับที่ทำให้อาหารสุกและเดือดนั้นจะไม่สามารถทำลายพิษของอะฟลาท็อกซินให้หมดลงไปได้

เครื่องแกงต่างๆ นับเป็นแหล่งอาหารชั้นดีที่อาจพบเชื้อราและสารพิษปนเปื้อน เพราะมีน้ำและความชื้นสูง อีกทั้งเครื่องเทศที่เป็นส่วนประกอบก็เป็นแหล่งที่พบเชื้อราปนเปื้อนได้ง่าย

เพื่อให้ผู้บริโภคตระหนักถึงความสำคัญของการเลือกซื้ออาหารที่ได้คุณภาพและปลอดภัย สถาบันอาหารจึงสุ่มตัวอย่างเครื่องแกงเขียวหวาน จำนวน 4 ตัวอย่าง ในเขตกรุงเทพฯ เพื่อนำมาวิเคราะห์การปนเปื้อนของเชื้อรา ซึ่งได้เผยแพร่ในสัปดาห์ที่ผ่านมาแล้วว่า

พบเชื้อราปนเปื้อนในเครื่องแกงเขียวหวานเพียง 1 ตัวอย่าง สัปดาห์นี้ได้นำตัวอย่างทั้ง 4 มาวิเคราะห์ปริมาณอะฟลาท็อกซินชนิด บี 1, บี 2, จี 1, จี 2

ผลวิเคราะห์พบว่า ทุกตัวอย่างไม่พบอะฟลาท็อกซินปนเปื้อน

อย่าชะล่าใจกันมากนัก เพราะการบริโภคอาหารในแต่ละมื้อ ร่างกายจะได้รับประโยชน์หรือโทษ ขึ้นอยู่กับการเลือกบริโภคของตัวท่านเอง.

 

น่าทึ่ง!! ภาพเหมือนจากแท่งช็อกโกแลต มิถุนายน 19, 2014

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/430412

โดย ทีมข่าวสตรี 19 มิ.ย. 2557 05:30

ภาพเหมือนของเจ้าชายวิลเลียม ดยุคแห่งเคมบริดจ์ ขณะทรงอุ้มเจ้าชายจอร์จ

ฮอตทั้งพ่อและลูก! ท็อบเบลโรน (Toblerone) ช็อกโกแลตชื่อดังของสวิตเซอร์แลนด์ ที่มีสัญลักษณ์เป็นรูปสามเหลี่ยม ได้สร้างความฮือฮาด้วยการนำช็อกโกแลตมาต่อกันเป็นภาพเหมือนของเจ้าชายวิลเลียม ดยุคแห่งเคมบริดจ์ ขณะทรงอุ้มเจ้าชายจอร์จ พระโอรสองค์น้อยไว้ในอ้อมพระกร เพื่อร่วมฉลองวันพ่อของหลายๆชาติ รวมทั้งของประเทศอังกฤษ ที่ตรงกับวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของการฉลองวันพ่อที่มีการนำภาพบุคคลมาเป็นสัญลักษณ์

สร้างสรรค์โดยมิเชล วิโบวู ฟู้ดอาร์ติสต์

ภาพหวานนี้สร้างสรรค์โดยมิเชล วิโบวู ฟู้ดอาร์ติสต์ ซึ่งเธอได้เลือกภาพน่ารักๆ ของเจ้าชายวิลเลียมทรงอุ้มพระโอรสองค์น้อย ไปเที่ยวชมสวนสัตว์ทารองกา ประเทศออสเตรเลีย ในช่วงเทศกาลอีสเตอร์ที่ผ่านมา มาเป็นต้นแบบในการสร้างสรรค์ภาพที่มีมิติขนาด 12×8 ฟุต โดยใช้แท่งช็อกโกแลต Toblerone หลายรสชาติทั้ง ช็อกโกแลตมิลด์, ดาร์ค และรสชาติมิลด์ ที่เป็นสีขาว มาเรียงต่อๆกัน โดยใช้ช็อกโกแลตกว่า 16,074 ชิ้น ซึ่งกว่าจะออกมาเป็นรูปร่างเธอต้องใช้เวลาทำงานตั้งแต่ต้นจนจบ เริ่มจากวางแผน, เตรียมงาน และเริ่มต่อภาพเป็นเวลา100 ชม. เลยทีเดียว….คงต้องรอดูการฉลองคล้ายวันประสูติครบ 1 ขวบ ของเจ้าชายจอร์จ ในวันที่ 22 ก.ค.ที่จะถึงนี้ จะมีอะไรเซอร์ไพรส์อีก.

 

ไข่ช้าง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/430402

โดย ทีมข่าวสตรี 19 มิ.ย. 2557 05:15

ไข่ช้าง เป็นเมนูมาจากต้นแบบของว่างฝรั่ง ที่ชื่อว่า โครเก็ต (ของว่างสไตล์ยุโรป ที่ใช้มันฝรั่งบดหุ้มไส้ต่างๆ นำไปชุบไข่และแป้งขนมปังทอด จิ้มซอสต่างๆ) ด้วยรูปลักษณ์ที่เป็นก้อนกลมและใหญ่ ผู้ทำจึงเรียกให้ดูุสมจริง!!

คุณตูน-ดวงพร เนื่องนิยม กับ ไข่ช้าง

คุณตูน-ดวงพร เนื่องนิยม หลานทวด พลเอก พระยาเทพหัสดิน สยามพิชิตินทร์สวามิภักดิ์ อุดมศักดิ์เสนีย์พิริยะพาหะ (ผาด เทพหัสดิน ณ อยุธยา) อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.พระนคร จากการเลือกตั้งในปี 2476 ซึ่งเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง และได้รับเลือกเป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎรอีกด้วย การที่ได้รับฟังเรื่องราวของคุณทวดผาดมาตั้งแต่วัยเด็ก จากคำบอกเล่าของคุณตา (แผ่พืช เทพหัสดิน ณ อยุธยา) อดีต อาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ บุคคลที่คุณตูน ได้ใช้ชีวิตคลุกคลีมาตลอด คุณตูน เล่าว่า “ตลอดชีวิตคุณตา คลุกคลีอยู่กับการปลูกและขยายพันธุ์ต้นไม้ สมชื่อของท่านมาตลอดชีวิตรวมถึง เรื่องอาหารฝรั่ง ที่คุณตาฟังมาจากคุณทวดอีกทีหนึ่ง ซึ่งมักจะนำเล่าต่อให้ลูกหลานได้รู้จักกันไว้” เหล่านี้ล้วนเป็นแรงบันดาลใจให้กับคุณตูน เกิดความชอบในการทำอาหารรวมทั้งน้องสาวด้วย และยังได้เห็นคุณแม่ต้องลงครัวปรุงอาหารเองมาตลอด บางครั้งคุณแม่กลับจากทำงานก็เข้าครัวทำอาหารโดยลืมถอดรองเท้าส้นสูง!!

นำมันฝรั่งบดที่ใส่ไส้เรียบร้อยแล้วนำมาคลุกไข่และแป้ง

ไข่ช้าง ซึ่งเป็นของว่างฝรั่ง ที่คุณตูนได้ยินได้ฟังมาจากคุณตาแผ่พืช และก็ได้นำมาทำ โดยดัดแปลงให้ง่าย และถูกจริตคนไทย เมนูนี้หากไม่ชอบแนวของทอด ก็สามารถปั้นมันบดเป็นก้อนกลมๆวางล้อมรอบไส้ คือไม่ต้องเอามันบดมาห่อไส้ ซึ่งคุณตาจะเรียกว่ามันล้อม

ใส่ไส้หมูสับแบบเต็มๆ

ส่วนผสมของมันฝรั่ง : มันฝรั่ง ประมาณ 1/2 กก./เนยเค็ม 1/2 ก้อน/วิป-ปิ้งครีม 2 ชต./เกลือเล็กน้อย/ไทม์ หรือ โรสแมรี่…..วิธีทำ 1) ต้มมันฝรั่งที่ปอกเปลือกแล้วจนสุก 2) นำมาบดจนเนียนหรือหยาบก็แล้วแต่ชอบ 3) เติมเนยเค็ม วิปปิ้งครีม และเกลือเล็กน้อย หากชอบสมุนไพรก็ใส่ไทม์ หรือ โรสแมรี่ ลงไปด้วย

ส่วนผสมไส้ : หมูสับ 1/2 กก./หอมใหญ่ 1 หัว/แครอท 1/2 หัว หั่นเป็นลูกเต๋าเล็ก/ถั่วลันเตาเม็ด/เนย/เกลือ/พริกไทย ….วิธีทำ 1) ผัดส่วนผสมทั้งหมดด้วยเนยให้หอม ปรุงรสด้วย เกลือ พริกไทย

ลงมือปั้นไข่ช้าง

สุดท้ายเตรียมส่วนประกอบในการนำไข่ช้างมาชุบก่อนนำลงทอด มีไข่ไก่ 1 ฟอง แป้งสาลีผสมเกลือ พริกไทยเล็กน้อย แป้งขนมปังป่น หรือคุณตูนแนะนำให้ใช้ขนมปังแผ่นที่ยังนุ่มอยู่ไปปั่นจนละเอียดก็ได้ และน้ำมันสำหรับทอด จากนั้นลงมือปั้นไข่ช้าง โดยการเอามันบดมาแผ่เป็นแผ่น แล้วตักไส้ใส่ไว้ตรงกลาง แล้วหุ้มไส้ให้มิด ปั้นเป็นลูกกลมหรือลูกรีตามชอบ ซึ่งถ้าชอบไส้เยอะก็จะได้ลูกใหญ่ราวไข่ช้างสมชื่อ แต่ก่อนปั้นควรเตรียมน้ำมันทอดรอท่าไว้ก่อน โดยตั้งกระทะใส่น้ำมัน ด้วยไฟกลางๆ พอปั้นเสร็จน้ำมันร้อนได้ที่พอดี ก่อนทอดนำไข่ช้างที่ปั้นไว้คลุกแป้ง จุ่มด้วยไข่ จบด้วยชุบเกล็ดแป้งขนมปัง ทอดจนผิวเหลืองสวย ค่อยเร่งไฟแรงเป็นขั้นตอนสุดท้าย เพื่อไล่น้ำมัน ไม่ให้ของทอดอมน้ำมัน.

 

ซี้ดซ้าด 10 น้ำพริกในตำนานแซ่บสุดยอด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/429311

โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ 18 มิ.ย. 2557 10:35

เรียกน้ำย่อยก่อนงาน ‘มหกรรมสินค้าสุขภาพ อาหาร ความงามที่ดีที่สุด’ หรือ  “Health Cuisine & Beauty Festival ครั้งที่ 12” จะเกิดขึ้น ไทยรัฐออนไลน์เจาะความพิเศษในหมวดอาหารการกิน 10 น้ำพริกอร่อยในตำนานที่น่าสนใจมาให้ชมกันก่อนใครเพื่อนเพื่อเป็นทางเลือกให้กับคนเมืองทุกคน

’10 น้ำพริกอร่อยในตำนาน อาทิ น้ำพริกอี่เก๋ น้ำพริกมะหมาดมาด น้ำพริกมะกรูด เป็นเมนูที่หากินยาก พร้อมบุฟเฟ่ต์ผักอินทรีย์ และเครื่องเคียงคุณภาพ…’

ถ้วยแรกน้ำพริกมะหมาดมาด

น้ำพริกมะหมาดมาด

น้ำพริกโบราณชนิดหนึ่งที่รัชการที่ 5 โปรดให้เป็นเสบียงครั้งเสด็จประพาสยุโรปด้วย คือ “น้ำพริกมะหมาดมาด” น้ำพริกโบราณที่โดดเด่นด้วยส่วนผสมพิเศษ ได้แก่ “มะหมาดมาด” หรือ “มะแขว่น” เครื่องเทศของชาวเหนือ มีกลิ่นหอม รสปร่าลิ้น ผู้ปรุงน้ำพริกนี้ต้องอาศัยความเอาใจใส่พิถีพิถันเป็นพิเศษ เพราะต้องคัดเม็ดสีดำเล็กๆ ออกจากเปลือกมะแขว่นก่อนนำไปปรุงตามกรรมวิธี จากกองบรรณาธิการนิตยสาร Health & Cuisine
น้ำพริกอี่เก๋

น้ำพริกอี่เก๋

น้ำพริกชื่อแปลก ไม่ปรากฏที่มาของชื่อ เป็นน้ำพริกพื้นถิ่นที่ชาวล้านนารู้จักกันดี แม้จะมีลักษณะการปรุงแตกต่างกันบ้างในแต่ละท้องถิ่น
แต่มีส่วนประกอบหลักสำคัญเหมือนกันคือ มะเขือแจ้หรือมะเขือขื่นกับแคบหมู มะเขือแจ้ชนิดนี้มีสมบัติช่วยลดคอเลสเตอรอลในเส้นเลือดและความดันโลหิต น้ำพริกถ้วยนี้จึงอุดมด้วยวิตามิน แร่ธาตุและสารอาหารจำเป็นต่อร่างกายจากกองบรรณาธิการนิตยสาร Health & Cuisine

น้ำพริกส้มมะขามเปียก

น้ำพริกส้มมะขามเปียก

มีรสเปรี้ยวนำ ซึ่งได้จากมะขามเปียกที่โขลกลงไป แล้วปรุงรสเค็มหวานตามแบบน้ำพริกภาคกลาง นำมาผัดกับน้ำมันหมูเพื่อเพิ่มความหอม แถมยังเก็บไว้รับประทานได้นาน ทานกับเครื่องเคียงอย่างผักสด ปลาฟู หมูหวาน และไข่เค็ม สรรพคุณช่วยระบายและอาการท้องผูก ท้องเฟ้อ จากกองบรรณาธิการนิตยสาร Health & Cuisine

น้ำพริกมะกรูด 

น้ำพริกมะกรูด

คล้ายกับน้ำพริกกะปิทั่วไป จะต่างอยู่ตรงที่ใช้น้ำมะกรูดปรุงรสเปรี้ยวแทนน้ำมะนาวก็มีกลิ่นหอมแปลกออกไป ใส่มะม่วงดิบ โรยหน้าด้วยกุ้งต้ม ครบรสเปรี้ยวเค็มหวาน หอมอีกต่างหาก แกล้มกับปลาทูทอดและปลาดุกฟู สรรพคุณ จากมะกรูดเป็นยารักษาโรคหรือส่วนผสมของยา
ช่วยแก้อาการท้องอืด ช่วยให้เจริญอาหาร ใช้ดองยาเพื่อใช้ฟอกเลือดและบำรุงโลหิตสตรี เนื้อของผลใช้เป็นยาแก้อาการปวดศีรษะและระงับการไอ ส่วนใบใช้ในการดับกลิ่นคาวในอาหารใช้เป็นยาขับลมในลำไส้ แก้จุกเสียด จากกองบรรณาธิการนิตยสาร Health & Cuisine

น้ำพริกคั่วทราย

น้ำพริกคั่วทราย

เป็นน้ำพริกพื้นเมืองของชาวไทยใหญ่ โดยนำกระเทียมมาปั่นให้ป่นแล้วนำไปเจียวจนกรอบ นำถั่วเหลืองแผ่นย่างไฟให้สุก แล้วนำไปตำ คั่วพริกป่น แล้วนำส่วมผสมต่างๆ คลุกให้เข้ากัน ใส่กุ้งแห้งที่โม่จนป่นคั่วให้กรอบ สรรพคุณ พริก รสเผ็ด ช่วยเจริญอาหาร ขับลม ช่วยย่อย กระเทียม รสเผ็ดร้อน ขับลมในลำไส้ แก้ไอ ขับเสมหะ ช่วยย่อยอาหาร แก้โรคผิวหนัง น้ำมันกระเทียมมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเชื้อรา แบคทีเรีย และไวรัส ลดน้ำตาลในเลือด ลดไขมันในหลอดเลือด จาก ป้าตา (อดีตคอลัมนิสต์ คอลัมน์ Everyday Veggie)

น้ำพริกใบมะกรูดหมูเปรี้ยว

น้ำพริกใบมะกรูดหมูเปรี้ยว

น้ำพริกทำจากใบมะกรูดไม่อ่อนไม่แก่โขลกกับพริกชี้ฟ้าเขียวย่างลอกเปลือกจนเนื้อเนียนละเอียดไม่เป็นเสี้ยน กินคู่กับหมูเปรี้ยว และใช้หมูคุโรบูตะหมักกับน้ำมะขามเปียก น้ำปลา และน้ำตาลปี๊บ นำไปทอดแล้วนำน้ำหมักมาผัดราดทับอีกที สรรพคุณทางยา ผสมมะกรูดช่วยขับลม แก้จุกเสียด แก้ลมวิงเวียน น้ำมะกรูดแก้เลือดออกตามไรฟัน ในมะกรูดประกอบด้วย เบต้า-แคโรทีน วิตามินเอ วิตามินบี 2 วิตามินซี แคล เซียม และโปรตีนการนำไปใช้ ใช้ได้ทั้งผลมะกรูดและใบมะกรูด การใช้ผสมมะกรูดจะปอกเอาแต่ผิวเปลือกใส่เป็นส่วนผสมในน้ำพริกแกงต่างๆ น้ำมะกรูดใช้ปรุงรสเปรี้ยว จาก ร้านซอสามสาย

กะปิคั่วปลาฟู

กะปิคั่วปลาฟู

อาหารไทยโบราณ กะปิคั่วเป็นเครื่องจิ้มที่มีรสชาติเค็ม มัน หวาน รับประทานกับผักสดหลายชนิด ได้แก่ มะเขือ แตงกวา ถั่วฝักยาว กะหล่ำปลี ปลีกล้วยตานี ขมิ้นขาว ยอดมะกอก ช่อมะม่วง ใบมะม่วง มะม่วงขบเผาะ ชมพู่ มะเขือเทศ มะกอกฝรั่ง ลักษณะของผักสด ผลไม้สด จะมีรสฝาด เปรี้ยว มัน และบางชนิดมีความกรอบ ซึ่งเป็นการเพิ่มรสชาติกะปิคั่วได้เป็นอย่างดี สรรพคุณ บำรุง กระดูก แคลเซียมจะถูกปลดปล่อยจากกะปิถ้าผ่านความร้อน เช่น ตอนปิ้งกะปิหรือทำข้าวคลุกกะปิด้วยข้าวสวยร้อน ๆ ถ้าเบื่อดื่มนมมากก็ขอให้ลองหากะปิมาทานบ้างเพราะให้แคลเซียมมากกว่านมวัว หลายเท่านัก ถูกกับเลือดจาง กะปิมีวิตามินบี 12 ซึ่งต้องได้จากภายนอกเท่านั้นร่างกายเราสร้างเองไม่ ได้แต่มีในกะปิ วิตามินชนิดนี้ดีกับเลือดมากหากขาดจะทำให้ป่วยเลือดจางได้เช่นเดียวกับท่าน ที่กินมังสวิรัติ จาก ร้านซอสามสาย

น้ำพริกพริกไทยอ่อน

น้ำพริกพริกไทยอ่อน

พริกไทยอ่อนนั้น มีความเผ็ดร้อนอยู่ในตัว แต่รสชาติที่กลมกล่อม สามารถมาทำเป็นน้ำพริกได้อย่างดีทีเดียว เหมาะกับลิ้นของคนไทย กินแกล้มกับผักสด เช่น มะเขือเปราะ ถั่วฝักยาว แตงกวา หรือจะกินกับไข่ต้มหรือไข่เค็มก็อร่อย สรรพคุณทางยา ช่วยย่อยอาหาร ขับลม ขับเหงื่อ ลดความร้อนในร่างกาย เป็นยาอายุวัฒนะการนำไปใช้ มักใส่ในอาหารที่ใช้เนื้อสัตว์กลิ่นคาวใส่คู่กับกระชาย เช่น แกงป่า ผัดเผ็ด และใส่เป็นเครื่องปรุงน้ำพริก เช่น น้ำพริกพริกไทยอ่อน จากสามพรานริเวอร์ไซด์

น้ำพริกมะเฟือง

น้ำพริกมะเฟือง

โขลกเนื้อปลาช่อนให้พอหยาบๆ ตักขึ้น โขลกกระเทียม พริกขี้หนู กะปิ ให้เข้ากัน จากนั้นใส่เนื้อปลาช่อนลงไปโขลกต่อ ผสมน้ำมะนาว น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ คนผสมให้เข้ากันให้รสออกแหลม จากนั้นนำส่วนผสมที่โขลกไว้ลงไปคลุกให้เข้ากัน จากนั้นใส่มะเฟืองลงไป ตักใส่ถ้วย เสิร์ฟพร้อมปลากรอบปิ้งทอดกรอบหรือกุ้งแห้งทอด ผักที่ใช้แนมประกอบไปด้วย มะเขือ แตงกวา ถั่วพู ช่อมะกอก หรือจะใช้ผักเผา เช่น บวบ น้ำเต้า มะระ กระเจี๊ยบ และหน่อไม้ จาก สามพรานริเวอร์ไซด์

น้ำชุบ (น้ำพริกภาคใต้) : มี 2 แบบ “น้ำชุบยอก” คือน้ำพริกที่โขลกด้วยครกและสาก ต่างจากน้ำพริกกะปิตรงที่ใส่หอมเล็กแทนกระเทียม
ส่วน “น้ำชุบหยำ” จะหั่นส่วนผสมเป็นชิ้นเล็กๆ รวมกับเครื่องปรุง แล้วใช้มือขยำให้เข้ากัน จากร้าน THE LOCAL

เป็น 10 น้ำพริกไทยที่มีโอกาสต้องลองชิม.