ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

สาวกช็อกโกแลตการันตีทอยส์เชอร์ กันยายน 22, 2014

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/447441

โดย ทีมข่าวหน้าสตรี 3 ก.ย. 2557 05:15

ช็อกโกแลตเลิฟเวอร์ได้เฮ! เมื่อ ทอยส์เชอร์ (Teuscher) ร้านช็อกโกแลตแบรนด์ดังสูตรต้นตำรับจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่มีอายุยาวนานกว่า 7 ทศวรรษ ได้บินมาปักหมุดที่เมืองไทยแล้ว บนชั้น 3 เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ในรูปแบบ Chocolate Library หรือห้องสมุดช็อกโกแลตแห่งแรกในเมืองไทย

บรรดาผู้ชื่นชอบช็อกโกแลตที่ได้มาร่วมลิ้มลอง อาทิ บุญญาภาณ์ิ เบญจรงคกุล กล่าวว่า รู้จักทอยส์เชอร์ สมัยเรียนที่สวิตฯ มีเมนูที่ชอบและสั่งประจำคือ ช็อกโกแลตร้อนใส่มาร์ชแมลโลที่จริงเป็นคนที่ควบคุมเรื่องอาหารและน้ำหนักแต่ถ้าให้เลือกรับประทานขนม ก็ขอเลือกช็อกโกแลตดีกว่า เพราะมีคุณค่าทางสารอาหารช่วยคลายเครียดดีต่อหัวใจและต้านอนุมูลอิสระ

ทอยส์เชอร์ (Teuscher) ร้านช็อกโกแลตแบรนด์ดัง

การกินช็อกโกแลตให้อร่อย ตนจะค่อยๆละเลียดทีละน้อย เพื่อดื่มด่ำกับรสชาติ ยิ่งถ้ามีรายละเอียดของส่วนผสมก็ชอบอ่านประกอบด้วย เพื่อสัมผัสประสบการณ์ในการกินได้อย่างสมบูรณ์ อีกหนึ่งช็อกโกแลตเลิฟเวอร์ วรสุดา แพ่งสภา บอกว่า มาลองที่นี่แล้วจะรู้ถึงความแตกต่างของช็อกโกแลตที่ทำจากโกโก้คุณภาพ ซึ่งจะได้รสสัมผัสเข้มติดปลายลิ้น

เวลากินช็อกโกแลตต้องอมให้ละลายในปากสักครู่ เพื่อสัมผัสกลิ่นหอมและรับรู้รสชาติของช็อกโกแลต ไม่ควรรีบกินรีบกลืน ปิดท้าย ณัฏฐิ์ประภา ชุณหะวัณ กล่าวว่า จริงๆดาร์กช็อกโกแลตดีต่อสุขภาพ ช่วยทำให้ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุขและแอคทีฟ ถ้าวันไหนเซ็งๆตนจะกินช็อกโกแลตสัก1-2 คำ ก็จะรู้สึกกระฉับกระเฉงขึ้นเลย.

เหล่าช็อกโกแลตเลิฟเวอร์…บุญญาภาณิ์ เบญจรงคกุล, วรสุดา แพ่งสภา และณัฏฐิ์ประภา ชุณหะวัณ โชว์เมนูโปรดในร้านทอยส์เชอร์.
 

ที่สุดแห่งความหวาน พอดีคำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/447182

โดย ทีมข่าวสตรี 2 ก.ย. 2557 05:45

ความหวานหอมและรสชาติกลมกล่อมของสารพันขนมหวานจากเบเกอรี่ชื่อดัง ทั้งเค้ก ช็อกโกแลต ไอศกรีม ได้ยกขบวนกันมาต้อนรับคนรักขนมหวานกันอีกครั้ง ในงาน “Sweet Mania” ซึ่งศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 8 โดยได้รับพระกรุณาธิคุณจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จเปิดงานและทรงแสดงฝีพระหัตถ์แต่งหน้าเค้กด้วย เมื่อวันสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา (29 ส.ค.) ณ บริเวณชั้น G ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค

พระองค์โสมฯได้ทรงแต่งหน้าเค้กประทานแก่คณะผู้จัดงาน เพื่อประมูลนำรายได้สมทบทุนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก เป็นลักษณะเค้กชิ้นเล็กๆพอดีคำ โดยทรงแต่งหน้าเค้กด้วยครีมและตกแต่งให้ดูน่ารับประทานด้วยน้ำตาลรูปต่างๆ เช่น ผีเสื้อ ดอกไม้ ลูกบอล ฯลฯ

งาน “Sweet Mania” ในปีนี้จัดขึ้นภายใต้คอนเซปต์ “Sweet bite” ที่สุดแห่งความหวานพอดีคำในฝัน มีขนมหวานเก๋ๆ อาทิ Smash Ball ขนมปั้นทรงกลม ทอดผ่านน้ำมัน แล้วนำมาอบเคลือบด้วยน้ำตาล หรือช็อกโกแลต รสชาติคล้ายพาย เวลารับประทานต้องทุบให้แตกเป็นชิ้นเล็กๆ ว่ากันว่ายิ่งทุบยิ่งอร่อย จากร้าน Maker di Metro นอกจากนี้ยังมีมาการองแสนอร่อยจากร้าน Varano และพลาดไม่ได้กับไอศกรีมเจลาโต้ สัญชาติอิตาเลียนจากร้าน Just Jela ด้วยเนื้อครีมที่แน่นหนึบ ปราศจากน้ำตาล ทำจากนมโคสด ด้วยหน้าตาที่มีเสน่ห์ ชวนลิ้มลอง ในรูปแบบไอศกรีมแท่งรูปหน้าการ์ตูนน่ารักๆหลากสไตล์ ตลอดจนเมนูขนมหวานพิเศษเฉพาะงานนี้ ที่ชวนให้ลิ้มลองในรูปแบบขนมหวานพอดีคำ งานนี้เปิดให้ผู้รักขนมหวานร่วมสัมผัสความอร่อยไปถึงวันที่ 7 ก.ย.

 

อร่อย ชิลกับอาหาร ฝรั่งเศส “Le Petit Zinc”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/446777

โดย อาเหม่ง 31 ส.ค. 2557 05:01

ไปหม่ำอาหารฝรั่งเศสกันไหม?? เมื่อก่อนถ้ามีใครมาชวนอาเหม่งอย่างนี้ ต้องรีบปฏิเสธ เพราะอาหารฝรั่งเศสต้องหม่ำในโรงแรมหรูๆ จาน ช้อน แก้วดูเยอะแยะมากมาย แทนที่จะอร่อยดื่มด่ำกับอาหาร ต้องมาเกร็งกับบรรยากาศ มันใช่เหรอ??!! แล้วคนสรรหม่ำอย่างอาเหม่งก็เจอร้านอาหารฝรั่งเศสที่เหมาะกับสไตล์จนได้ ง่าย ชิล บรรยากาศคล้ายไปหม่ำข้าวบ้านเพื่อน ร้านขนาดกำลังเหมาะอยู่แถวสาทร นามว่า “Le Petit Zinc” ออกเสียงแบบฝรั่งเศสว่า “เลอ เปอติท ซิง”

เป็ดขานี้อร่อยลึกลับปรุงนานกว่า 4 ชั่วโมง

ร้านน่ารักตกแต่งเก๋ เป็นอาหารสไตล์ฝรั่งเศสดั้งเดิม มีฟิวชั่นนิดหน่อย อาหารบางอย่างเห็นหน้าตาแล้วก็งงว่ามันคืออะไร?? ปรบมือให้เชฟดังๆ ช่างรังสรรค์มาก สิ่งสำคัญอีกอย่างของร้านคือเรื่องของ “ราคา” อาหารทุกจานราคาสัมผัสได้ถ้าเทียบกับคุณภาพบอกเลยคุ้มสุดๆ

เจ้าของร้านกับเชฟคู่ใจ

พลาดไม่ได้กับเมนู “La Tolale crepe” เป็นเครปสไตล์ฝรั่งเศสแท้ๆ โดยปกติคนฝรั่งเศสจะหม่ำเครปชนิดนี้เป็นอาจิณ เหมือนบ้านเราที่กินผัดกะเพรานั่นแหละ (คล้ายอาหารสิ้นคิดไงไม่รู้) เครปจานใหญ่มีแฮมแทรกในเนื้อแป้ง ชีสเยิ้มชวนน้ำลายไหล ตอกไข่ตรงกลางเพิ่มสีสันดูน่าหม่ำ เชฟใช้แป้งโฮลวีทสีน้ำตาลได้กลิ่นไหม้นิดๆ เป็นแป้งบัควีทธัญพืชนำเข้าจากฝรั่งเศส (เป็นแป้งทำเครปโดยเฉพาะ) มีความละเอียดยิบ ผสมกับเหล้านิดหน่อย นำไปเข้าเตาเครปที่อุณหภูมิต้องพอดี ไม่งั้นสีจะไม่เป็นอย่างที่เห็น โรยไวท์แฮมให้ทั่ว (ไวท์แฮมคือแฮมที่ออกสีขาวๆผ่านกระบวนการทำแบบฝรั่งเศสแท้ๆ) แล้วจัดชีสเยอะๆ เชฟบอกว่าชีสนี้ถ้าเป็นคนฝรั่งเศสต้องใส่เยอะกว่านี้ จานนี้ราคา 170 บาท แป้งหอมนุ่ม น่าแปลกที่ได้ ความกรอบ เบาๆด้วย ชีสช่วยชูรสได้อย่างยอดเยี่ยม เค็มนิดๆ มันหน่อยๆ เจอกับแฮม คล้ายนางเอกเจอกับพระเอก มันอร่อยลงตัวอย่างที่ สุด ท้าให้ลองรับรองจะติดใจ

ร้านสวย บรรยากาศดี

ต่อกันด้วย “นิซัวส์สลัด” คำว่า “นิซัวส์” เรียกตาม เมืองต้นกำเนิด คือเมืองนิสที่อยู่ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส นิซัวส์สลัดจะหม่ำผักสด ปลาทูน่าและแอนโชวี่ (ปลาหมักของฝรั่งเขา) ซึ่งที่นี่ใช้ทูน่าสดนำไปย่างในกระทะแบบไม่ใช้น้ำมัน เชฟฝีมือดีจริงๆ ย่างข้างนอกสุกกำลังดี ข้างในสีชมพูสวย เคี้ยวอร่อยกลมกล่อม หม่ำกับสลัดและมันฝรั่งที่จัดมาให้เข้ากันที่สุด สลัดมี 2 ขนาดกลาง 170 บาท ถ้าขนาดใหญ่ 330 บาท ขอบอกว่าถ้าสั่งขนาดใหญ่ต้องขนคนมาเพิ่ม ของเขาใหญ่จริง!!

สาบานว่านี่คือ “ซุป” หน้าตาแปลก รสชาติโดน!

เก็บท้องไว้หม่ำอย่างอื่นบ้าง เพราะซุปสไตล์ฝรั่งเศสแท้ๆรออยู่ เป็นซุปหน้าตาแปลกที่สุด คือไข่ไก่ 1 ฟอง เสิร์ฟมากับขนมปังลูกกลมโตไส้กลวง วางบนถ้วยซุปสไตล์ฝรั่งเศสแท้ๆ วิธีการหม่ำคือ เจาะขนมปังก่อนแล้วเทไข่ไก่สดลงไป เพิ่มความเข้มข้นกับซุป คนเบาๆ แล้วหม่ำ เป็นรสชาติลึกล้ำเกินบรรยาย ซุปสไตล์ฝรั่งเศสใส่ชีสแบบหนักหน่วง เจอกับไข่ดิบที่เพิ่มความเข้มข้นอีกระดับ รสมัน หอมกลมกล่อมที่สุด เลอค่าจริงๆ ซุปนี้เชฟใช้เวลาปรุงอยู่นาน เริ่มจากทำน้ำสต๊อกนาน 5–6 ชั่วโมง ต้มซี่โครงไก่ด้วยไฟอ่อนๆ ห้ามไฟแรงเด็ดขาดเพราะทำให้ได้กลิ่นกระดูก เมื่อได้น้ำสต๊อกแล้วนำมากรอง ต้มใส่หัวหอมที่ผัดจนนุ่ม เติมน้ำตาลนิดหน่อยใส่ชีสเยอะๆ ส่วนการเสิร์ฟที่เป็นขนมปังนั้น เชฟคิดมาให้ เพราะซุปแบบฝรั่งเศสหม่ำกับขนมปังจะเข้ากันมาก เป็นซุปที่หน้าตาเก๋ไก๋และอร่อยเลิศ เซตนี้ 210 บาท

เครปสไตล์ฝรั่งเศสแท้ๆ

หม่ำอาหารหนักท้องกันบ้าง “ดั๊กกองฟี่” (Duck Confit) เป็นการปรุงที่ใช้เวลานานแนวสโลว์ฟู้ด เพราะว่าจะได้หม่ำใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมง เริ่มจากเอาเป็ดหมักกับเกลือครึ่งชั่วโมง นำไปตุ๋นด้วยวิธีพิเศษคือเนื้อเป็ดเปื่อยแต่หนังกรอบ!! ทำได้ไง??!! เชฟบอกว่าต้องควบคุมอุณหภูมิไม่ให้เกิน 80 องศา (ห้ามสูงกว่านี้ไม่งั้นเป็ดจะแหลกทั้งร่าง) เวลาทำจานนี้เชฟระวังเป็นพิเศษ เพราะถ้าจับผิดวิธี เป็ดมีหวังล่อนจากกระดูกช้ำหมด ราดซอสที่ทำจากไวน์แดงเคี่ยวกับน้ำส้มบัลซามิก น้ำตาล หม่ำกับแอปเปิ้ลผัดกับตับห่าน บอกตรงๆ เป็นรสชาติที่ลึกลับซ่อนเงื่อนที่สุด หม่ำแล้วให้อารมณ์สุนทรีย์มาก คือเป็ดเนื้อเปื่อยนุ่มละลายในปาก แต่หนังกรอบหนึบๆ น้ำซอสหอมกลิ่นแอปเปิ้ลและได้ความมันจากตับห่านกำลังดีไม่เลี่ยนเลย เปรี้ยวเบาๆ เคล้าหวาน คิด ดูว่าทั้งหมดอยู่ในคำเดียว เป็นอาหารที่เต็มไปด้วยรสชาติจริงๆ จานนี้ราคา 490 บาท

“นิซัวส์สลัด” อร่อยสุขภาพดี

คนชอบหม่ำแกะเขามีซี่โครงแกะย่างสไตล์ฝรั่งเศสแท้ๆให้ลิ้มลอง ส่วนของหวานแนะนำครีม บรูเล (Cr`eme bru^lée) รสชาติคล้ายสังขยาบ้านเรา ฮ่า ฮ่า เอิ๊ก!! ครีมบรูเลเป็นขนมที่มีความนุ่มนวลเนื้อเนียนหวานหอมเข้มข้น มีส่วนผสมของเหล้านิดๆ เพิ่มความขื่นเบาๆ ช่วยตัดหวานได้เป็นอย่างดี เอิ๊กๆ ได้กินเหล้าในขนม มันเจ๋งมาก! เซตนี้ 210 บาท

ที่ตั้งร้าน

เจ้าของร้านนี้เป็นชาวฝรั่งเศสที่หลงใหลเมืองไทย จึงขอเปิดร้านอาหารฝรั่งเศสแท้ๆ ในราคาที่ทุกคนสัมผัสได้ในบรรยากาศสบายๆ คล้ายไปหม่ำข้าวบ้านเพื่อน ไม่มีเกร็งจนทำตัวไม่ถูก ส่วนเชฟเป็นสาวไทยร่างใหญ่ ที่ไปเรียนการทำอาหารที่กองดองเบลอ ลอนดอน ประเทศอังกฤษ นางน่ารักคุยสนุกเชียว ลองไปหม่ำดูร้าน Le Petit Zinc อยู่ในซอยสาทร 1 จริงๆแล้วจะเข้าทางถนนพระราม 4 ก็ได้ (โทร.ถามทางร้านดูเนอะ) แต่ถ้ามาทางสาทรซอย 1 เข้าซอยมาแล้วให้เลี้ยวซ้ายตรงตึกคิวเฮ้าส์ ตรงมาเรื่อยๆ เจอ 3 แยกที่มีเซเว่น อีเลฟเว่นให้เลี้ยวขวา ตรงไปอีกนิด เจอ 3 แยกอีกทีเซเว่น อีเลฟเว่นอยู่ขวามือ เลี้ยวขวาเข้าซอยแล้วตรงมาเรื่อยๆ ร้านอยู่ซ้ายมือ ตรงข้ามกับคอนโดบ้านสิริสาทร ร้านเปิด 2 ช่วงคือ 11.30-14.00 น. และ 18.00-22.00 น. โทร.จองโต๊ะหรือถามทาง 0-2249-5572

ไปเหอะ รับรองไม่มีผิดหวัง ใครชื่นชมรสไวน์ ร้านเขาก็มีบริการ ถ้าคิดจิบไวน์ก็อย่าขับรถ จริงๆแล้ว “ด่าน” ไม่กลัว แต่กลัวแม่มดที่บ้านทุบเอามากกว่า!! ฮ่า ฮ่า เอิ๊ก!!

อาเหม่ง

 

Albricias ยูโรเปียนเมดิเตอร์เรเนียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/446063

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 ส.ค. 2557 07:05

Albricias ร้านอาหารเมดิเตอร์เรเนียนที่เด่นไปทางยูโรเปียนเมดิเตอร์เรเนียน โดยเฉพาะอาหารอิตาเลียน สเปน และฝรั่งเศส กับบรรยากาศสไตล์แคชชวลไดนิงที่ไม่เป็นทางการ ซึ่งสอดคล้องไปกับชื่อร้านภาษาสเปนที่มีความหมายว่า “Joy” 

เชฟสเตฟาน นิตสเชอร์ (Stefan Nietsche) เชฟใหญ่เล่าว่า ตนเองเป็นชาวเยอรมัน แต่ไปเรียนรู้จากเชฟอาหารฝรั่งเศส และเดินทางปรุงอาหารไปทั่วยุโรป รวมถึงฝึกงานกับเชฟระดับมิชลินสตาร์ ทำให้มีประสบการณ์หลากหลาย อาหารที่ปรุงออกมาจึงมีกลิ่นอายของการทวิสต์จากเมดิเตอร์เรเนียนเข้ากับเอเชีย วัตถุดิบส่วนใหญ่ก็เลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่นมาปรุง

บรรยากาศสไตล์แคชชวลไดนิงที่ไม่เป็นทางการ

จานแรก Crab Cake จานนี้ทวิสต์กันค่อนข้างชัดเจน แครบเค้กทอดที่แน่นด้วยเนื้อปูรสหวาน วางบนเชบิเซมะละกอที่คลุกเคล้ากับน้ำมะนาว พริกหวาน หัวหอม และผักชี เสิร์ฟพร้อมมายองเนสแซฟฟรอน และแครอตฝอยทอดกรอบ หลากรสชาติ เปรี้ยวหวานจากเชบิเซและกลิ่นหอมของแซฟฟรอนเบาๆ แต่เรียกน้ำย่อยได้ดี

Saffron Risotto

ส่วนริชอตโตก็ใส่ความเป็นเครื่องเทศของอาหารเมดิเตอร์เรเนียนฝั่งอาหรับเข้ามาด้วย Saffron Risotto ข้าวริชอตโตผัดกับแซฟฟรอน ราดซอสเพสโต กับอาหารทะเลสดๆ อาทิ หอยเชลล์รสหวานเนื้อแน่น กุ้งลายเสือ และก้ามล็อบสเตอร์

Hot & Cold

ปิดท้ายด้วยของหวาน Hot & Cold ของหวานที่เข้ากับบ้านเราดีมาก ผสมผสานร้อนและเย็นเข้าด้วยกัน เชฟนำเบอร์รีหลากชนิดคลุกเคล้ากับเหล้าส้มแล้วแช่ในช่องแช่แข็งจนเย็นถึงเนื้อใน ราดด้วยซอสไวต์ช็อกโกแลตอุ่นๆ ก่อนกินให้คนด้วยก้านตะไคร้ ได้รสชาติหวานหอม ตัดกับรสเปรี้ยวของเบอร์รีที่เย็นฉ่ำ

หรือจะลองดื่ม Banana Splits Martini ค็อกเทลที่ได้ไอเดียจากไอศกรีมดัง อาจจะไม่เหมือนเป๊ะ แต่คนชอบกล้วยต้องถูกใจ

Chatrium Residence Sathon Bangkok ถนนนราธิวาสฯ ซอย 24 กรุงเทพฯ เปิดบริการ 11.30-23.00 น. โทร. 0-2672-0200 ต่อ 7504

ขอบคุณ Gourmet & Cuisine

 

Trend can do : ‘คุกกี้ช็อต’…ครีเอทง่ายๆ ไม่ทำไม่ได้แล้ว!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/446306

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 ส.ค. 2557 09:10

กลับมาพบกับ Trend can do ทุกวันศุกร์แบบนี้เช่นเคย สัปดาห์นี้เอาใจคนชอบคุกกี้แต่ครั้งนี้เราจะไม่ทำคุกกี้แบบธรรมดาอย่างแน่นอน เราจะทำคุกกี้ช็อต (Cookie Shots) ซึ่งจะมีขั้นตอนการทำอย่างไรบ้าง ห้ามพลาดกับวิธีทำที่แสนง่ายดาย

วันนี้ขอเสนอเมนูสุดง่ายที่แสนจะครีเอท เอาใจคุณผู้หญิงทั้งหลายที่ชอบสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ คุกกี้ช็อต หรือคุกกี้ช็อกโกแลตชิพถ้วยที่เติมความอร่อยด้วยนมวานิลลาสุดอบอวลความหอม แต่แสนอร่อยได้ทุกช่วงเวลา พร้อมเติมความสุขให้คุณและคนที่คุณรักได้อย่างง่ายดาย จะมีขั้นตอนทำอย่างไรบ้าง ไปเริ่มกันเลยยย

คุกกี้ช็อต

สิ่งที่ต้องเตรียม

1. เนยเทียม 1 ถ้วย

2. น้ำตาลทรายขาว 1/3 ถ้วย

3. น้ำตาลทรายแดง 1/2 ถ้วย

4. ไข่แดง 1 ฟองใหญ่

5. กลิ่นวานิลลา

6. แป้งข้าวสาลีอเนกประสงค์

7. เกลือ 1/2 ช้อนชา

8. ช็อกโกแลตชิพ ครึ่งถ้วยเล็ก

9. ดาร์กช็อกโกแลต

10. นม

ขั้นตอนการทำ

1. เตรียมเตาที่ความร้อน 350 องศาฟาเรนไฮต์ ปรับไปที่โหมด popover pan

2. เตรียมชามขนาดใหญ่สำหรับผสมส่วนผสม เนยขาว และน้ำตาลทรายแดงและน้ำตาลทรายขาว ใส่ไข่แดงและกลิ่นวานิลลา ผสมจนทุกอย่างเข้ากัน แล้วเติมแป้งและเกลือตามลงไป

เตรียมเนยขาว

3. หลังจากนั้นใส่ช็อกโกแลตชิพชิ้นเล็กๆ คนผสมให้ทุกอย่างเป็นเนื้อเดียวกัน คุณจะสามารถสังเกตได้คือจะรู้สึกว่า เมื่อเข้ากันแล้วเนื้อมันจะร่วนๆ

ใส่ช็อกโกแลตชิพ
คนผสมให้ทุกอย่างเป็นเนื้อเดียวกัน

3. นำคุกกี้ที่ผสมไว้แล้ว นำมาใส่แก้วเล็กๆ หรือกรวยเล็กๆ สร้างเป็นกำแพงให้หนา ทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที ก่อนนำไปอบ

นำคุกกี้ที่เตรียมไว้นำมาใส่แก้วเล็กๆ

4. อบประมาณ 20 นาที จนคุกกี้กลายเป็นสีน้ำตาลอ่อน

5. ละลายดาร์กช็อกโกแลต และเทใส่ถ้วยคุกกี้สุดน่ารักที่เตรียมเอาไว้ แล้วทิ้งไว้เพียงแค่อึดใจเดียว เทช็อกโกแลตลงไป ทิ้งให้ช็อกโกแลตเซตตัวในคุกกี้ถ้วย

เทช็อกโกแลตใส่ถ้วยคุกกี้
ทิ้งให้ช็อกโกแลตเซตตัวในช่อง

6. นำนมที่เตรียมไว้ เทตามเพิ่มลงไป เท่านี้ก็พร้อมเสิร์ฟแล้ว

เทนม พร้อมเสิร์ฟ

ขอบคุณ popsugar.com

 

อะไรอยู่ใน…ฝรั่งแช่บ๊วย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/446321

โดย ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย29 ส.ค. 2557 05:01

วันนี้ คอลัมน์ “มันมากับอาหาร” เอาใจผู้ที่ชอบทานผลไม้ตามรถเข็นที่มีทั้งผลไม้สดและผลไม้ดอง ผลไม้แช่อิ่มที่แบ่งใส่เป็นถุงๆ และที่พลาดไม่ได้เห็นจะเป็น ฝรั่งแช่บ๊วย

ทว่า สีสันสดใสและความหวานของฝรั่งแช่บ๊วยนั้น ขอเตือนว่าอาจแฝงไปด้วยสารอันตรายต่อร่างกายได้ทั้งสีที่เติมแต่งและความหวานที่เกิดจากการใช้ขัณฑสกร

ขัณฑสกร หรือแซ็กคาริน เป็นสารสังเคราะห์ที่ให้ความหวานแทนน้ำตาล ให้รสหวานจัดและติดลิ้น บางคนอาจรู้สึกได้ถึงรสขมถ้าใช้ในปริมาณมาก

สารนี้มีความหวานมากกว่าน้ำตาลทราย 300-700 เท่า ที่สำคัญมีราคาถูก พ่อค้า แม่ค้าขายของหมักดองจึงนิยมใช้แทนน้ำตาลเพื่อลดต้นทุนกันอย่างแพร่หลาย

หากร่างกายได้รับแซ็กคารินในปริมาณ 5-25 กรัมต่อวัน จากอาหารเป็นเวลาหลายๆวัน หรือได้รับครั้งเดียวถึง 100 กรัม จะทำให้มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดิน ปวดท้อง ซึมและชักได้

บางคนอาจมีอาการแพ้ แซ็กคาริน แม้ได้รับเข้าไปในปริมาณน้อย อาหารที่นิยมใช้ แซ็กคาริน ได้แก่ ผลไม้ดอง เครื่องดื่ม ไอศกรีมและขนมหวานต่างๆ

ประเทศไทยกำหนดให้ใช้แซ็กคารินเป็นวัตถุให้ความหวานแทนน้ำตาลได้ในเครื่องดื่มไดเอตสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน และผู้ป่วยโรคอ้วน

และห้ามใช้ในเครื่องปรุงรส น้ำปลา ซอส ซีอิ๊ว นมและผลิตภัณฑ์นม ฯลฯ เพราะไม่ให้พลังงานแก่ร่างกาย โดยการใช้จะต้องอยู่ในปริมาณที่เหมาะสมเท่านั้น

สถาบันอาหารได้สุ่มเก็บฝรั่งแช่บ๊วยตามรถเข็น จากย่านการค้าใน เขตกรุงเทพฯ จำนวน 5 ตัวอย่าง

เพื่อนำมาวิเคราะห์หาปริมาณแซ็กคาริน ปรากฏว่าพบฝรั่งแช่บ๊วย 2 ตัวอย่าง ที่มีการใช้แซ็กคาริน

เห็นอย่างนี้แล้ว วันนี้ขอแนะว่า ควรทานผลไม้สดที่มีตามฤดูกาลจะดีกว่า เพราะได้ประโยชน์จากความสดตามธรรมชาติแบบเต็มๆ แถมไม่เสี่ยงอันตรายจากสิ่งปนเปื้อนต่างๆอีกด้วย.

 

ยำข้าวทอดเบคอน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/446115

โดย ทีมข่าวหน้าสตรี 28 ส.ค. 2557 05:45

ยำข้าวทอดที่เห็นหาบขายในบ้านเรา ส่วนใหญ่จะหนักหนังหมู แต่ถ้าทำทานเองก็ไม่จำเป็นต้องใส่ เอาแต่เนื้อหมูล้วนๆให้อร่อยไปเลย จะได้ไม่ต้องเคี้ยวให้เมื่อยกราม!!

สูตรยำข้าวทอดวันนี้ ประยุกต์ตามสถานการณ์จากสาวไทย คุณไวท์-จิรศรี บุณยเกียรติ เดลีส ที่ไปใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศสนานถึง 19 ปี ตั้งแต่ได้ทุนจากกระทรวงการต่างประเทศของฝรั่งเศสไปเรียนต่อด้านการจัดการวัฒนธรรม หลังจบด้านโบราณคดีจาก ม.ศิลปากร และกลับมาเป็นผู้ช่วยทูตวัฒนธรรม ที่สถานทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทยอยู่พักหนึ่ง ก่อนกลับไปเรียนเสริมต่อด้านมัลติมีเดีย และทำงานด้านอินฟอร์เมชั่น ดีไซน์ บทเรียนตามหลักสูตรที่ ก.ศึกษาของฝรั่งเศสกำหนด ที่สถาบัน Télécom Paris Tech., Institut Mines Télécom จนถึงขณะนี้ เมื่อพรหมลิขิตอาละวาดได้เจอเนื้อคู่หนุ่มปารีเซียง มีลูกชายฝาแฝดที่มีความเป็นไทยจ๋ามาคู่หนึ่ง ทำให้ชีวิตของคุณไวท์ต้องเปลี่ยนไป

มาดูวิธีทำกันค่ะ

จากเวิร์กกิ้งวูเม่น มาเป็นเวิร์กกิ้งมัม มีความเป็นแม่บ้านแม่เรือนมากขึ้น ทั้งทำกับข้าวจ่ายตลาด แต่ความที่เคยติดตามคุณแม่ไปจ่ายตลาดและเข้าครัวตอนเด็กๆ โดยคุณแม่จะสอนการเลือกซื้อผักสดและเนื้อสัตว์ไปด้วย แต่ก็วางมือหมดเมื่อโตเป็นสาว ในยามที่ต้องกลับมาเป็นแม่บ้านตัวจริง คุณไวท์จึงบอกว่า สบายมากเพราะได้เลือดแม่มาหมด เลยสามารถทำอาหารให้ครอบครัวได้ทานกันอย่างเอร็ดอร่อย ทั้งน้ำพริกอ่อง ขนมจีนน้ำเงี้ยว และยำข้าวทอด เพราะเธออยากทานขึ้นมา แต่ที่ฝรั่งเศสไม่มีแหนม เลยต้องประยุกต์ใช้เบคอนแทน ปรากฏลูกๆชอบมากเลยค่ะ

เตรียมเครื่องปรุงให้พร้อม

เครื่องปรุง : ข้าวสวย (ใช้ที่เหลือจากรับประทาน หรือจะหุงขึ้นใหม่ก็ได้ แล้วแช่ตู้เย็นทิ้งไว้ 1-2 คืน เพื่อให้ข้าวมีความแข็งกระด้างขึ้น)/ เบคอน/ไข่ไก่/ข้าวคั่ว/ผักชี-ต้นหอม/ขิง/ หอมแดง/กระเทียม/ รากผักชี/ น้ำปลา/มะนาว/น้ำตาลทราย/น้ำพริกเผา/ เกลือ…..

ข้าวทอดเสร็จแล้วพักไว้ก่อน

วิธีทำ

1) คลุกข้าวสวยกับเบคอนหั่นชิ้นเล็กๆและหมูสับ

2) ใส่น้ำตาล เกลือ และกระเทียมโขลกรวมกับพริกไทย, รากผักชี ลงไปคลุกเคล้าด้วย

3) ปั้นข้าวที่คลุกแล้วเป็นก้อนกลมๆ แล้วชุบกับไข่ที่ตีให้แตก ก่อนนำไปทอด

4) ตั้งกระทะใส่น้ำมันรอจนร้อนดีแล้ว จึงใส่ข้าวที่ปั้นเตรียมไว้ลงทอด ถ้าจะให้สะดวกรวดเร็ว ใช้หม้อทอดเฟรนช์ฟรายดีที่สุด เมื่อข้าวที่ทอดออกเหลืองทั่วกัน ค่อยตักขึ้นจากกระทะ วางบนกระดาษซับน้ำมัน

5) ระหว่างทอด ก็หันมาเตรียมน้ำปรุงรสตามสัดส่วนน้ำปลา 1ชต.,น้ำมะนาว 1 ชต., น้ำตาลทราย 1 ชช.,น้ำพริกเผา 1/2-1 ชช. และเกลือนิดหน่อย คนให้ละลายเข้ากัน

6) นำข้าวทอดมาบี้เป็นชิ้นเล็กๆ แล้วเติมน้ำยำที่เตรียมไว้ พร้อมหอมแดงซอย ขิงซอย ข้าวคั่ว ผักชีต้นหอมซอยหยาบๆ คลุกเคล้าให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ ถ้าอยากได้รสเผ็ดก็เติมพริกป่นได้

7) ก่อนเสิร์ฟโรยหน้าด้วยข้าวคั่ว ผักชีต้นหอมซอย และใบสะระแหน่ ให้ดูสวยงาม โดยมีผักสดตามชอบเป็นเครื่องเคียง.

เสร็จแล้วพร้อมทานค่ะ