ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Archive for the ‘อาหาร’ Category

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/life/385670

  • 28 พฤศจิกายน 2556, 05:45 น.

Pic_385670

ขอเอาใจคนรักเนื้อต่ออีกสักเมนูนะคะ แต่ถึงแม้คนไม่รักเนื้อ (วัว) ก็มีสิทธิ์ลิ้มรสได้ โดยเปลี่ยนเป็นเนื้อหมูแทน โดยเลือกใช้เนื้อหมูสันใน หรือสันคอ จะได้เคี้ยวง่ายไม่เมื่อยกรามค่ะ

คุณเมษ์-เมษิณี ตันติวงษากิจ ลูกสะใภ้คนเก่งของห้างแว่นตาฮอลลีวู้ด ที่อยู่เคียงคู่สี่แยกราชเทวีมาอย่างเหนียวแน่นถึง 45 ปีแล้ว เป็นอีกหนึ่งหญิงที่รักการทำอาหาร จนถึงกับตั้งใจจะไปเรียนทำอาหารโดยเฉพาะหลังเรียนจบปริญญาตรี แต่ถูกทักท้วงจากคุณพ่อสามี คุณเมษ์จึงต้องเปลี่ยนใจ หันไปเรียน ป.โทที่อังกฤษและเรียนภาษาจีนต่อที่เซียะเหมิน พอกลับมาก็พอดีกับสถาบันกอร์ ดอง เบลอ มาเปิดสาขาในเมืองไทย เธอจึงได้เข้าเรียนสมใจอยาก โดยคุณเมษ์เล่าว่า ตั้งแต่เรียนหนังสือมาไม่เคยได้ที่ 1-5 เลย พอมาเรียนทำอาหาร กลับทำคะแนนได้ดี แต่เธอก็มีโอกาสเรียนได้เพียง 2 คอร์สเท่านั้น ยังอยากจะไปเรียนต่อให้จบคอร์ส 3 เพื่อจะได้ประกาศนียบัตรเป็นเชฟอย่างเต็มตัว

ทุกวันนี้ถึงแม้จะต้องดูแลธุรกิจห้างแว่นตาของครอบครัวสามี จนไม่มีเวลาว่างเลย แต่คุณเมษ์ก็ยังไม่ทิ้งเรื่องทำอาหาร มักจะคอยเปิดเน็ตเพื่อเติมข้อมูลความรู้เรื่องอาหารอยู่เสมอๆ และวันนี้เธอก็มีเมนู Beef Strogonoff มาแชร์กันด้วย

เครื่องปรุง : เนื้อสันใน 500 กรัม/หัวหอมสับ 200 กรัม/มะเขือเทศปอกเปลือกสับ 2 ลูก/มะเขือเทศบดเข้มข้น (Tomato Paste) 1 ช้อนโต๊ะ/วิปครีม 200 มล./เนย 50 กรัม/พริกปาปริก้าผง 1 ช้อนโต๊ะ/ใบกระวาน 2 ใบ/กระเทียมทุบ 2-3 กลีบ/น้ำสต๊อกเนื้อ 400 มล./ไวน์ขาว 30 มล./เกลือและพริกไทย

เริ่มด้วยการทำซอส 1) นำเนื้อสันในมาเลาะเอาพังผืดและไขมันออก (เก็บไว้ทำซอส)

2) หั่นเนื้อเป็นแท่งขนาดกว้าง 1 ซม. ยาว 2 ซม. แล้วปิดฟิล์มนำเข้าตู้เย็น พักไว้

3) นำเศษเนื้อที่เลาะไว้มาผัดกับเนยจนหอม

4) เติมหัวหอมสับกระเทียมทุบและผัดต่อจนนิ่ม จากนั้นเติมมะเขือเทศบดและมะเขือเทศสับ ผัดต่อไปจนนิ่ม

5) เติมพริกปาปริก้าผง ใบกระวาน ไวน์ขาว แล้วเคี่ยวไปเรื่อยๆจนไวน์ขาวเริ่มงวด

6)เติมน้ำสต๊อกเนื้อ ตั้งไฟอ่อนเคี่ยวไปเรื่อยๆ ประมาณ 15 นาที 7) เติมวิปครีม ใช้ไฟอ่อน เคี่ยวไปเรื่อยๆ ลองตักดูให้น้ำข้นจนสามารถเคลือบช้อนได้

เครื่องปรุงข้าวอบเนย : ข้าวสาร 200 กรัม/น้ำเปล่า 300 มล./หัวหอมสับครึ่งลูก/ใบกระวาน 2 ใบ/เนย 20 กรัม/แครอทหั่นเล็กๆ 50 กรัม/เกลือและพริกไทย…….

วิธีทำ

1) นำหัวหอมใหญ่สับละเอียดลงผัดพร้อมกับเนย

2) เติมข้าวสารลงไปผัดด้วย เพื่อให้เนยเคลือบเมล็ดข้าวจนทั่ว

3) เติมน้ำเปล่า ใบกระวาน เกลือ พริกไทย ตั้งไฟให้เดือด ปิดด้วยกระดาษไขด้านบน

4) นำเข้าอบประมาณ 12 นาที จึงนำข้าวออกจากเตาอบ เติมเนยและใช้ส้อมค่อยๆคลุกให้เข้ากัน

5) นำแครอทหั่นชิ้นเล็กๆมาคลุกกับข้าวให้เข้าทั่วกัน

วิธีทอดเนื้อ…

1) นำเนื้อออกจากตู้เย็น โรยเกลือ พริกไทย และผงปาปริก้า คลุกให้เข้ากัน

2) ใส่น้ำ มันมะกอกลงในกระทะ รอจนอุ่นจึงเติมเนย รอให้ร้อน จากนั้นนำเนื้อลงทอดพอสุก เสร็จแล้วตักใส่ตะแกรงให้สะเด็ดน้ำมัน

3) นำซอสมาอุ่นและเติมเนื้อลงไป ตั้งไฟอ่อนๆ พร้อมเสิร์ฟกับข้าวอบเนย.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวหน้าสตรี
  • 28 พฤศจิกายน 2556, 05:45 น.
ป้ายกำกับ: , , , ,

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/life/384342

  • 26 พฤศจิกายน 2556, 10:00 น.

Pic_384342

กลิ่นหอมๆ ของกาแฟอิตาเลียน และขนมแสนอร่อย ที่ทางร้านคัดสรรมาจากร้านขนมที่ขึ้นชื่อเรื่องความหวานละมุนมาจากทั่วทุกสารทิศ ก็เพียงพอที่จะทำให้ทุกคนตกอยู่ในมนต์สะกด

ร้านกาแฟและขนมหวานที่เกิดขึ้นจากแรงบันดาลใจของเจ้าของร้านตกแต่ง Storia ที่บังเอิญจับพลัดจับผลู ได้พื้นที่ส่วนข้างๆ อย่างไม่ตั้งใจ แต่ถึงกระนั้น ทุกอณูของคาเฟ่แห่งนี้ก็ไม่ทิ้งลาย แถมยังให้อารมณ์และความอบอุ่นอย่างน่าประหลาด จากความเรียบขรึมของโต๊ะไม้ เก้าอี้ไม้ และของตกแต่งสไตล์วินเทจ ประกอบกับแสงแดดอ่อนๆ ที่ส่องผ่านเข้ามา ตามด้วยกลิ่นหอมๆ ของกาแฟอิตาเลียน และขนมแสนอร่อย ที่ทางร้านคัดสรรมาจากร้านขนมที่ขึ้นชื่อเรื่องความหวานละมุนมาจากทั่วทุกสารทิศ ก็เพียงพอที่จะทำให้ทุกคนตกอยู่ในมนต์สะกดของคาเฟ่นี้อย่างง่ายดาย

จุดเด่นที่นอกเหนือจากบรรยากาศ คงต้องยกให้กับคอนเซปต์ “บาร์กาแฟ” (ตามชื่อร้าน) ที่ให้ทุกคนได้เลือกที่นั่งบนเก้าอี้สูง ก่อนจะเลือกสั่งเครื่องดื่มตามความชอบ ที่นี่ไม่ได้มีเฉพาะกาแฟเท่านั้น แต่ยังมีเบียร์เบลเยียม เบียร์สกอตแลนด์ ไวน์ขาว ไวน์แดง และสปาร์กลิงไวน์ให้จิบแบบสวยๆ เก๋ๆ แต่น่าเสียดายที่แดดยังไม่ร่ม ลมก็ยังไม่ตก เราจึงขอวอร์มด้วย Picolo Latte ลาเต้รสนุ่ม ที่เพิ่มความเข้มข้นของกาแฟด้วยช็อตนมที่น้อยลง ซึ่งบาริสต้าสุดเท่ แนะนำให้กินกับ Warm Rum Chocolate Brownie with Cream Shot โดยพระเอกอยู่ที่ บราวนี่เนื้อนุ่มราดด้วยซอสช็อกโกแลตอุ่นๆ แฝงความชุ่มฉ่ำด้วยวิปครีมข้างใต้ เรียกว่าเมนูนี้ พาความอร่อยมาเต็มพิกัดจริงๆ !

เมนูใหม่ล่าสุด Earl Grey Tea Leaf Cake มาพร้อมหน้าตาแสนจะธรรมดา แต่รสชาตินั้นขอบอกว่าแปลกใหม่เลยทีเดียว เค้กเนื้อแน่น รสชาติออกเฝื่อนๆ เล็กน้อย แต่หอมฟุ้งจากกลิ่นใบชาเอิร์ล เกรย์ TWG ซึ่งยังคงหลงเหลือให้เราเห็น และเคี้ยวเพลินๆ บนหน้าเค้ก และอีกเช่นเคยที่บาริสต้าแนะนำอีกว่าเค้กนี้ คู่ควรกับ Caffè Mocha อุ่นๆ สักแก้ว ที่ได้รสชาติของโกโก้แท้ร้อยเปอร์เซ็นต์เท่านั้น

บาริสต้าใจดีแบบนี้ แทบอยากจะนั่งจิบกาแฟทั้งวันเลย…

ส่วนใครที่สนใจอยากจะไปจิบกาแฟกันแบบชิลๆ ร้านน่ารักๆ จิบกาแฟกลิ่นอายวินเทจที่ Bar Storia del Caffe ชั้น G ตึก Eight ทองหล่อ ถนนสุขุมวิท ซอย 55 (ทองหล่อ ซอย 8) แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ

ขอบคุณข้อมูลจากนิตยสาร Gourmet

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
  • 26 พฤศจิกายน 2556, 10:00 น.
ป้ายกำกับ: , , , ,

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/life/385200

  • 26 พฤศจิกายน 2556, 05:30 น.

Pic_385200

สั่งตรงไอศกรีมเจลาโต้ระดับพรีเมียมจากแดนมักกะโรนี “Stickhouse” มาเสิร์ฟถึงเมืองไทยแล้ว โดย ภูมิ  เรืองสินภิญญา และ สุชญา กุลชล ได้จัดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ที่ร้าน Stickhouse ชั้น G สยามพารากอน โดยมี มร.เมาเลอร์ แกรสซินี ผู้บริหารบริษัท Stickhouse SRL บินตรงจากอิตาลีมาร่วมงานด้วย เมื่อเร็วๆนี้

ภูมิ เรืองสินภิญญา และ สุชญา กุลชล ต้อนรับ มร.เมาเลอร์ แกรสซินี (กลาง) ผู้บริหารสติ๊กเฮ้าส์ จากอิตาลี.ภูมิ เรืองสินภิญญา และ สุชญา กุลชล ต้อนรับ มร.เมาเลอร์ แกรสซินี (กลาง) ผู้บริหารสติ๊กเฮ้าส์ จากอิตาลี.

ในงานสองศรีพี่น้องผู้นำเข้าไอศกรีมแท่ง “Stickhouse” รสเข้มข้นหลากหลายรสชาติ ได้แนะนำจุดเด่นของสติ๊กเฮ้าส์ ที่แตกต่างจากไอศกรีมทั่วไปในท้องตลาดว่า หลายคนคิดว่าเจลาโต้เหมือนไอศกรีมทั่วไป แต่ที่จริงแล้วเจลาโต้กับไอศกรีมมีความแตกต่างกันตรงที่เจลาโต้มีส่วนผสมของไขมันน้อยกว่าไอศกรีม มีสัดส่วนของอากาศภายในน้อยกว่า ไอศกรีม และเสิร์ฟในอุณหภูมิที่สูงกว่าเล็กน้อย นอกจากนี้ ไอศกรีมที่ผลิตเป็นอุตสาหกรรมปริมาณมากๆ จึงมีการใช้ส่วนผสมที่เก็บได้นานโดยไม่เสีย ซึ่งทำให้มีรสชาติที่จำกัด ตรงกันข้ามกับเจลาโต้ที่จะผลิตขึ้นวันต่อวันในปริมาณที่ไม่มากนัก โดยใช้ส่วนผสมที่สดใหม่ทุกวัน ทำให้มีรสชาติที่หลากหลายให้เลือกและมีสีสันสดใส พร้อมกันนี้สติ๊กเฮ้าส์ยังมีความทันสมัยในรูปแบบที่เป็นแท่งไม่เหมือนใคร ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ โดยสามารถแสดงตัวตนของตัวเองผ่านการตกแต่งลูกเล่นบนแท่งไอศกรีม ในคอนเซปต์ Express yourself through your stick ในส่วนของวัตถุดิบต่างๆ ก็ล้วนสั่งตรงมาจากอิตาลีประเทศต้นกำเนิด อาทิ ถั่วพิสตาชิโอ, เฮสเซลนัทและแอลมอนด์ รวมทั้งดิปปิ้ง ช็อกโกแลตสูตรเข้มข้นพิเศษ ที่ทำขึ้นมาเป็นเจลาโต้แท่ง ซึ่งไม่มีที่ไหนในประเทศไทยเคยทำมาก่อน ภายใต้สโลแกน “Handcrafted Premium Italian Gelato”.

จารุจิตร-พิมพ์เลิศ ใบหยก ทดลองไอศกรีมเจลาโต้แล้ว ช้อบชอบค่ะ.จารุจิตร-พิมพ์เลิศ ใบหยก ทดลองไอศกรีมเจลาโต้แล้ว ช้อบชอบค่ะ.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวสตรี
  • 26 พฤศจิกายน 2556, 05:30 น.
ป้ายกำกับ: , , , ,

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/life/385056

  • 25 พฤศจิกายน 2556, 09:30 น.

Pic_385056

เอากันจริงกับประเทศที่บอบช้ำ ทั้งแพทย์และพยาบาลออกมาลุย วันที่ 24 คือวันที่ประชาชนกรุงเทพฯส่วนใหญ่ ที่ไม่ชอบระบบระบอบทักษิณ แต่ขอเตือนสติหน่อยน่ะครับ เราไปทำเพื่อคงไว้ซึ่งประชาธิปไตยที่มีสถาบันกษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่วันนี้คนนำประท้วงอย่างคุณอภิสิทธิ์ คุณชวน ที่มือสะอาด ทำไมไม่มาทำเอง หรือจะเป็นเครื่องซักผ้า ที่จะซักเอาความสกปรกที่ติดตัวพรรคพวกของตนเอง ไม่เข้าใจจริงๆ

ผมไม่เชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์สิ้นคนดี ขอร้องล่ะครับ ขอคนดีมาเป็นผู้นำเราหน่อย อย่าเอาแต่มุดหัวอยู่ในรูหรืออยู่บนภู ดูเพื่อนทำงาน แต่เวลาความดีความชอบแล้ว ขออยู่แถวหน้ารับก่อนใคร ไม่เอาเปรียบเพื่อนฝูงไปหน่อยหรือครับ ท่านอภิสิทธิ์ ออกมาเลยครับ เราพร้อมเดินไปพร้อมท่าน…

ช่วงนี้ขอแนะนำร้านที่ญี่ปุ่นให้หมดก่อนน่ะครับสำหรับ ผมเดินทางจากทาคาย่ามาไปโอซากา ซึ่งจะต้องใช้เวลาเดินทางกว่า 4 ชั่วโมง คณะของเราออกจากทาคาย่ามาตอนสัก 10 โมงเช้ากินเช้าเสร็จแล้ว ก็เดินทางตลอดสองข้างทางสวยมาก พอเที่ยวหิวกันอีกแล้ว เลยถามโมริว่าแถวๆ นี้มีอะไรกิน ผมเสนอหมูทอดทงคัดสึ ส่วนคุณปลาเอาหมี่เย็นซึ่งเป็นอาหารประจำถิ่นแถวๆ นั้น เมื่อคืนจัดราเมงมาแล้วเลยไม่ค่อยอยาก โมริก็หาเจอว่าแถวนี้มีคนญี่ปุ่นแนะนำว่า มีร้านทงคัตสึเจ๋งอยู่หนึ่งร้าน เราก็ขับรถตามแผนที่ ผมเลยตั้งชื่อให้ร้านนี้ว่า “หุบที่ 102 แยกที่ 35″ มันยากสำหรับคนไทยแน่ๆ แต่ต้องบอกได้ว่าร้านนี้อร่อยมากครับ

ร้านชื่อ คาสึย่า (Katsuya) ร้านนี้ที่เด็ดคือหมูทอดที่ชุ่มฉ่ำ เนื้อหมูนุ่มมาก มีให้เลือกหลายส่วนของหมูทั้งที่เป็นสันใน สันนอก ที่สำคัญที่ร้านมีคอมโบที่เป็นทั้งซีฟู้ดกุ้งตัวโตๆ และร็อกเก้ให้ชิมกันด้วย อีกอย่างที่ร้านนี้มีคือส่วนที่เป็นแกงกะหรี่ที่ทำจากเนื้อวัว หอมอร่อยมาก ผมจัดเต็มทุกชุด ทั้งที่เป็นหมูสันนอกบวกกับกุ้ง และมีน้ำแกงกะหรี่มาด้วย ที่ร้านจัดผักกาดฝอยและมีน้ำสลัดให้เติมกันแบบไม่อั้นไว้บริการ

ร้านอยู่ที่ 830-1 Yamatocho Kabe, Gujo ,Gifu Prefecctuer โทรศัพท์ 0575882118  ร้านเปิด 8 โมงเช้าถึงบ่าย 2 โมงเย็นน่ะครับ

Rating :  ที่สุดในแผ่นดิน

เรื่องและภาพโดย
ดร.ธนา ทุมมานนท์ (เบย์พาเลส)
www.facebook.com/baypalace

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก
http://j47.jp/katsuya/menu

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ดร.ธนา ทุมมานนท์
  • 25 พฤศจิกายน 2556, 09:30 น.
ป้ายกำกับ: , , , ,

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/life/384567

  • 23 พฤศจิกายน 2556, 10:00 น.

Pic_384567

ถ้าคิดถึงอาหารทะเล หลายๆ ท่านคงจะคิดถึงการไปนั่งริมทะเล ไปนั่งกินอาหารทะเลที่ต่างจังหวัด ทะเลอ่าวไทย อันดามัน พัทยา กระบี่ สมุย ภูเก็ต แบบชิลๆ หลายคนคงคิดไม่ถึงว่า ใจกลางกรุงเทพมหานครจะมีอาหารทะเลแบบเต็มเหนี่ยว ทั้งสด ใหม่ ไฉไล ให้ได้กินกันทุกวัน พร้อมทั้งยังมีเมนูอาหารหลากหลายมาให้ได้เลือกสรร ลิ้มรสชาติอาหารทะเลกันแบบฟินๆ…

บอล รณัสก์ชัย ถวินหวัง หุ้นส่วนร้านสามสีสีฟู้ด ได้การันตีกับไทยรัฐออนไลน์ว่า ที่นี่อาหารทุกอย่างมีความสดใหม่ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นกุ้ง หอย ปู ปลา ที่ได้คัดเลือกสรรหาเลือกมาอย่างดี และรับมาจากแหล่งต้นตอ ของวัตถุดิบชั้นเลิศ โดยภายในครัวถูกจัดสรรพื้นที่ออกเป็น 3 โซน 3 แซ่บด้วยกัน

แซ่บสีแรก เชฟมือแกง

ได้จัดเตรียมส่วนประกอบของเมนู ดังนี้ น้ำแกงที่ผสมเครื่องแกงขมิ้น แบบฉบับอาหารใต้ ตามด้วยหน่อไม้ดอง และวัตถุดิบสำคัญคือ ปูไข่แบบสดๆ เพื่อทำเมนู แกงส้มหน่อไม้ดอง ปูไข่ทะเลเดือด

แซ่บสีสอง ด้านเชฟมือผัด

เตรียมหอยเชลล์ ตั้งกระทะให้ร้อน คั่วซอส XO สูตรสามสี และไม่รีรอนำหอยเชลล์ลงไปผัด กลิ่นหอมฉุยๆ ตลบอบอวลทั่วครัว มันคือความสุขที่ทำให้น้ำลายสอได้ดีทีเดียว กับเมนู หอยเชลล์ผัดซอส XO

จานแรกผ่านไป ต่อด้วยล็อบสเตอร์ยักษ์ ว้าว.. เจ้าเซบาสเตียนถูกเชฟหย่อนลงในน้ำมันใหม่ที่กำลังเดือดๆ และนำมาผัดต่อกับต้นหอมในกระทะที่เตรียมเอาไว้แล้ว โรยเกลือต่อด้วยกระเทียมทอดกรอบ กลิ่นโดนใจมากๆ จุดนี้

แซ่บสีที่สาม เชฟมือทอด

เชฟเอาปลากระพงที่เป็นๆ มาแล่เอาก้างออก แล้วหย่อนลงในน้ำมันเดือด ทอดพอให้เหลืองฟู ชูทีเด็ดที่กระเทียมสดแผ่นบางพร้อมพริกขี้หนูเม็ดเขียวจี้ด เพื่อทำเมนูสแตนดาร์ด ฟาดด้วยไม้ตาย นั่นก็คือ ปลากระพงทอดน้ำปลา หน้าตาน่ารับประทานมาก นอกจากนี่ ยังมีราคาถูก พูดเลยแถมการันตีราคาว่าถูกกว่าที่ไหนในกรุงเทพฯ ซะด้วย

เมนูอาหาร สุดฟิน-จัดเต็ม

ล็อบสเตอร์ผัดพริกเกลือ

หอยเชลล์ผัดซอส XO

ปลากระพงทอดน้ำปลา

รวมทะเลเผาเล็ก (ทานได้ 2 คน มีกุ้ง ปู ปลาหมึก หอย)

แกงเหลืองปูไข่ 4 หน่อไม้ดอง (รสเจ็บ)

พล่ากุ้งกราม

ถ้าใครสงสัยถึงเรื่องรสชาติ คุณภาพ ราคาแต่ละเมนู พูดเลยว่าร้านที่อยู่ริมทะเลบางร้านยังต้องอายเลย ถ้าจะนิยาม 3 คำ ให้กับ สามสีซีฟู๊ดแล้วล่ะก็ เอาไปเลย 3 ส. แซ่บ สด สะอาด แล้วแฟนๆ คู่มือคนเมืองล่ะ นิยาม 3 ส. ให้ร้านสามสี หรือยัง ถ้านึกไม่ออก ขอบอกว่าให้ไปลองลิ้มชิมรสกันได้ที่ ร้านสามสีซีฟู๊ด ถนนลาดปลาเค้า มาจาก ม.เกษตรศาสตร์ เจอแยกไฟแดงเลี้ยวซ้าย 50 ม. เลี้ยวเข้าจอดได้เลย

ถ้าไม่สะดวกจะมากินถึงที่ร้าน เดลิเวอรี่ที่นี่ก็มีบริการจัดส่งให้ถึงที่ สำหรับค่าจัดส่งใน 3 กม.ฟรี!! แต่หากไกลกว่านั้นคิดค่าบริการ ไม่มีลิมิตและไม่เกี่ยงจำนวนรายการอาหารที่จะสั่ง จะสั่ง 1 เมนู เขาก็บริการส่งถึงที่ทุกเมนู หากไม่แน่ใจว่ามาถึงร้านแล้วจะมีที่ว่างไหม โทรสำรองที่นั่ง หรือสั่งอาหารได้ที่ 084-533-3787

<video_embed id=”id”>

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
  • 23 พฤศจิกายน 2556, 10:00 น.
ป้ายกำกับ: , , , ,

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/life/384586

  • 23 พฤศจิกายน 2556, 05:15 น.

Pic_384586

ลมหนาวเริ่มมาเยือนแล้ว พร้อมสีสันของเทศกาลความสุข ที่สร้างบรรยากาศสนุกสนานคึกคักเกินห้ามใจและเพื่อต้อนรับเดือนแห่งการเฉลิมฉลอง ร้านอาหารชั้นนำของเมืองไทยต่างสร้างสรรค์เมนูเด็ดมาประชันกัน

นำขบวนโดย Greyhound Cafe และ Another Hound Cafe เนรมิตบรรยากาศร้านให้เป็นขุมทรัพย์มหาสมบัติภายในถ้ำหินย้อย ด้วยคอนเซปต์ “GREYHOUND   STALACTITE” พร้อมสร้างสรรค์เมนูรับเทศกาล “Festive Menu” จนถึงสิ้นเดือน ธ.ค.นี้ ละลานตาไปด้วยเมนูอร่อยปรุงจากเนื้อแกะและไก่งวง อาทิ “Traditional Turkey Greyhound Style” ไก่งวงอบแล่บางๆ ราดซอสเกรวี่และสมุนไพร เสิร์ฟกับมันฝรั่งบด, ถั่วลันเตาผัดเนย และแครนเบอร์รี่ซอส เสริมทัพด้วย “Turkey Pita Pizza” พิต้าบางกรอบ สอดไส้ไก่งวง, เห็ดและพริกชี้ฟ้า ส่วนเมนูแกะต้อง “Lamb Shank Massaman and Mash” มัสมั่นขาแกะชิ้นใหญ่ และ “Spaghetti Lamb Shank Massaman” สปาเกตตีผัดมัสมั่นขาแกะ

TERAOKA GYOZATERAOKA GYOZA

ด้าน TWININGS ต้นตำรับชาอังกฤษ สร้างสรรค์เมนูเซ็ตพิเศษ “Twinings Christmas Tea Set” พร้อมเสิร์ฟที่ลาน เอเทรียม ชั้น 1 หน้าห้างฯเซน จับคู่เบเกอรี่ชิ้นโปรดกับเครื่องดื่มเย็นๆตามชอบ มีทั้ง “Twinings Christmas Velvet Cake” เค้กนุ่มเนื้อสีแดงกำมะหยี่สอดไส้แยมเลมอน เพิ่มความหอมละมุนด้วยชาดำทไวนิงส์ วานิลลา ที หรือจะชิม “Twinings Christmas Linzer Tart” ทาร์ตผสมชาดำทไวนิงส์ คริสต์มาส ทีสอดไส้ แยมราสเบอร์รี่กับสตรอเบอร์รี่สด เพิ่มความสดชื่นด้วย “Twinings  Mary Elizabeth Grey II” เครื่องดื่มเย็นๆ สีทองอำพันรสเปรี้ยวอมหวานจากส้ม, มะนาว และเบอกามอต

GREYHOUNDGREYHOUND

4 GarCons4 GarCons

สำหรับร้านอาหารฝรั่งเศส 4Gar çons มีบริการจัดเคเทอริ่งอาหารหลากเมนู เพื่อเนรมิตปาร์ตี้สุดหรูถึงประตูบ้าน โดยครีเอทเมนูได้หลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็น บุฟเฟ่ต์, คอฟฟี่เบรค, ค็อกเทล, เซ็ตเมนู หรืออาหารกล่อง โดยฝีมือเชฟมืออาชีพ คลิกดูรายละเอียดที่ www.4garcons.com

เมนูเกี๊ยวซ่าก็ไฮโซได้ ล่าสุด ร้านเกี๊ยวซ่าสุดฮอตจากญี่ปุ่น เจ้าของแชมเปี้ยน 7 สมัย จากเวทีเกี๊ยวซ่าสเตเดียมของโตเกียว TERAOKA GYOZA เปิดสาขาแรกในเมืองไทย ที่ชั้น G โซนฟู้ดฮอลล์ สยามพารากอน ภายใต้การนำของค่ายคชา บราเธอร์ส ความพิเศษอยู่ที่ความหลากหลายของไส้เกี๊ยวซ่า มีให้เลือก 7 ชนิด ไม่ว่าจะเป็น ไส้เนื้อน่องไก่, ไส้กุ้ง, ไส้ไก่กระเทียม และไส้หน่อไม้ฝรั่ง เมนูอร่อยไม่น่าพลาดคือ “เมนไทชีส เกี๊ยวซ่า” จานเด็ดคว้ารางวัลแชมเปี้ยน 7 สมัย เป็นเกี๊ยวซ่าห่อไส้น่องไก่ โรยชีสเยิ้มๆราดซอสไข่ปลาเมนไทโกะ…สุขจนแก้มปริก็ยอม!!

TWININGSTWININGS

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวหน้าสตรี
  • 23 พฤศจิกายน 2556, 05:15 น.
ป้ายกำกับ: , , , ,

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/life/384137

  • 21 พฤศจิกายน 2556, 05:45 น.

Pic_384137

ใครที่เป็นบีฟ เลิฟเวอร์ คงถูกใจเมนูนี้สุดๆ โดยเฉพาะ Mousseline Potato ซึ่งทั้งนุ่มและเบา ยิ่งกว่ากินนุ่น!!

คุณต้น–ณัฐวัจน์ ตั้งศรีวงศ์ หนุ่มล้านนา ผู้มีใจรักการทำอาหารมาตั้งแต่เด็ก มักจะคอยเดินตามก้นคุณแม่และคุณยายเข้าครัวตลอด ไปช่วยเด็ดผักบ้าง หั่นเครื่องแกงบ้าง ตามแต่จะถูกใช้งาน จนเกิดความคิดฝังใจมาแต่เด็กว่า จะยึดการทำอาหารเป็นอาชีพ เพราะรู้สึกมีความสุขเมื่อได้ทำอาหาร พอโตขึ้นก็เริ่มเดินตามที่ใจปรารถนา โดยเข้าเรียนที่โรงเรียนสอนทำอาหาร OHAP ของ รร.โอเรียนเต็ล แล้วไปต่อที่โรงเรียนการโรงแรมของสวิตเซอร์แลนด์ Cecar Ritz พอจบกลับมาก็ตั้งใจจะสมัครเข้าทำงานที่โอเรียนเต็ล แต่ประจวบกับพื้นที่ในบ้าน ที่ ถ.เจริญราษฎร์ แถววัดเกตุ จ.เชียงใหม่ ซึ่งพี่สาวทำเป็นเนิร์สเซอรี่ว่างลง เขาก็เลยขอยึดทำเป็นร้านอาหาร Natwat Home Cafe ซึ่งเปิดมาถึงวันนี้เกือบครบ 2 ปีแล้ว โดยเน้นเมนูอาหารฝรั่งที่เขาชอบทำ

สำหรับ Beef Bourguignon with Mousseline Potato นี้ คุณต้นเล่าว่า  เป็นอาหารพื้นเมืองสูตรดั้งเดิมของแคว้นเบอร์กันดี ซึ่งเรียกตามชาวบ้านก็คือ สตูว์เนื้อตุ๋นไวน์แดง (คาเบอร์เนต์ เซอวิยอง) ซึ่งมีรสฝาด จึงทำให้น้ำเกรวี่ออกสีเข้ม และต้องทานคู่กับมันบดที่เนื้อเบามาก เพราะใส่นมและเนยมากกว่าปกติ จึงเรียกว่า Mousseline Potato

เครื่องปรุง : เนื้อสะโพก (rump) หั่นเต๋า 500 กรัม/ไวน์แดง 500 มล./แครอท หั่นเต๋า 100 กรัม/เซลารี่ หั่นเต๋า 100 กรัม/หอมหัวใหญ่ หั่นเต๋า 100 กรัม/ใบกระวาน (bay leaf) 2 ใบ/ไทมส์ และโรสแมรี่ สด 2 กิ่ง/น้ำมันพืช 20 มล./ แป้งสาลี 10 กรัม/น้ำเปล่า หรือน้ำสต๊อกไก่ 300 มล./เห็ดญี่ปุ่น 20 กรัม/เบคอน 10 กรัม/พาสลี่สับ สำหรับตกแต่ง

วิธีทำ 1) หมักเนื้อ แครอท เซลารี่ หัวหอม ไทมส์และโรสแมรี่ ด้วยไวน์แดง ปิดด้วย Plastic wrap หมักทิ้งไว้ในตู้เย็น 12 ชั่วโมง 2) จากนั้นให้แยกกรองเอาแต่เนื้อกับผักที่หมักไว้ เก็บไวน์แดงที่หมักไว้ด้วย และซับเนื้อให้แห้ง 3) ตั้งหม้อขนาดกลางด้วยไฟแรง ใส่น้ำมันเล็กน้อย จี่เนื้อให้ครบทุกด้าน แล้วพักไว้ 4) ใส่ผักที่หมักเนื้อกลับไปยังหม้อใบเดิม ผัดต่อไปจนผักเริ่มเหลือง จึงนำเนื้อที่พักไว้ กลับไปผัดรวมกับผัก 5) ใส่แป้งสาลีลงไปผัดพอเข้ากัน จึงเติมไวน์ที่หมักเนื้อกลับลงไป และตั้งไฟต่อจนไวน์เดือด ตักฟองออก และเติมน้ำเปล่า ปิดฝาแล้วนำเข้าเตาอบ ที่อุณหภูมิ  120 ํC  เป็นเวลา 3 ชั่วโมง 6) ระหว่าง นั้นทำมันบด ให้ต้มมันฝรั่งจนสุกทั่วกัน ทดสอบโดยนำปลายมีดจิ้มลงไปในมันฝรั่ง ถ้าไม่มีเนื้อมันติดมีดขึ้นมา ถือว่าสุกทั่วกันดี 7) เทนมใส่หม้อ ต้มให้ร้อน ระวังอย่าให้เดือดจะมีฟองมาก 8) นำมันฝรั่งที่สุกและร้อน มาใส่เครื่องตีด้วยตะกร้อ บดมันฝรั่งกับเนยก่อนจนเข้ากันดี จึงค่อยๆใส่นมอุ่นตามลงไป ปรุงรสด้วยเกลือ และผงลูกจัน 9) จากนั้นจึงผัดเครื่องเคียงโดยผัดเบคอน เห็ด กระเทียมสับ ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย แล้วจัดใส่จานแต่งด้วยพาสลี่สับ นำออกเสิร์ฟได้เลย.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวหน้าสตรี
  • 21 พฤศจิกายน 2556, 05:45 น.
ป้ายกำกับ: , , , ,

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/life/383427

  • 18 พฤศจิกายน 2556, 06:00 น.

Pic_383427

โฉมหน้า 5 นักวิจัยผู้ได้รับรางวัลทุนวิจัยเซเรบอส อวอร์ด 2013.

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงเปิดประชุมวิชาการด้านโภชนาการเซเรบอส อวอร์ด คอนเฟอร์เรนซ์ ประจำปี 2013 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “อาหารและโภชนาการส่งเสริมสุขภาพสมอง” โดยบริษัท เซเรบอส (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, ชมรมโภชนวิทยามหิดล วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก, คณะการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต และมูลนิธิเซเรบอสเพื่อการวิจัยสุขภาพของคนไทย จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมความรู้ทางด้านโภชนาการให้กับบุคลากรทางด้านสาธารณสุขของไทย

โอกาสนี้ “พระองค์โสม” ได้ประทานรางวัลทุนวิจัยเซเรบอส อวอร์ด 2013 และทุนวิจัยทางสมองของศูนย์วิจัยสมองแบรนด์แก่นักวิจัยในสาขาต่างๆ พร้อมรับสั่งแสดงความชื่นชมกับผู้ที่ได้รับรางวัลทุนวิจัยในครั้งนี้ ตลอดจนผู้ส่งเสริมและสนับสนุนโครงการทุนวิจัยเซเรบอส ในการค้นคว้าวิจัยทางโภชนาศาสตร์ เภสัชศาสตร์ และสาขาที่เกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีใจความตอนหนึ่งว่า “บุคลากรทางการแพทย์จำเป็นต้องมีความรู้ด้านโภชนาการ และการส่งเสริมสุขภาพสมอง เพื่อใช้ในการดูแลให้ความรู้ผู้รับบริการ ซึ่งยังต้องพัฒนางานวิจัยอย่างต่อเนื่อง การประชุมวิชาการครั้งนี้ นอกจากผู้เข้าร่วมประชุมจะได้รับความรู้เพิ่มขึ้นแล้ว ผู้ที่ได้รับทุนวิจัยยังมีโอกาสเผยแพร่ความรู้แก่สาธารณชนและกระตุ้นให้เกิดงานวิจัยใหม่ๆอีกด้วย”

ภายในงานประชุมวิชาการ มีการนำเสนอผลงานวิจัยฉบับล่าสุด ซึ่งได้ตีพิมพ์ในวารสารโภชนาการ (Nutrition Journal) เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดย ศ.นพ.อัซซา เซน ได้ทำการศึกษาค้นพบผลของซุปไก่สกัดว่า มีส่วนช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการจดจำของสมอง อีกทั้งยังส่งเสริมให้เกิดสมาธิ จึงช่วยให้คิดวิเคราะห์แก้ปัญหาได้อย่างเป็นระบบ และจากการค้นพบนี้ ทางคณะนักวิจัยจะได้ทำการขยายผลของการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อการพัฒนาศักยภาพสมองของมนุษย์ต่อไปในอนาคต

สำหรับ 3 นักวิจัยดีเด่นที่ได้รับทุนวิจัยเซเรบอส อวอร์ด 2013 ได้แก่ ดร.วรรณวิมล คล้ายประดิษฐ์ จากภาควิชาผลิตภัณฑ์ประมง คณะประมง มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ ในผลงานวิจัยเรื่อง “การใช้เทคโนโลยีเอ็นแคปซูเลชั่นในการเพิ่มความคงตัวให้กับแอสตาแซนธินธรรมชาติ สำหรับการนำไปประยุกต์ใช้ในผลิตภัณฑ์อาหาร” ส่วนอีก 2 งานวิจัย คือเรื่อง “การวิจัยเชิงทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมเพื่อศึกษาสารสกัดจากรากและเหง้าของต้นแบล็กโคฮอส ในการรักษาอาการสัมพันธ์กับวัยหมดระดูระดับปานกลางถึงรุนแรงในสตรีไทย” โดย นพ.พัฒน์ศมา วิจินศาสตร์วิจัย จากคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล และผลงานวิจัยเรื่อง “ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้เป็นเบาหวานชนิด

ที่สอง โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า” โดย น.ส.เครือวัลย์ พิรักษา นักเรียนพยาบาล วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก และยังมีนักวิจัยที่ได้รับรางวัลทุนวิจัยทางสมองของศูนย์วิจัยสมองแบรนด์ ได้แก่ ดร.เพ็ญนภา ชลปฐมพิกุลเลิศ ภาควิชาสรีรวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ ดร.สุคนธา งามประมวญ สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล ทั้งนี้ ดร.ลักขณา ลีละยุทธโยธิน ผู้ก่อตั้งทุนวิจัยเซเรบอสอวอร์ด ได้มอบทุนวิจัยเป็นจำนวนเงินปีละ 500,000 บาท โดยไม่มีข้อผูกพันใดๆทั้งสิ้น และที่ผ่านมามีนักวิจัยได้รับทุนจากโครงการไปแล้วกว่า 37 ผลงาน.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวหน้าสตรี
  • 18 พฤศจิกายน 2556, 06:00 น.
ป้ายกำกับ: , , , ,

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/life/383425

  • 18 พฤศจิกายน 2556, 05:45 น.

Pic_383425

ชนิรัตน์ สำเร็จ และ ญดา ศรีเงินยวง.

อาหารไทยประเภทแกงสารพัดชนิด ไม่ว่าจะแกงเขียวหวาน แกงส้ม แกงเหลือง แกงบอน ฯลฯ นับเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่บ่งบอกถึงความเป็นเลิศในเรื่องของเสน่ห์ปลายจวักที่มีติดตัวคนไทยมาอย่างช้านาน แต่ด้วยวิถีชีวิตของคนไทยที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ไม่มีเวลาได้เข้าครัว และไม่มีโอกาสได้รับรู้และเข้าถึงอาหารไทย โดยเฉพาะ “แกงไทย” ขนานแท้ ที่อร่อยครบรสนั้น แท้จริงแล้วเป็นอย่างไร สำนักพิมพ์แสงแดด จึงผุดโปรเจกต์ยักษ์ รื้อสูตรแกงไทยสมัยคุณย่าคุณยายยังสาวมาให้คนรุ่นใหม่ได้ลองทำ ลองชิม เพื่อจะได้ไม่ลืมรากเหง้าของอาหารไทยประเภทนี้ โดยรวบรวมตำรับแกงเก่าและแกงร่วมสมัย ตลอดจนข้อมูลทางวัฒนธรรมและความเป็นมาของแกงแต่ละตำรับ มาจัดทำเป็นตำรา

อาหารเชิงสารคดีชื่อ “แกงไทย” เพื่อให้เป็นแหล่งค้นคว้า และทำกินเองที่บ้าน ก่อนที่ตำรับแกงต่างๆ จะสูญหาย หรือเปลี่ยนไปตามการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสังคมไทยในยุคโลกาภิวัตน์ โดยตำราอาหารเล่มนี้ครอบคลุมการทำแกงชนิดต่างๆในช่วงเวลาประมาณ 50 ปีที่ผ่านมา รวมกว่า 80 ตำรับ มีทั้งแกงยอดนิยมอย่างแกงเขียวหวานเนื้อ แกงไตปลา แกงเปรอะ แกงฮังเล รวมถึงประเภทแกงคั่ว แกงเผ็ด แกงส้ม แกงป่า แกงโบราณ และแกงที่กินกับขนมจีน เป็นต้น

ชนิรัตน์ สำเร็จ บรรณาธิการหนังสือเล่มนี้ กล่าวว่า บริบทของหนังสือเล่มนี้จะให้นึกถึงการใช้เครื่องแกง พริกแกง ในการปรุง โดยจะเน้นอาหารที่เป็นน้ำ ไม่ว่าจะเป็นน้ำจากกะทิ น้ำจากน้ำซุป หรือเป็นการผัดที่มีน้ำขลุกขลิก เราจะรวมเป็นแกงไทย หลักๆคือ พริกแกงเป็นส่วนสำคัญที่จะนำมาใช้เป็นสูตรของแกงไทย

ด้าน ญดา ศรีเงินยวง หนึ่งในผู้จัดทำตำราแกงไทย กล่าวว่า ความพิเศษของหนังสือเล่มนี้คือ สูตรแกงที่ตวงไว้พอดิบพอดี ทั้งยังปรับให้เหมาะกับขนาดครอบครัวสมัยใหม่ เราภูมิใจในอาหารไทยของเรา แต่ถ้าเราไม่รู้จักเลยก็น่าเสียดาย.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวหน้าสตรี
  • 18 พฤศจิกายน 2556, 05:45 น.
ป้ายกำกับ: , , , ,

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/life/383028

  • 16 พฤศจิกายน 2556, 05:30 น.

Pic_383028

ครั้งแรกในเมืองไทยกับ “เชฟเบลนา โวซีออง” เชฟคิวทองชื่อดังจากฝรั่งเศส  เตรียมบินมาโชว์ฝีมือการปรุงอาหารสุดล้ำจินตนาการ ที่ห้องอาหารเลอนอร์มังดี โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 20-23 พ.ย.2556 เพื่อเป็นของขวัญส่งท้ายปีสำหรับนักชิมรสนิยมหรู

“เชฟเบลนา” เป็น สมาชิกของสมาคมเชฟระดับ โลก “Club des Chefs  des Chefs” สั่งสมชื่อ เสียงจากการเป็นเชฟใหญ่ประจำพระราชวังเอลิเซ่ ที่พำนักของ ประธานาธิบดีฝรั่งเศส คอย ปรุงอาหารให้ผู้นำแดนน้ำหอมได้ลิ้มรสมาอย่างต่อเนื่องถึง 5 รุ่น ตลอดระยะเวลา 4 ทศวรรษที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น ประธานาธิบดีวาเลรี ฌิสการ์ แดสแต็ง, ประธานาธิบดีฟรองซัวส์ มิตแตร์รองด์, ประธานาธิบดีฌากส์ ชีรัก, ประธานาธิบดีนิโคลาส์ ซาร์โกซี และประธานาธิบดีฟรองซัวส์ ออลลองด์ พร้อมกันนี้ ยังอยู่เบื้องหลังการจัดเตรียมอาหารสำหรับเลี้ยงรับรองผู้นำประเทศ และกษัตริย์โลกหลายพระองค์ ที่เสด็จฯ เยือนฝรั่งเศส อาทิ สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดน พร้อมสมเด็จพระราชินีซิลเวีย, กษัตริย์อัลแบร์ที่สองแห่งโมนาโก และประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐอเมริกา

สำหรับเมนูสุดพิเศษที่เตรียมให้นักชิมชาว ไทยลิ้มรส มีให้เลือกทั้งมื้อกลางวัน 5 คอร์ส ราคา 3,472 บาท และเซ็ตดินเนอร์ 7 คอร์ส ราคา 6,591 บาท (รวมภาษีและบริการ) สอบถามเพิ่มเติมโทร.0-2659-9000 ต่อ 7670-7671.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวหน้าสตรี
  • 16 พฤศจิกายน 2556, 05:30 น.
ป้ายกำกับ: , , , ,

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/life/382579

  • 14 พฤศจิกายน 2556, 05:45 น.

Pic_382579

แค่เปิดดูหนังสือ (ตำราขนมเค้ก) ที่เพื่อนแม่มาทิ้งไว้ที่บ้าน ก็จุดประกายให้ คุณเอ-อโณทัย ก้องวัฒนา ลูกสาวคนโตของนายห้างยากันยุงตราห่านฟ้า เกิดความสนใจอยากจะทำเป็นบ้าง จึงพยายามไปเรียนรู้ และพอได้ลองทำแล้วก็เกิดความรู้สึกชอบขึ้นมา จนถึงกับขอคุณพ่อไปเรียนที่ “กอร์ ดอง เบลอ” ที่ประเทศอังกฤษ

เมื่อจบกลับมา อาหารอิตาเลียนเริ่มเข้ามาฮิตในเมืองไทย เธอจึงพุ่งไปสมัครทำงานเป็นเชฟห้องอาหารอิตาเลียน กับเชฟใหญ่ ดร.เชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท คุณเอเล่าว่า ได้ใช้พลังที่มีอยู่ในตัวอย่างเต็มที่ จึงสนุกกับงานมาก และได้รับแรงหนุนจากคุณแม่ให้เปิดร้านอาหารเอง เพราะเห็นเราชอบทำอาหาร จึงขอตึกที่คุณพ่อซื้อไว้ข้าง รพ.พระราม 9 เปิดร้านอโณทัย ขายแต่อาหารมังสวิรัติ เพราะมีความรู้สึกว่า บ้านเรายังต้องอิมพอร์ตวัตถุดิบพวกเนื้อสัตว์มาจากต่างประเทศ เลยไม่อยากทำ ประกอบกับตัวเองชอบทานผัก และเมื่อ 10 กว่าปีก่อนร้านอาหารมังสวิรัติยังหาทานได้ยาก ไม่ค่อยมีใครทำขาย แต่ทำไปทำมา หาวัตถุดิบได้ไม่ถูกใจ จึงไปขอที่จากคุณพ่อไว้ปลูกผักออร์แกนิครองรับร้านอาหารของตัวเอง คุณพ่อก็ใจดีให้ที่ดิน 60 ไร่ แถวราชบุรีมาทำไร่ปลูกผัก แต่ต่อมาผลผลิตเหลือใช้ คุณเอจึงส่งไปขายที่ท็อปด้วย และขณะนี้ก็ต่อยอดเป็นผลผลิตแปรรูปส่งออกไปตลาดยุโรป พวกน้ำพริกแกง น้ำพริกเผา ซอสปรุงอาหารสำเร็จรูป รวมถึงน้ำส้มสายชูหมักจากข้าวหอมมะลิ

คุณเอยังมีฝีมือในเรื่องขนมอีกด้วย จึงไปเปิดร้านขนม Tea Garden อยู่ที่แม่ริม จ.เชียงใหม่ และร้าน Scones ที่ชั้น 2 เซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมกับฝากสูตร Melting Moment with Lime Curd ที่ได้ชื่อว่าเป็นคุกกี้ละลายในปาก เผื่อคนที่ชอบทำขนมจะได้ลองทำทานกันดู

ส่วนผสม : แป้งสาลี 250 กรัม ร่อนไว้ / แป้งข้าวโพด 45 กรัม ร่อนไว้ / น้ำตาลไอซิ่ง 65 กรัม ร่อนไว้ / เนยสดชนิดจืด 250 กรัม วางให้อ่อนตัวที่อุณหภูมิห้อง

วิธีทำ 1). ตีเนยให้อ่อนตัวลง ใส่ไอซิ่งลงตีผสมให้เข้ากันดี จึงใส่แป้งสาลีและแป้งข้าวโพดลงตีให้เข้ากัน นำใส่ถุงบีบ บีบเป็นรูปดอกไม้ หรือเป็นแบบอื่นๆตามต้องการ โดยบีบลงบนถาดอบที่รองด้วยกระดาษ parchment ให้ห่างกันประมาณ 1 นิ้ว  2). นำคุกกี้เข้าอบที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียส ประมาณ 8-9 นาที นำออกจากเตาอบพักไว้ให้เย็นลง ค่อยนำมาประกบกับไส้ครีมและเคิร์ดมะนาว (lime curd)

ส่วนผสมไส้ครีม เนยสดชนิดจืด 60 กรัม / น้ำตาลไอซิ่ง 125 กรัม ร่อนไว้ / น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ / วนิลาครึ่งฝัก ขูดใช้แต่เมล็ด….วิธีทำ 1. ตีเนยให้อ่อนตัวและเนียนดี ใส่น้ำตาลไอซิ่งลงตีให้เข้ากัน ใส่น้ำมะนาวและเมล็ดวนิลาลงผสมให้เข้ากัน ปั้นเป็นก้อนกลมเล็กๆสำหรับเป็นไส้ขนม

ส่วนผสมเคิร์ดมะนาว ไข่ไก่สด 2 ฟอง / ไข่แดง 2 ฟอง / น้ำตาลทราย 150 กรัม / น้ำมะนาวสด 1/3 ถ้วยตวง / เนยสดเย็น 50 กรัม หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ…. วิธีทำ 1. นำส่วนผสมใส่ในชามสเตน-เลสขนาดกลาง ตีส่วนผสมทุกอย่างยกเว้นเนยให้เข้ากันด้วยตะกร้อมือ 2. นำชามผสมไปวางไว้บนหม้อน้ำร้อนที่กำลังเดือดเบาๆ คนส่วนผสมไปเรื่อยๆจนข้นขึ้น 3. นำเนยออกจากตู้เย็น ค่อยๆใส่ลงในส่วนผสมทีละชิ้นเล็กๆ คนให้ละลายเข้ากันดีจึงใส่เนยชิ้นต่อไป ทำเช่นนี้จนหมดเนย เมื่อส่วนผสมข้นและเนียนเข้ากันดีแล้ว 4. นำชามผสมขึ้นจากหม้อ วางพักไว้ให้เย็นลง เก็บไว้ในกระปุกหรือขวดแก้วที่แห้งและปิดสนิท เก็บไว้ในตู้เย็นได้ 10 วัน.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวหน้าสตรี
  • 14 พฤศจิกายน 2556, 05:45 น.
ป้ายกำกับ: , , , ,

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/life/381894

  • 11 พฤศจิกายน 2556, 09:30 น.

Pic_381894

เมื่อรัฐถอยทัพใช่ว่าเรื่องราวจะจบ สุเทพใช้จังหวะนี้รุกเข้าตี กระแสสังคมที่เปลี่ยนข้าง แดงบ้างแดงไม่เล่นด้วย คนที่เคยรัก คนที่เคยชอบ เห็นความไม่ชอบธรรมแสวงหาผลประโยชน์ แสวงหาทางกลับบ้านโดยไม่สนใจว่าใครจะเจ็บปวด ใครจะฉิบหาย อย่างนี้หรือเรียกว่าผู้ซึ่งมีความรู้ หลายคนกล่าวว่า “เราเป็นกลาง” คำว่าเป็นกลางมีอยู่จริงหรือสำหรับความเป็นกลางของ “ความดีกับความเลว” ผู้ที่กล่าวอ้างแบบนี้ คงไม่ใช่คนไทยในยุคนี้…

วันนี้มาญี่ปุ่นอีกครั้ง ซึ่งหลายครั้งก็อยู่แค่โตเกียว ทุกปีพวกผม 12 ชีวิตจะมาญี่ปุ่นเพื่อพักผ่อนให้เต็มที่ก่อนที่จะกลับไปรบกับงานอีกครั้ง แต่ที่ไหนได้ผมต้องรบกับงานต่อทันทีที่จบการมาครั้งนี้ ผมต้องแยกกับคณะที่เขาจะกลับในกลางสัปดาห์ ส่วนผมเดินทางกลับจากนาโกย่าเข้าสู่โตเกียว เพื่อจะไปร่วมงาน Inter bee ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าญี่ปุ่นเกี่ยวกับงานโทรทัศน์ ซึ่งเป็นงานใหญ่อีกงานของวงการนี้ ซึ่งจะต้องไปรอทีมงานคนเดียวที่โตเกียว ท่ามกลางความหนาวเย็นของช่วงฤดูใบไม้ร่วงก่อนที่จะหนาวแบบไม่ลืมหูลืมตากัน เอาเป็นว่าใครที่มาเมืองนาโกย่าและชอบปลาไหล ต้องไปร้านนี้ Houraiken ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองนาโกย่า

มาลุยกันเลย ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มานาโกย่า ร้านนี้สามีคุณปลา กาญจณา IBM แนะนำมาว่ามาถึงเมืองนี้ ทีเด็ดมีอยู่ 2 อย่างที่ต้องกิน คือ ปลาไหล กับเนื้อเมืองฮิดะ วันนี้จะพาไปกินปลาไหลก่อน ร้าน Houraiken มีประวัติยาวนานมากกว่า 60 ปี เข้ามาถึงจะต้องจัดอาหารจานนี้ “ฮิซึมาบาชิ” (ひつまぶし) ซึ่งเป็นจานที่มากับปลาไหลในหม้ออบ เวลากินจะตักออกมา ราดน้ำซุปเล็กน้อย (ไม่ใช่น้ำซีอิ๊ว) แต่เป็นน้ำต้มกระดูกปลาไหล โรยด้วยสาหร่ายกับหอมซอย และแต่งรสด้วยวาซาบิ ทำให้จานนี้เด็ดขาดเพิ่มขึ้น ส่วนคนที่ชอบแบบราดซีอิ๊วธรรมดา ก็มีให้เลือก ส่วนผมสั่งแบบย่างไม่ซีอิ๊วกินกับน้ำจิ้ม เป็นอีกจานที่น่าจดจำ เพราะทุกครั้งที่กินปลาไหลก็กินแบบย่างซีอิ๊ว มาได้ลองแบบอื่นๆ บ้าง ก็เข้าท่าครับ

ร้านอยู่ที่ เพ็นได ใกล้กับโรงแรมนาโกย่า อัซึทาโกะ โกเบ 503 (
蓬莱軒本店  名古屋市熱田区神戸503) โทรจองได้ที่ 052-671-8686 หรือที่ http://www.houraiken.com/index.html

Rating : ที่สุดในแผ่นดิน
เรื่องและภาพโดย
ดร.ธนา ทุมมานนท์ (เบย์พาเลส)
www.facebook.com/baypalace

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ดร.ธนา ทุมมานนท์
  • 11 พฤศจิกายน 2556, 09:30 น.
ป้ายกำกับ: , , , ,

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/life/381891

  • 11 พฤศจิกายน 2556, 05:00 น.

Pic_381891

“ปิ่น-เก็จมณี วรรธนะสิน” และ“ลูกขุน” ร่วมกันโชว์ฝีมือทำอาหารกล่อง – ณัฐศมน วงศ์กิตติพัฒน์ ชวนนักชิมคนดัง “เบญญาภา สวัสดิ์ชูโต” ร่วมเวิร์กช็อป.

ขยันสรรหากิจกรรมดีๆมาเอาใจลูกค้าขาช็อปให้ได้ทั้งความรู้และความเพลิดเพลินตลอดเวลา ล่าสุดเว็บไซต์ www.mglobemall.com โดย เดอะมอลล์ กรุ๊ป ร่วมกับ บมจ.ไทยเทพรส จัดกิจกรรม “Bentolicious Day เวิร์กช็อปเบนโตะสื่อรัก” ให้สมาชิก M Globemall ได้ร่วมเวิร์กช็อปทำข้าวกล่องเบนโตะสุดน่ารักสไตล์ญี่ปุ่น

ไอเดียเก๋ๆ แบบนี้ ณัฐศมน วงศ์กิตติพัฒน์ ผู้บริหารโครงการ M Globemall บอกเล่าว่า มาจากมุมมองที่เห็นว่า การทำอาหารให้คนที่รัก เป็นหนึ่งวิธีการแสดงความรักความห่วงใยกับคนพิเศษ ที่สามารถทำได้ไม่ยากเลย ส่วนเบนโตะหรือข้าวกล่องญี่ปุ่น ก็เป็นอะไรที่มีมายาวนาน ว่ากันว่า เบนโตะเปรียบเหมือนตัวแทนของความรักความห่วงใย ซึ่งในสมัยก่อน ผู้หญิงชาวญี่ปุ่นจะต้องตื่นแต่เช้า เพื่อมาเตรียมอาหารให้กับสามีไปทำงานนอกบ้าน และลูกที่ไปโรงเรียน นำติดไปรับประทานเป็นมื้อกลางวันด้วย โดยอาหารที่อยู่ในเบนโตะนั้น นอกจากจะพิถีพิถันในเรื่องรสชาติแล้ว ยังต้องเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย คนที่ได้รับเบนโตะ เวลาทานก็จะคิดถึงหน้า คิดถึงความรักของคนรักที่ตั้งใจทำให้นั่นเอง โดยได้ผู้เชี่ยวชาญการทำเบนโตะ ขจิตพรรณ จันทรสาขา เมฆินทรางกูร เป็นผู้ให้คำแนะนำและสอนเทคนิคในการทำเบนโตะที่ทุกคนสามารถทำได้ง่ายๆ เช่น ข้าวผัดอเมริกันรูป Angry Birds และแซนด์วิชทูน่ารูปสัตว์

คุณแม่คนสวย ปิ่น-เก็จมณี วรรธนะสิน หนึ่งในคู่แม่ลูกที่ร่วมเวิร์กช็อปครั้งนี้บอกว่า การทำเบนโตะเป็นการทำอาหารที่สนุกและมีความน่าสนใจ อีกทั้งยังเป็นหนึ่งกิจกรรมดีๆ ที่ทุกคนในครอบครัวสามารถใช้เวลาว่างมาร่วมกันทำอาหาร และสร้างความใกล้ชิดให้กับคนในครอบครัวได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญคือ เป็นการแสดงออกถึงความใส่ใจ และความห่วงใยที่มีต่อคนที่เรารัก เพราะการทำอาหารต้องใช้ความพิถีพิถัน ทั้งรสชาติและต้องคำนึงถึงประโยชน์ของอาหารที่จะได้รับด้วย.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวหน้าสตรี
  • 11 พฤศจิกายน 2556, 05:00 น.
ป้ายกำกับ: , , , ,

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/life/380414

  • 4 พฤศจิกายน 2556, 09:30 น.

Pic_380414

เหตุการณ์บ้านเมืองไทย มาถึงจุดเปลี่ยนแล้วหรือไร นิรโทษกรรมแบบสุดซอย ทำให้เกิดสภาวะตึงเครียดทางการเมือง ยิ่งไปกว่านั้นครั้งนี้จะเป็นการจัดทัพแบบสงครามเก้าทัพ แบ่งเป็นทัพย่อยๆ สร้างความปวดหัวให้กับรัฐบาล อีกทั้งยังให้กองทัพที่จะปะทะกับเพื่อนบ้านเป็นอีกทัพที่จะปวดหัว ครั้่งนี้ทัพหลวงตั้งอยู่ที่สามเสน ใกล้ศูนย์บัญชาการ แม่ทัพแต่ละกองดูเหมือนว่ายังไม่เข้าใจหน้าที่และกระบวนการ ไม่ต่างอะไรกับได้เจ้าเมืองมาเป็นแม่ทัพที่ต้องการหน้าในการรบครั้งนี้…

เอ้า จะเป็นอย่างไรคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด สำหรับวันนี้จะพาไปกินไกลหน่อย สำหรับท่านๆ ที่จะเตรียมตัวไปญี่ปุ่นสิ้นปีนี้ ร้านนี้ชื่อ Rokkasen ผมจำไม่ได้ว่าร้านนี้เป็นบุฟเฟ่ต์หรือไม่ แต่เห็นหลายคนบอกว่าใช่ แต่ตอนไปกิน กินเต็มที่ก็ไม่แพงไม่ถูกเท่าไร กลางๆ ครับ เห็นหน้าร้านมีรูปนายกฯ ปูเคยมากินที่นี่ด้วย คงใช้ได้ วันที่ไปกินมีคนแนะนำให้ไปลองดูเลยจัดเต็ม กินเต็มที่หน่อย ลืมบอกไปว่าร้านนี้อยู่ที่ชินจูกุ แหล่งรวมหลายอย่าง ทั้งช็อป ทั้งกิน…

ที่ร้านมีให้เลือกหลายอย่างทั้งเนื้อที่มีคุณภาพอย่างวากิว และเนื้อชิบะ เข้าท่าเลยครับ ส่วนที่ชอบอีกอย่างคือปู ก้ามปูครับกินกับน้ำจิ้มที่นี่แล้ว ขอบอกได้คำเดียวว่า สุดยอดจริงๆ น้ำจิ้มที่เขาจัดมาอร่อยดีครับ แต่ชอบจัดจ้านหน่อยเอาไปเองเลยครับน้ำจิ้ม ส่วนผักที่เขาจัดมามีทั้งเห็ด พริก กระเจี๊ยบเขียว อร่อยมาก ลืมบอกไปมีเนื้อเหมือนกับเนื้อน่อง อันนี้ขอให้สั่งหน่อย เดี๋ยวจะว่าไม่ได้บอกกัน

กับฤดูใบไม้เปลี่ยนสีกับฤดูใบไม้เปลี่ยนสี

ร้านอยู่ที่ 1-3-1 นิชิชินจูกุ เขตชินจูกุ นครโตเกียว
อาคารซันฟลาวเวอร์ ชั้น 6-7 (มุมที่ตัดกับสะพานรถไฟขนาดใหญ่) สถานีรถไฟที่อยู่ใกล้สุด สถานี JR SHINJUKU ใช้เวลาเดินทาง 2 นาที สถานีรถไฟ SHINJUKU สาย SEIBU SHINJUKU ใช้เวลาเดินทาง 1 นาที สถานีรถไฟใต้ดิน SHINJUKU สาย MARUNOUCHI ใช้เวลาเดินทาง 2 นาที
 โทร 0120-666-528 แฟกซ์ 03-3348-7868
เวลาทำการ วันธรรมดา/วันอาทิตย์/วันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่ 11.00 น. – 05.00 น. วันถัดไป เวลามื้อเที่ยง 11.00 น. – 16.00 น. ปิดทำการในวันปีใหม่

www.rokkasen.co.jp/th

Rating : ที่สุดในแผ่นดิน

เรื่องและภาพโดย
ดร.ธนา ทุมมานนท์ (เบย์พาเลส)

www.facebook.com/baypalace

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ดร.ธนา ทุมมานนท์
  • 4 พฤศจิกายน 2556, 09:30 น.
ป้ายกำกับ: , , , ,

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/life/380073

  • 2 พฤศจิกายน 2556, 05:15 น.

Pic_380073

วิทูวัฒน์  -  วิลาสินี

นอกจากจะเป็นศูนย์กลางแฟชั่นแบรนด์เนมของย่านสุขุมวิทแล้ว “ดิ เอ็มโพเรียม” ยังเป็นศูนย์รวมไลฟ์สไตล์และอาหารการกินทันสมัยใจกลางเมือง ล่าสุด จับมือธนาคารซิตี้แบงก์ และสายการบินสิงคโปร์ แอร์ไลน์ส จัดกิจกรรมพิเศษ “เอ็มโพเรียม ดีไลท์ เฟลเวอร์” รวบรวมเมนูอาหารไทยและอาหารนานาชาติจากร้านดังทั่วศูนย์การค้า เพื่อมอบประสบการณ์กินดื่มสุดหรูแก่ลูกค้าเอ็มโพเรียม ตั้งแต่วันนี้ ถึงสิ้นเดือน ธ.ค.2556 เพียงทานอาหารครบทุก 500 บาท รับแสตมป์ 1 ดวง เพื่อลุ้นรางวัลใหญ่บินไปช็อปแอนด์ชิมฝีมือเชฟมิชลินสตาร์ ถึงกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เป็นเวลา 5 วัน 3 คืน พร้อมแถมรางวัลอื่นๆอีกมากมาย

ดวงกมลดวงกมล

เพื่อสร้างความคึกคักเตรียมรับเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลอง ค่ายดิ เอ็มโพเรียม เชื้อเชิญเซเลบริตี้ คนดังมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การชิมเหนือระดับ นำโดย “แพร-ดวงกมล เวปุลละ วาเกนเซ่น” เล่าว่า ปกติชอบเข้าครัวทำอาหาร เพราะถือเป็นการฝึกสมาธิ และช่วยให้เกิดไอเดียสร้างสรรค์ โดยร้านโปรดคือ TWG Tea Salon & Boutique เพราะเป็นคนชอบดื่มชากับสโคนสไตล์อังกฤษ แถมร้านนี้ยังมีเมนูอร่อยให้เลือกเยอะ

ด้าน “ติ๊ก-วิลาสินี พรประเสริฐถาวร” เผยว่า ชอบทานอาหารนานาชาติ ทั้งไทย, จีน, ญี่ปุ่น และอิตาเลียน แต่ถ้าพูดถึงมื้อพิเศษของครอบครัว มักจะนึกถึงอาหารจีน ร้านที่ทานประจำคือ Chinez เป็นอาหารจีนแนวโมเดิร์น ไชนีส ที่มีสไตล์โดดเด่น  เมนูสั่งประจำคือ ซุปหูฉลาม และข้าวอบชิเนส

สำหรับหนุ่มหล่อหน้าใส “อาร์ต-วิทูวัฒน์  อังสนานนท์” บอกว่า  เอ็มโพเรียม กลายเป็นบ้านหลังที่สองไปแล้ว  เพราะเดินทางสะดวก ผู้คนไม่พลุกพล่านเกินไป และยังมีร้านอาหารกับคาเฟ่หลากรูปแบบ ร้านที่ฝากท้องบ่อยคือ Kalpapruek on First ถูกใจตรงที่อร่อยทุกจาน.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวหน้าสตรี
  • 2 พฤศจิกายน 2556, 05:15 น.
ป้ายกำกับ: , , , ,


  • Anti Aging: What's up, just wanted to mention, I enjoyed this article. It was funny. Keep on posting!
  • ชมพู่: น่ารักอ่ะพีพลอยเดี่ยววางๆจะไปหาน่ะ คิดถึงแม่เกด คิด
  • Kathy: Very quickly this website will be famous among all blog visitors, due to it's nice posts

หมวดหมู่