ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

Trend can do : เอแคลร์สูตรเด็ด คำแรก อร่อยลืมมมม! สิงหาคม 19, 2014

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/443332

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ส.ค. 2557 09:54

เป็นประจำทุกสุดสัปดาห์แบบนี้ พบกับคอลัมน์ Trend can do อีกเช่นเคย สัปดาห์นี้พบกับวิธีการทำขนมเอแคลร์ที่ขึ้นชื่อจากโรงแรมชื่อดัง เลอ เมอริเดียน โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท ซึ่งได้เพิ่มความน่าสนใจด้วยกลิ่นรสต่างๆ ในแบบท้องถิ่น…

เมื่อเร็วๆ นี้ เลอ เมอริเดียน โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท ประกาศเปิดตัว โปรแกรมขนมเอแคลร์ทั่วโลกเป็นครั้งแรก โดยใช้ชื่อว่า เลอ เมอริเดียน เอแคลร์ ร่วมกับเชฟขนมอบ เจ้าของรางวัลมากมายอย่าง เชฟจอห์นนี ยูซีนี

ไทยรัฐออนไลน์จึงไม่พลาดนำสูตรวิธีการทำ เอแคลร์มาฝากทุกคน โดยสูตรเด็ดของโรงแรมเลอ เมอริเดียน กรุงเทพฯ จะให้บริการเป็นเอแคลร์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากผลไม้ตระกูลส้ม โดยมีรสมะม่วง มะนาว และขิง ที่กินเข้าไปก็จะต้องฟินกันสุดๆ

ไม่ได้มีแค่เอแคลร์มะม่วง แต่ยังไม่ให้เลือกอีกมากมาย
ถ้าได้กินหมดนี้คงฟินน่าดู

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม

แป้งเอแคลร์

1. นมสด 250 มิลลิลิตร

2. น้ำ 250 มิลลิลิตร

3. เกลือ 10 กรัม

4. น้ำตาล 10 กรัม

5. เนย 225 กรัม

6. แป้งสาลีชนิดหนัก 275 กรัม

7. ไข่ 9 ฟอง

ไส้เอแอลร์

1. นมสด 200 มิลลิลิตร

2. น้ำตาล 75 กรัม

3. มะม่วงเข้มข้น 200 กรัม

4. ขิง 10 กรัม

5. ไข่แดง 6 ฟอง

6. นม 75 มิลลิลิตร

7. แป้งข้าวโพด 30 กรัม

8. แป้งเค้ก 15 กรัม

9. น้ำมะนาว 20 กรัม

ท้อปปิ้งแต่งหน้าเอแคลร์
แป้งเอแคลร์

วิธีทำแป้งเอแคลร์

1. ต้มน้ำ กับนม น้ำตาล เกลือ และเนยเข้าด้วยกัน

2. ร่อนแป้ง แล้วนำไปใส่ในส่วนผสมในส่วนแรก ในขณะที่กำลังเดือด

3. เทไข่ลงไปทีล่ะหนึ่งฟอง จนกระทั่งส่วนผสมกลายเป็นเนื้อแป้ง (ไม่ต้องใส่ไข่ลงไปทั้งหมดหากไม่จำเป็น)

4. อบในอุณภูมิที่ 120 องศา โดยใช้กระดาษสำหรับรองอบขนม

5. รอจนแป้งสุดได้ที่และไม่ควรเปิดเตาขณะอยู่ในกระบวนการอบแป้ง

ไส้เอแคลร์อัดแน่นอยู่ในแป้งขนมที่อบแล้ว

วิธีทำไส้เอแคลร์

1. หม้อใบแรก นำส่วนผสม ได้แก่ นมสด 200 มิลลิลิตร น้ำตาล มะม่วงเข้มข้น ขิง น้ำมะนาว ผสมให้เข้ากัน ตั้งไฟจนเดือด

2. หม้อใบที่สอง นำส่วนผสมที่เหลือ นม 75 มิลลิลิตร แป้งข้าวโพดและแป้งเค้ก ตามด้วยไข่แดงผสมให้เข้ากัน

3. นำส่วนผสมในหม้อที่สอง ค่อยๆ ใส่ลงหม้อที่หนึ่ง จากนั้นเปิดไฟแรง คนจนกระทั่งเดือด

4. ตั้งพักไว้จนเย็น จากนั้นนำเข้าตู้เย็น จนกระทั่งอุณหภูมิต่ำกว่า 5 องศา

มะม่วงเต็มๆคำ
 

อะไรอยู่ใน…แยมสตรอเบอร์รี่ ภาค 2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/443215

โดย ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย  15 ส.ค. 2557 05:00

กลับมาอีกครั้งกับ อะไรอยู่ใน…แยมสตรอเบอร์รี่ เมื่อคราวที่แล้วได้รู้จักกับสารกันบูดที่ชื่อว่า กรดซอร์บิก กันไปแล้ว ครั้งนี้มาทำความรู้จักกับสารกันบูดอีกชนิดหนึ่ง คือ กรดเบนโซอิก

กรดเบนโซอิก ในเชิงอุตสาหกรรมจะใช้ กรดเบนโซอิก ในรูปของผงผลึก หรือเป็นเกล็ดสีขาว และมักใช้กับผลิตภัณฑ์อาหารหลากหลายชนิด เช่น น้ำผลไม้ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ แยม เยลลี่ ผัก ผลไม้ดอง น้ำสลัด ฟรุตสลัด มาการีน

เพื่อป้องกันการเติบโตของยีสต์ เชื้อรา และแบคทีเรีย ที่ทำให้อาหารเน่าเสีย ทำให้สามารถยืดอายุการเก็บรักษาอาหารได้นานยิ่งขึ้น

และสามารถวางขายในชั้นวางจำหน่ายได้นานๆ

ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 281 (พ.ศ.2547) เรื่องข้อกำหนดการใช้วัตถุเจือปนอาหาร อนุญาตให้ใช้กรดเบนโซอิกเติมในอาหารได้ แต่ต้องเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด

สำหรับแยม กำหนดให้ใช้กรดเบนโซอิกได้ไม่เกิน 1,000 มิลลิกรัม/ กิโลกรัม

โดยปกติร่างกายสามารถขับสารกันบูดออกจากร่างกายได้เอง แต่สารกันบูดที่ได้รับนั้นต้องอยู่ในปริมาณที่ไม่สูงมากนักหรืออยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

แต่หากได้รับบ่อยครั้งและเป็นเวลานานๆ ร่างกายอาจเกิดการสะสม ตับและไตก็จะรับภาระหนักในการกำจัด ทำให้ประสิทธิภาพในการกำจัดสารเคมีต่างๆของไตและตับลดลงจนทำให้เป็นโรคเกี่ยวกับไตและตับได้

วันนี้ สถาบันอาหารได้สุ่มตัวอย่างแยมสตรอเบอร์รี่ 4 ตัวอย่าง ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล เพื่อนำมาวิเคราะห์ปริมาณของกรดเบนโซอิก

ปรากฏว่าพบกรดเบนโซอิกในแยมสตรอเบอร์รี่ 2 ตัวอย่าง แต่ปริมาณที่พบยังไม่เกินเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด

เห็นอย่างนี้แล้วทางที่ดีอย่าทานให้บ่อยนัก เพราะในแยม 1 ขวด อาจไม่ได้มีแค่สารกันบูดเพียงอย่างเดียว.

ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย

 

บลูเชสต้าเห็ด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/443052

โดย ทีมข่าวหน้าสตรี 14 ส.ค. 2557 05:15

คนวัยเกษียณ ถ้าไม่รู้จักวางแผนชีวิตไว้ล่วงหน้าหรือหางานอดิเรกไว้รองรับ ก็มักประสบปัญหาทางใจ กลายเป็นคนหงุดหงิด-ขี้เหงาโดยไม่รู้ตัว นอกเสียจากคนที่มีทางออกด้วยการเล่นกีฬา ก็ช่วยได้บ้าง แต่อย่าลืมว่าในยามที่ไม่มีรายได้ประจำเข้ามาจุนเจือแล้ว การออกจากบ้านแต่ละครั้งสมัยนี้ ก็หนีไม่พ้นต้องเสียเงินไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท และนี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ คุณตุ๋ย–ประพนธ์ สุชีวะ อดีตผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายบริการบนเครื่องบิน (DQ) ของสายการบินรักคุณเท่าฟ้า หรือ บมจ.การบินไทย ต้องหันมารื้อฟื้นเปิดร้านฟู้ดแอนด์เบเกอรี่ “Pinery” ที่หน้าบ้านริมถนนประดิพัทธ์ ปากซอยร่วมมิตร (ประดิพัทธ์ 7) ขึ้นอีกครั้ง โดยมีลูกสาวเป็นเชฟใหญ่ประจำร้าน

คุณตุ๋ย เป็นลูกหม้อการบินไทย ผู้มีหัวใจของผู้ให้บริการอยู่เต็มตัว เพราะตั้งแต่เข้าทำงาน ก็อยู่ในสายงานบริการบนเครื่องบินตลอดอายุงานจนเกษียณรวม 39 ปี พอมารื้อฟื้นเปิดร้านอาหารใหม่อีกครั้งในยามเกษียณจากงานแล้ว คุณตุ๋ยจึงมีความสุขกับการได้รับรองลูกค้าที่เข้ามาทานอาหารในร้าน ถึงแม้คุณตุ๋ยจะไม่ถนัดในเรื่องทำอาหาร เพราะไม่เคยต้องลงมือทำเลย สมัยเด็กก็มีคุณแม่ซึ่งเก่งเรื่องอาหารคอยทำให้ทานตลอด แต่ถึงอย่างไรคุณตุ๋ยก็จะรู้สูตรอาหารหมด รวมถึง บลูเชสต้าเห็ด ของว่างยามบ่ายที่ทานกับน้ำชาหรือกาแฟ คุณตุ๋ยก็พอจะรู้สูตรและวิธีการทำซึ่งง่ายมาก ทุกคนสามารถทำทานเองได้

เครื่องปรุง : เห็ดชิมิจิดำ 1 ห่อ/เนย 2 ชต./เกลือและพริกไทย/น้ำส้มบัลซามิค 2 ชต./น้ำตาลทราย 1/2 ชช./กระเทียมสับ 1 ชต./ขนมปังฝรั่งเศส/ และชีสสำหรับโรยหน้า มีมอสซาเรลลา ชีส ขูด, พาร์เมซานชีสขูดและพาสลีย์สับ

วิธีทำ…1) ตั้งกระทะใส่เนย และกระเทียมสับลงไปผัดจนหอม 2) ใส่เห็ดชิมิจิลงผัดจนนิ่ม 3) ใส่น้ำส้มบัลซามิค น้ำตาล เกลือ และพริกไทย ให้ได้รสชาติตามชอบ แล้วตักใส่ภาชนะพักไว้ 4) หั่นขนมปังฝรั่งเศสตามขวาง ความหนาประมาณ 1-1.5 นิ้ว 5) ทาเนยบนขนมปัง แล้วตักเห็ดที่ผัดไว้โปะหน้า และโรยด้วยชีสมอสซาเรลลาและพาร์เมซานขูด 6) นำเข้าเตาอบจนชีสละลายออกสีเหลืองสวย และเมื่อนำออกจากเตาอบโรยหน้าด้วยพาสลีย์สับ พร้อมกับใช้กรรไกรเล็มขอบๆขนมปังที่ไหม้ออก ให้ดูสวยงามน่ารับประทานและเสิร์ฟทันทีขณะที่ขนมปังยังร้อนและคงความกรอบอยู่.

 

เจาะสูตร เบเกอรี่เพื่อแม่ ใส่ความรักใน…’มาการอง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/442660

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ส.ค. 2557 08:05

วันแม่แบบนี้ถ้าไม่อยากออกไปข้างนอกเพราะเบื่อคนเยอะ อยากจะหากิจกรรมอะไรทำกับคุณแม่ แต่ยังไม่รู้จะทำอะไร ไทยรัฐออนไลน์ขอนำสูตรเด็ดทำมาการองชาเขียว ขนมยอดฮิตมาให้คุณแม่คุณลูกได้สนุกกัน…

วิธีการทำ มาการองชาเขียว (ไส้ไวท์ช็อกโกแลตครีมชีส)

ส่วนผสม แผ่นเชลมาการองรสชาเขียว (Macaron Shell)

1. แป้งอัลมอนด์ 300 กรัม

2. น้ำตาลไอซิ่ง 300 กรัม

3. น้ำตาลทรายขาว 300 กรัม

4. น้ำสะอาด 75 กรัม

5. ไข่ขาวที่ตอกทิ้งไว้ 2 วัน ในตู้เย็น 8 ฟอง

6. ผงชาเขียว 3 ช้อนชา

berry-milkshake
blueberry chocolate pancake

วิธีทำแผ่นเชลมาการองรสชาเขียว

1. ร่อนน้ำตาลไอซิ่ง ผงชาเขียวและแป้งอัลมอนด์

2. แบ่งไข่ขาวออกเป็น 2 ส่วน นำส่วนที่ 1 ไปใส่ในส่วนผสมตามข้อ 1 ผสมให้เข้ากันด้วยไม้พาย

3. ตีไข่ขาวที่เหลือจนตั้งยอดอ่อน นำน้ำและน้ำตาลทรายขาวตั้งไฟเมื่อวัดได้อุณหภูมิ 115 องศาเซลเซียส แล้วเทใส่ส่วนผสมไข่ขาว ตีต่อจนวัดอุณหภูมิส่วนผสมได้ที่ 50 องศาเซลเซียส

4. นำส่วนผสมตามข้อ 3 มาใส่ในอ่างที่มีส่วนผสมตามข้อ 2 แล้วคนผสมด้วยไม้พายจากรอบอ่างเป็นวงกลมเข้าหาจุดศูนย์กลาง (ใช้วิธีคนเป็นวงแล้วตวัดเข้าจุดศูนย์กลาง) ต่อเนื่องประมาณ 3-5 นาที จนส่วนผสมไหลด้วยความเร็วประมาณลาวาภูเขาไฟ

5. นำส่วนผสมใส่หัวบีบแล้วบีบลงในแม่พิมพ์มาการองซิลิโคนที่วางบนถาดอบพักไว้ประมาณ 30 นาที ให้ผิวส่วนผสมแห้ง

6. นำเข้าอบที่ไฟ 180 องศาเซลเซียส ในเตาอบแบบพัดลม ใช้ไฟล่างประมาณ 12 นาที

caramel cafe aulait
chocolate brownie
thai tea vanilla

ส่วนผสมไส้ไวท์ช็อกโกแลตครีมชีส

1. ไวท์ช็อกโกแลต 250 กรัม

2. ครีมชีส 225 กรัม

3. เนยจืด 150 กรัม

4. น้ำมะนาว 30 กรัม

lemon tangy
pistachio green tea

วิธีทำไส้ไวท์ช็อกโกแลตครีมชีส

1. นำหม้อตั้งไฟความร้อนปานกลางใส่ไวท์ช็อกโกแลต ครีมชีสและเนยคนผสมให้เข้ากัน

2. ยกลงเติมน้ำมะนาวคนให้เข้ากัน พักส่วนผสมให้เย็นสนิท

3. ตักใส่ถุงบีบแล้วบีบไส้บนฝามาการองเชลบีบจากด้านนอกเป็นวงกลมเข้าหาจุดศูนย์กลาง

ขอบคุณ : ร้านชีสเค้กพาเลท ซอยสุขุมวิท 36 ปากซอยนภาศัพท์ แยก 2

 

พาแม่หม่ำ“ไก่ต้มโสม” ดอยอ่างขาง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/442217

โดย อาเหม่ง 10 ส.ค. 2557 05:01

“ปลาทับทิมราดซอสยูนนาน” แซ่บยอดดอย.

ได้หยุดยาว 4 วัน ไปเที่ยวไหนอย่าลืมพกแม่ไปด้วย อาเหม่งแนะนำให้มาเที่ยวดอยช่วงหน้าฝน อากาศดีเว่อร์อย่างดอยอ่างขางมีโครงการหลวงตั้งอยู่ บอกเลยต้องมาให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต มาแล้วจะซาบซึ้งสิ่งที่ในหลวงทำเพื่อพวกเรา ก่อนถึงโครงการ หลวงประมาณ 200 เมตรมี “รีสอร์ทธรรมชาติอ่างขาง” อยู่ ที่นั่นไม่ได้มีที่พักอย่างเดียว มีร้านอาหารด้วยวัตถุดิบใช้ผักปลอดสารพิษจากโครงการหลวงทั้งสิ้น ห้องอาหาร “คาเมเลีย” (เป็นชื่อดอกไม้ชนิดหนึ่งคล้ายกุหลาบดอกใหญ่ หลายสีสันบานในช่วงหน้าหนาว) ห้องอาหารนี้อยู่คู่ดอยอ่างขางมา 16 ปีแล้วความอร่อยไม่เป็นรองใคร

“เปาะเปี๊ยะสดอ่างขาง” กินเต็มที่ไม่มีอ้วน.

ลองออเดิร์ฟ “เปาะเปี๊ยะสดอ่างขาง” เชฟใช้แป้งเปาะเปี๊ยะญวนห่อหมี่ลวก และผักสด มีเนื้อสัตว์นิดหน่อยเป็นหมูผัดกับซอสมะเขือเทศ เสิร์ฟมากับน้ำจิ้มแซ่บเปรี้ยวเผ็ดหวานใช้น้ำส้ม เกลือและน้ำตาลเคี่ยวรวมกัน พอได้ที่ใส่แครอท หอมหัวใหญ่ และพริกชี้ฟ้าแดง ที่บดรวมกันลงไป ช่วยให้น้ำจิ้มเข้มข้นแซ่บยิ่งขึ้น เมนูนี้ดีต่อสุขภาพมาก จานนี้ 100บาท

“ปลาทับทิมราดซอสยูนนาน” แซ่บยอดดอย.

“ปลาทับทิมราดซอสยูนนาน” ปลาทับทิมเลาะก้างเป็นชิ้นนำไปทอดจนเหลืองฟู ราดด้วยซอสสไตล์จีนยูนนาน น้ำซอสนี้ใสแต่จัดจ้านหอมสมุนไพร เพราะใช้ตะไคร้ปั่นรวมกับพริกชี้ฟ้าและกระเทียม ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวและซอสปรุงรสราดไปบนปลา รสชาติกลมกล่อม หอมตะไคร้มาก เวลาหม่ำอย่าลืมเคี้ยวผักสดที่ทางร้านจัดมาให้ มั่นใจเถอะว่าปลอดสาร 100% ยิ่งใบสะระแหน่ใบใหญ่หอมชื่นใจแท้ๆ จานนี้ 180 บาท

“นํ้าพริกโจรสลัดหลงดอย” ห้ามพลาดเด็ดขาด.

“น้ำพริกโจรสลัดหลงดอย” แค่ชื่อก็เอาไป 10 คะแนน คิดดูขนาดโจรสลัดที่อยู่ในทะเลยังติดใจดอยอ่างขางจนไปไหนไม่ได้ ค้างเติ่งหลงดอยจนทุกวัน ที่มาของชื่อเมนูคือวัตถุดิบของน้ำพริกเป็น “อาหารทะเล” คือกุ้ง ปลาหมึก และปลาเค็ม เชฟใช้พริกกระเทียมหอมใหญ่ผัดรวมกันจนหอม ปรุงรสด้วยน้ำตาลนิดหน่อย ใส่ปลาเค็ม หมึกและกุ้งลงไป ตามด้วยมะเขือเทศ เสิร์ฟพร้อมกับผักสดจากโครงการหลวงอีกเช่นเคย ที่สำคัญมีขิงสดด้วย กินแนมกับน้ำพริกอร่อยมาก ใครชอบเปรี้ยวขอมะนาวเพิ่มได้ คือน้ำพริกที่นี่จะออกเผ็ดมันเค็ม หม่ำแล้วได้เนื้อได้หนัง แตกต่างจากน้ำพริกที่อื่น ไปแล้วต้องสั่งให้ได้ รับรองจะติดใจ น้ำพริกเซตละ 100 บาท

“ไก่ตุ๋นโสมตังกุยมะระหวาน” ดีต่อคุณแม่ที่สุด.

“ไก่ตุ๋นโสมตังกุยมะระหวาน” เมนูนี้ฮิตมากในฤดูหนาวเพราะหม่ำแล้วเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย ที่อ่างขางชาวบ้านปลูกโสมสดเยอะ (อยากซื้อกลับบ้านไปที่ตลาดหน้าโครงการหลวง มีเพียบ) เชฟใช้ “ซาโยเต้” หรือมะระหวาน ที่พวกเรารู้จักในนาม “ฟักแม้ว” นั่นเอง ปอกเปลือกแล้วต้มกับไก่ ซึ่งไก่ต้องตุ๋นด้วยไฟอ่อน 1–2 ชั่วโมง ใส่โสมสด ขิงและเครื่องเทศดอยที่เรียกว่า “ชะก้อ” ลงไป มีเทคนิคเรื่องไก่นิดหนึ่ง คือเมื่อไก่ที่ต้มอยู่สุกแล้ว ให้นำมาแช่น้ำเย็นทันทีเพื่อให้หนังรัดเนื้อไก่ ทำให้ไก่เนื้อไม่เละ เนื้อเด้งอร่อย นำไปตุ๋นต่อ ปรุงรสด้วยเกลือและซีอิ๊วขาว สำหรับมะระหวานเชฟบอกว่าควรเลือกลูกที่แก่หน่อย เพราะเราตุ๋นนาน ถ้าเลือกแบบอ่อนจะเละไม่อร่อย ตุ๋นพอได้ที่ก่อนเสิร์ฟใส่ใบโสมลงไปด้วย

ไก่ตุ๋นโสมตังกุยเสิร์ฟในหม้อดิน น้ำซุปเข้มข้นหอมหวานกลมกล่อมมาก ซดน้ำแล้วสดชื่นจริงๆ ลองหม่ำโสมสดดูได้รสซ่าหน่อยๆ กลิ่นโสมฉุนเบาๆ ขึ้นจมูก ไก่ตุ๋นกำลังดี เนื้อนุ่มหนึบที่สุด ส่วนมะระหวานก็หวานสมชื่อรสชาติคล้ายฟักแต่เนื้อจะมีรสหวานเบาๆ เมนูนี้เหมาะกับผู้สูงอายุมาก อย่าลืมสั่งให้คุณแม่หม่ำ เพราะบำรุงสุขภาพดีนักแล ถ้วยนี้ราคา 120 บาท

“ยำลูกมะระหวานไข่เค็ม” ลำแต้ๆ.

อีกเมนูที่ไม่อยากให้พลาด “ยำลูกมะระหวานไข่เค็ม” เชฟคนเก่งใช้มะระหวานมาสับแล้วทอดกรอบ ทอดได้เด็ดดวงจริงๆ กรอบไม่อมน้ำมันเลย เทคนิคคือน้ำมันต้องร้อนจัด ค่อยๆใส่ผักทีละน้อยจนหมด ส่วนน้ำยำทำคล้าย น้ำส้มตำคือใช้พริก กระเทียม มะนาว น้ำตาลปี๊บ คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วราดบนมะระหวานที่ทอดแล้วโรยมะม่วงหิมพานต์ตบท้าย น้ำยำแซ่บจริงครบรสทั้งเปรี้ยว เผ็ด เค็มหวาน เมื่อเจอกับผักกรอบไม่มีเละหรือเซ็งให้ปวดใจ น้ำยำค่อยๆแทรกในมะระหวานทอดอร่อยมาก ทั้งกรอบและแซ่บ จานนี้ 100 บาท

ที่นี่ไม่ได้มีเฉพาะที่พัก อาหารก็เลอค่า.

ล้างปากด้วยไอศกรีมโฮมเมดที่เชฟทำเองจากผลผลิตโครงการหลวง “ลูกหม่อน” ลูกหม่อนวิตามินซีสูงมาก ทำออกมาได้ไอศกรีมสีม่วงสวย คล้ายเกล็ดน้ำแข็ง หม่ำแล้วแตกในปากเป็นเม็ดเลย เชฟราดซอสคาราเมลและโปะด้วยวิปปิ้งครีม มันเลิศล้ำเลอค่า อร่อยจริงๆ นอกจากไอศกรีมลูกหม่อนแล้ว ที่นี่ยังมีไอศกรีมมะม่วง ลิ้นจี่ ลูกพีช และสตรอเบอร์รี่อีกด้วย ไอศกรีมถ้วยละ 60 บาท

ห้องอาหารคาเมเลียอยู่ในรีสอร์ทธรรมชาติอ่างขาง เปิดทุกวันตั้งแต่ 6 โมงครึ่งจนถึง 3ทุ่ม ไม่ได้พักที่นี่ก็ไปหม่ำได้ รีสอร์ทอยู่ขวามือ อยู่ก่อนถึงโครงการหลวงอ่างขาง 200 เมตร โทร.ไปถามทางหรือจองโต๊ะได้ที่ 0-5345-0110 ไหนๆขึ้นดอยไปแล้ว ค้างที่นั่นสักคืนเหมาะมาก ช่วงนี้ราคาที่พักไม่แพงด้วย คนไปค้างด้วยควรเป็นคุณแม่ คุณเมีย ไม่ใช่คนอื่น!! เข้าใจตรงกันนะ ฮ่า ฮ่า เอิ๊ก!!

 

Trend can do : ครีเอทรักให้แม่ แต่งแต้มสีสันใส่ ‘เค้กโคน’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/441820

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ส.ค. 2557 09:08

เป็นประจำทุกสุดสัปดาห์แบบนี้ พบกับคอลัมน์ Trend can do อีกเช่นเคย สัปดาห์นี้ ต้อนรับ’วันแม่’ ที่จะมาถึง ลูกๆ อาจจะยังไม่รู้ว่าจะมอบของขวัญอะไรแทนใจแด่คุณแม่ เราขอแนะนำให้ลองมาทำ ‘เค้กโคน’…

“ไทยรัฐออนไลน์” ได้เข้าร่วมเวิร์กช็อปสานรักเติมเต็มความผูกพันให้คู่แม่-ลูก กับ “A CAKE OF LOVE – แต่งแต้มจินตนาการ เติมสีสันใส่เค้กโคน” จัดโดยสมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ (RSTA) ร่วมกับโรงแรม อินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ งานนี้มีพ่อครัวขนมหวานใจดี “เพสตรี้เชฟ” ร่วมสอนเด็กๆ แต่งหน้า “เค้กโคน” เทรนด์ขนมเค้กล่าสุด มอบเป็นของขวัญแทนใจแด่คุณแม่ในโอกาสวันแม่แห่งชาติ เดือนสิงหาคมนี้

คู่แม่ลูกสุดฮอต แม่ธัญญ่า น้องลียาก็ไม่พลาดมาร่วมทำเค้กโคนกันอย่างสนุกสนาน

เราไม่พลาดเก็บขั้นตอนการทำ “เค้กโคน” สุดน่ารัก เก๋ไก๋ไม่เหมือนใคร มาฝากให้กับลูกๆ ทุกคนได้นำไปเป็นของขวัญให้คุณแม่ของคุณ หรือจะนำไปทำเป็นกิจกรรมวันแม่ในครอบครัวเราก็ไม่ว่ากัน !

สิ่งที่ต้องเตรียม

1. เนย

2. น้ำตาลไอซิ่ง

เนย น้ำตาลไอซิ่ง บัตเตอร์เค้ก โคนไอศกรีม

3. กลิ่นผสมอาหาร เช่น วานิลลา, ราสเบอร์รี่, สตรอเบอร์รี่

4. บัตเตอร์เค้กหั่นเป็นวงกลมชิ้นเล็ก

5. โคนไอศกรีม

6. แผ่นช็อกโกแลต แผ่นน้ำตาลรูปทรงและสีสันต่างๆ สำหรับการตกแต่งหน้าเค้กโคน

แผ่นไวท์ช็อกโกแลตใช้แตกแต่ง
แผ่นน้ำตาลรูปหัวใจเอาไว้ตกแต่ง

ขั้นตอนการทำ

ครีมสำหรับแต่งหน้าเค้กโคน

1. นำเนย และน้ำตาลไอซิ่ง ในอัตราส่วน 1:1 ผสมกัน จากนั้นตีส่วนผสมจนขึ้นฟูและเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน

นำเนยและน้ำตาลไอซิ่งมาผสมกัน

2. เติมกลิ่นผสมอาหารที่ต้องการลงไป และตีจนเป็นเนื้อเดียวกัน

ตีให้เป็นเนื้อเดียวกัน

3. นำครีมที่ได้ ใส่ลงในกรวยสำหรับบีบแต่งหน้าเค้ก

ครีมสำหรับแต่งหน้าเค้กโคนทีี่ผสมเสร็จแล้ว

ตัวโคน

1. เตรียมโคนไอศกรีมที่จะใช้เป็นฐาน อาจจะเพิ่มความน่ารับประทานด้วยการเคลือบช็อกโกแลต หรือไวท์ช็อกโกแลตที่ขอบโคน

2. นำบัตเตอร์เค้กชิ้นเล็กๆ ที่เตรียมไว้ใส่ลงในโคนไอศกรีม

3. นำครีมที่ใส่ในกรวยบีบลงบนบัตเตอร์เค้กตามรูปทรงที่ต้องการ

บีบครีมใส่โคน

4. นำช็อกโกแลตและเครื่องตกแต่งอื่นๆ ประดับลงบนครีมตามชอบ

เสร็จแล้ววว เค้กโคนวันแม่
ขอตั้งชื่อ ‘เค้กโคนรักแม่’
เค้กโคนนี้เพื่อแม่จ้าาาา

ถ้าใครไม่ถนัดที่จะทำเอง เราขอเชิญชวนคุณลูกพาคุณแม่มาร่วมสร้างช่วงเวลาดีๆ ด้วย “ซิกเนเจอร์ เค้ก” แสนอร่อย พร้อมส่งภาษารักให้คุณแม่ด้วยคำว่า “ไอ เค้ก มัม” (I Cake Mom) ผ่านเทศกาล “อินเตอร์เนชั่นแนล เค้ก เดย์ 2014 แอท ราชประสงค์” ได้ตั้งแต่วันนี้-31 สิงหาคม 2557

 

เมลท มี เปิดอาณาจักรความอร่อยช็อกโกแลต-เจลาโต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/441897

โดย ทีมข่าวหน้าสตรี 8 ส.ค. 2557 05:15

ขึ้นทำเนียบเป็นร้านช็อกโกแลตดีไซน์สุดฮิปที่คอช็อกโกแลตไม่ควรพลาด ล่าสุด เมลท มี ได้ฤกษ์เปิดความสดอร่อยครั้งใหม่ ด้วยการรีคอนเซปต์เป็น เมลท มี เฟรช ฮอกไกโด ช็อกโกแลต แอนด์ เจลาโต้ แฟล็กชิปสโตร์ดีไซน์เก๋ โดย มาดามอิง ภาสกรนที สั่งเนรมิตแฟล็กชิปสโตร์ ที่โครงการอารีน่า 10 ทองหล่อ ซ.10 ทำเลทองใจกลางกรุงเทพฯ ให้เป็นอาณาจักรความอร่อยมีระดับดีไซน์ใหม่ในคอนเซปต์ “โมเดิร์น เจแปนนิส” เพื่อสร้างบรรยากาศการรับประทานอาหารแบบสบายๆ เน้นงานดีไซน์เรียบหรู แต่แฝงความอบอุ่นด้วยโทนสีช็อกโกแลต ขาว ครีม

มาดามอิง ภาสกรนที และลูกสาวทั้งสอง “น้องใกล้ใกล้–น้องกิ๊ฟ”
เจได–เศรษฐศิษฎ์ ลิ้มกษิดิ์เดช และ โจ๊ก–เกียรติยศ เกียรติสูงส่ง ชวนกันชิมความอร่อยของเจลาโต้

พร้อมเปิดตัวแคมเปญ “Gelato of the Month” ให้เหล่าสวีทเลิฟเวอร์ได้มาร่วมเทสติ้ง เจลาโต้และช็อกโกแลตแท้รส ชาติล่าสุดที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ เพื่อร่วมฉลองความสดใหม่ของแฟล็กชิป สโตร์ อาทิ รสชาติฮอกไกโด เมลอน, แมช โปเตโต้ วิธ โกลด์ 14 K, เบคอน วิธ ฮอกไกโด สโนว์ ซอลต์, ฮอกไกโด คาราเมล, ฮอกไกโด มิลก์ นอกจากนี้ยังมีช็อกโกแลตแท้สูตรฮอกไกโดให้ได้ลิ้มลองอีก 3 รสชาติ ทั้งฮอกไกโด บานาน่า แอนด์คาราเมล, ฮอกไกโด เอิร์ล เกรย์ และอัลมอนด์ วาซาบิ ร่วมเติมความเฟรชกับ “Gelato of the Month” ตลอดเดือนสิงหาคมนี้ ด้วย 3 รสชาติใหม่ ได้แก่ Vanilla Antika, Bacon with Hokkaido Snow Salt และ Mashed Potato with Gold 14K ได้ทุกสาขา.