ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย ที่เกี่ยวข้อง

กรมศิลป์จ่อส่งจนท.คัดลอก ‘หนังสือบุด’ สอบข้อเท็จจริง ‘พระเจ้าอุทุมพร’ มีนาคม 18, 2014

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/edu/410505

  • 17 มีนาคม 2557, 20:00 น. 

Pic_410505

รัฐบาลพม่าเบรก ‘สมาคมจิตพรรณ’ ขุดสถูปพระเจ้าอุทุมพรแล้ว พร้อมส่งกรมโบราณคดีดูแลแทน ขณะที่กรมศิลป์ ส่ง ผชช.ภาษาพม่าขอคัดลอกหนังสือบุด ที่เก็บไว้ในหอสมุดอังกฤษ มาศึกษาข้อมูลเชิงลึก…

เมื่อวันที่ 17 มี.ค.57 นายเอนก สีหามาตย์ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวถึงกรณีการขุุดค้นหลักฐานทางประวัติศาสตร์สถูปบรรจุพระบรมอัฐิสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 4 (สมเด็จพระเจ้าอุทุมพร) กษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา ณ สุสานลินซินกง เมืองอมรปุระ ประเทศเมียนมาร์ ว่าได้รับรายงานจากคณะทำงานกรมศิลปากร ว่า ขณะนี้คณะกรรมการพัฒนาเมืองมัณฑะเลย์ ได้สั่งระงับโครงการขุดค้นสถูปพระเจ้าอุทุมพร รวมถึงโครงการอนุสรณ์สถานมหาเถระพระเจ้าอุทุมพร ณ สุลานลินซินกง ซึ่งดำเนินการโดยสมาคมจิตรพรรณทีี่ได้จดทะเบียนเป็นสมาคมมิตรภาพไทย-สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์แล้ว

ทั้งนี้ กรมศิลปากร ได้นำคณะทำงาน รวมถึงสื่อมวลชน เข้าตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของสมาคมจิตรพรรณ พบว่า หลักฐานที่ค้นพบที่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า เป็นสถูป และพระบรมอัฐิของพระเจ้าอุทุมพรจริง จึงควรจะมีการศึกษาและพิสูจน์ให้แน่ชัดเสียก่อน โดยอ้างอิงหลักฐานทางประวัติศาสตร์โบราณคดี ซึ่งจะมีการศึกษาตามหลักวิชาการร่วมกันระหว่างกรมศิลปากร และกรมโบราณคดีฯ ของเมียนมาร์

อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวต่อไปว่า ขณะเดียวกันทางคณะกรรมการพัฒนาเมืองมัณฑะเลย์ ยังระบุว่า ทางสมาคมจิตรพรรณ ไม่เคยส่งหลักฐานที่เฉพาะเจาะจง หรือ ปรึกษาหน่วยงานที่รับผิดชอบของเมียนมาร์ ดังนั้น รัฐบาลภูมิภาคมัณฑะเลย์ และกรมโบราณคดีฯ กระทรวงวัฒนธรรมเมียนมาร์ จะเข้าดำเนินการในโครงการดังกล่าวต่อไปแทน และสั่งระงับการดำเนินงานของสมาคมจิตรพรรณ ทั้งนี้ ในส่วนกรมศิลปากร จะมีการจัดส่งคณะทำงาน ร่วมศึกษาหลักฐานคนไทยในเมียนมาร์ เพื่อให้ได้ข้อมูลในเชิงลึก รวมทั้ง ส่งผู้เชี่ยวชาญภาษาพม่าจากประเทศไทย ไปแปล หนังสือ “พาราไบก์ (parabike)” หรือหนังสือบุดของพม่า ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญให้ชัดเจนอีกรอบ ซึ่งขณะนี้หนังสือบุดถูกเก็บไว้ที่หอสมุดแห่งชาติประเทศอังกฤษ (British Library) ดังนั้น กรมศิลปากรจะประสานงานขอคัดลอกหนังสือดังกล่าวมาศึกษาอย่างละเอียดต่อไป

นอกจากนี้ มีรายงานข่าวจาก สำนักข่าวอิระวดี ประเทศเมียนมาร์ ซึ่งได้มีคำสัมภาษณ์ของนายมิคกี้ ฮาร์ท นักประวัติศาสตร์ไทย และทีมงานผู้ขุดค้นสถูปพระเจ้าอุทุมพร ว่า ทีมงานได้รับหนังสือแจ้งจากคณะกรรมการพัฒนาเมืองมัณฑะเลย์ ให้ยกเลิกโครงการที่อยู่โดยรอบพื้นที่การขุดค้นสุสานพระเจ้าอุทุมพร โดยหนังสือดังกล่าวให้ล้มเลิกการก่อสร้างสิ่งก่อสร้างเท่านั้น แต่เจ้าหน้าที่เมืองอมรปุระ ได้แจ้งว่า จะต้องยกเลิกการขุดค้นด้วย ดังนั้น เป็นไปได้ว่าอาจจะไม่สามารถดำเนินโครงการดังกล่าวต่อไปได้ อย่างไรก็ตาม นายฮาร์ท และทางทีมงาน จะพยายามหาหนทางที่จะรักษาบทบาทโครงการนี้ให้อยู่ต่อไป.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 17 มีนาคม 2557, 20:00 น.
 

‘กรมการศาสนา’ชู’ศูนย์พระพุทธฯวันอาทิตย์’หนุนคนไทยรู้หนังสือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/edu/410495

  • 17 มีนาคม 2557, 19:25 น.

Pic_410495

กรมศาสนาหนุนตั้งศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์อยู่ทั่วประเทศ 4, 100 แห่ง สนับสนุนความรู้ให้คนไทยอ่านออก-เขียนได้เพิ่ม…

นายกฤษศญพงษ์ ศิริ อธิบดีกรมการศาสนา (ศน.) กล่าวว่า ศน.ได้รวบรวมข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เกี่ยวกับการสำรวจการรู้หนังสือและความต้องการทางการศึกษาของประชากรไทยและเยาวชนอายุ 15 ปีขึ้นไป พบว่ามีคนไทยที่ไม่รู้หนังสือทั้งเด็กเยาวชน วัยรุ่น ผู้ใหญ่ รวมถึงผู้สูงอายุมีจำนวนกว่า 5 แสนคน จากปัญหาดังกล่าวจึงเห็นว่าในปัจจุบัน ศน.มีศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ (ศพอ.) อยู่ทั่วประเทศ ประมาณ 4,100 แห่ง ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับสอนและเติมเต็มความรู้ให้คนอ่านออก เขียนได้เพิ่มมากขึ้น พร้อมๆ ไปกับการเรียนรู้วิชาพระพุทธศาสนาตามหลักสูตรธรรมศึกษาชั้นตรี ชั้นโท และชั้นเอก ตลอดจนวิชาเสริมที่สอดคล้องเหมาะสมกับผู้เรียน เช่น วิชานาฏศิลป์ ดนตรี คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาไทย การงานพื้นฐานอาชีพที่สอดคล้องกับชุมชนนั้นๆ

ขณะนี้ได้มีการเปิดสอนในวัดทุกวันหยุดเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนมีความรู้ควบคู่กับคุณธรรม ที่สำคัญส่งเสริมให้ประชาชนผู้ไม่รู้หนังสือได้อ่านออกเขียนได้ นอกจากการจัดการเรียนการสอนตามปกติของศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ในปีนี้ ศน.สั่งยกระดับบทบาทของศูนย์ ศพอ. ใหม่ โดยเพิ่ม 2 บทบาท ได้แก่ 1.จัดให้มีกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อการอ่านออก เขียนได้ รองรับกลุ่มผู้ไม่รู้หนังสือ และ 2.ให้บูรณาการความรู้ในมิติศาสนากับความรู้พื้นฐานต่อการดำรงชีวิตโดยน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้พัฒนาเยาวชนและเน้นให้พ่อแม่ผู้ปกครองที่มาส่งบุตรหลานได้เรียน

โดยให้ ศพอ. จัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ถ่ายทอดภูมิปัญญาเสริมรายได้ มีการบรรยายธรรมหรือจัดเทศนาธรรม เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้ผู้เรียนและผู้ปกครองทั้งครอบครัว มีความเพียรความอดทน มีคุณธรรมจริยธรรมตามหลักธรรมของศาสนา ตลอดจนเรียนรู้วิถีพอเพียง รู้จักพึ่งพาตนเองได้.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 17 มีนาคม 2557, 19:25 น.
 

สถานทูตอินเดียจัดงาน ‘วัชรยานบูชา’ ถวายพระสังฆราช

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/edu/410400

  • 17 มีนาคม 2557, 10:55 น.

Pic_410400

สถานทูตอินเดียประจำประเทศไทยจัดงาน ‘วัชรยานบูชา’ ถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระสังฆราช พร้อมเชิญชวนประชาชนเข้าชมพุทธมณฑลทราย และเครื่องบูชาสักการะเนย ขณะวันที่ 19 มี.ค.57 เตรียมทำพิธีการรำบูชาวัชรยานถวายพระศพ 3 ชุด…

เมื่อวันที่ 17 มี.ค.57 สถานทูตอินเดียประจำประเทศไทย คณะพระลามะ นิกายวัชรยานจากอินเดีย ร่วมกับวัดบวรนิเวศวิหารจัดงานวัชรยานบูชา ซึ่งเป็นการบำเพ็ญกุศลพระศพทางพระพุทธศาสนานิกายวัชรยาน เพื่อน้อมถวายสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ด้านหน้าพระตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร เริ่มพิธีการสร้าง “พุทธมณฑลทราย” (Sand Mandala) และการปั้น “เครื่องบูชาสักการะเนย” (Butter Sculpture) ทั้งนี้ เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมได้ตลอดทั้งวันจนถึงวันที่ 25 มี.ค.57 จึงจะทำพิธีลบพุทธมณฑลทราย

ส่วนกิจกรรมช่วงเย็นวันที่ 19 มี.ค.57 ตั้งแต่เวลา 17.00 น. จะมีพิธีอัญเชิญเครื่องสักการะเนยไปประดิษฐานหน้าพระโกศสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ภายในตำหนักเพ็ชร จากนั้นเวลา 19.00 น. เริ่มสวดแบบวัชรยาน โดยพระลามะ 10 รูป เริ่มสวดมนต์อัญเชิญพุทธคุณ ธรรมคุณ และสังฆคุณ พร้อมพระโพธิสัตว์ (Nyensen: Invocation of Enlightened Forces) และสวดภาวนาน้อมถวายพระศพ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (Offering and supplication to the Supreme Patriarch) จากนั้นเวลา 19.50 น. จะเริ่มพิธีการรำบูชาวัชรยานถวายพระศพ 3 ชุด ที่ลานด้านหน้าตำหนักเพ็ชร ดังนี้

ชุดที่ 1 การรำบูชาเพื่อเปิดมณฑลพิธีบวงสรวงตามแนวพิธีวัชรยาน KhadroGarcham หรือรำบูชาของเทวทูตจากสรวงสวรรค์ (Dance of Celestial Travellers)
ชุดที่ 2 การรำบูชาขจัดความหลง และก่อให้เกิดปัญญาในอนิจจธรรม Lang Dang Phag-cham หรือรำบูชาของเทพดาวัวและหมู (Ox and Boars dance with masks)
ชุดที่ 3 การรำเพื่อบูชาแจ้งอนิจจธรรม Durdak Garcham หรือรำบูชาธรรมบาลแห่งยมโลก (Dance of the Skeleton Lords)

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 17 มีนาคม 2557, 10:55 น.
 

เล็ง “ไต้หวัน” ต้นแบบสร้างเมืองศิลปะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/edu/410334

  • 17 มีนาคม 2557, 05:45 น.

Pic_410334

นายเขมชาติ เทพไชย ผอ.สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) กล่าวว่า จากที่ตนได้พาคณะศิลปินไทยเข้าร่วมงานแสดงนิทรรศการศิลปกรรมร่วมสมัยนานาชาติแห่งเอเชีย ครั้งที่ 28 ที่ประเทศไต้หวัน พบว่า กลุ่มสมาชิกทั้งที่เป็นประเทศและเมืองสำคัญ ได้แก่ อินโดนีเซีย, ญี่ปุ่น, มาเลเซีย, มองโกเลีย, ออสเตรเลีย, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, เกาหลี, เวียดนาม, จีน, ฮ่องกง, มาเก๊า และไทย ส่งผลงานมาจัดแสดงนิทรรศการดังกล่าวเป็นจำนวนมาก แสดงถึงความร่วมมือร่วมใจกันพัฒนาวงการศิลปะร่วมสมัย ทั้งได้ส่งศิลปินมาแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกันด้วย ซึ่งในส่วนของ สศร.ได้หารือกับสถาบันด้านศิลปะร่วมสมัยในไต้หวันจะมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้นักวิชาการ การเรียนการสอนศิลปะร่วมสมัยด้วย ทั้งนี้ตนคิดว่าการจัดนิทรรศการศิลปกรรมร่วมสมัยนานาชาติแห่งเอเชีย จะเป็นการสร้างภาพลักษณ์ให้แก่ประเทศ ซึ่งจะนำมาเป็นต้นแบบในการส่งเสริมสร้างสรรค์เมืองศิลปะในประเทศไทยให้มีเมืองด้านศิลปะเพิ่มขึ้น.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวการศึกษา
  • 17 มีนาคม 2557, 05:45 น.
 

วธ.ปั้นยุทธศาสตร์อัพเกรด 32 เมืองหน้าด่านรับอาเซียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/edu/409420

  • 12 มีนาคม 2557, 15:45 น.

Pic_409420

ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พัฒนาเมืองหน้าด่าน 32 แห่ง รองรับเปิดอาเซียน พร้อมเผย 3 แนวทางระยะสั้น ศึกษาผลกระทบต่อชุมนุม ทำเวทีประชาพิจารณ์ และจัดกิจกรรมนำร่อง…

นายปรีชา กันธิยะ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ( วธ.) กล่าวว่า จากการที่ วธ. ขับเคลื่อนโครงการพัฒนาเมืองหน้าด่านวัฒนธรรม เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักถึงความสำคัญของประชาคมอาเซียนในส่วนของเสาหลักด้านสังคมและวัฒนธรรม เพืิ่อรองรับการหลั่งไหลของประชากรประเทศอาเซียนที่มีความแตกต่างและความหลาก หลายทางวัฒนธรรม โดย วธ. มีนโยบายพัฒนาเมืองหน้าด่านทั้ง 32 ด่านทั่วประเทศ เบื้องต้นมอบหมายให้สำนักงานวัฒนธรรมจัดกิจกรรมนำร่อง 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย ตาก สระแก้ว และสงขลา ด้วยการจัดสรรงบประมาณให้จังหวัดละ 1 ล้านบาท รวม 4 ล้านบาท

ปลัด วธ. กล่าวต่อว่า ในระยะเริ่มแรก วธ. มีแนวทางยุทธศาสตร์การดำเนินงาน 3 แนวทาง 1. ศึกษาวิจัยผลกระทบทางด้านชุมชนและวัฒนธรรมในการพัฒนาเมืองหน้าด่านวัฒนธรรม โดยจะขอความร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาในท้องถิ่นดำเนินการ 2. จัดทำประชาพิจารณ์หรือจัดเวทีประชาคมวัฒนธรรม เพื่อให้ทราบถึงความต้องการของชุมชน และข้อเสนอแนะในการดำเนินกิจกรรมตามโครงการเมืองหน้าด่านวัฒนธรรม 3. การจัดกิจกรรมนำร่องด้านศิลปวัฒนธรรม การประชุมสัมมนาทางวิชาการ การประชุมเชิงปฏิบัติการในประเด็นที่มีความสนใจร่วมกัน นอกจากนี้ ยังมีการจัดให้บุคลากรศึกษาดูงาน ณ ประเทศญี่ปุ่นและประเทศพม่าที่เป็นเมืองต้นแบบในการบริหารจัดการเมืองหน้าด่านวัฒนธรรมในต่างประเทศ

“ส่วนโครงการระยะยาว ซึ่งมีความสอดคล้องกับการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมใน 3 เสาหลัก ได้แก่ 1.ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน เนื่องจากเมืองหน้าด่านเปรียบเสมือนประตูต้อนรับแขก ทำให้เกิดสังคมต่างเชื้อชาติ ต่างภาษา ต่างวัฒนธรรม ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่ วธ. จะต้องเข้าไปจัดกิจกรรมอย่างไรให้เป็นสังคมวัฒนธรรมที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ภายใต้ความหลากหลายทางวัฒนธรรม 2. ประชาคมการเมืองความมั่นคงอาเซียน ทำแผนงานแก้ปัญหาต่างๆ ในอนาคต ทั้งความขัดแย้ง หรือภัยข้ามชาติในรูปแบบต่างๆ และ 3.ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ตรงตามยุทธศาสตร์หลักของ วธ.ในการสร้างรายได้โดยใช้เมืองหน้าด่านเป็นช่องทาง อาทิ การจัดกิจกรรมนำเสนอสินค้าโอทอปวัฒนธรรม เพื่อเผยแพร่ผลิตภัณฑ์ของไทยให้ชาวต่างชาติรับรู้ถึงความเป็นมา หรือภูมิหลังทางวัฒนธรรมที่เป็นของแท้ดั้งเดิม เป็นต้น” นายปรีชา กล่าว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 12 มีนาคม 2557, 15:45 น.
 

แห่ขอเลขเด็ด ‘พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์’ ที่พิพิธภัณฑ์ฯกาญจนาภิเษก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/edu/409244

  • 12 มีนาคม 2557, 00:09 น.

Pic_409244

คนแห่ขอเลขเด็ด “พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์” ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก นำมาจัดแสดงให้สักการะ ชาวบ้านเมืองปทุมเผย เล็งเลขทะเบียนโบราณวัตถุ หวังรวยเสี่ยงโชคงวดหน้า กรมศิลป์เผยจัดแสดงถึงสงกรานต์ พร้อมเปิดให้เข้าชมคลังพิพิธภัณฑ์เก็บโบราณวัตถุครั้งแรก เตรียมหารือ ขสมก. จัดรถบริการประชาชน…

เมื่อวันที่ 11 มี.ค. ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมศิลปากรเปิดนิทรรศการ “พุทธประติมา : สัญลักษณ์แห่งความเชื่อ ความศรัทธาในสังคมกลุ่มชาติพันธุ์ตระกูลไท” เพื่อให้ประชาชนสักการะพระพุทธรูปโบราณ 9 องค์ ที่เก็บรักษาอยู่ที่คลังศูนย์ข้อมูลโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ (คลังกลาง) ณ บริเวณโถงกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก เป็นวันแรก โดยมีประชาชนจำนวนมากให้ความสนใจ เดินทางมาเฝ้ารอสักการะพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ ซึ่งประตูพิพิธภัณฑ์ยังไม่เปิด และจากการสอบถามพบว่า หลายคนเดินทางมาจากต่างจังหวัด

นายเอนก สีหามาตย์ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า กรมศิลปากรได้จัดแสดงพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ที่อัญเชิญมาจากภายในคลังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก จำนวน 9 องค์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปไม้ศิลปะพื้นถิ่นไทลาว พม่า ล้านนา ภาคเหนือ และรัตนโกสินทร์ เพื่อให้ประชาชนสักการะ โดยเพียงวันแรกก็พบว่า มีผู้ให้ความสนใจกันอย่างล้นหลาม ถึงขนาดเหมารถแท็กซี่มากันทั้งครอบครัว จึงนับเป็นโอกาสอันดีที่จะทำให้ประชาชน ได้มีเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ และยังจะได้ศึกษาเรียนรู้ประวัติความเป็นมาเกี่ยวกับชาติพันธุ์ของโบราณ วัตถุชิ้นต่างๆ

อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวต่อไปว่า กรมศิลปากรได้กำหนดระเบียบวิธีปฏิบัติในการสักการะพระพุทธรูปทั้ง 9 องค์ เนื่องจากได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณวัตถุที่สำคัญของชาติไว้แล้ว โดยประชาชนที่มาสักการะจะต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชน ให้เจ้าหน้าที่บันทึกหมายเลขบัตร เพื่อจดสถิติผู้เข้าชม และยังเป็นวิธีรักษาความปลอดภัยกับโบราณวัตถุ ขณะเดียวกัน ทางพิพิธภัณฑ์ได้มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดโดยรอบบริเวณพื้นที่จัดแสดง และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดูแลอย่างเข้มงวด ที่สำคัญให้นำเพียงพวงมาลัยมาสักการะเท่านั้น ห้ามจุดธูปเทียน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุกับโบราณวัตถุและคลังพิพิธภัณฑ์

อกจากนี้ ตนได้สั่งการให้เปิดพื้นที่บางส่วนของคลังพิพิธภัณฑ์ ให้ประชาชนเข้าชมโบราณวัตถุผ่านกระจก ในส่วนบริเวณด้านนอกห้องเป็นครั้งแรกอีกด้วย ทั้งนี้ได้กำหนดการจัดแสดงนิทรรศการพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ จนถึงช่วงสงกรานต์ ขณะเดียวกันจะมีการพิจารณาจำนวนผู้เข้าชม ซึ่งหากมีจำนวนมาก ก็จะขยายเวลาออกไปอีกพร้อมกันนี้ จะมีการหมุนเวียนโบราณวัตถุที่เก็บภายในคลังกลางของพิพิธภัณฑ์ มาจัดแสดงให้ประชาชนได้ชมอย่างต่อเนื่อง

“เนื่องจากมีประชาชนโทรศัพท์มาสอบถามเข้ามาที่กรมศิลปากรอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเรียกร้องขอให้ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทาง ผมจึงมีแนวคิดที่จะประสานงานกับ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เพื่อขอให้มีการอำนวยความสะดวกขนส่งประชาชนมาสักการะพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ โดยมีต้นทางจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร มายังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก คลองห้า ช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ โดยหากมีความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบทันที” นายเอนก กล่าว

ด้านนายธีรศักดิ์ อิ่มประยูรณ์ อายุ 60 ปี ชาวบ้านใน ต.คลองสาม จ.ปทุมธานี กล่าวว่า ตนเห็นข่าวจากโทรทัศน์ ก็ตั้งใจมากราบพระศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะพระพุทธรูปศิลปะพม่าที่ทำจากไม้ และให้โชคกับผู้มากราบไหว้ไปหลายรายแล้ว ก็อยากจะได้รับโชคกับเค้าบ้าง โดยครั้งนี้ได้ขอพรให้ถูกหวย มีโชคมีลาภ โดยดูจากหมายเลขทะเบียนโบราณวัตถุ รวมทั้งขอให้อยู่เย็นเป็นสุข และคิดว่าจะหาโอกาสพาครอบครัวมาสักการะอีกครั้ง

ส่วนนางบุณรดา แสนมาตย์ ชาวบ้านใน จ.ปทุมธานี กล่าวว่า ได้อ่านข่าวจากในหนังสือพิมพ์ จึงทราบว่า พระพุทธรูปมีความศักดิ์สิทธิ์มาก จึงเกิดความศรัทธา และตั้งใจมากราบขอพรพระพุทธรูปทั้ง 9 องค์ เพื่อขอเลขเด็ด ขอโชคให้ถูกรางวัล ได้เงินก้อนหนึ่งไปใช้จัดงานบวชให้ลูกชาย และขอให้การดำเนินงานราบรื่น ไร้อุปสรรค.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 12 มีนาคม 2557, 00:09 น.
 

เตรียมจัดงาน ‘วัชรยานบูชา’ บำเพ็ญกุศลถวายพระสังฆราช

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/edu/409089

  • 11 มีนาคม 2557, 12:05 น.

Pic_409089

วัดบวรฯ ร่วมกับสถานทูตอินเดีย ประจำประเทศไทย เตรียมจัดงาน ‘วัชรยานบูชา’ บำเพ็ญกุศลพระศพ เพื่อถวายแด่สมเด็จพระสังฆราช 17-19 มี.ค.นี้…

เมื่อวันที่ 11 มี.ค.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระศากยวงศ์วิสุทธิ์ เลขานุการกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ คณะกรรมการจัดงานบำเพ็ญกุศลพระศพสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก กล่าวถึงกรณีที่วัดบวรนิเวศวิหาร ร่วมกับสถานทูตอินเดียประจำประเทศไทยจัดงาน “วัชรยานบูชา” การบำเพ็ญกุศลพระศพทางพระพุทธศาสนานิกายวัชรยาน ถวายสมเด็จพระสังฆราช สัมพันธ์อินเดีย-ไทย ระหว่างวันที่ 17-19 มีนาคม เวลา 09.00 น. ที่ลานหน้าพระตำหนักเพ็ชร และศาลาแดงหน้าพระอุโบสถ วัดบวรนิเวศวิหาร ซี่งงานทั้ง 3 วัน จะมีพิธีสร้าง ”ยันต์ทราย” และปั้นเครื่องบูชาสักการะเนย ตามโบราณประเพณีทางวัชรยาน ณ ศาลาแดง หน้าพระอุโบสถ และจัดพิธีอัญเชิญ เครื่องบูชาสักการะเนย มาบูชาหน้าพระโกศ สมเด็จพระสังฆราช ณ ตำหนักเพ็ชร วันที่ 19 มีนาคม เวลา 17.00 น.

จากนั้นวันที่ 19 มีนาคม เวลา 19.00 น. จะเริ่มงาน วัชรยานบูชา การบำเพ็ญกุศลพระศพทางพระพุทธศาสนานิกายวัชรยาน ถวายสมเด็จพระสังฆราช โดยมี ฯพณฯ มร.ฮัช วาร์ดัน ชริงลา เอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย พร้อมคณะ เป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลพระศพฯ และจะมีพิธีสวดมนต์อัญเชิญพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ และพระสังฆคุณ พร้อมพระโพธิสัตว์ และพิธีสวดมนต์บูชาและสวดภาวนาน้อมถวายพระศพสมเด็จพระสังฆราช โดยพระลามะ 10 รูป จากนั้นมีการรำบูชา 3 ชุด คือ 1. การรำบูชาเพื่อเปิดมณฑลพิธีบวงสรวงตามแนวพิธีวัชรยาน หรือรำบูชาของเทวทูตจากสรวงสวรรค์ 2. ระบำบูชาขจัดความหลง และก่อให้เกิดปัญญาในอนิจจธรรม หรือรำบูชาของเทพดาวัวและหมู และ 3. การรำเพื่อบูชาแจ้งอนิจจธรรม หรือรำบูชาแห่งธรรมบาลแห่งยมโลก เปิดให้ประชาชนเข้าร่วมชมงานและพิธีการต่างๆ ได้ตลอดระยะเวลาการจัดงาน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 11 มีนาคม 2557, 12:05 น.
 

เชิญอัฐิ ‘สมเด็จเกี่ยว’ กลับวัดสระเกศฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/edu/408815

  • 10 มีนาคม 2557, 09:14 น.

Pic_408815

ศิษยานุศิษย์ร่วมขบวนเชิญอัฐิสมเด็จเกี่ยวกลับวัดสระเกศฯ หลังจากมีพิธีพระราชทานเพลิงศพ ณ เมรุหลวง หน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส…

เมื่อเวลาประมาณ 07.00 น. วันที่ 10 มี.ค. มีรายงานว่า มีพิธีเก็บและเชิญอัฐิสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) หรือสมเด็จเกี่ยว อดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และอดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ กลับไปยังวัดสระเกศฯ หลังจากเมื่อวันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมา สมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯ แทนพระองค์ในการพิธีพระราชทานเพลิงศพ ณ เมรุหลวง หน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส

ทั้งนี้ พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 3 รูป พิจารณาผ้าไตรบังสุกุล และรับพระราชทานภัตตาหารสามหาบในการเก็บอัฐิ จากนั้นเวลา 08.00 น. เชิญอัฐิสมเด็จพระพุฒาจารย์กลับยังวัดสระเกศฯ โดยขบวนใช้เส้นทางถนนหลวง ผ่านห้าแยกพลับพลาไชย แยกโรงพยาบาลกลาง เลี้ยวขวาสี่แยกวรจักร เคลื่อนขบวนไปตามถนนวรจักร ผ่านสี่แยกแม้นศรีก่อนเลี้ยวซ้ายเข้าสู่วัดสระเกศฯ โดยมีศิษยานุศิษย์ร่วมขบวน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 10 มีนาคม 2557, 09:14 น.
 

ชู “ธรรมเกษตร” สอนปรัชญาพอเพียง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/edu/408782

  • 10 มีนาคม 2557, 05:30 น.

Pic_408782

พระพรหมวชิรญาณ (ปสฤทธิ์ เขมงฺกโร) เจ้าอาวาสวัดยานนาวา กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) เปิดเผยว่า จากการโครงการจัดสร้างวัดนวมินทรราชูทิศ เฉลิมพระเกียรติ ในนครบอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสมหามงคลฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี 9 มิถุนายน 2549 ขณะนี้การจัดสร้างเสร็จไปแล้ว 95% คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน พ.ค.นี้และจะมีพิธีผูกพัทธสีมาวันที่ 11-15 มิ.ย.นี้ ใช้งบประมาณ 2,000 ล้านบาท โดยรัฐบาลสนับสนุน 500 ล้านบาท วัดแห่งนี้จะเป็นศูนย์กลางการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในประเทศสหรัฐฯ ทั้งจะเปิดเป็นมหาวิทยาลัยสอนตั้งแต่ระดับปริญญาตรีถึงปริญญาเอก ซึ่งถือเป็นวัดไทยทางพระพุทธศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศสหรัฐฯ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สำหรับจัดทำโครงการธรรมเกษตร เพื่อให้ประชาชนได้เรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หากพุทธศาสนิกชนประสงค์ร่วมบุญให้ติดต่อที่วัดยานนาวา.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวการศึกษา
  • 10 มีนาคม 2557, 05:30 น.
 

กรมศิลป์จัดแสดง 9 พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ชาติพันธุ์ตระกูลไท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/edu/408722

  • 9 มีนาคม 2557, 16:44 น.

Pic_408722

กรมศิลป์นำ 9 พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกาญจนาภิเษก ออกมาให้ประชาชนสักการะ เริ่มวันแรก 11 มี.ค.นี้ พร้อมขอความร่วมมือ บูชาด้วยพวงมาลัย ห้ามจุดธูปเทียน…

วันที่ 9 มี.ค นายเอนก สีหามาตย์ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ขณะนี้กรมศิลปากรได้ ข้อสรุปในการนำพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นโบราณวัตถุอยู่ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก จำนวน 9 องค์ มาจัดแสดงนิทรรศการ “พุทธประติมา : สัญลักษณ์แห่งความเชื่อ ความศรัทธา ในสังคมกลุ่มชาติพันธุ์ตระกูลไท” โดยจะเปิดให้ประชาชนสักการะ ที่บริเวณโถงกลาง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก ตั้งแต่วันที่ 11 มี.ค. – 15 เม.ย. นี้ ระหว่างเวลา 09.00 -16.00 น.

สำหรับความเชื่อในพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 10 รูปนี้ มีความหลากหลาย ทั้งทางด้านโชคลาภ ช่วยขจัดปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บ ช่วยให้พ้นทุกข์พ้นภัย ที่สำคัญเพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลแก่ผู้สักการะ โดยตนขอความร่วมมือประชาชนให้นำดอกไม้มาสักการะเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ห้ามการจุดธูปเทียน และห้ามนำเครื่องเซ่นไหว้ต่างๆ มาถวาย เพราะเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อโบราณวัตถุ ที่สำคัญจะต้องให้ความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และสถานที่ด้วย ขณะที่กรมศิลปากร จะมีเจ้าหน้าที่ดูแลและรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

สำหรับรายชื่อ พระพุทธรูปที่นำมาจัดแสดง ประกอบด้วย
1. พระพุทธรูปไม้ลงรักปิดทอง ทรงเครื่องประทับยืน ศิลปะพื้นถิ่นไทลาว พุทธศตวรรษที่ 23 ขนาดสูงรวมฐาน 159 ซม. พุทธลักษณะ พระพักตร์รูปไข่ พระขนงโก่ง พระเนตรเหลือบต่ำ พระพาหาปล่อยลงข้างพระวรกาย กางออกเล็กน้อย ฝ่าพระหัตถ์ทั้งสองหันเข้าด้านใน ทรงศิราภรณ์มงกุฎยอด กรองศอ ห้อยทับทรวงและสังวาล ทรงพาหุรัด ทองพระกร และทองพระบาท ปั้นเหน่งรูปประจำยามหน้านางประทับยืนบนฐานบัวคว่ำบัวหงาย

2. พระพุทธรูปประทับยืนไม้ปิดทองปางห้ามสมุทร ศิลปะพื้นถิ่น พุทธศตวรรษที่ 25 มีความสูง 9 ซม. พุทธลักษณะ พระพักตร์รูปไข่ พระขนงโก่งเป็นปีกกา พระเนตรเหลือบต่ำ มุมพระโอษฐ์โค้งขึ้นเล็กน้อย เม็ดพระศกนูนค่อนข้างแหลม พระเกตุมาลานูนสูงรูปมะนาวตัด พระรัศมีเป็นเปลวเพลิงสูง ครองจีวรห่มคลุมบางแนบพระองค์ พระหัตถ์ทั้งสองยกตั้งหันฝ่าพระหัตถ์ออกแสดงปางห้ามสมุทร

3. พระพุทธรูป ไม้ปิดทอง ปางห้ามสมุทร ศิลปะพื้นถิ่น พุทธศตวรรษที่ 24-25 ขนาดสูง 89 ซม. พุทธลักษณะ พระพักตร์รูปไข่ พระขนงโก่ง พระเนตรมองตรง พระกรรณยาวปลายงอนออก เม็ดพระศกกลมเล็กเรียงต่อกัน พระเกตุมาลารูปขันคว่ำ พระรัศมีเปลวเพลิง พระหัตถ์ทั้งสองข้างยกเสมอพระอุระ แสดงปางห้ามสมุทร ครองจีวรแนบพระวรกาย บั้นพระองค์มีแนวรัดประคดคาดทับแนวผ้าจีบด้านหน้า ประทับยืนในท่าพระบาททั้งสองเสมอกัน ด้านล่างมีเดือย

4. พระพุทธรูปปางไม้ปิดทองมารวิชัย ศิลปะพื้นถิ่นภาคเหนือ พุทธศตวรรษที่ 25 ขนาดหน้าตักกว้าง 33 ซม. สูงรวมฐาน 80.5 ซม. พุทธลักษณะ พระพักตร์เหลี่ยมค่อนข้างเสี้ยม พระเนตรเหลือบต่ำเป็นเส้นตรง พระโอษฐ์บางเกือบเป็นเส้นตรงอมยิ้มเล็กน้อยทาสีแดง ครองจีวรห่มเฉียง สังฆาฏิเป็นแถบผ้าขนาดใหญ่ซ้อนทบกันเป็นริ้วหลายชั้น ยาวจดพระนาภีครองจีวรหนาเป็นริ้ว พระหัตถ์แสดงปางมารวิชัย ปลายดัชนีเท่ากัน ประทับนั่งขัดสมาธิเพชร เหนือฐานบัวคว่ำบัวหงาย ท้องไม้สูงคาดด้วยบัวลูกฟัก

5. พระพุทธรูปไม้ปิดทองปางมารวิชัยศิลปะพื้นถิ่นภาคเหนือ พุทธศตวรรษที่ 24-25 ขนาด: สูงรวมฐาน 91 ซม. หน้าตักกว้าง 26 ซม. พุทธลักษณะ พระพักตร์เหลี่ยมค่อนข้างแบน พระนลาฏแบนแคบ พระขนงโก่งเป็นปีกกา พระเนตรเหลือบต่ำ มีร่องพระนาสิกกว้างชัดเจน พระโอษฐ์บางอมยิ้มมากทาสีแดง ครองจีวรห่มเฉียงยาวจดพระนาภี ปลายหยักเป็นรูปปีกค้างคาว พระหัตถ์ตัดเท่ากัน พระชงฆ์และพระบาทหนาหยัก ประทับนั่งขัดสมาธิราบ เหนือฐานหน้ากระดานสูงมาก จารึกอักษรธรรมภาษาไทใหญ่ เจ็ดบรรทัด ลงจารึกปิดทองทั้งองค์ยกเว้นเม็ดพระศก

6. พระพุทธรูปปางมารวิชัยศิลปะล้านนา พุทธศตวรรษที่ 25-26 ขนาด: หน้าตักกว้าง 25.5 ซม. สูงรวมฐาน 74.4 ซม. พุทธลักษณะ พระพักตร์รูปไข่ พระเนตรเหลือบต่ำ พระโอษฐ์อมยิ้ม ครองจีวรห่มเฉียง จีวรบางแนบพระองค์ สังฆาฏิสั้นเหนือพระอุระ พระหัตถ์แสดงท่าภูมิสปรรศมุทรา ปลายพระหัตถ์เสมอกันประทับนั่งขัดสมาธิเพชรเหนือฐานบัวคว่ำบัวหงาย

7. พระพุทธรูปไม้ลงรักปิดทอง ประดับกระจก ปางมารวิชัย ศิลปะรัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ 24-25 ขนาดสูงพร้อมฐาน 89 ซม. พุทธลักษณะ พระพักตร์เสี้ยม เหนือพระนลาฏมีขอบไรพระศก เม็ดพระศกตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยม พระรัศมีเป็นรูปเปลวเพลิง ครองจีวรห่มเฉียง ชายสังฆาฏิตัดตรงจรดพระนาภี พระหัตถ์ซ้ายหงายบนพระเพลา พระหัตถ์ขวาวางคว่ำบนพระชานุนิ้วพระหัตถ์ชี้ลงพื้นธรณี ประทับนั่งขัดสมาธิราบบนฐานหน้ากระดานลดหลั่นกันสามชั้นรองรับด้วยฐานเท้า สิงห์และฐานเขียง

8. พระพุทธรูปไม้ลงรักปิดทอง ประดับกระจก ทรงเครื่องปางมารวิชัย ศิลปะพม่า พุทธศตวรรษที่ 23 สูงพร้อมฐาน 89 ซม. พุทธลักษณะ พระพักตร์เสี้ยม พระขนงโก่งเป็นรูปปีกกา พระรัศมีเป็นรูปเปลวเพลิง ครองจีวรห่มเฉียง ชายสังฆาฏิตัดตรงจรดพระนาภี พระหัตถ์ซ้ายหงายบนพระเพลา พระหัตถ์ขวาวางคว่ำบนพระชานุนิ้วพระหัตถ์ชี้ลงพื้นธรณี ประทับนั่งขัดสมาธิราบบนฐานหน้ากระดานลดหลั่นกันสามชั้นรองรับด้วยฐานเท้า สิงห์และฐานเขียง

9.พระพุทธรูป ไม้ปิดทองประดับกระจก หินอ่อน ทรงเครื่องปางมารวิชัย ศิลปะพม่า พุทธศตวรรษที่ 23 สูงรวมฐาน 78.3 ซม. ตักกว้าง 51 ซม. พุทธลักษณะ พระพักตร์รูปไข่ พระขนงเรียว พระเนตรนูน พระโอษฐ์บางอมยิ้มเล็กน้อย เม็ดพระศกกลมพระเกตุมาลาเป็นมวยกลม พระอังสาหนาใหญ่ ประทับนั่งขัดสมาธิเพชร แต่งกายอย่างกษัตริย์ ทำด้วยไม้ปิดทองประดับกระจก ที่เสื้อมีปีก 3 ชั้น พระเศียร พระหัตถ์ และ พระบาททำด้วยหินอ่อน ถอดออกได้.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 9 มีนาคม 2557, 16:44 น.
 

ร่วมขบวนเชิญโกศศพและพิธีพระราชทานเพลิงศพ’สมเด็จพระพุฒาจารย์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/edu/408718

  • 9 มีนาคม 2557, 15:29 น. 

Pic_408718

พระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนจำนวนมากร่วมสักการะศพสมเด็จพระพุฒาจารย์ และเคลื่อนขบวนอัญเชิญโกศศพสมเด็จพระพุฒาจารย์ไปยังเมรุหลวง วัดเทพศิรินทราวาส…
วันที่ 9 มี.ค.57 เวลา 13.00 น. รถขบวนและรถวอจัตุรมุขเชิญโกศศพสมเด็จพระพุฒาจารย์ได้เคลื่อนออกจากวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ไปยังเมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส ประกอบด้วย ขบวนหลวง มีรถพระนำ 2 คัน ขบวนรถโบราณเชิญพัดยศ ตามด้วยรถวอจัตุรมุขเชิญโกศ รถโบราณเชิญเครื่องทองน้อย รถผู้อัญเชิญเครื่องยศ – อัฐบริขาร ประกอบด้วย พระสุพรรณบัฏ ขันน้ำมีฝาชีหุ้มผ้าขาว คณโฑ กาน้ำทรงกระบอก กระโถนเล็กทรงกระทาย ถาดล้างหน้า กระโถนปากแตร พานหมาก หีบตราจักรี และบาตร โดยมีข้าราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และข้าราชการกองทัพบกร่วมเดินในขบวน

นอกจากนี้ยังมีขบวนเกียรติยศ นำโดยพุทธศาสนิกชนชุดขาว ถือพานพุ่มสายสิญจน์ พานดอกบัว เครื่องทองน้อย พานปักพัดยศสมเด็จ กรวยกระทงดอกไม้ พานพุ่มดอกไม้จันทน์ จากนั้นเป็นขบวนพระสงฆ์จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) ถือดอกไม้จันทน์ ตามด้วยรถพระพุทธรูป รถหลวงพ่อ ซึ่งมีหุ่นขี้ผึ้งรูปเหมือนสมเด็จพระพุฒาจารย์นั่งอยู่ ต่อด้วยขบวนพระสงฆ์จากจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ พระธรรมทูตไทยทั่วโลก และผู้นำชาวพุทธจาก 40 กว่าประเทศทั่วโลก และปิดท้ายขบวนด้วยพุทธศาสนิกชนที่พร้อมใจกันสวมชุดขาวมาร่วมขบวนจำนวนมาก

สำหรับขบวนเชิญโกศศพสมเด็จพระพุฒาจารย์ใช้เส้นทางจากวัดสระเกศฯ เลี้ยวขวาสี่แยกแม้นศรี ไปตามเส้นทางถนนบำรุงเมือง เลี้ยวขวาแยกกษัตริย์ศึก ไปทางถนนกรุงเกษม เลี้ยวขวาแยกนพวงศ์ ไปตามทางถนนหลวง ก่อนเลี้ยวขวาเข้าวัดเทพศิรินทราวาส

โดยในเวลา 17.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ แทนพระองค์ในการพระราชทานเพลิงศพ ที่เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิสริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 9 มีนาคม 2557, 15:29 น.
 

เตรียมเปิดตัวอนุสรณ์สถาน ‘พระเจ้าอุทุมพร’ 14 มี.ค.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/edu/408537

  • 8 มีนาคม 2557, 16:55 น.

Pic_408537

‘วิจิตร’ เผย 14 มี.ค.นี้ เตรียมเปิดตัวอนุสรณ์สถานมหาเถระพระเจ้าอุทุมพร ก่อนมีพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และและพิธีสถาปนาพระพุทธเจดีย์องค์ประธานตามประเพณีพม่า ขณะวันวิสาขบูชา จะอัญเชิญพระบรมอัฐิบรรจุในเจดีย์องค์ที่ 3…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิจิตร ชินาลัย สถาปนิกอำนวยการ โครงการอนุรักษ์โบราณสถานและอุทยานประวัติศาสตร์ เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานมหาเถระพระเจ้าอุทุมพร ทำการในนามสมาคมจิตพรรณ เปิดเผยว่า การพิสูจน์สถูปที่คณะขุดค้นพบนั้น เป็นพระบรมอัฐิสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 4 (สมเด็จพระเจ้าอุทุมพร) หรือขุนหลวงหาวัด กษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาจริงหรือไม่นั้น จะต้องพิสูจน์ผลทางวิทยาศาสตร์ต่อไป แต่สำหรับโครงการอนุสรณ์สถานที่เกี่ยวโยงกับพระองค์ท่าน ผู้เชี่ยวชาญและรัฐบาลพม่าต่างเชื่อแล้วว่าที่นี่เป็นสถูปบรรจุพระบรมอัฐิ เมื่อเขาเชื่อและอนุญาตให้ทำอนุสรณ์สถาน จะไม่จำเป็นต้องพิสูจน์มากมายกว่านี้ เนื่องจากวัตถุประสงค์ที่แท้จริงนั้นต้องการสร้างอนุสรณ์สถานให้พระองค์ท่าน โดยจะเปิดตัวอนุสรณ์สถานมหาเถระพระเจ้าอุทุมพร และเปิดตัวสมาคมมิตรภาพไทย-พม่า จิตพรรณ วันที่ 14 มี.ค.57 นี้

ขณะเดียวกัน ในวันที่ 15 มี.ค. จะมีพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและพิธีสถาปนาพระพุทธเจดีย์องค์ประธานตามประเพณีพม่า โดยจะบรรจุพระพุทธรูปองค์ประธาน 1 องค์และพระพุทธเจ้า 28 พระองค์ รวมทั้งหมด 29 พระองค์ ตรงกับจำนวนพรรษา ขณะที่พระเจ้าอุทุมพรประทับอยู่ที่พม่า โดยพิธีทั้งหมดจะเชิญผู้เชี่ยวชาญจากพม่ามาร่วม นอกจากนี้จะอนุญาตให้คนไทยที่มาร่วมงานบรรจุพระพุทธรูปของตัวเองใส่ลงไปในกรุเจดีย์และปิด เพื่อเป็นการสืบพระศาสนา และเป็นนิมิตหมายในการเริ่มการก่อสร้างโครงการนี้ และในวันที่ 13 พ.ค. ที่เป็นวันวิสาขบูชา ก็จะอัญเชิญพระบรมอัฐิกลับไปบรรจุในเจดีย์องค์ที่ 3 ซึ่งจะมีพิธีใหญ่มาก เนื่องจากเป็นการอัญเชิญพระบรมอัฐิของพระเจ้าอุทุมพรกลับมาบรรจุไว้ที่เดิม.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 8 มีนาคม 2557, 16:55 น.
 

สมเด็จพระพุฒาจารย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/edu/408331

  • 8 มีนาคม 2557, 05:00 น.

Pic_408331

9 มี.ค.2557 ร่วมใจแสดงความอาลัยพระมหาเถระผู้มีคุณูปการต่อคณะสงฆ์ไทย

9 มีนาคม พ.ศ.2557

อีกหนึ่งวันสำคัญที่จะถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของคณะสงฆ์ไทย

เนื่องด้วยเป็นวันพระราชทานเพลิงศพ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) อดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และอดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิสริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส

ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯแทนพระองค์ เป็นประธานในพิธีดังกล่าวด้วย

พร้อมกันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ในการพระราชทานเพลิงศพ สมเด็จพระพุฒาจารย์ รวม 3 วันด้วยกัน คือวันที่ 8 มี.ค. พิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระราชทานในการออกเมรุ ณ ศาลาการเปรียญ วัดสระเกศฯ วันที่ 9 มี.ค. พิธีพระราชทานเพลิงศพ สมเด็จพระพุฒาจารย์ ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิสริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส และวันที่ 10 มี.ค. พระราชทานผ้าไตร และภัตตาหารสามหาบในการเก็บอัฐิ

สมเด็จพระพุฒาจารย์ นับเป็นพระสงฆ์ไทยที่ได้สร้างคุณประโยชน์ให้แก่พระพุทธศาสนาไว้อย่างมากมาย นับตั้งแต่วันแรกที่เข้าสู่ใต้ร่มกาสาวพัสตร์ ด้วยเหตุที่ต้องบวชแก้บน เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 2484 ที่วัดสว่างอารมณ์ ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ก่อนที่จะไปศึกษาพระพุทธศาสนา และวิปัสสนากัมมัฏฐาน กับ หลวงพ่อพริ้ง (พระครูอรุณกิจโกศล) เจ้าอาวาสวัดแจ้งในขณะนั้น จนหลวงพ่อพริ้งเห็นแววในความสามารถ จึงนำมาฝากที่วัด สระเกศฯเพื่อเรียนนักธรรม บาลี จนกระทั่งได้อุปสมบทที่วัดสระเกศฯ

และที่วัดสระเกศฯนี้เองที่เป็นจุดเริ่มของสมเด็จพระพุฒาจารย์ในการสร้างผลงานให้กับวงการพระพุทธศาสนา และคณะสงฆ์ไทย ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาจำพรรษาที่วัดสระเกศฯ จนกระทั่งถึงวันมรณภาพ เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2556

ผลงานที่โดดเด่น ซึ่งเป็นที่ประจักษ์ในวงการคณะสงฆ์ไทยอย่างดี คือ งานด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนา และงานด้านการศึกษา ซึ่ง  สมเด็จพระพุฒาจารย์ เคยดำรงตำแหน่ง  เลขาธิการของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (เทียบเท่าอธิการบดีในปัจจุบัน) ทั้งยังเคยเป็นกรรมการร่างหลักสูตร โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา อย่างไรก็ตามผลงานที่ทำให้คณะสงฆ์ไทยยกย่องที่สุดในฐานะผู้บุกเบิกก็คือ งานเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศ

ย้อนอดีตกลับไปเมื่อ พ.ศ. 2515 สมเด็จพระพุฒาจารย์ เป็นหัวหน้าคณะสงฆ์ไทยชุดแรก ซึ่งประกอบด้วย สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ และ พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต) เจ้าอาวาสวัดญาณเวศกวัน ได้มีโอกาสไปเยือนสหรัฐอเมริกา จากการเชิญจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ทั้งยังเป็นคณะสงฆ์ไทยชุดแรกที่ได้เยือนนครรัฐวาติกันด้วย

จากการเดินทางไปในครั้งนั้นเหมือนเป็นการจุดประกายการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ณ ดินแดนสหรัฐอเมริกาให้กับสมเด็จพระพุฒาจารย์ เนื่องจากพบว่ามีคนไทยอาศัยอยู่ที่ประเทศนี้จำนวนมาก ทั้งเมื่อคนไทยได้เห็นพระสงฆ์ไทย ก็พากันนิมนต์เพื่อไปให้พร สวดมนต์ที่บ้าน ถึงขนาดที่บางบ้านไม่มีที่พัก แต่เมื่อได้รับกิจนิมนต์ สมเด็จพระพุฒาจารย์ก็ยอมที่จะพักในโรงรถ เพื่อที่จะได้ไปเยี่ยมคนไทย

และนั่นนำมาสู่ปณิธานอันแน่วแน่ของ  สมเด็จพระพุฒาจารย์ เมื่อกลับมาเมืองไทยคือจะต้องตั้งวัดไทยที่สหรัฐอเมริกาให้ได้

และนั่นย่อมเปรียบเสมือนจุดเริ่มของการวางแนวทางในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของพระสงฆ์ไทยที่ทวีปยุโรปและอเมริกา

โดยวัดไทยในประเทศสหรัฐอเมริกาที่จัดตั้งขึ้นจนประสบความสำเร็จเป็นแห่งแรก คือ วัดไทยลอสแอนเจลิส และจวบจนปัจจุบัน มีวัดไทยในประเทศสหรัฐอเมริกาเกิดขึ้นแล้วถึง 107 วัด มีพระสงฆ์จำพรรษาและอยู่ปฏิบัติศาสนกิจรวมถึง 317 รูป

หันมาทางทวีปยุโรป สมเด็จพระพุฒาจารย์ มีโอกาสเดินทางไปยุโรปครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2507 ที่ประเทศนอร์เวย์ ซึ่งพบว่ามีคนไทยอยู่ในยุโรป จึงอยากให้มีวัดไทยตั้งอยู่ด้วยเพื่อไว้เป็นที่พึ่งทางใจ หลังจากนั้นเป็นเวลานานถึงกว่า 30 ปี ที่สมเด็จพระพุฒาจารย์เดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจที่ทวีปยุโรปอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาแนวทางตั้งวัดไทยในยุโรป จนประสบความสำเร็จในการตั้งวัดไทยแห่งแรก คือวัดพุทธาราม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ต่อมาจึงมีวัดไทยในประเทศต่างๆทางทวีปยุโรปตามมาอีกจำนวนมาก ประกอบด้วย ประเทศออสเตรีย 1 วัด เบลเยียม 3 วัด เดนมาร์ก 2 วัด อังกฤษ 10 วัด ฟินแลนด์ 1 วัด ฝรั่งเศส 3 วัด เยอรมนี 9 วัด นอร์เวย์ 2 วัด สวีเดน 4 วัด และสวิตเซอร์แลนด์ 2 วัด รวมถึงแคนาดา 7 วัดด้วย

งานพระราชทานเพลิงศพสมเด็จพระพุฒาจารย์ ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 9 มี.ค.นี้ โดยเฉพาะพิธีเชิญโกศจากวัดสระเกศฯ ไปยังวัดเทพศิรินทราวาส นอกเหนือจากส่วนของพระสงฆ์ที่แจ้งความจำนงมายังวัดสระเกศฯ แล้วกว่า 20,000 รูป และผู้นำ ชาวพุทธจากต่างประเทศอีกกว่า 2,000 คน ที่จะร่วมขบวนเชิญโกศศพแล้ว

ทีมข่าวศาสนา เชื่อว่าจะต้องมีคณะศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนจำนวนมากที่อยากจะร่วมขบวนเชิญโกศศพสมเด็จพระพุฒาจารย์ รวมถึงร่วมงานพระราชทานเพลิงศพในครั้งนี้ และแน่นอนว่าตลอดเส้นทางที่ขบวนเชิญโกศสมเด็จพระพุฒาจารย์ จะผ่าน คือ จากวัดสระเกศฯ เลี้ยวขวาสี่แยกแม้นศรี ไปตามถนนบำรุงเมือง เลี้ยวขวาแยกกษัตริย์ศึก ไปทางถนนกรุงเกษม เลี้ยวขวาแยกนพวงษ์ ไปตามถนนหลวง ก่อนเลี้ยวขวาเข้าวัดเทพศิรินทร์นั้น จะต้องมีพุทธศาสนิกชนจำนวนมากรอสักการะอยู่ด้วยเช่นกัน ซึ่งเพื่อความเป็นระเบียบทางวัดสระเกศฯ ขอความร่วมมือในการแต่งกายด้วยชุดสีขาว

เพื่อร่วมกันน้อมรำลึกถึงคุณูปการ แสดงความอาลัย และสักการะ แด่สมเด็จพระพุฒาจารย์ ผู้วางรากฐานในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในแผ่นดิน ทวีปอเมริกา และทวีปยุโรป และผู้มีคุณูปการต่อคณะสงฆ์ไทยเป็นครั้งสุดท้าย.
ทีมข่าวศาสนา

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวศาสนา
  • 8 มีนาคม 2557, 05:00 น.
 

ยิ่งใหญ่พระราชทานเพลิงศพ’สมเด็จเกี่ยว’ผู้นำชาวพุทธทั่วโลกร่วมพิธี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/edu/408393

  • 7 มีนาคม 2557, 20:51 น.

Pic_408393

จัดยิ่งใหญ่พิธีพระราชทานเพลิงศพ “สมเด็จพระพุฒาจารย์” 9 มี.ค. พระสงฆ์ 20,000 รูป-ผู้นำชาวพุทธทั่วโลกร่วมพิธี  “ในหลวง” โปรดเกล้าฯ “สมเด็จพระเทพฯ” เป็นประธาน ขณะที่พระนักคิด นักเขียนชื่อดัง “ป.อ.ปยุตฺโต” เขียนหนังสือระลึกถึง หลังจากวางมือมากว่า 10 ปี…

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 7 มี.ค. ที่ศาลาการเปรียญ วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ มีพิธีบำเพ็ญกุศล สวดอภิธรรมศพสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) อดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และอดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ เนื่องในงานพระราชทานเพลิงศพสมเด็จพระพุฒาจารย์ พร้อมทั้งมีการถวายภัตตาหารเพลแก่พระภิกษุสามเณร 500 รูป โดยมีพระสงฆ์ และพุทธศาสนิกชนจำนวนมากร่วมพิธี นอกจากนี้ ทางวัดสระเกศฯ ได้จัดโรงทานไว้ให้กับพุทธศาสนิกชนที่มาร่วมงานอีกด้วย

ขณะที่ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ที่ศาลาสมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดสระเกศฯ มีการประกอบพิธีอัญเชิญรูปเหมือน สมเด็จพระพุฒาจารย์ ขนาดหน้าตัก 39 นิ้ว สูง 49 นิ้ว สร้างจากทองสำริด ขึ้นประดิษฐานยังศาลาสมเด็จพระพุฒาจารย์ โดยรูปเหมือนดังกล่าวทางคณะศิษยานุศิษย์ร่วมกันจัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นการระลึกถึงสมเด็จพระพุฒาจารย์

ด้านพระวิจิตรธรรมาภรณ์ (เทอด ญาณวชิโร) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ ในการพระราชทานเพลิงศพสมเด็จพระพุฒาจารย์ ในวันที่ 8-10 มี.ค. โดยวันที่ 9 มี.ค.เวลา 12.30 น. จะมีการเชิญโกศสมเด็จพระพุฒาจารย์ขึ้นรถวอจัตุรมุข จากวัดสระเกศฯ ไปยังเมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส เพื่อประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ ในการนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ แทนพระองค์ไปในการพระราชทานเพลิงศพเวลา 17.00 น.

สำหรับขบวนรถเชิญโกศสมเด็จพระพุฒาจารย์ในวันที่ 9 มี.ค.นี้จะใช้เส้นทางจากวัดสระเกศฯ เลี้ยวขวาสี่แยกแม้นศรี ไปตามถนนบำรุงเมือง เลี้ยวขวาแยกกษัตริย์ศึก ไปทางถนนกรุงเกษม เลี้ยวขวาแยกนพวงษ์ ไปตามถนนหลวง ก่อนเลี้ยวขวาเข้าวัดเทพศิรินทร์ ซึ่งนอกจากพระสงฆ์ไทยที่แจ้งความจำนง จะมาร่วมงานในวันดังกล่าวแล้วกว่า 20,000 รูป ยังมีผู้นำชาวพุทธจากทั่วโลกแจ้งมายังวัดสระเกศฯ แล้ว 120 คน จาก 40 ประเทศทั่วโลก เพื่อยืนยันที่จะเดินทางมาร่วมงานพระราชทานเพลิงศพสมเด็จพระพุฒาจารย์

นอกจากนี้ สมเด็จพระพุฒาจารย์ ทางพระพรหมคุณาภรณ์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) หรือ ป.อ.ปยุตฺโต เจ้าอาวาสวัดญาณเวศกวัน พระนักคิดนักเขียนชื่อดัง ยังได้เขียนหนังสือระลึกถึงสมเด็จพระพุฒาจารย์ด้วย ทั้งที่ในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา พระพรหมคุณาภรณ์ ไม่ได้มีผลงานด้านการเขียนออกมาเผยแพร่เลย แต่เนื่องในโอกาสดังกล่าวทางพระพรหมคุณาภรณ์ จึงเขียนขึ้นเป็นกรณีพิเศษ เพื่อระลึกถึงสมเด็จพระพุฒาจารย์ ในฐานะที่พระพรหมคุณาภรณ์ เคยทำงานเป็นผู้ช่วยสมเด็จพระพุฒาจารย์ ในช่วงที่ทั้งสองท่านยังทำงานอยู่ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยด้วยกัน ซึ่งทางวัดจะมีการแจกหนังสือดังกล่าวให้กับผู้ที่เข้าร่วมงานพระราชทานเพลิงศพวันที่ 9 มี.ค.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวการศึกษา
  • 7 มีนาคม 2557, 20:51 น.
 

‘กรมศิลป์’ บรวงสรวงราชรถ พิธีพระศพสมเด็จพระสังฆราช

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/edu/408164

  • 6 มีนาคม 2557, 19:40 น.

Pic_408164

กรมศิลปากรจัดพิธีบวงสรวงเพื่อบูรณะซ่อมแซมราชรถพระนำ และราชรถเชิญพระศพสมเด็จพระสังฆราช ขณะที่สำนักช่างสิบหมู่คาดแล้วเสร็จเดือนกันยายนนี้ โดยใช้งบประมาณกว่า 2 ล้านบาท…

เมื่อวันที่ 6 มี.ค.57 นายเอนก สีหามาตย์ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า พิธีบวงสรวงเพื่อบูรณะซ่อมแซมราชรถพระนำได้รับความร่วมมือ 3 หน่วยงาน คือ สำนักช่างสิบหมู่ รับผิดชอบงานศิลปกรรม และรายละเอียดการแกะสลัก กรมสรรพาวุธทหารบก รับผิดชอบกลไกการขับเคลื่อน และกรมอู่ทหารเรือ รับผิดชอบจัดทำเชือกฉุดชักราชรถ ซึ่งจะใช้งบประมาณกว่า 2 ล้านบาทในการซ่อมบำรุง

ด้านนางวิจิตร์ ไชยวิชิต หัวหน้ากลุ่มประณีตศิลป์ และนักวิชาการช่างศิลป์ชำนาญการ กล่าวว่า การซ่อมบำรุงต้องใช้บุคลากรกว่า 50 คน ที่ถนัดงานแกะสลัก ลงรักปิดทอง และงานประดับกระจก โดยต้องใช้ไม้สักซึ่งเป็นวัสดุที่เทียบเคียงของเดิม ด้านธง 3 ชายคงต้องมีการเปลี่ยนใหม่ทั้งผืน

ส่วนนายชรินทร์ ฉายอรุณ นายช่างศิลปกรรมชำนาญงาน ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้ากลุ่มงานช่างแกะสลักและช่างไม้ประณีต กล่าวว่า รู้สึกภูมิใจที่ได้รับผิดชอบงานส่วนนี้ และจากการสำรวจเบื้องต้นมีหลายจุดที่ชำรุด  แต่ส่วนใหญ่เป็นการเก็บรายละเอียด

ทั้งนี้ ราชรถทั้งสององค์นี้สร้างในสมัยรัชกาลที่ 6 เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีทางพระพุทธศาสนา และเคยใช้ในการจัดขบวนพระอิสริยยศในการพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระสังฆราช ตั้งแต่พระองค์ที่ 11 จนถึงสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 18 และปัจจุบัน จะนำไปใช้ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังปริณายก สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 19 คาดว่าจะบูรณะเสร็จสมบูรณ์ในกลางเดือนกันยายนนี้

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 6 มีนาคม 2557, 19:40 น.