ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

“คลาวด์”แข่งดุชูแอพเด็ดเจาะองค์กร สิงหาคม 30, 2014

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 สิงหาคม 2557 เวลา 09:13 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1oqJZSb

"คลาวด์"แข่งดุชูแอพเด็ดเจาะองค์กร

โดย…สุกัญญา สินถิรศักดิ์

หนึ่งในกระแสของโลกไอทียุคใหม่คงหนีไม่พ้น “คลาวด์ คอมพิวติ้ง” (Cloud Computing) หรือเรียกกันสั้นๆ ว่า ระบบคลาวด์ ซึ่งแม้ว่าจะบูมในไทยมากว่า 3 ปีแล้ว และคนบนโลกออนไลน์ส่วนใหญ่ก็มีโอกาสใช้คลาวด์ในชีวิตประจำวันทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว เช่น เฟซบุ๊ก อีเมล เว็บไซต์ฝากรูปภาพ ฝากไฟล์บนออนไลน์ ฯลฯ เพียงแต่อาจจะไม่รู้ว่าสิ่งที่ใช้งานอยู่นั้นก็คือ คลาวด์ นั่นเอง จึงยังถือว่าคลาวด์เป็นเรื่องใหม่สำหรับผู้บริโภคคนไทย

หากกล่าวถึงคลาวด์สั้นๆ อีกครั้ง คงต้องให้นิยามเกี่ยวกับเจ้าก้อนเมฆบนโลกออนไลน์ว่า เป็นคลังข้อมูลขนาดใหญ่ของโลกออนไลน์ ซึ่งผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีล้วนพยายามผลักดันให้องค์กรหันมาทำงานบนระบบของคลาวด์ เพื่อความคล่องตัวในการทำธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็ก หรือเอสเอ็มอี เพราะเป็นฐานลูกค้าขนาดใหญ่

แนวโน้มการใช้คลาวด์ในโลกธุรกิจกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สะท้อนได้จากมูลค่าการใช้คลาวด์ทั่วโลก โดยบริษัทวิจัยไอดีซี ได้ประเมินไว้ว่าการใช้คลาวด์ทั่วโลกในปี 2012 มีมูลค่าอยู่ที่ 800 ล้านเหรียญสหรัฐ และคาดว่าจนถึงในปี 2017 มูลค่าการใช้ระบบคลาวด์จะเติบโตเป็น 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

ปัจจัยดังกล่าวทำให้บริษัท เอสเอพี (SAP) หนึ่งในรายใหญ่ของผู้ให้บริการด้านระบบเทคโนโลยีครบวงจรออกแบบโซลูชั่นระบบการทำงานบนคลาวด์ที่เหมาะกับองค์กรขนาดเล็ก เพื่อเจาะกลุ่มเอสเอ็มอีทั่วโลก โดยในส่วนของไทยซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของระบบคลาวด์ จึงอยู่ระหว่างผลักดันให้เอสเอ็มอีไทยเปลี่ยนรูปแบบการทำงานจากออนพรีมิส (On-Premise) หรือระบบที่ใช้กันอยู่ทั่วไปในขณะนี้เป็นออนคลาวด์ (On-Cloud)

ลีเฮอร์ ออบิซูร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอพี ประจำภูมิภาคอินโดจีน กล่าวว่า ฐานลูกค้าของเอสเอพีทั่วโลกรวมถึงตลาดในไทยสัดส่วนสูงถึง 80% เป็นลูกค้าเอสเอ็มอี ส่วนอีก 20% เป็นองค์กรขนาดใหญ่ ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ยังคงทำงานแบบออนพรีมิส แต่มีแนวโน้มที่จะหันมาทำงานแบบออนคลาวด์มากขึ้น สะท้อนได้จากอัตราการเติบโตเฉลี่ยการให้บริการคลาวด์ของเอสเอพี สูงถึง 39%

กลยุทธ์ในการทำตลาดคลาวด์กับเอสเอ็มอีไทย ต้องทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าการทำงานบนคลาวด์เป็นเรื่องง่าย ใช้ได้กับทุกดีไวซ์ (Device) ไม่ว่าจะเป็น คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ โน้ตบุ๊ก สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต เมื่อดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นเสร็จก็ใช้งานได้ทันที ทุกที่ ทุกเวลา ไม่มีข้อจำกัด ทำให้การบริหารจัดการองค์กรสะดวก รวดเร็ว ดูข้อมูลที่เชื่อมโยงถึงกันแล้วตัดสินใจทางธุรกิจได้ทันที

นอกจากนี้ เมื่อแอพพลิเคชั่นนั้นๆ มีการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ก็จะแจ้งเตือนให้ผู้ใช้อัพเดตฟีเจอร์ใหม่ๆ ซึ่งเมื่ออัพเดตเสร็จก็ใช้งานได้ทันที คล้ายกับแอพพลิเคชั่นต่างๆ บนสมาร์ทโฟน และประการสุดท้าย นั่นคือ สามารถเลือกใช้เฉพาะโซลูชั่นที่ต้องการ ไม่ต้องซื้อทุกโซลูชั่น ใช้เท่าไรจ่ายเท่านั้น

นี่คือข้อแตกต่างสำคัญของระบบการทำงานบนคลาวด์กับซอฟต์แวร์แบบออนพรีมิสในอดีตที่คาดว่าจะทำให้เอสเอ็มอีไทยสนใจระบบคลาวด์มากขึ้น

การให้บริการระบบคลาวด์ของเอสเอพี มีหลากหลายโซลูชั่น เช่น ระบบมอนิเตอร์ข้อมูลบนโลกโซเชียลมีเดีย ที่จะเรียนรู้พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ได้ ชอบทำอะไร ไปเที่ยวไหน กินอะไร เป็นต้น ซึ่งจะช่วยให้นักการตลาดคิดกลยุทธ์ที่เจาะความต้องการเชิงลึกของผู้บริโภคได้ ระบบบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ หรือเอชอาร์

ระบบจัดซื้อที่เชื่อมโยงระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย (ARIBA) ระบบจัดการงานขายและลูกค้า ระบบซีอาร์เอ็มออนคลาวด์ ระบบควบคุมค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เจาะกลุ่มขนส่ง หรือธุรกิจที่มีรถขนส่งสินค้า ระบบบริหารจัดการแอพพลิเคชั่นทั้งหมดที่ใช้ในองค์กร ระบบวิเคราะห์ทางการเงิน เพื่อลดความเสี่ยงด้านการลงทุน ระบบโซเชียลเน็ตเวิร์กที่ใช้สื่อสารภายในองค์กร

สำหรับระบบคลาวด์ของเอสเอพีที่ได้รับความนิยมในตลาดเมืองไทย 3 อันดับแรก คือ ระบบเอชอาร์ ระบบจัดซื้อที่เชื่อมโยงระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย (ARIBA) และระบบซีอาร์เอ็มออนคลาวด์ โดยการแข่งขันทางธุรกิจที่ดุเดือดขึ้น และการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558 จะทำให้ความต้องการทำงานบนคลาวด์สูงขึ้นด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมผู้ใช้งานขององค์กรไทยจะยังไม่โยกย้ายไปทำงานบนคลาวด์แบบ 100% โดยเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่จะใช้งานแบบผสมผสาน คือ บางส่วนยังทำงานแบบออนพรีมิส เช่น ส่วนที่เป็นข้อมูลหัวใจสำคัญขององค์กร เป็นความลับขององค์กรจะยังเก็บอยู่ในระบบออนพรีมิสและบางส่วนก็ทำงานบนคลาวด์เต็มระบบ

ขณะที่ สุทธิศักดิ์ จันทรจำนง ผู้จัดการประจำประเทศไทย ฝ่ายแอพพลิเคชั่น บริษัท ออราเคิล คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) กล่าวว่า บริษัทได้พัฒนาระบบที่สามารถเพิ่มศักยภาพเทคโนโลยี ออราเคิล มาร์เก็ตติ้ง คลาวด์ (Oracle Marketing Cloud) สำหรับกลุ่มธุรกิจที่ต้องการใช้เครื่องมือที่สามารถวิเคราะห์และบูรณาการข้อมูลของลูกค้าที่มาจากหลายช่องทาง เพื่อให้ฝ่ายการตลาดขององค์กรได้มาซึ่งข้อมูลที่ถูกต้อง รวดเร็ว และพร้อมสำหรับการนำข้อมูลไปต่อยอดทางธุรกิจ

นอกจากนี้ ออราเคิล ยังเสริมประสิทธิภาพการทำงานของกลุ่มโซลูชั่นทางการตลาดอย่างครบครัน ถือได้ว่าเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการช่องทางการตลาดได้อย่างเป็นบูรณาการ และเข้ากับการตลาดสมัยใหม่ยุดดิจิทัล

นอกจากจะต้องพยายามดึงลูกค้าเข้ามาใช้บริการระบบคลาวด์ด้วยการสร้างความมั่นใจเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลและการทำงานบนคลาวด์ที่มีความเสถียรแล้ว แอพพลิเคชั่นหรือเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ในการใช้งานบนระบบเป็นอีกหนึ่งหมัดเด็ดที่แต่ละค่ายต้องแข่งกัน ใครที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ดีกว่าก็ย่อมได้เปรียบกว่าแน่นอน

 

ถกช่อง3ห่วงฉุดทีวีดิจิทัล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

11 สิงหาคม 2557 เวลา 07:48 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1onZVV6

ถกช่อง3ห่วงฉุดทีวีดิจิทัล

จับตาบอร์ด กสท. ถกกรณีออกอากาศช่อง 3 อะนาล็อก หวั่นฉุดทีวีดิจิทัลล่าช้า

น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ในวันพุธที่ 13 ส.ค. 2557 มีวาระการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ครั้งที่ 33/2557 ที่น่าจับตา ได้แก่ กรณีบริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ (ช่อง 3) ยื่นฟ้องมติ กสท. ที่ให้ช่อง 3 ยุติการเป็นผู้ให้บริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป (ฟรีทีวี) ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป (ประกาศ Must Carry)

ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาของศาล แต่ กสท.มีมติให้ช่อง 3 ออกอากาศต่ออีก 100 วัน นับตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา จะครบกำหนดในวันที่ 2 ก.ย. ซึ่ง กสท.จะต้องเตรียมมาตรการเพื่อรองรับว่าจะดำเนินการต่ออย่างไร

อย่างไรก็ตาม กระบวนการรับชมช่อง 3 ในระบบอะนาล็อกได้หรือไม่ มีผลอย่างมากต่อกระบวนการเปลี่ยนผ่านโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล เนื่องจากรับฟังปัญหาจากผู้ชมและผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ขายกล่อง หากไม่สามารถรับชมช่อง 3 ระบบอะนาล็อกได้ ผู้บริโภคจะไม่ซื้อกล่องทีวีดิจิทัล ซึ่งบอร์ด กสท.อาจต้องหารือกับช่อง 3 ต่อไป

“เชื่อว่าช่อง 3 ไม่อยากเป็นตัวถ่วงพัฒนาการอุตสาหกรรมโทรทัศน์เมืองไทย และคงไม่อยากทำร้ายจิตใจคนดูให้ต้องเลือกระหว่างระบบอะนาล็อก หรือดิจิทัล อย่าวางเดิมพันเป็นอนาคตทีวีดิจิทัลประเทศไทย ทั้งที่ประมูลได้ถึง 3 ช่อง ควรมีทางออกที่ดีกว่านี้ ไม่ต้องไปต่อสู้กันในศาล ดีที่ไทยพีบีเอส ช่วยฟ้องสอดอยู่ข้าง กสทช. หากช่อง 3 ออริจินัลมาออกอากาศคู่ขนานกับดิจิทัล น่าจะเป็นประโยชน์กับคนดูแน่นอน”สุภิญญา กล่าว

นอกจากนี้ คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ได้เสนอวาระการคุ้มครองผู้บริโภค กรณีบริษัท ทรูวิชั่นส์ จะหมดสัญญาสัมปทานกับ บริษัท อสมท ในเดือน ก.ย. 2557 โดยที่ผ่านมาคณะอนุกรรมการฯ ได้เชิญทรูวิชั่นส์มาชี้แจง พร้อมทั้งมีเวทีสาธารณะเพื่อรับฟังความเห็นผู้เกี่ยวข้อง โดยปัจจุบันมีสมาชิกที่ยังค้างอยู่ในระบบเดิมของทรูวิชั่นส์ ประมาณ 2 หมื่นคน ซึ่งทรูวิชั่นส์ได้แจ้งว่าอยู่ในระหว่างการสื่อสารและดำเนินการให้สมาชิกตัดสินใจว่าจะประสงค์โอนย้ายไปในระบบใหม่หรือไม่

รวมทั้งได้มีการนำวาระเรื่องร้องเรียน “ฮอร์โมนส์ วัยว้าวุ่น” ซีซั่น 1 มาพิจารณาอีกครั้ง หลังเลื่อนไปก่อน เพราะทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม ได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมพร้อมข้อมูลเพิ่มเติมเข้ามาประกอบการพิจารณา ส่วนฮอร์โมนส์ ซีซั่น 2 ยังไม่มีเรื่องร้องเรียนเข้ามาตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด

ขณะนี้วาระอื่นๆ มีเรื่องผลการดำเนินการติดตั้งสถานีวิทยุคมนาคมเพื่อให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล ในปีที่ 1 ของบริษัท อสมท และวาระการต่ออายุการทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง สำหรับผู้ทดลองออกอากาศที่ถูกระงับสิทธิในการทดลองออกอากาศ (ณ วันที่ 8 ส.ค. 2557)

 

เตือนภัยใช้Wi-Fฟรีอาจถึงหมดตัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

10 สิงหาคม 2557 เวลา 08:25 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1omkCAO

เตือนภัยใช้Wi-Fฟรีอาจถึงหมดตัว

โดย…พงศ์วุฒิ ไพรไพศาลกิจ

ดูเหมือนว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะที่ใช้ตามสำนักงานคงจะหมดไปในไม่ช้า ซึ่งถ้าเราลองมองรอบตัวเราในทุกวันนี้ Smartphone รวมถึงอุปกรณ์ Tablet ต่างๆ เข้ามามีบทบาทมากกับชีวิตของคนเรามากยิ่งขึ้น และหนึ่งในเทคโนโลยีที่ยังคงอยู่คู่กับการเปลี่ยนแปลงนี้ คือ เทคโนโลยีเครือข่ายไร้สาย ซึ่งมีอยู่หลายรูปแบบมากปัจจุบัน

Wi-Fi ถือว่าเป็นมาตรฐานหนึ่ง ซึ่งถือกำเนิดมาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพื่อลดข้อจำกัดเดิมๆ ที่จะต้องคอยใช้สาย LAN ในการเชื่อมต่อเพื่อออกไปยังอินเทอร์เน็ต ซึ่งในบ้านเราเองปัจจุบันก็มีการให้บริการฟรี Wi-Fi กันเกือบทุกหัวระแหง ไม่ว่าจะเป็น Green Wi-Fi ของกรุงเทพฯ หรือแม้แต่ Wi-Fi ของผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือต่างๆ ที่มีให้บริการอยู่ตามสถานที่สาธารณะต่างๆ ให้ได้ใช้งานกัน แต่จะมีใครรู้ไหมว่า การใช้ Wi-Fi ในที่สาธารณะมีความเสี่ยงมากเพียงใด

หลากรูปแบบอันตรายที่มาพร้อมกับ Wi-Fi

Internet Security Systems (ISS) เป็นองค์กรหนึ่งที่ให้ความสำคัญกับเรื่องการสร้างความปลอดภัยกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้มีการจำแนกปัญหาความปลอดภัยจากการใช้งาน Wi-Fi ซึ่งผู้ใช้หลายคนมักจะเจอกันเป็นประจำ โดยอาจจะไม่รู้ว่าตัวเองกำลังอยู่ในกลุ่มเสี่ยง และตกเป็นเป้าหมายของผู้ไม่หวังดีที่คอยดักจับข้อมูลของผู้ใช้งานอยู่เป็นประจำ โดยวิธีที่ผู้ไม่หวังดีหรือจะเรียกว่าแฮ็กเกอร์ก็ได้มักจะใช้คือ

• Rogue access points หรือถ้าพูดง่ายๆ คือ การตั้ง Access Point เถื่อน ซึ่งมักจะมาในรูปแบบของการปลอมแปลงชื่อ Wi-Fi เช่น การตั้งชื่อ Wi-Fi ให้ตรงกับ Wi-Fi ของคนอื่น ซึ่งส่วนใหญ่การกระทำแบบนี้มักจะเจอในออฟฟิศ หรือสถานที่สาธารณะทั่วไป หรือตามร้านกาแฟ รวมถึงโรงแรม ซึ่งถ้าผู้ใช้งานเผลอกดเข้าไป ผู้ไม่หวังดีก็สามารถรู้ได้ว่าผู้ใช้งานใช้งานอะไรไปบ้างในอินเทอร์เน็ต

• Interception and Monitoring of Wireless Traffic หรือว่าง่ายๆ คือ การดักข้อมูลที่วิ่งผ่านเครือข่ายไร้สาย แต่วิธีนี้ผู้ที่แอบดักฟังข้อมูลอาจจะต้องอยู่ในระยะของ Wi-Fi ที่ให้บริการด้วย ซึ่งปกติจะอยู่ที่ประมาณ 90-200 เมตร แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่จะสามารถดักฟังข้อมูลในระยะที่ไกลกว่าเดิมได้หากผู้ให้บริการ Wi-Fi มีการใช้เสาส่งสัญญาณที่ใหญ่และสามารถส่งสัญญาณได้ไกลกว่าเดิม ซึ่งจะเห็นได้จากการให้บริการอินเทอร์เน็ต Access Point ที่กระจายอยู่ตามเมืองต่างๆ หรือเสาส่งสัญญาณของค่ายโทรศัพท์ใหญ่ๆ ในบ้านเรา

• Jamming หมายถึงการที่ผู้ไม่หวังดีจงใจจะรบกวนสัญญาณ หรือทำให้ผู้ให้บริการไม่สามารถให้บริการ Wi-Fi ได้นั่นเอง ซึ่งหลังสัญญาณผู้ให้บริการหลักมีปัญหาไปแล้ว ผู้ไม่หวังดีหรือแฮ็กเกอร์ก็จะใช้วิธีการ Rouge Access Point เพื่อทำการปลอมแปลงเป็นผู้ให้บริการเพื่อดักจับข้อมูลได้นั่นเอง

• Client-to-Client Attacks เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่แฮ็กเกอร์จะใช้วิธีการโจมตีผู้ใช้งานที่อยู่ใน Wi-Fi เดียวกันได้ เนื่องจากพื้นฐานของระบบ Wi-Fi มาจากระบบ Network ซึ่งการใช้ Wi-Fi เดียวกันจะสามารทำให้เครื่องทุกเครื่องที่ใช้งาน Wi-Fi เดียวกันสามารถคุยกันได้นั่นเอง ซึ่งวิธีการนี้มักจะเจออยู่เป็นประจำกับผู้ใช้งานที่ใช้งานตามสถานที่สาธารณะ ซึ่งในปัจจุบันการให้บริการ Wi-Fi ก็สามารถหาได้ทั่วไป/p>

• Brute Force Attacks วิธีการหนึ่งที่จะสร้างความปลอดภัยในการให้บริการ Wi-Fi ได้นั่นก็คือ การตั้ง Password การเข้าใช้งาน Wi-Fi ไว้นั่นเอง ซึ่งวิธีการนี้|แฮ็กเกอร์จะใช้การโจมตีไปที่ Access Point เพื่อทำการเดา Password ที่ถูกตั้งขึ้นจากผู้ให้บริการ ซึ่งใน 1 วินาที แฮ็กเกอร์สามารถสุ่ม Password ได้มากกว่า 1 ล้านครั้งเลยทีเดียว ดังนั้นการตั้ง Password จึงเป็นประเด็นที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งกับผู้ให้บริการที่ต้องคำนึงถึง

• Misconfiguration บางครั้งการซื้ออุปกรณ์ Wi-Fi มาเพื่อให้บริการส่วนใหญ่มักจะมีค่าเริ่มต้นมาจากโรงงานอยู่แล้ว ซึ่งหลายๆ ครั้งผู้ให้บริการมักจะใช้ค่าเริ่มต้นทำงานเลย ซึ่งนี่ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จะต้องคำนึงถึงในการป้องกันด้วยเช่นเดียวกัน

ปัญหาความปลอดภัยในการใช้ Wi-Fi ก็ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ ดังนั้นผู้ใช้งานเองควรจะตระหนักให้ดีก่อนใช้งานในที่สาธารณะทุกครั้ง ไม่งั้นคุณอาจหมดตัวได้ โดยไม่รู้ตัวละครับ

 

ลือ!’ซัมซุง’เตรียมส่งsmartwatchรุ่นใส่ซิมได้ ต้นกันยายนนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 สิงหาคม 2557 เวลา 16:15 น. …. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1A1Zp1O

ลือ!'ซัมซุง'เตรียมส่งsmartwatchรุ่นใส่ซิมได้ ต้นกันยายนนี้

สื่อนอกเผยแพร่ข่าวลือ ‘ซัมซุง’เตรียมส่งนาฬิกา Gear Solo รุ่นใหม่ ใส่ซิมได้

เว็บไซต์ข่าวต่างประเทศ รายงานข่าวลือว่า ‘ซัมซุง’เตรียมเปิดตัวนาฬิกาอัจฉริยะ Gear Solo รุ่นใหม่ ใส่ซิมได้ ที่งาน IFA 2014 ในช่วงต้นเดือนกันยายนนี้ พร้อมกับมือถือสมาร์ทโฟน Galaxy Note 4

ทั้งนี้ รายงานระบุเพิ่มเติมว่า Gear Solo จะสามารถเชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตได้โดยตรง ไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อผ่านสมาร์ทโฟน แต่จะไม่รองรับคลื่นเครือข่าย 4G LTE โดยจะมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 1.63 นิ้ว พร้อมคุณสมบัติกันของเหลวและฝุ่น

ที่มา : http://www.sammobile.com/2014/08/08/samsung-is-expected-to-announce-the-gear-solo-during-ifa-2014/

 

‘ซัมซุง’เริ่มทดลองผลิตมือถือหน้าจอ3ด้านแล้ว สิงหาคม 29, 2014

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 สิงหาคม 2557 เวลา 10:31 น. …. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1okwxiE

'ซัมซุง'เริ่มทดลองผลิตมือถือหน้าจอ3ด้านแล้ว

เผย’ซัมซุง’เริ่มทดลองผลิตมือถือหน้าจอ3ด้าน สื่อนอกคาดใช้วางปุ่มกดใช้ฟีเจอร์

หลังจากภาพร่างสิทธิบัตรอุปกรณ์มือถือของ ‘ซัมซุง'(Samsung) ที่มีหน้าจอ 3 ด้าน หรือมีหน้าจอกว้างไปจนถึงบริเวณขอบของมือถือ ถูกเผยโฉมให้เห็นกันไปตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ล่าสุด ซัพพลายเออร์ หรือผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์มือถือให้แก่ซัมซุง เปิดเผยว่า มือถือที่มีหน้าจอพิเศษดังกล่าวได้เริ่มเข้าสู่กระบวนการผลิตแล้ว

ทั้งนี้ สื่อนอกต่างพากันวิเคราะห์ว่า ในส่วนของหน้าจอบริเวณขอบมือถือ จะทำหน้าที่เป็นพื้นที่สำหรับปุ่มกดเข้าใช้ฟีเจอร์ต่างๆ

อย่างไรก็ตาม มีข่าวลือเช่นกันว่าทางซัมซุงจะวางจำหน่ายมือถือที่มีหน้าจอลักษณะดังกล่าวอย่างจำกัด (Limited edition)

คงต้องรอดูกันต่อไป ว่าทางซัมซุงจะเผยโฉมมือถือหน้าจอสุดล้ำ มาให้เราเห็นเต็มๆ กันเมื่อไร

ที่มา : http://www.sammobile.com/2014/08/07/samsung-reportedly-starts-testing-a-smartphone-with-wraparound-display/

 

 

 

 

ลุ้นคสช.เพิ่มราคาคูปองทีวีดิจิตอลเป็น1,000บาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

08 สิงหาคม 2557 เวลา 13:58 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1oiiSIV

ลุ้นคสช.เพิ่มราคาคูปองทีวีดิจิตอลเป็น1,000บาท

กสทช.ลุ้น คสช. ปรับ เพิ่มราคาคูปองทีวีดิจิทัลเป็น 1,000 บาท หวัง ประชาชน ได้กล่องคุณภาพดีขึ้น

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิกคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า หากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช. ) ปรับเพิ่มมูลค่าคูปองเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านทีวีดิจิทัลจาก 690 บาท เป็น 1,000 บาทก็จะได้คุณภาพกล่องที่ดีขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาความเห็นของฝ่ายกฎหมายของสำนักงานกสทช.ยืนยันว่ามูลค่าคูปองสามารถปรับเป็น1,000 บาทได้เช่นกัน

ทั้งนี้ ได้เข้าชี้แจงคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ(คตร.) ของคสช. ถึงราคาคูปอง 690 บาท เมื่อวันที่ 8 ส.ค. ถึงกรณีที่สมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ไม่เห็นด้วยกับราคาคูปอง 690 บาท เพราะไม่ครอบคลุมราคากล่องรับสัญญาณ และทำให้ประชาชนต้องมีภาะค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ยังชี้แจงว่าหากกสทช. แจกกล่องรับสัญญาณภาคพื้นดิน (ดีวีบี ที2 ) ให้แก่ประชาชนเอง จะเป็นการบังคับผู้บริโภคมากจนเกินไป  เพราะการแจกคูปอง ประชาชนยังสามารถนำไปแลกกล่องดีวีบี ที 2 ที่มีคุณภาพที่ต้องการและได้มาตรฐานที่ดีกว่า หรือประชาชนอาจจะต้องการนำไปแลกเป็นส่วนลดสำหรับการซื้อทีวีที่มีเครื่องรับชมดิจิทัลในตัว

อย่างไรก็ตาม กสทช.ยืนยันต่อคตร.ว่าการแจกคูปองจะทันตามกำหนดเดือนก.ย.นี้  ซึ่งได้นำตัวอย่างรูปแบบคูปอง เลขทะเบียนบ้าน ชื่อเจ้าของทะเบียนบ้าน ลายน้ำคูปอง  เลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก รวมถึงชี้แจงกระบวนการขั้นตอนการแจกจ่ายให้แก่ประชาชน โดยจะให้กองสลากเป็นผู้พิมพ์คูปองเพื่อป้องกันทุจริต

สำหรับกรณีที่นายสุทธิพล ทวีชัยการ หนึ่งในกรรมการกสทช. ไปสมัครเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) นั้นสามารถทำได้ ไม่ผิดข้อบังคับกสทช. แต่อย่างใด

 

มาดู10เคสiPhoneชวนหิว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

08 สิงหาคม 2557 เวลา 11:39 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1oi6fh1

มาดู10เคสiPhoneชวนหิว

ชวนชม 10เคสมือถือiPhone หน้าตาเหมือนอาหารญี่ปุ่น จนเผลออยากลองชิม

ช่างเป็นชนชาติที่มีไอเดียสร้างสรรค์ให้เห็นได้อย่างสม่ำเสมอเสียจริง สำหรับประเทศญี่ปุ่น ล่าสุด ได้ปล่อยเคสมือถือ iPhone รูปร่างหน้าตาเหมือนอาหารญี่ปุ่นชนิดที่แทบแยกไม่ออกว่าเป็นของปลอมหรืออาหารจริงๆ ออกมาวางจำหน่ายกัน

จะหน้าตาจะใช้ (หรือน่าทาน) มากแค่ไหน เชิญชมได้เลย

ที่มา : http://www.phonearena.com/news/10-delicious-iPhone-cases-and-stands-that-feature-weirdly-realistic-depictions-of-meals_id59080

 

1.Delicious Takosen iPhone 5/5S case

 

2.Fresh Spring Onion iPhone 5/5S Case

 

3.Unagi iPhone 5/iPhone 5s Case

 

4.Nikujaga iPhone 5/iPhone 5s Case

 

5.Fried Egg and Bacon iPhone 5/iPhone 5s Case

 

6.Saury iPhone 5c case

 

7.Yakisoba iPhone 5/5S case

 

8.Sausage iPhone 5/5S case

 

9.Carrot iPhone 5/5S Case

 

10.King Crab smartphone stand