ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย ที่เกี่ยวข้อง

สูดลมหายใจสดชื่นที่ฮาดง พฤศจิกายน 5, 2013

สูดลมหายใจสดชื่นที่ฮาดง

  • 12 ตุลาคม 2556 เวลา 12:48 น.

สูดลมหายใจสดชื่นที่ฮาดง

ด้วยการพัฒนาทางเศรษฐกิจแบบค่อยเป็นค่อยไปในภูมิภาคตอนใต้ของประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งในปัจจุบันได้กลายมาเป็นเสน่ห์และเป็นจุดขายสำคัญของหลายๆ เมืองที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคนี้ ด้วยเหตุนี้ โลก 360 องศา จึงไม่รอช้า ออกเดินทางไปค้นหามนต์เสน่ห์ของภูมิภาคตอนใต้ โดยมีเป้าหมายคือเมืองฮาดง (Hadonggun) ในจังหวัดกียองซังนัม (Gyeongsangnamdo)

ผลจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมภายหลังสิ้นสุดสงครามคาบสมุทรเกาหลี ส่งผลให้ภูมิภาคทางเหนือของประเทศเกาหลีใต้ถูกวางให้เป็นศูนย์กลางของการพัฒนาประเทศโดยใช้อุตสาหกรรมเป็นตัวนำ

ดังนั้นความเจริญทางด้านต่างๆ จึงกระจุกตัวอยู่ในกรุงโซลและเมืองรอบๆ ด้วยเหตุนี้ภูมิภาคตอนใต้จึงไม่ใช่เป้าหมายของการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมในขณะนั้น แต่ถูกวางให้เป็นแหล่งเกษตรกรรมที่ผลิตอาหารเพื่อรองรับความต้องการภายในประเทศ

ฮาดงเป็นอีกหนึ่งเมืองที่เป็นแหล่งอู่ข้าวอู่น้ำที่สำคัญของจังหวัดกียองซังนัม เพราะตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำซอมจิน (Seomjingang) ซึ่งได้พัดพาเอาแร่ธาตุอาหารอันอุดมสมบูรณ์มาสู่เมืองฮาดง ชาวบ้านที่นี่มากกว่าร้อยละ 90 ยังคงยึดถืออาชีพเกษตรกรรม เช่น นาข้าว ไร่ชา สวนสาลี่ และสวนลูกพลับ ล้วนแล้วเป็นสินค้าเกษตรขึ้นชื่อของเมืองนี้ที่ส่งออกไปไกลถึงต่างประเทศ

พื้นที่มากกว่าครึ่งหนึ่งของเมืองฮาดงเป็นเขตอุทยานเทือกเขาจิริซาน (Jirisan) ซึ่งพาดผ่านจากทางเหนือลงสู่ทางใต้ ความสูงชันของเทือกเขาแห่งนี้เองคือคุณลักษณะพิเศษที่ช่วยดักจับความชุ่มชื้นจากลมทะเล แล้วกลั่นตัวเป็นหยาดฝนและไอหมอก ส่งผลให้เมืองฮาดงและอีกหลายเมืองที่ตั้งอยู่ในบริเวณเทือกเขาจิริซานมีน้ำท่าอุดมสมบูรณ์ตลอดทั้งปี ชาวบ้านในแถบนี้จึงมีน้ำสำหรับการทำเกษตรกรรมได้ตลอดทั้งปี ดังนั้นอาชีพเกษตรกรจึงเป็นอาชีพหลักที่สามารถสร้างความมั่นคงให้กับชาวฮาดงมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน

การขับเคลื่อนและการพัฒนาจังหวัดด้วยภาคอุตสาหกรรม เป็นหนึ่งในรูปแบบสำคัญที่หลายๆ จังหวัดในประเทศเกาหลีใต้นำมาใช้ในการสร้างความเจริญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดทางตอนใต้ ซึ่งแน่นอนว่าจังหวัดกียองซังนัมก็คงหนีไม่พ้นเช่นกัน ว่ากันว่าในอนาคตเมืองฮาดงนั้นถูกวางให้เป็นที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรมการต่อเรือ ในขณะเดียวกันฝั่งตรงกันข้ามแม่น้ำซอมจิน คือเขตจังหวัดชอลลานัม ได้เป็นที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรมถลุงเหล็กขนาดใหญ่ไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านที่นี่ก็ไม่ปฏิเสธหากจะมีการตั้งนิคมอุตสาหกรรมในอนาคต เพราะเล็งถึงรายได้จากการเก็บภาษีในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งจะนำมาพัฒนาระบบสาธารณูปโภค เช่น ระบบคมนาคมขนส่ง ไฟฟ้า และสวัสดิการต่างๆ เป็นอีกหนึ่งแบบอย่างที่ประสบความสำเร็จมาแล้วหลายเมืองทั่วทั้งประเทศเกาหลีใต้ ในขณะเดียวกันหน่วยงานภาครัฐและผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม ก็จะต้องมีจริยธรรม ความโปร่งใสและใส่ใจถึงสิ่งแวดล้อม ไม่เช่นนั้นความหายนะจะเกิดขึ้น

ในวันนี้เมืองฮาดงจึงมีการจัดโซนนิง แบ่งเขตระหว่างเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมชัดเจน รวมถึงการกำหนดมาตรการทางด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่สามารถควบคุมได้ด้วยกฎหมาย และชาวบ้านมีสิทธิที่จะตรวจสอบความไม่ชอบมาพากล ดังนั้นไม่ว่าอุตสาหกรรมจะเติบโตไปมากน้อยเพียงใด ก็จะไม่ส่งผลกระทบต่ออาชีพเกษตรกรรมดั้งเดิมที่เคยเป็นอยู่

เมืองฮาดงในวันนี้แม้อาจจะไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง แต่วิถีชีวิตเรียบง่ายท่ามกลางกระแสทุนนิยม คือมนต์เสน่ห์ที่เชื้อเชิญให้ผู้คนอยากมาทำความรู้จักกับเมืองนี้ ไม่ว่าจะเป็นเทือกเขาจิริซานที่ยังคงเขียมชอุ่มของผืนป่า สลับกับไร่ชาและสวนผลไม้ แม่น้ำซอมจินที่ไหลเชี่ยวเลาะเลียบโขดหินมุ่งสู่ปากแม่น้ำ ที่ซึ่งชาวบ้านยังคงสามารถมีรายได้เป็นกอบเป็นกำจากการทำประมงน้ำกร่อย และปากอ่าวฮาดงก็ยังคงเป็นที่ที่ผู้คนยังนิยมชมชอบมาใช้เวลาในวันหยุดเพื่อตกปลาหรือรับประทานอาหารทะเลตามฤดูกาล พร้อมกับสูดอากาศที่บริสุทธิ์ สิ่งที่ฮาดงเป็นอยู่นี้ จะยังคงดำเนินไปได้อีกนานแค่ไหนคงไม่มีใครรู้ แต่ที่แน่ๆ ณ วันนี้ฮาดงเป็นหนึ่งในปลายทางที่ชาวเกาหลีจำนวนไม่น้อยใฝ่ฝันอยากจะมาใช้ชีวิตบั้นปลายเพื่ออยู่กับธรรมชาติอันแสนบริสุทธิ์

 

ปิดเทอมเล็ก เด็กอยากเที่ยว

ปิดเทอมเล็ก เด็กอยากเที่ยว

  • 12 ตุลาคม 2556 เวลา 12:45 น.

ปิดเทอมเล็ก เด็กอยากเที่ยว

โดย…กาญจน์ อายุ

ปิดเทอมเดือน ต.ค. คือเวลาช่วงสั้นๆ อันแสนยาวนานสำหรับเด็กที่ต้องเรียนพิเศษ แต่เราทุกคนที่ผ่านวัยเด็กมาย่อมรู้ดีว่ามันคือช่วงเวลาพักผ่อนและถอยห่างจากตำราให้มากที่สุด เกาะเซ็นโตซา สิงคโปร์ น่าจะห่างพอให้ลูกๆ ลืมหน้าที่นักเรียนและสวมบทบาทเป็นเด็กคนหนึ่งเต็มตัว จะว่าไกลก็ไกล จะว่าใกล้ก็ไม่ผิด สิงคโปร์ห่างจากไทยประมาณ 2 ชั่วโมง เมื่อเดินทางด้วยเครื่องบิน และนั่งรถจากสนามบินชางงีไปยังเกาะเซ็นโตซาอีกประมาณ 1 ชั่วโมง

เกาะเซ็นโตซา เป็นเกาะเก่าแก่ที่อยู่ใกล้เกาะสิงคโปร์ ซึ่งปัจจุบันได้ถมทะเลและพัฒนาให้เป็นเกาะแห่งความบันเทิงสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ กลายเป็นอีกหนึ่งจุดหมายของประเทศสิงคโปร์ที่มีนักท่องเที่ยวรวมกว่า 30 ล้านคน นับตั้งแต่เปิดบริการในปี 2553 โดยมีพื้นที่ 306.25 ไร่ เป็นของ “รีสอร์ทเวิลด์ เซ็นโตซ่า” (Resort World Sentosa) อันประกอบด้วย Marine Life Park มี 2 ส่วน คือ สวนน้ำ Adventure Cove Waterpark และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ S.E.A. Aquarium สวนสนุก Universal กาสิโน โรงแรม 6 แห่ง ศูนย์ประชุม ร้านค้า และร้านอาหารอีกมาก

ความน่าสนใจ ณ ขณะนี้คือโปรแกรมใหม่ของทางสวนน้ำ Adventure Cove Waterpark อย่างแรกอยู่ที่ Dolphin Island โปรแกรม Dolphin Discovery สามารถทำได้ทั้งครอบครัวหากลูกคุณสูงเกิน 122 ซม. เป็นกิจกรรมที่จะได้ใกล้ชิดกับปลาโลมาปากขวดสายพันธุ์อินโดแปซิฟิก แบบทั้งลูบคลำจนถึงจูบปาก! สำหรับครอบครัวที่มีสมาชิกไม่ร่วมกิจกรรม สามารถซื้อโปรแกรม Dolphin Observer เข้ามาให้กำลังใจบริเวณนอกสระน้ำได้ และครอบครัวที่มีลูกอายุ 15 ปีขึ้นไป ต้องลองโปรแกรม Dolphin Trek ดำดิ่ง 4 เมตร ดูชีวิตปลาโลมาผ่านหมวกดำน้ำแบบพิเศษที่สามารถหายใจได้ตามปกติ โดยไม่ต้องมีใบรับรองดำน้ำลึก

กิจกรรมทำนองนี้ยังมีอีกโปรแกรมที่เร้าใจกว่า ชื่อว่า Sea Trek Adventure เปิดแท็งก์ในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก S.E.A. Aquarium ให้นักท่องเที่ยวลงไป “เดิน” สำรวจโดยที่ไม่ต้องเตรียมตัวอะไรมา เพียงสวมชุดดำน้ำ ใส่หมวกดำน้ำ และสะพายถังออกซิเจน ก็สามารถใกล้ชิดปลาน้อยใหญ่กว่า 5 หมื่นตัวได้ง่ายๆ และสำหรับครอบครัวนักดำน้ำที่มีใบรับรองระดับประเทศหรือนานาชาติ จะมีสิทธิเล่นโปรแกรม Open Ocean Dive ให้ลงไปแหวกว่ายกับปลาได้ในแท็งก์เดียวกันนี้ ไม่ว่าจะเป็นปลากระเบนราหู ฉลามเสือดาว ปลาหมอยักษ์ และปลาอื่นๆ อีกกว่า 80 สายพันธุ์

แต่ถ้าอยากว่ายน้ำกับฉลามต้องลองโปรแกรม Shark Encounter ที่จะให้คุณเผชิญหน้ากับฉลามอย่างปลอดภัย โดยผู้เล่นจะอยู่ในตู้อะครีลิกทรงกระบอกขนาดใหญ่ที่ยื่นลงไปในแท็งก์ ระยะห่างเพียงไม่กี่นิ้วจะทำให้หัวใจคุณเต้นแรงและดึงดูดฉลามได้มากกว่าเดิม โปรแกรมสุดเสียวนี้เล่นได้ทั้งครอบครัว ถ้าลูกอายุเกิน 12 ปี แต่จะเล่นได้สนุกมากขึ้นหากสามารถกลั้นหายใจในน้ำได้นานและมีทักษะดำน้ำบ้างเล็กน้อย

สุดท้ายกับกิจกรรม Ray Bay Experience เด็กตัวน้อยที่มีความสูงเกิน 107 ซม. และมีอายุ 5 ปีขึ้นไป สามารถสัมผัสปลากระเบนแบบประชิดตัวที่แห่เข้ามาขออาหารจากมือเหมือนลูกหมา เหล่าปลากระเบนเป็นสายพันธุ์เล็กและไม่มีอันตรายจากปลายหาง พวกมันอาจทำให้เด็กกลัวในนาทีแรก แต่หลังจากนั้นความกลัวจะกลายเป็นความสนุกและเรียกสมาธิให้เด็กอยู่กับกิจกรรมนี้ได้นาน

ความหรรษาที่เด็กร้อยทั้งร้อยอยากลองสัมผัสอยู่ในสวนน้ำ Adventure Cove Waterpark ดังนั้นแล้วผู้ปกครองควรจะทำตามความคิดตัวเองในวัยเด็กกับลูกของคุณบ้าง ถ้าตัดสินใจภายในปิดเทอมเล็กนี้ไม่ทัน ปิดเทอมใหญ่หน้าน่าจะมีเวลานานพอให้วางแผนเที่ยวกันทั้งครอบครัว

Dolphin Discovery ผู้ใหญ่ 198 S$ เด็กและผู้สูงอายุ 188 S$Dolphin Observer ผู้ใหญ่ 68 S$ เด็กและผู้สูงอายุ 58 S$Dolphin Trek 248 S$Sea Trek Adventure 238 S$Open Ocean Dive 1,280 S$Shark Encounter 88 S$Ray Bay Experience 38 S$ ค่าผ่านประตูสวนน้ำ ผู้ใหญ่ 29 S$ เด็กและผู้สูงอายุ 20 S$ สวนน้ำเปิดทุกวัน เวลา 10.00-18.00 น.www.rwsentosa.com

 

ฝันใต้ทะเล Ocean Suite @ Resort World Sentosa พฤศจิกายน 4, 2013

ฝันใต้ทะเล Ocean Suite @ Resort World Sentosa

  • 12 ตุลาคม 2556 เวลา 12:34 น.

ฝันใต้ทะเล Ocean Suite @ Resort World Sentosa

โดย…นิทรา ราตรี

S.E.A. Aquarium อะควอเรียมที่ใหญ่ที่สุดในโลก สร้างความตื่นตะลึงให้คนสิงคโปร์และคนทั่วโลกกับแท็งก์ปลาแบบทะเลเปิด (Open Ocean Habitat) ที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำกว่า 5 หมื่นตัว แหวกว่ายโชว์ตัวให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษาสายพันธุ์และเพลิดเพลินไปกับท่วงท่ากันไปแล้ว ล่าสุดปลายปีที่ผ่านมา (2555) ได้สร้างความฮือฮาให้คนรักทะเลอีกครั้งกับห้องพักใต้สมุทร “โอเชียน สวีต” (Ocean Suite) ที่มีผนังด้านหนึ่งเผยให้เห็นฝูงปลานับหมื่นตัว โดยเฉพาะเจ้าปลากระเบนที่ชอบสะบัดกระโปรงพลิ้วโชว์ทั้งวัน

โอเชียน สวีต มีเพียง 11 ห้อง แต่ละห้องมี 2 ชั้น ชั้นบนเป็นห้องนั่งเล่นเหนือน้ำ มีระเบียงและอ่างจากุซซีกลางแจ้ง ส่วนชั้นล่างเป็นห้องนอน มีผนังด้านหนึ่งเป็นบานอะครีลิกขนาดใหญ่เผยให้เห็นฝูงปลาในอะควอเรียม ซึ่งบริเวณพื้นห้องด้านติดผนังใสได้เจาะเป็นอ่างอาบน้ำ ไว้ให้แช่ตัวนอนชมปลาว่ายข้ามหน้าข้ามตาแบบไม่มีใครสนใจใคร

นอกจากความน่าทึ่งของบรรยากาศแล้ว โอเชียน สวีต ยังแสดงถึงความก้าวหน้าทางวิศวกรรมที่สามารถจัดการกับแรงดันใต้น้ำ ระบบระบายอากาศ และความแข็งแกร่งของโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมในสภาวะที่ไม่ปกติทั่วไปได้

ถ้ามองอย่างไทย ห้องโอเชียน สวีต เป็นเสมือนเมืองบาดาล แต่ทว่าหรูหราระดับ 5 ดาว พร้อมมีบริการจากผู้ช่วยส่วนตัวที่คอยให้ความสะดวกสบาย นับเป็นการเข้าพักโรงแรมรูปแบบใหม่ ที่ไม่ใช่แค่การพักผ่อน แต่ยังได้รับประสบการณ์แปลกใหม่ และอาจทำให้ความฝัน “อยากเป็นนางเงือก” ของใครบางคนเป็นจริง

Price: โอเชียน สวีต ทุกห้อง ราคา 2,400 เหรียญสิงคโปร์หรือประมาณ 6 หมื่นบาท/คืน

Place : รีสอร์ท เวิลด์ เซ็นโตซา (Resort World Sentosa) เกาะเซ็นโตซา ประเทศสิงคโปร์ อีเมลreservations@rwsentosa.com เว็บไซต์ www.rwsentosa.com

Promotion : ตั้งแต่วันนี้31 มี.ค. 2557 แขกที่เข้าพักโอเชียน สวีต จะได้รับอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน บัตรเข้า S.E.A. Aquarium 1 วัน สำหรับผู้ใหญ่ 2 ท่าน บัตรเข้าสวนน้ำ Adventure Cove Waterpark 1 วัน สำหรับผู้ใหญ่ 2 ท่าน ค่ารับประทานอาหาร 150 เหรียญสิงคโปร์ และอินเทอร์เน็ตฟรี

 

Legoland

Legoland

  • 12 ตุลาคม 2556 เวลา 12:32 น.

Legoland

โดย…จำลอง บุญสอง

ท่องมะละกาและยะโฮบารูโดยความเอื้อเฟื้อของการท่องเที่ยวมาเลเซียและสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์มาครับ เขาพาไปเที่ยว “มะละกา” เมืองลูกผสมหลายสายเลือดกับ “ยะโฮบารู” เมืองต่อแดนสิงคโปร์และอินโดนีเซีย

คนที่ไปส่วนใหญ่เป็นสมาชิกของ TTAA ที่มีคุณสุทธิพงศ์ เผื่อนพิภพ เป็นประธาน ส่วนสื่อที่ได้รับเชิญก็ประมาณสิบกว่าคน รวมถึงผมด้วย

จุดประสงค์ที่การท่องเที่ยวมาเลเซียให้สมาชิก TTAA และสื่อไปดูงานถึง 150 ชีวิต ก็เพราะต้องการให้สมาชิกของสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นบริษัททัวร์ส่งคนไปเที่ยวนอกประเทศ ชวนนักท่องเที่ยวไทยไปเที่ยวมาเลเซียให้มากขึ้นประการหนึ่ง อีกประการหนึ่งก็คือให้ไปดู Legoland ที่มาเลเซียสร้างขึ้นเพื่อสกัดคนมาเลเซียไม่ให้ข้ามไปใช้จ่ายเงินที่สิงคโปร์ และต้องการให้คนสิงคโปร์และนักท่องเที่ยวชาติอื่นๆ ที่มาเที่ยวสิงคโปร์ให้ข้ามมาเที่ยวและเพื่อดูดเงินนักท่องเที่ยวอินโดนีเซียที่กำลังมีกำลังซื้อที่ “โตวันโตคืน” นั่นเอง

ที่การท่องเที่ยวมาเลเซียต้องการให้สมาชิกของ TTAA พาคนไทยไปเที่ยวบ้านเขาเมืองเขาก็เพราะปีหน้าเป็นปีการท่องเที่ยวมาเลเซีย (อีกครั้ง) ที่สำคัญก็คือชวนให้ไปช่วย UP ตัวเลขนักท่องเที่ยวไทยให้กับมาเลเซียด้วย เพราะช่วงที่ผ่านมาการไปเที่ยวมาเลเซียของคนไทยลดลงจาก 1.7 ล้านคน มาเป็น 1.3 ล้านคนทีเดียว

ที่ตัวเลขนักท่องเที่ยวไทยลดลง เจ้าหน้าที่วิเคราะห์กันว่า อาจจะเป็นเพราะ 1.เจ้าหน้าที่มาเลย์ที่รับผิดชอบในไทยหย่อนยานหรือทำงานประชาสัมพันธ์ไม่เข้าเป้า หรือ 2.ญี่ปุ่นใช้ยุทธวิธี “ฟรีวีซ่า” ให้กับนักท่องเที่ยวไทย (บวกกับการบินไทยเล่นไพ่ญี่ปุ่นด้วย) จึงทำให้ตัวเลขคนไทยที่มีกำลังซื้อไปเที่ยวญี่ปุ่นพุ่งกระฉูด ทำให้การไปเที่ยวมาเลยเซียที่มีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าของคนไทยลดน้อยลง (และ 3.ผมไม่อยากบอกว่าคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศน้อย ก็เพราะคนไทย “จนลง” เพราะเศรษฐกิจไม่ดีอันเนื่องจาก Civil War หรือสงครามประชาชนอันเกิดจากการปกครองของเราเอง)

ที่เขาให้ TTAA พาคนไทยไปเที่ยวมะละกาก็เพราะทัวร์ไทยพอมีกำลังซื้อ แถมยังมีวัฒนธรรมของการกินอยู่ใกล้เคียงกับภูเก็ตบ้านเราอีกด้วย จะให้ไปที่บอร์เนียวก็อาจจะหนักไปหน่อยสำหรับการต้อนรับเพราะต้องบินไป!

มะละกาแตกต่างกับภูเก็ตของเราหรือปีนังของมาเลเซีย (ที่เกิดมาจากเหมืองดีบุกแบบเดียวกัน) ก็ตรงที่มะละกามีที่ตั้งตรงช่องแคบมะละกา ที่ “เรือเดินสมุทร” ไม่ว่าจากตะวันออกไปตะวันตกหรือจากตะวันตกไปตะวันออกจะต้องผ่านเสมอ การที่เรือทุกลำต้อง (อ้อม) ผ่านนั้นเองที่ทำให้มะละกากลายเป็นเมืองท่าสำคัญไปโดยปริยาย

ประเทศใหญ่อย่างจีนจะไปทางอินเดียก็ต้องเดินเรือผ่านมะละกา อินเดียจะไปชวา มาอยุธยา ไปเขมรก็ต้องผ่านเส้นนี้ พวกล่าเมืองขึ้นตะวันตกต้องการแผ่อิทธิพลเข้ามาชวา มาเลเซีย ไทย สามประเทศอินโดจีน ลาว เวียดนาม กัมพูชา ก็ต้องอาศัยมะละกาแวะพักทั้งนั้น จากการค้า การแวะพักหรืออาศัยนั่นเอง จึงทำให้สายเลือดมะละกาไม่ใช่แต่เพียงสายเลือดของคนพื้นเมืองมาเลเซียเท่านั้น แต่ยังปะปนด้วยจีน อินเดีย โปรตุเกส ฮอลันดา อังกฤษ และอื่นๆ ที่เดินเรือเข้ามาค้าขายและยึดครองอีกด้วย

สภาพ สหสายเลือด สหวัฒนธรรม จึงมีทุกๆ ที่ที่เป็นเมืองท่า ไม่เชื่อไปดูได้ตามเส้นทางสายไหมทางบก เส้นทางการเดินเรือระหว่างประเทศ มาจนศูนย์กลางการท่องเที่ยวอย่างไทยในปัจจุบัน (คนไทยตามชนบทเดี๋ยวนี้ก็กำลังจะเป็นเช่นเดียวกับมะละกาในอดีตเหมือนกันเพราะการเป็นศูนย์กลางของสงครามอินโดจีน ศูนย์กลางของการท่องเที่ยว และศูนย์กลางของแรงงานต่างชาติในภูมิภาค จึงมีคนไทยพื้นเมืองแต่งกับยุโรปบ้าง อเมริกาบ้าง แอฟริกาบ้าง จีนบ้าง มาเลย์บ้าง เขมรบ้าง เวียดบ้าง พม่าบ้าง ลาวบ้าง จนไทยวันนี้กลายเป็นไทยหลายสายเลือดมากขึ้นเรื่อยๆ แข่งกับมะละกา อีกหน่อยเมืองไทยคงได้ใช้ Truly Asia จุดนี้เป็นจุดขายการท่องเที่ยวแทนมาเลเซียแน่)

ครับ…เมื่อมะลากาเป็นเมืองที่มีความหลากหลายชาติพันธุ์ มะละกาจึงมีหลากหลายศาสนา (มีทั้งโบสถ์โปรเตสแตนต์ คาทอลิก วัดพุทธแบบมหายาน หินยาน ศาสนสถานแบบฮินดู สุเหร่า กุโบร์แบบอิสลาม ที่ฝังศพแบบจีน แบบฝรั่ง ฯลฯ) หลากหลายภาษา หลากหลายวัฒนธรรม และหลากหลายชนิดของอาหาร มาเลเซียก็อาศัยจุดเด่นของเมืองมะขามป้อม (มะละกา) แห่งนี้ดูดเงินตราต่างประเทศ ตามสโลแกน “Truly Asia”

ผมขอยกเว้นการเขียนถึงกัวลาลัมเปอร์เอาไว้ก่อนนะครับ เพราะเห็นว่าสักประเดี๋ยวก็จะมีทริปนักข่าวไปกันอีก จึงขออนุญาตไปที่ยะโฮบารูเลยก็แล้วกัน

Legoland Malaysia Resort ครับที่ 150 ชีวิตไป!

ครับ…คนอายุมากๆ หลายคนผมว่าไม่รู้จัก Legoland รู้จักแต่ Disneyland มากกว่า แต่เด็กๆ หลายคนคงรู้จัก เพราะเอา Lego มาต่อเล่นกันเป็นรูปต่างๆ นั่นแหละ

Legoland เป็นสวนสนุกสำหรับครอบครัวครับ มาเลเซียร่วมมือกับ The Lego Group ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ The Merlin Entertainment Group สร้างขึ้นที่ Nusajaya

เมือง Nusajaya เป็นเมืองเชื่อมต่อมาเลเซียสิงคโปร์ ด้วยสะพานข้ามช่องแคบสิงคโปร์ สะพานแห่งนี้นี่เองที่คนยะโฮบารู (ที่พูดอังกฤษ จีนได้เช่นเดียวกัน) ข้ามไปทำงานกินเงินเดือนแพงๆ ของสิงคโปร์เอามาซื้อของถูกๆ ในมาเลเซีย ขณะเดียวกันก็เป็นช่องทางให้ครอบครัวคนสิงคโปร์มาเที่ยวบนแผ่นดินใหญ่และซื้อของถูกที่กว่ากลับไป

ที่สำคัญคือเมืองนี้มีโรงแรมปลอดภาษีให้พัก ใครใคร่กิน ใครใคร่ดื่มๆ ดื่มในร้านค้าปลอดภาษีในโรงแรมกันให้เมาปลิ้น แต่จะนำออกไปข้างนอกไม่ได้เท่านั้น เพราะมีเจ้าหน้าที่ตรวจเช็ก ดังนั้นช่วงที่เราไปพักจึงเห็นคนใช้แรงงานจากหลายๆ ที่ไปเมาปลิ้นเพราะกินของถูกในวันหยุดสุดสัปดาห์

Legoland Malaysia Resort ใช้เวลา 15 นาทีจากยะโฮบารู 20 นาทีจากสนามบิน Senai 10 นาทีจากสะพานเชื่อมกับสิงคโปร์

ภายในมีทั้งรีสอร์ท (ซึ่งจะเปิดต้นปี 2557) Water Park (เปิด 21 ต.ค.นี้) Water Park ของที่นี่เขาคุยว่าใหญ่ที่สุดในจำนวน Water Park ของ Lego ทีเดียว ส่วน Theme Park ก็มีของเล่นให้เด็กและครอบครัวร่วมกันเล่นหลายอย่าง

เขาต่อ Bricks ของเขาเป็นสัญลักษณ์ของเมืองต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เอาไว้โชว์ด้วย สำหรับเมืองไทยก็มีพระปรางค์วัดอรุณ เขมรก็นครวัด มาเลเซียก็ทวินทาวเวอร์ เวียดนามก็ฮอยอัน ฯลฯ

หลายคนบอกว่า Legoland เปิดแล้วจะส่งผลสะเทือนถึงสิงคโปร์ ผมว่าสิงคโปร์เขาก้าวข้ามมาเลยเซียไปแล้วอีกขั้นขึ้นสู่ระดับโลกแล้ว ทำอย่างไรสิงคโปร์ก็ไม่สะเทือนหรอก ถ้าจะให้สิงคโปร์สะเทือนได้ก็คือการไม่ส่งน้ำไปขายนั่นแหละ

ส่วนอินโดนีเซียถ้าไม่สร้างสวนสนุก ผมรับรองว่าคนอินโดมาใช้จ่ายเงินใน Legoland แน่ๆ เสร็จพวกฝรั่งที่ทำสินค้าประเภทนี้ขายอีก ปลดแอกจากฝรั่งไม่ได้สักที!

 

Travel Update

Travel Update

  • 05 ตุลาคม 2556 เวลา 11:58 น.

Travel Update

โดย…ฤดูกาล

KTC เปิดบริการจองตั๋วเครื่องบินออนไลน์ 24 ชม.

“เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย เพิ่มช่องทางสะดวกสบายในการจองตั๋วเครื่องบินให้แก่สมาชิกบัตร ด้วยการเปิดบริการจองตั๋วเครื่องบินออนไลน์ราคาพิเศษตลอด 24 ชม. ผ่านทางเว็บไซต์ www.ktcworld.co.th ครอบคลุมเส้นทางยอดนิยมทั่วโลก พิเศษเมื่อจองตั๋วเครื่องบินออนไลน์ตั้งแต่วันนี้31 ต.ค. 2556 จะได้รับของสมนาคุณจาก KTC สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ KTC Phone โทรศัพท์ 02-665-5050 หรือเว็บไซต์ www.ktcworld.co.th
หลอนสุดขีดกับงานฮัลโลวีนสิงคโปร์

การท่องเที่ยวสิงคโปร์ประจำประเทศไทย ชวนคนไทยเที่ยวงานฮัลโลวีนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียตั้งแต่เดือน ต.ค.พ.ย. 2556 นี้ กับงาน “Sentosa Spooktacular 2013”

ไม่ว่าจะเป็นผี “Sisters of Evil” ในยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ สิงคโปร์ “Race the Dead” วิ่งหนีซอมบี้ด้วยระยะทาง 5 กม. ในวันที่ 26 และ 27 ต.ค. 2556 โดยปีนี้เซ็นโตซ่าได้ร่วมมือกับค่ายหนังไทยจีทีเอช จัดธีมผีจากภาพยนตร์สยองขวัญ 5 เรื่องดัง ได้แก่ “ผีชบา” จากเรื่อง โปรแกรมหน้า วิญญาณอาฆาต “ผีวิเชียร” จากเด็กหอ “ผีเนตร” จาก ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ “ผีดาราราย” จาก บอดี้…ศพ#19 และ “แม่นาค” จาก พี่มาก…พระโขนง จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-25 26-31 ต.ค. และ 12 พ.ย. 2556 ระหว่างเวลา 19.00-23.00 น. ที่ Fort Siloso ในเซ็นโตซ่า สปูเตคูล่า สามารถดูรายละเอียดต่างๆ ได้ที่www.yoursingapore.com

ไหว้เจ้า 9 ศาล เทศกาลกินเจสมุทรสาคร ปี 2556

เทศบาลนครสมุทรสาคร ร่วมกับ ททท.สำนักงานสมุทรสงคราม จัดงานประเพณี “ไหว้เจ้า 9 ศาล เทศกาลกินเจสมุทรสาคร ประจำปี 255” ระหว่างวันที่ 413 ต.ค. 2556 บริเวณริมเขื่อนศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร และศาลเจ้า 9 แห่งในเขตเทศบาลนครสมุทรสาคร นอกจากนี้ยังมีการจำหน่ายอาหารเจกว่า 100 เมนู จากร้านค้ากว่า 50 ร้าน สอบถามได้ที่ ททท.สำนักงานสมุทรสงคราม โทร. 034-752-8478

 

เที่ยวอย่างที่ใจต้องการในเกียงกิโด

เที่ยวอย่างที่ใจต้องการในเกียงกิโด

  • 05 ตุลาคม 2556 เวลา 11:56 น.

จังหวัดเกียงกิ ประเทศเกาหลีใต้ เป็นจังหวัดที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย ไม่ไกลจากสนามบินอินชอนและกรุงโซล มากไปกว่านั้นจังหวัดนี้มีระบบขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟทั้งบนดินและใต้ดิน รถเมล์ รถชัตเติลบัสและแท็กซี่ ทำให้การเดินทางไม่ว่าจะใกล้หรือไกลก็สามารถเชื่อมต่อถึงกันหมด จึงเป็นที่ถูกอกถูกใจของเหล่านักท่องเที่ยวอิสระ ซึ่งชื่นชอบการเดินทางและการวางแผนท่องเที่ยวด้วยตัวเองไม่พึ่งบริษัททัวร์

หากต้องการมาท่องเที่ยวจังหวัดนี้ แนะนำให้พักในเมืองซูวอน ซึ่งเป็นเมืองเอกและเป็นศูนย์กลางของจังหวัด เพราะมีโรงแรมและที่พักหลากหลายระดับและราคา ถ้ามีโอกาสมาเราขอแนะนำให้ลองพักฮันน๊อก (Hanok) หรือที่พักในแบบฉบับดั้งเดิมของชาวเกาหลี เพราะนอกจากจะราคาประหยัดแล้ว ฮันน๊อกหลายแห่งยังมีกิจกรรมให้เรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมเกาหลีอีกด้วย จึงคุ้มค่ามากกว่าการพักโรงแรม

เมืองซูวอนยังเป็นศูนย์กลางการคมนาคมของจังหวัดเกียงกิ จึงทำให้ไม่ว่าจะเดินทางไปไหนก็สามารถเริ่มต้นได้ที่นี่ โดยสถานที่แรกสุดที่เราเดินทางไป นั่นก็คือ การไปปั่นจักรยานรางที่เมืองยังเพียง (Yangpyong Rail Bike) ซึ่งเรานั่งรถไฟไปลงที่สถานียองมุน (Yongmun Station) จากนั้นต่อรถแท็กซี่ไปอีกประมาณ 5 นาทีก็ถึง มาที่นี่แนะนำว่าถ้าใครมีเกียงกิโดคูปองบุ๊ก ก็จะมีคูปองส่วนลดค่าตั๋วจักรยานรางได้อีกด้วย ที่นี่เป็นอีกหนึ่งสถานที่ยอดนิยม เพราะเป็นการท่องเที่ยวในรูปแบบของ Eco Tourism ที่แปลกและไม่เหมือนใคร

ไม่ไกลมาจากจักรยานรางเป็นที่ตั้งของวัดยองมุน หนึ่งในวัดที่มีความเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัดเกียงกิ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยอาณาจักรซิลลา แวดล้อมด้วยป่าสูงชันและเงียบสงบ จึงเปรียบเสมือนเป็นปราการสำคัญที่ช่วยปกป้องวัดแห่งนี้ไม่ให้ถูกทำลายไปในช่วงสงคราม นอกจากนั้นในวัดแห่งนี้ก็ยังมีต้นแปะก๊วยยักษ์ อายุกว่า 1,100 ปีอีกด้วย ว่ากันว่าต้นแปะก๊วยนี้จะสวยงามที่สุดในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี เพราะต้นแปะก๊วยยักษ์ทั้งต้นจะกลายเป็นสีเหลืองอร่าม จากใบที่กำลังเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีเหลืองเพื่อทยอยผลัดใบเตรียมเข้าสู่ฤดูหนาว

หากใครกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ในตัวเมืองซูวอน เราขอแนะนำที่ KBS Suwon Center ซึ่งเป็นสตูดิโอถ่ายทำภาพยนตร์และละครขนาดใหญ่ของสถานีโทรทัศน์ KBS โดยภายในแบ่งส่วนจัดแสดงออกเป็นหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นส่วนจัดแสดงอุปกรณ์ถ่ายทำ โปสเตอร์ละครจากอดีตถึงปัจจุบัน ห้องบลูสกรีนที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวสามารถทดลองเป็นผู้ประกาศข่าว ห้องจัดแสดงทีมงานสร้างสรรค์เอฟเฟกต์ สตูดิโอในร่มและสตูดิโอกลางแจ้งขนาดใหญ่ แต่การจะเข้าชมที่นี่ได้นั้น จะต้องซื้อทัวร์กับ Suwon City Tour เท่านั้น เนื่องจากเป็นสถานที่ใช้ถ่ายทำจริง จึงมีระเบียบในการเข้าชมเป็นกลุ่มเท่านั้น หากใครที่สนใจก็สามารถซื้อทัวร์ได้ที่ Suwon Tourist Information Center ตั้งอยู่หน้าสถานีรถไฟซูวอน

ก่อนกลับเมืองไทยหากมีเวลาเหลือ เราขอแนะนำอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในกรุงโซล นั่นก็คือ ตลาดกวางจาง (Gwangjang Market) ซึ่งเป็นตลาดค้าส่งผ้าโบราณ มีอายุกว่า 110 ปี ในอดีตเป็นตลาดค้าส่งผ้าดิบสำหรับการนำไปตัดเย็บเป็นชุดฮันบก และรวมถึงอุปกรณ์ตัดเย็บอื่นๆ ปัจจุบันที่ตลาดแห่งนี้ก็ยังคงขายส่งวัตถุดิบตัดเย็บเสื้อผ้าเป็นหลัก นอกจากนั้นยังมีในส่วนของอุปกรณ์ตกแต่งและของชำร่วยสำหรับงานแต่งงาน แต่สิ่งที่ทำให้ตลาดแห่งนี้ดูคึกคักมากเป็นพิเศษ เห็นจะเป็นส่วนของอาหารการกิน ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายมากกว่า 100 ร้าน จำหน่ายอาหารคาวหวานจำพวกปิ้ง ย่าง และทอด ขนาดพอดีคำ รวมถึงบะหมี่น้ำหลากชนิด เหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการเดินเที่ยวไปกินไปอย่างแน่นอน

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการท่องเที่ยวด้วยแพ็กเกจทัวร์นั้น สะดวกสบายที่สุด แต่นั่นก็จะได้รับประสบการณ์แบบสำเร็จรูป ส่วนการท่องเที่ยวอิสระด้วยตัวเองนั้น แน่นอนว่าจะต้องทำการบ้านศึกษาข้อมูลก่อนเดินทางอย่างหนัก รวมไปถึงในขั้นตอนในการเดินทางจริงๆ ย่อมไม่ง่ายและไม่สะดวกสบาย จนอาจเกิดความเหนื่อยล้าในขณะเดินทาง แต่เชื่อเหลือเกินว่า เมื่อไปถึงที่หมายแล้ว ย่อมมีเวลาเพลิดเพลินกับความมสุข และซึมซับบรรยากาศได้มากกว่าการไปกับทัวร์ จนลืมความเหนื่อยล้าไปปลิดทิ้ง ซึ่งกรณีศึกษาในประเทศเกาหลีใต้นั้น ทำให้เห็นว่าการมีระบบคมนาคมที่ดี ย่อมเอื้อและสนับสนุนรูปแบบการท่องเที่ยวอิสระได้เป็นอย่างดี จึงเหมาะสำหรับใครที่อยากจะลองเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศด้วยตัวเอง หากสนใจข้อมูลและต้องการวางแผนการเดินทาง ลองติดต่อไปที่องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลีประจำประเทศไทย เดือน ต.ค. และ พ.ย.ที่จะถึงนี้ ตรงกับฤดูใบไม้เปลี่ยนสี มีเทศกาลมากมายจัดขึ้นทั่วประเทศเกาหลีใต้ อย่ารอช้ายังพอมีเวลาในการวางแผนท่องเที่ยวอย่างที่ใจต้องการ

 

F1 ดึก ซิ่ง สิงคโปร์

F1 ดึก ซิ่ง สิงคโปร์

  • 05 ตุลาคม 2556 เวลา 11:53 น.

F1 ดึก ซิ่ง สิงคโปร์

โดย…กาญจน์ อายุ ภาพ กาญจน์ อายุ / GPSS

ถนนสิงคโปร์ยังคงคุกรุ่น แม้เสียงเครื่องยนต์ของรถสูตร 1 จะเงียบไปแล้วกับการแข่งขันระดับชาติ กรังด์ปรีซ์ ซีซั่น สิงคโปร์ 2013 (Grand Prix Season Singapore 2013 GPSS) เทศกาลแข่งขันรถสูตร 1 หรือฟอร์มูลาวัน (Formula 1) ประจำปีของประเทศสิงคโปร์ ที่เพิ่งปิดเมืองจัดงานไปเมื่อวันที่ 1323 ก.ย.ที่ผ่านมา

สนามแข่งฟอร์มูลาวันที่สิงคโปร์ เป็นสนามที่นักแข่งจากทั่วโลกตั้งตารอ เพราะเป็นสนามเดียวในโลกที่จัดการแข่งขันตอนกลางคืน เป็นสนามแรกในเอเชียที่แข่งขันบนท้องถนนและใช้ระบบทวนเข็มนาฬิกา

การแข่งขันนี้จะเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีประมาณกลางเดือน ก.ย. ซึ่งปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 6 โดยสนามแข่งก็คือท้องถนนปกติที่ใช้สัญจร แต่จะเลือกปิดเฉพาะเส้นที่พาดผ่านสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ เช่น Singapore Flyer ชิงช้าสวรรค์สูง 165 เมตร แลนด์มาร์กและจุดชมวิวชั้นดี ตึก Marina Bay Sands สถาปัตยกรรมนำสมัยสัญลักษณ์แห่งใหม่ของสิงคโปร์ หอศิลป์แห่งชาติสิงคโปร์ สถาปัตยกรรมอังกฤษที่ยังคงคลาสสิกเหมือนเดิม ทำให้การแข่งขันนี้เป็นมากกว่ากีฬา เพราะเป็นการโปรโมตการท่องเที่ยวสิงคโปร์ได้อย่างดีเยี่ยม

นอกจากนี้ ยังต้องนับถือความคิดที่เลือกแข่งตอนกลางคืน คิดตามตรรกะง่ายๆ ว่า ในเมื่อเป็นสนามกลางแจ้ง ถ้าจัดตอนกลางวันแดดคงไล่ให้คนกลับไปดูอยู่บ้านแน่ สิงคโปร์จึงตั้งตนเป็น Formula 1 Night Race แห่งเดียวในโลกเสียเลย สร้างทั้งจุดขายและความสะดวกสบายให้คนตัดสินใจซื้อบัตรได้ง่ายขึ้น

แต่กว่าที่สิงคโปร์จะประสบความสำเร็จในการเป็นเจ้าภาพเช่นทุกวันนี้ ก็ต้องใช้เวลาพิสูจน์ตัวเองหลายปี ต้องสร้างความมั่นใจให้สปอนเซอร์เชื่อมั่นว่าสิงคโปร์สามารถจัดงานยักษ์ได้ดี ดึงคนทั่วโลกให้มาชมได้ และสิงคโปร์ก็ “ทำได้แล้ว” พิสูจน์ด้วยปรากฏการณ์ Sold Out บัตรขายหมดทุกที่นั่ง ทุกรอบ โรงแรมที่อยู่ใกล้สนามแข่งเต็มตลอดเทศกาล และต้องชื่นชมความร่วมมือกันระหว่างภาคเอกชนที่ต่างพร้อมใจสร้างบรรยากาศ ทำให้สิงคโปร์เป็น Entertainment City ระดับไฮเอนด์ด้วยการจัดงานปาร์ตี้ทุกคืน คืนละหลายที่ตลอดเทศกาล ที่เห็นชัดที่สุดคือ การจัดแสดงคอนเสิร์ต โดยนักร้องระดับโลกอย่าง ริฮานนา (หลังจากที่เธอถ่ายรูปกับลิงลมในไทย) หรือ จัสติน บีเบอร์ (ก่อนที่เขาจะทำให้สาวไทยกรี๊ดจนน้ำตาไหล) ซึ่งความบันเทิงทั้งหลายนี้เป็นอีกจุดขายหนึ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวได้มากกว่าการนั่งดูรถ

ดังนั้นแล้ว ในช่วงกลางเดือน ก.ย.ของทุกปี จะทำอะไรก็ต้องซื้อล่วงหน้าทั้งบัตรชม ตั๋วเครื่องบิน และที่พัก แต่สำหรับใครที่ไม่ใคร่ดูฟอร์มูลาวัน แนะนำให้ “งด” เที่ยวช่วงนี้ เพราะถ้าเช่นนั้นคุณจะได้ซื้อตั๋วเครื่องบินราคาแพง ห้องพักแพง และที่สำคัญถนนหลายเส้นปิด โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ทำให้คุณต้องเดินไกล ไม่สะดวก และพบกับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

เทศกาลฟอร์มูลาวันเพียงเทศกาลเดียวสร้างรายได้ให้สิงคโปร์มหาศาล แต่การลงทุนก็มหาศาลเช่นกัน และไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะจัดการคนจำนวนเรือนแสนที่คาดหวังกับงานค่าตั๋วเรือนหมื่นเช่นนี้ มองดูแล้วฟอร์มูลาวันก็เหมือน “ดาบสองคม” ที่สิงคโปร์ทำแล้วดังเพราะทำได้ดี แต่ถ้าทำแล้วไม่ดี นอกจากจะไม่ดังแล้วยังอับอายไปทั่วโลก

ผู้ชนะการแข่งขันฟอร์มูลาวัน สิงคโปร์ ปี 2013 คือ Sebastian Vettel จากทีม Red Bull RacingRenault ใช้เวลาแข่งทั้งสิ้น 1:59:13.132 วินาที การแข่งขันมีความน่าสนใจตรงที่มันไม่ใช่การแข่งกับรถคันอื่น แต่คือการแข่งกับตัวเอง นั่นคือ รถทุกคันต้องขับ 61 รอบสนาม คนใดทำเวลาได้ดีที่สุดคือผู้ชนะ

ขอขอบคุณการท่องเที่ยวสิงคโปร์ (Singapore Tourism Board)

 

Naumi Liora สิงโตจีน

Naumi Liora สิงโตจีน

  • 05 ตุลาคม 2556 เวลา 11:48 น.

Naumi Liora สิงโตจีน

โดย…นิทรา ราตรี

ย่านไชน่าทาวน์ในสิงคโปร์แตกต่างจากไชน่าทาวน์เยาวราช แต่คลับคล้ายย่านเมืองเก่าที่ จ.ภูเก็ต ด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ที่คนไทยเรียกว่า ชิโนโปรตุกิส ภายนอกตึกมีศิลปะปูนปั้น มีหัวเสาอ่อนช้อยสวยงาม เล่นสีสันตามรสนิยมเจ้าของ ซึ่งขณะนี้ไชน่าทาวน์ในสิงคโปร์ได้เปลี่ยนเป็นร้านค้า ร้านอาหาร และโรงแรมทั้งหมดแล้ว ถือว่าเป็นย่านการค้าที่มีเอกลักษณ์และเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ

ด้วยความที่เป็นย่านอนุรักษ์ สถานประกอบการทุกหลังจึงต้องเก็บสถาปัตยกรรมเดิมไว้ห้ามเปลี่ยนแปลง แต่สามารถทาสีใหม่หรือซ่อมแซมให้สมบูรณ์ได้ ส่วนภายในสามารถต่อเติม ดัดแปลง ได้ตามอัธยาศัย ทำให้โรงแรมบูติก 79 ห้อง อย่าง “Naumi Liora” (เนามิ ลิโอรา) มีความเก่าและใหม่ที่ตัดกันอย่างลงตัว ตัวตึกภายนอกเป็นสีส้มตัดขาว มีลวดลายคลาสสิกเก่าแก่ แต่ภายในโมเดิร์น โทนน้ำตาลขาว ใช้เฟอร์นิเจอร์ที่เน้นดีไซน์ ดูเก๋ไก๋สะท้อนไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

และเพราะเป็นตึกแถวเก่าที่นำมาดัดแปลงทำให้ห้องพักมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก ห้องใหญ่สุดคือ ห้อง Liora Porch ขนาด 60 ตร.ม. เป็นประเภทเดียวที่มีชานบ้านเชื่อมต่อออกมา ลดหลั่นลงมาคือห้อง Liora Heritage ขนาด 28 ตร.ม. มีหน้าต่างเห็นไชน่าทาวน์ และห้อง Liora Quaint ขนาด 25 ตร.ม. คล้ายห้องใต้หลังคาไม่มีหน้าต่าง แต่เพราะการดีไซน์ที่เน้นฟังก์ชันทำให้รู้สึกไม่อึดอัดแม้จะมีขนาดเล็ก

สิงคโปร์ เป็นประเทศพัฒนาแล้วแต่ก็ยังไม่ลืม “เงาตัวเอง” ยังมีพื้นที่อนุรักษ์สถาปัตยกรรมเก่าแก่หลายแห่ง และไชน่าทาวน์เป็นหนึ่งสถานที่ที่ทำให้นักท่องเที่ยวซึมซับบรรยากาศสิงคโปร์ในอีกมุมหนึ่งที่น่าจดจำ

Price : ราคาแตกต่างกันในแต่ละวัน เช็กได้ใน www.naumiliora.com หรือจองในเว็บไซต์บริการจองห้องพัก ราคาอยู่ที่ประมาณ 4,000 บาทต่อห้อง

Place : ย่านไชน่าทาวน์ ถนน Keong Saik ใกล้ Chinatown MRT และ Outram Park MRT ประเทศสิงคโปร์ อีเมลliora.aide@naumihotels.com เว็บไซต์ www.naumiliora.com

Promotion : โปรพัก 2 คืน ได้รับส่วนลด 10% เมื่อจองผ่านเว็บไซต์ www.naumiliora.com

 

กาดหลวงเชียงตุง

กาดหลวงเชียงตุง

  • 05 ตุลาคม 2556 เวลา 11:43 น.

กาดหลวงเชียงตุง

โดย…จำลอง บุญสอง

สองมือที่กำโลหะหนักไม่ต่ำกว่า 3 กิโลกรัม ภายใต้ลำแขนอันทรงพลังที่ฟาดลงบนกองเนื้อที่กองอยู่บนเขียงอย่างแรงเป็นจังหวะ ทำให้เขียงมะขามยักษ์แผ่นใหญ่สะท้อนขึ้นสะท้อนลงตามจังหวะของการตี

เสียงบึกที่ดังก้องทั้งตลาด ทำให้คนไทยต่างถิ่นที่ไปร่วมงาน Sister City เชียงใหม่เชียงตุง ต้องหันมามองการผลิต “ลูกชิ้นเด้ง” ของคนเชียงตุงอย่างตื่นตาอยู่ในท่ามกลางความประหลาดใจของคนเชียงตุงว่า คนไทยอยู่โลกไหนกันหรือ จึงไม่เคยเห็นการทำลูกชิ้นเด้งธรรมดาๆ ที่พวกเขาทำกันมานานนมแล้ว

หลังจากตีจนเนื้อเหลวเหมือนถูกเครื่องปั่นแล้ว ก็ส่งต่อไปหม้อกวน เพื่อกวนให้เนื้อที่ถูกตีให้หมาด หมาดพอที่จะบีบลงไปในน้ำเดือดและกลายเป็นลูกชิ้นที่หนึบอร่อย เพื่อโยนลงบนหม้อลวกก่อนใส่ลงบนชามก๋วยเตี๋ยวอันแสนอร่อย

ใครไปเชียงตุงแล้วไม่ได้กินก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นเนื้อ ลูกชิ้นหมูทุบ ที่กาดหลวงเชียงตุง โปรดรู้เถิดว่าคุณไปไม่ถึงเชียงตุง!

ปะหล่องหรือดาระอั้งที่คาดเอวด้วยน่องกุ พากันเดินผ่านร้านค้าขายหนอนไม้ไผ่ที่กลางตลาด เพื่อหาซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคไปใช้ไปกินเช่นเดียวกับชนเผ่าอื่นๆ ของเชียงตุง โดยไม่สนใจไยดีกับบางชนเผ่าที่เทหนอนไม้ไผ่ตัวสดออกมาจากกระบอก พวกเราหลายคนหันไปถ่ายรูปปะหล่องที่แต่งกายสดใสที่คาดน่องกุที่ทำด้วยไม้ไผ่และเงิน บางคนหันไปถ่ายหนอนไม้ไผ่ที่ถูกเทออกมาจากปากกระบอก กระบอกไม้ไผ่ที่คนเอาพวกมันเทใส่เพื่อยังชีวิตไว้ก่อนที่จะถูกนำไปนึ่งและโยนลงกระทะ ที่เขาเอาใส่ไว้ในกระบอกไม้ไผ่สดก็เพื่อไม่ให้มันตายจากการถูกลมและแดดโกรก ถ้าถูกแดดถูกลมโกรกในขณะที่ยังไม่มีอะไรหุ้มตัว มันก็จะตายแบบเดียวกับปลาซิวปลาสร้อยที่ถูกจับขึ้นมาถูกอากาศทำลาย

หนอนไม้ไผ่ที่ถูกห่อหุ้มด้วยกระบอกไม้ไผ่ กินเยื่อไม้ไผ่โดยไม่แปดเปื้อนราคีใดๆ นี่แหละที่…เป็นอาหารราคาแพงสำหรับคนเมือง

เชียงตุงหรือในลาวก็กิโลกรัมละ 500-600 บาทเข้าไปแล้ว เชียงใหม่เท่าไหร่จึงไม่ต้องพูดถึง!

แต่จะบอกให้ว่าหนอนไม้ไผ่ที่เชียงตุงอร่อยกว่าที่เชียงใหม่ ที่อร่อยกว่าเชียงใหม่ก็เพราะเขาใช้หนอนสดมาทำ กุ้ง หอย ปู ปลาสดทำอาหารได้อร่อยฉันใด หนอนไม้ไผ่สดก็อร่อยฉันนั้น!

กาดหลวงเชียงตุงเป็นกาดที่มีชีวิต เพราะทุกเผ่าพันธุ์ต้องเดินเข้ามาแลกเปลี่ยนสินค้าที่ผลิตได้ในท้องถิ่นมาวางขายกันด้วยความเต็มใจ ไม่ว่าไตลื้อ ไตเขิน ละว้า ปะหล่อง ว้า อาข่าหรือจีนฮ่อ ทั้งใช้เงินจ๊าดและเงินไทยเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยน ตลาดแห่งนี้ซื้อขายกันตั้งแต่เช้ายันบ่าย เดือนหนึ่งจะหยุด 1 ครั้งในวันพระใหญ่ ในตลาดมีทั้งของกินแบบไทยใหญ่ ทั้งเป็นข้าวและเป็นเส้น ผักที่ปลูกตามธรรมชาติก็เอามาขาย หมู (ทั้งหมูดำและหมูพันธุ์) เนื้อ ปลาก็มาก เครื่องอุปโภคก็ชิงตลาดกันระหว่างไทยและจีน บางทีก็มีมาจากอินเดีย

แม่ค้าในยุคทุนนิยมที่ขายของใกล้กันโดยมากจะไม่ถูกกัน เพราะคอยแย่งลูกค้ากันเพื่อการสะสมทุน แต่สำหรับพ่อค้าแม่ค้ากาดหลวงเชียงตุงกลับยิ้มแย้มเข้าหากัน ยินดีและไม่อิจฉาแม้ลูกค้าจะไปซื้อของร้านข้างเคียง (เป็นเมืองไทยค้อนประหลับประเหลือกจนตากลับ) นี่คือ “วัฒนธรรมหลงยุค” วัฒนธรรมที่หลงมาจากยุค Sufficiency Economy (ระบบเศรษฐกิจแบบพอเพียง) ที่เกิดขึ้นในยุคกลางที่ Expired ไปแล้วหลังเกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรมและเกิดระบบเศรษฐกิจแบบใหม่ที่เรียกว่า “ทุนนิยม” ที่ครอบงำโลกทั้งใบเอาไว้ในเวลานี้

มรดกทางวัฒนธรรมที่ยังพอหลงเหลืออยู่ที่เชียงตุงกำลังจะหายไปแบบเดียวกับมรดกทางวัฒนธรรมของหลวงพระบางที่ถูกทำลายไปเพราะการท่องเที่ยวเข้ามาเยือน!

ข้าวโพดข้าวเหนียวสีสวยเคี้ยวหนึบออกรสชาติหวานมันอร่อยไม่ต่างกับข้าวโพดแถวชัยภูมิในอดีต สนนราคาที่ซื้อเอามากินก็แค่พวงละ 20 บาท หรือ 1,000 จ๊าด (สามสิบบาท) ซื้อได้ 2 พวง ใครไปเชียงตุงแล้วไม่ได้กินข้าวโพดเชียงตุงก็ยังไปไม่ถึงเชียงตุง!

และไม่แต่ข้าวโพดเท่านั้น ข้าวเหนียวขาว เหลือง ดำ กินเปล่าๆ ก็หอมอร่อยเพราะข้าวดอยไม่ใส่ปุ๋ย ข้าวที่ไม่ใส่ปุ๋ยจะหอมธรรมชาติ บ้านเราใส่ปุ๋ยกันจนกลิ่นและรสที่เป็นธรรมชาติหายไป หายไปแบบปลากระชัง ไก่ฟาร์ม หมูฟาร์มตามร้านสะดวกซื้อ

เคยกินข้าวหอมมะลิที่ปลูกบนเขาที่อีสานสมัยคอมมิวนิสต์เพิ่งออกจากป่ามาหมาดๆ มันหอมอร่อยจนเพื่อนสาวต่างชาติปฏิเสธกับข้าวอร่อยๆ ใครไปเชียงตุงแล้วไม่ได้กินข้าวเหนียวเชียงตุงแสดงว่าไปไม่ถึงเชียงตุง!

ผมเอาภาพสุดสวยที่มองจากวัด “กะป่าเอ” ซึ่งเป็นปฐมแห่งวัดไทยใหญ่ที่มีพระธาตุ (คู่กับวัดมหาเมี้ยดมุนีกลางเมือง) ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเมืองเชียงตุงมาให้ท่านผู้อ่านได้ดู วัดกะป่าเอหรือแปลว่าวัดแห่งความสงบร่มเย็นหรือวัดนิพพานตั้งอยู่บนเขาสูงขนาดความสูงเท่ากับวัดพระธาตุดอยกองมู จ.แม่ฮ่องสอน ข้าวรวงเหลืองทองบนแอ่งกระทะที่คดเคี้ยวตามร่องเขาลิบๆ โดยมีบ้านไตที่มุงหลังคาด้วยกระเบื้องดินเรียงอยู่ข้างวัด ทำให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นทุ่งเกษตรของสรวงสวรรค์ไปโดยปริยาย นึกถึงแม่ฮ่องสอนที่เคยเห็นเมื่อ 30 กว่าปีที่มองลงจากวัดพระธาตุดอยกองมูมันสวยเหมือนกับที่เห็นที่เชียงตุงในวันนี้จริงๆ

คนไตเลือกทำเลที่ตั้งบ้านตั้งเมืองสวยงามไปทุกแห่ง ไม่ว่าจะอยู่ในหุบตามเทือกเขาหรือตามลุ่มน้ำสาละวิน ไตลื้อที่ยึดครองลุ่มน้ำโขงได้สร้างบ้านสร้างเมืองได้ถูกโฉลกเช่นเดียวกัน ใครไปเชียงตุงแล้วไม่ได้ขึ้นไปดูวัดกะป่าเอก็ไปไม่ถึงเชียงตุง!

ขอบคุณท่านประธานสมาคมวัฒนธรรมเศรษฐกิจไทยเมียนมาร์ประจำจังหวัดเชียงราย ผกายมาศ เวียรา

ขอบคุณแม่โขง เดลต้า ทราเวล เอเจนซี่ สอบถามท่องเที่ยว พม่า ลาวด้วยเรือล่องน้ำโขงได้ที่โทร. 086-420-9133 หรือที่maekhongtravel@gmail.com

 

Neal’s Yard Dairy ที่ตลาดโบโรห์ ตุลาคม 31, 2013

Neal’s Yard Dairy ที่ตลาดโบโรห์

  • 04 ตุลาคม 2556 เวลา 15:04 น.

Neal’s Yard Dairy ที่ตลาดโบโรห์

โดย…เรือนแก้ว บำรุง / ภาพ เรือนแก้ว บำรุง

ตลาดโบโรห์เป็นตลาดเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงของนครลอนดอน เป็นจุดแวะเยี่ยมชมของผู้ผ่านทาง หากหลายคนที่ได้ไปเยือนอาจจะไม่มีเวลาเหลือสำรวจเดินผ่านเลยไปถึงหลังตลาด ข้ามถนนตรงหัวมุมถนนที่มีร้านกาแฟชื่อดัง MonMouth แล้วเดินลึกเข้าไปในตรอก เพื่อจะได้พบเจอร้านสีน้ำเงินชื่อ Neal’s Yard Dairy แห่งนี้ เพราะแค่ได้เดินเล่นอยู่ในเขตตลาดโบโรห์ เราก็แทบจะอิ่มตาลายกับนานาอาหารและสินค้าน่าซื้อมากมาย ไม่เหลือเวลาเดินเล่นที่ไหนต่อ (หรืออาจจะไม่รู้ว่ายังมีแหล่งเด็ดแอบซ่อนอยู่ใกล้ๆ) เราจึงอยากเขียนแนะนำเป็นพิเศษ หากใครมีโอกาสได้กลับไปเยือนย่านตลาดโบโรห์ครั้งหน้า ให้ลองเดินข้ามเข้าตรอกไปเยี่ยมชมชิมสินค้าอาหารผลิตภัณฑ์นมที่วางขายอยู่ในร้าน Neal’s Yard กันสักครั้ง โดยเฉพาะคนที่รักชอบกินเนยแข็งเป็นชีวิตจิตใจ

Neal’s Yard Dairy เป็นร้านค้าเล็กๆ ที่พิเศษ เพราะเป็นแหล่งจำหน่ายนานาเนยแข็งและผลิตภัณฑ์นมที่ผลิตขึ้นในกรรมวิธีแบบฟาร์มเฮ้าส์เก่าแก่ทั่วเกาะอังกฤษ สะดวกซื้อหา เพราะมาตั้งสาขาอยู่ใจกลางกรุงลอนดอน เชื่อมกลางผู้ผลิตให้ได้เจอกับผู้บริโภคง่ายขึ้น ร้านนี้เริ่มต้นกิจการเมื่อปี ค.ศ. 1979 ที่ย่าน Covent Garden ด้วยมุ่งหวังจะรวบรวมผลิตภัณฑ์นม (Dairy Products) รสชาติดีมาจำหน่ายรวมไว้ด้วยกัน เพราะช่วงนั้นเกิดปัญหาแหล่งตลาดวางขายของผู้ผลิตเนยแข็งและผลิตภัณฑ์นมรายย่อยพื้นบ้านทั่วไป หากไม่มีตลาดเหลือมากพอให้ผู้ผลิตเนยแข็งพื้นบ้านเหล่านี้ได้ยึดพื้นที่ พวกเขาคงจะต้องเลิกกิจการ ชนิดของเนยแข็ง เทคนิคพื้นบ้านในการผลิตเนยแข็งก็จะสูญหายไปในที่สุด

Randolph Hodgson หนึ่งในผู้ก่อตั้งร้านนี้ขึ้นมา เขียนเล่าไว้ในบทสัมภาษณ์ว่า เขาเริ่มต้นจากการเป็นคนกลางจำหน่ายชนิดเนยแข็ง 15 ชนิดในช่วงตั้งร้าน จนในปัจจุบันมีชนิดเนยแข็งให้ลูกค้าเลือกซื้อมากถึง 100 ชนิด ทางร้านมีคลังเก็บสินค้าที่ใหญ่มาก อยู่ภายใต้อาคารถ้ำรถไฟ (Railway Arches) ตรง Bermondsey สภาพตึกโค้งโครงสร้างฐานทางรถไฟนี้ มีลักษณะคล้ายถ้ำ อุณหภูมิเหมาะที่จะเก็บนานาเนยแข็งตามธรรมชาติ ซึ่งจะรักษารสชาติของเนยแข็งไว้ได้ดีกว่าการเก็บไว้ในตู้เย็นปรับอุณหภูมิ (ที่เย็นจัดและแห้งเกินไป) ถือเป็นความโชคดีที่ทางร้านสามารถหาแหล่งเก็บผลิตภัณฑ์นมเนยไว้กลางกรุงได้แบบลงตัว

ความพิเศษอีกอย่างของ Neal’s Yard คือ ไม่ได้เป็นเพียงแค่บริษัทคนกลางจำหน่ายนมเนยแข็งจากผู้ผลิตรายย่อยแค่นั้น ร้านนี้ยังทำงานร่วมกับผู้ผลิตช่วยพัฒนาคุณภาพชนิดของเนยแข็ง ไม่ว่า Hard Cheese, Soft Cheese ลงลึกศึกษาถึงกระบวนการผลิต ไปเยี่ยมชมตามโรงผลิตเนยแข็ง ทำให้ทางร้านเริ่มพัฒนาผลิตชนิด Soft Cheese ของตัวเองขึ้นมาวางขายเช่นกัน ชื่อ Perroche (เป็นชนิดของ Soft Cheese สูตรต้นตำรับของทางร้าน ผลิตที่ Dorstone, Herefordshire ใช้นมแพะ)

เมื่อเดินเข้าไปในร้าน พนักงานทุกคนมีความรู้มากมาย พร้อมที่จะบอกเล่าความแตกต่างของนานาผลิตภัณฑ์เนย นม ที่วางขายอยู่เต็มร้าน เล่าถึงที่มา ผู้ผลิต กรรมวิธีการผลิต ชวนชิมชนิดนมเนย ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่วางขายล่อใจ จนลูกค้าหลายคนที่ไม่ได้ตั้งตัวดีๆ อาจจะงงในความใส่ใจ เมื่อพนักงานมาชวนชิม เพราะทางร้านรู้สึกภูมิใจที่จะแบ่งปันรสชาติที่เขารวบรวม พัฒนา มาจำหน่ายสู่ลูกค้า เพราะต้องการให้รสชาติเหล่านี้คงอยู่ในตลาดต่อไป

“รักสิ่งใด จงสนับสนุนสิ่งนั้นด้วยใจ” Neal’s Yard นับเป็นร้านค้าเล็กๆ ที่พิเศษมาก ไม่ควรพลาดที่จะไปเยี่ยมชมและชิม แล้วคุณจะได้ความประทับใจไม่รู้ลืมในรสชาติที่ติดลิ้นกลับมาเป็นที่ระลึก

ชนิดเนยแข็งที่มีชื่อของร้าน Neal’s Yard

Sommerset Cheddars (ชื่อชีสตั้งตามชื่อหมู่บ้านเล็กๆ ใน Sommerset)

Beensleigh Blue

Tymsboro

เนยแข็งพื้นบ้านจากย่าน Lancashire, Cheshire

(ชนิดของเนยแข็งและสินค้าอื่นๆ หาข้อมูลได้บนเว็บไซต์ www.nealsyarddairy.co.uk)

 

Travel Update

Travel Update

  • 28 กันยายน 2556 เวลา 12:31 น.

Travel Update

โดย…ฤดูกาล

เทศกาลแซนโฎนตา อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ

อ.ขุขันธ์ มีบรรพบุรุษสืบเชื้อสายจากชนเผ่าเขมร และเป็นเมืองเก่าแก่ทางประวัติศาสตร์ จึงได้มีวัฒนธรรมที่ดีงามที่บรรพบุรุษได้รักษาไว้ ประเพณีดังกล่าวคือ “ประเพณีพิธีแซนโฎนตา” ซึ่งปีนี้เป็นปีครบรอบ 254 ปี ของการสร้างเมืองขุขันธ์ จึงได้ใช้ชื่องานอันยิ่งใหญ่ว่า “งานเทศกาลรำลึกพระยาไกรภักดี ประเพณีแซนโฎนตา บูชาหลักเมือง ลือเลื่องกล้วยแสนหวี” จัดทำขึ้นเพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว นำเสนอประเพณีพิธีกรรมแสดงความกตัญญูรู้คุณบรรพบุรุษอันงดงามสู่สาธารณชน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 ต.ค. 2556 ณ ลานอนุสาวรีย์พระยาไกรภัคดีศรีนครลำดวน (ตากะจะ) อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ

ใบเมเปิลเริ่มเปลี่ยนสีที่อู้หยวน ประเทศจีน

อู้หยวน ตั้งอยู่ในมณฑลเจียงซี ทางภาคตะวันออกของจีน เป็นพื้นที่ที่ฤดูกาลทั้งสี่ได้อวดความงดงามอย่างเต็มที่ และทุกคนจะได้ดื่มด่ำความสุขกับบรรยากาศที่แตกต่างกันไปในแต่ละฤดู ไม่ว่าจะเป็นการชมดอกไม้บานในฤดูใบไม้ผลิ ว่ายน้ำในฤดูร้อน ชมใบไม้สีแดงในฤดูใบไม้ร่วง และสนุกสนานกับธรรมเนียมพื้นเมืองในฤดูหนาว

และในขณะนี้ได้เข้าสู่ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีแล้ว ใบเมเปิลเตรียมผลัดใบเป็นสีแดง โดยเฉพาะใบเมเปิลสีแดงในฤดูใบไม้ร่วงที่ “ซื่อเฉิง” ซึ่งเป็นอำเภอหนึ่งในอู้หยวนได้รับความชื่นชมจากผู้มาเยือนจากทั้งจีนและประเทศต่างๆ ทั่วโลก นอกจากนี้ผู้มาเยือนสามารถตั้งแคมป์ พบปะสังสรรค์กลุ่มคนที่ชื่นชอบในแบบเดียวกัน และเล่นกีฬาในชนบท รวมถึงเมืองใกล้เคียงอย่างฉางซี ก็พร้อมให้การต้อนรับนักเดินทางที่แวะมาพักแรม

เอมิเรตส์มอบตั๋วราคาพิเศษ

สายการบินเอมิเรตส์ เอาใจผู้โดยสารด้วยส่วนลดพิเศษสำหรับเส้นทางการบินจากประเทศไทยไปยังดูไบ ฮ่องกง ยุโรป แอฟริกาใต้ อเมริกาเหนือ และอเมริกาใต้ เมื่อผู้โดยสารทำการจองระหว่างวันที่ 1630 ก.ย. 2556 นี้ และสามารถเดินทางได้ระหว่างวันที่ 1 ต.ค. 2556–24 ม.ค. 2557

ตั๋วราคาพิเศษ ได้แก่ ฮ่องกง 8,460 บาท ยุโรป 25,280 บาท อเมริกาเหนือ 44,545 บาท อเมริกาใต้ 57,635 บาท แอฟริกาใต้ 35,020 บาท และ ดูไบ 21,115 บาท ราคาดังกล่าวเป็นราคาเริ่มต้นของบัตรโดยสารชั้นประหยัด สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและเงื่อนไขแบบสมบูรณ์ ติดต่อฝ่ายสำรองที่นั่ง สายการบินเอมิเรตส์ โทร. 02-664-1040 หรือเว็บไซต์www.emirates.com/th

 

แบกเป้ขึ้นรถเมล์ ลงรถไฟตะลุยในเกียงกิ

แบกเป้ขึ้นรถเมล์ ลงรถไฟตะลุยในเกียงกิ

  • 28 กันยายน 2556 เวลา 12:28 น.

แบกเป้ขึ้นรถเมล์ ลงรถไฟตะลุยในเกียงกิ

หลายคนคุ้นเคยกับคำว่า “จังหวัดเกียงกิโด” (Gyeonggido) แต่เราขอเรียกว่า “จังหวัดเกียงกิ” เพราะคำว่า “โด” ในภาษาเกาหลีแปลว่าจังหวัด หรือบางคนอาจออกเสียงเป็น “คยองกี” ก็ไม่ผิด เพราะสามารถออกเสียงได้หลากหลายรูปแบบ จังหวัดนี้ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของกรุงโซล เดินทางไปได้ไม่ไกลมากนัก เหมาะสำหรับใครที่อยากจะเปลี่ยนบรรยากาศ อยากค้นหามุมอื่นๆ ของเกาหลีใต้ และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่อยากจะท่องเที่ยวด้วยตัวเองอย่างอิสระไม่พึ่งพาทัวร์ วันนี้เรามีสถานที่ท่องเที่ยวและวิธีการเดินทางมาแนะนำ

ผลจากการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานทำให้จังหวัดเกียงกิมีระบบขนส่งดีเยี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขนส่งด้วยระบบราง ที่เข้าถึงและสามารถเชื่อมโยงกับระบบขนส่งอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และก้าวล้ำไปด้วยระบบการชำระค่าโดยสารด้วยบัตรแทนเงินสด T Money เพียงบัตรเดียวก็สามารถใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะได้ทุกประเภท สามารถซื้อหาได้ง่ายดายตามร้านสะดวกซื้อที่มีตราสัญลักษณ์ T Money

สถานที่แรกสุดในการเดินทางของเราคือ One Mount ตั้งอยู่ที่เมือง Goyang เราจึงออกเดินทางด้วยรถไฟฟ้า จากสถานีซูวอนไปยังสถานี Juyeop ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าๆ ก็มาถึง จากนั้นเราใช้บริการรถแท็กซี่ต่อไปยัง One Mount อีกประมาณไม่ถึง 10 นาที จากนั้นเราชำระค่าโดยสารด้วยบัตร T Money เพียงแค่สแกนเข้ากับเครื่องรับ จากนั้นเครื่องก็จะพิมพ์ใบเสร็จรับเงินให้ในเวลาไม่ถึง 1 นาที

One Mount คือธีมพาร์คขนาดใหญ่อันดับ 3 ของเกาหลี เปิดตัวเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ 1 หมื่นคนต่อวัน ไฮไลต์สำคัญคือสวนน้ำขนาดใหญ่ ทั้งในร่มและกลางแจ้ง ที่มีระบบรักษาความปลอดภัยได้มาตรฐาน นอกจากนั้นที่นี่ยังมีลานไอซ์สเกตขนาดใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้ มีสปา เซาน่าและศูนย์กีฬาในร่มที่มีการปรับอุณหภูมิให้เหมาะสม จึงสามารถทำกิจกรรมได้ตลอดทั้งปี เหมาะสำหรับการพาครอบครัวมาทำกิจกรรมร่วมกันในวันหยุดหรือวันพักผ่อน

จังหวัดเกียงกิยังมีชื่อเสียงเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เพราะเพียงแค่นั่งรถไฟออกไปยังเขตชานเมือง เช่นที่เมือง Gapyeong ก็จะพบเจอกับธรรมชาติที่สวยงามและสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังมากมาย ซึ่งตรงหน้าสถานีรถไฟ Gapyeong มี Tourist Information ตั้งอยู่ สามารถเข้าไปขอคำปรึกษาเรื่องสถานที่ท่องเที่ยว และที่นี่เป็นจุดสำหรับรอรถบัสรับส่งไปยังหมู่บ้าน Petite France ได้อีกด้วย ให้บริการ 7 เที่ยวต่อวัน ค่าโดยสารตกคนละ 5,000 วอน หรือราวๆ 140 บาท จากนั้นนั่งรถบัสไปอีกประมาณ 25 นาที ก็จะถึงหมู่บ้าน Petite France ซึ่งเราจะไปค้างที่นั่น 1 คืน หากใครไม่ได้แวะค้างคืนแต่ต้องการเข้าชมสถานที่เพียงอย่างเดียว เราแนะนำให้ไปขอเกียงกิคูปองบุ๊ก ซึ่งภายในเล่มจะมีคูปองส่วนลดค่าเข้าชมหมู่บ้าน Petite France สามารถขอรับฟรีได้ที่องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลีประจำประเทศไทย อาคารอินเตอร์เชนจ์ชั้น 25 ถนนสุขุมวิท

หมู่บ้าน Petite France โดดเด่นและสวยงามด้วยอาคารสีสันสดใส จำลองมาจากหมู่บ้านฝรั่งเศสในแถบเทือกเขาแอลป์ ภายในจัดแสดงงานศิลปะจากฝรั่งเศส และรวมถึงจัดแสดงประวัติและผลงานของนักเขียนชาวฝรั่งเศสชื่อดัง “อองตวน เดอ แซ็งเตก ซูว์เปรี” ผู้เขียนนวนิยายเรื่องเจ้าชายน้อย นอกจากนั้นที่นี่ยังมีการแสดงหุ่นกระบอกกลางแจ้งน่ารักๆ ในสไตล์ฝรั่งเศสให้ชมอีกด้วย

การเข้าพักที่ Petite France อาจไม่เป็นที่นิยมมากนัก เพราะห้องพักมีจำนวนจำกัด จึงทำให้บริษัททัวร์ต่างๆ ไม่สามารถพาลูกทัวร์มาพักที่นี่ได้ แต่สำหรับนักท่องเที่ยวอิสระแล้ว สามารถติดต่อจองห้องพักได้ตามที่อยู่ในเว็บไซต์ของ Petite France ซึ่งภายในห้องพักจัดตกแต่งได้อย่างสวยงามในสไตล์ฝรั่งเศส มากไปกว่านั้นบรรยากาศที่นี่ก็สดชื่น เพราะรายล้อมไปด้วยขุนเขาและมีทัศนียภาพสวยงาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามเช้าที่นี่จะถูกปกคลุมด้วยหมอกจากทะเลสาบ Cheonpyeong และทอแสงสีทองจากแสงดวงอาทิตย์

ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีคนจำนวนไม่น้อยเริ่มรู้สึกจำเจกับรูปแบบการท่องเที่ยวสถานที่เดิมๆ ในเกาหลี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรุงโซล ซึ่งถูกบรรจุอยู่ในโปรแกรมทัวร์ที่แทบจะเหมือนกันทุกบริษัท จริงๆ แล้วเกาหลีใต้นั้นยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ อีกมากมายที่อาจจะยังไม่เป็นที่รู้จักหรือยังไม่ตอบโจทย์สำหรับบริษัททัวร์ นี่เองคือข้อได้เปรียบของการท่องเที่ยวอิสระ เพราะสามารถเลือกที่จะเดินทางไปยังสถานที่ไหนก็ได้ตามที่ต้องการ และที่สำคัญคือ ผลพวงจากความพยายามในการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนในเกาหลีใต้ยังเอื้อประโยชน์ให้นักเดินทางอิสระสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นอีกด้วย น่าอิจฉาคนเกาหลีจริงๆ ไม่มีรถก็สามารถไปเที่ยวต่างจังหวัดหรือเที่ยวชานเมืองได้สบายๆ ด้วยระบบขนส่งมวลชน หากใครที่สนใจข้อมูลก็ลองติดต่อได้ที่องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลีประจำประเทศไทย เดือน ต.ค.ที่กำลังจะมาถึงนี้ ประเทศเกาหลีใต้เริ่มเข้าสู่ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ยังพอมีเวลาในการเตรียมตัวสำหรับใครที่อยากเดินทางท่องเที่ยวอิสระในเกาหลีใต้

 

Travel Update

Travel Update

  • 21 กันยายน 2556 เวลา 12:23 น.

Travel Update

โดย…ฤดูกาล

แอร์เอเชียเปิดเส้นทางดอนเมืองคุนหมิง

สายการบินไทยแอร์เอเชีย เปิดตัวเส้นทางบินใหม่ บินตรงทุกวัน “ดอนเมืองคุนหมิง” ตอกย้ำความสำเร็จของแอร์เอเชียในการขยายเครือข่ายบินสู่ตลาดจีน โดยคุนหมิงเป็นปลายทางลำดับที่ 8 แล้วในประเทศจีน เดินทางง่ายเพียง 2 ชั่วโมงครึ่ง มีแหล่งท่องเที่ยวที่โด่งดัง เช่น อุทยานป่าหินปูนธรรมชาติ และไปลอดผ่านประตูมังกรแห่งโชคลาภที่เขาซีซาน

เปิดตัวราคาโดนใจเริ่มต้น 1,690 บาทต่อเที่ยว (320 CNY) หรือแพ็กเกจตั๋วเครื่องบินไปกลับ กรุงเทพฯคุนหมิง พร้อมที่พัก 3 วัน 2 คืน เริ่มต้น 5,099 บาทต่อท่าน ทั้งสองโปรฯ จองด่วนถึงวันที่ 22 ก.ย. 2556 เพื่อเดินทางตั้งแต่เที่ยวบินแรก วันที่ 15 พ.ย. 2556 จนถึงวันที่ 5 ส.ค. 2557 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ airasia.com

เปิดเส้นทาง Lady Journey ‘Go Green’

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และธนาคารยูโอบี เปิดตัวโครงการ Lady Journey “Go Green” เที่ยวใส่ใจ หัวใจสีเขียว ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเชิญชวนกลุ่มนักท่องเที่ยวผู้หญิงวัยทำงานและกลุ่มเพื่อน (Woman & The Gang) ร่วมเดินทางท่องเที่ยวแบบใส่ใจสิ่งแวดล้อมใน 5 เส้นทาง 5 จังหวัด ได้แก่ ปั่นจักรยาน เที่ยวบางกระเจ้า จ.สมุทรปราการ เยือนเมืองย้อนยุคแห่งอันดามัน จ.พังงา เที่ยวเมืองชายโขง จ.หนองคายบึงกาฬ ลับเเล เมืองเเห่งความสุข จ.อุตรดิตถ์ และเที่ยวเมืองหมู่เกาะ สุดทางบูรพา จ.ตราด สอบถามโทร. TAT Call Center 1672

รีเจ้นท์ ภูเก็ต เคปพันวา เข้าชิงงาน World Luxury Hotel Awards 2014

รีเจ้นท์ ภูเก็ต เคปพันวา รีสอร์ทบนแหลมพันวาของเกาะภูเก็ต ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง 3 รางวัลใหญ่ของ World Luxury Hotel Awards 2014 ซึ่งถือเป็นรางวัลอันทรงเกียรติสูงสุดในวงการธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ทระดับโลก โดยสาขารางวัลที่ได้รับการเสนอชื่อ ได้แก่ โรงแรมริมหาดที่หรูหราที่สุดในโลก (Best Luxury Beach Resort in the World) รีสอร์ทแบบวิลลาที่หรูหราที่สุดในโลก (Best Luxury Villa Resort in the World) และรีสอร์ทบนเกาะที่หรูหราที่สุดในโลก (Best Luxury Island Resort in the World) สามารถค้นหารายละเอียดเกี่ยวกับการประกาศผลรางวัลและข้อมูลของรีเจ้นท์ ภูเก็ต เคปพันวา ได้ที่ www.luxuryhotelawards.com/listings/regentphuketcapepanwa

 

ฮันน็อกหนึ่งในทางเลือกคุ้มค่าของที่พักในเกาหลี

ฮันน็อกหนึ่งในทางเลือกคุ้มค่าของที่พักในเกาหลี

  • 21 กันยายน 2556 เวลา 12:22 น.

ฮันน็อกหนึ่งในทางเลือกคุ้มค่าของที่พักในเกาหลี

บ่อยครั้งที่การท่องเที่ยวด้วยแพ้กเกจทัวร์มีข้อจำกัดเรื่องของเวลาในการท่องเที่ยวแต่ละสถานที่ อาหารในแต่ละมื้อไม่ถูกปากหรือไม่ได้กินอาหารท้องถิ่น รวมถึงความไม่มีอิสระในการเลือกไปยังสถานที่ที่อยากไป แน่นอนว่าการซื้อทัวร์ไปย่อมสะดวกสบายไม่ต้องเสียเวลาวางแผนหรือติดต่อประสานงาน เพียงแค่เลือกซื้อโปรแกรมทัวร์ที่ถูกใจ จ่ายเงิน ส่วนที่เหลือก็รอเที่ยวอย่างเดียว ซึ่งสำหรับบางคนนั้น วิถีทางแบบนี้ไม่ใช่คำตอบของการท่องเที่ยว จึงเกิดเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวอิสระ หรือ FIT (Free Independent Travelers) เป็นกลุ่มคนที่มุ่งแสวงหาการวางแผนและการเดินทางต่างประเทศด้วยตัวเอง เพื่อตอบสนองความต้องการ และความพึงพอใจจากการท่องเที่ยวให้กับตัวเองมากที่สุด

ท่ามกลางการแข่งขันทางด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในโลกนี้ ดูเหมือนว่าประเทศเกาหลีใต้จะรุกและออกตัวสนับสนุนกลุ่มนักท่องเที่ยวอิสระมากที่สุดประเทศหนึ่งในขณะนี้ แน่นอนว่าเกาหลีใต้ทำได้ไม่ยาก เพราะมีระบบโครงสร้างพื้นฐานในประเทศดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นระบบคมนาคมขนส่ง เช่น เครื่องบิน รถไฟและรถเมล์ ที่เชื่อมถึงกันหมด โดยมีระบบบริหารจัดการที่เป็นเอกภาพ ยกตัวอย่างเช่น การเดินทางด้วยรถไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นผู้ให้บริการรายใดก็ตาม ผู้โดยสารสามารถเลือกที่จะชำระค่าโดยสารจากบัตรแทนเงินสด T Money Card ได้หมด นอกจากนั้นแล้วที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวก็มีให้เลือกหลากหลาย ทั้งโรงแรมดาวน้อยถึงดาวมาก โฮสเต็ล เกสต์เฮาส์ โฮมสเตย์ เทมเพิลสเตย์ และฮันน็อก หนึ่งในที่พักที่มีความคุ้มค่าคุ้มราคา ซึ่งเราจะพาไปทำความรู้จัก

ฮันน็อกคือบ้านในแบบฉบับดั้งเดิมของชาวเกาหลีใต้ มีลักษณะเป็นบ้านชั้นเดียวที่กระจุกกันอยู่หลายหลัง ภายในรั้วรอบขอบชิด ฮันน็อกหลายแห่งเปิดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และเป็นที่พัก สนนราคาราวๆ 3 หมื่นวอน หรือ 800 บาทต่อคน ทั้งนี้ราคาอาจถูกหรือแพงกว่านี้ขึ้นอยู่กับทำเลและช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ถึงตรงนี้อาจสงสัยกันแล้วว่าฮันน็อกมันดีอย่างไร

เรามีกรณีศึกษาในเมืองบูชอน จังหวัดเกียงกิ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของกรุงโซล ที่นั่นมีหมู่บ้านวัฒนธรรมบูชอนฮันน็อกตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน Samsan Gymnasium สามารถเดินเท้าประมาณ 510 นาทีก็ถึง ที่นี่ถูกสร้างขึ้นให้เป็นหมู่บ้านวัฒนธรรม เพื่อเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเรียนรู้วัฒนธรรมเกาหลีต่างๆ ไฮไลต์สำคัญของที่นี่คือการเรียนทำอาหารกับคุณ Kim Soon Ja ปรมาจารย์ทางด้านกิมจิคนแรกของเกาหลี ที่มีประสบการณ์ในการสอนทำกิมจิมากว่า 30 ปี นอกจากนั้นก็ยังมีกิจกรรมการเรียนรู้วัฒนธรรมอื่นๆ เช่น การดื่มชาในแบบฉบับเกาหลี การเรียนทำขนมมงคลพื้นเมืองต่างๆ และการเรียนรู้การทำงานหัตถศิลป์จากอาสาสมัครชุมชนที่คอยผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาสอน ที่สำคัญที่นี่ยังเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าพักในราคาย่อมเยาอีกด้วย

แม้ว่าฮันน็อกแห่งนี้จะไม่ได้เก่าแก่และถูกสร้างขึ้นมาใหม่ แต่ก็ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวตะวันตกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งนิยมมาพักที่นี่ 1 วัน 1 คืน เพื่อใช้เวลาเรียนรู้และเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมต่างๆ ที่ทางบูชอนฮันน็อกเตรียมไว้ให้ ว่ากันว่านักท่องเที่ยวหลายคนเลือกที่จะมาพักที่นี่เพราะคุ้มค่าคุ้มราคามากกว่าพักโรงแรมหลายเท่า

ภายในห้องพักถูกจัดวางและตกแต่งในแบบฉบับที่ชาวเกาหลีอยู่อาศัยจริงๆ มีโทรทัศน์ ห้องนั่งเล่น ห้องนอนพื้นแบบเกาหลี มีห้องครัว ตู้เย็นและห้องน้ำในตัว เพียงเท่านี้ก็น่าจะเพียงพอแล้วสำหรับการมาพัก โดยเฉพาะหากมาเป็นกลุ่มเพื่อนฝูงประมาณ 45 คน การพักแบบนี้ถือว่าคุ้มค่าทีเดียว และที่สำคัญคืออยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้า ก็ยิ่งทำให้สะดวกสบายในการเดินทางมากขึ้น

อันที่จริงแล้วการได้พักในโรงแรมดูเหมือนจะสะดวกสบายกว่าเพราะมีมาตรฐานที่ดีกว่า แต่ว่าการมาเกาหลีแล้วมาลองอยู่ฮันน็อกในสไตล์เกาหลีนั้น ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีและคุ้มค่าเหมาะสำหรับใครที่สนใจท่องเที่ยวเกาหลีใต้ในรูปแบบอิสระ หากสนใจก็ลองติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยงเกาหลีประจำประเทศไทย ซึ่งตอนนี้มีแจกบัตร T Money ฟรีสำหรับผู้ที่จะเดินทางไปเกาหลีอีกด้วย

 

คนพิเศษไม่วิเศษ Hong Kong Disneyland

คนพิเศษไม่วิเศษ Hong Kong Disneyland

  • 21 กันยายน 2556 เวลา 12:13 น.

คนพิเศษไม่วิเศษ Hong Kong Disneyland

โดย…กาญจน์ อายุ

วอลท์ ดิสนีย์ (Walt Disney) เคยกล่าวว่า “When we do fantasy we must not lose sight of reality.” เมื่อไหร่ที่เราทำเรื่องเหนือจริง เราจะต้องไม่ลืมความจริง นี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมหนู หมา ลา ไก่ ที่ วอลท์ ดิสนีย์ สร้างขึ้นถึงมีความรู้สึกรัก เศร้า โกรธ และโหดร้าย ซึ่งแม้บางเรื่องจะเกินกว่าจะเกิดขึ้นจริง แต่มันก็ยังสอนคนให้เข้าใจโลกแห่งความจริงได้มากขึ้น

จากตัวการ์ตูนบนแผ่นกระดาษ เรียงต่อกันเป็นหนังการ์ตูน และพัฒนาขึ้นจนเป็นแอนิเมชัน แต่ไม่ว่าพัฒนาการของภาพจะดูสมจริงแค่ไหน ก็สู้ไม่ได้กับตัวเป็นๆ ที่ออกมาเดินนอกโทรทัศน์ “สวนสนุกดิสนีย์แลนด์” (Disneyland) คือการ์ตูนสี่มิติของแท้ วอลท์ ดิสนีย์ สามารถทำได้อย่างที่พูดไว้ “If you can dream it, you can do it.” เขาทำให้ฝันของตัวเองและคนทั่วโลกเป็นจริง ปัจจุบันสวนสนุกดิสนีย์แลนด์มีอยู่ใน 5 เมือง 4 ประเทศ รวมถึงเอเชียในญี่ปุ่นและฮ่องกง

ฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์ อาจสู้โตเกียว ดิสนีย์แลนด์ไม่ได้ตรงที่โตเกียวมีทั้งดิสนีย์แลนด์และดิสนีย์ซี (Disney Sea) และแน่นอนว่าย่อมมีเครื่องเล่นน้อยกว่า แต่ถ้าเราใช้ตัวเองเป็นที่ตั้ง จากไทยไปฮ่องกงใกล้กว่า ตั๋วเครื่องบินถูกกว่า ค่าครองชีพถูกกว่า การไปฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์จึงง่ายกว่า และถึงแม้จะมีเครื่องเล่นไม่มากเท่า แต่ก็มีเครื่องเล่นเฉพาะที่ฮ่องกง

มิสทิค พอยท์ (Mystic Point) คือโซนใหม่ล่าสุดและมีแห่งเดียวในโลก เปิดเมื่อเดือน พ.ค. 2556 ได้สร้างชีวิตให้ตัวการ์ตูนใหม่สองตัว คือ ลอร์ดเฮนรี่ นักสำรวจและนักสะสมของโบราณกับ อัลเบิร์ต ลิงคู่ใจตัวต้นเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องราวในมิสทิค พอยท์

สถานที่เกิดเหตุเรียกว่ามิสทิคแมนเนอร์ ห้องสะสมของโบราณของท่านลอร์ด หนึ่งในนั้นคือหีบดนตรีที่เมื่อเปิดแล้วมิวสิกดัสท์ (Music Dust) ผงวิเศษจะถูกปลดปล่อยและปลุกสิ่งของทั้งหมดให้มีชีวิต และเรื่องราวทั้งหมดก็เกิดขึ้นจริง เมื่ออัลเบิร์ตไปเปิดมันเข้า

ผู้เล่นจะได้เข้าไปในห้องเก็บสมบัติที่ทุกอย่างกำลังมีชีวิต โดยนั่งไปบนรถเลื่อนที่ไม่สามารถเดาได้ว่ามันจะเคลื่อนไปทางไหน เพราะบนพื้นไม่มีราง เป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดเท่าที่ดิสนีย์แลนด์เคยมีมา เรียกว่า Mystic MagnetoElectric โดยแต่ละรอบจะเข้าไปพร้อมกัน 4 คัน คันหนึ่งนั่งได้ 4 คน และแต่ละคันจะเห็นต่างกันเล็กน้อย

คันที่เห็นครบที่สุดคือคันที่ 1 และ 3 และตำแหน่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือ แถวหน้าด้านขวาสุด

ฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์ พยายามสร้างความท้าทายใหม่ทุกปี โดยในปี 2555 ได้เปิดตัว Grizzly Gulch โคสเตอร์ภาคพื้นดินที่สามารถเคลื่อนที่เดินหน้าและถอยหลังด้วยความเร็วสูง และในปี 2554 ได้สร้างสนามหลังบ้านของแอนดี้ Toy Story Land ย่อส่วนให้เราเห็นมุมมองของของเล่นที่มองมายังคน และให้เราเข้าใจความรู้สึกของรถแข่ง RC Racer หรือทหารโดดร่ม Toy Soldiers Parachute Drop ว่าเราจะรู้สึกอย่างไรเมื่อกลายเป็นของเล่นเสียเอง

(ล้อมกรอบ) ถ้าจะเล่น RC Racer ให้เสียวที่สุดต้องนั่งแถวหลังสุดริมด้านใดด้านหนึ่ง

นอกจากนี้ ดิสนีย์แลนด์จะมีเครื่องเล่นที่เป็นสัญลักษณ์ คือ “It’s A Small World” เป็นเครื่องเล่นที่ไม่หวาดเสียว แค่นั่งอยู่บนเรือดูหุ่นแต่งตัวเป็นชาติต่างๆ พ่อแม่ชอบพาลูกมาเล่น ส่วนผู้ใหญ่ชอบมาเล่นเพื่อหลบฝนหลบร้อน ดูเป็นเครื่องเล่นสำหรับเด็ก น่ารัก ไร้เดียงสา แต่ถ้าได้ทราบความหมายของมันแล้วจะรู้ว่ามันไม่เด็ก “It’s a world of laughter, a world of tears. It’s a world of hopes, and a world of fears.” คือความหมายแท้จริงของ It’s A Small World

นอกจากเทคโนโลยีของเครื่องเล่น “คน” เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ดิสนีย์แลนด์สมบูรณ์ ตัวการ์ตูนก็คือคนคนหนึ่งที่แสดงบทบาทเป็นตัวการ์ตูนตัวนั้น และมันเป็นเรื่องน่าสนุกสำหรับคนดูที่จะคอยสังเกตพฤติกรรมว่าเหมือนอย่างในการ์ตูนมากแค่ไหน และพวกเขาก็ทำไม่ให้ผิดหวังเลย เพราะไม่ใช่แค่หน้าตา ผิวพรรณ ทรงผม การแต่งกาย แต่มันยังเหมือนไปถึงการขยับตัว น้ำเสียง และสำเนียงคำพูด เหมือนเสียจนสงสัยว่าวอลท์ ดิสนีย์ วาดการ์ตูนเหมือนคนหรือคนหน้าตาเหมือนการ์ตูนกันแน่

จึงมีคนจำนวนมากที่มาดิสนีย์แลนด์เพื่อมาสัมผัสตัวการ์ตูนที่ตัวเองชอบ มาถ่ายรูปกับตัวการ์ตูนไอดอลและมาดูการแสดงสดๆ เช่น ในโซน Adventureland มีการแสดง Festival of the Lion King การแสดงแสง สี เสียง อลังการ เล่าเรื่อง Lion King ภาคแรกได้ครบถ้วนภายในเวลา 45 นาที และในโซน Fantasyland มีการแสดง Golden Mickeys จำลองงานประกาศรางวัลตุ๊กตาทองคำในโลกการ์ตูน

ตำแหน่งชม Festival of the Lion King แถวหน้าสุดจะได้จับมือกับนักแสดงบางตัว

และในทุกคืน เวลา 20.00 น. บริเวณปราสาทซินเดอเรลลา ใจกลางสวนสนุกจะมีการแสดงพลุประกอบแสงและเสียงเพลง Disney in the stars ซึ่งถ้าวันไหนฝนตกหนักหรือลมกระโชกจะยกเลิก แต่ถ้าฝนตกปรอยๆ การแสดงก็ยังมีอยู่ แต่อาจไม่สวยเท่าวันฟ้าเปิด

(ล้อมกรอบ) จุดชมพลุมีพื้นที่กำหนดให้แล้ว ถ้าชมด้วยตาสามารถเลือกตรงไหนก็ได้ เห็นสวยงามพอกันหมด แต่หากต้องการถ่ายภาพด้วยขาตั้งกล้อง แนะนำให้ยืนตรงกลางแถวแรกถัดจากแนวคนนั่งมา จะเป็นจุดที่เก็บภาพดอกไม้ไฟได้ในมุมกว้างและไม่มีคนขวาง

“Think, Believe, Dream and Dare” วอลท์ ดิสนีย์ ได้ทิ้งสิ่งเหล่านี้ไว้ ดิสนีย์แลนด์คือความท้าทายระหว่างคำว่าจินตนาการและความเป็นจริงที่มาบรรจบกันได้ด้วย “ความกล้า” และ “ลงมือทำ”

ดิสนีย์แลนด์อาจเป็นความฝันของใครหลายคน แต่เมื่อมีโอกาสมาแล้วอยากให้นำ “ความกล้าฝัน” กลับไปด้วย เพราะ “It’s kind of fun to do the impossible.” มันเป็นเรื่องน่าสนุกอย่างหนึ่งที่จะทำเรื่องที่เป็นไปไม่ได้