ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

ขอเป็นติ่ง ‘คิวชู’

30 พฤศจิกายน 2556 เวลา 09:41 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1ghNgfJ

ขอเป็นติ่ง ‘คิวชู’

โดย…กาญจน์ อายุ

ขอจับกระแสบ้าญี่ปุ่นแต่แหวกแนวลงมาทางใต้ยัง “เกาะคิวชู” พี่ใหญ่อันดับ 3 ในบรรดาพี่น้องชาวเกาะกว่า 3,000 เกาะของญี่ปุ่น ติ่งนี้มีประชากรประมาณ 14 ล้านคน นักท่องเที่ยวสามารถมาเยี่ยมเยือนได้โดยนั่งเครื่องบินลงที่สนามบินฟุกุโอกะ (มีสายการบินตรงจากกรุงเทพฯ มาถึง) จากนั้นนั่งรถไฟเชื่อมโยงไปเที่ยวต่อยังจังหวัดโออิตะ คุมาโมโต และนางาซากิ

ฟุกุโอกะ เมืองเศรษฐกิจแห่งตอนใต้ของญี่ปุ่นคึกคักไปด้วยชาวญี่ปุ่นที่เข้ามาทำงาน นักธุรกิจต่างชาติ และนักท่องเที่ยวที่มีส่วนเกี่ยวกับเศรษฐกิจอยู่บ้างตรงที่ทำให้เงินเดินสะพัด

ศาลเจ้าดาไซฟุ โด่งดังเรื่องให้พรปัญญา พ่อแม่ชาวญี่ปุ่นนิยมพาลูกหญิงชายวัย 3, 5 และ 7 ขวบ มารับพรจากเทพที่ศาลเจ้านี้ สิ่งที่น่าสนใจคือ เทพยดาที่ดลบันดาลพรนั้นแท้จริงคือปราชญ์กวีนามว่า มิชิสะเนะ ซึงะวะระ ที่ได้รับการยกแย่งให้เป็นเทพเจ้าแห่งภูมิปัญญา ทำให้ในศาลเจ้าไม่มีรูปเคารพใดๆ ที่เห็นว่าเป็นรูปทรงและยึดเหนี่ยวจิตใจคนได้คือ รูปปั้นวัว ที่คนเชื่อว่าลูบหัวถึงเขาแล้วจะมีปัญญาดี

อีกหนึ่งศาลเจ้าใหญ่ ศาลเจ้าคุชิตะ ตั้งอยู่ใจกลางแหล่งช็อปปิ้งของเมืองฟุกุโอกะ เป็นที่เก็บรักษาแท่นบูชาความสูงเท่าบ้านหนึ่งชั้น ประดับด้วยรูปเทพเจ้าในตำนานญี่ปุ่น โดยแท่นบูชานี้จะนำออกแห่ในเทศกาลฤดูร้อน Hakata Gion Yamakasa อาศัยแรงงานชายในชุดเสื้อขาวนุ่งกางเกงผ้าเตี่ยวสั้นสีขาวลากแห่ไปรอบเมือง ถ้าเปรียบให้เห็นภาพน่าจะเหมือนงานแห่เทียนพรรษาที่ จ.อุบลราชธานี หรืองานแห่ต้นดอกไม้บ้านแสงภา จ.เลย

สำหรับคนแพ้ของเซลส์เตรียมกินยาแก้แพ้ไว้ให้ดี เพราะในเดือน ธ.ค.ถึงสิ้นเดือน ก.พ.ปีหน้า ญี่ปุ่นจะเริ่มเทศกาล Japan Shopping Festival ร้านค้าในโตเกียว คันไซ และฟุกุโอกะ จะพร้อมใจกันลด จุดเก็บแต้มในฟุกุโอกะอยู่ที่คาแนล ซิตี้ และมารีน่า ซิตี้ เอาต์เลต สินค้าแบรนด์เนมและแบรนด์ท้องถิ่นจะลดราคากระชากวิญญาณสาวๆ สำหรับสาวไทยต้องคูณหารค่าเงินให้ดีก่อนซื้อ เพราะถูกของเขาอาจแพงสำหรับเราก็เป็นได้

โออิตะ คนจังหวัดใกล้เคียงอาจต้องเข้ามาหางานทำที่จังหวัดฟุกุโอกะ แต่คนฟุกุโอกะอยากออกไปพักผ่อนที่เมืองแห่งน้ำพุร้อนแห่งนี้ จังหวัดโออิตะอยู่ใกล้ภูเขาไฟ ทำให้มีน้ำพุร้อนตามธรรมชาติเกิดขึ้นมากที่สุดในญี่ปุ่น ถ้านั่งรถไปตามถนนจะเหมือนอยู่ในเขตอุตสาหกรรม เพราะสองข้างทางมีควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นท้องฟ้า

เบปปุ เป็นเมืองในจังหวัดโออิตะ ได้รับการขนานนามว่าเมืองหลวงแห่งออนเซ็น โรงแรมในเบปปุมีนักท่องเที่ยวตลอดปี แต่ส่วนใหญ่มาพักไม่ใช่เพื่อค้างแรม แต่เพื่อใช้บริการออนเซ็นของโรงแรม มีเรื่องตลกจากไกด์คนไทยที่มาใช้ชีวิตในญี่ปุ่นกว่า 20 ปี เล่าว่า ห้องน้ำในห้องพักเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นในเบปปุ เพราะชาวญี่ปุ่นจะแช่ออนเซ็นวันละอย่างต่ำ 3 เวลา คือ ตื่นนอน ก่อนอาหารเย็น และก่อนนอน จะมาอาบน้ำ สระผม เข้าห้องน้ำกันในออนเซ็น พอถึงห้องพักก็นอนอย่างเดียว

ดังนั้นแล้ว นักท่องเที่ยวที่ไปถึงเบปปุต้องแช่ออนเซ็น เหมือนไป จ.เชียงใหม่ ต้องกินข้าวซอย ขึ้นดอยต้องอินทนนท์ แต่ติดปัญหาอยู่เรื่องเดียวที่คนไทยไม่อยากแช่คือ การเปลือยกาย โดยเฉพาะไปกับทัวร์แล้วเสี่ยงเจอคนไทยด้วยกัน จุดนี้ยืนยันได้ว่าครั้งแรกทุกคนอายหมด แต่เมื่อเข้าไปอยู่ด้านในที่ทุกคนเหมือนกันแล้ว “มันเปลือยก็จริง แต่ไม่โป๊” จะไม่มีใครมาจับจ้องสรีระของคนอื่น ทุกคนอยู่เงียบๆ แช่น้ำนิ่งๆ เหมือนกำลังนั่งสมาธิ ในทางตรงกันข้าม ถ้าเข้าไปแล้วทำตัวขัดเขิน ปิดนู่นปิดนี่เมื่อไร ตอนนั้นแหละที่จะเป็นจุดสนใจ แล้วจะถูกเชิญออกจากออนเซ็นได้ถ้านำผ้าขนหนูผืนใหญ่เข้าไปห่อตัว

ความพิเศษของลักษณะภูมิประเทศทำให้เบปปุมีบ่อน้ำแร่ชื่อแปลกอยู่สองแห่ง อุมิ จิโกกุ หรือบ่อนรก เป็นบ่อน้ำแร่สีฟ้าเทอร์คอยส์ เดือดปุดๆ ปกคลุมไปด้วยควันสีขาว ควันนั้นมาพร้อมกลิ่นแร่โคบอลต์คล้ายกลิ่นตด อีกบ่ออยู่ใกล้กัน ชื่อ ชิโนอิเกะ จิโกกุ หรือบ่อเลือด เป็นบ่อน้ำแร่สีแดงคล้ายสนิม กลิ่นแรงกว่าบ่อนรกเพราะปริมาณธาตุเหล็กเข้มข้นในน้ำ ทั้งสองบ่อลงไปออนเซ็นไม่ได้ แต่ต้มไข่ได้

ห่างออกไปชั่วโมงครึ่ง มีหมู่บ้านขนาดย่อมที่เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเต็มตัวชื่อ หมู่บ้านยูฟุอิน เป็นสถานที่รวบรวมบ้านญี่ปุ่นอายุ 120180 ปีจากทั่วประเทศเปิดเป็นร้านขายสินค้า อาหาร งานหัตถกรรม ถ้าให้เทียบกับไทย หมู่บ้านยูฟุอินเป็นเหมือนหมู่บ้านคีรีวง เมืองในหุบเขา อากาศเย็นตลอดปี มีแหล่งน้ำจืดกลางหมู่บ้าน และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

คุมาโมโต ล้อกับคำว่า คุมา (Kuma) ที่แปลว่า หมี ทำให้ทั้งเมืองเต็มไปด้วยภาพการ์ตูนหมีดำแก้มแดงตามป้ายร้าน บนห่อขนม และเกือบจะทุกอย่างเพื่อบ่งบอกว่าสินค้านั้นมาจากเมืองคุมาโมโต พื้นที่คาบเกี่ยวระหว่างจังหวัดโออิตะและคุมาโมโตเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติอะโสะคุจู ประกอบไปด้วยปล่องภูเขาไฟ 5 ปล่อง บางปล่องยังไม่ดับสนิท ยังมีควันสีขาวลอยคว้างออกมา ทุกปล่องสามารถไต่เขาขึ้นไปได้ ซึ่งถือเป็นกิจกรรมท้าจิตใจของผู้สูงวัยชาวญี่ปุ่นที่ต้องทำให้ได้ก่อนตาย

ทั้งนี้ ปากปล่องภูเขาอะโสะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ในเขตหมีดำ ภายในปล่องเป็นน้ำแร่สีเขียวเทอร์คอยส์ มีควันสีขาวหนาจัดโชยขึ้นมาตลอดเวลา และโชคดีสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่อยากปีน เขามีกระเช้าพาขึ้นไปส่งถึงปล่อง แต่บางวันอาจโชคร้ายภูเขาไฟปล่อยกำมะถันออกมามากเกินไป กระเช้าก็จะปิดบริการและปิดเส้นทางเดินเท้าขึ้นด้วย

เมืองคุมาโมโตยังมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เพราะเป็นเมืองสุดท้ายที่เปลี่ยนแปลงการปกครองจากซามูไรไปสู่จักรพรรดิ โบราณสถานในยุคนั้นที่หลงเหลืออยู่ที่ ปราสาทคุมาโมโต ออกแบบโดยซามูไรที่มีความรู้ด้านสถาปนิกและการทหาร ทำให้สถาปัตยกรรมป้องกันข้าศึกได้ดี ตัวปราสาทมีหอคอยสูง 2 หอ หอใหญ่สูง 30 เมตร หรือเท่าตึก 10 ชั้น หอเล็กสูง 19 เมตร ฐานปราสาททำจากหินลักษณะเป็นฐานกว้างคล้ายพีระมิด มีคูน้ำขุดเป็นร่องลึกป้องกันข้าศึกอีกชั้น และรอบกำแพงเต็มไปด้วยต้นแปะก๊วยที่ปลูกไว้เป็นเสบียงหากเกิดศึกสงคราม

นางาซากิ สถานที่ที่หนุ่มอ้วน Fatman สัญชาติอเมริกัน เคยมาทำลายล้างเมื่อ พ.ศ. 2488 ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เหตุการณ์ครั้งนั้นเกิดขึ้นภายใน 3 นาที มีคนตายทันที 2.4 แสนคน และมีคนเจ็บปวดเพราะสารกัมมันตรังสีที่หลงเหลือในร่างกายอีกนับไม่ถ้วน ระเบิดปรมาณูทำให้ญี่ปุ่นยอมแพ้สงคราม ยอมรับบทเรียนสำคัญทางประวัติศาสตร์ และเป็นอดีตที่ทำให้ชาวญี่ปุ่นชาตินิยม อดทน มีระเบียบ และความเครียดสูง

สวนสันติภาพนางาซากิ และพิพิธภัณฑ์ Nagasaki Atomic Bomb Museum เป็นห้องเรียนประวัติศาสตร์ที่ทำให้เห็นความโหดร้ายของสงคราม สวนสันติภาพสร้างทับคุกเก่าที่ห่างจากจุดแฟตแมนตกไม่กี่ร้อยเมตร และภายในพิพิธภัณฑ์ได้เก็บรวบรวมหลักฐานของโบสถ์อุราคามิที่โดนระเบิดเข้าอย่างจัง ซึ่งเป็นการทิ้งระเบิดที่ผิดเป้าเพราะนักบินตั้งใจทิ้งที่อู่ต่อเรือบริษัท มิตซูบิชิ เฮฟวี่ อินดัสตรี ท่าเรือที่ทันสมัยที่สุดทางนางาซากิฝั่งตะวันตก แต่ทัศนวิสัยไม่ดีจึงพลาด

ท่าเรือนางาซากิเป็นที่ติดต่อการค้ากับนานาชาติ หนึ่งในนั้นคือชาติฮอลแลนด์คู่ค้าสำคัญที่เข้ามาตั้งแต่ พ.ศ. 2143 ด้วยความสัมพันธ์อันดีทำให้เกิดหมู่บ้านฮอลแลนด์ที่เมืองซาเซโบะในจังหวัดนางาซากิใน พ.ศ. 2535

เฮาส์เทนบอช (Huis Ten Bosch) มีทั้งบ้านเรือนแบบฮอลแลนด์ คูน้ำ หอนาฬิกา กังหันลม และสวนทิวลิป ปัจจุบันเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเต็มรูปแบบ มีร้านค้า ร้านอาหาร เครื่องเล่น ชิงช้าสวรรค์ จุดถ่ายภาพ โรงแรม และที่เพิ่งมาใหม่คือเรือวันพีซ (One Piece) ที่คัดลอกออกมาจากหนังสือการ์ตูนที่คนไทยเองก็คลั่งไคล้

นอกจากนี้ ในเมืองคาชิมะ จังหวัดนางาซากิ มีศาลเจ้าอินาริที่โด่งดังติดหนึ่งในสามของญี่ปุ่น ศาลเจ้ายุโตกุ อินาริ คนมักไปขอพรให้ธุรกิจสำเร็จและเดินทางปลอดภัย เป็นศาลเจ้าประจำตระกูลนาเบะชิมะผู้ปกครองดินแดนซากะในยุคเอโดะ ทำให้ในวัดไม่มีเทพเจ้าใดๆ นอกจากสัญลักษณ์หมาจิ้งจอกที่คนนำมาเคารพ จังหวัดต่างๆ ในเกาะคิวชู ยังมีนักท่องเที่ยวเบาบางถ้าเทียบกับเมืองเที่ยวติดลมบนอย่างโตเกียว เกียวโต โอซากา แต่กลับเป็นแหล่งท่องเที่ยวของชาวญี่ปุ่นจากเมืองใหญ่มากกว่า สัดส่วนน้อยนิดของนักท่องเที่ยวทำให้เห็นญี่ปุ่นเต็มตา เสมือนเราเป็นแขกพิเศษที่เข้ามาสังเกตการณ์ว่าคนญี่ปุ่นเขาใช้ชีวิตกันอย่างไร

มกราคม 19, 2014 Posted by | กิน-เที่ยว, เที่ยวทั่วโลก, โพสต์ทูเดย์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

Shoppingmania (ห้าง)

18 มกราคม 2557 เวลา 16:48 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1gZ75In

Shoppingmania (ห้าง)

เทคนิคช็อปปิ้งให้ประหยัดเงิน

สำหรับช็อปมาเนียแล้ว การช็อปปิ้งถือเป็นความสุขอย่างหนึ่งในชีวิต แต่นักช็อปที่ดีควรรู้จักวิธีช็อปที่ถูกต้อง และประหยัดเงินในกระเป๋า เพื่อจะได้มีเงินออมหรือมีเงินไว้จับจ่ายใช้สอยอย่างอื่นได้เยอะขึ้น คอลัมน์ช็อปมาเนียฉบับนี้จึงขอนำเสนอวิธีการช็อปปิ้งอย่างไรให้ประหยัดเงิน และคุณสมบัติที่นักช็อปควรมี โดยนำส่วนหนึ่งมาจากบล็อกเกอร์ของ domemall

อันดับแรก ช็อปมาเนียต้องรู้ถึงจำนวนเงินในกระเป๋าที่สามารถจับจ่ายได้ในแต่ละครั้ง ด้วยการแบ่งสันปันส่วนให้ชัดเจนว่าเงินไหนเป็นเงินสำหรับช็อปปิ้ง เงินออม หรือเงินสำหรับค่าใช้จ่ายประจำ เพื่อป้องกันการช็อปเพลิดเพลินจนลืมตัว และอาจใช้เงินไม่ชนเดือนได้

ประการต่อมา ต้องวางแผนว่าจำเป็นต้องซื้ออะไรบ้างในแต่ละสัปดาห์หรือแต่ละเดือน และถ้าเป็นไปได้ควรจะซื้อทุกอย่างเมื่อมีการจัดโปรโมชั่น เพื่อจะได้ราคาที่ถูกที่สุด หรือซื้อของในเทศกาล เช่น ซื้อผลไม้ตามเทศกาลซึ่งจะมีราคาถูกมากกว่า แต่อย่าลืมว่าไม่ใช่ขนซื้อเกินความจำเป็น เพราะแทนที่จะประหยัดจะกลายเป็นฟุ่มเฟือยแทน

การทำรายการสิ่งที่จำเป็นต้องซื้อ และร้านที่ต้องไป เพื่อวางแผนในการเดินทาง เพราะจะเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางและทำให้เหลือเงินช็อปปิ้งมากขึ้นอีกด้วย

นอกจากนี้ยังต้องสร้างนิสัยในการช็อปปิ้งไม่ควรถี่จนเกินไป เพราะนักช็อปย่อมรู้ดีว่า หากได้ออกช็อปเมื่อไรแล้ว เห็นอะไรก็อยากครอบครองเป็นเจ้าของไปหมด เพราะฉะนั้นหากเป็นไปได้ควรช็อปปิ้งแค่อาทิตย์ละครั้งเท่านั้น ซึ่งหากวางแผนเป็นอย่างดีแล้ว การช็อปอาทิตย์ละครั้งจะไม่เป็นปัญหาเลย

เมื่อถึงเวลาตระเวนช็อป ไม่ควรรีบร้อน เพราะจะทำให้คุณตัดสินใจไม่รอบคอบพอในการเลือกซื้อสินค้า รวมทั้งไม่ควรช็อปปิ้งเมื่อหิว เพราะนั่นอาจทำให้คุณรีบช็อปเพื่อรีบไปหาของทานจนขาดความรอบคอบก็เป็นได้

ที่สำคัญคือ การสร้างวินัยในการช็อป โดยนำรายการสินค้าที่ต้องซื้อที่เตรียมไว้ไปด้วย และควรซื้อเฉพาะของอยู่ในรายการเท่านั้น

ในการซื้อสินค้าแต่ละอย่าง ต้องอ่านฉลากเพื่อให้แน่ใจว่า เรากำลังซื้อสิ่งที่ต้องการซื้อจริงๆ เพราะซื้อผิดก็ต้องซื้อใหม่ ซึ่งย่อมต้องใช้เงินเพิ่มขึ้น จึงเป็นอันตรายต่อการออมอย่างยิ่ง และต้องไม่พลาดที่จะตรวจสอบราคาของยี่ห้ออื่นๆ เพราะของที่คุณภาพใกล้เคียงกันหรือเท่ากัน บางยี่ห้อก็แพงกว่า

สุดท้ายคือ การจดบันทึกว่า สิ่งของเครื่องใช้ที่ซื้อไปราคาเท่าไร เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการวางแผนว่าต่อไปจะซื้ออะไร การรู้ราคาสิ่งของแต่ละชิ้นจะช่วยให้เรารู้เมื่อครั้งต่อไปมันลดราคาลง

เพียงเท่านี้ คุณก็เป็นนักช็อปที่ดีและชาญฉลาดได้แล้ว

แม้การเมืองยังคุกรุ่น แต่บรรดาผู้ค้าปลีกยังจัดโปรโมชั่นปลุกมู้ดช็อปมาเนียต่อเนื่อง

เริ่มจากห้างเซ็นทรัล/เซน จัดรายการ “Beauty Galerie Presents Beauty Bonus” คัดสรรสินค้าคุณภาพแผนก บิวตี้ แกลเลอรี มาให้คุณได้เลือกช็อป พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ อาทิ รับคูปองส่วนลดแทนเงินสดฟรี เมื่อช็อปทุก 6,000 บาท (ภายในวันและสาขาเดียวกัน) สมาชิก The1Card ลดเพิ่ม 12.5% เมื่อใช้คู่กับคะแนน The1Card ตั้งแต่วันที่ 14 ม.ค.-4 มี.ค. 2557 ณ แผนกบิวตี้ แกลเลอรี ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา และเซน

ศูนย์การค้าเมกาบางนา เชิญชวนน้องๆ หนูๆ มาร่วมเล่นกันอย่างสร้างสรรค์ ใช้ช่วงเวลาสุดหรรษากับครอบครัว พร้อมพบโปรโมชั่นสุดพิเศษมากมาย ในงาน “KIDD KID DAY” ภายใต้คอนเซปต์ “เล่นเป็นเด็ก” ท่านจะได้พบกับกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ เกมต่อมหาสนุก Giant Janga, การแข่งขัน Mega Family Race, วาดรูปมหาสนุก, ธรรมะหรรษากับพระมหาสมพงษ์, ย้อนวันวานกับแฟนพันธุ์แท้ไอ้มดแดง และร่วมสัมผัสกับความน่ารักของเหล่านักแสดงตัวน้อยจากละครทองเนื้อเก้า น้องเมลิค น้องแม็ค และน้องยอร์ช นอกจากนี้ยังมีสินค้า และของเล่นเด็กมากมายมาให้ได้ช็อปกัน พบกับกิจกรรมดีๆ แบบนี้ได้ตั้งแต่วันนี้19 ม.ค. 2557 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา

กรุงทองพลาซ่า 1 ศูนย์ค้าส่งเครื่องแต่งกาย จัดกิจกรรมแจกจี้ทองทุกสัปดาห์ สัปดาห์ละ 5 รางวัล เพียงซื้อสินค้าในห้างกรุงทองพลาซ่า สาขา 1 ครบ 500 บาท แลกรับคูปองชิงโชค 1 ใบได้ที่สำนักงานชั้น 4 และพิเศษสุดสำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้าภายในห้างกรุงทองพลาซ่า ชั้น 3 และชั้น 4 สามารถแลกรับคูปองได้จำนวน 2 ใบ ท่านสามารถลุ้นรับจี้ทองได้ทุกวันเสาร์ เวลา 15.30 น. เชิญร่วมสนุกกับกิจกรรมสุดพิเศษนี้ได้ตั้งแต่วันนี้31 ม.ค.นี้

มิสซิส ฟิลด์ส ต้นตำรับซอฟต์คุกกี้อบสดระดับพรีเมียมจากอเมริกา ชวนมอบความสุขแด่คนพิเศษด้วย “Lovelie POP” คุกกี้ดีไซน์เก๋ โดดเด่นกว่าใครด้วยรูปลักษณ์ที่น่ารักสะดุดตา ดุจอมยิ้มมหัศจรรย์แสนอร่อย เคลือบด้วย Dark/White Chocolate พร้อม Topping ด้วยเกล็ดน้ำตาลรูปหัวใจแสนหวานและแครนเบอร์รีที่คัดคุณภาพชั้นดีเพื่อแฟนๆ Mrs. Mrs.Fields โดยเฉพาะ ในราคาเพียงชิ้นละ 59 บาท พิเศษซื้อ 2 ชิ้น เหลือเพียง 109 บาท เท่านั้น ด่วนวันนี้ถึง 28 ก.พ. 2557

ข่าวดีสำหรับสาวกทอยวอทช์ เพราะทอยวอทช์มอบส่วนลดพิเศษ 3050% เพื่อต้อนรับเทศกาลปีใหม่ทุกรุ่นทุกสาขา เพื่อเป็นของขวัญให้แฟนแบรนด์นาฬิกาชั้นนำจากอิตาลีมีให้เลือกหลายรุ่น หลากสไตล์ กับแฟชั่นนาฬิกาจากอิตาลี สุดเก๋ สำหรับคุณผู้หญิงและคุณผู้ชายที่คลั่งไคล้นาฬิกาข้อมือ รีบไปจับจองเป็นเจ้าของนาฬิกาสุดชิกได้แล้ว ณ ช็อปทอยวอทช์ เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น G และเคาน์เตอร์ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั้งเซ็นทรัลและพารากอน ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 ม.ค. 2557 สอบถามเพิ่มเติมที่โทร. 02-655-15756

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ควงแขน ควิกเพลย์ดอทคอม จัดกิจกรรมสุดพิเศษ ซุปเปอร์ จูเนียร์ : ซุปเปอร์โชว์ 4 ไลฟ์ อิน โซล 3D เปิดโอกาสให้แฟนเพลงชาวไทยได้ชมคอนเสิร์ตของศิลปินวงซุปเปอร์ จูเนียร์ ในโรงภาพยนตร์แบบดิจิตอล 3 มิติ ที่ให้ภาพคมชัดกว่าและสว่างกว่าถึง 2 เท่าด้วยกัน โดยเปิดให้รับชมพร้อมกันที่โรงภาพยนตร์ในเครือเมเจอร์ทั้ง 4 สาขา ได้แก่ พารากอน ซีนีเพล็กซ์, เอสพละนาด ซีนีเพล็กซ์ รัชดา, เมกา ซีนีเพล็กซ์ และเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน ในวันเสาร์ที่ 18 ม.ค.นี้ ติดตามรายละเอียดได้ที่ www.majorcineplex.com ตลอด 24 ชั่วโมง

หอการค้าญี่ปุ่นกรุงเทพฯ และศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่น เจเอ็ดดูเคชั่น จัดงานมหกรรมญี่ปุ่นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยรวบรวมและแนะนำผลิตภัณฑ์ การบริการ เทคโนโลยี การศึกษา การทำงาน การท่องเที่ยว รวมถึงทุกความสนใจต่างๆ ทั้งที่มาจากประเทศญี่ปุ่นและบริษัทญี่ปุ่นในประเทศไทย งานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-26 ม.ค. 2557 ณ ชั้น 5 รอยัลพารากอนฮอลล์ สยามพารากอน

มกราคม 19, 2014 Posted by | กิน-เที่ยว, เที่ยวทั่วไทย, โพสต์ทูเดย์ | , , , , , , | ใส่ความเห็น

วัดเกตการาม

18 มกราคม 2557 เวลา 16:34 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1gZ03mM

วัดเกตการาม

โดย…นพพล ชูกลิ่น

ครั้งที่แล้วผมพาท่านไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์วัดเกตการามมาให้ท่านผู้อ่านได้เห็นถึงความรักในถิ่นของชุมชนวัดเกต ฉบับนี้เลยขออนุญาตพาท่านไปเยี่ยมชมวัดเกตการาม วัดเล็กๆ ที่ไม่ได้มีขนาดใหญ่โตอะไร แต่มีความสวยงามมากๆ ในสายตาผม มีสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดีตามอัตภาพที่ทางวัดจะมี ผมมีเวลาไม่มากที่ได้เยี่ยมชมวัดแห่งนี้ ผมได้รู้จักวัดนี้เพราะหนึ่งในคณะเดินทางที่ขึ้นไปปฏิบัติภารกิจด้วยกันบอกผมว่า หน้าวัดเกตมีร้านขายขนมสาคูที่อร่อยมาก เลยได้แวะเข้าไปจอดรถในตัววัด ซึ่งขนมสาคูที่ได้ทดลองชิมแล้วอร่อยมากๆ ครับ ท่านผู้อ่านลองแวะชิมนะครับ ไปเรื่องกินอย่างเดียวเลย เท่าที่เวลาอันน้อยนิดที่ได้แวะชม ผมเลยได้หยิบเอกสารแผ่นพับที่เล่าถึงประวัติวัดเกตมาเล่าให้ท่านผู้อ่านได้พอสังเขปดังนี้นะครับ

ประวัติของวัดเกตการาม ตามศิลาจารึก วัดนี้ได้สร้างเมื่อสมัยกษัตริย์ราชวงศ์มังรายพญาสามฝั่งแกน พระราชบิดาของพญาติโลกราช ชื่อเดิมคือ วัดสระเกษ พญาสามฝั่งแกนโปรดฯ ให้พระยาเมือง พระยาคำ และพระยาลือ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1971 ภายในวัดมีพระเจดีย์เกศแก้วจุฬามณี ซึ่งเป็นที่สักการะของชุมชน เป็นเจดีย์บูชาโดยผู้ที่เกิดในปีของสุนัขตามราศีจีน พระเจดีย์เกศแก้วจุฬามณีเป็นเจดีย์ประธานทรงระฆังแบบล้านนา ซึ่งจำลองจากพระเกศแก้วจุฬามณีบนสรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อให้สาธุชนได้สักการะ ฐานเจดีย์เป็นรูปสี่เหลี่ยมแบบย่อเก็จ มีซุ้มจระนำประดิษฐานองค์พระทั้งสี่ทิศ

ส่วนบนตั้งแต่ปากระฆังถึงปลียอดประดับด้วยทองจังโกดุนลาย โดยรอบมีเจดีย์บริวารทั้งสี่มุม นอกนั้นมีพระวิหารที่หาดูยาก สร้างในสมัยรัตนโกสินทร์ เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน 9 ห้อง มีเสาคู่ในรองรับหลังคาหน้าจั่ว และเสาคู่นอกรับแนวหลังคา ปีกนกย่อเก็จ 3 ตอน ในแนวตะวันออกตะวันตก หน้าบันประดับลวดลายแกะสลักลายพรรณพฤกษา ปิดทองนาคะตัน เป็นไม้แกะสลักลวดลายเครือเถา บัวหัวเสาประดับด้วยแก้วอังวะ ตัวเสามีลายทอง หางหงส์ประดับด้วยไม้เป็นรูปนาคลำยอง ประดับด้วยแก้วอังวะ ลงรักปิดทอง มีประตูทางเข้า 3 ทาง หลังคาทรงจั่ว เรียงซ้อนกัน 5 ชั้น 2 ตับ และเนื่องด้วยชุมชนอยู่ในย่านการค้าเก่าของชาวจีนที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำปิง สิ่งก่อสร้างอยู่ในยุคหลังที่ได้บูรณะขึ้น จึงมีศิลปะจีนปะปนอยู่

จากประวัติของวัดที่ผมได้กล่าวมานั้น แสดงถึงศิลปวัฒนธรรมที่งดงาม การผสมผสานที่ลงตัวเป็นอย่างมาก ผมอยากเชิญชวนผู้อ่านทุกท่านลองไปสัมผัสความงดงามนี้ด้วยตัวของท่านเองนะครับ ขอบคุณครับ

มกราคม 19, 2014 Posted by | กิน-เที่ยว, เที่ยวทั่วไทย, โพสต์ทูเดย์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

Sky Diving เปลี่ยนตัวเองในเสี้ยววินาที

18 มกราคม 2557 เวลา 16:17 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1gYWMUz

Sky Diving เปลี่ยนตัวเองในเสี้ยววินาที

โดย…แรมสองค่ำ

เงิน 1.6 หมื่นบาท เปลี่ยนชีวิตได้ จ่ายครั้งเดียว แลกกับวิดีโอหนึ่งม้วน ภาพนิ่งจำนวนหนึ่ง และประสบการณ์ชีวิตหนึ่งครั้ง เงินจำนวนนี้อาจเป็นเงินทั้งเดือนของใครหลายคน ถ้าคิดที่จะใช้เงินอันมีค่าเปลี่ยนตัวเองแล้ว ต้องหาเพิ่มอีกนิดให้พอค่าเดินทางไปกลับสกลนคร เมื่อถึงสกลนครให้มุ่งหน้าสู่โรงเก็บเครื่องบินใน Bird’s Paradise วางเงิน 1.6 หมื่นบาท ที่พกมาและพูดความต้องการอย่างชัดเจน “มากระโดดร่ม” Bird’s Paradise เป็นโรงเรียนสอนกระโดดร่มและให้บริการกระโดดร่มสำหรับนักท่องเที่ยวแห่งเดียวในไทยและอาเซียน ด้วยน่านฟ้าที่ไม่มีเส้นทางการบิน หรือที่ภาษาการบินเรียกว่ามีแอร์สเปซ (Air Space) ทำให้นักกระโดดร่มเหินเวหาได้อย่างเสรีในพื้นที่วงกลมระยะ 10 ไมล์

คุณเบิร์ดยุคนธร ลิ้มพานิชย์ เจ้าของดินแดน 460 ไร่ ที่เธอเรียกว่า พาราไดซ์ ได้ทำเป็นรีสอร์ท พื้นที่กิจกรรมแนวผจญภัย เช่น สนามบีบีกัน สนามรถเอทีวี และโรงเรียนสอนกระโดดร่ม

เมื่อบอกเจตนาชัดเจน ลงชื่อยอมรับเงื่อนไขต่างๆ เรียบร้อย ครูฝึกจะสอนวิธีการปฏิบัติตัว 1015 นาที จากนั้นก็ขึ้นบินได้เลย วิธีการนั้นไม่ยุ่งยาก แต่ที่ยากที่สุด คือ “ใจ” ของผู้เรียน

คุณเบิร์ด กล่าวว่า คนที่มากระโดดร่มต้องพกมาสองอย่าง “เงินกับใจ” ลูกค้าส่วนใหญ่ของเธอเป็นชาวต่างชาติที่ไล่กระโดดร่มจากที่อื่นมาแล้วจนมาถึงประเทศไทย อายุเฉลี่ยประมาณ 40 ปี เพราะเป็นช่วงวัยที่มีเงินและเห็นชีวิตมามากแต่ยังไม่เคยเห็นชีวิตจากบนฟ้า ส่วนคนไทยมีมาน้อย ซึ่งอาจเป็นเพราะเรื่องค่าใช้จ่ายที่สูง และไม่เคยทราบว่าประเทศไทยมีกีฬาประเภทนี้อยู่

วินาทีเปลี่ยนชีวิตไม่ใช่ตอนวางเงินหรือตอนลงชื่อ แต่มันคือตอนที่คุณตัดสินใจขึ้นเครื่องบินแล้ว และกัปตันไต่ระดับความสูงไปถึง 1.5 กิโลเมตร ครูฝึกจะผูกตัวติดกับคุณโดยตัวคุณอยู่ข้างหน้า ครูอยู่ข้างหลัง และเสี้ยววินาทีที่ครูจะผลักตัวคุณออกนอกประตูนั่นแหละคือ “จุดเปลี่ยน” มันคือเส้นบางๆ ระหว่าง “ความกลัวและความกล้า” ที่คุณสามารถเลือกได้ว่าจะไปอยู่ฝั่งไหน ถ้าเปลี่ยนใจไม่กระโดดก็ตะโกนบอกครูให้ยกเลิกได้ทันที กัปตันจะพาเครื่องบินกลับสู่พื้นดินพร้อมคุณ แต่ถ้าเลือกที่จะกระโดด ก้าวเท้าออกจากประตูแล้ว ตัวคุณจะเคลื่อนที่ไป “ข้างหน้า” ด้วยความเร็ว 230 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ล่องลอยอยู่ในอากาศประมาณ 15 นาที เป็นช่วงเวลาว่างเปล่าให้คิดถึงความกล้าหาญที่สามารถข้ามขีดจำกัดของตัวคุณเอง คิดถึงเรื่องต่างๆ ในชีวิตที่คุณไม่กล้าทำและยังไม่ได้ทำ และคิดถึงหน้าตาของคนในครอบครัวและเพื่อนๆ ที่คุณจะนำภาพไปโชว์ พวกเขาจะได้เห็นในสิ่งที่คุณได้ทำ แต่จะไม่รู้สึกอย่างที่คุณรู้สึก และพวกเขาจะไม่รู้เลยว่าในตัวคุณนั้นมีบางอย่างได้เปลี่ยนไปแล้ว

เมื่อเท้าแตะพื้นดิน ความกล้าที่ไม่รู้มาจากไหนมากมายจะบอกแก่คุณว่า “อีกสักสองสามรอบดีไหม” ประสบการณ์ครั้งแรกมักยากเสมอ แต่เมื่อผ่านมาได้แล้ว ครั้งต่อๆ ไปจะกลายเป็นเรื่องสนุก ไม่ว่าครั้งที่สองหรือสิบก็ยังไหว แต่ทั้งนี้อย่าลืมว่าใจอย่างเดียวเล่นไม่ได้ ต้องมีเงินด้วย

ล้อมกรอบ กระโดดร่มกับผู้ฝึกสอนอาชีพ (Tandem Jump) ครั้งละ 1.6 หมื่นบาท นอกจากนี้ ยังมีกระโดดร่มเดี่ยวและพารามอเตอร์ (Paramotor) ดูรายละเอียดได้ใน www.thaiskydiving.com โทร. 081-260-5684, 081-974-0749 Bird’s Paradise Extreme Resort ห่างจากสนามบินอุดรธานี 1 ชม. ตั้งอยู่ใน อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร (มีรถรับส่ง)

มกราคม 19, 2014 Posted by | กิน-เที่ยว, เที่ยวทั่วไทย, โพสต์ทูเดย์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

อนันตรา บ่อผุด มุกแห่งสมุย

18 มกราคม 2557 เวลา 16:02 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1aypJWz

อนันตรา บ่อผุด มุกแห่งสมุย

โดย…นิทรา ราตรี

ปิดปรับปรุงไปนาน 8 เดือน อนันตรา บ่อผุด รีสอร์ท แอนด์ สปา เกาะสมุย ได้ฤกษ์กลับมาเปิดให้บริการในรูปโฉมใหม่สมกับการรอคอย

เปิดศักราชใหม่กับห้องพักรูปแบบใหม่ 8 ประเภท เริ่มตั้งแต่ห้องพรีเมียร์ การ์เดน วิว รูม ถึง อนันตรา บีชฟรอนท์ พูล สวีท สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือขนาดของห้องพักที่ขยายใหญ่กว่าเดิม อย่างห้องดีลักซ์ ขยายขนาดจาก 32 ตร.ม. เป็น 36 ตร.ม รวมถึงลักษณะของห้องพักและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อย่างห้องอนันตรา บีชฟรอนท์ พูล สวีท ได้ขยายสระว่ายน้ำจากเดิม 1.8×2.1 เมตร เป็น 3×8 เมตร หรือมีพื้นที่ใหญ่กว่าเดิมถึง 6 เท่า

ภายในห้องพักเน้นใช้สีเอิร์ทโทน มีผนังกระจกบานใหญ่เปิดรับแสงจากธรรมชาติ ทำให้ทั้งห้องโปร่ง สว่าง และมีบรรยากาศสบายไม่ต่างจากธรรมชาติด้านนอก ห้องพักทั้ง 106 ห้อง จะวางเรียงต่อกันเป็นรูปเกือกม้าโอบล้อมสวนและสระว่ายน้ำ ทำให้ห้องพักไม่บังทิวทัศน์ซึ่งกันและกัน อีกทั้งส่วนใหญ่ห้องพักจะเห็นวิวทะเล

การกลับมาครั้งนี้ไม่ได้สร้างเพียงสิ่งใหม่เท่านั้น ของเก่าที่ดีอยู่แล้วอย่างสถาปัตยกรรมแบบภาคใต้ของไทยและการดีไซน์ไทยร่วมสมัยที่ผสมกับกลิ่นอายความเป็นหมู่เกาะที่นักออกแบบรีสอร์ทระดับโลกอย่าง มร.บิลล์ เบนส์ลีย์ ออกแบบไว้ยังคงอยู่ แต่ปรับปรุงให้แข็งแรงและเสริมความงามให้มากขึ้น

อนันตรา บ่อผุด กลับมาอีกครั้งประหนึ่งไข่มุก ในวันนี้ได้เผยความงามที่บ่มเพาะมาหลายเดือนให้เห็นแล้ว สำหรับใครที่ตาถึงเลือกมุกเป็น คงรู้ว่ามุกเม็ดนี้น้ำงามแค่ไหน

Price : เริ่มต้นที่ 8,800+++ (10% ค่าบริการ 7% ภาษีมูลค่าเพิ่ม และ 1% ภาษีจังหวัด)

Place : บริเวณชายหาดบ่อผุด ทางเหนือของเกาะสมุย ห่างจากสนามบินสมุย 10 นาที โทร. 077-428-300 เว็บไซต์ www.anantara.com

Promotion : Short Breaks Special เข้าพัก 2 คืน ในราคาเริ่มต้น 5,775+++ พร้อมอาหารเช้าสองท่าน สิทธิอัพเกรดห้องพัก เครื่องดื่ม 1 แก้ว เลทเช็กเอาต์ได้ถึง 16.00 น. ส่วนลด 20% สำหรับค่าอาหาร และส่วนลด 20% สำหรับการนวดตัว

มกราคม 19, 2014 Posted by | กิน-เที่ยว, เที่ยวทั่วไทย, โพสต์ทูเดย์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

ภูลมโล ก่อนนางพญาร่วงดิน

18 มกราคม 2557 เวลา 15:42 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1aymdLD

ภูลมโล ก่อนนางพญาร่วงดิน

โดย…กาญจน์ อายุ

โล โล โล เสียงลมพัดโลๆ ผ่านหู แทรกไปตามรูขุมขนปลุกให้ตั้งชัน กระแสลมพัดแรงตลอดวันย้ำเตือนว่าได้มาถึง “ภูลมโล”

1.สี่ล้อขับเคลื่อนบดดินลูกรัง ตวัดฝุ่นใส่รถคันหลังให้ต้องทิ้งห่างสักระยะ คนขับรถชาวถิ่นทั้งไทยและม้งเปลี่ยนเกียร์ให้เหมาะกับความลาดเอียงที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เส้นทางสู่ภูลมโลนั้นไม่ปรานีให้มือใหม่ คลื่นถนนทำกระเด้งกระดอนจนคนนั่งหลังกระบะไม่อยากกระดุกกระดิก ต่างยึดโครงเหล็กที่เสริมมาพิเศษเพื่อไม่ให้กระเด็นออกจากรถ ก้นกระแทกแผ่นไม้ที่ทำเป็นที่นั่งง่ายๆ ราวครึ่งชั่วโมง โชเฟอร์ก็ดับเครื่องยนต์ให้ผู้มาเยือนได้สดับรับชมนางพญาเสือโคร่ง นางเสือสีชมพูลายพาดกลอนชูช่อเป็นพุ่มเต็มกิ่ง กวัดแกว่งไปตามกระแสลมที่พัดมาจากสันเขา

กลางเดือน ม.ค.เช่นนี้นางเสือยังผลิดอกก่อนที่สภาพอากาศจะเปลี่ยนให้ใบมาทำหน้าที่แทน คาดว่าดอกจะร่วงโรยหมดต้นต้นเดือนสอง ไปตามครรลองของนางพญาเสือโคร่งที่ไม่เคยเหมือนกันสักปี

2.โชเฟอร์กระซิบให้บอกต่อมิตรถึงที่หมายอันดับถัดไป “ภูขี้เถ้า” จุดสุ่มดูนางเสือจากระยะไกล แนวสีชมพูนับร้อยๆ ต้นยืนตรงเรียงกัน บ้างชมพูบานเย็น บ้างชมพูนมเย็น ไล่เฉดสีไม่เป็นการ์เดียนท์ทว่าเนียนตา พื้นที่ตรงนี้เคยเป็นไร่ฝิ่นและแปลงผักของชาวม้ง แต่นั่นเป็นเรื่องทวดยังสาว เกษตรกรรมเคยถูกปล่อยให้รกร้าง เพราะเจ้าของเดิมเผ่นหนีเข้าป่าพร้อมกับการประกาศสงครามขับไล่คอมมิวนิสต์ หลังจากดื่มด่ำกับนางพญาเสือโคร่งจนเห็นเป็นเรื่องไม่ตื่นเต้น โชเฟอร์ขึ้นประจำหลังพวงมาลัย ผู้มาเยือนขึ้นประจำตำแหน่ง มุ่งหน้าสู่ “ภูลมโล”

3.กระแสลมและความเย็นที่เพิ่มขึ้นทำให้รู้ว่าถึงที่หมายแล้ว เหล็กอุ่นหลังฝ่ามือที่กำแน่นกลายเป็นเย็นอย่างรวดเร็วเมื่อผละลงจากสี่ล้อ สองขาค่อยๆ ขยับยืดแข็งยืดแขนให้คลาย พลันรูดสายซิปเสื้อหนาวจากปลายจนถึงคางเพื่อกักเก็บไออุ่น

อากาศเย็นสมกับเป็นเวลาเย็น เมื่อตะวันหลบทางให้ดวงจันทร์ เป็นเวลาที่ทุกคนทิ้งภารกิจจากจุดกางเต็นท์เดินเท้าสู่ทิศประจิม แสงสีแสดบนเส้นขอบฟ้าทำให้รู้ว่าตัวเองแก่ขึ้นอีกวัน เสียงโล โล โล ตอกย้ำนับครั้งไม่ถ้วนว่าดินที่เหยียบอยู่นั้นกำเนิดบนภูลมโล ความงามของแนวทิวเขาเรียงทับซ้อนกันมีฉากหลังเป็นพื้นสีแดงดูงดงามประหนึ่งภาพวาดสีน้ำมันที่ยังไม่แห้ง จนทำให้ลืมสีแดงอีกเฉดที่ถูกขับไล่ออกจากพื้นที่ไปเมื่อ 32 ปีที่แล้ว ภูลมโลเคยเป็นที่ตั้งของพรรคคอมมิวนิสต์ประเทศไทย พื้นที่สีแดงฉานที่ไม่มีใครกล้ายุ่งยกเว้นทหารปราบกบฏ ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าทรยศต่างเผ่นจากป่าเข้าป่าปล่อยให้เสียงลมร้องเก้อบนยอดเขา

เหตุการณ์สิ้นสุดเมื่อนโยบาย 66/23 ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เข้าสู่ขั้นประเมินความสำเร็จ พื้นที่กลับมาสงบ กระทั่งปี พ.ศ. 2527 ภูลมโลถูกยกเป็นอุทยานแห่งชาติ ภายใต้การดูแลของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า และเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 21 พ.ย. 2555 โดยมีนางพญาเสือโคร่งเป็นจุดขาย ผ่านมาสองปีขายดีเป็นเทน้ำเทท่า

มโน มนูญสราญ อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า เป็นต้นคิดเรื่องปลูกต้นนางพญาเสือโคร่งบนภูลมโล ด้วยไม้พันธุ์นี้เป็นไม้ท้องถิ่น มิใช่ไม้บุกรุก จึงเหมาะควรกับธาตุกับอากาศ เริ่มลงดินปี พ.ศ. 2550 สามปีถัดไปเห็นดอกเห็นกำไรจากการลงทุน สีชมพูกว่าแสนต้นดาษดื่นบนพื้นที่กว่าพันไร่

4.ทางขึ้นภูลมโลขึ้นได้สามทาง จากทับเบิก จากบ้านใหม่เข้าอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า และจาก ต.กกสะทอน จ.เลย ที่กกสะทอนมีการรวมตัวกันของชาวบ้านภายใต้ชื่อชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนกกสะทอน ประธานสมิง สิงขรณ์ เล่าว่าชมรมนี้จะรวมตัวกันเฉพาะฤดูท่องเที่ยวประมาณเดือน ธ.ค.จนกว่านางพญาเสือโคร่งจะโรยรา

“ชาวบ้านเรียกมันว่าอาชีพเสริม” ประธานสมิงกล่าว เพราะโดยปกติจะทำไร่ข้าวโพดและกะหล่ำปลี แต่พอดีกับช่วงหน้าท่องเที่ยวอยู่หลังฤดูเก็บเกี่ยว จึงถือโอกาสนำรถโฟร์วีลส่วนตัวมาขนนักท่องเที่ยวขึ้นภูลมโล ช่วงที่ดีที่สุดคือช่วงที่นางพญาเสือโคร่งบาน คะเนได้ว่าประมาณ ม.ค.ถึง ก.พ. แต่เมื่อหมดดอกไปแล้ว นักท่องเที่ยวก็ยังขึ้นไปเที่ยวภูลมโลได้ แต่ต้องขับรถขึ้นไปเอง ความชอุ่มของใบเขียวยังทำให้ชื่นใจได้อยู่

5.โล โล โล เสียงลมปะทะเต็นท์นำพาน้ำค้างในอากาศเกาะผ้าใบให้ชื้นแฉะ หยดน้ำเกาะเกะกะเหมือนดวงดาว ท่ามกลางความเย็นยะเยือกเข้ากระดูก เสียงกรนร้องนำแว่วจากเต็นท์ ตามมาด้วยเสียงกัดฟันหนาวสั่นผสานเป็นทำนองเดียว

ความอบอุ่นคือของขวัญเมื่อยามตื่น เจ้าแห่งความร้อนเตรียมพ้นขอบฟ้าไม่รีรอคนตื่นสาย ตะวันขึ้นบนยอดภูลมโลนั้นงามนัก แต่น่าเสียดายที่ความลาดชันระหว่างเส้นทางชมพระอาทิตย์ขึ้นทำให้บางคนถอดใจ และน่าเจ็บใจมากกว่าเมื่อขึ้นไปแล้วฟ้าไม่เป็นใจ ซ่อนความอุ่นไว้ปล่อยให้คนอยู่กับสายหมอกสีขุ่น

6.นางพญาเสือโคร่งดูจะเป็นคู่ขวัญกับพระอาทิตย์ โดยมีเพลงโล โล โล บรรเลงประกอบ ส่วนนักแสดงสมทบก็มีพอให้จดจำ เมื่อดื่มด่ำบนยอดภูเต็มอิ่ม โชเฟอร์จะพาไปชมรอยเท้า “ไดโนเสาร์” ที่ลาดหินริมลำธาร ห่างจากภูลมโลไปประมาณครึ่งชั่วโมง รอยเท้าเมกาโลซอรัสนับสิบรอยปรากฏชัดบนแผ่นหิน ไม่ผิดแน่ที่จะเป็นแค่รอยเท้าไก่ยักษ์หรือจินตนาการไปเองเหมือนหินย้อยในถ้ำ

ทางเดินไปชมรอยเท้านั้นไม่ยากลำบาก แต่หากโชเฟอร์ชวนไปน้ำตกไม่ว่าจะ “หมันแดง” หรือจะ “ลาดใหญ่” ต้องพิจารณาความแข็งแรงของร่างกาย เพราะทั้งสองแห่งยังไม่ทำทางเดินเป็นลักษณะ ต้องบุกป่าฝ่าไร่ข้าวโพดเข้าไป ซึ่งต้องใช้กำลังมาก

หมันแดงเป็นน้ำตกใหญ่ลดหลั่นเป็นชั้น ส่วนลาดใหญ่ต่างออกไป ที่จริงอยากเรียกว่าน้ำผุดมากกว่าน้ำตก เพราะบริเวณจะเป็นลานหินที่ด้านล่างเป็นโพรงมีน้ำไหลผ่าน เมื่อน้ำมากจะขึ้นสูงท่วมท้นขึ้นมาตามรูเหมือนตาน้ำในป่าไม่เพี้ยน

7.โล โล โล เสียงลมโลยังพัดวนไม่สิ้นสุด ตรงข้ามกับฤดูท่องเที่ยวที่จะหมดวันในไม่ช้า เมื่อดอกนางพญาเสือโคร่งดอกสุดท้ายร่วงสู่พื้นดิน เสียงลมจะโบยบิน อังศุมาลีไร้คู่ครอง

โชเฟอร์จะกลับไปจับจอบเสียมแทนพวงมาลัย หยาดน้ำค้างกลางไพรเกาะพื้นหญ้า รอวันนางพญากลับมา วันนี้ในปีหน้าสายลมเปล่งเสียงไชโย

การเดินทาง จากเมืองเลยมุ่งตรง อ.ด่านซ้าย ระยะทาง 8-9 กม. จากด่านซ้ายไป อ.นครไทย แยกกิโลเมตรที่ 9 ผ่านบ้านหัวนา บ้านน้ำเย็น และบ้านกกสะทอน หากต้องการใช้บริการรถยนต์ให้จอดรถไว้ที่ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนกกสะทอน แล้วเหมารถขึ้นไป ค่าใช้จ่าย ค่าบริการรถขับเคลื่อนสี่ล้อเป็นดังนี้ นักท่องเที่ยว 15 คน คันละ 1,500 บาท ถ้าค้างคืนเพิ่ม 300 บาทต่อวัน นักท่องเที่ยว 6-10 คน คันละ 2,000 บาท ถ้าค้างคืนเพิ่ม 300 บาทต่อวัน ค่าเช่าเต็นท์หลังละ 200 บาท ค่าอาหารคนละ 100-200 บาทต่อมื้อ แล้วแต่ปริมาณวัตถุดิบหรือเตรียมขึ้นไปเองก็ได้ ส่วนเครื่องดื่มควรเตรียมไปเอง ค่าเข้าอุทยานฯ คนละ 30 บาท สอบถามได้ที่ คุณสมิง สิงขรณ์ ประธานชมรม โทร. 088-439-5727 หรือติดต่อชมรม โทร. 091-373-0903, 080-791-4748 เฟซบุ๊ก : ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยว ต.กกสะทอน หรือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โทร. 1672 เบอร์เดียวทั่วไทย

มกราคม 19, 2014 Posted by | กิน-เที่ยว, เที่ยวทั่วไทย, โพสต์ทูเดย์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

มองกรุงเทพฯ ผ่านภาพออนไลน์

13 มกราคม 2557 เวลา 09:37 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1afgY3q

มองกรุงเทพฯ ผ่านภาพออนไลน์

โดย…โยธิน อยู่จงดี

13 ม.ค. 2014 วัน “ชัตดาวน์” กรุงเทพฯ ตามนัดของมวลมหาประชาชน ที่ประกาศว่าจะมาปิดแยกต่างๆ จนกรุงเทพฯ เป็นอัมพาต

กรุงเทพฯ ที่เราใช้ชีวิตอยู่ทุกวัน เห็นเมืองหลวงเป็นภาพปกติอันชินชา แต่กรุงเทพฯ มีที่ซึ่งติดอันดับสถานที่ถ่ายภาพยอดฮิตติด 1 ใน 10 แห่งของแอพอินสตาแกรมถึง 3 ปีซ้อน ตั้งแต่ปี 2011-2013 ซึ่งก็ไม่แน่ว่าคุณเองก็อาจจะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างประวัติศาสตร์ในวงการภาพถ่ายออนไลน์นี้ก็เป็นไปได้

และวันนี้ วันที่ 13 ม.ค. 2014 กรุงเทพฯ ที่เราใช้ชีวิตอยู่ทุกวัน จะไม่เป็นภาพปกติอันชินชา เมื่อผู้คนมากมายหลั่งไหลกันเข้ามาในสถานที่ต่างๆ เหล่านั้น แล้วคงจะพากันเก็บภาพถ่ายใส่แชร์ในแอพอินสตาแกรม เพิ่มยอดสถานที่ยอดฮิตให้พุ่งกระฉูดกันอีกครั้งในมุมมองแบบใหม่ๆ อาจไม่ใช่เพียงสถานที่สวยๆ งามๆ เท่านั้น หากเป็นการรายงานเหตุการณ์ครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ที่จะมีคนแต่งองค์ทรงเครื่องประดับลวดลายธงชาติ ออกมานั่งเฝ้าถนนตามแยกต่างๆ ของกรุงเทพฯ

สยามพารากอน

ศูนย์การค้าสยามพารากอนเป็นเหมือนไอคอนแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ไปแล้ว เนื่องเพราะคือสถานที่ยอดฮิต ที่ถูกถ่ายภาพมากที่สุดของแอพอินสตาแกรม ประจำปี 2013 เอาชนะท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แชมป์ปี 2012 ได้สำเร็จ

ส่วนใหญ่ผู้ที่มาถ่ายภาพที่สยามพารากอน มักจะถ่ายภาพตัวเองกับเพื่อนๆ หรือถ่ายตัวเองในกระจกห้องน้ำ ในร้านอาหาร หรือไม่ก็ถ่ายภาพในอิริยาบถแปลกๆ ขึ้นไปอยู่บนเว็บไซต์อินสตาแกรมดอทคอม มีน้อยคนนักที่จะถ่ายภาพสถานที่สวยๆ เพียงอย่างเดียวขึ้นโชว์

สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ ที่ใช้ชีวิตนอกบ้านในช่วงเวลาว่างมากขึ้น และนิยมเที่ยวในศูนย์การค้าที่ตกแต่งสวยงามมีระดับ หรืออีกนัยหนึ่งสยามพารากอน ก็เป็นสิ่งสะท้อนค่านิยมความหรูหราดูดี จนผู้ใช้งานนิยมติดแท็กสถานที่เพื่อให้คนอื่นรู้ว่า “ฉันมาเดินช็อปปิ้งที่พารากอน”

มุมสวยๆ ที่พารากอน

น่าเสียดายที่ผู้คนส่วนใหญ่นิยมถ่ายภาพตัวเอง โดยที่ไม่เห็นฉากหลังว่าเป็นสถานที่ไหน ลองเปลี่ยนมุมถ่ายภาพเป็นหน้าศูนย์การค้าให้ฉากหลังติดป้ายสถานที่นิดหน่อย พอให้คนดูเดาได้ว่าอยู่ตรงมุมไหนของพารากอนกันแน่ พอเป็นไอเดียให้คนอื่นเห็นว่า มาแล้วจะเจออะไร ยังไงบ้าง

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

จุดรวมเช็กอินของนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ แม้จะเป็นท่าอากาศยาน แต่ก็ตกแต่งสถานที่อย่างสวยงามจนเกือบจะเรียกได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่มีนักท่องเที่ยวนิยมถ่ายภาพอวดเพื่อนๆ ในโซเชียลมีเดียมากที่สุด จนติดอันดับในอินสตาแกรมเกือบทุกปีที่มีการจัดอันดับ

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีมุมถ่ายภาพอยู่หลายมุม โดยมุมถ่ายภาพยอดฮิตที่ก็คือ จุดที่ตั้ง “ประติมากรรมกวนเกษียรสมุทร” ที่ใครเห็นก็อดชื่นชมจนถึงขนาดบางช่วงเวลานักท่องเที่ยวต้องต่อคิวถ่ายภาพกันเลยทีเดียว

มุมถ่ายภาพที่นิยมรองลงมา ก็คือบริเวณประตูรอขึ้นเครื่อง ที่เราจะได้ถ่ายภาพเครื่องบินลำที่กำลังจะใช้บริการผ่านโครงสร้างอาคารกระจกสวยๆ

มุมสวยๆ ที่สุวรรณภูมิ

นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจะถ่ายภาพกับสิ่งใกล้ตัวที่เห็นว่าสวยงาม แต่ในระหว่างทางเข้าและออกสนามบินสุวรรณภูมิยามเช้าและพลบค่ำ เมื่อท้องฟ้าไล่เฉดสี และแสงไฟอาคารถูกเปิด คุณจะเห็นความสวยงามของสนามบินแห่งนี้ในระยะไกล

เทอร์มินอล 21

ศูนย์การค้าแห่งใหม่ที่มีเอกลักษณ์จนทุกคนต้องประทับใจ ด้วยการจำลองศูนย์การค้าเป็นสนามบิน และยกถนนท่องเที่ยว รวมทั้งไอคอนของประเทศต่างๆ มาวางให้เป็นศูนย์การค้าที่ลูกค้าสามารถเดินถ่ายภาพได้อย่างสะดวกใจ

ภาพส่วนใหญ่ของสถานที่แห่งนี้มักจะเป็นมุมบันไดเลื่อน รวมทั้งไอคอนในแต่ละชั้น แม้ว่าจะไม่ได้ติดอันดับในโลกออนไลน์ แต่ก็เป็นศูนย์การค้าที่วัยรุ่นนิยมไปเดินเล่น และถ่ายภาพอวดเพื่อนๆ เป็นอันดับต้นๆ เสมอ

มุมสวยๆ ที่เทอร์มินอล 21

สถานที่แห่งนี้ถ่ายมุมไหนก็สวยไปหมด แต่มีอยู่มุมหนึ่งที่ผู้คนมักมองข้าม ก็คือชั้นจำหน่ายตั๋วโรงหนังจะมีโซนโถงกระจกใกล้ให้คุณเห็นวิวแยกอโศก และเส้นรางรถไฟฟ้าได้อย่างเต็มตา อีกมุมหนึ่งก็คือสกายวอล์กกลางแยกอโศก จะเห็นตัวศูนย์การค้าด้านหน้าได้เต็มๆ

วัดพระแก้วสนามหลวง

มีอะไรที่คลาสสิกไปกว่า วัดหลวงของประเทศไทย สนามหลวงเขียวขจี และอาคารกระทรวงกลาโหมที่นักท่องเที่ยวนิยมถ่ายภาพกันอีกไหม นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับไอคอนของประเทศไทย จุดที่นิยมถ่ายภาพมากที่สุดจะเป็นบริเวณภายในวัดพระแก้ว ผนังอาคารสมัย ร.5 ข้างอาคารกระทรวงกลาโหม ม้านั่งยาวริมสนามหลวง ส่วนใหญ่แล้วบริเวณนี้จะถูกติดแท็กโดยนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาได้เดินทางมาถึงประเทศไทยโดยสมบูรณ์แล้ว

มุมสวยๆ ของวัดพระแก้วสนามหลวง

สถานที่บริเวณนี้มีมุมสวยๆ มากมาย แต่มุมที่คลาสสิกที่สุดคือการถ่ายภาพจากกลางท้องสนามหลวง ให้ครึ่งล่างเห็นเป็นหญ้าเขียวขจี และครึ่งบนของภาพเห็นความสวยงามของวัดพระแก้ว โดยเฉพาะช่วงเวลาพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า และพระอาทิตย์ตก และเวลาฟ้าโปร่งช่วงฤดูหนาว จะเป็นช่วงเวลาที่ถ่ายสถานที่บริเวณนี้ได้สวยที่สุด

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงสถานที่ที่ผู้คนนิยมถ่ายภาพอัพโหลดขึ้นในโซเชียลมีเดีย แต่ในกรุงเทพฯ ยังมีสถานที่ยอดฮิตอีกมากมายให้คุณได้ถ่ายภาพสวยๆ โดยเฉพาะสถานที่ที่เป็นย่านเก่าแก่ของกรุงเทพฯ ซึ่งไหนๆ คนไทยเราก็ใช้โซเชียลมีเดียอัพโหลดภาพเป็นอันดับต้นๆ ของโลกแล้ว เราก็สามารถใช้เครื่องมือเดียวกันติดแท็กชื่อสถานที่ในภาพถ่ายวิวสวยๆ ของกรุงเทพฯ เพิ่มยอมให้ติดอันดับในโลกออนไลน์ต่อเนื่องทุกๆ ปี ก็น่าจะดีเริ่ด

มกราคม 19, 2014 Posted by | กิน-เที่ยว, เที่ยวทั่วไทย, โพสต์ทูเดย์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

อาณาจักรแห่งความพอเพียง

12 มกราคม 2557 เวลา 09:41 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1abIU8l

อาณาจักรแห่งความพอเพียง

โดย…อินทรชัย พาณิชกุล ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

ลมหนาวอ่อนๆ พัดไอดินกลิ่นหญ้าโชยเข้าจมูก ผมเพ่งสายตาฝ่าเปลวแดดบ่ายมองความงดงามของท้องทุ่ง นกเอี้ยงคลอเคลียควายเฒ่า ไกลลิบๆ มีดงไผ่เรียงทิวแถว บรรยากาศยามนี้ช่างสงบงามเหลือเกิน

บนพื้นที่ 375 ไร่ “พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” จ.ปทุมธานี ได้ชื่อว่าเป็นอาณาจักรแห่งความพอเพียง เป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิตเพียงแห่งเดียวในไทย มุ่งเผยแพร่พระอัจฉริยภาพของในหลวงด้านการเกษตร รวมถึงองค์ความรู้ ภูมิปัญญา นวัตกรรมเศรษฐกิจพอเพียง น่าตื่นตาตื่นใจ และจับต้องได้

เริ่มกันที่พิพิธภัณฑ์ในอาคารก่อนแล้วกัน พิพิธภัณฑ์ในหลวงของเรา ความรักยิ่งใหญ่ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมอบให้ปวงชนชาวไทยทางด้านเกษตรกรรม ตั้งแต่ประวัติความเป็นพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พระราชดำริเกี่ยวกับการเกษตรอันเฉียบคมหลักแหลม พระราชกรณียกิจสำคัญที่ทรงปฏิบัติมาชั่วชีวิตเหนือจรดใต้ ไม่ว่าเรื่องดิน น้ำ ข้าว พลังงานลม พลังงานชีวมวล พลังงานแสงอาทิตย์ ตลอดจนนวัตกรรมที่ได้รับยกย่องถึงพระอัจฉริยภาพ อาทิ กังหันน้ำชัยพัฒนา หญ้าแฝก ทฤษฎีแกล้งดิน ฝนหลวง ฯลฯ สัมผัสบรรยากาศจำลองวิถีชีวิตชนบท เรือกสวนไร่นา ปศุสัตว์ ข้าวของเครื่องใช้ในครัวเรือน ภายใต้หลักเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ ดูแล้วมีความสุขราวกับหลุดเข้ามาในโลกอีกใบ โลกแห่งความอุดมสมบูรณ์

ที่น่าทึ่งกว่านั้น คือ รูปแบบการนำเสนออันล้ำสมัย ไม่ว่าภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชั่น 3 มิติ เรื่อง “พ่อในบ้านของเรา” และ “แผ่นดินของเรา” “กษัตริย์เกษตร” เรียนรู้คำพ่อสอนไปปฏิบัติในชีวิต โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นประธานผู้น้อมนำ แล้วพบกับความมหัศจรรย์ของท้องทุ่ง นำเสนอด้วยระบบโฮโลแกรม มิติใหม่แห่งการเรียนรู้ที่ไม่มีวันจบสิ้น

เด็กนักเรียนตัวกระเปี๊ยกต่างตกตะลึงกับห้องนิทรรศการพื้นบ้าน ได้ทดลองของเล่นโบราณกันอย่างครึกครื้น ไหนจะหุ่นขี้ผึ้งเหมือนจริง จำลองฉากตลาดร้านรวงเก่าแก่ของชนบทภาคกลาง พร้อมทำความรู้จักแม่น้ำลำคลองสายสำคัญที่หล่อเลี้ยงผืนแผ่นดินมาจวบจนทุกวันนี้

ขณะที่ผู้ใหญ่หลายคนชี้ชวนให้ดูนวัตกรรมล้ำเลิศแต่ละยุคสมัย เช่น ควายเหล็กเทพฤทธิ์ รถแทรกเตอร์คันแรกในไทยที่คิดค้นโดย ม.ร.ว.เทพฤทธิ์ เทวกุล เขื่อนกักเก็บน้ำ เมล็ดข้าวนานาพันธุ์ เครื่องบินไอพ่นโปรยฝนหลวง กังหันน้ำชัยพัฒนา ฝายกั้นน้ำ พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงนิทรรศการเกษตรกรตัวอย่างผู้ประสบความสำเร็จในการทำเกษตรกรรม เพราะมุ่งมั่นทุ่มเทปฏิบัติตามแนวพระราชดำริของในหลวง

ถึงบรรทัดนี้ ใครบางคนยกมือขึ้นท่วมหัวด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

จากนั้นนั่งรถเที่ยวต่อกันที่นิทรรศการกลางแจ้ง พูดง่ายๆ คือ มาดูของจริงให้เห็นเต็มตา หลายคนพากันชอบอกชอบใจ เพราะอยากสูดไอดินกลิ่นทุ่งข้าว ตามเส้นทางจะได้เห็นโรงสีข้าว บ้านดินบ้านฟาง แปลงปลูกผักสวนครัว แปลงเกษตรแบบคนเมือง บ้านโซลาร์เซลล์ คอกปศุสัตว์ เป็ด ไก่ บ่อปลานานาชนิด โรงเพาะเห็ด และทุ่งนาผืนใหญ่

ทุกคนต่างชื่นใจยามได้เห็นความอุดมสมบูรณ์ของผลผลิตทางการเกษตร ตั้งแต่เมล็ดข้าวงอกงาม ปลาตัวอ้วนพี แปลงพืชผักเขียวสดขจี ไข่เป็ดไข่ไก่ จนอดไม่ได้ที่จะเพ้อฝันจินตนาการถึงเกษตรกรผู้มีชีวิตเรียบง่าย พอเพียง ยืนได้ด้วยลำแข้งตัวเอง มีความสุขประสาคนบ้านนอกคอกนา

ตอกย้ำว่า การเกษตร ใครๆ ก็ทำได้ ถ้ามีองค์ความรู้และลงมือทำจริง

อ้อ ลืมบอก ทุกวันเสาร์อาทิตย์ต้นเดือน ยังมีตลาดนัดให้เลือกซื้อเลือกหาสินค้าคุณภาพ สดๆ จากพิพิธภัณฑ์ ตลอดจนเครือข่ายต่างๆ และเตรียมพบกับงานประจำปี “มหกรรมในหลวงรักเรา รักชาติ รักทรัพยากร” วันที่ 12-18 ก.พ. 2557 เวลา 09.30-18.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถนนพหลโยธิน ตรงข้ามโรงพยาบาลนวนคร (รายละเอียดต่างๆ ติดตามได้จากเว็บไซต์ www.wisdomking.co.th หรือโทร. 02-529-2121-3, 087-359-7171)

img src=”http://www.posttoday.com/media/content/2014/01/12/A58043CE6ED6462F9B855D1BC5289BCF.jpg” alt=”” />

ผมยืนยิ้มบนใบหน้าเปื้อนเหงื่อ มองดูทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ที่กำลังสนอกสนใจแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง แล้วคิดอยู่ 2 เรื่อง

หนึ่ง โชคดีที่ได้เกิดมาบนผืนแผ่นดินไทย แผ่นดินทองอันอุดมสมบูรณ์

สอง โชคดีที่ได้เกิดมาเป็นประชาชนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เป็นลูกของพ่อ กษัตริย์นักพัฒนาที่ทรงงานหนักที่สุดในโลก

มกราคม 19, 2014 Posted by | กิน-เที่ยว, เที่ยวทั่วไทย, โพสต์ทูเดย์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

Shoppingmania

11 มกราคม 2557 เวลา 13:01 น. …. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1a8OGro

Shoppingmania

หนี้ครัวเรือนพุ่งทะยาน 80.1%

รุ่ง มัลลิกะมาส โฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ล่าสุด ในไตรมาส 3 ปี2556 ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 80.1% จากระดับ 79.2% ในไตรมาส 2 สาเหตุเป็นเพราะหนี้ในส่วนของสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคที่ไม่มีหลักประกันทั้งหลายขยายตัวในอัตราที่สูงขึ้น โดยเฉพาะหนี้จากสินเชื่อรถยนต์ในโครงการรถยนต์คันแรก สะท้อนได้จากสินเชื่อรถยนต์ในเดือน พ.ย.ปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นมาเป็น 7.3%จากเดิม 7.1% ในเดือนก่อนหน้า

ขณะที่รายได้ของภาคครัวเรือนกลับลดลงตามภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่ชะลอตัว และขยายตัวต่ำกว่าการขยายตัวของสินเชื่อเป็นเหตุทำให้หนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีเพิ่มขึ้นบ้าง

“หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ไม่น่ากังวลมากนัก เพราะตามปกติหนี้ส่วนใหญ่จะเกิดในช่วงเศรษฐกิจชะลออยู่แล้ว เช่น ในช่วงที่เศรษฐกิจเป็นอย่างนี้ก็อาจจะทำให้รายได้น้อยลง แต่ครัวเรือนมีภาระที่ต้องจ่าย จึงจำเป็นต้องไปกู้มาบ้าง ฉะนั้น การที่หนี้เพิ่มขึ้นบ้างก็เป็นเรื่องปกติอีกทั้งพฤติกรรมของผู้ให้กู้และแบงก์ผู้ปล่อยกู้ในช่วงนี้ต่างก็มีการระมัดระวังมากขึ้นในการปล่อยกู้ ส่วนฝั่งผู้กู้เองก็ก่อหนี้เพิ่มไม่ได้มาก เพราะภาระหนี้เก่าก็สูงอยู่แล้ว” รุ่ง กล่าว

รุ่ง กล่าวย้ำว่า ในภาวะที่เศรษฐกิจในภาพรวมชะลอจะทำให้ครัวเรือนมีโอกาสเป็นหนี้เพิ่มขึ้นได้บ้าง ซึ่งทุกฝ่ายก็ต้องระวังกันอยู่แล้ว ไม่น่าเป็นห่วงนัก

เพราะสินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อบัตรเครดิตจะเพิ่มขึ้นบ้างแต่ก็ไม่มากจนน่ากังวล สินเชื่อเหล่านี้ในปัจจุบันขยายตัวเพียง 10% จากปี 2555 ขยายตัวถึง 30% สินเชื่อที่เคยร้อนแรงมากๆ อย่างสินเชื่อเพื่ออุปโภคบริโภคที่ไม่มีหลักประกันเริ่มชะลอลงมาแล้ว

ขณะที่ บริษัทบัตรเครดิต ลิสซิ่ง และสินเชื่อส่วนบุคคล ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2556 มียอดคงค้างของมูลค่าการปล่อยกู้รวมที่ 1,002,015 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 33.48% ส่วนบริษัทประกันภัยและประกันชีวิต มียอดคงค้างการปล่อยสินเชื่อที่ 76,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 8.28%

ส่วนธุรกิจโรงรับจำนำ มียอดการปล่อยกู้แก่ภาคครัวเรือนอยู่ที่ประมาณ 58,328 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนประมาณ 12.87%

นี่คือสถานะที่เกิดขึ้นในการจับจ่ายใช้สอยของภาคครัวเรือนที่พึงระมัดระวัง

เริ่มต้นศักราชใหม่ บริษัทบัตรเครดิตยังเดินหน้ากระตุ้นการใช้จ่ายของลูกค้ากันอย่างคึกคัก

เริ่มจากเคทีซีเปิดศักราชใหม่จับมือ 21 ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไทย ช็อปใช้คะแนนแลกได้ไม่จำกัด ทุก 1,000 คะแนน แทนเงินสดสูงสุด 250 บาท ตั้งแต่วันนี้28 ก.พ. 2557 ให้สมาชิกใช้คะแนนสะสม Forever Rewards ทุกๆ 1,000 คะแนน แลกแทนเงินสดสูงสุด 250 บาท (ปกติทุก 1,000 คะแนน แลกแทนเงินสด 100 บาท) โดยสามารถแลกได้ไม่จำกัดจำนวน เมื่อช็อปครบ 5,000-49,999 บาทต่อเซลล์สลิป และใช้ทุกๆ 1,000 คะแนนสะสม สามารถแลกแทนเงินสดได้ 150 บาท ช็อปครบ 50,000-499,999 บาทต่อเซลล์สลิป และใช้ทุกๆ 1,000 คะแนนสะสม สามารถแลกแทนเงินสดได้ 200 บาท ช็อปครบ 5 แสนบาทขึ้นไปต่อเซลล์สลิป และใช้ทุกๆ 1,000 คะแนนสะสม สามารถแลกแทนเงินสดได้ 250 บาท ที่ห้างสรรพสินค้า 21 แห่ง ที่ร่วมรายการประกอบด้วย ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล/เซน/โรบินสัน/เดอะมอลล์/ดิ เอ็มโพเรียม/พารากอน และกลุ่มห้างสรรพสินค้าไทย ได้แก่ ห้างสรรพสินค้า ตั้ง ฮั่ว เส็ง /คลังพลาซ่า โคราช/เสรีสรรพสินค้าลำปาง/แฟรี่พลาซ่า ขอนแก่น/แฟรี่แลนด์ นครสวรรค์/กาดคำพลาซ่า แม่ฮ่องสอน/ฟรายเดย์สรรพสินค้า อุตรดิตถ์/ทวีกิจ คอมเพล็กซ์ สระบุรี/ทวีกิจ ซุปเปอร์เซ็นเตอร์ บุรีรัมย์/เสริมไทยพลาซ่า มหาสารคาม/ไชยแสง สิงห์บุรี/กนกกาญจน์ กาญจนบุรี/นาซ่า มอลล์ สุพรรณบุรี/แจ่มฟ้า ลำพูน และ ไดอาน่า หาดใหญ่

นอกจากนี้ ยังมอบสิทธิพิเศษให้กับสมาชิกเพื่อเป็นของขวัญต้อนรับช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งสมาชิกนักเดินทางมักใช้เวลากับครอบครัวในการท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยสมาชิกเคทีซีสามารถช็อปสินค้าราคาปลอดภาษี พร้อมรับสิทธิสุดคุ้มกับโปรโมชั่นรับส่วนลดเพิ่ม 16% เพียงสมาชิกใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซีครบทุก 5,000 บาท และใช้คะแนนสะสม Forever Rewards 5,000 คะแนน แลกรับส่วนลดเพิ่ม 800 บาท หรือ 16% (ไม่จำกัดจำนวนคะแนนฯ ที่ใช้แลก) ที่คิง เพาเวอร์ ดาวน์ทาวน์ คอมเพล็กซ์ ถนนรางน้ำ/คิง เพาเวอร์ ศรีวารี คอมเพล็กซ์/คิง เพาเวอร์ พัทยา คอมเพล็กซ์/คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และคิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี ท่าอากาศยาน ดอนเมือง ตั้งแต่วันนี้–28 ก.พ. 2557

ยังไม่หนำใจ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ต่อเนื่องถึงเทศกาลตรุษจีนเป็นช่วงเวลาที่สมาชิกใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเพื่อซื้อของขวัญ หรือของกำนัลมากกว่าปกติ โดยเฉพาะในหมวดซูเปอร์มาร์เก็ตที่มียอดใช้จ่ายผ่านบัตรฯ สูงกว่าปกติถึง 13–15% เมื่อเปรียบเทียบกับยอดเฉลี่ยของช่วง 3 เดือนก่อนหน้านี้ ดังนั้น เพื่อต้อนรับเทศกาลปีใหม่ 2014 เคทีซีจึงมอบสิทธิพิเศษ “รับเงินคืน 14%” ในหมวดซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วประเทศ เพียงสมาชิกใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซีครบ 1,000 บาทขึ้นไปต่อเซลล์สลิป และใช้คะแนนสะสม Forever Rewards เท่ากับยอดใช้จ่าย เพียงส่ง SMS ลงทะเบียนทุกครั้ง พิมพ์ GC เว้นวรรค ตามด้วยหมายเลขบัตรเครดิต 16 หลัก ตามด้วยเครื่องหมาย # และจำนวนยอดใช้จ่ายต่อเซลล์สลิป พร้อมจุดทศนิยม ส่งมาที่ 0913795000 ตั้งแต่วันนี้–28 ก.พ. 2557

หลายคนฉลอง พ.ศ.ใหม่กันหลังปีใหม่ สุภี พงษ์พานิช เจ้าแม่ไทยพาณิชย์จัด “กินข้าวกันมั้ย” กับบัตรเครดิตไทยพาณิชย์ยาวไปต่อจนถึงเดือน ก.พ.และให้สะสมยอดที่ร้านอาหารทั่วโลก รับคะแนนสูงสุด 5 หมื่นคะแนน แถมด้วย Dining Voucher

ขณะที่ธนาคารกรุงเทพมอบสิทธิพิเศษสำหรับผู้ถือบัตรแพลทินัมผู้จับจองโครงการ “เวลา ชะอำ เรสซิเดนเซส” วิลล่าและคอนโดมิเนียมสำหรับกลุ่มลูกค้าไฮเอนด์ ด้วยการรับคะแนนสะสมพรีเมียมเพิ่มเป็น 5 เท่า (จากปกติ 2 เท่า) พร้อมบัตรกำนัลเลือกซื้อสินค้าจากชนินทร์ ลิฟวิ่ง มูลค่า 6 แสนบาท สำหรับการจองวิลล่า และมูลค่า 1.5 แสนบาท สำหรับการจองคอนโดมิเนียม ตั้งแต่วันนี้-28 ก.พ. 2557 เท่านั้น

โครงการ “เวลา ชะอำ เรสซิเดนเซส” ตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 4 ไร่ ริมชายหาดชะอำ มีจำนวนทั้งหมด 18 ยูนิต ประกอบด้วย วิลล่าพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว จำนวน 4 ยูนิต และคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ 4 ชั้น 2 อาคาร จำนวน 14 ยูนิต ที่เหมาะสำหรับกลุ่มลูกค้าไฮเอนด์ ทั้งนักธุรกิจ เจ้าของกิจการ และผู้บริหารระดับสูงขององค์กรชั้นนำ

ด้านซิตี้แบงก์ยังเดินหน้าจับมือกับ ทริปเปิลที บรอดแบนด์ ให้สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า 3BB เมื่อสมัครบัตรเครดิตซิตี้แบงก์ผ่านช่องทางออนไลน์ ให้ลูกค้ารับสุขถึง 3 เริ่มจาก รับฟรีค่าบริการอินเทอร์เน็ต 3BB นาน 3 เดือน รวมมูลค่า 1,770 บาท และรับกระเป๋าเดินทาง Metallic Trolley Bag ขนาด 20 นิ้ว มูลค่า 5,190 บาท สุดท้าย รับเพิ่มคะแนนสะสมซิตี้แบงก์รีวอร์ด 500 คะแนน เพื่อแลกกระเป๋า เมื่อลูกค้าสมัครหักชำระค่าบริการอินเทอร์เน็ต 3BB รายเดือนอัตโนมัติผ่านบัตรเครดิต CITIBANK (Citibank One Bill) รีบสมัครได้ตั้งแต่วันนี้31 ม.ค.นี้

ขณะเดียวกันก็ร่วมฉลองปี 2014 บัตรเครดิตซิตี้แบงก์ วีซ่า ชวนสมาชิก ช็อปสุดคุ้มกับ 9 ศูนย์การค้าดังพร้อมรับฟรี ซิตี้ เซอร์ไพรส์ กิฟต์ บอกซ์ และคะแนนสะสมพิเศษ 2,014 คะแนน ถึง 12 ม.ค. 2557 ที่เซ็นทรัล ทุกสาขา, และถึง 13 ม.ค. 2557 ที่สยามดิสคัฟเวอรี่และสยาม เซ็นเตอร์ และถึง 31 ม.ค.นี้ ที่ศูนย์การค้าเมกา บางนา

มกราคม 19, 2014 Posted by | กิน-เที่ยว, เที่ยวทั่วไทย, โพสต์ทูเดย์ | , , , , , , | ใส่ความเห็น

Shoppingmania (ห้าง)

11 มกราคม 2557 เวลา 12:59 น. …. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1a8M6Bz

Shoppingmania (ห้าง)

นอกจากจะเป็นสัปดาห์ที่ 2 ของเดือน ม.ค. ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 11 ม.ค. วันนี้ยังตรงกับสำคัญของเด็กๆ นั่นก็คือ วันเด็กแห่งชาติ ซึ่งปีนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ให้คำขวัญในวันเด็กปีนี้ไว้ว่า “กตัญญู รู้หน้าที่ เป็นเด็กดี มีวินัย สร้างไทยให้มั่นคง”

ใครที่ยังไม่รู้ว่าจะพาบุตรหลานไปเที่ยวงานวันเด็กที่ไหน วันนี้มีหลายศูนย์การค้ามาแนะนำ เพราะปีนี้แต่ละศูนย์การค้าไม่ว่าจะเป็นใจกลางเมือง หรือชานเมืองต่างตบเท้าพากันจัดงานวันเด็ก เพื่อให้เด็กๆ ได้เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้น ซึ่งแต่ละศูนย์การค้าก็มีธีมการจัดงานและกิจกรรมที่แตกต่างกันไป เช่น ในเครือเดอะมอลล์ จะใช้ธีมการจัดงานเพื่อเสริมสร้างจินตนาการ และศูนย์การค้าเซ็นทรัลในเครือเซ็นทรัลพัฒนา ใช้ธีมสร้างเสริมทักษะและประสบการณ์ใหม่ๆ

เริ่มต้นด้วยศูนย์การค้าใจกลางเมืองอย่างสยามพารากอน ปีนี้จัดงานวันเด็กภายใต้แคมเปญ “Siam Paragon World of Magical Sandcastle” ระหว่างวันที่ 9-12 ม.ค. 2557 ภายในงานจะมีการเปิดโลกจินตนาการในดินแดนแห่งปราสาททรายที่ถูกเนรมิตขึ้นด้วยศิลปินนักปั้นทรายชื่อดังทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ พร้อมกับแบ่งการจัดกิจกรรมต่างๆ ออกเป็น 4 โซน ได้แก่ โซน เดอะ เมจิค แซนด์แคสเซิล, โซน เดอะ เกรท วอลล์ ออฟ การ์ตูน, โซน แอดเวนเจอร์ และโซน บี อะ จูเนียร์ อาร์ทติสท์

ขณะที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลพลาซา และเซ็นทรัลเฟสติวัลรวม 23 แห่งทั่วประเทศ ปีนี้ได้จับมือร่วมกับพันธมิตรจัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ปี 2557 ในธีม “ซีพี CPN Children Play Day ระหว่างวันที่ 712 ม.ค. เน้นการจัดกิจกรรม เพื่อสร้างเสริมทักษะและประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับเด็กๆ แบบบูรณาการ โดยเปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้ต่อยอดจากห้องเรียนด้วยกิจกรรมที่สนุกสนานและเข้าใจง่ายอย่าง “ตุลาการตัวจิ๋ว” “AEC Children’s Day” “Kids Adventure Land” KIDICIA IMAGINATION ให้เด็กๆ ได้สนุกกับการสวมบทบาทสมมติกับอาชีพในฝัน

ขยับออกนอกเมืองมานิดปีนี้ เดอะมอลล์ จัดกิจกรรมวันเด็กภายใต้แคมเปญ The Mall Kid’ Funtasia : Kingdom Of Dream จัดระหว่างวันที่ 11-12 ม.ค. 2557 โดยที่ห้อง MCC Hall เดอะมอลล์ บางกะปิและงามวงศ์วาน จะมีการจำลองบรรยากาศให้เป็นสถานที่ในฝันของเด็กๆ ตามจินตนาการ ขณะที่สาขาบางแค และท่าพระ จัดกิจกรรม Fun Fair ให้เด็กๆ ได้สนุกกับการสวมบทบาทตามการ์ตูนคาแรกเตอร์ที่เด็กๆ ชื่นชอบตามจินตนาการ รวมถึงการจำลองดินแดนเอสกิโม ที่บริเวณ My Space ชั้น 4 เดอะมอลล์ บางแค ในกิจกรรม Big Fun Eskimo Town

ปิดท้ายกันที่ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค จะจัดงานวันเด็กภายใต้ชื่อ “Paradise Park Cartoon Festival 2014” ในวันเสาร์ที่ 11 ม.ค. 2557 ด้วยบรรยากาศ การ์ตูน คาแรกเตอร์ คานิวัล และการแสดงของการ์ตูนชื่อดังระดับโลก หุ่นยนต์พิทักษ์โลก ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส ไพร์ม และแก๊งสาวใส หัวใจม้าน้อย มาย ลิตเติ้ล โพนี่ ลูกโป่งหลากสีสันที่นำมาสร้างเป็นตัวการ์ตูนสูงกว่า 2 เมตร และการแสดงต่างๆ บนเวที

ฉบับหน้าจะมีอะไรเด็ดมาแนะนำให้เที่ยว มีโปรโมชั่นอะไรมาให้ช็อป ต้องติดตาม!!!

ห้างเซ็นทรัล/เซน จัดรายการ “Central/ZEN End of Season Sale” เซลใหญ่ต้อนรับปีใหม่ เติมความสุขให้กับนักช็อปที่ชอบความคุ้ม พบกับสินค้าคุณภาพลดราคาพิเศษ 3050% เครื่องครัวไฟฟ้าเฉพาะรุ่นลด 30% บิวตี้ แกเลอรี ลด 1015% ลดเพิ่มอีก 1015% เมื่อใช้คะแนน The 1 Card เท่ากับยอดซื้อ พร้อมรับคูปองแทนเงินสดจากรายการ BEAUTY BONUS 200-5,000 บาท เมื่อช็อปครบ 5 หมื่นบาท

กลับมาอีกครั้ง! กับเวลาแห่งความสุขที่ทุกคนรอคอย เฟรนช์ฟรายส์ทอดเหลืองกรอบแสนอร่อยจากแมคโดนัลด์ ในราคา 50% เริ่มต้นเพียง 29 บาท สัมผัสความกรอบ หอมกรุ่น ของมันฝรั่งคุณภาพเยี่ยมสูตรเฉพาะไม่เหมือนใคร ตั้งแต่วันนี้-27 ก.พ. 2557 ที่แมคโดนัลด์ทุกสาขาที่ร่วมรายการ และแมคเดลิเวอรี่ โทร.1711

สมาคมผู้ประกอบการวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ พร้อมด้วย 5 ศูนย์การค้าใจกลางกรุงเทพมหานคร ได้แก่ ศูนย์การค้าเกษร ศูนย์การค้าอัมรินทร์ พลาซ่า เอราวัณ แบงค็อก ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และศูนย์การค้าเพรซิเด้นท์ ทาวเวอร์ อาเขต จัดแคมเปญ “ราชประสงค์ วินเทอร์ เซล 2013” นำสินค้าและบริการกว่า 2 หมื่นรายการ กว่า 2,000 ร้านค้า มาลดราคาสูงสุด 70% พร้อมผนึกบัตรเครดิตกสิกร เคทีซี และไทยพาณิชย์ มอบส่วนลดเพิ่ม 5%

ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ จัดงาน Toy’s World 2014 ในระหว่างวันที่ 4-12 ม.ค. 2557 เปิดเทศกาลการฉลองวันเด็กให้กับน้องๆ หนูๆ ได้มาสนุกสนานในโลกของตัวการ์ตูนสุดโปรด โดยระดมตัวการ์ตูนและแมสคอตชื่อดังที่น้องๆ ชื่นชอบ อาทิ อุลตร้าแมนไดน่า โปโรโระ กล้วยหอมจอมซน เชลล์ดอน เบิร์ดแลนด์ และก้านกล้วย พร้อมฉายซีรี่ส์การ์ตูนดังให้ชมฟรีตลอดงาน นอกจากนี้ยังมีของเล่นระดับโลกจาก Toy “R” Us และสินค้าลิขสิทธิ์ให้เลือกซื้ออีกมากมาย ที่เซ็นเตอร์ คอร์ท ชั้น 1 ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์

อาดิดาส ผู้นำแบรนด์กีฬาระดับโลก เปิดศักราชใหม่ด้วยการแนะนำ “อาดิดาส ดูราโม” รองเท้าวิ่งที่จะเปิดโอกาสให้ผู้รักการออกกำลังกายทุกคน สามารถจับจองเป็นเจ้าของนวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์กีฬาระดับโลก ในราคาเริ่มต้นเบาๆ เพียงคู่ละ 2,290 บาท ที่ออกแบบมาให้เลือกสรรพร้อมกันถึง 6 สี พบกับ อาดิดาส ดูราโม ได้แล้ว ที่ร้านอาดิดาส สปอร์ต เพอร์ฟอร์แมนซ์ ทุกสาขา รวมทั้งตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจที่ adidasTH

ซุปไก่สก๊อต จับมือร่วมกับ เซเว่น อีเลฟเว่น จัดโปรโมชั่นพิเศษ!! เอาใจคุณน้องๆ หนูๆ ต้อนรับวันเด็กปี 2557 เมื่อซื้อ “สก๊อต คิดซ์ ซุปไก่สกัด รสใดก็ได้ 1 ขวด ที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น รับฟรี “สก๊อต คิดซ์ ช็อกโก ซุปไก่สกัด หรือสก๊อต คิดซ์ กลิ่น โตเกียว บานาน่า” ทันที 1 ขวด เฉพาะวันที่ 11 ม.ค. 2557

บิ๊กซี ชวนคุณน้องๆ หนูๆ มาร่วมฉลองวันเด็กที่บิ๊กซีกับกิจกรรม “วันเด็กแสนสนุกที่บิ๊กซี” ในวันเสาร์ที่ 11 ม.ค. 2557 ร่วมเสริมทักษะความคิดสร้างสรรค์ด้วยการระบายสีถุงผ้าลายหมีบิ๊กกี้สุดน่ารักในแบบของตนเอง พร้อมพบกับพี่หมีบิ๊กกี้ที่จะมาให้ความสนุกกับน้องๆ และเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมมากมายที่บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า และบิ๊กซี จัมโบ้ ทุกสาขา พิเศษ!! ลุ้นรับเบเกอรี่แสนอร่อยจากบิ๊กซีฟรีตลอดปี เพียงแชะรูปสนุกๆ และสร้างสรรค์คู่กับถุงผ้าหมีบิ๊กกี้ระบายสีที่แจกในกิจกรรม

มกราคม 19, 2014 Posted by | กิน-เที่ยว, เที่ยวทั่วไทย, โพสต์ทูเดย์ | , , , , , , | ใส่ความเห็น

พิพิธภัณฑ์ชุมชนวัดเกตการาม

11 มกราคม 2557 เวลา 12:36 น. …. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1a8K9oJ

พิพิธภัณฑ์ชุมชนวัดเกตการาม

โดย…นพพล ชูกลิ่น

ผมมีธุระที่ต้องเดินทางไป จ.เชียงใหม่ ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ สองสามวัน เลยไม่ได้มีโอกาสเที่ยวเมืองเชียงใหม่อย่างที่ตั้งใจ ทั้งๆ ที่ช่วงเวลาที่ไปเป็นช่วงเวลาที่อากาศกำลังเย็นถึงขั้นหนาวทำให้บรรยากาศการไปเชียงใหม่ของผมรู้สึกเหมือนอยู่ต่างประเทศที่ได้ความรู้สึกอบอุ่นแบบไทยๆ ซึ่งผมชอบความรู้สึกนี้มากจากประสบการณ์การเดินทางของผมในต่างประเทศ ถึงแม้สถานที่แห่งนั้นจะมีความสวยงามอย่างไร แต่สิ่งที่ผมสัมผัสและรู้สึกได้ คือ บรรยากาศของความอบอุ่นตามวัฒนธรรมไทยที่ทำให้การเดินทางท่องเที่ยวเกิดความประทับใจ ประเด็นนี้ผมเลยอยากฝากผู้ดูแลการท่องเที่ยวนะครับ นอกจากการแข่งขันในด้านความงามของสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว การพัฒนาบุคลากรที่อยู่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในทุกภาคส่วน ถึงแม้จะเป็นภาคส่วนที่เล็กที่สุด เช่น แม่ค้าขายของกินในสถานที่ท่องเที่ยวก็ควรจะให้การดูแลสนับสนุนกับผู้ประกอบการเหล่านี้ ซึ่งจะสะท้อนให้ภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวไทยสมบรูณ์ขึ้นนะครับ อีกตัวอย่างหนึ่งที่ผมเห็นการรวมตัวของชุมชนกลุ่มหนึ่งที่มองเห็นคุณค่าของวัตถุโบราณที่มีอยู่กระจัดกระจายและฝังรากโดยถูกถ่ายทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น แต่เมื่อมาถึงในรุ่นนี้ทุกคนได้เสียสละ ต้องใช้คำว่าเสียสละนะครับ เพราะของเก่าที่ผมเห็นในสายตาของชาวต่างชาติคงตีราคาค่างวดนี้ไม่น้อยทีเดียวครับ การจัดสร้างพิพิธภัณฑ์นี้เป็นความตั้งใจที่ยิ่งใหญ่มากนะครับ เพราะนอกจากจะนำของเก่าอันมีความหมายต่อครอบครัวตัวเองมาจัดแสดงแล้ว การบริหารจัดการให้พิพิธภัณฑ์ดำเนินไปได้ก็ทำด้วยตนเอง โดยไม่มีงบประมาณจากหน่วยงานราชการมาสนับสนุนแต่อย่างใด เขาอยู่ได้จากเงินบริจาคของผู้ที่เข้าชมไม่มีเก็บค่าผ่านประตูแต่อย่างใด นำผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านมานั่งเฝ้าและเป็นผู้บรรยายให้กับผู้มาเยี่ยมชมด้วยอัธยาศัยไมตรีที่แสนจะอบอุ่นและน่ารักมากๆ ครับ

ผมขออนุญาตกล่าวถึงประวัติคร่าวๆ ของ “พิพิธภัณฑ์ชุมชนวัดเกตการาม” นะครับ

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ถูกก่อตั้งโดยศรัทธาวัดเกต จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2542 ผู้มีบทบาทสำคัญในการก่อตั้ง ได้แก่ คุณจริน เบน คุณอนันต์ บุญมา และคุณกฤษ คงอุไร และอาจารย์สมโชติ อ๋องสกุล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นที่ปรึกษาในการตั้งพิพิธภัณฑ์ ซึ่งเดิมนั้นเป็นกุฏิที่พำนักของพระภิกษุสงฆ์ พระครูชัยศึกวิมล (พ.ศ. 2429-2500)

ก่อนที่จะมีการดำเนินการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ชุมชนวัดเกตการาม คณะกรรมการของวัดได้ไปศึกษาดูงานต้นแบบพิพิธภัณฑ์วัดร้องเม็งและนำมาปรับใช้ในการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ของชุมชนเอง สิ่งของที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ส่วนใหญ่มาจากการบริจาคของคนในท้องถิ่น บุคคลที่บริจาคสิ่งของส่วนใหญ่ในพิพิธภัณฑ์ ได้แก่ คุณจริน เบน และคุณอนันต์ ฤทธิเดช ได้มีการบริจาคชุดภาพถ่ายเชียงใหม่ในอดีตที่มีคุณค่าหลายภาพ เป็นภาพที่ถ่ายโดยคุณบุญเสริม สาตราภัย

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ดูแลโดยคณะกรรมการวัดเกตที่มีจิตอาสา มีหน้าที่ดูแลและอธิบายเรื่องราวในพิพิธภัณฑ์ให้กับผู้ที่เข้ามาเยี่ยมโดยมิได้รับค่าตอบแทน การแสดงของพิพิธภัณฑ์ในส่วนของหน้าอาคาร จัดแสดงเกี่ยวกับเครื่องดนตรีล้านนา และเมื่อเข้ามาในตัวอาคาร จัดแสดงออกเป็น 4 ส่วนใหญ่ๆ คือ ส่วนห้องโถงแสดงสิ่งของชุมชนและพระพุทธรูปศิลปะพม่าเพื่อให้ผู้ที่มาเยือนได้สักการบูชา ส่วนที่ 2 แสดงสิ่งของในอดีตและแสดงผ้าโบราณของพระชายาเจ้าดารารัศมี ส่วนที่ 3 แสดงสิ่งของเครื่องใช้หลากหลายในอดีต มีป้ายติดอธิบายและรายนามผู้บริจาคด้วย ส่วนที่ 4 แสดงภาพถ่ายล้านนาในอดีต และส่วนนอกอาคารพิพิธภัณฑ์ฝั่งตะวันตกเป็นส่วนกลองล้านนา เครื่องดนตรี และเป็นที่ฝึกฝนศิลปะล้านนาให้กับเยาวชนในชุมชนระหว่างวันเสาร์อาทิตย์ เพื่อสืบทอดวัฒนธรรมล้านนาให้ยั่งยืนต่อไป

ผมอยากเชิญชวนผู้อ่านทุกท่านมาเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้กันนะครับ

มกราคม 19, 2014 Posted by | กิน-เที่ยว, เที่ยวทั่วไทย, โพสต์ทูเดย์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

เซบูและโบราไค มนตรามหาสมุทรแปซิฟิก

11 มกราคม 2557 เวลา 12:22 น. …. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1a8HlYO

เซบูและโบราไค มนตรามหาสมุทรแปซิฟิก

เมื่อนึกถึงมหาสมุทรแปซิฟิก ภาพของหมู่เกาะน้อยใหญ่ หาดทรายสีขาว และน้ำทะเลสีเทอร์คอยส์ผุดขึ้นมาในจินตนาการทันที แต่ในขณะเดียวกัน ภาพความรุนแรงของภัยพิบัติทางธรรมชาติ ที่เกิดจากการก่อตัวของพายุในมหาสมุทร ก็เป็นภาพที่ผุดขึ้นมาพร้อมๆ กันทันที ถ้าจะนึกถึงประเทศที่อยู่ในข่ายของจินตนาการนี้ คงจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้ นอกจากประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศที่เหมือนโดนต้องมนตราแห่งมหาสมุทรแปซิฟิก

ประเทศฟิลิปปินส์ประกอบไปด้วย 7,107 เกาะ เปรียบเสมือนด่านปราการแรกสุดในการเข้าสู่มหาสมุทรแปซิฟิก ทำให้ที่ผ่านมาดินแดนแถบนี้ถูกใช้เป็นจุดยุทธศาสตร์ของเหตุการณ์สำคัญๆ ของโลก ซึ่งในบรรดาเกาะที่กระจัดกระจายอยู่มากมาย ดูเหมือนว่าเกาะเซบูจะเป็นเกาะที่มีความสำคัญลำดับต้นๆ เพราะเป็นจุดเริ่มของเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่มีการบันทึกขึ้นเป็นครั้งแรกๆ เมื่อนักเดินเรือและนักสำรวจผู้ยิ่งใหญ่ชาวโปรตุกีสนามว่า “เฟอร์ดินานด์ มาเจลลัน” นำทัพกองเรือสเปนมาเพื่อหวังล่าอาณานิคมเหนือดินแดนดังกล่าว แต่ต้องมาจบชีวิตลงด้วยฝีมือของ “ลาปู ลาปู” ผู้นำทัพชาวพื้นเมืองในขณะนั้น

แม้จะต้องจบชีวิตลง แต่สิ่งที่ เฟอร์ดินานด์ มาเจลลัน ได้ฝากไว้บนดินแดนแห่งนี้ คือสถานที่ประกาศคริสต์ศาสนาแรกสุดบนดินแดนฟิลิปปินส์ นั่นก็คือที่ Magellan’s Cross โดยมีหลักฐานคือ ไม้กางเขนที่เขานำมาปักไว้ในปี ค.ศ. 1521 หรือเมื่อ 493 ปีที่แล้ว หลังจากที่ เฟอร์ดินานด์ มาเจลลัน เสียชีวิตลง นักล่าอาณานิคมอย่างสเปนก็รุกคืบหนักจนกระทั่งสามารถครอบครองหมู่เกาะแถบนี้ได้สำเร็จ ส่งผลให้ศาสนาคริสต์และวัฒนธรรมสเปนเข้ามามีบทบาทและมีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตชนพื้นเมืองเป็นอย่างมาก

ดนตรีเป็นศิลปะอีกแขนงหนึ่งที่ฟิลิปปินส์ได้รับอิทธิพลจากสเปน โดยเฉพาะท่วงทำนองดนตรีแบบสแปนิชที่บรรเลงด้วยเครื่องสายอย่างกีตาร์เป็นหลัก ดังนั้นไม่ว่าจะไปส่วนไหนของเกาะเซบู ก็จะเห็นวัยรุ่นจำนวนไม่น้อยถือกีตาร์อยู่ข้างกายเสมอ ซึ่งบนเกาะเซบูมีโรงงานผลิตกีตาร์อยู่มากมาย หนึ่งในนั้นคือ Alegre guitar factory ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมการผลิตกีตาร์ด้วยมือทุกขั้นตอน

ประเทศฟิลิปปินส์เคยตกอยู่ภายใต้การอารักขาของประเทศสหรัฐอเมริกา ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศนี้ เพราะภาษาอังกฤษได้เข้ามามีบทบาทอย่างมาก เพราะใครที่สามารถสื่อสารได้ด้วยภาษาอังกฤษ จะมีโอกาสในการสมัครงานและก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ชาวฟิลิปิโนได้ให้ความสำคัญกับภาษาอังกฤษ จึงไม่แปลกที่ผู้คนในประเทศนี้จะสามารถสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว และยังทำให้ฟิลิปปินส์กลายเป็นศูนย์กลางการศึกษาภาษาอังกฤษ ที่ในอดีตมีคนไทยมาศึกษาเป็นจำนวนไม่น้อย

ปัจจุบันการศึกษาภาควิชาภาษาอังกฤษของมหาวิทยาลัยต่างๆ บนเกาะเซบู ได้รับความนิยมจากนักศึกษาชาวเกาหลีและญี่ปุ่น เพราะมีระบบการศึกษาที่มีมาตรฐาน มีค่าครองชีพและค่าเล่าเรียนต่ำ อีกทั้งยังเดินทางใกล้กว่าไปศึกษาต่อในยุโรปหรืออเมริกา ดังนั้นไม่ว่าจะเดินทางไปส่วนไหนของเกาะ ก็จะพบเห็นป้ายโฆษณาหรือร้านอาหารเกาหลีและญี่ปุ่นเต็มไปหมด ไม่เพียงเท่านั้น แม้กระทั่งอาหารเช้าในโรงแรมที่เราพัก ก็ยังจะมีสัดส่วนของอาหารเกาหลีและญี่ปุ่นมากกว่าอาหารแบบสากลเสียอีก

ไม่ไกลจากเกาะเซบู เราออกเดินทางต่อไปยังเกาะโบราไคด้วยเครื่องบินอีกประมาณ 30 นาที เกาะแห่งนี้มีชื่อเสียงด้านทัศนียภาพ และมีค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวต่ำ เพราะจุดเริ่มต้นชื่อเสียงของเกาะแห่งนี้มาจากเหล่าแบ็กแพ็กเกอร์ เกาะโบราไคมีรูปทรงเหมือนกระดูก ยาว 7 กิโลเมตร กว้างสุดเพียง 2 กิโลเมตร แต่มีหาดทรายขาวสะอาดและน้ำทะเลสีเทอร์คอยส์ มีกิจกรรมให้ทำมากมาย เช่น ท่องเที่ยวบนเกาะด้วยรถสามล้อ (Tri Cycle) และการแล่นเรือใบชมธรรมชาติรอบเกาะ จึงเหมาะสำหรับใครที่มีงบประมาณไม่มาก และอยากจะลองเที่ยวทะเลในฟิลิปปินส์

เมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา เราทราบกันดีว่าฟิลิปปินส์เผชิญกับพายุ “ไห่เยี่ยน” ที่มีการบันทึกสถิติว่า “เป็นพายุที่มีกำลังลมแรงที่สุดในโลกที่พัดเข้าหาฝั่ง” ซึ่งอย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่า ฟิลิปปินส์เป็นปราการแรกสุดในการเข้าสู่มหาสมุทรแปซิฟิก จึงไม่มีแผ่นดินใดๆ มาช่วยลดทอนกำลังของพายุลูกนี้ ถึงแม้ว่าเกาะเซบูและเกาะโบราไคจะไม่ได้อยู่ในเส้นทางของพายุลูกนี้โดยตรง แต่ก็ได้รับความเสียหายไม่น้อย ซึ่งจะว่าไปแล้ว ทุกๆ ปีฟิลิปปินส์นั้นเผชิญกับพายุเป็นเรื่องปกติ หากแต่ว่าครั้งนี้รุนแรงกว่าครั้งไหนๆ เราเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า กำลังใจของผู้คนและความสวยงามทางธรรมชาติจะฟื้นฟูกลับมาได้อีกครั้งเหมือนเช่นที่ผ่านมา หรือนี่อาจเป็นเพราะมนตราแห่งมหาสมุทรแปซิฟิก ที่ทำให้ไม่ว่าจะเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคมากเพียงใด แต่จะยังคงมีเสน่ห์ดึงดูดใจให้อยากกลับไปเยือนเสมอ

มกราคม 19, 2014 Posted by | กิน-เที่ยว, เที่ยวทั่วไทย, โพสต์ทูเดย์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

อสิตา อีโค รีสอร์ท อัมพวา เรียบแต่ไม่ง่าย

11 มกราคม 2557 เวลา 12:13 น. …. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1grDVRN

อสิตา อีโค รีสอร์ท อัมพวา เรียบแต่ไม่ง่าย

โดย…นิทรา ราตรี

คนยุคนี้เริ่มไขว่คว้าชีวิตเรียบง่าย แต่ความเรียบง่ายที่แท้คืออะไร ถ้าความเรียบง่ายของคุณคือ การอยู่ใกล้ธรรมชาติ ไปอัมพวานอนเอกเขนก ฟังเสียงสงบ สัมผัสสายลม มองสายน้ำ คุณจะเจอมันทั้งหมดที่ อสิตา อีโค รีสอร์ท อัมพวา (Asita Eco Resort Amphawa)

คุณจี๊ดอสิตา วิมลไชยจิต เจ้าของรีสอร์ทแนวรักษาสิ่งแวดล้อมแห่งนี้ สร้างฝันของตัวเองสำเร็จเมื่อปีที่ผ่านมา (2556) เธอตั้งใจสร้างรีสอร์ทที่เป็นมิตรกับธรรมชาติและกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อม ภายในจึงมีพื้นที่ว่างยกให้ต้นไม้ใหญ่ สนามหญ้า และธารน้ำ ซึ่งธารน้ำจะไหลผ่านหน้าบ้านทั้ง 20 หลัง ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นปลาคาร์ปเลี้ยงและปลาท้องถิ่นที่ว่ายเข้ามาจากคลองที่เชื่อมต่อกัน

บ้าน 20 หลังนั้น แบ่งเป็นวิลล่าและวิลล่า ดีลักซ์ ทั้งสองแบบมีขนาดห้องเท่ากัน 42 ตร.ม. แต่วิลล่า ดีลักซ์ จะมีสวนหย่อมด้านนอกเพิ่มเข้ามา การตกแต่งภายในเน้นใช้วัสดุธรรมชาติทั้งไม้โกงกาง ไม้สัก หวาย ทุกหลังมีระเบียงยื่นออกมาเหนือน้ำ ขนาดกว้างสามารถนอนเอกเขนกได้ 2-3 คน และมีบันไดลงน้ำให้นั่งเล่นราน้ำ

นอกจากนี้ ยังมีอีก 3 ห้อง บนเรือนไม้ไทยริมคลอง แบ่งเป็นห้องไทย ดีลักซ์ 2 ห้อง และไทยสวีต 1 ห้อง ภายในตกแต่งสไตล์ไทยร่วมสมัย โดยเฉพาะห้องไทยสวีตที่โดดเด่นด้วยเฟอร์นิเจอร์เก่าฝีมือประณีตหลายชิ้น และมีระเบียงกว้างรับวิวธรรมชาติริมคลองแบบส่วนตัว

ทุกเช้าจะมีพระพายเรือมารับบิณฑบาตที่ศาลาริมน้ำ และทุกบ่ายวันเสาร์รีสอร์ทจะมีบริการเรือฟรี พาแขกไปไหว้พระและซื้อของที่ตลาดน้ำอัมพวา

คุณจี๊ดทุ่มงบให้รีสอร์ทถึงแปดหลัก เพื่อให้ออกมาเรียบง่ายและเป็นธรรมชาติที่สุด ชีวิตที่เรียบง่ายของเธอจึงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แต่สำหรับคนอื่นแล้วมันเป็นเรื่องง่ายที่จะมีชีวิตเรียบง่ายในรีสอร์ทแห่งนี้

Price : ห้องพักราคาเริ่มต้นที่ 2,500 บาท

Place : ห่างจากกรุงเทพฯ 65 กม. เลขที่ 33/3 ต.ท้ายหาด อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม โทร. 089-866-3168, 089-866-2168 www.asitaresort.com

Promotion : แพ็กเกจไหว้พระ 9 วัด และตลาดน้ำอัมพวา ท่านละ 900 บาท (เฉพาะแขกของรีสอร์ท)

มกราคม 18, 2014 Posted by | กิน-เที่ยว, เที่ยวทั่วไทย, โพสต์ทูเดย์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

แห่ดาว สกลฯ หนึ่งเดียวในไทย

11 มกราคม 2557 เวลา 12:06 น. …. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1a8FjYH

แห่ดาว สกลฯ หนึ่งเดียวในไทย

โดย…กาญจน์ อายุ

เมื่อคริสต์มาสที่ผ่านมา ไม่ว่าจะคริสตชนหรือพุทธศาสนิกชนต่างมีความสุขกับการเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสที่จัดขึ้นทั่วกรุงและทั่วไทย (บางคนไปฉลองไกลถึงเมืองนอก) แต่ทราบกันหรือไม่ว่า ที่แห่งใดมีชุมชนชาวคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และพวกเขาฉลองกันอย่างไรถึงได้ขึ้นชื่อว่า “หนึ่งเดียว”

ชุมชนท่าแร่ จากเล็กไปหาใหญ่ มากกว่า 80 ปีที่ผ่านมา มิชชันนารีเดินทางเข้ามาเผยแผ่ศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกในตัวเมืองสกลนคร แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะมีคนเข้าศาสนาจำนวนน้อยนิด และถูกชาวบ้านต่อต้านด้วยความไม่เข้าใจ คณะมิชชันนารีและคริสตชนที่เข้ารีต นำโดยบาทหลวงชาวฝรั่งเศส ซาเวียร์ เกโก จึงจำเป็นต้องย้ายถิ่นฐาน พวกเขาได้ต่อเรืออย่างง่ายๆ ให้สายน้ำพัดพาไปจนไปขึ้นฝั่งที่หมู่บ้าน “ท่าแร่”

ในตอนนั้น พ.ศ. 2427 คนในหมู่บ้านมีอยู่ไม่มาก ศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกจึงเผยแผ่ออกไปอย่างรวดเร็ว บรรพบุรุษของชาวท่าแร่จึงเป็นคริสตชนมาตั้งแต่บัดนั้น นับถึงบัดนี้ชาวท่าแร่เกือบทั้งหมดยังคงยึดมั่นคำสอนของพระเยซู และกลายเป็นชุมชนชาวคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เป็นเรื่องที่ค่อนข้างขัดกับความคิดเหมารวม (Stereotype) ถ้าเอ่ยถึงสกลนคร คนจะคิดถึงอะไร ถ้าไม่ใช่ “เนื้อหมา” นั่นเพราะเราเสพข่าวร้ายเพียงด้านเดียว ถ้ามาสกลนครจริงๆ เราจะยังคงเห็นหมามีความสุข และไม่ต้องกลัวว่าจะโดนหลอกกินเนื้อหมา เพราะคนท้องถิ่นเขาก็ไม่กินกัน เรื่องชุมชนชาวคริสต์จึงเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์! และจะเซอร์ไพรส์กว่าถ้าเห็นเทศกาลแห่ดาวอย่างที่ฉันโดนมาแล้ว

แห่ดาว จากน้อยไปหามาก “!!!” คือความรู้สึกเมื่อแรกเห็น งานแห่ดาวไม่ใช่ดาวเล็ก แต่เป็น “ดาวใหญ่” ที่ต้องใช้รถกระบะขน ตกแต่งทั้งคันตามคอนเซปต์ต่างกันไป แต่ก็ไม่ทิ้งความหมาย “การบังเกิดของพระเยซู”

ดาวเป็นสัญลักษณ์ของการประสูติมายังโลกมนุษย์ หรือที่ทั่วโลกรู้จักกันในนาม Star of Bethlehem แต่ก็ไม่มีชาติใดมีพิธีแห่ดาวเช่นนี้ พิธีแห่ดาวใน ต.ท่าแร่ จัดขึ้นทุกปีระหว่างวันที่ 23-25 ธ.ค. สืบเนื่องกันมา 31 ปีแล้ว โดยในวันที่ 23 บ้านเรือนทั้งตำบลจะแขวนดาวไว้ตามประตูหน้าต่าง ประดับรั้วบ้านด้วยไฟคริสต์มาส และติดภาพพระเยซู และตื่นตามากขึ้นเมื่อบ้านเรือนในท่าแร่เป็นอาคารทรงฝรั่งเศสผสมเวียดนาม ผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมตารางหมากรุกตามแบบตะวันตก บรรยากาศจึงเสริมส่งกันราวกับว่าท่าแร่ไม่ได้อยู่ในสกลนคร ยามพระอาทิตย์ลับดินไปแล้ว ขบวนรถแห่ดาวจากชุมชนต่างๆ มากกว่า 20 คันจะพาเหรดบนถนนรอบตัวตำบล ชาวท่าแร่จะออกมายืนหน้าบ้านเพื่อชมความอลังการ และเพื่อรับ “ลูกอม”

ความน่ารักอย่างหนึ่งของเทศกาลนี้คือ คนบนขบวนแห่จะตะโกน “เมอร์รี่ คริสต์มาส” (ลากเสียง ส.เสือ ยาวๆ) พร้อมกับโปรยลูกอมลงมา คนที่ชมขบวนอยู่จะกรูกันเข้าไปเก็บอย่างกับสิ่งนั้นคือเงินทอง ไม่ว่าจะเด็ก ผู้ใหญ่ หรือคนแก่จะไม่ออมมือกัน แต่เมื่อขบวนผ่านไปแล้ว ภาพน่ารักอีกอย่างก็เกิดขึ้นคือ ผู้ใหญ่ที่เก็บลูกอมได้จะส่งต่อให้เด็กที่ตัวเองเพิ่งแย่งชิงมา กว่าจะผ่านไปหมด 20 คัน เด็กอาจฟันผุได้เลย ส่วนวันที่ 24 จะเป็นพิธีแห่ดาวมือถือรอบโบสถ์อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล ชาวท่าแร่จะถือดาวที่ข้างในจุดเทียนหรือติดไฟดวงเล็กๆ ถือเวียนรอบโบสถ์สามรอบ แล้วเข้าไปทำพิธีมิสซาด้านใน วันนี้เราจะเห็นความศรัทธาอันเข้มแข็งของชาวท่าแร่ เสียงเพลงที่ดังแว่วออกมาจากโบสถ์จับสำเนียงได้ถึงความตั้งมั่น แหลมทุ้มผสานกันไปเป็นเนื้อเพลงเดียว และในวันที่ 25 อัศเจรีย์จะยาวไม่รู้จบเมื่อชุมชนคริสต์จากสกลนคร นครพนม มุกดาหาร และกาฬสินธุ์ มารวมตัวกันกว่า 200 คัน ถนนที่มุ่งหน้าไปยังวัดพระหฤทัยในตัวเมืองสกลนครทอดยาวด้วยขบวนแห่ดาวจากสี่จังหวัด กลายเป็นถนนสายดวงดาวที่สว่างไสวและอึกทึกไปด้วยเพลงสรรเสริญพระเจ้า แนะนำว่าถ้าใครต้องการชมครบทุกคันให้ “นั่ง” เพราะอาจจะต้องใช้เวลานานกว่าสองชั่วโมงถึงจะเห็นคันสุดท้าย

พิธีแห่ดาวนี้มีมานานก่อนที่จะกลายเป็นเรื่องท่องเที่ยว ชาวท่าแร่จะประดิษฐ์ดาวตามปกติและแห่รอบตำบลกันเป็นธรรมดา จนกระทั่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมายกให้เป็นกิจกรรมประจำจังหวัดสกลนคร และลงปฏิทินให้เป็นเทศกาลท่องเที่ยวประจำปี เพื่อวัตถุประสงค์ให้คนหันมาท่องเที่ยวเชิง “วัฒนธรรม” กันมากขึ้น และ “เรียนรู้” ความหลากหลายทางวัฒนธรรมในประเทศไทย หลังจากนี้ต่อไปคริสต์มาสของชาวท่าแร่จะเปลี่ยนไปหรือไม่ ตัวแปร “นักท่องเที่ยว” จะมีผล การท่องเที่ยวทำให้ชุมชนเกิดรายได้จริง แต่ก็ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางลบเช่นกัน ตัวอย่างของชุมชนที่ลดความเป็นตัวตนแล้วหันมาเอาใจนักท่องเที่ยวมีให้เห็นอยู่ ถ้าหวังให้ไม่เปลี่ยนเลยคงเป็นไปไม่ได้ แต่จะเปลี่ยนมากหรือน้อยมันขึ้นอยู่กับทั้งผู้เหย้าและผู้เยือน

กล่าวคือชุมชนต้องเข้มแข็ง และนักท่องเที่ยวต้องเข้าใจวิถีชุมชน ถ้าทั้งสองฝ่ายทำได้จริง ไม่เพียงบรรลุวัตถุประสงค์เท่านั้น พิธีแห่ดาวจะมีเพียง “หนึ่งเดียว” ที่สกลนครตลอดไป

ขอขอบคุณการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภาคอีสาน สอบถามเรื่องท่องเที่ยว เส้นทางท่องเที่ยว จ.สกลนคร นครพนม และมุกดาหาร ได้ที่ ททท. สำนักงานนครพนม โทร. 042-513-490-1 อีเมล tatphnom@tat.or.th และ www.facebook.com/tatnakhonphanom

 

มกราคม 18, 2014 Posted by | กิน-เที่ยว, เที่ยวทั่วไทย, โพสต์ทูเดย์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

ลอดถ้ำ ย่ำวัด ณ อำเภอสังคม

05 มกราคม 2557 เวลา 11:00 น. …. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1g8V5n2

ลอดถ้ำ ย่ำวัด ณ อำเภอสังคม

โดย…โจ เกียรติอาจิณ / ภาพ จีไอโจ

ไปง่าย ไปสะดวก เดิมทีอาจจะยังงงๆ มึนๆ อยู่ที่ไหนเหรอ อ.สังคม

ล่าสุดไปเยือนมา อากาศดีโคตร หมอกเมยออกมาต้อนรับยามเช้า ภูเขาก็โอบรัดซะจนหนาวเหน็บ ถือเป็นอีกหนึ่งจุดหมายสำหรับคนที่อยากไปสัมผัสธรรมชาติและลมหนาว

อำเภอเล็กๆ ของ จ.หนองคาย เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น เมื่อถูกโปรโมทให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ กางแผนที่ออกดูจะพบว่า อ.สังคม ทอดตัวยาวไปตามริมน้ำโขง หรือน้ำของ ตามภาษาชาวบ้านที่เรียกขานกัน ผู้เฒ่าผู้แก่ว่าไว้ ช่างเหมือนลำตัวพญานาคที่ยาวเหยียดจากเหนือสุดสู่ใต้สุด

ริมโขงที่เคยเงียบหงอย ไม่ได้เป็นเยี่ยงนั้นอีกต่อไป บ้านพักและรีสอร์ทเก๋ๆ เรียงตัวเป็นตับ ผู้คนปรับโฉมบ้านของตัวเองใหม่ หลังมีการพัฒนาเรื่องคอนกรีตกันตลิ่งทรุด

ความเปลี่ยนไปเห็นได้ชัด เคยไปเยี่ยมญาติสมัยเป็นเด็กน้อย อ.สังคม ยังสงบ เรียบ นิ่ง ไม่ได้มีกลิ่นอายความเป็นเมืองเช่นปัจจุบัน อาการดัดจริตของชาวบ้านยังไม่มาก เศรษฐีสวนยางยังไม่ปรากฏกาย ราคาที่ดินริมโขงก็ยังไม่พุ่งพล่าน

ถึงอย่างนั้นอำเภอที่อยู่เหนือสุดของ จ.หนองคาย (ติดกับ อ.ปากชม จ.เลย ถ้าเลยขึ้นไปอีกหน่อยก็เป็น อ.เชียงคาน สถานที่ที่หลายคนโปรดปราน) ก็มีของดีแบบอันซีน บ้านๆ แต่งามหลาย ให้ดูชมอย่างเต็มตา

มาถึง อ.สังคม ทั้งที ก็อย่าได้มัวเสพแค่อากาศบริสุทธิ์ ลมหนาว และวิวสวยๆ ของน้ำโขง แต่ควรยิ่งต้องไปทำความรู้กับวัดและถ้ำ

มุ่งหน้าขึ้นเขา ไกด์ส่วนตัวบอก แม่นแล้ว ต้องนั่งรถขึ้นเขา เส้นทางที่นำเราไปสู่จุดหมาย ลาดยางอย่างดี สวนยาง สวนกล้วย ไร่สับปะรด ไร่มันสำปะหลัง กลายเป็นกับแกล้มสายตา เหล่านักปั่นมาเจอถนนเส้นนี้คงจะปลื้มปริ่ม เพราะเหมาะเหลือเกินที่จะพิสูจน์กำลังขา

รถแล่นฉิ่วจากตัวอำเภอไม่ถึง 15 นาที ก็เข้าสู่ถนนสายรอง เลี้ยวขวาตรงแยกน้ำตกธารทอง ถนนนั้นชื่ออะไรไม่ค่อยแน่ใจ แต่ชาวบ้านเรียกถนนผาตั้งห้วยไซงัว

ป้ายบอกทางเด่นหรา “วัดผาตากเสื้อ” “วัดผาใหญ่วชิรวงศ์” “วัดถ้ำศรีมงคล” 3 จุดหมายที่สามารถไปเยือนภายในวันเดียว

เราแวะโต้ลมหนาวที่วัดผาตากเสื้อก่อน เพราะทะเลหมอกรอเราอยู่ ยิ่งสูงยิ่งหนาวดั่งคำโบราณว่าไว้จริงๆ รถไต่ระดับความสูงขึ้นไปเรื่อยๆ อากาศก็ยิ่งหนาว สูดเข้าเต็มปอด โอ้โห!!!! อยากเก็บไปฝากคนกรุงเทพฯ จัง แต่ไม่ละ ให้พวกเขามาสูดด้วยตัวเองดีกว่า (555)

วัดผาตากเสื้อเป็นวัดบนภูเขา มองจากด้านล่างจะเห็นไกลลิบ ขึ้นมาเห็นกับตา งามหลาย งามอีหลี สมเป็นวัดป่าเก่าแก่ เคยเป็นวัดที่หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี เดินทางมาปฏิบัติธรรมอยู่ระยะหนึ่ง ก่อนจะได้รับการพัฒนาจนแทบจำไม่ได้

โบสถ์สร้างแบบจตุรมุข ภายในมีภาพจิตรกรรมพุทธประวัติสุดวิจิตร แต่ไฮไลต์ที่ต้องไป ทว่าคนส่วนใหญ่มักพลาด นั่นคือ “ถ้ำพระ” ต้องเดินลงบันได ไต่ไปตามโขดหิน แหงนหน้าขึ้นฟ้าจะเจอกับก้อนหินยักษ์อยู่เหนือหัว ให้อารมณ์เหมือนกำลังมุดถ้ำหิน เก๋มั้ยล่ะ

อีกหนึ่งจุดที่ใครๆ ก็ต้องไปแชะรูปเป็นที่ระลึก คงหนีไม่พ้น “ชะง่อนผา” ที่มองเห็นตัว อ.สังคม อยู่ไกลสุดลูกตา รวมถึงฝั่งเพื่อนบ้าน สปป.ลาว ยามเช้าหมอกเมยมีมาก ก็แทบมองไม่เห็นอะไร ชะง่อนผานี้เคยเป็นโลเกชั่นในโฆษณากาแฟกับเหล้ายี่ห้อดังมาแล้ว พี่แท่ง ศักดิ์สิทธิ์ ยืนจิบกาแฟก็ตรงชะง่อนผานี่แหละ

จากวัดผาตากเสื้อ เราไปต่อที่วัดผาใหญ่วชิรวงศ์ หรือวัดหลวงปู่เพชร ที่นี่จุดเด่นอยู่ที่ลานหินกว้าง ทุกสิ่งอย่างงานก่อสร้าง สร้างอยู่บนลานหิน ซ่อนความงามไว้ทุกอณู บางจุดนั้นเป็นจุดชมวิวเบื้องล่าง เหมาะกับการถ่ายรูปมากๆ

ถ้ามาช่วงสงกรานต์ ที่นี่จะคึกคักด้วยพุทธศาสนิกชนที่มาร่วมทำบุญปีใหม่ไทย ลานหินวัดเนืองแน่นด้วยแรงศรัทธา กลิ่นดอกไม้เคล้ากลิ่นแป้งร่ำอวบอวลไปทั่ว ไปยามนี้ก็ได้คนละอารมณ์ อากาศหนาวๆ ไปสูดอากาศเข้าเต็มปอด ต่อด้วยนั่งสมาธิก็ดีไม่หยอก บอกให้อย่างหนึ่ง ไหนๆ ก็ไปแล้ว เตรียมอาหารไปถวายพระเลย คนไกลวัดอย่างเรา มีโอกาสถวายภัตตาหารเช่นกัน อิ่มบุญไม่พอ ยังได้อิ่มท้องกับการนั่งล้อมวงกินข้าวที่วัดด้วย

เพราะมีเวลาไม่มาก เราจึงขอลาวัดผาใหญ่วชิรวงศ์ จากเส้นทางเดิม มุ่งสู่บ้านดงต้อง วัดถ้ำศรีมงคลอยู่ราว 10 กว่ากิโลเมตร เรามาถึงวัด แดดอุ่นโผล่มาทักทาย แต่ความหนาวยังไม่จางหาย

ถ้าเรียกตามชาวบ้าน วัดแห่งนี้จะชื่อ “วัดถ้ำเพียงดิน” และ “ถ้ำเพียงดิน” ก็คือไฮไลต์เด็ดที่ดึงดูดใจให้ใครๆ อยากจะมาเยือนที่นี่

ก่อนลอดถ้ำ ควรอ่านกฎกติกามารยาทให้เข้าใจ เมื่อเข้าใจแล้ว จุดธูปสักการะ “ปู่อินทร์นาคราช” กับ “ย่าเกตุนาคราช” พญานาคราชที่ปกปักรักษาอยู่ในถ้ำ

การลอดถ้ำต้องทำตามคำแนะนำไกด์ ทุกคนพร้อม ไกด์นำทางก็ส่องไฟฉายเดินลิ่วเข้าสู่ปากถ้ำ ซึ่งเล็กและแคบมาก คนลอดต้องงัดวิชาลูกเสือสามัญ หรือนักศึกษาวิชาทหารมาช่วย ก้ม คลาน เลื้อย แหงนหน้าได้ แต่จงระวัง เพราะภายในแคบและเต็มไปด้วยโขดหิน แท่งหิน บางแห่งเป็นแอ่งน้ำลึกถึงเข่าและมีน้ำไหลตลอดทั้งปี ซึ่งชาวบ้านก็เชื่อว่าสายน้ำไหลนี้จะไหลลงสู่แม่น้ำโขง

ตามความเชื่อนั้น ถ้ำเพียงดินเป็นเสมือนเมืองบาดาลของพญานาค มีเรื่องเล่าว่า พระธุดงค์จาก สปป.ลาว เป็นผู้พบ จากนั้นจึงกลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงศรัทธาในวันนี้ โดยมีชื่อเรียกว่า “ศาลาพันห้อง” ด้วยเพราะภายในถ้ำมีลักษณะคล้ายห้องเล็กห้องน้อยห้องใหญ่ ถ้าจะนับก็น่าจะเป็นพัน แต่ห้องที่เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวมีเพียง 8 ห้องเท่านั้น

ห้องโถงกลางตรงทางเข้า ค่อนข้างแคบแต่เย็นสบาย ไฟสว่างนำทางไปสู่ห้องต่างๆ อาทิ ห้องหีบศพ บรรจุศพปู่อินทร์นาคราช ห้องเจดีย์ ห้องธิดานาคราช ซึ่งเป็นธิดาพญานาค ที่ชาวบ้านเชื่อกันว่าได้มาพบรักกับเจ้าชายแห่งเมืองมนุษย์

ระยะทางแต่ละห้องไม่ห่างกัน แต่ด้วยความแคบและความชื้น อีกทั้งแอ่งน้ำ เศษหิน รวมถึงระดับความสูงที่มีจำกัด ทำให้ต้องใช้เวลานานกว่าจะผ่านทะลุห้องหินทรายได้

และแล้วก็มาถึงห้องปราบเซียน ชาวบ้านเรียก ห้องช้างสามเศียร ลักษณะหินที่ย้อยลงมาหน้าตาคล้ายช้าง คนลอดต้องคลานและเลื้อยผ่านปากช้าง คลานและเลื้อยตรงๆ ไม่ได้ ต้องค่อยกระดื๊บซ้าย กระดื๊บขวา กว่าจะผ่านมาออกมาได้ก็ทุลักทุเล เพราะจุดนี้เป็นจุดที่แคบที่สุดของถ้ำ

ใกล้สำเร็จละ กับภารกิจลอดถ้ำ ผ่านห้องพระคัมภีร์และห้องปฏิบัติธรรมไป จะเจอโถงทางออก แสงสว่างจากด้านนอกส่องทะลุเข้ามาในถ้ำ บันไดเหล็กสูง ใช่!!! ทุกคนต้องไต่บันไดเหล็กขึ้นมา ไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยาก ขอทำใจแมนๆ ไว้ จากนั้นก็ตั้งหน้าตั้งตาไต่ อย่าได้เหลียวหลังเด็ดขาด ไม่งั้นขาสั่น

มาเยือน อ.สังคม ครั้งนี้ สนุก ตื่นเต้น และประทับใจสุดๆ พูดไปเดี๋ยวจะหาว่าโม้ ต้องไปลองไปสัมผัสเอง แล้วจะรู้ว่าคุณจะหลงรัก อ.สังคม

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม องค์การบริหารส่วนตำบลผาตั้ง โทร. 042-901-013

มกราคม 18, 2014 Posted by | กิน-เที่ยว, เที่ยวทั่วไทย, โพสต์ทูเดย์ | , , , , , | ใส่ความเห็น