ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย ที่เกี่ยวข้อง

ดูตีคลีไฟแล้วไปมอหินขาว มกราคม 18, 2014

07 ธันวาคม 2556 เวลา 10:41 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1f52XpR

ดูตีคลีไฟแล้วไปมอหินขาว

โดย…จำลอง บุญสอง

ท่าน ผวจ.ชัยภูมิ พรศักดิ์ เจียรณัย ชวนสื่อมวลชนไปดูตีคลีไฟของ จ.ชัยภูมิ การตีคลีไฟเขาทำกันตอนกลางคืน เพราะจะได้เห็นลูกไฟที่ทำด้วยลูกต้นนุ่นเผาไฟวิ่งแดงไปเวลาตี ตำนานเล่าว่าการตีคลีไฟได้แบบอย่างการตีคลีของพวกอาหรับ แต่ผมยังไม่เห็นด้วยในเรื่องนี้ เพราะไม่แน่ใจว่าพวกอาหรับจะมากองวัฒนธรรมไว้ที่ จ.ชัยภูมิ ได้อย่างไร แล้วจังหวัดอื่นในแถบนั้นทำไมจึงไม่มี ตำนานอีกตำนานหนึ่งว่าคนที่มาอาบน้ำเล่นตีลูกบอลไม้ แต่ลูกบอลไม้ก็วิ่งไปอยู่ในกองไฟจนลุกแดง หลังจากนั้นพวกเขาก็เล่นต่อ ต่อกันจนเป็นประเพณีจนถึงปัจจุบัน

เรื่องการตีคลีไฟนี่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน เห็นว่าแปลกดีก็เลยไปตามคำชวน ปีนี้เขา Up ให้ใหญ่ขึ้นมา มีอัฒจันทร์ให้คนดู มีอาหารพื้นเมืองขายและมีแสงสีเสียงให้ฟังให้ดู หลายคนบอกว่ามันดูดีขึ้น แต่อีกหลายคนก็ตำหนิว่าการกระทำแบบนั้นไปทำลายความเป็นท้องถิ่นฉิบหายวายป่วงไปเลย เรื่องนี้ผมขอตัวที่จะไม่คอมเมนต์นะครับ เพราะไม่มีที่ไหนที่ไม่เอาวัฒนธรรมท้องถิ่นดั้งเดิมมาขาย แต่ถ้าจะเอามาขายก็ทำให้ประยุกต์อย่าให้มันเวอร์จนเกินงามก็แล้วกัน

ปีหน้าคงมีอีก แต่ขอเรียนตามตรงว่า ยุงเยอะ…หายเลย อาหารท้องถิ่นที่เอามาขายก็ยังดูไม่ดีเท่าที่ควร (ทั้งๆ ที่เป็นอาหารดีๆ ทั้งนั้น) ไฟก็ขมุกขมัวจนไม่อยากไปซื้อ ฝุ่นก็เยอะจนกล้องเปื้อนไปหมด ไม่ต้องบอกว่าลมหายใจของเราจะเต็มไปด้วยอะไร ที่จอดรถก็ยังไม่เป็นสัดเป็นส่วน การแสดงก็ยังไม่ประทับใจ ยกเว้นการเต้นของเด็กๆ ประถม ปีนี้อาจจะเป็นปีแรกๆ ที่ฝ่ายจัดยังไม่มีโนว์ฮาว ยังไม่ลงตัวว่าคอนเซปต์ของงานเป็นอะไร วันนี้จึงยกประโยชน์ให้จำเลยไปก่อน หวังว่าปีหน้าถ้าผู้ว่าฯ คนนี้ไม่ถูกย้ายไปเสียก่อนก็คงทำให้ดีขึ้นได้

ชอบใจที่เขามีรำวงย้อนยุค สาวๆ ที่มารำก็ไม่ได้ย้อนยุคไปด้วยหรอกครับ สาวๆ ทั้งนั้น รำวงย้อนยุคนี่น่าจะยังขายได้ดีสำหรับงานแบบนี้

ไปมอหินขาวด้วยครับ มอหินขาวนี่ผมเป็นคนเปิดคนแรกในโพสต์ทูเดย์ ท่องเที่ยวนี่แหละครับ สมัยโน้นผู้บริหารมีวิสัยทัศน์ เปิดหน้าท่องเที่ยวใหญ่ ผมก็เลยเล่นเรื่องและรูปได้เต็มที่

มอหินขาวในสายตาผู้ว่าฯ เห็นเป็นของแปลก ท่านจึงส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ในสายตาผมมันก็สวยแปลกและน่าทึ่งจริงๆ รอบๆ บริเวณสมัยก่อนยังรกร้างและเต็มไปด้วยดอกหญ้า ถ่ายเช้ามืดวันนั้นได้ทั้งพระจันทร์และพระอาทิตย์อยู่ด้วยกัน พอหนังสือออกเท่านั้นคนไปเที่ยวกันเป็นหมื่นๆ คน เที่ยวไปด่าไปเพราะข้างบนยังดิบๆ ไม่มีที่ฉี่ที่อึ ตอนหลังๆ มาทางจังหวัดก็เลยขึ้นไปทำห้องน้ำ

ปีนี้ฝนมากครับ หน้าหนาวก็ยังมีฝนตกอยู่ ตกตอนเย็นๆ ผมก็เลยได้ภาพหมอกตอนเช้า แต่ไม่ใช่ได้ที่มอหินขาวนะครับ ได้ที่หน้าผาที่เหนือขึ้นไป ผู้ว่าฯ ขึ้นไปถ่ายภาพเพื่อการประชาสัมพันธ์ด้วย ผมก็เลยได้รูปผู้ว่าฯ แอ็กกับสาวๆ ในท่ามกลางสายหมอกด้วย

ผมไม่มีเนื้อที่มากนักสำหรับโชว์รูป เพราะมีเนื้อที่น้อยนิด

หลังจากไปมอหินขาวแล้วก็บึ่งไปดูเขาผลิตผ้าสีธรรมชาติ กินปลาน้ำชีด้วย อยากจะเรียนว่าปลาน้ำชีนั้นค่อนข้างจะสะอาด เพราะเป็นปลาที่อาศัยอยู่ในน้ำสะอาดจากต้นน้ำแบบเดียวกับปลาน้ำน่าน ปลาน้ำน่านผมถือว่าเป็นปลาที่ดีที่สุดเพราะเป็นปลาน้ำไหล เนื้อปลาจึงแน่นและอร่อยกว่าปลาน้ำอื่นๆ

ไปกินปลาน้ำชีแล้วก็ไปดูรอยเท้าไดโนเสาร์ที่ต้นน้ำด้วย รอยเท้าไดโนเสาร์ที่นี่ไม่ได้อยู่บนเขาสูง แต่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำ การไปดูก็ไม่ยากนัก ไดโนเสาร์อีสานมีเยอะจริง ที่ยังค้นไม่พบก็ยังมีอีกมาก ผมถ่ายรูปเอามาให้ดูด้วย

ไปเที่ยวเมืองชัยภูมิถ้าไม่พูดถึงหม่ำซึ่งผลิตมากจนชัยภูมิเป็นมหาอำนาจแห่งหม่ำก็คงไม่ได้ หม่ำคือเนื้อกับตับเอามาบดและหมักในไส้เนื้อ หมู หรือกระเพาะฉี่ของสัตว์ชนิดนั้นๆ ถ้าไม่เอาตับคือใส่เฉพาะเนื้อเขาเรียกว่าส้ม ส้มเนื้อ ส้มหมู ว่าไปถึงส้มค่างที่พวกอนุรักษ์เอามาขายขู่ให้คนสงสารค่างนั่นแหละครับ

ศาสตร์ของการทำอาหารประเภทนี้ได้มาจากการล่าสัตว์ในป่าทั้งนั้น ล่าได้ก็สับเอามาทำเป็นส้ม เป็นหม่ำ เพื่อการถนอมอาหาร ออกจากป่าก็เอามากินได้เลย บางคนกินสุกด้วยการเอาไปปิ้งหรือทอด แต่บางคนก็กินดิบ 2 วันก็กินได้แล้วครับ ไว้นานไปก็กินได้ แต่มันเปรี้ยว

ไม่แนะนำให้คนที่มีคอเลสเตอรอลสูงกินหม่ำนะครับ เพราะตับอุดมไปด้วยคอเลสเตอรอลมากมายทีเดียว

ในเมืองมีหม่ำขายหลายร้าน ตามอำเภอต่างๆ ก็มีแหล่งผลิตแหล่งขายประจำ บอกไม่ได้ว่าใครอร่อยกว่าใคร เพราะชอบใครชอบมัน รู้แต่ว่าใส่ผงชูรสกันแทบทั้งนั้น ไม่ใส่มันไม่นัว

ใครๆ อาจจะไม่ทราบนะครับว่า จ.ชัยภูมิ นี่เป็นอู่อารยธรรมของทวารวดีทีเดียว การแกะสลักพระพุทธรูปในถ้ำก็มี เสมาหินก็มี หลายแห่งหลายที่ยังไม่ได้ขุดค้น โดยเฉพาะแหล่งลูกปัดและโครงกระดูกโบราณ เผลอๆ อาจจะดีกว่าอู่ทองที่ผู้มีอิทธิพลอำนาจมืดสุพรรณดึงเงินไปสร้างเมืองท่องเที่ยว 4,500 ล้านเสียอีก เมืองชัยภูมินั้นมีแร่โปแตสใหญ่ที่สุดในภาคอีสานนะครับ ถ้าดึงขึ้นมาใช้ได้ ประเทศไทยจะมีปุ๋ยชั้นดีเอาไว้ใช้ทีเดียว แต่ปัญหาก็คือ แร่ใต้ดินเหล่านั้นจะตกไปอยู่ในมือของนักการเมืองหรือนายทุนของนักการเมืองหมด ประชาชนกินแห้วตามเดิม แบบเดียวกับน้ำมันของไทยที่ผลิตได้มาก แต่คนไทยกลับได้ใช้น้ำมันแพง

ใครอยากไปดูบ่อน้ำมันที่ อ.วิเชียรบุรี ก็ขึ้นไปดูได้ที่เทือกเขาแบ่งแดนระหว่าง จ.ลพบุรี ภาคกลาง กับ จ.ชัยภูมิ ภาคอีสาน ไปเห็นแล้วจะตกใจว่าเมืองไทยขุดน้ำมันได้มากมายเพียงนี้เชียวหรือ ผลิตแล้วทำไมคนไทยจึงต้องซื้อน้ำมันแพงกันนักหนา!

ใครสนใจไปเที่ยว จ.ชัยภูมิ ก็ลองโทรไปที่ท่องเที่ยวกีฬาจังหวัดชัยภูมิ สันติ นิลหมื่นไวย เบอร์โทรศัพท์ 084-825-6600 ถ้าลำบากก็โทรไปที่ ททท.โคราชที่เขารับผิดชอบ จ.ชัยภูมิ เบอร์โทรศัพท์ 044-213-666 044-213-030 อีเมล tatsima@tat.or.th

 

 

ปาย วันวาน วันหนาว

01 ธันวาคม 2556 เวลา 09:28 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1giEH44

ปาย วันวาน วันหนาว

โดย…สืบสิน ภาพ กีกี้คลังภาพโพสต์ทูเดย์

ผมเชื่อว่าหนึ่งในจุดหมายการเดินทางยามลมหนาวมาเยือนจะต้องมี “ปาย” อยู่ในโปรแกรมของหลายคนแน่ๆ แต่จะมีสักกี่คนที่รู้จักปายเมืองมากเสน่ห์แห่งนี้ในมุมของอดีต

แต่เดิมนั้นปายจะตั้งอยู่ที่ ต.เวียงเหนือ เป็นเมืองเก่าแก่มาช้านาน ตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ. 1800 ตามประวัติความเป็นมาของอาณาจักรล้านนา เรียก อ.ปาย ว่า “บ้านดอน” ทั้งนี้เนื่องจากมีที่ตั้งอยู่บนดอน มีป่าไม้ไผ่ล้อมรอบ มีแม่น้ำไหลผ่าน 2 สาย คือ แม่น้ำปายและแม่น้ำเมืองไหลผ่านทาง

ประชากรที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในดินแดนแห่งนี้มาแต่เดิม คือ ชาวพ่าย หรือไปร ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่ใช้ภาษาตระกูลออสโตรเอเชียติก สาขาว้าเรียง ดังมีร่องรอยหลักฐานซากวิหารและเจดีย์กระจายอยู่ทั่วไปทั้งบนภูเขาสูง ที่ดอนเชิงเขา บริเวณพื้นราบลุ่มน้ำปาย บางแห่งก่อสร้างด้วยหิน เช่น ในผืนป่าบริเวณใกล้น้ำตกเอิกเกอเต่อ ซึ่งเป็นต้นน้ำแม่ปิงน้อย บางแห่งมีการขุดคูเป็นร่องลึกบนภูเขาสูงชัน มีเจดีย์บนยอดเขา

มีหลักฐานว่าเจ้าเมืองคนแรก คือ ขุนส่างปาย ในสมัยพระเจ้ามโหตรประเทศ พระราชาธิบดีเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ ส่งเจ้าแก้วเมืองออกสำรวจชายแดน ได้พบว่าภูมิประเทศน่าสนใจ จึงแนะนำให้ขุนส่างปายย้ายเมืองมาตั้งฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปาย เพราะเป็นที่ราบกว้างขวาง ผู้คนจึงเรียกเมืองใหม่ว่า “เวียงใต้” ส่วนเมืองเก่าเรียกว่า “เวียงเหนือ”

ครั้นเมื่อปี พ.ศ. 1857 ตรงกับ จุลศักราช 679 ทางพิงค์นครเชียงใหม่ ซึ่งมีพระเจ้าครามณีเป็นผู้ครองนครอยู่ ได้ทราบว่ามีชาวพม่าชื่อพะกำซอ ยกทัพมาตั้งอยู่ที่บ้านดอน ก็เกิดความสนใจ ต่อมาเกิดการจลาจลที่เมืองแสนหวี เมืองนาย เมืองลายคำ เมืองหมอกใหม่ ในรัฐไทยใหญ่ ประเทศสหภาพพม่า พะกำซอยกทัพกลับไปปราบจลาจลจนสงบ และย้อนกลับมาอีกครั้งเมื่อปี พ.ศ. 1860 พะกำซอได้สร้างบ้านดอนเป็นปึกแผ่นยิ่งขึ้น

จากนั้นมีการขุดคูเมืองรอบด้านทุกด้าน ดินที่ขุดขึ้นมาได้ถมเป็นคันดินสูง สร้างประตูเมือง 2 ประตู ทางทิศใต้และทางทิศตะวันออก จนบ้านดอนเป็นเมืองที่แข็งแรงยากที่ศัตรูจะมาตีเมืองนี้ได้

ถึงวันนี้ อ.ปาย มีร่องรอยการอาศัยอยู่ของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ และมีชุมชนโบราณที่ปรากฏชื่อในตำนาน คัมภีร์ใบลาน หลายเมือง และมีประวัติสืบต่อกันมานับร้อยปี ประกอบกับมีหลักฐานโบราณคดีปรากฏอยู่ในชุมชนโบราณดังกล่าวด้วย จากการศึกษาของพระครูปลัดกวีวัตน์ธนจรรย์ สุระมณี วัดเจดีย์หลวง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ มีรายงานการสำรวจว่า ในเขตเมืองน้อย อ.ปาย มีหลักฐานโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ให้เห็นอยู่หลายแห่ง

ถ้ำผีแมน บ้านห้วยหก (ต.เวียงเหนือ อ.ปาย) อยู่ห่างจากบ้านห้วยหกไปทางทิศตะวันตก ราว 1,500 เมตร พบซากกระดูกและระแทะคล้ายรางไม้ให้อาหารสัตว์หลงเหลืออยู่บางส่วน ถูกชาวบ้านเผาไปเกือบหมดแล้ว ถ้ำผีแมนที่อยู่ของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์นี้ ในเขต จ.แม่ฮ่องสอน มีอยู่หลายแห่ง เช่น ถ้ำป่าคาน้ำฮู ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ถ้ำน้ำลอด อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน พบหลักฐานของใช้ของคนถ้ำในยุคนั้น คือ กำไลแขนทำด้วยโลหะ หม้อดินลายเชือกทาบ ขวานหินขุด ระแทะไม้ ฯลฯ และก็ถ้ำดอยปุ๊กตั้ง อยู่ทางทิศใต้ของบ้านห้วยเฮี้ย (ต.เวียงเหนือ อ.ปาย) ใช้เวลาเดินทางด้วยเท้าจากหมู่บ้านประมาณ 1 ชั่วโมง พบเครื่องใช้ของมนุษย์ถ้ำมีลักษณะเช่นเดียวกันกับที่พบในถ้ำผีแมนแห่งอื่นๆ

นอกจากนี้ ปายยังเป็นที่ตั้งของชุมชนโบราณเมืองน้อย ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของของเผ่าปะเกอกะเญอ (กะเหรี่ยง) ชุมชนโบราณเมืองน้อยเป็นชุมชนที่พบหลักฐานทางด้านโบราณคดี และหลักฐานตำนานและศิลาจารึกที่สะท้อนให้เห็นว่าเมืองน้อยเป็นเมืองสำคัญในสมัยประวัติศาสตร์ราชวงศ์มังราย ตั้งอยู่ในเขต ต.เวียงเหนือ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ตำแหน่งละติจูดที่ 19 องศา 30 ลิปดา 58 ฟิลิปดา เหนือ และลองจิจูดที่ 98 องศา 30 ลิปดา 50 ฟิลิปดา ตะวันออก ระยะทางประมาณ 27 กิโลเมตร จาก อ.ปาย ไปทางทิศเหนือ

เมืองน้อยเมื่อสองร้อยปีเศษมานี้มีสภาพเป็นเมืองร้าง ปัจจุบันได้มีชนเผ่าปะเกอกะเญอเข้าไปจับจองอาศัยตั้งบ้านเรือนที่บ้านเมืองน้อย โดยมีชื่อใหม่หลายหมู่บ้าน คือ บ้านหัวฝาย ห้วยงู ห้วยเฮี้ย ห้วยหก บกิ่วหน่อ และมะเขือคัน

เมื่อครั้งหนึ่งเมืองปายได้ร้างไปพร้อมกับเมืองเชียงใหม่ และประมาณปี พ.ศ. 23182338 เมืองปายได้ฟื้นฟูเป็นหมู่บ้านและพัฒนาเป็น อ.ปาย โดยมีผู้คนหลายกลุ่มชาติพันธุ์อพยพเข้ามาอาศัยอยู่ ได้แก่ คนไทยวน (คนเมือง) ชาวไทยใหญ่ ชาวปะเกอกะเญอ (กะเหรี่ยง) และชาวไทยภูเขาเผ่าต่างๆ ทั้งนี้เนื่องจากเมืองปายตั้งอยู่ในบริเวณที่อุดมสมบูรณ์ มีแม่น้ำไหลผ่านหลายสาย เหมาะสำหรับการประกอบอาชีพเกษตรกรรม ปัจจุบันเมืองปายเป็นเมืองชุมทางที่สำคัญเมืองหนึ่งบนเส้นทางระหว่างเชียงใหม่กับแม่ฮ่องสอน

ถึงวันนี้ปายกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ใครๆ ก็อยากจะไปสัมผัส ด้วยการวิ่งรถผ่านกว่าพันโค้งถึงจะถึงปาย กลายเป็นเสน่ห์อันกล่าวขาน แม้ความเจริญจะเข้าไปรองรับนักท่องเที่ยว แต่ปายก็ยังคงเป็นขวัญใจของนักท่องเที่ยวทั่วทุกหนแห่ง เพราะนอกจากจะสัมผัสธรรมชาติอันแสนบริสุทธิ์ ยังคงมีเรื่องราวในประวัติศาสตร์ให้เล่าขานสืบไป

 

Shoppingmania (บัตรเครดิต)

30 พฤศจิกายน 2556 เวลา 10:11 น. …. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1isMFuU

Shoppingmania (บัตรเครดิต)

ขอแสดงความเสียใจกับชาวฟิลิปปินส์ ที่เผชิญกับภัยพิบัติ “ซูเปอร์ไต้ฝุ่นไห่เยี่ยน” ที่พัดเข้าถล่มใจกลางของฟิลิปปินส์ด้วยกำลังลมสูงสุดราว 315 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มหันตภัยครั้งนี้ได้คร่าชีวิตประชาชนชาวฟิลิปปินส์ไปนับหมื่นคน

ยังไม่นับผู้บาดเจ็บและบ้านเรือนเสียหายมูลค่ามหาศาล หน่วยงานต่างๆ ประเมินว่าในเบื้องต้นมีผู้ประสบภัยกว่า 1.5 แสนคน

ความเดือดร้อนของชาวฟิลิปินส์ ทำให้หน่วยงานต่างๆ แสดงเจตนารมณ์จะช่วยแสดงน้ำใจของคนไทย ทั้งบริจาคเงินและสิ่งของเพื่อบรรเทาทุกข์ความเดือดร้อนของชาวฟิลิปปินส์

สภากาชาดไทย รับบริจาคในชื่อบัญชี “สภากาชาดไทย เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย” ผ่านธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย ประเภทกระแสรายวัน เลขที่ 045-3-04002-3

มูลนิธิรักษ์ไทย ร่วมกับองค์การแคร์นานาชาติ เปิดรับเงินบริจาค ชื่อบัญชีออมทรัพย์ มูลนิธิรักษ์ไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาซอยอารีย์สัมพันธ์ เลขที่ 056-2-21065-4 ธนาคารกสิกรไทย สาขาพหลโยธิน เลขที่ 799-2-50785-8 และธนาคารกรุงเทพ สาขาซอยอารีย์ เลขที่ 127-4-05900-3

ไทยพีบีเอส เปิดบัญชี “กองทุนเพื่อผู้ประสบภัยฟิลิปปินส์ โดยมูลนิธิไทยพีบีเอส” ธนาคารกรุงไทย สาขาการปิโตรเลียม บัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 071-0-19626-1

ครอบครัวข่าว 3 เปิดบัญชี “น้ำใจไทย ช่วยผู้ประสบภัยพายุไห่เยี่ยนในฟิลิปปินส์” ธนาคารกรุงเทพ สาขาอาคารมาลีนนท์ บัญชีกระแสรายวัน เลขที่บัญชี 014-3-00722-7

สำหรับผู้ถือบัตรเครดิตเราก็มี “บุญ” มาบอก เมื่อบริษัท บัตรกรุงไทย หรือ “เคทีซี” เชิญชวนลูกค้าร่วมบริจาคช่วยเหลือชาวฟิลิปปินส์ผ่านโครงการร่วมใจบรรรเทาภัยในฟิลิปปินส์ เคทีซีขอเชิญสมาชิกบัตรเครดิต KTC และ KTC CASH Revolve รวมแบ่งปันน้ำใจช่วยเหลือผู้ประสบภัยชาวฟิลิปปินส์จากพายุไต้ฝุ่นไห่เยี่ยน ผ่านมูลนิธิศุภนิมิต โดยใช้คะแนนสะสม KTC Forever ทุก 500 คะแนน = เงินบริจาค 50 บาท โดยเคทีซีจะร่วมสมทบเพิ่มอีก 50% ของยอดเงินบริจาคทั้งหมด

“เคทีซี” ยังส่งความสุขกับสินค้าลดสูงสุด 60% ด้วยบริการ U Shop V Deliver รับฟรี ตุ๊กตาหมีเคทีซี มูลค่า 250 บาท พร้อมมอบของขวัญสุดเซอร์ไพรส์ให้สมาชิกถึงบ้าน เมื่อช็อปสินค้าในแค็ตตาล็อก “U Shop V Deliver (vol.15)” ผ่านเว็บไซต์ www.ktc.co.th/ushop รับส่วนลดพิเศษสูงสุดถึง 60% และสามารถใช้คะแนนสะสม Forever Rewards 1,000 คะแนน แทนเงินสดได้ 100 บาท หรือแบ่งชำระ Flexi 0% นานสูงสุด 10 เดือน ตั้งแต่วันนี้-30 พ.ย.นี้

สำหรับผู้นิยมช็อปปิ้งในเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เลือกใช้บัตรเครดิตเพื่อซื้อของขวัญให้ตัวเองและคนที่คุณรักกับ AEON Gift 2014 มอบช่วงเวลาแห่งความสุข เพียงสมัครบัตรเครดิตอิออนและใช้จ่ายทั่วโลก จะได้รับของกำนัลจากแบรนด์ชั้นนำมากมาย สิทธิพิเศษเฉพาะสมาชิกบัตรเครดิตอิออน เพียงสะสมยอดค่าใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตตั้งแต่ 11 พ.ย. 2556-10 ก.พ. 2557

ผู้ถือบัตรสามารถเลือกรับของกำนัลมากมาย เช่น บัตรกำนัลโรบินสัน เครื่องใช้ไฟฟ้าจากชาร์ป สินค้าจาก Apple (iPad Mini iPhone 5C และ iPhone 5S) หรือทองคำหนักสูงสุด 1 บาท อิออนจัดแคมเปญช็อปสนุกรับความสุขแบบ 2 ต่อกับอิออน ในรายการ More Than New Year 2014 ร่วมกับ Outlet Mall, Premium Outlet และ Outlet Village ทุกสาขา

ต่อที่ 1 – สะสมยอดช็อปครบ 3,000 บาท/บัตร/วัน รับคูปองส่วนลดหรือของสมนาคุณจากร้านค้าชั้นนำในเอาต์เลต มอลล์ สะสมยอดช็อปครบ 6,000 บาท/บัตร/วัน รับกระเป๋าผ้าลดโลกร้อน จำนวน 1 ใบ มูลค่า 350 บาท สะสมยอดช็อปครบ 1.2 หมื่นบาท/บัตร/วัน รับร่มกอล์ฟ จำนวน 1 คัน มูลค่า 850 บาท

ต่อที่ 2 สะสมยอดช็อปผ่านบัตรเครดิตอิออนครบทุก 3,000 บาท/บัตร/วัน รับกระเป๋า VALENTINO RUDY จำนวน 1 ใบ มูลค่า 1,490 บาท (จำกัดการแลกรับสูงสุด 3 ใบ/บัตร/วัน)* เริ่มตั้งแต่วันนี้31 ม.ค. 2557

สุดท้ายขอเอาใจแฟนๆ ปีศาจแดงเป็นการเฉพาะ เมื่อธนาคารกรุงศรีอยุธยาจัดเป็นพิเศษสำหรับผู้ถือบัตรเครดิตแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเครือกรุงศรี จัดแคมเปญ Money Can’t Buy ให้แฟนสโมสรปีศาจแดงที่สมัครบัตรใหม่ หรือใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตั้งแต่วันนี้31 ม.ค. 2557 มีสิทธิลุ้นรางวัลบินไปเชียร์การแข่งขันแบบติดขอบสนามโอลด์แทรฟฟอร์ด ประเทศอังกฤษ จำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 1.2 แสนบาท หรือลุ้นรางวัลเสื้อกีฬาพร้อมลายเซ็นนักฟุตบอลแมนฯ ยูไนเต็ด และรางวัลอื่นๆ อีกรวม 40 รางวัล มูลค่ากว่า 1.4 ล้านบาท

สำหรับผู้สมัครบัตรใหม่จะได้รับสิทธิในการลุ้นรางวัล 10 สิทธิ ใช้จ่ายผ่านบัตรทุก 2,000 บาท รับ 5 สิทธิ หรือนำคะแนน Red Reward 100 คะแนน รับ 1 สิทธิ

นอกจากนี้ สมาชิกบัตรยังได้รับสิทธิพิเศษส่วนลดสูงสุด 25% เมื่อซื้อสินค้าที่ร้านค้าในเครือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รับส่วนลดสูงสุด 20% ในการใช้บริการ ณ สนามฟุตบอลชั้นนำที่ร่วมรายการ พร้อมรับคะแนน Red Reward 2 เท่าของยอดใช้จ่าย ในวันที่แมนฯ ยูไนเต็ด ลงแข่งพรีเมียร์ลีกหรือฟุตบอลยุโรป รับคะแนน Red Reward 4 เท่า ในวันที่แมนฯ ยูไนเต็ดชนะการแข่งขัน หรือรับเพิ่มเป็น 8 เท่า ในวันที่แข่งขันชนะทีมลิเวอร์พูล เชลซี อาร์เซนอล แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รวมทั้งในนัดชิงชนะเลิศศึกฟุตบอลถ้วยคาร์ลิ่งคัพ เอฟเอคัพ และฟุตบอลยุโรป

บอกแล้วว่าเอาใจเป็นพิเศษ…

 

Shoppingmania (ห้างสรรพสินค้า)

30 พฤศจิกายน 2556 เวลา 10:07 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1iqQksY

Shoppingmania (ห้างสรรพสินค้า)

เนื่องในโอกาสวันพ่อแห่งชาติ 5 ธ.ค.นี้ ผู้อ่านหลายคนคงวางแผนโปรแกรมพาคุณพ่อ ตระเวน เที่ยว ช็อป ชม ชิม ชิล กันไว้แล้ว และในวันพ่อปีนี้ บรรดาสินค้าและบริการต่างๆ พากันจัดแคมเปญชวนคุณลูกพาคุณพ่อเที่ยวพักผ่อน แต่ถ้าหากอยู่ในเมืองกรุงก็พาคุณพ่อไปเลือกช็อปปิ้งของขวัญถูกใจกันได้ที่ ห้างเซ็นทรัล/เซน ซึ่งจัดรายการ “Central/ZEN Father’s day” เชิญคุณลูกเกี่ยวแขนคุณพ่อมาเติมความสุข สานความรัก ความผูกพัน ต้อนรับเทศกาลวันพ่อ พบสินค้าแผนกบุรุษ เคาน์เตอร์ปกติมอบส่วนลดสูงสุด 30% และสินค้าบุรุษแผนก Marks & Spencer ลดสูงสุด 15% และลดเพิ่มอีก 12.5% เมื่อใช้คะแนน The 1 Card เท่ากับยอดซื้อ พร้อมรับเพิ่มคะแนน 410 เท่า เมื่อสะสมยอดช็อป 30,001 บาทขึ้นไป พิเศษ! ช็อปครบทุก 2,500 บาท ที่แผนกบุรุษและสินค้าบุรุษ Marks & Spencer รับคูปองชิงโชค 1 ใบ ลุ้นรับที่พัก ชาซ่า รีสอร์ท แอนด์ เรสซิเด้นซ์ เกาะสมุย ห้องซีวิวสูท 3 วัน 2 คืน สำหรับ 2 ท่าน รวม 8 รางวัล รวมมูลค่าทั้งสิ้น 580,560 บาท ตั้งแต่วันที่ 29 พ.ย.8 ธ.ค. 2556 ที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา และเซน สินค้าบุรุษ Marks & Spencer ทุกสาขา ช็อปในเซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลพลาซา แจ้งวัฒนะ เซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9 และศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่

เช่นเดียวกับ บริษัท บู๊ทส์ รีเทล (ประเทศไทย) ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามชั้นนำจากอังกฤษ และผู้บริหารร้านบู๊ทส์ มอบชุดของขวัญสุดพิเศษเพื่อ “คุณพ่อ” ฮีโร่ตลอดกาลของคุณในเทศกาลวันพ่อ ตอบทุกความต้องการด้วยเซตของขวัญสุดเก๋ อาทิ นัมเบอร์ เซเว่น สกินแคร์ คอลเลกชั่น (No7 Skincare Collection) คอลเลกชั่นเพื่อผู้ชายที่ดูแลตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ มีทั้งเจลอาบน้ำ เจลล้างหน้า สครับผิวหน้ากลุ่ม Energising ต่อด้วยบาล์มหลังโกนหนวด และเซรั่มลดริ้วรอย โพรเทค แอนด์ เพอร์เฟค อินเทนซ์ (ราคา 1,550 บาท) แชมป์นียส์ สปอร์ต เทอราปี ยิม เรดดี้ คิท (Champneys Sport Therapy Gym Ready Kit) เอาใจหนุ่มๆ ที่ชอบไปฟิตเนสด้วยแชมป์นียส์ เจลอาบน้ำ และแชมพู แบบออล อิน วัน พร้อมด้วยสเปรย์ระงับกลิ่นกาย ขวดน้ำดีไซน์พับเก็บได้ และผ้าขนหนูในเซต (ราคา 675 บาท) โบทานิคส์ เมน คอมพลีต เชฟ คิท (Botanics Men’s Complete Shave Kit) สิ่งจำเป็นเพื่อการโกนหนวดอย่างเพอร์เฟกต์อยู่ในชุดนี้ ประกอบด้วย เจลโกนหนวดโบทานิคส์ สครับผิวหน้า บาล์มหลังโกนหนวด และอุปกรณ์โกนหนวดพร้อมใบมีด (ราคา 775 บาท) เลือกของขวัญสุดคูลให้คุณพ่อ หรือรับเซอร์วิสสุดพิเศษให้คุณครีเอตเซตของขวัญได้เองแบบไม่ซ้ำใคร ณ ร้านบู๊ทส์ ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

อีกแคมเปญน่าสนใจจากห้างเซ็นทรัล/เซน ในรายการ “Central/ZEN Pen Fair 2013” ระดมปากกาแบรนด์ระดับโลก มานำเสนอคอลเลกชั่นเด่นด้วยส่วนลดเคาน์เตอร์ปกติ 10-20% และลดเฉพาะรุ่น 25-50% ลดเพิ่มอีก12.5% เมื่อใช้คะแนน The 1 Card เท่ากับยอดซื้อ The 1 Card Plus รับเพิ่มคะแนน 410 เท่า เมื่อสะสมยอดช็อป 30,001 บาทขึ้นไป ซื้อสินค้าครบ 5,000 บาท รับสิทธิผ่อนดอกเบี้ย 0% ผ่านบัตรเครดิตชั้นนำ ตลอดจนข้อเสนออีกมากตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 10 ธ.ค. 2556 แผนกปากกา ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา และเซน (ยกเว้นสาขาสีลมคอมเพล็กซ์ รามอินทรk กาดสวนแก้ว หาดใหญ่ และภูเก็ต)

ปิดท้ายด้วย บริษัท เซเรบอส (ประเทศไทย) ที่จัดกระเช้าของขวัญแบรนด์รังนกแท้สื่อรักแด่คุณพ่อที่รัก เพื่อแสดงความรักความผูกพัน ในรูปแบบดีไซน์สวยเก๋ ทันสมัย มีให้เลือกหลากหลายสูตร หาซื้อได้แล้วที่ร้านบู๊ทส์ และห้างสรรพสินค้าทั่วไป

กลับมาที่มุมช็อปปิ้งเด่นประจำสัปดาห์ให้คุณผู้อ่านได้เลือกจับจ่าย เริ่มจาก เดอะมอลล์ กรุ๊ป ที่ทุ่มงบถึง 200 ล้านบาท จัดแคมเปญ “2014 บิลเลี่ยน เซเลเบรชั่น” เริ่มตั้งแต่วันที่ 21 พ.ย. 2556-12 ม.ค. 2557 เพื่อต้อนรับเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ทั้งตกแต่งบรรยากาศห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าในเครือด้วยดวงไฟประดับกว่าล้านดวง และสมนาคุณลูกค้าด้วยโปรโมชั่นพิเศษ อาทิ ซื้อสินค้าตั้งแต่ 1,500 บาท ถึง 15,000 บาท สามารถรับทันทีคูปองส่วนลดตั้งแต่ 10-50% สมาชิก M Card เพียงใช้คะแนนตั้งแต่ 100-1,200 คะแนน สามารถแลกส่วนลดสูงสุดทันที 50% ช็อปครบ 1,000 บาท การรับสิทธิร่วมลุ้น M Point 10 ล้านคะแนน

นอกจากนี้ ยังให้ความคุ้มค่าในการใช้คะแนน M Point ที่มีในการแลกซื้อเครื่องดื่ม อาหารและบริการ เช่น M Point 200 คะแนน แลก Starbuck Card มูลค่า 200 บาท 162 คะแนน แลกโดนัท Krispy Kreme 6 ชิ้นมูลค่า 162 บาท ฯลฯ และลุ้นใช้คะแนนแลกรับจักรยานยนต์ Vespa ตั๋วเครื่องบินสายการบิน Bangkok Airways กรุงเทพฯมัลดิฟส์ และมือถือ Samsung Galaxy Note 3 เป็นต้น

สินค้าทุกกลุ่มในห้างสรรพสินค้า ยังร่วมนำเสนอกิฟต์เซตและโปรโมชั่นพิเศษที่คุ้มค่า อาทิ ของขวัญและ Gadget สุดชิกจาก Betrend ชุดกิฟต์เซตน้ำหอมและเครื่องสำอางจาก Beauty Hall นาฬิกาล้ำค่าจาก Watch Galleria ของขวัญไฮเทคโนโลยีจากเพาเวอร์มอลล์ ฯลฯ รวมถึงการส่งความสุขผ่านกระเช้าปีใหม่จากซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ โฮมเฟรชมาร์ท และกูร์เมต์ มาร์เก็ต ด้วยสินค้าคุณภาพ คัดสรรจากทุกมุมโลก รวบรวมเป็นกระเช้าของขวัญที่บ่งบอกรสนิยมผู้ให้ และประทับใจผู้รับ ซึ่งทั้งหมดนอกจากร่วมโปรโมชั่นที่จัดขึ้นของกลุ่มเซ็กชั่นนัลแล้ว ยอดซื้อดังกล่าวยังสามารถร่วมแคมเปญใหญ่ 2014 บิลเลี่ยน เซเลเบรชั่น ได้อีกด้วย

ห้างเซ็นทรัล/เซน ทุ่มงบ 70 ล้านบาท ตอกย้ำต้นแบบมิดไนต์เซลกับเซลใหญ่ส่งท้ายปีจัด “Central/ZEN Midnight Sale 2013” ลดทุกชั้นทุกแผนกสูงสุดถึง 70% ลดเพิ่ม 12.5% เมื่อใช้คะแนน The 1 Card เท่ากับยอดซื้อ ลดเพิ่มอีกสูงสุด 15% เมื่อใช้คะแนนสะสมจากบัตรเครดิตเท่ากับยอดซื้อ พิเศษ! ช็อปทุก 3,000 บาท รับคูปองแทนเงินสดมูลค่า 100 บาท ที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา และเซน ช็อปในเซ็นทรัลเวิลด์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา สาขาแกรนด์ พระราม 9 สาขาลาดพร้าว และศูนย์การค้าสีลมคอมเพล็กซ์ ระหว่างวันที่ 27 พ.ย.-3 ธ.ค. 2556

กวาดตามองห้างไอเดียล้ำเทรนด์อย่าง สยามเซ็นเตอร์ ลุกมาจัดโปรโมชั่นสุดพิเศษ “Siam Center The Amazing Grace Greeting 2014” ตั้งแต่วันนี้-5 ม.ค. 2557 ให้สนุกทุกการช็อปปิ้งพร้อมลุ้นของรางวัลพิเศษสุดมูลค่ากว่า 1.5 ล้านบาท และรับสิทธิประโยชน์มากมาย สำหรับลูกค้าที่ช็อปครบทุก 1,000 บาท มีสิทธิลุ้นชิงโชคของรางวัลสุดพิเศษ เฉพาะสยามเซ็นเตอร์เท่านั้น อาทิ รถยนต์ Ford รุ่น AllNew Focus 5 ประตู 2.0L TiVCT GDi Sport รถจักรยานยนต์ YAMAHA รุ่น Limited Edition for Siam Center และเครื่องนวดขา uPhoria จาก OSIM

พิเศษ เมื่อช็อปครบตามกำหนดรับฟรีทันที Amazing Gift ของกำนัลพิเศษจากสยามเซ็นเตอร์ เช่น ยูเอสบีดีไซน์พิเศษของสยามเซ็นเตอร์ และกระเป๋าดีไซน์ล้ำจากศิลปินชื่อดังระดับโลก M/M (Paris) เป็นต้น และสยามเซ็นเตอร์ยังมีเซอร์ไพรส์ด้วยของรางวัล “Weekly Happy” แจกแอกเซสซอรีเพิ่มทุกสัปดาห์ ตลอดแคมเปญเป็นเวลา 6 สัปดาห์ อาทิ บัตรกำนัลสินค้าแฟชั่นสุดฮิป

ต่อด้วยห้างข้างเคียง สยามดิสคัฟเวอรี่ มอบความสุขส่งท้ายปีด้วยจัดโปรโมชั่นสุดพิเศษ “Siam Discovery Luxury of Giving 2014” ตั้งแต่วันนี้5 ม.ค. 2557 เพลิดเพลินกับการช็อปปิ้งด้วยสินค้าจากร้านค้าชื่อดังมากมายลดราคาสูงสุดกว่า 80% พร้อมลุ้นของรางวัลพิเศษสุดมูลค่ากว่า 2.3 ล้านบาท และรับสิทธิประโยชน์มากมาย เพียงช็อปครบทุก 1,000 บาท จะได้รับคูปองชิงโชค 1 ใบ เพื่อลุ้นโชครางวัลสุดพิเศษ อาทิ รถยนต์ Isuzu MuX เครื่องกรองอากาศ Atmosphere จาก Amway เครื่องกรองน้ำ eSpring จาก Amway ถุงนอน Emperev จาก EQUINOX Shop แหวนเพชร จาก Proud Gems และแจกแพ็กเกจที่พักสุดหรูทั่วไทย พร้อมของรางวัลจากร้านค้าชั้นนำมากมาย

สำหรับผู้สนใจสินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม ต้องไป วัตสัน ที่ร่วมส่งความสุขต้อนรับปีใหม่ ลดแหลกกับโปรโมชั่นแรงๆ ส่งท้ายปี “New Year Celebration” เมื่อซื้อสินค้าชิ้นที่ 2 ลดทันที 50% กับสินค้าหลากหลายกว่า 100 รายการ มอบเป็นของขวัญส่งท้ายปีให้สาวๆ โดยโปรโมชั่นนี้ เริ่มตั้งแต่วันนี้-18 ธ.ค. 2556 ที่ร้านวัตสันทั่วประเทศ

เปลี่ยนบรรยากาศไปผ่อนคลายกับดนตรี โดย ศูนย์การค้าเดอะไนน์ พระราม 9 ร่วมกับ 7 สีคอนเสิร์ต จัดกิจกรรมเอาใจสาวกแดนกิมจิ ชวนมาพบกับวงฮิปฮอปบอยแบนด์หน้าใสสัญชาติเกาหลี BTS (บังทันบอยส์) ประกอบด้วยสมาชิกทั้งหมด 7 คน ได้แก่ แร็ปมอนสเตอร์ จิน ชูกา เจโฮป วี จีมิน และ จ็องกุก ที่เปิดตัวผลงานแรกในซิงเกิ้ล “No More Dream” จัดหนักจัดเต็ม วันที่ 30 พ.ย.นี้ ตั้งแต่เวลา 12.00-13.00 น. ณ ศูนย์การค้าเดอะไนน์ พระราม 9 งานนี้แฟนคลับตัวจริงไม่ควรพลาด

เมกาบางนา ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขสนุกกันได้ทั้งครอบครัว กับงาน “MEGA Happiness Season” มหัศจรรย์แห่งความสุข ตระการตากับสุดยอดโชว์นานาชาติ ในรูปแบบวอล์กกิ้ง สตรีท ตื่นตาไปกับโชว์สุดพิเศษ “เอเรียล อะโครแบท” ครั้งแรกกับการโชว์กายกรรมลีลากลางแจ้งบนความสูง 12 เมตร ของ นุ๊ก สุทธิดา และโชว์จากสุดยอดนักมายากลระดับโลก “เจฟ ลี” ที่บินตรงจากไต้หวัน มาเปิดการแสดงแบบเอกซ์คลูซีฟ เพลิดเพลินกับกิจกรรม D.I.Y. และขบวนพาเหรดสุดอลังการ นำทีมโดย เบบี้ไมม์ กลุ่มละครใบ้ที่จะมาสร้างเสียงหัวเราะตลอดงาน ระหว่างวันที่ 29 พ.ย.-8 ธ.ค. 2556 ที่ศูนย์การค้าเมกาบางนา

เทสโก้ โลตัส ส่งท้ายปีด้วยบิ๊กแคมเปญ “Make a Wish : ช็อปสนุก สุขเสกได้” ขนไอเดียใหม่และโปรโมชั่นแรงเอาใจลูกค้าแบบเต็มพิกัด ให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าหลากหลายในราคาสุดพิเศษ พร้อมใช้ใบเสร็จลุ้นรางวัลใหญ่ด้วยตัวเอง 1 ล้านบาทต่อสัปดาห์ เพียงจับจ่ายคู่บัตรคลับการ์ดเท่าไหร่ก็ได้ ภายในห้างเทสโก้ โลตัส ทุกสาขา ทุกบิลใบเสร็จจะมีสิทธิลุ้นรางวัล

 

กรุงเทพมหานครตอนพลบค่ำ

30 พฤศจิกายน 2556 เวลา 09:55 น. …. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1geO3hk

กรุงเทพมหานครตอนพลบค่ำ

โดย…นพพล ชูกลิ่น

วันนี้ขออนุญาตเขียนคอลัมน์นี้ไปตามความรู้สึกที่ผมมีต่อบ้านเกิดที่เรียกว่า กรุงเทพฯ เมืองหลวงของประเทศไทย ประเทศที่ผมภูมิใจที่ได้เกิดภายใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทของพ่อหลวง ผมเป็นคนกรุงเทพฯ ภาพความทรงจำของกรุงเทพฯ จึงมีอยู่มากมาย ผมมักจะรู้สึกเสมอว่าผมยังรู้จักกรุงเทพฯ ไม่ดีพอ ทั้งที่เป็นบ้านเกิดของตนเอง กรุงเทพมหานครดินแดนที่ติดอันดับเมืองที่น่าท่องเที่ยวในระดับโลกอยู่เสมอๆ ประสบการณ์ในการเดินทางไปที่ต่างๆ ในโลก

ผมกล้าบอกกับทุกคนว่าไม่มีเมืองไหนที่อยู่สบายเท่ากับกรุงเทพมหานครอีกแล้ว หิวตอนไหนก็หาของกินได้ตลอดเวลา เดินทางไปทุกส่วนของเมืองได้ ค่าใช้จ่ายในการครองชีพถูกมากเมื่อเทียบกับเมืองมหานครอื่นๆ สิ่งอำนวยความสะดวกอยู่ในขั้นดีเยี่ยมเมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาคนี้ ระบบสาธารณสุขของเราอยู่ในขั้นแนวหน้า สังเกตได้จากการเข้ามารับบริการรักษาตัวจากประเทศเพื่อนบ้านของเราและประเทศอื่นๆ ที่มาจากแดนไกล เช่น กลุ่มประเทศตะวันออกไกล เป็นต้น

สาเหตุคงไม่ใช่เพียงเพราะมีค่าใช้จ่ายที่ถูกอย่างเดียว แต่คงเป็นเพราะอัธยาศัย น้ำใจไมตรี การยึดมั่นในการให้บริการที่ดีเลิศ กรุงเทพฯ จึงน่าจะเป็นเมืองที่มีความสมบรูณ์แบบในตัวเอง ผมเคยได้เห็นการรวบรวมความงามของกรุงเทพฯ โดยช่างภาพมืออาชีพในระดับโลก ที่เข้ามาเก็บภาพในแง่มุมต่างๆ แล้วทำเป็นหนังสือจำหน่ายไปทั่วโลก ผมยิ่งรู้สึกทึ่งกับแง่มุมความคิดของช่างภาพเหล่านี้ว่าทำไมเขาช่างรู้จักบ้านเกิดของผมได้ดีกว่าผม

วันนี้ผมเลยแอบไปหามุมภาพกรุงเทพฯ ในตอนพลบค่ำที่ผมเคยถ่ายไว้ในสถานที่ต่างๆ จริงๆ สาเหตุที่รู้สึกคิดถึงกรุงเทพฯ ก็คงเพราะสถานการณ์ของบ้านเมืองในเวลานี้ที่กำลังจะเริ่มต้นไปสู่สิ่งที่ผมเรียกเองว่า วัฒนธรรมแห่งความขัดแย้ง ความคิดที่ขัดแย้งกัน เป็นสิ่งที่สวยงามหากเกิดจากบรรทัดฐานของการยอมรับซึ่งกันและกัน ความคิดเห็นที่แตกต่างมักจะนำพาไปสู่ความคิดสร้างสรรค์ แต่วันนี้ผมภาวนาให้คนไทยยอมรับและรับฟังซึ่งกันและกันไม่นำไปสู่ความรุนแรง ผมยังจำภาพเหตุการณ์ความขัดแย้งทางความคิดจนเกิดการเผาสถานที่สำคัญๆ ผมมองเห็นกลุ่มควันที่ล่องลอยปกคลุมไปทั่วกรุงเทพฯ รู้สึกเสียใจอย่างบอกไม่ถูก เหตุการณ์แบบนี้จะกลับมาอีกหรือเปล่าไม่มีใครรู้ได้

แต่สิ่งที่ผมรู้สึกตอนนี้ ผมเลยคิดถึงกรุงเทพฯ ในยามพลบค่ำที่กำลังจะเข้าสู่ความมืดที่เข้าปกคลุมตามธรรมชาติที่ช่างสวยงามมากในสายตาผม แต่อย่าให้การก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาพลบค่ำถูกปกคลุมไปด้วยกลุ่มควันอันเกิดจากไฟที่จุดขึ้นทั่วกรุงเทพฯ เลยนะครับ มันคงไม่มีภาพของความงดงามให้เราได้เห็น แต่จะมีแต่ความสูญเสียของกรุงเทพฯ เมืองหลวงของประเทศไทย เมืองอันเป็นที่รักของคนไทยทุกคนครับ

 

‘ระเบียงไม้’ รสเด็ดเมนูปลา…ลำแต้ๆ

18 มกราคม 2557 เวลา 16:55 น. …. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1gZ6TJa

‘ระเบียงไม้’ รสเด็ดเมนูปลา...ลำแต้ๆ

โดย…ฉัตรชัย ธนจินดาเลิศ

การออกเดินทางท่องเที่ยวพร้อมกับการเสาะหาอาหารอร่อยๆ ลงท้อง มักจะเป็นของที่คู่กันเสมอสำหรับนักเดินทาง ซึ่งถ้าใครได้มีโอกาสเดินทางไปยัง จ.แพร่ ขึ้นเหนือไปทาง จ.พะเยา จ.เชียงราย หรือ จ.น่าน วันนี้ขอแนะนำให้รู้จักกับร้าน “ระเบียงไม้” ร้านอาหารรสกลมกล่อมอีกร้านหนึ่งที่ผมถูกใจ

เป็นรสชาติผสมผสานที่พอดีระหว่างวัตถุดิบกับพ่อครัว โดยเฉพาะเมนูที่เกี่ยวกับปลา อย่างปลาคังและปลาทับทิม ซึ่งถือเป็นเมนูเด็ดขึ้นชื่อของร้านนี้ ไม่ว่าจะเป็นปลาทับทิมทอดตะไคร้ ปลาทอดสมุนไพร ผัดฉ่าปลาคัง และปลาทับทิมยำตระไคร้สด

แต่ถ้าใครชอบกินกระเทียมเป็นพิเศษ ก็ต้องพบกับเมนูปลาทอดกระเทียมที่ให้กระเทียมทอดมากินอย่างจุใจ ไม่เพียงแค่นั้นยังมีเมนูเด็ดอย่างต้มยำปลาคังที่มีรสชาติจัดจ้าน ซดลงคอเมื่อไหร่ทำให้หูตาสว่างขึ้นมาทันที รสแซ่บขนาดที่ว่าคนท้องถิ่นที่เพิ่งมานั่งโต๊ะข้างๆ ที่มากัน 3 คน ยังต้องสั่งมาซดกันคนละชามเลยทีเดียว

สืบความได้ว่า จุดเด่นของปลาที่นี่อยู่ที่ความสดของปลานั้นเอง เพราะมีแหล่งเลี้ยงปลาที่อยู่ไม่ไกลจากร้านมากนัก เป็นปลาที่ได้มาจากเลี้ยงในกระชังของชาวบ้านในท้องถิ่น บริเวณอ่างเก็บน้ำแม่ถาง ใน อ.ร้องกวาง จึงทำให้มีปลาสดๆ ส่งมาถึงร้านทุกเช้า

นอกจากนี้ เมนูอื่นๆ ก็มีรสชาติดีไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นไก่ทอดสมุนไพร ไก่บ้านทอดเกลือ หรือยำถั่วพลูกุ้งสด ที่ล้วนเป็นเมนูแนะนำของทางร้าน

หากกล่าวถึงฝีมือของพ่อครัวและเป็นเจ้าของร้านด้วยแล้ว ต้องเรียกว่าไม่ธรรมดาทีเดียว ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาไม่ต่ำกว่า 30 ปี ได้พัฒนาปรับปรุงและคิดค้นสูตรอาหารต่างๆ ขึ้นมา จนกลายมาเป็นจุดเด่นของทางร้านและเป็นร้านประจำของคนท้องถิ่นก็ว่าได้ เพราะมีตั้งแต่อาหารจานเดียวไปจนถึงอาหารตามสั่งประเภทต่างๆ

ส่วนราคาอาหารนั้น ต้องเรียกว่าเป็นราคามิตรภาพมากๆ เมื่อเทียบกับปริมาณอาหารและรสชาติที่ได้มา อีกอย่างที่อยากชื่นชมทางร้าน คือ ความใส่ใจเรื่องของห้องน้ำ ที่ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญทีเดียวของนักเดินทาง ซึ่งนอกจากจะสะอาดสะอ้านแล้ว ยังกว้างขวาง สะดวกสบายอีกด้วย โดยได้รับรางวัลจากทางจังหวัดการันตีมาแล้ว

ใครที่ผ่านไปแถว จ.แพร่ ก็อย่าลืมแวะไปลิ้มรสได้ รับรองไม่ผิดหวัง ตัวร้านตั้งอยู่ข้างโรงเรียนร้องกวางอนุสรณ์ อ.ร้องกวาง จ.แพร่ อยู่ก่อนถึงทางแยกที่จะไป จ.พะเยา และ จ.น่าน หากขับรถขาไปตัวร้านจะอยู่ทางขวามือ ต้องกลับรถบริเวณสี่แยกไฟแดง แล้วตรงมาอีกเพียงเล็กน้อย ก่อนถึงสะพานลอยคนข้ามถนนและป้อมตำรวจ ก็ให้เลี้ยวซ้ายหาที่จอดรถได้เลย

แต่ถ้าใครไปไม่ถูกจริงๆ ก็ให้โทรตามทางได้ที่ 054-596-008 081-928-6021

 

มื้อนี้เลือกมาอิ่มอร่อยที่ฮาร์วีย์

17 มกราคม 2557 เวลา 15:52 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1gTOzkH

มื้อนี้เลือกมาอิ่มอร่อยที่ฮาร์วีย์

โดย…ซิตี้กาย ภาพ ภัทรชัย ปรีชาพานิช

มื้อนี้เลือกมาอิ่มอร่อยที่ฮาร์วีย์มาถึงย่านทองหล่อ ใครที่ยังไม่มีไอเดีย จะไปชิลชิลแถมอิ่มท้องที่ไหนดี ลองแวะมาที่ฮาร์วีย์ ร้านอาหารฟิวชั่นกลิ่นอายฝรั่งเศส เพราะที่นี่บรรยากาศน่านั่ง ตกแต่งในสไตล์โมเดิร์น เน้นโทนสีดำและน้ำตาล ตามความชอบของเจ้าของร้าน ที่ตั้งใจทำร้านให้มีกลิ่นอายเหมือนอยู่ในปารีส

ร้านฮาร์วีย์ มีที่นั่งรองรับลูกค้าได้ 120 ที่นั่ง ชั้น 2 จัดแบ่งเป็นห้องสำหรับลูกค้าที่ต้องการความเป็นส่วนตัว มา 4 ท่านขึ้นไปก็สามารถใช้บริการได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ

สำหรับเมนูอาหารมาที่นี่ต้องชิมอาหารสไตล์ฝรั่งเศสฟิวชั่นกับอาหารอิตาเลียน เมนูแนะนำที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้าน คือ สเต๊ก ทาร์ทาร์ จานนี้สำหรับเนื้อเลิฟเวอร์เห็นแล้วคงน้ำลายไหล แต่ถ้าเป็นมือใหม่อาจกินยากสักนิด เพราะจานนี้เสิร์ฟกันแบบเย็นๆ เอาเนื้อวัววากิวนำเข้าจากออสเตรเลียมาสับคลุกกับซอสทาบัสโก สูตรเฉพาะของทางร้าน ทิ้งไว้ 30 นที ก่อนนำไปแช่เย็นจัดเป็นเวลา 5 นาที เพื่อให้เนื้อนุ่ม ไม่คาว เสิร์ฟกับเฟรนช์ฟรายส์

จานถัดมาคือสแกลลอปคาปาชโช ให้รสชาติหวานของสแกลลอปจากฮอกไกโด สไลซ์บางๆ ปรุงด้วยซอสสูตรเฉพาะ ต่อด้วยสตูลิ้นวัว ที่นำลิ้นวัวไปตุ๋นในซอสไวน์แดงเสิร์ฟกับมันบด แต่ถ้าชอบซุปต้องซุปครีมหอยลาย เสิร์ฟกับขนมปังกระเทียม ความพิเศษของเมนูนี้คือเนื้อหอยที่นำมาเคี่ยวกับน้ำซุปที่ทำจากน้ำสต๊อกหอย ปลา และครีมถึงครึ่งวัน แกล้มกับผักต่างๆ ที่เอามาผัดเนยแล้วใส่ลงไปต้ม เพื่อให้ได้น้ำซุปรสกลมกล่อม

ปิดท้ายด้วยของหวาน พีชทาร์ต รสชาติไม่เลี่ยน เพราะมีรสเปรี้ยวตัดหวานลงตัวด้วยแป้งพัฟฟ์อบกรอบ แกล้มกับลูกพีช และครีมคาราเมล กินคู่กับไอศกรีมรัมเรซิน โดยลูกค้าสามารถเปลี่ยนรสชาติไอศกรีมได้ตามใจชอบ เพียงแต่เชฟแนะนำว่ากินกับรัมเรซินจึงจะเข้ากันที่สุด

นอกจากอาหารจานเดียวแล้ว ทางร้านยังมีบุฟเฟต์บรันซ์ไว้บริการลูกค้า เฉพาะวันเสาร์อาทิตย์ แต่บอกไว้ก่อนว่าต้องโทรจองล่วงหน้า เพราะคิวแน่นมาก อย่างน้อยต้องรอ 1 เดือน

ร้านฮาร์วีย์เปิดให้บริการทุกวัน 2 รอบ รอบแรก 11.30-14.00 น. และรอบสอง 18.00-22.30 น. โทร.02-712-9911

 

ปลาน้ำดอกไม้ เนื้อแน่น น่าลิ้มลอง

17 มกราคม 2557 เวลา 15:30 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1auLu9G

ปลาน้ำดอกไม้ เนื้อแน่น น่าลิ้มลอง

โดย…ลีโอ เคน / ภาพ นิตยสารครัว / คลังภาพโพสต์ทูเดย์&

ปลาสาก หรือที่คนกรุงเรียกเสียเพราะพริ้งว่า ปลาน้ำดอกไม้ บางถิ่นที่ยังเรียกเสียโก๋หรูว่า ปลาโชกุน ไม่ว่าจะเรียกนามว่าอะไรก็แล้วแต่ แต่ปลาชนิดนี้มีรสชาติอันโอชะที่ชาวครัวทั่วโลกต่างยอมรับ

เจ้าปลาน้ำดอกไม้เป็นปลาทะเลที่มีมากทางอ่าวไทยฟากอันดามัน รวมไปถึงทะเลทั่วโลก รูปร่างมันจะออกกลมๆ ยาวๆ แถมมีฟันอันคมกริบ ถ้าโดนเข้าไปละก็รับรองมีเจ็บ พวกมันมีหลังสีเทา ท้องขาวนวล แถมเกล็ดยังละเอียดยิบ แหวกว่ายหากินกันเป็นฝูง

ชาวฝรั่งเรียกปลาชนิดนี้ว่า Barracuda ซึ่งมีลำตัวยาวถึง 2 เมตร แต่ที่บ้านเรานิยมกินกันจะประมาณ 3050 ซม. มันเป็นปลาที่แข็งแรง ทั้งว่ายน้ำอย่างรวดเร็ว ทั้งยังปราดเปรียวและทรงพลัง จึงมักตกกันเป็นเกมกีฬา ทำให้เป็นปลาที่ท้าทายใจนักตกปลาทั้งหลายดีนักแล

ด้วยความที่ปราดเปรียวและว่องไวของเจ้าปลาน้ำดอกไม้ จึงทำให้เนื้อของมันนั้นแสนแน่นและนุ่ม ชาวฝรั่งนิยมนำมาแล่เป็นชิ้นทำเป็นสเต๊ก บ้างก็นำมาคลุกเกลือทอดน้ำมันมะกอก และที่นิยมทำกันก็คือหมักเครื่องเทศแล้วนำไปย่าง ส่วนญี่ปุ่นแล่เนื้อแล้วนำไปกินเป็นปลาดิบหรือซาซิมิ หรือไม่ก็นำไปย่างเกลือได้รสชาติอร่อยไปอีกแบบ เพราะเนื้อปลายังแน่นและฉ่ำอยู่ข้างใน

ส่วนบ้านเราหาซื้อเจ้าปลาน้ำดอกไม้นี้ได้ไม่ยาก มีขายทั้งที่ตลาดปลา ตลาดสด และตามซูเปอร์มาร์เก็ต ราคาก็ไม่แพง กิโลกรัมละร้อยกว่าๆ เอง เวลานำมาทำอาหารนอกจากเนื้อจะแน่นและมีรสอร่อยมากแล้ว เนื้อยังขาวนวลทำให้ยกระดับเมนูกลายเป็นเมนูปลาไฮโซไปเลย เรื่องที่ดีต่อสุขภาพไม่ต้องพูดถึง กินปลามันก็ดีต่อสุขภาพอยู่แล้ว ทั้งโอเมก้า 3 ทั้งย่อยง่าย แล้วยังอร่อย เรื่องนี้สาวกคนรักปลาเขารู้อยู่แก่ใจ

เมนูที่บ้านเราถนัดถนี่เจ้าปลาน้ำดอกไม้ก็สามารถเข้าไปแจมได้หมด ทั้งทอด นึ่ง ปิ้ง ย่าง หรือจะนำมาทำแกงเขียวหวาน ทอดมัน ห่อหมก ผัดฉ่า ต้มโคล้ง แกงส้ม และยังเป็นปลาแดดเดียวได้อีกด้วยนะครับ เรียกว่าสารพัดที่จะนำมาประกอบเป็นเมนูเด่นอันโอชะ

อันที่จริงปลาน้ำดอกไม้ หรือว่าปลาสากในบ้านเรามีหลายชนิด แต่ที่นิยมนำมาทำกินกันจะเป็นปลาสากเหลือง เพราะรสชาติอร่อยกว่าปลาสากดำ และที่สำคัญยังมีชุกชุมกว่าปลาสากชนิดอื่นๆ โดยเฉพาะเมนูห่อหมก ทอด และต้มโคล้งปลาชนิดนี้เข้าท่าที่สุด ผมเคยไปกินห่อหมกปลาสากที่ชุมพรมา ก็ถามเจ้าของร้านว่านี่ปลาอะไร เจ้าของร้านบอกว่าปลาสาก เออ เนื้อมันทั้งแน่น ทั้งนุ่มจริงๆ และไร้กลิ่นคาว เนื้อก็ขาวจั๊วะ ผิดกับห่อหมกปลาช่อนที่แอบมีกลิ่นคาวนิดๆ

เนื้อปลาสากยังนำมาหั่นเป็นชิ้นๆ แล้วผัดฉ่า หรือแกงป่าได้รสชาติที่เด็ดดวงดีนะครับ เนื้อปลาออกอมหวานผสานกับเครื่องแกงยิ่งช่วยกันชูรสให้เมนูนั้น เอาแค่มาทำเป็นปลาสากแดดเดียวรสชาติก็ชวนหลงแล้ว เพราะยังฉ่ำในอยู่ เนื้อก็ยังแน่น ไม่แนะนำให้ทำเป็นปลาเค็ม เพราะจะสัมผัสเนื้อปลาได้น้อยไปหน่อย เสียของครับ

เชฟน่าน หงษ์วิวัฒน์ เชฟประจำรายการอาหารสไตล์อินดี้ “C.I.Y. Cook It Yourself” และผู้จัดการทั่วไป สำนักพิมพ์แสงแดด ที่ลงมือสวมบทเป็นเชฟและทำให้เมนูแต่ละเมนูอาหารเป็นเรื่องง่ายที่ใครๆ ก็ทำได้ หากรักการทำอาหาร

ครั้งหนึ่งเชฟน่านเคยมาลงคอลัมน์เชฟอินเลิฟของเรา ก็นำปลาน้ำดอกไม้มาประกอบอาหาร พร้อมบอกสูตรทำเสร็จสรรพ แถมยังบอกว่าเป็นเมนูแสนรักอีกต่างหาก เมนูนั้นก็คือ ปลาน้ำดอกไม้กับมะเขือเทศเพียวเร่

“ทุกครั้งที่ผมเข้าครัวทำอาหารจะรู้สึกสนุก และคอยลุ้นว่าทำออกมาแล้วคนกินจะว่ายังไง เพราะทุกจานผมตั้งใจ แต่ก็คงจะมีข้อผิดพลาดบ้างเป็นธรรมดา แต่บอกได้เลยว่าการทำอาหารไม่ได้ยากจนทำไม่ได้หรอก ขอเพียงกล้าที่จะลองและรักที่จะทำ ผมเชื่อว่าทุกคนทำได้” เชฟน่าน ย้ำถึงเรื่องการทำอาหารไม่ใช่เรื่องยาก ที่ครั้งหนึ่งเคยมาบอกเล่าในคอลัมน์ของเราอย่างอารมณ์ดี

นอกจากนี้ เมนูที่เรานำมาประกอบคอลัมน์ก็มาจากนิตยสารครัว ที่เล่าเรื่องของปลาน้ำดอกไม้ได้อย่างออกรสออกชาติ

อยากจะบอกว่าปลาสาก หรือปลาน้ำดอกไม้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แค่ทำความรู้จักแล้วคุณๆ ก็จะหลงรักรสชาติของพวกเขาเหมือนที่ผมและเชฟน่านเป็น

 

ตามรอยความอร่อย ‘ทงคัตสึไมเซน’ ถึงญี่ปุ่น

17 มกราคม 2557 เวลา 15:24 น. …. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1gTJRmM

ตามรอยความอร่อย ‘ทงคัตสึไมเซน’ ถึงญี่ปุ่น

โดย…พุสดี สิริวัชระเมตตา ภาพ ไม่เครดิต

ว่ากันว่า “ทงคัตสึ” ที่ร้านอาหารไมเซน อร่อย นุ่ม จนใช้ตะเกียบตัดได้

ว่ากันว่า เกล็ดขนมปังทุกเกล็ดที่ไมเซน กรอบเบา ราวกับกลีบดอกไม้ที่ผลิบาน

ล่ำลือกันว่า ซอส ซึ่งเป็นตัวตัดสินความอร่อยของทงคัตสึของที่ไมเซน เกิดขึ้นจากการอธิษฐานขอให้ “อร่อยกันเถอะ”…

สมมติฐานทั้งหมดจะไม่ใช่แค่เรื่องเล่าลือ หรือคำกล่าวขาน เพราะจากนี้เรากำลังจะบุกไปตามรอยความอร่อยแบบต้นตำรับถึงถิ่นกำเนิดที่ประเทศญี่ปุ่น

สิ้นเสียงกัปตันประกาศว่า กำลังนำเครื่องลงจอดที่สนามบินนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น อุณหภูมิพื้นดินอยู่ที่ราว 2 องศา เป็นสัญญาณมอนิ่ง คอล ปลุกให้ผู้โดยสารที่กำลังหลับไหลตื่นจากนิทรา เตรียมเครื่องกันหนาวพร้อมรับกับลมหนาว

เจมส์ธีรกรณ์ ไรวา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสแอนด์พี อินเตอร์เนชั่นแนล ฟู้ดส์ และผู้บริหารร้านไมเซน ประเทศไทย เป็นผู้นำคณะผู้สื่อข่าวไปยังร้านไมเซน สาขาอาโอยาม่า ซึ่งเป็นร้านเก่าแก่ ที่ยังคงคอนเซปต์เดิมของตัวอาคารที่เป็นทรงยุโรป และเป็นโรงอาบน้ำที่สร้างมาตั้งแต่สมัยโชวะ

“ทางร้านพยายามรักษารูปแบบเดิมไว้ จึงตกแต่งร้านด้วยการผสมผสานระหว่างยุคเก่าและใหม่ โดยใช้โครงสร้างอาคารเดิม แต่ตกแต่งภายในให้ดูทันสมัย และแม้จะผ่านมาครึ่งศตวรรษแล้ว แต่ไมเซนยังมีความตั้งใจจะอนุรักษ์อาคารแห่งนี้ไว้ เพื่อสื่อถึงตำนานความเป็นต้นตำรับของไมเซน และความตั้งใจที่จะรักษารสชาติและกรรมวิธีการปรุงทงคัตสึตามแบบต้นตำรับ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1965 ให้คงอยู่ต่อไป” เจมส์ กล่าวแนะนำระหว่างพาทัวร์ชมร้าน ซึ่งถือว่าเป็นร้านอาหารเป้าหมายที่คนไทยแทบทุกคนที่ไปเยือนญี่ปุ่นต้องหาโอกาสสักครั้งหนึ่งไปรับประทานอาหารทงคัตสึที่อร่อย…นุ่ม จนใช้ตะเกียบตัดได้

ปัจจุบันไมเซนมีร้านอาหารทั้งสิ้น 7 สาขา และจุดจำหน่าย 48 จุด

จากฟาร์มสู่ตำนานความอร่อย

คิโยชิ มิยาซากะ ผู้จัดการทั่วไปของไมเซน ญี่ปุ่น เล่าถึงที่มาความร่อยของไมเซน จนเปิดตำนานมาครึ่งศตวรรษว่า ก่อนอื่นต้องทำความรู้จักหมูแต่ละสายพันธุ์ และปัจจัยที่ทำให้เนื้อหมูแต่ละที่อร่อยต่างกัน เนื้อหมูมีรสชาติแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ อาหารที่กิน และพื้นถิ่นที่เลี้ยง อันมีผลต่อน้ำ อากาศ วิธีเลี้ยง สำหรับญี่ปุ่นมีหมู 400 ชนิด แต่ที่ไมเซนเลือกมาใช้เพียง 6 ชนิดเท่านั้น ได้แก่

1.ชามิตอน (Chamiton) หมูสายพันธุ์นี้กินใบชาเป็นอาหาร โดยเอาใบชามาบดเป็นผงผสมผักใส่ในอาหารให้กิน ทำให้เนื้อมีวิตามินอีสูง และเนื้อหมูไม่มีกลิ่นสาบ เพราะในใบชามีสารเคมีชนิดหนึ่งไปสร้างสมดุลในตัวหมู ทำให้เนื้อไร้กลิ่นสาบ นอกจากนี้ยังมีคอเลสเตอรอลต่ำกว่าเนื้อหมูชนิดอื่น

2.หมูสีม่วง (Benibuta) สายพันธุ์นี้มาจากโอกินาวา ซึ่งเป็นถิ่นที่ขึ้นชื่อเรื่องมันเทศสีม่วง หมูของที่นี่จึงกินมันเทศสีม่วง จึงกลายเป็นที่มาของชื่อสายพันธุ์ด้วย ผลจากการกินมันเทศสีม่วงมาก ทำให้เนื้อหมูมีสีเข้ม แต่รสชาติไม่เลี่ยน เนื้อนิ่ม คล้ายๆ เนื้อหมูไทย เพราะอากาศที่โอกินาวาร้อนเหมือนประเทศไทย

3.หมูดำโอกิตะ (Okita) เป็นหมูสายพันธุ์พิเศษมีขายที่ไมเซนเท่านั้น ความพิเศษของหมูสายพันธุ์นี้ คือ ไม่ได้เลี้ยงในรั้ว แต่ปล่อยให้วิ่งและกินอาหารตามธรรมชาติที่คุณลุงโอกิตะผู้เลี้ยงจัดสูตรไว้ให้ เพราะทุกวันคุณลุงจะนำหมูที่เลี้ยงไปปล่อยไว้บนภูเขาที่เตรียมอาหารหมูตามธรรมชาติไว้ให้ โดยจะสลับไปเลี้ยงตามภูเขาลูกต่างๆ เพื่อให้ดินมีเวลาสร้างอาหารใหม่ๆ เนื้อหมูสายพันธุ์นี้จะมีรสหวานอร่อย ถ้านำไปทำชาบูจะไม่มีไขมันจากเนื้อปรากฏให้เห็น

4.โตเกียว (Tokyo X) เกิดจากการผสมระหว่าง 3 สายพันธุ์ ได้แก่ คุโรบุตะ จากปักกิ่ง ดูร็อก จากสหรัฐ และเบอร์กเชียร์จากอังกฤษ จุดเด่น คือ เนื้อมีสีชมพู เนื้อมีมันแทรก ดังนั้น จะค่อนข้างนุ่ม ถ้าเทียบกับเนื้อหมูธรรมดา

5.อานาอิ ยูวากุ (Anai Yuwaku) เป็นหมูสายพันธุ์พิเศษที่ทางไมเซนพัฒนาขึ้นเอง เพื่อให้ได้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ โดยเกิดจากความตั้งใจที่ว่าอยากจะหาเนื้อหมูที่อร่อยกว่าที่มีอยู่มาทำทงคัตสึ เลยไปติดต่อตามฟาร์มที่เลี้ยงหมูพันธุ์เบอร์กเชียร์ ซึ่งเป็นหมูที่เลี้ยงยากและออกลูกน้อยมาก ออกลูกปีละ 23 ตัว ที่จังหวัดชิบะ เอามาผสมพันธุ์แล้วเลี้ยงด้วยขอบขนมปังที่เหลือจากการทำแซนด์วิชที่ไมเซน ในที่สุดก็ได้ผลผลิตหมูออกมาวันที่ 1 ธ.ค. 2012 ในแต่ละอาทิตย์จะสามารถผลิตหมูสายพันธุ์นี้ได้แค่ 3 ตัวเท่านั้น เพราะหมูสายพันธุ์นี้ใช้เวลาเลี้ยง 200 วัน มากกว่าหมูธรรมดาที่ใช้เวลาเลี้ยงเพียง 180 วัน ดังนั้นเมนูนี้จึงมีเสิร์ฟที่ไมเซน สาขาอาโอยาม่าเท่านั้น เพียงวันละ 10 ออร์เดอร์

6.คุโรบุตะ (Korobuta) เป็นสายพันธุ์เบอร์กเชียร์ ที่เรียกว่าหมูดำ เพราะว่าหมูทั้งตัวมีจุดที่เป็นสีขาวแค่ 6 จุด คือ จมูก ขาทั้ง 4 และหาง สำหรับหมูพันธุ์นี้ทางร้านนำเข้าจากสหรัฐเฉพาะส่วนสันใน เพราะในญี่ปุ่นมีปริมาณไม่พอ

เข้าครัว ตะลุยความอร่อย

มาถึงถิ่นทั้งที จะให้ฟังข้อมูลเฉยๆ ก็กระไรอยู่ งานนี้ไมเซนเลยเปิดโอกาสให้ผู้สื่อข่าวได้บุกเข้าครัวไปดูกรรมวิธีการทำทงคัตสึแบบใกล้ชิด โดยผู้ที่จะมาสาธิตให้ชมกันแบบสดๆ หน้าเตา คือ เชฟโยชิทากะ มัตสึโอกะ ซึ่งเป็นเชฟใหญ่วัย 60 ปี ซึ่งเป็นผู้เทรนให้กับเชฟไมเซนในไทย ตั้งแต่ขั้นตอนหั่นหมู นวดหมู และทำทงคัตสึ

เชฟโยชิทากะ บอกว่า เคล็ดลับความอร่อยของการทำทงคัตสึ มีส่วนประกอบ 3 อย่าง ได้แก่ หมู ไข่ และเกล็ดขนมปัง แต่ละขั้นตอนล้วนแต่มีความสำคัญ ตั้งแต่การกดและบีบเนื้อหมู ซึ่งเชฟเปรียบเทียบว่าเหมือนการเล่นเปียโนจะบรรเลงได้ไพเราะหรือไม่ อยู่ที่การเคลื่อนไหวของนิ้วมือ การนำเนื้อหมูชุบในเกล็ดขนมปังก็สำคัญ ต้องชุบให้ทั่วเนื้อหมู เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำจากเนื้อหมูไหลออกมา เวลากินหมูจะได้ยังคงความนุ่ม ไม่แข็ง แต่ระหว่างกดแป้งขนมปังก็ต้องระวัง อยากกดน้ำหนักมากไปหรือถี่เกินไป เพราะจะทำให้เนื้อหมูช้ำไม่อร่อย

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทงคัตสึไมเซน หรือหมูชุบแป้งทอด ซึ่งมีประวัติอันยาวนานมากว่า 50 ปี และเป็นหนึ่งในผู้นำความเชี่ยวชาญในการปรุงอาหารประเภททงคัตสึที่ได้รับความนิยมจากคนญี่ปุ่นทั่วประเทศ จะได้รับการขนานนามว่าเป็น “ทงคัตสึที่อร่อย…นุ่ม จนใช้ตะเกียบตัดได้” สำหรับจุดเด่นของทงคัตสึที่นี่นั้น มีจุดเด่น 3 ประการ ได้แก่

1.เกล็ดขนมปัง : เกล็ดขนมปังทุกเกล็ดที่ไมเซนผลิตจากขนมปังที่อบด้วยสูตรเฉพาะ และมีขนาดรูปร่างของเกล็ดขนมปังตามมาตรฐานเอกลักษณ์ของไมเซน ผสมผสานกับเทคนิคในการชุบเกล็ดขนมปัง และการทอดที่ใช้น้ำมันที่คัดสรรมาอย่างดี ปรับความร้อนให้เหมาะสมและทอดอย่างพิถีพิถันจนได้ทงคัตสึที่มีเกล็ดขนมปังกรอบเบา

2.ซอสไมเซน : เพราะเชื่อว่าสิ่งที่ตัดสินรสชาติของทงคัตสึ คือ “ซอส” ไมเซนจึงมีซอสหลากหลายสูตร เพื่อความอร่อยที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละเมนู ในช่วงเริ่มต้นของการเปิดร้าน ทุกๆ วันทางร้านจะทดลองนำผักผลไม้สดใหม่มาทำซอสสูตรเฉพาะ โดยอธิษฐานขอให้ “อร่อยขึ้นเถอะ” จนในที่สุดก็ได้สูตรซอสที่สร้างสรรค์ ให้รสชาติอร่อยแบบมีเอกลักษณ์และเป็นความภูมิใจของผู้ก่อตั้งที่สืบทอดมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1965

3.เนื้อหมูสำหรับทำทงคัตสึ : ทงคัตสึทุกชิ้นได้รับการคัดเลือกเฉพาะจากสายพันธุ์หมูชั้นดี และบรรจงตัดทุกเส้นเอ็นทั้งหมดออกเพื่อป้องกันการทำให้รสสัมผัสของหมูเปลี่ยนแปลง ก่อนจะทุบทั่วเส้นใยชิ้นหมู และปรุงด้วยกรรมวิธีเฉพาะจนได้ทงคัตสึที่นุ่ม

ถ้าอยากรู้ว่า ทงคัตสึไมเซน อร่อยสมราคาคุยหรือไม่ ไปท้าพิสูจน์กันได้ที่ไมเซน สาขาใกล้บ้าน มีให้บริการแล้ว 4 สาขา ที่ชั้น B สีลมคอมเพล็กซ์ สาขา เจ อเวนิว ทองหล่อ 15 สาขาพารากอน ชั้น G และ สาขาสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น

 

อร่อยแบบมีสไตล์@ ไวน์ ไอเลิฟยู

17 มกราคม 2557 เวลา 14:44 น. …. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1gTBS9r

อร่อยแบบมีสไตล์@ ไวน์ ไอเลิฟยู

โดย…ยู่ยู้ ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน

เข้าไปนั่งในใจหมู่ไวน์เลิฟเวอร์เรียบร้อย ถึงเวลาที่ ไวน์ ไอเลิฟยู จะขอเข้าเมืองมาเอาใจหนุ่มสาวออฟฟิศ ได้ชิล ชิม แชะ กับอาหารรสเลิศ ที่ไม่ได้มีดีแค่รสขาติ แต่ถ้าเห็นหน้าตา (อาหาร) รับรองว่า ยากจะหักห้ามใจไม่ให้หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาแชะก่อนชิม

ไวน์ ไอเลิฟยู (Wine I Love You) เจ้าใหม่นี้ไฉไลกว่าเก่า เพราะเข้ามาเสิร์ฟความอร่อยถึงในเมืองนี้ ที่ “กรูฟ แอท เซ็นทรัลเวิลด์” (Groove @ CentralWorld) แฮงเอาต์เดสติเนชั่นระดับเวิลด์คลาสแห่งใหม่ซึ่งเพิ่งเปิดตัวไปหมาดๆ เมื่อเดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว

“นับเป็นครั้งแรกที่ไวน์ ไอเลิฟยู ได้เข้ามาอยู่ในเมืองจริงๆ ได้มาอยู่กับเพื่อนบ้านที่ศักดิ์ศรีพอๆ กัน ความพิเศษของสาขานี้ กลุ่มลูกค้าเราเปลี่ยนไปจากเดิมนิดหน่อย จากที่เปิด 4 โมงเย็น มาเปิดเที่ยง ทางร้านเลยคิดเมนู All Day Breakfast กว่า 30 เมนูออกมาบริการ” วิน สิงห์พัฒนากุล ผู้ร่วมก่อตั้งไวน์ ไอเลิฟยู เชฟผู้อยู่เบื้องหลังเมนูความอร่อย กล่าวแนะนำร้าน

ในส่วนของสไตล์การตกแต่งร้าน เป็นอีกหนึ่งของความพิเศษของไวน์ ไอเลิฟยู สาขานี้ เพราะเปลี่ยนจากโทนสีอิฐมาเป็นสีดำ เป็นแนวอินดัสเทรียล ลุค เพื่อให้เข้ากับสไตล์ของกรูฟ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ด้วย วิน บอกว่า ร้านนี้ถึงจะดูไม่โอ่โถงเหมือนสาขาอื่น แต่ก็จุคนได้ถึง 200 คน และยังคงคอนเซปต์ของร้าน ที่ต้องมีที่นั่งเอาต์ดอร์ ให้รับลมชิลๆ ด้านนอกด้วย

เมนูซิกเนเจอร์ของทางร้าน ไฮไลต์ยังอยู่ที่ ซี่โครงหมูใหญ่มากสูตรดั้งเดิม ใครที่เป็นแฟนไวน์ ไอเลิฟยู คงไม่ต้องบรรยายถึงรสชาติ แต่สำหรับมือใหม่ บอกได้คำเดียวว่าอยากให้ลอง เพราะซี่โครงหมูที่เอามาใช้นั้น ต้องผ่านกรรมวิธีการอบและรมควันนานถึง 24 ชม. ก่อนนำมาใส่จาน ทำให้เนื้อนุ่ม ได้รสชาติของหมูคุโรบุตะแบบเต็มๆ จานนี้เชฟวิน บอกว่า มาเมื่อไหร่สั่งได้ ไม่ต้องสั่งล่วงหน้า เพราะทางร้านเตรียมไว้พร้อม

อีกจานที่อย่าพลาดและเป็นเมนูพิเศษของสาขานี้ คือ แพนเค้กปาร์มาแฮม เมนูที่วินครีเอตขึ้นโดยได้แรงบันดาลใจจากการท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น

“ผมสังเกตว่าคนญี่ปุ่นนิยมกินขนมหวาน แต่บางครั้งมื้อกลางวันก็ไม่อยากกินขนมหวานซะทีเดียว เลยมากินพวกเครป แต่ผมอยากเอามาดัดแปลง เลยเอาแพนเค้กซึ่งเป็นของหวานมาคู่กับของคาวอย่าง ปาร์มาแฮม และแซลมอน ออกมาเป็นอีกหนึ่งจานอร่อยที่ต้องลอง”

ต่อด้วย ซาลาเปาไส้หมูแดง เห็นชื่ออย่าเพิ่งดูถูก เพราะซาลาเปาที่นี่หน้าตาไม่เหมือนซาลาเปาบ้านเราที่ขาวนวล เนื้อนิ่ม แต่ของที่นี่หน้าตาเหมือนขนมปังมากกว่า เพราะทำจากแป้งชูส์ สำหรับทำเอแคลร์ แล้วใส่หมูแดง เคลือบหน้าด้วยคาราเมล กินแล้วได้ทั้งรสหวาน มัน เค็ม ครบรสในคำเดียว

ปิดท้ายด้วยเมนูขนมหวานอย่าง ช็อกโกแลตมูสขาวดำ ความพิเศษ คือ ใช้ทั้งไวต์และดาร์กช็อกโกแลต แทรกคอนเฟลกช็อกโกแลตระหว่างชั้น ทำให้เค้กแต่ละคำไม่หวานเลื่ยน เพราะมีคอนเฟลกกรุบกรอบคอยตัดรส แต่ถ้าใครอยากจบเมนูของคาวด้วยของว่างเบาๆ แนะนำค็อกเทลขายดีของร้านอย่าง “Roman Holiday” และ “I love you, ice tea”

พิสูจน์ความอร่อยได้แล้วที่ ไวน์ ไอเลิฟยู สาขากรูฟ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ เปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 12.00-24.00 น. โทร. 090-003-2697

 

dheva ดื่มชิล วิวสวย

16 มกราคม 2557 เวลา 02:24 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1apsGIR

dheva ดื่มชิล วิวสวย

หากใครเคยล่องเรือไปตามแม่น้ำเจ้าพระยาจะพบว่าริมสองฝั่งแม่น้ำมีร้านอาหารสวยๆ อยู่มากมาย

และตอนนี้ในย่านเทเวศร์ก็มีร้านใหม่ ‘เทวา ริเวอร์เฮ้าส์ (dheva River House)’ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งอยู่หลังวัดเทวราชกุญชร ให้ได้ประทับใจกับทั้งการตกแต่งร้าน ที่แปลงโฉมบ้านไม้สีขาวอายุกว่า 100 ปี ให้กลายเป็นร้านอาหารเล็กๆ ผสานความเรียบง่ายและสไตล์วินเทจไว้ด้วยกัน ทั้งเฟอร์นิเจอร์ไม้ เก้าอี้หวาย ผนังวอลเปเปอร์ลายดอกไม้แสนหวาน และบรรยากาศบ้านริมน้ำที่แสนอบอุ่น

มุมโปรดของใครหลายคนอาจเลือกบริเวณระเบียงริมน้ำหากไปในยามค่ำคืน มีแสงเทียนเล็กๆ ช่วยเพิ่มบรรยากาศโรแมนติก ระหว่างนั่งกินลมชมวิวของแสงไฟสองฟากฝั่ง มีฉากหลังเป็นแสงไฟสวยจากสะพานพระราม 8

เพลิดเพลินไปกับเมนูอร่อยสไตล์ไทย รสจัดจ้านในแบบคนกรุง ไม่ว่าจะเป็น ปลาดุกฟูผัดขี้เมา เนื้อปลาดุกสับละเอียดทอดจนกรอบ ผัดเครื่องพริกแกงรสเผ็ดร้อน อัดแน่นด้วยสมุนไพร ทั้งกระชาย พริกไทย ใบกะเพรา สลับกับเมนูน้ำๆ อย่าง แกงเขียวหวานปลากราย ที่ต้องขอบอกว่าลูกชิ้นปลากรายชิ้นใหญ่ไม่ธรรมดา สอดไส้ด้วยไข่เค็ม ในน้ำแกงเข้มข้น

จานต่อไปเอาใจคนกินสะตอต้องไม่พลาด กุ้งผัดสะตอ จานนี้ไม่เน้นเผ็ดแต่เน้นรสเข้ม ทั้งกุ้ง สะตอผัดกะปิ น้ำขลุกขลิก กินกับข้าวสวยร้อนๆ เข้ากันดีเชียว อีกไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดความอร่อย น้ำพริกลงเรือ รสดั้งเดิม ทั้งปลาดุกฟู หมูหวาน เครื่องพริกแกงโขลกเข้ากันปรุงรส

 

Red 14 ปิ้งย่างนี้มีดีที่ซอส

16 มกราคม 2557 เวลา 02:20 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1gM0u3R

Red 14 ปิ้งย่างนี้มีดีที่ซอส

ด้วยประสบการณ์ด้านการชิม ที่ได้ผ่านการตระเวนชิมบาร์บีคิวร้านอร่อยจากหลายประเทศในแถบเอเชีย

กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ นิค เจ้าของร้าน สาวมั่นที่คิดค้น เรียนรู้ และทดลองสูตรความอร่อยใหม่ๆ จนกลายเป็นที่มาของร้าน ‘เร้ด โฟร์ทีน (Red 14)’ บาร์บีคิวบุฟเฟ่ต์นานาชาติ ร้านปิ้งย่างน้องใหม่ที่ซ่อนตัวอยู่ในโครงการ PICKADAILY BANGKOK ช็อปปิ้งมอลล์แห่งใหม่ที่อ่อนนุช ตั้งอยู่ระหว่าง ซ.อ่อนนุช 37 และ 39 ภายในมีร้านอาหารอร่อยน่านั่งมากมาย

สำหรับที่ ‘Red 14’ ร้านปิ้งย่างสไตล์โมเดิร์น ตกแต่งเรียบง่าย ใช้โทนสีหลักๆ อย่างแดงและดำโต๊ะฝังเตาสำหรับปิ้งย่างในตัว ไม่ทำให้รู้สึกเกะกะ และพิเศษกับนวัตกรรมของเตานำเข้าที่ช่วยดูดกลิ่นอาหาร มาแล้วไม่ต้องกลัวว่าจะได้กลิ่นเป็นของฝากติดตัว

เมนูอร่อยของที่ร้านจัดไว้ให้เลือกเต็มอิ่มกับ 2 ราคา ไม่ว่าจะเป็นอิ่มเล็ก 259 บาท กับบรรดาหมู เนื้อ ไก่ มีให้เลือกทั้งเนื้อสันนอก สันใน เนื้อติดมัน สันคอ เบคอนหมักซอส ผักกาดหอม ข้าวโพด เห็ดออรินจิ ฟักทอง หรือจะสั่งเมนูกินเล่นมาเรียกน้ำย่อยก็ยังได้ ทั้ง ข้าวผัดไข่ ปูอัด กิมจิของที่นี่รับรองต้องถูกใจคนชอบรสเผ็ดเข้มข้น ซุปมิโซะร้อนๆ มาซดให้คล่องคอ สลับกับสลัดผักซิกเนเจอร์

ขยับมาที่อิ่มใหญ่ 459 บาท เต็มอิ่มทั้งหมู เนื้อ ไก่และซีฟู้ด ทั้งแซลมอนชิ้นโต หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ตัวเบิ้ม กุ้งแม่น้ำปลาหมึกสดๆ จุ่มลงในซอสก่อนย่างลงบนเตา ฟังๆ แล้วอาจจะบอกว่าคล้ายกับร้านปิ้งย่างทั่วไป แต่ความพิเศษของบาร์บีคิวที่นี่อยู่ที่ซอสสูตรพิเศษทั้ง 4 ชนิด ไม่ว่าจะเป็นซอส Red 14 ซิกเนเจอร์ซอสที่รสเปรี้ยวอมหวาน ซอสหอมสับ ซอสอินเตอร์ รสชาติออกไปทางฝั่งยุโรป และซอสโคชูจัง เข้มข้นในแบบเกาหลีแต่แอบจัดจ้านสไตล์ไทยๆ เรียกว่าเอาใจลูกค้าหลายสไตล์ให้ได้อร่อยกันแบบครบรส

กินให้อร่อยก็ต้องนำเนื้อมาจุ่มลงในซอส ก่อนย่างลงบนเตาพอสุก ให้ได้รสชาติของซอสแทรกซึมเข้าถึงชั้นเนื้อ ได้รสกลมกล่อม ก่อนจิ้มน้ำจิ้มเพิ่มรสความอร่อย หรือจะกินเลยก็รับรองว่าอร่อยเด็ดไม่แพ้กัน แต่ถ้าใครอยากได้รสชาติความเป็นไทย ลองจิ้มกับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดจ้าน อีกหนึ่งความอร่อยที่เราคุ้นเคย ก่อนปิดท้ายล้างปากด้วยของหวานกับไอศกรีมโฮมเมดรสอร่อย

ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 12.30-22.00 น. โทร. 02-166-5906

 

TREAT CAFE สงบเย็นในบ้านหลังงาม

14 มกราคม 2557 เวลา 23:04 น. …. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1al65gt

TREAT CAFE สงบเย็นในบ้านหลังงาม

อบอุ่น เบาสบาย ได้รับการดูแลอย่างดี คือความรู้สึกแรกเมื่อเข้ามาเยือนที่นี่ สมกับความหมายของชื่อร้าน ‘TREAT CAFE & HANGOUT’

เจ้าของร้านเนรมิตบ้านหลังเก่าแต่งเติมมุมต่างๆ ด้วยดอกไม้และภาพเพนต์เอง พร้อมเฟอร์นิเจอร์หลากหลาย เพราะไม่อยากให้ดูเป็นแพตเทิร์นน่าเบื่อ มีมุมสวนสวยข้างบ้านเป็นแหล่งพักสายตาที่ดีเริ่มมื้อกันที่ Foie Gras With Mix Berry Salad (380 บาท)ความหอมมันจากตับห่านเข้ากันดีกับน้ำสลัดรสเปรี้ยวจากเหล่าเบอร์รี่ เพิ่มความกรอบๆ กรุบๆ ด้วยทับทิมสด The Prawn Cocktail(250 บาท) กุ้งตัวโตเนื้อเด้งย่างกำลังดี พร้อมร็อกเกตสลัด 2 แบบบัลซามิกและเดรสซิ่งมีส่วนผสมของบรั่นดี ได้รสชาติกลมกล่อมกว่าที่คิดบางจานที่คุ้นเคยก็เปลี่ยนวิธีเล่าเรื่องให้สนุกขึ้นด้วยการตกแต่ง โดยเฉพาะSmoked Salmon Wasabi (150 บาท) เนื้อแซลมอนรมควันพันรอบผักสด ดูผ่านๆเหมือนต้นแครอท ส่วนน้ำยำซีฟู้ดผสมกับวาซาบิก็แซ่บขึ้นจมูก ไม่หมดเท่านี้ ยังมีจานข้าวกินง่าย อาทิ ข้าวผัดปลาทู ข้าวผัดเพสโตอัลมอนด์พร้อมพาร์มาแฮม สปาเก็ตตี้ไข่กุ้ง เป็นต้น

ของหวานทำเอง Oreo Brownies (50 บาท) รสเข้มกำลังดี French Toastและ Banoffee ก็เกินอดใจไหว ส่วนเครื่องดื่มชิลกันสบายๆ ด้วยเบียร์นอกไวน์ขาว-แดงรวมกว่า 20 ตัว ทำให้ที่นี่เป็นเหมือน One Stop Service ได้ทั้ง Chill Outและ Hang Out เลย

‘TREAT CAFE & HANGOUT’ อยู่ที่ซ.เสนานิคม 1 เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.30-23.00 น. เสาร์-อาทิตย์ ขยายถึง 24.00 น.โทร. 08-1888-6446

 

รสนิยม รสชาติน่าคบหา

14 มกราคม 2557 เวลา 12:23 น. …. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1gD6xaZ

รสนิยม รสชาติน่าคบหา

คนรักเส้นได้ใจไปเต็มๆ ที่ร้าน ‘รสริน’ ย่านพหลโยธิน ซ.8 มีให้เลือกสรรทั้ง บะหมี่ไก่ย่างตะไคร้ บะหมี่หน้าไก่ แถมปรับโฉมใหม่เอาใจหนุ่มๆ สาวๆ ออฟฟิศให้มีทางเลือกมากขึ้น เลยขยับเมนูเพิ่มเป็น ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ และ ก๋วยเตี๋ยวหมู ที่เสิร์ฟมาพร้อมคุณภาพและปริมาณ รับรองชามเดียวเอาอยู่กับคอนเซปต์ตกแต่งทีเ่น้นโทนสีน้ำตาล-เทาเป็นหลักในสไตล์ไทยร่วมสมัยเลือกนั่งได้ทั้งโซนดา้นนอกรบัลมธรรมชาติหรือ จะห้องกระจกดา้นใน มาเดี่ยวจะนั่งโซนเคานเ์ตอร์บาร์หรือมาเป็นกลุ่มก็เลือกโต๊ะใหญ่ได้เม้าท์กันไป

เริ่มต้นเมนูดั้งเดิม บะหมี่ไก่ตะไคร้ (55 บาท) เส้นบะหมี่เหนียวนุ่มลวกมาสะเด็ดน้ำ กำลังดีโปะหน้า้ด้วยไกท่อดตะไคร้ที่ใช้เนื้อไก่ส่วนสะโพกหมักกับตะไคร้แ้ละเครื่องปรุงสูตรพิเิศษ นำไปชุบแป้งทอดจนเหลอืงกรอบสับเป็นชิ้นพอดีคำเสริฟ์ มาในชาม พร้อมน้ำซุป หรือใครชอบเมนูในตำนานอย่าง ข้าวหน้าไก่ (55 บาท) ที่ทางร้านมีวิธีการปรุงรสแบบจีนโบราณแท้ รสชาติจึงเข้มข้น หอมกลิ่นเครื่องเทศ มาพร้อมเครื่องเคียงอย่างพริกและต้นหอมหันมาชิมเมนูน้องใหมโ่ดยไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนำ้ซุป เลย เพราะที่ร้า้นแยกหม้อ เนื้อหมูกับเนื้อวัวตุ๋นจนเขา้ที่ได้ความเข้มข้นของน้ำและความหวาน พร้อมปรุงรสด้วยสูตรสมุนไพรมีกลิ่นอายความเป็นจีนนิดๆ รสชาติกลมกล่อม อย่าง ก๋วยเตี๋ยวหมู (60 บาท) มีให้เลือกทั้งเส้นเล็ก เส้นใหญ่ เส้นหมี่ และบะหมี่ มาพร้อมหมูสด หมูตุ๋น และลูกชิ้นหมู แต่ถ้า

ใครชอบเอ็นแก้วก็ต้องสั่งพิเศษ (75 บาท) จัดมาครบเครื่องแน่นอนสำหรับคนชอบเนื้อวัวก็สั่งได้ทั้งเกาเหลาเนื้อ (70 บาท) ใส่เครื่องมาครบทั้งเนื้อสด เนื้อตุ๋นน่องตุ๋นน่องกรอบลูกชิ้นเนื้อลูกชิ้นเอ็นแต่ถ้า้ใครชอบกินเนื้อเป็นพิเศษแล้วละก็ไม่ควรพลาดสั่งพิเศษ (80 บาท) จะได้ลิ้มลองรสชาติเนื้อโกเบและเอ็นเนื้อเพิ่มฟินกันไปเลย

ถ้ายังไม่อิ่มหาอะไรกินเล่น อีกหน่อยอยา่ง เปาะเปยี๊ะแฮมชสี(40 บาท) มาพร้อมน้ำสลัดและซอสมะเขือเทศให้เคี้ยวกันเพลินๆแวะไปเติมท้องกันได้ที่ร้าน ‘รสริน’ ข้างตึกพหลโยธินเพลสเปิดบริการทุกวันจันทร์-เสาร์ เวลา 07.00-15.00 น. โทร. 09-5939-8828

 

Zen Meal @ Home อุด้งหมูชาบู มกราคม 12, 2014

12 มกราคม 2557 เวลา 09:10 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1guY61m

Zen Meal @ Home อุด้งหมูชาบู

โดย…สีวลี ตรีวิศวเวทย์ / ภาพ Cookool Studio

หากถามคนญี่ปุ่นถึงอาหารอิ่มอุ่นท้องยามอากาศเย็นๆ หรือยามป่วย เชื่อว่า อุด้งคงติดอันดับ จากปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่พอเหมาะ เส้นหนา นุ่มๆ ต้มพอดีก็หนึบๆ ต้มนานหน่อยก็นุ่มลื่นคอ ที่สำคัญมีน้ำซุปเอาไว้ซดคล่องคอ

วิธีในการรับประทานอุด้งตามบ้าน ค่อนข้างเเตกต่างจากตามร้านขายอุด้ง เหตุเป็นเพราะว่าตามร้านที่ผลิตเส้นอุด้งเอง รับประทานเส้นอุด้งเปล่าก็อร่อยเเล้ว ด้วยคุณภาพการทำเส้นสด ลวกเดี๋ยวนั้น เสิร์ฟเดี๋ยวนั้น เเล้วกินเลย บางครั้งเเค่น้ำซอสน้อยๆ ไข่ลวกออนเซนสักฟอง ต้นหอมซอยละเอียด ตามด้วยไช้เท้าฝนเเละขิงเเก่ฝนอีกสักหน่อย เป็นมื้อง่ายๆ ได้เเล้ว สามารถเสิร์ฟได้ทั้งเเบบร้อนเเละเย็น ขึ้นอยู่กับฤดูกาล เรียกได้ว่า กินที่ร้านเน้นกินเเต่เส้นจริงๆ ไม่ต้องมีเนื้อสัตว์อื่นใด

หากรับประทานที่บ้าน มักซื้อเส้นสำเร็จมาในรูปเเบบต่างๆ กัน เช่น เส้นสดที่ต้องต้มจนเส้นลอยเหนือน้ำเดือด บางครั้งเป็นเส้นสดเเช่เย็นที่ผ่านการต้มสุกบางส่วนเเล้วนำมาเข้าหีบห่อดูดเอาอากาศออก ขายเเบบเเช่เย็น เเค่อุ่นในน้ำเดือด เส้นก็จะค่อยๆ กระจายตัวจากการเกาะกอดกัน มีบ้างที่เป็นเส้นเเห้ง ต้องนำมาเเช่น้ำให้บาน เเล้วค่อยต้ม เส้นเเบบนี้ต้องอาศัยการปรุงเเต่งน้ำซุปให้อร่อย จึงเข้าท่า เติมสิ่งละอันพันละน้อยที่เสริมเติมเเต่งให้เป็นอาหารมื้อเด็ดได้ น้ำซุปอุด้งที่เคยเห็น มี 2 เเบบหลัก คล้ายๆ กับราเม็งนิดๆ ใช้น้ำสต๊อกดาชิเป็นหลักเพื่อให้ได้กลิ่น เเล้วเติมเกลือลงไปได้เป็นน้ำใส ส่วนอีกเเบบเติมโชยุนิด น้ำตาลหน่อย จนได้เป็นน้ำสีน้ำตาลน่าลิ้มลอง

อุด้งอิ่มอุ่นชามหนึ่งที่ผู้เขียนเคยชิม เเตกต่างจากทุกร้านที่เคยลอง เพราะทำด้วยมือเเม่อุปถัมภ์ชาวญี่ปุ่น วิธีของ “โอกาซัง” เเปลกๆ เเตกต่างจากหลักการทั่วไป ได้อุด้งที่อร่อยเลิศ เริ่มจากผัดหอมใหญ่ เติมไก่ ใส่ซอสเเละน้ำสต๊อกดาชิ คล้ายๆ ไก่ตุ๋น ผสม Nikujaga เนื้อตุ๋นหอมใหญ่ ที่รสชาติออกเค็มหวาน น้ำเจิ่งๆ ปรุงได้ที่เเล้วราดลงบนเส้นอุด้งลวกมาร้อนๆ อร่อยเหาะเพราะรสเข้มข้น จะว่าไปถือเป็น “โชยุเบส” ที่ได้อานิสงส์ของน้ำต้มกระดูกไก่มาช่วยเพิ่มอูมามิ

หากอุด้งของเราฉบับนี้ ถือเป็นจุดเริ่มของการปรุงอุด้งที่บ้าน ผู้เขียนเลยอยากเเนะนำเมนูง่ายๆ ที่ใช้อุด้งเเช่เย็นที่ตอนนี้มีขายเกือบทุกซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ เส้นสีขาวขนาดเท่ากำมือ อยู่ในเเพ็กสุญญากาศ ลวกไม่นานก็พร้อมกัน สะดวกซื้อติดตู้เย็นไว้

เจ้าไอเดียของเมนูนี้ มาจากการรับประทาน ชาบู ชาบู ที่มีเนื้อวัวหรือเนื้อหมูสไลซ์บางๆ เมื่อเนื้อหมู หรือเนื้อวัวหมดเเล้ว ในหม้อชาบูที่เป็นน้ำสต๊อกดาชิใส่สาหร่ายคอมบุนั้น อุดมไปด้วยรสอร่อยจากโปรตีนที่ละลายออกมา เมื่อต้มเส้นอุด้งลงไปในน้ำซุปเเล้ว จึงได้เส้นที่อร่อยเข้าเนื้อขึ้น

น้ำซุปทำได้ไม่ยาก เริ่มต้นจากสต๊อกดาชิเหมือนเช่นเคย อาศัยความหอมของ Katsuo boshi ผงปลาเเห้ง เเละสาหร่ายเเห้งคอมบุ ปรุงกลมกล่อมด้วยเครื่องปรุงพื้นฐานอย่างเกลือ น้ำตาลเเละมิริน ลวกเนื้อหมูหรือเนื้อวัวสไลซ์ในน้ำซุปนี้จนได้ปริมาณที่พึงพอใจ ข้อสังเกตของอุด้งสไตล์ญี่ปุ่น คือ มีเนื้อสัตว์ก็จริง เเต่มีไม่มาก ยังไม่ค่อยสะใจเรานัก เป็นเหตุให้คนชอบเนื้อๆ หนังๆ อย่างผู้เขียนเพิ่มปริมาณเนื้อสัตว์ได้ดั่งใจ เมื่อทำกินเอง

สำหรับผักที่เข้ากับเมนูนี้ เเนะนำเป็นปวยเล้ง หรือถ้าจะให้อร่อย เเนะนำเป็น Mizuna ผักที่กินเป็นสลัดก็อร่อย ใส่ซุปก็เยี่ยม อาจหายากสักหน่อย บางครั้งโชคดีก็พบก้านสีขาว ใบสีเขียวคล้ายๆ ผักกาดหินของทางอีสาน

หากคุณยังไม่ได้ลองสักสูตร ใน Zen meal @ home ของเรา เเนะนำว่าเริ่มต้นที่สูตรนี้เลย เพราะง่ายไม่ยุ่งยาก

Cookool Shabu Udon

สำหรับ 3-4 ที่

ส่วนผสมสำหรับน้ำซุป

น้ำสะอาด 8 ถ้วย

สาหร่ายคอมบุเเห้ง ชิ้นขนาด 3×4 นิ้ว 1 ชิ้น

ปลาโอเเห้งขูด สำหรับน้ำซุป 20 กรัม (ประมาณ 1 กำมือเล็ก)

เกลือป่น 1.5 ช้อนชา

น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ

มิริน 2 ช้อนโต๊ะ

โชยุ 2 ช้อนโต๊ะ

เเช่สาหร่ายในน้ำสะอาด 8 ถ้วย จนสาหร่ายนิ่ม

ต้มน้ำสาหร่ายให้เดือดประมาณ 2-3 นาที เเล้วเทปลาโอเเห้งลงไป ปิดไฟ เเละพักไว้ 15 นาที กรองเอาผงปลาเเห้งเเละสาหร่ายออกให้ได้เเต่น้ำสต๊อกดาชิใสๆ

น้ำสต๊อกดาชิตั้งไฟอีกครั้ง พอเดือด ปรุงรสด้วยเครื่องปรุงทั้งหมด ได้น้ำซุปสำหรับอุด้ง

ส่วนผสมสำหรับอุด้ง

เนื้อหมู หรือเนื้อวัวสไลซ์ 500 กรัม

(เสิร์ฟทีละประมาณ 120-150 กรัม กำลังเหมาะ)

เส้นอุด้งลวกสุก 300-400 กรัม

(หนึ่งก้อนจะประมาณ 150 กรัม เเล้วเเต่ชอบขนาดเสิร์ฟ)

ผักมิซูน่า หั่นเป็นท่อนขนาด 1 นิ้ว หรือผักปวยเล้ง ลวกน้ำเกลือเดือด เเช่น้ำเย็นจัด

ต้นหอมญี่ปุ่นซอยละเอียดสำหรับโรยหน้า เเละสาหร่ายวาคาเมะเเช่น้ำเย็นจนนุ่ม

ผงพริกป่น Shijimi Togarashi

ตั้งน้ำซุปให้เดือด ลวกเนื้อหมูเเละวัวให้พอสุก เรียงบนเส้นอุด้งที่ต้มสุกเเล้ว ราดน้ำซุปในปริมาณที่พอเหมาะ โรยหน้าด้วยต้นหอมญี่ปุ่นเเละสาหร่าย