ป๊อปปูลาร์…@ แมนโดป๊อป
- 01 มีนาคม 2556 เวลา 16:08 น.

โดย…ลีโอ เคน / ภาพ กิจจา อภิชนรจเรข
ค่ำคืนนี้ (เงินเดือนออก อิอิ) รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว อยากจะออกไปทำตัวป๊อปปูลาร์ที่ไหนสักแห่ง และแล้วก็เจอที่หมายที่จะทำให้ป๊อปปูลาร์โดยไม่รู้เนื้อรู้ตัวขึ้นมาจนได้ อิอิ
แมนโดป๊อป (Mandopop) ชื่อนี้มาจากคำว่า Mandarin Popular Music คือที่หมายสำหรับค่ำคืนนี้ เป็นร้านอาหารจีนทันสมัยจ๋าที่กล้าฉีกกฎร้านอาหารจีนทั้งหลายเสียยับเยิน จนกล้าบอกได้ว่าเป็นร้านเดียวที่กล้าถึงเพียงนี้ก็คงไม่ผิดนักหรอก
ความป๊อปปูลาร์ไล่เรียงกันตั้งแต่บรรยากาศที่ร้านเต็มไปด้วยเฟอร์นิเจอร์สไตล์จีนก็จริงอยู่ แต่ทว่ามีความโมเดิร์นเด่นตาในโทนสีน้ำเงิน เทา และดำ
ร้านให้ความรู้สึกเอนจอยด้วยการแบ่งเป็น 2 ชั้น ได้แรงบันดาลใจการตกแต่งมาจากศิลปะจีน ผสมแนวร่วมสมัยในแบบตะวันตก ให้ความรู้สึกน่าค้นหา ทว่ายังคงบรรยากาศความอบอุ่นเอาไว้ในที เอาเป็นว่าถ้าต้องการมุมส่วนตัวดวลกับสหายที่รู้ใจ ก็ต้องเดินบันไดวนขึ้นไปชั้น 2 ที่ตกแต่งเป็นห้องส่วนตัวแสนสบาย จะเฮฮาหนักหน่วงขนาดไหนก็ไม่ต้องแคร์สายตาใครๆ
แต่ถ้าอยากซ่าส์และทำตัวแบบป๊อปปูลาร์ ก็ขอแนะนำให้เป็นโซนด้านล่าง ที่มีโซฟาน่านั่ง แล้วยังมีส่วนเคาน์เตอร์บาร์ และเก้าอี้ทรงสูง ที่นั่งเมาท์ นั่งดื่มกันได้อย่างสำราญใจ
ป๊อปปูลาร์ต่อมา คือ ส่วนของมิวสิก ที่แมนโดป๊อปนี่เขาจะเน้นเปิดเพลงจีน แต่ขอโทษจะเป็นเพลงจีนแนวป๊อปยอดนิยมเชียวล่ะ ยิ่งฟังก็ยิ่งเพลิน แม้จะไม่คุ้นหู แต่ท่วงทำนองทำให้รื่นรมย์ผสมกับความสนุกและคึกคักบ้างบางทีก็แล้วกันนะครับ
อาหารแต่ละเมนูเป็นอาหารจีนทันสมัยที่หน้าตาละม้ายกับอาหารฝรั่งเศส แต่ว่ากรรมวิธีการทำนั้นคงรสชาติแบบจีนต้นตำรับเอาไว้ เพราะอาหารแต่ละเมนูจัดเรียงมาในจานเสียสวยวับ แถมยังมีสีสันล่อตาล่อใจ และสีสันที่ใช้ผสมอาหารนั้นก็ได้มาจากสีธรรมชาติล้วนๆ
อาหารของที่นี่ได้รับการดูแลจากเชฟชาวสิงคโปร์ เอเดรียน ฉัว ที่คร่ำหวอดในวงการอาหารจีนมานานกว่า 20 ปี แล้วก็กวาดรางวัลด้านอาหารมาแล้วมากมาย ขอแนะนำฮะเก๋าไส้กุ้งที่ห่อด้วยแป้งผสมผักโขม และฮะเก๋าหอยเชลล์ที่โปะหน้าด้วยไข่กุ้งห่อด้วยแป้งสีเขียวจากผักโขม และสีชมพูจากบีตรูต หรือจะเป็นเมนูยอดฮิตก้ามปูชิ้นโตผัดกับเครื่องพริกไทยดำและหน่อไม้ฝรั่งสูตรเฉพาะของที่ร้าน รสชาติจัดจ้าน หรือจะเป็นปลาคอดนึ่งโรยกุยช่ายขาว ปลาเนื้อนุ่มกินกับซอสสูตรพิเศษ และผัดหมี่ซั่ว เส้นเหนียวนุ่ม ผัดกับซีฟู้ดกุ้งและหอยเชลล์ เรียกว่ารูปลักษณ์แม้ทันสมัย แต่ยังคงรสชาติอาหารจีนต้นตำรับไว้ทุกอณู
สุดท้ายที่ขาดไปเสียมิได้อย่างยิ่งสำหรับเพิ่มสีสันให้กับค่ำคืน ก็เครื่องดื่มที่แมนโดป๊อปนี่นะ นอกจากจะป๊อปเรื่องไวน์อันหลากหลาย ยังมีค็อกเทลอีกหลากสีสัน ทั้งค็อกเทลคลาสสิก หรือจะเป็นค็อกเทลซิกเนเจอร์ของร้าน ก็มีไว้บริการกันตรึม ขอแนะนำ Kok Fah Mojito โมจิโตรสเก๊กฮวยใส่เม็ดแมงลักให้เคี้ยวเล่นพอกรุบๆ หรือจะเป็น Ruby ราสพ์เบอร์รีรสเปรี้ยวหวาน ใส่ลูกบอลน้ำแข็ง สีสันสวยงาม
อีกสักแก้วกับเครื่องดื่มชวนคิดถึงทะเล Bluemoon เครื่องดื่มสีฟ้าสดใส ด้วยส่วนผสมของวอดก้าผสมกับสับปะรด มะนาว และก็น้ำเชื่อม ส่วนรสชาติต้องไปลิ้มลองกันดูเองแล้วกระมัง อิอิ
สุดท้ายที่นี่จะป๊อปปูลาร์แค่ไหน เห็นทีต้องอาศัยวาทะและลีลาของคุณๆ เองแล้วล่ะครับ อิอิ
แมนโดป๊อป ชั้น 1 โรงแรมโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ ถนนวิทยุ ร้านเปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 17.00-24.00 น. โทร. 02-252-5800-1
รูฟท็อปสุดเท่ @ ‘คินกิ’
- 22 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา 15:41 น.

โดย…ณัฐพล ช่วงประยูร / ภาพ : ทวีชัย ธวัชปกรณ์
คิดว่าควรจะตื่นเต้นแค่ไหนกันที่มีร้านอาหารและบาร์เก๋แห่งใหม่ที่ขายอาหารญี่ปุ่น…แต่พอได้ไปเยือนก็โอ…เลยนะ
คินกิ (Kinki Restaurant and Bar) หนึ่งในร้านอาหารญี่ปุ่นที่โด่งดังที่สุดในสิงคโปร์ ปรากฏการณ์ความนิยมเริ่มต้นขึ้นจากความแปลกใหม่ของแนวคิดทันสมัย ซึ่งเลือกผสมผสานระหว่างบรรยากาศของ “ร้านอาหารญี่ปุ่น” ที่ละเมียดละไมในรสชาติและคุณภาพอาหารกับ “บาร์” สุดเก๋ ซึ่งเทรนดี้เข้ากระแส ฉีกรูปแบบความซ้ำซากจำเจของภัตตาคารญี่ปุ่นตำรับดั้งเดิมที่คอความอร่อยคุ้นชินกันมานมนานจนเริ่มชินชาสู่การปรุงจานเด็ดที่เข้าถึงรสชาติแบบต้นตำรับแท้ๆ อีกทั้งยังสร้างสรรค์เมนูสไตล์ใหม่ที่สนุกสนานแปลกตา เพื่อตอบสนองชีวิตแบบคนกรุง ซึ่งให้ความสำคัญกับความรวดเร็วทันใจ
ความทันสมัยและเทรนด์ล้ำมาแรงและรสชาติอันกลมกล่อมของเมนูญี่ปุ่นนานาชนิดที่ได้รับการใส่ใจในทุกขั้นตอนการปรุง ตลอดจนวัตถุดิบชั้นเลิศและความสดสะอาด ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของความสำเร็จมานับแต่จุดเริ่มต้นของร้านอาหารสาขาแรกสุด นำเสนอสไตล์เจแปนนิส ฟิวชัน รวมไปถึงเครื่องดื่มค็อกเทล (Cocktail) ซิกเนเจอร์ สูตรเฉพาะอันเป็นเอกลักษณ์ที่ใครหลายคนติดอกติดใจ ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของ “ปรับ ทักราล” กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท บูทิค แอสเซ็ท แมเนจเม้นท์
คินกิ ตั้งอยู่บนชั้นดาดฟ้าของอาคารเรนฮิลล์ ซอยสุขุมวิท 47 ซึ่งได้รับการแปลงโฉมบรรยากาศให้เป็นพื้นที่สุดเท่ด้วยงานศิลปะสุดฮิปอย่างกราฟฟิตี โดยฝีมือศิลปินกราฟฟิตีมือหนึ่งของประเทศไทยนาม เอ็นอีเอฟ ครูว์ (NEF Crew) เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ความเก๋ถึงขีดสุดไปกับมื้ออาหารสุดพิเศษของสาวกอาหารญี่ปุ่น
พื้นที่ของร้านแบ่งออกเป็น 2 ส่วนด้วยกัน คือส่วนด้านใน ซึ่งจุได้มากถึง 83 ที่นั่ง (มีพื้นที่ใช้สอย 305 ตารางเมตร) และพื้นที่ในเปิดโล่งด้านนอก ไม่ว่าจะเป็นมื้อครื้นเครงกับเพื่อนฝูงคนสนิท หรือค่ำคืนแสนพิเศษกับคนรู้ใจ เรื่อยไปจนถึงความทรงจำดีๆ กับครอบครัวในวันพิเศษ หรือแม้แต่มื้อเรียบง่ายสบายๆ ในวันทำงานทั่วไป คุณก็สามารถเลือกนั่งเอนกายปล่อยอารมณ์ชิล หรือจะขอสนุกสนานสุดเหวี่ยงได้ตามต้องการ
เราจะผ่อนคลายความเงียบเหงาด้วยดนตรีจากดีเจคนดังที่จะมาสร้างสีสันและบรรยากาศของร้านให้คึกคักด้วยแนวเพลงเก๋ไก๋ที่มีให้เลือกแตกต่างกันไปในแต่ละส่วนของร้านอาหารและบาร์ เพราะความใส่ใจในทุกรายละเอียดเพื่อตอบสนองชีวิตคนเมืองขนานแท้ นอกเหนือจากปัจจัยอันพร้อมพรั่งที่สะท้อนความตั้งใจของทีมงานระดับมืออาชีพ
ร้านคินกิยังไม่ลืมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนกรุงด้วยการเดินทางที่สะดวกสบาย ใกล้รถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีทองหล่อและสถานีพร้อมพงษ์
คินกิ เปิดทุกวัน 6 โมงเย็นเที่ยงคืน โทร. 022617204 อีเมล enquiry@kinki.co.th เว็บไซต์www.kinki.co.th / www.facebook.com/kinkibkk
คืนนี้ไม่เหงา เพราะเราไป ‘ออกเดท’
คืนนี้ไม่เหงา เพราะเราไป ‘ออกเดท’
- 15 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา 16:27 น.

โดย…คาสซาโนวา ภาพ : ประกฤษณ์ จันทะวงษ์
“ออกเดท” ได้ยินคำนี้แล้วรู้สึกถึงความวาบหวาม โรแมนติก ชวนให้เห็นภาพคู่รักนั่งกะหนุงกะหนิงใต้แสงเทียนในคืนพระจันทร์สุกสกาว แสงดาวพราวพร่าง
แต่ร้านอาหารกึ่งผับที่ชื่อว่า ออกเดท ร้านนี้ ก็ไม่แตกต่างอะไรกับจินตนาการข้างต้นเท่าใดนัก เพราะที่นี่กำลังเป็นสถานที่แฮงเอาต์ยอดนิยมสุดโรแมนติกของหนุ่มๆ เลย
เดินเข้ามาในร้านก็จะพบกับน้องๆ สาวน้อยหน้าตาสวยน่ารัก ปราดเข้ามาต้อนรับอย่างเอาอกเอาใจ เชื้อเชิญให้ไปนั่งโต๊ะที่มีให้เลือกกว่า 50 ที่นั่ง ท่ามกลางบรรยากาศเอาต์ดอร์ร่มรื่น กว้างขวาง โปร่งสบาย มีสระน้ำ ต้นไม้ เวทีดนตรีขนาดย่อมๆ ซึ่งมีวงผลัดเปลี่ยนขึ้นมาขับกล่อมให้ฟังทุกคืน
ผ่านภพ รักตพงศ์ไพศาล หุ้นส่วนใหญ่ของร้าน เล่าให้ฟังอย่างอารมณ์ดีว่า เพิ่งเปิดร้านมาได้เพียงเดือนเศษ แต่ได้รับเสียงตอบรับจากลูกค้าอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะคนหนุ่มวัยทำงานที่เหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน ชอบมานั่งรีแลกซ์ คุยกับสาวๆ ดื่ม กิน ในบรรยากาศผ่อนคลายกลางกรุง
“จุดเด่นของร้านอยู่ที่บรรยากาศผ่อนคลายสบายใจ เราออกแบบด้วยสไตล์ปูนเปลือย กระจก ต้นไม้ สระน้ำ 4 องค์ประกอบนี้การันตีได้ว่าดึงดูดใจแขกได้ดีมากๆ บวกกับสาวๆ พริตตี สวยเซ็กซี่ นิสัยดี พูดจาเพราะๆ มาคอยบริการทุกคนไม่ห่าง อาหารก็อร่อยจนหลายคนต่างยกนิ้วชมไม่ขาดปากครับ วงดนตรีเราก็คัดสรรมาเล่นสดๆ ทุกคืน ใครเหงา ใครเบื่อ หรืออยากมานัดพบปะสังสรรค์ รับรองไม่ผิดหวังแน่ๆ” เจ้าของร้านหนุ่มรูปหล่อยิ้มกว้าง
ไฮไลต์อยู่ที่เครื่องดื่มค็อกเทล 3 แก้ว อันถือเป็นซิกเนเจอร์ของร้าน แก้วแรกชื่อว่า ปิ๊ง คล้ายๆ กับรักแรกพบ สบตาแล้วถูกใจ แก้วต่อมา เลิฟ อาการตกหลุมรัก คิดถึงถวิลหา และ ออกเดท แก้วสุดท้าย อันหมายความว่าอยากรู้จัก อยากเจอ อยากออกเดทกับเธอตลอดไป (ฮิ้วฮิ้ว)
และแล้วก็มาถึงสารพัดจานเด็ด แซลมอนแซบ เลือกเนื้อปลาแซลมอนเกรดเอ สีส้มวาววับ ราดน้ำจิ้มซีฟู้ด เผ็ดเปรี้ยวสะใจ เนื้อสิงห์ออสซี่ เนื้อสันในย่างหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ โรยหน้าด้วยออริกาโน หอม เคี้ยวหนุบหนับอร่อยเต็มคำจนไม่อยากกลืน ลูกชิ้นออกเดท ลูกชิ้นปลาภูเก็ตอันโด่งดัง ลูกขาวกลมใหญ่ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มสูตรเด็ดของทางร้าน ใครมาต้องสั่งทุกโต๊ะ หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ผัดพริกเผา ตัวใหญ่เนื้อเหนียวนุ่ม คลุกเคล้าน้ำพริกเผา รสชาติจัดจ้านเอาเรื่อง
จานนี้ขอแนะนำเป็นพิเศษสำหรับคนชอบอาหารจานเดียว ข้าวกะเพราเนื้อโบราณ ให้สามคำ “อร่อย โคตร โคตร” ทั้งเผ็ดลิ้น สุดท้าย ลอง ทับทิมแป๊ะซะ ร้านนี้เลือกปลาทับทิมตัวใหญ่ เนื้อขาวละเอียดจนแทบละลายในลิ้น ผสมกลมกล่อมกับเครื่องแกงส้ม แซบถึงอกถึงใจ
ดื่ม กินให้เต็มที่ เบื่อก็ขอเพลงได้ ไม่ต้องกลัวเหงา เพราะมีสาวๆ น่ารักชวนพูดชวนคุยอย่างใกล้ชิด แรกๆ อาจยังเขินอาย แต่สักพักคงพลิ้ว ก่อนจะสนุกสนานสำราญใจแน่นอน ขอบอก เหมือนคู่รักออกเดทนั่นแหละ อิอิ
ร้านออกเดท ตั้งอยู่บริเวณเรียบทางด่วนเอกมัยรามอินทรา เดินทางมาได้ง่ายๆ มาตามถนนเลียบทางด่วนเอกมัยรามอินทรา มุ่งหน้าไปลาดพร้าว ผ่านร้านขายเฟอร์นิเจอร์อินเด็กซ์ไปประมาณ 200 เมตร เลี้ยวซ้ายเข้าซอยหมู่บ้านกลางเมือง/โรงเรียนอนุบาลรัชนีบูล วิ่งตรงไปตามถนนเส้นหลักประมาณ 500 เมตร ร้านออกเดทจะอยู่ทางซ้ายมือ ติดต่อสอบถามได้ที่เบอร์ 081-889-9941
ใครเบื่อใครเหงา ขอเชิญมาออกเดท แล้วจะรู้ซึ้งว่าค่ำคืนสุดพิเศษเป็นเช่นไร
กล่องหรรษา อินเดอะ บอกซ์
- 08 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา 14:47 น.

โดย…โจ เกียรติอาจิณ / ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี
อะไรเอ่ยซ่อนอยู่ในกล่อง
ของขวัญ ดอกไม้ ช็อกโกแลต แหวนเพชร เอ หรือจะเป็นอั่งเปาวันตรุษจีน
ว่ามาก็อาจใช่หมดแหละ แต่ของที่ซ่อนในกล่องใบนี้ เราขอเรียกว่า “ความหรรษา” น่าจะเหมาะที่สุด
อิน เดอะ บอกซ์ (In the Box) ร้านอาหารกึ่งบาร์ เปิดมาได้ไม่ถึง 6 เดือน ร้านเล็กๆ แต่แน่นด้วยคนที่ปรารถนาจะไปไขว่คว้าหาความหรรษานอกบ้าน
การตกแต่งก็สะท้อนถึงชื่อร้านชัดเจน เจ้าของ “เตอร์มณธวัล อยู่ศรี” ได้นำลังไม้มาดัดแปลงเป็นโต๊ะ เก้าอี้ ผสานเข้ากับเฟอร์นิเจอร์สไตล์เรียบเก๋ คุมโทนสีเบจเป็นหลัก แซมด้วยสีขาวดำ เพื่อให้มีมนต์ขลังน่านั่ง
ที่นี่จึงถูกจริตกับนักเที่ยวที่ชอบอะไรไม่หวือหวา ขอแค่บรรยากาศนั่งสบายๆ ชิลๆ ภายใต้เสียงดนตรีอะคูสติกบางเบาลอยมาตามสายลม มีให้ฟังทุกๆ ค่ำคืน
อย่างคืนวันศุกร์ ก็จะได้สำราญกับวงประจำที่นำบทเพลงเพราะๆ มาขับกล่อมตั้งแต่หัวค่ำ สลับกับการเปิดแผ่นเสียงตามคำเรียกร้อง เรื่อยไปจนถึงดึกดื่นก่อนราตรีจะโบยบินจากไป
มาที่ อิน เดอะ บอกซ์ นอกจากจะได้เสพดนตรี นั่งเพลินๆ อย่างฉ่ำอารมณ์ คอดริงก์ทั้งหลายก็ไม่ผิดหวังกลับไป เพราะเขาเสิร์ฟเครื่องดื่มหลากชนิด มีให้เลือกไม่ซ้ำ ครบเซต ครบครัน
ใครชอบค็อกเทล ขอแนะนำซิกเนเจอร์ดริงก์ 3 แก้ว “โฮโนลู” ค็อกเทลตัวใหม่ สีเหลืองสวยหวาน “อิน เดอะ บอกซ์” ซิกเนเจอร์ค็อกเทลที่มาแล้วต้องสั่ง อีกแก้วก็เป็นค็อกเทลสีเขียว “กรีน เดวิล” สั่งมาเลย รับรองถูกใจดริงเกอร์แน่นอน
ทุกๆ แก้วของซิกเนเจอร์ดริงก์ ไม่เฉพาะค็อกเทล เหมาะมากที่สั่งมาจิบคู่เมนูเด็ด ที่เขาเน้นรสชาติจัด เอาใจคนชอบรสจัด เผ็ดร้อนด้วยเครื่องเคราและส่วนผสม
สะใจคนกินเผ็ดก็ต้อง “สองเกลอวาซาบิ” แซบมากกกก กุ้งรวมพลกับแซลมอน แต่ละชิ้นแต่ละคำสด ราดน้ำยำรสจัด เผ็ดซ่าวาซาบิ แซบหลาย แกล้มเครื่องดื่มไปกันได้ดี
นี่ก็แซบ “ลาบแซลมอน” ลาบฟิวชันที่จะทำให้คุณลืมลาบอีสานบ้านๆ ไปเลย ถึงเครื่องถึงรสจัดเข้าเส้น แซลมอนหวานฉ่ำในลิ้น เครื่องลาบหอมอวล ยั่วน้ำลาย โดยเฉพาะข้าวคั่วหอมเป็นเอกลักษณ์ของลาบอย่างแท้จริง
“เย็นตาโฟหม้อไฟ” คนชอบเย็นตาโฟน่าจะชอบ เครื่องเคราเต็มหม้อ กุ้ง ลูกชิ้นปลา ฮื่อก้วย ปลาหมึกกรอบ ผักบุ้งอวบจุดไฟลุกพึ่บพั่บ รอให้น้ำซุปเดือดปุดๆจากนั้นก็ซดร้อนๆ โอ้!!! โล่งจมูก
แซบสุดท้าย ขอยกให้ “กระทะร้อนทะเลเดือด” รสดุดันใส่เครื่องไม่ยั้ง ร้อนฉ่าตั้งแต่ยกมาเสิร์ฟ เครื่องล้นกระทะ ชิ้นโตๆ ของรวมมิตรทะเล เคี้ยวได้เต็มปากเต็มคำ อยากให้ลิ้มลองกันดู แล้วจะพบว่าแซบเหลือร้าย
เชิญพิสูจน์กันได้ ทั้งความแซบและความหรรษา รออยู่ในกล่องใบนี้ เปิดทุกวัน 6 โมงเย็น ปิดประมาณตี 1 ร้านอยู่ในซอยเสรี วิลลา 2 หาไม่ยาก หลังศูนย์การค้าพาราไดซ์พาร์ค ถนนศรีนครินทร์ สะดุดตาด้วยกล่อง เด่นไม่ซ้ำใครในย่านนั้น หาไม่เจอ ไปไม่ถูก โทร. 081-449-9358
บอกรักทุกเวลา…@ ทเวนตี้โฟร์ อาวส์
บอกรักทุกเวลา…@ ทเวนตี้โฟร์ อาวส์
- 01 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา 14:39 น.

โดย…ลีโอ เคน / ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์
ใกล้วาเลนไทน์กันแล้ว คู่รักหลายคู่คงยิ้มกันแกล้มปริ อิอิ เพราะนอกจากจะจูงมือคนที่ใช่ไปดินเนอร์กันแล้ว ยังสานสัมพันธ์รักกันมากกว่าเดิมอีกต่างหาก แล้วจะมัวเปิดใจกันแบบเดิมๆ อยู่ทำไม? ในเมื่อเรามีทางเลือกที่น่าสนใจที่จะบอกรักและสานสัมพันธ์กันได้ทั้งวันทั้งคืน อิอิ
ทเวนตี้โฟร์ อาวส์ (24 Owls) คือสถานที่นัดหมายและเติมเต็มความรักได้ทุกเวลา เพราะเปิดบริการกันทั้งวันทั้งคืน จะนั่งเล่น นั่งกิน นั่งดื่ม ก็แสนชิลทุกเวลา
เริ่มไล่ตั้งแต่บริการกาแฟ ชา และอาหารเช้าเบาๆ ตามต่อด้วยอาหารมื้อเที่ยงหนักประทับใจ และแน่ละว่ายังมีดินเนอร์ยามค่ำคืนพร้อมเครื่องดื่มมากดีกรี และยังคลอเคล้าดนตรีเบาๆ ที่ช่วยเพิ่มความสำราญไปจนแจ้งโน่น!!!
บรรยากาศร้านนั้นออกแนวโอลดี้ มากเรื่องราวด้วยของตกแต่งวินเทจแบบเข้ากับยุคสมัย แอบมีนกฮูกเมียงมองด้วยสายตาบ้องแบ๊วอยู่ทุกมุม อันเป็นเจ้าสัตว์ตัวน้อยที่เจ้าของร้านโปรดนักโปรดหนา ถึงขั้นนำมาตั้งชื่อร้านกันเลยทีเดียว
เรียกว่าบรรยากาศและแสงไฟเปลี่ยนไปตลอดเวลา จากเพลงเบาๆ แสงนวลๆ พอราตรีมาเยือนก็จะเป็นไฟสลัว พร้อมด้วยเสียงดนตรีที่ขยับบีตขานรับค่ำคืน
ด้านนอกเย็นย่ำยาวไปจนตลอดค่ำคืนยิ่งคึกคัก เพราะนั่งจิบเครื่องดื่มได้อย่างเพลิดเพลิน ร้านนี้นอกจากเน้นเสิร์ฟอาหารฟิวชันทั้งสไตล์ยุโรปและไทย และยังปั้นแต่งเครื่องดื่มประเภทค็อกเทลมาเอาใจอีกตรึม อีกทั้งไวน์ แชมเปญ ก็ขนมาเอาใจกันเพียบ
จะรอช้าทำไม สั่งเมนูมารองท้องเล่นๆ กันดีกว่า เริ่มต้นที่ปีกไก่ทอดเกลือ ปีกกลางทอดกรอบหมักพร้อมใบเตยให้กลิ่นหอมแสนเพลิน ต่อกันที่ซิกเนเจอร์ของร้าน ฟิช แอนด์ ชิปส์ ปลาดอรีทอดกรอบเสิร์ฟพร้อมเฟรนช์ฟรายส์ และทาทาซอสสูตรเฉพาะของทางร้านอร่อยครบรส
และที่ขาดไปเสียมิได้ ขาหมูเยอรมัน เสิร์ฟพร้อมสลัด กรอบนอกนุ่มใน ที่พิเศษสุดคือเสิร์ฟมาพร้อมน้ำจิ้มแจ่วและซีฟู้ด
ถ้าชอบจัดจ้านต้องสั่งยำแซลมอนสด จัดจ้านด้วยน้ำยำแบบไทยๆ กับยำปลาแซลมอนวาซาบิ น้ำยำแบบไทยผสานกับวาซาบิแบบญี่ปุ่นจัดจ้านชะมัด
เมนูโปรดเริ่มทำงาน ไม่ได้การล่ะ เสียงใจคร่ำครวญให้เรียกหาเครื่องดื่มมาย้อมใจ และแล้วค็อกเทลสีลวงตาถูกทยอยออกมาทำหน้าที่ของมัน เริ่มไล่ตั้งแต่เอสเปรสโซมาร์ตินี ค็อกเทลมาร์ตินี ด้วยส่วนผสมของวอดก้าวานิลลา กับกาแฟเอสเปรสโซ รสชาติ อืมมม…
เรียกหามาเติมรักต้องนี่เลย เลิฟอะราวด์ สตรอเบอร์รีโมจิโต ไพรเวตรัม ตกแต่งด้วยสตรอเบอร์รีส้ดสด
แต่ถ้าจะเติมสีสันวันรักก็อย่าพลาดเชียวนา วาเลนไทน์สวีฟปี้ เครื่องดื่มสีชมพูกับสีฟ้า โรยหน้าด้วยหัวใจละมุนละไม แต่แรงใช่เล่น เหมือนรักซ่อนเร้นอย่างไงไม่รู้ น่ารักอ่ะ อิอิ
พอทุกอย่างเริ่มผสมกลมกลืน อารมณ์เริ่มเคลิบเคลิ้ม เหลียวเมียงมองคนรอบกาย บ้างมาเป็นหมู่คณะ บ้างมากับคนรู้ใจ แต่ผมกลับไม่มีใคร คนรักไม่มี เพื่อนไม่มา แต่ก็สุขใจกับการต้อนรับ ก็แอบคาดว่าวาเลนไทน์ปีนี้จะมีหวานใจมาเคียงคู่นั่งดู๋ดี๋กับเขาบ้าง
แล้วถึงวันนั้นละก็ ผมจะทุ่มเท 24 ชั่วโมงนี้เพื่อเธอจริงๆ นะ อิอิ!!!!
สุขรุกฆาต @ เชคเมต บาร์ แอนด์ บิสโทร
สุขรุกฆาต @ เชคเมต บาร์ แอนด์ บิสโทร
- 18 มกราคม 2556 เวลา 15:32 น.

โดย…คีตะ kitastreet@gmail.com ภาพ : วิศิษฐ์ แถมเงิน
จากท่าเรือระดับสากลแห่งแรกๆ ของสยามประเทศและโกดังเก็บสินค้าเก่าแก่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา กลายมาเป็น “เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟรอนต์” แหล่งความบันเทิงสำหรับกินดื่มช็อปและท่องเที่ยว หนึ่งในร้านที่ตั้งอยู่ภายในโครงการนี้คือ เชคเมต บาร์ แอนด์ บิสโทร แม้จะไม่ได้อยู่ฝั่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา แต่นี่ก็นับได้ว่าเป็นหนึ่งร้านน่านั่งในย่านนี้อยู่ดี
วิถี “ท่าเรือ” กับ “หมากรุก” เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันในความคิดของทีมงานเชคเมตฯ นั่นจึงกลายมาเป็นชื่อและคอนเซปต์ของร้าน เปิดให้บริการมาตั้งแต่ต้นปี 2555 พร้อมกับเอเชียทีค หุ้นส่วนมาจากหลากหลายวงการ พวกเขาให้กำเนิดร้านนี้เพื่อตอบสนองและรองรับลูกค้าหลากกลุ่ม โดยช่วงหัวค่ำส่วนใหญ่จะเป็นเวลาของครอบครัวหรือคู่รักเกี่ยวก้อยกันมารับประทานอาหาร เมื่อดึกดื่นไฟในร้านก็จะดิมลง ดนตรีคึกคักขึ้น สร้างบรรยากาศให้กลายเป็นบาร์ ซึ่งเพื่อนพ้องพี่น้องสามารถดื่มด่ำกับบรรยากาศและกินดื่มกันให้เต็มที่
เชคเมตฯ เป็นร้านโปร่งโล่งสบาย ทันสมัย โครงสร้างก็ยังคงมองเห็นเป็นโกดังสินค้าแบบเดิมๆ บรรยากาศชิลๆ เก้าอี้นั่งสบาย ตกแต่งด้วยสีขาวดำเหมือนตารางหมากรุก มีตัวหมากและตารางตกแต่งอยู่ทั่ว พื้นที่แบ่งเป็นอินดอร์และเอาต์ดอร์ จุลูกค้าได้มากราว 200 คน
อาหารของร้านนี้เป็นแบบไทยฟิวชัน จานแนะนำคือ “เชคเมตสลัด” สลัดพิเศษของทางร้าน เสิร์ฟพร้อมทูน่าและน้ำสลัดสไตล์ญี่ปุ่นรสชาติเข้มข้นเข้ากันกับผักและทูน่า หรือ “เส้นใหญ่ผัดฉ่ารุกฆาต” เส้นใหญ่คั่วกระทะร้อน ผัดด้วยซอสเชคเมตสูตรพิเศษและอาหารทะเลอู้ฟู่ ไม่ว่าจะปลาหมึก หอย และ กุ้ง “ทอดมันเนื้อปูพันตะไคร้” ทอดมันหนานุ่มชิ้นเขื่องเสิร์ฟพร้อมตะไคร้สดและน้ำจิ้มอาจาด
เครื่องดื่มมีทั้งไวน์ วิสกี้ เบียร์ และค็อกเทล ไม่ว่าจะเป็นไวน์อิตาลี ชิลี หรือออสเตรเลีย ส่วนเบียร์เบลเยียมที่ฮอตฮิตก็ยังมีนำเสนอ สำหรับค็อกเทลหนึ่งแก้วที่ทางร้านภูมิใจเสนอคือ “ฮาวานา คลับ ออริจินัล โมฮิโต” ปรุงด้วยรัม มะนาว น้ำตาลทรายแดง และมินต์หรือสะระแหน่ สูตรของที่นี่บาร์เทนเดอร์จะบดมะนาวกับน้ำตาลทรายแดงก่อนค่อยใส่ใบมินต์ลงไปทีหลัง บดไม่ให้ละเอียดเกินไป ไม่กลายเป็นเศษติดปากติดฟัน นอกจากนี้แล้วยังมีค็อกเทลให้เลือกอีกหลากหลาย ไม่ว่าจะ ไคพิรอสกา, คอสโมโพลิแทน, มากาเรตตา, ลองไอส์แลนด์ ฯลฯ หรือจะลองม็อกเทล ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของทางร้านอย่างเช่น บลูฟิซซ์, เรดฟิซซ์ ฯลฯ ส่วนซอฟต์ดริงก์ก็ยังมีให้บริการ
ทุกวันที่นี่มีดนตรีแสดงสด ตั้งแต่เวลา 19.30-23.30 น. วง 3 ชิ้นนำเสนอ (โวคอล) แจ๊ซฟังสบายๆ ทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ลูกค้าค่อนข้างมาก แนะนำให้จองเชคเมตฯ ตั้งอยู่เลขที่ E01 บริเวณโกดัง 10 ของเอเชียทีค เปิดให้บริการทุกวันจันทร์พฤหัสบดี เวลา 17.00-01.00 น. ศุกร์อาทิตย์ 16.00-02.00 น. โทรศัพท์ 089-503-5206 และ 081-866-4055 หรือเข้าไปหาข้อมูลที่ facebook.com/Checkmate.BarBistro
หากคุณชอบรับประทานอาหารอร่อย บรรยากาศสุดชิล ดนตรีไพเราะ และมีความเป็นส่วนตัว ร้านนี้คือตัวเลือก
ทุกวันที่นี่มีความสุขให้รุกฆาต… เสมอ
หมายเหตุ : ทางร้าน เชคเมต บาร์ แอนด์ บิสโทร ยินดีที่จะมอบส่วนลดค่าอาหาร 10% หากผู้อ่าน “โพสต์ทูเดย์” นำหน้าหนังสือพิมพ์นี้ไปแสดง ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 ม.ค. 2556
ถูกใจในทุกอารมณ์ มูส
- 11 มกราคม 2556 เวลา 14:22 น.

พ้นปีใหม่มาไม่ทันไร หัวใจก็วอนต์อยากไปแฮงเอาต์ในที่ใหม่ๆ ซะงั้น (เพราะให้ไปที่เก่าๆ เดิมๆ ก็ชักจะเบื่อ ว่ามั้ย?)
โดย…โจ เกียรติอาจิณ / ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน
เรามุ่งไปเอกมัย 21 (ซอยแจ่มจันทร์) อย่างไม่รีรอ ด้วยรู้ข่าวว่าที่นี่เขามีที่แฮงเอาต์แห่งใหม่ 20 เมตร ซ้ายมือจากปากซอย ก็จะเจอกับ “มูส” (Moose)
ร้านนั่งสบาย ไม่อัดอัด เพดานยกสูง กรุกระจก เก้าอี้ไม่เบียดกันจนแน่นเอี้ยด แต่ละโต๊ะตั้งห่างให้มีที่หายใจหายคอได้สะดวก บรรยากาศกึ่งบาร์กึ่งร้านอาหาร ไม่ใช่ผับสำหรับแดนซ์นะเออ เหมาะสำหรับการนั่งชิล นั่งคุย เก๋ๆ เท่ๆ สวยๆ หรือปาร์ตี้ในหมู่เพื่อน มาเป็นคู่ก็ได้อยู่ แต่ดูจะหามุมสวีตกันยาก
ของแต่งร้านเก่าเก็บทั้งสิ้น แต่ละชิ้นน่าจะมีสตอรีและอายุขัยที่ผ่านมือ (ชาย) มานานโข เฟอร์นิเจอร์ก็เน้นไม้ เข้ากับของแต่งแนวแอนทีก เพื่อนที่ไปชอบโต๊ะไม้ อยากเอาไปตั้งหน้าบ้าน ไว้สำหรับที่กินข้าวกินเหล้า พอถามคนในร้าน เขาบอกไม่มีขาย ต้องสั่งทำพิเศษ เพื่อนเราก็ได้แต่นั่งชื่นชมด้วยสายตาและสัมผัสด้วยมือ (555)
เหลือบไปเจอโต๊ะด้านใน เป็นโต๊ะใหญ่ มาหลายๆ คนต้องนั่งโต๊ะนี้ ผนังอิฐแดง เปลือยให้เห็นเสน่ห์แบบดิบๆ ขณะที่ของแต่งบางชิ้นก็เป็นต้นไม้ ได้กลิ่นอายป่าเขา ที่น่าสนใจคือเขากวาง ซึ่งก็น่าจะบ่งบอกถึงความเป็นมูส หรือกวาง ที่ว่ากันว่าตัวใหญ่ที่สุดในโลกและมีเขาสวยมว้าก
อันหนึ่งที่เรารู้มาที่เขาใช้ชื่อมูส ก็เพราะเจ้าของชื่อ “กวาง” ด้วยพี่ท่านอยากเอาตัวเองเป็นโลโก้แปะเด่นหราประจำร้าน ประมาณนั้น ร้านนี้เลยชื่อร้านมูส หรือร้านพี่กวางนั่นแล
สิ่งที่โดดเด้งอีกอย่าง คือ บาร์เครื่องดื่ม ประจันหน้าตั้งแต่ผลักประตูเข้าร้าน เป็นบาร์ที่อลังการ สวยสง่า โอ่อ่า ชวนดึงดูดใจเหลือเกิน ขวดเครื่องดื่มงี้ตั้งเรียงรายฟูลบาร์
ระหว่างรออาหารที่สั่งไป เลยขอสั่งเครื่องดื่มมาจิบแก้เขินซะหน่อย เริ่มต้นที่ค็อกเทลก่อนดีกว่า ค็อกเทลที่นี่เก๋ไก๋ เสิร์ฟใส่ขวด เหมือนขวดใส่บ๊วยดองยังไงยังงั้น ก็ไม่ซ้ำใคร เพราะหลายที่ก็มักเสิร์ฟในขนบเดิมๆ ต้องแก้วนี้กับค็อกเทลนั้น ไม่ได้ทำให้ตื่นตาตื่นใจเท่าร้านนี้ที่แหกไม่เหมือนชาวบ้าน
สั่งไป 2 แก้ว (เอ!!! รึจะเรียก 2 ขวดดี อิอิ) My Valentine สีแดงก่ำ จิบเบาๆ อร่อยเบาๆ อีกแก้วถูกใจเรา เพราะมีบ๊วยดองใส่มาด้วย รสบ๊วยซึมอยู่ในลำคอ ชื่นใจจริง แต่จิบไปจิบมาก็เริ่มรู้สึกว่าเข้มใช้ได้
จิบเครื่องดื่มจวนจะหมดแก้ว อาหารจึงค่อยทยอยลงโต๊ะ ถือว่าช้าจนน่าใจหาย ทำเอาเราก็ลืมหลังไปเลยว่าสั่งอะไรไปบ้าง ขอทวนกับพนักงานอีกรอบว่ามีอะไรบ้าง (นะ) 3 จาน 3 สไตล์ “ปลาตะไคร้สูตรญวน” “งบหมู” “เนื้อลูกเต๋าผัดพริกไทยดำ”
ระหว่างฟังรายละเอียดแต่ละจานอาหาร ดีเจก็เริ่มทำหน้าที่ของเธอ ใช่เธอเป็นดีเจหญิง ชื่อเสียงเรียงนามอย่าไปรู้เลย ให้เธอทำหน้าที่เถอะ เพราะเราเองก็ใคร่จะอยากรู้ ฟังแค่เพลงเธอที่เปิดแผ่นพอแล้ว ถูกใจ ไม่ถูกใจ หรืออยากจะขอเพลงโปรด เธอก็ยินดี
หลายเพลงออกแนวฟังกี หลายเพลงอยู่ในยุค 80 บางเพลงกลางเก่ากลางใหม่ แต่ประเภทใหม่จ๋ามาแรงบนบิลบอร์ด เธอก็ไม่น่าจะเปิดนะ เพราะไม่ใช่แนวทางของเธอและของที่นี่ด้วย
เพลงเพราะๆ ย้อมอารมณ์ด้วยเครื่องดื่ม แล้วก็อาหารจานเด็ด เฮ้ย!!! เผลอแป๊บๆ เมนูที่สั่งไปก็เริ่มจะพร่อง เพื่อนบอกรสชาติดีทุกจาน จ้างให้ก็ไม่เชื่อ เราต้องลองเองแล้วละ
อืม!!! รสชาติดีทุกจาน อร่อยทุกเมนู ขอยกนิ้วให้ว่าที่นี่ยังใส่ความอร่อยในแต่ละจาน ช้าแต่อร่อย ก็โอเค!!! แล้วก็ไม่ใช่เน้นให้คนมาจิบเหกล้าแกล้มบรรยากาศอย่างเดียว ยังสามารถจะแกล้มกับอาหารได้ด้วย เข้าท่า กินข้าว ดื่มเหล้า กินบรรยากาศ
ที่สำคัญ รสชาติอาหารเขาก็ไม่ได้เอาใจคนกรุงเทพฯ เผ็ดคือเผ็ด จัดด้วยเครื่องแกงและเครื่องปรุง แสดงว่าพ่อครัวแม่ครัวไม่ขี้เหนียวเครื่อง ประดังใส่เต็มชุด เลยได้ความอร่อย ถูกใจเราสุดๆ ในทุกอารมณ์
มูส เปิดตั้งแต่ 5 โมงเย็น ปิดประมาณ ตี 1 โทร. 082-580-9314, 02-108-9550
พาสเทล & โมโนโครม เรื่องราวของชายหญิง
พาสเทล & โมโนโครม เรื่องราวของชายหญิง
- 04 มกราคม 2556 เวลา 16:12 น.

อำลาปีเก่าไปยังไม่ทันอิ่ม ต้นปีแบบนี้เลยหาที่ชิล ชิล สำราญรับปีใหม่กันต่อเป็นไร อิอิ
โดย…ลีโอ เคน / ภาพ : วิศิษฐ์ แถมเงิน
พาสเทล & โมโนโครม (Pastel & Monochrome) คือบาร์สุดชิกที่เรามาเยือนในช่วงเวลาดีๆ พร้อมเพื่อนคนเดิมที่มาเติมเต็มความว่างโหว่ซึ่งกันและกัน เลยทำให้ต้นปีเต็มไปด้วยสีสันและความสุขเสียจริงๆ
“หนุ่มเป็ก” สถาปนิกหนุ่มเจ้าของร่างสมาร์ตฉายภาพ พาสเทล & โมโนโครม บาร์ที่เราแอบปลื้มเสียจนหลงว่าพาสเทลคือตัวแทนของผู้หญิง และโมโนโครมคือตัวแทนของผู้ชายที่ผสมผสานกันจนลงตัว
ร้านจึงตกแต่งด้วยโทนสีเคร่งขรึมแบบผู้ชาย มีการจับเอาสีขาว เทา และดำ มาร่วมแจมจนกลายเป็นเสน่ห์ที่ชวนค้นหา ก่อนจะบอกว่าสีสันของอาหาร เครื่องดื่ม รวมถึงผู้มาเยือนคือพาสเทล ที่มาแต่งเติมสุขเสียจนเต็มอิ่ม
เสน่ห์ยังไม่จบสิ้น…ภายในตกแต่งให้มีกลิ่นอายของสตูดิโอ มีไฟซอฟต์บ็อกซ์ไว้สำหรับบรรดาหนุ่มสาวที่ชอบถ่ายภาพ ช่วยให้ภาพนั้นละมุนเนียนน่าจดจำราวกับถ่ายจากช่างภาพมืออาชีพกันทีเดียว
ด้านนอกเปิดต้อนรับด้วยโทนเอาต์ดอร์น่านั่งนานๆ ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่และสนามหญ้า เชื่อมต่อด้วยโทนบาร์ที่เห็นลีลาของบาร์เทนเดอร์หนุ่มอย่างตั้งอกตั้งใจ โซฟาหนังมันขลับกับบาร์ขนาดใหญ่ ช่วยสานต่อรสนิยมของการตกแต่ง
และส่วนที่ขาดหายไปไม่ได้คือเครื่องดื่มและเมนูอาหาร ที่นี่เน้นเสิร์ฟอาหารยูโรเปียนและอาหารไทย เน้นหนักทั้งอาหารกลางวันและกลางคืน ทั้งเมนูหนักเบา เคล้ากับกับแกล้มเบาๆ
ค่ำคืนเป็นใจขนาดนี้ไม่รอช้าล่ะ ขอประเดิมกันด้วยเมนูที่มาช่วยสร้างความเป็นพาสเทล ทูน่าแซลมอนทาร์ทาร์ แซลมอนดิบรสหวานรับประทานกับน้ำจิ้มรสจัดจ้าน
อีกเมนู สไปซีชิคเคนวิง ไก่ทอดฉ่ำๆ พอสุก เสิร์ฟพร้อมกับบลูชีสวิปปิง รสชาติเข้มข้นตัดกันแบบปะทะสังสรรค์
หรือจะเป็น พาสเทล แอนด์ โมโนโครมสลัด สลัดหลากสีที่อุดมไปด้วยผักนานา มีทั้ง มะกอกดำ มะกอกเขียว เสิร์ฟมาพร้อมปลาทูน่า อร่อยจนลืมอิ่ม
กระซิบบอกอีกนิดว่าเนื้อของที่นี่นำเข้า ทั้งจากออสเตรเลียและอเมริกา ที่สำคัญยังสั่งซอสได้ตามใจ โดยเฉพาะน้ำจิ้มแจ่วขอบอกว่า จี๊ดดดดดได้ใจหลายๆ
พาสเทลไม่เต็มที่แน่ถ้ายังขาดเครื่องดื่ม ที่นี่เขาก็สรรหามาเอาใจกันเพียบ แค่เห็นเมนูเครื่องดื่มก็หนาวกันแล้ว
ผมและเพื่อนออกสตาร์ตกันด้วยเครื่องดื่มล่อลวง อย่างค็อกเทลสีสวยซิกเนเจอร์ของร้าน ทูพีซ ที่ชวนให้นึกถึงหญิงสาวที่แอบเซ็กซี่ริมหาด โดยมีเจลลีหนุบนุ่มให้เคี้ยวเพลินๆ
ต่อกันอีกสักแก้ว เซ็กซ์อินดิเคชัน ที่โอ้อวดด้วยวอดก้า แบล็กเปเปอร์ แตงร้าน และไข่ขาว ส่วนผสมในครัวแต่ถูกจับมาผสมจนเป็นเครื่องดื่มแก้วโปรด
แว่วมาว่าที่ร้านนี้เขาเน้นเอาใจแบบเต็มขั้น ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม และบรรยากาศ เสียงเพลงแจ๊ซคุ้นหูคลอเคล้ากับบทสนทนา และพิเศษไปกว่านั้นในค่ำคืนวันศุกร์และเสาร์จะมีไลฟ์แบนด์มาขับกล่อมกันสดๆ
โมโนโครมอาบด้วยความเป็นพาสเทลจนอิ่มเอมด้วยรอยยิ้มและอรรถรสแห่งการพูดคุย ที่เริ่มเต็มไปด้วยความสนุกสนานเพริดพลิ้ว
ค่ำนี้เพื่อนผมดูผ่อนคลายและคาดว่ากำลังมองหาอะไรใหม่ๆ มาเจือเรื่องรักบทเดิมที่เพิ่งอวสาน
โมโนโครมเช่นเราก็ได้แต่รำพันและฝันกับตนเองว่า สักวันคนจะมีพาสเทลมาช่วยชุบหัวใจหม่นๆ ให้เต็มไปด้วยสีสันกับเขาบ้างจริงมะล่ะ เพื่อนเอย…อิอิ
พาสเทล & โมโนโครม ทองหล่อ ซอย 25 เปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 10.0024.00 น. วันศุกร์เสาร์ ยาวไปถึงตี 1 โทร. 080-089-6996
โบราณบาร์ บ้านแห่งความสุขและความทรงจำ
โบราณบาร์ บ้านแห่งความสุขและความทรงจำ
- 21 ธันวาคม 2555 เวลา 10:06 น.

เดินเรื่อยเข้าไปในตรอกมะยมราว 50 เมตร “โบราณบาร์ แอนด์ บิสโทร” ตั้งอยู่ฝั่งซ้ายมือ ในบ้านทรงโคโลเนียลอายุกว่า 100 ปี
โดย…คีตะ ภาพ ภัทรชัย ปรีชาพานิช
คุณอาร์ต เจ้าของร้านเล่าว่า บ้านหลังนี้เป็นสมบัติที่ตกทอดมาตั้งแต่รุ่นปู่จนถึงเขาในวันนี้ ที่ผ่านมามีนักธุรกิจพยายามที่จะติดต่อขอซื้อ แต่เขาไม่ยอมขายด้วยบ้านหลังนี้เต็มไปด้วยความทรงจำ เพราะเขาเกิดและเติบโตในบ้านหลังนี้ ทั้งยังเป็นสิ่งที่ทำให้เขาระลึกถึงคุณปู่ ผู้ที่เขารักและผูกพัน ด้วยตัวบ้านที่สะดุดตาทำให้มีนักท่องเที่ยวซึ่งผ่านมาผ่านไปขอเข้าชมและถ่ายภาพบ้านหลังนี้เสมอ นอกจากเป็นบ้านที่ครอบครัวได้อยู่อาศัย วันนี้ชายหนุ่มตัดสินใจที่จะเปิดบ้านหลังนี้ให้คนอื่นๆ ได้มาชื่นชมความงดงามอันทรงคุณค่า ทั้งยังเป็นสถานที่รวมตัวของคนชอบกินดื่ม และชื่นชมของสวยงามเก่าแก่ จึงกลายเป็นที่มาของ โบราณบาร์ แอนด์ บิสโทร

โบราณบาร์เปิดให้บริการมาได้ราว 3 เดือนแล้ว ด้วยที่ตั้งซึ่งเป็นเสมือนโอเอซิสของนักท่องเที่ยวต่างชาติในเมืองไทย ทำให้ร้านนี้มีชาวต่างชาติมาอุดหนุนเสมอ แต่โดยความตั้งใจของเจ้าของร้านแล้วอยากให้คนไทยแวะมาเยี่ยมเยือนบ้านหลังนี้ เพื่อสูดกลิ่นของกาลเวลาในบ้านสไตล์โคโลเนียล ซึ่งรักษาโครงสร้างเดิมๆ ไว้ และนำของสะสมซึ่งคนรุ่นพ่อแม่เก็บรักษามาตกแต่งให้อารมณ์วินเทจหรือเรโทร
ชื่อร้านได้มาจากความเก่าแก่ของตัวที่ตั้ง โบราณบาร์ เป็นร้านขนาดกะทัดรัด แบ่งพื้นที่เป็นหน้าบาร์ด้านหน้าร้าน และบนตัวบ้าน เมื่อมานั่งที่นี่ลูกค้ายังจะได้เดินทางย้อนเวลากลับสู่อดีตกับบทเพลงเก่าๆ ซึ่งเปิดเป็นแบ็กกราวด์ ส่วนใหญ่เป็นงานจากยุค 1960-1970 (ไม่อยากให้คนรู้ว่า “แก่” ก็แค่ฟังอย่าได้ร้องตามเป็นอันขาด555) เหมาะสำหรับคนชอบฟังเพลงโอลดี ในอนาคตอาจจะมีวงดนตรีแสดงสดมาบรรเลงเบาๆ แต่ยังคงคอนเซปต์สไตล์เพลงไว้

ตัวบ้านและเพลงที่เปิดทำให้ โบราณบาร์ แตกต่างจากร้านอื่นๆ ใกล้เคียง หากถวิลหาบรรยากาศเรียบง่าย ไม่วุ่นวาย ผ่อนคลาย และเป็นกันเอง มาคนเดียวก็ไม่ต้องกลัวเหงาเพราะหุ้นส่วนร้านนี้เปี่ยมด้วยไมตรีและมนุษยสัมพันธ์ แถมมีฟรีไวไฟไว้ให้ลูกค้าท่องอินเทอร์เน็ตได้สะดวกสบาย
อาหารแนะนำคือ ไก่เชกซึ่งเป็นไก่ทอดและนำมาคลุกเคล้ากับเครื่องปรุงต่างๆ ไม่ว่าจะต้นหอม น้ำตาล ฯลฯ แล้วเสิร์ฟกับสลัดผัก ไก่ทอดกรอบนอกนุ่มในกินเพลินจนหมดจานไม่รู้ตัว อีกหนึ่งจานคือ สปาเกตตีผัดฉ่าทะเล ผัดแห้งๆ แล้วโรยด้วยกะเพรากรอบ เป็นอาหารจานที่ผสมผสานระหว่างตะวันตกและไทย ร้านนี้มีอาหารทั้งประเภทกับแกล้มและกับข้าว ส่วนใหญ่เป็นอาหารจานเดียว โดยมีคุณแม่เจ้าของร้านซึ่งเคยทำร้านสเต๊กมาก่อนเป็นคนดูแล

ส่วนเครื่องดื่มมีทั้งค็อกเทล เบียร์ และ วิสกี ตัวเด่นของร้านคือ เมลอน ซาวร์ ผสมจากเหล้าเมลอน มะนาว และน้ำเชื่อม หอมๆ เปรี้ยวๆ นอกจากนี้มีไหมไท โมฮิโต ฯลฯ ให้สั่งมาดื่ม อาหารและเครื่องดื่มร้านนี้ก็ราคาไม่แพงเลย อย่างไก่เชก 65 บาท สเต๊กราคา 130 บาท เป็นต้น
ร้านนี้เปิดบริการทุกวันยกเว้นวันอาทิตย์ ตั้งแต่ 17.00 น. เรื่อยไปถึงเที่ยงคืน ทุกวันจันทร์ศุกร์ ให้บริการอาหารกลางวันในช่วง 11.00 น. ด้วย หากไปไม่ถูกโทร. 02-629-4071 หรือ 086-558-6041 และ 088-680-8555
สำหรับคนที่ชื่นชอบบรรยากาศย้อนยุคในอารมณ์ชิลชิล อยากจะให้แวะไปเยือนบ้านแห่งความสุขและความทรงจำหลังนี้



มิตรใหม่แสนสบาย @ โยฮัน บิสโทร
มิตรใหม่แสนสบาย @ โยฮัน บิสโทร
- 14 ธันวาคม 2555 เวลา 09:09 น.

ในวันที่อากาศเป็นใจ เราไม่รีรอที่จะแวบไปซอยทองหล่อ 5 เพราะรู้มาว่าที่แฮงแห่งใหม่เปิดบริการแล้ว (น่ะสิ)
โดย…โจ เกียรติอาจิณ
ในวันที่อากาศเป็นใจ เราไม่รีรอที่จะแวบไปซอยทองหล่อ 5 เพราะรู้มาว่าที่แฮงแห่งใหม่เปิดบริการแล้ว (น่ะสิ)
เราเจอจังๆ กับร้านที่มีตัว J เป็นสัญลักษณ์ โดย J นั้นย่อมาจาก Johann
Johann เป็นชื่อเจ้าของร้าน “โยฮัน” ชื่อเต็มๆ ของเขาคือ “คริสเตียน โยฮัน คอสท์เนอร์”
โยฮันเป็นลูกครึ่งไทย-อิตาเลียน แม่ไทย พ่ออิตาเลียน เป็นเชฟใหญ่ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ เขาเคยไปใช้ชีวิตโลดโผนโจนทะยาน เป็นเชฟที่อิตาลี อังกฤษ และฝรั่งเศส ก่อนจะตัดสินใจบินกลับมาอยู่เมืองไทยถาวร พร้อมติดปีกความฝันว่าอยากจะเปิดร้านอาหาร
แล้ววันนี้ฝันเขาก็เป็นจริง เขามีร้านอาหารแนวบิสโทร ชื่อว่า “โยฮัน บิสโทร” เน้นคอนเซปต์หลัก Shop, Dine & Wine ภายใต้การตกแต่งสไตล์โมเดิร์น โปร่งและสวย สะดุดตาด้วยโทนสีขาว ตัดกับเฟอร์นิเจอร์สีดำและแดง นั่งชิลๆ ได้ตามสบาย

แม้รากเหง้าของเชฟโยฮันจะเป็นลูกครึ่งไทยอิตาเลียน แต่อาหารที่เขาทำเสิร์ฟลูกค้าหาได้เน้นอิตาเลียนหรือไทยไม่ เขาบอกที่นี่รวมมิตรไว้ซึ่งอาหารยุโรป หลากสัญชาติ หลายจานเด็ด
“อาหารของผมจะเป็นสไตล์โฮมคุกกิง เป็นอาหารง่ายๆ เบสิกๆ วิธีทำของผมก็ทำแบบสเต็ป บาย สเต็ป ไม่มีการลัดขั้นตอน ไม่มีชอร์ต คัต ตามสูตรดั้งเดิม มันอาจต้องใช้เวลาเตรียมนานหน่อย แต่มันคุ้มค่ามากๆ กับอาหารที่เสิร์ฟต่อหน้าคุณ”
ด้วยชื่นชอบแนวคิดร้านอาหารบิสโทรเป็นทุนเดิม เชฟโยฮันจึงคงความเป็นบิสโทรไว้อย่างเต็มขั้น ไม่ว่าจะบรรยากาศ การบริการ ความเป็นกันเอง จนถึงความต้องการของลูกค้าที่อยากลิ้มลองเมนูพิเศษ ด้วยการเลือกวัตถุดิบที่โชว์อยู่ในร้านมาให้เชฟทำอาหาร หรืออยากจะช็อปวัตถุดิบนำเข้า กลับไปทำกินที่บ้าน เชฟโยฮันก็ยินดี
“ถ้าคุณทำอาหารง่ายๆ มันก็จะสามารถปรับเปลี่ยนอะไรได้ง่าย ยิ่งเป็นบิสโทรด้วยแล้ว ผมว่ามันง่ายมากที่จะปรับเปลี่ยนอะไรก็ได้ตามใจลูกค้า ลูกค้าอยากกินเมนูพิเศษ เราก็พร้อมจะทำให้ได้ หรือไม่มีเราก็พร้อมจะปรับเปลี่ยนวัตถุดิบที่ทางร้านมี ซึ่งผมว่ามันสนุกและท้าทายตรงนี้แหละ”
Johann’s Ceasar Salad ซีซาร์สลัดรสฉ่ำจากบัลซามิก ซ่อนความเปรี้ยวนิดๆ ใส่พริกไทยดำเยอะหน่อย ร้านอื่นซีซาร์สลัดกินแล้วเลี่ยน แต่ซีซาร์สลัดสูตรเชฟโยฮัน เลี่ยนน้อยและกินได้เรื่อยๆ ที่สำคัญยังเพิ่มความกรุบกรอบด้วยทอดเคี้ยวอร่อยยิ่งขึ้น
Salad of Poached Tiger Prawns Sweet Mango สลัดจานเด่นที่มีมะม่วงเป็นพระเอก สอดแทรกความอร่อยด้วยกุ้งลายเสือ พร้อมน้ำสลัดสูตรพิเศษที่ทำจากขิงผสมกับน้ำส้ม โอ้ว้าว!!! สด กรอบ หอม หวาน เปรี้ยว ถูกใจคนชอบมะม่วง (เยี่ยงเรา)

Seafood Risotto with Squid Ink จานเด็ดมัดใจแฟนๆ ริซ็อตโต เข้มข้นด้วยข้าวและครีม ครีมมีๆ ตามสไตล์อิตาเลียนริซ็อตโต แต่แหวกไม่เหมือนที่ไหนๆ คือ เชฟโยฮันดับคาวของหมึกปลาหมึกด้วยเครื่องเทศไทย กินแล้วไม่มีกลิ่นคาวติดลิ้น
Pan-fried Lamb จานหลักที่เชฟโยฮันบอกว่าความอร่อยอยู่ที่ความเรียบง่าย ใช้ขาแกะที่ดีที่สุด หมักกับส่วนผสมตามสูตร แล้วก็จัดการจี่ แค่นี้ก็ยกเสิร์ฟทันที
“ผมอยากให้เมนดิชเป็นอะไรที่ประทับใจสำหรับลูกค้า และอยากให้เขาพูดถึงมัน ทั้งๆ ที่มันเป็นจานที่เรียบง่ายที่สุด ไม่ได้เวอร์เรื่องการตกแต่งจาน ไม่จำเป็นต้องใช้เทคนิคแปลกมาเป็นตัวช่วยเลย”
คนชอบดื่มมาที่นี่ก็ไม่ผิดหวัง เชฟโยฮันขนเครื่องดื่มมาให้จิบแบบไม่อั้น ยิ่งเฉพาะไวน์และค็อกเทล ไวน์เกรดดี ราคาไม่แพงเวอร์ จากทุกซีกโลกโคจรมาเจอกัน รอให้คอไวน์ไปแวะจิบ
ส่วนซิกเนเจอร์ดริงก์ที่ห้ามพลาด ได้แก่ Johann Drink มีส่วนผสมระหว่างไวน์แดงกับน้ำส้ม Cherry Temple กับ Cherry Daiquiri สีสวยหวานจับใจทั้งสองแก้ว รวมถึง Big Blue Sexy ก็ให้รสชาติเซ็กซี่ลึกลับสมชื่อ

แต่ที่อยากให้ลอง คือ Mango Mojito น้ำมะม่วงและเนื้อมะม่วงผสานกันในส่วนผสมโมจิโต จนกลายเป็นโมจิโตมะม่วง หอมหวานจิบแล้วชื่นใจ รสชาติมะม้วงมะม่วง
“ปกติโมจิโตทั่วไปก็จะไม่มีส่วนผสมเยอะ ผมอยากให้มันแปลก ก็เลยทดลองใส่น้ำมะม่วงกับเนื้อมะม่วง ผมว่ามันโอเคเลยนะ แปลกและกินได้ด้วยครับ”
ที่นี่ไม่มีไลฟ์แบนด์ มีแค่เสียงดนตรีเบาๆ คอยให้จังหวะเคล้าคลอระหว่างการลิ้มรสอาหาร ประสานไปกับการจิบเครื่องดื่มแก้วโปรด ไม่เว้นกระทั่งช่วงเวลาที่คุณกำลังช็อปสินค้าอย่างเพลินอารมณ์ เสียงดนตรีเบาๆ ก็ยังจะทำหน้าที่อยู่ข้างๆ หู นี่ละคือเอกลักษณ์มิตรใหม่ (ของเรา)
โยฮัน บิสโทร ทองหล่อซอย 5 (ซอยไปดีมาดี) เปิด 2 ช่วง 11.30-14.30 น. และ 18.00-24.00 น. โทร. 02-712-5070
ชิลๆ บ้านเพื่อน @ ควินซ์ อีทเทอรี แอนด์ บาร์
ชิลๆ บ้านเพื่อน @ ควินซ์ อีทเทอรี แอนด์ บาร์
- 07 ธันวาคม 2555 เวลา 16:01 น.

โดย…ลีโอ เคน / ภาพ : วิศิษฐ์ แถมเงิน
เย็นย่ำอันเคว้งคว้าง ค่ำวันนั้นผมมีนัดกับเพื่อนไปที่ร้านควินซ์ อีทเทอรี แอนด์ บาร์ บาร์สุดชิกแห่งใหม่ย่านถนนสุขุมวิท 45 และที่นี่นั่นเองที่ทำให้ความเคว้งคว้างกระเด็นไกล อิอิ
ควินซ์ อีทเทอรี แอนด์ บาร์ (Quince Eatery & Bar) บาร์และร้านอาหารสุดชิก อยู่ติดกับร้านเฟอร์นิเจอร์สุดแนว คาซา พาโกดา ใกล้ๆ กับปากซอยสุขุมวิท 45 เปิดต้อนรับเราด้วยกลิ่นอายชนบทของฝรั่งเศสในสไตล์แคชวลที่ให้ความรู้สึกที่แสนสบาย สัมผัสได้ทุกมุมมองราวกับมานั่งชิลกันที่บ้านเพื่อนยังไงยังงั้นเลยทีเดียว

เปิดต้อนรับทั้งโซนเอาต์ดอร์ด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้และเหล็กที่ดูแกร่งกล้า ทว่าผสานกันจนอบอุ่น ยังมีมุมสวนด้านหลังให้นั่งชิล และสานต่อที่ด้านในด้วยสไตล์เดียวกัน เดินผ่านสู่ด้านหลังให้ความสัมผัสที่แสนสบายเข้าไปอีกกับโซฟานุ่มๆ น่านั่งนานๆ ทั้งโคมไฟและภาพโปสเตอร์กลิ่นอายลูกทุ่ง ยิ่งทำให้ยิ้มไม่หุบเพราะอิ่มใจ และสัมผัสได้ว่ามื้อนี้จะเป็นมื้อพิเศษที่ไม่ยุ่งยากและซับซ้อนใดๆ
บทสนทนาเริ่มต้น…เราเริ่มต้นคุยกันสัพเพเหระในฐานะคน (ค่อยๆ) คุ้นเคย เพื่อนผมดูเหมือนมีเรื่องกังวลใจฝังอยู่ เสียงเพลงเบาๆ สไตล์อินเฮาส์ค่อยๆ บรรเลง แสงไฟสลัวๆ เริ่มต้นฉายแสง ช่วยให้บทสนทนาคาใจค่อยๆ เผย ทำให้รับรู้ว่าที่แท้เพื่อนผมกำลังวังวนกับบทรักกับหญิงสาวที่เพิ่งเริ่มต้นไม่นาน

อันที่จริงแล้ว ควินซ์ ก็คือชื่อของผลไม้สีทอง รูปร่างคล้ายๆ ลูกแพร รสชาติออกเปรี้ยวหวาน เป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมมากในแถบยุโรป ในอดีตชาวกรีกจะถือว่า “ควินซ์” เป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ที่จะมอบให้กับเจ้าสาวในวันแต่งงาน ด้วยเหตุนี้ไงเล่าอาหารของที่นี่จึงไม่ธรรมดา ซึ่งเชฟจะใส่ใจในเรื่องของความสด รสชาติ และคุณภาพของแต่ละจานแบบจัดเต็ม ถึงขนาดที่ว่าจะซีเรียสและคิดหนักถ้าพวกเรากินอาหารเหลือกันทีเดียว
อาหารของที่นี่มีความพิเศษตรงที่เน้นเสิร์ฟอาหารโฮมสไตล์ จากรอบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทั้ง อิตาลี ฝรั่งเศส สเปน กรีซ แถมยังมีแบบเลบานอน ฟังดูคงรู้สึกยุ่งยาก แต่มันกลับเป็นอาหารจานง่ายๆ หน้าตาสะสวยแบบบ้านๆ ไม่ได้หรูหราจนเกินสัมผัส แต่ขอโทษรสชาติกลับน่าจดจำยิ่ง
เมนูแรกวันนี้ สปาเกตตีผัดปู สปาเกตตีเส้นนุ่มผสานกับปูจากท้องทะเลไทยผัดด้วยซอสมะเขือเทศ เจือด้วยความจัดจ้านของพริกและเครื่องเทศ ผัดแบบแห้งๆ จัดจ้านพอประมาณ

แต่เมนูที่ผมและเพื่อนปลื้มนักก็คือ โคฟี่ฟ็อก หรือหมูสามชั้นชิ้นโตทอดมาแบบกรอบนอกนุ่มใน ซึ่งใช้กรรมวิธีการทำแบบฝรั่งเศสที่ทอดนานๆ จะยิ่งนุ่มลิ้น ผสานกับผลฟิกหรือผลมะเดื่อจากเชียงใหม่ ที่ให้ความหวานมันออกเปรี้ยวหวานนิดๆ ใส่หอมแดงซอย และน้ำมันมะกอก อร่อยมาก
อีกเมนูที่หน้าตาบ๊าน บ้าน แต่รสชาติอร่อยน่าใจหาย คิวแม็กคาเรล หรือปลาอินทรีย์จากอันดามัน หมักด้วยเกลือ น้ำตาล ผักชี และน้ำมันมะกอก ปรุงรสเพิ่มเติมด้วยพริกไทย แต่งหน้าตาด้วยพริก นุ่มอร่อยจนลืมคาว
รอยยิ้มและเสียงหัวเราะค่อยๆ เริ่มผสาน เมื่อเราตักอาหารจานโปรดลงคอ ก่อนหันหน้าไปสั่งเครื่องดื่มมาเพิ่มความคล่องคอรื่นใจ เมนูลิสต์เครื่องดื่มยาวเหยียด มีทั้งเครื่องดื่มสีสวยตระกูลค็อกเทล ทั้งเรโทรที่เจือแอลกอฮอล์กับสไตล์โมเดิร์นที่มีเรื่องของฟรุตตีมาให้ลิ้มลองได้แบบง่ายๆ และชวนหลง

แก้วแรกสำหรับค่ำคืนนี้ หน้าตาสะสวยเยี่ยงสาวน้อย เบอร์รี มาร์ตินี เบอร์รีผลไม้เมืองไทย ใส่วอดก้า และอีกแก้วตามมาแบบเข้มข้นกับ โมจิโต้ ที่ใส่สเน็กฟรุต ผลไม้ของไทย พร้อมทั้งใบสะระแหน่ แอบเก๋ด้วยการใช้พริกหยวกใหญ่สีแดงสดที่ใช้เป็นที่คน ไม่รู้สิรู้สึกชอบแก้วนี้จัง
นอกจากนี้ ยังมีไวน์ลิสต์ให้เลือกอยู่หลากหลาย และเชื่อได้เลยว่าคุณจะสัมผัสได้กับไวน์ชั้นเลิศ เพราะหนึ่งในหุ้นส่วนถือเป็นไวน์เมกเกอร์ระดับมืออาชีพที่คัดสรรไวน์มาเอาใจด้วยตัวเองกันเลยนะครับ
ผู้คนเริ่มหลั่งไหลเข้ามาจับจองที่นั่ง บ้างมาเป็นคู่ บ้างมาเป็นหมู่ เสียงพูดคุยคลอเคล้ากับดนตรีและเสียงหัวเราะ ผสานกับเครื่องดื่มที่ยิ่งช่วยทำให้สถานที่แห่งนี้มีสีสัน

ผมและเพื่อนเปลี่ยนมุมนั่งไปรอบๆ ร้าน สรรหาเรื่องราวมาถามไถ่พูดคุย เรื่องหนักใจค่อยๆ บางเบา เบียร์ฟองเบานุ่มขวดแล้วขวดเล่า ค่อยๆ กล่อมให้เราเลือนความกังวล
แม้จะรู้ว่าปมในใจยังไม่ลบเลือน การรอคอยยังพอมี แต่ด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะก็ทำให้รู้ว่าที่นี่ล่ะที่ทำให้ความเคว้งคว้างกระเด็นไกลได้จริงๆ จริงมั้ยเพื่อน อิอิ!!!
สัมผัสความสบายในวิถีบ้านเพื่อนได้แล้ววันนี้ ที่ ควินซ์ อีทเทอรี แอนด์ บาร์ สุขุมวิท 45 เปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 11.30-14.30 น. และดินเนอร์กับคนรู้ใจได้ตั้งแต่เวลา 18.30 น. ยาวไกลไปถึงวันใหม่ เวลา 01.00 น. โทร. 02-662-4478 เว็บไซต์ www.quincebangkok.com
แสดงตัวตนประสาคนชิล @ ดิ แอตติจูด บิสโทร แอนด์ บาร์
แสดงตัวตนประสาคนชิล @ ดิ แอตติจูด บิสโทร แอนด์ บาร์
- 30 พฤศจิกายน 2555 เวลา 12:10 น.

จะแวะไปชิลแถววิภาวดีรังสิต มีที่ไหนน่าสนใจ!
โดย…ณัฐพล ช่วงประยูร / ภาพ ณัฏฐ์ฐิติ อำไพวรรณ
ขอแนะนำร้านเก๋ล่าสุดที่ ซอยโชคชัยร่วมมิตร (วิภาวดีรังสิต 16) “ดิ แอตติจูด บิสโทร แอนด์ บาร์” (The Attitude Bistro & Bar) อาหารอร่อย ร้านสวย เพลงฟังสบาย ครบทุกประการ…ชิล
ท่ามกลางห้องกระจกใส ปูนเปลือย สนามหญ้า โต๊ะ เก้าอี้ไม้ ก้านโคมไฟ และความทันสมัยของสีสันที่นำมาผสานรวมกันเป็นร้าน นั่นรวมถึงความประหลาดใจในสไตล์เมนู รวมถึงบรรดาเครื่องดื่ม ค็อกเทล และไวน์

ค่าที่เจ้าของร้านทั้ง 3 ท่าน รักไลฟ์สไตล์กินดื่ม และมองเห็นสถานที่เหมาะเจาะเข้าทาง และมีโอกาสที่ย่านวิภาวดีซอยต้นนี้ยังไม่มีร้านแฮงเอาต์ที่โดนใจเลย รวมถึงพวกเขายังมีอาหารจานอร่อยที่อยากนำเสนอให้คนอื่นๆ ได้รับประทาน ระหว่างนั่งพักที่มุมสวนฟังดนตรีสดอะคูสติกสุดชิล ส่วนด้านในเป็นครัวเปิดให้ได้ชมการจัดตกแต่งอาหาร และนั่งพลอดรักกันท่ามกลางสไตล์ อินดรัสเตรียลลอฟท์ พร้อมชมแผงไวน์ที่มีไม่มากมายแต่มากพอรับรองทุกคนที่มาเยือน
ที่ต้องชื่อร้านอย่างนี้ เพราะเชื่อว่า “ทัศนคติ” เป็นตัวกำหนดรสนิยม การกินดื่มสังสรรค์ บวกกับเวลาปาร์ตี้ทุกๆ คนสามารถเผยแอตติจูดตนเองอย่างที่เป็นได้ ไม่ต้องสนใจใคร

เมนูแนะนำ สลัดซิกเนเจอร์ของที่นี่อร่อยลงตัว ไส้กรอกหมูรมควันย่างหอมไส้กรอกแท้รสชาติดี แอตติจูดฟรายเลิฟเวอร์มันฝรั่งทอดกับดิปปิงไม่ซ้ำใคร ผัดฉ่านกกระจอกเทศราดข้าวอันนี้สำหรับคนหิวจัด และต้องการกินเนื้อไม่ธรรมดา ยังมีแฮมเบอร์เกอร์หมูสไตล์โฮมเมด แย่งกันสนุกเลย
ถ้าเป็นค็อกเทลแก้วเก๋ มี “แมสซี เดอะ ไมนด์” “แบงค็อก เมโทร” และ “เอ็กวาย โครโมโซม” ที่ต้องลองเอง รวมถึงไวน์หลากชนิดพร้อมรับรอง
มองเห็นคนโน้นคนนี้เดินขวักไขว่ แต่ใจก็ยังอยู่ที่อาหาร เครื่องดื่ม และคนตรงนี้ แวะมา “ดิ แอตติจูด” สิครับ ที่นี่เปิดบริการทุกวัน เวลา 17.00-01.00 น. โทร. 02-275-4288 อีเมล์theattitudebkk@gmail.com





ฟองพรายความสุขกลิ่นอายปารีเซียง ลาพาร์ต แชมเปญบาร์
ฟองพรายความสุขกลิ่นอายปารีเซียง ลาพาร์ต แชมเปญบาร์
- 23 พฤศจิกายน 2555 เวลา 15:24 น.

เมื่อลิฟต์หยุดที่ชั้น 32 เสียงเพลงจังหวะเก๋ไก๋ก็ออกมาต้อนรับเราเข้าสู่ ลาพาร์ต (L’Appart)
โดย…คีตะ / ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน
ห้องอาหารและแชมเปญบาร์ ซึ่งตั้งอยู่บนชั้น 32 ของโรงแรมโซฟิเทล กรุงเทพ สุขุมวิท
หลังจากย่างเท้าเข้าไปภายใน เราก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายฝรั่งเศสที่อบอวล การตกแต่งแบบโอสมานน์สไตล์ ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากสถาปัตยกรรมของปารีสในศตวรรษที่ 19 สร้างสรรค์บรรยากาศสบายๆ และแสนอบอุ่น ทั้งยังมีพื้นที่เอาต์ดอร์ให้ดื่มกินพร้อมชมทิวทัศน์อันงดงามยามราตรีของถนนสุขุมวิท

ลาพาร์ต เกิดจากคอนเซปต์ที่น่าสนใจ และมีต้นเรื่องมาจากชายคนหนึ่ง … หลังจากเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วโลก คุณลุงผู้ร่ำรวยจากมหานครปารีสก็ได้เป็นเจ้าของอพาร์ตเมนต์ใจกลางกรุงเทพฯ บนถนนสุขุมวิท เขาตกแต่งห้องครัว ห้องสมุด ห้องนั่งเล่น ฯลฯ ด้วยข้าวของซึ่งได้มาจากหลายดินแดนทั่วโลก เมื่อจะต้องออกเดินทางอีกครั้ง คุณลุงได้มอบห้องนี้ไว้ให้หลานชายเป็นคนดูแล จากนั้นอพาร์ตเมนต์หรูของคุณลุงก็กลายเป็นสถานที่สำหรับปาร์ตี้สังสรรค์ในกลุ่มเพื่อนของหลานชายตัวดี ทุกค่ำคืนชายหนุ่มมีอาหาร เครื่องดื่ม ดนตรี และแม้กระทั่งวิวสวยๆ ให้แขกของเขาได้รื่นรมย์
ในส่วนแชมเปญบาร์ของ ลาพาร์ต เหมาะเหลือเกินสำหรับการดื่มด่ำบับเบิ้ล (แชมเปญ) … ฟู้ด กับเพื่อนๆ อาหารและเครื่องดื่มโดยเชฟเจเรอมี ตูเรท์ ผู้มีประสบการณ์เชี่ยวกรำยาวนาน อาหารที่เสิร์ฟในส่วนบาร์เป็นทาปาสจานเล็กจานน้อย แต่อร่อยมากมายสไตล์ฝรั่งเศส ด้วยเลือกใช้วัตถุดิบที่ดีที่สุด ปรุงด้วยกรรมวิธีพิถีพิถัน ขณะที่เครื่องดื่มแชมเปญเก็บไว้เต็มเซลลาร์ให้เลือกสรรค์ไปดื่ม หรือจะเป็นไวน์จากทั่วโลก เบียร์จากนานาชาติ รวมทั้งดริงก์สีสันสวยงามอย่างค็อกเทล มีทั้งแก้วคลาสสิกและสร้างสรรค์ขึ้นใหม่

ค็อกเทลแนะนำ คือ MaiTini ค็อกเทลแก้วสีส้ม ผสมจากไวต์รัม น้ำส้ม น้ำสับปะรด และเกรนาดีนไซรัป หรือจะเป็น Sprite Me แก้วสีฟ้าซึ่งมีวอดก้า น้ำสับปะรด บลูคูราเซา น้ำมะนาว และไวโอเลตไซรัป สำหรับคนที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์แก้วใหญ่ๆ สีเหลืองที่เรียกว่า Milky Mango นั้นก็น่าสนใจ รสชาติหวานอร่อยและสดชื่นด้วยน้ำมะม่วงปั่นกับนมและราสพ์เบอร์รีซุป
เมนูทาปาสนั้นสั่งมารับประทานได้ตั้งแต่ 5 โมงเย็นถึงเที่ยงคืน จานที่อยากให้ลองชิม คือ ทูน่าห่อด้วยงาขาวดำ และสาหร่ายวากาเมะ 4 ชิ้น ราคาแค่ 150 บาทเท่านั้น กุ้งแม่น้ำกรอบๆ เสิร์ฟกับซอสมูสเซลลินแครอตและขิง อร่อยเด็ดแบบไม่กลัวอ้วนต้องเป็นตับห่านทอดเสิร์ฟกับชัตนีย์มะม่วง ราคาอาหารและเครื่องดื่มในเมนูเป็นราคาเน็ตๆ ไม่มีบวกอื่นๆ เพิ่ม ค็อกเทลนั้นเริ่มต้นตั้งแต่ 280 บาทถ้วนขึ้นไป ทาปาสอร่อยๆ จานละร้อยกว่าบาทก็ยังมี

พร้อมกับการดื่มกิน ดีเจสาวสวยประจำสเตชันเพื่อนำเสนอบทเพลงพิเศษสำหรับทุกคน ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 21.00 น. ไปจนถึงดึกดื่น จากจังหวะเนิบช้าไปจนถึงคึกคักเร่งเร้า ลาพาร์ต แชมเปญบาร์ เปิดให้บริการตั้งแต่ 17.00 น. เรื่อยไปถึง 01.00 น. ทุกวัน สำรองที่นั่ง 02-126-9999 ต่อ 3005
ฤดูหนาวและช่วงเทศกาลคริสต์มาสปีใหม่ที่จะมาถึง ลาพาร์ต คงจะคึกคักไปด้วยผู้คน เพราะบรรยากาศของที่นี่เหมาะสำหรับการเฉลิมฉลองหรือพบปะสังสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นคู่รักหรือกลุ่มเพื่อนฝูง หรือแม้แต่จะหลบมุมมาพูดคุยธุรกิจ
ทุกค่ำคืน ฟองพรายความสุขกลิ่นอายปารีเซียงกรุ่นอวนไปทั่ว ลาพาร์ต แชมเปญบาร์


ไวน์ ไอ เลิฟ ยู บอกรักคนรักไวน์
ไวน์ ไอ เลิฟ ยู บอกรักคนรักไวน์
- 16 พฤศจิกายน 2555 เวลา 08:29 น.
โดย…โจ เกียรติอาจิณ
มีคนรักก็ต้องบอกรักบ่อย (นะคร้าบ) แต่ถ้ารักไวน์ ก็ต้องหมั่นบอกไวน์ให้สม่ำเสมอ (นะคร้าบ)
ครองใจคอไวน์มาแล้ว 2 สาขา (CDC เลียบทางด่วนเอกมัยราม-อินทรา+เมกาบางนา) ถึงคราที่จะได้ฤกษ์ขยับขยายมาเอาใจคอไวน์ใกล้เมืองเสียที
โครงการ เอ สแควร์ สุขุมวิท 26 คือ สาขาใหม่ของ “ไวน์ ไอ เลิฟ ยู” อยู่ไม่ไกลจากออฟฟิศโพสต์ทูเดย์ (เปรี้ยวปากอ่ะ) และก็ไม่น่าจะไกลสำหรับคอไวน์ย่านนี้เช่นกัน
ร้านใหญ่โตมากกกกกก โอ่อ่า ตกแต่งหลากสไตล์ หรูหรามั้ย ก็ถือว่าหรูหรากว่า 2 สาขา ใครไปก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไปเบียดเสียด อัดแน่นกับผู้คน เพราะพื้นที่มี 3 โซนให้เลือก
นั่งข้างนอกโอเพน ชิ้ลชิล ชอบนั่งส่วนตัวก็จองโซนห้องกระจก เริ่ดๆ เชิดๆ อย่าได้แคร์ใคร แต่ถ้าอยากพบปะคนอื่นที่ไม่ใช่กลุ่มเพื่อนพ้อง ก็โซนกลางร้าน สังเกตง่ายๆ มีธงชาติอังกฤษผืนเบ้อเริ่มแขวนอยู่
ที่นี่ยังคงคอนเซปต์เน้นไวน์ ไวน์โลกเก่า ไวน์โลกใหม่ ให้จิบไม่อั้น ตามแต่เงินในกระเป๋า แต่จะให้ดี จงเลือกไวน์ที่ตัวเองชอบ นั่นแหละกู้ดไวน์

แต่คอเครื่องดื่มมาแล้วก็ไม่ผิดหวัง ทุกวี่วันเขาพร้อมเสิร์ฟค็อกเทลซิกเนเจอร์ให้จิบ จิบเบา จิบหนัก ก็ขึ้นอยู่กับว่าชอบแบบไหน สามารถสั่งบาร์เทนเดอร์ได้ ที่อยากแนะนำ ได้แก่ Bloody Rum Punch รัมเบาๆ ท็อปด้วยไวน์แดง อีกแก้วที่ใช้รัมเป็นส่วนผสม Linda สีม่วงสดใสประกายวาว
ไม่โปรดเครื่องดื่มจำพวกที่มีแอลกอฮอล์ ก็เช่นว่าค็อกเทลของหวานให้ชิม งงๆๆ ละสิ อะง่ายๆ ก็คือ ช็อกโกโก มัตชะ ช็อกโกแลต ครีมบรูเล ที่เสิร์ฟมาในรูปแบบค็อกเทลเท่านั้น อย่าคิดเยอะ เรียกว่าเป็นลูกเล่นที่ไม่ซ้ำใครดี
มาร้านไวน์ทั้งที ไม่ชิมจานเด็ดดวงก็แปลกแล้วล่ะ ที่นี่ขึ้นชื่อหลายจาน คนที่ชอบกินกับแกล้มน่าจะถูกใจ เพราะเขามีเมนูให้ลิ้มทั้งสลัด สเต๊ก หรือชอบสไตล์เม็กซิกันก็มี “นาโช” “วากาโมเล” “เม็กซิกัน เบอร์ริโตพาย” ลองแล้วจะติดใจ ว้าวๆๆๆๆ
ที่ขึ้นชื่ออีกอย่างก็ต้อง พาสตา เขาทำอร่อย สาขาไหนสาขานั้น ไม่เสียเวลาสั่ง สาขานี้ก็เช่นกัน สั่งเลย ยิ่งเฉพาะพาสตาเอาใจคนไทย “สปาเกตตีแอนโชวีไทย” ขอย้ำว่าแอนโชวีไทย ไม่ใช่แอนโชวีฝรั่ง โอ้แม่เจ้า!!!? อย่าถามรายละเอียดว่าเป็นปลาร้าไทยหรือเปล่า ต้องไปลองกันเองนะคร้าบ

เมนูเด็ดที่ไม่เป็นรองที่ไหน ก็ต้องยกให้ “ซี่โครงหมูสูตรดั้งเดิม” ชิ้นโตๆ ซี่โครงที่คลุกเคล้าส่วนผสมสูตรพิเศษ แทะสนุกจานนี้ แต่ต้องมั่นใจว่าชอบแทะจริงๆ
อร่อยอีกสักจาน เมนูลูกผสม ฟิวชันจ๋าๆ ญี่ปุ่น+อิตาเลียน “ทูน่าคลุกงาดำงาขาว เสิร์ฟเคียงกับเส้นพาสตาหมึกดำ” แต่ชอบอะไรง่ายๆ ไม่ต้องเยอะ ก็ควรจะสั่ง “เปลือกมันฝรั่งอบชีส” หรือจะเป็น “รวมมิตรชีสทอด” จิ้มซอสแอปริคอต อร่อยเด็ด ออกไทยอีสาน ลูกครึ่ง ดูโมเดิร์นนิดๆ ก็ต้อง “ลาบทอดเบอร์เกอร์”
ผ่านไปผ่านมาแถวนั้นก็แวะ ไปค่ำๆ ยังมีที่นั่ง ไปดึกๆ ก็ต้องทำใจ เพราะคนแยะ ที่นั่งเต็ม ไวน์ ไอ เลิฟ ยู สาขา เอ สแควร์ สุขุมวิท 26 เปิดตั้งแต่ 4 โมงเย็น ปิดเที่ยงคืน โทร. 08-8696-3100





เซ้นส์ ในวันเริ่มหนาว
- 09 พฤศจิกายน 2555 เวลา 08:19 น.
โดย…ลีโอ เคน
หายคิดถึงกันสักที เซ้นส์ (Zense Gourmet Deck & Lounge Panorama ) ร้านอาหารและบาร์หรูลอยฟ้าบนชั้น 17 ของอาคาร เซน เวิลด์ ที่กลับมาให้เราได้สัมผัสในวันที่ลมหนาวเริ่มต้นแวะมาทักทาย
ค่ำคืนนี้ผมและเพื่อนแบกเอาความวุ่นวายใจไปสัมผัสกับ เซ้นส์ บาร์หรูลอยฟ้าระดับห้าดาว สัมผัสแรกก็ทำให้เรารู้สึกแช่มชื่นในหัวใจขึ้นมาเป็นลำดับกับการต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมบรรยากาศที่โอ่อ่า ทว่าสัมผัสได้ด้วยทัศนียภาพที่สวยเพลินตาแบบพาโนรามาของกรุงเทพฯ
ผมคนหนึ่งล่ะที่ไม่เคยเห็นกรุงเทพฯ ในมุมสูงและสวยงามเช่นนี้มานานโข ที่นี่มี 3 โซนให้เลือกนั่งเอกเขนก ทั้งโซนไวน์บาร์ ที่มีไวน์เซลลาที่บรรจุไวน์ไว้เอาใจประมาณ 270 ขวด บรรยากาศแสนชิล และโซนวีไอพี จะมีศาลานั่งส่วนตัวทำให้รู้สึกเหมือนหลุดจากโลกรอบตัวไปเลย
โซนที่เราเลือกนั่งคือ โซนเอ็มฟลอร์ หรือโซนเอาต์ดอร์ที่มีฟลูบาร์เชื่อมต่อ ที่สามารถสั่งเครื่องดื่มได้ตามอำเภอใจ เราเริ่มต้นนั่งสนทนาพาที เริ่มต้นตั้งแต่เรื่องราวจากแฟนคนแรก ไล่เรียงมาจนถึงสาวที่เพื่อนผมแอบปลื้ม รวมถึงหลายเรื่องราวทยอยออกมาให้ได้รับรู้ บางครั้งหนักหน่วง บางครั้งเบาบาง บางครั้งปล่อยนิ่งงัน

เราเริ่มสั่งอาหารมาประคองท้อง และที่เซ้นส์ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะนำเสนออาหารชั้นเลิศถึง 5 สัญชาติ จากร้านที่มีชื่อเสียงมานาน เมนูแรกที่เราได้ลิ้มลองยำแซลมอนฟู อาหารไทยร้านไวท์ คาเฟ่ พิเศษที่ใช้ปลาแซลมอนมาทำฟู ปรุงรสแบบยำแต่ไม่จัดจ้าน พร้อมด้วยผักสมุนไพรหายาก รสชาติอร่อยๆ ค่อยทำให้เรายิ้มออก
อีกเมนูโปรดของเพื่อนคือ ขาแกะอบเครื่องเทศเสิร์ฟกับซอสไวน์แดง จากร้าน ทู ดาย ฟอร์ ขาแกะตุ๋นกับแมชโปเตโต้ เพิ่มรสชาติด้วยซอสไวน์แดงเคี่ยว โรยหน้าด้วยถั่วลันเตา เพื่อนบอกว่ามันพิเศษที่สุดเชียวล่ะ
อีกเมนูที่ผมแอบปลื้ม กุ้งผัดเครื่องเทศและบรั่นดี จากร้านอาหารอินเดียนามว่า เรด กุ้งแม่น้ำหมักกับเครื่องเทศอินเดียตอนเหนือ รสชาติหนักไปทางเครื่องเทศแต่ไม่จัดจ้านเกินสัมผัส
เรายังสั่ง ปลาตาเดียวย่างซอสเลมอน เมนูจากร้าน จานนี ริสตอรานเต อาหารอิตาเลียนชั้นนำในเมืองไทยที่คงรสชาติอาหารไว้แบบอิตาเลียนแท้ เนื้อปลานุ่มหวาน ตัดคาวด้วยซอสเลมอนไวต์ไวน์แบบเนียนๆ และซาซิมิค็อกเทลสลัด อาหารญี่ปุ่น จากร้าน เดอะ คิคูซุย เน้นวัตถุดิบที่สดโดยไม่ต้องใส่ใดๆ
บทสนทนาเริ่มออกรสชาติมากยิ่งขึ้น เสียงหัวเราะกับเรื่องราวที่ถูกเล่าผ่าน ผสานกับแสงสีแสนสนุกสนานของไฟที่ปรับเปลี่ยนสีไปตามจังหวะของดนตรีแนวเฮาส์ ทั้ง สีม่วง สีชมพูฟูเชีย และสีน้ำเงิน ที่เข้ามาสร้างความมีชีวิตชีวาให้กับบทสนทนา

แว่วมาว่าทุกค่ำคืนวันศุกร์-อาทิตย์ จะมีดีเจมากฝีมือมาเปิดแผ่นเอาใจ ขณะที่ในวันธรรมดายิ่งดึกจะยิ่งคึกคักด้วยการขยับบีตเพลงให้สนุกสนานมากยิ่งขึ้น เฉกเช่นคืนนี้
และแล้วเครื่องดื่มสีสวยก็ค่อยๆ ทยอยออกมา ไม่ว่าจะเป็น Green Zensation ค็อกเทลสีสวยที่จับเอาผลไม้นานาผสมผสานกับวอดก้าพรีเมียม ไม่หนักหนาจนเกินไป
แล้วยังมี Breakfast Mojito โมจิโต้ที่เราแสนคุ้นเคยกับน้ำผลไม้ พิเศษตรงที่ท็อปด้านบนด้วยเบียร์ และอีกแก้ว Strawberry Fruity Caipirinhas หอมหวานด้วยสตรอเบอร์รีสดกับน้ำมะนาว แอบหอมกลิ่นของถ่านไม้ที่เจือมากับน้ำตาลทรายแดง
จำไม่ได้ว่าเรานั่งสนทนาอยู่นานแค่ไหน แต่เท่าที่จำได้อย่างแม่นยำก็คือรู้สึกตัวเบาๆ แล้วเดินยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี พร้อมสัญญากันว่าจะกลับมาเจอกันที่นี่อีกครั้งในวันที่ตัวหนักๆ กับขยะล้นใจ
เซ้นส์ ชั้น 17 อาคาร เซน เวิลด์ เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 17.00-01.00 น. โทร. 02-100-9898
-
ล่าสุด
- ไบโอดีเซลในพื้นที่ทหาร – ลดโลกร้อน
- ชะอมโมเดล ตัวอย่างซีเอสอาร์เพื่อความยั่งยืน
- มหกรรมสื่อทางเลือก เพื่อการอยู่ร่วมกันบนความต่าง – เพื่อสุขภาวะเพื่อสังคมไทย
- คุณค่าใหญ่ ‘สัตว์พื้นใต้น้ำในทะเลสาบสงขลา’ – ชีวิตกับธรรมชาติ
- สร้างแหล่งอาหารให้ช้างป่า – E – update
- จัดซื้อจัดจ้างสีเขียว – ลดโลกร้อน
- เทสโก้ อคาเดมี ศูนย์ฝึกอบรมสีเขียวแดนกิมจิ
- ฟื้นฟูสะพานปลา พัฒนาชุมชนสร้างสรรค์ – เพื่อสุขภาวะไทย เพื่อสังคมไทย
- “โพงพาง”ในชุมชนแบ่งปัน ณ หาดสำราญ
- “เวชนคร”เมืองสุขภาพที่ปราจีนบุรี – ชีวิตกับธรรมชาติ
- ป่าสมุนไพรบ้านเชียงเหียน – เพื่อสุขภาวะไทย เพื่อสังคมไทย
- ‘ป่าไม้’เรื่องที่ถูกละเลยในแผนป้องกันน้ำท่วม
-
ลิงก์
- ศาสตร์และศิลป์ที่สอนในเมืองไทย
- SoClaimon.Facebook
- SootinClaimon.google
- DinPuiThai.google
- ChangChoice.Webs
- SoClaimon.blogspot
- Google แผนที่ตำบล 76 จังหวัด
- คำไทย:ThaiWords
- คำไทย:ThaiWords
- SoClaimon.Twitter
- แหล่งสรรพศาสตร์ศิลปวิทยาในเมืองไทย
- crystal-cream.com
- นพ. ต่อพงศ์ คล้ายมนต์
- Apichaya Claimon
- พญ.อภิชญา คล้ายมนต์
- ชมรมดินปุ๋ยบนเว็บ
- ตระกูล “คล้ายมนต์”
-
คลังเก็บ
- พฤษภาคม 2013 (2533)
- เมษายน 2013 (3184)
- มีนาคม 2013 (3832)
- กุมภาพันธ์ 2013 (3775)
- มกราคม 2013 (4245)
- ธันวาคม 2012 (4992)
- พฤศจิกายน 2012 (6067)
- ตุลาคม 2012 (5167)
- กันยายน 2012 (4160)
- สิงหาคม 2012 (6734)
- กรกฎาคม 2012 (4770)
- มิถุนายน 2012 (2887)
-
หมวดหมู่
- กรมวิชาการเกษตร-กสิกรรม
- กรมวิทยาศาสตร์บริการ
- กรมอุตุนิยมวิทยา
- ข้อมูลสมุนไพร
- คมชัดลึก
- ความรู้-ศัพท์
- Agrochemical
- ธาตุอาหารพืช
- ลักษณะขาดธาตุอาหารของพืช
- ศัพท์
- สถานการณ์พืชเศรษฐกิจ
- สรีรวิทยาของพืช
- หนังสือแนะนำ
- การใช้ปุ๋ยอินทรีย์กับพืชไร่เศรษฐกิจ
- การใช้ปุ๋ยเคมีในระบบปลูกพืชไร่
- คำแนะนำการใช้ปุ๋ยพืชไร่
- ปรับปรุงดินและใช้ปุ๋ยกับพืชไร่
- ปุ๋ยและการใช้ปุ๋ย
- พัฒนาคำแนะนำใช้ปุ๋ยพืชไร่
- สรุปงานวิจัยดินปุ๋ยพืชไร่ครั้งที่1
- Building Soils for Better Crops
- Fertilizer Best Management Practices
- Fertilizer Manual
- Fertilizers and their use
- Hydroponics: the complete guide to gardening without soil
- Micronutrients for Sustainable Production
- Plant Analysis Reference Procedures
- เกษตรอินทรีย์
- เศรษฐกิจพอเพียง
- Fertilizer news and articles
- Plant Nutrition
- Soil Taxonomy 2Ed.
- คำแนะนำด้านพืช
- คำแนะนำด้านสัตว์
- งานวิจัยดินปุ๋ย
- บ้านและสวน
- ผลิตภัณฑ์
- มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- วารสารส่งเสริมการเกษตร
- สทท NBT
- สำนักข่าวอิศรา
- อสมท MCOT
- เดลินิวส์ออนไลน์
- เทคโนโลยีชาวบ้าน
- เส้นทางเศรษฐี
- แนวหน้า
- แผนที่
- โพสต์ทูเดย์
- ไทยพีบีเอส Thai PBS
- ไทยรัฐออนไลน์
- ไทยโพสต์
- BangkokPost
- Blog Stat
- FAO EcoCrop
- KU eMagazine
- NewCROP
- ThaiEurope
- The Nation
- Uncategorized
-
RSS
Entries RSS
Comments RSS




































