ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

“ดินแดนแห่งความหวัง” : Mosaiculture 2013 กันยายน 22, 2013

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07070010956&srcday=2013-09-01&search=no

วันที่ 01 กันยายน พ.ศ. 2556 ปีที่ 19 ฉบับที่ 332

Big Idea

สุมิตรา จันทร์เงา

“ดินแดนแห่งความหวัง” : Mosaiculture 2013

เล่าเรื่องประติมากรรมต้นไม้บันลือโลก-โมไซคัลเจอร์ (Mosaiculture) เอาไว้คราวก่อนยังไม่จบ ต้องมาว่ากันต่อในฉบับนี้

ถ้าจะสรุปให้เข้าใจกันง่ายๆ ก็ต้องบอกว่า โมไซคัลเจอร์ คือศิลปะการตกแต่งต้นไม้และจัดสวนแนวใหม่ที่ใส่จินตนาการและเรื่องราวลงไปอย่างไร้ขอบเขต แล้วสร้างสรรค์ชิ้นงานประติมากรรมขึ้นมาด้วยไม้ดอกไม้ประดับหลากหลายชนิดเพื่อเล่าเรื่องตามธีมหรือแนวคิดที่วางเอาไว้

เมื่อเทียบกับภาพเขียนหรืองานจิตรกรรมแล้ว การจัดสวนแบบโมไซคัลเจอร์ ก็คืองานจิตรกรรมแบบสื่อประสมนั่นเอง เพราะการออกแบบโมไซคัลเจอร์ แต่ละชิ้นต้องผสมผสานทักษะความรู้ความเชี่ยวชาญด้านงานช่างและศิลปะหลายแขนงเข้าด้วยกัน ตั้งแต่งานออกแบบแลนด์สเคปหรือภูมิทัศน์ งานโครงสร้างเหล็ก (ขึ้นรูปประติมากรรม) งานจัดสวนแนวตั้ง (ออกแบบและติดตั้งต้นไม้ขนาดเล็กหลายชนิดประกอบกันเป็นรูปร่างตามโครงสร้างประติมากรรม) งานจิตรกรรม (ผสมผสานสีสันของพรรณไม้ในธรรมชาติแทนเส้นสายลายพู่กันเพื่อให้เกิดสีสันต่างๆ) งานไม้ดัด (ตัดแต่งไม้ให้ได้รูปทรงสวยงามตามต้องการ) และความรู้ด้านพฤกษศาสตร์อย่างลึกซึ้งเพื่อออกแบบจัดสรรให้ไม้ดอกไม้ใบแต่ละชนิดสามารถเติบโตร่วมกันไปได้อย่างกลมกลืนและงดงามสมบูรณ์ตลอดระยะเวลาที่จัดแสดง

ปีนี้งานประกวดศิลปะพืชสวนโมไซคัลเจอร์เวียนมาบรรจบครบรอบการจัดขึ้นอีกครั้ง (ทุก 3 ปี) คราวนี้ Mosa?cultures Internationales Montr?al 2013 จัดขึ้นที่สวนพฤกษศาสตร์มอนทรีออล รัฐควิเบก ประเทศแคนาดา ภายใต้แนวคิด Land of Hope หรือ “ดินแดนแห่งความหวัง” จัดแสดงระหว่างวันที่ 22 มิถุนายน ถึง 29 กันยายน ศกนี้ ซึ่งเป็นช่วงฤดูร้อนอันเจิดจ้าของทวีปอเมริกาเหนือ

สำหรับผู้ที่สนใจยังพอมีเวลาบินไปชมนะคะ

ภายในงานมีการจัดตกแต่งพืชพรรณรูปแบบต่างๆ อย่างสวยงาม จากผู้เข้าแข่งขันทั่วโลกกว่า 20 ประเทศ ถือว่าเป็นการแข่งขันที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลกของในกลุ่มศิลปินนักจัดสวนกันเลยทีเดียว ปีนี้มีต้นไม้ดอกไม้กว่า 12,000 สายพันธุ์นำมาจัดแสดง รวมแล้วมากกว่า 3 ล้านต้น ทั้งในเรือนกระจกและกลางแจ้ง โดยพื้นที่โชว์โมไซคัลเจอร์มีระยะทางยาวกว่า 2.2 กิโลเมตร เรียงรายตามทางเดินทั่วสวนพฤกษศาสตร์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของแคนาดา

การแข่งขันประติมากรรมโมไซคัลเจอร์มีข้อกำหนดตั้งแต่เริ่มต้นว่า ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกทีมจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเองทั้งหมด ตั้งแต่ค่าเดินทาง ค่าขนส่ง ค่าออกแบบติดตั้ง การจัดหาและดูแลต้นไม้ระหว่างจัดแสดง จนกระทั่งงานเสร็จสิ้นประมาณ 3 เดือน

การนำเสนอผลงานแต่ละชิ้นนอกจากความสวยงามทางศิลปะแล้ว ประติมากรรมโมไซคัลเจอร์ทุกชิ้นจะต้องประดิษฐ์ขึ้นภายใต้โครงเหล็กที่แข็งแรงมั่นคงไม่เสี่ยงต่อการเกิดอันตรายใดๆ แก่ผู้เข้าชม ใช้วัสดุปลูกที่สามารถรองรับการเจริญเติบโตของต้นไม้ได้ตลอดระยะเวลาในการจัดแสดง 3 เดือนเป็นอย่างน้อย และมีระบบการให้น้ำอัตโนมัติแบบเบ็ดเสร็จภายในโครงสร้างประติมากรรมด้วย เพื่อความสวยงามและไม่ให้เป็นปัญหายุ่งยากในการดูแลบำรุงรักษา

ทั้งนี้ พืชหลักที่จำเป็นบางส่วนต้องซื้อหาในรัฐควิเบกเพื่อความสะดวกและความเหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศ รวมแล้วค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของแต่ละทีมอยู่ที่ CAD $ 75,000 ถึง CAD $ 350,000 ขึ้นอยู่กับขอบเขตของงาน

เห็นตัวเลขสูงถึงขนาดนี้ศิลปินนักออกแบบสวนชาวไทยที่อยากไปแสดงฝีมือ ถึงกับต้องถอนหายใจกันเลยทีเดียว!

ภายใต้แนวคิด “ดินแดนแห่งความหวัง” นี้ ผู้เข้าร่วมแข่งขันสามารถนำเสนอผลงานที่สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมพื้นถิ่นของตนเองโดยไม่มีข้อจำกัด โดยใช้รูปแบบของความหวังเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ประติมากรรมพืชพรรณที่สะท้อนให้เห็นถึงการพึ่งพาซึ่งกันและกันของมนุษย์กับธรรมชาติ การกระทำของมนุษย์ในเชิงบวกที่มีผลต่อสภาพแวดล้อม สายพันธุ์และระบบนิเวศที่มีอันตรายหรือกำลังมีความเสี่ยง ธรรมชาติในสภาพแวดล้อมของเมือง และความงดงามเปราะบางของชีวิตบนโลกนี้ เพื่อกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ และแบ่งปันความรู้แก่ผู้เข้าชมจากทั่วโลกกว่าล้านคน

ปรากฏว่าประติมากรรมโมไซคัลเจอร์ครั้งนี้ สำเร็จออกมาได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจยิ่ง ทั้งในแง่ขนาดอันใหญ่โตมโหฬาร และในแง่สีสันพรรณไม้อันสดใสเจิดจ้าที่ถูกเลือกนำมาใช้จัดแสดง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นต้นไม้พื้นๆ ที่เรียบง่ายเป็นที่รู้จักกันทั่วไป แต่ที่น่าทึ่งก็คือทั้งหมดล้วนโดดเด่นด้วยสีสันอันหลากหลาย ตั้งแต่สีเขียวหลากเฉด น้ำตาล แดง ส้ม เหลือง ชมพู เทา และ ม่วง

ต้นหญ้าบางชนิดกลายเป็นพระเอกในหลายชิ้นงาน งดงามแปลกตาด้วยรูปใบที่ต่างขนาด ต่างเฉดสีและมีความอ่อนโยนพลิ้วไหวไม่เหมือนกัน

ผลงานชิ้นที่สุดแสนอลังการคราวนี้คือ โมไซคัลเจอร์ชุด “แม่พระธรณี” ซึ่งน่าพิศวงอย่างยิ่งทั้งด้านความงามของชุดประติมากรรมและขนาดอันมหึมา โดยเฉพาะรูปสตรีที่เป็นตัวแทนพระแม่ธรณีสูงถึง 15 เมตร ผุดขึ้นมาจากผืนดินท่ามกลางทุ่งหญ้าที่มีฝูงม้า กวาง และวัวกระทิง ที่กำลังเดินเตร็ดเตร่อยู่ แม่นางหลับตาพริ้มด้วยสีหน้าอ่อนโยนบริสุทธิ์ มีลูกกวางตัวน้อยเล็มหญ้าอยู่ในอุ้งหัตถ์ข้างหนึ่งที่วางทอดอยู่บนพื้น ส่วนอีกข้างชูสูงขึ้นอยู่กลางสระน้ำและในอุ้งมือนั้นมีสายน้ำตกหลั่งไหลลงมา

เมื่อเข้าไปดูใกล้ๆ จะมองเห็นเส้นผมทั้งศีรษะของเธอเป็นลอนสวยด้วยสีชมพูแกมเขียวของต้นเจอราเนียมและพิทูเนีย ส่วนผิวกายทำด้วยไม้คลุมดินจำพวกซันโตลิน่า (Santolina) ภาพอันงดงามตรึงตรานี้ชวนให้ทุกคนอยากคุกเข่าลงคารวะธรรมชาติอันยิ่งใหญ่เกินจะห้ามใจ

โมไซคัลเจอร์ชุด “ต้นไม้นก” ขนาดใหญ่สูง 18 เมตร กลางสระน้ำ ก็โดดเด่นด้วยรายละเอียดของการออกแบบนกชนิดต่างๆ แต่ละตัวใหญ่โตถึง 4 เมตร ทั้งนกแก้ว นกฮูก และหัวขวาน ซึ่งกำลังเผชิญความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อยู่ในขณะนี้ ที่ฐานต้นไม้ยังมีเต่า กบ และตัวซาลาแมนเดอร์กำลังจะลงเล่นน้ำ

ชุด “เจ้าหญิงนกกระเรียน” ของทีมศิลปินจากประเทศจีน ให้อารมณ์โศกสะเทือนอย่างแรงด้วยเรื่องเล่าอันเศร้าสลดของเจ้าหญิงกำลังโอบกอดนกกระเรียนแสนรักที่กำลังจะจากไป สีเทาอมฟ้าของนกกระเรียนตัดกับเครื่องแต่งกายสีแดงทับทิมของเธออย่างงามอลังการ ท่ามกลางฝูงนกกระเรียนในหนองน้ำ

ยังมีโมไซคัลเจอร์ที่เด่นๆ อีกมากมาย ทั้งที่เป็นเรื่องราวตามแนวคิดการประกวด และชิ้นที่จัดสร้างขึ้นเดี่ยวๆ เพื่อตกแต่งทั่วพื้นที่สวนพฤกษศาสตร์ บางเรื่องมาจากนิทาน บางชิ้นก็จำลองแบบตามธรรมชาติขนาดเท่าของจริง เพียงแต่ประดิษฐ์ขึ้นด้วยพันธุ์ไม้ดอกไม้ใบทั้งสิ้น

หวังว่าในอนาคตอันใกล้ งานสร้างสรรค์สวนสวยลักษณะนี้จะเกิดขึ้นในบ้านเมืองเราบ้าง

 

เมืองอยุธยาเฮ! โยธาฯ เล็งปรับสีผังรับเมืองโตเร็ว ถนนเอเชียแจ็กพอต ละเลงสี “เหลือง-ส้ม” รับลงทุน

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07076010956&srcday=2013-09-01&search=no

วันที่ 01 กันยายน พ.ศ. 2556 ปีที่ 19 ฉบับที่ 332

เล็งทำเลธุรกิจ

เมืองอยุธยาเฮ! โยธาฯ เล็งปรับสีผังรับเมืองโตเร็ว ถนนเอเชียแจ็กพอต ละเลงสี “เหลือง-ส้ม” รับลงทุน

หัวเมืองใหญ่หลายแห่งทั่วทุกภาคของประเทศกำลังอยู่ในกระบวนจัดทำร่างผังเมืองรวมจังหวัด เพื่อประกาศบังคับใช้ให้การพัฒนาเมืองเป็นไปอย่างมีระเบียบ เช่นเดียวกับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการปรับปรุงผังเมืองรวมเมืองพระนครศรีอยุธยาฉบับใหม่ เพื่อรองรับการเติบโตของเมืองในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว ปัจจุบัน ทิศทางการขยายตัวของเมืองกรุงเก่า กระจายตัวไปตามถนนสายเอเชียและถนนโรจนะ

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า ตลอดแนวถนนโรจนะ เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่มีโครงการที่อยู่อาศัย และอาคารพาณิชย์เกิดขึ้นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นแหล่งตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมที่มีขนาดใหญ่อันดับต้นๆ ของจังหวัด ปัจจุบัน ถนนเส้นดังกล่าวอยู่ระหว่างการปรับปรุงและขยายพื้นผิวการจราจรเพิ่มเติม เพื่อรองรับกับจำนวนประชากรที่เพิ่มมากขึ้น

คุณประพนธ์ เอี่ยมสุนทร โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สำนักงานโยธาฯ จังหวัดอยู่ระหว่างดำเนินการปรับปรุงผังเมืองรวมเมืองพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2552 เพื่อให้สอดคล้องกับการขยายตัวของเมืองที่มีการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน โดยเมืองมีการขยายตัวออกมาทางทิศตะวันออกของเกาะเมืองตามแนวถนนสายเอเชียและถนนโรจนะ ซึ่งผังเมืองที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน มีข้อจำกัดในการใช้ประโยชน์ที่ดิน ส่งผลให้การพัฒนาที่ดินในเขตเมืองเติบโตอย่างไร้ทิศทาง

ปัจจุบัน ผังเมืองรวมเมืองพระนครศรีอยุธยา อยู่ระหว่างการประเมินปรับปรุงและการขอแก้ไขข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน ใน 2 ประเด็น คือ ประเด็นที่ 1 ขอแก้ไขที่ดิน 2 บริเวณ ได้แก่ บริเวณหมายเลข 4.6 ขอเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินฝั่งซ้ายของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 จากสีเขียว การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม เป็นสีส้ม การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง จำนวน 175 ไร่ จากทั้งหมด 422 ไร่ และบริเวณหมายเลข 4.7 ขอเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินฝั่งขวาของทางหลวงแผ่นดิน จากสีเขียว การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม เป็นสีเหลือง ประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่น จำนวน 150 ไร่ จากทั้งหมด 414 ไร่

ประเด็นที่ 2 ขอแก้ไขข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย หรือพื้นที่สีเหลือง เดิมกำหนดไว้ว่าที่ดินเพื่อกิจการใดๆ กำหนดให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต เป็นที่ดินเพื่อกิจการใดๆ กำหนดให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของแปลงที่ยื่นขออนุญาต เว้นแต่ที่ดินบริเวณหมายเลข 1.14 ให้การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการใดๆ กำหนดให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต ซึ่งจะทำให้สามารถพัฒนาอาคารขนาดใหญ่ได้ เช่น ที่ดินบล็อกหมายเลข 1.23 และ 1.24 อยู่บริเวณด้านหลังศูนย์ราชการฯ เดิมผังเมืองกำหนดให้เป็นสีเหลือง ขอแก้ไขข้อห้ามออกไปโดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนสีผัง เป็นต้น

นอกจากนี้ สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อยู่ระหว่างการสำรวจและกำหนดขอบเขตผังเพื่อจัดทำผังเมืองรวมชุมชนวังน้อยและบางปะอินเพิ่มเติม เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีการขยายตัวของเมืองอย่างมาก เพราะเป็นพื้นที่ตั้งของโรงงานและนิคมอุตสาหกรรมจำนวนมาก ทำให้เกิดการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์เกิดขึ้นจำนวนมาก โดยเฉพาะอาคารที่พักอาศัยเพื่อให้เช่า และอาคารพาณิชย์

ว่าที่ ร.ต. สมทรง สรรพโกศลกุล นายกเทศมนตรีนครพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ปัจจุบัน ตลอดแนวถนนสายเอเชียมีการขยายตัวอย่างมาก และกลายเป็นย่านเศรษฐกิจใหม่ของจังหวัดไปแล้ว การขอแก้ไขผังเมืองในครั้งนี้ได้รับการตอบรับจากประชาชนในพื้นที่ด้วยดี เพราะเป็นความต้องการที่มาจากภาคประชาชนในพื้นที่แบบมีส่วนร่วม ต่างจากอดีตที่ผ่านมาที่เป็นการดำเนินการของภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว

 

ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง GI พันธุ์แรกของโลก

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07078010956&srcday=2013-09-01&search=no

วันที่ 01 กันยายน พ.ศ. 2556 ปีที่ 19 ฉบับที่ 332

เศรษฐศาสตร์ริมทาง

จ่าบ้าน

ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง GI พันธุ์แรกของโลก

วัตถุประสงค์หลักของสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ คือเพื่อสื่อให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้ผลิตขึ้นในประเทศใดประเทศหนึ่ง หรือท้องถิ่นใดท้องถิ่นหนึ่ง โดยการระบุชื่อประเทศหรือท้องถิ่นนั้น ทั้งจะต้องทำให้ผู้บริโภคเข้าใจว่า สินค้าหรือผลิตภัณฑ์นั้นมีลักษณะพิเศษต่างไปจากสินค้าจำพวกเดียวกันที่ผลิตขึ้นจากแหล่งอื่น

การระบุเช่นนี้มีผลทำให้สินค้าหรือผลิตภัณฑ์นั้นราคาสูงขึ้น หรือจำหน่ายได้มากขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคเกิดความเชื่อมั่นว่าจะได้รับสินค้าดีมีคุณภาพตามที่ต้องการจากแหล่งผลิตที่ได้มีการอ้างชื่อ

นอกจากนั้น สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ยังสามารถใช้เป็นเครื่องมือทางการตลาดที่ช่วยในการประชาสัมพันธ์สินค้านั้นให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายในนามของกลุ่มผู้ผลิตซึ่งจะช่วยลดภาระในการประชาสัมพันธ์สินค้าของผู้ผลิตแต่ละรายได้ ทั้งนี้ เพราะการใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ทางการตลาดเป็นที่แพร่หลายอยู่แล้วในหลายประเทศ การเพิ่มเครื่องมือทางการตลาดนี้ให้แก่คนไทยย่อมเป็นการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันระดับโลกไปในตัว

เนื่องจากสินค้าที่อาจขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ได้ โดยมากเป็นสินค้าเกษตร เพราะปัจจัยในแง่ดินฟ้าอากาศ หรือสภาพพื้นที่จะส่งผลอย่างมากต่อคุณภาพสินค้า ซึ่งนำไปสู่ชื่อเสียงของสินค้านั้น การคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จึงเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจระดับท้องถิ่นโดยตรง เป็นการดึงเอาชื่อเสียงที่มีการสั่งสมมานานใช้ประโยชน์ในทางเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มมูลค่าของสินค้า และความสามารถในการแข่งขันทั้งในระดับประเทศและในระดับสากล

กฎหมาย สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ เป็นพระราชบัญญัติคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ พ.ศ. 2546 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2547 ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์เสนอคณะรัฐมนตรี และผ่านการพิจารณาของรัฐสภา ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับกฤษฎีกา เล่ม 120 ตอนที่ 108 ก วันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2546

นิยาม สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หมายถึง ชื่อ สัญลักษณ์ หรือสิ่งอื่นใดที่ใช้เรียกหรือใช้แทนแหล่งภูมิศาสตร์ และสามารถบ่งบอกว่าสินค้าที่เกิดจากแหล่งนั้นเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ ชื่อเสียง หรือคุณลักษณะเฉพาะของแหล่งภูมิศาสตร์นั้น

แหล่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ชื่อภาษาอังกฤษคือ Geographical Indication หรือ GI

หนังสือ ข้าวสังข์หยด ข้าวจีไอ พันธุ์แรกของโลก จัดพิมพ์โดยกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำเสนอเมื่อเดือนสิงหาคม 2555 บอกไว้ว่า เป็นข้าวสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์หรือข้าวจีไอพันธุ์แรกของไทย และกล่าวได้ว่าเป็นพันธุ์แรกของโลก

ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุงได้รับการขึ้นทะเบียนเมื่อ พ.ศ. 2549 และได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีมูลค่าเพิ่มขึ้นทุกปี จาก พ.ศ. 2545 มีราคาประมาณกิโลกรัมละ 25 บาท ขณะนี้ (พ.ศ. 2555) มีราคาสูงขึ้นกิโลกรัมละ 60-90 บาท ในท้องตลาดทั่วไป และสูงกว่า 90 บาท ในห้างสรรพสินค้า และร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ

จากการสัมภาษณ์ คุณชัยฤทธิ์ ดำรงเกียรติ ขณะเป็นรองอธิบดีกรมการข้าว แจ้งที่มาของข้าวพันธุ์สังข์หยดเมืองพัทลุงว่า เริ่มจาก พ.ศ. 2546 ขณะดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ขยายพันธุ์พืช 6 จังหวัดพัทลุง ผู้ว่าราชการจังหวัด คุณประจักษ์ สุวรรณภักดี เห็นความสำคัญของการพัฒนาข้าว เนื่องจากมีคนยากจนที่ประกอบอาชีพทำนา และมีพื้นที่ทำนาประมาณ 500,000 ไร่ ชาวนาเหล่านั้นควรได้รับการพัฒนา

ประกอบกับ พ.ศ. 2546 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมโครงการฟาร์มตัวอย่างตำบลบางแก้ว อำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง กรมวิชาการเกษตร ศูนย์วิจัยและพัฒนาข้าวจังหวัดพัทลุง ได้มอบข้าวสังข์หยดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทูลเกล้าฯ ถวาย พระองค์ทรงโปรดและเห็นว่าข้าวสังข์หยดเป็นข้าวที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง แต่มีพื้นที่ปลูกน้อยมากประมาณ 1,000 ไร่

จังหวัดพัทลุงจึงได้ดำเนินการส่งเสริมให้มีการขยายพื้นที่ปลูกข้าวสังข์หยดในพื้นที่ตามแผนยุทธศาสตร์พัฒนาจังหวัด (พ.ศ. 2547-2550) โดยศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง ได้ปรับปรุงพันธุ์และขึ้นทะเบียนรับรองพันธุ์ในชื่อ “สังข์หยดพัทลุง”

ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพัทลุงดำเนินการผลิตเมล็ดพันธุ์โดยได้รับงบประมาณ 50 ล้านบาท ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว 3 พันธุ์ คือ เล็บนก เฉี้ยงพัทลุง และสังข์หยดพัทลุง

ในปีแรกผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวหลักข้าวสังข์หยดได้ 5 ตัน มีการจัดงาน “วันข้าวสังข์หยดสุดยอดข้าวของโลก” เพื่อประชาสัมพันธ์ข้าวสังข์หยดพัทลุงให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย มีราคาเทียบเท่าข้าวหอมมะลิ

ข้าวสังข์หยดพัทลุง ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือข้าวจีไอ ในชื่อ “ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง” เป็นข้าวพันธุ์แรกของประเทศไทย เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2549

สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ของ “ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง”

1. ข้าวสังข์หยดเป็นพันธุ์ข้าวที่ปลูกในจังหวัดพัทลุงมานานกว่า 100 ปี เกษตรกรอาวุโสพื้นบ้านเล่าว่าได้เห็นและรู้จักข้าวพันธุ์นี้มาตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษรุ่นทวด รุ่นปู่

2. เป็นข้าวพื้นเมืองเพียงตัวเดียวในจังหวัดพัทลุงที่มีความนุ่ม มีปริมาณอะมิโลสประมาณ 14-15 เปอร์เซ็นต์

3. มีคุณค่าทางโภชนาการความโดดเด่น มีปริมาณธาตุเหล็ก และไนอะซินสูง นุ่มน่ารับประทาน

4. การปลูกข้าวพันธุ์นี้ ปลูกในฤดูนาปีภาคใต้ ช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน เก็บเกี่ยวเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์

5. ข้าวเจ้าสังข์หยดเป็นข้าวพันธุ์เดียวในบรรดาข้าวเจ้าพื้นเมืองที่ปลูกในภาคใต้ ที่มีสีของเมล็ดข้าวกล้องเป็นสีแดง ข้าวสารมีสีชมพูและขาวเป็นข้าวที่มีสีสวยน่ารับประทาน

6. ลักษณะพื้นที่ปลูกในจังหวัดพัทลุง ทิศตะวันตกมีแนวเทือกเขาบรรทัดเป็นปราการ ไปทางทิศตะวันออกเป็นที่ลุ่มมีแนวทะเลสาบสงขลาเป็นแนวแบ่งเขตขอบน้ำอยู่หน้าเมือง ตอนกลางเป็นที่ราบ และมีภูเขาหินปูนตั้งเป็นเอกลักษณ์ เรียกว่า เขาอกทะลุ

7. เทือกเขาบรรทัดนับเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารหลายสายที่ไหลผ่านพื้นที่ราบตัวเมืองไปสู่ทะเลสาบสงขลา ซึ่งรับน้ำไว้ใช้ในการเกษตรโดยเฉพาะการเพาะปลูก การทำนา แม่น้ำลำคลองที่สำคัญ ได้แก่ คลองลำปำ คลองควนขนุน คลองท่ามะเดื่อ และคลองทานโพธิ์

คุณภาพทางเคมีของเมล็ด เมื่อหุงสุกจะมีลักษณะนุ่ม ค่อนข้างเหนียว อุณหภูมิแป้งสุกปานกลาง 70-74 องศาเซลเซียส ปริมาณอะมิโลส 14-15 เปอร์เซ็นต์ ความคงตัวของแป้งสุกปานกลาง 58 มิลลิเมตร อัตราการยืดตัวของข้าวสุกต่อข้าวดิบ 1.5-1.8

นอกจากข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุงที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์พันธุ์แรกของไทยและของโลก ไทยยังมีข้าวที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ 6 พันธุ์ ได้แก่

1. ข้าวหอมมะลิสุรินทร์

2. ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้

3. ข้าวฮางหอมทองสกลทวาปี

4. ข้าวเจ๊กเชยเสาไห้

5. ข้าวเหลืองปะทิวชุมพร และ

6. ข้าวเหนียวเขาวงกาฬสินธุ์

ขณะที่ยังมีข้าวอยู่ระหว่างดำเนินการขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์อีก 2 พันธุ์ คือ

1. ข้าวหอมมะลิบุรีรัมย์

2. ข้าวก่ำล้านนา

ว่ากันเฉพาะข้าวที่ชาวนาไทยปลูก ณ วันนี้ มีชื่อเสียงขจรขจายไปทั่วโลก ส่วนผลไม้อื่นและสินค้าอื่น ในอีกไม่นาน ต้องได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์แน่นอน

 

ลูกเล่นธุรกิจ เป็นเรื่องสำคัญ

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07080010956&srcday=2013-09-01&search=no

วันที่ 01 กันยายน พ.ศ. 2556 ปีที่ 19 ฉบับที่ 332

คิดอย่างนักบริหาร

สาโรจน์ มณีรัตน์

ลูกเล่นธุรกิจ เป็นเรื่องสำคัญ

อาจเป็นเพราะช่วงนี้เดินทางไปต่างจังหวัดบ่อย จึงทำให้มีโอกาสแวะตามเอาต์เลตต่างๆ ซึ่งแต่ละเอาต์เลตทุกคนคงทราบดีว่าจะมีร้านของสินค้าแบรนด์เนมต่างๆ มากมาย

นัยว่าสินค้าดังกล่าวน่าจะถูกกว่าห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพฯ

แต่เอาเข้าจริง สินค้าแต่ละร้านกลับไม่ถูกจริง ทั้งสินค้าบางชนิดยังตกรุ่น คุณภาพไม่ดีพอ ถ้าจะลดกันในราคาขนาดนี้ ผมว่ากลับมาซื้อกรุงเทพฯ ดีกว่า

จะได้ไม่เปลืองที่วางของในรถ

จำได้ว่าสมัยเอาต์เลตไปเปิดบริเวณท่ายาง ระเรื่อยไปจนถึงชะอำ จังหวัดเพชรบุรี และต่อไปยังหัวหินของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สมัยนั้นถ้าใครแวะเอาต์เลตที่เปิดตามรายทางแถบบริเวณนี้ เป็นต้องได้ของดีราคาถูกกลับบ้าน

แต่มาระยะหลังๆ

หลังจากเอาต์เลตท่ายางปิดตัวลง และคนแห่มาแวะเอาต์เลตรายทางของอำเภอชะอำ เพื่อจะเดินทางต่อไปยังหัวหิน กลับไม่ได้ของดีราคาถูกกลับบ้านเหมือนเคย

ผมไม่เคยถามพนักงานขายว่า ทำไม?

แต่ถ้าจะให้เดา คงเป็นไปได้ว่าร้านสินค้าแบรนด์เนมที่อยู่ในบริเวณของเอาต์เลต ส่วนใหญ่แล้ว เจ้าของจะเป็นนักธุรกิจท้องถิ่น ซึ่งต้องเสียค่าเช่าเอง ลงทุนเอง ติดต่อการเจรจาการค้าเอง

ไฉนเลยจะไปถูกสู้เจ้าของสินค้ามาเปิดได้

เพราะแรกๆ ของกิจการเอาต์เลต ส่วนใหญ่เจ้าของสินค้าจะเปิดเอาต์เลตเอง เพราะเขามีโรงงานอยู่แถบบริเวณนั้น ผลิตที่นั่น และสินค้าไหนมีตำหนิ ไม่ผ่านการตรวจคุณภาพ เขาจะนำสินค้าเหล่านั้นมาลดราคา

โดยสร้างเอาต์เลตภายในโรงงานนั่นแหละ

เพื่อให้คนมาจับจ่ายซื้อของ

แต่ระยะหลังๆ เอาต์เลตจะตั้งแบบสแตนด์อะโลน ลงทุนกับการก่อสร้างค่อนข้างสูง และส่วนใหญ่ ภายในเอาต์เลตไม่ได้มีกิจกรรมอะไรมากมายเพื่อครอบครัว

นอกจากร้านอาหาร

ร้านกาแฟ

ไอศกรีม

หรือร้านของเล่นนิดๆ หน่อยๆ

ประเภทที่ว่า เมื่อจอดรถแวะเข้าไปแล้ว ต้องได้ของดีราคาถูกกลับกรุงเทพฯ จึงเป็นไปแทบไม่ได้เลย และเอาต์เลตทุกที่ไม่ว่าจะเป็นแถวปากช่อง นครราชสีมา หรือแถวชลบุรี พัทยา อะไรก็ตาม

สินค้าไม่ได้ใหม่ หรือถูกจริงๆ

จึงทำให้คนกรุงเทพฯ เฝ้ารอมิดไนท์เซลส์ของห้างสรรพสินค้าดังๆ กลางใจเมืองหลวงดีกว่า เพราะเขาลดกระหน่ำซัมเมอร์เซลส์จริงๆ

ยิ่งเดี๋ยวนี้กิจกรรมแบบนี้จัดบ่อยด้วย

ใครเล่าจะไปซื้อที่เอาต์เลต

พูดถึงเรื่องนี้ ทำให้ผมนึกถึงตอนไปเมืองออร์ลันโด มลรัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา เมื่อ 2 ปีก่อน ตอนนั้นจำได้ว่าก่อนที่จะไป เพื่อนฝูงต่างปูเรื่องให้ฟังว่า ถ้าไปอเมริกา และมีโอกาสไปเอาต์เลต ควรอย่างยิ่งที่จะต้องพกเงินสด หรือบัตรเครดิตติดตัวไปด้วย

เพราะยังไงๆ ต้องซื้ออะไรติดไม้ติดมือกลับเมืองไทยแน่ๆ

ส่วนตัวของผม ไม่ค่อยได้สนใจเรื่องช็อปปิ้งเท่าไหร่ เพราะจากประสบการณ์ในการไปต่างประเทศ ทำให้ทราบดีว่าเรื่องของอุปกรณ์การแต่งกายไม่ว่าจะเป็นสุภาพบุรุษ หรือสุภาพสตรี

โดยเฉพาะเสื้อผ้า ประเทศไทยดีที่สุดแล้ว

แถมยังถูกกว่าหลายประเทศในโลกด้วย

แต่ถ้าเป็นพวกเครื่องหนัง ไม่ว่าจะเป็นรองเท้า กระเป๋า อันนี้พอรับได้ แต่อย่างว่า สินค้าแบรนด์เนมพวกนี้ราคาค่อนข้างสูง ลองเดินเข้าไปดูตามห้างสรรพสินค้าหรูๆ ในเมืองไทยดูสิครับ ราคาแพงระยับ

แต่เอาต์เลตที่ออร์ลันโดถูกมากๆ

ทุกคนสามารถซื้อกลับเมืองไทยได้อย่างสนิทใจ เพราะราคาถูกกว่าเมืองไทยครึ่งต่อครึ่ง สำคัญไปกว่านั้น การจัดสถานที่ บรรยากาศ ลูกเล่น เพื่อให้ลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้าไม่รู้เบื่อ

เพราะนอกจากจะมีมุมเครื่องเล่นสำหรับเด็กๆ

ฟู้ดคอร์ต

ร้านกาแฟ

ภายในเอาต์เลตที่มีอาณาบริเวณมากกว่าหลายร้อยไร่ (พื้นที่บ้านเรา) ยังมีบู๊ธเล็กๆ ให้ลูกค้ามาเช่าทำการค้าต่างๆ อีกด้วย

ที่ผมสนใจมากคือ บู๊ธสำหรับถ่ายรูปทำโปสเตอร์หนัง, กรอบรูป, แก้วน้ำ, แก้วกาแฟ และอื่นๆ อีกมาก เพราะอย่างที่ทุกคนทราบ ไฮไลต์อย่างหนึ่งของเมืองออร์ลันโดคือ ยูนิเวอร์แซล

ที่มีปราสาทฮอกวอตส์ของหนังเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ เป็นจุดขาย

ปีหนึ่งจะมีคนจากทั่วโลกมาเที่ยวที่นี่เป็นจำนวนมาก แต่ครั้นจะไปถ่ายรูปเล่นเพื่อทำโปสเตอร์หนัง และอื่นๆ ในยูนิเวอร์แซล สนนราคาจะแพงมาก

แต่ที่เอาต์เลตออร์ลันโด สนนราคาเพียงไม่กี่เหรียญ

โดยพนักงานจะใช้กล้องถ่ายลูกค้าที่เดินผ่านไปมา ถ่ายเสร็จภาพนิ่งจะขึ้นจอคอมพิวเตอร์ที่อยู่รายรอบบู๊ธ ถ้าเราสนใจอยากได้ภาพ ก็เข้าไปเจรจาว่าอยากเอารูปที่ถ่ายไปทำเป็นอะไร

หรือถ้าไม่อยากได้ เขาก็ไม่ว่า

ไม่เหมือนกับบ้านเรา ที่ไม่เอามีปัญหาแน่

แต่ที่นี่ไม่มีปัญหาแต่อย่างใดเลย

นอกจากภาพเดี่ยว หรือใครอยากจะถ่ายภาพกลุ่มกับเพื่อน หรือภาพครอบครัว บู๊ธนี้สามารถทำได้ทั้งสิ้น ผมลองถามเขาว่า วันหนึ่งๆ มีลูกค้ามาใช้บริการเยอะไหม

เขาบอก พอสมควร

เพราะทางเอาต์เลตเขาไม่ได้คิดราคาค่าเช่าแพงมาก เขาต้องการให้บู๊ธแต่ละร้านภายในเอาต์เลต มีกิจกรรมอะไรเสริมมากกว่า ไม่ใช่เดินช็อปปิ้งอย่างเดียว

เพราะบางคนอยากนั่งรอมากกว่าช็อปปิ้ง

หรือเด็กๆ อยากเล่นเครื่องเล่นมากกว่า

เพราะฉะนั้น ปีหนึ่งๆ อยู่ได้สบายมาก

ผมเลยนึกถึงเอาต์เลตบ้านเรา น่าจะลองเอาแบบอย่างเอาต์เลตในเมืองออร์ลันโดดูบ้าง เผื่อบางทีลูกค้าจะได้เข้าไปมากกว่านี้

เพราะนอกจากของจะต้องถูกจริงๆ แล้ว

ควรจะมีลูกเล่นอะไรใส่เข้าไปด้วย

ถึงจะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน?

 

ชื่อหวานๆ ลมฝนผ่าน แต่…”ร้าย” ไมตรี TAXI MASTER

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07087010956&srcday=2013-09-01&search=no

วันที่ 01 กันยายน พ.ศ. 2556 ปีที่ 19 ฉบับที่ 332

เก็บตกจาก “แท็กซี่ กูรู”

ชื่อหวานๆ ลมฝนผ่าน แต่…”ร้าย” ไมตรี

TAXI MASTER

เดือนสิงหาคมปีนี้ มีผลไม้และดอกไม้ชื่อเสียงโด่งดัง 2 อย่าง ส่วนที่เป็นผลไม้รู้จักกันหลายจังหวัดใน 2 ภูมิภาค ส่วนดอกไม้เป็นที่รู้จักทั้งประเทศทุกจังหวัดโดยเทศกาลอยู่แล้ว ผลไม้ที่กล่าวถึงน่ากินมากเมื่อเอ่ยถึงเพียงชื่อ แต่เมื่อมาเป็นแขกโดยไม่ได้รับเชิญชวนช่างน่ากลัวอย่างยิ่ง ผลไม้นั้นคือ “มังคุด” ที่เป็นชื่อของพายุซึ่งไม่ยินดีที่จะต้อนรับ หรือให้มาเยี่ยมเยือน การที่มังคุดมาเป็นแขกโดยไม่มีเกียรติในครั้งนี้ มาพร้อมลมและฝนอุ้มน้องน้ำมาชุ่มฉ่ำจนเกินความต้องการ จนบางท้องที่มีน้ำท่วมขัง บางท้องที่พื้นถนนพัง พื้นดินไหล่เขาเลื่อนไหล พื้นที่สูงชันถล่ม ไหลลงมาขวางกองกลางถนนหนทางโดยไม่เกรงใจ จนไม่อยากกินมังคุด แต่มีข่าวร้ายคืออาคันตุกะใหม่เป็นเพื่อนพายุจากทะเลจีนใต้ตอนกลางชื่อ “อูตอร์” ไล่หลังมาจากฟิลิปปินส์ น้องๆ พายุเกย์แวะเยี่ยมฮ่องกงแล้วก่อนที่จะเยือนเมืองไทย

สำหรับดอกไม้มงคลเดือนสิงหาคมก็ไม่มีอะไรจะเทียมเท่าดอก “มะลิ” สัญลักษณ์แห่งความบริสุทธิ์ เพื่อความเคารพบูชาศรัทธาระลึกคุณ เป็นที่น่าสังเกตว่า “ดอกมะลิ” ผู้ให้จะกลายเป็นผู้ได้รับมากกว่าผู้รับไหว้ นั่นหมายถึง ถ้าเรานำดอกมะลินำไปกราบไหว้เคารพผู้มีพระคุณตั้งแต่คุณพ่อคุณแม่ตลอดจนผู้มีพระคุณญาติผู้ใหญ่ เพียงร้อยดอกมะลิไม่กี่ดอกหรือแค่วางบนพาน หรือลอยน้ำเพียงสองสามดอก เพื่อระลึกคุณท่านเหล่านั้น สัมผัสมือสัมผัสแขนท่านเพียงนิด แต่สิ่งที่รับกลับมาคือคำอำนวยพรที่ยิ่งใหญ่ล้นเหลือ บริสุทธิ์จริงใจยิ่งกว่าความหมายทั้งมวล ความชุ่มอิ่มเอ่อจากดวงตาที่กลั่นออกมาจากความสุขของท่านคือ หยาดน้ำที่เราผู้รับนำกลับมาเป็นพรบริสุทธิ์ เป็นมงคลแห่งชีวิตของเราที่ชื่นฉ่ำตลอดไป

ข่าวคราวของแท็กซี่เกเรช่วงนี้มีมากมายโด่งดังพอๆ กับพายุมังคุด แต่ไม่อยากตอกย้ำนำความเลวร้ายนั้นมาบันทึกให้เป็นอดีตที่ไม่น่าหวนระลึกถึง อยากจะควานหารับรู้แต่สิ่งดีๆ ที่ควรจดจำ เคยฟังข่าวคราวจาก สวพ. FM 91 สถานีวิทยุเพื่อการจราจรตลอด 24 ชั่วโมง มีทั้งเรื่องดีและไม่ดีของพฤติกรรมแห่งโชเฟอร์แท็กซี่มากมายหลากหลายพฤตินัย คนขับแท็กซี่หลายคนได้รับความชื่นชมยกย่องพฤติกรรมความดี “ของหายได้คืน” แต่หลายคนทำให้สุภาษิต “ปลาเน่าตัวเดียวเหม็นเน่าไปทั้งข้อง” ถูกนำมากล่าวถึงอย่างไม่อยากได้ยิน

ผมยังผวากับมังคุดที่เป็นชื่อพายุ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้รับความเสียหายที่ประเมินเป็นมูลค่าที่ต้องซ่อมสร้างซ่อมแซมก็ตาม แต่ผลกระทบในเชิงสัญลักษณ์จากผลที่ได้รับอิทธิพลปลายแถวอย่างน้อยก็ต้องล้างเช็ดทำความสะอาดรถหลังฝนผ่านทุกครั้ง ตากผ้านอกชายคาบ้านไม่ได้ ลืมปิดหน้าต่างก็ไม่ได้ จะไปไหนก็ต้องตัดสินใจว่าควรจะนำร่มติดตัวไปหรือไม่ ทำให้ชวนคิดว่าคำว่า “พายุ” นั้นคืออะไรทำไมมีอิทธิพลต่อชีวิตความเป็นอยู่ประจำวันของคนเรานัก ทำไมช่วงหนึ่งพายุหายไปไม่มีใครเอ่ยถึง ทำไมช่วงหนึ่งพายุเป็นแขกเยี่ยมเยือนต่อเนื่องและชื่อพายุแต่ละครั้งทำไมชื่ออ่อนหวานเหมือนชื่อหญิงสาว แต่พฤติกรรมโหดร้ายเหลือที่จะคบหา

จากเอกสารกล่าวถึงเรื่องราวของพายุทั้งพายุฤดูร้อนและพายุชายทะเลที่เขาเรียกกันเป็นทางการว่า “คลื่นพายุซัดฝั่ง (Storm Surge)” อยากจะทำความรู้จักแต่ไม่อยากคบหาคุ้นเคย เขาอธิบายไว้ว่า พายุ คือ ลมที่เกิดจากการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วและรุนแรง ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน เช่น พายุดีเปรสชั่น พายุไต้ฝุ่น พายุหมุนเขตร้อน เป็นต้น แต่ถ้าแบ่งพายุตามประเภท จะแบ่งเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้ 3 ประเภทคือ พายุฝนฟ้าคะนอง พายุหมุนเขตร้อนต่างๆ พายุทอร์นาโด และลมสลาตัน

พายุฝนฟ้าคะนองเป็นลมที่พัดย้อนไปมาหรือเคลื่อนตัวไปในทิศทางเดียวกัน เกิดจากพายุที่อ่อนตัวและความรุนแรงของลมลดลง หรือเกิดจากร่องความกดอากาศต่ำ ทิศทางไม่แน่นอนแล้วแต่สภาพแวดล้อมต่างๆ ของการเกิด ถ้าเป็นพายุหมุนเขตร้อนต่างๆ ก็เป็นพายุหมุนขนาดใหญ่ที่เกิดโดยการเริ่มต้นก่อตัวในทะเลหรือหากเกิดเหนือเส้นศูนย์สูตร จะมีทิศทางการหมุนทวนเข็มนาฬิกา แต่หากเกิดใต้เส้นศูนย์สูตรก็จะหมุนตามเข็มนาฬิกา แล้วเรียกชื่อตามแหล่งสถานที่เกิด เช่น พายุเฮอร์ริเคน พายุไต้ฝุ่น พายุไซโคลน พายุโซนร้อน สำหรับประเทศไทยใกล้บริเวณทะเลจีนใต้อ่าวตังเกี๋ยและอ่าวไทยเราจึงได้รับอิทธิพลจากพายุไต้ฝุ่น (Typhoon) อยู่บ่อยครั้ง แต่ถ้าหากเกิดในมหาสมุทรอินเดียเราก็ได้ยินชื่อพายุไซโคลน (Cyclone) ส่วนพายุลมแรงที่เรียกว่าลมสลาตันในชื่อภาษาไทยหรือพายุช่วงปลายฤดูฝนที่พัดจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ลองค้นคว้าดูพบว่าพายุครั้งสำคัญในประเทศไทยที่ได้รับความเสียหายมหาศาล มีหลายครั้ง เช่น พายุโซนร้อนแฮเรียต เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2505 ที่แหลมตะลุมพุก อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช มีประชาชนเสียชีวิตถึง 870 คน สูญหาย 160 คน ทรัพย์สินเสียหายเกือบ 1 พันล้านบาท ต่อมาวันที่ 4 พฤศจิกายน 2532 เกิดพายุไต้ฝุ่นเกย์พัดเข้าสู่จังหวัดชุมพร ความเร็วลม 120 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง ทำให้ประชาชนเสียชีวิตถึง 600 กว่าคน ทรัพย์สินเสียหายมากกว่าหมื่นล้านบาท และเมื่อวันที่ 2-4 พฤศจิกายน 2540 เกิดพายุไต้ฝุ่นลินดา พายุดังกล่าวก่อให้เกิดอุทกภัยและคลื่นซัดชายฝั่งในพื้นที่ 11 จังหวัดของภาคใต้และภาคตะวันออก สำหรับที่โด่งดังเป็นที่หวาดผวาก็น่าจะเป็นพายุไต้ฝุ่นเกย์ ซึ่งประชาชนพี่น้องชาวใต้ได้รับผลพวงมากที่สุด

ช่วงนี้บรรยากาศฝนฟ้าคะนองบ่อยครั้งโดยไม่มีเวลาแน่นอนหรือไม่บ่งบอกระบุสถานที่ได้แน่ชัด แม้ว่ากรมอุตุนิยมวิทยาจะประกาศข่าวพยากรณ์อากาศแต่ชาวบ้านอย่างเราคงจะยากที่จะกำหนดพิกัดลมฝนได้ชัดเจน ผมยังคงออกรถตระเวนตามที่อยากจะสัมผัสประสบการณ์ประจำวันแม้ว่าบางวันจะเสียดายที่เช็ดรถล้างทำความสะอาดรถจนเอี่ยมอ่อง แต่มีของเล่นใหม่เรียกไม่ถูกว่าเป็น Tablet หรือเรียกว่า iPad รู้แต่ว่าสามารถใช้เปิดดูอินเตอร์เน็ต เปิดดู “ลุงกู” (Google) ได้ ลองนำติดตัวกดเล่นฟังข่าวฟังเพลงค้นเรื่องราวยามรถติดนานๆ หรือช่วงพักรถรอผู้โดยสารก็นี่แหละที่ทำให้รู้เรื่องพายุเข้าใจเรื่องราวต่างๆ ได้ตามสมควร แต่นึกได้ว่าอารมณ์เพลงกับคำว่าพายุจะไปด้วยกันได้หรือไม่ เพราะคำว่าพายุน่าจะรุนแรงน่ากลัวไม่น่าจะสร้างสรรค์เป็นบทเพลงได้ แต่คิดผิดถนัดใจเพราะมีเพลงชื่อ “พายุรัก” ของวงชาตรี ขับร้องไว้ตั้งแต่สมัย Pop on Stage ในรายการโลกดนตรี เห็นผู้ชมวัยรุ่นหน้าเวทีช่วงนั้นคิดว่า ณ วันนี้คงจะกลายเป็นคุณพ่อของเด็กวัยรุ่นช่วงนี้แล้ว เพลงพายุรัก ขับร้องโดย คุณประเทือง อุดมกิจนุภาพ ได้เห็นทั้งภาพได้ยินทั้งเสียง “เมื่อมีคราบน้ำตาไม่มีผ้าเช็ดหน้า ชีวิตชีวาเดียวดาย อยู่อย่างคนสิ้นหวัง หมดพลังหัวใจ เหมือนตายทั้งเป็น พายุพัดโหมกระหน่ำ กระแทกซ้ำดวงฤทัย แม้จะอยู่สุดหล้าฟ้าไกล ก็ไม่วายคิดถึงเธอ…ฯลฯ” 30 กว่าปีผ่านมาแล้ววงชาตรีก็ยังมีคนรู้จักยังรัก “แฟนฉัน” อยู่ แต่มีอีกเพลงที่รุนแรงดุจพายุจริงๆ คือเพลงชื่อ พายุ ของไมโคร หนุ่ย-อำพล ลำพูน แล้วแต่เรียก “…แต่ลมร้ายไม่อาจล้มใบหญ้าริมทาง ไม่เคยขืนไม่เคยฝืนได้แต่เอนตาม ดุจชีวิตต้องอ่อนพลิ้วโอนอ่อนเอนตามพายุ…ฯลฯ” คงจะจินตนาการลีลาของเขาได้ดี บทเพลงบางเพลงรวดเร็วดุจลมสลาตัน

ผมเปิดหน้าจอค้างวางไว้เบาะหน้าข้างคนขับ เนื่องจากมีผู้โดยสารโบกมือเรียก ลดกระจกทักทายคุณผู้ชายที่ชะโงกหน้าเข้ามาบอกปลายทางที่จะให้ไปส่ง ผมตอบรับเชิญขึ้นรถแต่เขาเปิดประตูหน้าขึ้นนั่งโดยหยิบ iPad ของผมถือไว้ในมือถามผมว่าเปิดลืมหรือเปล่าครับ ดูเหมือนเขาสนใจมองหน้าจอ รถเคลื่อนไปติดไฟแดง แต่เขายังถือเครื่องไว้แล้วชวนคุยต่อ ผมออกตัวว่ากำลังเห่อเพิ่งจะลองฝึกหัดใช้ พรรคพวกเขาหวังดีให้ยืมฝึกมือ ยังกดผิดกดถูกเรียกชื่อจริงยังไม่ถูกเลย เขายิ้มไม่สนใจคำออกตัวแต่ถามผมว่าพี่เสิร์ชหาเรื่องพายุหรือครับ เห็นมีชื่อเพลงพายุด้วย ผมตอบครับแต่คิดในใจว่าคนนี้น่าจะทำงานประสานงานหรือประชาสัมพันธ์เพราะรู้สึกซักถามราวว่ารู้จักกันแล้วยังไม่วางเครื่องคืนเลย ซ้ำยังคุยว่าเครื่องนี้เหมือนที่เขาใช้อยู่ด้วย แต่ไม่อยากพกพาเพราะช่วงนี้ฝนตกบ่อยเกรงว่าจะโดนฝนหรือชื้นเปียก และที่เขาใช้อยู่เวอร์ชั่นสูงกว่านี้ ในใจผมคิดว่าเวอร์มากกว่ามั้ง

ผมอยากจะขอเครื่องคืนแต่ดูเหมือนเขาไม่เข้าใจยังพูดว่าชื่อพายุเดี๋ยวนี้ตั้งกันแปลกๆ เดี๋ยวชื่อคนเดี๋ยวชื่อผลไม้ ผมได้โอกาสจึงบอกให้เขาลองค้นชื่อพายุว่าเป็นอย่างไร ก็ดูเหมือนเข้าทางเขา ดูลีลาเขากดเสิร์ชหาอย่างคล่องแคล่ว กดไปอธิบายไป วางมาดเหมือนผู้รู้กำลังบรรยาย ผมทำหน้าที่ขับรถจึงไม่ได้มองเขาบ่อยนัก แต่ฟังดูแล้วเขาก็พูดเก่งอธิบายได้เข้าใจ เขาอ่านให้ฟังว่าตั้งแต่ พ.ศ. 2493 นักพยากรณ์อากาศของอเมริกาจะตั้งชื่อพายุตามลำดับอักษรเป็นผู้หญิงในปี พ.ศ. 2496 แล้วมีเสียงคัดค้านจากกลุ่มสิทธิสตรีจึงได้เพิ่มเป็นชื่อผู้ชายด้วย เมื่อ พ.ศ. 2522

เมื่อ พ.ศ. 2543 ประเทศสมาชิกคณะกรรมการพายุไต้ฝุ่น องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก 14 ประเทศในเอเชียรวมไทยและสหรัฐอเมริกา ได้จัดระบบการตั้งชื่อพายุหมุนเขตร้อนใหม่ โดยส่งชื่อพายุในภาษาของตัวเองมาประเทศละ 10 ชื่อ มีทั้งชื่อสิ่งต่างๆ ในธรรมชาติ รวมทั้งคำที่เกี่ยวกับอารมณ์ความรู้สึกและอาหารได้ ทั้งมีกฎอยู่ว่าเมื่อพายุมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางมากกว่า 63 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง พายุนั้นจะถูกตั้งชื่อ แต่หากพายุลูกใดมีความรุนแรงเป็นพิเศษให้ปลดชื่อพายุลูกนั้นออกไปแล้วตั้งชื่อใหม่แทน ผมหันไปพยักหน้าตอบรับรถยังติดสัญญาณไฟเขายังไม่มีทีท่าคืนเครื่อง ผมเดาไม่ถูกว่าเขาสนใจเรื่องพายุหรืออยากเล่น iPad

รู้สึกอึดอัดที่จะขอรับเครื่องคืน ได้แต่ออกความเห็นว่าที่เขาชอบตั้งชื่อเป็นผู้หญิงก็คงเพื่อให้ฟังดูแล้วความรุนแรงจะน้อยลง แต่กลายเป็นผู้หญิงโหดร้าย เขาไม่สนใจที่ผมพูดแต่อ่านให้ผมฟังต่อว่าประเทศสมาชิกคณะกรรมการพายุไต้ฝุ่นตั้งชื่อไว้ 140 ชื่อ แบ่งเป็น 5 ชุด ชุดละ 28 ชื่อ แล้วไล่เรียงตามลำดับประเทศ

มีฝนลงเม็ดมาปรอยๆ นานๆ จะปัดที่ปัดน้ำฝนดูเหมือนไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะถึงปลายทางได้ตอนไหน ผมคุยกับเขาต่อ ผมจำได้ว่าชื่อพายุที่ใช้ชื่อของประเทศไทยเคยใช้มาแล้วคือ “พระพิรุณ” หมายถึง เทพเจ้าแห่งฝน และชื่อ “ทุเรียน” ที่เป็นผลไม้ก่อนที่ชื่อมังคุดจะโด่งดังมานี้ เขารีบกดปุ่มจอคีย์บอร์ดอย่างชำนาญแต่ไม่เกรงใจเจ้าของบอกว่า ของกัมพูชาเคยมีชื่อ “ดอมเรย์” แปลว่า ช้าง แต่ของลาวใช้ชื่อ “ช้างสาร” และมีชื่อ “นกเตน” หมายถึง นกกระเต็น ผมเอ่ยถึง “สาริกา” เขาบอกว่าจำได้ว่าเป็นของกัมพูชา แต่สายตายังอยู่ที่หน้าจอพูดต่อว่าพายุ “จันจู” แปลว่า ไข่มุก ของมาเก๊า และ “พายุเกมี” แปลว่า มด ของเกาหลี ผมเริ่มเพลินชื่อพายุกับเขา ถามเขาว่าไม่เห็นมีชื่อหวานๆ ของผู้หญิงของดอกไม้เลย เขาใช้เวลาไม่ถึงนาทีให้คำตอบ “ชานชาน” ของฮ่องกง จีน และ “โบพา” เป็นทั้งชื่อดอกไม้และชื่อของเด็กหญิงกัมพูชา “ทรามี” ดอกไม้เวียดนาม และที่น่ารักน่ากลัวคือ “เซลไม” ของเวียดนามเช่นกัน เพราะแปลความหมายว่า เทพธิดาแห่งความรัก

รถใกล้จะถึงจุดหมายเขายื่นเครื่อง iPad มาคืนให้แล้วชมว่าเครื่องของผมรับสัญญาณได้ดี ผมชื่นชมเขาว่าใช้เครื่องเก่งมาก แต่ในใจคิดว่าเขามีมารยาทน้อยไปหน่อย ผมรับ iPad มาพร้อมค่าโดยสาร กล่าวขอบคุณแต่ถอนใจแล้วเปิด google ดูว่า “วิสาสะ” แปลว่าอะไร?

ขอบคุณ ข้อมูลวิชาการจาก กรมอุตุนิยมวิทยา และกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ

 

รับฝากทรัพย์

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07089010956&srcday=2013-09-01&search=no

วันที่ 01 กันยายน พ.ศ. 2556 ปีที่ 19 ฉบับที่ 332

ฎีกาธุรกิจ

โอภาส เพ็งเจริญ o-pas@matichon.co.th

รับฝากทรัพย์

สนามกอล์ฟจัดจุดรับส่งถุงกอล์ฟ หน้าคลับเฮ้าส์ ลูกค้านั่งแท็กซี่ไปเล่นกอล์ฟ ถุงกอล์ฟใส่ท้ายรถแท็กซี่ไป ทุกทีก็จอดรับส่งถุงกอล์ฟกันตรงนั้น มาวันหนึ่งเล่นเสร็จแคดดี้นำถุงกอล์ฟมาพักรอที่ซุ้มหน้าคลับเฮ้าส์จุดเดิม มีใครไม่รู้ขับรถมาอ้างว่าเป็นคนขับรถของลูกค้า เชิดเอาถุงกอล์ฟขึ้นรถขับหายไปเลย

1.

เล่นกอล์ฟมานานทีเดียว เสาร์ อาทิตย์ วันหยุดราชการ ที่หยุดงานหยุดการประจำเป็นต้องตื่นแต่ไก่โห่ คุณโผงเป็นต้องออกจากบ้านแต่เช้าตรู่ มุ่งไปสนามกอล์ฟ

แม้จะไม่ใช่นักกอล์ฟมืออาชีพที่มีชื่อเสียงระดับโลก หรือระดับภูมิภาคเอเชีย แต่ในระดับประเทศในหมู่นักกอล์ฟด้วยกันแล้วละก็ ลองไปออกปากถามใครๆ ที่เล่นกอล์ฟดูสิ

ถามไปเถอะ ไม่มีใครรู้จักหรอก เว้นแต่มีเวลาว่างมากก็ถามไปเรื่อยๆ คงต้องมีสักคนละที่รู้จักชื่อนี้ ยิ่งถ้าบังเอิญไปถามเอากะเพื่อนร่วมก๊วนกอล์ฟเขาละ จะยิ่งรู้จัก

“ขี้เหนียวฉิบหาย ปกติเป็นคนพูดคุยสนุกสนาน แต่เวลาเล่นกอล์ฟแล้วเป็นไรไม่รู้ จะเอาจริงเอาจังมาก เพราะกลัวเสีย เล่นด้วยแล้วเครียดว่ะ” พรรคพวกร่วมก๊วนกล่าวถึงเขาลับหลัง

แต่ก็ยังเล่นกันอยู่ ถ้าไม่เล่นกะเขาก็ต้องไปหาก๊วนใหม่กลุ่มใหม่อีก

“ไปไหนแต่เช้า” เสียงหนึ่งร้องถามขณะเหวี่ยงถุง (ไม้) กอล์ฟขึ้นบ่า ขณะฟ้ายังไม่ทันสว่างดี

“ไปตีกอล์ฟครับแม่” แม่ที่ว่านี้คือแม่ยาย มาจากบ้านนอก แวะมาเยี่ยมลูกสาว

อยู่บ้านนอกแม่ตื่นเช้าเป็นปกติอยู่แล้ว ยิ่งมานอนผิดที่ผิดทางที่บ้านลูกเขยบ้านลูกสาวในกรุงเทพฯ ยิ่งตื่นเช้า ทั้งๆ ที่เมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับสนิทนัก ต้องสี่ห้าวันผ่านไปนั่นละถึงจะค่อยคุ้นชิน

ว่าไปแล้ว นานๆ แม่ยายถึงจะแวะมาพักด้วย แต่มาพักทีคราวละนานๆ บางคราวมาอยู่เป็นเดือน

วันธรรมดาลูกเขยออกจากบ้านแต่เช้าไปทำงาน วันเสาร์อาทิตย์ก็ไม่เคยได้หยุดอยู่กับบ้านเท่าไร เห็นหอบอะไรต่อมิอะไรใส่บ่าใส่รถขับออกไปเช้ากว่าวันไปทำงานซะอีก

“ตีกอล์ฟ” ถามทีไรก็ได้คำตอบอย่างนี้ทุกทีเลย

“เงินทองเราก็พอมี ไม่จ้างเขาตีมั่งละลูกเอ๊ย วันเสาร์อาทิตย์จะได้พักหน่อย” คุณแม่ยายว่า ด้วยเห็นใจลูกเขยที่ต้องตื่นแต่เช้าไปตีกอล์ฟกว่าจะกลับก็ค่ำ หน้าดำตัวดำมาเชียว

คุณลูกเขยได้ยินแต่ไม่ว่ากระไร ดุ่มๆ เดินออกจากบ้านไปเรียกแท็กซี่

คุณโผงเป็นคนไม่ชอบขับรถ จะไปตีกอล์ฟก็ไปแท็กซี่

“สะดวกดี ไม่ต้องหาที่จอด ไม่ต้องห่วงรถ” เขาว่า

2.

ไปถึงสนามกอล์ฟ คุณโผงให้รถแท็กซี่จอดส่งที่ซุ้มหน้าคลับเฮ้าส์

แท็กซี่เปิดกระโปรงท้ายรถ พนักงานของสนามกอล์ฟที่ประจำอยู่ตรงจุดนั้นรีบปรี่มายกถุงกอล์ฟลงจากท้ายรถ นำถุงกอล์ฟไปให้แคดดี้ที่รออยู่แล้ว

เข้าห้องน้ำ สะบัดเก็บอย่างมิดชิด ก่อนจะมาเตรียมตัวออกรอบกับพรรคพวก

บางคราวก็ต้องรอพรรคพวกสักระยะ บางคราวพรรคพวกก็รอเขาอยู่แล้ว แต่เดี๋ยวนี้สะดวกใครออกจากบ้านหรือยัง มาถึงตรงไหน ใครเร็วใครช้า ไม่นานนาทีมากนักเพราะว่ามีโทรศัพท์ติดตัวกันทุกคน โทรศัพท์เรียกปลุก และนัดกันออกจากบ้านมากะเวลาให้มาถึงไล่เลี่ยกัน-สะดวก

จากนั้นเมื่อถึงเวลาก็ออกรอบด้วยกัน ตีกันไปเครียดกันไปทั้งกลุ่ม ด้วยมีพนันติดปลายไม้กอล์ฟกันนิดหน่อย แต่สำหรับคุณโผงแล้วดูคล้ายจะพนันชิงรถชิงบ้านกันเลยทีเดียว

กระทั่งครบจบรอบได้เวลากลับ แคดดี้ก็กะเตงนำถุงกอล์ฟ ไม้กอล์ฟไปทำความสะอาดเสร็จแล้ว แคดดี้จะนำถุงมาวางไว้บริเวณซุ้มบริเวณหน้าคลับเฮ้าส์ที่มีพนักงานของสนามกอล์ฟประจำอยู่นั่นละ

ซุ้มหน้าคลับเฮ้าส์เป็นจุดรับส่งถุงกอล์ฟทุกคราว

คุณโผงเล่นที่สนามนี้หรือสนามไหน ก็ทำเช่นนั้นทุกหน

กระทั่งหนหนึ่งเป็นหนสุดท้ายของถุงกอล์ฟและไม้กอล์ฟชุดนั้น ที่เขาจะไม่มีวันนำเอาชุดนั้นไปส่งไปรับกันตรงจุดนั้นอีกแล้ว

มันหายไปแล้ว หายวับไปกับตา หายไปไร้ทั้งร่องและรอย ไร้ทั้งวี่และแวว ไม่เห็นแม้แต่เงา ไม่เห็นแม้แต่ซาก ไม่เห็นฝุ่น ไม่เห็นหน้าเห็นหลัง ไม่เห็นอกเห็นใจ ไม่เห็นหน้าค่าตา ไม่เห็นแก่หน้าอินทร์หน้าพรหม ไม่เห็นรอยเท้า ไม่เห็นรอยไถ ไม่เห็นหัวอก ไม่เห็นแก่หน้าไหนและหน้าใครทั้งสิ้น

“ถุงกอล์ฟผมหาย” คุณโผงแจ้งแก่เจ้าหน้าที่ของสนามกอล์ฟ

“ครับ ไม้กอล์ฟยังอยู่มั้ยครับ” เจ้าหน้าที่ถาม

“ไปทั้งถุงทั้งไม้” คุณโผงยืนยัน

“หรือครับ” คุณพนักงานว่าเชิงคำถาม คุณโผงพุ่งพล่าน ไม่แน่ใจว่าจะตอบหรือจะตบดี แต่ระงับอารมณ์ไว้ได้ หาไม่นอกจากจะเสียถุงกอล์ฟ เสียไม้กอล์ฟอย่างแพงไปทั้งชุดแล้ว ยังจะต้องเสียค่าปรับฐานทำร้ายร่างกายหมอนั่นซึ่งไม่รู้อิโหน่และอิเหน่ใดๆ หากแต่หมอปากไม่ค่อยดี ไม่รู้จักกาลเทศะเท่านั้นเอง

คำชี้แจงที่ได้รับ คือ ก่อนหน้าที่คุณโผงจะมารับถุงกอล์ฟของตน แล้วรอรถแท็กซี่ หรือให้พนักงานเรียกรถแท็กซี่เข้ามารับ เหมือนที่เคยปฏิบัติทุกครั้ง ซึ่งอาจจะเป็นช่วงที่คุณโผงกำลังสะบัดเก็บก่อนจะบรรจงเก็บรูดซิปกางเกงในห้องน้ำอยู่นั้น มีใครไม่รู้ขับรถมา แล้วบอกเจ้าหน้าที่ที่ซุ้มว่า เป็นคนขับรถของคุณโผง ช่วยยกถุงกอล์ฟขึ้นท้ายรถหน่อย พอได้ถุงกอล์ฟแล้วก็ขับรถออกไปเลย

“ขโมย” ทั้งสองสรุปตรงกัน

คุณโผงถามหาความรับผิดชอบจากสนามกอล์ฟ

ไม่มี-ไม่ได้-รับผิดชอบอะไร-ไม่รู้-ไม่เกี่ยว

“ต้องรับผิดชอบเองสิ สนามกอล์ฟไม่ได้รับฝากของไว้นี่” นี่คือคำตอบที่ผู้บริหารสนามกอล์ฟตอบ

3.

หลังทวงถาม เจรจากันหลายรอบ คุณโผงสรุปว่า ไม่มีทางที่จะได้จากการทวงถามและเจรจาเป็นแม่นมั่นจึงตัดสินใจฟ้องคดี

คุณโผงฟ้องศาลขอให้บังคับบริษัทสนามกอล์ฟ ผู้รับฝากชดใช้อุปกรณ์กอล์ฟยี่ห้อดัง เป็นเงินจำนวน 145,254.26 บาท พร้อมดอกเบี้ย และค่าเสียหายในการทำร้ายจิตใจเนื่องจากอุปกรณ์กอล์ฟชุดพิเศษต้องสูญหาย 50,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 206,148.32 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี จากเงินต้น 145,254.26 บาทนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่คุณโผง

บริษัทสนามกอล์ฟให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้อง——สนามกอล์ฟไชโย ที่ไม่ต้องจ่าย

คุณโผงไหนเลยจะถอย เขาอุทธรณ์คดีขึ้นไป

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้สนามกอล์ฟต้องจ่าย 83,640 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีจนกว่าจะชำระเสร็จ

สนามกอล์ฟฎีกา ว่าไม่สมควรต้องจ่ายสักบาท ขอให้ยกฟ้อง

4.

ทางนำสืบข้อเท็จจริงรับฟังยุติว่า บริเวณซุ้มหน้าคลับเฮ้าส์เป็นจุดที่บริษัทจัดไว้รับฝากถุงกอล์ฟ มีพนักงานเป็นผู้ดูแล ต้อนรับลูกค้า จะช่วยเปิดปิดประตูรถและยกถุงกอล์ฟลงหรือขึ้นรถ

เมื่อลูกค้าเล่นกอล์ฟเสร็จแล้ว แคดดี้จะนำถุงกอล์ฟมาวางไว้บริเวณซุ้มหน้าคลับเฮ้าส์ จุดที่รับส่งถุงกอล์ฟและพนักงานของบริษัทซึ่งอยู่บริเวณนั้นจะต้องคอยดูแลถุงกอล์ฟไว้ เนื่องจากผู้เล่นกอล์ฟเมื่อเล่นเสร็จแล้ว อาจจะทำกิจกรรมหลายอย่าง ระหว่างถุงกอล์ฟวางอยู่บริเวณดังกล่าว เช่น อาจให้คนขับรถของตนมารับถุงกอล์ฟ หลังเกิดเหตุถุงกอล์ฟของคุณโผงถูกขโมย บริษัทยังคงใช้จุดนั้นเป็นจุดรับส่งถุงกอล์ฟอยู่เช่นเดิม เพียงแต่มีป้ายเขียนเตือน ผู้มาเล่นกอล์ฟว่า ให้แจ้งหมายเลขทะเบียนรถที่จะมารับถุงกอล์ฟไปเท่านั้น

พฤติการณ์การดำเนินการให้บริการในลักษณะดังกล่าวของบริษัท แสดงให้เห็นได้ว่า แม้บริเวณซุ้มคลับเฮ้าส์จุดที่รับส่งถุงกอล์ฟจะไม่มีข้อความระบุเป็นจุดบริการรับฝากถุงกอล์ฟ และไม่มีการออกหลักฐานการรับฝากก็ตาม แต่ในทางปฏิบัติของสนามกอล์ฟและลูกค้าที่มาเล่นกอล์ฟโดยทั่วไปต่างเป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่า บริเวณซุ้มหน้าคลับเฮ้าส์ จุดที่รับส่งถุงกอล์ฟเป็นจุดที่พักถุงกอล์ฟ เมื่อเล่นกอล์ฟเสร็จแล้วแคดดี้จะต้องนำถุงกอล์ฟมาส่ง ณ จุดดังกล่าว

ดังนั้น การปฏิบัติระหว่างสนามกอล์ฟกับลูกค้าที่มาเล่นกอล์ฟจึงเข้าลักษณะสัญญาฝากทรัพย์ ตามมาตรา 657 กรณีต้องถือว่าบริษัทสนามกอล์ฟได้รับฝากถุงกอล์ฟของคุณโผงไว้

เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า บริษัทสนามกอล์ฟได้รับฝากถุงกอล์ฟไว้ จึงต้องใช้ความระมัดระวังในการดูแลทรัพย์สินที่รับฝากตามที่มาตรา 659 วรรคสามบัญญัติไว้ ว่า “ถ้าและผู้รับฝากเป็นผู้มีวิชาชีพเฉพาะกิจการค้าขาย หรืออาชีวะอย่างหนึ่งอย่างใด ก็จำต้องใช้ความระมัดระวังและใช้ฝีมือเท่าที่เป็นธรรมดาจะต้องใช้และสมควรจะต้องใช้ในกิจการค้าขายหรืออาชีวะอย่างนั้น”

เมื่อบริษัทสนามกอล์ฟประกอบกิจการให้บริการสนามกอล์ฟ จึงต้องใช้ความระมัดระวังเท่าที่เป็นธรรมดาจะต้องใช้และสมควรจะต้องใช้ในกิจการสนามกอล์ฟ

แต่ตามทางปฏิบัติของบริษัทสนามกอล์ฟนี้ไม่มีมาตรการใดๆ ในการดูแลรักษาถุงกอล์ฟของลูกค้าที่มาใช้บริการแต่อย่างใด อาทิเช่น การออกหลักฐานการรับถุงกอล์ฟไว้ หรือจดหมายเลขทะเบียนรถที่จะมารับถุงกอล์ฟไว้ เป็นต้น

ดังนั้น เมื่อมีคนร้ายอ้างต่อพนักงานว่าเป็นคนขับรถของคุณโผงมาขอรับถุงกอล์ฟของคุณโผงให้ยกใส่รถ และพนักงานยอมให้ถุงกอล์ฟไป ทั้งที่ ในเรื่องนี้พนักงานเบิกความรับว่า แคดดี้ของคุณโผงแจ้งว่า คุณโผงนั่งแท็กซี่มาเล่นกอล์ฟ พนักงานย่อมทราบแล้วว่าคุณโผงไม่มีรถ ไม่มีคนขับรถส่วนตัวมาเล่นกอล์ฟ เหตุใดจึงไม่ใช้ความระมัดระวังตรวจสอบให้ได้ความแน่ชัด ว่าเป็นคนขับรถของคุณโผงจริงหรือไม่ หรือรอสอบถามคุณโผงเสียก่อน กลับยอมให้ถุงกอล์ฟไปโดยไม่มีหลักฐานอย่างใดเลย

กรณีนี้ถือว่าพนักงานของบริษัทสนามกอล์ฟ ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรในการปฏิบัติหน้าที่ บริษัทจึงต้องรับผิดในความสูญหายของอุปกรณ์กอล์ฟของคุณโผง

ศาลฎีกาพิพากษายืน

คุณโผงยิ้มออก

(เทียบคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 513/2554)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 657 อันว่าฝากทรัพย์นั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่าผู้ฝาก ส่งมอบทรัพย์สินให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับฝากและผู้รับฝากตกลงว่าจะเก็บรักษาทรัพย์สินนั้นไว้ในอารักขาแห่งตน แล้วจะคืนให้

มาตรา 659 ถ้าการรับฝากทรัพย์เป็นการทำให้เปล่าไม่มีบำเหน็จไซร้ ท่านว่าผู้รับฝากจำต้องใช้ความระมัดระวังสงวนทรัพย์สินซึ่งฝากนั้นเหมือนเช่นเคยประพฤติในกิจการของตนเอง

ถ้าการรับฝากทรัพย์นั้นมีบำเหน็จค่าฝาก ท่านว่าผู้รับฝากจำต้องใช้ความระมัดระวังและใช้ฝีมือเพื่อสงวนทรัพย์สินนั้นเหมือนเช่นวิญญูชนจะพึงประพฤติโดยพฤติการณ์ดังนั้น ทั้งนี้ย่อมรวมทั้งการใช้ฝีมืออันพิเศษเฉพาะการในที่จะพึงใช้ฝีมือเช่นนั้นด้วย

ถ้าและผู้รับฝากเป็นผู้มีวิชาชีพเฉพาะกิจการค้าขายหรืออาชีวะอย่างหนึ่งอย่างใด ก็จำต้องใช้ความระมัดระวังและใช้ฝีมือเท่าที่เป็นธรรมดาจะต้องใช้ และสมควรจะต้องใช้ในกิจการค้าขายหรืออาชีวะอย่างนั้น

 

บางเสี้ยวชีวิต “สายัณห์” มะเร็งตับอ่อนไม่เข้าใครออกใคร ตอนที่ 2

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07090010956&srcday=2013-09-01&search=no

วันที่ 01 กันยายน พ.ศ. 2556 ปีที่ 19 ฉบับที่ 332

ลูกทุ่งเศรษฐี

เลิศชาย คชยุทธ

บางเสี้ยวชีวิต “สายัณห์” มะเร็งตับอ่อนไม่เข้าใครออกใคร ตอนที่ 2

สายัณห์ สัญญา เจ้าของฉายา แหบมหาเสน่ห์ นอนพักรักษาตัวด้วยโรคมะเร็งตับอ่อนระยะสุดท้ายที่โรงพยาบาลพระราม 9 ได้ระยะหนึ่ง แต่แล้วเขาก็ตัดสินใจขอกลับไปบ้านเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม โดยไม่มีใครสามารถทัดทานความตั้งใจของเขาได้

บ้านพักของสายัณห์ คือ อาคาร เอส.เค. เรสซิเดนท์ ย่านสะพานพระปิ่นเกล้า กรุงเทพฯ

เหตุผลที่กลับมาอยู่บ้าน ได้รับการเปิดเผยจาก มานิตย์ อังกินันทน์ ผู้จัดการส่วนตัว และ วรรณพร สัมฤทธิ์ ภรรยา สรุปได้ความว่า

สายัณห์ทนเจ็บแขนที่แพทย์เจาะเพื่อให้ยาไม่ไหว อีกอย่างก็คือ ต้องการรักษาด้วยแพทย์ทางเลือก

และที่สำคัญ สายัณห์ต้องการไปขึ้นเวทีคอนเสิร์ต “วันอำลา ขวัญใจคนเดิม กลับบ้าน สุพรรณบุรี” วันที่ 16 สิงหาคม ณ ลานอนุสรณ์สถานดอนเจดีย์

หากยังนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลพระราม 9 แพทย์คงไม่อนุญาตให้ออกไปขึ้นเวทีคอนเสิร์ตเป็นแน่ เหมือนเมื่อตอนสายัณห์ออกจากโรงพยาบาลครั้งแรกไปขึ้นเวทีคอนเสิร์ตที่ศูนย์การค้าพระประแดงอาเขต จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม แพทย์และพยาบาลคอยควบคุมตลอดเวลาเพราะเกรงจะอ่อนเพลียและติดเชื้อ

บนเวทีคอนเสิร์ตที่พระประแดงครั้งนั้น ขณะสายัณห์ยืนถือไมค์พูดคุยกับแฟนเพลงอยู่หน้าเวที มีลูกๆ และคนใกล้ชิดยืนถือร่มกันฝนอยู่ข้างๆ สายัณห์ได้บอกว่าไม่ต้องการร่มให้เกะกะและดูไม่เป็นธรรมชาติของศิลปินเวลาออกร้องเพลง แต่คนใกล้ชิดเอ่ยปากว่า “ไม่ได้…หมอสั่งให้กางร่ม” นั่นแหละสายัณห์ถึงยินยอม

การพูดจากับแฟนเพลง สายัณห์เปิดใจเหมือนกับที่เคยให้สัมภาษณ์มาหลายครั้งว่า แฟนเพลงไม่ต้องไปคิดอะไรมาก คนเราเกิด แก่ เจ็บ ตาย เหมือนกัน ทุกคนรู้วันเกิด แต่ไม่รู้วันตาย และพร้อมจะตายหน้าเวที แต่ก็หวังว่าบุญกุศลมากมายที่เคยทำไว้ อาจจะทำให้ยมทูต ยมบาล หลงตาแล้วปล่อยให้มีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกระยะหนึ่ง

เมื่อมาอยู่บ้าน สายัณห์ไม่ได้ไปเข้ารับเคมีบำบัด ที่โรงพยาบาลพระราม 9 ตามที่แพทย์นัด ซึ่งกำหนดจะต้องทำเคยมีบำบัด 8 ครั้ง ครั้งหนึ่งจะใช้เวลา 7 วัน รวมแล้วก็ 56 วัน หรือเกือบ 2 เดือน

วรรณพร สัมฤทธิ์ ภรรยาเผยว่า แพทย์ทางเลือกที่มาให้การรักษาในช่วงต้นเดือนสิงหาคม ไม่ได้คิดค่าใช้จ่าย รักษาให้ฟรี การรักษาจะเริ่มตั้งแต่ 3 เดือน ไปจนถึง 6 เดือน ในขณะที่แพทย์โรงพยาบาลพระราม 9 ก็โทรศัพท์มาหาบอกว่า อยากให้กลับไปรักษาต่อ แต่ตอนนี้เรารักษาด้วยแพทย์ทางเลือกแล้ว ซึ่งมันเป็นการรักษาคนละอย่าง จึงอยากที่จะรักษาในแพทย์ทางเลือกไปก่อน ตอนนี้เราก็สบายใจขึ้น เพราะอาการพี่เป้าไม่ซีดเหมือนก่อนหน้านี้

สำหรับโรคที่รุมเร้าสายัณห์นั้น ผู้เป็นภรรยาเผยว่า มีทั้งเบาหวาน โรคเลือด หรือธาลัสซีเมียแฝงที่เป็นมาแต่เด็ก และมะเร็งตับอ่อน

ด้าน มานิตย์ ผู้จัดการส่วนตัวสายัณห์กล่าวว่า เมื่อคืนวันที่ 6 สิงหาคม พี่เป้าได้เดินทางออกจากที่พักไปยัง “อุรุพงษ์ แล็บ” ย่านสถานีรถไฟสามเสน เพื่อทำการเจาะเลือด เอกซเรย์ และสแกนร่างกาย ซึ่งพบว่าก้อนเนื้อบริเวณตับอ่อนที่มีอยู่ 6 ชิ้น โตขึ้นกว่าเดิมจากที่ตรวจพบครั้งแรก คุณหมอก็ให้ความหวังว่า ถ้าพี่เป้าใช้ยาแล้วดีขึ้นก็จะสามารถอยู่ได้ 1-2 ปี ซึ่งคุณหมอที่ตรวจให้จะเป็นห่วงเรื่องตับมากที่สุด

เจ้าโรคร้ายตัวนี้ เวลาจะเป็นกับใคร มันไม่บอกให้รู้ตัว การเสียชีวิตของ สตีฟ จ็อบส์ (STEVE JOBS) ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Apple และผู้ได้รับการขนานนามว่าเป็นอัจฉริยะแห่งโลกยุคใหม่ด้วยโรคมะเร็งตับอ่อน ทั้งๆ ที่ยังหนุ่มยังแน่น

จากข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่า มะเร็งตับอ่อนมักเกิดขึ้นกับผู้ชายมากกว่าผู้หญิงถึง 4 เท่า และจะพบมากในกลุ่มผู้มีอายุตั้งแต่ 40-70 ปี ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะไม่รู้ว่าตัวเองเป็นมะเร็งตับอ่อน และมักจะตรวจพบเมื่อมะเร็งลุกลามหรือรุนแรงมากแล้ว แต่อาการสังเกตเบื้องต้นมีดังนี้

ดีซ่าน ตัวเหลืองตาเหลือง อาการปวดบริเวณส่วนบนของช่องท้องและร้าวไปหลัง ปวดท้องร่วมกับปวดหลัง เบื่ออาหาร น้ำหนักลดอย่างไม่ทราบสาเหตุ อ่อนเพลียกว่าปกติ ผู้ป่วยบางคนอุจจาระลักษณะมีไขมันปนมาก

การตรวจหามะเร็งตับอ่อนค่อนข้างยาก ซึ่งมักจะพบเมื่อมะเร็งเริ่มลุกลามมากแล้ว มะเร็งตับอ่อนแบ่งออกเป็น 4 ระยะ โดยระยะที่ 4 โรคมะเร็งแพร่กระจายเข้ากระแสเลือด (มักแพร่กระจายเข้าตับ ปอด และกระดูก) หรือเข้าต่อมน้ำเหลืองในช่องท้อง นอกช่องท้องซึ่งอยู่ไกลจากตัวตับอ่อน

กรณีที่มะเร็งลุกลามมากแล้วซึ่งจะเป็นการรักษาและประคองอาการเท่านั้น เช่น การให้เคมีบำบัด และการฉายรังสีเพื่อยับยั้งการขยายตัวของมะเร็ง

ในรายของสายัณห์ซึ่งมีจิตใจเข้มแข็งและมีกำลังใจดีมาก การเริ่มต้นรักษาด้วยแพทย์ทางเลือกจะสามารถชะลอชีวิตไปได้นานแค่ไหนยังเป็นเรื่องที่ไม่มีใครตอบได้ หากอาการดีขึ้นและมีชีวิตอยู่ได้นานย่อมเป็นที่ปรารถนาของครอบครัวและแฟนเพลงทุกคน

แต่ถ้าอาการไม่ดีขึ้น สายัณห์คงไม่แคล้วที่จะกลับมาหาแพทย์ที่โรงพยาบาลพระราม 9 ซึ่งตอนนั้นก็ยังตอบไม่ได้เช่นกันว่า การเยียวยาด้วยเคมีบำบัดจะส่งผลดีกับคนไข้ได้แค่ไหน