ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

ฤทธิ์ปกป้องตับของใบแป๊ะก๊วย มีนาคม 16, 2012

http://www.medplant.mahidol.ac.th/active/shownews.asp?id=738

ย่อยข่าวงานวิจัย

ฤทธิ์ปกป้องตับของใบแป๊ะก๊วย

การศึกษาผลของสาร polyprenols จากใบแป๊ะก๊วยในการปกป้องตับของหนูแรทที่ถูกเหนี่ยวนำให้ตับถูกทำลายด้วยสารคาร์บอนเตตระคลอไรด์ เปรียบเทียบกับยา Essentiale ซึ่งเป็นยาที่ใช้ในผู้ป่วยที่เป็น โรคเกี่ยวกับตับ พบว่าสาร polyprenols ที่ขนาด 40 และ 60 มก./กก. มีผลลดระดับของเอนไซม์ตับ Aspartate aminotranferase (AST), Alanine aminotransferase (ALT), Alkaline phoaphatase (ALP) และเพิ่มระดับของอัลบูมินและโปรตีนรวม ส่วนขนาด 10 มก./กก. มีผลเพียงเล็กน้อย ขณะที่ยา Essentiale ขนาด 360 มก./กก. มีผลลดระดับ ALP และเพิ่มอัลบูมิน แต่ไม่มีผลต่อ ALT, AST และโปรตีนรวม สาร polyprenols ที่ขนาด 160 มก./กก. ให้ผลใกล้เคียงกับยา Essentiale ในการลดระดับของ malondialdehyde และเพิ่มระดับของกลูตาไธโอนและเอนไซม์ superoxide dismutase นอกจากนี้ยังมีผลลดปริมาณของสาร hydroxyproline และคอลลาเจนในตับ ทำให้ระดับของ laminin กรดไฮยาลูรอนิค ไตรกลีเซอร์ไรด์ และคอเลสเตอรอลในเลือดลดลง และทำให้การเกิดไขมันในตับลดลง สรุปได้ว่าสาร polyprenols จากใบแป๊ะก๊วย โดยเฉพาะที่ขนาดสูง 160 มก./กก จะมีผลในการปกป้องตับได้เทียบเท่ากับยา Essentiale โดยเป็นผลมาจากฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระของสาร

Fitoterapia 2011;82:834-40.


หน่วยบริการฐานข้อมูลสมุนไพร สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ถนนศรีอยุธยา พญาไท กทม. 10400 Tel. 0-2644-8677-91 ต่อ 5305, 5316
 

ผลของน้ำมันจากเมล็ดทับทิมต่อความอ้วนและภาวะดื้ออินซูลิน

http://www.medplant.mahidol.ac.th/active/shownews.asp?id=737

ย่อยข่าวงานวิจัย

ผลของน้ำมันจากเมล็ดทับทิมต่อความอ้วนและภาวะดื้ออินซูลิน

การทดลองในหนูเม้าส์ที่เลี้ยงด้วยอาหารที่มีไขมันสูงเพื่อเหนี่ยวนำให้เกิดความอ้วนและภาวะดื้ออินซูลิน โดยแบ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับอาหารที่มีไขมันสูงซึ่งผสมน้ำมันจากเมล็ดทับทิม 1% และกลุ่มควบคุมที่ได้รับอาหารไขมันสูงเพียงอย่างดียว เป็นเวลา 12 สัปดาห์ พบว่าหนูที่ได้รับน้ำมันจากเมล็ดทับทิมจะมีน้ำหนักตัวน้อยกว่ากลุ่มควบคุม และไม่มีผลต่อการกินอาหารและการใช้พลังงานของหนู เมื่อทดลองวัดความไวของอินซูลินด้วยวิธี Hyperinsulinemic euglycemic clamp พบว่าระดับของกลูโคส อินซูลิน และความไวของอินซูลินในตับของหนูทั้ง 2 กลุ่ม ไม่แตกต่างกัน แต่กลุ่มที่ได้รับน้ำมันจากเมล็ดทับทิมจะมีความไวของอินซูลินที่ปลายเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อเพิ่มมากกว่า สรุปได้ว่าน้ำมันจากเมล็ดทับทิมจะช่วยลดความอ้วนและภาวะดื้ออินซูลินในหนูได้ โดยไม่กระทบต่อการกินอาหารและการใช้พลังงาน

Food Chem Toxicol 2011;49:1426-30.


หน่วยบริการฐานข้อมูลสมุนไพร สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ถนนศรีอยุธยา พญาไท กทม. 10400 Tel. 0-2644-8677-91 ต่อ 5305, 5316
 

สารสำคัญในเมล็ดตีนเป็ดทรายกับฤทธิ์ต้านเซลล์มะเร็งตับ

http://www.medplant.mahidol.ac.th/active/shownews.asp?id=736

ย่อยข่าวงานวิจัย

สารสำคัญในเมล็ดตีนเป็ดทรายกับฤทธิ์ต้านเซลล์มะเร็งตับ

การศึกษาผลของสาร neriifolin ซึ่งเป็นสารในกลุ่ม cardiac glycoside ที่แยกได้จากเมล็ดตีนเป็ดทราย (Cerbera manghas  L.) ต่อเซลล์มะเร็งตับชนิด HepG2 พบว่าสารดังกล่าวลดอัตราการรอดชีวิตของเซลล์ ทำให้วัฏจักรของเซลล์หยุดในระยะ S และ G2/M และกระตุ้นกระบวนการตายของเซลล์มะเร็ง โดยสาร neriifolin ออกฤทธิ์ผ่านกลไกการกระตุ้นเอนไซม์ caspase-3, -8 และ -9 นอกจากนี้ยังเพิ่มการแสดงออกของ Fas และ FasL ซึ่งเป็นโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการตายของเซลล์ ซึ่งจากผลการทดลองแสดงให้เห็นว่า สาร neriifolin น่าจะมีประสิทธิภาพในการรักษามะเร็งตับ

Fitoterapia 2011;82:735-41


หน่วยบริการฐานข้อมูลสมุนไพร สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ถนนศรีอยุธยา พญาไท กทม. 10400 Tel. 0-2644-8677-91 ต่อ 5305, 5316
 

ฤทธิ์ปกป้องตับของสาร curcumin

http://www.medplant.mahidol.ac.th/active/shownews.asp?id=735

ย่อยข่าวงานวิจัย

ฤทธิ์ปกป้องตับของสาร curcumin

การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง heme oxygenase-1(HO-1)/carbon monoxide (CO) system และ lipid peroxidation ต่อการทำงานของตับและเอนไซม์ nitric oxide synthase-2 (NOS-2) โดยฉีดสาร curcumin เข้าทางช่องท้องของหนูแรทในขนาด 100 มก./กก. เป็นเวลา 1 ชม. ก่อนที่หนูจะได้รับสาร D-galactosamine และ lipopolysaccharide เพื่อเหนี่ยวนำให้เกิดความเป็นพิษต่อตับ พบว่าสาร curcumin ทำให้ระดับของเอนไซม์ alanine aminotransferase (ALT) และ aspartate aminotransferase (AST) ในเลือดลดลง ซึ่ง ALT และ ASTเป็นเอนไซม์ที่บ่งชี้ว่าตับถูกทำลาย ในขณะเดียวกัน กระบวนการ lipid peroxidation ก็ลดลงด้วย ซึ่งแสดงถึงฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ นอกจากนี้พบว่าสาร curcumin ทำให้ระดับ HO-1 เพิ่มขึ้น 2.4 เท่า แต่ทำให้ NOS-2 ลดลง 4.1 เท่า จากผลการทดลองทำให้สามารถสรุปได้ว่าสาร curcumin ออกฤทธิ์ปกป้องเซลล์ด้วยกลไกการปรับ CO/NO pathways

Fitoterapia 2011;82:786-91


หน่วยบริการฐานข้อมูลสมุนไพร สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ถนนศรีอยุธยา พญาไท กทม. 10400 Tel. 0-2644-8677-91 ต่อ 5305, 5316
 

ฤทธิ์ต้านเชื้อจุลชีพซึ่งเป็นสาเหตุของการบูดเน่าในอาหารจากน้ำมันยูคาลิป

http://www.medplant.mahidol.ac.th/active/shownews.asp?id=734

ย่อยข่าวงานวิจัย

ฤทธิ์ต้านเชื้อจุลชีพซึ่งเป็นสาเหตุของการบูดเน่าในอาหารจากน้ำมันยูคาลิป

การทดสอบฤทธิ์ต้านจุลชีพของน้ำมันหอมระเหยจากยูคาลิปต่อเชื้อแบคทีเรีย เช่น Escherichia coli, Pseudomonas aeruginosa, P. fluorescens, Bacillus subtilis, Staphylococcus aureusเชื้อรา เช่น Penicillium digitatum, Aspergillus flavus, A. niger, Mucor spp., Rhizopus nigricans, Fusarium oxysporum และยีสต์ เช่น Candida albicans, Sacchromyces cerevisiae  ด้วยวิธี agar dilution/well diffusion และ disc volatilization พบว่าน้ำมันยูคาลิปทั้งในรูปแบบของของเหลวและไอระเหย สามารถยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และยีสต์ได้ โดยมีค่าความเข้มข้นต่ำสุดที่สามารถยับยั้งเชื้อได้ (MIC) 2.25 – 9 มก./มล. สำหรับเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา และ 1.13 – 2.25 มก./มล. สำหรับยีสต์ และเมื่อนำน้ำมันยูคาลิปไปวิเคราะห์ทางเคมีพบว่าในน้ำมันที่อยู่ในรูปของของเหลวประกอบไปด้วย 1,8-cineole (45.4%), limonene (17.8%), p-cymene (9.5%), γ-terpinene (8.8%), α-pinene (4.2%) และ α-terpineol (3.4%) ในขณะที่ไอระเหยประกอบไปด้วย 1,8-cineole (34.6%), limonene (29.9%), p-cymene (10.5%), γ-terpinene (7.4%), α-pinene (4.0%) และ α-phellandrene (2.4%)

Food Chemistry 2011;126:228-35


หน่วยบริการฐานข้อมูลสมุนไพร สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ถนนศรีอยุธยา พญาไท กทม. 10400 Tel. 0-2644-8677-91 ต่อ 5305, 5316
 

ลดคอเลสเตรอลด้วย Phytosterol จากน้ำมันรำข้าว

http://www.medplant.mahidol.ac.th/active/shownews.asp?id=733

ย่อยข่าวงานวิจัย

ลดคอเลสเตรอลด้วย Phytosterol จากน้ำมันรำข้าว

การศึกษาแบบ Randomized, double-blind, crossover ในอาสาสมัครคอเลสเตอรอลสูงระดับปานกลาง (มีระดับคอเลสเตอรอล 5 – 7.5 mmol/l และระดับไตรกลีเซอไรด์ ≤ 4.5 mmol/l)อายุ 30-65 ปี จำนวน 80 คน แบ่งการทดลองออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 40 คน กลุ่มที่ 1 ให้รับประทาน spread 3 ชนิด คือ spread (ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทาขนมปัง) จากน้ำมันรำข้าว (RBOS: phytosterol 118 มิลลิกรัม และ γ-oryzanol 30 มิลลิกรัม), standard spread หรือ Phytosterol-enriched spread (phytosterol 1600 มิลลิกรัม) รับประทานวันละ 20 กรัม ชนิดละ 4 สัปดาห์ แล้วสลับไปยังชนิดถัดไป (รวมระยะเวลา 12 สัปดาห์) และการศึกษาในกลุ่มที่ 2 ให้รับประทาน spread ร่วมกับน้ำมัน โดยจะถูกสุ่มให้รับประทาน RBOS 20 กรัมร่วมกับน้ำมันรำข้าว 30 มิลลิลิตร, standard spread 20 กรัมร่วมกับน้ำมันดอกทานตะวัน 30 มิลลิลิตรหรือ Phytosterol-enriched spread 20 กรัมเพียงอย่างเดียว โดยให้รับประทานชนิดละ 4 สัปดาห์ แล้วสลับไปยังชนิดถัดไป (รวมระยะเวลา 12 สัปดาห์) ผลการศึกษาพบว่าการรับประทาน RBOS 20 กรัม ช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอล อัตราส่วนระหว่างคอเลสเตอรอลรวมกับ HDL-cholesterol และปริมาณ LDL-cholesterol ในเลือดลง 2.2%, 4.1% และ 3.5% ตามลำดับ แต่ยังมีผลน้อยกว่าการรับประทาน Phytosterol-enriched spread ซึ่งสามารถลดได้ 4.4%, 3.4% และ 5.6% ตามลำดับ และการบริโภคน้ำมันรำข้าวร่วมกับ RBOS เพื่อเพิ่มปริมาณ phytosterol ให้ผลไม่แตกต่างจากการรับประทาน RBOS เพียงอย่างเดียว แสดงให้เห็นว่าการรับประทาน RBOS ในมื้ออาหารตามปกติมีประสิทธิภาพพอเพียงต่อการลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด

Br J Nutr 2011; 105: 1801-18


หน่วยบริการฐานข้อมูลสมุนไพร สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ถนนศรีอยุธยา พญาไท กทม. 10400 Tel. 0-2644-8677-91 ต่อ 5305, 5316
 

ฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดของ Curcumin จากขมิ้นชัน

http://www.medplant.mahidol.ac.th/active/shownews.asp?id=732

ย่อยข่าวงานวิจัย

ฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดของ Curcumin จากขมิ้นชัน

การศึกษาผลของ curcumin จากขมิ้นชันต่อภาวะดื้ออินซูลินและฤทธิ์ลดน้ำตาลในหนูแรทเพศผู้ที่ถูกกระตุ้นให้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 (type 2 diabetes mellitus) ด้วยการกินอาหารไขมันสูง นาน 60 วัน โดยป้อนขมิ้นชัน ขนาด 80 มก./กก.น้ำหนักตัว ให้หนูแรทกินพร้อมอาหารไขมันสูง นาน 60 วัน เพื่อศึกษาผลการป้องกันของ curcumin และป้อน curcumin ขนาด 80 มก./กก.น้ำหนักตัว ให้แก่หนูแรทที่เป็นเบาหวาน (หลังจากกินอาหารไขมันสูง 60 วัน) ต่อไปอีก 15 วัน เพื่อศึกษาผลการรักษาของ curcumin การทดลองพบว่า curcumin ช่วยลดน้ำตาลในเลือดและชะลอการเกิดภาวะดื้ออินซูลิน โดยคาดว่ามีผลเกี่ยวข้องฤทธิ์ต้านการอักเสบของ curcumin ที่ช่วยลดระดับ tumor necrosis factor-α ในเลือดของหนูแรทที่กินอาหารไขมันสูง และออกฤทธิ์ยับยั้งการสลายไขมัน ทำให้ปริมาณกรดไขมันอิสระในเลือดลดลง ซึ่งผลการป้องกันและลดน้ำตาลในเลือดของ curcumin นี้ให้ผลดีเทียบเท่ากับการให้ยา rosiglitazone (ยารักษาโรคเบาหวานสำหรับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2) ขนาด 1 มก./กก.น้ำหนักตัว แก่หนูแรท แสดงให้เห็นว่า curcumin มีฤทธิ์ในการป้องกันและรักษาโรคเบาหวาน จึงอาจเป็นประโยชน์ต่อการนำไปใช้เสริมการรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้

Food Chem Toxicol 2011; 49:1129-40


หน่วยบริการฐานข้อมูลสมุนไพร สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ถนนศรีอยุธยา พญาไท กทม. 10400 Tel. 0-2644-8677-91 ต่อ 5305, 5316
 

 
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 3,916 other followers