ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

ครม.ไฟเขียวร่าง พ.ร.ฎ.ลดภาษีเงินได้บุคคล-นิติบุคคล กันยายน 17, 2014

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/450652

โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ 16 ก.ย. 2557 16:45

ครม.ไฟเขียวลดภาษีเงินได้บุคคล จัดเก็บ 5%-35% จากเดิม 10%-37% ตามเงินได้สุทธิเกินแสนขึ้นไป ส่วนภาษีเงินได้นิติบุคคล เหลือจัดเก็บ 20%ของกำไรสุทธิ…

เมื่อวันที่ 16 ก.ย. ร.อ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตราภาษี รัษฎากร ฉบับที่ พ.ศ…. ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เห็นชอบ โดยจะมีการลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ดังนี้ เงินได้สุทธิ ไม่เกิน 1 แสนบาท ให้คงจัดเก็บในอัตรา 5% และเงินได้สุทธิในส่วนที่เกิน 1 แสนบาท แต่ไม่เกิน 3 แสนบาท จัดเก็บเหลือ 5% จากเดิม 10%, เงินได้สุทธิ ส่วนที่เกิน 3 แสนบาท แต่ไม่เกิน 5 แสนบาท ให้คงจัดเก็บในอัตรา 10%

ส่วนเงินได้สุทธิ ในส่วนที่เกิน 5 แสนบาท แต่ไม่เกิน 7.5 แสนบาทให้เก็บในอัตรา 15% จากเดิม 20%, เงินได้สุทธิ ในส่วนที่เกิน 7.5 แสนบาท แต่ไม่เกิน 1 ล้านบาท ให้คงจัดเก็บที่อัตรา 20%, เงินได้สุทธิ เกิน 1 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 2 ล้านบาท ให้เก็บในอัตรา 25% จากเดิม 30%, เงินได้สุทธิเกิน 2 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 4 ล้านบาท ให้คงจัดเก็บที่อัตรา 30% และ เงินได้สุทธิในส่วนที่เกิน 4 ล้านบาทขึ้นไปให้จัดเก็บในอัตรา 35% จากเดิมที่ 37% โดยจะมีผลบังคับใช้หลังจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

นอกจากนี้ ยังมีการลดภาษีเงินได้นิติบุคคล เหลือการจัดเก็บในอัตรา 20% ของกำไรสุทธิ โดยมีผลบังคับใช้ในรอบบัญชีที่เริ่มภายใน หรือ เริ่มหลังวันที่ 1 ม.ค. 58 แต่ไม่เกิน 31 ธ.ค. 58.

 

ครม.ไฟเขียวตั้ง กนย.ชุดใหม่ ‘บิ๊กตู่’ นั่งประธาน แก้ยางราคาตก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/450641

โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ 16 ก.ย. 2557 16:24

ครม.เห็นชอบตั้ง กนย.ชุดใหม่ นายกฯ ประยุทธ์ นั่งประธาน แก้ปัญหายางพาราทั้งระบบ ยกระดับรายได้เกษตรกร…

เมื่อวันที่ 16 ก.ย. ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการปรับปรุงองค์ประกอบ และอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) เสนอ โดยมีองค์ประกอบ ดังนี้ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ, รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นรองประธานกรรมการ

ส่วนกรรมการ ประกอบด้วย รมว.พาณิชย์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร กรรมการและผู้จัดการตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย

รวมถึงนายกสมาคมผู้ผลิตถุงมือยางไทย นายกสมาคมน้ำยางข้นไทย นายกสมาคมยางพาราไทย ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ประธานชุมนุมสหกรณ์เกษตรอุตสาหกรรมการยางแห่งประเทศไทย นายกสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย นายกสมาคมเครือข่ายเกษตรกรสถาบันเกษตรกรยางพารา ประธานเครือข่ายยางพาราแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมธุรกิจไม้ยางพาราไทย โดยมี เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นกรรมการและเลขานุการ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

สำหรับอำนาจหน้าที่ กนย. ประกอบด้วย 1. เสนอแนะนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาและแก้ไขปัญหายางพาราทั้งระบบ กำหนดมาตรการระยะสั้นและระยะยาวให้เชื่อมโยงทั้งการผลิต การตลาด และการแปรรูปอย่างครบวงจร โดยครอบคลุมการขึ้นทะเบียนเกษตรกร การพัฒนาการผลิต การพัฒนาระบบตลาด การแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า การควบคุมคุณภาพและมาตรฐานการวิจัยพัฒนาและเพิ่มการใช้ยางในประเทศ รวมทั้งแนวทางการเจรจาของไทยเกี่ยวกับยางพาราระหว่างประเทศต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ

2. กำหนดและเสนอมาตรการเพื่อดูแลระดับราคายางพารา ให้เกษตรกรมีรายได้ที่เหมาะสม โดยเน้นกลไกตลาด เสนอแผนปฏิบัติการ รวมทั้งงบประมาณที่ต้องใช้ในการดูแลระดับราคายาง เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องและคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ และอนุมัติตามขั้นตอน

3. ติดตามและกำกับดูแลการปฏิบัติตามนโยบายและยุทธศาสตร์มาตรการ และแผนปฏิบัติการตามที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี

4. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ คณะทำงาน และคณะที่ปรึกษา เพื่อดำเนินการศึกษา วิเคราะห์ และเสนอแนะแนวทางในการบริหารจัดการยางพาราต่อคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ

5. เชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงหรือขอเอกสารหลักฐาน โดยให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานของทางราชการให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินการของคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ

6. ดำเนินการอื่นตามที่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย.

 

เครือข่ายภาคปชช.ฯ ยื่นหนังสือ กสทช. ให้ทบทวนสัมปทานช่อง3

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/450619

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ก.ย. 2557 15:52

สมาคมเครือข่ายภาคประชาชนเฝ้าระวังสื่อวิทยุและโทรทัศน์ ยื่นหนังสือ จี้ กสทช. ดำเนินการ 4 ข้อ ทบทวนสัมปทาน อสมท กับช่อง 3…

เมื่อเวลา 12.15 น. วันที่ 16 ก.ย. นายณรงค์ เก็บทรัพย์ กรรมการสมาคมเครือข่ายภาคประชาชนเฝ้าระวังสื่อวิทยุและโทรทัศน์ เป็นตัวแทนเข้ายื่นหนังสือ ต่อพลอากาศเอก ธเรศ ปุณศรี ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ขอให้ดำเนินการ 4 ข้อ ซึ่งหนึ่งในนั้นได้เรียกร้องให้ กสทช. ทบทวนสัญญาสัมปทานระหว่าง อสมท กับบริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ หรือ ช่อง 3 และเพิกถอนใบอนุญาตของช่อง 3

กสทช.

โดยมีนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เป็นผู้รับมอบ และเตรียมตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณาข้อเท็จจริง ก่อนนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ กสทช. วันพรุ่งนี้ (17 ก.ย.) พร้อมกับทบทวนมติที่ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กรณีให้โครงข่ายดาวเทียม และเคเบิลยุติการออกอากาศช่อง 3 และยุติการเป็นโทรทัศน์ผู้ให้บริการเป็นการทั่วไป โดยเลขาธิการ กสทช. ระบุว่า ตามหลักของสัญญาสัมปทาน กสทช. มีอำนาจในการตรวจสอบ และที่ผ่านมาก็เคยยกเลิกบางสัญญามาแล้ว.

 

ม.หอการค้าฯ ชงคลังปฏิรูปภาษีสรรพสามิต เลิกเก็บธุรกิจโทรคมนาคม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/450610

โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ 16 ก.ย. 2557 15:27

ม.หอการค้าฯ ชงคลังปฏิรูปเก็บภาษีสรรพสามิตให้เหมาะสม เท่าเทียม จี้ยกเลิกเก็บภาษีโทรคมนาคม เครื่องดื่มบางตัว เหตุเพิ่มภาระผู้บริโภค เสนอลดอัตราเก็บภาษีน้ำมัน ปรับโครงสร้างแอลพีจีให้มีส่วนต่างจากราคาโซฮอล์ให้มากขึ้น…

เมื่อวันที่ 16 ก.ย. น.ส.ศิริญญา ดุสิตนานนท์ หัวหน้าโครงการวิจัยปฏิรูปภาษีสรรพสามิต มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า จากการศึกษาในกลุ่มสินค้าหลักที่ทำรายได้สูงสุดให้กรมสรรพสามิต ได้แก่ น้ำมัน รถยนต์ สุรา เบียร์ ยาสูบและเครื่องดื่ม รวมทั้งสินค้าอื่นๆ ทำรายได้ในปีงบประมาณ 2556 จำนวน 432,868 ล้านบาท พบว่า การจัดเก็บภาษี ยังขาดวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนและเหมาะสม ส่วนใหญ่มุ่งเน้นแต่รายได้ ดังนั้นภาครัฐจึงควรทบทวนและกำหนดวัตถุประสงค์ของการจัดเก็บภาษีของสินค้าแต่ละประเภทให้เหมาะสมและเป็นธรรม เนื่องจากภาษีสรรพสามิตเป็นภาษีทางอ้อมที่เก็บจากการบริโภคสินค้าเพียงบางประเภทที่ก่อให้เกิดผลกระทบทางลบ ซึ่งหากรัฐต้องการสร้างรายได้ก็ควรใช้เครื่องมือทางภาษีอื่น

นอกจากนี้ ยังเห็นว่าควรมีการวางแผนปฏิรูปภาษีสรรพสามิต โดยมุ่งสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับภาคเอกชน เช่น การปรับปรุงประสิทธิภาพการจัดเก็บทั้งด้านการกำหนดโครงสร้างภาษี โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจด้านโทรคมนาคมไม่ควรที่จะมีการจัดเก็บ ขณะที่ฐานการคำนวนการเก็บภาษีควรเท่าเทียมกัน เช่น รถยนต์ และสุรา พร้อมทั้งปรับลดอัตราภาษีที่เก็บจากน้ำมันและปรับโครงสร้างราคาแอลพีจีให้เหมาะสม เพื่อให้มีส่วนต่างกับราคาแก๊สโซฮอล์มากขึ้น โดยเก็บภาษีให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงในผลิตภัณฑ์น้ำมันทุกชนิด ซึ่งการปรับขึ้นอัตราภาษี ควรคำนึงถึงระบบการค้าและภาษีของประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อป้องกันปัญหาการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฏหมาย

“ภาษีสรรพสามิตที่ก่อให้เกิดความไม่เท่าเทียมกัน อาจจะต้องยกเลิก เช่น การเก็บภาษีสินค้าเครื่องดื่มบางตัว หรือภาษีกิจการโทรคมนาคม เพราะจะกระทบต่อศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการ ซึ่งเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านแล้วอาจจะไม่มีการเรียกเก็บภาษีในส่วนนี้ หรือมีการเก็บในอัตราที่ต่ำกว่ามาก” น.ส.ศิริญญา กล่าว

ทั้งนี้ แม้รัฐบาลจะมองว่าการเก็บภาษีสรรพสามิตเป็นไปเพื่อสร้างรายได้ แต่ต้องคำนึงด้วยว่าภาษีสรรพสามิต มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อจัดการกับภาระภายนอกที่เกิดจากสินค้าและบริการนั้นๆ ซึ่งควรเป็นวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการจัดการเก็บภาษีสรรพสามิตมากกว่าการจัดเก็บเพื่อหารายได้เป็นหลัก ซึ่งคาดว่าหลังจากวันที่ 22 ก.ย.นี้ จะนำเสนอผลวิจัยให้กับกระทรวงการคลัง พิจารณาตามแนวทางการปฏิรูปประเทศโดยเร่งด่วน เนื่องจากภาษีสรรพสามิตเป็นภาษีทางอ้อมที่เก็บจากการบริโภคสินค้าเพียงบางประเภทที่ก่อให้เกิดผลกระทบทางลบ ดังนั้น หากรัฐต้องการสร้างรายได้ ควรใช้เครื่องมือทางภาษีอื่นมากกว่าภาษีสรรพสามิตและควรบูรณาการเป้าหมายการจัดเก็บรายได้ของ 3 กรมภาษี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดเก็บภาษี เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อภาครัฐ และภาคธุรกิจ

ขณะเดียวกัน ยังเห็นว่าควรมีการวางแผนการปฏิรูปภาษีสรรพสามิต โดยมุ่งขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ภาคธุรกิจ เช่น กำหนดโครงสร้างภาษีหรือฐานภาษีให้ชัดเจน เหมาะสมกับสินค้าแต่ละประเภท และไม่เป็นการเพิ่มภาระให้แก่ผู้ประกอบการ ขณะเดียวกัน ต้องกำหนดอัตราภาษีให้เหมาะสม โดยตั้งอยู่บนวัตถุประสงค์ที่แท้จริงและคำนึงถึงอัตราภาษีของประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อเตรียมการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) และมีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย มาช่วยในการบริหารจัดเก็บภาษีด้วย อีกทั้งในระยะยาว ควรมีการพิจารณาบูรณาการ 3 กรมจัดเก็บภาษีเข้าด้วยกัน และนำหลักกฎหมายสรรพสามิตที่ดีมาปรับใช้ ได้แก่ หลักความเป็นธรรม, หลักประสิทธิภาพ, หลักความโปร่งใส, หลักความง่ายต่อการปฏิบัติ และหลักความแน่นอน.

 

ไอเน็ต มอบกางเกงแก้วกันน้ำช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/450430

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ก.ย. 2557 14:56

บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ไอเน็ต ร่วมบริจาคกางเกงแก้วกันน้ำ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่กำลังเผชิญอยู่ในหลายพื้นที่ขณะนี้ ผ่านสภากาชาดไทย ( The Thai Red Cross Society ) จำนวน 215 ตัว ณ สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย เมื่อเร็วๆ นี้.

 

ธ.ก.ส. หนุนสินเชื่อสินค้าเกษตรหลัก 9 ชนิด วงเงิน 3 หมื่นล.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/450585

โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ 16 ก.ย. 2557 14:15

ธ.ก.ส. หนุนสินเชื่อสินค้าเกษตรหลัก 9 ชนิดในเครือข่ายองค์กรเกษตร หรือสหกรณ์ในชุมชน สร้างมูลค่าเพิ่มการผลิต-ตลาด ตั้งเป้าขยายสินเชื่อส่วนนี้ 3 หมื่นล้านในปี 57…

เมื่อวันที่ 16 ก.ย. นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. จะสนับสนุนการเพิ่มมูลค่าผลผลิตทั้งในด้านการผลิตและด้านการตลาด ในสินค้าเกษตรหลัก 9 ชนิด ประกอบด้วย ข้าว ข้าวโพด ยางพารา มันสำปะหลัง อ้อย ปาล์มน้ำมัน ลำไย กาแฟ และโคเนื้อ โดยในแต่ละผลผลิตต้องมีสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของผลผลิตรวม ด้วยการสนับสนุนสินเชื่อตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้องค์กรของเกษตรกร เช่น สหกรณ์ หรือ สกต.สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างครบวงจร ภายใต้แนวคิดการสร้างมูลค่าเพิ่มกลับคืนสู่ชุมชน โดยตั้งเป้าหมายขยายสินเชื่อในส่วนนี้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 30,000 ล้านบาท ในปี 2557

“แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพรวบรวมผลผลิตหลัก สาขาของ ธ.ก.ส.จะดำเนินการร่วมกับวิสาหกิจชุมชน สกต.และสหกรณ์การเกษตร เพื่อรวบรวม จัดเก็บและแปรรูปให้อยู่ในกระบวนการขององค์กรเกษตรกรทั้งหมด ซึ่ง ธ.ก.ส.จะเป็นผู้สนับสนุนสินเชื่อในกระบวนการผลิตเหล่านั้น รวมทั้งมีการจัดการทางการตลาด ผ่านระบบ E-marketing การสนับสนุนสินค้าที่มีคุณภาพสูง ร่วมกับภาคราชการและพัฒนาสร้างความเข้มแข็งให้กับสหกรณ์การเกษตรให้สามารถทำหน้าที่เป็น Farmer’s market เพื่อสร้างความมั่งคั่งและมั่นคงให้กับเกษตรกรอย่างยั่งยืน” นายลักษณ์ กล่าว

ทั้งนี้ ธ.ก.ส.ได้จัดประชุมสัมมนา สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. (สกต.) ทั้ง 77 แห่งทั่วประเทศในหัวข้อ “สกต. ร่วมใจปฏิรูปเศรษฐกิจชุมชนสู่ความยั่งยืน” ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางปฏิรูปการดำเนินงาน ของขบวนการ สกต. และกำหนดรูปแบบการจัดหาปัจจัยการผลิตผ่านขบวนการ สกต. การเพิ่มประสิทธิภาพ การรวบรวมผลผลิตของ สกต. ให้เป็นแนวทางเดียวกัน เพื่อให้ สกต.มีความเข้มแข็งสามารถยืนหยัดในการทำหน้าที่ในการให้บริการแก่สมาชิกและชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเชื่อมั่นว่าความร่วมมือในทิศทางดังกล่าวระหว่าง สกต. กับ ธ.ก.ส.จะเป็นการเสริมพลังซึ่งกันและกันในการปฏิรูประบบสหกรณ์เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่สมาชิกและชุมชนอย่างแท้จริง.

 

‘แอร์พอร์ตลิงค์’ เล็งดึงอะไหล่รถจอดแช่ ซ่อมขบวนให้บริการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/450581

โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ 16 ก.ย. 2557 13:51

รักษาการเอ็มดี แอร์พอร์ตลิ้งค เผย ซ่อมบำรุงใหญ่ ต้องใช้เวลา 15-16 เดือน ตั้งแต่ขั้นตอนจัดซื้อ หาอะไหล่ เล็งชงบอร์ดรถไฟฯ นำอะไหล่ 4 ขบวนรถที่จอดแช่ มาใช้กับรถไฟฟ้า 5 ขบวน ไม่ให้กระทบผู้โดยสาร…

นายภากรณ์ ตั้งเจตสกาว รองผู้ว่าด้านโครงสร้างพื้นฐาน 1 การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ในฐานะรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด กล่าวถึงแนวทางซ่อมรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงค์ ไม่ให้มีผลกระทบต่อผู้โดยสารว่า ขณะนี้มีวิธีการเดียว โดยจะใช้วิธีการซ่อมบำรุงอะไหล่สำคัญบางส่วน สำหรับรถไฟฟ้า 5 ขบวน ซึ่งยังนำมาวิ่งสลับรองรับผู้โดยสารได้ โดยจะนำอะไหล่ของรถไฟฟ้าที่จอดแช่ไว้ 4 ขบวนมาใช้

ทั้งนี้ เนื่องจากการสั่งซื้ออุปกรณ์อะไหล่ต้องใช้เวลา 7-8 เดือน โดยจะหมุนเวียนดำเนินการและนำรถวิ่งมาให้บริการได้จนถึงปี 2558 ก่อนที่จะเข้าสู่การซ่อมบำรุงใหญ่ต่อไป พร้อมย้ำว่า ก่อนรถไฟฟ้าจะเปิดวิ่งต้องมีวิศกร เซ็นรับรองก่อนจะออกวิ่งเพื่อความปลอดภัย โดยจะมีการเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ การรถไฟฟ้าแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ในวันที่ 19 ก.ย.นี้

ปัจจุบัน รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงค์ มี 9 ขบวน โดย 4 ขบวนจอดแช่ไว้ ไม่สามารถให้บริการ ซึ่งอยู่ระหว่างรอการซ่อมบำรุงใหญ่ ส่วนอีก 5 ขบวน จะให้บริการได้อีก 2 เดือน เพราะครบกำหนดซ่อมบำรุงใหญ่ แต่ทั้งนี้กระบวนการซ่อมบำรุงที่นับตั้งแต่การจัดซื้อจัดจ้างซื้ออุปกรณ์ อะไหล่ด้วยการประมูล และทำการซ่อมแซม ซึ่งรวมแล้วต้องใช้เวลา 15-16 เดือน จะทำให้ไม่มีรถให้บริการ.