ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

กองทัพเคิร์ดยึดคืนเมือง ‘ซินจาร์’ คืนจาก ‘ไอเอส’ สำเร็จ ธันวาคม 21, 2014

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/470281

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ธ.ค. 2557 02:27

(ภาพ: AP Photo)

กองกำลังชาวเคิร์ด อ้างว่า สามารถยึดคืนเมืองซินจาร์ ถิ่นที่อยู่ขอชนกลุ่มน้อยชาวยาซิดี ซึ่งเป็นชนวนให้สหรัฐฯเปิดฉากโจมตีทางอากาศต่อกลุ่มรัฐอิสลาม ได้สำเร็จแล้ว…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองกำลัง ‘เปชเมอร์กา’ ของชาวเคอร์ดิสถานในประเทศอิรัก อ้างว่า สามารถยึดคืนเมือง ‘ซินจาร์’ ซึ่งถูกกลุ่มติดอาวุธ ‘รัฐอิสลาม’ (ไอเอส) บุกโจมตีเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา จนทำให้ชนกลุ่มน้อย ‘ยาซิดี’ ต้องอพยพไปซ่อนตัวในภูเขาใกล้เคียง กลายเป็นวิกฤตด้านมนุษยธรรม ได้แล้ว

สภาความมั่นคงภูมิภาคเคอร์ดิสถาน (เคอาร์เอสซี) ระบุผ่านเว็บไซต์ ทวิตเตอร์ ว่า กองกำลังของพวกเขาเข้าไปในเมืองซินจาร์เมื่อเวลาประมาณ 13:45น. วันเสาร์ (ตามเวลามท้องถิ่น) และประมาณ 1 ชั่วโมงต่อมาก ก็สามารถยึดคืนเมืองนี้และหมู่บ้านข้างเคียงได้สำเร็จ

ทั้งนี้ ชาวยาซิดี ซึ่งเป็นหนึ่งในชนกลุ่มน้อยที่เล็กที่สุดและเก่าแก่ที่สุดในโลก ถูกกลุ่มไอเอสปฏิบัติอย่างทารุณโหดร้าย เชื่อว่ามีสาเหตุมาจากการที่พวกเขาไม่ยอมเปลี่ยนศาสนามานับถือศาสนาอิสลาม นิกายสุหนี่เหมือนพวกเขา เวียน ดาคิล ส.ส.ชาวยาซิดีเพียงคนเดียวในรัฐสภาอิรัก เปิดเผยว่า ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา กลุ่มไอเอสสังหารชาวยาซิดีไปแล้วหลายร้อยคน

ขณะที่นาย นาซานด์ เบกีคานี ที่ปรึกษารัฐบาลภูมิภาคเคอร์ดิสถาน ระบุว่า ผู้หญิงชาวยาซิดีถูกปฏิบัติเยี่ยงปศุสัตว์ หลายคนถูกข่มขืน และจับเป็นทาส

ชาวยาซิดีจำนวนมากต้องหลบหนีไปอาศัยอยู่บนภูเขาซินจาร์ที่อยู่ใกล้เคียงและขาดแคลนอาหาร ส่งผลให้สหประชาชาติประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินด้านมนุษยธรรม นานาชาติแห่บริจากสิ่งของเข้ามาช่วยเหลือ และสหรัฐอเมริกาประกาศเริ่มการโจมตีทางอากาศใส่กลุ่มไอเอสในอิรักในเดือนส.ค.

 

อิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศใส่ ‘ฮามาส’ ในกาซา

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/470277

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ธ.ค. 2557 23:55

(ภาพ: AFP Photo)

อิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศใส่กลุ่มฮามาสในฉนวนกาซาอีกครั้ง เพื่อตอบโต้การโจมตีด้วยจรวดซึ่งไปตกในภาคใต้ของประเทศเมื่อวันศุกร์…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เครื่องบินรบของประเทศอิสราเอลออกปฏิบัติการโจมตีสถานที่แห่งหนึ่งในฉนวนกาซา นับเป็นการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลในฉนวนกาซาเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ทั้ง 2 ฝ่ายประกาศสงบศึกยุติสงคราม 50 วันไปเมื่อเดือนส.ค.

พันโท ปีเตอร์ เลอร์เนอร์ โฆษกของกองกำลังป้องกันอิสราเอล (ไอดีเอฟ) เปิดเผยว่า การโจมตีทางอากาศเมื่อวันเสาร์ (20 ธ.ค.) มีเป้าหมายที่สิ่งปลูกสร้างของกลุ่มติดอาวุธ ‘ฮามาส’ เพื่อตอบโต้การโจมตีด้วยจรวดซึ่งถูกยิงออกมาจากฉนวนกาซา และตกที่เมืองเอชโคล ทางใต้ของประเทศเมื่อวันศุกร์

อย่างไรก็ตาม จรวดจากฉนวนกาซาตกในพื้นที่โล่งและไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บเสียชีวิต ขณะที่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของกาซา ยืนยีนว่า การโจมตีทางอาการศของอิสราเอลก็ไม่ทำให้มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตเช่นกัน

ทั้งนี้ อิสราเอลและกลุ่มฮามาสซึ่งปกครองฉนวนกาซา มีข้อตกลงสงบศึกกันเมื่อเดือนส.ค. เพื่อยุติเหตุความรุนแรงซึ่งเกิดขึ้นติดต่อกันนานถึง 7 สัปดาห์ และทำให้มีผู้เสียชีวิตรวมกว่า 2,200 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวปาเลสไตน์

อีกด้านหนึ่ง ประเทศอียิปต์เตรียมเปิดเส้นทางข้ามชายแดน ‘ราฟาห์’ ซึ่งเชื่อมต่อกับฉนวนกาซาในวันอาทิตย์นี้ (21 ธ.ค.) หลังมันถูกปิดเพราะเหตุระเบิดในคาบสมุทรไซนายเมื่อเดือนต.ค. เพื่อให้ชาวปาเลสไตน์ประมาณ 3,500 คน ที่ยังคงติดค้างอยู่ในประเทศอียิปต์สามารถเดินทางกลับบ้านได้

 

ตร.จับแม่ออสซี่ ต้องสงสัยฆ่าเด็ก 8 คนในบ้านเดียวกัน

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/470275

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ธ.ค. 2557 23:26

(ภาพ: AFP PHOTO)

ตำรวจออสเตรเลียจับกุมตัวสตรีนางหนึ่ง ในฐานะผู้ต้องสงสัยก่อเหตุฆาตกรรมเด็ก 8 คน ภายในบ้านหลังหนึ่งในเมืองทางเหนือของประเทศ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจแห่งประเทศออสเตรเลียจับกุมตัว สตรีอายุ 37 ปีรายหนึ่งซึ่งเป็นมารดาของเด็ก 7 ใน 8 คนที่ถูกพบว่าเสียชีวิตอยู่ภายในบ้านในเมืองแคนซ์ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของรัฐควีนส์แลนด์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (19 ธ.ค.) แต่ยังไม่มีการตั้งข้อกล่าวหาแต่อย่างใด

ตำรวจปิดกั้นสถานที่ที่พบศพเด็ก 8 คน (ภาพ: AP Photo)

สตรีคนดังกล่าวซึ่งสื่อท้องถิ่นของออสเตรเลียเผยว่าชื่อ เมอร์ซาเน วาร์เรีย อายุ 37 ปี ถูกพบในสภาพบาดเจ็บสาหัสจากบาดแผลถูกของมีคมแทงบริเวณหน้าอกและคอ อยู่ในบ้านของตัวเองซึ่งเจ้าหน้าที่พบศพเด็กอายุระหว่าง 2 – 14 ปี จำนวน 8 คนอยู่ในบ้านหลังเดียวกันนี้ด้วย โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังทำการชันสูตรพลิกศพเด็ก ส่วนนางวาร์เรียมีอาการทรงตัว

นายบรูโน อัสนิการ์ เจ้าหน้าที่สืบสวนของเมืองแคนซ์ ยืนยันเรื่องการจับกุมสตรีรายนี้ “หญิงวัย 37 ปี ซึ่งเป็นแม่ของเด็กหลายคนในเหตุการณ์นี้ ถูกจับกุมฐานฆาตกรรมเมื่อคืนที่ผ่านมา (วันศุกร์) และขณะนี้เธอกำลังอยู่ภายใต้การคุ้มครองของตำรวจที่โรงพยาบาลแคนซ์เบส” เจ้าหน้าที่อัสนิการ์เผยด้วยว่า นางวาร์เรืยฟื้นคืนสติและสามารถพูดได้ และในตอนนี้พวกเขายังไม่มองหาผู้ต้องสงสัยคนอื่นๆ

ดอกไม้ไว้อาลัยมากมายถูกนำมาวางไว้ใต้ต้นไม้หน้าบ้านที่พบศพเด็ก 8 คน ในเมืองแคนซ์ (ภาพ: AFP PHOTO)

ทั้งนี้ ศพที่พบประกอบด้วยเด็กผู้หญิง 4 ราย อายุ 2 ปี, 11 ปี, 12 ปี และ 14 ปี และเด็กชายอีก 4 คน อายุ 5 ปี, 6 ปี, 8 ปี และ 9 ปี โดยนางวาร์เรีย เป็นน้าของเด็กหญิงอายุ 14 ปี ผู้จะมีอายุครบ 15 ปี ในวันนี้ (20 ธ.ค.) ส่วนเด็กคนอื่นๆเชื่อว่าเป็นลูกของนางวาร์เรียกับสามีหรือคู่รัก 5 คน และจากการตรวจสอบบ้านหลังที่พบศพ ตำรวจพบมีดหลายเล่ม ซึ่งอาจเป็นอาวุธสังหาร

มีรายงานด้วยว่า ผู้แจ้งความพบศพคือลูกชายวัย 20 ปี ของนางวาร์เรีย ซึ่งเดินทางกลับมายังบ้านหลังนี้เมื่อเช้าวันศุกร์ ตำรวจยังปฏิเสธรายงานที่ว่า ครอบครัวนี้กำลังถูกสอบสวนจากหน่วยงานสังคมสงเคราะห์หลายหน่วยงาน และยืนยันว่าครอบครัวนี้เป็นครอบครัวที่ไม่มีปัญหาอะไร

 

รอบรั้วเมืองใต้ : 10 มิถุนายน 2557

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/107340

วันอังคาร ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2557, 06.00 น.

หนังสือพิมพ์แนวหน้า ฉบับนี้…………. ผู้เขียน ขอเข้าเวรร่ายข่าวสังคม “ข่มคนที่ควรข่ม ชมคนที่ควรชม” ตามวิสัยของคนหนังสือพิมพ์วิชาชีพ ที่พยายามรักษาความถูกต้อง และเป็นการให้มากที่สุด เห็นมาอย่างไร ก็เขียนไปอย่างนั้น….ประเทศไทย ณ คาบนี้ กำลังจะเริ่ม เข้าร่องเข้ารอย เพื่อที่จะ”ขับเคลื่อน”ไปข้างหน้าได้มากขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าหลายเรื่องหลายอย่างที่ ประกาศออกมาจาก คสช.ดูเหมือนว่าจะมี “กลิ่นอาย”ของ”รองเท้าบู๊ต” แต่ ในสถานการณ์เยี่ยงนี้ ทุกฝ่ายคงมองเห็นถึงความ”จำเป็น”.

แต่ ที่ ภาคประชาสังคม ชอบใจ กับการ”รัฐประหาร” ของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในครั้งนี้ คือการที่ อบายมุข ซึ่งเป็น “กิจการ” ประจำบ้านเมืองหายไป นั้นคือ บ่อนการพนัน เจ้ามือสลากกินรวม  ตู้ม้า และ  อบายมุขอื่นๆ ซึ่ง ผู้เขียน กำลังจับตามองว่า จะ หยุด ได้ ช้า นาน แค่ไหน เพราะที่ผ่านๆมา บ่อน หวย ไม่เคยหยุดได้จริงๆ สักครั้ง ไม่ว่าเป็นการบริหารประเทศโดย”พลเรือน” หรือโดย”เผด็จการ” ….

และสิ่งที่ ผู้เขียน ต้องการ”สื่อ”ไปยัง พลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. คือ พื้นที่อื่นมี บ่อน  มีหวย มี ตู้ม้า และ ยาเสพติด ที่ คสช. กำลัง ตามล้างตามเช็ด  แต่ที่ภาคใต้มี ภัยทางเศรษฐกิจที่ร้ายแรง นั่นคือ ขบวนการค้าน้ำมันเถื่อนข้ามชาติ ซึ่งหลังจากที่ มีการ รัฐประหาร คสช. มีมาตรการมากมายกับ อบายมุข และผู้มีอิทธิพล ที่เป็นภัยกับประเทศชาติ แต่ คสช. ไม่เคยพูดถึง ขบวนการค้าน้ำมันเถื่อนในภาคใต้เลย จนทำให้ประชาชนสงสัย เพราะตัว”เบ้งๆ” ที่เป็น”นายทุน” ขบวนการน้ำมันเถื่อนข้ามชาติ เป็นคนของพรรคการเมืองพรรคใหญ่  หรือเรื่องนี้มีอะไรใน”กอไผ่” อีกแล้ว….

การประกาศ”เคอร์ฟิวส์” ในเมืองท่องเที่ยว หลายจังหวัดของภาคใต้ มีผลกระทบกับธุรกิจการท่องเที่ยว ไม่มากก็น้อย เพียงแต่ไม่ใครที่ กล้าออกมาพูด เพราะ กลัวจะถูกเรียกให้ไป รายงานตัว แต่  ผู้เขียน เชื่อว่า สุดท้ายแล้ว พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. หัวหน้าคณะ คสช. จะเร่งดำเนินการ เลิกประกาศ”เคอร์ฟิวส์” ในภาคใต้โดยเร็ว…

โดยเฉพาะใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น  ผู้เขียน เห็นว่า จะมีการประการ”เคอร์ฟิวส์” หรือ ไม่มี “เคอร์ฟิวส์”  สถานการณ์ไม่มีอะไรแตกต่าง โดยเฉพาะการก่อเหตุรายวัน ยังคงมีทุกวัน ซึ่ง”แนวร่วม” ที่ปฏิบัติการ ไม่ได้สนใจว่ามี”เคอร์ฟิวส์” หรือไม่ เพราะสำหรับ”แนวร่วม” ในพื้นที่แล้ว เจ้าหน้าที่เปิด”ช่องว่าง” เมื่อไหร่ “แนวร่วม” ที่ เกาะติดพื้นที่ เกาะหลังเจ้าหน้าที่ ก็จะลงมือ ปฏิบัติการทันที….

การประกาศ”เคอร์ฟิวส์” เสียอีก ที่ทำให้”แกนนำ” ของขบวนการก่อการร้าย นำไป ขยายผล ในการ ปลุกระดม และ โฆษณา ชวนเชื่อ ให้เกิดความเสียหายต่อผู้บริหารประเทศ….

แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ผู้เขียน เห็นถึงความ”ตั้งใจ” ของ พล.ท.วลิต โรจนภักดี แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ที่ ทำทุกวิถีทางในการ ลดการก่อการร้าย  แม้ว่าจะยังไม่สำเร็จก็ตาม   ขอเป็นกำลังใจ….

แม้ว่าจะมีการ นับถอยหลังอีก 4 เดือน จะเกษียณอายุราชการ แต่ วิทยา พงษ์พานิช ผวจ.ปัตตานี ยังคง “มุ่งมั่น” ในการ แก้ปัญหาในพื้นที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อที่จะ ลดปัญหา และเพิ่มการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนปัตตานี…

ปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์

 

ทั่วถิ่นไทย : เข้มตร.เลยปราบยาเสพติดช่วงบอลโลก

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/107182

วันจันทร์ ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2557, 06.00 น.
พล.ต.ท.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รักษาการผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 เดินทางมาลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์จุดสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด ของตำรวจภูธร จ.เลย ร่วมกับฝ่ายปกครอง จ.เลย ในห่วงฟุตบอลโลกที่จะถึงในอีกไม่กี่วัน ถึงการรับมือกับ และการสกัดกั้น ยาเสพติดในช่วงดังกล่าว เพื่อสร้างความเข้มข้นในวิธีทำงาน

พล.ต.ท.เดชณรงค์ กล่าวว่า การแก้ไขปัญหายาเสพติด ถือเป็นนโยบายเร่งด่วนสำคัญที่ตำรวจภูธรภาค 4 ต้องดำเนินการเพิ่มความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้นในการป้องกันและปราบปราม เพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
จากการที่กลุ่มลักลอบลำเลียงยาเสพติด ได้ลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าประเทศไทย ผ่านทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ได้แก่ จ.เลย หนองคาย บึงกาฬ และในพื้นที่ จ.เลย มีพื้นที่ ชายแดน 197 กิโลเมตร ด้วยวิธีการและรูปแบบต่างๆ ที่ผู้ค้ายาเสพติด ที่จะใช้เป็นรูปแบบในการขนยาเสพติด  จึงจำเป็นที่จะต้องมีการพัฒนา ปรับปรุงยุทธวิธีการทำงานของตำรวจให้ทันสมัย  ในการป้องกันปราบปรามยาเสพติด ให้มีประสิทธิภาพ

ตร.บุรีรัมย์ลุยกวาดล้างโต๊ะพนันบอล

พ.ต.อ.รวีวรรธน์ เทียนสุวรรณ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด (รอง ผบก.ภ.จว.) บุรีรัมย์ รับผิดชอบดูแลด้านการป้องกันและปราบปราม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้สถานีตำรวจภูธร (สภ.) ในสังกัด จ.บุรีรัมย์ ทั้ง 34 สถานี ได้ส่งชุดสืบสวนสอบสวนลงพื้นที่หาข่าว พร้อมทั้งให้ออกกวาดล้างจับกุมผู้ฝ่าฝืนเปิดโต๊ะรับแทงพนันบอล ในช่วงที่มีการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 ระหว่างวันที่ 12 มิ.ย.-13 ก.ค.นี้ เพราะเป็นการมอมเมาประชาชน เยาวชนให้เล่นการพนัน

พร้อมกันนี้ยังให้ทุก สภ.ได้ประสานความร่วมมือกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษาทุกแห่ง จับตานักเรียน นักศึกษากลุ่มเสี่ยงที่อยู่ในความดูแล ไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการพนันฟุตบอลอย่างเด็ดขาด หากพบมีกลุ่มเจ้ามือ หรือนักเรียน นักศึกษารายใดเข้าไปเกี่ยวข้องก็ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ เข้าไปดำเนินการสืบสวนจับกุมดำเนินคดีเช่นกัน โดยในเบื้องต้นให้จับตาร้านค้า และสถานบริการทุกแห่งที่เปิดให้บริการลูกค้า เกรงว่าจะมีการพนันแฝง หรือลักลอบเล่นการพนันได้ดังกล่าวด้วย

จับไทย-ลาวขนยาบ้าข้ามฝั่งแม่น้ำโขง 

กองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 ส่วนแยก 2  นำโดย ร.อ.ธนภณ  พงษ์เสือ นายทหารการข่าวร่วมกับ พ.ต.ท.ศุภกร  ปะนิทานัง  สว.กก.สส.ภ.จว.อุบลราชธานี ร.ต.ต.วัชรินทร์  ทานาฤทัย  ร.ต.ต.เอกลักษณ์  สิงห์เชื้อ รอง สว.กก.สส.ฯ ร.ต.ท.สวรรค์  บุญวงศ์ หน.ตม.เขมราฐ  พ.ต.ท.จารุบุตร  เรืองศรี ผบ.ร้อย ตชด.227 และฝ่ายปกครอง เข้าจับกุมนายอานนท์  ใจทน  อายุ 24 ปี นายณัฐพงศ์ แก้วสิงห์ อายุ 24 ปี ชาว อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี และนางน้อย เวียงแก อายุ 23 ปี นางห่วง เวียงแก  อายุ 21 ปี สองสาวชาวลาว พร้อมของกลางยาบ้าที่ซุกซ่อนอยู่ใต้ก้นตะกร้าพลาสติก จำนวน 4,774 เม็ด

โดยจับกุมได้ที่ท่าจอดเรือริมฝั่งแม่น้ำโขง เขตบ้านบุ่งข้อง ต.นาแวง อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี  ขณะกำลังจะนำยาบ้าจำนวนดังกล่าวไปส่งให้กับเอเยนต์ใหญ่ในพื้นที่ จ.อำนาจเจริญ โดยจะได้ค่าจ้างคนละ 3 พันบาทเมื่อส่งถึงที่หมาย แต่มาถูกจับกุมตัวเสียก่อน

รวบไอ้หื่นข่มขืนคุณยายวัย59ปี

พ.ต.ท.บุญรอด เจริญยิ่ง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุรินทร์ พร้อมชุดสายตรวจ สภ.เมืองสุรินทร์ ควบคุมตัว นายบัณฑิต คำแหง อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่14 หมู่ที่ 3 บ้านจักจรูก ต.แกใหญ่ อ.เมือง จ.สุรินทร์ หลังใช้กำลังประทุษร้ายฉุด นางสาวลำดวน แก้วแล้ว อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 39 หมู่ที่ 3 บ้านจักจรูก ซึ่งกำลังดายหญ้าไปให้วัวไปข่มขืนกระทำชำเราภายในบ้านร้างบริเวณป่าท้ายหมู่บ้านจักจรูก

จากการสอบสวนนายบัณฑิต ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุเห็น คุณยายลำดวน มาดายหญ้า จึงเกิดอารมณ์ทางเพศและได้เรียกให้คุณยายมาดายหญ้าในป่าด้านใน แต่คุณยายไม่หลงกล จึงตรงเข้าอุ้มเข้าป่าเพื่อข่มขืน แต่คุณยายใช้เคียวแทงและฟันตนเองหลายแห่ง จึงใช้เชือกมัดมือไว้ ก่อนทำการข่มขืน เจ้าหน้าที่จึงส่งตัวคุณยายให้แพทย์ตรวจร่างกาย พร้อมตรวจประวัตินายบัณฑิต คำแหง ว่าเคยก่อคดีหรือมีหมายจับค้างเก่าหรือไม่ ก่อนส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ตร.กาญจน์รวบสามี-ภรรยาค้ายาบ้า

พ.ต.อ.พงษกร อุปพงษ์ ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่า พบสองสามีภรรยา อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 343 หมู่ 7 บ้านพุประดู่ ต.หนองบัว อ.เมือง จ.กาญจนบุรี อาชีพรับจ้างทั่วไป ฐานะร่ำรวยผิดปกติ เชื่อว่าทั้งสองมีพฤติกรรมจำหน่ายยาเสพติด จากการสืบสวนในเชิงลึกพบว่าสองสามีมีพฤติกรรมลักลอบจำหน่ายยาบ้าให้กับกลุ่มวัยรุ่นจริงจึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่วางแผนให้สายล่อซื้อยาบ้าจาก นายพงษ์ศักดิ์ หรือตุ้ม ละม้ายเมือง อายุ 42 ปี และนางสาวมยุรี หรือบี โคตรภูมี อายุ 46 ปี สองสามีภรรยา ซึ่งสายสามารถติดต่อล่อซื้อได้ จำนวน 200 เม็ด เป็นเงิน 25,000 บาท มีการนัดส่งมอบยาบ้าบริเวณริมถนนภายในหมู่บ้านพื้นที่หมู่ 7 เจ้าหน้าที่จึงนำเงินสดไปถ่ายเอกสารเอาไว้เป็นหลักฐาน

โดยเจ้าหน้าที่ได้จัดกำลังไปซุ่มโป่งโดยรอบบ้านเลขที่ 343 เอาไว้ เมื่อสองสามีภรรยานำยาบ้ามาส่งให้สายบริเวณริมถนนตามที่นัดหมายแล้วเสร็จ จากนั้นสองสามีภรรยาได้นำเงินสดที่ใช้ล่อซื้อเดินทางกลับไปที่บ้าน เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมเพื่อนำไปดำเนินคดีต่อไป

 

รายงานพิเศษ : รุกเสริมศักยภาพขบวนการสหกรณ์ไทยปั้นหลักสูตรสร้าง “ทายาทสหกรณ์” รุ่นใหม่

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/107172

วันจันทร์ ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2557, 06.00 น.
“ขบวนการสหกรณ์”   นับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ  เนื่องจากเป็นสถาบันทางเศรษฐกิจและสังคมที่ช่วยแก้ไขปัญหาในการประกอบอาชีพ ยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น เป็นแหล่งทุน แหล่งความรู้ แหล่งอาชีพและรายได้ของคนมากกว่า 11.34 ล้านคนทั่วประเทศ  จากรายงานข้อมูลภาวะเศรษฐกิจสหกรณ์ของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์เมื่อปี  2554 ระบุจากจำนวนตัวเลขสหกรณ์ทั่วประเทศ 10,000 กว่าพันแห่ง  มีทุนดำเนินการไม่ต่ำกว่า 1.54 ล้านล้านบาท  สร้างมูลธุรกิจได้รวมกว่า 1.71 ล้านล้านบาท  คิดเป็นร้อยละ 14.77 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ(GDP)  ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงพลังอันยิ่งใหญ่ของขบวนการสหกรณ์ของไทยที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ สังคมและความเป็นอยู่ของคนไทยอย่างปฏิเสธไม่ได้

นายจุมพล  สงวนสิน อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์กล่าวว่าเจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมสหกรณ์หรือนักสหกรณ์  กรรมการสหกรณ์    จึงนับเป็นบุคคลที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาขบวนการสหกรณ์ไทยให้มีความเข้มแข็งเป็นที่พึ่งพาของเกษตรกร ประชาชนและสมาชิกทั้งปัจจุบันและอนาคต เนื่องจากเป็นบุคคลที่คอยเป็นพี่เลี้ยงชี้แนะแนวทางของสหกรณ์ในการดำเนินธุรกิจและกิจกรรมให้ถูกต้องตามหลักการสหกรณ์ นำมาสู่ความแข็งแกร่งของขบวนการสหกรณ์ไทยทั้งระบบ ควบคู่กับการเพิ่มขีดความสามารถการบริหารจัดการสหกรณ์สู่สากล

ดั้งนั้น เพื่อเป็นการบ่มเพาะบุคคลากรสหกรณ์เป็นทายาทที่ดีของสหกรณ์ในอนาคต กรมส่งเสริมสหกรณ์อยู่ระหว่างร่างหลักสูตรสร้างและพัฒนาบุคคลากรของขบวนการสหกรณ์ หรือโครงการทายาทสหกรณ์ขึ้น เพื่อเตรียมสร้างคน รุ่น 2 เตรียมขึ้นสุ่ผู้บริหารสหกรณ์  เป็นกรรมการสหกรณ์  เป็นเจ้าหน้าที่สหกรณ์  หรือสมาชิก ทดแทนคนรุ่นเก่า  เพื่อให้เป็นสมาชิกชั้นนำต่อไป  แม้ปัจจุบันกรมส่งเสริมสหกรณ์จะมีศูนย์การเรียนรู้อย่างยั่งยืนที่มีหน้าที่ในการพัฒนาบุคลากรอยู่แล้วแต่คิดว่ายังคงไม่เพียงพอต่อภาวะขาดแคลนนักสหกรณ์ในขณะนี้   โดยหลักสูตรดังกล่าวจะเทียบเท่าหลักสูตรสถาบันกรรมการสหกรณ์ที่กรมเคยดำเนินการในอดีต โดยคาดปีแรกจะนำร่อง 4 รุ่นๆละ 50  คนมีค่าใช้จ่ายคนละ 34,000 บาท  ในเบื้องต้นกรมส่งเสริมสหกรณ์จะให้การสนับสนุนคนละ 17,000 บาทส่วนอีก 20,000 บาทให้สหกรณ์เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเอง

“เป้าหมายของหลักสูตร   ต้องการที่จะเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพบุคลากรสหกรณ์ให้มีความรู้ ความสามารถในการบริหารจัดการองค์กรและธุรกิจ รวมทั้งเข้าใจหลักการและวิธีการสหกรณ์เป็นนักบริหาร เป็นนักประสานงานและมีวิสัยทัศน์กว้างไกลในอนาคต รวมทั้งต้องการให้กรรมการสหกรณ์ที่เข้ามาเรียนได้นำความรู้ไปพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารสหกรณ์ให้มีความเจริญเติบโต  สร้างสหกรณ์ให้มีความแข็งแกร่ง พึ่งตนเองได้และปลอดจากปัญหาทุจริต

สำหรับแนวทางในการดำเนินงานนั้น  นายจุมพล กล่าวว่าอาจจะมีการทำMOU กับสถานบันการศึกษา  หรือจัดอบรมหลักสูตรระยะสั้นขึ้นมาโดยสำนักงานพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีการสหกรณ์ของกรมเองร่วมกับสหกรณ์ต่างๆ  โดยการปรับหลักสูตรบางส่วนมาจากสถาบันพัฒนากรรมการสหกรณ์ คือจะเน้นให้การศึกษาอบรมแบบค่ายสหกรณ์ โดยให้บุคคลเป้าหมายเข้าอบรมหลักสูตรรุ่นละ 50 คนใช้ระยะเวลาอบรม 30 วัน

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวถือว่าเป็นการต่อยอดสถาบันพัฒนากรรมการสหกรณ์ในอดีต  ซึ่งกรมฯได้จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้  การบริการเกี่ยวกับการพัฒนากรรมการสหกรณ์ทั่วประเทศให้เป็นผู้นำมืออาชีพผ่านการถ่ายทอดความรู้ระยะสั้นๆ ด้วยตระหนักว่าสหกรณ์ที่ไม่เข้มแข็งและล้มเหลว สาเหตุหนึ่งมาจากคณะกรรมการสหกรณ์ไม่มีศักยภาพ  การบริหารจัดการไม่มีประสิทธิภาพ  ดังนั้น จึงต้องเร่งพัฒนาผู้นำสหกรณ์ให้เป็นมืออาชีพเพื่อเป็นกลไกนำพาสหกรณ์ไปสู่เป้าหมายและสามารถพึ่งพาตนได้”

สำหรับ เนื้อหาวิชาในการปั้นทายาทสหกรณ์  เราจะแบ่งเป็นหมวดๆ อาทิ  หมวดจิตสำนึกสหกรณ์  เริ่มตั้งแต่การหลักธรรมาภิบาล  การปลูกฝังเกี่ยวกับ อุดมการณ์  หลักการ วิธีการและคุณค่า ไปจนถึงสิทธิ  หน้าที่ของสมาชิกสหกรณ์  บทบาทของคณะกรรมการสหกรณ์  การเรียนรู้  แนวคิด ทักษะ ความเข้าใจ วิถีชีวิตแบบสหกรณ์และที่สำคัญสุดไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันคือการทำงานเป็นทีม

ส่วนเนื้อหาวิชาต่อมาคือ  ว่าด้วยหมวดการดำเนินงานและธุรกิจแบบสหกรณ์   เริ่มตั้งแต่  โครงสร้างการบริหารของสหกรณ์   การดำเนินงานและธุรกิจแบบสหกรณ์  กฎหมายที่เกี่ยวข้อง  การเรียนรู้ทางการเงินและบัญชีของสหกรณ์  การบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์  การนำกลยุทธ์ไปสูการปฏิบัติ การศึกษาดูงานสหกรณ์ที่ประสบความสำเร็จหรือไม่ก็ศึกษางานโครงการตามพระราชดำริจากนั้นก็จะมีการสรุปบทเรียน

กรมส่งเสริมสหกรณ์  มีความมุ่งหวังที่จะให้หลักสูตรดังกล่าว  สามารถสร้างทายาทสหกรณ์ที่มีจิตสำนึกความเป็นคนสหกรณ์ขึ้นมา  ทดแทนนักสหกรณ์และเจ้าหน้าที่สหกรณ์รุ่นเก่าๆที่ปลดเกษียนหรือลาออกไป  ส่วนสมาชิกสหกรณ์ก็ได้นำความรู้ที่ได้ไปพัฒนาสหกรณ์ของตัวเองให้มีประสิทธิภาพและเป็นสมาชิกสหกรณ์ที่ดีในอนาคต  ที่สำคัญยังสามารถนำไปขยายผลโดยใช้เครือข่ายกรรมการสหกรณ์ที่ผ่านการอบรมเทคนิคครั้งนี้  เป็นวิทยากรนำความรู้ที่ได้ไปถ่ายทอดให้กรรมการสหกรณ์คนอื่นๆได้อีก  เพื่อพัฒนาขบวนการสหกรณ์ไทยไปสู่ความอย่างยั่งยืนนั่นเอง

 

ทม.กำแพงเพชรลงพื้นที่ประชาคมปชช.27ชุมชนจัดแผนพัฒนาสู่การปฏิบัติ

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/107171

วันจันทร์ ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2557, 06.00 น.

นายชัยวัฒน์ ศุภอรรถพานิช นายกเทศมนตรีเมืองกำแพงเพชร กล่าวว่า ขณะนี้ทางเทศบาลเมือง (ทม.) กำแพงเพชร ได้ลงพื้นที่จัดเวทีสนทนาประชาคมชุมชนในเขตเทศบาล จำนวน 27 ชุมชน เพื่อรับฟังปัญหาและแนวทางในการแก้ไข พร้อมกับนำแนวคิดข้อตกในการจัดทำเวทีประชาคม มาบรรจุจัดทำแผนพัฒนาเทศบาล ที่สอดคล้องเชื่อมโยงกับนโยบายของจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นแผนการบริหารราชการ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โครงสร้างพื้นฐาน คุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ การศึกษา กรอบยุทธศาสตร์ การพัฒนาภาคยุทธศาสตร์รายสาขาเฉพาะด้าน

จากนั้นนำแผนไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะผลักดันการทำงานให้บรรลุเป้าหมายและเกิดผลอย่างมีประสิทธิภาพ ทราบทิศทางที่องค์กรมุ่งไป หน่วยงานต้องยอมรับแนวทาง แผนงาน โครงการและพร้อมนำแนวทางไปดำเนินการอย่างเหมาะสมกับสภาพแวดล้อม วิธีปฏิบัติงาน

นายชัยวัฒน์   กล่าวอีกว่า การทำแผนพัฒนาเทศบาล จะต้องสอดคล้องเชื่อมโยงกับนโยบายของรัฐบาล ของจังหวัด การกดำหนดกรอบยุทธศาสตร์ การพัฒนาภาคยุทธศาสตร์รายสาขาเฉพาะด้าน สอดคล้องศักยภาพ โอกาส ปัญหาและความต้องการของประชาชน ซึ่งแผนที่มีคุณภาพต้องชัดเจน เป็นเหตุเป็นผล ผ่านกระบวนการเห็นชอบร่วมกันของทุกฝ่าย สอดคล้องเชื่อมโยง จากนั้นนำแผนไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะผลักดันการทำงานให้บรรลุเป้าหมายและเกิดผลอย่างมีประสิทธิภาพ หน่วยงานต้องยอมรับแนวทาง แผนงาน โครงการและพร้อมนำแนวทางไปดำเนินการอย่างเหมาะสมกับสภาพแวดล้อม วิธีปฏิบัติงาน