ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

หุ้นไทยเช้าแกว่งผันผวน ปิดตลาดพุ่ง 4.58 จุด ตุลาคม 31, 2014

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/459700

โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ 28 ต.ค. 2557 13:04

หุ้นไทยแกว่งตัวผันผวน ปิดตลาดเช้ารีบาวด์ในแดนบวก พุ่งขึ้น 4.58 จุด ปิดที่ 1,552.47 จุด มูลค่าซื้อขาย 26,904.56 ล้านบาท…

เมื่อวันที่ 28 ต.ค. ดัชนีหุ้นไทยปิดการซื้อขายช่วงเช้า ในแดนบวก เพิ่มขึ้น 4.58 จุด หรือ 0.30% ปิดที่ 1,552.47 จุด มูลค่าซื้อขาย 26,904.56 ล้านบาท โดยช่วงเช้าเปิดตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวผันผวนทั้งแดนลบและบวก ปรับสูงสุดที่ 1,554.18 จุด ต่ำสุดที่ 1,545.83 จุด กระทั่งรีบาวด์ขึ้นช่วงปิดตลาดเช้า ปรับตัวเพิ่มขึ้น

สำหรับหลักทรัพย์ 5 อันดับแรกที่มีการซื้อขายสูงสุดได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน), บริษัท เอเวอร์แลนด์ จำกัด (มหาชน), บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน), บริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน).

 

ทองคงที่ รูปพรรณขายออกบาทละ 18,571 บ.

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/459675

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 ต.ค. 2557 11:12

ราคาทองคำประกาศรอบแรก ทองคงที่ ทองแท่งรับซื้อบาทละ 18,850 บาท ทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 18,571 บาท…

สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาซื้อขายทองคำรอบแรก ประจำวันที่ 28 ต.ค. 57 ราคาทองคงที่ โดยทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 18,850 บาท ขายออกบาทละ 18,950 บาท ทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 18,571 บาท ขายออกบาทละ 19,350 บาท

 

‘ฮั่วเซ่งเฮง’ เผยทองปิดทรงตัวรอติดตามการประชุมเฟด

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/459632

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 ต.ค. 2557 09:36

ราคาทองคำปิดตลาดวานนี้อ่อนตัวลงจากระดับปิดของวันศุกร์เล็กน้อย โดยในระหว่างวันราคาเคลื่อนไหวในกรอบค่อนข้างแคบ ซึ่งคาดว่าเป็นเพราะนักลงทุนต่างรอติดตามการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ ว่าจะมีการส่งสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือไม่ โดยราคาทองคำปิดตลาดเมื่อวานนี้ที่ 1,225.73 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์ ลดลง 2.43 ดอลลาร์ ราคาทำจุดต่ำสุดและจุดสูงสุดที่ 1,224 และ 1,231 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์ ตามลำดับ

ส่วนราคาซื้อขายทองคำแท่งในประเทศชนิด 96.5% เมื่อวานนี้ ขายออกที่บาทละ 18,950 บาท และรับซื้อคืนที่บาทละ 18,850 บาท กองทุน SPDR ไม่มีรายงานการเปลี่ยนแปลงปริมาณการถือครองทองคำ โดยปัจจุบันกองทุนถือครองทองคำรวม 745.39 ตัน บริษัท China Gold Deal Investment Company เปิดเผยว่า ปริมาณการใช้ทองคำในจีนชะลอตัวลงแตะ 3% เทียบรายปี ณ สิ้นไตรมาสสองของปีนี้ ซึ่งต่ำกว่าอัตราการขยายตัวที่ 10% ของปีที่แล้วอยู่มาก โดยสาเหตุที่ความต้องการลงทุนในทองคำชะลอตัวลงในจีนนั้นเป็นผลจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่ทำให้เกิดกระแสคาดการณ์ถึงการยกเลิกนโยบาย QE

โดยนักลงทุนเชื่อว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะยุติวงจรการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ ซึ่งจะทำให้ราคาทองคำอ่อนตัวลง โดยปริมาณการใช้ทองคำในจีนได้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว คิดเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ยกว่า 10% ต่อปี ส่วนในรายงานประจำไตรมาสสองของสภาทองคำโลก (WGC) เปิดเผยว่า ปริมาณการใช้เครื่องประดับทองในจีนอยู่ที่ 793.1 ตัน ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ขณะที่การใช้ทองแท่งและเหรียญทองสำหรับการลงทุนอยู่ที่ 223.8 ตัน ส่วนการรายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่น่าสนใจของสหรัฐฯ ในช่วงค่ำที่ผ่านมานั้น รายงานภาคบริการของสหรัฐฯ ขยายตัวในระดับที่ชะลอตัวลงในเดือนตุลาคมแตะระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน โดยรายงานของมาร์กิตระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการในเบื้องต้นปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 57.3 ในเดือนตุลาคม จากระดับ 58.9 ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา

ส่วนสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐฯ (NAR) เปิดเผยว่า ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนกันยายน สู่ระดับ 105 โดยตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1.0% ส่วนการเคลื่อนไหวทางเทคนิคของราคาทองซึ่งวานนี้ราคาทองคำอ่อนตัวลงมาเคลื่อนไหวที่แนวรับบริเวณ 1,220-1,225 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์ และยังมีแนวโน้มที่จะปรับตัวลงไปเคลื่อนไหวต่ำกว่าแนวรับบริเวณดังกล่าว โดยในระหว่างวัน หากราคาทองดีดตัวขึ้นยังคงคาดว่าจะมีแรงขายกลับออกมาจากแนวต้านบริเวณ 1,235-1,240 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์ และกดดันให้ราคาทองกลับอ่อนตัวลง ส่วนกรณีที่ราคาทองคำไม่สามารถประคองตัวเหนือแนวรับบริเวณ 1,220-1,225 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์ ได้ คาดว่าจะมีแรงขายกลับออกมามาก จนทำให้ราคาทองอ่อนตัวลงไปเคลื่อนไหวที่แนวรับบริเวณ 1,210 และ 1,200 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์ ต่อไป

 

ชูแผน “ถ่านหิน” ผลิตไฟฟ้า “ณรงค์ชัย” จ่อขึ้นราคาก๊าซหุงต้มอีกรอบ

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/459591

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 28 ต.ค. 2557 05:45

“ณรงค์ชัย” ไม่เบรกสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ตามคำเรียกร้องของกลุ่มเอ็นจีโอ แจงที่ไม่รอ สปช.เพราะมีเวลาทำงาน 1 ปี ย้ำพื้นที่สำรวจแปลง G1/57 ไม่เกี่ยวกับพื้นที่พิพาทไทย– กัมพูชา เผยการสำรวจสอดรับกับแผนพีดีพีใหม่ ซึ่งไทยต้องลดการใช้ก๊าซธรรมชาติ และหันไปใช้ถ่านหิน ชี้คนไทยต้องทำใจจ่อขึ้นราคาแอลพีจีอีกรอบในเร็วๆนี้

นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน เปิดเผยถึงกรณีที่มติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ได้รับทราบรายงานแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า ฉบับใหม่ 20 ปี (พีดีพี-2015 หรือ พ.ศ.2559-2579) ที่อยู่ระหว่างการจัดทำแผน เพื่อเสนอให้ที่ประชุม กพช.พิจารณาในเร็วๆนี้ ภายใต้แผนจะเกี่ยวข้องกับการกำหนดการใช้เชื้อเพลิง เพื่อการผลิตไฟฟ้า รวมถึงการเปิดให้สำรวจสัมปทานปิโตรเลียมรอบใหม่ที่ 21 เพื่อเร่งสำรวจและจัดหาแหล่งพลังงาน เพราะปัจจุบันประเทศไทยใช้ก๊าซธรรมชาติผลิตไฟสูงถึง 70% จึงเป็นเหตุผลที่รัฐบาลไม่สามารถรอให้มีการหารือในเรื่องนี้ ในเวทีสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ได้ เพราะตนมีเวลาทำงาน 1 ปี และการหารือใน สปช.ก็ไม่ได้หมายความว่าไทยต้องเลิกผลิตพลังงาน

“ขอยืนยันว่าพื้นที่แปลงสำรวจสัมปทานปิโตรเลียมแปลง G1/57 ที่มีผู้ที่ไม่เห็นด้วยบางกลุ่มอ้างว่าเป็นพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา เป็นเรื่องไม่จริง แต่เป็นพื้นที่อยู่ในอธิปไตยของประเทศไทย ส่วนจะมีการฟ้องร้อง คนที่บิดเบือนข้อมูลหรือไม่ ผมไม่ฟ้องร้อง เพราะคนที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบาย ก็มิสิทธิในการนำเสนอข้อมูล อยู่ที่ประชาชนจะเชื่อหรือไม่เชื่อเท่านั้น และการเดินทางของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายก รัฐมนตรี ที่จะไปเยือนกัมพูชาในปลายเดือน พ.ย.นี้ ก็มีเรื่องความร่วมมือด้านพลังงาน เช่น ไฟฟ้าและการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมด้วย”

ทั้งนี้ ในปัจจุบันประเทศไทยมีการใช้ก๊าซธรรมชาติในปริมาณที่สูงมาก ที่สำคัญราคาพลังงานก็ไม่ได้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง จึงต้องปรับราคาให้เหมาะสม และบางเรื่องก็ได้ทำไปแล้วโดยเฉพาะก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ภาคขนส่งและครัวเรือน ที่ได้ทำให้มีราคาเท่ากันแล้ว แต่ต่อไปต้องมองโครงสร้าง ราคา ให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ดังนั้น ในเร็วๆนี้ จะมีการขึ้นราคาแอลพีจีทั้งสองภาคอีกครั้งหนึ่ง เพื่อชะลออัตราการใช้ ส่วนการปรับโครงสร้างภาษีต่างๆ ในส่วนของเชื้อเพลิงพลังงาน โดยเฉพาะภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล ก็จะพิจารณาในเร็วๆนี้

สำหรับแผนพีดีพีฉบับใหม่ 20 ปี ที่ในสิ้นปีนี้จะต้องนำเสนอให้ กพช.พิจารณาให้ความเห็นชอบ โดยมีเป้าหมายลดสัดส่วนการใช้ก๊าซธรรมชาติจาก 70% เพื่อผลิตไฟฟ้าของเชื้อเพลิงรวมให้เหลือเพียง 30% เมื่อสิ้นสุดแผน และเพิ่มสัดส่วนถ่านหินเป็น 30% และการซื้อไฟฟ้าอีก 30% ที่เหลือพลังงานทดแทนและอื่นๆ ตามแผนดังกล่าวจะมีการเปิดประมูลโครงการรับซื้อไฟจากเอกชน (ไอพีพี) อีกด้วย

ทั้งนี้ การใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า คาดว่าจะสามารถทำให้เกิดขึ้นได้เร็วที่สุด ที่โรงไฟฟ้ากระบี่ จังหวัดกระบี่ ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพราะไม่เช่นนั้น อาจเกิดไฟฟ้าดับในภาคใต้อีกครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ตที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญระดับโลก และเมื่อจัดหาก๊าซธรรมชาติได้สำเร็จ ประเทศไทย ก็ต้องมีระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ

เพราะประเทศไทยมีการใช้ก๊าซธรรมชาติจำนวนมาก และยังต้องมองรวมไปถึงระบบท่อน้ำมันด้วย เพื่อเชื่อมโยงกัน จึงต้องมีแผนสร้างท่อส่งก๊าซธรรมชาติเส้นที่ 5 ไปยังภาคอีสาน ส่วนกรณีปัญหากฎหมายว่า บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) คืนท่อก๊าซธรรมชาติครบหรือไม่ อยู่ที่กระบวนการกฎหมายจะตัดสินใจ แต่ในแง่ของการแยกบริษัทท่อของ ปตท.จะเร่งดำเนินการตามแผนให้ได้ในเดือน มิ.ย.2558.

 

หุ้นสหรัฐฯปิดแคบ รอรายงานประชุมนโยบายเฟด

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/459604

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 ต.ค. 2557 05:31

ดัชนีหุ้นสหรัฐฯปิดโดยไม่มีความเปลี่ยนแปลงมากนักในวันจันทร์ จากการลดลงของหุ้นกลุ่มบริษัทน้ำมัน ขณะที่นักลงทุนมองข้ามไปยังการประชุมนโยบายธนาคารกลางสหรัฐฯในวันอังคารและพุธ…

ตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดการซื้อขายวันที่ 27 ต.ค. แบบผสมผสาน โดยดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 12.53 จุด หรือ 0.07% ปิดที่ 16817.94 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลดลง 2.95 จุด หรือ 0.15% ปิดที่ 1961.63 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กเพิ่มขึ้น 2.21 จุด หรือ 0.05% ปิดที่ 4485.93 จุด

หุ้นบริษัทกลุ่มปิโตรเลียมลดลงอย่างมากในวันจันทร์ รวมทั้งบริษัทผู้ให้บริการน้ำมันอย่าง ฮอลลิเบอร์ตัน (-6.1%) และ มาราธอน ออยล์ โค. (-4.4%) หลังจากธนาคาร โกลด์แมน แซ็คส์ ตัดลดแนวโน้มราคาน้ำมันในไตรมาสแรกของปี 2015 นอกจากนี้ หุ้นบริษัทจดทะเบียนของดาวโจนส์อย่าง เอ็กซ์ซอนโมบิล และ เชฟรอน ก็ลดลง 0.8%

ขณะเดียวกัน นักลงทุนกำลังมองข้ามไปยังรายงานการประชุมนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่จะประกาศในวันพุธ (29 ต.ค.) เพื่อติดตามแผนการของเฟดในการยุติมาตรการซื้อพันธบัตร และความคิดเห็นใดๆเกี่ยวกับการขึ้นดอกเบี้ยมาตรฐานที่คาดว่าจะเริ่มขึ้นในปี 2015.

 

เล็งอัดแผนกระตุ้นเศรษฐกิจรอบ 2

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/459590

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 28 ต.ค. 2557 05:30

นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง เปิดเผยถึงกรณีที่สำนักวิเคราะห์หลายแห่งมองว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้อาจโตไม่ถึง 1.5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ว่า ยังมั่นใจว่าจะโตได้มากกว่า 1.5% ขณะนี้กำลังรอดูผลของมาตรการด้านเศรษฐกิจที่ประกาศใช้เมื่อวันที่ 1 ต.ค.57 เช่น ซ่อมถนน สร้างโรงเรียน 23,000 ล้านบาท เร่งรัดเบิกจ่ายงบปี 57 ที่ยังค้างอยู่ และงบเหลื่อมปีก่อนปี 57 กว่า 300,000 ล้านบาท แจกเงินชาวนา ชาวสวนรวมกว่า 46,000 ล้านบาท ก่อน แต่ระหว่างนี้ผู้เกี่ยวข้องกำลังเตรียมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบ 2 โดยจะสรุปมาตรการให้ได้ในเดือน ธ.ค.นี้เป็นอย่างช้า เพื่อประกาศใช้ในช่วงต้นปี 58 “ภาวะเศรษฐกิจขณะนี้ยังไม่ผงกหัวขึ้น ยังซึมๆ จากปัญหาการเมืองก่อนหน้านี้การส่งออกมีแนวโน้มติดลบ แต่การท่องเที่ยวเริ่มฟื้นการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) เริ่มสูงขึ้น เป็นสัญญาณว่าเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น ปีนี้น่าจะโตได้มากว่า 1.5% ส่วนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบ 2 จะทำให้จีดีพีปีหน้าเติบโตขึ้นมาก แต่จะเป็นมาตรการใดต้องรอดูผลจากมาตรการรอบแรกก่อน หลังจากนั้นจะสรุปมาตรการก๊อก 2 ได้”

ซ่อมแซมถนน

ด้านนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวถึงฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสดประจำปีงบประมาณ 57 (ต.ค.56-ก.ย.57) ว่า มีรายได้นำส่งคลัง 2,070,018 ล้านบาท ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 93,451 ล้านบาท หรือ 4.3% เพราะภาษีสรรพสามิตรถยนต์จัดเก็บได้ต่ำกว่า จากความต้องการรถยนต์ในประเทศชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจ ประกอบกับมีการปรับขั้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ส่งผลให้จัดเก็บภาษีลดลง นอกจากนี้ ปีก่อนยังมีการนำส่งรายได้จากการประมูลให้ใช้คลื่นความถี่ 3G ย่าน 2.1 GHz

ขณะที่การเบิกจ่ายเงินงบประมาณมีทั้งสิ้น 2,459,990 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน 57,509 ล้านบาท หรือ 2.4% ทำให้ดุลเงินงบประมาณขาดดุล 389,972 ล้านบาท เมื่อรวมกับดุลเงินนอกงบประมาณที่เกินดุล 30,666 ล้านบาท ส่งผลให้ขาดดุลเงินสดรวม 359,306 ล้านบาท แต่รัฐบาลกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุล 250,000 ล้านบาท ทำให้ดุลเงินสดหลังกู้ขาดดุล 109,306 ล้านบาท และเงินคงคลัง ณ สิ้นปีงบ 57 มี 495,746 ล้านบาท ถือว่าสถานะทางการคลังยังแข็งแกร่ง.

 

ปั๊มไลค์ โกงวิว สำคัญไฉน? EP.1 แฉเล่ห์ปั่นไลค์ อัพวิว มายาโซเชียลฯ!

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/459489

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 ต.ค. 2557 05:30

เมื่อวินาทีที่ค่านิยมบนโซเชียลเน็ตเวิร์กเข้ามามีบทบาทกับวิถีชีวิตและความนึกคิดของคนในสังคม เราจึงปฏิเสธไม่ได้ว่า ขณะนี้เราได้กลายเป็นโรคเสพติดยอดไลค์บนเฟซบุ๊ก ยอดฟอลโล่ ยอดชมคลิป ยอดวิวต่างๆ นานา ไปโดยไม่รู้ตัว แต่ที่ซ้ำร้ายไปกว่านั้น คือ เราใช้โรคเสพติดที่ว่านี้ เป็นเครื่องมือประเมินคุณค่า หน้าตาในสังคม หรือแม้แต่อุดมการณ์ทางความคิดของบุคคลที่รายล้อมรอบตัวเราไปเสียแล้ว

หลายต่อหลายคนแสร้งทำว่า ชีวิตดูน่าอิจฉา หรูหราและมีความสุข โดยมีจุดประสงค์เพื่อเรียกเหล่าพลพรรคนักไลค์ให้แห่แหนไปคลิกถูกใจ แต่ในทางกลับกันชีวิตของคนเหล่านั้น อาจแตกต่างหรือผิดแผกไปจากที่สิ่งที่พวกเธอและพวกเขาเหล่านั้นโพสต์ อัพ แชร์กันอยู่ก็ได้

ในอีกมุมหนึ่งของบุคคลไร้ตัวตน กลุ่มคนที่อาจจะเรียนไม่เก่ง หน้าตาไม่ดี ไม่มีพรสวรรค์ หรือไร้ซึ่งความสามารถพิเศษใดๆ ทว่า โจทย์ใหญ่ของชนกลุ่มนี้คือ จะทำเช่นไร หากวันหนึ่งเขาต้องการให้คนในสังคมเหลียวหลังมามองเขาบ้าง ซึ่งคำตอบที่ง่ายที่สุดของโจทย์ที่ว่านี้ก็คือ “ยอดไลค์” ดังนั้น จึงมีคนจำนวนไม่น้อยบ่ายหน้าเข้าหาสูตรลัด ปั๊มไลค์ เพิ่มถูกใจกันเป็นการใหญ่

ยอดไลค์ กลายเป็นสิ่งสำคัญของโลกสังคมออนไลน์

ไม่นานนักจึงมีคนหัวใส ปิ๊งไอเดียก่อตั้งกิจการรับจ้างกดลไค์กันเป็นกิจจะลักษณะ รับทรัพย์กันไปชนิดที่ว่า ตุงกระเป๋า!…กระนั้น ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จึงล้วง แคะ แกะ เกา 2 หนุ่ม 2 รุ่นเกี่ยวกับกระบวนการปั๊มไลค์ หรือรับจ้างไลค์ที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่สาวกสังคมออนไลน์เป็นอย่างยิ่งคนแรกเป็นหนึ่งหนุ่มวัยทำงานอายุ 29 ปี ที่รับจ้างเพิ่มไลค์ให้แก่เพจต่างๆส่วนอีกคนเป็นหนุ่มน้อยวัยแรกรุ่นอายุ 19 ปี รับอัพจำนวนไลค์ให้แก่รูปภาพ โพสต์ คอมเมนต์ต่างๆ ของชาวเฟซบุ๊ก

ความน่าสนใจของธุรกิจ กระบวนการกว่าจะได้มาของยอดไลค์มหาศาลที่ว่านี้มีที่มาอย่างไร? ความเฟื่องฟูของธุรกิจจะอู้ฟู่ขนาดไหน? เราสามารถทำเองได้ที่บ้านหรือไม่?…เพราะเรารู้ว่านี่คือเรื่องใกล้ตัวที่คุณสนใจ ฉะนั้น คุณไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง!

เรื่องราวของเฟซบุ๊ก สิ่งใกล้ตัวที่คุณอยากรู้

กว่าจะเป็นธุรกิจปั๊มไลค์!…เปิดหมดเปลือกซีอีโอใจใหญ่ หัวใสเรียกเงิน
นายกิตติศักดิ์ สุวรรณชล หรือ ศักดิ์ อายุ 29 ปี เจ้าของธุรกิจรับจ้างกดไลค์ รับเพิ่มไลค์ เปิดเผยกับทีมเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ว่า เดิมทีตนไม่ได้เป็นผู้ริเริ่มธุรกิจรับจ้างกดไลค์ แต่ได้เทคโอเวอร์กิจการนี้มาจากผู้ก่อตั้งคนเก่าในราคาที่เรียกได้ว่าต้องคิดหนัก หากเพราะเรตราคาที่ว่านั้น มูลค่าเกือบเหยียบล้านบาท จึงต้องคิดให้รอบคอบถี่ถ้วนว่าเม็ดเงินลงทุนที่ต้องใช้ คุ้มค่าพอกับกำไรที่จะได้คืนมาหรือไม่

ขณะนี้ ตนได้ดำเนินธุรกิจปั๊มไลค์มาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ปี ซึ่งธุรกิจตัวดังกล่าวนั้นไปได้สวย ราบรื่น ทำกำไรได้เป็นกอบเป็นกำ จากเดิมที่มีอาชีพขายสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ต มีรายได้ไม่แน่นอน ต้องลงทุนซื้อสินค้ามารอออเดอร์จากลูกค้า โดยไม่รู้ว่าในอนาคตข้างหน้าจะสามารถทำไรให้คืนทุนได้หรือไม่ จึงนำมาสู่การตัดสินใจเข้าซื้อกิจการรับจ้างไลค์

เว็บไซต์รับจ้างเพิ่มไลค์เพจเฟซบุ๊ก

หากเพราะธุรกิจรับจ้างกดไลค์ มิใช่ธุรกิจที่จะต้องโหมลงทุน ลงแรง แต่แทบจะเป็นธุรกิจที่ไร้ต้นทุนก็ว่าได้ ดังนั้น กำไรที่เข้ามาจึงอยู่ในระดับที่ค่อนข้างมากน่าพอใจ ซึ่งแต่เดิมชีวิตของตนที่ยังไม่มีบ้าน ไม่มีรถ แต่ตอนนี้ธุรกิจเล็กๆ ได้สร้างครอบครัวที่สมบูรณ์แบบได้แล้ว เนื่องจากกำไรได้คืนทุนไปแล้วตั้งแต่ปีแรก ณ ช่วงเวลานี้จึงเป็นช่วงเวลาที่ตนสร้างเนื้อสร้างตัว ด้วยการซื้อบ้านซื้อรถ สร้างความสุขให้แก่ครอบครัว

ขณะที่ แหล่งข่าวรับจ้างกดไลค์อีกหนึ่งคน นั่นก็คือ นายพงศธร (ไม่ขอเปิดเผยนามสกุล) หรือ ปาล์ม หนุ่มน้อยหัวก้าวหน้าวัย 19 ปี เล่าให้เราฟังว่า เขาเริ่มเข้ามาจับธุรกิจรับจ้างกดไลค์มาได้ประมาณ 1 ปี โดยลงมือเป็นผู้เขียนโปรแกรมเองทั้งหมด ซึ่งต่อมาก็ได้ชักชวนเพื่อนอีกหนึ่งคนให้เข้ามาช่วยดูภาพรวมต่างๆ

ไลค์เองได้ที่บ้านด้วยขั้นตอนง่ายๆ

เจาะกระบวนการปั๊มไลค์ ล้วงกลยุทธ์เรียกคลิกถูกใจ
นายพงศธร เจ้าของเว็บไซต์ปั๊มไลค์ชื่อดัง ถอดหมดเปลือกถึงกระบวนการได้มาของไลค์จำนวนมหาศาล ไว้ดังต่อไปนี้

- ใช้ App facebook ของ HTC, Spotify, BlackBerry หรือแอพอื่นๆ ที่มีคนใช้เยอะหลักสิบ หรือหลักร้อยล้าน เนื่องจากแอพที่คนใช้เยอะจะทำให้เฟซบุ๊กไม่สงสัย และตรวจสอบได้ยาก (และไม่สามารถลบแอพนั้นทิ้งได้เพราะมีคนใช้ทั่วโลก) กรณีสร้างแอพเองจะโดนเฟซบุ๊กลบแอพและแบนไอดีที่สร้าง

- ในระบบ API ของ Facebook จะมี Access Token อยู่ ลักษณะเป็นรหัสยาวๆ เช่น

CAAAACZAVC6ygBAOw5caQZCH7VW66c7JoZBbZCQZBfiAZA75yA9Q1f9CCilN11WJF4d

โดยรหัสดังกล่าวนี้สามารถนำไปใช้งานแทนบัญชีเฟซบุ๊กเราได้เลย เช่น สั่งไลค์ สั่งโพสต์ อ่านข้อความ เป็นต้น (ขึ้นอยู่กับสิทธิ์ที่อนุญาตให้แอพ เช่น HTC Sense ต้องการโพสต์ไปยัง Facebook ในนามของคุณ ถ้าเราอนุญาตแอพจะสามารถโพสต์เฟซบุ๊กเราได้) แต่การใช้งานจะซับซ้อนไม่เหมือนการล็อกอินใช้ตามปกติ (ต้องนำไปใช้ผ่าน API ของ Facebook ที่ชื่อ Graph API) ซึ่งจะยุ่งยากกว่าการใช้งานปกติมาก

- การทำงานของเว็บปั๊มไลค์คือให้ผู้ใช้กดใช้ App พวก HTC Spotify BB ฯลฯ โดยให้กดอนุญาตสิทธิ์ต่างๆ จากนั้นนำ Access Token ของผู้ใช้เก็บลงฐานข้อมูล เมื่อผู้ใช้อื่นมาใช้งานจะดึง Access Token จากฐานข้อมูลมาสั่งไลค์ผ่าน Graph API ของเฟซบุ๊ก

ใช้ App ต่างๆ facebook เพื่อเข้าถึงข้อมูลส่วนตัว

นายกิตติศักดิ์ เจ้าของธุรกิจรับจ้างกดไลค์เพจ วัย 29 ปี ไม่ขอระบุวิธีการได้มาของยอดไลค์ต่างๆ แต่ขอระบุเพียงสั้นๆว่า ใช้วิธีเขียนโปรแกรมขึ้นมาเพื่อดึงยอดไลค์มากดถูกใจให้กับเพจต่างๆ ซึ่งเป็นโปรแกรมที่จำเป็นต้องใช้คนประมาณ 4-5 คน เพื่อดูแลโปรแกรม โดยตนได้จ้างลูกจ้างประจำเข้ามาดูแลในส่วนนี้ ให้ค่าจ้างเป็นรายสัปดาห์ และสามารถทำงานที่บ้านได้หากจำเป็น แต่ส่วนใหญ่จะเข้ามาทำงานที่ออฟฟิศที่ตนจัดตั้งขึ้น

“เฟซบุ๊กปรับเปลี่ยนอัลกอริทึมอยู่เสมอ ดังนั้น ผลกระทบที่มีต่อกิจการของผมก็คือ ปั๊มไลค์ยากขึ้น แต่ก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องหนักหนาอะไรสำหรับผม เพราะในฐานะ Developer อย่างเรา ก็ต้องปรับตัวพัฒนาตามพี่ใหญ่อย่างเฟซบุ๊กแน่นอน”เจ้าของธุรกิจรับจ้างกดไลค์เพจ วัย 29 ปี เชื่อมั่นในธุรกิจของเขาเช่นนั้น

มีการตั้งออฟฟิศ จ้างคนทำงานเพื่อทำงานรับจ้างกดไลค์แฟนเพจอย่างเป็นกิจจะลักษณะ

ป้องกันถูกใจ สกัดไลค์ไม่รู้ต้ว ทำอย่างไร ?
หนุ่มวัย 19 ปี เจ้าของเว็บไซต์ปั๊มไลค์ เผยวิธีการที่จะไม่ให้แอพดังกล่าวนำเฟซบุ๊กของเราไปกดไลค์รูปหรือโพสต์ต่างๆ โดยที่เราไม่รู้ตัว ซึ่งมีวิธีการดังต่อไปนี้

1. เปลี่ยนรหัสผ่าน เพราะหลังจากเปลี่ยนรหัสแล้ว เฟซบุ๊กจะรีเซ็ต Session ทุกอย่างเกี่ยวกับ ID เรารวมไปถึงรหัส Access Token เก่าที่เคยมีจะใช้งานไม่ได้ (ต้องเข้าไปรับรหัสใหม่) ซึ่งจะทำให้เว็บไซต์ปั๊มไลค์เอาของเราไปไม่ได้ เนื่องจากรหัส Access Token ที่มีอยู่ในฐานข้อมูลเป็นรหัสเก่า

2. ลบแอพที่ใช้ปั๊มไลค์ เมื่อลบแอพที่ใช้ปั๊มไลค์จะเหมือนการเปลี่ยนรหัสคือรีเซ็ต Session ของแอพพลิเคชั่นนั้นๆ ทำให้ Access Token ของแอพดังกล่าวใช้งานไม่ได้

FB เครื่องมือสร้างความมีตัวตน

* รหัสผ่าน เฟซบุ๊ก กับรหัส Access Token ไม่เหมือนกัน ถ้ามีรหัสเฟซบุ๊กจะสามารถล็อกอินทำได้ทุกอย่างปกติ แต่ถ้ามี Access Token จะสามารถทำได้ตามสิทธิ์ที่กำหนดตอนแรกเท่านั้น เช่น อนุญาตให้โพสต์ อนุญาตให้อ่านโพสต์ ถ้าไม่ได้ยอมรับสิทธิ์ไหนก็จะไม่สามารถนำ Access Token ไปใช้งานในการทำงานนั้นได้ และการใช้งานด้วยรหัส Access Token จะยุ่งยากกว่าการใช้งานปกติมากเพราะต้องเรียกผ่านตัว Graph API ของ เฟซบุ๊ก และต้องเขียนโปรแกรมในการอ่านค่าไม่เช่นนั้นจะอ่านยาก

** API คือ Application Programming Interface คือช่องทางการเชื่อมต่อระหว่างเว็บไซต์หลักกับเว็บไซต์ภายนอกให้สะดวก (ให้ผู้อื่นสามารถเชื่อมต่อกับเว็บไซต์ได้โดยตรง เช่น ทำให้เว็บไซต์เราล็อกอินได้ด้วยเฟซบุ๊ก เป็นต้น)

*** สรุปง่ายๆ Access Token คือรหัสยาวๆ ที่ไม่เกี่ยวกับรหัสเฟซบุ๊กเรา แต่ความสำคัญเทียบเท่ากับรหัสเฟซบุ๊ก เพราะถึงไม่สามารถนำไปใช้งานโดยตรงได้ แต่สามารถนำไปใช้งานผ่านโปรแกรมเสริม (Graph API) ของเฟซบุ๊กได้

เฟซบุ๊กสังคมก้มหน้ารูปแบบใหม่

โกงวิวเว็บไซต์! เนื้อหาไม่จรรโลง อัพยอดโด่งทะลุสถิติไม่ยาก
เจ้าของกิจการปั๊มไลค์ทั้งคู่ ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า สามารถเพิ่มยอดการติดตามในโซเชียลเน็ตเวิร์กประเภทอื่น เช่น ทวิตเตอร์ instagram google+ หรือแม้แต่การเพิ่มยอดวิวบนหน้าเว็บไซต์ก็สามารถทำได้โดยไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นแม้แต่น้อย หากเพราะในโลกอินเทอร์เน็ตมีโปรแกรมเด็ดดวงมากมายที่สามารถใช้เพิ่มจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์หรืออัพยอดวิวให้แก่เว็บไซต์ต่างๆ ได้ โดยมีขั้นตอนอันน้อยนิดก็สามารถทำได้ด้วยตัวเองที่บ้าน

ขณะที่ ทางทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้นำโปรแกรมที่สามารถอัพเพิ่มยอดวิวเว็บไซต์ให้แก่ เจ้าของธุรกิจรับจ้างกดไลค์ทั้งสองแห่งได้ตรวจสอบ โดยปรากฏว่า จากการทดลองโปรแกรมดังกล่าวสามารถเพิ่มจำนวนยอดวิวเว็บไซต์ได้จริง

“การปั่นวิวเว็บไซต์นั้น อาจเป็นผลดีต่อเจ้าของกิจการหรือเจ้าของผลงาน แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ายอดวิว นั่นก็คือ คุณภาพของเนื้องานที่สามารถบอกเล่าอะไรต่อสังคม และเป็นประโยชน์กับคนอื่นมากกว่าตัวเองหรือไม่”เจ้าของกิจการวัย 29 ปี แฝงแนวคิดน่าไตร่ตรอง

โปรแกรมที่ใช้เพิ่มยอดยอดวิวเว็บไซต์มีให้ดาวน์โหลดเกลื่อน

เปิดกระเป๋าสตางค์ เช็กรายได้ ชำแหละกำไรปั๊มไลค์!
เจ้าของธุรกิจรับจ้างกดไลค์วัย 29 ปี เปิดหมดเปลือกถึงรายได้จากธุรกิจอันเป็นที่รักของเขาให้เราฟังว่า ธุรกิจรับเพิ่มไลค์ เคยทำรายได้สูงสุด 10 วัน 1 ล้านบาทมาแล้ว แต่รายได้ในจำนวนหลักล้านนี้ เคยทำได้เมื่อช่วง 5-6 เดือนก่อน ณ เวลานี้รายได้ไม่ได้มากจนเหยียบล้านเท่าช่วงก่อน เนื่องจากช่วงหลังเฟซบุ๊กเปลี่ยนกระบวนการเลือกเพจต่างๆ มาโชว์บริเวณหน้าฟีดนิวส์ บวกกับตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามีผู้เข้าใช้เฟซบุ๊กเป็นจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้บัญชีผู้ใช้ที่เข้ามาใหม่ไม่มีคุณภาพเท่าที่ควร จึงมีผลต่อการดึงผู้ใช้งานเฟซบุ๊กเข้ามากดไลค์เพจต่างๆ ของลูกค้ายากมากขึ้น กระนั้น ช่วงนี้กิจการดังกล่าวจึงสามารถทำรายได้เข้ากระเป๋าลดลงมา ตกเดือนละ 1-2 แสนบาท

เรตราคาเพิ่มไลค์แฟนเพจ

“ยอดไลค์ เปรียบเหมือนสินค้าประเภทหนึ่ง ในวันนี้ผมอยู่ในฐานะผู้ผลิต ซึ่งบอกได้เลยว่า ขณะนี้ สินค้าผลิตไม่ทัน และไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคที่สูงมากขึ้นทุกวัน” นายกิตติศักดิ์ พูดถึงธุรกิจอันรุ่งโรจน์ของตัวเอง

หนุ่มน้อยเจ้าของกิจการรับจ้างเพิ่มไลค์ รูป คอมเมนต์ ยอมเปิดปากให้เราฟังเพียงแค่ว่า รายได้ที่เข้ามาจากการเพิ่มไลค์ให้แก่หมู่มวลชาวเฟซบุ๊กนั้น สามารถเลี้ยงปากเลี้ยงท้องของพ่อหนุ่มได้โดยไม่ต้องแบมือขอพ่อขอแม่แล้ว มิหนำซ้ำยังเหลือกินเหลือเก็บนำไปใช้เป็นค่าเล่าเรียน เก็บออมไปลงทุนได้หลายบาทหลายสตางค์เลยทีเดียว
ปั๊มไลค์…อนาคต มั่นคง กิจการยั่งยืนเพียงใด ?
เจ้าของเว็บไซต์รับจ้างไลค์ชื่อดัง มีมุมมองต่อธุรกิจของตนเองว่า ในเชิงกลยุทธ์ทางการตลาดธุรกิจรับจ้างกดไลค์นั้นเป็นเครื่องมือ หรือกลยุทธ์ที่ร้านค้าออนไลน์ ใช้เพื่อสร้างแบรนด์ สร้างความน่าเชื่อถือให้กับร้านค้า โดยในปัจจุบันเฟซบุ๊กจะลดความสำคัญของแฟนเพจที่ไม่ใช่แฟนเพจคุณภาพ (แฟนเพจคุณภาพคือเพจที่ประกอบด้วยเนื้อหาที่มีคุณภาพ Content Marketing โดยการโพสต์ข้อมูลอัพเดตที่มีความน่าเชื่อถือ และมีส่วนร่วมของสมาชิกในแฟนเพจเช่นการไลค์ต่อโพสต์ การร่วมแสดงความคิดเห็นต่อโพสต์ การแชร์ต่อโพสต์ ที่สม่ำเสมอ และสมเหตุสมผลกับจำนวนสมาชิกในแฟนเพจ)

“ธุรกิจรับจ้างกดไลค์เป็นธุรกิจที่จะอยู่ต่อไปเรื่อยๆ เพราะบริการนี้คือเครื่องมือที่เป็นองค์ประกอบในการต่อยอดทางธุรกิจ” นายกิตติศักดิ์ ผู้ที่เคยมีรายได้ 10 วัน 1 ล้านบาทเชื่อเช่นนั้น

เรตราคาไลค์รูป คอมเมนต์ โพสต์

ส่วนหนุ่มวัยรุ่นไฟแรงอย่างพงศธร มองว่า ไม่พ้นปีหน้าเฟซบุ๊ก ก็จะปรับกลยุทธ์ พร้อมๆ กับเปลี่ยนแปลงระบบต่างๆ หรือหาวิธีบล็อกวิธีการปั๊มไลค์ ก็จะทำให้การเรียกไลค์จากเฟซบุ๊กมีความยากมากขึ้น หรือแม้กระทั่งไม่สามารถดึงไลค์ของผู้ใช้เฟซบุ๊กมากดให้กับเพจต่างๆ ได้เลย
ไลค์เป็นกระบุง กำไรพุ่ง ตรงกลุ่มเป้าหมาย เอ๊ะ! ใช่หรือ ?
เจ้าของร้านรับจ้างไลค์แฟนเพจทั้ง 2 คน มีมุมมองต่อการปั๊มไลค์ในแฟนเพจที่ตรงกันว่า ปัจจุบัน บริการรับจ้างกดไลค์ จะตอบโจทย์ในส่วนของการสร้างภาพลักษณ์ หน้าร้านค้าออนไลน์ มากกว่าที่จะตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายลูกค้า

ทั้งนี้ ภาพลักษณ์หรือหน้าร้านค้าออนไลน์ก็จะนำมาซึ่งฐานลูกค้าจริงในอนาคตได้เช่นกัน ดังนั้น ก็ขึ้นอยู่กับกระบวนการต่อยอดในการโปรโมต สร้างแบรนด์ของผลิตภัณฑ์ ที่จะสร้างความแตกต่างให้กับลูกค้าหรือผู้บริโภคเชื่อถือได้แค่ไหน หลังจากที่ได้รับการเพิ่มไลค์ให้กับร้านค้าไปแล้ว

ผู้ที่เคยใช้บริการรับจ้างกดไลค์

มุมแม่ค้า…ไลค์สนั่น ยอดขายสะเทือน (ขึ้น หรือ ลง) ?
น.ส.นิษฐกานต์ นันทสุธีพัฒน์ ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมความงามยี่ห้อหนึ่ง เปิดเผยถึงเหตุผลการจ้างปั๊มยอดไลค์แฟนเพจ เฟซบุ๊กว่า เป็นการสร้างความน่าเชื่อถือของแฟนเพจ หากมีผู้กดไลค์จำนวนมากก็ยิ่งทำให้มีความน่าเชื่อถือมากเช่นกัน ในขณะเดียวกัน จำนวนไลค์ยังสามารถทำให้มีลูกค้ามาสั่งผลิตภัณฑ์เพิ่มจากเดิมที่ขายแทบจะไม่ได้ 1 เดือนประมาณ 5-6 ชุด ปัจจุบันที่มียอดไลค์แฟนเพจ 3,859 ไลค์ ยอดขาย 1 เดือนได้หลายร้อยชุด รวมถึงยังได้เป็นตัวแทนจำหน่ายของจังหวัดนนทบุรี และมีตัวแทนย่อยอีกกว่า 30 คน

“เพื่อนโทรศัพท์มาแซวว่ารวยใหญ่แล้ว เลยถามไปว่ารู้ได้อย่างไร เพื่อนตอบว่าดูจากคนเข้ามาไลค์แฟนเพจเฟซบุ๊กเยอะ” น.ส.นิษฐกานต์ กล่าว
เปิดประสบการณ์คนเคยปั๊มไลค์…โทรสั่งทันใจ จัดให้รวดเร็ว
ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว น.ส.นิษฐกานต์ ตัดสินใจเข้าไปค้นหารับจ้างไลค์ในอินเทอร์เน็ต จากนั้นเลือกดูว่าคนไหนให้คุ้มที่สุด เช่น คนนี้ให้ไลค์ละบาท อีกคนให้ห้าไลค์บาท หรือสิบไลค์บาท เสร็จแล้วก็โทรศัพท์ไปยังเบอร์ที่ให้ไว้ในเว็บไซต์และขอไอดีไลน์มาคุย ถามถึงวิธีการใช้ว่าทำอย่างไร จะมีให้เลือกว่าต้องการยอดไลค์เป็นคนไทยหรือคนต่างประเทศ ถ้าเป็นคนไทยจะแพงกว่าเพราะว่ามีตัวตน

น.ส.นิษฐกานต์ อธิบายต่อว่า เราต้องโอนเงินไปให้คนรับทำก่อนเขาถึงจะเริ่มทำให้ แต่จำไม่ได้ว่าเสียไปเท่าไหร่ เพราะว่ามีสั่งเพิ่มอีก ตั้งแต่ทำมายังไม่เคยโดนหลอก แต่ก็กลัวเหมือนกัน มีครั้งหนึ่งเคยโทรตามแล้วเขาก็ปิดเครื่อง ยอดไลค์เพจเราก็ยังไม่ขึ้น แต่พอวันรุ่งขึ้นก็มียอดไลค์เพิ่มขึ้นมา เราก็โทรหาส่งไลน์ไป ประกอบกับเราโอนเงินให้เขาไปแล้วด้วย พออีกวันหนึ่งเขาก็บอกว่าขอโทษครับ เมื่อคืนระบบคอมพิวเตอร์มันรวน แค่นั้นเราก็ได้ไลค์ปกติ ขณะที่เวลาผ่านมา 2 ปียอดไลค์ที่ได้มายังไม่หายไปไหน

รีวิวรับจ้างกดไลค์

“จากการจ้างเพิ่มไลค์ มีผลทำให้คนติดตามในเฟซบุ๊กเพิ่มขึ้นและมีส่วนทำให้สินค้าขายดี เพราะลูกค้าไม่ได้สนใจว่าไลค์ของแฟนเพจเรามาจากไหน เหมือนไปกดติดตามดาราเราเช็กไม่ได้หรอกว่า ที่มีคนติดตามเป็นแสนคนมีตัวตนอยู่จริงหรือไม่ คิดไว้เลยว่าต้องจ้างแน่นอน สำหรับในอนาคตอาจจะจ้างปั๊มไลค์ให้ได้ยอดไลค์ประมาณ 6-7 พัน เพื่อเพิ่มคนติดตามและกระตุ้นยอดขายผลิตภัณฑ์” น.ส.นิษฐกานต์ คาดการณ์ถึงอนาคต
จ้าง Like เพิ่ม Vote ชิงรางวัล ก็มีนะตัวเอง!
การนำยอดไลค์เป็นคะแนนในการแจกของรางวัล หรือเรียกว่า “การโหวต” เช่น แฟนเพจหนึ่งมีกิจกรรมให้โพสต์รูปภาพเพื่อชิงของรางวัลจากเพจ และมีวิธีการตัดสิน คือ คิดจากยอดไลค์ของรูปภาพนั้น หากรูปใดมีจำนวนยอดไลค์มากที่สุดจะได้รับของรางวัลจากทางเพจนั้นไปครอง

น.ส.หนึ่ง (นามสมมติ) ได้เล่าถึงประสบการณ์ชิงรางวัลจากคะแนนโหวตในเฟซบุ๊กว่า ตอนนั้นทางแฟนเพจมีการแจกทองมูลค่า 1 สลึง โดยการโพสต์รูปภาพและนับยอดไลค์ว่าใครได้มากที่สุดจะได้ของรางวัลไป จากนั้นจึงจ้างเว็บไซต์รับจ้างไลค์เว็บหนึ่งปั๊มไลค์ให้ แต่คนอื่นเขาก็จ้างปั๊มเหมือนกัน เพราะฉะนั้นไลค์ของเราก็จะต้องแข่งกับคนอื่นๆ จึงต้องคอยโทรศัพท์ไปบอกทางเว็บว่าขอเพิ่มไลค์อีกและโอนเงินไปให้เพื่อเพิ่มจำนวน แต่ไลค์พวกนี้ไม่ใช่ทำแล้วได้เลย ต้องรอเป็นชั่วโมง มันต้องใช้ระยะเวลา เช่น 1,500 ไลค์ อาจจะใช้เวลา 1 วัน หรือ 1-2 ชั่วโมง แต่สุดท้ายเราก็ได้ไลค์มากสุด แล้วเราก็ได้ทองจริงๆ เมื่อมาบวกลบคูณหารกับราคาทองทองแล้ว ก็ถือว่าได้กำไรค่อนข้างมาก

อย่าให้ความสำคัญแต่ยอดไลค์ ยอดแชร์ ยอดวิว จนหลงลืมคุณค่าของเนื้องาน

จากอดีตแต่ก่อนเก่า คนดัง หรือบุคคลที่มีชื่อเสียงอันเป็นที่ยอมรับของสาธารณชน ต่างต้องผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างโชกโชน หลายคนต้องอดทนแสนสาหัส หลายคนต้องฟันฝ่าอุปสรรคสุดหนักหนา

แต่ในวันนี้ คนเด่นคนดังในสังคมมีมากมายเหลือคณา มิหนำซ้ำคนเหล่านี้ยังไม่ต้องผ่านด่านอรหันต์ใดๆ เลย หากเพียงแค่อวดนม โชว์กล้าม กล้าพูดตรงข้ามกับสิ่งที่สังคมคิดเท่านั้น ก็สามารถโดดเด่น น่าติดตาม น่าไลค์ น่าชมภายในช่วงเวลาไม่กี่นาที หากเพราะนี่เป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ใหม่ที่สังคมไทยต้องจับตา “เสพติดไลค์ คลั่งวิว”.

อ่านตอนต่อไป 

ปั๊มไลค์ โกงวิว สำคัญไฉน? EP.2 เจาะถังเงินเน็ตไอดอล VS แห่ฝากร้านอัพยอดขาย!

ปั๊มไลค์ โกงวิว สำคัญไฉน? EP.3 ระวัง! ลูกเพจหาย-ยอดไลค์ตก เพราะโฆษณาแฝง!