ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย ที่เกี่ยวข้อง

เป็นกำลัง – ข้างคลอง คันนายาว เมษายน 23, 2014

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันอาทิตย์ 17 มีนาคม 2556 เวลา 00:00 น.

นกมีห้วงหาวเป็นกำลัง
เหินไปถึงฝั่งของความฝัน
ปลดปล่อยนกให้ บินไปพลัน
นกจะดั้นฟ้าสวย ด้วยเริงแรง

ปลามีห้วงน้ำ เป็นกำลัง
ว่ายแหวกว่ายหวัง ดังเสาะแสวง
ปล่อยน้ำให้ไหล ไม่เปลี่ยนแปลง
ปลาจะได้สำแดง ศักดาปลา

ทารกมีเสียงร้อง เป็นกำลัง
เสียงเด็กดัง ก้องภพจบภาษา
ให้โอบอุ้มปลอบช่วย เช็ดน้ำตา
ปลุกพลังกรุณาทุกคราคราว

สตรีมีน้ำตา เป็นกำลัง
สามารถพัง กำแพงที่แกร่งกร้าว
เมื่อน้ำอย่าง หยาดแก้ว กลบแววดาว
ก็จะน้าว โลกน้อม พร้อมพิทักษ์

บุรุษมีสตรี เป็นกำลัง
ให้แรงหวัง แรงใจได้ประจักษ์
…โลกวันนี้เหนื่อยล้า มานานนัก
โลกต้องการความรัก เป็นกำลัง !

เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

 

สีสันศิลปกรรม…เสวนาดนตรี – ซอกแซกงานศิลป์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันอาทิตย์ 17 มีนาคม 2556 เวลา 00:00 น.

ซอกแซกงานศิลป์กลับมาบอกเล่าความเคลื่อนไหวในแวดวงศิลปวัฒนธรรมอีกครั้ง สัปดาห์นี้ชวนสัมผัสศิลปะที่เชียงรายกับนิทรรศการ “พิฆเณศวร์” ของ สุริยันต์ วงศ์โยธา ซึ่งจัดแสดงต่อเนื่องจากนี้ถึง 3 เมษายน 2556 ณ 9 Art Gallery/Architect Studio

ศิลปกรรมมหาบัณฑิต ครั้งที่ 7 ปี 2556 ผลงานนักศึกษาปริญญาโท หลักสูตรศิลปกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาทัศนศิลป์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังซึ่งเตรียมแสดงในวันที่ 6–28 เมษายน 2556 ห้องนิทรรศการชั้น 1 หอศิลป์จามจุรี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Bangkok Music Forum การเสวนาทางดนตรีสัมผัสเรียนรู้ประสบการณ์ดนตรีหลายรูปแบบระหว่างศิลปินและผู้ชมเตรียมมีขึ้นในวันที่ 30 มีนาคม 2556 เวลาสี่โมงเย็นเป็นต้นไป ห้องออดิทอเรียม ชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

อีกความเคลื่อนไหวในสถานที่เดียวกัน นิทรรศการ รำลึกจิตรกรรม คำกวี อังคาร กัลยาณพงศ์ จัดแสดงต่อเนื่อง 29 มีนาคม-30 เมษายน 2556 ณ ห้องสตูดิโอ ชั้น 4 ประกอบด้วยงานวรรณกรรม จิตรกรรม ฯลฯ

ปิดท้ายสัปดาห์นี้ที่ Parallel นิทรรศการภาพเขียนผลงาน ดร.สุเมธ ชุมสาย ณ อยุธยา ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะสถาปัตยกรรม (สถาปัตยกรรมร่วมสมัย) และอลิซาเบ็ธ รอมฮิลด์ ศิลปินชาวเดนมาร์กเตรียมแสดงในวันที่ 30 มีนาคม-9 พฤษภาคม 2556 ที่ละลานตา ไฟน์อาร์ต สุขุมวิท 31…สัปดาห์หน้ามีความเคลื่อนไหวที่ไหนอย่างไรกลับมาติดตามซอกแซกงานศิลป์กันได้อีกครั้งที่นี่ที่เดิม.

 

สวนหนังสือ วันที่ 17 มีนาคม 2556

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันอาทิตย์ 17 มีนาคม 2556 เวลา 00:00 น.

สวนหนังสือเอาใจคนชอบเดินทางท่องเที่ยวนำเสนอ 14 คู่มือเล่มเด็ดพาเที่ยวแสนสนุกเริ่มกันที่ 4 ผลงานชวนพกพาจาก สนพ.อทิตตา“10 ASEAN” หนังสือนำเที่ยวที่รวบรวมข้อมูลสำคัญต่าง ๆ ของประเทศสมาชิกแห่งประชาคมอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ อันเป็นประโยชน์ไว้อย่างครบถ้วน ตั้งแต่ข้อมูลทั่วไปที่ควรรู้ก่อนการเดินทางไปท่องเที่ยวหรือลงทุนทำการค้า ประวัติ ศาสตร์ความเป็นมา สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในเมืองหลวงและเมืองหลักทางเศรษฐกิจ การเดินทาง และเกร็ดความรู้น่าอ่านครบครัน

“HONG KONG คู่มือนักเดินทางฮ่องกง” นำเสนอเรื่องราวน่ารู้ของเกาะฮ่องกงเอาไว้อย่างครบถ้วน ทั้งสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ กิจกรรมยอดนิยม ความหลากหลาย และความสวยงามแตกต่าง พร้อมภาพประกอบสวยงามชวนสัมผัส

“AUSTRIA คู่มือนักเดินทางออสเตรีย” รวมเรื่องราวควรรู้เกี่ยวกับประเทศออสเตรียอันเปรียบเสมือนสตรีผู้สูงศักดิ์ที่แม้จะผ่านเลยช่วงรุ่งโรจน์ถึงขีดสุด แต่ก็ยังคงความงดงามคลาสสิกในทุกอิริยาบถในทุกแง่มุมที่ควรรู้เพื่อการวางแผนท่องเที่ยวให้ทั่วทุกพื้นที่

“NORWAY” รวบรวมความประทับใจของนอร์เวย์เอาไว้อย่างครบรส ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทัศนียภาพคาบสมุทรเว้าแหว่งที่งดงาม ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เรียกว่า แสงเหนือ เรื่องเล่าจากยุคชาวไวกิ้ง ฟาร์มปลาเทราท์ในดินแดนอันไกลโพ้น วัฒนธรรมชาวซามิ หรือแม้แต่เส้นทางตามรอยเสด็จพระพุทธเจ้าหลวงเมื่อกว่าร้อยปีก่อนที่ล้วนแล้วแต่น่าสนใจ ชักชวนให้ไปสัมผัส แถมท้ายด้วยข้อมูลที่พัก ร้านอาหารอร่อยเต็มอิ่ม

3 ผลงานเล่มใหม่จาก แพรวสำนักพิมพ์ท่องโลก “ทิเบตที่เป็น-ไป” ท่องไปตามเส้นทางลี่เจียง-ลาซา-ธรรมศาลา ด้วยระยะทางกว่า 2,000 กิโล เมตร บนแผ่นดินหลังคาโลกเพื่อซึมซับรับรู้ถึงวิถีชีวิต วัฒนธรรม ศาสนา และประวัติศาสตร์ความเป็นมา รวมถึงอนาคตและความเป็นไปของทิเบต

“เซียนลอนดอน” ไกด์บุ๊กเล่มล่าสุดจากชุดเซียน โดย จูน ศศิวิมล พาคุณเจาะลึกย่านไฮสตรีทแบรนด์ดัง รายละเอียดครบถ้วนทั้งที่กิน ที่เที่ยว ที่ช้อป พร้อมเวลาเปิดปิดร้านที่แน่นอน และข้อมูลการเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ ที่เซียนตัวจริงพลาดไม่ได้

สำหรับคนที่ชื่นชอบดินแดนแปลกใหม่ เสพติดความท้าทาย และกระหายการผจญภัย ขอแนะนำ “ชมเมืองยิว ชิลเมืองอาหรับ” สัมผัสอารยธรรมที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้สงครามและความรุนแรงของหลากประเทศอาหรับ อาทิ โอมาน บาห์เรน กาตาร์ ปาเลสไตน์ อิสราเอล สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ผ่านมุมมองของ กาญจนา หงษ์ทอง ที่ ผู้อ่านจะได้สัมผัสถึงความคึกคักและมีน้ำใจไมตรีของชาวเมืองทั้งหลายเหล่านี้ไปพร้อม ๆ กัน

ไต้หวัน แม้จะเป็นประเทศเล็ก ๆ แต่ก็น่าท่องเที่ยวไม่น้อยไปกว่าเกาหลี หรือญี่ปุ่น หนังสือ “Next Station ไต้หวัน” เล่มนี้เป็นหนังสือเล่มที่ 3 ของ หมอภัทร์นำเที่ยว ที่ได้ไปเที่ยวยังประเทศไต้หวันและนำเรื่องราวการเดินทางมาถ่ายทอดให้ผู้อ่านได้ศึกษาข้อมูลการท่องเที่ยวประเทศไต้หวันอย่างละเอียด ชัดเจน และครบถ้วนเหมือนกับได้ไปมาด้วยตนเอง จัดพิมพ์โดย สนพ.พีเพิลมีเดียบุ๊คส์

2 เล่มกะทัดรัดชวนพกพาจาก Tib Thai Inter Book “เที่ยวไม่ง้อทัวร์ ตีตั๋วตะลุยเยอรมนี” แนะนำการท่องเที่ยวในเยอรมนีอย่างประหยัด พร้อมสอดแทรกเกร็ดน่ารู้ ประวัติศาสตร์ รวมทั้งข้อคิดต่าง ๆ เอาไว้มากมาย

“คู่มือเที่ยวตามใจชอบ ลาว 2013-2014” โดยชองจันท์ นำเสนอข้อมูลน่ารู้สำหรับการไปเที่ยวประเทศลาวอย่างครบถ้วน ตั้งแต่ลาวเหนือไปถึงลาวใต้ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่สำคัญ สถานที่เที่ยวห้ามพลาด ร้านอาหารดัง แหล่งช้อปประจำเมือง ที่ถูกจัดไว้เป็นหมวดหมู่ ง่ายต่อการนำไปใช้งานจริง พร้อมแผนที่พับแผ่นใหญ่พิมพ์สี่สีใช้งานสะดวก

“โอซากา…ไม่ไกลแต่เก๋”ผลงานท่องเที่ยวเล่มที่ 3 ของสุพจน์ โล่ห์คุณสมบัติ เล่าถึงการเดินเตร็ดเตร่ไปตามถนนในเมืองโอซากา แวะร้านขายของแบบวินเทจ ร้านเสื้อผ้า ร้านกาแฟ ฯลฯ นับเป็นหนังสือท่องเที่ยวที่มีทั้งกลิ่นอายของการท่องเที่ยว ศิลปวัฒนธรรม ความบันเทิง ที่สื่อออกมาจากอารมณ์ ความรู้สึกผ่านตัวหนังสือของหนุ่มนักเดินทางที่มีลักษณะเฉพาะไม่เหมือนใคร จัดพิมพ์โดย เพื่อนเดินทาง บุ๊ค

“อยุธยา เมืองประวัติศาสตร์” ผลงานของ สนพ.เมืองโบราณ นำเที่ยวชมวัด วัง เมืองกรุงเก่า แหล่งศิลปะและวัฒนธรรมอันรุ่งเรืองของเมืองมรดกโลกบนลุ่มน้ำเจ้าพระยา พร้อมภาพประกอบสี่สีสวยงาม

ปิดท้ายกันที่ “Wish us luck ขอให้เราโชคดี” สารคดีบันทึกการเดินทาง “กลับบ้าน” ของสองสาวพี่น้องฝาแฝดจากประเทศอังกฤษด้วยการนั่งรถไฟ โดยใช้เส้นทางรถไฟที่ยาวที่สุดในโลกอย่าง “ทรานส์ไซบีเรียน” ข้ามแผ่นดิน ข้ามน้ำ ข้ามทะเล ข้ามป่า ทะลุภูเขา ผ่าน 9 ประเทศ โดยใช้เวลาทั้งสิ้น 1 เดือนเต็ม พร้อมของฝากเรื่องราวระหว่างทาง เขียนโดย แวววรรณ หงษ์วิวัฒน์ สนพ.แซล มอนบุ๊คส์ จัดพิมพ์.

แก้วกล้า

 

14.ถนนคนเดิน – สบายๆ สไตล์ ไมตรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันอาทิตย์ 17 มีนาคม 2556 เวลา 00:00 น.

จากร้านอาหาร รถได้มาส่งพวกเราทุกคนเข้าโรงแรม เพื่อให้ทุกคนได้พักผ่อน ยกเว้นคนที่ยังไม่อยากพัก ซึ่งมีผมรวมอยู่ด้วยคนหนึ่ง

ราตรีของเขมรโดยเฉพาะที่เสียมเรียบซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยว จะมีทุกอย่างให้นักท่องเที่ยวได้ไปหาความบันเทิงตามที่ตัวเองชอบ

มีทั้งผับ คาราโอเกะ และซ่องโสเภณีก็มีถ้าใฝ่หาที่นี่ก็เหมือนกับเมืองไทย คือ ประกาศเป็นทางการว่าไม่มีผู้หญิงโสเภณี ทว่าจริง ๆ มี

แต่ยังไง ๆ ก็ยังดีที่กล้าเปิดบ่อนกาสิโนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ไม่ดัดจริตเหมือนเมืองไทย ที่ตามกฎหมายไม่อนุญาตให้มีบ่อน แต่เป็นที่รู้กันว่ามีบ่อน หรือสถานที่แอบเล่นการพนันทั่วไปหมด

คณะของเราส่วนใหญ่สนใจอยากไปเที่ยวต่อที่ถนนคนเดิน

รถที่เรานั่งมาทั้งวัน อาสาพาไปส่งที่ถนนคนเดิน

แต่ขากลับ ตัวใครตัวมัน หมายถึงว่า ให้กลับกันเอง โดยให้ใช้รถสามล้อเครื่องจะสะดวกและราคาถูกที่สุด

ไกด์บอกราคาไว้ด้วยว่า ดูระยะทางระหว่างโรงแรมกับถนนคนเดินแล้ว คิดเป็นเงินไทยไม่น่าจะเกินหนึ่งร้อยยี่สิบบาท

แล้วไกด์ยังแนะนำต่อว่าขอให้ทุกคนเอานามบัตรของโรงแรมติดตัวไปด้วย เพราะคนขับรถรับจ้างจะพูดไทยไม่ได้

หากพูดกันไม่รู้เรื่อง คนขับรถอาจพาเราไปส่งผิดโรงแรมก็ได้

แต่ถ้าเรายื่นนามบัตรของโรงแรมให้คนขับรถรับจ้างดู เขาก็จะพากลับโรงแรมได้ถูกต้อง

ผมลืมถามไกด์ไปว่า ที่ถนนคนเดินนั้น ถนนมีชื่อว่าอะไรจึงไม่ได้เขียนบอกไว้ตรงนี้

แต่ไม่น่าจะมีปัญหาสำหรับคนที่ไปพักที่เมืองเสียมเรียบแล้วอยากไปที่ถนนคนเดิน

เพียงสอบถามเจ้าหน้าที่ของโรงแรมหรือคนขับรถรับจ้าง เขาก็จะพาไปได้ถูกที่ เพราะมีเพียงแห่งเดียวเท่านั้น

นั่งรถจากโรงแรมไปยังถนนคนเดินเพียงสิบกว่านาทีก็ถึง เพราะนอกจากไม่ไกลแล้ว การจราจรก็ไม่ติดขัดด้วย

เราไปถึงที่ถนนคนเดินในเวลาสามทุ่มกว่าเล็กน้อย พบว่ามีคนไม่มากนัก เดินได้แบบหลวม ๆ ไม่แน่นจนเดินเบียดเหมือนกับถนนคนเดินที่เชียงใหม่

ผู้ที่เดินไปมาบนถนนคนเดินมีหน้าเป็น
จีน ๆ มากกว่าฝรั่ง และที่เป็นคนเขมรก็มีไม่น้อย รู้ได้จากหน้าตาและเสียงที่เขาพูดออกมา

สินค้าที่พ่อค้าแม่ขายนำมาวางจำหน่ายก็เหมือน ๆ กับที่เคยเห็นวางขายอยู่ลานดินด้านหน้าของปราสาทนครวัด

ที่มีเพิ่มขึ้นหน่อยก็เห็นจะเป็นจำพวกเครื่องหนัง เครื่องไฟฟ้า วีซีดีเพลงและภาพยนตร์ ผ้าและเครื่องประดับที่ทำด้วยหยกก็มีไม่น้อย

ร้านค้าที่อยู่ริมทางส่วนใหญ่จะเป็นร้านอาหาร บาร์เบียร์ และกาแฟสด

มีอยู่ร้านหนึ่งเห็นแล้วอยากเข้าไปอุดหนุนทันที ร้านที่ว่าก็คือร้านรับนวด หรือโรงนวด

ทั้ง ๆ ที่อยากเข้าไปในร้านนวดทันทีเมื่อมองเห็น เพราะเมื่อยน่องเต็มทีตั้งแต่เดินชมนครวัดแล้ว แต่จำเป็นต้องเดินให้ทั่วเสียก่อน แล้วค่อยวกกลับมานวด นวดเสร็จจะได้กลับที่พักได้เลย

ร้านนวดของเขมรรับนวดกันที่หน้าร้าน โดยมีเก้าอี้นวดฝ่าเท้าวางเรียงอยู่เป็นสิบ ๆ ตัว

หากต้องการนวดตัวจะต้องเข้าไปนวดในห้อง กรณีนี้เหมือนกับเมืองไทย

เราเข้าไปนวดสามคน นับว่าโชคดีที่มีหมอนวดว่างครบคนพอดี จึงไม่ต้องรอ

เราคนหนึ่งถามราคาค่านวด จึงรู้ว่าค่านวดมีราคาใกล้เคียงกับเมืองไทย แต่ฝีมือการนวดน่าจะสู้หมอนวดไทยไม่ได้

แล้วก็เป็นจริงอย่างที่ผมคาด

เรานวดฝ่าเท้ากันคนละชั่วโมง ใกล้จะหมดเวลา ไกด์คงเป็นห่วงเดินตามมาที่ร้าน

เราจึงได้รู้ว่า ข้อความที่เขียนอยู่ที่กระดานเป็นภาษาเขมรนั้น แปลเป็นไทยว่า นวดแผนเขมร

เท่าที่ทราบ พม่าก็มีนวดแผนพม่าเหมือนกัน

ที่เวียดนามก็มีนวดแผนเวียดนาม ส่วนที่ลาวก็มีนวดแผนลาว

แสดงให้เห็นว่า ประชาคมอาเซียนซึ่งเป็นเพื่อนบ้านของเรา กำลังตื่นตัวเรื่องนวด เพื่อเป็นจุดขายนักท่องเที่ยว

ฉะนั้นต่อไปนี้ เราจึงประมาทไม่ได้อีกแล้วว่า นวดแผนไทยดีที่สุด.

ไมตรี ลิมปิชาติ
http://www.facebook.com/maitree.limpichart.writer

 

สานต่อการสร้างสรรค์ศิลปกรรม มองมุมสร้างสรรค์พลังศิลป์รุ่นใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันอาทิตย์ 17 มีนาคม 2556 เวลา 00:00 น.

ต่อเนื่องมาสำหรับ การประกวดศิลปกรรมเด็กและเยาวชนแห่งชาติ โดยปีนี้การประกวดดังกล่าวพร้อมเริ่มขึ้นอีกครั้งโดยยังคงจุดหมายปลูกฝังความรู้ความเข้าใจ การสร้างสรรค์แสดงออกอิสระรวมถึงการศึกษาศิลปะในระดับปฐมวัยอย่างถูกต้องตามธรรมชาติของวัย

จากการส่งเสริมการสร้างสรรค์โดยสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ดำเนินการมานับแต่ปี 2549 จวบปัจจุบัน อาจารย์นิภา โสภาสัมฤทธิ์ รองอธิการบดีฝ่ายศิลปวัฒนธรรม สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์กล่าวว่า การประกวดศิลปกรรมเด็กและเยาวชนแห่งชาติครั้งนี้ต่อเนื่องมา เป็นปีที่แปดโดยอดีตอธิการบดีอาจารย์กมล สุวุฒโฑ ริเริ่มโครงการขึ้นและท่านอธิการบดีปัจจุบัน ดร.สิริชัยชาญ ฟักจำรูญ ได้ส่งเสริมและสนับสนุน ทั้งนี้เพื่อให้เด็กและเยาวชนแสดงความสามารถถ่ายทอดจินตนาการ สร้างสรรค์ศิลปะอย่างอิสระ

“โครงการศิลปกรรมเด็กและเยาวชนไม่ได้มีการกำหนดหัวข้อใด ๆสามารถถ่ายทอดกระบวนการคิด เทคนิคอิสระได้ไม่ว่าจะเป็นงานจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ สื่อผสมหรือวาดเส้น แต่อย่างไรก็ตามการสร้าง สรรค์ต้องทำด้วยตนเองและไม่เคยได้รับรางวัลที่ใดมาก่อน

จากความต่อเนื่องการส่งเสริมสร้างสรรค์ศิลปะเห็นได้ชัดเจนถึงความหลากหลายของผลงานและจำนวนผู้เข้าประกวดทั่วประเทศเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน อีกทั้งผลงานทางด้านประติมากรรม สื่อผสมพบว่ามีผู้ส่งผลงานเพิ่มมากขึ้น”

นอกจากนี้ในมุมมองคณะกรรมการดำเนินงานฯ กล่าวเพิ่มอีกว่า ศิลปกรรมเด็กและเยาวชนแห่งชาติที่จัดขึ้นนอกจากจะมีจำนวนผลงานที่เพิ่มขึ้นแล้ว ในด้านการสร้างสรรค์ศิลปะยังมีความโดดเด่นมองเห็นการถ่ายทอดเทคนิค วิธีการและความคิดของแต่ละวัยนับแต่ระดับอายุไม่เกิน 8 ปีจนถึงระดับอายุไม่เกิน 25 ปีซึ่งสร้างสรรค์ผลงานชวนติดตามจากประสบการณ์ ความรู้สึกในแต่ละวัย

ทั้งนี้เป็นเพราะเวทีการประกวดไม่ได้ระบุ หรือ กำหนดหัวข้อที่เป็นการชี้นำให้ผู้สร้างสรรค์ผลงานต้องคำนึงถึงเนื้อเรื่อง ความต่างเหล่านี้จึงเป็นการแสดงออกที่มีเอกลักษณ์ของโครงการ เมื่อเข้าชมผลงานจึงพบกับความหลากหลายทั้งจากมิติของเทคนิค วิธีการและความคิดที่แสดงออกผ่านรูปแบบงานศิลปกรรมต่าง ๆ

การประกวดศิลปกรรมเด็กและเยาวชนแห่งชาติในปีที่ผ่านมาคณะกรรมการดำเนินงานได้ปรับขนาดโดยกำหนดขนาดผลงานที่มีลักษณะเป็น 3 มิติที่เข้าร่วมไม่เกินด้านละ 33 เมตร ซึ่งถือเป็นการเพิ่มมิติการแสดงออกทางศิลปะให้แก่เด็กและเยาวชนได้มีความคิดอิสระ อีกทั้งได้ค้นคว้าทดลองสร้างสรรค์ศิลปะในพื้นที่กว้างใหญ่ขึ้น นับเป็นอีกก้าวการส่งเสริมทักษะ การสร้างสรรค์ศิลปะก้าวไกล.

 

ผ้าทอไทครั่ง….ไทยวน – ร้อยเรื่องมรดกไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันอาทิตย์ 17 มีนาคม 2556 เวลา 00:00 น.

ร้อยเรื่องมรดกไทยกลับมาพบกันอีกครั้ง สัปดาห์นี้ชวนสัมผัสมนต์เสน่ห์บนผืนผ้าไทย ผ้าทอไทครั่ง….ไทยวน มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมทรงคุณค่า

ผ้าทอไทครั่งมีหลายประเภทซึ่งผ้าซิ่นของชาวไทครั่ง มักต่อตีนซิ่นด้วยฝ้ายหรือไหม ตีนซิ่นทอเป็นพื้นสีแดงใช้เทคนิคการจกด้วยฝ้ายหรือไหม สีเหลือง ส้ม น้ำเงิน ขาว เขียว ให้เกิดลวดลายโดยทิ้งพื้นสีแดงไว้ด้านล่างของตีนซิ่น

การทอตัวซิ่นนิยมทอด้วยเทคนิคมัดหมี่เส้นพุ่ง ด้วยการย้อมสีเดียวและใช้วิธีการแต้มสีอื่น ๆ เพิ่มเติม หรือภาษาท้องถิ่นเรียกว่า “แจะ” เป็นการให้ลวดลายหมี่มีสีสันเพิ่มขึ้น

ผ้าซิ่นที่บ่งบอกถึงอัตลักษณ์ของชาวไทครั่งได้แก่ ซิ่นก่าน ใช้เทคนิคการจกหรือขิดตัวซิ่นทั้งผืน ลวดลายเด่นเป็นเอกลักษณ์ คือ ลายดอกแก้ว ซิ่นหมี่ลวด เป็นซิ่นที่ใช้เทคนิคการมัดหมี่และทอต่อเนื่องทำให้เกิดลวดลายอย่างต่อเนื่อง ลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ คือ ลายหมี่สำเภาและลายหมี่ขอใหญ่ ซิ่นหมี่ตา ใช้เทคนิคการมัดหมี่สลับกับการจกหรือขิด ทำให้เกิดลวดลายขนานกับลำตัว ลวดลายของมัดหมี่จะเป็นลาย หงส์ หรือนาค เป็นส่วนใหญ่ ส่วน ซิ่นหมี่น้อย เป็นซิ่นที่ใช้เทคนิคการมัดหมี่เป็นลวดลายแถบเล็ก ๆ สลับด้วยฝ้าย หรือไหมพื้นสีต่าง ๆ นอกจากซิ่นตีนจกแล้วยังมีสิ่งทอที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวไทครั่งซึ่งยังคงสืบทอดกัน

ส่วนมนต์เสน่ห์ความงามของ ผ้าทอไท ยวน ถือเป็นงานช่างฝีมือดั้งเดิมที่มีลักษณะและเอกลักษณ์พิเศษเฉพาะตัว ด้วยมีกรรมวิธีการผลิตถักทอชนิดต่าง ๆ ด้วยความละเอียดวิจิตรงดงาม อีกทั้งการเลือกใช้สีสัน และความงดงามของลวดลายประณีตมีทั้งเทคนิคการจก การยกมุก การมัดซึ่งแสดง ออกถึงอัตลักษณ์ ได้เป็นอย่างดี ทั้งวิถีชีวิตความเป็นอยู่ คติความเชื่อจารีตประเพณีและวัฒนธรรม

ผ้าทอไทยวนชนิดต่าง ๆ ยังมีความสำคัญและใช้ในชีวิตประจำวันของชาวไทยวน ทั้งนำมาใช้เป็น ย่าม ผ้าซิ่น หมอน ผ้าสไบ ผ้าปกหัวนาค ตุง ฯลฯ ปัจจุบันการทอผ้าทอไทยวนยังคงมีอยู่ในชุมชน นับเป็นมรดกทรงคุณค่าครบพร้อมด้วยความงดงามในการสร้างสรรค์และใช้ประโยชน์.

 

‘โลว์คอสต์ ‘ แข่งเดือด ‘แอร์เอเชีย’ เปิดสายการบินใหม่ประเดิมเกาหลี เมษายน 22, 2014

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/418164

โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ 22 เม.ย. 2557 21:15

“โลว์คอสต์” แข่งเดือด “แอร์เอเชีย” เปิดตัวสายการบินใหม่ “แอร์เอเชียเอ็กซ์” ประเดิมเส้นทางแรกไปเกาหลี ตามด้วยญี่ปุ่น ชูโปรโมชั่นเริ่มต้น 1,990 บาท ขย่มตลาด…

เมื่อวันที่ 22 เม.ย. นายนัดดา บุรณศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์ เปิดเผยถึงแนวโน้มธุรกิจการบินไตรมาสแรกปีนี้ว่า ยังคงทรงตัว มีอัตราบรรทุกผู้โดยสารเหลือประมาณ 80% ลดลงจากปีก่อนที่มีถึง 86% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการเมือง แต่เชื่อว่าหากสถานการณ์คลี่คลาย แนวโน้มจะปรับตัวขึ้นได้ครึ่งปีหลัง

อย่่างไรก็ตาม ได้เปิดตัวสายการบินใหม่ ไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์ ซึ่งเป็นสายการบินราคาประหยัด (โลว์คอสต์ แอร์ไลน์) ระยะไกลแห่งแรกของไทย ซึ่งจะเริ่มเปิดบริการเที่ยวบินประจำ เส้นทางแรก กรุงเทพฯ-อินชอน (เกาหลีใต้) เปิดให้จองตั๋ววันแรก วันที่ 23 เม.ย.นี้ หลังเวลา 24.00 น. ด้วยเครื่องบินแอร์บัส เอ 330-300 และในเดือน ก.ค.-ส.ค.นี้ จะเปิดอีก 2 เส้นทางใหม่ไปญี่ปุ่น คือ กรุงเทพฯ-โตเกียว และกรุงเทพฯ-โอซาก้า

ทั้งนี้ ที่เลือกเกาหลีและญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นตลาดที่มีศักยภาพมาก อีกทั้งคนไทยยังไม่ต้องขอวีซ่า โดยสถิตินักท่องเที่ยวเกาหลีเดินทางมาท่องเที่ยวไทยปีที่ผ่านมาสูงถึง 1.3 ล้านคน ขณะที่คนไทยเดินทางออกไปถึงปีละ 400,000 คน ส่วนญี่ปุ่นกำลังเป็นกระแสฮิตอยู่ในขณะนี้ จึงคาดว่าในปีแรก บริษัทจะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท และมีอัตราผู้โดยสารสูงกว่า 80 %

ส่วนราคาตั๋วโดยสารจะถูกกว่าราคาทั่วไป 15-20% พร้อมกับมีโปรโมชั่นเริ่มต้น 1,999 บาท/เที่ยว จำนวน 5,000 ที่นั่งด้วย นอกจากนี้ อาจจะมีการพิจารณาเพิ่มเที่ยวบินไปยังเส้นทางที่มีระยะทางบิน 4-9 ชั่วโมง เช่น ออสเตรเลีย อินเดีย จีน รัสเซีย ตะวันออกกลาง รวมถึงยุโรปบางประเทศได้ สำหรับแผนการทำตลาดจะมีการร่วมกับไทย แอร์เอเชีย จัดแคมเปญเชื่อมโยงการเดินทางของผู้โดยสารด้วยกัน รวมทั้งจะทำแผนประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย.

 

บังคับใช้แล้ว ‘ความตกลงจัดซื้อจัดจ้าง’ ฉบับ WTO ลดคอร์รัปชัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/418157

โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ 22 เม.ย. 2557 21:05

พณ.เผย ความตกลงจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ ฉบับปรับปรุงของ WTO มีผลบังคับใช้แล้ว หลังรอมานานกว่า 2 ปี เชื่อช่วยลดคอร์รัปชัน แนะไทยเตรียมพร้อม หลังคู่เจรจาเอฟทีเอ จี้ไทยต้องปฏิบัติตาม…

เมื่อวันที่ 22 เม.ย. นายสมเกียรติ ตรีรัตนพันธ์ รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ขณะนี้ความตกลงว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐฉบับปรับปรุง ภายใต้องค์การการค้าโลก (ดับบลิวทีโอ) ได้มีผลบังคับใช้แล้ว นับตั้งแต่สมาชิกความตกลงมีมติรับรองผลการเจรจาปรับปรุงเมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 2554 โดยมีเนื้อหาที่ยืดหยุ่น มีวิธีดำเนินการสมัยใหม่มากขึ้น เช่น กำหนดขอบเขตการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ และหลักการทั่วไปให้ครอบคลุมถึงวิธี จัดซื้อจัดจ้างทางอิเล็กทรอนิกส์ ลดเวลาดำเนินการจัดซื้อสินค้า จัดจ้างบริการในท้องตลาด และลดการฉ้อราษฎร์บังหลวงในระบบจัดซื้อจัดจ้างของสมาชิก เป็นต้น

“ดับบลิวทีโอ คาดว่าภาคธุรกิจของประเทศสมาชิกความตกลงนี้ จะได้รับประโยชน์จากโอกาสการเข้าสู่ตลาดการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐของประเทศ สมาชิกด้วยกันถึงกว่า 80,000-100,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปี ซึ่งเป็นการเจาะเข้าสู่ตลาดการจัดซื้อจัดจ้างในระดับกระทรวง หน่วยงานท้องถิ่น และรัฐวิสาหกิจ ทั้งการจัดซื้อสินค้า และการจัดจ้างบริการด้านต่างๆ ที่มีขอบเขตขยายมากขึ้น”

นายสมเกียรติ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันการต่อต้านคอร์รัปชันในการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐของไทยมีกว้างขวางขึ้น ดังนั้น ความตกลงนี้จะช่วยลดปัญหาคอร์รัปชันด้านนี้ลงได้ เพราะเนื้อหาของความตกลง จะก่อให้เกิดประโยชน์ด้านความโปร่งใส ตั้งแต่การออกประกาศโครงการ การกำหนดคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมประมูล หลักเกณฑ์การเข้าร่วมประกวดราคา รวมถึงผลการตัดสิน

นอกจากนี้ การเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กับไทยในปัจจุบัน หลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศพัฒนาแล้ว และเป็นภาคีสมาชิกความตกลงดังกล่าว เช่น สหภาพยุโรป, สหรัฐฯ พยายามใช้ความตกลงนี้เป็นฐานในการเจรจา และผลักดันให้ประเทศคู่เจรจายอมรับ และนำมาปฏิบัติใช้ในความตกลงเอฟทีเอด้วย

สำหรับความตกลงว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ เป็นความตกลงที่ให้สมาชิกดับบลิวทีโอเข้าร่วมโดยสมัครใจ ปัจจุบันมีสมาชิก 15 ประเทศ ได้แก่ อาร์เมเนีย, แคนาดา, สหภาพยุโรป, ฮ่องกง, ไอซ์แลนด์, อิสราเอล, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ลิกเตนสไตน์, อารูบา, นอร์เวย์, สิงคโปร์, สวิตเซอร์แลนด์, จีน และสหรัฐฯ ส่วนไทยยังไม่ได้เป็นภาคีในความตกลงดังกล่าว เป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ก่อนที่จะเข้าร่วมเป็นสมาชิก.

 

โตโยต้าจัดประกวด “Yaris The PRESENTER 2014”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/418166

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 เม.ย. 2557 21:00

โตโยต้าจัดประกวด “Yaris The PRESENTER 2014”

ค้นหาหนุ่มเท่-สาวเก๋ มาเป็นพรีเซนเตอร์ยาริส ฉีกแนวคิดการจัดประกวด เปิดมิติใหม่แห่งวงการรถยนต์

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด โดย นายเคียวอิจิ ทานาดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ จัดแถลงข่าวกิจกรรมการประกวด “Yaris The PRESENTER 2014” (ยาริส เดอะ พรีเซนเตอร์ 2014) ค้นหาคนที่ใช่ สไตล์ที่ใช่ เพื่อที่จะก้าวสู่การเป็นพรีเซนเตอร์ยาริส และแสดงนำในภาพยนตร์โฆษณา Toyota Yaris เป็นระยะเวลา 1 ปี พร้อมดึงกูรูจากหลากหลายวงการร่วมเป็นกรรมการตัดสินคัดเลือก 1 หนุ่มเท่ – 1 สาวเก๋ ที่มีสไตล์ที่ “ใช่” ที่เหมาะสม เพื่อมาเป็นพรีเซนเตอร์ยาริส และผู้ชนะการประกวดจะได้รับรถยนต์โตโยต้า ยาริส รุ่น G คนละ 1 คัน พร้อมรางวัลเงินสดอีก คนละ 500,000 บาท รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท

นายเคียวอิจิ ทานาดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวถึงวัถตุประสงค์ของการจัดกิจกรรม “Yaris The PRESENTER 2014” (ยาริส เดอะ พรีเซนเตอร์ 2014) ว่า เมื่อช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ทางบริษัทฯ ได้ทำการเปิดตัวรถยนต์ “Toyota New Yaris” ซึ่งได้รับความสำเร็จเป็นอย่างมาก และกระแสตอบรับจากลูกค้าดีเกินคาด โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งทางบริษัทฯ เล็งเห็นโอกาสนี้เพื่อใกล้ชิดลูกค้ากลุ่มนี้ได้มากยิ่งขึ้น และนับเป็นมิติใหม่แห่งวงการรถยนต์ครั้งแรกในประเทศไทย ทางบริษัทฯ จึงมีแนวความคิดที่จะจัดกิจกรรมการประกวด “Yaris The PRESENTER 2014” (ยาริส เดอะ พรีเซนเตอร์ 2014) ขึ้นมา ซึ่งเป็นการประกวดค้นหาพรีเซนเตอร์ให้กับยาริส โดยกิจกรรมนี้ต้องการหนุ่มเท่-สาวเก๋ มีสไตล์ที่ “ใช่” เพื่อที่จะก้าวสู่การเป็นพรีเซนเตอร์ยาริส การประกวดในครั้งนี้เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ที่มีความมั่นใจในตัวเอง และมีความสามารถ ซึ่งถ้าทางโตโยต้าเล็งเห็นว่ามีบุคลิกตรงกับรถยนต์โตโยต้า ยาริส ก็จะได้รับคัดเลือกให้เป็นพรีเซนเตอร์ และแสดงนำในภาพยนตร์โฆษณาตัวใหม่ของโตโยต้า ยาริส เป็นระยะเวลา 1 ปี พร้อมรางวัลรถยนต์โตโยต้า ยาริส 1 คัน และเงินสด 500,000 บาท”

สำหรับเกณฑ์ในการคัดเลือก เพื่อมาดำรงตำแหน่งพรีเซนเตอร์ยาริส จะเน้นคุณสมบัติสำคัญ คือ จะต้องมีอายุตั้งแต่ 18 – 24 ปี รูปร่างหน้าตาบุคลิกดี มั่นใจ กล้าแสดงออก และที่สำคัญจะต้องมีสไตล์ของตัวเอง สัญชาติไทย โดยกรรมการที่จะมาเป็นผู้คัดเลือก ประกอบไปด้วยบุคคลชั้นแนวหน้าของเมืองไทย ทั้งวงการบันเทิง แฟชั่นและถ่ายภาพ อาทิ คุณตุ้ย-ธีรภัทร์ สัจจกุล, คุณจิตรลดา ดิษยนันทน์, คุณสุพล วิเชียรฉาย, คุณพิชัย จิราธิวัฒน์, คุณสุพิชา สอนดำริห์, คุณเลิศพร อารยะโกศล เป็นต้น เปิดรับสมัครวันนี้ – 30 เมษายน 2557 และจากนั้นคณะกรรมการจะคัดเลือกผู้ผ่านการเข้ารอบจำนวน 20 คน โดยผู้ผ่านเข้ารอบทุกคนจะได้เข้าร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปกับผู้มีประสบการณ์จากหลากหลายสาขาอาชีพ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการประกวดในรอบสุดท้าย ซึ่งจะทำการตัดสินในวันที่ 29 มิถุนายน 2557 ณ บริเวณแฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

ผู้ที่สนใจสามารถสมัครได้ 3 ช่องทาง ดังนี้ http://www.YarisThePRESENER.com / โชว์รูมโตโยต้าทั่วประเทศ / บูธกิจกรรม Roadshow ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายน 2557 หรือคลิกเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ http://www.YarisThePRESENER.com และ Facebook TOYOTA YARIS

 

‘นิวัฒน์ธำรง’ลุ้นมีเลือกตั้ง มิ.ย. หนุนGDPโตเกิน2%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/418152

โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ 22 เม.ย. 2557 20:40

“นิวัฒน์ธำรง” ชี้หากปมการเมืองยืดเยื้อถึงสิ้นปี หวั่นทำให้จีดีพีติดลบ หวังให้มีเลือกตั้งเร็วสุด มิ.ย.นี้ น่าจะทำให้จีดีพีโตกว่า 2%…

เมื่อวันที่ 22 เม.ย. นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ระบุว่า หากสถานการณ์ทางการเมืองยังคงยืดเยื้อไปจนถึงปลายปี อาจจะทำให้ตัวเลขอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ปีนี้ติดลบ หรือเติบโตเป็น 0% ก็เป็นไปได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่ที่ว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นได้ในช่วงใด โดยมองว่าหากมีการเลือกตั้งในเดือน ก.ค. จะเป็นการช้าเกินไป และน่าจะส่งผลให้ GDP เติบโตได้ในระดับ 2% เท่านั้น แต่หากเลือกตั้งได้เร็วขึ้นมาเป็นเดือน มิ.ย. น่าจะมีผลให้ GDP เติบโตได้ดีกว่า 2%

ทั้งนี้ ที่ประชุม ครม. เศรษฐกิจ ได้มีการประเมินเศรษฐกิจในภาพรวมจากหลายหน่วยงาน ซึ่งต่างเห็นตรงกันว่าปีนี้เศรษฐกิจไทยจะเติบโตอยู่ในช่วง 1-3% เท่านั้น ปัจจัยสำคัญจะมาจากปัญหาทางการเมืองที่ส่งผลกระทบให้การท่องเที่ยวหยุดชะงัก รวมถึงการบริโภคในประเทศชะลอตัว แต่การส่งออกยังน่าจะไปได้ดี เพราะได้รับอานิสงส์จากเศรษฐกิจโลกที่ยังเติบโตในระดับ 3-4%

พร้อมย้ำว่า แม้จะอยู่ในช่วงรัฐบาลรักษาการ แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยังเดินหน้าเตรียมงานด้านเศรษฐกิจ โดยวันจันทร์ที่ 28 เม.ย.นี้ จะเรียกประชุมระหว่างกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการต่างประเทศ ในการจัดทำข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA).

 

พณ. แฮปปี้ครม.ต่ออายุ ‘เอ็มโอเอ’ ขายข้าวปินส์ เชื่อส่งผลดีต่อไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/418146

โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ 22 เม.ย. 2557 20:10

“พาณิชย์” แฮปปี้ ครม.ต่ออายุ “เอ็มโอเอ” ขายข้าวฟิลิปปินส์แบบจีทูจี เชื่อส่งผลดีต่อไทยในการขายข้าวในอนาคต จากการประมูลนำเข้าปีนี้ต่อเนื่อง…

เมื่อวันที่ 22 เม.ย. นายสุรศักดิ์ เรียงเครือ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า หลังจาก ครม.มีมติต่ออายุบันทึกความตกลงการซื้อขายข้าวระหว่างไทยและฟิลิปปินส์ (เอ็มโอเอ) เพื่อให้รัฐบาลสามารถเข้าร่วมการประมูลขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) กับรัฐบาลฟิลิปปินส์ โดยขั้นตอนต่อไปกรมการค้าต่างประเทศ จะส่งหนังสือแจ้งไปยังฟิลิปปินส์ เพื่อลงนามในเอ็มโอเอร่วมกันต่อไป ซึ่งจะส่งผลดีต่อไทยในอนาคตในการร่วมกิจกรรมขายข้าวให้กับฟิลิปปินส์

ทั้งนี้ เชื่อว่าฟิลิปปินส์จะเปิดประมูลนำเข้าข้าวในปีนี้ต่อเนื่อง อาจจะ 3-4 เดือนต่อครั้ง เพราะปีนี้ฟิลิปปินส์ประสบปัญหาภัยแล้ง จึงจำเป็นต้องนำเข้าข้าว และเมื่อมีเอ็มโอเอ จะทำให้รัฐบาลไทยสามารถเข้าร่วมขายข้าวให้ฟิลิปปินส์ได้ทันที.

 

กสท.ได้ข้อสรุป เคาะราคาคูปองแล้ว พร้อมเผยต้น พ.ค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/418158

โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ 22 เม.ย. 2557 19:55

คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ สรุปราคาคูปองสนับสนุนการรับชมทีวีดิจิตอลแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะต้องผ่านการพิจารณาอีก 2 ขั้นตอน ย้ำเป็นราคาที่ไม่เป็นภาระผู้บริโภค…

เมื่อวันที่ 22 เม.ย.2557 พันเอกนที ศุกลรัตน์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการ กสท. วันนี้ ยังไม่สามารถเปิดเผยราคาคูปองสนับสนุนการรับชมทีวีดิจิตอลได้ แม้ว่าบอร์ดจะมีทิศทางเดียวกัน เพราะต้องผ่านการพิจารณาอีก 2 ขั้นตอน คือ คณะกรรมการบริหารกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือบอร์ดกองทุนฯ และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. และวันพรุ่งนี้จะไม่มีเรื่องคูปองเข้าบอร์ด กสทช. โดยคาดว่าบอร์ด กสทช. จะสามารถพิจารณาได้ในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้
สำหรับราคาคูปองที่ออกมา พิจารณาจากมูลค่าคูปอง จำนวนคนที่จะแจกให้ และการแจกให้ได้ครอบคลุมพืิ้นที่ที่ทีวีดิจิตอลเข้าถึงได้มากที่สุด ซึ่งมองว่าราคาจะเพียงพอ และไม่เป็นภาระต่อผู้บริโภค แต่ส่วนตัวต้องการได้ในราคาที่มากที่สุด ขณะที่ล่าสุดมีเงินจากการประมูลทีวีดิจิตอลงวดแรกเข้าบอร์ดกองทุนฯ มาแล้ว 1 หมื่น 2 พันล้านบาท.

 

‘เรกูเลเตอร์’รับมือแหล่งก๊าซหยุด 28 วัน หวั่นภาคใต้เสี่ยงไฟดับ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/418135

โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ 22 เม.ย. 2557 19:10

“เรกูเลเตอร์” ประสาน กฟผ.-กฟภ.-ส.อ.ท. รับมือแหล่งก๊าซ JDA ปิดซ่อม 28 วัน หวั่นภาคใต้ใช้ไฟพีคเกิน 2.5 พันเมกะวัตต์ เสี่ยงต้องดับไฟในบางพื้นที่รอบนอก 19 จุดสลับกันไปแห่งละ 1ชม. ลดผลกระทบ…

เมื่อวันที่ 22 เม.ย. นายดิเรก ลาวัณย์ศิริ ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) หรือเรกูเลเตอร์ เปิดเผยว่า ขณะนี้เรกูเลเตอร์ได้ประสานทุกภาคส่วน โดยเฉพาะสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ซึ่งเป็นภาคการผลิตเพื่อร่วมลดใช้ไฟฟ้ารองรับกรณีที่ผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติ ในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย แหล่ง JDA-A18 จะดำเนินการปิดซ่อมบำรุงครั้งใหญ่ ระหว่างวันที่ 13 มิ.ย.-10 ก.ค.นี้ รวม 28 วัน โดยยอมรับว่า หากความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีค) ภาคใต้เกิน 2,543 เมกะวัตต์ จะมีความเสี่ยงต้องดับไฟ (ลดโหลด) บางพื้นที่เพื่อรับมือ ซึ่งทุกส่วนจะพยายามไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว

 

ดิเรก ลาวัณย์ศิริ ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ประสานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รับมือ แหล่งก๊าซฯ JDA-A18 ปิดซ่อม 28 วัน ไม่ให้กระทบการใช้ไฟภาคใต้

 

 

ทั้งนี้ การปิดซ่อมบำรุงแหล่งก๊าซธรรมชาติดังกล่าว จะทำให้ก๊าซธรรมชาติหายไป 420 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และส่งผลให้โรงไฟฟ้าจะนะ จ.สงขลา ต้องหยุดทันทีไป 710 เมกะวัตต์ ทำให้การผลิตไฟในภาคใต้อยู่ที่ 2,306 เมกะวัตต์ แต่คาดว่าพีคสูงสุดจะอยู่ที่ 2,400 เมกะวัตต์ ภาคใต้จะเสี่ยงในช่วงพีคเวลา 18.30-22.30 น. และกรณีวันที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดที่ 2,543 เมกะวัตต์ ระบบไฟฟ้าภาคใต้จะมีความเสี่ยงเพิ่มเติมในช่วงบ่ายเวลา 13.30-15.30 น. ดังนั้นไฟฟ้าจะขาดไปราว 250 เมกะวัตต์ จึงต้องหาแผนรับมือไว้ 3 แนวทาง คือ 1. ให้เอกชนภาคใต้ 11 กลุ่มอุตสาหกรรมของ ส.อ.ท.ลดใช้ไฟ 250 เมกะวัตต์ 2. รับซื้อไฟฟ้าเพิ่มเติมจากผู้ผลิตรายเล็ก หรือ SPP ภาคใต้ 10 เมกะวัตต์ และ 3. กรณีไฟไม่พอที่สุดจะให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ทำการปลดโหลด หรือเลือกดับไฟบางพื้นที่ใน 19 ระดับ 19 จุดสลับกันไปจุดละ 50 เมกะวัตต์ต่อ 1 ชม.

ขณะที่ นางพัลลภา เรืองรอง กรรมการเรกูเลเตอร์ กล่าวว่า จากกรณี JDA ได้ทำให้ไฟหายไป 200 กว่าเมกะวัตต์ หากต้องดับไฟจะทำให้สูญเสียต่อระบบเศรษฐกิจ 30-40 ล้านบาทต่อวัน ดังนั้น การลดใช้ไฟจากเอกชนและคนในพื้นที่จะช่วยได้มากสุด ซึ่งช่วงดังกล่าวเป็นช่วงฟุตบอลโลก จึงขอความร่วมมือประชาชนดูทีวีแบบร่วมกัน จะช่วยประหยัดได้อีกทาง

ด้าน นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีค) จริงๆ ของภาคใต้อยู่ที่ 2,550 เมกะวัตต์ เนื่องจากการใช้ไฟภาคใต้จะเติบโตทุกปี แต่ผลิตได้ 2,300 เมกะวัตต์ในช่วงนี้ จึงทำให้ขาดไฟสำรองประมาณ 250 เมกะวัตต์ จึงจำเป็นจะต้องขอความร่วมมือการลดใช้ไฟในช่วงพีค เพื่อไม่ให้การส่งไฟจากภาคกลาง มายังสายส่งภาคใต้เกินมาตรฐาน ซึ่งปกติจะต้องไม่เกิน 950 เมกะวัตต์ แต่หากมีแนวโน้มมากกว่านี้ ทาง กฟผ.จะดำเนินการประสานไปยัง กฟภ.เพื่อหมุนเวียนดับไฟฟ้าบางส่วนตามแผนที่จัดเตรียมไว้

นอกจากนี้ ยังเตรียมพร้อมทั้งระบบผลิต ระบบส่ง รวมถึงการจัดสำรองน้ำมันเตา 39 ล้านลิตร ดีเซล 9 ล้านลิตร หากมีการใช้หมดจะกระทบต่อค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ หรือเอฟที ไม่เกิน 1.8 สตางค์ต่อหน่วย

นายนำชัย หล่อวัฒนตระกูล ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กล่าวว่า หาก กฟผ.ประสานให้ปรับโหลด หรือดับไฟในพื้นที่ ทาง กฟภ.เตรียมรองรับไว้แล้วใน 19 กลุ่มพื้นที่ สลับกันไปแต่ละแห่งไม่เกิน 1 ชม. และพื้นที่ที่จะเลือกดับก่อนจะเป็นรอบนอกชนบทห่างไกลที่ไม่มีบ้านคนหรือมีน้อยสุด แล้วค่อยๆ ขยับเข้ามาในเขตเมือง โดยสถานที่สำคัญ เช่น โรงพยาบาล สถานีตำรวจ ศาลากลางจังหวัด ฯลฯ จะไม่ดับ และยังมีรถเคลื่อนที่สำหรับปั่นไฟเป็นเครื่องกำเนิดสำรองไว้กรณีฉุกเฉิน

ด้านนายเจน นำชัยศิริ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หลังจากนี้จะไปหารือกับสมาชิก ซึ่งขณะนี้ทางเอกชนภาคใต้ ส.อ.ท.ได้ให้ความร่วมมือ รวมถึงที่ไม่เป็นสมาชิกด้วย โดยตั้งเป้าไว้ที่ 11 กลุ่มอุตสาหกรรม ตั้งเป้าหมายว่าจะลดใช้ไฟได้ 250 เมกะวัตต์.

 

พาณิชย์ จ่อหารือ เล็งยืมงบกลาง 4 หมื่นล้านจ่ายจำนำข้าว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/418141

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 เม.ย. 2557 18:45

นิวัฒน์ธำรง เผยพาณิชย์เตรียมนัดถกข้อเรียกร้องชาวนา เล็งยืมงบกลาง 4 หมื่นล้านบาท จ่ายจำนำข้าว คาด 2 สัปดาห์ได้ข้อสรุป…

นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์เตรียมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาข้อเรียกร้องของชาวนา ที่ได้ยื่นข้อเสนอให้รัฐบาลขอยืมงบกลางจำนวน 4 หมื่นล้านบาท มาจ่ายให้ชาวนาที่ยังไม่ได้รับเงินจากโครงการรับจำนำข้าว โดยคาดว่าจะใช้เวลาพิจารณาเรื่องดังกล่าวภายใน 2 สัปดาห์ จึงจะได้ข้อสรุป

ขณะที่ การขอยืมเงินงบกลางอีกครั้ง จะต้องทำหลังจากคืนเงินงบกลาง 20,000 ล้านบาทครบแล้วเท่านั้น ซึ่งขณะนี้กระทรวงพาณิชย์สามารถขายข้าวได้ และกระทรวงพาณิชย์ได้คืนเงินที่ยืมจากงบกลางให้กระทรวงการคลังไปแล้ว 10,000 ล้านบาท โดยภายในเดือน เม.ย.นี้ จะคืนได้อีก 5,000 ล้านบาท จึงคาดว่าจะสามารถคืนเงินได้ครบ 20,000 ล้านบาทก่อนกำหนดในเดือนพ.ค.นี้ อย่างแน่นอน

นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวต่อว่า ข้อเสนอที่ชาวนาเรียกร้องให้รัฐบาลขอยืมเงินงบกลาง 4 หมื่นล้านบาทนั้น จะยังไม่นำเร่ืองนี้เสนอ ครม. เนื่องจากยังใช้หนี้เก่าไม่หมด แต่ก็เห็นด้วยกับหลักการดังกล่าว เพราะเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของชาวนา

สำหรับการชำระหนี้ค่าข้าวให้ชาวนาขณะนี้ ได้จ่ายเงินให้ชาวนาไปแล้วกว่า 1 แสนล้านบาท หรือเกินกว่าร้อยละ 50 ของวงเงินทั้งหมด โดยยังมียอดคงเหลืออีกประมาณ 9 หมื่นล้านบาท ซึ่งรัฐบาลจะทยอยชำระคืนให้แก่ชาวนาอย่างต่อเนื่อง

สำหรับมาตรการดูแลราคาสินค้าเกษตรในช่วงหน้าร้อนนั้น ขณะนี้พบว่ามีสินค้าเกษตรบางรายการปรับราคาสูงขึ้น จึงได้สั่งให้กรมการค้าภายใน (คน.) ลงไปตรวจสอบราคาสินค้า ส่วนราคาเนื้อหมูก็จะพยายามควบคุมราคาให้อยู่ที่ 150 บาท/กก. และคงเป็นเพียงปัญหาระยะสั้น ซึ่งกรมการค้าภายในได้ขอความร่วมมือกับผู้ประกอบการไปแล้วและได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี.

 

หุ้นไทยซื้อขายเบาบาง บวก 1.98 จุด ไร้ปัจจัยใหม่หนุน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/418137

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 เม.ย. 2557 17:33

หุ้นบวก 1.98 จุด ที่ 1,415.05 จุด รับแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติเข้ามาซื้อต่อเนื่อง ส่วนปริมาณการซื้อขายเบาบาง ไร้ปัจจัยใหม่กระตุ้น…

ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดการซื้อขายวันนี้ (22 เม.ย.) ปิดบวก 1.98 จุด ที่ 1,415.05 จุด มูลค่าการซื้อขาย 27,469.17ล้านบาท โดยหลักทรัพย์ 5 อันดับแรกที่มีการซื้อขายสูงสุด ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทยจำกัด (มหาชน) หรือ KBANK, ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL, ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB, บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB

น.ส.ธีรดา ชาญยิ่งยงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัท หลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า ภาพรวมของการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ มีปริมาณการซื้อขายเบาบาง ซึ่งดัชนีแกว่งกรอบแคบ เนื่องจากยังไร้ปัจจัยใหม่เข้ามากระตุ้น จึงทำให้มีแรงขายจากนักลงทุนเพื่อลดความเสี่ยง

ขณะที่ ปัจจัยการเมืองในวันนี้ คือ เรื่องการประชุมของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะหารือกับพรรคการเมืองเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้ง แต่คาดว่าคงจะยังไม่ชัดเจนที่จะกำหนดวันเลือกตั้งได้ และในวันพรุ่งนี้ (23 เม.ย.) ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาคำร้องของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ขอเลื่อนการชี้แจงข้อกล่าวหาโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี จากตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) รวมถึงการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ด้วย

สำหรับแนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่ายวันนี้ คาดว่าดัชนีจะผันผวนอยู่ในกรอบจำกัด เนื่องจากนักลงทุนจับตาดูสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศเป็นหลัก แต่ก็น่าจะได้รับแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาซื้ออย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยสนับสนุนตลาด.