ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

คุยสบาย…สบาย กับ ดร. เมธา นิธิสุนทร เรื่อง อะโกลนีมา และ เห็ดตีนแรด กุมภาพันธ์ 2, 2013

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05024151055&srcday=2012-10-15&search=no

วันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2555 ปีที่ 25 ฉบับที่ 537

คนเก่ง คนดี 25 ปี เทคโนโลยีชาวบ้าน

ทะนุพงศ์ กุสุมา ณ อยุธยา

คุยสบาย…สบาย กับ ดร. เมธา นิธิสุนทร เรื่อง อะโกลนีมา และ เห็ดตีนแรด

หลายปีที่ผ่านมา ทัวร์มติชนเกษตรวัฒนธรรมสัญจร ได้เคยพาคณะไปเยี่ยมชมความสวยงามของพันธุ์ไม้ประดับ ที่สวนพฤกษาอภิญญา จังหวัดสุพรรณบุรี ในคราวนั้นผู้มาเยี่ยมเยือนต่างถูกอกถูกใจกันเป็นอย่างมาก อันเนื่องมาจากความโด่งดังและร้อนแรงของอะโกลนีมาสีแดง ชื่อว่า “วาเลนไทน์”

จนมาถึงวันนี้ เนิร์สเซอรี่ไม้ประดับแห่งนี้ หาได้ปรับเปลี่ยนไปทำพันธุ์ไม้ประดับอย่างอื่นตามกระแส แต่ยังคงขยายพันธุ์ไม้ประดับเดิม อาทิ ตระกูลออม กล้วยแคระ ไว้เหมือนเดิม พร้อมยังมุ่งเพาะ-ขยายพันธุ์ใหม่ๆ ส่งป้อนตลาดทั้งในและต่างประเทศอย่างไม่หยุดยั้ง

เมื่อไม่นานนี้ ทีมงานขอแวะเข้าเยี่ยมเยียนสวนพฤกษาอภิญญาอีกครั้ง และทราบมาว่า ดร. เมธา และ คุณกฤตยา นิธิสุนทร สามี ภรรยา เจ้าของสวนนี้ กำลังมีโครงการเพาะเห็ดตีนแรดที่เดิมตั้งใจไว้บริโภคภายในและเตรียมการไว้ในโอกาสฉุกเฉินเมื่อถึงคราวจำเป็น แต่ปัจจุบันอาจลุกลามไปถึงการทำจำหน่ายแล้ว

ขณะที่ทีมงานกำลังเดินทางไปสวนไม้ประดับของ ดร. เมธา ก็ได้รับแจ้งว่ายังไม่ต้องรีบนัก เพราะท่านกำลังไปจ่ายตลาด อันนี้จึงเป็นความแน่นอนที่มื้อเที่ยงวันนั้นคงต้องฝากท้องไว้กับเมนูเด็ดที่เป็นเห็ดตีนแรดล้วนอย่างแน่!!

ยังคงความสวยงาม

ด้วย อะโกลนีมา และตระกูลออม

เมื่อเดินทางเข้ามาในบริเวณสวนพฤกษาอภิญญา ก็พบว่าเป็นเนิร์สเซอรี่ต้นไม้ประดับที่มีขนาดใหญ่กว้างขวาง บนเนื้อที่ 12 ไร่ ด้วยการออกแบบอย่างเป็นสัดส่วน ตามชนิดพันธุ์ไม้และอายุการเติบโต อีกทั้งยังพบแพรทับทิม หรือคุณนายตื่นสายแคระ วางเรียงรายทั้งต้นเล็กและใหญ่ ที่คุณกฤตยา เผยว่า เข้ามาเมืองไทยนานแล้ว แต่ไม่ค่อยมีชื่อเสียง ไปเจอเข้าที่สวนหลวง ร.9 ดอกเหมือนคุณนายตื่นสาย แต่เป็นชั้นเดียว มีสีสดใส มีความสวยงามและโดดเด่นเวลาที่แดดออก อีกทั้งใบยังมีสีแดง คุณสมบัติที่ดีคืออยู่ได้ทั้งกลางแจ้งและในร่มเงา จึงขอทาบทามไว้ก่อนเผื่อจะนำไปโชว์ในงานเกษตรมหัศจรรย์เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2556

ทดลองเพาะเห็ดตีนแรด

เพื่อใช้เป็นอาหารยามฉุกเฉิน

ทีมงานเดินเข้ามาอีกเล็กน้อย ผ่านต้นออมหลายสายพันธุ์ทั้งเล็กและใหญ่ จนมาถึงเรือนหลังสุด ที่ถูกออกแบบเป็นสถานที่เพาะเห็ดตีนแรด เห็ดตีนแรดถูกเพาะเลี้ยงอยู่ในกระถางสีดำเรียงรายเป็นแถว หลังคาและด้านข้างโรงแห่งนี้ถูกปิดกั้นด้วยซาแรนเพื่อกรองแสงจากภายนอกมิให้เข้ามารบกวนเห็ดตีนแรดมากเกินไป

“จุดเริ่มต้นของการนำมาสู่การเพาะเห็ดขาย เพราะเมื่อครั้งน้ำท่วม บทเรียนที่ได้รับและน่าสนใจคือการขาดแคลนอาหาร มาคิดว่าควรทำอย่างไร ให้พนักงานมีอาหารไว้กินยามฉุกเฉิน ดังนั้น ข้อสรุปคือจะต้องทำให้มีความมั่นคงทางด้านอาหาร จากนั้นจึงเริ่มเรียนรู้การเพาะเห็ดด้วยการไปอบรมและศึกษาด้วยตัวเอง จากนั้นจึงกลับมาทดลองเพาะด้วยตัวเอง และพบว่าเชื้อเหล่านี้พอฝังดินหรือลงแปลงก็จะมีดอกโตขึ้นมา สามารถเก็บกินได้” ดร. เมธา ให้รายละเอียด

ดร. เมธา บอกว่า ส่วนใหญ่การผลิตก้อนเห็ดทั่วไป นิยมใช้ขี้เลื่อยกับยางพาราเป็นวัสดุเพาะ แต่ของเขาได้ใช้ฟางข้าวนำมาใช้เพาะ ถ้าจะใช้ฟางข้าวสำหรับเพาะเห็ดตีนแรด ขณะนี้จะทดลองดู มีเครื่องมืออุปกรณ์ครบแล้ว แต่มีปัญหาเรื่องคนเล็กน้อย ขณะเดียวกันงานไม้ประดับที่ทำอยู่ก็ล้นมืออยู่ เกรงว่าแรงงานคนที่มีอยู่ตอนนี้ จะไม่ไหว

ดร. เมธา เล่าอีกว่า ไปซื้อเห็ดถุงมาทดลองเรียนรู้ เพราะมีอุปกรณ์และสถานที่พร้อมอยู่แล้ว มีทั้งห้องแล็บและอุปกรณ์ครบครัน จากนั้นได้ทดลองเขี่ยเชื้อที่เป็นเชื้อข้าวฟ่าง แต่ถ้าทำใส่ถุงจะทำไม่ได้ จึงให้คนในกลุ่มที่สุพรรณบุรีที่มีความคุ้นเคยการทำถุงเห็ดมารับช่วง เขาบอกว่าในบททดสอบต่อไปคือ หากเชื้อเดินเต็มที่ในถุงแล้ว จะนำมาลงในกระถางหรือลงในแปลง

เพิ่งทำมาได้เกือบ 2 ปี ค่อยคิด ค่อยทำ และศึกษาไปเรื่อย เพราะงานหลักคือ ไม้ประดับ จะเร่งมากไม่ได้ บุคลากรมีจำกัด

“การทดลองปลูกครั้งแรก เรานำก้อนเชื้อเห็ดตีนแรดที่ซื้อมาจาก “บ้านเห็ดอรัญญิก” มาทดลองปลูก โดยปลูกในกระถาง ใช้วัสดุเก่าๆ ที่ได้มาจากกระถางไม้ดอกไม้ประดับ พบว่า ได้ดอกเห็ด ง่ายดี จึงทำให้เราต้องการทดลองทำก้อนเชื้อเองเพื่อมาปลูกกินเองในองค์กรก่อน ก็ได้ผลผลิตไม่ยากนัก ปัจจุบันยังอยู่ในช่วงเรียนรู้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการผลิตอยู่ พอได้เชื้อจึงนำไปลงถุง โดยขั้นตอนนี้ให้คนข้างนอกมารับช่วงไป เพราะทางเรายังไม่มีความชำนาญพอ”

ส่วนปัจจัยที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของเห็ดได้อย่างดีคือ ความเหมาะสมของความชื้น แสง และอากาศ ทั้งนี้เห็ดต้องการความชื้นมาก แสงน้อย และสภาพแวดล้อมอากาศที่ถ่ายเทสะดวก สำหรับ ดร. เมธา ได้ใช้เรือนเพาะต้นไม้เป็นสถานที่เพาะเห็ด ดังนั้น จึงต้องควบคุมปัจจัยเหล่านั้นให้ถูกต้อง พอได้เชื้อจึงนำไปลงถุง โดยให้คนข้างนอกมารับช่วงไป เพราะทาง ดร. เมธา เองยังไม่มีความชำนาญพอ

จากความคิด ที่ใช้เป็นอาหาร

สู่…ความคิด ต่อยอดทำขาย

จากนั้นเมื่อแน่ใจว่า ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง จึงนำไปลงกระถาง ซึ่งความจริงความคิดที่ใช้กระถางเป็นภาชนะเพาะเลี้ยง มีจุดประสงค์เพื่อสะดวกในการเคลื่อนย้าย เมื่อเกิดความจำเป็นเร่งด่วน แต่บางคนอาจเปลี่ยนไปใช้ภาชนะชนิดอื่นก็ได้แล้วแต่ความชอบ ส่วนกระถางที่ใช้มีขนาด 15 นิ้ว ใส่ก้อนเห็ด จำนวน 2 ก้อน ทั้งนี้เพื่อให้ดอกเห็ดมีขนาดใหญ่ ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 15 วัน ดอกจะค่อยออกและบาน ประมาณ 1 เดือน ก็เก็บดอกได้

คราวนี้พอความคิดขยายออกจากความจำเป็นครั้งแรก จุดยืนเดิมเริ่มเปลี่ยน ก็มาลองทำในเชิงการค้า จึงต้องย้ายจากกระถางมาลงแปลง

ปัจจุบันนอกจากใช้เป็นส่วนหนึ่งของอาหารให้กับพนักงานแล้ว บางส่วนยังนำไปขายที่ร้านต้นไม้ในตลาดนัดจตุจักรอีกด้วย และที่ตลาดนัดจตุจักรนี้เอง ที่ทำให้รู้ว่าคนส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยรู้จักเห็ดตีนแรดมากเท่าที่ควร จะมีเพียงลูกค้าที่คุ้นเคยกับเห็ดมาซื้อเท่านั้น แล้วยังลองนำไปให้เพื่อนที่เปิดร้านอาหาร นำไปทดลองปรุงเป็นอาหารให้ลูกค้า

ดร. เมธา บอกว่า ปัญหาของเห็ดตีนแรดตอนนี้อยู่ที่การตลาด เพราะเท่าที่ลองวางจำหน่าย ลูกค้าส่วนใหญ่ยังไม่รู้จักดี นอกเสียจากคนที่มีความคุ้นเคยกับเห็ดเท่านั้น จึงค่อนข้างจำหน่ายยาก ยิ่งเป็นดอกที่มีขนาดใหญ่ คนจะไม่กล้าซื้อ ต่างกับเห็ดชนิดอื่น เช่น เห็ดนางฟ้า เห็ดฟาง ซึ่งคุ้นเคยกันดี ทำให้จำหน่ายได้ง่าย

ประโยชน์ของเห็ดตีนแรดที่นำมาแปรรูปใช้แทนอาหารเจในช่วงเทศกาลถือศีล นำมาใช้ประกอบอาหารได้หลายประเภท หรือนำไปทำเป็นน้ำยาขนมจีนก็ได้ จะฟูน่ากินมาก แต่การนำไปแปรรูปดังกล่าวยังไม่ค่อยแพร่หลาย สาเหตุน่าจะมาจากมีคนผลิตน้อย ราคาแพง ส่วนสรรพคุณนั้นก็ช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็ง ดูแลระบบการไหลเวียนของโลหิต ลดอาการขับเหงื่อที่มากเกินไปจากการใช้ยา ฟื้นฟูพลัง บรรเทาอาการกระเพาะอักเสบ

จากนั้น ทั้ง ดร. เมธา และ คุณกฤตยา พาทีมงานไปดูโรงเรือนอีกแห่งที่อยู่ไม่ไกล บนพื้นที่ 24 ไร่ ที่ซื้อไว้เมื่อ 3 ปีที่แล้ว บริเวณส่วนหน้าของพื้นที่ปลูกเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น พร้อมกับมีโรงครัวด้านข้าง และเมื่อมองตรงเข้าไปข้างในสุด จะเห็นโรงเรือนไม้ประดับขนาดใหญ่อีกแห่ง

ระหว่างรอแม่ครัวที่กำลังจัดแจงลงมือทำอาหารอย่างขะมักเขม้นด้วยเมนูสุดฮ็อตของเจ้าของสวนที่แนะนำให้แก่ทีมงานคือ เห็ดตีนแรดสำหรับเป็นมื้อเที่ยง ดังนั้น ดร. เมธา กับพวกเราจึงได้คุยกันเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในห้วงเวลาที่ผ่านมา พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจนมาถึงวันนี้

ดร. เมธา แนะนำตัวก่อนว่า เรียนจบด๊อกเตอร์ทางด้าน SEMI CONDUCTOR PHYSIC คือทางด้านฟิสิกส์สารกึ่งตัวนำ จากประเทศออสเตรีย ภายหลังเรียนจบกลับมาเมืองไทย มีความรู้สึกแตกต่างกับหลายคนที่มองว่าต้องกลับมาทำงานตามที่ร่ำเรียนมา เขากลับเห็นต่างว่า ความมั่นคงในชีวิตควรจะเกิดกับสิ่งที่ทำขึ้นเอง จะมีความภาคภูมิใจกว่า

เริ่มทดลองทำต้นไม้เป็นขนาดจิ๋ว

ฉีกตลาดไม้ประดับขนาดใหญ่

จากนั้นจึงตั้งหลักว่าจะทำอะไร และคิดไปว่าประเทศไทยเรามีเกษตรกรรมเป็นพื้นฐาน พร้อมกับมีความอุดมสมบูรณ์จากความเป็นเกษตรกรรมมาก น่าจะนำความรู้มามุ่งพัฒนาด้านการเกษตร จากพื้นฐานอาชีพของพ่อแม่ที่เคยทำนา แล้วเปลี่ยนมาทำกล้วยไม้ ขณะที่ตัวเราเรียนมาด้านวิจัย จึงมีการทดลองเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเกี่ยวกับต้นไม้จนประสบความสำเร็จ

“เริ่มไม้ประดับมาแล้ว 16 ปี ความตั้งใจตอนแรกเพียงแค่ต้องการทำกล้าพันธุ์ไม้แคระหลายชนิด ไม่ได้เจาะจง เห็นว่าพันธุ์ไหนสวยน่าสนใจก็ทดลองทำ เพราะคิดว่าเป็นของแปลกที่ไม่ซ้ำกับใคร จึงทดลองทำในแล็บตัวเอง ปรากฏว่าสำเร็จ แล้วจึงนำไปขายให้แม่ค้า แต่ไม่มีใครสนใจเลย ขายยากมาก เลยตัดสินใจทำเอง ขายเอง ไม่นานเริ่มมีลูกค้าสนใจหาซื้อกันมากขึ้นเรื่อยๆ คอนเซ็ปต์ตอนแรกต้องการฉีกตลาดไม้ประดับขนาดใหญ่ ให้ย่อลงมาเป็นขนาดจิ๋ว เพื่อนำไปวางตามจุดต่างๆ ได้อย่างสะดวก ไม่วุ่นวาย ไม่เลอะเทอะ จะย้ายไป-มา บ่อยแค่ไหนก็ได้ หากเกิดความเบื่อหน่าย” ดร. เมธา กล่าวถึงจุดเริ่มต้น

ทำไม้ประดับจากตระกูลออม ซึ่งเป็นพืชตระกูลซีโดรเนียม ได้แก่ ออมเงิน ออมทอง ออมนาก ที่เป็นไม้มงคล ต่อมาจึงมาจับต้นอะโกลนีมาเข้ามาเพิ่มอีก ซึ่งเดิมเป็นพันธุ์ที่มีสีขาว สีเหลือง หรือเขียว (ที่รู้จักกันว่า เขียวหมื่นปี) ครั้นพอใส่สีแดงลงไปให้สอดคล้องกับช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ ตลาดคึกคัก สดใส ร้อนแรงทันที

ล่าสุดการพัฒนาพันธุ์อะโกลนีมายังทำกันอยู่ไหม?

ดร. เมธา ตอบว่า ต้องย้อนกลับไปเมื่อหลายสิบปีก่อน ระหว่างที่อะโกลนีมาลูกผสมสีแดงซึ่งได้ข่าวว่ามีคนผสมสำเร็จ และพี่ชายของผมก็เป็นหนึ่งในกลุ่มของนักปรับปรุงพันธุ์ที่ทำอยู่ ตนเองเห็นว่าน่าสนใจจึงหันมาทำบ้าง แล้วพบว่า สามารถขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ จากนั้นจึงทุ่มเทในการเพาะขยายพันธุ์เพื่อธุรกิจ และได้รับความสำเร็จอย่างดี จนมาถึงวันนี้ยังคงมีการปรับปรุงพันธุ์อะโกลนีมาใหม่ๆ อยู่ ถึงแม้ราคาจะตกลงมาบ้างก็ตาม

ปลูกไม้ประดับ เพื่อเป็นอาหารตา

ปลูกสมุนไพร เพื่อเป็นอาหารสุขภาพ

“คอนเซ็ปต์ของผมคือ ไม่ว่าจะทำพืชอะไรอยู่ก็ตาม จะยังคงทำต่อไปเรื่อยๆ จนในที่สุดไม่มีใครซื้อจึงเลิกทำ ไม่ใช่กระโดดไปทำต้นนั้น ต้นนี้ ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นออมหรืออะโกลนีมายังคงทำต่อไป พร้อมกับพัฒนาพันธุ์อื่นที่น่าสนใจเติมเข้ามา กล้วยก็ทำ เพราะมีหลากหลายสายพันธุ์ที่น่าสนใจ เนื่องมาจากศักยภาพของกล้วยมีมากเหลือเกิน อย่างเคยมีโปรเจ็กต์ทำแป้งจากกล้วย เพราะน่าจะมาแทนแป้งสาลีได้ และทำให้เงินมีการหมุนเวียนภายในประเทศ” เจ้าของสวนไม้ประดับ กล่าว

มีการปลูก ต้นฟักข้าว ไว้เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ด้านโภชนาการ เพราะฟักข้าวมีคุณสมบัติจากสารไลโคปีน เบต้าแคโรทีนสูงมากกว่ามะเขือเทศหลายเท่า

แผนการในอนาคตคือ กำลังปลูกต้นการเวกเพื่อใช้คลุมโรงเรือนเพาะไม้ประดับ เนื่องจากที่ผ่านมาต้องใช้เงินกับการทำหลังคาที่โดนลมพัด ทำให้เสียหาย และต้องการให้ธรรมชาติดูแลธรรมชาติ

นอกจากนั้น กำลังนำพืชสมุนไพรมาปลูกอีกมากมายในลักษณะสวนสมุนไพร จึงเห็นว่างานที่ทำออกมาจึงเป็นพืชล้วน จะมีทั้งอาหารตาคือ ไม้ประดับ กับอาหารที่กินได้คือ เห็ดตีนแรดกับสมุนไพรอีกหลายชนิด

สมุนไพรอีกชนิดคือ “เฉาเหว่ย” มีสรรพคุณเรื่องโรคเบาหวาน อันนี้ได้มาจากครูบาที่เชียงใหม่ ท่านบอกว่าห้ามขาย ให้ขยายพันธุ์แล้วแจกคนที่สนใจ

เราจะอยู่กันอย่างไร

โดยการรักษาสมดุล

ดร. เมธา บอกต่อว่า พอมาถึงจุดนี้กลับมาย้อนมองว่ามนุษย์เราสร้างปัญหาให้กับธรรมชาติมาก ไปบังคับธรรมชาติอยากให้ผลไม้ออกนอกฤดู ความจริงธรรมชาติได้สร้างสมดุลให้กับร่างกายมนุษย์ไว้แล้ว พอไปฝืนธรรมชาติ ทำให้เสียสมดุลของร่างกายทันที ทำให้เกิดความเดือดร้อน มีโรคแปลกเกิดขึ้นมากมาย

เพราะฉะนั้นตอนนี้คอนเซ็ปต์และจุดยืนของเราเปลี่ยนไปว่า “เราจะอยู่อย่างไร โดยที่รักษาสมดุลตรงนี้ต่อไป พร้อมกับพัฒนาควบคู่ไปด้วย”

“ดังนั้น คำถามจึงมีอยู่ว่า เราจะอยู่กันแบบรักษาสมดุล หรือจะเดินหน้าพัฒนากันต่อไป แน่นอนคำว่าทำลายต้องเกิดขึ้นแน่ แต่สำคัญอยู่ว่าจะรักษาสมดุลกันอย่างไร แต่มี 2 ประโยค ที่ทุกคนควรตระหนักคือ เอาใจเขามาใส่ใจเรา และควรรู้เท่าทันความคิดตัวเองว่ามีความต้องการที่เข้มข้นแค่ไหน เมื่อเราคิดเอาใจเขามาใส่ใจเราแล้ว ก็จะเกิดเป็นแนวคิดว่าจะทำอะไรตอบแทนสังคมบ้าง เพื่อส่วนรวม ถ้าทุกคนคิดอย่างนี้ความสมดุลจึงจะค่อยๆ กลับมา และปัญหาที่เกิดขึ้นทุกวันนี้อาจหมดไปถ้าพวกเราคิดได้เช่นนั้น ที่กล้าพูดเช่นนั้นเพราะทุกวันนี้นำหลักคิดดังกล่าวมาปฏิบัติใช้กับการทำมาหากิน และมองว่าน่าจะเกิดประโยชน์กับประเทศ เพราะการร่ำเรียนมามากมายควรจะนำความรู้กลับมาพัฒนาประเทศ อย่างน้อยเป็นเพียงส่วนหนึ่งก็ยังดี” ดร. เมธา กล่าว

…ในที่สุดเวลาที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง เมื่อแม่บ้านยกหม้อข้าวไฟฟ้ามาวางบนโต๊ะ พลันที่เปิดฝาออกจะพบว่าข้าวที่กำลังร้อนระอุ มีเม็ดข้าวสีแดงเข้ม ดร. เมธา ให้รายละเอียดว่า อันนี้เป็นเพราะได้นำเยื่อเมล็ดฟักข้าวไปผสมแล้วหุง ส่วนรสชาติยังคงเดิมเหมือนกินข้าวเปล่า

ทั้งนี้เพื่อจะได้ประโยชน์จากไลโคปีนในสารกลุ่มแคโรทีนอยด์ การกินไลโคปีนที่มีฤทธิ์ต้านออกซิเดชั่น ได้รับการพิสูจน์จากวงการแพทย์ ว่ามีผลลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด และมะเร็งกระเพาะอาหาร เนื่องจากเยื่อเมล็ดฟักข้าวมีไลโคปีนมากกว่าผลไม้อื่นๆ ทุกชนิด จึงถือว่าเป็นอาหารต้านมะเร็งที่ดีที่สุดชนิดหนึ่งจากฤทธิ์ของไลโคปีน

จากนั้นเมนูเด็ดจากเห็ดตีนแรดต่างทยอยนำออกมาจากครัว ไม่ว่าจะเป็น ยำเห็ด ต้มยำเห็ด ผัดผงกะหรี่เห็ด และอีกหลายเมนู

เมื่อลองลิ้มชิมรสแต่ละเมนูที่แม่ครัวตั้งใจทำให้มีหลายรสชาติ แล้วพบว่า เห็ดตีนแรดที่นำมาปรุงเป็นอาหารทุกเมนูมีเนื้อแน่น คล้ายเนื้อไก่ ดังนั้น ไม่ว่าจะเมนูใด จะเผ็ดหรือจืด สามารถใช้เห็ดชนิดนี้มาปรุงแทนเนื้อสัตว์ได้อย่างดี ที่สำคัญไม่ทำให้รสชาติอาหารนั้นเปลี่ยนไป จนทำให้ผู้ชิมจำเป็นต้องตักข้าวเป็นครั้งที่ 2

แน่นอน…จึงเหมาะกับผู้ที่รักสุขภาพต้องการหลีกหนีอาหารประเภทสัตว์ หรืออีกกรณีหนึ่งในช่วงถือศีลกินเจก็เหมาะเพราะทำให้สุขภาพสมบูรณ์ดีอีกด้วย

ท่านที่สนใจเรื่องไม้ประดับเพื่อการตกแต่งหรือจำหน่าย ตลอดจนเรื่องของเห็ดตีนแรด สอบถามโดยตรงได้ที่ ดร. เมธา นิธิสุนทร โทร. (081) 633-9158

ฟักข้าว พืชที่ให้ประโยชน์ กว่ามะเขือเทศ ถึง 12 เท่า

ฟักข้าว อยู่ในวงศ์แตงกวา และมะระ ชื่อเรียกอื่นๆ คือ ขี้กาเครือ (ปัตตานี) ผักข้าว (ตาก ภาคเหนือ) มะข้าว (แพร่) แก็ก (Gac เวียดนาม) มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย จีน พม่า ลาว บังกลาเทศ มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ เป็นพืชที่ชาวเวียดนามใช้ประกอบอาหารมาก ในชนบทมีปลูกกันเกือบทุกบ้านเรือน

ฟักข้าว เป็นไม้เถาเลื้อยพัน มีมือเกาะ ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงแบบสลับ ใบรูปหัวใจหรือรูปไข่ กว้างยาวเท่ากัน ประมาณ 6-15 เซนติเมตร ขอบใบหยัก เว้าลึกเป็นแฉก 3-5 แฉก ดอกฟักข้าว เป็นดอกเดี่ยวพบที่ซอกใบ ต้นแยกเพศอยู่คนละต้น กลีบดอกสีขาวแกมเหลือง ตรงกลางมีสีน้ำตาลแกมม่วง ใบประดับมีขน เริ่มมีดอกหลังแยกรากปลูกประมาณ 2 เดือน เริ่มผลิดอกราวเดือนพฤษภาคม และให้ดอกจนถึงราวเดือนสิงหาคม โดยเก็บผลสุกได้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์

ผลฟักข้าว ผลอ่อนมีสีเขียวอมเหลือง เจริญได้เองโดยไม่ต้องถูกผสม เมื่อผลสุกจะมีสีแดง ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด หรือแยกรากปลูก ผลของฟักข้าวมี 2 ชนิด ผลยาวและผลกลม เปลือกผลอ่อนสีเขียว มีหนามถี่ เปลี่ยนเป็นสีส้มแก่หรือแดงเมื่อผลสุก ผลฟักข้าวมีเปลือกหนา ผลสุกเนื้อในหนามีสีส้ม ภายในมีเยื่อสีแดงให้เมล็ดเกาะ เนื้อผลสุกกินได้

ประโยชน์ทางโภชนาการ

ในประเทศไทยใช้ผลฟักข้าวอ่อนสีเขียวเป็นอาหาร รสชาติเนื้อฟักข้าวเหมือนมะละกอ ลวกหรือต้มให้สุก หรือต้มกะทิ จิ้มน้ำพริกกะปิ หรือใส่แกง ยอดอ่อน ใบอ่อน นำไปปรุงเป็นแกง เช่น แกงแค

ชาวเวียดนามเอาเยื่อสีแดงจากผลฟักข้าวสุก พร้อมเมล็ดมาหุงกับข้าวเหนียว ได้ข้าวสีส้มแดงมีกลิ่นหอม เชื่อว่าบำรุงสายตาได้ดี เยื่อของเมล็ดฟักข้าวมีปริมาณเบต้าแคโรทีนมากกว่าแครอต 10 เท่า มีไลโคปีนมากกว่ามะเขือเทศ 12 เท่า และมีกรดขนาดยาวประมาณร้อยละ 10 ของมวล ไลโคปีนในสารกลุ่มแคโรทีนอยด์ พบได้ในผักและผลไม้บางชนิด การกินไลโคปีนที่มีฤทธิ์ต้านออกซิเดชั่น

อย่างไรก็ตาม ได้รับการพิสูจน์จากวงการแพทย์ ว่ามีผลลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด และมะเร็งกระเพาะอาหาร เนื่องจากเยื่อเมล็ดฟักข้าวมีไลโคปีนมากกว่าผลไม้อื่นๆ ทุกชนิด จึงถือว่าเป็นอาหารต้านมะเร็งที่ดีที่สุดชนิดหนึ่งจากฤทธิ์ของไลโคปีน

About these ads
 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s