ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย ที่เกี่ยวข้อง

“ภัยพิบัติ”เรื่องใกล้ตัว ฟ้อง”โลกร้อน”จริง

http://www.thaipost.net/sunday/270512/57393

27 May 2555

ภัยพิบัติธรรมชาติที่มีความถี่และทวีความรุนแรงมากขึ้น สภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนต่างจากที่เคยได้พบมาก่อน เป็นหลักฐานสำคัญฟ้องให้ทุกคนได้รับรู้ว่าอุณหภูมิโลกร้อนขึ้น ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ใช่เรื่องไกลตัวเราอีกต่อไป มหาอุทกภัยปี 2554 หรือแผ่นดินไหวระดับ 8.6 ริกเตอร์ ที่เกาะสุมาตรา ที่สั่นสะเทือนไปทั้งภาคใต้ เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2555 และต่อมาขนาด 4 ริกเตอร์ ที่ในแผ่นดินไทย อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2555 เป็นสัญญาณเตือนที่ทำให้ทุกคนอกสั่นขวัญแขวน ทุกฝ่ายจึงไม่ควรเพิกเฉยกับวิกฤติโลกร้อน แต่ต้องเอาใส่ใจ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ไม่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างฟุ่มเฟือย และไม่ทำร้ายโลก
เพื่อกระตุ้นให้สังคมไทยตระหนักถึงความรุนแรงและความเสี่ยงจากปัญหาโลกร้อน ไม่ละเลยที่จะเตรียมตัวรับมือกับภัยพิบัติที่แนวโน้มจะเกิดถี่ขึ้นๆ เพื่อลดความสูญเสีย ทำให้เกิดงานเสวนา “รับมือวิกฤติโลกร้อนและภัยพิบัติใกล้ตัว” ขึ้น ณ หอประชุมเมืองไทยประกันชีวิต จัดโดย บริษัท อังกฤษตรางู (แอล.พี) จำกัด ในนามโครงการ “Cool the World” ร่วมกับสมาคมอุตสาหกรรมเพื่อป้องกันภัยพิบัติ และเมืองไทยประกันชีวิต โดยมีผู้สนใจและผู้ประสบภัยเข้าฟังแน่นหอประชุม
เวทีนี้ ปรานต์ สยามวาลา นายกสมาคมอุตสาหกรรมเพื่อป้องกันภัยพิบัติ ให้ภาพสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติในระดับโลก ที่ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติ ไม่ว่าน้ำท่วม ภัยแล้ง แผ่นดินไหว สึนามิ คลื่นความร้อน การกัดเซาะชายฝั่ง ภัยหนาว พุ่งขึ้นถึง 1 ล้านคน ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา รวมถึงข้อมูลธนาคารโลกเผยพื้นที่ 2 ใน 3 ของโลก ถูกประกาศเป็นเขตภัยพิบัติด้วย ซึ่งเขาฟันธงภาวะโลกร้อนและความหนาแน่นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นสาเหตุของภัยพิบัติที่เพิ่มถี่ขึ้น
ปรานต์พูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นว่า แผ่นดินไหว 6.1 ริกเตอร์ที่ไครสต์เชิรช์ นิวซีแลนด์ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 54 ส่งผลให้ภูเขาน้ำแข็งบริเวณซีกโลกใต้แตกตัว เดือนถัดมาเกิดแผ่นดินไหวและสึนามิที่ญี่ปุ่นคร่าชีวิตผู้คนจำนวนมาก โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ระเบิด วันนี้ญี่ปุ่นต้องประหยัดพลังงานไฟฟ้า กรกฎาคมไต้ฝุ่นถล่มประเทศเกาหลีฝนตกหนักต่อเนื่องหนึ่งชั่วโมง ทำให้เกิดน้ำท่วมใหญ่ คนเตรียมตัวไม่ทัน รถจมใต้น้ำ ปลายปีไทยเจอมหาอุทกภัย นอกจากนี้ ชายฝั่งทั่วโลกถูกกัดเซาะมากกว่า 90% ไม่รวมถึงสภาวะอากาศหนาวจัดต่อเนื่องในยุโรปมีคนตายหลายร้อยคน ตัวเลขผู้เสียชีวิตที่สังเวยภัยพิบัติมากกว่า 1 ล้านคน ตั้งแต่ปี พ.ศ.2546-2554 หากรวมปีถึงเมษายนปีนี้ ยอดจะเพิ่มอีกหลายแสน ไม่มีใครอยากเห็นภาพเหล่านี้ แต่ชีวิตเราอยู่บนความเสี่ยง
“ภาวะโลกร้อนเป็นผลพวงจากปัญหาประชากรโลกที่เพิ่มขึ้น กิจกรรมของมนุษย์ทำให้ก๊าซคาร์บอนเพิ่มมากขึ้น อุณหภูมิโลกก็เพิ่มขึ้น ปัจจุบันประชากรโลกมี 7,000 ล้านคน และในปี 2593 หรือ 38 ปี ข้างหน้าจะเพิ่มเป็น 9,000 ล้านคน จากข้อมูลนักวิทยาศาสตร์ 4 แสนกว่าปีมาแล้ว ที่ความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนในชั้นบรรยากาศไม่เคยเกิน 300 ppm เคยแตะระดับนี้แค่ 3 ครั้ง ส่งผลให้เกิดภาวะโลกอุ่น ปัจจุบันคาร์บอนเข้มข้นถึง 390 ppm มีการคาดการณ์ว่า ปี 2593 จะเพิ่มขึ้นถึง 450 ppm อีกไม่ถึง 20 ปี น้ำแข็งขั้วโลกเหนือจะละลายหมด เกิดระดับน้ำทะเลสูงขึ้น 7 เมตร ขณะที่กรุงเทพฯ รับความเสี่ยงได้เพียง 2 เมตร” ปรานต์เน้นย้ำ สอดคล้องกับข้อมูลไอพีซีซี ประเทศไทยถูกจัดว่าเป็น 1 ใน 10 ประเทศในแถบศูนย์สูตรที่จะได้รับผลกระทบรุนแรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก
ภัยแผ่นดินไหวเป็นอันตรายที่ไม่ไกลตัวคนไทยอีกต่อไป คือ อีกประเด็นสำคัญที่นายกสมาคมผู้นี้เตือนบนเวที ซึ่งหลังแผ่นดินไหวใหญ่กว่า 8 ริกเตอร์ที่อินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา และเมื่อวันที่ 16 เมษายน ไหวระดับ 4 ริกเตอร์ที่ อ.ถลาง จ.ภูเก็ต นักธรณีวิทยาจับจ้องที่รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย เนื่องจากแผ่นดินไหวที่ถลางนั้นเกิดจากรอยเลื่อนแขนงคลองมะรุ่ยอาจไปกระตุ้นรอยเลื่อนคลองมะรุ่ยให้เกิดแผ่นดินไหวได้ ขอเน้นว่าจากนี้ไปจะเกิดแผ่นดินไหวในประเทศไทยถี่ขึ้น
“ก่อนปี 2543 เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5 ริกเตอร์ 200-300 ครั้งต่อปี แต่ปี 2554 ไหว 2,000 -3,000 ครั้งต่อปี ตอนนี้เราได้ยินข่าวการเกิดแผ่นดินไหวแทบทุกวัน”
สำหรับกรุงเทพฯ มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวระยะไกลที่เกิดนอกประเทศ เนื่องจากตั้งในแอ่งดินอ่อน โดยเฉพาะอาคารหรือที่อยู่อาศัยตึกสูง มีกรณีตัวอย่างปี พ.ศ.2528 เกิดแผ่นดินไหว 8 ริกเตอร์ นอกชายฝั่งเม็กซิโก 400 กิโลเมตร แต่ 1 ใน 3 ของอาคารในเม็กซิโกซิตีพังทลาย เพราะเมืองตั้งในพื้นที่ดินอ่อน ซึ่งขยายกำลังแรงสั่นสะเทือนมากถึง 14 เท่า และไม่ได้ก่อสร้างอาคารรองรับแผ่นดินไหว
เขาบอกว่าโครงสร้างอาคารบ้านเรือนที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน ส่วนใหญ่ไม่พร้อมรับแรงสั่นสะเทือนจากการเกิดแผ่นดินไหว สมาคมฯ อยากเน้นการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ แผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น 9.1 ริกเตอร์ ราว 2 หมื่นคนเสียชีวิตเพราะสึนามิ ไม่ใช่แผ่นดินไหว เพราะอาคารพร้อมรับแผ่นดินไหว ฉะนั้น อาคารบ้านเรือนในพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบจากรอยเลื่อนในไทย จำเป็นต้องออกแบบต้านแรงแผ่นดินไหว เพื่อให้จำนวนคนบาดเจ็บและคนตายน้อยที่สุด
“ในเมืองไทยกฎหมายเกี่ยวกับอาคารรองรับแผ่นดินไหวยังล้าสมัย ไม่ตระหนักถึงผลกระทบจากแผ่นดินไหวระยะไกล โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ที่อยู่ในความเสี่ยงจากแผ่นดินไหวนอกประเทศมาก แรงสั่นสะเทือนแผ่นดินไหวนั้นรุนแรงกว่าแรงลมหลายเท่า ดังนั้น ต้องทบทวนมาตรการความปลอดภัยสิ่งปลูกสร้างอย่างจริงจัง วิศวกรไทยส่วนใหญ่ก็ไม่มีประสบการณ์ออกแบบก่อสร้างรับมือแผ่นดินไหว บุคลากรผู้เชี่ยวชาญก็ขาดแคลน ขณะที่การเรียนการสอนด้านวิศวกรรมก่อสร้างต้านแผ่นดินไหวเพิ่งเกิดในบ้านเราไม่นาน” นี่เป็นสิ่งที่ปรานต์ได้สะท้อนเอาไว้ ซึ่งเป็นเรื่องน่าคิดอย่างมาก
จากภัยแผ่นดินไหวที่เกิดถี่ขึ้นทั่วทุกมุมโลก ซึ่งปรานต์ได้ระบุในเวทีว่า สาเหตุเป็นเพราะภาวะโลกร้อน มีทฤษฎีหนึ่งที่นักวิทยาศาสตร์ตั้งข้อสังเกต โลกร้อนขึ้น น้ำแข็งมหึมาที่อยู่บนแผ่นดินละลายลงไปในน้ำ ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น น้ำหนักโลกที่เปลี่ยนแปลงไปแล้ว เหมือนโลกกำลังหมุนอยู่ในอวกาศ ทำให้โลกเสียสมดุล ปริมาณน้ำแข็งที่ละลายลงมามากส่งผลโดยตรงต่อการเคลื่อนไหวของเปลือกโลก มีการขยับ โลกกำลังปรับตัวส่งผลให้เกิดแผ่นดินไหวถี่ขึ้นกว่าอดีต ฉะนั้น เราต้องหันมาใส่ใจและทำดีกับโลก ซึ่งถ้าวันนี้จำกัดการปลดปล่อยคาร์บอนไม่เกิน 300 ppm ผลกระทบจะเกิดขึ้นไปอีกอย่างน้อย 20 ปี
ช่วง 2-3 ปีนี้ภัยพิบัติโลกรุนแรง คนหวาดกลัว เป็นแค่น้ำจิ้ม เนื่องจากดัชนีภัยพิบัติแนวโน้มเกิดบ่อยขึ้น ทั้งภัยแล้ง น้ำท่วม แผ่นดินไหว ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น การขาดแคลนอาหาร  รวมถึงสภาพอากาศสุดขั้วด้วย หนาวจัด ร้อนจัด กรณีทวีปยุโรปเจอวิกฤติอากาศหนาวสุดขั้ว ติดลบ 45-50 องศา ปกติสภาพอากาศหนาวยะเยือกระดับนี้ต้องแถบอะแลสกา หรือปีที่แล้วเดือนเมษายน ไทยเจออากาศหนาว อุณหภูมิ 18 องศา ปีนี้ร้อนจัด 40 องศา บางพื้นที่ 44 องศา เมื่อไปดูข้อมูลไทยร้อนสูงสุดเฉลี่ย 38 องศา ในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา ตัวเลขขึ้นถึง 6 องศา
ประเด็นแก๊สมีเทนที่พุ่งขึ้นมาจากใต้น้ำจำนวนมโหฬาร  เป็นอีกมัจจุราชที่ปรานต์เตือนถึงผลกระทบจากภาวะโลกร้อน เพราะอดีตโลกมีน้ำแข็งปกคลุม แก๊สมีเทนพุ่งขึ้นมาไม่ได้ ตอนนี้น้ำแข็งละลาย ปรากฏการณ์ปลาลอยตายเป็นแพตามชายฝั่งทั่วโลก คือ ผลจากแก๊สมีเทน พลังทำลายมากกว่าก๊าซคาร์บอนถึง 10 เท่า ตอนนี้ระบบนิเวศทะเลได้รับผลกระทบ รวมถึงก๊าซคาร์บอนที่เกิดจากกิจกรรมมนุษย์ 60 เปอร์เซ็นต์ กักเก็บในทะเล ส่งผลให้อุณหภูมิน้ำสูงขึ้น และค่าความเป็นกรดเปลี่ยนแปลงไป เกิดปะการังฟอกขาว ซึ่งแนวโน้มปรากฏการณ์ฟอกขาวเพิ่มขึ้นเมื่อ 5 ปีที่แล้ว แพลงตอนที่สำคัญหายไป กระทบห่วงโซ่อาหาร สิ่งมีชีวิตในทะเล ทำให้สัตว์น้ำลดลง ที่เรารู้จักอย่างปลาการ์ตูนก็ได้รับผลกระทบจากค่าความเป็นกรดไม่สมดุล ไม่ผสมพันธุ์ ทำให้ประชากรลดลงทุกขณะ กำลังจะสูญพันธุ์ นี่คือภัยพิบัติในรูปแบบต่างๆ ที่เราต้องเผชิญ
ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร, ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต เน้นว่า ไม่มีคำว่า “เอาอยู่” ในการจัดการภัยพิบัติ มีกรณีตัวอย่างหมู่บ้านทาโร่ เมืองมิยาโกะ จ.อิวาเตะ แม้มีมาตรการเชิงโครงสร้างทำกำแพงกันคลื่นสึนามิสูง 6 เมตร โดยใช้สมมติฐานในอดีตเป็นตัวอย่าง ชุมชนรับรู้ความปลอดภัยจากรัฐบาลให้ข้อมูล
แต่เหตุแผ่นดินไหวใหญ่เดือนมีนาคมปีที่แล้ว เกิดความเสียหายมหาศาลและมีผู้เสียชีวิตจากคลื่นสึนามิ หลังสึนามิรัฐบาลประกาศขอรับผิดชอบเพียงผู้เดียวที่ทำให้ชุมชนเข้าใจว่าอยู่หลังกำแพงกั้นคลื่นจะปลอดภัย อีกข้อสรุปเวลานั้นเตือนคลื่นสูง 6 เมตร แต่คลื่นเข้ามาสูงถึง 43 เมตร นี่คือบทเรียน ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นเราห้ามไม่ได้ แต่จะลดความเปราะบางและความเสี่ยงจากเหตุการณ์ได้แค่ไหน และมีแผนรับมืออย่างไร ทั้งนี้ สาธารณูปโภคพื้นฐานต่างๆ สำคัญมาก ทั้งประชาชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติ และรัฐบาลต้องมีมาตรการปกป้องและให้ความสำคัญจริงจัง รวมถึงพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ได้แก่ อยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพฯ สมุทรปราการ และสมุทรสาคร หนีไม่พ้น สิ่งสำคัญต้องตระหนักการรับมือภัยน้ำท่วม และอยู่กับน้ำแบบปรับตัว
กรณีแผ่นดินไหวและสึนามินั้น นักวิชาการด้านภัยพิบัติเตือนปะเทศไทยเสี่ยงแผ่นดินไหวและสึนามิ ชายฝั่งอันดามันต้องระวังผลกระทบจากแผ่นดินไหวประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งอาจเกิดคลื่นสึนามิสูงมากกว่า 10 เมตร เข้าถล่ม ที่ผ่านมาข้อมูลเตือนภัยสึนามิ เมืองไทยใช้ข้อมูลของระบบทุ่นเตือนภัยติดตั้งแถบอินเดีย แม้ไทยมีทุ่นห่างจากชายฝั่ง 200 กิโลเมตร แต่กลับไม่มีข้อมูลออกมา ทุ่นพร้อมใช้การหรือไม่ ส่วนชายฝั่งอ่าวไทยก็ต้องระมัดระวังแผ่นดินไหวในรอยเลื่อนแถวฟิลิปปินส์ คลื่นใช้เวลาเดินทาง 16 ชั่วโมง ถึงเกาะสมุย สองชั่วโมงถัดมาถึงพัทยา แต่ความสูงของคลื่นไม่เกิน 1 เมตร ส่วนปีนี้น้ำจะเกิดน้ำท่วมอีกครั้งหรือไม่ ก็ตอบว่าปลายปีนี้ไทยฝนน้อยกว่าปกติ พอเบาใจได้ แต่ยังมีความเสี่ยงเรื่องจำนวนพายุที่คาดการณ์ไม่ได้ ซึ่งตั้งแต่ปี 2553 จำนวนพายุเพิ่มขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิก ผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ.

About these ads

มิถุนายน 4, 2012 - Posted by | สิ่งแวดล้อม, ไทยโพสต์ | , , , , ,

ยังไม่มีความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: