ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย ที่เกี่ยวข้อง

ประมวญ ทั่งทอง : เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาทำสวน ปี 2555

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05020010555&srcday=2012-05-01&search=no

วันที่ 01 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 ปีที่ 24 ฉบับที่ 526

เกษตรกรดีเด่น

มนตรี กล้าขาย montri_4358@yahoo.com 

ประมวญ ทั่งทอง : เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาทำสวน ปี 2555

การคัดเลือกเกษตรกรดีเด่น สาขาอาชีพต่างๆ ระดับเขตจากทั่วประเทศ ส่งให้กรมส่งเสริมการเกษตร พิจารณาคัดเลือกรางวัลชนะเลิศในระดับประเทศไว้สาขาอาชีพละ 1 ราย เพื่อจะเข้ารับรางวัลโล่พระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ในวันพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ในเดือนพฤษภาคม 2555 ศกนี้ ซึ่งในสาขาพืชสวนนั้น คุณประมวญ ทั่งทอง เกษตรกรทำสวน จากจังหวัดตราด ได้รับการคัดเลือกให้เป็นเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาพืชสวน ปี 2555 ด้วยผลงานที่โดดเด่นด้านการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตและบริหารจัดการตลาดผลไม้ และยางพารา ได้แบบครบวงจร สร้างคุณประโยชน์มากมายให้สมาชิกกลุ่ม เครือข่าย-กลุ่ม และเกษตรกรข้างเคียง สามารถใช้เป็นโมเดลการส่งเสริมและขยายผลในระดับกว้างได้ต่อไป

ภูมิหลังเมื่อครั้งอดีต

คุณประมวญ ทั่งทอง เดิมเป็นคนตำบลท่าเรือ อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังจากแต่งงานแล้วย้ายตามสามีไปทำการค้าขายที่สนามบินอู่ตะเภา จังหวัดชลบุรี ในยุคทหารอเมริกันเข้ามาตั้งฐานทัพรบกับเวียดนาม หลังจากสหรัฐอเมริกาเลิกฐานทัพ สามีหมดสัญญาการจ้างงาน ได้ย้ายไปตั้งถิ่นฐานที่บ้านสามี ที่จังหวัดตราด สามีเดินทางไปทำงานตะวันออกกลาง ได้เงินมานำไปซื้อที่ดินทำสวนผลไม้แบบลองผิดลองถูก แล้วเรียนรู้และพัฒนาตนเองด้านการทำสวนเงาะ มังคุด ยางพารา จนประสบความสำเร็จ ปัจจุบัน มีพื้นที่ทำการเกษตรรวมกว่า 300 ไร่

คุณประมวญ เล่าให้ฟังว่า ช่วงแรกของการย้ายไปอยู่ที่จังหวัดตราดค่อนข้างลำบากมากในการบุกเบิกพื้นที่ ต้องรับจ้างกรีดยาง และทำงานทุกอย่างเพื่อเป็นรายได้ และทุกครั้งก็ต้องไปร่วมลงแรงกับเพื่อนบ้านไว้เพื่องานของตัวเองในอนาคต อีกอย่างพื้นที่บ้านนาเกลือ ตำบลชำราก อำเภอเมือง จังหวัดตราด ตรงนั้นเป็นเขตการสู้รบของสงครามกัมพูชา จึงเสี่ยงต่ออันตรายจากกระสุนปืนใหญ่และระเบิด แต่ก็อดทน เพราะเป็นพื้นที่ของประเทศไทย จะอพยพหรือเดินทางไปไหนก็ลำบากด้วยการคมนาคมไม่สะดวก รถยนต์ก็ไม่ค่อยมี จัดเป็นท้องที่ห่างไกลและทุรกันดาร ต้องสู้และอดทน หลังสงครามยุติจึงมีโอกาสตั้งหน้าทำมาหากินอย่างเต็มที่ การเรียนรู้ได้จากเพื่อนบ้าน สังเกตสภาพและดัดแปลงมาใช้กับสวนของตนเอง จน ปี 2538 สามารถทำเงาะให้ออกก่อนฤดูได้ ในพื้นที่ 20 ไร่ ได้ผลผลิต 10 ตัน พ่อค้ามาเหมา 40 บาท/กิโลกรัม ได้เงิน 400,000 บาท ตรงนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการผลิตเงาะก่อนฤดูตลอดมา แล้วยังมีการพัฒนาการผลิตยางพารา และสวนมังคุดให้มีคุณภาพ ผลผลิตสูงกว่าคนอื่นๆ ในชุมชนเดียวกัน

ผู้หญิงแกร่ง แห่งเมืองตราด

แม้จะมีภารกิจด้านสวนผลไม้ของตนเองมากมาย แต่ด้วยหัวใจเอื้อเฟื้อ รักเพื่อนบ้านและชุมชน คุณประมวญ จึงได้ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนหลายแห่งในการร่วมทำงาน/กิจกรรมพัฒนาคนในชุมชนด้วยความเต็มใจ เสียสละ และซื่อสัตย์ โดยร่วมทำงานกับ บริษัท ไทยประกันชีวิต และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีโอกาสไปศึกษาดูงานด้านการเกษตรหลายประเทศ แล้วนำความรู้และประสบการณ์มาปรับใช้กับตัวเอง และพัฒนาสมาชิกกลุ่ม/ชุมชน ต่อมาได้รับความวางใจจาก ธ.ก.ส. ให้เป็นคณะกรรมการลูกค้า ธ.ก.ส. ระดับประเทศ จัดตั้งสถาบันการเงินชุมชนทำกิจกรรมด้านการออมทรัพย์ การจัดทำบัญชีฟาร์มโดยทำหน้าที่ประธานและวิทยากรให้ความรู้ จัดตั้งศูนย์เรียนรู้ครูเกษตรบ้านนาเกลือ ศูนย์เผยแพร่ความรู้พื้นฐานด้านกฎหมาย และศูนย์เรียนรู้การใช้ประโยชน์ที่ดิน ทั้งหมดใช้อาคารสถานที่บริเวณบ้านเป็นจุดดำเนินกิจกรรม โดยหวังให้เกษตรกรและประชาชนในชุมชนได้เรียนรู้โดยการรับทราบข่าวสาร/ข้อมูลใหม่ๆ และมีการพัฒนาด้านอาชีพทางการเกษตรในทิศทางที่ถูกต้อง ทันโลกและสถานการณ์ จากการทุ่มเทและเสียสละการทำงานให้กับเกษตรกร/ชุมชน จึงได้รับเลือกให้เป็นคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) ระดับประเทศ ทำหน้าที่ให้ความช่วยเหลือ ให้คำปรึกษาแนะนำ และการกำหนดแนวทางพัฒนาผลไม้ทั่วประเทศ

เกียรติประวัติจากแฟ้ม

จากข้อมูลแฟ้มบันทึกการดำเนินกิจกรรมให้กับหน่วยงานราชการ เอกชน และชุมชนของคุณประมวญ ขอนำผลงานเหล่านั้นมานำเสนอเพื่อยืนยันถึงผลงาน ดังนี้ คณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ระดับประเทศ ประธานเครือข่ายลูกค้า ธ.ก.ส. จังหวัดตราด คณะกรรมการเครือข่ายลูกค้า ธ.ก.ส. ระดับประเทศ อุปนายกสมาคมชาวสวนจังหวัดตราด ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนพัฒนาอาชีพเกษตรกรชำราก ประธานกลุ่มปรับปรุงคุณภาพทุเรียน ประธานสถาบันการเงินชุมชนนาเกลือ เหรัญญิกกลุ่มออมทรัพย์พัฒนาอาชีพตำบลชำราก อนุกรรมการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ยากจน จังหวัดตราด ประธานศูนย์การศึกษากฎหมายชุมชน ประธานเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านระดับอำเภอ ครูเกษตรกรศูนย์การเรียนรู้ ธ.ก.ส. ประธานศูนย์การเรียนรู้การใช้ประโยชน์จากที่ดิน จังหวัดตราด และที่ปรึกษาธนาคารต้นไม้บ้านนาเกลือ และเกษตรกรดีเด่นระดับเขต สาขาพืชสวน ปี 2555

พัฒนาผลผลิต พิชิตการตลาด

แนวคิดการทำสวนคือ ต้องให้ได้ผลผลิตคุณภาพ ยึดความต้องการของลูกค้า (ผู้ซื้อ) เป็นสำคัญ เพราะจะเป็นธงนำด้านราคา จากประสบการณ์กับภาคธุรกิจ ทำให้มีประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการที่เห็นความต้องการของลูกค้า (พ่อค้า/ผู้ซื้อผลไม้) เป็นเป้าหมายว่าต้องการผลไม้คุณภาพเท่านั้น เพื่อไปขายต่อยอดสร้างกำไรและมองการผลิตผลไม้ว่า ต้องทำให้ผลไม้เก็บเกี่ยวผลได้ก่อนสวนทั่วไป เพราะจะทำกำไรได้ดีกว่าโดยที่ราคาตลาดก่อน/ต้นฤดูปกติ จะสูงมากขณะที่ผลผลิตมีน้อย/ยังใหม่ ความต้องการของลูกค้ามาก ผู้ร่วมค้าจะนำไปขายต่อก็มีกำไร ไม่เสี่ยง หลักการทำสวนใช้เทคนิคที่ว่า “แหงนหน้ามองดูฟ้า แล้วก้มหน้ามองดูดิน” แหงนหน้ามองดูฟ้า คือต้องสังเกตส่วนยอด ใบ ดอก ผลเงาะ ว่ามีสภาพเป็นอย่างไร ท้องฟ้ามีเมฆฝน แสงแดด อย่างไร เพื่อประเมินกลับถึงสภาพแวดล้อมที่จะเกี่ยวข้องว่าต้องจัดการด้านการให้น้ำ ปุ๋ย สารเคมีควบคุม/ป้องกันศัตรูพืช ให้ต้นเงาะมีความสมบูรณ์พร้อมจะผลิดอก ออกผลให้กับเรา “ส่วนการก้มหน้ามองดูดิน” เป็นการเตือนให้เราต้องดูแลสภาพพื้นดินในสวนผลไม้ว่าเป็นอย่างไร โดยเฉพาะบริเวณใต้ทรงพุ่มต้นไม้มีความชื้นมากน้อยเท่าไร ดินร่วนซุย เหนียวแน่น หรือแห้ง เปียก วิธีการคือ ต้องเขี่ยดิน จับดิน เดินเข้าไปสังเกตดูความอ่อนนุ่ม แข็ง เพื่อที่จะประเมินถึงปริมาณน้ำที่จะต้องให้กับต้นพืชมาก/น้อย หรืองดน้ำตามช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยเฉพาะช่วงการบังคับให้ออกดอกก่อนฤดู ต้องสนใจเป็นพิเศษ รวมทั้งต้องเสริมสร้างสภาพแวดล้อมให้ต้นพืชด้วย เช่น ต้องมีต้นเงาะตัวผู้ไว้ผสมเกสร หรือฉีดฮอร์โมนช่วยให้ดอกเงาะมีการผสมเกสรและติดผลดีขึ้น การตัดปลายช่อออก การปลิดดอกผลที่ไม่มีคุณภาพ เช่น ผลเล็ก เงาะขี้ครอก บิดเบี้ยว ฯลฯ ให้น้ำสม่ำเสมอช่วงการพัฒนาผลเงาะ ฉีดปุ๋ยน้ำหมักมูลสุกรช่วยให้ผลใหญ่ การป้องกันกำจัดเพลี้ยไฟ ราแป้ง ตั้งแต่ระยะเวลาเริ่มออกดอก การเติบโตของผลจนถึงช่วงเก็บเกี่ยว เน้นวิธีการปฏิบัติตามหลัก GAP เก็บเกี่ยวเน้นระยะแก่สุกของผลไม้ คัดแยกตามขนาดมาตรฐานที่กำหนดไว้ เพื่อส่งมอบให้ลูกค้าตามข้อตกลง ซึ่งการปฏิบัติเช่นนี้ ทำให้ได้ผลผลิตผลไม้ (เงาะ) ก่อนฤดูที่มีขนาดผลใหญ่ สมบูรณ์ สีสวย มังคุดก็ผลใหญ่ ผิวมันไร้ตำหนิ ในสวนยางพารา จะได้น้ำยางที่มากกว่าสวนเกษตรกรอื่นๆ หรือค่าเฉลี่ยผลผลิตน้ำยางระดับประเทศ ผลที่ได้คือ ขายได้ราคา ลูกค้าติดใจ มีกำไรทั้งผู้ผลิตและผู้ค้า

ปัจจัยนำความสำเร็จ

จากความสำเร็จในการประกอบอาชีพทำสวนผลไม้ของ คุณประมวญ ทั่งทอง จนทำให้ได้รับการคัดเลือกเป็นเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาทำสวน ปี 2555 นั้น มีปัจจัยที่เกี่ยวข้อง 3 ส่วน ด้วยกัน คือ

1. การจัดการตนเองได้อย่างยอดเยี่ยม (self manage) ด้วยหลักความมุ่งมั่น อดทน ขวนขวาย เรียนรู้ แลกเปลี่ยน ประยุกต์ใช้องค์ความรู้และประสบการณ์ จากภูมิปัญญา และเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมสวน ทั้งเงาะ มังคุด และยางพารา เติมด้วยจิตอาสา (service mind) กับเพื่อนบ้านร่วมอาชีพ/สังคม/ชุมชน ทำให้เกิดพลังเครือข่าย เกื้อหนุนให้เป็นที่รับรู้/ยอมรับว่าเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง (change agent) ด้านการพัฒนาระดับชุมชน และสังคม ในระดับกว้าง

2. ความสามารถในการบริหารจัดการผู้คน (บริหารคน) ที่เข้ามาเกี่ยวข้องทั้งภาคราชการ เกษตรกร และเอกชน ในแบบที่เรียกกันว่า “บูรณาการ” (Integrate) ทำให้มีความเชื่อมโยงการดำเนินการ/สนับสนุนกิจกรรมการผลิตผลไม้ กิจกรรมเสริมเชิงสร้างสรรค์สังคม และสร้างเครดิตให้กับองค์กร/หน่วยงาน ที่ร่วมดำเนินงานแบบร่วมรับประโยชน์ (win-win-solution) ทำให้ทุกภาคส่วนอยากร่วมงานมากกว่าเป็นคู่แข่งขัน และยินดีจะสนับสนุนในทุกด้าน

3. แสดงให้เห็นความสามารถในการปฏิบัติงานจากตัวเองและเครือข่ายลูกทีม ทั้งระดับการผลิตในสวน ให้มีคุณภาพ มีผลผลิตสูงและต้นทุนต่ำกว่า ระบบการทำงานมีลักษณะเป็นคู่ค้า (partnership) การทำงานมีเครือข่าย (network) มีผลผลิตเก็บเกี่ยวได้ก่อนฤดู ทั้งเงาะ มังคุด ส่งผลต่อราคาขายที่สูง และสร้างกำไรได้มากกว่าการทำสวนแบบดั้งเดิม ปัจจัยทั้งหลายที่กล่าวมาข้างต้น ส่งผลให้เกิดเป็นผลงานเชิงประจักษ์ เป็นที่ยอมรับของสังคมทุกระดับ สอดคล้องกับภาษิตไทยบทหนึ่งที่กล่าวไว้ว่า “ค่าของคน อยู่ที่ผลของงาน” ค่าของงานเกิดจากการกระทำ (ปฏิบัติ) แต่ผลของการปฏิบัติของ คุณประมวญ ทั่งทอง นั้น มีความแตกต่างกับของชาวสวนอื่นๆ ที่ชัดเจน เป็นรูปธรรม จับต้องได้ในเชิงคุณภาพและปริมาณ ที่สำคัญได้ถ่ายทอดความรู้ และผลงานสู่เกษตรกรในกลุ่ม/ชุมชนใกล้เคียงให้มีการพัฒนาการผลิต การตลาด ควบคู่กันไป นับว่าเป็นบุคคลที่สมควรได้รับการยกย่องให้เป็นเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ปี 2555 ได้อย่างเต็มภาคภูมิ สอบถามข้อมูล ที่ โทร. (081) 781-5754

เทคนิคการผลิตเงาะก่อนฤดู

จากการเรียนรู้ การปฏิบัติ และสะสมประสบการณ์ด้านการผลิตเงาะ จนสามารถทำให้เงาะออกผลก่อนฤดูปกติ หรือก่อนเงาะปี คุณประมวญ ทั่งทอง ได้สรุปภูมิปัญญาตรงนี้เป็นข้อแนะนำไปถ่ายทอดสู่สมาชิกกลุ่ม ชุมชน และผู้ที่สนใจทั่วไป โดยแบ่งเป็น 5 ขั้นตอน ดังนี้

1. ปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการออกดอกของต้นเงาะ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ การเตรียมความสมบูรณ์ให้ต้นเงาะ โดยสังเกตว่าต้นเงาะต้องมีใบที่สมบูรณ์ ใบสีเขียวสดใสเป็นมัน เป็นใบแก่ทั้งต้น ไม่มีการทำลายจากโรคและแมลง ปกติเงาะจะแตกใบสองชุด ชุดที่สองจะมีจำนวนใบมากกว่าชุดแรก ประมาณ 10-15% และจะใช้เวลาพัฒนาจากระยะใบอ่อนเป็นใบแก่ ประมาณ 35-45 วัน ต้นเงาะที่สมบูรณ์และพร้อมที่จะออกดอก คือระยะที่ใบอ่อนชุดที่สองพัฒนาเป็นใบแก่ได้ ประมาณ 1 เดือน ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่ระบบรากมีการพัฒนาสูงสุด และมีความสมบูรณ์เต็มที่ และส่วนที่ 2 การสร้างสภาวะเครียดจากการขาดน้ำ การที่ต้นเงาะจะออกดอกนั้น ต้องการสภาพแวดล้อมด้านความชื้นในดินลดลงกว่าช่วงปกติ ต่างจากความชื้นในดินในระยะการเตรียมต้นให้สมบูรณ์ ดังนั้น จึงต้องงดให้น้ำกับต้นเงาะ เพื่อปล่อยให้พื้นดินเกิดสภาวะขาดน้ำ โดยปล่อยให้เป็นช่วงแล้ง (ขาดน้ำ) ที่ต่อเนื่องกัน ประมาณ 15-30 วัน เพื่อทำให้ต้นเงาะเกิดความเครียด (stress) และไปกระตุ้นให้ต้นเงาะสังเคราะห์สารควบคุมการเจริญเติบโตภายในลำต้น แต่ไปสร้างสารหรือฮอร์โมนที่เกี่ยวกับกระบวนการสร้างตาดอกมากขึ้น จนกระทั่งเกิดการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนของฮอร์โมนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับกระบวนการสร้างตาดอกได้มากที่สุด

2. การเตรียมต้นเงาะหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิต ภายหลังที่ได้เก็บเกี่ยวผลผลิตไปแล้ว ต้องมีการปฏิบัติ ดังนี้

2.1 การตัดแต่งกิ่ง หลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตเงาะเสร็จแล้ว ให้ตัดแต่งกิ่งทันที โดยตัดแต่งกิ่งที่แห้ง กิ่งหัก กิ่งที่ถูกทำลายด้วยศัตรูพืช กิ่งกระโดง กิ่งทับซ้อน กิ่งที่อยู่ต่ำระดับพื้น เพื่อให้โปร่ง แสงแดดส่องเข้าในทรงพุ่มได้ นอกจากนี้ ให้ตัดแต่งที่ปลายพุ่มเงาะ เพื่อลดรอยแผลจากการเก็บเกี่ยว รวมถึงการตัดแต่งเพื่อควบคุมขนาดของทรงพุ่มให้เหมาะสม

2.2 การปรับสภาพดินด้วยปูนมาร์ล หลังการตัดแต่งกิ่งเสร็จแล้วให้ใส่ปูนมาร์ล เพื่อปรับสภาพความเป็นกรดเป็นด่างของดิน ตามค่าผลวิเคราะห์ดิน

2.3 การใส่ปุ๋ยเคมีทางดิน ใส่ปุ๋ยเคมีทันทีหลังการเก็บเกี่ยว ใช้สูตร 16-16-16 อัตรา 1 กิโลกรัม ต่อต้น หรือตามอายุของต้นเงาะ โดยใส่ให้ทั่วบริเวณทรงพุ่ม (ความต้องการธาตุอาหารหลัก ครั้งละ 200 กรัม/ต้นเงาะอายุ 1 ปี )

2.4 การใส่ปุ๋ยอินทรีย์ เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้ดิน ทำให้ดินร่วนซุย ไม่ยึดแน่น ใส่ได้บ่อยตามต้องการ ปกติใส่ อัตรา 3 กิโลกรัม/ต้น

2.5 การใช้น้ำหมักมูลสุกร เพื่อช่วยธาตุอาหารรอง น้ำหมักมูลสุกรได้จากการนำมูลสุกรแห้ง 20 กิโลกรัม แช่ในน้ำ 200 ลิตร แช่ไว้ประมาณ 2 วัน (24 ชั่วโมง) แล้วนำน้ำหมักที่ได้ อัตรา 2 ลิตร ผสมกับน้ำ 200 ลิตร นำไปฉีดพ่นให้ทั่วต้นเงาะ (ใช้มูลสุกรที่ไม่มีโซดาไฟตกค้าง สังเกตดูหากนำแช่น้ำจะไม่มีฟองอากาศฟู่ขึ้นมา)

2.6 การฉีดพ่นด้วยสาหร่ายทะเล เพื่อเร่งการแตกใบอ่อน โดยการผสมสารละลายพวกสาหร่ายทะเล อัตรา 200 ซีซี ต่อน้ำ 200 ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่วทรงพุ่ม 1-2 ครั้ง

2.7 การควบคุมแมลงศัตรูระยะแตกใบอ่อน หลังจากที่เงาะแตกใบอ่อน จะต้องเฝ้าระวังเพื่อป้องกันและกำจัดพวกแมลงศัตรูที่จะทำลายใบอ่อนเงาะ เช่น หนอนคืบ ด้วงกินใบ หากพบการระบาดฉีดพ่นด้วยสารเคมีพวกไซเปอร์เมทิล ตามที่ฉลากแนะนำ

2.8 ต้องควบคุมการแตกใบอ่อนให้ได้ 2 ครั้ง ตามวิธีการปฏิบัติข้างต้น

3. การเตรียมความพร้อมให้เงาะออกดอก

3.1 ช่วงปลายฤดูฝน หลังจากเงาะแตกใบอ่อนชุดที่ 2 และ เข้าสู่ระยะเพสลาด ใส่ปุ๋ย สูตร 8-24-24 อัตรา ต้นละ 1 กิโลกรัม หรือตามอายุของต้นเงาะ (ใส่ครั้งละ 200 กรัม ต่ออายุเงาะ 1 ปี) ใส่ให้ทั่วบริเวณทรงพุ่ม เพื่อให้เงาะมีการสะสมอาหารและสร้างสมดุลในต้นเพื่อมีความพร้อมที่จะออกดอก

3.2 เมื่อฝนหยุดตก (หมดฤดูฝน) งดการให้น้ำ แล้วกวาดโคนต้นเงาะให้โล่งเตียน ประมาณ 20-30 วัน แล้วแต่สภาพดินฟ้าอากาศ ความชื้นดิน ทั้งนี้ เพื่อสร้างความเครียดให้ต้นเงาะ

3.3 โดยสังเกตดูว่าเงาะแสดงอาการใบเหลือง ลู่ลง ปลายยอดก้านตั้ง แห้งแข็ง ใบล่างของกิ่งร่วง ประมาณ 2 ชั้นใบ จึงให้น้ำระบบสปริงเกลอร์ 2 หัว/ต้นภายในทรงพุ่ม นานประมาณ 1 ชั่วโมง

3.4 หลังการให้น้ำ ประมาณ 2 วัน ให้สังเกตว่าที่ยอดเงาะมีการพัฒนาเป็นตาใบหรือตาดอก หากเป็นตาดอกจะมีลักษณะเป็นไข่ กลมขาว (ให้ใช้ไฟฉายส่องดูในเวลากลางคืน หากยอดเงาะแตกเป็นตาดอก จะสะท้อนแสงไฟ มองเห็นชัดเจน แต่หากแตกเป็นตาใบ จะไม่มีแสงสะท้อนให้เห็น) สามารถให้น้ำได้ตามปกติ แบบให้วันเว้นวัน แต่ถ้าแตกเป็นตาใบ ยอดเงาะจะเป็นสีน้ำตาลปนเขียวแหลมแทงออกมา ให้หยุดการให้น้ำทันที จนกระทั่งตาใบถูกทำลาย ร่วงหลุดไป จึงบังคับดอกอีกครั้ง ตาม ข้อ 3.3

4. การดูแลเงาะระยะออกดอกถึงระยะเก็บเกี่ยว

4.1 เมื่อดอกเงาะเข้าระยะช่อสะเดา ต้องให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ เฝ้าระวังเชื้อราช่อดอก โดยการฉีดสารป้องกันเชื้อรา พวกเอราวิน หรือแอนวิน อัตรา 100-200 ซีซี/น้ำ 200 ลิตร และสารกำจัดเพลี้ยไฟ พวกโปรวาโด (ตามอัตราแนะนำ) เพิ่มธาตุอาหารรองพวกโบรอน อัตรา 300 ซีซี/น้ำ 200 ลิตร โดยฉีดพ่นก่อนดอกเงาะบาน 1 สัปดาห์

4.2 ระยะดอกบาน ควรหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีฉีดพ่น แต่ควรใช้หมันเรือชุบสารเซฟวิน 85 ที่ผสมน้ำเข้มข้น มัดรอบต้นเงาะทุกต้น โดยให้สูงจากพื้นดิน ประมาณ 30 เซนติเมตร เพื่อป้องกันและกำจัดมดที่เป็นพาหะนำเพลี้ยแป้งที่ทำลายช่อดอกเงาะ และในระยะที่ดอกเงาะบาน ประมาณ 20% ให้ฉีดพ่นสารแพลนโนฟิกซ์ อัตรา 1 ซีซี/น้ำ 1 ลิตร ฉีดพ่นเป็นจุดๆ ประมาณ 10 ช่อ/จุด หากมีต้นตัวผู้ในสวน ให้ตัดช่อดอกตัวผู้ที่บานแล้วมาวางไว้บนช่อดอกเงาะตัวเมียที่บานแล้ว เพื่อช่วยให้การผสมเกสรของดอกเงาะดีขึ้น ไม่เป็นเงาะขี้ครอก เงาะจะติดผลมากขึ้นและได้ผลที่มีความสมบูรณ์

4.3 ในระยะดอกโรย ประมาณ 7-10 วัน ให้ฉีดพ่นสาหร่ายทะเล อัตรา 200 ซีซี ผสมกับปุ๋ยยูเรีย (46-0-0) 500 กรัม/น้ำ 200 ลิตร เพื่อช่วยให้ผลเงาะโตเร็วขึ้น

4.4 ระยะผลอ่อน ให้ตรวจระวังพวกเพลี้ยไฟ ราแป้ง แต่ควรฉีดพ่นพวกกำมะถัน อัตรา 300-500 ซีซี/น้ำ 200 ลิตร สัก 1-2 ครั้ง

4.5 ระยะขยายผลถึงก่อนเก็บเกี่ยว 1 เดือน ให้ระวังหนอนเจาะขั้วผลเงาะ โดยการฉีดพ่นป้องกันด้วยสารคลอไพรีฟอส และป้องกันราแป้งขาวจับผลเงาะ ด้วยการฉีดพ่นสารพวกกำมะถัน อัตรา 300-500 ซีซี/น้ำ 200 ลิตร

5. การเก็บเกี่ยวเงาะให้มีคุณภาพเพื่อการตลาด มีวิธีการปฏิบัติ ดังนี้

5.1 เก็บเกี่ยวผลเงาะที่มีพื้นผิวสีแดงสด หากไม่เป็นสีแดงทั้งช่อ ให้เลือกเก็บเฉพาะผลเงาะที่มีสีแดงก่อน

5.2 ใช้วัสดุรองพื้นดิน ก่อนเก็บเกี่ยวเงาะ เพื่อป้องกันการกระทบกระแทกของผลเงาะและขนเงาะ และช่วยรักษาความสะอาดของผลผลิต

5.3 ผลผลิตเงาะที่เก็บเกี่ยวแล้วนำไปล้างน้ำสะอาด และคัดแยกคุณภาพ โดยคัดแยกผลเงาะปลายช่อ ผลเล็ก ผิวไม่สวย ผลที่ไม่ได้คุณภาพออกไว้ต่างหาก ตามเกรดคุณภาพ ก่อนแยกบรรจุลงตะกร้าในแต่ละเกรด

5.4 ควบคุม/ตรวจสอบน้ำหนักผลผลิตเงาะต่อตะกร้า ให้ตรงตามข้อตกลงของผู้ซื้อ โดยให้มีน้ำหนักเกินเผื่อไว้ ประมาณ 200-300 กรัม/ตะกร้า

5.5 ผลผลิตเงาะได้คุณภาพ จากการปฏิบัติและดูแลรักษาเงาะตามขั้นตอนที่อธิบายไว้ ทำให้ได้รับผลผลิตเงาะที่มีคุณภาพ ผ่านมาตรฐานของผู้ส่งออก ถึงร้อยละ 70 ส่วนที่เหลือ ร้อยละ 30 นำส่งขายตลาดทั่วไป

สอบถามข้อมูล ที่ โทร. (081) 781-5754 และที่ คุณวันชัย เจริญใจ สำนักงานเกษตรจังหวัดตราด โทร. (081) 861-3299

About these ads

พฤษภาคม 13, 2012 - แสดงความเห็นโดย | เทคโนโลยีชาวบ้าน | , , , , , ,

ยังไม่มีความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: