ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย ที่เกี่ยวข้อง

เสียว! ไทยเสียแชมป์ส่งออกข้าวหลังสหรัฐฯ ลดเป้า

http://www.thairath.co.th/content/eco/256590

29 เมษายน 2555, 16:58 น.

Pic_256590

กระทรวงเกษตรฯ สหรัฐฯ ลดคาดการณ์ปริมาณส่งออกข้าวไทยปีนี้เหลือไม่เกิน 7 ล้านตัน คาดทำไทยเสียแชมป์ส่งออกข้าวโลกให้อินเดีย ที่คาดส่งออกได้ 7 ล้านตัน

เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า กระทรวงเกษตรฯ ของสหรัฐฯ ได้ปรับประมาณการส่งออกข้าวไทยปี 55 ลงต่ำสุดในรอบ 10 ปี โดยคาดว่าปีนี้จะส่งออกได้ 6.5-7 ล้านตัน ซึ่งจะทำให้ไทยเสียแชมป์การส่งออกข้าวให้กับอินเดีย เพราะคาดว่าอินเดียจะส่งออกข้าวปีนี้ได้ถึง 7 ล้านตัน โดยรัฐบาลอินเดียจะไม่ชะลอการส่งออก เพราะปีนี้ผลผลิตข้าวออกมาดี และมีสต๊อกกว่า 30 ล้านตัน จึงต้องเร่งโละสต๊อกเก่าออกให้หมด

ทั้งนี้ การปรับประมาณการณ์ใหม่ของสหรัฐฯ สอดคล้องกับที่สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย คาดการณ์ว่าปริมาณการส่งออกข้าวของภาคเอกชนไทยจะได้ประมาณ 6.5 ล้านตัน ยังไม่รวมกับการส่งออกแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) เพราะเป็นผลจากโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลในราคาสูงมาก ทำให้ผู้ส่งออกต้องขายในราคาสูงมาก และในบางตลาดไม่สามารถแข่งขันกับข้าวราคาต่ำกว่าของอินเดีย และเวียดนามได้ส่งผลให้ผู้นำเข้าหันไปนำเข้าจากทั้ง 2 ประเทศแทน และกลายเป็นวิกฤติของการส่งออกข้าวไทย ที่ปริมาณในแต่ละเดือนลดลงมากกว่าครึ่งของการส่งออกปกติ ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ คาดว่าปีนี้จะส่งออกได้ 9.5 ล้านตัน มูลค่า 6,800 ล้านเหรียญสหรัฐฯ.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 29 เมษายน 2555, 16:58 น.

เมษายน 29, 2012 Posted by | เศรษฐกิจ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , | ให้ความเห็น

พาณิชย์ประกาศโควตาส่งออกยุ่นเตือนระวังมาตรฐาน

http://www.thairath.co.th/content/eco/256578

29 เมษายน 2555, 15:20 น.

Pic_256578

กรมการค้าต่างประเทศ ประกาศจัดสรรปริมาณส่งออกกล้วยสด สับปะรดสด และเนื้อสุกรปรุงแต่ง สำหรับผู้ส่งออกไทยที่ได้รับสิทธิตามโควตาที่กำหนด ภายใต้ข้อตกลงเจเทปา จี้ผู้ส่งออกไทยเร่งใช้สิทธิ์ เตือนระวังรักษาคุณภาพมาตรฐานสินค้าด้วย

เมื่อวันที่ 29 เม.ย. นายสุรศักดิ์  เรียงเครือ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ขณะนี้ กรมการค้าต่างประเทศได้ออกประกาศหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิยกเว้นภาษีภายใต้ความตกลงระหว่าง ราชอาณาจักรไทยและญี่ปุ่นสำหรับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ (JTEPA)   ปี 2555 สำหรับกล้วยสด สับปะรดสด และเนื้อสุกรปรุงแต่งแล้ว โดยผู้ส่งออกกล้วยสดและเนื้อสุกรปรุงแต่ง ที่ได้รับสิทธิการจัดสรรปริมาณการส่งออก สามารถยื่นขอหนังสือรับรองเพื่อใช้ประกอบการส่งออกกับกรมการค้าต่างประเทศ ประกอบด้วย หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า  หนังสือรับรองการได้รับสิทธิ์ยกเว้นภาษทั้งหมดหรือบางส่วน ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักบริหารการค้าสินค้าทั่วไป  กรมการค้าต่างประเทศ โทรศัพท์ 0-2547-5118 และ 0-2547-5120

“การใช้สิทธิดังกล่าว จะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันทางด้านราคา และส่งเสริมการส่งออกให้แก่สินค้าทั้ง 3 รายการของไทยไปญี่ปุ่นมากขึ้น แต่ผู้ส่งออกต้องระวังเรื่องการรักษาคุณภาพ และมาตรฐานของสินค้าให้คงที่สม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการเกิดอุปสรรคทางการค้า โดยเฉพาะกล้วยสด ซึ่งมีผลผลิตไม่แน่นอน และค่อนข้างไม่ได้มาตรฐานในการส่งออก ทำให้มีการใช้สิทธิเพียง 27.10% ของโควตาที่ได้รับเท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมาก รวมถึงสับปะรดสดที่มีการใช้สิทธิเพียง 6.51% เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องขนาดน้ำหนักไม่เกิน 900 กรัม และที่ผ่านมามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ขอเงินจากกองทุนเพื่อรองรับการปรับตัว ภายใต้การค้าเสรี (กองทุนเอฟทีเอ) เพื่อจัดทำโครงการพัฒนาคุณภาพด้านการผลิตการตลาดเพื่อการส่งออกสับปะรดไทยไปญี่ปุ่นภายใต้สิทธิ JTEPA  ซึ่งจะทำให้สับปะรดไทยมีศักยภาพเพิ่มขึ้น และส่งออกไปญี่ปุ่นภายใต้ JTEPA ได้มากขึ้น” นายสุรศักดิ์ กล่าว

สำหรับ ในปี 2554 ไทยใช้สิทธิการส่งออกสินค้าภายใต้ข้อตกลง JTEPA ปริมาณ 3,382.69 ตัน จากปริมาณโควตาทั้งหมด 9,500 ตัน โดยแบ่งเป็นกล้วยสด 2,168.21 ตัน หรือใช้สิทธิ 27.10% จากปริมาณโควตา 8,000 ตัน สับปะรดสด 19.54 ตัน ใช้สิทธิ 6.51% จากปริมาณโควตา 300 ตัน และเนื้อสุกรปรุงแต่ง 1,194.93 ตัน ใช้สิทธิ 99.58% จากปริมาณโควตา 1,200 ตัน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 29 เมษายน 2555, 15:20 น.

เมษายน 29, 2012 Posted by | เศรษฐกิจ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , | ให้ความเห็น

อากาศร้อนราคาหมู-ผักสดพุ่ง ! ผู้บริโภครับกรรม

http://www.thairath.co.th/content/eco/256562

29 เมษายน 2555, 13:13 น.

Pic_256562

อากาศร้อน ทำราคาหมู-ไก่-ผักสดพุ่ง หลังผลผลิตออกสู่ตลาดน้อยลง โดยเฉพาะผักพุ่งขึ้นเกือบเท่าตัว ด้านสมาคมผู้เลี้ยงหมูชี้ แม้ราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มขึ้นแต่ราคาขายปลีกไม่ควรเกิน กก.ละ 120 บาท จี้กรมการค้าฯ ลงมาดูแลหลังพบบางตลาดขายเกินมากถึง กก.ละ 130 บาท

นายกิดดิวงศ์ สมบุญธรรม เลขาธิการสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ เปิดเผยว่า ขณะนี้ราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มเพิ่มขึ้นมาอยู่ กก.ละ 65-66 บาท จากช่วง 1-2 เดือนก่อน ที่ราคาอยู่ที่ กก.ละ 48.50 บาท ซึ่งเป็นไปตามภาวะกลไกตลาด เพราะปริมาณหมูออกสู่ตลาดน้อยลง จากสภาพอากาศร้อน อย่างไรก็ตาม จากราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มที่ปรับเพิ่มขึ้น ดังนั้นราคาขายปลีกหมูเนื้อแดงหน้าเขียงต้องขายไม่เกินกก.ละ 120 บาท แต่ขณะนี้มีบางตลาดขายหมูเนื้อแดงหน้าเขียง กก.ละ 130 บาท เกินต้นทุนความเป็นจริง ซึ่งต้องการให้กรมการค้าภายในดูแลปัญหาปลายทาง เพราะจะทำให้ปริมาณการบริโภคหมูลดลงได้ และจะฉุดให้ราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มลดลงอีก จนกระทบต่อเกษตรกรในที่สุด ทั้งที่กลุ่มผู้เลี้ยงต้องแบกรับภาระขาดทุนมานาน

ขณะที่ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า จากการสำรวจราคาสินค้าอาหารสดในตลาดกรุงเทพฯเปรียบเทียบราคาในช่วงก่อนและหลังเทศกาลสงกรานต์ พบว่า ราคาอาหารสดได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบทุกชนิด โดยเฉพาะหมูเนื้อแดงขึ้นจาก กก. ละ 110-115 บาท เป็น กก.ละ 120-130 บาท ไก่สดทั้งตัวรวมเครื่องในปรับขึ้นจากตัวละ 52-55 บาท เป็น 62-65 บาท ไข่ไก่เบอร์ 3 ขึ้นจากฟองละ 2.40-2.50 บาท เป็น 2.80-2.90  บาท

ส่วนกลุ่มผักสด พบว่าส่วนใหญ่มีราคาเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว เช่น ผักคะน้าอยู่ที่ กก.ละ 50-52 บาท เพิ่มจาก กก.ละ 30-32 บาท ผักชี กก.ละ 120-130 บาท ขึ้นจาก 100-110 บาท เป็นต้น เพราะปีนี้อากาศแล้งกว่าปกติ จนทำให้ผลผลิตเสียหายออกสู่ตลาดน้อย รวมทั้งเนื้อหมูและไก่ไข่ กินอาหารได้น้อยลง และเติบโตช้า ทำให้ผลผลิตออกสู่ตลาดน้อย และต้นทุนสูงขึ้น

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 29 เมษายน 2555, 13:13 น.

เมษายน 29, 2012 Posted by | เศรษฐกิจ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , | ให้ความเห็น

รวงข้าวทำนาย ปัญหาเศรษฐกิจกดหุ้นไทยสัปดาห์หน้าปรับลด

http://www.thairath.co.th/content/eco/256516

29 เมษายน 2555, 11:58 น.

Pic_256516

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาด ความวิตกต่อเศรษฐกิจที่ยังเปราะบางกดหุ้นไทยสัปดาห์หน้าผันผวนและอาจปรับลดลงต่อ โดยให้แนวรับที่ 1,200-1,156 จุด และแนวต้านที่ 1,218-1,230 จุด

บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด รายงานว่า ดัชนี SET ปรับขึ้น จากแรงหนุนผลประกอบการ แม้เผชิญการขายสุทธิจากนักลงทุนต่างชาติ โดยดัชนีปิดที่ระดับ 1,211.78 จุด เพิ่มขึ้น 1.44% จากสัปดาห์ก่อน ด้านมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 1.40% จากสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 28,742.63 ล้านบาท โดยบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ และนักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิ ขณะที่นักลงทุนต่างชาติ และนักลงทุนสถาบันขายสุทธิ ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 306.54 จุด เพิ่มขึ้น 3.10% จากสัปดาห์ก่อน

ตลาดหุ้นไทยปรับลดลงในวันจันทร์ จากความกังวลต่อปัจจัยการเมืองและภาคธนาคารในยุโรปก่อนที่จะปรับตัวขึ้นในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ จากแรงหนุนผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไทยที่ออกมาดีการที่เฟดปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปีนี้ และมีแนวโน้มคงดอกเบี้ยต่ำนานรวมไปถึงการรายงานข้อมูลภาคอสังหาริมทรัพย์ที่แข็งแกร่ง

สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ระหว่างวันที่ 30 เม.ย.- 4 พ.ค. 2555 บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด และบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีมีโอกาสผันผวนและอาจปรับลดลง ท่ามกลางความวิตกต่อเศรษฐกิจหลักที่ยังคงเปราะบาง โดยเฉพาะในช่วงก่อนการเลือกตั้งฝรั่งเศส (รอบ 2) และกรีซ (6 พ.ค.) ขณะที่ต้องจับตาผลการประชุม กนง. (2 พ.ค.) การประชุมธนาคารกลางยุโรป (3 พ.ค.) รายงานตัวเลขเศรษฐกิจและเงินเฟ้อของไทย รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ รายได้ส่วนบุคคล ดัชนีภาคการผลิต-บริการ (ISM) การจ้างงานนอกภาคเกษตร และอัตราการว่างงาน ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด คาดว่า ดัชนีจะมีแนวรับที่ 1,200 และ 1,156 จุด ขณะที่แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 1,218 และ 1,230 จุด ตามลำดับ.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 29 เมษายน 2555, 11:58 น.

เมษายน 29, 2012 Posted by | เศรษฐกิจ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , | ให้ความเห็น

สหภาพฯขสมก.จี้คมนาคมซื้อรถใหม่ ฉะเอกชนฉวยโอกาสขึ้นราคาค่าตั๋ว

http://www.thairath.co.th/content/eco/256430

29 เมษายน 2555, 10:30 น.

Pic_256430

สหภาพแรงงาน ขสมก. เตรียมนัดถกประชุม 11 พ.ค.นี้ หาข้อสรุปซื้อรถใหม่ แทนชุดเก่าที่ใช้ลากยาวมาไม่ต่ำกว่า 18 ปี ยื่นเสนอต่อ รมว.คมนาคม แจงจำเป็นต่อประชาชน แขวะรถโดยสารเอกชนฉวยโอกาสน้ำมันแพงขึ้นราคาค่าโดยสาร

นายวีระพงศ์ วงแหวน เลขาธิการสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ระบุว่า วันที่ 11 พ.ค.นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการของสหภาพแรงงานเพื่อหาข้อสรุป หลังจากนั้นจะมีการขอเข้าพบ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.คมนาคม และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมช.คมนาคม เพื่อทวงถามเรื่องการซื้อรถใหม่ว่าจะเอาอย่างไร เพราะทางสหภาพฯเองมีความต้องการให้ภาครัฐเร่งดำเนินการอย่างจริงจังซะที

“เกี่ยวกับเรื่องนี้ ทางสหภาพฯ ได้พยายามติดตามมาแล้วถึง 3-4 รัฐบาล ปรากฏว่าทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม ทั้งที่รถใหม่นี้มันควรจะมีเข้ามาตั้งแต่ปี 2546-47 นั่นแล้ว กระทั่งมาถึงรัฐบาลชุดปัจจุบัน ตอนที่เข้ามารับตำแหน่งใหม่ๆ ก็รับปากว่าจะซื้อเพิ่มเข้ามาให้ ขสมก. กว่า 3,000 คัน แต่สุดท้ายเรื่องก็ไปไม่ถึงไหน ไม่ได้มีการดำเนินการอย่างที่รับปากไว้ ทั้งที่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ควรดำเนินการเร่งด่วน เพราะจำเป็นต่อประชาชนอย่างมาก หากว่ายังไม่มาความคืบหน้า หรือความชัดเจน ทางสหภาพฯ ก็จะมีมาตรการเคลื่อนไหวต่อไปแน่นอน”

นายวีระพงษ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เคยติดตามความคืบหน้าพบว่าเรื่องดังกล่าวอยู่ที่สภาพัฒน์ เพื่อทำแผนฟื้นฟู ซึ่งในความเป็นจริง หากรถเก่าหมดอายุการใช้งาน ก็ต้องดำเนินการจัดหารถใหม่เข้ามาทดแทนอยู่แล้ว ฉะนั้นเรื่องของแผนฟื้นฟู กับเรื่องการจัดซื้อรถใหม่จึงเป็นคนละเรื่องกัน ทั้งนี้ หากทาง ขสมก. ยังไม่มีรถใหม่ ภายใน 2-3 ปี องค์การฯ คงไม่มีรถบริการพี่น้องประชาชนอย่างแน่นอน

ส่วนสาเหตุที่ทางสหภาพแรงงานจำเป็นต้องออกมาทวงถามรัฐบาลเรื่องการจัดหาซื้อรถโดยสาร ขสมก.ใหม่นั้น เนื่องจากว่า รถ ขสมก. ทุกวันนี้แต่ละคันมีอายุการใช้งานเกินกว่าเกณฑ์คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมที่กำหนดไว้ว่า รถของรัฐ ที่วิ่งให้บริการต้องมีอายุไม่เกิน 10 ปี ในขณะที่รถ ขสมก. ปัจจุบันมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี บางคันใช้งานมานานเกือบ 20 ปี ส่งผลให้เกิดปัญหาเรื่องของรถเสียเดือนหนึ่งไม่ต่ำกว่า 400 คัน จนไม่สามารถให้บริการประชาชนได้อย่างเต็มที่ บางครั้งเสียระหว่างให้บริการบนทางด่วนบ้าง ตามเส้นทางต่างๆ บ้าง ทำให้ประชาชนเสียเวลา โดยเฉพาะเมื่อครั้งที่เกิดเหตุการณ์ประท้วงทางการเมือง รถ ขสมก. เสียหายไปจากเหตุการณ์ดังกล่าวถึง 31 คัน ซึ่งก็ยังไม่มีรถใหม่มาแทนให้แต่อย่างใด

“ผมไม่อยากให้พูดว่าจะนำรถมาให้บริการ ในขณะที่รถไม่สามารถให้บริการได้อีกแล้ว ซ้ำร้ายตอนนี้ก็มีรถเอกชนเข้ามาวิ่งให้บริการเยอะมาก ที่วิ่งทับเส้นทาง ขสมก.ก็มี ที่สำคัญสิ่งที่สหภาพฯ พยายามคัดค้านมาตลอดทุกยุค ทุกสมัย คือนโยบายเรื่องการแปรรูป สหภาพฯไม่อยากให้เอกชนเข้ามาดำเนินการ เพราะจะเป็นการเพิ่มอำนาจในการต่อรองของภาคเอกชนมีมากขึ้น อย่างล่าสุดก็จะปรับขึ้นค่าโดยสารอีก 1 บาท ซึ่งบางคันก็เปลี่ยนไปใช้เอ็นจีวีนานแล้ว  พอช่วงนี้น้ำมันขึ้นก็มาอ้างว่าจะต้องปรับขึ้นค่าโดยสาร อ้างว่ายังไม่ได้ใช้เอ็นจีวี แต่พอเอ็นจีวีขึ้น ก็บอกตอนนี้เขาใช้เอ็นจีวีเลยจำเป็นต้องปรับขึ้นค่าโดยสาร นี่คือการบริหารแบบนายทุนที่ไม่ได้มองถึงเรื่องการให้บริการประชาชนอย่างแท้จริง คิดเพียงว่าทำอย่างไรจึงจะได้ผลกำไรเยอะๆเท่านั้นเอง”

อย่างไรก็ตาม ขสมก. ก็จำเป็นต้องมีอยู่ต่อไป เพื่อให้บริการประชาชน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ส่วนกิจกรรมของสหภาพแรงงาน ในวันที่ 1 พ.ค.นี้จะมีความเคลื่อนไหวลักษณะขบวนรถ ขสมก. สะท้อนปัญหาต่างๆ โดยหัวขบวนจะเริ่มตั้งแต่หน้ารัฐสภา.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
  • 29 เมษายน 2555, 10:30 น.
tags:

เมษายน 29, 2012 Posted by | เศรษฐกิจ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , | ให้ความเห็น

คาดสัปดาห์หน้าค่าบาทเคลื่อนไหวที่ 30.70-31.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ

http://www.thairath.co.th/content/eco/256513

29 เมษายน 2555, 08:19 น.

Pic_256513

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาด สัปดาห์หน้าค่าบาทเคลื่อนไหวที่ 30.70-31.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ แนะจับตาตัวเลขเศรษฐกิจเดือน มี.ค. และเงินเฟ้อเดือน เม.ย.ของไทย

บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด รายงานว่า เงินบาทกลับมาแข็งค่าขึ้น หลังจากที่อ่อนค่าลงทดสอบระดับ 31.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ ท่ามกลางความต้องการเงินดอลลาร์ฯ จากกลุ่มผู้นำเข้า และประเด็นวิกฤติหนี้ยุโรปที่กระตุ้นแรงขายในตลาดหุ้นและสกุลเงินในเอเชียในช่วงต้นสัปดาห์ ทั้งนี้ เงินบาทเริ่มทยอยแข็งค่ากลับมาในช่วงกลางสัปดาห์ หลังจากที่ประธานเฟดยังคงไม่ตัดโอกาสของการใช้มาตรการผ่อนคลายรอบใหม่หากเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีทิศทางอ่อนแอลง นอกจากนี้ แรงขายเงินดอลลาร์ฯ ของผู้ส่งออก และการยืนระดับของค่าเงินยูโร (แม้ปัญหาของสเปนจะมีความน่ากังวลมากขึ้น) ก็เป็นปัจจัยบวกของเงินบาทด้วยเช่นกัน ในวันศุกร์ (27 เม.ย.) เงินบาทอยู่ที่ 30.77 เทียบกับระดับ 30.91 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (20 เม.ย.)

สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ถัดไป (30 เม.ย.-4 พ.ค.) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 30.70-31.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยคงต้องจับตารายงานตัวเลขเศรษฐกิจเดือน มี.ค. และอัตราเงินเฟ้อเดือน เม.ย.ของไทย ตลอดจนผลการประชุมนโยบายการเงินของ กนง. รวมถึงประเด็นแวดล้อมของวิกฤติหนี้ยุโรป และผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ตัวเลขตลาดแรงงานดัชนี ISM ภาคการผลิตและบริการเดือน เม.ย. ยอดสั่งซื้อของโรงงาน รายได้-รายจ่ายส่วนบุคคล และ Core PCE Price Index เดือน มี.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 29 เมษายน 2555, 08:19 น.

เมษายน 29, 2012 Posted by | เศรษฐกิจ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , | ให้ความเห็น

KFCจ่ออุทธรณ์คดีเด็กหญิงออสเตรเลียกินไก่ทวิสเตอร์แล้วป่วย

http://www.thairath.co.th/content/eco/256454

29 เมษายน 2555, 00:00 น.

Pic_256454

เคเอฟซีออสเตรเลียเตรียมยื่นอุทธรณ์คำตัดสินคดี ที่เด็กหญิงซามานล้มป่วยหลังกินไก่ทวิสเตอร์จากร้านเคเอฟซีในซิดนีย์

เคเอฟซีออสเตรเลียเตรียมยื่นอุทธรณ์คำตัดสินคดี ที่เด็กหญิงซามานล้มป่วยหลังกินไก่ทวิสเตอร์จากร้านเคเอฟซีในซิดนีย์   โดยเคเอฟซีออสเตรเลียยืนยันว่า บริษัทจะยื่นอุทธรณ์คำตัดสินของศาลสูงสุดของมลรัฐนิวเซาเวลส์ซึ่งตัดสินให้เคเอฟซีแสดงความรับผิดชอบต่อสาเหตุของอาการอาหารเป็นพิษซึ่ง เกิดจากเชื้อแบคทีเรียซาลโมแนลลาของเด็กหญิงในนครซิดนีย์ในปี 2548 ครอบครัวของเด็กหญิงโมนิก้า ซามานได้เรียกร้องให้เคเอฟซีชดใช้ค่าเสียหายจากการที่โมนิก้าล้มป่วยหลังจาก รับประทานไก่ทวิสเตอร์ที่ชื้อจากร้านเคเอฟซีในนครซิดนีย์ในเดือนตุลาคมปี 2548

อย่างไรก็ตาม เคเอฟซีได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวภายหลังจากการสืบสวนคดีของศาลสูงสุดของ มลรัฐนิวเซาเวลส์ ซึ่งใช้เวลา 4 สัปดาห์ โดยผู้พิพากษารอทแมนได้ตัดสินให้ครอบครัวซามานเป็นผู้ชนะคดี แซลลี่ โกลเวอร์ หัวหน้าฝ่ายสื่อสารองค์กรของเคเอฟซีออสเตรเลียกล่าวว่า “เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่น่าเศร้าอย่างมาก แต่เรารู้สึกผิดหวังและประหลาดใจอย่างมากกับคำตัดสินของผู้พิพากษา”   “เราเชื่อว่าหลักฐานได้แสดงให้เห็นว่า เคเอฟซีไม่ได้เป็นสาเหตุของเหตุการณ์ที่น่าเศร้าสลดนี้ และหลังจากที่ได้พิจารณาคำพิพากษาและขอคำปรึกษาเพิ่มเติมจากทนายของเราแล้ว เราได้ตัดสินที่จะยื่นอุทธรณ์ต่อคำตัดสินของผู้พิพากษารอทแมน  “เรารู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อโมนิก้าและครอบครัวซามาน อย่างไรก็ตาม เรามีหน้าที่ในการปกป้องชื่อเสียงของเคเอฟซีในฐานะผู้ผลิตอาหารที่ปลอดภัย และมีคุณภาพสูง ตลอดระยะเวลา 50 ปีในออสเตรเลีย เคเอฟซีมีชื่อเสียงที่ดีในการมีมาตรฐานอาหารที่มีคุณภาพสูง และเราจะทำงานต่อไปเพื่อรักษาชื่อเสียงนั้นไว้ เนื่องจากในขณะนี้บริษัทกำลังอยู่ในระหว่างกระบวนการยื่นอุทธรณ์คดี ดังนั้นจึงไม่เหมาะสมที่เราจะให้ความเห็น” โกลเวอร์กล่าว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 29 เมษายน 2555, 00:00 น.

เมษายน 29, 2012 Posted by | เศรษฐกิจ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , | ให้ความเห็น

ตลาดหลักทรัพย์อาเซียนพร้อมเปิดซื้อขายมิ.ย.นี้

http://www.thairath.co.th/content/eco/256432

28 เมษายน 2555, 23:00 น.

Pic_256432

ผู้บริหารระดับสูงของตลาดหลักทรัพย์อาเซียน เปิดเผยหลังการประชุมร่วมกันที่สิงคโปร์ว่า โครงการเชื่อมโยงการซื้อขายหลักทรัพย์ของตลาดหลักทรัพย์อาเซียน (ASEAN Trading Link) พร้อมเปิดซื้อขายในเดือนมิถุนายนนี้ นำโดยตลาดหลักทรัพย์มาเลเซียและสิงคโปร์ เป็นคู่แรก ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์ไทยจะพร้อมเชื่อมโยงการซื้อขายในเดือนสิงหาคมนี้

วันที่ 28 เม.ย. นายแมกนัส บอคเกอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ กล่าวในนามผู้แทนของตลาดหลักทรัพย์อาเซียนว่า “ความร่วมมือของสมาชิกในตลาดหลักทรัพย์อาเซียนที่จะเปิดโครงการ ASEAN Trading Link นี้ ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่จะนำไปสู่การขจัดอุปสรรคของการซื้อขายหลักทรัพย์ระหว่างกลุ่มประเทศอาเซียน การเชื่อมโยงการซื้อขายนี้ จะทำให้นักลงทุนในภูมิภาคอาเซียนได้รับความสะดวกในการเข้าถึงทางเลือกการลงทุนที่กว้างขึ้น และสามารถได้ประโยชน์จากการเติบโตของภูมิภาคนี้ ตลาดหลักทรัพย์ทั้ง 3 แห่ง ที่เข้าร่วม ASEAN Trading Link ในระยะแรกนี้ มีมูลค่าหลักทรัพย์ราคาตลาดรวมคิดเป็นสองในสาม ของมูลค่ารวม 2.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ของตลาดหลักทรัพย์อาเซียนทั้ง 7 แห่ง” นายแมกนัส กล่าวภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของตลาดหลักทรัพย์อาเซียนครั้งที่ 16 ซึ่งจัดขึ้นที่สิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 26-27 เม.ย.

ด้านนายจรัมพร โชติกเสถียร  กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ไทย กล่าวว่า “ASEAN Trading Link  เป็นโอกาสใหม่ของผู้ลงทุนและผู้ร่วมตลาดทุนในภูมิภาคนี้ และเป็นการเปิดโอกาสให้มีการลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาในไทยมากขึ้น เมื่อการเชื่อมต่อการซื้อขายเริ่มขึ้นแล้ว ผู้ลงทุนไทยจะได้รับความสะดวกส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ไปยังตลาดอื่นๆ ในภูมิภาค ผ่านโบรกเกอร์ไทยที่มีเชื่อมต่อกับตลาดนั้นๆ เป็นการเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้ลงทุน และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจแก่บริษัทหลักทรัพย์ ขณะเดียวกัน จะทำให้หลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนไทยเป็นที่รู้จักและได้รับความสนใจจากผู้ลงทุนต่างประเทศทั้งในและนอกภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น”

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังลงนามข้อตกลงให้ FTSE ซึ่งเป็นผู้จัดทำดัชนีชั้นนำของโลก จัดทำข้อมูลและวิเคราะห์ตลาดอาเซียนในเชิงลึก เพื่อเผยแพร่บนเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์อาเซียน นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรระดับโลกอื่นๆ เพื่อผลักดันให้ภูมิภาคอาเซียนเป็นแหล่งลงทุนที่ได้รับการยอมรับระดับสูงในสายตานักลงทุนทั่วโลก

ขณะที่ นายแมกนัส กล่าวอีกว่า “พัฒนาการต่างๆ ที่ประกาศในวันนี้ สะท้อนอย่างชัดเจนถึงความแข็งแกร่งของความร่วมมือในกลุ่มตลาดหลักทรัพย์อาเซียน ที่จะผลักดันแผนการต่างๆ เพื่อส่งเสริมการเติบโตของตลาดทุนอาเซียน โดยการเพิ่มโอกาสการลงทุน ASEAN เข้าสู่นักลงทุนมากขึ้น”

การประชุมผู้บริหารระดับสูงครั้งที่ 16 นี้ ประกอบด้วยตลาดหลักทรัพย์ภูมิภาคอาเซียน 7 แห่ง ใน 6 ประเทศ ได้แก่ ตลาดหลักทรัพย์ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย รวมถึงตลาดหลักทรัพย์ 2 แห่งของเวียดนาม ได้แก่ ฮานอย และโฮจิมินห์.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 28 เมษายน 2555, 23:00 น.

เมษายน 29, 2012 Posted by | เศรษฐกิจ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , | ให้ความเห็น

ขนส่งฯเดินหน้าสร้างนักขับขี่มือใหม่

http://www.thairath.co.th/content/eco/256390

28 เมษายน 2555, 17:03 น.

Pic_256390

ขนส่งทางบก เดินหน้าสร้างนักขับขี่มือใหม่ให้มีคุณภาพด้วยโครงการ “เสริมความรู้ก่อนขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์และรถจักรยานยนต์” ในวันเสาร์-อาทิตย์ เป็นประจำทุกเดือน เผย!!!ประชาชนพอใจถึง 95.89%

วันที่ 28 เม.ย. นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า อุบัติเหตุทางถนนส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมการขับขี่ถึง 80% โดยสถิติเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา (ระหว่าง 11–17 เม.ย.55) พบว่า เกิดอุบัติเหตุ 3,129 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต จำนวน 320 ราย และบาดเจ็บ จำนวน 3,320 ราย โดยสาเหตุหลักเกิดจากการเมาสุรา รองลงมา คือ ขับรถเร็วเกินกำหนด และตัดหน้ากระชั้นชิด ประกอบกับผลจากการศึกษาวิจัย เรื่อง ความสูญเสียอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุจราจรทางบกในประเทศไทย ของศูนย์ศึกษานโยบายเพื่อการพัฒนา คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่าผู้พิการที่ตกเป็นเหยื่อจากอุบัติเหตุจราจรส่วนใหญ่จะมีอายุตั้งแต่ 13–25 ปี ซึ่งสาเหตุของอุบัติเหตุดังกล่าว เกิดจากผู้ขับขี่ไม่รู้กฎจราจร ขับรถด้วยความคึกคะนอง และขาดจิตสำนึกในการใช้รถใช้ถนนร่วมกัน

โดยกรมการขนส่งทางบกได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้ดำเนินการเสริมความรู้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้ร่วมมือกับภาคเอกชนจัดโครงการอบรมเสริมความรู้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ในวันเสาร์–อาทิตย์ เป็นประจำทุกเดือนทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 จนถึงปัจจุบัน เพื่อเสริมสร้างความรู้ด้านการขับขี่ที่ปลอดภัย เพื่อเป็นนักขับรถที่มีคุณภาพ

อย่างไรก็ตาม จนถึงปัจจุบันมีผู้ผ่านการอบรมเพื่อขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ จำนวน 36,519 ราย และมีผู้ผ่านการอบรมเพื่อขอรับใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 จนถึงปัจจุบัน จำนวน 12,362 ราย ทั้งนี้ จากการดำเนินงานตามโครงการดังกล่าว ปรากฏว่า ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก ผลจากการสำรวจความพึงพอใจ พบว่าประชาชนมีความพึงพอใจถึง 95.89%

นายอัฌษไธค์ กล่าวต่อไปว่า โครงการอบรมเสริมความรู้ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ในวันเสาร์และวันอาทิตย์ นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมหนึ่งที่กรมการขนส่งทางบกร่วมมือกับภาคเอกชน ได้แก่ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บริษัท บริดจสโตน เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด

สำหรับในส่วนกลางกำหนดจัดอบรมในวันที่ 19–20 พ.ค. 2555 ณ กรมการขนส่งทางบก และส่วนภูมิภาคกำหนด จัดอบรมในวันที่ 9–10 มิ.ย. 2555 ที่ จ.ตรัง ส่วนการอบรมเสริมความรู้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาต ขับรถจักรยานยนต์ กำหนดจัดอบรมในวันที่ 23–24 มิ.ย. 2555 ณ กรมการขนส่งทางบก โดยผู้ที่สนใจเข้ารับการอบรม สามารถสมัครด้วยตนเองพร้อมแนบหลักฐาน ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงพร้อมสำเนา และใบรับรองแพทย์ ที่ส่วนใบอนุญาตขับรถ อาคาร 4 ชั้น 3 กรมการขนส่งทางบก หรือสอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2271 8426-7 หรือสำนักงานขนส่งจังหวัด หรือสอบถาม Call Center 1584

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 28 เมษายน 2555, 17:03 น.

เมษายน 29, 2012 Posted by | เศรษฐกิจ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , | ให้ความเห็น

‘ไทยสมายล์’สยายปีก หวังส่วนแบ่งตลาดการบิน 25%

http://www.thairath.co.th/content/eco/256387

28 เมษายน 2555, 17:00 น.

Pic_256387

การบินไทยสมายล์ เริ่มบินเส้นทางแรก กรุงเทพฯ-มาเก๊า วันที่ 7 ก.ค.นี้ ตั้งเป้าชิงส่วนแบ่งตลาด 25% คาดมีรายได้ปีแรก 1.8 พันล้านบาท และมีกำไรภายในปีหน้า

วันที่ 28 เม.ย. นายวรเนติ หล้าพระบาง กรรมการผู้จัดการ หน่วยธุรกิจการบินไทยสมายล์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยภายหลังงานเปิดตัวบริการใหม่ “THAI SMILE ในงาน รักคุณเท่าฟ้า” ว่า การบินไทยสมายล์จะเปิดให้บริการครั้งแรกในวันที่ 7 ก.ค.นี้ ในเส้นทางกรุงเทพฯ-มาเก๊า วันละ 2 เที่ยว นอกจากนั้น ยังให้บริการเส้นทางบินในประเทศ ได้แก่ กรุงเทพฯ-กระบี่ กรุงเทพฯ-สุราษฎร์ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ และเชียงใหม่-ภูเก็ต ซึ่งจะทำการบินแทนเที่ยวบินของสายการบินไทยในช่วงนอกฤดูการท่องเที่ยว

ทั้งนี้ ประเมินว่าในปีนี้จะมีผู้โดยสารใช้บริการประมาณ 3 แสนคน และมีเที่ยวบินให้บริการประมาณ 90 เที่ยวต่อสัปดาห์ โดยมีเครื่องบินให้บริการ 4 ลำ อัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสารเฉลี่ยปีนี้อยู่ที่ประมาณ 72.2% รายได้อยู่ที่ประมาณ 1,800 ล้านบาท และยังไม่มีกำไร

ส่วนในปี 2556 จะมีเที่ยวบินให้บริการเพิ่มขึ้นเป็น 150 เที่ยวต่อสัปดาห์ โดยมีเครื่องบินให้บริการรวม 6 ลำ คาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 4,900 ล้านบาท และจะเริ่มมีกำไร

“มั่นใจว่าเมื่อการบินไทยสมายล์เริ่มให้บริการ จะทำให้ส่วนแบ่งการตลาดในภาพรวมบริษัทการบินไทยเพิ่มขึ้น และในส่วนของการบินไทยสมายล์ที่ให้บริการในเส้นทางกรุงเทพฯ-มาเก๊านั้น คาดว่าภายใน 1 ปีจะมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 22-25% โดยปัจจุบันมีสายการบินให้บริการเส้นทางนี้อยู่ 2 สายการบิน โดยเส้นทางนี้ถือว่ามีการแข่งขันสูง” นายวรเนติ กล่าว

ส่วนสาเหตุที่การบินไทยสมายล์จะมีกำไรเร็วนั้น เพราะเป็นหน่วยธุรกิจของการบินไทย ต้นทุนในการดำเนินงานจึงไม่สูงมาก ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่เป็นค่าเช่าเครื่องบิน ส่วนจุดแข็งของบริการ คือ เป็นสายการบินที่เน้นการให้บริการที่สดใส เจาะตลาดคนรุ่นใหม่ และราคาคุ้มค่ากับบริการ คือ มีบริการอาหารว่างและเครื่องดื่มฟรี และฟรีน้ำหนักกระเป๋าสัมภาระได้ 20 กก.

นายวรเนติ ยังกล่าวอีกว่า การเปิดให้บริการการบินไทยสมายล์ จะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับสายการบินของประเทศไทย เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ซึ่งถือว่ามีความจำเป็นที่ต้องเสริมความเข้มแข็ง เพราะเมื่อเปิดเออีซีแล้วสายการบินต่างชาติจะเข้ามาทำการบินในประเทศได้อย่างเสรี และฉวยโอกาสในการทำธุรกิจของประเทศไทย ซึ่งเส้นทางบินของประเทศไทยถือเป็นเส้นทางที่มีเสน่ห์.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 28 เมษายน 2555, 17:00 น.

เมษายน 29, 2012 Posted by | เศรษฐกิจ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , | ให้ความเห็น

โหวต ‘สุวรรณภูมิ’ สนามบินดีเด่นอันดับ 10 ของโลก

http://www.thairath.co.th/content/eco/256361

28 เมษายน 2555, 12:54 น.

Pic_256361

“สกายแทร็ค” หน่วยงานจัดอันดับท่าอากาศยานดีเด่นระดับโลก ประกาศให้ “สุวรรณภูมิ” เป็นสนามบินที่ให้บริการดีเด่นอันดับ 10 ของโลก จากผลโหวตของผู้ใช้บริการกว่า 12 ล้านคนทั่วโลก…

เมื่อวันที่ 28 เม.ย. นายสมชัย สวัสดีผล ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 19 เม.ย.ที่ผ่านมา “สกายแทร็ค” หน่วยงานที่จัดอันดับท่าอากาศยานดีเด่นระดับโลก ภายใต้ชื่อ SKYTRAX World Airport Awards ได้ประกาศให้ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) เป็นท่าอากาศยานที่ให้บริการดีเด่นอันดับ 10 ของโลก ในกลุ่มท่าอากาศยาน ที่มีผู้โดยสารใช้บริการระหว่าง 30-50 ล้านคนต่อปี

การคัดเลือกท่าอากาศยานดีเด่นของ SKYTRAX จะเลือกจากการโหวตของผู้โดยสารที่ใช้บริการท่าอากาศยานต่างๆ ทั่วโลก จำนวน 385 แห่ง ผ่านทางเว็บไซต์ http://www.worldairportsurvey.com ระหว่างเดือน ก.ค. 2554 จนถึงช่วงต้นปี 2555 ที่ผ่านมา และนำมาจัดอันดับตามคะแนนสูงสุดในประเภทต่างๆ เช่น การแบ่งตามภูมิภาค การแบ่งตามศักยภาพการรองรับผู้โดยสาร ซึ่งปีนี้มีผู้ใช้บริการจากทั่วโลกเข้าร่วมโหวตให้คะแนนท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กว่า 12 ล้านคน และเมื่อต้นปีที่ผ่านมา สภาท่าอากาศยานสากล Airports Council International (ACI) ก็ได้ประกาศให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นท่าอากาศยานดีเด่น อันดับ 7 ของโลก ประจำปี 2554 ในกลุ่มท่าอากาศยานที่มีผู้โดยสารใช้บริการ 40 ล้านคนขึ้นไป

นอกจาก ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จะได้รับรางวัลดังกล่าวแล้ว ยังมีโรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ ได้รับรางวัลโรงแรมท่าอากาศยานดีเด่นของโลก อันดับ 5 ในปี 2555 หรือ World’s Best Airport Hotel ด้วยเช่นกัน.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 28 เมษายน 2555, 12:54 น.

เมษายน 29, 2012 Posted by | เศรษฐกิจ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , | ให้ความเห็น

ชิลเอาต์(เกือบ)ทั้งวัน @ เรด ซัน บาย ตะวันแดง

ชิลเอาต์(เกือบ)ทั้งวัน @ เรด ซัน บาย ตะวันแดง

  • 27 เมษายน 2555 เวลา 13:59 น.

โดย…ลีโอ เคน / ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน

“ห้างปิดแล้ว ไปต่อไหนดี?”

“เออ…นั่นดิ!!!”

คำถามที่ได้ยินจนชินหู กับคำตอบที่ไม่ค่อยช่วยอะไรสักเท่าไหร่

…จะยากอะไร ก็ต่อชิลต่อมันเสียที่ในห้างนั่นล่ะ…

เรดซัน บาย ตะวันแดง สถานที่แฮงเอาต์น้องใหม่ในเครือโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง ที่แลดูฮิปและเฟรชชีกว่า เปิดเอาใจหนุ่มสาวที่ชอบสังสรรค์อยู่ในห้างกลางกรุงที่พิเศษกว่าใคร สามารถนั่งชิลเอาต์แบบฉ่ำอุราได้เกือบทั้งวัน ต่อให้รอหวานใจช็อปมาราธอนก็ไม่มีหน่าย เฮอะ เฮอะ

เรดซัน บาย ตะวันแดง เปิดต้อนรับผู้มาเยือนในบรรยากาศสบายๆ ด้วยการตกแต่งแสนทันสมัยสไตล์คอสโม ทำให้ลืมภาพลักษณ์โรงเบียร์กันไปเลย มีทั้งโซนบาร์นั่งดริงก์แสนชิล แลเห็นเครื่องดื่มกล่อมอารมณ์อย่างถนัดตา จะเรียกหาก็ง่ายดาย

ใกล้กันนั้นเป็นโซนส่วนตัวโดดเด่นด้วยโซฟาลีลาไม่ซ้ำกัน เหมาะจะนั่งจิบเบียร์เย็นๆ หรือไวน์เบาๆ เคล้ากับเสียงดนตรีนุ่มๆ กับคนที่รู้ใจยิ่งนัก

ถ้ามาเป็นก๊วนโซน Dining น่าจะเหมาะที่ซู้ดดด เพราะนอกจากกว้างขวางแล้ว ยังแนบชิดกับนักดนตรีน้ำเสียงคุณภาพที่หมุนเวียนมาเอาใจตั้งแต่เย็นย่ำไปจนถึงเที่ยงคืน แม้จะไม่ได้อลังการเท่าโรงเบียร์อันเกรียงไกร แต่กล่อมอารมณ์และสร้างความสำราญได้ไม่แพ้กัน อย่างน้อยก็ช่วยขับไล่ความเครียดให้หนีไปจากเราได้อย่างง่ายดายแล้วกันล่ะเออ

ด้านเมนูอาหารคุณภาพคับจานทุกเมนู เน้นเสิร์ฟอาหารไทยต้นตำรับในลุคโมเดิร์นที่คงรสชาติความเป็นไทยแท้เอาไว้ทุกกระเบียดนิ้ว และมีให้เลือกกว่า 130 เมนู

ขอออกสตาร์ตเบาๆ ด้วย เรดซันบิ๊กเซต มีถั่วลิสงกับกุ้งเรือนแก้วเคี้ยวเล่นๆ แสนเพลิน ตามต่อด้วย เปาะเปี๊ยะปูทอด มาในรูปสแน็กกิ๊บเก๋ รสชาติยังครบเครื่อง เปาะเปี๊ยะกรอบ นุ่ม แน่นเนื้อปู ชูรสด้วยน้ำจิ้มบ๊วยสูตรพิเศษ เรียกน้ำย่อยดีแท้

ส่วนเมนูใครมาใครสั่งต้อง กะหล่ำปลีน้ำปลา โอ้ว…แม่เจ้า อร่อยมากมาย

ชอบความจัดจ้านต้องจานนี้เลยคุณขา ส้มตำไหลบัว ไหลบัวหรือหน่อบัวสดหั่นเป็นเส้น คลุกเคล้าด้วยเครื่องส้มตำจัดจ้าน ทั้งกรอบทั้งแซบเวอร์ จริงๆ อิอิ

ไก่ย่างหนังกรอบ ที่ผ่านทั้งกระบวนการหมัก อบ ย่าง อย่างชำนาญการ ผลที่รับเป็นไก่ย่างแสนอร่อย ทั้งกรอบ ทั้งนุ่ม ที่ซู้ดดด!!!

อย่ามัวเอนจอยกับอาหารจนหลงลืมสั่งเครื่องดื่มมาย้อมใจ เรด ซัน เขากำนัลเครื่องดื่มแบบจัดเต็มไม่น้อยหน้าโรงเบียร์กันหรอกนะ ทั้งเหล้า ทั้งเบียร์ ทั้งไวน์ ค็อกเทล แล้วก็ ม็อกเทล

ขอแนะนำ น้ำบ๊วยจักรพรรดิ เปรี้ยวหวานกำลังสดชื่น แต่ที่แอบชอบใจ มะม่วงเกล็ดไวน์ ไวน์ในรูปแบบเกล็ดน้ำแข็ง บอกได้คำเดียวว่าแรงงงงงส์…

เอาเป็นว่า วันไหนนึกอยากสังสรรค์หลังเลิกงานระหว่างรอหวานใจช็อปกระจาย หรือย้อมอารมณ์ก่อนไปต่อ เรด ซัน สนอง Need ทุกสถานการณ์

เสน่ห์อีกประการคือ เมื่อมาต่างเวลา ก็ให้ความรู้สึกที่ต่างอารมณ์อีกตะหาก อิอิ!!!

ไปชิลเอาต์กันได้ทุกวัน บนชั้น 7 ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ ตั้งแต่เวลา 11 โมง ยาวไปจนถึงเที่ยง โทร. 02-658-0821-2

เมษายน 28, 2012 Posted by | กิน-เที่ยว, โพสต์ทูเดย์, ไนท์ไลฟ์ | , , , , | ให้ความเห็น

มาแว้ว…‘กาแฟชะมด’ เจ้าแรกบุกหาดใหญ่ !! หอมกรุ่นราคาเบาเบา

มาแว้ว…‘กาแฟชะมด’ เจ้าแรกบุกหาดใหญ่ !! หอมกรุ่นราคาเบาเบา

  • 27 เมษายน 2555 เวลา 14:20 น.

โดย…วิชยันต์ บุญโชติ

คนเราเป็นอะไรได้หลายอย่างและลองผิดลองถูกได้หลายครั้งหลายหน กว่าจะได้พบเจอกับสิ่งที่เป็นตัวตนที่แท้จริง บางคนใช้เวลาไม่นาน แต่หลายคนใช้เวลาทั้งชีวิตก็ยังค้นหาไม่เจอ วิชัย สุวิชชโยวงศ์ ก็เป็นหนึ่งในจำนวนผู้คนที่ค้นพบตัวเองหลังจากทำงานมาแล้วหลากหลายอาชีพ จนมาหยุดอยู่ที่ธุรกิจกาแฟที่เขารักและมีความสุขกับอาชีพนี้ในการเป็นเจ้าของแฟรนไชส์ The Espresso Coffee

“ผมชอบดื่มกาแฟมานาน ไม่เคยนึกว่าตัวเองจะมาทำธุรกิจประเภทนี้ แต่เมื่อมีโอกาสเราก็รีบคว้าไว้ ด้วยใจรักและความชอบเป็นทุนเดิ ผมจึงเริ่มต้นเปิดร้านกาแฟ The Espresso ขึ้นครั้งแรกเมื่อ 6 ปีที่ผ่านมา และถือได้ว่าเป็นเจ้าแรกเลยที่เป็นแฟรนไชส์กาแฟสดในหาดใหญ่ มาวันนี้ผมมีสาขาทั้งหมดในหาดใหญ่ 7 สาขา และมีแฟรนไชส์อีกกว่า 30 แห่งในภาคใต้”

“วิชัย” ยังเป็นผู้จำหน่ายเมล็ดกาแฟคั่ว เครื่องชงกาแฟ อุปกรณ์เปิดร้านกาแฟ และให้คำปรึกษาเรื่องการเปิดร้านกาแฟด้วย ล่าสุดเขาทำให้ชาวหาดใหญ่ฮือฮา เมื่อเขานำกาแฟชะมดมาบุกตลาดครั้งแรกที่นี่ ภายในห้างสยามนครินทร์ หาดใหญ่

สำหรับเส้นทางของ “กาแฟชะมด” นั้น วิชัยเล่าให้ฟังว่า จุดดั้งเดิมกาแฟชนิดนี้เกิดขึ้นที่ต่างประเทศ น่าจะเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ตอนนั้นเกิดภาวะขาดแคลนกาแฟอย่างมาก เกษตรกรที่ปลูกกาแฟต้องควานหามาให้ได้ ปรากฏว่าวันหนึ่งมีคนเข้าไปเจอมูลของชะมดในไร่กาแฟ และในมูลนั้นมันมีเมล็ดกาแฟที่ชะมดกินเข้าไป ด้วยการที่ในสมัยนั้นกาแฟมันหายาก จึงจำต้องเก็บเอามูลชะมดมาทำความสะอาดและผ่านกระบวนการคั่ว สุดท้ายจึงชงดื่ม

ปรากฏว่าเมล็ดกาแฟที่มาจากขี้ชะมด เมื่อคั่วออกมาและชงแล้วกลับมีกลิ่นหอมอย่างประหลาด แถมรสชาติอร่อยกลมกล่อมมาก กระทั่งต่อมาจึงเริ่มมีการวิจัยอย่างจริงจัง จึงพบว่าในตัวชะมดมันจะมีเอนไซม์อยู่ชนิดหนึ่ง มีผลทำให้กาแฟที่เจ้าชะมดกินเข้าไป เมื่อถ่ายมูลออกมาเมล็ดกาแฟนั้นจะมีรสชาติดีเลิศ ต่อมาจึงมีการให้คอกาแฟระดับโลกไปทดลองชิมกาแฟชะมด ผลออกมาว่าทุกคนยกให้เป็นกาแฟที่มีรสชาติดีที่สุดระดับโลกเลยทีเดียว

“The Espresso กับกาแฟชะมดมีที่มา เมื่อผมได้มีโอกาสไปดูกระบวนการของกาแฟชะมดที่ประเทศเวียดนาม ผมจึงเกิดความสนใจ จากนั้นจึงได้ติดต่อประสานงานกันเพื่อนำมาจำหน่ายในบ้านเรา ซึ่งกาแฟชะมดที่ผมนำมาจำหน่ายนี้ ถือได้ว่าเป็นของแท้และดีที่สุด รวมทั้งผมเองยังเป็นเจ้าเดียวที่นำเข้ากาแฟชะมดในขณะนี้

ผมก็ได้รับสิทธิจำหน่าย (Licence) อย่างถูกต้องด้วย ส่วนที่ร้านสาขาสยามนครินทร์หาดใหญ่ ตอนนี้ผมมีกาแฟชะมดจำหน่าย ทั้งรูปแบบของผลิตภัณฑ์บรรจุกล่องสวยหรู เป็นของขวัญของฝาก และมีบริการให้ลูกค้าได้ดื่มในร้านด้วย และที่นอกเหนือกว่านั้นคือผมได้ตั้งเป้าไว้ว่าจะเป็นศูนย์จำหน่ายเมล็ดกาแฟชะมด จำหน่ายเมมเบอร์ จัดทำเป็นช็อปและมีแฟรนไชส์ด้วย”

วิชัย บอกว่า กาแฟชะมดกับคนไทยยังเป็นเรื่องใหม่ และเขาเองก็เพิ่งได้รับอนุญาตให้เป็นผู้นำเข้าเพียงเจ้าเดียวที่นำกาแฟชะมดมาจากเวียดนาม ซึ่งเป็นการผลิตแบบได้รับสัมปทาน เหมือนกันกับรังนกนางแอ่นในบ้านเรา

“ยังมีประเทศที่นิยมอีกหลายประเทศ ที่โด่งดังเห็นจะเป็นที่อินโดนีเซียกับอิตาลี ได้รับการยอมรับว่ากาแฟชะมดมีรสชาติที่กลมกล่อม หอมและอร่อยที่สุด ราคาก็จะแพงมาก เพราะกระบวนการผลิตกว่าจะได้มาแต่ละกิโลกรัมทำได้ยาก ส่วนในประเทศไทยเราตอนนี้ก็มีไร่กาแฟที่ผลิตกาแฟชะมดเหมือนกัน ที่ จ.กาญจนบุรี ตราด และชุมพร ซึ่งกำลังจะออกสู่ตลาดเร็วๆ นี้” ซึ่งเขาเองก็เล็งๆ ไว้ จะไปติดต่อเพื่อนำมาสร้างแบรนด์ต่อไป

“กาแฟชะมดที่ขายกันในแถบยุโรป ราคากิโลกรัมละ 1 แสนบาท แต่ผมเอามาจากเวียดนาม ไปซื้อถึงแหล่งเลยได้กิโลกรัมละ 3 หมื่นบาท เป็นเกรดเดียวกับที่ขายกันกิโลกรัมละเป็นแสนที่ยุโรป เราไปเอามาให้คนไทยได้มีโอกาสลิ้มลองในราคาสบายๆ ตอนนี้มีโปรโมชันพิเศษ กาแฟชะมดเกรดเออย่างดี 100% แก้วละ 550 บาท ลดเหลือ 350 บาท

ตั้งแต่เปิดมาได้ไม่นานตลาดตอบรับดีมาก มีลูกค้าคอกาแฟพันธุ์แท้เดินทางมาจากต่างจังหวัด ทั้งที่ตรังและจังหวัดใกล้เคียง มาชิมกาแฟชะมดของเรา และเริ่มมีการบอกปากต่อปาก ก็มีลูกค้าแวะเวียนมาไม่ขาดสาย

ตอนนี้ผมก็เห็นว่าหาดใหญ่เราพร้อมใจกันกระตุ้นการท่องเที่ยว มีแคมเปญลด 5 อย่าง 5 สัปดาห์ ผมเลยขยายเวลาโปรโมชันกาแฟชะมดต่อไปจนถึง 30 พ.ค.นี้”

ดิ เอสเปรสโซ กาแฟชะมดระดับโลกจากเวียดนาม รอให้คุณมาพิสูจน์แล้ว เสิร์ฟร้อนๆ หอมกลมกล่อมแก้วละ 350 บาท คอกาแฟถ้าไม่มาลองสักครั้ง เรื่องนี้ถึงครูอังคณาแน่!

เมษายน 28, 2012 Posted by | กิน-เที่ยว, ร้านอาหาร, โพสต์ทูเดย์ | , , , , , , , | ให้ความเห็น

ความสุขความอร่อยเติมให้เต็มที่รี:ฟิล

ความสุขความอร่อยเติมให้เต็มที่รี:ฟิล

  • 27 เมษายน 2555 เวลา 14:17 น.

โดย… บัวนาโนตเต/ภาพ ภัทรชัย ปรีชาพานิช

ชีวิตคนเมืองที่เร่งรีบ วันนี้ขอพาไปแวะจุดพัก ณ ที่แห่งหนึ่งอันเป็นระหว่างทางยาตราของพวกเราชาวกรุง…รี:ฟิล ทางเลือกง่ายๆ ที่เต็มไปด้วยสไตล์ ทุกอย่างคือความสดใหม่คงไว้ด้วยคุณภาพ และนี่เองที่ทำให้รี:ฟิลขึ้นชื่อเรื่องความฮิป ที่เหมาะกับนักเดินทางสมัยใหม่

รี:ฟิล ตั้งอยู่ที่ชั้นล่าง โรงแรมอลอฟท์ ซอยสุขุมวิท 11 ที่นี่มีเมนูเก๋ๆ ที่มาพร้อมกับความสุข ตอบสนองไลฟ์สไตล์อันเร็วจี๋แบบแกรบ แอนด์ โก สำหรับสไตล์การตกแต่งเป็นโมเดิร์นคลาสสิก เน้นความโปร่งสบาย ขณะเดียวกันก็ไม่ทิ้งสีสันและความสนุก ด้านในยังมีโซฟายาว โต๊ะพูล และโต๊ะฟัสบอล สำหรับผู้รักในเกมกีฬา บริการฟรีไวไฟ 24 ชั่วโมง

เมนูส่วนใหญ่เป็นเมนูเบาๆ และอาหารทานเล่นเพื่อสุขภาพ ขอแนะนำจานแรกเป็นแซนด์วิชโฮมเมด ที่เลือกได้ทั้งชนิดของขนมปังและชนิดของไส้ ชนิดของขนมปังมีตั้งแต่อิงลิชมัฟฟิน, โฮลวีทโทสต์, ไวท์โทสต์, รอจจีนา เบรด ลอฟ และคอร์น เปป เบรด ลอฟ

ส่วนชนิดของไส้ก็ขึ้นอยู่กับใจคนกิน ใครใคร่กิน…กิน มีทูน่า แฮม แซลมอนรมควัน ชีส ไก่รมควัน ซึ่งวันนี้ทำมาเป็นแซนด์วิชเบเกิลไส้แซมมอนรมควัน ครีมสลัดไม่หวานมากทาไว้ที่ด้านในของเบเกิล ไส้เป็นแซลมอนรมควันรสดีอร่อยจริงๆ

หรือจะรับเป็นชิกเคน แรปเปอร์ ที่แร็พไว้ ซึ่งไก่รมควันแสนอร่อย รสชาติได้ความสดใหม่ของผักปลอดสารพิษ ซึ่งเพาะแปลงพิเศษสำหรับลูกค้า รสชาติออกแนวนวลเนียน ตามเทรนด์คนรุ่นใหม่ใส่ใจสุขภาพ ขนมนมเนยก็พอกันคือไม่หวาน รับประทานได้สบายใจเพราะไลค์มากๆ ได้แก่ เค้กบลูเบอร์รีโยเกิร์ต และราสเบอร์รี คัสตาร์ด ชีสเค้ก

สำหรับคนชอบช็อกโกแลต ขอแนะนำเป็นช็อกโกแลต ทรัฟเฟิล สตรอเบอร์รี เมนูดาร์กช็อกอารมณ์ดี เขาจะต้มครีมกับเนยจนหนึบได้ที่ แล้วใช้เหล้าอมาเรตโตเป็นกระสายเล็กน้อย เขย่ากับสตรอเบอร์รีและน้ำตาลให้เหมาะๆ ก่อนจะราดท็อปลงบนตัวช็อกโกแลตอร่อยถูกปากและถูกใจ

ส่วนซิกเนเจอร์ของที่นี่คือ พาเหรดเครื่องดื่มนานาชนิด วันนี้ได้ชิมสมูทตีพีชมะม่วงน้ำผึ้ง รสชาติผลไม้ปั่นรวมกัน กล่อมเกลากับโยเกิร์ต ได้เป็นสมูทตีเนื้อบางเบา ไม่หวานแต่แสนสดชื่น อีกสตรอเบอร์รีกล้วยสมูทตี รสฉ่ำ หวานหอมกล้วยและสตรอเบอร์รีที่เข้ากันอย่างลงตัว

ก่อนจะจากกันไปยังได้ชิมลาเต้กลิ่นนัทและเมลอนที ชารสดี เอิร์ลเกรย์ผสมกับเมลอนสด ประดับด้วยเมลอนหั่นเต๋าอย่างเก๋ไก๋ เสิร์ฟคู่กับน้ำเชื่อมกลิ่นวอเตอร์เมลอน ปิดทริปเต็มอิ่มด้วยรอยยิ้ม รี:ฟิล เปิดทุกวัน 24 ชั่วโมง โทร. 022-077-000 หรือ www.alofthotels.com/bangkoksukhumvit11

เมษายน 28, 2012 Posted by | กิน-เที่ยว, ร้านอาหาร, โพสต์ทูเดย์ | , , , , | ให้ความเห็น

ความสนุกเริ่มต้นที่นี่ วานิลลา เครป คาเฟ่

ความสนุกเริ่มต้นที่นี่ วานิลลา เครป คาเฟ่

  • 27 เมษายน 2555 เวลา 14:14 น.

โดย…ลีโอ เคน / ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

วานิลลา เครป คาเฟ่ (Vanilla Crepe Cafe) คาเฟ่น้องใหม่ในเครือวานิลลา ที่ให้ความสนุกสนานแบบจัดเต็ม…!!!

เริ่มต้นความสนุกสนานด้วยคอนเซปต์การให้บริการแบบเซลฟ์เซอร์วิส คาเฟ่ บางทีการได้ลงมือบริการตัวเองและคนที่รัก ก็เปลี่ยนรสชาติและให้ความสนุกสนานอยู่ไม่น้อยเหมือนกันนะ อิอิ

ต่อด้วยการตกแต่งสไตล์มินิลอฟต์ ที่ผสมกลมกลืนกับเฟอร์นิเจอร์กลิ่นอายสแกนดิเนเวียได้อย่างลงตัว และสนุกสนานไปกับโคมไฟสีดำขรึมขลังระรานตาเกือบทั้งร้าน

สนุกสุดท้ายขอเอาใจคนรักเครปกันโดยเฉพาะ ด้วยการเสิร์ฟเมนูเครปสไตล์ญี่ปุ่นแป้งกรอบๆ นุ่มๆ ที่มีให้เลือกทั้งคาวหวาน กว่า 40 เมนู รวมถึงสารพัดเมนูขึ้นชื่อของวานิลลา ที่จัดมาเอาใจกันเพียบเชียว

ความสนุกที่แสนอร่อยไม่คอยท่านั้น ขอเริ่มต้นด้วยเมนูสวยด้วยโฉม เครปไข่ดาว แป้งเครปเนื้อกรอบเบาสอดไส้ด้วยแฮม ผักขม เห็ด กระเทียม ชีสเข้มข้น และที่ขาดไปเสียมิได้คือไข่ดาว อร่อยได้ใจจริงๆ

เมนูนี้ก็เด็ด เครปหมูทอดทงคัตสึ หมูทอดสไตล์ญี่ปุ่น ที่มาพร้อมกับผักกาดแก้ว เพิ่มรสชาติด้วยมายองเนส ซอสทงคัตสึ และมัสตาร์ด อืมม…ลองดูสิ เชื่อแน่ว่าจะเป็นจานโปรดของคุณได้ไม่ยาก

อย่าลืมเรียกหาเมนูหวานมาตบท้ายมื้อให้สำราญบานใจด้วยเครปโยเกิร์ตน้ำผึ้งผลไม้สด แป้งเครปนุ่มๆ สอดไส้ด้วยโยเกิร์ต สตรอเบอร์รีสด พีช กล้วยหอม กีวี่ คอร์นเฟล็กส์ ผสานความอร่อยอีกระดับด้วยไอศกรีมวานิลลา เป็นของหวานครบรสที่ถูกเรียกหามากที่สุดในช่วงร้อนแล้งนี้

อ่อ…อีกเมนูที่ไม่ควรพลาด โตเกียวฮันนีเค้ก ชีสเค้กเนื้อนุ่มเนียนสไตล์ญี่ปุ่นที่มีหลากรสให้เลือกทั้งรสน้ำผึ้ง ชาเขียวญี่ปุ่น งาดำ เลมอน ลูกเกด และถั่วแดง ที่เสิร์ฟพร้อมวิปปิงครีมและท็อปปิงให้เลือกอีก 9 รสกันทีเดียว

ด้านเครื่องดื่มก็แสนสนานกำนัลด้วยอร่อยและสดชื่นแบบไม่น้อยหน้า ไม่ว่าจะเป็นช็อกโกแลตสมูตตี สตรอเบอร์รีสมูตตี แอปเปิ้ลโซดา หวานซ่าชื่นใจทั้งนั้น

คาเฟ่แห่งนี้ยังมีชาชั้นดีกลิ่นวานิลลา และกลิ่นที่ชวนถวิลหามาผสานกันจนชวนหลง ทั้ง ชาวานิลลาเชอร์รีบลอสซัม ชาวานิลลากรีนที ชาวานิลลาฟลาวเวอร์แบล็กที ดื่มกี่ทีๆ ก็หอมและสดชื่น

อีกสักนิด…ยังเอาใจคุณหนูที่สั่งเมนูแบบเซต จะได้รับสิทธิพิเศษด้วยการหยอดเหรียญตู้ไข่ แล้วลุ้นของขวัญเล็กๆ ติดมือกลับบ้านได้ด้วย

ผ่านไปสนุกสนานผสานความอร่อยกันได้ที่ วานิลลา เครป คาเฟ่ ชั้น 2 เฟซ 2 อาคาร เอฟ เดอะ คริสตัล พาร์ค เลียบทางด่วนรามอินทรา-เอกมัย เปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 11.00-22.00 โทร. 025-150-944

เมษายน 28, 2012 Posted by | กิน-เที่ยว, ร้านอาหาร, โพสต์ทูเดย์ | , , , , | ให้ความเห็น