ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

สม สุจีรา กับปริศนาแห่งจักรวาล มกราคม 14, 2012

สม สุจีรา กับปริศนาแห่งจักรวาล

  • 26 ธันวาคม 2554 เวลา 08:44 น.

นิพพานเกิดจากจิต เมื่อเข้าใจจิตก็เข้าใจจักรวาล…ส่วนหนึ่งของหนังสือ

โดย..วันพรรษา อภิรัฐนานนท์

นิพพานเกิดจากจิต เมื่อเข้าใจจิตก็เข้าใจจักรวาล…ส่วนหนึ่งของหนังสือ “ความลับของจักรวาล ทางแห่งนิพพาน” ของ ทพ.สม สุจีรา เจ้าของผลงาน “ไอน์สไตน์พบ พระพุทธเจ้าเห็น” ผู้กลับมาไขปริศนาของจักรวาลอีกครั้งในหนังสือเล่มใหม่ล่าสุด “ความลับของจักรวาล ทางแห่งนิพพาน” ซึ่งสำนักพิมพ์โพสต์บุ๊กส์ จัดพิมพ์ขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้

สม สุจีรา

สม สุจีรา เกิดที่จันทบุรี ในวัยเด็กครอบครัวย้ายที่อยู่บ่อย เคยย้ายไปอยู่ที่ระยอง ชลบุรี อุดรธานี บุรีรัมย์ สุดท้ายกลับมาอยู่ระยองอีกครั้ง เข้าเรียนชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนอัสสัมชัญระยองจนจบมัธยมต้น จากนั้นเข้าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา พญาไท ตอนเรียนที่กรุงเทพฯ ค่อนข้างกระเบียดกระเสียร จำได้ว่ามีชุดนักเรียนแค่ 3 ชุด ต้องวางแผนดีๆ ว่าวันจันทร์จะใส่ตัวไหน ซักตอนไหน

เลือกเรียนทันตแพทย์ เพราะอยากเป็นหมอ แต่ไม่อยากเกี่ยวข้องกับชีวิตคน หมอฟันเหมาะที่สุด จบแล้วสมัครใช้ทุนที่โรงพยาบาลจังหวัดสตูล และกลับมาเป็นนักศึกษาอีกครั้งในระดับปริญญาโท สาขาจิตวิทยาการให้คำปรึกษาและแนะแนว มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร หลังเรียนจบได้เข้าปฏิบัติธรรมกับพระอาจารย์ใหญ่ภัททันตะ อาสภมหาเถระ และพบว่าเรื่องของจิตตามแนวพระพุทธศาสนา ละเอียดลึกซึ้งกว่าจิตวิทยาตะวันตกมากมายนัก จึงศึกษาธรรมะด้วยตัวเองนับแต่นั้น

กำหนดรู้ภายในใจสงบ

“จิตวิทยาตะวันตก วิเคราะห์ไปที่คุณสมบัติซึ่งจิตแสดงออกมา ถ้าเทียบจิตเป็นน้ำ ตะวันตกจะรู้แค่ว่า น้ำนี้มีคุณสมบัติอะไร จุดเดือด จุดหลอมเหลว ความหนืด ความเค็มเป็นเท่าไหร่ แต่พระพุทธองค์ทรงวิเคราะห์ไปถึงองค์ประกอบภายในว่า ประกอบด้วยโมเลกุลอะไร อะตอมอะไร ยึดเหนี่ยวกันด้วยพันธะแบบไหน อะไรทำให้เกิดความหวาน ความเค็ม เมื่อได้ศึกษาเรื่องจิตตามแนวพุทธศาสนา ก็พบว่า องค์ประกอบของจิตหรือเจตสิก เป็นเรื่องสำคัญมาก” คุณหมอเล่า

 

เมื่อฝึกเจริญสติถึงจุดหนึ่ง จะเห็นการเกิดดับที่รวดเร็วจากสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัว ซึ่งคนธรรมดามองไม่เห็น เช่น แสงเทียนที่ลุกโชติช่วงดูเรียบเนียน ความจริงแล้วมีการเกิดดับของสะเก็ดไฟกระจายอยู่ภายในมากมาย แม้แต่อิริยาบถของร่างกาย ก็มีการเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา สติที่ไวทำให้สามารถจับการเปลี่ยนแปลงได้ละเอียดมากขึ้น เมื่อเห็นการเกิดดับ ของสิ่งต่างๆ รอบตัวเร็วกว่าคนอื่น จะทำให้เกิดปัญญาหยั่งรู้เข้าใจเรื่องหลัก อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา อย่างชัดเจน

ถ้ากำลังสติไวขึ้นอีก จะเห็นการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ของ เวทนา ตัณหา อุปาทาน สัญญา สังขาร วิญญาณ ซึ่งเกิดจากจิต และเห็นการเกิดดับของความคิด ซึ่งเกิดจากสมอง กำลังสติในขั้นนี้จะหยั่งรู้ว่า จิตกับสมองเป็นคนละส่วน แต่ทำงานร่วมกัน การปฏิบัติธรรมในลักษณะของการเจริญสติ กำหนดเฝ้าดูอาการต่างๆ จนเห็นการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป สามารถฝึกได้ตลอดเวลาในชีวิตประจำวัน ตอนทำงาน ขับรถ เดิน ยืน นั่ง นอน หรือแม้แต่ตอนหายใจ ท้องก็พอง ยุบอยู่ตลอด พยายามกำหนดสติตลอดเวลาที่ระลึกได้ ถ้าทำต่อเนื่อง ก็มีโอกาสบรรลุญาณได้ไม่ต่างจากการไปปลีกวิเวก นั่งสมาธิ

ความลับของจักรวาล ทางแห่งนิพพาน

การนั่งสมาธิและการฝึกเจริญสติ เกี่ยวข้องกับเจตสิกคนละดวง การนั่งสมาธิจะเป็นการฝึก เอกัคคตาเจตสิก ซึ่งเจตสิกตัวนี้มีหน้าที่กระตุ้นให้สมองหลั่งฮอร์โมนเอ็นโดรฟิน ส่วนการฝึกเจริญสติหรือวิปัสสนากรรมฐาจะกระตุ้นให้สมองหลั่งฮอร์โมนโดพามีน ฮอร์โมนสองชนิดนี้ทำงานต่างกัน โดพามีนจะเกี่ยวข้องกับความเฉลียวฉลาด เอ็นโดรฟินเกี่ยวข้องกับความสงบแต่สมองจะไม่ไว ผู้ที่ฝึกวิปัสสนากรรมฐาน เมื่อบรรลุพ้นญาณ 6 จะรู้สึกว่าสมองไวมาก โน้มจิตคิดอะไรก็เข้าใจไปหมด จนหลายคนหลงผิดไปว่า บรรลุญาณหยั่งรู้ทุกสรรพสิ่ง ความจริงเป็นเพียงประสิทธิภาพของสมองที่สูงขึ้น

“ผมเขียนไว้ในความลับของจักรวาลฯ ว่า สูงสุดที่ต้องการคือ นิพพาน แต่กว่าจะถึงขั้นนั้น ต้องผ่านอะไรหลายๆ อย่างก่อน รายละเอียดคงต้องไปอ่าน แต่อธิบายสั้นๆ ว่า เราจะไม่มีทางเข้าสู่นิพพาน ถ้าไม่สามารถแยกจิตออกจากสมอง”

วิธีในการแยกจิตออกจากสมอง คือ ใช้สติเป็นเครื่องมือ ดังที่หลวงปู่ดูลย์ อตุโล บอกว่า “คิดเท่าไรๆ ก็ไม่รู้ ต่อเมื่อหยุดคิดได้จึงรู้ แต่ต้องอาศัยความคิดนั่นแหละจึงรู้” หมายความว่า ถ้าใช้สติเฝ้าดูความคิดแต่ไม่รับอารมณ์ จะแยกจิตออกจากสมองได้ จะเห็นตัวความคิดและแยกแยะออกว่า สิ่งใดเป็นการทำงานของจิต สิ่งใดเป็นการทำงานของสมอง

ในการฝึกเจริญสติแบบกายานุปัสสนา ในการเคลื่อนไหว จิตจะเป็นตัวสั่งการให้สมองส่งสัญญาณไปที่กล้ามเนื้อ ดังนั้นขณะเดินจงกรม ถ้ากำหนดสติดูอาการละเอียดขึ้นเรื่อยๆ จนถึงจุดที่บรรลุญาณ จะรู้ว่า การเคลื่อนไหวแบบตั้งใจ เกิดจากจิตไม่ใช่สมอง เมื่อสติกำหนดการเคลื่อนไหวได้ละเอียดถึงจุดสูงสุด ก็บรรลุอรหันต์ได้ ดังเช่น พระอานนท์เพียรกำหนดสติที่อาการเคลื่อนไหวทางกายนับสิบปี การบรรลุจะมาแบบทันทีทันใดเหมือนสายฟ้าแลบ พระอานนท์จึงบรรลุอรหันต์ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน เอนกาย แต่ศีรษะยังไม่ทันถึงหมอน เป็นสภาวะที่จิตแยกออกจากสมอง และจิตหลุดพ้นจากอาสวะทั้งปวง

เป้าหมายคุณหมอ

ความฝันของคุณหมอ คือ การได้ไปติวให้กับนักเรียนด้อยโอกาส เช่น นักเรียนในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า นักเรียนในชนบท นักเรียนยากจน เพื่อให้พวกเขาสอบเข้าแพทย์ได้ นักเรียนเหล่านี้เมื่อจบออกมาจะเป็นแพทย์ที่ดี เพราะเคยผ่านชีวิตที่ยากลำบากมาก่อน เคยคิดขนาดอยากตั้งสมาคม แล้วสืบหาเด็กๆ ที่เป็นคนดี สอนให้เก่ง จนเป็นผู้นำของสังคมอนาคต

“คนดีที่ไม่เก่ง พัฒนาให้เป็นคนเก่งได้ แต่คนเก่งที่ไม่ดี ยากมากที่จะเปลี่ยนให้เป็นคนดี”

ปัจจุบันของ สม สุจีรา ทำงานตลอดเวลา ทั้งงานคลินิก งานบรรยาย งานเขียนหนังสือ งานสอนพิเศษ แม้จะเหน็ดเหนื่อยแต่มีความสุข ทำงานถึง 2 ทุ่มทุกวัน ไม่มีวันหยุด รับประทานข้าวเสร็จ 2 ทุ่มครึ่ง ก็มานั่งเขียนหนังสือต่อถึงเที่ยงคืน มีเหมือนกันที่น็อกไปเลย ตื่นอีกที 8 โมงเช้า เอ๊ะ…เราหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่

ความสุข คือ ได้ปฏิบัติธรรมที่วัด เป็นความสุขที่ปราศจากสิ่งเร้า ความสุขที่มาจากภายใน ไม่ต้องผ่านการกระตุ้นของตา หู จมูก ลิ้น กาย อนาคตคงค่อยๆ ลดงานทันตกรรมลง เหลือไว้เพียงงานบรรยายกับงานเขียน “ขอเป็นส่วนหนึ่งที่ได้ช่วยให้สังคมของเราดีขึ้น เท่าที่กำลังกาย กำลังทรัพย์ กำลังสติปัญญาของผมจะทำได้” คุณหมอสมกล่าว

About these ads
 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s