ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย ที่เกี่ยวข้อง

ข้าวสังข์หยด พัทลุง ข้าว จีไอ พันธุ์แรกของไทย มีให้ชิม ในงาน เกษตรมหัศจรรย์ฯ ครั้งที่ 3

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05032150954&srcday=2011-09-15&search=no

วันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2554 ปีที่ 23 ฉบับที่ 511

เกษตรมหัศจรรย์

อัสวิน ภัคฆวรรณ

ข้าวสังข์หยด พัทลุง ข้าว จีไอ พันธุ์แรกของไทย มีให้ชิม ในงาน เกษตรมหัศจรรย์ฯ ครั้งที่ 3

“ข้าวสังข์หยด พัทลุง” เป็นข้าวที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้ประกาศรับรอง ตั้งแต่ วันที่ 23 มิถุนายน 2549 ที่ผ่านมา ให้เป็นสินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์พันธุ์แรกของประเทศไทย (จีไอ) โดยชื่อข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุงนั้น หมายถึง ข้าวสังข์หยด ที่ผลิตตามระบบการตรวจรับรองการผลิตตามระบบการจัดการคุณภาพ (GAP) และภายใต้เงื่อนไขของสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ซึ่งจะเรียกกันตามถนัดของแต่ละคน แต่ถ้าให้ถูกต้องจริงๆ ต้องเรียกว่า “ข้าวสังข์หยด เมืองพัทลุง” เพื่อให้เห็นความแตกต่างตั้งแต่ชื่อ ตลอดถึงคุณภาพด้วย ซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ พ.ศ. 2546 สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication ย่อว่า GI 

โดยมีผลทำให้ข้าวสังข์หยด ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายในสิทธิของชุมชนผู้ผลิต เพื่อส่งเสริมให้มีการพัฒนาคุณภาพข้าวสังข์หยดที่ผลิตในท้องถิ่น เพิ่มมูลค่าของข้าวสังข์หยด เพราะเครื่องหมาย จีไอ เป็นเสมือนเครื่องหมายทางการค้า ที่รับรองคุณภาพของข้าวสังข์หยด ส่งเสริมให้ผู้ผลิต ผู้แปรรูปในท้องถิ่น ได้รักษามาตรฐานสินค้า ส่งเสริมอุตสาหกรรมในท้องถิ่น กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น สร้างความเข้มแข็งแก่ชุมชน ทั้งยังสร้างชื่อเสียงแก่ชุมชน จังหวัด ตลอดถึงรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่น

ข้าวสังข์หยด เมืองพัทลุง จะต้องปลูกในพื้นที่จังหวัดพัทลุงเท่านั้น ผู้ผลิตจะต้องขึ้นทะเบียนกับสำนักงานเกษตรจังหวัดพัทลุง ก่อนเริ่มทำการผลิต ซึ่งจะต้องปลูกข้าวในฤดูนาปี ระหว่างเดือนสิงหาคม-ตุลาคม โดยใช้เมล็ดพันธุ์บริสุทธิ์ ไม่มีสิ่งเจือปน จากศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพัทลุง ศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง หรือหน่วยงานอื่นที่สามารถตรวจสอบคุณภาพได้ และต้องเก็บเกี่ยวในเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ ในระยะพลับพลึง

หลังจากเก็บเกี่ยวแล้ว จะต้องเก็บรักษาข้าวให้มีความชื้น 14-15 เปอร์เซ็นต์ ผู้ผลิตจะต้องมีระบบการบันทึกข้อมูลการจัดการ หรือสามารถตรวจสอบได้ ตั้งแต่เมล็ดพันธุ์ ระบบการปลูกและคุณภาพข้าวเปลือก ข้าวสาร และที่สำคัญตามมาตรฐานข้าวสังข์หยด เมืองพัทลุง กำหนดให้ต้องขึ้นทะเบียน และการดูแลปฏิบัติให้เป็นไปตามระบบการจัดการคุณภาพ (GAP)

และต้องผ่านการตรวจรับรองจากหน่วยงานตรวจรับรอง คือ ศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง และศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพัทลุง ส่วนผู้แปรรูปหรือโรงสี ก็ต้องขึ้นทะเบียนกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ก่อนทำการแปรรูปข้าว

คุณไพรวัลย์ ชูใหม่ นักวิชาการเกษตร สำนักงานเกษตรจังหวัดพัทลุง บอกว่า ข้าวสังข์หยด จีไอ ตามมาตรฐาน จะต้องเป็นข้าวที่ปลูกในจังหวัดพัทลุงเท่านั้น ผู้ผลิตจะต้องขึ้นทะเบียนกับสำนักงานเกษตรอำเภอในท้องที่ และยอมรับเงื่อนไขการตรวจรับรอง เมล็ดพันธุ์จะต้องได้มาจากศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพัทลุง ศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง ศูนย์ข้าวชุมชน หรือสหกรณ์การเกษตร ที่ได้รับการรับรองและผลิตเมล็ดพันธุ์ในจังหวัดพัทลุง เมล็ดพันธุ์ใช้ทำพันธุ์ไม่เกิน 3 ฤดูกาลปลูก ปลูกในฤดูนาปี ตั้งแต่เดือนสิงหาคม-ตุลาคม เก็บเกี่ยวในระยะพลับพลึง

วิธีเก็บรักษาข้าว ให้ข้าวมีความชื้น 14-15 เปอร์เซ็นต์ ไม่นำข้าวพันธุ์อื่นมาปลูก ปนในแปลงปลูกข้าวสังข์หยด มีการจัดการพันธุ์ปนตามระยะที่กำหนด ข้าวเปลือกที่ได้ต้องมีความสะอาด บรรจุกระสอบแยกต่างหาก มีสิ่งเจือปนได้ไม่เกิน ร้อยละ 5 ข้าวบริสุทธิ์ ร้อยละ 98 และจะต้องบันทึกการปฏิบัติทุกขั้นตอน สามารถตรวจสอบได้

ข้าวสังข์หยด เมืองพัทลุง มี 2 ประเภท คือ ข้าวกล้อง และข้าวซ้อมมือ ซึ่งไม่แตกต่างกัน เพียงแต่ข้าวกล้องกะเทาะเปลือกออกเท่านั้น ส่วนข้าวซ้อมมือ มีการขัดหรือทำให้เยื่อหุ้มเมล็ดออกไปบ้าง แต่ไม่เกิน ร้อยละ 30 ทั้งข้าวกล้องและข้าวซ้อมมือ แยกเป็น 2 ชนิด คือข้าว 100 เปอร์เซ็นต์ และข้าว 5 เปอร์เซ็นต์ โดยข้าว 100 เปอร์เซ็นต์ จะต้องมีข้าวเต็มเมล็ด ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80

มีข้าวหักไม่เกิน ร้อยละ 5 มีเมล็ดข้าวเสียไม่เกิน ร้อยละ 0.75 ข้าวเปลือกปนได้ไม่เกิน ร้อยละ 1 และสิ่งเจือปนอื่นๆ ไม่เกิน ร้อยละ 5 และข้าว 5 เปอร์เซ็นต์ มีเมล็ดข้าวเต็มเมล็ดไม่น้อยกว่า ร้อยละ 75 ข้าวหักได้ไม่เกิน ร้อยละ 7 เมล็ดข้าวเสียไม่เกิน ร้อยละ 1 ข้าวเปลือกปนได้ไม่เกิน ร้อยละ 1 และสิ่งเจือปนอื่นๆ ไม่เกิน ร้อยละ 6 จะเห็นว่ามาตรฐานค่อนข้างละเอียด

คุณจักรกฤษณ์ สามัคคี ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านเรียนรู้เกษตรธรรมชาติบางแก้ว อำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง ผู้ผลิตข้าวสังข์หยด เมืองลุง (จีไอ) รายใหญ่ในพัทลุง บอกเล่าว่า ข้าวสังข์หยด โดยในกลุ่มตนเป็นตรามงกุฎ ซึ่งผลิตด้วยระบบอินทรีย์ โดยภาวะความต้องการบริโภคเพิ่มมากขึ้นจนผลิตกันไม่พอเพียง จากเดิมที่เคยขายอยู่ประมาณ 12 เกวียน ต่อปี แต่มาในปี 2554 เพียงครึ่งปีแรก ยอดขายก็สูงถึง 15 เกวียนแล้ว ซึ่งประเมินแล้วจากยอดสั่งซื้อคาดว่าอยู่ที่ประมาณ 30-40 เกวียน ในปีนี้

ส่วนราคาข้าวสังข์หยดอินทรีย์ ที่ผ่านการตรวจสอบได้ จีไอ ราคาอยู่ที่ 20,000 บาท ต่อเกวียน สำหรับลูกค้าผู้บริโภค ส่วนใหญ่ก็จะเป็นระดับกลางขึ้นไป มีทั้งภายในจังหวัดและจังหวัดใกล้เคียง โดยส่วนหนึ่งลูกค้าจะซื้อข้าวสังข์หยดตรามงกุฎ ไปเป็นของขวัญกันมากด้วยรายละ 5 กิโลกรัม และ 10 กิโลกรัม

ที่จะผลิตส่งออกตลาดต่างประเทศนั้นคงมีไม่พอเพียง ส่วนตลาดในต่างประเทศโดยเฉพาะที่ประเทศสิงคโปร์ ข้าวสารสังข์หยดธรรมดา ราคาประมาณ 170 บาท ต่อกิโลกรัม

ส่วนข้าวสังข์หยด ชนิดเพาะงอก ราคา 100 บาท ต่อกิโลกรัม เท่ากับตันละ 100,000 บาท และข้าวสังข์หยดชงสำเร็จรูป 500 บาท ต่อกิโลกรัม เท่ากับตันละ 500,000 บาท

“สมาชิกของกลุ่มขยายตัวเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งผู้ที่เข้าเป็นสมาชิกจะต้องมีใจรัก และยังมีสมาชิกอีกจำนวนมากเข้าอยู่ระหว่างการปรับเปลี่ยนคือ จากการใช้ปุ๋ยเคมีหันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งขณะนี้ในกลุ่มมีประมาณ 300 ไร่ ที่ผลิตข้าวสังข์หยดตรามงกฎ และมีพันธุ์ข้าวสังข์หยดประมาณ 3,000 กิโลกรัม ไว้รองรับ” คุณจักรกฤษณ์ กล่าว

นอกจากผลิตข้าวสังข์หยดอินทรีย์แล้ว ทางกลุ่มก็ผลิตข้าวสายพันธุ์พื้นเมืองอยู่หลายสายพันธุ์ด้วย ขณะนี้ทางกลุ่มมีเป้าหมายด้วย คือต้องการให้เป็นศูนย์เรียนรู้ ซึ่งในแต่ละปีจะมีสถาบันการศึกษาส่งนักศึกษาเข้ามาเรียนรู้เป็นจำนวนมาก

คุณจักรกฤษณ์ บอกอีกว่า ในปี 2555 จะมีการขยายตัวปลูกเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากในขณะนี้ได้มีผู้มาติดต่อเป็นสมาชิกของกลุ่มแล้ว แต่ไม่สามารถสรุปได้เพิ่มขึ้นเท่าไหร่ โดยภาพรวมขณะนี้ได้มีการปลูกข้าวสังข์หยดทั้งจังหวัดประมาณ 20,000 ไร่ แต่ของรายอื่นไม่ทราบว่าจะมีการขึ้นทะเบียน เป็นข้าวสังข์หยด จีไอ หรือไม่

“ปีที่ผ่านมา ข้าวสังข์หยดมีความอุดมสมบูรณ์มาก ไม่ได้สูญเสียจากการเกิดอุทกภัย กลับส่งผลดีต่อข้าวสังข์หยด และข้าวพื้นเมืองพันธุ์อื่นๆ ด้วย เพราะน้ำท่วมได้ชักล้างสิ่งสกปรกออกไป แล้วน้ำกลับชักลากปุ๋ยอินทรีย์ลงมา หรือไม้ยาเขา คือปุ๋ยอินทรีย์จากภูเขาได้ลงสู่นาข้าว เช่น มูลค้างคาว เป็นต้น ลดต้นทุนการผลิตเฉพาะค่าปุ๋ย ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ แถมข้าวก็สมบูรณ์มาก” คุณจักรกฤษณ์ กล่าว

คุณจักรกฤษณ์ บอกเล่าอีกว่า ในกลุ่มมีการผลิตข้าวสังข์หยดอินทรีย์ครบวงจร ตั้งแต่เมล็ดข้าว ปลูกข้าว สีข้าว และผลิตปุ๋ยอินทรีย์ เป็นต้น ในปี 2554 มีนักศึกษาจากสถาบันต่างๆ เช่น มหาวิทยาลัยทักษิณ รวมถึงกลุ่มต่างๆ ได้เข้ามาศึกษาดูงาน จำนวนนับพันคนแล้ว

ร้านอาหารข้าวสังข์หยด พัทลุง คึกคัก

เมนูสุดยอด แกงไตปลากับไข่เจียว แกงส้มกับปลาร้า

คุณสุวิทย์ หมั่นห้อง พาณิชย์จังหวัดพัทลุง บอกว่า ข้าวสังข์หยด เมืองพัทลุง เป็นข้าวพันธุ์แรกของไทยที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication : GI) จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เป็นข้าวที่มีชื่อเสียง และเป็นที่รู้จักของคนทั่วประเทศ อุดมด้วยสารอาหารทางโภชนาการ ปลอดจากสารพิษ แต่ผู้บริโภคไม่สามารถหารับประทานได้ตามร้านอาหารต่างๆ ในจังหวัดพัทลุง

“จังหวัดพัทลุง จึงได้ส่งเสริมและร่วมมือกับร้านอาหารในเขต อำเภอเมือง อำเภอควนขนุน จัดเตรียมข้าวสังข์หยดไว้บริการแก่ผู้ที่จะบริโภค และนักท่องเที่ยว ซึ่งค่อนข้างไปได้ดี และเป็นการโปรโมตพัทลุงและข้าวสังข์หยดด้วย” คุณสุวิทย์กล่าว

คุณสุวิทย์ กล่าวอีกว่า เมนูอาหารข้าวสังข์หยดที่ได้รับความนิยมมากคือ แกงไตปลา กับไข่เจียว แกงส้มกับปลาร้า นอกนั้นเป็นข้าวคลุกกะปิ ข้าวยำ และข้าวต้ม ข้าวสังข์หยดมีคุณค่าทางโภชนาการ น้ำหนักข้าว 100 กรัม มีโปรตีน 6.2 กรัม มีไขมัน 3.3 กรัม แคลเซียม 65 มิลลิกรัม วิตามิน บี 1 0.037 มิลลิกรัม วิตามิน บี 2 0.96 มิลลิกรัม และไนอะซิน 2.2 มิลลิกรัม

สำหรับข้าวสังข์หยดในขณะนี้ตลาดมีความต้องการมาก จนข้าวราคาสูงขึ้น และมีไม่พอเพียง โดยในฤดูกาลหน้ามีการขยายตัวปลูกกันมากขึ้น เพราะมีแรงจูงใจทางด้านราคา แต่มีอุปสรรคอยู่ว่า พันธุ์ข้าวสังข์หยดไม่พอเพียง

คุณวสันต์ กู้เกียรติกูล เกษตรจังหวัดพัทลุง กล่าวว่า จังหวัดพัทลุงมีพื้นที่ปลูก 362,462 ไร่ เพิ่มจากปี 2552/2553 เล็กน้อย มีผลผลิตรวม 152,234 ตัน ข้าวเปลือก ผลผลิตต่อไร่ 420 กิโลกรัม ลดลงจากปี 2552/2553 ถึง 21 กิโลกรัม จังหวัดพัทลุงมีพื้นที่ปลูกเป็นรองจังหวัดนครศรีธรรมราช และสงขลา นาปี 2553/2554 มีพื้นที่ปลูกข้าว 300,000 ไร่ ผลผลิตประมาณ 120,000 ตัน ผลผลิตเฉลี่ย ไร่ละ 500 กิโลกรัม

สนใจรายละเอียด ในการผลิตข้าวสังข์หยดอินทรีย์ ติดต่อ คุณจักรกฤษณ์ สามัคคี โทร. (089) 974-4226

ในงานเกษตรมหัศจรรย์ฯ ครั้งที่ 3 วันที่ 23-27 พฤศจิกายน 2554 ที่ ชั้น 4 MCC HALL เดอะมอลล์ บางแค ซึ่งจัดโดย บริษัทในเครือมติชน จะมีข้าวสังข์หยดมาให้ชมและชิมกัน

ข้าวสังข์หยด ของดี มีคุณค่า

ข้าวสังข์หยด มีคุณค่าทางอาหารสูงกว่าข้าวพันธุ์อื่นๆ คือ มีกากใยอาหารสูง จึงมีประโยชน์ในการชะลอความแก่ นอกจากนี้ มีโปรตีน ธาตุเหล็ก และฟอสฟอรัสสูงกว่าข้าวพันธุ์อื่นๆ ซึ่งมีประโยชน์ในการบำรุงโลหิต บำรุงร่างกายให้แข็งแรงและป้องกันโรคความจำเสื่อม และยังมีสารแอนติออกซิแดนต์ พวก oryzanol และมี Gamma Amino Butyric Acid (GABA) ช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเป็นมะเร็ง จึงนับได้ว่า ข้าวพันธุ์สังข์หยดเป็นข้าวพันธุ์พื้นเมืองที่มีคุณค่าทางอาหารสูง

คุณลักษณะของข้าวสารสังข์หยด เมล็ดเล็ก เรียว ท้ายงอน เยื่อหุ้มเมล็ดจะมีสีแดงถึงแดงเข้ม เมื่อหุงสุกแล้วเมล็ดข้าวจะนุ่ม และจับตัวกันคล้ายข้าวเหนียว วิธีการหุง ให้ซาวข้าวเบาๆ โดยใช้เวลาให้น้อยที่สุดเพียงครั้งเดียว เพื่อไม่ให้สูญเสียคุณค่าของข้าว เติมน้ำให้ท่วมข้าว สูง 1 ข้อนิ้ว เมื่อข้าวสุกทิ้งไว้ให้ข้าวระอุ ประมาณ 5-10 นาที หากต้องการให้ข้าวแข็งหรือนุ่มสามารถเติมหรือเพิ่มน้ำได้ตามความชอบ

คุณค่าทางโภชนาการของข้าวสังข์หยด ต่อน้ำหนัก 100 กรัม

- พลังงาน 64.2 กิโลแคลอรี

- โปรตีน 73 กรัม

- คาร์โบไฮเดรต 73.1 กรัม

- เส้นใย 4.81 กรัม

- แคลเซียม 13 มิลลิกรัม

- ฟอสฟอรัส 317 มิลลิกรัม

- ธาตุเหล็ก 1.4 มิลลิกรัม

- วิตามิน บี 1 0.32 มิลลิกรัม

- วิตามิน บี 2 0.01 มิลลิกรัม

- ไนอะซิน 6.4 มิลลิกรัม

About these ads

ตุลาคม 10, 2011 - Posted by | เทคโนโลยีชาวบ้าน | , , , , ,

ยังไม่มีความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: