ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

“ย่านดาโอ๊ะ” ใบไม้สีทอง ของที่ระลึกจากสุดปลายด้ามขวาน กรกฎาคม 19, 2011

“ย่านดาโอ๊ะ” ใบไม้สีทอง ของที่ระลึกจากสุดปลายด้ามขวาน.

วันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 ปีที่ 23 ฉบับที่ 503

ท่องเที่ยวเกษตร

รันตี วงศ์ตะนาวศรี

“ย่านดาโอ๊ะ” ใบไม้สีทอง ของที่ระลึกจากสุดปลายด้ามขวาน

รับฟังข่าวคราวของพี่น้องใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ด้วยความเป็นห่วงมาตลอด สื่อต่างๆ รายงานข่าวสารที่ชี้ให้เห็นว่าสถานการณ์ยังคงครุกรุ่น แต่ท่ามกลางฝุ่นควันก็ยังคงมีเรื่องราวดีๆ ที่น่าสนใจให้พบเห็นกันอยู่ตลอด ฉบับนี้จึงถือโอกาสนำของดีอย่างหนึ่งของชาวนราธิวาสมาอวดกัน

เมืองนราน่าอยู่

“ทักษิณราชตำหนัก ชนรักศาสนา นราทัศน์เพลินตา ปาโจตรึงใจ แหล่งใหญ่แร่ทอง ลองกองหอมหวาน” คือ คำขวัญของเมืองนราธิวาส คำว่า “นราธิวาส” หมายถึง ที่อยู่ของผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานชื่อนี้ไว้ ตั้งแต่ วันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2458 จังหวัดนราธิวาส มีพื้นที่เป็นป่าและภูเขา ประมาณ 2 ใน 3 ของพื้นที่ทั้งหมด มีภูเขาหนาแน่นทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ จดเทือกเขาสันกาลาคีรี ซึ่งเป็นแนวกั้นพรมแดนไทย-มาเลเซีย พื้นที่ราบส่วนใหญ่อยู่ติดกับอ่าวไทย และที่ราบลุ่มบริเวณแม่น้ำ 4 สาย คือ แม่น้ำสายบุรี แม่น้ำบางนรา แม่น้ำตากใบ และแม่น้ำโกลก

ชาวจังหวัดนราธิวาสส่วนใหญ่เป็นพี่น้องชาวไทยมุสลิมที่นับถือศาสนาอิสลาม รองลงมาก็คือ ชาวไทยพุทธ ที่อยู่กันแบบสันติ ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันมาอย่างยาวนาน เนื่องจากพี่น้องชาวไทยมุสลิมมีข้อห้ามเรื่องการดื่มสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เราจึงไม่เห็นคนเมาหรือร้านเหล้ามากมายในเมืองนี้ เมืองนราฯ จึงน่าอยู่จริงๆ

หลากวัฒนธรรม

หลายธรรมชาติ

สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดนราธิวาสมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวแบบธรรมชาติ หรือท่องเที่ยวแบบศึกษาวัฒนธรรมท้องถิ่น กระทั่งการท่องเที่ยวย่านการค้าชายแดนไทย-มาเลเซีย แต่หากใครมีเวลาน้อย แหล่งท่องเที่ยวใกล้ตัวเมืองน่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด และแหล่งท่องเที่ยวใกล้ตัวเมืองที่พลาดไม่ได้ คือ หาดนราทัศน์ ที่มีชายหาดทอดยาวไปกับทิวสนหรือแวะชมวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้าน บริเวณทางเข้าหาดนราทัศน์ก็น่าสนใจไม่น้อย นอกจากนี้ ยังมีศูนย์วิจัยและศึกษาธรรมชาติป่าพรุสิรินธร หรือป่าพรุโต๊ะแดง ที่เป็นแหล่งศึกษาธรรมชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีพระพุทธอุทยานเขากงหรือวัดเขากง ซึ่งประดิษฐานพระพุทธทักษิณมิ่งมงคล พระพุทธรูปองค์ใหญ่สีทองอร่ามตา บนยอดเขาที่สามารถมองเห็นได้แต่ไกล หรืออุทยานแห่งชาติอ่าวมะนาว-เขาตันหยง เป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวสำคัญสำหรับชาวนราธิวาส

ย่านดาโอ๊ะ

เนื่องจากจังหวัดนราธิวาสและพื้นที่ใกล้เคียงได้กลายเป็นพื้นที่ปิด จากปัญหาความมั่นคงที่มีมาอย่างยาวนานตั้งแต่ในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ทำให้พื้นที่บางส่วนไม่ได้ถูกผู้คนจากภายนอกเข้าไปสัมผัส และเก็บซ่อนความสมบูรณ์และความหลากหลายทางชีวภาพเอาไว้ เช่น ที่เทือกเขาบูโด-สุไหงปาดี

ปัจจุบัน อุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของนราธิวาส ยะลา และปัตตานี มีการค้นพบใบไม้สีทอง หรือ ย่านดาโอ๊ะ (Bauhinia aureifolia K.&S.S.Larsen) เป็นไม้เถาเลื้อยเนื้อแข็งขนาดใหญ่ เติบโตโดยการเกาะเลื้อยพันขึ้นไปผลิใบคลุมเรือนยอดของต้นไม้ใหญ่ในป่าสูงถึง 30 เมตร ใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับ รูปเกือบกลม ปลายใบหยักเว้าเป็นแฉกลึก 2 แฉก โคนใบเว้าหยักคล้ายรูปหัวใจ รูปร่างคล้ายกับใบกาหลงหรือชงโค แต่มีขนาดใหญ่กว่ามาก ใบอ่อนมีขนสีน้ำตาลแดงหรือขนสีทองแดงเป็นมันคล้ายเส้นไหมปกคลุมหนาแน่น ลักษณะเหมือนกำมะหยี่ เริ่มแรกใบจะเป็นสีนากคล้ายสีชมพู เมื่อผ่านไปสัก 2 สัปดาห์ จะกลายเป็นสีน้ำตาลและเข้มขึ้นเรื่อยๆจนประมาณ 3 เดือน จะกลายเป็นสีทอง และอีก 6-7 เดือน ต่อจากนั้นสีทองจะกลายเป็นสีเงิน ใบที่สมบูรณ์เต็มที่มีขนาด 10×18 เซนติเมตร เคยพบใหญ่ที่สุดกว่า 25 เซนติเมตร

พบเฉพาะในจังหวัดปัตตานี

นราธิวาส และยะลา

ระยะที่จะเห็นใบเป็นสีทองชัดเจนอยู่ในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคมของทุกปี และจะปรากฏเป็นใบไม้สีทองชัดเจนในต้นที่มีอายุมากกว่า 5 ปีขึ้นไป ส่วนดอกมีกลิ่นหอม ออกบนช่อแขนงสั้นๆ ตามปลายกิ่ง กลีบดอก 5 กลีบ รูปใบพาย สีขาวแล้วเปลี่ยนเป็นสีนวล ผลเป็นฝักแบนยาวคล้ายดาบ เมื่อฝักแก่จะแตกออก มี 6-8 เมล็ด ออกดอกชุกระหว่างเดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์ ใบไม้สีทองพบเฉพาะในเขตจังหวัดปัตตานี นราธิวาส และยะลา ขึ้นตามที่โล่งริมลำธารในป่าดิบชื้น เป็นพืชถิ่นเดียว หายากในสภาพธรรมชาติ ปัจจุบัน นำมาขยายพันธุ์และปลูกเป็นไม้ประดับกันบ้าง แต่ยังไม่เป็นที่แพร่หลาย

สำหรับชื่อ “ย่านดาโอ๊ะ” ได้มาจากการที่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้เสร็จฯ ทรงงานที่จังหวัดนราธิวาส และมีชาวบ้านนำใบไม้สีทองมาถวาย พระองค์จึงได้ประทานชื่อต้นไม้ดังกล่าวตามแหล่งที่พบ คือ “ย่านดาโอ๊ะ” และเรียกมาจนถึงปัจจุบัน

ใบไม้สีทองจากผืนป่า

มาเป็นของที่ระลึก

เพราะความพิเศษเฉพาะตัวของใบไม้สีทอง จึงมีความพยายามที่จะนำมาใช้เป็นของที่ระลึกจากจังหวัดชายแดนใต้ โดยการนำใบไม้สีทองมาใส่กรอบประดับประดาให้สวยงาม แต่ขั้นตอนการหาใบไม้สีทองไม่ใช่เรื่องง่าย จะต้องผ่านการอนุญาตจากวนอุทยานแห่งชาติ ซึ่งใน 1 ปี จะเก็บได้ 2 ช่วง คือ เดือนมีนาคมและเดือนกันยายน

ใบที่เก็บมาเฉลี่ยจาก 100 ใบ จะมีใบสมบูรณ์สามารถนำมาจำหน่ายได้ ประมาณ 20 ใบ เท่านั้น การเก็บเริ่มจากการเก็บใบไม้สดมาทำให้แห้งตามธรรมชาติ ซึ่งอาจใช้วิธีการใส่ลงในถุง รอให้แห้งหรือใช้วิธีนำหนังสือหนักๆ ทับไว้ แต่วิธีนี้ต้องใช้เวลานาน 4-5 เดือน ก่อนนำมาอัดรีดให้เรียบ แล้วนำไปใส่ซองบรรจุภัณฑ์ หรือนำมาใส่กรอบรูปเพื่อรอจำหน่าย

ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มรักษ์บางนรา

รู้จักใบไม้สีทองกันพอสมควรแล้ว ขอนำท่านมายัง บ้านเลขที่ 59/1 ถนนวรคามพิพิธ ตำบลบางนาค อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ที่ทำการของ “กลุ่มรักษ์บางนรา” กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่พยายามขวนขวายสร้างอาชีพจากผลผลิตในท้องถิ่น คุณเอกราช แล้วด้วยบุญ ประธานกลุ่ม เล่าให้ฟังว่า กลุ่มรักษ์บางนราก่อตั้งมากว่า 4 ปีแล้ว และเป็นกลุ่มที่ผลิตสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือโอท็อป ทั้งยังได้รับเครื่องหมาย 3 ดาวโอท็อป ระดับประเทศ ซึ่งผลิตภัณฑ์ของกลุ่มรักษ์บางนรามีทั้งใบไม้สีทองในกรอบรูปขนาดต่างๆ รวมทั้งเรือกอและจำลอง

“เราคัดใบไม้สีทองใบที่สมบูรณ์ที่สุด ไม่มีรอยตำหนิใดๆ เอามาทับให้แห้ง แล้วใช้กาวยางธรรมชาติติดลงไปในกรอบรูป หากไม่นำไปตากแดดผลิตภัณฑ์ของเราสามารถอยู่ได้นานกว่า 10 ปี แน่นอน” คุณเอกราช ยืนยัน และบอกด้วยว่า สำหรับเรือกอและจำลอง ผลิตภัณฑ์อีกอย่างของกลุ่มก็มีสีสันสวยงามดึงดูดสายตาลูกค้าได้ไม่น้อย ซึ่งเรือกอและเป็นเรือประมงที่ใช้ในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง เป็นเรือยาวที่ต่อด้วยไม้กระดาน ส่วนหัวและท้ายสูงขึ้นจากลำเรือให้ดูสมดุลสวยงาม นิยมทาสีแล้วเขียนลวดลายด้วยสีสันต่างๆ เป็นลายไทยหรือลายอินโดนีเซีย

“เรือกอและจำลองของเราก็มีสีสันสวยงาม สเกลถูกต้องเหมือนเรือขนาดจริง ที่ผ่านมามีลูกค้าสนใจกันมาก เรือกอและจำลองของเรามีหลายขนาด เช่น ขนาด 6 นิ้ว ราคา 450 บาท ขนาด 10 นิ้ว ราคา 1,850 บาท ขนาด 12 นิ้ว ราคา 2,500 บาท เป็นต้น”

ใช้เลขมงคลกำหนดจำนวนใบไม้

คุณเอกราช เล่าด้วยว่า ใบไม้สีทองใส่กรอบมีหลายขนาด หลายราคา เช่น ใบไม้สีทอง 1 ใบ ราคาขายอยู่ที่ 190 บาท 7 ใบ ราคา 1,650 บาท 9 ใบ ราคา 1,950 บาท ไปจนถึง 19 ใบ ในกรอบขนาด 16×48 นิ้ว ราคา 4,800 บาท ซึ่งการกำหนดจำนวนใบไม้สีทอง นิยมใช้ตัวเลขมงคลเป็นตัวกำหนด โดยกรอบที่มีเลข 9 คนไทยถือว่าเป็นเลขมงคลจะขายดี เพราะลูกค้าส่วนใหญ่เป็นข้าราชการ พนักงานบริษัทนิยมซื้อเป็นของฝากญาติและอวยพรผู้ใหญ่

“ต้นใบไม้สีทองที่มีการนำไปปลูกยังที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทย ใบที่ได้อาจจะมีสีทองจริง แต่สีทองอาจไม่สวยเท่าใบไม้สีทองที่ปลูกในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นป่าดิบร้อนแบบอินโดฯ-มาลายัน ซึ่งป่าดิบชื้นเขตร้อนมีความชื้นสูง เพราะมีฝนตกตลอดปีและเป็นป่าที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุด เมื่อเทียบกับป่าประเภทอื่นในพื้นที่เท่ากัน”

ก่อนจากกัน คุณเอกราช ฝากบอกว่า คนหนุ่มสาวและคนรุ่นใหม่ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสต่างตื่นตัวพยายามสร้างงาน สร้างอาชีพ จากความได้เปรียบของพื้นที่และจากวัสดุที่มีในพื้นที่ ซึ่งน่าดีใจที่สิ่งนี้อาจเป็นเครื่องช่วยลดความรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ หากสนใจต้องการอุดหนุนผลิตภัณฑ์ของกลุ่มรักษ์บางนรา ติดต่อได้ที่ โทร. (073) 521-939 และ (086) 729-0218 หรือ พบได้ตามงานออกร้านของดีชายแดนใต้ ที่หน่วยงานภาครัฐให้การสนับสนุนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไปทั่วประเทศ

ช่วงเวลาเกือบ 3 ปี ที่ผู้เขียนมีโอกาสไปเรียน ใช้ชีวิตที่จังหวัดใต้สุดของประเทศไทย ถือเป็นช่วงชีวิตที่มีความสุขและเป็นประสบการณ์พิเศษจริงๆ ทุกวันนี้ความรู้สึกดีๆ กับวัฒนธรรมท้องถิ่น ความรู้สึกดีๆ ต่อโรงเรียนนราธิวาส ต่ออาจารย์ไทยมุสลิม เช่น อาจารย์แวรอสนี หมาดหล้า และเพื่อนชาวไทยพุทธและไทยมุสลิมยังไม่จางหายไป แต่กลายเป็นความทรงจำที่ชัดเจนตลอดมาและตลอดไป ฉบับนี้ลากันไปก่อน สวัสดี

อ้างอิง

http://th.wikipedia.org

http://www.narathiwatpao.go.th

About these ads
 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s